รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของการจัดสรรภาษีภาคหลวงปิโตรเลียมในเขตพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งตามเกณฑ์การจัดภาษีภาคหลวงนั้นทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ องค์การบริหารส่วนตําบล ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒/๑ และองค์การบริหารส่วนตําบลที่ไม่ได้มีภาษีภาคหลวงแต่อยู่ในจังหวัดอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็องค์การบริหารส่วนตําบลที่อยู่ทั้งประเทศอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน แต่ว่า ในเรื่องของจัดภาษีภาคหลวงอันนี้ก็มีปัญหาว่าในพื้นที่เขตอําเภอกงไกรลาศมี ๑๐ ตําบล ได้รับไปแล้ว ๘ ตําบล ยังเหลืออีก ๒ ตําบล คือตําบลดงเดือย กับตําบลบ้านใหม่สุขเกษม ดังนั้นก็ฝากต่อท่านประธานถึงกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ว่าขอให้จัดภาษีภาคหลวง ให้ครบใน ๑๐ ตําบล และอีก ๑ เทศบาล เพราะว่าในพื้นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการที่ ขุดเจาะน้ํามัน มีบริษัทต่าง ๆ ไปขุดเจาะน้ํามันจนครบ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกครับ ท่านประธาน ทําไมในเขตพื้นที่อําเภออื่นที่อยู่ติดกับอําเภอกงไกรลาศบางตําบล อย่างเช่นตําบลศรีภิรมย์ ในอําเภอพรหมพิราม กลับได้ภาษีภาคหลวงทั้ง ๆ ที่ว่าไม่เคยมีบ่อเจาะเลย แต่ในตําบลที่มี บ่อเจาะครบทั้ง ๑๐ ตําบล และโดยเฉพาะตําบลดงเดือยกับตําบลบ้านใหม่สุขเกษม ก็มีบ่อแต่กลับยังไม่จัดภาษีภาคหลวงให้ ก็ฝากท่านประธานถึงกรมธุรกิจพลังงานในการที่ จะได้จัดภาษีภาคหลวงอย่างเป็นธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีภาคหลวงที่จัดให้กับ องค์การบริหารส่วนตําบลทั้งประเทศ ซึ่งทั้งที่ไม่ได้มีผลกระทบใน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แบ่งแล้ว ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ซึ่งมันมีผลในเงินงบประมาณนี้น้อยมาก น่าจะมาให้ทางองค์การบริหาร ส่วนตําบลในจังหวัดให้ครบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลยครับ ขอบคุณท่านประธานนะครับ
ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดลําพูนมาเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลแก้ไขด้วยครับ เนื่องจากถนนพหลโยธิน หมายเลข ๑๐๖ บริเวณวัดพระบาทตากผ้าจนถึง แยกสันห้างเสือ ตําบลมะกอก อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน ระยะทาง ๓ กิโลเมตร เป็นถนนสายหลัก ที่เชื่อมอําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอป่าซาง เข้าเมืองลําพูน แต่ปรากฏว่าถนนช่วงดังกล่าว ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ๒ ข้างทาง ทําให้รถที่สัญจรเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อย่างครั้งหลังสุดนี้ เกิดเหตุรถชนรถมอเตอร์ไซค์นะครับ แล้วพอไม่มีไฟส่องสว่างนี้ทําให้รถที่ผ่านไปผ่านมา ไม่เห็นคนที่ถูกชนก็เหยียบซ้ําไปซ้ํามาหลายครั้งเป็นที่น่าเวทนานะครับ ดังนั้นผมจึงขอท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวงช่วยอนุมัติอนุเคราะห์ติดตั้งไฟส่องสว่างในช่วงถนนเส้นดังกล่าวด้วยนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒/๒
อีกกรณีหนึ่ง เนื่องจากบ้านป่าแป๋ ตําบลป่าพลู อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน เป็นลักษณะหมู่บ้านในภูเขาสูง หมู่บ้านดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้นะครับ จะมีไฟฟ้าใช้ก็เฉพาะวัด หรืออนามัยเท่านั้น ทําให้พี่น้องบ้านป่าแป๋ซึ่งปลูกกาแฟได้รับความยากลําบากในการดํารงชีวิต เป็นอย่างยิ่ง ผมจึงขอท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ช่วยเข้าไปดูแลแก้ไข ปัญหาของพี่น้องบ้านป่าแป๋ อําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือเกี่ยวกับเรื่องของสายการบินเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันนี้มีสายการบินแอร์เอเชียทําการบินอยู่ แต่ว่าบินเพียงวันละ ๑ เที่ยวเท่านั้น ทีนี้มันมีปัญหาก็คือว่าพี่น้องประชาชนที่จะใช้บริการไม่เพียงพอนะครับ ซึ่งมีจํานวนมากกว่า ก็ได้เรียกร้องขึ้นมาว่าขอให้เพิ่มเที่ยวบินจาก ๑ เที่ยว เป็น ๒ เที่ยว ถึงแม้ว่าเที่ยวบิน จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนราธิวาสจะมีราคาค่อนข้างที่จะแพงที่สุดในประเทศไทยนะครับ ผมเคยโดยสารแล้วก็ซื้อตั๋วจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนราธิวาสในราคา ๖,๐๐๐ บาท สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๓/๑ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคนนิยมที่ใช้บริการ ถ้าหากว่าไม่ได้ใช้บริการจากสายการบินตรงจาก จังหวัดนราธิวาสมากรุงเทพมหานครมันก็จะต้องไปใช้เที่ยวบินกรุงเทพมหานครไปหาดใหญ่ ทีนี้ความไม่มั่นใจในเรื่องของการเดินทางจากหาดใหญ่ไปยังจังหวัดนราธิวาส หรือปัญหา อุปสรรคของข้าราชการ นักท่องเที่ยวที่จะมาปฏิบัติราชการที่กรุงเทพมหานครไม่สามารถ ที่จะกลับในวันเดียวกันได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ข้าราชการ และนักท่องเที่ยว เรียกร้อง กันมากที่อยากจะให้เพิ่มเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพมหานครไปจังหวัดนราธิวาส โดยอาจจะเพิ่ม สายการบินไม่ว่าจะเป็นการบินไทยหรือนกแอร์ ในอดีตนกแอร์เคยบินครับ แต่หลังจาก ประสบน้ําท่วมที่ดอนเมืองก็ได้ยุติหรือเลิกเที่ยวบินไปเลยก็ทําให้พี่น้องประชาชนที่อยากจะ คมนาคมระหว่างจังหวัดนราธิวาสเข้ากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร-นราธิวาส มีปัญหา หรืออุปสรรค ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยสนับสนุนเที่ยวบินเพิ่มให้กับสายการบินที่จะบิน กรุงเทพมหานครไปจังหวัดนราธิวาสอีกสัก ๑ เที่ยว รวมแล้วเป็น ๒ เที่ยวบิน
เรื่องที่ ๒ ขอฝากเล็กน้อยครับ จะเป็นคําถาม เมื่อวานนี้ผมได้หารือกับ ท่านประธานสมศักดิ์เกี่ยวกับในเรื่องของบุคคลที่กางเต็นท์ขายอาหารอยู่หน้ารัฐสภาเป็นใครครับ ทําไมถึงทําได้ ผมอยากให้ท่านประธานช่วยชี้แจง เป็นข้อข้องใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ชมรัฐสภาที่เดินใช้สอยตามถนนฟุตปาธ (Footpath) ที่สวนสัตว์ดุสิต ก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยทําความกระจ่างเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุรเชษฐ์ครับ อํานาจของประธานสภา รองประธานสภามีเฉพาะในเขตข้างในอาณาบริเวณรัฐสภาเท่านั้น ข้างนอกเป็นอํานาจหน้าที่ของนครบาลและเทศกิจซึ่งไม่ใช่อํานาจของเรา เราไปสั่งข้างนอกสภา ไม่ได้เลย เฉพาะในบริเวณรั้วเข้ามาข้างในสภาเป็นอํานาจของประธานสภา รองประธานสภา แต่ถ้าออกนอกรั้วรัฐสภาไปเป็นหน้าที่ของนครบาลกับเทศกิจครับ ท่านช่วยร้อง กทม. ด้วย เดี๋ยวจะทําหนังสือไปให้ครับ ไม่ใช่พวกผมครับ พวกเราทําหน้าที่ไม่ได้ไม่มีอํานาจไปสั่งเขาเลยครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานรัฐสภา ไม่สามารถที่จะทําเรื่องแนะนําหรือว่าร้องขอจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาดําเนินการ ได้เลยหรือครับ
ก็คืออย่างนี้ครับ ที่ท่านหารือเกี่ยวข้องกับ กทม. เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาจะทําหนังสือมาผมก็ต้องเซ็นออกไปที่ กทม. สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๓/๒ แต่การดําเนินงานท่านช่วยตามที่ กทม. ก็แล้วกันครับ ผมทําให้อยู่แล้วทุกเรื่องที่หารือในสภา ผมให้ความสําคัญกับผู้แทนราษฎรมาก วันนี้ทําหน้าที่ก่อน ๑๕ นาที เพื่อจะให้หารือได้เยอะที่สุด เพราะทราบครับ ผมก็เป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากชนบทปัญหาเยอะแยะไปหมด ก็อยากช่วย ทุกท่านครับ ผมพยายามทําให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นก็ทําหนังสือถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหมือนที่ท่านเคยได้รับครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องซึ่งจะหารือท่านประธานสภาเพื่อฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดําเนินการ แก้ไขอย่างรีบด่วน ๒ เรื่อง
ท่านประธานครับ เรื่องแรก เกี่ยวกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเรื่องภัยแล้ง ชดเชยเงินภัยแล้ง เมื่อวันศุกร์ วันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้ลงถึงพื้นที่ในหลายหมู่บ้าน ได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ ว่าเงินที่ทางราชการบอกว่าประกาศจะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับภัยแล้ง ต้นข้าวตาย ซึ่งทางราชการก็บอกว่าจะให้แค่ ๖๐๐ กว่าบาทต่อไร่ พี่น้องก็บอกมันน้อยก็จริงแต่ก็อยากได้ วันนี้ตั้งแต่บ้านผมเกี่ยวข้าวประมาณเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ข้าราชการก็บอกว่าจะให้เงินจํานวนนั้น ไม่ได้รับการตอบรับจากซีกของราชการ ราชการบางหน่วยซึ่งรับผิดชอบอยู่ก็บอกว่าไม่ให้แล้ว อันนี้ต้องสอบถามไปที่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งดูแลอยู่ว่าจะทําอย่างไร ผมลงไปที่บ้านน้ําพุ ตําบลบ้านแป้นยิ่งใหญ่เลยทั้งหมู่บ้านเลยครับ ข้าวตายครับท่านประธาน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๔/๑
อีกเรื่องหนึ่ง หลายท่านก็มีปัญหา บ้านผมก็มีปัญหาคือเรื่องเขตไฟฟ้า วันนี้ เดือดร้อนมากครับ เมื่อเช้านี้โทรศัพท์มาอีก ผู้หญิงแก่ ๆ อายุ ๕๐-๖๐ ปีแล้วบอกว่าไฟฟ้า ในเขตบ้านบ่อพังแคน ตําบลอุ่มจาน อําเภอกุสุมาลย์ ซึ่งเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งเหมือนกันที่มี ปัญหาเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านขยายออกไปวันนี้ก็ยังไม่มีอยู่ เขาบอกว่าประมาณ ๑๐ หลังคาเรือนที่ขยายแล้วไม่มีไฟฟ้าเลย ในส่วนของหลายหมู่บ้านในหลายตําบล ทั้งในเขต ของอําเภอกุสุมาลย์ อําเภอโคกศรีสุพรรณ อําเภอโพนนาแก้ว ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้น ก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าทําอะไรอยู่ครับ ขอบคุณมาก
ท่าน พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของราษฎรเกี่ยวกับประกาศเป็นเขตห้ามล่า ทับที่ชาวบ้านทั้งที่ชาวบ้านอยู่มา ๒-๓ ชั่วคนแล้ว แล้วเมื่อมีปัญหาในเรื่องสวนยางก็จะขอ สงเคราะห์สวนยางไม่ได้ ทั้งที่เมื่อ ๒๕ ปีหรือ ๓๐ ปีก่อนก็ขอสงเคราะห์สวนยางได้ ชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในเขตอําเภอจะนะ ประกอบไปด้วยตําบลคลองเปียะ ตําบลจะโหนง ตําบลนาหว้า ตําบลบ้านแค ตําบลสะกอม แล้วก็ส่วนหนึ่งของตําบลสะกอมของอําเภอเทพา แล้วก็ได้หารือในสภาแห่งนี้มาหลายครั้งแล้ว เรื่องก็อยู่ในเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนคิดว่าทั้งประเทศได้รับความเดือดร้อนเรื่องนี้ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ําบาดาล น้ําบาดาลในจังหวัดสงขลานี่กรมทรัพยากรน้ําบาดาล ได้ดูแลอย่างดีเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่แต่ไม่มีงบประมาณ ก็เลยอยากจะขอให้ทาง กรมทรัพยากรน้ําบาดาลช่วยดูแลเอางบประมาณไปลงในพื้นที่จังหวัดสงขลาด้วย เพราะประชาชน ๒ อําเภอ คืออําเภอเทพาและอําเภอจะนะได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในขณะนี้ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๔/๒
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอําเภอไชยวาน และอําเภอวังสามหมอนะครับ โดยถนนสายบ้านนาปูไปบ้านหนองหลักนั้นพี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก เพราะว่าถนนตรงนี้เป็นถนนลูกรังอยู่แล้วก็มีหลุมมีบ่อมาก สัญจรไปมาก็ลําบากมาก และถนนอีกเส้นหนึ่งของพี่น้องชาวบ้านวังทอง ซึ่งพี่น้องบ้านวังทองนั้นเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ เป็นหมู่บ้านเดี่ยวที่อยู่ในตําบลผาสุก อําเภอวังสามหมอ เป็นเขตอุทยานนะครับท่านประธาน แต่ว่าข้างในนั้นมีโครงการพระราชดําริเป็นโครงการซึ่งได้รับความชื่นชมจากพี่น้องประชาชน ซึ่งมีอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่แต่การสัญจรไปมานั้นลําบากมาก ซึ่งถนนตรงนี้ไม่ได้เป็นลูกรังอย่างเดียว และเป็นดินเหนียวด้วยนะครับ ถึงฤดูฝนก็ดินเหนียว ถึงฤดูแล้งก็เป็นฝุ่น เพราะฉะนั้นอยากให้ ท่านประธานฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องได้ไปดูแลพี่น้องชาวบ้านวังทอง ตําบลผาสุก อําเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ให้ด้วยนะครับ
ต่อมานะครับ พี่น้องชาวบ้านโคกหนองแวงมาร้องเรียนบอกว่าอยากจะได้ ไฟฟ้าเข้าไปยังวัดป่ากุดเต่านะครับท่านประธาน เพราะว่ามีประชาชนซึ่งไปทําบุญตักบาตร ในวัดนี้ยังไม่มีไฟฟ้าที่จะใช้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะได้ไฟฟ้าให้กับพี่น้องชาวบ้านโคกหนองแวง ตําบลนายูง อําเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานีด้วยนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕/๑
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนกุยบุรีวิทยาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยความยินดียิ่ง ขณะนี้เรากําลังพิจารณาระเบียบวาระการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่นําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาบอกให้กับสภา แล้วทางสภาผู้แทนราษฎร จะทําหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้หน่วยงานของรัฐได้ดําเนินการแก้ไขต่อไป เชิญนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคม เรื่องการปรับปรุงสนามบินหรือที่เรียกว่าท่าอากาศยานตรัง ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ใช้บริการก็คือเดี๋ยวนี้ประชาชนนิยมเดินทางโดยเครื่องบินกันมากนะครับ ทําให้ท่าอากาศยานตรังตอนนี้มีเที่ยวบินถึง ๘ เที่ยวบินต่อวันแล้วครับ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะช่วงนี้เขาเรียกว่าเป็นไฮ ซีซัน (High season) นักท่องเที่ยวเยอะ นอกจากนั้นพี่น้องชาวจังหวัดตรังเอง พี่น้องชาวจังหวัดสตูล ชาวจังหวัดพัทลุง ก็มาใช้บริการ ที่ท่าอากาศยานตรัง ผมจะเรียนหารือท่านประธานใน ๓ ประเด็นเกี่ยวกับสนามบินตรัง
ประเด็นที่ ๑ ก็คืองบประมาณปี ๒๕๕๖ ได้ตั้งงบขยายลานจอดเครื่องบิน แล้วก็ส่วนที่เขาเรียกว่าแท็กซี่เวย์ (Taxiway) เอาไว้แล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้เริ่มทําการ ก่อสร้างแต่ประการใด จึงเรียนทวงถามไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยว่าเมื่อไรจะเริ่มสร้างนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือกระทรวงคมนาคมได้สัญญาไว้ว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๗ จะตั้งงบขยายอาคารผู้โดยสาร เนื่องจากตอนนี้อยู่ในสภาพที่แออัดยัดเยียดทีเดียว เนื่องจาก เที่ยวบินมาซ้ําซ้อนในเวลาเดียวกัน บางครั้งก็ ๒ เที่ยวบินนะครับ ทําให้พี่น้องประชาชน ไม่ได้รับความสะดวก
ประเด็นที่ ๓ สุดท้าย ก็คือขอให้กระทรวงคมนาคมได้ไปศึกษาและวางแผน รองรับในอนาคตไว้ด้วยว่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ควรจะปรับปรุงอะไรในระยะยาว ต่อไปเพื่อความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน และเป็นการรองรับนักท่องเที่ยว จากต่างประเทศในอนาคตต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕/๒
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นท่านประธานครับ ด้วยความเคารพกันจริง ๆ ผมไม่ค่อยสบายใจเวลาใครตําหนิท่าน ท่านรองประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ วันนี้เราได้รับความชมเชยจากพี่น้องทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แม้กระทั่งสื่อที่ท่าน ทําหน้าที่มาด้วยดีตลอด ผมให้กําลังใจครับ แล้วก็ขอให้ท่านยังหนักแน่นอย่างนี้ละครับ ท่านเป็นคนที่น่ารักมากครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของปัญหา ทางธรรมชาติ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้มี ๒ ทาง คือ ทางธรรมชาติกับเรื่องของมนุษย์ เรื่องมนุษย์มันร้อยเก้าปัญหาค่อย ๆ แก้กันไป เพราะปัญหาจริงบ้าง เสแสร้งบ้าง สร้างขึ้นมาบ้าง แต่เรื่องธรรมชาติไม่ได้สร้างครับท่านประธาน มันมาจริงโดยธรรมชาติของมัน บ้านผมในเขต เลือกตั้งที่ตําบลเมืองลีง อําเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ ๒ คืนที่แล้วเกิดพายุแล้ง เขาเรียกว่าพายุฤดูแล้ง ถ้าคุยกับท่าน ส.ส. นิพนธ์ ศรีธเรศ ท่านบอกว่าลมหัวกุด มันเป็นลมหัวกุด ที่มากับความแห้งแล้งน่ากลัวมาก มันพัดพาเอาบ้านของชาวบ้าน ๑๒-๑๓ หลัง เป็นหลังเลย ยกไปนะครับ ดีที่ชาวบ้านไม่เกิดบาดเจ็บล้มตาย เพราะว่าความแห้งแล้ง ทางจังหวัดโดย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนิรันดร์ กัลยาณมิตร ก็ดี หรือทางท่านนายอําเภอจอมพระ ตลอดถึงองค์การบริหารส่วนตําบลเมืองลีง โดยท่านประเสริฐ นายก อบต. แล้วก็ทีมงาน ได้ไปช่วยเหลือบรรเทาซ่อมแซมบ้านให้ ก็ได้แต่การซ่อม ท่านประธานคงนึกออกจากบ้าน ที่โดนทําลายแล้วก็ไปซ่อมแซม ที่หารือเล่าให้ท่านประธานวันนี้ก็อยากให้ผู้มีส่วนในการรับผิดชอบ ได้ช่วยชี้แจงแล้วก็ประสานงานให้กับพี่น้องให้ระมัดระวังหน่อยในเรื่องเหล่านี้ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๖/๑ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ในเรื่องปัญหาฤดูแล้งนี่มันกําลังจะเกิดลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่สิ่งที่ผมอยากได้ก็คือวันนี้เจ้าหน้าที่ของฝนหลวง หรือฝนเทียมต้องเร่งทําให้ฝนตกวันละนิดวันละหน่อยมันจะนําความชุ่มฉ่ําชุ่มชื้นเข้ามา พอมัน เป็นบรรยากาศอย่างนี้แล้วมันจะไม่เกิดฤดูแล้ง พายุแล้ง พายุลมร้อนมันก็ไม่เกิดนะครับ มันก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ ผมฝากจริง ๆ ผมไม่โทษใครหรอกครับ ผมรู้ว่ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทํางานเหนื่อยทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ครม. นะครับ แต่นี่มันเป็น เรื่องของภัยธรรมชาติที่แก้กันยาก แต่ว่ามีอย่างเดียวก็คือทําอย่างไรให้ฝนมันตก เมื่อฝนตกแล้ว มันก็จะแก้ปัญหานี้ได้ระดับหนึ่ง เพราะภาคอีสานเราเจอทุกที ชาวบ้านเขาก็ระมัดระวัง ลมหัวกุด แต่ว่าวันนี้มันเริ่มแล้วนะครับและมันอันตราย มันน่ากลัวมาก บ้านประธานไม่รู้ มันจะเกิดหรือเปล่าครับที่แถวจังหวัดพะเยา ก็กราบขอบพระคุณมากครับ ฝากเรื่องนี้ผ่านไปยัง ผู้มีส่วนรับผิดชอบด้วยครับท่านประธาน
ท่านจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่มีเรื่องหารือท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีนะครับ คือประเด็นของ ค่าแรงขั้นต่ําตามนโยบายของรัฐบาลชุดนี้คือ ๓๐๐ บาทต่อวัน เพราะว่าจากนโยบายดังกล่าว ทําให้มีปัญหาในส่วนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจนบัดนี้ ส่วนหนึ่งรัฐบาลเข้าไป แทรกแซงแล้วบอกว่าช่วยผลักดัน ๓๐๐ บาท ให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรับได้ อีกส่วนหนึ่งคิดว่าจะทําให้อุตสาหกรรมในประเทศไทยเจ๊งกันทั้งประเทศ นี่คือสาเหตุที่มี ปัญหาของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจนบัดนี้นะครับ
อีกส่วนหนึ่ง ในส่วนของวุฒิปริญญาตรีได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ผมได้รับการร้องขอ ให้มาพูดในสภาจากกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในส่วนของ อบต. และเทศบาล เพราะว่า ณ วันนี้เรามีผู้ใหญ่บ้านจํานวนมากที่จบปริญญาตรีแต่ก็ยังได้เงินเดือน เดือนละ ๘,๐๐๐ บาท กํานันก็ได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท บางท่านนี่เรียนปริญญาโทแล้วครับ บ้านผม เรียนที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง ที่ชายทะเลอําเภอท้ายเหมือง อีกส่วนหนึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ได้เดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท แม้ว่าจะจบปริญญาโทก็ตาม มากกว่าปริญญาตรี อบต. ได้เดือนละ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๖/๒ ๗,๒๐๐ บาท ก็เลยอยากจะให้ท่านประธานทําหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ตอบผม เป็นลายลักษณ์อักษรว่าท่านมีนโยบายจะทําอย่างไร จะแก้ พ.ร.บ. การกระจายอํานาจไหม จะแก้ พ.ร.บ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้านไหม หรือจะประกาศเป็นกฎกระทรวงพิเศษสําหรับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่จบปริญญาตรีแล้ว หรือกําลังศึกษาปริญญาโทนะครับ บางท่านนี่ต่อดอกเตอร์ ก็มีนะครับสําหรับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็เลยอยากให้ท่านทําหนังสือไปยังสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ให้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับผมนะครับ
สําหรับอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของการใช้งบประมาณของรัฐสภาของเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ ผมทราบว่าบางคณะไปดูงานต่างประเทศ ใช้งบประมาณของสภาไปเยี่ยมผู้ต้องหา พอไปถึงต่างประเทศแยกตัวไปเลยครับ พรรคการเมือง บางพรรคไปเยี่ยมผู้ต้องหากันครับ ผมเลยอยากให้ท่านประธานตรวจสอบก่อนที่อนุมัติเงิน ในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการในช่วงเวลาที่จะปิดสมัยประชุม หลังวันที่ ๒๐ เมษายน ถ้าเกิดคณะไหนที่มีโอกาสจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องหาอยากให้ ท่านประธานระงับไว้ ขอบคุณมากครับ
ท่านเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ขอหารือเกี่ยวกับเรื่องการขอตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการโซ่พิสัย ณ บ้านท่าเรือ ตําบลคําแก้ว อําเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เรื่องนี้เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ๖๐,๐๐๐ กว่าชีวิต ๗ ตําบล ๙๒ หมู่บ้าน ที่มีความต้องการอยากจะให้มีวิทยาลัยเทคโนโลยี และการจัดการโซ่พิสัยเกิดขึ้น เรื่องนี้ได้ดําเนินการเขียนเป็นโครงการเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อคราวที่คณะรัฐมนตรีสัญจรไปที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ แล้ว แล้วก็ดําเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ผลสุดท้ายก็คือตอนนี้ก็ต้องรออยู่ครับ ก็อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อย่างกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ช่วยดําเนินการต่อให้เสร็จสิ้นด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๖/๓
ท่านธานี เทือกสุบรรณ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗/๑
