สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๙ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

วุฒิสาร ตันไชย หารือเรื่องหลักเกณฑ์การจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการแยกบทบาทระหว่างสภาร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดทำประชามติ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย ในฐานะกรรมาธิการยกร่าง หลักเกณฑ์ฯ ขออนุญาตกราบเรียนข้อพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อการแปรญัตติ ของญัตติต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาจากท่าน สสร. ผู้ทรงเกียรติ ด้วยหลักการที่ คณะกรรมาธิการมองเห็นว่าบทบาทของ สสร. และบทบาทของการจัดทำประชามติ รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องควรมีบทบาทอย่างไร ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้จะเปึน ข้อสรุปซึ่งถือเปึนหลักการใหญ่ที่คณะกรรมาธิการเองได้เห็นว่าคําแปรญัตติบางอย่าง ได้มีการปรับปรุงแก้ไข และ คำแปรญัตติบางอย่างกรรมาธิการก็ขอยื่นในหลักการของ คณะกรรมาธิการที่ผ่านร่างหลักการในวาระที่ ๑ ไปแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า หลักการใหญ่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เห็นว่าบทบาทของ สสร. หรือสภาร่าง รัฐธรรมนูญเองที่พึงจะดำเนินการที่เกี่ยวข้องนั้นคงมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการจัดทำร่าง รัฐธรรมนูญ และรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ซึ่งปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ จากนั้นแล้วบทบาทของ สสร. เองคงต้องทำหน้าที่หลักในการที่จะเผยแพร่ให้ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังกล่าวนี้มีสาระสำคัญ ความแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับเดิมอย่างไร ซึ่งปรากฏเปึนข้อเงื่อนไขอยู่ใน รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ และในขณะเดียวกันสภาร่างรัฐธรรมนูญเองก็ยังมี หน้าที่ต้องจัดทําตามมาตรา ๒๙ ก็คือการดําเนินการให้มีการจัดทําประชามติ ด้วยเหตุนี้ ล่ะครับที่คณะกรรมาธิการมองเห็นว่าบทบาท ๒ ส่วน ระหว่างการเผยแพร่ การรณรงค์ให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจต่อร่างฯ เพื่อให้พี่น้องประชาชนม้องเห็นถึงข้อดี ข้อเสียของ รัฐธรรมนูญ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจในกระบวนการประชามติว่าจะรับหรือ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึ้นหน้าที่โดยตรงของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นสภาร่าง รัฐธรรมนูญเองซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมฯ จนไปถึงกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด จึงมีบทบาทที่สำคัญในการที่จะไปเผยแพร่ และรณรงค์ให้กับพี่น้องประชาชนเข้าใจและรับทราบสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ดังนั้นในบทบาทของการทำประชามติ ในวิธีการ จัดทำนั้น คณะกรรมาธิการเห็นว่าควรใช้องค์กรที่มีฐานะเปึนกลาง มีสถานะและมี ความพร้อม รวมทั้งมีข้อกฎหมายในการที่จะให้ดำเนินการในการทำประชามติได้ ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะเปึนองค์กรที่น่าจะมีความ เหมาะสมที่สุด ในการกระทำ ดังนั้นความค่าบเกี่ยวหรือเส้นแบ่งระหว่างบทบาทของ สภาร่างรัฐธรรมนูญกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากสภาร่าง รัฐธรรมนูญให้เปึ้นผู้ดําเนินการจัดทําประชามติจึงต้องมีความชัดเจน คณะกรรมาธิการจึง เห็นว่าบทบาทส่วนใหญ่ในการดำเนินการทางธุรการและวิธีการในการจัดทำประชามตินั้น ควรเปึนเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีฐานะทางกฎหมาย และมีสถานภาพ และมีความชํานาญ ในส่วนที่บทบาทของ สสร. เอง ตามมาตรา ๒๙ ซึ่งบังคับให้สภาร่าง รัฐธรรมนูญเปึ้นผู้ดําเนินการจัดทําประชามตินั้นจึงเปึนอยู่ในฐานะของการกํากับดูแลเพื่อ ไม่ให้เกิดความทับซ้อน หรือการได้เปรียบระหว่าง สสร. ซึ่งเปึ้นคนอนุมัติร่างรัฐธรรมนูญ ไปแล้ว แล้วก็จะไปทำหน้าที่ควบคุมให้เกิดการประชามติ หรือกำกับ หรือดำเนินการเอง ให้การจัดทําประชามตินั้นเปึนไปอย่างไร อันนี้คณะกรรมาธิการเห็นว่าเพื่อความ เหมาะสม แล้วก็เพื่อความสง่างามของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลประชามติจะเปึนอย่างไร จึงควรแยกบทบาทที่ชัดเจน ระหว่าง สสร. กับคณะกรรมการการเลือกตั้งในขั้นตอนของ การจัดทําประชามติ ด้วยเหตุผลนี้ล่ะครับที่จะทําให้เห็นว่าคําแปรญัตติของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านกรรมาธิการเห็นว่าจะไม่ขอเปลี่ยนแปลงและขอยื่น ส่วนคำแปร ญัตติของคณะกรรมาธิการบางท่านที่เปึนข้อท้วงติงในเชิงข้อกฎหมายหรือประเด็น เพิ่มเติมนี่ ทางกรรมาธิการก็ได้มีการปรับแก้ในหลายข้อ หลายประการ ซึ่งปรากฏอยู่ใน เอกสาร อันนี้คือหลักการทั่วไปที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งท่านสวัสดิ์เปึ้นประธานนั้น ได้วางหลักและแนวจุดยืนของการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์อันนี้บนพื้นฐานของบทบาท ที่ชัดเจนระหว่างสภาร่างรัฐธรรมนูญกับผู้ดําเนินการในการจัดทําประชามติครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านสมาชิก เพื่อได้กรุณารับทราบถึง แนวทางหรือหลักการหลัก หรือเจตนารมณ์หลักของคณะกรรมาธิการก่อนที่จะมีการ พิจารณาในเรื่องของการแปรญัตติเปึ้นรายข้อครับ กราบขอบพระคุณครับ