สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๙ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ในส่วนกลาง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อเสนอจากภาคใต้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการนำเสนอผลงานของกรรมาธิการภาคใต้ และเสนอแนวทางในการสื่อสารความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละภาค เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

เรียนท่านประธาน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ค่ะ จากการที่ได้มีทางภาคใต้ได้นำเสนอนั้นมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม เนื่องจากว่าได้มีโอกาส เข้าไปร่วมงานด้วยนะคะ ก็เห็นว่าการจัดเวทีของภาคใต้ แล้วก็เข้าใจว่าทั้งประเทศไม่ว่า ระดับจังหวัด หรือระดับภาคก็แล้วแต่ สิ่งที่เราเห็นน้อยมากก็คือในเรื่องของการ ประชาสัมพันธ์ ในระดับที่น้อยมากในที่นี้คือการประชาสัมพันธ์ในส่วนกลางที่จะสนับสนุน ซึ่งเปึนสิ่งที่จำเปึนมาก ซึ่งต้องขออนุญาตที่เมื่อกี้ท่านอาจารย์ปกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม นะคะ ได้บอกว่ากรรมาธิการเรื่องการประชาสัมพันธ์คงต้องทำเนื้อหา หรือว่าต้องเชื่อม ทำงานกับทางกรรมาธิการอื่น ๆ โดยเฉพาะการผลิตเอกสาร หรือว่าเครื่องมือเครื่องไม้ที่ จะปูพรมให้กับทั้งประเทศในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพราะได้มีโอกาสลงไป ปรากฏว่าสื่อประชาสัมพันธ์ตรงส่วนที่เขาต้องพึ่งตัวเองเปึนหลัก ต้องทำเอง ทำแม้กระทั่ง สติ๊กเกอร์ (Sticker) ติด ยกตัวอย่างของจังหวัดปัตตานีทำถึง ๒๐,๐๐๐ ชิ้น แต่ว่าจะได้ จากส่วนกลางเพียง ๒๐๐ ชิ้น เปึนต้น เหล่านี้เปึนการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ พื้นที่มีศักยภาพในการทำ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมางบประมาณในส่วนที่จัดสรรให้ ใน ๑ ล้านบาท ไม่เพียงพอ ตรงนี้มีความเห็นแล้วก็คิดว่าอยากจะเสนอทางสภาช่วย พิจารณางบประมาณในการดำเนินการให้กับจังหวัดต่าง ๆ อย่างน้อย ๒ ล้านบาท ซึ่งได้ มีการพูดคุยกันในกิจการสภาฯ ไปแล้วนะ แต่ว่ายังติดขัดเรื่องงบประมาณอยู่ แต่อย่างไร ก็ตามมีความเห็นว่างบประมาณในส่วนอื่น ๆ ที่ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์จะเห็น ศักยภาพของพื้นที่ในการทำเองได้ แล้วก็ทำอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เหล่านี้น่าจะเพิ่ม งบประมาณทั้งประชาสัมพันธ์ แล้วก็เรื่องงบประมาณในการจัดเวทีต่าง ๆ ให้กับพื้นที่ โดยเร็ว เนื่องจากว่าไม่ใช่จัดแค่สิ้นเดือนมีนาคม ยังต้องจัดไปจนถึงประชามติ รณรงค์ ประชามติ ซึ่งตรงนี้คิดว่าอยากให้สภารับตรงนี้ไป แล้วก็ไปพิจารณางบประมาณจัดสรรให้

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาจากการรับฟังความคิดเห็นของภาคใต้ ซึ่งได้มีโอกาส ลงไปอยู่สามสี่ครั้ง ในระยะหลังนี้นะคะ จะเห็นว่าเปึนปัญหาในเชิงของความเสมอภาค เรื่องของสิทธิ หน้าที่ การกระจายอำนาจนี้เปึนประเด็นหลัก และโดยเฉพาะในเรื่องของ ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ตรงนี้เปึนเรื่องที่พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความเห็นกันมามาก แล้วก็คิดว่าเปึนประเด็นความขัดแย้งของสังคมในขณะนี้ เหมือนกัน กําลังจะมองว่ารัฐธรรมนูญที่จะกินได้หรือไม่ได้ ต้องปฏิบัติได้ แต่สิ่งที่กําลังเปึ้น ปัญหาในขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการศาสนา ไม่ว่าจะเปึนความเท่าเทียมในเรื่องของ การศึกษาที่เขาเสนอมานั้นเปึนปัญหาจริง ๆ ตรงนี้ไม่ได้บอกว่าสภาจะต้องแก้ปัญหา แต่กําลังจะบอกว่าในหมวดว่าด้วยเรื่องสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพเหล่านี้ ทําอย่างไรจึงจะให้ ข้อเสนอเหล่านี้ส่งผ่านไปให้ฝ์ายที่รับผิดชอบโดยตรงได้หันกลับมามอง แล้วก็แก้ปัญหา โดยตรง เพราะว่าไม่อย่างนั้นสิ่งที่เราไปบรรจุในรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ ไม่ว่า จะเปึนความเท่าเทียม ความเสมอภาค ก็มันไม่เท่าเทียม และมันไม่เสมอภาค แล้วจะทำ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นการศึกษา ซึ่งเขาเสนอกันมามาก โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เรื่องของการจัดสรรงบประมาณ เรื่องของโอกาสเด็กที่จะเรียน เรื่องของครู อัตราครู เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งจะปฏิบัติได้หรือไม่นั้นเข้าใจว่าเปึนเรื่องที่หน่วยราชการ ที่รับผิดชอบจะต้องดําเนินการต่อ แต่รัฐธรรมนูญเปึนแม่บท จะทําอย่างไรจึงจะปฏิบัติได้ ไม่อย่างนั้นรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถทำได้

ประเด็นที่ ๓ ตัวอย่างของการที่กรรมาธิการฯ ภาคใต้ได้นําเสนอนั้นน่าจะ เปึ้นสิ่งที่ดี ทําอย่างไรจึงจะให้มีกลไกหรือวิธีการสื่อสารเหล่านี้ของกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการแล้วก็เอามานำเสนอ นอกจากจะเสนอผ่านกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ แล้ว การได้มานําเสนอในสภา แห่งนี้จะสามารถที่จะสื่อสารแล้วก็กระจายไปยังประชาชนในภูมิภาคนั้น ๆ แล้วก็ ทั่วประเทศได้ ก็ถือว่าเปึนการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง ของความคิดของแต่ละภาค ซึ่งก็เปึนเจตนารมณ์ของเรานะคะ ในการที่อยากจะให้มีการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทั้งประเทศว่าความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะ ประสานประโยชน์อย่างไรจึงจะให้เกิดรัฐธรรมนูญที่รับกันได้ เพราะเราก็อยากจะให้มีการ ประชามติรับรัฐธรรมนูญนะคะ

ประเด็นสุดท้าย ขออนุญาตพาดพิงถึงรายการวิทยุที่ท่านสมเกียรติ ได้เสนอมานะคะ จะเห็นว่าการที่คุณพิเชียร์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