กราบเรียนท่านประธาน ผม ธานี เทือกสุบรรณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนชาวเกาะสมุยและเกาะพะงันครับท่านประธาน ว่าจะมีพวกโจรปล้นน้ํามัน ท่านประธาน มีข่าวอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีการขุดเจาะน้ํามันขึ้น สํารวจน้ํามันใกล้เกาะสมุย และเกาะพะงัน ๓ จุดด้วยกันในเดือนเมษายนนี้ คือบริเวณใต้เกาะสมุย ข้างเกาะพะงันและใกล้ หมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งทั้ง ๓ จุดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญที่สุดของประเทศไทย ท่านประธานครับ กว่าแหล่งท่องเที่ยวของเรา ๓ แห่งนี้จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับทั่วโลก ได้เป็นอันดับต้น ๆ นะครับ เราต้องออกไปทําประชาสัมพันธ์ ผมได้มีโอกาสไปร่วมกับพวก เกาะสมุย เกาะพะงัน ที่ไปทําประชาสัมพันธ์นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเบอร์ลิน ไม่ว่าจะเป็น ที่ประเทศรัสเซียนะครับ ต้องใช้งบประมาณของตัวเองออกไปช่วยกันทําประชาสัมพันธ์ จนเดี๋ยวนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับ แต่ว่าปัจจุบันมันจะมีช่วงใกล้ ๆ กับที่จะเจาะบ่อน้ํามันนี่ มันเป็นอ่าวบ้านดอน ซึ่งขณะนี้เขาได้ปิดอ่าวเพื่อให้ปลาทูวางไข่ท่านประธาน เป็นแหล่งที่จะ เพาะพันธุ์ปลาทูที่ดีที่สุด แล้วเมื่อเราจะอนุญาตให้ขุดเจาะน้ํามันนี่มันก็จะกระทบกระเทือน กับวงจรปลาทูเลยท่านประธาน นอกจากวงจรท่องเที่ยว วงจรปลาทู ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน เขาก็เป็นห่วงกันมากว่าแหล่งท่องเที่ยวที่เขาได้ พยายามกันมา ประชาสัมพันธ์กันมาทั่วนี่ถึงคราวแล้วหรือที่จะต้องล่มสลาย กระทรวงพลังงาน จะอนุญาตให้บริษัท ซาลามานเดอร์ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จํากัด แล้วก็บริษัท ปตท.สผ. บริษัทซีอีซี (CEC) ซึ่งทั้ง ๓ บริษัทนี้เป็นองค์กรเดียวกันเข้าไปทําการสํารวจขุดเจาะน้ํามัน ก็อยากจะฝากท่านประธานถามไปว่าเป็นเรื่องจริงหรือที่รัฐบาลนี่นะครับ โดยกระทรวงพลังงาน จะอนุญาต แล้วรัฐบาลจะเป็นพวกที่ช่วยเหลือโจร พายเรือให้โจรนั่ง แล้วพี่น้องประชาชนล่ะครับ ที่เขาลงทุนกัน เขาพยายามที่จะสร้างแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา ช่วยตอบให้ประชาชนทราบด้วยนะครับ ท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์สุรสาลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ กับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องดังนี้ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗/๒
เรื่องที่ ๑ เรื่องการสร้างเขื่อนป้องกันน้ําท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก ของแม่น้ําเจ้าพระยาตั้งแต่ตลาดโพนางดําตกลงมาถึงหน้าวัดตะกู กระผมต้องขอขอบพระคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่แก้ปัญหาน้ําท่วมให้กับพื้นที่บริเวณนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นหารือของกระผมในวันนี้ก็คือในกรณีที่เกิดอุทกภัยขึ้นมีน้ําเหนือไหลบ่ามาจํานวน มหาศาลนั้น น้ําจากเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อมากระทบกับเขื่อนกั้นน้ําที่สร้างขึ้นทางฝั่งตะวันตกนี้ น้ําจะถูกกระแทกกลับไปยังฝั่งตะวันออกซึ่งไม่มีเขื่อนกั้นน้ํา ส่งผลให้ตลิ่งถูกน้ํากัดเซาะ เสียหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลิ่งตั้งแต่วัดระนาม วิหารวัดไทร ซึ่งตลิ่งพังไปมากจนเกือบถึง ตัววิหารแล้ว วิหารแห่งนี้เป็นโบราณสถานเก่าแก่ซึ่งกระผมเคยได้หารือไปแล้วครั้งหนึ่ง จึงขอให้กรมเจ้าท่าลงไปสํารวจและหาแนวทางป้องกันตลิ่งทางด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ํา เจ้าพระยา รวมไปถึงการป้องกันน้ําท่วมบ้านเรือนของประชาชนทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ํา เจ้าพระยาด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของประชาชนตําบลทองเอน อําเภออินทร์บุรี ที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางมาที่ตลาดอําเภออินทร์บุรี ซึ่งต้องข้ามถนนสายเอเชีย ทําให้เกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอยู่เนือง ๆ ประชาชนร้องเรียนขอสะพานกลับรถ บริเวณทางแยกอินทร์บุรี เรื่องนี้กระผมได้หารือกับสํานักบํารุงทางสิงห์บุรีเพื่อหาทางออก ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอร้อง ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ได้โปรดสั่งการและจัดสรรงบประมาณให้กับ สํานักบํารุงทางสิงห์บุรีเพื่อสร้างสะพานกลับรถ หรืออย่างน้อยมีสะพานสําหรับให้รถจักรยานยนต์ สัญจรไปมาข้ามบริเวณถนนสายเอเชียในบริเวณดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยคล้ายกับสะพาน หน้าวัดอัมพวันก็จะเป็นพระคุณยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนโคกโพธิ์วิทยา จังหวัดอุดรธานี ด้วยความยินดียิ่งนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๘/๑ ขณะนี้เราอยู่ในวาระหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนนํามาหารือในสภา ทําหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลได้ไปแก้ไขความเดือดร้อน ของประชาชนนะครับ เชิญท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี ท่านประธานครับ ผมได้ลงพื้นที่ ไปเยี่ยมน้อง ๆ เด็กกําพร้าแล้วก็ยากจนในพื้นที่ตําบลยะรัง อําเภอยะรัง ในโรงเรียนศูนย์ประจํามัสยิด แล้วก็ได้มอบเสื้อให้กับน้อง ๆ สิ่งที่ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนแล้วเขาอยากจะได้เป็น เรื่องเร่งด่วน ก็คือในหมู่ที่ ๕ แล้วก็หมู่ที่ ๖ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๒ หมู่ แล้วก็ อบต. สิ่งที่เขาอยากจะได้ก็คือสะพานข้ามคลองกาแลจินอ หมู่ที่ ๕ แล้วก็หมู่ที่ ๖ ซึ่งได้เกิดชํารุดเสียหายไม่สามารถที่จะทําการสัญจรเดินทางไปประกอบอาชีพทําสวน ทํานาได้ ก็ขอให้ท่านประธานได้โปรดแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รีบดําเนินการ
เรื่องที่ ๒ ได้เดินทางไปที่บ้านบาละแต ที่อําเภอมายอ ตําบลลางา ถนนเส้นสายทาง ๔๐๖๑ บ้านปาลัส บ้านยะรัง แล้วก็บ้านบาละแต ระยะทาง ๙๒๒ เมตร ท่านประธานครับ ถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นที่พี่น้องประชาชนได้ใช้เป็นปกติแต่วันนี้ไม่ปกติ เพราะว่าเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางน่าเกลียดมากเป็นหลุมจริง ๆ ครับ ในส่วนตรงนี้ ก็อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รีบดําเนินการในส่วนนี้
เรื่องที่ ๓ ก็คือถนนอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นหลุมเป็นบ่อมากเช่นเดียวกันก็คือ ในอําเภอมายอ บ้านคลองช้างถึงบ้านเขาวัง สายทาง ๒๐๔๕ ระยะทางประมาณ ๙๗๐ เมตร สิ่งที่อยากจะให้ช่วยเหลือดําเนินการเพื่อที่จะซ่อมหรือไปทําใหม่ให้สําเร็จ ก็ฝากท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากว่ากําลังได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบต่าง ๆ ได้รับฝากจากราษฎรจังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิมาว่า ท่านรองประธานวิสุทธิ์ขึ้นนั่งทีไรผลจากการหารือของผมได้รับการแก้ไขแล้วก็กระจ่างดีมาก สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๘/๒ ต้องขอขอบคุณท่านครับ อันนี้เป็นคําฝากมาจากราษฎรนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภัยพิบัติที่กําลังเกิดแล้งอยู่ทุกวันนี้ยังไม่มีการแก้ไขเลย อยากจะให้มีการขุดลอกคลอง หนอง บึง สร้างแก้มลิงแล้วก็ฝายแม้วครับ มีจํานวนทั้งหมด ๗๕ แห่ง
ข้อ ๒. ขอให้ช่วยเหลือราคาผลิตผลการเกษตร มันสําปะหลัง อ้อย แล้วก็ ข้าวเปลือก
ข้อ ๓. ขอให้ป้องกันอัคคีภัย เพราะว่าภัยแล้งมีไฟไหม้บ้านเรือนกันบ่อยขึ้น เวลานี้ เนื่องจากไม่ได้จัดสัปดาห์ป้องกันอัคคีภัยแต่ก่อนนี้เคยมีการจัด ก็ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยจัดให้ครับ
ข้อ ๔. ขอให้สร้างทางเชื่อมระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ซึ่งผ่านตลาดลํานารายณ์ เพราะเวลานี้ถนนที่มีอยู่บางตอนก็เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ๔ ช่องจราจร อันนี้ก็เป็นคอขวดไม่สะดวก เช่น จากอําเภอลํานารายณ์มาจังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ไปทางจังหวัดนครราชสีมา ไปทางจังหวัดสิงห์บุรี ทางจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็ไปทาง จังหวัดเพชรบูรณ์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๙/๑
ข้อ ๕ ขอให้เรื่องฟื้นฟูเยียวยาบูรณะปรับปรุงถนนเลี่ยงเมืองและการขนส่งทางน้ํา เพราะการขนส่งทางเรือนี่ถูกกว่าครับท่านประธานครับ ก็ขอให้ท่านช่วยเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาเรื่องค่าขนส่งทางเรือครับ
ข้อ ๖ สะพานข้ามแม่น้ําป่าสักตอนนี้พอปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขึ้นมาน้ําท่วม สะพานหายไปตั้ง ๑๖ แห่งนะครับ ตอนนี้ต้องวิ่งอ้อมเสียค่าใช้จ่ายเสียหายมาก
ข้อ ๗ เรื่องน้ํามันดิบใต้ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดลพบุรี อยากให้มีการสํารวจอย่างจริงจัง เพราะว่าสํารวจไว้เดิมมันมีเจาะบ่อและปิดไม่ได้สูบอีกเยอะ
ข้อ ๘ เรื่องส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าผลิตจากน้ํา ลม แล้วก็ โซลาร์เซลล์ แสงแดด แล้วก็มูลสัตว์ที่ทําเป็นก๊าซ แล้วก็จากซากพืชสกัดเป็นน้ํามันที่ทําเป็น โซลาร์ใช้
ข้อ ๙ ขอให้มีการปลูกต้นไม้ยาง ยางแดง ยางใหญ่ ยางนา แล้วก็ยางกราด เอามาใช้ผลิตน้ํามันเชื้อเพลิงครับ
ท่านนิยม ท่านส่งเอกสารให้ผมได้ไหมครับ
ส่งเป็นหนังสือให้ท่านประธาน รายละเอียด ตามนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ผมจะตามให้ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้เข้าอบรมโครงการของการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย อําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งท่าน ส.ส. สมคิด เชื้อคง ขณะนี้เราอยู่ในวาระการหารือ เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนนํามาหารือในสภาเพื่อทําหนังสือจากสภาผู้แทนราษฎรถึงรัฐบาลไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งนะครับ ต่อไปเชิญท่านณรงค์ ดูดิง ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๙/๒
เรื่องที่ ๑ ก็คือเนื่องจากถนนทางหลวงสายยะลา ๔๑๐ ยะลา-เบตง ซึ่งเป็น ถนนที่มี ๒ ช่องทางจราจร แค่ ๒ เลน (Lane) แต่เนื่องจากว่าในช่วงหมู่ที่ ๑ ตําบลอัยเยอร์เวง บ้าน กม. ๒๙ มีตลาดนัดทุกวันเสาร์ แต่เนื่องจากว่าการตั้งตลาดนัดนั้นเป็นการตั้งตลาดนัด ที่ติดกับถนน ติดถนนมากครับ ถนนที่จะเหลือการจราจรแค่เลนเดียว แค่ช่องทางจราจรเดียว เพราะฉะนั้นเป็นเหตุให้คนสัญจรไปมาต้องเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาสายยะลา-เบตง ซึ่งเขาต้องใช้เวลายาวนานในการเดินทาง และจะต้องใช้ความเร็ว แต่พอไปตรงนั้นแล้วไปไม่ได้เลยนะครับ ก็คืออยากจะให้ทางหลวงแผ่นดิน ได้ขยายช่วงนั้นให้เร็วที่สุด เนื่องจากว่าพี่น้องที่ทําตลาดนัดไม่มีที่ที่จะวางสิ่งของ เป็นพื้นที่ ที่คับแคบ แล้วก็อยู่ช่วงหัวสะพานพอดี แล้วก็ยังเป็นหัวเลี้ยวด้วยนะครับ อันตรายมาก เพราะฉะนั้นสิ่งนี้อยากจะเรียนท่านประธานเพื่อให้มีหนังสือไป ๒ หน่วยงาน คือ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดตลาดนัดแล้วก็กรมทางหลวงให้ดูปัญหาเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ประการที่ ๒ สืบเนื่องจากตลาดนัดเช่นกันนะครับ ถนนสายยะหา อําเภอบันนังสตา ในช่วงหมู่ที่ ๑ คือตําบลปะแต เป็นช่วงที่เป็นสามแยกได้มีการทําตลาดนัดมานานแล้ว พ่อแม่ พี่น้องก็ได้ค้าขายทํามาหากินอยู่ แต่เนื่องจากถนน ๒ ช่องจราจรนั้นทําให้ถนนคับแคบเช่นกัน แล้วก็เป็นอันตรายอย่างมากและไม่สามารถจะสัญจรไปมาได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ อยากจะให้ท่านประธานมีหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เร่งด่วน ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านชมภู จันทาทอง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะท่านประธาน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๑๐/๑ วันนี้ขอเรื่องเดียวซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก ราษฎรบ้านสังคม หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒ ค่ะ ท่านประธานคะ ตําบลสังคม อําเภอสังคม และประสานงานกับท่านนายกเทศมนตรีอําเภอสังคม นายบุญเรียง บุตรศรี ในเรื่องหมู่บ้าน ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับระบบระบายน้ํา ฤดูฝนน้ําฝนและน้ําเสียนั้นก็จะไหลผ่านไป ตามริมถนนทางหลวงหมายเลข ๐๒๑๑ อําเภอสังคมถึงอําเภอปากชมค่ะ ช่วง กม. ที่ ๘๕ ถึง กม. ที่ ๘๘ จากสะพานห้วยค้อถึงอําเภอสังคม ยาวประมาณ ๓,๐๕๐ เมตร เกิดน้ําท่วม ขังตามไหล่ทาง ไม่สามารถระบายน้ําเสียได้ค่ะท่านประธาน ทําให้บ้านเรือนราษฎรดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนมาก พร้อมทั้งถนนดังกล่าวนั้นเป็น ๒ ช่องจราจร การสัญจรไปมา คับแคบ เกิดอุบัติเหตุก็บ่อยครั้ง ถ้าหากจะปรับจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรนั้น ก็จะอํานวยความสะดวก และทําให้พี่น้องสัญจรไปมาได้สะดวกด้วยนะคะ ดิฉันได้รับ การประสานงานร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรีตําบลสังคม ซึ่งเป็นตัวแทนในพื้นที่ พี่น้องประชาชนในเขตนั้น ดิฉันจึงขอนําความเดือดร้อนดังกล่าวนี้ผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคมโดยท่านรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการและสํารวจ และจัดงบประมาณ ไปแก้ไขให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวที่ดิฉันกล่าวมานะคะ พร้อมนี้ดิฉันได้แนบ รายการหารือและความเดือดร้อนนี้ทั้งรูปภาพมอบให้ท่านประธานส่งผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในบ้านโป่งสามขา หมู่ที่ ๑ ตําบลศิลา อําเภอหล่มเก่า มีพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านนี้ไม่สบายเจ็บป่วยกัน หลายสิบราย ทางท่านผู้ใหญ่บ้านจึงได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากน้ําบาดาล ซึ่งพี่น้องประชาชน ใช้ในการอุปโภคและบริโภค ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ใหญ่บ้านจึงนําตัวอย่างน้ําบาดาลมาให้ ๒ แกลลอนเพื่อส่งตรวจ แต่ปรากฏว่าขั้นตอนการส่งตรวจนะครับ จะต้องส่งที่จังหวัดพิษณุโลก ที่กรมทรัพยากรน้ํา ที่หน่วยงานของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล และมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ แกลลอนละประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับปัญหานี้เกิดขึ้นต่อสวัสดิภาพ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๑๐/๑ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากกราบเรียนให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบโดยตรง ให้ลงมายื่นมือให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่ ๒ ครับ หมู่บ้านภูทับเบิก หมู่ที่ ๑๔ และหมู่ที่ ๑๖ ตําบลวังบาล อําเภอหล่มเก่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพี่น้องชาวเขาเผ่าม้งของผม ท่านประธานครับ ขณะนี้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่รู้จักกันสําหรับ นักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ซึ่งการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญนั้น ก็มีทั้งผลดีและผลเสีย ในเวลาเดียวกัน ผลดีก็คือชาวบ้านมีรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยว แต่ผลเสียที่ตามมาก็คือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเป็นปริมาณมาก ปริมาณขยะก็มีปริมาณมากตามไปด้วย ท่านประธานครับ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั่นคือองค์การบริหารส่วนตําบลวังบาลนั้น ไม่มีงบประมาณในการที่จะก่อสร้างโรงเผาขยะ หรือสถานที่ในการจัดเก็บขยะ เพื่อให้มี ประสิทธิภาพและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด จึงขอนําเรียนท่านประธาน เพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อของบประมาณในการดูแลและจัดการขยะให้พี่น้อง ชาวเขาเผ่าม้ง หมู่ที่ ๑๔ และหมู่ที่ ๑๖ ตําบลวังบาล อําเภอหล่มเก่า ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านอนุสรา ยังตรง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๑๑/๑ คือดิฉันได้รับการหารือจากคุณพร เพ็ญศรี อายุ ๓๘ ปี มารดาของนายเจริญพงศ์ ศรีพรรณ อายุ ๑๙ ปีผู้เสียชีวิต คือน้องคนนี้เป็นนักเรียนจากโรงเรียนดอนบอสโกขี่มอเตอร์ไซค์กลับ มายังถนนแพรกษาเลยปากซอยทางเข้านิคมอุตสาหกรรมบางปู (ซอยสะพานแดง) แค่ ๘๐๐ เมตร โดนรถสิบแปดล้อเฉี่ยวชนลากไปแล้วก็ทับในที่สุด ผู้ปกครองไปแจ้งความไว้ลงประจําวัน ที่ สภ. บางปูใหม่กับ ร้อยตํารวจโท นิพนธ์ คงพูน ในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลาบ่ายสามโมง แล้วก็ทราบว่ารถคันดังกล่าวครอบครองโดยบริษัท ต. แสงชัยปากน้ํา ทะเบียนรถ ๘๑-๓๑๒๖ มีบริษัท วิริยะประกันภัยเป็นผู้รับประกัน แต่จนบัดนี้ศพได้ทําการเผาไป เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ แล้ว แต่ว่าทางผู้ปกครองหรือผู้เสียหายยังไม่ได้รับค่าปลงศพ ค่าประกันรถ ค่า พ.ร.บ. และอื่น ๆ ใด ๆ เลย ทั้งนี้ทางบิดามารดาของผู้เสียชีวิตก็ฝาก ขอบคุณโรงเรียนดอนบอสโกที่เป็นเจ้าภาพในการดูแลค่าใช้จ่ายในงานศพอย่างดี ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือ สภ. บางปู บริษัท วิริยะประกันภัย แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยดําเนินการเยียวยา โดยด่วน
เรื่องถัดมา เป็นเรื่องที่ดิฉันเคยหารือแล้ว กล่าวคือมีผักตบชวาเต็มคลองบางปิ้ง อยู่ที่บริเวณหมู่ที่ ๖ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นหมู่ที่ ๑๐ ตําบลบางเมือง จนประชาชนที่ไม่มีถนนสัญจรนี้ ต้องสัญจรทางเรือไม่สามารถสัญจรได้ เมื่อหารือไปแล้วปรากฏว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปฉีดยาให้เท่านั้น แต่ปัจจุบันผักตบชวาก็ขึ้นเต็มเหมือนเดิม ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอําเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะของผู้ปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ เข้าไปช่วยดูแลกําจัดผักตบชวาโดยด่วน ขอบคุณค่ะ
ท่านยุคล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์เดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี มีอยู่ ๒-๓ เรื่องดังนี้
เรื่องที่ ๑ ผมได้เคยหารือไปหลายครั้งแล้วเรื่องติดตามโครงการจัดภูมิทัศน์ ริมถนนสุขุมวิทปากทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลบ้านเจ้าหลาว ชื่อบ้านเจ้าหลาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญที่สุดของอําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และเป็นแหล่งท่องเที่ยว สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๑๑/๒ ที่สวยหรูที่สุดของภาคตะวันออก มีนักท่องเที่ยวปีหนึ่ง ๆ มาเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีและไปเที่ยว ชายฝั่งทะเลบ้านเจ้าหลาว บ้านคุ้งวิมาน ปีหนึ่งก็เกือบเป็นล้าน ๆ ครอบครัวมาพักมาเที่ยว อยู่ที่นี่ แล้วผมได้รับหนังสือร้องเรียนมากมายว่าปากทางเข้าไปริมชายฝั่งทะเลบ้านเจ้าหลาว และบ้านคุ้งวิมานริมถนนสุขุมวิทที่มีเป็นคูเป็นคลองแล้วก็เป็นที่ต่ําติดกับไฟแดง สถานที่แห่งนี้ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบคือแขวงการทางจันทบุรีได้ออกไปสํารวจเรียบร้อยแล้วแต่ไม่มี งบประมาณเพียงพอ เลยอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ที่ดูแลเรื่องงบประมาณให้ดูแลเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๑๒/๑ ถ้าอย่างนั้นแล้วสถานที่เข้าแหล่งท่องเที่ยวหรือจุดพักรถตรงนี้จะไม่เป็นที่จูงใจกับ นักท่องเที่ยวและไม่สวยหรู และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เลยอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบดําเนินการเร่งด่วนที่สุดนะครับ นี่คือติดตามโครงการนี้ต่อไปนะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านบลูกาสนอ จังหวัดนราธิวาส ด้วยความยินดียิ่ง และขณะนี้เราอยู่ในวาระการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่นําเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาทําหนังสือ ถึงรัฐบาลไปดําเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไปนะครับ เชิญท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องถึง ๒ อําเภอ คือ อําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เขาร้องเรียนดิฉันมาว่าเส้นทางที่ใช้ติดต่อกันระหว่าง ๒ อําเภอ คือช่วง บ้านโนนเหลื่อม บ้านแก้งยาว ตําบลภูแลนคา อําเภอบ้านเขว้า ถึงบ้านชีลอง ตําบลห้วยต้อน อําเภอเมืองชัยภูมิ ถนนนี่นะคะท่านประธาน เหลือระยะทางอีกเพียงแค่ ๘๐๐ เมตรที่ยังไม่มี การลาดยางให้กับพี่น้องประชาชน เป็นเส้นทางที่พี่น้องใช้สัญจรไปมาค่อนข้างเยอะ ในแต่ละวัน อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลในเรื่อง การก่อสร้างในส่วนที่เหลืออีก ๘๐๐ เมตรเพื่อให้พี่น้องได้มีการสัญจรที่ปลอดภัย เนื่องจากว่า มันจะเป็นถนนลาดยาง แล้วก็มาเป็นถนนลูกรัง แล้วก็กลับไปเป็นถนนลาดยาง อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยไปดําเนินการเชื่อมต่อให้แล้วเสร็จด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องที่ใช้เส้นทางสัญจรระหว่างบ้านห้วยน้ําคํา ตําบลภูแลนคา ไปยัง บ้านใหม่พัฒนา ตําบลห้วยแย้ อําเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เส้นทางเส้นนี้ค่ะ ท่านประธาน เป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรไปมาเชื่อมต่อระหว่างอําเภอนะคะ แค่ที่ดิฉันพูดนี่ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๑๒/๒ ก็ ๒ อําเภอแล้วค่ะ แต่นอกจากนั้นยังเชื่อมต่อไปยังอําเภอหนองบัวแดง อําเภอภักดีชุมพล ได้อีกต่างหากนะคะ เส้นทางยังเป็นลูกรังค่ะท่านประธาน เหลือระยะทางอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ในช่วงที่ดิฉันว่าก็คือช่วงบ้านห้วยน้ําคําถึงบ้านใหม่พัฒนาที่ยังเป็นลูกรังอยู่ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลในการจัดสรร หางบประมาณเพื่อไปช่วยในการก่อสร้างถนนให้กับพี่น้อง จะได้มีการติดต่อที่สะดวกขึ้น แล้วก็ปลอดภัยจากการเดินทางในยามค่ําคืนค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านบุณย์ธิดาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ สืบเนื่องจากโครงการจบปริญญาตรีได้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น เป็นเหตุให้ตามชายแดนต่าง ๆ ดิฉันได้รับการบอกเล่าจากทหารพรานที่เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานีไปทําหน้าที่อยู่ที่จังหวัดตราด จังหวัดระยอง บอกว่าขณะนี้เกิดปัญหาค่ะ เพราะว่านอกจากงานประจําที่เขาจะต้องฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมตลอดแล้ว แล้วก็การเข้าไปอยู่ในฐานประจํานะคะ เขาได้รับการร้องขอ จากทางโรงเรียนที่อยู่บริเวณนั้นบอกว่าให้มาช่วยสอนนักเรียนด้วยเพราะว่าขณะนี้คุณครู อัตราจ้างหลาย ๆ ท่านได้ลาออกเพื่อจะไปทํางานโรงงานเพื่อรับเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนกัน ต้องบอกว่าในหลาย ๆ โรงเรียนเลยค่ะ ก็เลยอยากจะฝากบอกว่าโครงการต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาล ได้ประกาศเอาไว้ช่วยกรุณาทําในส่วนที่เกี่ยวกับทางภาคราชการให้ได้เสร็จสิ้นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะมีลักษณะงานสมองไหลอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นะคะท่านประธาน อันนี้คือที่ทางทหารพรานเล่าให้ดิฉันฟังนะคะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้เคยหารือไว้ประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ที่แล้ว ก็คือเรื่องของผู้รับเหมาที่ไปรับเหมาก่อสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งพังที่อําเภอพิบูลมังสาหาร บริเวณ แก่งสะพือ ท่านประธานคะ ขณะนี้หลังจากที่ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๑๓/๑ ได้สั่งให้ระงับการก่อสร้างต่อแล้วนั้น ทางผู้รับเหมาก็ยังไม่ได้นําหินที่ขุดออกมาจากแก่งสะพือ กลับคืนสู่สภาพเดิม ก็ยังปล่อยให้เป็นลักษณะเหมือนมีการขุดหินออกมาแล้วก็ยังกองไว้ที่เดิม จนชาวบ้านต้องได้ร่วมมือร่วมใจกันบอกว่าเราจะต้องหาทางเรี่ยไรเงินนําหินกลับไปสู่ที่เดิม เพราะว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมาก ที่จะมาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ที่บริเวณแก่งสะพือ แล้วก็ต้องบอกว่าเป็นจุดท่องเที่ยว ที่สําคัญจุดหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีค่ะท่านประธาน ดิฉันก็เลยอยากจะฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องบอกว่าให้ลงไปตรวจสอบด้วยค่ะ บริเวณไหนก็ตามในการก่อสร้างต่าง ๆ ถ้าเกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งที่สําคัญของจังหวัดนั้นอยากให้ลงมาตรวจสอบ ให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่จะปล่อยให้ผู้รับเหมาจะนําหินหรือนําอุปกรณ์จากตรงไหนก็ได้ ตามใจชอบค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะครูโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม จังหวัดนครสวรรค์ ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้เราอยู่ในวาระการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงพื้นที่พบปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนนํามาหารือสภาผู้แทนราษฎรและทางสภาผู้แทนราษฎรต้องทําหนังสือ ถึงรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทําการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน เชิญท่านธนิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กระผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของค่าน้ํามันซึ่งปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่ยังสูงอยู่ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าในอนาคตนั้น จะสูงขึ้นหรือจะลดลง ถือว่าเป็นความเสี่ยงโดยเฉพาะพี่น้องที่ทําอาชีพทางด้านการเกษตร ซึ่งจากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการตรึงราคาด้วยนโยบายการลดหรืองดเก็บภาษี ซึ่งคงจะ ใช้ได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องของการหาพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากน้ํา จากลม แล้วก็แสงแดด ซึ่งพลังงานจากน้ํานั้นรัฐบาลก็พยายาม ที่จะสร้างเขื่อน พลังงานจากลมท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปเปิดงานโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า จากพลังงานลมที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ กรณีพลังงาน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๑๓/๒ จากแสงแดดก็มีโครงการโซลาร์เซลล์ ซึ่งในส่วนของโซลาร์เซลล์นั้น หรือพลังงานจากแสงแดดนั้น ถือว่ามีปริมาณที่เต็มเปี่ยม แต่ ณ ปัจจุบันนี้ราคาในการผลิตค่อนข้างสูงแล้วก็ใช้พื้นที่เยอะ ทําให้ไม่สามารถที่จะนําพลังงานมาใช้ได้อย่างเต็มที่ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการลดต้นทุนพลังงาน แล้วก็ เรื่องการหาพลังงานทดแทนโดยเฉพาะพลังงานจากแสงแดด ซึ่งคนไทยนั้นถือว่าเป็นผู้ที่มี ความรู้ความสามารถแต่ยังขาดโอกาส ถ้ารัฐบาลให้การสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องของ งบประมาณก็สามารถที่จะช่วยหาพลังงานมาทดแทนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในอนาคตได้ ขอบพระคุณครับ
ท่านสงกรานต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมกลับไปที่บ้านปรากฏว่า มีชาวนาจํานวนมากนําใบชั่งกิโลสีชมพูมาให้ผมดูแล้วบอกว่าได้เอาข้าวไปฝากไว้ตามที่โกดัง หรือโรงสีเวลาเป็นเดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถขึ้นเป็นเงินได้ แล้วขณะนี้ทางเจ้าของโกดัง หรือโรงสีก็แจ้งว่าถ้าภายในวันที่ ๒๒ นี้รัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนหรือไม่กําหนด อัตราต่อไร่ขึ้นมาเขาจะบังคับให้ขายเป็นเงินสด ซึ่งราคาประมาณ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาทเท่านั้น ฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลให้เร่งรัดเรื่องนี้โดยด่วนนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๑๔/๑
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่อง ลูกจ้างชั่วคราวของ อบต. ครับ ท่านหนึ่งได้แจ้งว่า ขณะนี้ท่านยังได้เงินเดือนอยู่แค่ ๕,๕๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเองครับ ยังไม่ถึง ๙,๐๐๐ บาท ตามขั้นต่ําของรัฐบาลเลยครับ แล้วสอบถามทาง อบต. ก็บอกว่าให้รอหน่อย แต่ขณะนี้ทราบว่า มันเป็นนโยบายครับ ดังนั้นฝากท่านประธานกําชับไปยังทางรัฐบาลด้วยครับ ช่วยแจ้งทาง อบต. ให้ปรับอัตราให้ตามที่ควรจะได้รับ
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาค ผมเรียนไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ขณะนี้ปัญหาอยู่ที่สถานีสูบน้ําบางม่วงซึ่งจ่ายน้ําไปยังหลายตําบลแล้วน้ําไม่พอใช้ ครั้งที่แล้ว น้ําขาดไปแล้วก็มีการซ่อมแซมให้ชั่วคราวแล้ว แต่ขณะนี้น้ําเริ่มขาดอีกแล้วนะครับ แล้วก็ทราบว่า มีการขยายเขตประปาไปเยอะครับ จึงอยากให้ท่านประธานแจ้งไปยังการประปาส่วนภูมิภาค แจ้งไปยังบริษัทที่รับสัมปทานนะครับว่าให้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ําสํารองโดยด่วน เพราะว่า เดี๋ยวเข้าเดือนเมษายนแล้วจะยิ่งมีปัญหามากขึ้นอีกครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวันชัย บุษบา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมขอนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้เดือดร้อนต่อไป
เรื่องแรก ผมขอให้ท่านประธานได้บอกผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย ซึ่งถนนสายบ้านสูบ ตําบลน้ําสวย ถึงบ้านผากลางดง ตําบลธาตุ ซึ่งแต่ก่อนเป็นถนนลาดยาง ทีนี้ต่อมาทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ไปรื้อถนนลาดยางแล้วก็ไม่ได้ทําการซ่อมแซม มาเป็นระยะเวลา ๒ ปีแล้ว ในหมู่บ้านเดี๋ยวนี้ฝุ่นคลุ้งแล้วก็ชาวบ้านเดือดร้อน จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลยได้ทําการลาดยางให้กับพี่น้องสายดังกล่าว ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร
เรื่องที่ ๒ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังสถานีตํารวจในพื้นที่อําเภอเชียงคาน อําเภอปากชม อําเภอนาด้วง อําเภอเอราวัณ แล้วก็หลาย ๆ อําเภอของจังหวัดเลย ได้ตระหนักถึงการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะยาที่กําลังฮิต (Hit) คือยาบ้าแพร่ระบาด ในสถานบริการแล้วก็สถานศึกษา ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเฉลิม อยู่บํารุง สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๑๔/๒ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเคร่งครัดและตรวจเข้ม โดยเฉพาะตัวการหลักก็คือเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งทราบข่าวมาว่าเป็นผู้ค้าแล้วถูกเจ้าหน้าที่จับกุมก็เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงขอฝากท่านเฉลิม ได้ตรวจฉี่เจ้าหน้าที่ตํารวจทุกสถานีตํารวจในพื้นที่จังหวัดเลยด้วยครับ ผมขอขอบคุณมากครับ
ท่านโสภา กาญจนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อําเภอบ้านนาสาร อําเภอเวียงสระ อําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าได้รับความเดือดร้อนในเรื่องดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ด้วยโรงเรียนบ้านส้อง หมู่ที่ ๑๐ โรงเรียนบ้านส้องเหนือและโรงเรียน สามัคคีอนุสรณ์อยู่ในเขตพื้นที่สํานักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น โรงเรียนในเครือข่ายบ้านส้อง อําเภอเวียงสระ ประสบปัญหาขาดแคลนน้ําดื่มน้ําใช้มานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ําดื่มของนักเรียนทั้ง ๓ โรงเรียน และน้ําที่ใช้ในชีวิตประจําวันนํามาจาก ลําคลอง ลําคลองตาลเป็นแม่น้ําที่สถานประกอบการและชาวสวนยางพาราปล่อยน้ําเสียลงสู่ แม่น้ําลําคลองหลายจุดทําให้น้ําไม่สามารถจะใช้อุปโภคบริโภคได้ ทางโรงเรียนได้แก้ไขปัญหา โดยการซื้อน้ํา สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๕/๑ และบางครั้งนักเรียนต้องนําน้ําจากบ้านมาดื่มทําให้ไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งทางโรงเรียน ขาดงบประมาณการเจาะบ่อบาดาล ทําให้นักเรียนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อนักเรียนจะได้มีน้ํากินน้ําใช้ ที่สะอาดเสียที
ข้อที่ ๒ ปัจจุบันการสร้างสะพานต่างระดับบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๐๙ แยกนาสาร เซาเทิร์น (Southern) จากเดิมที่มีการจราจรผ่านเส้นทางเซาเทิร์น เพียงอย่างเดียว และเป็นเส้นทางถนน ๒ เลน ซึ่งเป็นทางหลักในการสัญจร ปัจจุบันผู้ใช้ เส้นทางบนสะพานต่างระดับนี้มาก เพราะเดินทางสะดวกประหยัดเวลาในการเดินทางไป อําเภอบ้านนาสาร อําเภอเวียงสระ อําเภอพระแสง จังหวัดกระบี่ และจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เส้นทางดังกล่าวเป็นถนน ๒ เลน มีปริมาณรถสัญจรไปมาคับคั่งมากทําให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งตลอดเส้นทาง จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ช่วย ขยายเขตถนน ๔ เลนด้วย จะได้ลดอุบัติเหตุลงบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสัมภาษณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของประชาชนในเขตพื้นที่อําเภอเสิงสาง และอําเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะอําเภอเสิงสางเนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ที่มี การปลูกมันสําปะหลังกันเยอะ แล้วก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรมที่รับซื้อหัวมันสําปะหลัง ผลกระทบที่แปรรูปมันสําปะหลังก็จะทําให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อําเภอเสิงสาง เดือดร้อนในเรื่องของน้ําเสียแล้วก็กลิ่นเหม็น โรงงานที่แปรรูปมันสําปะหลังเป็นแป้งมันนี้ ก็จะมีกลิ่น สําหรับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ตากมันโดยเฉพาะเอาเศษขี้แป้งที่เหลือจากการแปรรูป มันสําปะหลังแล้วไปเป็นแป้งมันแล้วก็จะกากแป้งไปตาก เวลาฝนตกก็จะชะล้างลงไป แหล่งน้ําธรรมชาติ ทําให้น้ําไหลลงสู่แหล่งน้ําธรรมชาตินั้นเป็นน้ําเน่าเสีย ชาวบ้านก็จะได้รับ ผลกระทบ นี่คือความเดือดร้อนของชาวบ้านในเรื่องของน้ําเสีย ก็ขอฝากกรมควบคุมมลพิษ ถ้าไปตรวจสอบดูแลก็จะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วโรงงานส่วนใหญ่ ก็อยากให้ทาง ส.ป.ก. จังหวัดได้ไปตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตการใช้พื้นที่จาก ส.ป.ก. ถูกต้องหรือไม่ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๕/๒ เพราะพื้นที่ในอําเภอเสิงสางนั้นส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินที่ถูกประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. ก็จะมี โรงงานอุตสาหกรรมบางโรงงานที่ขยายโรงงานไปเรื่อย ๆ โดยรุกล้ําที่ดินของ ส.ป.ก. ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปตรวจสอบนะครับ
และอีกเรื่องครับ เรื่องพี่น้องประชาชนที่อยู่ในอําเภอครบุรีและอําเภอเสิงสาง ที่ได้รับผลกระทบก็คือเรื่องของกลิ่น กลิ่นนี้บางช่วงจะมีกลิ่นแรงมากจากโรงงานอุตสาหกรรม ก็จะรบกวนท่านประธานฝากไปยังกรมควบคุมมลพิษที่ดูแลเรื่องการควบคุมมลพิษช่วยไป ตรวจสอบเรื่องกลิ่นและเรื่องน้ําทั้ง ๒ เรื่อง ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมี ๒ เรื่องที่ขอหารือท่านประธาน
เรื่องแรก เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจากการสัญจรที่เสี่ยงภัย ต่อการเกิดอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธิน โดยที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารนะครับ แล้วก็มีการร้องเรียนมาจากทหารและประชาชน โดยเฉพาะบริเวณที่พักอาศัยแถบค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี เนื่องจากบริเวณ กม. ที่ ๑๐๐ ถึง กม. ๑๐๑ ของถนนพหลโยธินนี้ไม่มีทางกลับรถ ที่ปลอดภัยในลักษณะที่เราเรียกกันว่าเกือกม้า สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๑๖/๑ จึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุจํานวนมากครับ รถจะเข้าเมือง รถจะออกเมืองสระบุรีนั้นเป็นเพียงรถ ที่ต้องกลับอยู่กลางถนน ตรงนั้นเองจึงทําให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ผมได้ปรึกษา หารือกับท่าน ส.ส. กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส. จังหวัดสระบุรี ท่านก็บอกว่าได้ทําเรื่องในฐานะที่ท่าน เป็นกรรมาธิการงบประมาณในปีที่ผ่านมานี้ครับ ไปยังกรมทางหลวง ไปยังกระทรวงคมนาคม ก็รับปากว่าบรรจุอยู่ในปีงบประมาณนี้ แต่เมื่อไปติดตามปรากฏว่าไม่มี ทั้งที่โดยความเดือดร้อน และลําดับความสําคัญของโครงการนั้นน่าจะต้องเริ่มดําเนินการในปีนี้โดยทันทีนะครับ ผมเองได้ประสานไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเมื่อเช้านี้ครับ ท่านชัชชาติท่านก็รับปากนะครับ เมื่อได้ชี้แจงถึงปัญหาความเดือดร้อนและความจําเป็นโดยเฉพาะการดําเนินงานในส่วนที่ ท่าน ส.ส. กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ได้ดําเนินการไปในส่วนที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วย และเป็น ส.ส. ในพื้นที่ด้วย
เรื่องที่ ๒ สั้น ๆ ครับ อยากเร่งรัดรัฐบาลในเรื่องของการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกของป่าแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และกลุ่มป่า ๕ เขตครับ ตรงนั้นเป็นเรื่องที่จะช่วยให้ความสําคัญกับป่าแก่งกระจานที่เป็นอุทยานแห่งชาติใหญ่ที่สุดนะครับ แล้วขณะเดียวกันก็ได้ขอให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กรุณาเพิ่ม กําลังพล เพิ่มงบประมาณเพื่อป้องกันภัยจากมนุษย์ ทั้งเรื่องของการล่าสัตว์ที่มีข่าว ทั้งก่อนหน้านี้ มีกลุ่มข้าราชการเข้าไปล่าสัตว์ด้วย ขณะเดียวกันก็มีการฆ่าแม่ช้างเพื่อเอาลูกจากคนพื้นเมือง ในท้องถิ่นนะครับ ส่วนนี้เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะ ในช่วงการประชุมไซเตส (CITES) ก็ขอให้ทางรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นอุทยานใหญ่ที่สุดทั้งในเรื่องงบประมาณ ในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์มากขึ้น แล้วก็ รวมถึงการเร่งรัดการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเห็นชอบไปแล้ว และไม่ควรเปลี่ยนชื่อเดิมครับ จะทําให้ล่าช้าในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เราเสนอไปในชื่อ ของแก่งกระจาน ฟอเรสต์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งเขารับรู้กันทั่วโลกแล้วครับ รัฐบาลก็ไปเปลี่ยน เมื่อไม่กี่วันมานี้เมื่อเดือนที่ผ่านมาเปลี่ยนชื่อใหม่ ซึ่งตรงนี้ก็ทําให้เกิดความล่าช้า ก็ขอฝาก ไปถึงรัฐบาลผ่านท่านประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านสระบัว จังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ขณะนี้เราอยู่ในวาระการหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๑๖/๒ ที่นําปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่มาหารือในสภา เพื่อจะให้สภาออกหนังสือ ถึงรัฐบาล แล้วก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เชิญท่านมาลินี อินฉัตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่องความเดือดร้อน ในพื้นที่ดิฉันได้หารือไปหลายครั้งนะคะ ทั้งเรื่องถนน น้ําดื่มในโรงเรียน วงดุริยางค์ และเครื่องเล่นเด็กสําหรับสนามเด็กเล่นนะคะ วันนี้ยังรอคําตอบอยู่ค่ะ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันเองอยากจะมีโอกาสนี้ได้บอกกับทางหน่วยงานของสํานักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ํา และอุทกภัยแห่งชาติ โดย ฯพณฯ ปลอดประสพ สุรัสวดี ได้โปรดช่วยลงพื้นที่อําเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ภาคอีสานจริง ๆ แล้วก็แล้งแทบทุกพื้นที่นะคะ แต่โดยเฉพาะปรางค์กู่นี่ ไม่มีลําคลอง ไม่มีแม่น้ํา ไม่มีคลองชลประทาน แต่ละปีกว่าจะได้ผลผลิต ได้ข้าวแต่ละครั้ง แต่ละรอบยากมาก บางทีหว่านถึง ๒-๓ ครั้งกว่าจะได้เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ํา บางทีก็เจอฝนด้วย ก็หวังว่าท่านปลอดประสพ และ/หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้ลงพื้นที่ เพราะวันนี้เริ่มตั้งแต่ ตัวนายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรในพื้นที่ ได้รวมกันระดมความคิดเห็น ระดมข้อมูล เตรียมพร้อมที่จะได้มีโอกาสเสนอทาง กบอ. นะคะ ก็หวังอย่างยิ่งว่าท่านจะได้ลงพื้นที่ อําเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธาน ในงานราชการดิฉันเชื่อว่าทุกคนตั้งใจ ทําหน้าที่อย่างดียิ่ง แต่วันนี้เมื่อราษฎรมีปัญหาไม่รู้จะพึ่งใครก็พึ่งสื่อรู้สึกว่าจะง่ายดีนะคะ ไม่ว่าจะวิทยุ โทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งใจอยากจะบําบัดทุกข์บํารุงสุขอย่างดียิ่งมีสิ่งใดก็ทํางานทันทีนะคะ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๗/๑ แต่เราขาดอ่อนประชาสัมพันธ์ อย่างสายด่วนต่าง ๆ ของรัฐบาลเอง ๑๑๑๑ ก็เป็นเรื่องที่เรา จะต้องประชาสัมพันธ์ว่าราษฎรมีความทุกข์เดือดร้อนตรงไหนต้องประชาสัมพันธ์ แต่ดิฉัน เคยทํางานอยู่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็รู้จักแต่เบอร์ ๑๓๐๐ ก็ฝากว่ามีอะไรที่รัฐบาลอยากจะได้นําเสนอก็ขอให้ได้ประชาสัมพันธ์เยอะ ๆ ให้ราษฎรเรา ได้รู้จักสายด่วนสายตรงนะคะ ขอบพระคุณท่านมากค่ะ สวัสดีค่ะ
ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานเจริญยกเลิกการตั้งกรรมการ สอบวินัยตํารวจสภา ๑๖ นาย เพราะประธานในที่ประชุมนั้นต้องรู้จักคําว่าให้อภัย
เรื่องที่ ๒ คุณประภาพรรณ ศรีรักษา เป็นตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด สนามหลวง ๒ ซึ่งปัจจุบันมีการค้าขายที่ดีมาก ปรากฏว่าคุณประภาพรรณ ศรีรักษา และผู้ค้า จํานวน ๑๐๐ กว่าราย ท่านประธานครับ ยังไม่ได้เงินเยียวยาน้ําท่วมจากทางรัฐบาลเลย ขอให้ทางท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้โปรดช่วยผู้ค้าที่สนามหลวง ๒ เป็นการด่วน
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ได้ไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ จะเห็นว่าผู้ป่วยคนไข้นอนเต็มห้องฉุกเฉินระเกะระกะ เตียงไม่พอ ห้องพัก รักษาพยาบาลไม่พอ ผมมีความประสงค์ที่จะให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดตรวจสอบจํานวนเตียงของคนไข้ ห้องพักพยาบาลของคนไข้ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าหากไม่พอในโรงพยาบาลใดขอให้รัฐบาลได้จัดงบประมาณ สร้างเพิ่มเติมและหาบุคคลไปดําเนินการโดยเร็ว เพราะชีวิตของเพื่อนมนุษย์นั้นทุกคนมีค่า เท่าเทียมกันไม่ว่าคนรวยหรือคนจน
สุดท้าย ท่านประธานครับ เป็นจดหมาย นี่เป็นจดหมายนะครับท่านประธาน จากจังหวัดปัตตานีครับ จากกองร้อยทหารพราน ๔๓๑๕ ตําบลนาเกตุ อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เขียนมาถึงผม ขอให้ท่าน ส.ส. ช่วยบอกรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ของทหารด้วย เรียนชื่อกระผมครับท่านประธาน โดย จ่าสิบเอก เจษฎาศาสตร์ คุณสาร สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๗/๒ จากกองร้อยทหารพรานที่ ๔๓๑๕ อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดเชียงราย เขียนมา ขอให้ผมตั้งกระทู้ถามความเดือดร้อนของข้าราชการทหารซึ่งอยู่จังหวัดชายแดนมา ๕ ปีแล้ว และเคยมาราชการแถวราชประสงค์ บ่อนไก่มาแล้ว อยากจะให้ถามว่าร่างพระราชบัญญัติ ของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการลาออกจากราชการแล้วได้ทั้งยศและเงินก้อนมาพิจารณา ก่อนได้ไหม เพราะว่าเขารับราชการมาแล้วเกือบ ๕๐ ปี เหลืออายุราชการอีกเพียงแค่ ๒-๓ ปี อยากได้เงินสักก้อนหนึ่งไปปลูกบ้านให้ลูกอยู่ ไปรับราชการทั้งศึกเหนือเสือใต้ อีสานก็ปฏิบัติหน้าที่ มาหมดแล้ว ท่านประธานครับ นี่คือความต้องการของพี่น้องทหารพรานที่กําลังจะเกษียณอายุราชการ อยากให้กระทรวงกลาโหมได้จัดงบประมาณจํานวนหนึ่งสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้ทหารพรานที่จะเกษียณอายุเหล่านี้ทั่วทั้งประเทศในทุกฐานปฏิบัติการ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ท่านเอมอร สินธุไพร
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ
ท่านเอมอรครับ ท่านบุญยอดประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ เรียนถามท่านครับว่าการหารือนี่นะครับเรามีกติกากันอยู่แล้ว ผมทวงถามท่านตั้งแต่คราวที่แล้ว วันนี้ผมก็รู้สึกแปลกใจนะครับ ท่านเริ่มต้นตั้งแต่ ๑๕ นาทีก่อนนัดหมายการประชุม จนกระทั่ง ขณะนี้ ๑๑.๐๐ นาฬิกา ก็เป็นกําหนดเวลาที่เราตกลงกับทาง สทท. ๑๑ ไว้ว่าต้องถ่ายทอด กระทู้ถามสด ซึ่งเป็นเรื่องจําเป็นที่สําคัญ ทีนี้มันต้องมีกติการ่วมกันครับ ผมจะได้ไม่ต้องขึ้น ทักท้วงท่านอีกนะครับ ท่านต้องให้ความมีวินัยในการใช้เวลาในสภาให้เป็นประโยชน์สูงสุดนะครับ ผมก็ขออนุญาตที่จะได้ขอความเข้าใจจากท่านครับ ขอบพระคุณครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๗/๓
ด้วยความตั้งใจที่ท่านทักท้วงคราวที่แล้ว ผมถึงทําหน้าที่ก่อนเกือบ ๒๐ นาทีเพื่อจะได้ แก้ปัญหาให้สมาชิกที่เป็น ส.ส. เขตต่างจังหวัด แม้แต่ผมเองก็ยังอยากหารือหลายเรื่อง ในเขตพื้นที่เลือกตั้งผมยังไม่มีโอกาส ขอให้คนอื่นหารือให้เขาก็ไม่ยอมทํานะครับ อย่างเที่ยวนี้ ผมพยายามหารือก่อน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๘/๑ เวลาถ่ายทอดจะถึง ๑๒.๓๐ นาฬิกา มันเกินเวลากระทู้ถามสด ผมขึ้นก่อนเพราะว่าวันนี้ ทีแรกจะมี ๔ กระทู้ แต่มีเลื่อน ๑ กระทู้ ก็เหลือ ๓ กระทู้ ๓ กระทู้ ผมก็ยังไปดูเวลาว่าทันอยู่ ในการถ่ายทอดสดมีถึง ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที เกินเวลาอีกไปประมาณ ๓๐ นาที เพราะฉะนั้น ผมก็พยายามบริหารเวลาเพื่อให้โอกาสสมาชิก ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็เหลืออีก ๒ ท่าน ผมให้โอกาสทุกท่านเขียนมาเพิ่มผมก็ให้ ไม่ใช่แต่เฉพาะพรรคผมนะครับ ผมดูแลทุกคนครับ แต่ผมเห็นว่าเวลายังมีเหลืออยู่และจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก วันนี้ก็ต้องขอบคุณที่ท่านทักท้วง คราวที่แล้วผมพยายามทําหน้าที่ให้ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยว่าอะไร แต่ว่าอยากให้สมาชิกได้มีโอกาส หารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะหลายท่านอึดอัด ฉะนั้นผมก็พยายาม บริหารเวลาให้ท่านนะครับ ขอบคุณท่านบุญยอด ผมเข้าใจครับ
ผมเห็นการทํางานท่านอย่างเข้มแข็ง ก็ขอชื่นชม ขออนุญาตถามสุดท้ายว่าจะเหลืออีกสักประมาณกี่คนแล้วก็จะเข้าสู่การถ่ายทอด ตอนกี่โมงครับ
ครั้งหลังสุดเหลือพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน แค่นี้จบแล้ว ๘ นาที ยังมีเวลาอีก ๒๐ กว่านาที ผมบริหารเวลาให้ เชิญครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาหารือท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้นะคะ ดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากนายทิพย์ เชื้อหลง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ บ้านหนองผือ ตําบลโพธิ์ชัย อําเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องอ่างเก็บน้ําหนองผือ ซึ่งเป็นอ่างน้ําขนาดใหญ่ของชุมชน มีพื้นที่ ๑,๑๕๐ ไร่ มีสภาพปัจจุบันนี้คือแอ่งน้ําจะมี ความตื้นเขิน แล้วก็มีผักตบชวาและวัชพืชขึ้นเต็มไปหมดเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันมีรูปภาพ เพื่อที่จะให้ท่านประธานได้ดูด้วย ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ได้ซูม (Zoom) ภาพด้วยค่ะ วัชพืช แล้วก็ผักตบชวาขึ้นเต็มไปหมดเลยหน้าแล้งไม่มีน้ําเลยค่ะท่านประธาน ฉะนั้นในชุมชน ของตําบลโพธิ์ชัยแล้วก็ตําบลโคกสว่างซึ่ง ๒ ตําบลนี้เป็นพื้นที่แหล่งน้ําสาธารณะคือ อ่างเก็บน้ําหนองผือ ซึ่งเมื่อก่อนนี้เป็นอ่างเก็บน้ําที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งน้ํา สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๘/๒ เป็นแหล่งอาหารของชุมชน แล้วพี่น้องได้นําน้ําเหล่านี้ไปทําการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง และที่สําคัญที่สุดก็คือน้ําประปาประจําหมู่บ้านเป็นน้ําประปาผิวดิน ซึ่งต้องนําจาก อ่างเก็บน้ําหนองผือนี้ไปทําน้ําประปาใช้ ฉะนั้นในหน้าแล้งทําให้พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบก็คือน้ําไม่เพียงพอในการอุปโภคบริโภค สําหรับในหน้าแล้งพี่น้องซึ่งเคยนําน้ําจาก อ่างเก็บน้ําหนองผือไปทําการเกษตร แล้วก็เป็นรายได้ในการนําผลผลิตไปส่งเป็นรายได้ให้กับ ครอบครัว ฉะนั้นดิฉันได้นําความเดือดร้อนที่พี่น้องนํามาร้องเรียนดิฉันในการที่จะให้ทาง ท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรงบประมาณในการไป ขุดลอกหนองน้ําแห่งนี้ เพื่อที่พี่น้องชาวตําบลโพธิ์ชัยและตําบลโคกสว่างจะได้มีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น มีแหล่งอาหารแล้วก็ได้ทําการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง มีน้ําเก็บไว้ใช้ได้ตลอดปี และดิฉันเอง ก็มีเอกสารที่จะส่งผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ท่านฉัตรพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมได้ปรึกษาหารือเรื่องฝนฟ้าคะนอง ลมแรง สร้างความเสียหายแก่ต้นไม้ แก่ถนนที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี และกรณีเดียวกัน วันเดียวกันปรากฏว่าบ้านเรือนของนางแอก ราษฎรอาศัยอยู่ที่หมู่ที่ ๙ บ้านหนองเสือ ตําบลวังศาลา อําเภอท่าม่วง บ้านทั้งหลังหลังคาลมพายุพัดหอบไปทั้งหมดครับ ขณะนี้อยู่ ด้วยความลําบาก ผมอยากเรียกร้องไปทางอําเภอหรือทางจังหวัดได้กรุณาลงพื้นที่ไปช่วย ดูแล แก้ไขให้ในเบื้องต้น เพราะวันสองวันนี้ฝนก็ยังตกต่อเนื่องอยู่แล้วจะอยู่กันอย่างไรครับ ตรงบริเวณเดียวกันครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๑๙/๑ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓ ที่เกิดต้นไม้หักโค่นหลายต้น มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง โดยใช้งบประมาณแปรญัตติปี ๒๕๕๕ ติดตั้งเสร็จมาแล้ว ๔-๕ เดือน แต่ตอนนี้ติดตั้งแล้ว ปรากฏว่ามีแต่เสากับหลอดไฟ แสงสว่างยังไม่มีครับ แขวงการทางจังหวัดกาญจนบุรี กระทรวงคมนาคมครับ ลองไปดูสิครับว่าปัญหาเกิดจากสิ่งใด เพื่อจะได้อํานวยความปลอดภัย ความสะดวกให้แก่พี่น้องที่ต้องใช้เส้นทางนี้ครับ
เรื่องที่ ๓ ผมอยากเรียกร้องไปยังกรมชลประทานที่ ๑๓ และสํานักงานชลประทาน จังหวัดกาญจนบุรี เพราะว่าพี่น้องชาวนาตําบลหนองขาว อําเภอท่าม่วง ชาวตําบลทุ่งสมอ ตําบลหนองโรง อําเภอพนมทวน เดือดร้อนกับปัญหาเรื่องน้ํา หลายครั้งหลายหนที่ประชาชน ต้องแบกหน้ามาหา ส.ส. เพราะเมื่อขอความอนุเคราะห์ ขอความช่วยเหลือไปยังกรมชลประทาน ผมไม่ทราบว่าทําไมท่านต้องสร้างเงื่อนไขอะไรให้มากมาย น้ํามันไม่มีบ้าง ไม่มีเบี้ยเลี้ยงบ้าง ลองเปลี่ยนความคิดสิครับ ลองเปลี่ยนจิตใจที่ว่าเป็นราชการ หน้าที่ของรัฐบาล มีหน้าที่ ต้องบําบัดทุกข์ มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือ อย่าให้ประชาชนต้องทุกข์ระทม อย่าให้ประชาชน ต้องยกขบวนมาที่สภาแห่งนี้เลย ฝากด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านอนุรักษ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องชื่นชมท่านประธาน ด้วยความบริสุทธิ์ใจในการตัดสินใจเพื่อให้โอกาสแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนค่ะ
ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี สุภาพสตรีคนแรกของประเทศไทย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอให้ออกมาตรการเร่งด่วนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม จี้ ปล้น ข่มขืน ไปสู่กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จากข้อมูลสถิติในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ พบว่ากลุ่มคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีเกี่ยวกับการประทุษร้ายและเพศ คดีฆ่าผู้อื่น และคดีลักทรัพย์ สรุปได้ดังนี้ค่ะท่านประธานคะ คดีประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย และเพศ รวม ๒ ปี ๔๖,๘๑๒ คดี คดีฆ่าผู้อื่น ๖,๐๖๖ คดี คดีลักทรัพย์จับกุมได้มากที่สุด ๘,๒๗๗ คดี เหตุจูงใจให้ผู้กระทําผิดจากเหตุปัจจัยดังนี้ค่ะ ท่านประธานคะ อันดับแรก ๆ เลย คือติดยาเสพติด อันดับต่อมาก็คือติดการพนัน อันดับต่อมาก็คืออาชญากรรม ฆ่า ข่มขืน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๑๙/๒ โดยไม่มุ่งต่อทรัพย์สิน ข่มขืนแล้วฆ่าโดยมุ่งต่อทรัพย์สิน และอันดับต่อมาก็คือความยากจน คืออาชญากรจําเป็น ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งที่น่าสะเทือนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ มูลนิธิ เพื่อนหญิงบอกว่าใน ๑ วันจะมีผู้หญิงถูกข่มขืน ๕ คน ตัวอย่างที่สะเทือนขวัญก็คือในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ เดนนรกข่มขืนฆ่าและจุดไฟเผานักเรียนชั้น ม. ๔ วัยรุ่น ๕ คน ข่มขืน เด็ก ๗ ขวบ เป็นระยะเวลา ๑ ปี ร่างทรงฤาษีข่มขืนเด็ก ๑๔ ปี นอกจากนั้นแล้วเด็กอายุ ๕ เดือน ๕ เดือนนะคะถูกล่วงละเมิดทางเพศ นั่นคือสิ่งที่สะเทือนใจที่สุดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ดังนั้นจึงขอให้ออกมาตรการเร่งด่วนสู่ทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อดูแลชีวิตและทรัพย์สิน ของคนไทยทั้งประเทศ อาชญากรรมต้องลดลงเพื่อความมั่นคงในการดํารงชีวิตของคนไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะสมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ และพนักงานเทศบาล ควนลัง จังหวัดสงขลา ด้วยความยินดียิ่งครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๒๐/๑
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือกับท่านประธานเรื่องปัญหาการขยายตัวของเมืองนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งของกระผมซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ ๑ อยู่ในใจกลางเมือง ของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการขยายตัวของบ้านจัดสรรออกไปรอบนอกจํานวนมาก แต่ขณะที่ ความจําเป็นในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานสําคัญก็คือการตอบสนองเรื่องระบบน้ําประปา ยังไม่สามารถที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง เวลานี้เทศบาลนครนครศรีธรรมราชต้องดูแลรับผิดชอบ พี่น้องประชาชนนอกเหนือจากในเขตเทศบาลแล้ว ยังต้องดูแลพี่น้องในเขตองค์กรปกครองท้องถิ่น รอบนอกอีกประมาณ ๑๐ แห่งที่จะต้องใช้น้ําจากการประปาของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปกติต้องสนับสนุนน้ําให้กับพี่น้องประชาชนวันละประมาณ ๕๘,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ทั้ง ๆ ที่ ความต้องการแท้จริงประมาณถึง ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวันนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ การประปานครศรีธรรมราชไม่สามารถที่จะทําได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กระผมจึงต้องขอหารือ ไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยกันประสานงาน ไปยังเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อดําเนินการปรับปรุงและพัฒนาระบบการให้บริการน้ําประปา ที่ครบวงจรนะครับ
๑. ก็คือการจัดหาแหล่งน้ําดิบขนาดใหญ่ที่จะให้เป็นแหล่งน้ําดิบในการผลิต ประปา
๒. ก็คือการปรับปรุงระบบอุปกรณ์การส่งน้ําต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้กับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
และสุดท้าย ก็คือว่าขอให้ช่วยกันพัฒนาระบบประปาของตนเองในองค์กร ปกครองท้องถิ่นรอบนอกเทศบาลอีก ๑๐ แห่ง เพื่อแบ่งเบาภารกิจการบริหารน้ําประปา ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสหรัฐครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านสัก ๒ เรื่อง เป็นเรื่องเกี่ยวกับรถบรรทุกทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๒๐/๒ เดี๋ยวนี้ท่านประธานสังเกตเราขับรถไปตามถนนเวลากลางคืน ถ้าตามรถบรรทุกสิบล้อ จะมีรูปลักษณ์ใหม่ก็คือไฟท้ายเพชร ลักษณะคือไฟส่องสว่างผิดปกติ ถ้าเราตามอยู่นาน ๆ ประมาณไม่เกินนาที ท่านประธานครับ ถ้าเราออกจากท้ายเขาลักษณะเหมือนแซง เราจะตาพร่าไปหมด จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูเรื่องปัญหา ไฟส่องสว่างผิดปกติด้วยครับ เพราะไฟอย่างนี้ก่อให้เกิดอันตรายอย่างแน่นอน เพราะว่าคนที่ ขับตามนาน ๆ ตามันจะพร่าแล้วมองไม่เห็นข้างหน้าเลยครับ นี่คือปัญหาเรื่องที่ ๑
ปัญหาเรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวนี้ป้ายท้ายทะเบียนเริ่มอีกแล้ว ไม่ติดกันครับ และสังเกตได้ว่าพอไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นรถบรรทุกสิบล้อ รถกระบะ รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์เรานี่ ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไปทําเรื่องเกี่ยวกับโจรกรรม เรื่องเกี่ยวกับมือปืน ลักษณะนี้เป็นประจําครับท่านประธาน จึงฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดําเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าการที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนท้ายนั้นส่อพิรุธ ได้ทันทีครับว่าจะต้องก่อเหตุอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครก็ตามแต่ถ้าไม่ทําอย่างนี้ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนท้าย ผมเชื่อว่าจิตใจนั้นต้องทําร้ายใครแน่นอนครับ ขอบคุณครับ
สุดท้าย ท่านสมคิดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยครับ ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศบาลเมืองท่าบ่อว่า อยากทราบความคืบหน้าในการเปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราวเทศบาลท่าบ่อกับบ้านหาดดอกแก้วนะครับ แขวงจังหวัดนครเวียงจันทน์ อันนี้ก็อยากทราบความคืบหน้า อยากผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทยได้ให้คําตอบพี่น้องประชาชนเทศบาลท่าบ่อด้วยครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๑
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตําบลวัดหลวงนะครับ ทางเส้นนี้ ผมไปอยู่อําเภอโพนพิสัยก็เป็นเวลาเกือบ ๔๐ ปีแล้วทางเส้นนี้เป็นลูกรังมาตลอดระหว่างบ้านไผ่ มาบ้านโนนศิลาแล้วก็บ้านขามระยะทางไม่ถึง ๕ กิโลเมตร พี่น้องก็สูดดมฝุ่นมาตลอดเลยครับ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางหลวงชนบทได้ดูแลออกแบบพัฒนาถนนเส้นนี้ ให้พี่น้องประชาชนชาวตําบลวัดหลวงด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านหนองกุ้งใต้ต้องการพนัง กั้นตลิ่งแม่น้ําโขงบริเวณบ้านหนองกุ้งใต้ไปถึงปากน้ําเป อําเภอรัตนวาปีกับอําเภอโพนพิสัย ติดต่อกันระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร อันนี้ก็มีวัดที่สร้างอยู่ตรงนั้นเป็นวัดใหญ่มีคนไปทําบุญ เยอะแยะ ถ้าได้รับการพัฒนาตลิ่งแม่น้ําโขงตรงนี้ก็เป็นจุดชมวิวจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ของบ้านหนองกุ้งและอําเภอโพนพิสัยด้วย
เรื่องสุดท้าย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ตชด. จังหวัดหนองคาย อยากได้วัสดุที่ถาวรโดยเฉพาะหิน ปูน ทราย ไปทําบังเกอร์ (Bunker) ที่ถาวรเพื่อพัฒนาด่าน เพื่อพัฒนาค่าย ตชด. ตามริมแม่น้ําโขงให้เป็นค่ายมาตรฐานด้วยนะครับ ก็ขอฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยสนับสนุนพวกวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างบังเกอร์ ขอบคุณมากครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๒
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๕ คน
ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อ ๓๐๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ต่อไปผมจะเข้าระเบียบวาระ กระทู้ถามสดนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๗ ส. เรื่อง การพบปะระหว่างรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมของประเทศไทยและประเทศกัมพูชา (นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๓
ภายในเวลา ๑๐ นาที ๓ คําถาม ผู้ตอบตอบไปภายใน ๑๐ นาที ๓ คําตอบ เชิญถามได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้งใจมาสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ ๓ แล้วก็ได้มีการเลื่อนกระทู้ถามของผม มาเป็นสัปดาห์นี้นะครับ ประเด็นที่มีปัญหาแล้วก็จะถามท่านก็คือการไปพบปะกันระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศไทยก็คือท่าน พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต กับท่าน พลเอก เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา แล้วก็ไปพบปะกัน บริเวณปราสาทพระวิหารในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอประทานอภัย ท่านรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าก็รู้จักกับท่านอยู่ด้วยเหมือนกันเพราะเรียนหลักสูตรดีซีพี (DCP) ด้วยกัน แล้วก็ท่านเป็นผู้อาวุโส ต้องกราบขออภัยว่าถ้าข้อความต่อไปนี้อาจจะมีข้อความ บางอย่างที่ทําให้ท่านไม่สบายใจ แต่ว่าท่านเป็นชายชาติทหารและปฏิญาณตนในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไว้แล้ว ก็ต้องกราบประทานอภัยด้วยนะครับ ถ้ามีข้อความใดรบกวนท่าน มันจําเป็นที่จะต้องอภิปรายครับ เพราะเนื่องจากเป็นข้อสงสัยจริง ๆ ว่าการขึ้นไปบนปราสาทพระวิหาร โดยคําเชิญของประเทศกัมพูชาจะเป็นการเพลี่ยงพล้ําหรือไม่ อย่างไร ที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะเนื่องจากว่าเราเคยมีประเด็นข้อพิพาทกันมาแล้วกับประเทศกัมพูชาในตัวปราสาทพระวิหาร แล้วก็ได้มีคําวินิจฉัยของศาลโลกได้มีการตัดสินเอาไว้ในปี ๒๕๐๕ ว่าให้ปราสาทพระวิหารนั้น ตกเป็นของประเทศกัมพูชา ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนั้นเรามีหลักกฎหมายเกิดขึ้นใหม่ อีก ๑ อันครับ ไม่ว่าจะถูกโดยชอบหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็คือหลักเรื่องของกฎหมายปิดปาก และเหตุหนึ่งที่เป็นกฎหมายปิดปากที่ประเทศไทยโดนใช้ในขณะนั้นก็คือการที่มีข้าหลวงใหญ่ ของไทยท่านหนึ่งขึ้นไปโดยคําเชิญของประเทศกัมพูชาบนปราสาทพระวิหาร และขออนุญาต เอ่ยนาม ผมพูดสั้น ๆ แล้วกันนะครับ กรมพระยาดํารงราชานุภาพท่านไปโดยบังเอิญจริง ๆ ในขณะนั้น เพราะว่าเรสซิเดนซ์ (Residence) กําปงธม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดกําปงธม ชาวฝรั่งเศสมีการชักธงชาติประเทศกัมพูชาขึ้น แล้วก็ไม่ได้มีประเด็นในการทักท้วง เลยเป็นประเด็น ที่เขาหยิบยกขึ้นมาทําให้เรามีส่วนแพ้คดีในปี ๒๕๐๕ ซึ่งจริง ๆ ในการเสด็จไปเยือนครั้งนั้น ของกรมพระยาดํารงราชานุภาพก็มีการสร้างถนนใหม่ในจังหวัดศรีสะเกษที่ทําให้ความเจริญรุ่งเรือง ไปสู่ที่จังหวัดศรีสะเกษด้วย แต่แน่นอนลัทธิล่าอาณานิคมในขณะนั้นเขาก็เดินเกมหนัก สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๔ แล้วหยิบยกข้อกฎหมายแบบนี้เกิดขึ้น ผมอยากนําเรียนภาพนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานไว้ แล้วขอขึ้นหน้าจอสักนิดหนึ่งห้องโสตทัศนูปกรณ์ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒๒/๑
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่เป็นภาพความกังวลใจของผม ปี ๒๔๗๒ กรมพระยาดํารงราชานุภาพท่านเสด็จไป แล้วท่านจะเห็นในภาพบนมีการหาบเกี้ยวไป ท่านก็เสด็จมาเยือน ขณะเดียวกันในปี ๒๕๕๖ ท่าน พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต ก็เดินทางไปเยือน แล้วตําแหน่งท่านก็ใกล้เคียงกัน ในขณะนั้นกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ท่านเป็นอภิรัฐมนตรีในรัชกาลที่ ๗ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในขณะที่ท่านเองก็ดํารง ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน นี่คือภาพที่เกิดขึ้น ภาพที่ ๒ เป็นสถานที่ ที่ถ่ายในปี ๒๔๗๒ เช่นเดียวกัน นั่นละครับเป็นภาพถ่ายของกรมพระยาดํารงราชานุภาพ แล้วก็ถ่ายกับชาวฝรั่งเศสบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งศาลโลกก็บังคับเราโดยใช้กฎหมายปิดปาก ไปแล้วนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีในเรื่องนี้ว่ามีประเด็นที่ศาลโลกได้วินิจฉัยเอาไว้ แล้วลองมาดูปี ๒๕๕๖ นั่นคือภาพของท่าน พลอากาศเอก สุกําพลจับมือกับท่านเตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประวัติศาสตร์มันซ้ํารอยเดิมครับ ผมมีความกังวลใจ เพราะว่าศาลโลกในขณะนี้ได้ทําการวินิจฉัยในประเด็นนี้อยู่กําลังจะตัดสินในปีนี้ การขึ้นสู่ ศาลโลกมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณีจูงมือกันขึ้นไปขอความยุติธรรม หรือว่าจะเป็นกรณี ที่มีปัญหากับประเทศภาคีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือเป็นกรณีนี้ก็คือกรณีที่ ขอตีความตามคําพิพากษาเดิม ซึ่งขณะนี้ประเทศกัมพูชาขอตีความตามคําพิพากษาเดิม ซึ่งเขารอมานานแล้วครับ ว่าจะขอตีความว่าพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเป็นของใคร แล้วท่านรัฐมนตรีก็ไปเยือนประเทศกัมพูชา โดยไปบนปราสาทพระวิหารแบบนั้นละครับ ผมจึงต้องถามคําถามแรกว่าการเดินทางไปของท่านเดินทางไปโดยคําเชิญของท่าน การเดินทาง ของท่านไปเยือนในบริเวณใด ถ่ายรูปกันที่ไหน และจริง ๆ แล้วผมเองก็ได้ฝากถามท่านประธาน ให้ช่วยนําเรียนท่านรัฐมนตรีไปด้วยว่าถ้าเป็นไปได้กรุณานําภาพเคลื่อนไหวมาแสดงว่า วันที่ท่านไปนี้มันไปเจอกันตรงไหน อย่างไร ที่ไหน บริเวณใด เพราะเป็นสาระสําคัญแล้วก็ เป็นโอกาสดีที่ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบต่อสาธารณชน และตอบต่อสภาแห่งนี้เพื่อบันทึก เหตุการณ์ในคราวนั้นด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบคําถามที่ ๑ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒๒/๒ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ถามเรื่องนี้นะครับ ก็ตอบง่าย ๆ ว่าใครเชิญผมไป ผมเชิญตัวเองไปครับ ผมขอพบท่านเตีย บันห์ ทางประเทศกัมพูชาไม่ได้มีหนังสือเชิญ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ผมโทรศัพท์ ไปหาท่านเตีย บันห์เองว่าผมจะไปเยี่ยมทหารที่เขาพระวิหาร ก็อยากเจอท่านด้วยจะได้คุยกัน เรื่องชายแดนทั้งหมดว่าอย่างไร เรื่องความมั่นคงบริเวณชายแดนทั้งหมดเป็นอย่างไร และผม ไปในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือเรียกได้ว่าจีบีซี (GBC) เจอที่ไหน ผมเดินไปในเขตที่มีเขตประเทศไทยแล้วก็ขึ้นไปที่บริเวณเขาพระวิหาร ในตัวเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นเขตแดนของประเทศกัมพูชา คงจะเคลียร์ (Clear) นะครับ
ท่านอรรถวิชช์ถามคําถามที่ ๒ ครับ
ดีแล้วครับ ผมพยายาม เปิดโอกาสให้ท่านได้ตอบนะครับ เพราะไม่ทราบว่าที่ทําไปเป็นการทําโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเปล่า แต่ว่าอย่างไรท่านก็ได้ตอบแล้วนะครับว่าท่านได้ไปที่ไหน อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ กระทรวงการต่างประเทศได้มีความเห็นไม่ให้ท่านไปเยือน ที่ประเทศกัมพูชาในบริเวณเขาพระวิหาร กระทรวงการต่างประเทศจองโรงแรมที่ชื่อว่า สุรินทร์มาเจสติกให้ท่านเรียบร้อยครับ กองทัพก็ไม่มีความเห็นด้วยในการที่ท่านไปเยือน ในสภาพนั้น มันเลยมีประเด็นว่าที่ท่านบอกว่าท่านเชิญตัวเองไปนะครับ ท่านไปทําไมครับ แล้วจําเป็นที่ต้องไปในบริเวณนั้นหรือเปล่า เนื่องจากว่าผมได้นําภาพแสดงให้ท่านดูแล้ว ก็ไม่ได้เป็นภาพถ่ายบริเวณข้างในปราสาท นี่คือความกังวลใจเพราะมันมีเรื่องท่าทีนี้เกิดขึ้น และกระทรวงการต่างประเทศจัดโรงแรม สุรินทร์ มาเจสติก ให้ท่านแล้ว สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๒๓/๑ แล้วก็มีข่าวออกเรียบร้อยแล้วด้วยว่าท่านจะเดินทางไปที่โรงแรม สุรินทร์ มาเจสติก ท่านไม่ไปครับ มีความสงสัยประการที่ ๒ ตามมาว่า สัปดาห์หนึ่งล่วงหน้าก่อนที่ท่าน จะไปเยือนประเทศกัมพูชา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกจาก ประเทศกัมพูชาไปประเทศฮ่องกงโดยออกจากประเทศกัมพูชาในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ แล้วก็ไปถึงประเทศฮ่องกงในวันเดียวกัน ก็คือมีการเดินทางโดยอดีตนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ๑ สัปดาห์ เพราะท่านไปเยือนวันที่ ๒๖ ท่านประธานครับ กระผมเรียนตามตรงครับ ทักษิณคิด เพื่อไทยทํา ไม่ได้เป็นเรื่องที่เลวร้ายแต่ประการใดเพราะท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นอดีตผู้นําพรรค เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไรถ้าจะมีการรับฟังแนวนโยบายหรือจะมี การรับฟังวิธีการของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในการปฏิบัติราชการแผ่นดิน แต่ด้วย วิธีการแบบนี้ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีการทักท้วงไว้แล้วว่าอย่าไปเจอตรงพื้นที่ดังกล่าว มิฉะนั้นจะซ้ํารอยประวัติศาสตร์ประเทศไทยในปี ๒๔๗๒ ท่านตอบคําถามที่ ๒ ของผม สั้น ๆ ได้เลยครับ เพราะผมจะถามท่านสั้น ๆ อยู่แล้วว่าการไปในคราวนี้นโยบายของท่าน ที่ต้องเปลี่ยนที่เพราะอะไร ที่ต้องเปลี่ยนที่เพราะโดยคําแนะนําของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ข้อดีคืออะไร ข้อดีคือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ข้อดีคือ ผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวหรือว่าประโยชน์ของรัฐที่จะเจรจาต่อรองกันอย่างไร ขอช่วยบอกหน่อยเถอะครับว่าทําไมเปลี่ยนที่อย่างที่กระทรวงการต่างประเทศเขาจัดให้ที่ โรงแรม สุรินทร์ มาเจสติก ที่ไม่มีปัญหาเรื่องพิพาท แต่กลับกลายเป็นว่าท่านเปลี่ยนมาที่ ตัวปราสาทพระวิหารแล้วเปลี่ยนกะทันหันด้วยครับ เพราะก่อนหน้านี้ข่าวไม่ได้ออกมาบอกว่า จะไปเยือนบริเวณดังกล่าว ทําทําไมครับ และมีนโยบายอะไรที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จาก การกระทําของท่านครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ต้องเรียนก่อนเลยว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เป็นคน ดําเนินการเรื่องนี้ กระทรวงกลาโหมโดยกรมกิจการชายแดนเป็นคนทํา การติดต่อทั้งหลายนั้น กระทรวงกลาโหมทั้งนั้น กระทรวงการต่างประเทศนั้นส่งผู้แทนไปกับผมด้วย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๒๓/๑
ส่วนข้อทักท้วงของกระทรวงการต่างประเทศที่ท่านบอกจองโรมแรมที่จังหวัดสุรินทร์ หรือที่ไหน ไม่มีครับ ไม่ได้จอง เริ่มแรกผมต้องเรียนให้ท่านทราบก่อนว่าผมได้โทรศัพท์ ไปหาท่านเตีย บันห์ด้วยตัวเองว่าผมมาเยี่ยมทหารขอเจอกันที่เขาพระวิหาร ฉะนั้นที่มันบอก ชัดเจนอยู่แล้วว่าผมอยากเจอที่ไหน มันชัดเจนอยู่แล้วที่นั้น ต่อมาก็มีข้อห่วงใยเยอะ ทีนี้ผมก็ ติดอยู่ ๓ วัน ตอนนั้นหยุด ๓ วันรู้สึกจะเป็นวันมาฆบูชาด้วย ซึ่งทางประเทศกัมพูชา เขาก็หยุดนะครับ มารู้วันสุดท้ายว่ามีคนห่วงใยก็ไปที่อื่นก็ได้ ทีนี้ทางประเทศกัมพูชาไม่พร้อม เพราะเขาขออนุญาตมาอย่างนี้ก็ไปที่เดิม ก็ไม่ได้แปลกอะไรนะครับก็ไปที่เดิม ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่ได้มายุ่งอะไรอย่าไปผูกเรื่องโยงกับท่านไม่เกี่ยว ผมคิดเองได้ เรื่องนี้เรื่องหมู ๆ ไม่มีอะไร ต้องไปถามท่านนะครับ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์อะไร การไปประชุมวันนั้นบนเขาพระวิหารนั้น ไม่ได้ประชุมกัน ๒ คนหรือว่า ๓-๔ คน นั่งกันเป็นสิบ นั่งกันเยอะแยะไปหมดเลยในศาลา ที่มีอยู่ศาลาหนึ่ง ที่ผมไปผมมีวัตถุประสงค์อย่างไร เรามียุทธศาสตร์ข้อหนึ่งเรื่องชายแดนว่า ที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ไปคุยกับทางประเทศกัมพูชาคือเราต้องทําให้ชายแดนมั่นคง และมั่งคั่ง อันนี้เราก็ต้องทํา ผมก็สานต่อมา ผมไปคุยกันในเรื่องนั้นไม่มีคุยกันเรื่องชายแดนเลย เป็นเรื่องของเกี่ยวกับปัญหาทั่ว ๆ ไปที่เราควรจะต้องแก้กัน ไม่มีเรื่องเส้นเขตแดนทั้งสิ้น ตรงนี้นะครับ แล้วผลการประชุมออกมานั้นผมเรียนให้ท่านทราบเลยว่าวันนี้ท่านทูตกรุงเฮก อยู่ที่เมืองไทย ท่านได้รับรายงานจากคนของท่านที่ไปกับผมบอกว่าไม่มีข้อขัดข้องประการใด ข้ออะไรใด ๆ ทั้งสิ้นที่ทําให้เกิดปัญหาในเรื่องการพิจารณาคดีศาลโลกที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือสิ่งที่เรารายงาน นี่คือผลที่ได้มา ผมไปผมได้ไปคุยเรื่องอะไรบ้าง เรื่องแรกที่ผมคุยกับ ท่านเตีย บันห์ก็คือ ๑. เรื่องไม้พะยูง ต่อไปนี้ประเทศไทยจะเข้มงวดและเด็ดขาดขอให้ท่าน ดูคนของท่านว่าอย่าเข้ามาตัด พูดสั้น ๆ ๒. เรื่องของชายแดนนี้เราจะแก้ไขกันอย่างฉันมิตร สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒๔/๑ ส่วนเรื่องการปฏิบัติตามคําพิพากษาชั่วคราวของศาลโลกนั้นจะให้จอยนท์ เวิร์กกิ้ง กรุ๊ป (Joint Working Group) หรือเจดับเบิลยูจี (JWG) นั้นเป็นผู้ปฏิบัติผู้ดําเนินการทั้ง ๒ ฝ่าย จะทําอะไรเหมือน ๆ กัน การไปครั้งนี้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไทย-กัมพูชานั้นสามารถพูดคุย ในเรื่องนี้ได้โดยตัวของเราเอง ๒ คน ไม่ต้องมีใครมายุ่ง เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน มีนโยบาย ที่ดีต่อกันเราก็คุยกัน
เรื่องที่ ๓ เรื่องสําคัญ ในการปักปันเขตแดนหลักที่ ๔๓ นั้น คณะกรรมการ ได้มาพิจารณาแล้วว่าโอเค (OK) หลักเขตแดนนั้นตรงนี้ทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นแล้วว่าใช้ได้ว่าโอเค ถูกต้องนะครับ แต่หลักการในเอ็มยู ๔๓ (MU43) ที่เรามีอยู่เราบอกไว้เลยว่าถ้าชาวบ้าน เราทําทั้ง ๒ ฝ่ายทํางานอยู่อย่างไร หากินอยู่อย่างไรก่อน อย่าเพิ่งไปโยกย้ายเขา ให้อยู่อย่างนั้น ถึงแม้จะติดเส้นเขตแดนแล้ว เพราะมีหลายวิธีการมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องทํา เพราะฉะนั้น ตรงนี้เนื่องจากว่าทางฝ่ายประเทศกัมพูชาก็ไม่ให้คนของเราไปทํา ผมไปพูดกับท่าน วันรุ่งขึ้น ท่านเตีย บันห์ก็โทรศัพท์บอกว่าเรียบร้อยทุกอย่าง ณ เวลานี้ทหารภาคที่ ๕ ของประเทศกัมพูชา ก็คุยกับเราอยู่ว่าจะให้ชาวบ้านเราไปทํานาอย่างไรต่อไปเหมือนเดิมคือคงสภาพเดิมไว้ นี่สิ่งที่ ได้มานะครับ เพราะฉะนั้นผมคงตอบคําถามทั้งหมดว่าในเรื่องที่ว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้น ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นคนไปเอง แล้วก็ไปที่ในปราสาทเขาพระวิหารนั้นก็เป็นวัตถุประสงค์แรก ที่จะไปอยู่แล้วนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์มีเวลา ๒ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระทรวงการต่างประเทศมีข้อทักท้วงไปยังกระทรวงกลาโหม ก็คือไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ จริง ๆ ท่านก็น่าจะบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศมีข้อทักท้วงอะไรบ้าง แต่อย่างนี้ครับ ท่านประธาน เนื่องจากกว่าการถ่ายทอดกระทู้ถามนี้เป็นการถ่ายทอดสด จริง ๆ ประเด็นที่จะถาม ท่านสุกําพลมันเป็นหลายเรื่องที่ก็ไม่ควรถ่ายทอดสด ก็พยายามจะถามด้วยความระมัดระวัง คนตอบก็ตอบด้วยความระมัดระวังในงานนี้นะครับ คือผมกังวลใจแบบนี้ท่านประธานครับ ผมก็ยังยืนยันนะครับว่าเป็นข่าว แล้วผมก็ยังติดตามข่าวอยู่ ตอนแรกก็ดีใจท่านจะไปเยือน ที่โรงแรม สุรินทร์ มาเจสติก ในฐานะที่ท่านอยู่จีบีซีในการดูแลก็เป็นเรื่องที่ดี พอท่านเปลี่ยน ไปเป็นกะทันหันเลยมีประเด็นข้อกังขา แล้วประเด็นข้อกังขาในท่าทีแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒๔/๒ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่าสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองมีการปะทะกันระหว่าง ไทย-กัมพูชา แล้วก็ทหารเสียชีวิต ๑๐ นาย ประชาชน ๔ คน ทหาร ๑๐ นายที่เขาเสียชีวิตไป เขาเสียชีวิตเพื่อรักษามาตุภูมิ เขาเสียชีวิตเพื่อรักษาท่าทีของประเทศไทยที่มีต่อกระบวนการ ที่จะขึ้นต่อศาลโลกในอนาคต ๑๐ คน เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๔ มีเสียชีวิตคือ สิบเอก วุธชรินทร์ ชาติคําดี นี่ที่ภูมะเขือ จังหวัดศรีสะเกษ พอมาเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมมีเสียชีวิตอีก ๙ นาย จ่าสิบเอก วิทยะ สวนชูผล จ่าสิบเอก บุญรัตน์ สุขจิตร์ พลทหาร บุญฤทธิ์ ชางาม สิบเอก ประเวช หาราช ทหารพราน สมคิด สมศรี ทหารพราน อารีย์ คงนาคพะเนาว์ ร้อยตรี อุทัย หมื่นอภัย ทหารพราน กึ้ง พลสงคราม พลทหาร ธวัชชัย บุญมั่ง ๑๐ คนที่เขา เสียชีวิตไป ๙ คนเสียที่ปราสาทตาควาย เขาเสียเพื่อปกป้องมาตุภูมิและขอเชิดชู สิ่งที่เขาต้องรบ สิ่งที่เขาต้องเสียชีวิตจากการปกป้องในการยิงปะทะกันเพราะประเทศกัมพูชายิงเข้ามาก่อน เราต้องมีการตอบโต้ เราต้องมีการรักษาท่าทีของเราในฐานะเป็นชายชาติทหารเขาก็ดําเนินการตามนั้น จนเสียชีวิต สิ่งที่ท่านไปเยือนประเทศกัมพูชาแล้วไปถ่ายรูปชักภาพกันบริเวณปราสาทพระวิหาร เป็นเรื่องที่ล่อแหลมและอันตรายมากครับ แล้วกระทรวงการต่างประเทศก็ทักท้วงแล้ว วิธีการแบบนี้ไม่อยากเห็นอีกครับ แล้วผมเองในรายการถ่ายทอดสดวันนี้ก็พูดได้เท่านี้จริง ๆ ครับ เพราะถ้าลึกกว่านี้ต้องคุยกับเขาที่อื่นแล้วครับ ก็ขอฝากเตือนท่านรัฐมนตรีสุกําพลนะครับว่า การดําเนินนโยบาย ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ เพราะฉะนั้นการรักษาท่าทีจําเป็นนะครับ ๑๐ คนนายทหาร ที่เขาตายเสียชีวิตไปเพื่ออะไรล่ะครับ เพื่อรักษามาตุภูมิ เพื่อรักษาท่าที ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไม่จําเป็นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียดินแดน และนี่คือสิ่งที่ฝากเอาไว้ครับ ในคําถามสุดท้ายคงไม่ถามแล้วนะครับ แล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีสุกําพลว่าความรักชาติ นี่สําคัญนะครับ และการแสดงออกเป็นเรื่องสําคัญ เขายอมสูญเสียชีวิตเพื่อรักษาท่าที แต่ของท่านการที่ไปถ่ายรูปในแบบนั้นมันจะเสียมากกว่าได้ และขอให้ดําเนินการระมัดระวัง จากนี้เป็นต้นไป เพราะจะมีคําวินิจฉัยของศาลโลกเกิดขึ้นในปีนี้ครับ ขอบพระคุณครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๒๕/๑
ท่านอรรถวิชช์ ไม่ถาม ท่านจะตอบไหมครับ
ก็เปลืองเวลานะครับ คือเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้าท่านอรรถวิชช์สงสัยเดี๋ยวลงมาข้างล่าง เจอกับผมคุยกันได้ ความลับ รู้จักกันอยู่แล้ว เดี๋ยวเชิญเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านอรรถวิชช์ พบรัฐมนตรีข้างหลังบัลลังก์เลยนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๒
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๘ ส. เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง (นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๒๕/๒
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ
ท่านประท้วงหรือครับ อยู่ในเวลากระทู้ถามนะครับ
ผมหารือท่านประธานนิดเดียวครับ
หักเวลาด้วยนะครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจําได้ผมหารือท่านประธานหลายครั้ง กระทู้ถามสดที่ถามนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมาตอบเพราะว่าเป็นภาพรวม และเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงของท่านนายกรัฐมนตรี ให้ท่านประธานได้ช่วยกําชับว่า ให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบด้วยตัวเอง อย่างกรณีกระทู้ถามเมื่อสักครู่นี้ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปด้วยตัวเอง
ท่านใช้เวลา ของท่านวิรัตน์อยู่
นั่นสิครับ ผมหารือท่านประธานครับ
มันเป็นอํานาจ ที่นายกรัฐมนตรีสามารถมอบได้
นั่นสิครับ แต่ว่ามอบได้ก็เฉพาะเรื่องครับ อย่างเช่นกระทู้ถามที่ ๔
เดี๋ยวท่าน ไปหารือหลังกระทู้ถามดีกว่า ใช้เวลาของท่านวิรัตน์ไปครับ ขออนุญาตท่านครับ
ไม่ ท่านประธานต้องทดเวลาครับ แต่ว่า ท่านประธานต้องกําชับท่านนายกรัฐมนตรีต้องให้ความสําคัญสภาครับ ไม่ใช่ถึงเวลาสภา ก็เดินทางไปต่างประเทศ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๒๕/๓
ครับ เชิญนั่ง โอเคครับ พอแล้วครับท่าน เป็นอํานาจ เชิญท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธาน ได้ทดเวลาให้ผมนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งซึ่งเป็นกระทู้ถามสดในวันนี้ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุให้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาวิกฤติภัยแล้ง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจําแต่ละปีของประเทศไทยเรา ปีนี้รุนแรงมากนะครับท่านประธาน จังหวัดของ ท่านประธานก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติภัยแล้งเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติในทุกภาคของประเทศไทย คือโดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งเป็นบ้านของผมเองจังหวัดสุโขทัยเป็นอันดับแรก ๙ อําเภอ ทั้งจังหวัด แล้งในขณะนี้ ภาคอีสาน ๑๗ จังหวัดด้วยกัน ภาคตะวันออก ภาคใต้ แต่ก็ต้องอิจฉาภาคกลาง มีจังหวัดชัยนาทจังหวัดเดียวที่ไม่ได้ประสบปัญหาภัยแล้งมากเหมือนกับทุกภาค ท่านประธาน ที่เคารพครับ สรุปแล้วได้ประกาศถึง ๓๖ จังหวัด ๓๙๑ อําเภอ ๒,๖๘๐ ตําบล ๒๖,๕๕๕ หมู่บ้าน ขั้นรุนแรงถึง ๒๑ จังหวัดด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพ โดยเฉพาะภาคเหนือ ๔ จังหวัดที่ผม เป็นห่วงที่สุดคือจังหวัดบ้านผมจังหวัดสุโขทัย รองลงมาก็คือจังหวัดตาก จังหวัดตากมีเขื่อนภูมิพล มีระบบชลประทานที่สมบูรณ์ยังประสบภัยแล้งประกาศเป็นภัยพิบัติขั้นรุนแรงเช่นกันนะครับ นอกจากนั้นก็มีจังหวัดแพร่ของรองประธานผมเองของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทางกรมโยธาธิการ และผังเมืองนั้นได้เคยทําการสํารวจและแก้ไขปัญหาได้รับรางวัลดีเด่นมาแล้ว ปีนี้แล้งอีกแล้วนะครับ หลังจากนั้นก็เป็นจังหวัดเชียงราย ทางภาคอีสาน ๑๓ จังหวัด ขอกราบนําเรียนต่อท่านประธาน เลยนะครับ ตั้งแต่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดยโสธร จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดสุรินทร์ นี่ประกาศเป็นเขตรุนแรง ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้เชื่อว่ารัฐบาลทราบปัญหานี้ อย่างดีอยู่แล้วเพราะว่าเกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๒๖/๑ ท่านปรีชาได้มาตอบกระทู้ถามสดในวันนี้ ท่านได้เดินทางไปจังหวัดสุโขทัยด้วยซ้ําไปนะครับ แล้วก็ขณะนี้พี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยได้ฝากคําถามท่านนะครับ ผมจะขอถามท่านในคําถาม สุดท้ายนะครับ ในช่วงนี้ผมขอถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่ารัฐบาลนั้น ได้ดําเนินการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบันอย่างไรบ้าง โดยมีโครงการเร่งด่วน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ กี่โครงการ โครงการที่ดําเนินการไปแล้วไปทําที่ใดบ้าง หรือยังไม่ได้ทํา รอให้แล้งมันเสร็จก่อนหรือไปทําปีหน้านะครับท่านรัฐมนตรีครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคําถามที่ ๑ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วิรัตน์ที่ได้เป็นห่วงเป็นใย พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องที่ประสบปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ ต้องนํากราบเรียนว่า จังหวัดสุโขทัยนั้นก็ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศ เป็นภัยพิบัติเกี่ยวกับความแห้งแล้ง ต้องนําเรียนว่าสืบเนื่องมาจากวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วก็ได้อนุมัติในหลักการในการที่ จะเร่งรัดเตรียมความพร้อมในการที่จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในขณะนั้น ก็ได้มอบหมายในขณะนั้นทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศภัยพิบัติ ทั้งหมด ๒๙ จังหวัด และทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็มีคําสั่งในมติคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ คณะรัฐมนตรีลงรายจังหวัดใน ๒๙ จังหวัด บางท่านก็อยู่ ๒ จังหวัด บางท่านก็ ๑ จังหวัด ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในส่วนนี้ ต่อมาในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดใน ๒๙ จังหวัด เช่น เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๒๙ จังหวัด เชิญอธิบดีที่เกี่ยวข้อง เชิญรัฐมนตรีที่ดูแลใน ๒๙ จังหวัด มาร่วมการประชุมและวางแผน ในการที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในส่วนนี้ทางรัฐบาลเอง ก็ได้กําชับได้วางกรอบในการเร่งรัดดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๒๖/๒ เป็นประธานในที่ประชุมนั้นได้เน้นย้ําว่าการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้งนั้น ขอให้ลงในรายละเอียด เริ่มตั้งแต่รายหมู่บ้าน รายตําบล รายอําเภอ แล้วก็ให้กําชับว่าพื้นที่ ตรงไหนที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน มีความจําเป็นก็ให้ดูว่าเร่งด่วนขนาดไหน มีความจําเป็น ขนาดไหน ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าในขณะนี้เราเองก็ได้ดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งทางรัฐบาลเองได้อนุมัติโครงการเร่งด่วนในทั้งหมด มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้อนุมัติงบกลางจํานวน ๖๙๗ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้นในระยะตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์เป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม มีในโครงการนะครับ ซึ่งในการเร่งรัดขุดเจาะ บ่อบาดาลโดยมอบหมายทั้งหมดตามความจําเป็นที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เสนอมานะครับ โดยมอบให้หลาย ๆ หน่วยงานซึ่งขุดเจาะบ่อบาดาลเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน จํานวน ๑,๒๕๓ บ่อ แล้วก็ดูเป็นรายจังหวัด ก็อยากจะกราบเรียนว่ามีภาคเหนืออยู่ทั้งหมด ๔ จังหวัด เช่น จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดตาก รวมถึงจังหวัดสุโขทัย เป็น ๔ จังหวัดภาคเหนือ นอกเหนือจากนั้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็อีก ๑๐ จังหวัด สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๒๗/๑ รวมไปถึงภาคตะวันตกนะครับ ซึ่งในจังหวัดจันทบุรีรวมทั้งหมด ๑๕ จังหวัดที่ได้งบประมาณ ในการเร่งรัดแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ซึ่งได้อนุมัติเงินงบกลางที่ผมได้กราบเรียนเป็นเบื้องต้นนะครับว่า จํานวน ๖๙๗ ล้านบาท แล้วก็เป็นการจัดหาภาชนะเก็บกักน้ําประจําหมู่บ้านที่ไม่มีถังน้ําที่จะ เก็บน้ําในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒๒,๘๐๐ ถัง แล้วก็ จะมีเกี่ยวกับเรื่องที่ผมได้เรียนแล้วนะครับว่ามีการขุดเจาะบ่อบาดาลจํานวน ๑,๒๕๓ บ่อ ซึ่งอยากจะกราบเรียนนะครับว่าในการขุดเจาะบ่อบาดาลนั้นซึ่งได้งบประมาณ ส่วนนี้ก็อยากจะ นําเรียนครับว่าข้อมูลต่าง ๆ นั้นเราได้มาจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นได้เน้นย้ํานะครับว่าจังหวัดไหนก็ตามก็ขอให้ดูตามความจําเป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองนั้นได้ให้ ความสําคัญ เป็นต้นว่าที่จังหวัดสุโขทัยก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าเราก็ได้ขุดเจาะบ่อบาดาล จํานวน ๑๐๐ บ่อ ซึ่งมี ๒ หน่วยงานที่จะดําเนินการ หน่วยงานแรกคือทางกระทรวงมหาดไทย โดยได้มอบหมายให้ทางกรมทรัพยากรน้ําบาดาลในการขุดเจาะบ่อบาดาลในจังหวัดสุโขทัย จํานวน ๕๐ บ่อ แล้วก็ทางกระทรวงมหาดไทยดําเนินการเองโดยผ่านกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยอีกจํานวน ๕๐ บ่อ ส่วนรายละเอียดในหมู่บ้านไหนนั้นบัญชีผมเอง ก็อยากจะ นําเรียนว่าเดี๋ยวผมจะไปยื่นไปประสานท่านว่าในจํานวน ๑๐๐ บ่อในการขุดเจาะบ่อบาดาลนั้น มีหมู่บ้านไหนได้ ถ้าผมชี้แจงตอนนี้ก็จะเสียเวลาตรงนี้นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนนี้ ทางรัฐบาลเองนั้นได้เป็นห่วงเป็นใยตรงนี้ นอกเหนือจากนั้นในส่วนการเตรียมความพร้อม ในการดูแลตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้กับ ทุกหน่วยงานที่มีการประชุมว่าพื้นที่ตรงไหนในจังหวัดต่าง ๆ นั้นให้เตรียมรถน้ําในการที่จะ บรรทุกน้ําจากแหล่งน้ําดิบนําเอาไปสู่พี่น้องประชาชนที่ประกาศภัยแล้ง นอกเหนือจากนั้น ก็ได้สั่งการให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมฝนหลวงว่าพื้นที่ตรงไหนที่แล้งมาก สามารถทําฝนเทียมได้ก็ไปทําฝนหลวงให้ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนนี้ทางท่านทั้งหลาย ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะทราบดีว่าในสนามบินต่าง ๆ ได้เห็นเครื่องบินนะครับ
รัฐมนตรี ต้องรักษาเวลาด้วยนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๒๗/๒
เครื่องบินของกรมฝนหลวงก็ไปจอดประจําอยู่ว่าพื้นที่ตรงไหนสามารถทําได้ ก็จะดําเนินการนะครับ ก็ตอบเป็นเบื้องต้นครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวิรัตน์ครับ คําถามที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ สําหรับ ท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบสักครู่นี้นะครับ ส่วนหนึ่งนะครับท่านรัฐมนตรี จากจํานวนหมู่บ้าน ถึง ๒๖,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ท่านทําโครงการเพียงเท่านี้ถือว่าน้อยมากไม่กี่เปอร์เซ็นต์เอง ถือว่าภารกิจ ในส่วนของกระทรวงของท่าน แต่กระทรวงอื่นท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบหมายให้ท่านเลย โดยเฉพาะกรมชลประทานที่พี่น้องประชาชนจะให้มีการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาว ท่านรัฐมนตรีครับ สําหรับในส่วนที่ผมจะถามในปัญหาที่ ๒ ผมขออนุญาตได้เพิ่มเติมข้อเท็จจริง ในส่วนของ ๒๑ จังหวัด ซึ่งได้รับผลกระทบภัยแล้งนะครับ ปัญหาน้ํากินน้ําใช้ โดยเฉพาะพืชไร่ เสียหาย พี่น้องทําข้าวนาปรังในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ถึงแม้จะมีอ่างเก็บน้ําทุ่งทะเลหลวง ใช้เนื้อที่ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ไร่ ซึ่งกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ทราบว่า ท่านจะตอบได้หรือไม่ในส่วนนี้ ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เลย เพื่อรวบรัดเวลาผมจะถามคําถามในส่วนของคําถามที่ ๒ ว่าในงบเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ของทางรัฐบาลนั้นที่ท่านได้ชี้แจงไปสักครู่นี้ว่า ๖๙๑ ล้านบาท ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เองนะครับ ในการดําเนินการในส่วนนี้ซึ่งเป็นปัญหาในเรื่องวิกฤติ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๒๘/๑ พี่น้องขาดแคลนน้ําใช้นะครับ ตอนนี้ไม่มีน้ําแล้วครับมีแต่น้ําตา ปัญหาภัยแล้งนี้ทําให้พี่น้อง มีความยากจนมากมายนะครับ ก็ขอถามท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่า เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําอะไร ที่ไหนบ้างนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรี มีเวลา ๓๐ กว่านาที ๒ คําถามนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอกราบเรียนนะครับว่า ในส่วนที่ท่าน ส.ส. วิรัตน์ได้ถามว่างบที่เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาภัยแล้งนั้นจํานวนที่ใช้ พ.ร.บ. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไปใช้อย่างไร ขณะนี้ต้องนํากราบเรียนนะครับว่าในส่วนของงบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในขณะนี้ได้ใช้เพียงประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ถนนป้องกันน้ําท่วม ในเขตกรุงเทพมหานครก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นอกเหนือจากนั้นยังไม่ได้ ดําเนินการใช้เลยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าในส่วนงบที่แก้ไขปัญหา ภัยแล้งในขณะนี้ใช้งบกลางจํานวน ๖๙๗ ล้านบาทนั้น ใช้งบกลางของปี ๒๕๕๖ ต้องกราบเรียน เดี๋ยวท่านจะสับสน นอกเหนือจากนั้นในการเตรียมความพร้อมในการดูแลปัญหา พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้งนั้น ต้องนํากราบเรียนว่าขณะนี้ได้อนุมัติให้ ๑๕ จังหวัด ยังเหลือ อีก ๒๑ จังหวัด ณ ขณะนี้จะมีการเข้าที่ประชุมในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ว่าอีก ๒๑ จังหวัดนั้นมีจังหวัด ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึงภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซึ่งอยู่ใน ๒๑ จังหวัดนั้นก็จะเร่งรัดดําเนินการ โดยเฉพาะจากการขุดเจาะบ่อบาดาลก็ดี ในการที่จะนํา ภาชนะหรือความต้องการของพี่น้องประชาชนใน ๒๑ จังหวัดจะมีการประชุมในวันจันทร์นี้ ก็อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติม นอกเหนือจากนั้นก็อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมนะครับว่า ตามที่ท่านได้ไปคลุกคลีกับผมที่พี่น้องจังหวัดสุโขทัยประสบปัญหาภัยแล้งนั้น ก็อยากจะเรียน เพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับว่าในส่วนที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับเขื่อนป้องกันตลิ่งในจังหวัดสุโขทัย ที่บริเวณวัดราชธานีได้งบประมาณดําเนินการแล้วในปีนี้ใช้งบกลางจํานวน ๑๕.๖ ล้านบาท ยาว ๑๒๐ เมตร แล้วก็ตั้งงบปี ๒๕๕๗ อีก ๑๕ ล้านบาท มีความยาวเพิ่มอีก ๑๒๐ เมตร แล้วก็ วัดไทยชุมพล ความยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร ใช้งบประมาณ ๘.๕ ล้านบาท และคลองแม่รําพัน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๒๘/๒ อีก ๒๗ ล้านบาท มีความยาวถึง ๓๐๐ เมตร ใช้งบประมาณปีนี้งบกลาง ขณะนี้ดําเนินการ ประกวดราคาอยู่นะครับ งบประมาณทั้งหมดในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย ๕๑ ล้านบาท ความยาว ๕๒๐ เมตร นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่ดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดสุโขทัย ต้องขอขอบพระคุณในความเป็นห่วงเป็นใยของพี่น้องจังหวัดสุโขทัย สมแล้วที่ท่านเป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย ขอบพระคุณมากครับ
ท่านวิรัตน์ คําถามสุดท้ายครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านลงไปดู แต่ท่านไปดูช่วงน้ําท่วมนะครับ งบประมาณที่ลงไปตอนนี้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะสมาคมชาวพ่อค้า จังหวัดสุโขทัยได้ทําหนังสือด่วนมาให้ผมวันนี้เสียด้วยซ้ํานะครับ ท่านได้ชี้แจงในเรื่องเขื่อน ป้องกันริมตลิ่ง ผมจึงขอโอกาสนี้ว่าหลังจากที่ท่านได้ไปรับปากกับพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย ที่จะมีการสํารวจในจุดล่อแหลมคือจุดที่น้ํากัดเซาะพนังริมตลิ่งที่จะทะลุไปยังเขตชุมชน หรือในตลาดเทศบาลที่ประสบปัญหาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้น้ํายังไม่มานะครับบริเวณหลังวัดไทยชุมพล พังทลายมาเมื่อวันที่ ๓ ที่ผ่านมานี้เอง ระยะทางเกือบ ๑๐๐ เมตร อยู่ ๆ ก็พังลงไปเป็นอุโมงค์ แล้วตอนนี้ประชาชนหรือพ่อค้าในตลาดในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีนั้นได้ดําเนินการ สํารวจเองเสียด้วยซ้ํา ปรากฏว่ามีหลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณริมตลิ่งโรงแรมริเวอร์วิวห่างจาก วัดราชธานีไม่ถึง ๒๐๐ เมตร ตลอดแนวจนถึงหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดแนว ทั้ง ๒ ฝั่งมีโอกาสที่จะพังทลาย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๒๙/๑ ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีได้ไปดูแลในเรื่องนี้เพื่อมีการสํารวจโดยผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง ไปสํารวจอย่างเร่งด่วนเพื่อจัดงบประมาณมาด้วยนะครับ
สําหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งทางรัฐบาลภายใต้การนําของพรรคเพื่อไทย ได้โฆษณาหาเสียงก่อนการเลือกตั้งเป็นเวลาถึง ๒ ปีแล้วนะครับว่า ลาที ลาก่อน น้ําท่วม น้ําแล้ง จังหวัดสุโขทัยประสบปัญหามาโดยตลอดนะครับ แล้วปรากฏว่างบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านยังใช้ไม่หมด ปรากฏว่ารัฐบาลจะกู้อีก ๒.๒ ล้านล้านบาทนะครับ ตรงนี้จึงฝากจริง ๆ นะครับว่า ขอให้รัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณไปแก้ไขปัญหาเป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหา เรื่องวิกฤติน้ําแล้งและน้ําท่วมที่จะถึงในเวลาอันไม่ช้านี้นะครับ โดยเฉพาะเขื่อนแก่งเสือเต้น หลาย ๆ ท่านที่ได้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามทั่วไปก็ดี ตอบข้อหารือต่าง ๆ ก็ดีนะครับว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นจะสร้างทั้ง ๆ ที่เรามีการออกแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ปลอดประสพก็ได้มาบอกว่าจะสร้างเขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง ซึ่งใช้งบประมาณเป็น ๒ เท่า หรือมากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นนะครับ แต่รับน้ําได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เขื่อนยมบน ๕๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนยมล่าง ๑๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้มี การสํารวจออกแบบ พี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือภัยน้ําท่วมก็เลยไม่รู้ว่า จะประสบชะตากรรมอย่างนี้มาอีกกี่ปีนะครับ ก็เลยสอบถามในส่วนนี้ข้อที่ ๓ ครับว่าโครงการ เร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาในระยะที่จะต้องดําเนินการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมน้ําแล้งในการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ําต่าง ๆ ที่จะกักเก็บน้ําไว้ใช้ในฤดูแล้งในแต่ละจังหวัดเลยนะครับ โดยเฉพาะ ในภาคเหนือ ปิง วัง ยม น่าน ประสบปัญหาอย่างยิ่งยวดนะครับ ก็อยากจะสอบถาม ต่อท่านรัฐมนตรีว่าในส่วนนี้ได้มีการก่อสร้างอย่างไรบ้าง ดําเนินการอย่างไร
แล้วอีกคําถามหนึ่ง ในคําถามเดียวกันนะครับว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในขณะนี้รัฐบาลได้มีมาตรการหรือมีแนวทางช่วยเหลือให้เงินเยียวยาหรือค่าชดเชยแก่ พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งในขณะนี้ที่ไหน อย่างไรบ้างนะครับ ขอบคุณครับ
คําถามสุดท้าย ท่านรัฐมนตรีครับ ใช้เวลาสัก ๒ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๒๙/๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณ แล้วก็ต้องขอนําเรียนนะครับว่าในส่วนที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยในลําน้ํายม ซึ่งเป็นลําน้ําสายเลือด ของพี่น้องในหลายจังหวัด ไล่ตั้งแต่จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ มาถึงจังหวัดสุโขทัยของท่าน ก็ต้องนําเรียนนะครับว่าผมเองก็เป็น ๑ ในคณะกรรมการที่ได้มีการพิจารณา ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ปลอดประสพนั้นเป็นประธาน กบอ. ต้องนําเรียนนะครับว่าในส่วนนี้ที่คาดว่าในลําน้ํายม ของท่านนั้นได้ดําเนินการแน่นอนในปีนี้ ซึ่งจะมีโครงการก่อสร้างในขณะนี้ได้มีการทําการศึกษา กรอบแนวความคิด เช่น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง หรือเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งตรงนี้เราก็ยังรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ก็นําเรียนครับว่าในส่วนลําน้ํายมนั้นต้องมีการดําเนินการ สร้างอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน ต้องกราบเรียนให้ท่านสบายใจ นอกเหนือจากนั้นเงินชดเชย สําหรับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย ซึ่งทางรัฐบาลเองโดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้น ท่านได้สั่งการลงไปเลยนะครับว่าขอให้เอาจริงเอาจังในการเข้าไปดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยยึดถือกฎเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ครับว่ากฎเกณฑ์ที่ชดเชยชาวนาเท่าไร พืชไร่เท่าไร ในข้อกฎหมาย จริง ๆ ก็อยากกราบเรียนว่าส่วนนี้มันเป็นส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งจะดูแลอยู่นะครับ ผมเองก็ต้องขอกราบเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นเงินเป็นสิทธิของพี่น้องเกษตรกรที่จะได้รับ ก็อยากกราบเรียนเป็นเบื้องต้นนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณไว้ในโอกาสนี้ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๓๐/๑
จบกระทู้ถามที่ ๒ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓ ของท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ ถามเรื่องภัยแล้ง
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุกิจ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ผมก็จะเห็นว่า ภัยแล้งกําลังเป็นภัยที่พี่น้องประชาชนกําลังประสบอยู่นะครับ แต่เรื่องของการบรรจุกระทู้ถามสด ในวันนี้นะครับ มันมีเรื่องภัยแล้งมาซ้อนกัน ๒ กระทู้ถามนะครับ ซึ่งผมเกรงว่าจะขัดกับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ ซึ่งมีอยู่ ๒ วงเล็บนะครับ (๓) แล้วก็ (๔) นะครับ (๓) บอกว่า เป็นเรื่องที่ ได้ตอบไปแล้วหรือชี้แจงแล้วว่าไม่ตอบ เรื่องของกระทู้ถามสดนะครับ ข้อห้ามของการตั้ง กระทู้ถามสด
ท่านสุกิจครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยแล้วนะครับ คืออย่างนี้ผมจะเตือนท่านอนันต์อยู่แล้ว เมื่อสักครู่เขาถามการแก้ปัญหาภัยแล้ง แต่ท่านอนันต์จะถามเรื่องภัยแล้ง ผมก็จะบอกตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ ท่านอนันต์จะถามซ้ํากับคําถามเดิมไม่ได้นะครับ ๓ คําถามท่านจะถาม ซ้ําไม่ได้ แต่ถ้าคนละพื้นที่กันนี่ครับ ถ้าคําถามไม่เหมือนกันนี่มีสิทธิถามได้ ผมอ่านข้อบังคับ ไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วครับ ขอบคุณคุณหมอสุกิจที่ตักเตือนครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๙ ส. เรื่อง ภัยแล้ง (นายอนันต์ ศรีพันธุ์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๓๐/๒
ท่านอนันต์ถามได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็เป็น สิ่งที่ฮอท อิชชู (Hot issue) เกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งนะครับ บ้านผมก็แล้งเหมือนกัน ภาคอีสาน นี่แล้งมากที่สุดครับ ทางภาคเหนือก็แล้งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็เลยบังเอิญคําถามหรือกระทู้ถาม ที่เป็นประเด็นปัญหาที่จะถามทางรัฐบาลนั้นก็คงจะคล้ายคลึงกัน ท่านประธานครับ
คือไม่เหมือนกัน เหมือนกันไม่ได้ครับ ต้องต่างกันครับ
คงไม่เหมือนครับ แต่ว่าบ้านผมก็แล้ง ผมก็เลยถามประเด็นนี้แค่นั้นครับ เพราะฉะนั้นประเทศไทยนั้นเป็นประเทศเกษตรกรรม อาชีพคนส่วนใหญ่นั้นคือการเกษตร แต่ทําไมความแห้งแล้งนั้นก็ได้ถูกดูแลมาอย่างไม่ทั่วถึง และตลอดมาทุกยุคทุกสมัย เพราะฉะนั้นปีนี้ก็ปรากฏว่าประเทศไทยนั้นประสบปัญหาภัยแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงในช่วงเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ผมถึงบอกว่าเกษตรกรนั้นคือกระดูกสันหลัง ของประเทศ แต่ว่ากระดูกสันหลังนั้นผุกร่อนหมดแล้วครับ นี่คือภาคเกษตร เพราะฉะนั้น จากที่ท่านได้พูดไปว่ามันแล้ง ๓๖ จังหวัดทั้งหมด แล้วก็มี ๓๙๑ อําเภอ ๒๖,๘๐๐ หมู่บ้าน จากประชากรที่ประสบความแห้งแล้ง ๖๑๕,๐๐๐ ครอบครัว นี่คือปัญหาของทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับผมก็อยากจะถามนะครับว่าเกษตรกรที่ประสบปัญหานั้นนี่ครับ ทางนโยบายของรัฐบาลจะดูแลในระยะที่ถาวรไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่ละปี นี่คือสิ่งที่ จะต้องแก้ปัญหา ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาน้ําท่วมและฝนแล้งให้หมดภายใน ๔ ปี
ผมอยากถามประเด็นแรกเลยครับ เพื่อความรวดเร็วว่าในการที่จะแก้ปัญหา ภัยแล้งและน้ําท่วมของรัฐบาลนี่ครับ เดี๋ยวนี้มีแผนอย่างไร ซึ่งดําเนินการไปถึงไหนแล้ว เพราะประชาชนนั้นกําลังรอคอยนโยบายอันนี้อยู่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีที่ประชาชนนั้นต้องการ ที่จะเห็นความอุดมสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ เพราะฉะนั้นผมถึงตั้งคําถามประเด็นแรกว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลเกี่ยวกับฝนแล้งและน้ําท่วมที่จะแก้ไขปัญหาให้หมดไปจาก ประเทศไทยใน ๔ ปี ขณะนี้รัฐบาลได้ดําเนินการไปในขั้นตอนไหนแล้วครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคําถามที่ ๑ ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๓๐/๓
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอกราบขอบคุณ ท่าน ส.ส. อนันต์ ศรีพันธุ์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยกับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้งในขณะนี้ ซึ่งผมเองต้องนํากราบเรียนว่าด้วยความเป็นห่วงเป็นใยของพี่น้องประชาชนนั้น ดังที่ผมเอง ได้ตอบของท่านวิรัตน์ไปสักครู่นี้ แต่อย่างไรก็ตามที่ท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ ได้เป็นห่วงเป็นใยนั้น ในประเด็นที่ทางรัฐบาลเองนั้นได้มีมาตรการเตรียมการป้องกันเกี่ยวกับภัยแล้งหรือน้ําท่วม ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร ต้องขอนํากราบเรียนนะครับว่า สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๓๑/๑ ในส่วนนี้รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็สืบเนื่องมาจากรัฐบาลเอง ได้มาบริหารประเทศเริ่มตั้งแต่วันแรกตั้งแต่วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้แถลงผลงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรก็เกิดภัยน้ําท่วมใหญ่ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ตรงนี้เป็นที่มาที่ไปที่ทาง รัฐบาลเองได้ตระหนักถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งและแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ต้องนําเรียนว่าในส่วนนี้ ก็มีที่มาที่ไปในการใช้ พ.ร.บ. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา น้ําท่วมน้ําแล้งแก่พี่น้องประชาชน ต้องนํากราบเรียนว่าในส่วนนี้เราก็จะมีการบูรณาการ ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา จะเป็นภาคเหนือแม่น้ําปิง วัง ยม น่าน ตลอดจนมาถึงแม่น้ําเจ้าพระยา แม่น้ําสะแกกรัง แม่น้ําป่าสัก นี่คือภาคเหนือตอนบน ตอนกลาง แล้วก็ในภาตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีลําน้ําชี ซึ่งจะมีโครงการใหญ่ ๆ ที่ทางรัฐบาลเองได้เห็นความสําคัญคือการก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา สะพุงเหนือซึ่งจะเป็นต้นน้ําของลําน้ําชีที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วมให้กับ พี่น้องประชาชนในลําน้ําชีทั้ง ๘ จังหวัด ไล่ตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดยโสธร จังหวัดบุรีรัมย์ จนไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ตรงนี้ได้ดําเนินการแน่นอนในปีนี้ซึ่งอยู่ในแผน ที่จะใช้งบประมาณตรงนี้ นอกเหนือจากนั้นจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเป็น จังหวัดเลยซึ่งเป็นจังหวัดของกระผมเอง จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดหนองคาย รวมไปถึง จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม จนไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นลําน้ํา สาขาของลําน้ําโขง เราก็จะมีการบูรณาการแก้ไขปัญหาโดยโครงการแก้มลิงที่จะเก็บน้ํา จากแม่น้ําโขงมาเก็บกักตรงนี้ นี่คืออยู่ในแผน นอกเหนือจากนั้นภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ก็เช่นเดียวกันเราก็จะมีแผนบูรณาการ เช่น ฝั่งตะวันตกเราก็จะมีแม่น้ําบางปะกง ฝั่งตะวันออก ก็มีแม่น้ําแม่กลอง ซึ่งอยู่ในแผนอยู่แล้ว รวมทั้งภาคใต้แถวจังหวัดปัตตานีก็ดี ลําน้ําปัตตานี และที่จังหวัดสงขลา ตรงนี้เราก็มีแผนในการที่จะบูรณาการตรงนี้ ก็อยากกราบเรียนท่าน ส.ส. อนันต์ ศรีพันธุ์ ว่าทางรัฐบาลเองนั้นก็ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็ได้เตรียมงบประมาณ พ.ร.บ. เงินกู้นี้เอาไว้รองรับในการที่จะดําเนินการโดยจะเริ่มในปีนี้เป็นต้นไป ก็อยากจะกราบเรียน ให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านได้เข้าใจ ขอบพระคุณมากครับ
คําถามที่ ๒ ท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ เชิญถามได้ครับ
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ ความกระจ่างในการดําเนินการขั้นตอนของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยเรานั้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๓๑/๒ ก็ยังขาดโดยเฉพาะเรื่องระบบชลประทาน ท่านทราบไหมว่าประเทศไทยมีพื้นที่ทําการเกษตร เกือบ ๓๐๐ ล้านไร่ แต่ปรากฏว่าระบบชลประทานทั้งประเทศมีแค่ ๙.๒ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะมีผลสะท้อนในการทําการเกษตรที่จะไม่ได้ผล ไม่เหมือนกับประเทศเวียดนาม ที่เขามีการชลประทานซึ่งเป็นคู่แข่งการทํานาหรือการทําข้าวของเราถึง ๗๖ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่จะเปรียบเทียบให้ทางผู้รับผิดชอบได้ตระหนักว่าระบบชลประทานนั้น มีความจําเป็นในภาคเกษตร
สําหรับคําถามที่ ๒ นั้น ก็คือผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของเกษตรกรที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะแก้ปัญหาภัยแล้ง ร่วมกัน ผมรู้ครับว่าการทํางานนั้นต้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการนั้นต้องทํา ร่วมกันไม่ใช่รัฐบาลทําอย่างเดียว เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเกษตรกรจะมีส่วนร่วมในการที่จะ แก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นเจาะน้ําบาดาลเพื่อการเกษตรหรือน้ํากินน้ําใช้ อันที่ ๒ นั้น อย่างฟาร์มพอน (Farm pond) หรือสระในนา วิธีการปฏิบัติเพื่อจะให้เกษตรกรนั้นมีความเข้าใจ และ ส.ส. ที่จะนําไปปฏิบัติและเพื่อชี้แจงประชาชนนั้นขอให้ท่านรัฐมนตรีได้บอกวิธีการ และหลักการว่าในการที่จะทําเรื่องของฟาร์มพอนเกษตรกรมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง แล้วก็เรื่องของ การเจาะน้ําบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร คําถามที่ ๒ ครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบคําถามที่ ๒ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๓๒/๑ ผมเองต้องขอตอบกระทู้ถามในข้อที่ ๒ ที่ท่าน ส.ส. อนันต์ ศรีพันธุ์ ที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใย เกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับระบบน้ํา ซึ่งตรงนี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ให้ความสําคัญ ท่านได้มอบหมายให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานให้ดูว่าพื้นที่ตรงไหนจะสามารถขยายระบบส่งน้ําให้กับพี่น้องประชาชน โดยเป็นระบบเปิดก็ดี ระบบปิดก็ดี ซึ่งขณะนี้ท่านได้สั่งการให้ทางกรมชลประทานได้ดําเนินการ ตรงนี้เพื่อขยายฐานน้ําจากแหล่งน้ําดิบไปสู่ไร่นาของพี่น้องประชาชน นอกเหนือจากนั้น ท่านเองก็ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดูแลว่า พื้นที่ตรงไหนที่จะสามารถขุดลอกคูคลองต่าง ๆ ในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนที่เป็นพื้นที่ ที่แล้งซ้ําซากเราก็อยู่ในแผนของกรมทรัพยากรน้ํา นอกเหนือจากนั้นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ํา หรือห่างไกลระบบชลประทานเราก็จะมีแผนในการที่จะดําเนินการโดยขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อการเกษตร ซึ่งขณะนี้ได้อยู่ในแผนที่กรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้มีแผนสํารวจว่าต่อไปนี้ การที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในกรณีที่พี่น้องประชาชนทําไร่ทํานาอยู่นอกพื้นที่ ชลประทานหรืออยู่นอกพื้นที่ที่ห่างไกลแหล่งน้ําเราก็จะมีการสํารวจดู แล้วก็ขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อการเกษตรให้กับพี่น้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ในแผนการที่จะของบประมาณในการที่จะครอบคลุม ไปทุกภูมิภาคของประเทศไทย ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนให้ท่าน ส.ส. อนันต์ ศรีพันธุ์ ได้เข้าใจ และได้ไปบอกพี่น้องประชาชนนะครับ ก็ต้องขอตอบประเด็นที่ ๒ เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
ท่านอนันต์ครับ ท่านมีเวลาเหลืออีก ๖ นาทีนะครับ คําถามสุดท้ายครับ
ผมคงไม่เกินหรอกครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะ ปีนี้ภัยแล้งนั้นเป็นสิ่งสําคัญและช่วงระยะฝนทิ้งช่วงก็คือเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ทําให้ไร่นาเสียหายประมาณ ๔.๕ ล้านไร่ นี่คือปัญหาของชาวไร่ชาวนาในภาคอีสาน และภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้บางจังหวัด อันนี้ละครับ ที่ทําให้การจํานําข้าวซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล สืบเนื่องจากผลผลิตข้าวได้หายไปประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ ซึ่งนโยบายที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวนาปีหรือข้าวนาปรัง ก็ตาม สําหรับข้าวนาปีที่ผ่านมานั้นฝนได้ทิ้งช่วงในเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ขณะนี้นั้น ได้เสียหายไม่มีฟาง เพลงเขาจะร้องว่าน้ําท่วมยังดีกว่าฝนแล้ง เพราะฉะนั้นปีนี้ภาคอีสานของผม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๓๒/๒ มันฝนแล้งแล้วเกิดการเสียหาย การจํานําข้าวตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องของ ข้าวนาปี ข้าวเหนียวก็รับจํานําตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท ข้าวเจ้าก็ ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนนั้นพึงพอใจในส่วนนี้ ส่วนปีนี้เสียผลประโยชน์ ก็เพราะมันแล้งไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าขณะที่ฝนแล้งนี้การชดเชยของรัฐบาลจะให้ประชาชนไร่ละเท่าไร เหมือนกับ น้ําท่วมไหม น้ําท่วมได้ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท แต่เกษตรกรประชาชนที่ฝนแล้งจะได้ไร่ละเท่าไร ตอนนี้ยังไม่มีคําตอบ นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ นั้นว่าจะได้เมื่อไร อันนี้ก็อยากจะถามเพื่อความชัดเจนนะครับ มันผ่าน ครม. ให้ผมหรือยัง เพราะว่าออกไปพื้นที่ชาวบ้านเขาถามว่าจะได้ไร่ละเท่าไร ผมก็ยังตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงได้เอากระทู้ถามนี้ ซึ่งปีนี้ก็จะเข้าทํานาอีกแล้วแต่ชาวบ้าน เขายังไม่ได้เงิน ผมจึงถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องครับ กราบขอบพระคุณครับ
คําถามที่ ๓ เชิญท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านมีเวลาเหลืออยู่ ๕ นาทีเศษ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ต้องขอตอบกระทู้ถามสด ในข้อที่ ๓ ที่ท่าน ส.ส. อนันต์ ศรีพันธุ์ ได้เป็นห่วงเป็นใยนะครับ ตรงนี้ก็ตรงกับทางรัฐบาลเอง ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยที่ได้มีการเตรียมความพร้อมว่าถ้าเกิดปัญหาน้ําท่วมไร่ท่วมนาพี่น้องก็ได้รับ ความเดือดร้อน ถ้าเกิดภัยแล้งไร่นาพี่น้องเสียหายพี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน นี่ละครับ เป็นจุดสําคัญที่ทางรัฐบาลเองโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านกําชับ ทุกกระทรวงนะครับว่าให้เอาใจใส่ดูแล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นหัวใจ สําคัญในการที่จะเข้าไปถึงพี่น้องประชาชนเกษตรกร สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๓๓/๑ ต้องนํากราบเรียนว่าประเด็นนี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นได้มีการประชุมแล้วก็ได้มอบหมาย ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการที่จะไปกําหนดราคาให้กับพี่น้องประชาชน เช่นพี่น้องประชาชน เจอปัญหาน้ําท่วมชดเชยไร่นาอย่างไร หรือภัยแล้งชดเชยอย่างไร ตรงนี้นะครับต้องนํา กราบเรียนว่าโดยเฉพาะทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นท่านได้บอกเลยว่า ความเดือดร้อนตรงนี้ซึ่งเราเองพยายามอย่าให้มันเกิดภัยตรงนี้ไปถึงพี่น้องประชาชน ขอให้ทุกหน่วยงานเอาใจใส่ดูแลปัญหาตรงนี้ก่อน แต่นอกจากมันเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทางรัฐบาลเอง หรือใครก็ตามที่ช่วยเหลือไม่ได้ มันเกิดจากภัยธรรมชาติ ต้องนํากราบเรียนเช่นภัยแล้งในปีนี้ ทางรัฐบาลเองก็ได้เตรียมแผนว่าในราคาปัจจุบันนี้ต้องนํากราบเรียนว่าที่พี่น้องประชาชน ที่ประสบภัยแล้ง เช่น ข้าวก็จะชดเชยไร่ละ ๖๐๖ บาท พืชไร่ไร่ละ ๘๓๗ บาท แล้วก็พืชสวนอื่น ๆ ไร่ละ ๙๑๒ บาท แล้วก็จะเป็นชนิดปลาก็ดี อะไรก็ดี ซึ่งผมจะเรียนว่าในส่วนนี้ต้องนําเรียนว่า ราคาที่ตั้งไว้ในปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลเองก็เข้าใจว่ามันไม่คุ้มทุนกับพี่น้องประชาชนเลย แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมีรูปคณะกรรมการ ซึ่งขณะนี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ตั้งคณะกรรมการ ให้ไปดูสิเงินชดเชยจํานวนนี้มันไม่คุ้มกับค่าลงทุนของพี่น้องเกษตรกรเลย แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลเองนั้นก็ได้มอบอยู่ระหว่างคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองราคาใหม่ ซึ่งราคาใหม่ ที่จะตั้งนั้นขณะนี้กําลังจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ เช่น ราคาข้าวที่พี่น้องประชาชน ที่จะประสบปัญหาภัยแล้งคิดเพิ่มจาก ๖๐๖ บาท จะเป็นข้าวไร่ละ ๑,๕๕๑ บาท พืชไร่จะเป็น ไร่ละ ๒,๕๗๕ บาท แล้วก็พืชสวนอื่น ๆ ไร่ละ ๔,๑๙๙ บาท และส่วนอื่น ๆ ก็จะตามมา เช่น โค กระบือ สุกร แพะ หรือสัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในเกณฑ์ตรงนี้ ตรงนี้ต้องนํากราบเรียนว่าในส่วนนี้ ทางรัฐบาลเองนั้นได้เข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราก็ได้มองสภาพว่า การปรับราคาให้กับพี่น้องประชาชนนั้น ก็ขอให้ทางท่าน ส.ส. นั้นได้สบายใจว่าทางรัฐบาลเองนั้น ได้เตรียมแผนตรงนี้ไว้ในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่จะประสบปัญหา จะเป็นน้ําท่วมก็ดี ภัยแล้งก็ดี ก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. อนันต์ ศรีพันธุ์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องโดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกรถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ก็ต้องขอกราบขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกรรมการชุมชนเทศบาลคลองแห จังหวัดสงขลา ด้วยความยินดียิ่งนะครับ ขณะนี้เราอยู่ในวาระกระทู้ถามสดนะครับ ต่อไปกระทู้ถามที่ ๔ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๓๓/๒
๑.๑.๔ กระทู้ถาม ที่ ๑๗๐ ส. เรื่อง การทุจริตโครงการรับจํานําข้าว (นายยุพราช บัวอินทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีได้ทําหนังสือมา เพื่อขอเลื่อนไปตอบในอาทิตย์หน้านะครับ เชิญคุณยุพราชครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ถามท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง การทุจริตโครงการรับจํานําข้าว ท่านประธาน ที่เคารพ เป็นที่ทราบนะครับว่าปัญหาการโกงข้าวของชาวนา การโกงข้าวของบ้านเมือง ของเรานั้นเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อแล้วก็เรื้อรัง เกิดผลเสียต่อประเทศของเรา เกิดผลเสียต่อ งบประมาณของแผ่นดินที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ อยากทราบว่าทําไมพี่น้องชาวนาของเราได้เงินก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมต้องถูกโกงความชื้น โกงสิ่งเจือปน
ท่านยุพราชครับ เอาอย่างนี้ผมจะบรรจุกระทู้ถามของท่านอาทิตย์หน้าเป็นกระทู้ถามที่ ๔ แล้วท่านต้องมายื่นด้วยนะครับ ตามระเบียบวาระจะยกเลิกข้อบังคับเป็นถาม ๔ กระทู้ถาม เพราะฉะนั้นท่านไปถามต่ออาทิตย์หน้าผมให้โอกาสท่านพอสมควรนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขอนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ขณะที่ชาวนาได้เงินไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ในทางกลับกันรัฐบาลของเรา กลับมีการขาดทุนในแต่ละปีอย่างมหาศาลและมีการขาดทุนต่อเนื่องสะสม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๓๔/๑ ท่านประธานครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านติดภารกิจผู้ที่ท่านมอบหมายให้มาตอบแทน ท่านก็ติดภารกิจอีก ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะให้เกียรติสภา ท่านจะให้ ความสําคัญต่อสภามากน้อยเพียงใดเป็นสิทธิของท่าน เป็นวุฒิภาวะทางความคิดของท่าน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีรวมทั้งรัฐบาลได้ให้ความสําคัญ ได้ให้เกียรติต่อพี่น้องชาวนา แล้วก็พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ขอบพระคุณครับ
ท่านไป ถามต่ออาทิตย์หน้านะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ
(นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจะ ประท้วงหรือครับท่านจุรินทร์ หารือ เชิญครับประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมยังไม่ชัดเจนครับ กระทู้ถามนี้ว่าผู้ที่ขอเลื่อน เป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ถูกตั้งกระทู้ถามขอเลื่อนหรือว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายขอเลื่อน ถ้าผู้ได้รับมอบหมายขอเลื่อน ผู้รับมอบหมายคือใครครับ กระผมขอคําตอบตรงนี้สั้น ๆ ก่อน เป็นเบื้องต้นครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านทนุศักดิ์นะครับ และท่านทนุศักดิ์ขอเลื่อน
ท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธาน ท่านประธานก็ทราบดีครับ เราถกเรื่องนี้กันมาหลายรอบกรณีที่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้ไม่มาตอบกระทู้ถามสดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือท่านรองประธานเจริญได้เคยพูดคุยกับผมกลางสภาว่าจะทําหนังสือไปตักเตือนรัฐบาล ให้ความสําคัญกับงานของสภาในเรื่องนี้ แต่จนวันนี้ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็น รูปธรรม นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถามสดของสมาชิกจนต้องเลื่อนไป บ่อยครั้ง สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ความสนใจกับงานของสภา หลายครั้งครับ ขนาดกระทู้ถามสดเรื่องประเทศกัมพูชาเมื่อสักครู่ต้องรอเป็นครั้งที่ ๓ จึงจะได้ถาม แล้วก็มีอยู่ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๓๔/๒ บางครั้งถึงขนาดที่แจ้งกําหนดการของนายกรัฐมนตรีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น แจ้งมายัง พวกกระผมว่าอยู่เมืองนอกแต่อยู่เมืองไทย ท่านรองประธานประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ มีข้อมูลเรื่องนี้เพราะท่านรับผิดชอบเรื่องกระทู้ถามสดในส่วนของวิปฝ่ายค้าน ที่พวกกระผม จําเป็นต้องถามเรื่องจํานําข้าวรอบใหม่ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสําคัญและเร่งด่วน ทันเหตุการณ์ เพราะรัฐบาลกําลังเริ่มต้นเรื่องนี้ปีที่แล้วขาดทุนไป ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ไป ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกกระผมต้องการทราบว่าถ้าจะเริ่มฤดูใหม่ จะเอาเงินมาจากไหน และจะขาดทุนอีกเท่าไร ใครจะรับผิดชอบ หัวใจสําคัญก็คือว่า นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธาน กขช. ไม่มาตอบด้วยตัวเองมอบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังไม่ว่างก็ต้องมอบคนอื่นครับ คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ มีตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจท่านอยู่ไหนครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อยู่ไหนครับ ทําไมไม่มาตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเรื่องจําเป็น และเป็นภารกิจสําคัญอันหนึ่งของรัฐบาล ผมคิดว่าท่านประธานควรที่จะตั้งหลักคิดได้แล้วว่า สภาควรจะประณามรัฐบาลชุดนี้สักครั้งหนึ่งได้หรือยัง เรื่องไม่ให้ความสําคัญกับงานของสภา ขอบคุณท่านประธานนะครับ
อย่างนี้ ท่านจุรินทร์ครับ หลังจากที่เราได้พูดคุยกันแล้วนี่นะครับเราก็ได้รับความร่วมมือจาก ผมก็ได้ ปรึกษาทางรัฐบาลในข้อหารือของพวกเราในสภาในการต้องมีหน้าที่มาตอบ เพราะว่าเราปกครอง กันในระบอบนี้นะครับ ผมก็ขอตารางการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวันพุธ วันพฤหัสบดีว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีท่านใดมีภารกิจจริง ๆ ที่จะต้องไปราชการต่างประเทศหรือไม่สามารถมาได้ ขอให้แจ้งมาหน่อย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๓๕/๑ ผมก็จะประสานไปที่ฝ่ายค้านให้เขารู้ตรงไปตรงมาอย่างนี้ละครับ เพราะว่าเราก็อยู่ด้วยกัน มานาน ก็ได้รับการชี้แจงมาเป็นระยะ วันนี้ก่อนผมขึ้นมาก็ทราบว่าจะมีการถามเรื่องนี้ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ก็มอบหมายมา ผมก็เลยประสานไปที่ทางหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนท่านจุรินทร์เพิ่งหารือผมก็บอกว่า ผมคิดว่าจะต้องมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในห้องนี้ละ ผมจึงบอกว่าวันนี้จะขอนัดท่านหัวหน้า พรรคเพื่อไทยมาคุยกันว่าหลังจากวันนี้ประมาณสักหกโมงเย็น ผมก็คาดว่าน่าจะปิดการประชุม แล้วก็จะนัดประชุมปรึกษากันว่าเรื่องที่ท่านจุรินทร์แล้วก็ก่อนหน้านี้ที่พวกเราหารือกัน ทางรัฐบาลจะหามาตรการในการที่จะต้องมาปฏิบัติในการควบคุมกํากับของสภากันอย่างไร ถ้าจะปล่อยไปอย่างนี้ ถึงแม้ว่าเราไม่มีอํานาจบังคับเขา แต่ด้วยความสํานึกและรับผิดชอบ จะต้องมาตอบกระทู้ถามอย่างที่พวกเราปรึกษากันอยู่ เดี๋ยวผมขอเวลาวันนี้ผมประชุมกันสัก หกโมงเย็น ผมจะได้หารือกันเรื่องนี้ แล้วได้อย่างไรเดี๋ยวเราปรึกษากันอีกทีหนึ่ง แล้วจะได้ แจ้งให้ทราบนะครับ ผมต้องขอบคุณในข้อห่วงใยเรื่องนี้ก็ไม่ได้ละเลยก็ปฏิบัติมาตลอดนะ ครับ เชิญท่านประเสริฐ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีประเด็นเรื่องการตอบกระทู้ถามสดของรัฐบาลซึ่งก็เข้าใจตรงกันว่าคนที่มีหน้าที่ มาตอบก็คือนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีทุกท่านที่ถูกตั้งกระทู้ถามสด แล้วเราก็มีปัญหา ท่านประธาน ถ้าได้ทําสถิติตัวเลขออกมาท่านจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมากระทู้ถามจริง ๆ เราถูก เลื่อนมามากกว่าครึ่งหนึ่งครับ ทางวิปฝ่ายค้านได้ทําตัวเลขออกมา อยากให้ท่านประธาน ที่รับผิดชอบเรื่องกระทู้ถามลองไปทําตัวเลขสิครับว่ารัฐบาลมีตัวเลขที่มาตอบเพียงครึ่งหนึ่ง แค่นั้นเอง อีกครึ่งหนึ่งต้องถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ท่านประธานครับ กระทู้ถามสดเป็นกระทู้ถาม ที่มีข้อบังคับเพียง ๖ ข้อแค่นั้นเอง ๖ นี้ข้อสาระสําคัญก็คือต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องถาม ในสัปดาห์นั้นเลยครับ แต่ทีนี้เนื่องจากรัฐบาลก็ไม่เคยมาตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ใช่เรื่อง มาต่อว่าต่อเถียง แต่เป็นความเป็นจริงครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยมา ตอบกระทู้ถามแม้แต่ ๑ กระทู้ถามเลยครับ แล้วสุดท้ายเราก็มีการบอกว่าต้องทําตาราง ออกมาเพื่อแจ้งให้ทางฝ่ายค้านทราบว่ารัฐมนตรีท่านใด นายกรัฐมนตรีไม่อยู่หรือรัฐมนตรี ท่านใดในสัปดาห์นั้นไม่อยู่ เพื่อที่ฝ่ายค้านจะไม่ต้องยื่นกระทู้ถาม ซึ่งความเป็นจริงก็ผิดแล้ว สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๓๕/๒ ข้อนี้ เพราะข้อบังคับของกระทู้ถามต้องยื่นครับ เพราะเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วนอยู่ในความสนใจ ของประชาชนอย่างไรก็ต้องยื่น แต่เมื่อทําตารางออกมาปรากฏว่าตารางที่ท่านแจ้งมา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แจ้งว่านายกรัฐมนตรีไปราชการต่างประเทศวันที่ ๗-๑๐ แต่ความเป็นจริง นายกรัฐมนตรีวันที่ ๗ อยู่ในประเทศไทย เพราะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปไหนมาไหนเป็นข่าว ตลอดครับ สื่อมวลชนก็ติดตามตลอด ปรากฏว่าตารางที่ท่านแจ้งมาให้พวกผม แจ้งให้ ท่านประธานจุรินทร์ก็เท็จครับ วันนี้เอาอีกแล้วครับ วันนี้ตารางที่ท่านแจ้งมานายกรัฐมนตรีอยู่ครับ เพราะแจ้งมาว่าวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๓ ไม่อยู่ วันนี้วันที่ ๑๔ นายกรัฐมนตรีอยู่แล้วทําไมไม่มาตอบครับ พอเมื่อไม่มาตอบมอบหมายให้รัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ท่านพูด ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ตามตาราง ที่ท่านแจ้งก็ไม่มีครับ อยู่ในประเทศไทยแล้วทําไมต้องเลื่อนเหตุผลอย่างนี้ สภานี้ไม่มีความหมาย หรือครับสําหรับรัฐบาล
ก็ได้ปฏิบัติ อย่างที่คุณประเสริฐได้หารือนะครับ ก็ได้แจ้งอะไร คือโดยหลักการก็อย่างที่ท่านพูดถูกต้อง แต่เพื่อที่จะไม่ให้พวกเราเสียโอกาสในการที่จะยื่นกระทู้ถาม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๓๖/๑ พวกเราก็เข้าใจทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วละเรื่องนี้ เอาว่าเดี๋ยววันนี้ให้ผมคุยให้จบก่อนแล้วได้อย่างไร เดี๋ยวผมจะได้หารือกับทางท่านจุรินทร์อีกครั้งหนึ่งนะครับ อันนี้เราพูดกันมาหลายครั้งแล้ว จนวันนี้ผมขอนัด
เอาอย่างนี้นะครับ คือท่านประธาน หารือให้มีข้อยุติแล้วท่านประธานมาแจ้งพวกผมในสภา ขอบคุณครับ
ผมจะนัด กับท่านจุรินทร์อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวผมขอไปกระทู้ถามทั่วไปก่อนเราจะไม่เสียเวลา
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ ผมมีอีก ประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในสภานี้ครับ
คือเดี๋ยว ผมจะไปกระทู้ถามทั่วไปครับ
เอาให้จบเรื่องนี้ครับท่านประธาน เรื่องนี้ สําคัญนะครับ เรื่องความไม่รับผิดชอบต่อสภาของท่านนายกรัฐมนตรี
คือเรา ได้พูดไปแล้วนะครับ ผมก็อุตส่าห์นัดให้แล้ว เดี๋ยวผมจะขอเจรจาอีก
ผมได้ยินท่านประธานพูดอย่างนี้มา ๓ ครั้ง แล้วครับ แล้วท่านประธานก็ทําไม่ได้ จะให้ผมพูดแรง ๆ ไหมครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ครับ ไม่ให้แล้วครับ เพราะว่าเรื่องนี้เราก็มีความพยายามที่จะทําหน้าที่ด้วยกัน รู้อยู่นะครับ คือผม ไม่อยากให้ไปตําหนิฝ่ายนั้นฝ่ายนี้เดี๋ยวก็จะมีการพูดคุยกันไม่จบสิ้นนะครับ เราก็นัดกันแล้ว คืออย่างนี้ครับท่านสาธิต โดยหลักเวลาตั้งกระทู้ถามไปผู้จะพิจารณาก็คือท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ซึ่งจะต้องพิจารณา อันนั้นเมื่อเขาวินิจฉัยแล้วก็ถือว่ายุติก็เดินหน้า ต่อไป ผมไม่อนุญาตละครับ ผมขอไปกระทู้ถามทั่วไป ไม่มีใครผิดละครับ ไปกระทู้ถามทั่วไป ก็แล้วกัน เพราะว่าได้อย่างไรผมก็จะนัดกับท่านจุรินทร์อีกทีหนึ่งแล้วกัน ไม่อนุญาตละครับ ผมไปกระทู้ถามทั่วไปนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๓๖/๒
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๖๕ เรื่อง การบริหารจัดการเกี่ยวกับแรงงานไทย ไปทํางานต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ (นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๓๖/๓
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอถามกระทู้ถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในเรื่องการบริหารจัดการ เกี่ยวกับแรงงานไทยไปต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่าดิฉันเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากภาคอีสาน แล้วก็ได้เห็นพี่น้องชาวอีสานนั้นดิ้นรนไปทํางานโดยเสีย ค่านายหน้าโดยถูกเอารัดเอาเปรียบเป็นสภาพที่น่าเห็นใจ น่าสงสารมาก ถ้าหากเปรียบ แรงงานไทยไปต่างประเทศนั้นเป็นสินค้าที่มีชีวิตได้ทํารายได้เข้าประเทศอย่างมากมาย ถ้าหากเปรียบสินค้าส่งออกชนิดอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมเราจะต้องเสียทั้งค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบ ค่าหีบห่อ หักแล้วกําไรไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีเงินที่จะดูแลสินค้าเหล่านั้น แต่ถ้าหากเปรียบเทียบแรงงานไทยที่ไปต่างประเทศนั้นเป็นสินค้าที่มีชีวิต เป็นสินค้าที่มีหัวใจ เป็นสินค้าที่มีความอดทน ที่ต่อสู้ดิ้นรนไปทํางานเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ให้กับ ประเทศชาติ เพราะฉะนั้นการดูแลสินค้าเหล่านั้นยังน้อยนิดถ้าหากเปรียบเทียบกับสินค้า ตัวอื่น ๆ แล้วเขาเหล่านั้นกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของขบวนการค้าแรงงาน ของนายหน้า และของข้าราชการที่ไม่ดีบางคนที่ทํามาหากินกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างขาดความเมตตา มีแต่ความโหดร้าย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงรู้สึกเห็นใจก็ได้ต่อสู้เรื่องนี้ แล้วก็พบว่าขบวนการดังกล่าว ก็ยังมีอยู่เป็นปัญหาเรื้อรังอย่างไม่หาย แล้ว ณ วันนี้ดิฉันก็ได้มองเห็นว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นั้นท่านเป็นคนที่มีความจริงใจ เอาจริงเอาจังกับปัญหาเรื่องนี้ ดิฉันจึงฝากความหวังไว้กับ ฯพณฯ รัฐมนตรี แล้วก็ขอเรียนถามว่า
๑. กระทรวงแรงงานมีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เป็นระบบแล้วก็มี มาตรฐานอย่างไรค่ะ
เชิญตอบ คําถามที่ ๑ ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๓๖/๔
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สิ่งที่ท่าน ส.ส. จากจังหวัดมหาสารคามคือคุณกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้นําปัญหาในกระทู้ถามแห้งวันนี้ ความจริงต้องเป็นกระทู้ถามสดมาตั้งนานแล้วแล้วก็นานด้วย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๓๗/๑ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าว่าทําไมต้องขอขอบคุณ ทั้งเริ่มต้นแล้วก็ต้อง ขอขอบคุณตอนที่จะจบ ๒๐ นาที เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญมากครับ เพราะว่าหลังจากที่ผมมา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั้น สิ่งที่ผมไม่เคยเข้าใจในอดีต จากคําพูดที่ว่า ไปเสียนากลับมาเสียน้ําตาเสียภรรยานั้น ผมไม่เข้าใจจริง ๆ เมื่อมาเป็นรัฐมนตรีนั้น ก็พยายามอยากจะรู้ว่า ๓ คําพังเพยที่สําคัญนั้นคืออะไร ก็มาตรวจสอบรู้ทันทีครับว่าสิ่งที่ ท่าน ส.ส. ที่เมื่อสักครู่ได้กล่าวขึ้นนั้นเป็นความจริงทั้งสิ้น ในอดีตในการไปทํางานต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศอิสราเอล และกําลังจะมีอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไต้หวันหรือไปเก็บ ผลไม้ป่า พี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทั้งหมดต้องเป็นเหยื่อที่สําคัญ เหยื่อที่สําคัญ ที่น่ากลัวที่สุดก็คือไปแล้วแทนที่จะมีความหวังกลับมากลับสูญเสียทุกอย่าง ที่มาคืออย่างไร ที่มาก็คือมีการร่วมมือเป็นขบวนการ ขบวนการก็คือร่วมมือกัน จริงเท็จแค่ไหนก็ได้เกิดขึ้น ไปแล้วทั้งหมด ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศแรกที่ไปกันอย่างมโหฬารพันลึกคือค่าใช้จ่าย ค่าหัวสูงถึง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่ความเป็นจริงค่าใช้จ่ายนั้นไม่ควรจะเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือ ๗๐,๐๐๐ บาท ท่านครับ สิ่งเหล่านี้ก่อนไปก็ทําให้อยากจะไป ทําไมถึงอยากจะไป ท่านก็บอกว่าเอ๊ะ ทําไมตั้งแพงแล้วอยากจะไป วันนี้ประเทศอิสราเอลต้องการภาคเกษตรกร เป็นอย่างมาก เมื่อเป็นอย่างมากไปถึงก็อยากจะไปกัน คนที่ไม่ต้องมีวุฒิการศึกษา แค่ทํานา ทําสวน ทําไร่ เขาก็อยากเอาคนของเราไป เห็นเงินเดือนเบื้องต้น ๓๕,๐๐๐-๓๖,๐๐๐ บาทก็ตกใจ ในชีวิตไม่เคยเห็นว่าค่าแรงเยอะมากก็เลยอยากจะไปกันเป็นแถว ก็เลยเอาที่นาอยากจะไปว่า ไปทํางานสักปีสองปีก็ได้เงินเป็นล้านบาท เป็นแสนหลาย ๆ แสนบาท นั่นเริ่มเป็นสาเหตุที่ ทําให้พี่น้องที่ไปใช้แรงงานนั้นต้องเริ่มเสียหายเป็นเหยื่อ เมื่อผมค้นพบความจริงก็มีหนังสือ ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมกันกับประเทศอิสราเอล ขอความชัดเจนว่า เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะว่าผู้ประกอบการประเทศไทยก็อ้างว่าต้องหาตําแหน่งงานที่ ราคาแสนแพงจากต่างประเทศมา วันนี้ไม่มีแล้วครับ ข้อเท็จจริงคือทางต่างประเทศนั้น ยอมรับเขาบอกเขาไม่มี แต่บอกเกิดขึ้นกับประเทศไทย ผมมีการตรวจสอบด้วยความเป็นธรรม ผมให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการทั้งหมด ๔๐ กว่าราย ขณะนี้ถูกยุติการนําส่งนะครับ ก็ต้องขออภัยว่าเป็นข้อเท็จจริง ท่านสามารถจะอุทธรณ์ผมได้ ผมยินดี วันนี้เราต้องใจแข็งครับ หลายประเทศผมยอมรับ ผมไม่อยากจะบอกว่าเป็นฮีโร (Hero) ของเขาหรือไม่ พี่น้องที่ไป ทํางานต่างประเทศนั้นพึ่งหวังอย่างเดียวว่าจะทํางานส่งกลับมาให้ครอบครัว วันนี้กฎกระทรวงต่าง ๆ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๓๗/๒ ที่ไม่เอื้ออํานวยเขากําลังจะถูกแก้ไข ความเข้าใจผิดของกฎกระทรวงเช่นสามารถไปทํางาน ต่างประเทศนั้น ผู้จัดหางานนั้นจะได้ตําแหน่งงาน ค่าตําแหน่งงาน ๑ เดือน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าไปประเทศอิสราเอล หาตําแหน่งงานมาให้คนไปทํางานคุณจะได้ ๓๖,๐๐๐ บาทฟรี ๆ ไป ๑ เดือนเท่านั้น แต่ยังมีผลประโยชน์อีก ในกฎกระทรวงบอกว่าสามารถบวกได้อีก ๔ เดือน คือค่าใช้จ่ายที่เป็นจริง แต่ผู้ที่ประกอบธุรกิจคนไปต่างประเทศกลับเอา ๔ เดือนคูณเข้าไป ก็เป็น ๑๘๐,๐๐๐ บาท ไปบวกขอซื้อตําแหน่งงานต่างประเทศมาอีก ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็รวมเป็น ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคือที่มาและข้อเท็จจริง ขณะนี้เราทําโดยตรงนะครับ ๗๐,๐๐๐ บาท สิ่งที่วันนี้ท่าน ส.ส. ได้พูดนี่ผมมีมาตรการที่จะปราบปราม แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ พี่น้องประชาชนต้องมีข่าวสารที่ดี เรามีกระทรวงแรงงานก็เหมือนวันนี้ทํางานไม่เต็มสูบ เพราะฉะนั้นเรามีทุกจังหวัด เรามีแรงงานจังหวัด เรามีกรมการจัดหางาน เรามีกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน แล้วก็มีสํานักงานประกันสังคมทุกจังหวัด ๗๖ จังหวัด ผมอยากให้ใช้ ศักยภาพตรงนี้ ขณะนี้จะต้องใช้ความเด็ดขาด ถ้าใครปล่อยให้พี่น้องที่ไปทําภาคแรงงานให้รู้ว่า ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงแล้วไปทํางาน ท่านรู้อยู่แล้วว่าขณะนี้ไปประเทศอิสราเอล เท่าไร ท่านรู้อยู่แล้วว่าไปประเทศไต้หวันเท่าไร ไปประเทศเกาหลีเท่าไร มีมาตรการอยู่แล้ว สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๓๘/๑ แต่ถ้าหากว่าท่านยังควบคุมไม่ได้ถือว่าท่านมีความผิดอย่างร้ายแรง เพราะว่าผมไม่อยากให้ คนไทยนั้นค่าแรง หยาดเหงื่อของเขาไปแลกเปลี่ยนเงิน แต่ไม่ใช่ว่าท่านมาเอาของเขาก่อนที่ เขาจะไป เขาจนก่อนไปคงให้ไม่ได้ครับ ก็คงหวังว่าตอบคําถามครั้งแรกว่าเรามีมาตรการ ประชาสัมพันธ์อย่างเช่นที่ท่าน ส.ส. ได้ทําวันนี้ผมว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วก็ฝาก ส.ส. เพื่อนสมาชิกเราทั้งหมดในสภาไม่ว่าซีกของฝ่ายไหนก็แล้วแต่ วันนี้เป็นเรื่องสําคัญครับ พี่น้อง ต้องได้รับการคุ้มครอง เพราะพวกเรามาจากการเลือกตั้ง พวกเราต้องคุ้มครองเขาครับ ถ้าหากว่ามีอะไรที่เป็นปัญหา อะไรที่มีอุปสรรค อะไรที่คิดว่าทําไม่ได้ขอติดต่อโดยตรงมาที่ กระทรวงแรงงาน ผมต้องสร้างให้กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานนั้นมีมาตรฐานเป็นที่ ยอมรับให้ได้ ขอบคุณครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานนะคะ
คําถามข้อที่ ๒ การดูแลสภาพความเป็นอยู่แล้วก็มาตรฐานของผู้ใช้แรงงาน ที่ให้ได้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายกระทรวงแรงงานจะมีมาตรการดูแลแก้ไข เพราะเนื่องจากว่า คนงานเหล่านั้นเมื่อไปทํางานในต่างประเทศแล้ว ดิฉันเคยไปดูที่ไต้หวันแล้วก็หลาย ๆ ประเทศนะคะ ที่อยู่อาศัย อาหาร สวัสดิการ อัตราจ้าง ไม่ว่าเสื้อผ้า เครื่องแบบ บางครั้งนั้นก็ไม่ตรงกับสัญญาจ้าง รวมถึงคนงานนั้นอ่านภาษาต่างประเทศไม่ออก เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะเรียนถามว่า กระทรวงแรงงานนั้นจะมีมาตรการใดที่จะเข้าไปดูแลเขา ให้เขาได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบคุณค่ะ
เอาให้จบเลยได้ไหมครับ ท่านถามคําถามสุดท้ายแล้วเหลืออีก ๑ คําถาม เชิญถามเลยครับ ในข้อที่ ๓ ของท่านคนงานไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก
ก็รวมกันนะคะ สําหรับคนงานไทย ที่ตกทุกข์ได้ยาก ถูกจับกุมคุมขัง หรือจนกระทั่งเสียชีวิต ถูกลงโทษในต่างประเทศกระทรวง แรงงานจะมีมาตรการใดที่จะช่วยเหลือเขา ขอบคุณค่ะ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๓๘/๒
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ขอบคุณครับ ท่านประธาน จากคําถาม ๒ คําถามรวมไปเลยต่อเนื่องนะครับ คือเรามีมาตรการสําหรับ คุ้มครองแรงงานพี่น้องคนไทยที่ไปต่างประเทศอยู่แล้วขอให้เรารู้นะครับว่า ๑. ตอนที่ผมแยก กรุ๊ป (Group) ว่าไปประเทศไหน กฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นการยากยิ่งในการที่ พี่น้องคนไปทํางานนั้นจะเข้าใจ ผมจะมีการนิเทศทุกครั้งต่อไปนี้ว่าพี่น้องผู้ไปใช้แรงงาน ไม่ว่าประเทศไหนนั้นจะต้องเข้าใจขนบธรรมเนียม ประเพณี และกฎหมายเบื้องต้นของแรงงาน ของแต่ละประเทศ ประเทศไต้หวันจะแตกต่างกับประเทศอิสราเอล หรือแตกต่างจาก ประเทศสวีเดนหรือประเทศฟินแลนด์ที่ไปเก็บผลไม้ป่า เพราะฉะนั้น ข้อ ๑. เราจะมีการ ซักซ้อมว่าไปประเทศนี้ต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง บางคนพี่น้องต้องไปเสียชีวิตในการเก็บ ผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดนซึ่งอากาศนั้นหนาวจัด และกําลังที่จะต้องไปเก็บบนภูเขานั้นเมื่อไม่ทราบ สภาพความแข็งแรงว่าต้องไประดับไหน ต้องฟิต (Fit) อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมไปพบมา พี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมินั้นเกือบยกจังหวัดเลยนะครับ เพราะว่านี่จะใกล้ฤดูไปเก็บผลไม้ป่า ที่ประเทศสวีเดนกับประเทศฟินแลนด์ ผมได้ไปสอบถามด้วยตนเองนะครับ ตอนนี้เราจะมี การซักซ้อมกับพี่น้องที่จะไปเก็บผลไม้ป่าถึงความที่ให้ร่างกาย พลานามัยที่สมบูรณ์ เพราะปีที่แล้วไปก็ไปเสียชีวิตบนเขาเพราะว่าอายุเยอะและเป็นโรคความดัน เมื่อไปถูก อากาศหนาวก็มีปัญหาอย่างนี้เป็นต้น เมื่อการซักซ้อมตรงนี้เกิดขึ้นการเจรจาที่จะให้พี่น้อง ได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยกลับมา ผมมีโอกาสได้ไปพูดคุยกับระดับทุกประเทศเขาเรียกว่าต้องมี การประเมินการขั้นต่ํา คนงานไทยไปประเทศไหนต้องมีขั้นต่ํา ขั้นต่ํานั่นหมายถึงว่าถ้าคุณไป เก็บผลไม้ ๓ เดือน เดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๓ เดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท คนงานจะต้อง มีเงินกลับบ้าน ๓๐๐,๐๐๐ บาทอย่างน้อย เพราะไม่ใช่รอว่าฤดูกาลไปเก็บผลไม้แล้วไป ชั่งน้ําหนักตามฤดูกาล อันนั้นไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นการเจรจาได้คืบหน้าไปอย่างมาก เพราะว่าพวกเราไม่ว่าประเทศไต้หวัน ก็มีกฎหมายที่แตกต่างกันไป ขณะนี้ก็มีการแก้ไขกฎหมาย ระหว่างผมกับประเทศไต้หวันนะครับว่า พี่น้องคนไทยไปอย่างเสียเปรียบ อาทิเช่น ยกตัวอย่าง กําลังต่อรองอยู่ว่าไปแล้วจะมีค่าใช้จ่ายถูกหักเดือนละ ๑,๘๐๐ บาท ๑,๘๐๐ บาทนั้นหมายถึงว่า คนไทยมีปัญหาต้องใช้ล่ามเขาทุกเดือน ปีหนึ่งก็กลายเป็น ๑๘,๐๐๐ บาท เป็นเงินเยอะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๓๘/๓ ๒ ปีก็เป็นเงินหลายหมื่นบาท ตรงนี้ก็คงว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะเรามีทูตแรงงาน อยู่ที่นั่นแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้นเราจะรับผิดชอบตรงนี้ ก็เท่าที่รู้มาว่าก็มีผลคืบหน้าว่า เขาจะลดให้เหลือครึ่งหนึ่ง อย่างน้อยก็ ๙๐๐ บาท นั่นเป็นผลคืบหน้าที่ผมทราบมา เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่คิดว่าคงจะเป็นทางการ บางครั้งคนไทยที่ไปบางครั้งก็ไปทําผิดกฎหมาย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๓๙/๑ เช่นไปติดยาเสพติด ติดโดยอะไรก็ต้องเป็นเหตุผลว่าติดก่อนไปหรือว่าไปติดที่ประเทศเขา ก็มีการแก้ไข อย่างประเทศไต้หวัน ยกตัวอย่างที่ติดคุกด้วยกัน ๘๕ คน ก็มีร้านอาหารไทย ขายอาหารไทยใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมไต้หวัน ทั้งหมดก็มี ๓-๔ ร้านนํายาเสพติดไปขาย ไปมอมเมาคนไทยที่ทํางาน มีติดยาเสพติด มีเล่นการพนัน มีการปล่อยเงินกู้ที่ผิดระบบ เพราะฉะนั้นคิดว่าพวกเรากําลังร่วมมือทําเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ก็เลยอยากขอให้มั่นใจสิ่งที่ดีที่สุดครับ ที่พวกท่านนั่งอยู่ข้างล่างนั่นละครับ แต่ละจังหวัดถ้าหากรู้ว่าพี่น้องของเราไปทํางานที่ไหน ถ้าเกิดรู้ข้อเท็จจริงช่วยกันประชาสัมพันธ์หรือขอความร่วมมือ ผมยินดีร่วมมือเต็มที่ เพราะว่าเรารู้ครับ ถึงจะมีตํารวจแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโจร ฉะนั้นวันนี้ถ้าเราช่วยกัน เราเป็นมากกว่าตํารวจ ช่วยตํารวจด้วยโจรมันก็จะน้อยลงครับ ขอขอบคุณครับ
จบกระทู้ถามทั่วไปเรื่องที่ ๑ นะครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๘๙ เรื่อง การก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
ท่านได้มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปนะครับ เนื่องจากว่า ท่านติดภารกิจสําคัญที่มีนัดไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ ผมจะขอ เลื่อนไปสัปดาห์หน้าจะบรรจุของท่านเป็นลําดับที่ ๑ ในกระทู้ถามทั่วไปนะครับท่าน ส.ส. อนุรักษ์ อย่างนั้นผมไปกระทู้ถามเรื่องที่ ๓ นะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๐๐ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมถนน สายบ้านตูม-ไร่เจริญ ที่ชํารุดเสียหาย (นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
เจ้าหน้าที่เชิญท่านรัฐมนตรีหน่อย ไปดูที่ห้องผม ท่านกําลังบันทึกทีวี (TV) อยู่หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นก็จะเอากระทู้ถามที่ ๔ ขึ้นมาก่อน ผมขอเอากระทู้ถามที่ ๔ ก่อนได้ไหมครับ เชิญท่านวิชัยครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๓๙/๒
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นก่อนที่จะเลื่อนกระทู้ถามผมไปกระทู้ถามที่ ๔ นั้นผมขอแก้ เมื่อสักครู่ท่านประธาน อ่านชื่อผมผิดครับ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ ท่านอ่านเป็นวิชัย
ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ ถึงอ่านไม่ผิดก็จําหน้าได้ครับ อย่างนั้นกระทู้ถามที่ ๔ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรอเลยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์พร้อมนะครับ เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยกําลังบันทึกทีวีอยู่ที่ห้องผมนะครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะมาตอบ ผมจะขอ เอากระทู้ถามที่ ๔ ขึ้นมาก่อนนะครับ
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๔๑๕ เรื่อง โครงการพัฒนาปิโตรเลียมแหล่งดงมูล (นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๓๙/๓
เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ เพราะเดี๋ยวท่านจะสงสัยว่าทําไมมาถามเรื่องแหล่งดงมูล ดิฉันขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าตามที่บริษัท อพิโก้ (โคราช) จํากัด ได้รับสัมปทาน สํารวจปิโตรเลียมบนบก สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๔๐/๑ ภายใต้สัมปทานปิโตรเลียม เลขที่ ๙/๒๕๕๖/๖๖ จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สําหรับพื้นที่ ผลิตแหล่งดงมูลก็ครอบคลุมพื้นที่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งพบแก๊สธรรมชาติ แล้วตอนนี้ เขาบอกว่าข้างบนเป็นแก๊ส แต่ข้างล่างเป็นน้ํามันเยอะมากนะคะ สามารถพัฒนาเพื่อผลิต ปิโตรเลียมต่อไปได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวเข้าข่ายต้องจัดทําอีไอเอ (EIA) ซึ่งบริษัท พาโนราม่า คอนซัลแทนส์ จํากัด และบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จํากัด ได้รับมอบหมายให้ศึกษา และจัดเตรียมรายงานดังกล่าวก่อนที่จะได้รับความเห็นชอบก่อนดําเนินการโครงการนี่นะคะ ดิฉันก็สงสัยค่ะว่ากระทรวงพลังงานติดตามเรื่องกระบวนการจัดทําอีไอเอมากน้อยแค่ไหน หรือแล้วแต่ว่าเขาจะทํารายงานมาแล้วท่านก็เชื่อถือตามนั้น ดิฉันจะขอเรียนถามท่านค่ะว่า ขณะนี้การศึกษาอีไอเอดําเนินไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะว่ามันจะต้องมีกลุ่มเป้าหมาย มีผู้มีส่วนได้เสีย แล้วก็ต้องใช้กระบวนการที่ถูกต้องด้วย ดิฉันเป็น ส.ส. แล้วดิฉันกลับไป จังหวัดกาฬสินธุ์บ่อย มีหลายคนมาร้องเรียนกับดิฉันว่าไม่ทราบเลยว่าเขาทําอะไรกันบ้าง และไม่ได้ไปถามพี่น้องประชาชน เวลาเขาจะรับฟังความคิดเห็นตอนนี้ทําที่ศาลากลาง แม้กระทั่งหน่วยงานราชการที่เขากําหนดเอาไว้ว่าเขาจะต้องเชิญใครมาบ้าง บางหน่วยงาน ก็ไม่ได้รับเชิญ ข้าราชการด้วยนะคะที่ร้องเรียนกับดิฉัน แล้วก็ทํา ๒ ครั้งที่ศาลากลาง ดิฉันก็ ต้องเรียนถามทางกระทรวงพลังงานซึ่งเป็นผู้กํากับดูแลว่าตอนนี้ท่านทราบไหมคะว่าเขาทํา อะไรไปถึงไหน แล้วได้ผลออกมาอย่างไร เพราะที่จริงมันช้ามาแล้ว ดิฉันหารือก่อนหน้านี้ แล้วยื่นกระทู้ถามไปวันที่ ๑๐ มกราคม พอมาถึงวันนี้ท่านก็น่าจะตอบดิฉันได้ค่ะว่าเขาทํา อะไรไปถึงไหน แล้วมีข้อสรุปหรือข้อเสนออย่างไรบ้าง
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ ด้วยคําถาม กระทู้ถามของท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคําถามเกี่ยวกับเรื่องพัฒนาปิโตรเลียมแหล่งดงมูลซึ่งมีแก๊สธรรมชาติ ก่อนที่จะตอบ คําถามนี้ผมขออธิบายภาพรวม เพราะเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. ได้บอกว่าได้พบแหล่ง แก๊สธรรมชาติอยู่และข้างใต้มีน้ํามันเยอะเลย สภาพภูมิศาสตร์ของภาคอีสานในพื้นที่ทั้งหมด ๑๖๘,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ที่เราขุดเจาะสัมปทาน ทั้งหมดเราสัมปทานไปภาพภูมิศาสตร์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๔๐/๒ เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็นแหล่งที่มีน้ํามันเยอะมากแล้วก็มีแก๊สธรรมชาติมาก แต่ผลสํารวจตั้งแต่ ให้สัมปทานมา ตั้งแต่บริษัท เอ็กซอนโมบิล เมื่อปี ๒๕๑๗ แล้วก็เริ่มทําสํารวจจริงจัง ปี ๒๕๒๒ ไล่มา ปรากฏว่าเราได้พบแก๊สที่น้ําพองในปี ๒๕๒๒ ๓๔ ปีกว่าจะเริ่มผลิตได้ ปรากฏว่าอําเภอน้ําพองผลิตได้มีแก๊สทั้งหมด ๔๘ พันล้านลูกบาศก์ฟุตเท่านั้นเอง หลังจากนั้น เราไปเจอแก๊สที่สินภูฮ่อม มีแก๊สธรรมชาติสํารองอยู่ประมาณ ๓๙๑ ล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งพื้นที่สํารวจทั้ง ๓ โครงการนั้นลงทุนไปประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปรากฏว่าบริษัท ที่สํารวจที่เหลืออยู่อีก ๓๐ บริษัทใน ๑๘ โครงสร้างนั้นลงทุนสํารวจไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เช่นกัน ปรากฏว่าล้มเหลวไม่เจออะไรเลย สําหรับที่เจอที่แหล่งดงมูลนะครับ ทั้งหมดผมขอเรียน อย่างนี้ครับว่าเจอปริมาณสํารองแก๊สธรรมชาติอยู่ ๙๖ พันล้านลูกบาศก์ฟุต ถ้าท่านนึกภาพว่า จํานวนปริมาณเท่าไรนึกไม่ออก สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๔๑/๑ ท่านนึกถึงแก๊สธรรมชาติประเทศพม่าที่ขายให้เรา ปัจจุบันขายให้เราวันละ ๑,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์ฟุต ต่อวัน ดังนั้นการมีสํารองที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ๙๖ ล้านลูกบาศก์ฟุต ถ้าจํานวนเท่ากันขายให้ ประเทศไทยได้แค่ ๙๖ วันก็หมดแล้ว ขณะที่ประเทศพม่าขายให้เป็นเวลาหลายสิบปี ที่อธิบายตรงนี้เพื่อสร้างความเข้าใจ ปรากฏว่าการสํารวจนั้นไม่พบน้ํามันครับ ไม่มีน้ํามัน ในเขตภาคอีสานเลย แล้วก็หลายบริษัทที่ขอสัมปทานมาเสียเงินเสียทองไปก็ยกเลิก ปัจจุบัน ก็ไม่มีการขอสัมปทานอีก มีบางแปลงที่เราเห็นว่ายังไม่มีการสํารวจเราก็ต้องการให้ บริษัทน้ํามันมาเจาะสํารวจ ก็ดูว่ามีใครสํารวจหรือไม่ ปรากฏว่าก็หาคนมาสํารวจยากครับ เพราะว่าดูโครงสร้างแล้วไม่น่าจะมี สําหรับปิโตรเลียมที่แหล่งดงมูล จังหวัดกาฬสินธุ์ นั้นโชคดีในพื้นที่ที่เจาะนั้นเดิมบริษัท เอ็กซอนโมบิลเขาเจาะแล้วเขาเรียกว่าแหล่งดงมูล ๑ เจาะไปแล้วปรากฏว่าไม่มีแก๊ส พอเจาะแหล่งดงมูล ๒ เมื่อปี ๒๕๓๓ ก็ไม่มีแก๊ส เขาก็ทิ้งไป หมดเงินไปหลายพันล้านบาท บริษัท อพิโก้ จํากัด จึงมาขอสํารวจในปี ๒๕๕๑ แล้วก็ ได้พบว่าไม่มีแก๊สเหมือนการเจาะดงมูล ๓ พอมาประมาณปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ปรากฏว่า เจาะโดยใช้วิธีการเจาะเลี้ยวไปอีกจุดหนึ่งเขาเรียกไซด์แทรค (Sidetrack) ปรากฏว่าไปพบ แก๊สตรงนี้ปริมาณทั้งหมด ๙๖ พันล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งทําให้จังหวัดกาฬสินธุ์นั้นมีโอกาสที่จะ ใช้แก๊สธรรมชาติ วิธีการทํางานก็คือว่าพื้นที่ที่เจาะพบบริษัท อพิโก้ จํากัด ได้จ้าง บริษัท พาโนราม่า คอนซัลแทนส์ จํากัด และบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จํากัด ทําการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการทําอีไอเอ กระบวนการทําอีไอเอนั้น มีขั้นตอนกระบวนการหลายขั้นตอน วิธีการอันแรกก็คือจะต้องจัดกลุ่มเป้าหมายหรือผู้มีส่วน ได้เสียแล้วก็ทําแผนในระดับจังหวัดหลังจากนั้นทําแผนระดับอําเภอ แล้วก็ลงตําบล แล้วก็ ลงพื้นที่เจาะ ดังนั้นการทํางานต่าง ๆ นั้นมีการจัดประชุมความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑ เพื่อให้ประชาชนรับทราบว่าข้อเสนอของโครงการเป็นอย่างไร ขอบเขตการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นได้ทําตั้งแต่วันที่ ๘-๑๑ มกราคม ๒๕๕๖ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ก็เชิญในรัศมีแค่ ๕ กิโลเมตรรอบฐานหลุมผลิตและสถานีผลิต และครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ๓ อําเภอ คืออําเภอท่าคันโท อําเภอหนองกุงสี และอําเภอห้วยเม็ก และพื้นที่บางส่วน ของจังหวัดขอนแก่นคืออําเภอกระนวนเข้าฟังการดําเนินการของโครงการ ผมตอบคําถามแรก เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๔๑/๒
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
คําถามที่ ๒ นะคะท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นก็ขออนุญาตที่จะขอรายงาน เพราะดิฉันก็ลงไปในพื้นที่เหมือนกัน ก็ต้องเรียนว่า ดิฉันมีไลเซนซ์ (License) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในการที่จะเข้าไป ดําเนินการในนโยบายของรัฐบาล ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็จะต้องขอเรียนว่าในเมื่อท่านพูดมา ตั้งเยอะเลย ดิฉันก็จะกลับไปย้อนถามท่านถ้าอย่างนั้น นโยบายพลังงานของท่านมันน่าแปลก อย่างแหล่งดงมูลขุดไปตั้ง ๓ ครั้งไม่พบอะไรเลย แต่เขาก็ยังไปขุดครั้งที่ ๔ แล้วก็พบ แล้วก็จะ เรียนถามท่านว่าถ้าจะขอแผนในการที่ท่านจะไปขุดทั้งหลายถ้าเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันทราบว่าแถวอําเภอยางตลาด ตําบลบัวบาน ไปถึงอําเภอสหัสขันธ์ สายทางโน้นไปก็จะมี การขุด ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็จะเรียนขอท่านด้วยว่าแผนตรงนี้เฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์กับจังหวัด ใกล้เคียงว่ามีที่ไหนบ้างที่เขาจะไปขุดเจาะอีกได้ไหม แล้วก็กระบวนการดิฉันสนใจ กระบวนการรับฟังความเห็นประชาชนที่ดิฉันเรียนท่านไปทําที่ศาลากลางแล้ว ๒ ครั้งแล้วก็ ให้ข้าราชการทั้งหลายมา ไปทําในพื้นที่อย่างเก่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. คือเป็นผู้นําทางการ ซึ่งที่จริงมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านตรวจสอบแล้วก็ดูด้วยว่ามันไม่ถูกต้อง สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๔๒/๑ ทีนี้ก็ต้องถามท่านอีกค่ะว่า นโยบายพลังงานของท่านมีทิศทางอย่างไร มันมีหลายกลุ่มนะคะ ตอนนี้ดิฉันต้องเรียนท่าน ท่านก็คงทราบที่มารณรงค์เรื่องการขุดเจาะแหล่งพลังงาน ในประเทศ แล้วเขาก็บอกว่าประเทศไทยได้ดูดหรือสูบเอาพลังงานมาได้เยอะมากเลย แต่ประเทศไทยส่งไปขายต่างประเทศแล้วซื้อของต่างประเทศเข้ามา ทําให้เราต้องใช้พลังงาน ราคาแพง อันนี้ท่านต้องอธิบายให้ได้นะคะ อันนี้เป็นเรื่องของนโยบายก็จะขอท่านนะคะ แล้วก็เรียนถามท่านว่าเรื่องอีไอเอ ดิฉันย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าดิฉันขอขั้นตอนแล้วก็ผลที่ได้ด้วย เพราะว่าจะต้องเอามาดูว่าทําถูกต้องไหม ส่วนใหญ่ทําไม่ถูกต้องละค่ะ ทําลวก ๆ เอาแต่ เฉพาะผู้นําไปเท่านั้น แล้วเขาต้องทํากี่ครั้งในพื้นที่นั้น แล้วจะลงไปทําในพื้นที่อีกเมื่อไร ถ้าท่านประธานบอกว่าเป็นคําถามสุดท้ายดิฉันก็จะเรียนท่านว่า ท่านมีมาตรการอะไร ในการที่จะบริหารพลังงานหนึ่งให้คุ้มค่ากับที่เราต้องเสีย ต้องให้คนมาเจาะมากมายนะคะ และที่สําคัญท่านให้เด็ก ๆ ออกมาเรียกร้องให้ประหยัดพลังงาน การโฆษณาทั้งหลาย ให้เด็ก ๆ ออกมานี่ ถ้าไม่มีพลังงานเราจะทําอย่างไร เราก็จะขี่ม้าเอา โอ๊ยเครียด อย่างนี้นะคะ พูดภาษาไทยก็ไม่ถูก แล้วถามว่าท่านจะมีมาตรการอย่างไรนอกจากมารณรงค์อย่างนั้น ท่านจะมีมาตรการอย่างไรไหมสําหรับนโยบายพลังงาน เช่นท่านจะมีนโยบาย มาตรการ ในการที่จะต้องดับไฟป้าย ดับไฟศูนย์การค้า หรือมีผู้เสนอมาว่าศูนย์การค้าน่าจะผลิต ไฟฟ้าเองหรืออะไรอย่างนี้ ก็ต้องเรียนถามท่านถึงมาตรการอันนี้เป็นคําถามนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ต่อคําถามสุดท้ายผมคิดว่า ในคําถามสุดท้ายนั้นมีหลายคําถามอยู่ข้างในผมก็พยายามจะตอบ สิ่งแรกนะครับขณะนี้ มีหน่วยต่อต้านในเรื่องน้ํามันก็ให้ข้อมูลต่อประชาชนผิด ๆ กล่าวหาว่าประเทศไทยนั้น ผลิตน้ํามันได้วันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน แล้วก็น้ํามันส่วนใหญ่นี้ไปขายต่างประเทศ แล้วก็น้ํามันต่างประเทศราคาแพงมาขายเมืองไทย ซึ่งผมขอเรียนนะครับว่า ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เป็นอย่างนั้นเลยครับ ประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ํามันครับ ประเทศไทยนั้น ผลิตน้ํามันได้วันละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาร์เรลเศษเท่านั้นเอง ผมจําตัวเลขชัดเจน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๔๒/๒ ไม่ได้แต่ว่าไม่เกิน ระหว่าง ๑๐๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน ฉะนั้นน้ํามันที่ผลิตได้ ในเมืองไทยนั้นมีสารปรอทเจือปน โรงกลั่นน้ํามันไม่สามารถสกัดน้ํามันนี้ได้เพราะสารปรอท จะไปจับที่เครื่องยนต์ก็จะทําให้เครื่องเสียหาย ก็จําเป็นต้องน้ํามันดิบส่วนนี้นําไปขาย ต่างประเทศ และบางส่วนก็ต้องผสมให้เข้ากับสเปก (Spec) ของโรงกลั่นทําให้คนก็ไปบอกว่า เราซื้อน้ํามันเข้ามานี่ของแพงมาขายให้คนไทย เอาของถูกไปขายให้คนนอก ขายไปจํานวนนั้น นิดเดียวเองครับ มีจํานวนทั้งหมดนี่เราขายไปประมาณไม่กี่หมื่นบาร์เรลต่อวัน ซึ่งตรงนี้ เป็นเรื่องที่ ๑ ในคําถามสุดท้าย
ส่วนเรื่องอีไอเอที่แหล่งดงมูลพอไปขุดเจาะเขาบอกว่าเจอแก๊ส คนก็ไป โฆษณาบอกว่ารู้ไหมมีน้ํามันข้างใต้เยอะเขาปกปิดไว้ ซึ่งเป็นการปลุกระดมชาวบ้านโดยไม่มี ข้อเท็จจริง มีอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดทางภาคเหนือนะครับ ไม่อยากเอ่ยชื่อจังหวัด กรมการพลังงานทหารไปขุดเจาะปรากฏว่าไม่มีน้ํามัน ไม่เจออะไร ไม่เจอแก๊สด้วย เขาไป ปลุกระดมชาวบ้านบอกว่าเจอน้ํามันเต็มเลยทหารปิดหลุมไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าบ้านเมืองกําลังสับสนนะครับ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่า สิ่งใดที่ท่านสงสัยผมอยากให้ถามกระทรวงพลังงานยินดีที่จะตอบ และยินดีจะเชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเป็นคณะ หรือเป็นเซสชัน (Session) ไปเลยด้วยความยินดีนะครับ เพราะว่าการทํางานทุกอย่างเราต้องการให้มีความโปร่งใส มีความเข้าใจตรงกัน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๔๓/๑ แล้วก็อยากให้ทุกท่านกระจายความคิดต่าง ๆ ความเห็นต่าง ๆ ข้อเท็จจริงนั้นให้แพร่กระจายไปทุกส่วน เรื่องการทําอีไอเอ วิธีการทําเราทําตามนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดทําขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ เขาได้ทํา อย่างนี้ครับ วิธีการก็คือได้กําหนดผู้มีส่วนได้เสียออก ๗ กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มที่ได้รับ ผลกระทบโดยตรง กลุ่มที่ ๒ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการทํางานด้านการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ ๓ ก็เป็นหน่วยงานที่ทําหน้าที่พิจารณารายงานวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ ๔ คือหน่วยงานราชการในระดับต่าง ๆ กลุ่มที่ ๕ ก็คือ องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษาภายในท้องถิ่น ระดับอุดมศึกษา และนักวิชาการอิสระ กลุ่มที่ ๖ คือสื่อมวลชน กลุ่มที่ ๗ คือประชาชนทั่วไป ฉะนั้นการทํางานทั้งหมดในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องครอบคลุม ๔ ด้าน ด้านทรัพยากรกายภาพ ด้านทรัพยากรชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัย ฉะนั้นการทําครั้งที่ ๑ ที่ประชาชนรับทราบครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ ๘-๑๕ เดือนมกราคมนั้นได้เชิญประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแล้วก็ ดําเนินการ ส่วนปัจจุบันนั้นการศึกษาสภาพทรัพยากรสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน ๔ ด้าน ก็มีการสํารวจความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สํารวจทัศนคติของประชาชนที่มีต่อโครงการ ทั้งหมดหลังจากทําเสร็จแล้วก็จะนําความคิดเห็นข้อเสนอแนะการประชุมครั้งที่ ๑ มาประเมินสิ่งแวดล้อม มาประเมินให้รับฟังความคิดเห็นรอบที่ ๒ ต่อไป รอบที่ ๒ จะทําอย่างไร ขั้นตอนอย่างไรก็ให้บริษัทเขาเป็นคนกําหนดเพราะว่าบริษัทยังไม่แจ้งรายละเอียด เมื่อทํารายละเอียดสมบูรณ์แล้วผมยินดีที่จะนําเอกสารส่งให้ท่าน ส.ส. มาที่สภาแห่งนี้นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานคะฝากหน่อยค่ะ ฝากยาวหน่อยนะคะท่านรัฐมนตรี ๑. ก็คือดิฉันจะขอแผนที่ท่านจะทําอีกแถวจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียง ๒. ก็คือขอแผนในการที่จะทําอีไอเอกระบวนการรับฟังความเห็นของ ประชาชนที่ท่านรัฐมนตรีพูดมาทั้งหลายเขาไม่ได้ทําอย่างนั้น ดิฉันจึงขอฝากว่าทุกครั้งที่เขา ลงไปทําอยากให้ตัวแทนของกระทรวงพลังงานลงไปดูด้วย แต่ต้องเป็นคนที่รู้เรื่องกระบวนการ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๔๓/๒ มีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็อยากจะเรียนท่านว่าการศึกษาอีไอเอเท่าที่ดูจากเอกสาร ที่ดิฉันได้มาจากการที่เขาไปฟังที่ศาลากลางและข้าราชการเอามาร้องดิฉัน เอามาให้ดิฉันดู ก็คือเน้นว่าจะใช้วิธีหาแก๊สด้วยการวัดคลื่นไหวสะเทือนแบบ ๓ มิติ อย่างนี้ต้องอธิบายให้ ชาวบ้านเขาฟังเขาทราบด้วยว่ามันคืออะไร แล้วมันจะกระทบกับอะไรบ้าง แล้วเวลาพูดถึง ผลกระทบต่ออาชีวอนามัยพูดถึงแต่เฉพาะรูปธรรมไม่ได้ พูดแต่ในเชิงวัตถุในเชิงกายภาพ ไม่ได้ ท่านต้องพูดถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตต่อจิตวิญาณของเขามันจะกระทบอะไรบ้าง วิธีคลื่นไหวสะเทือนดิฉันก็เพิ่งได้ยิน เพราะฉะนั้นชาวบ้านยิ่งไม่มีวันได้ยิน และไม่ทราบว่า คลื่นเหล่านี้เป็นอย่างไรต้องอธิบายให้เขาทราบดิฉันก็ฝากท่านหน่อย แล้วก็ที่ท่านบอกว่า พลังงานของเรามีสารปรอทเจือปนแล้วมันไม่สอดคล้องกับการผลิตของเราถ้ามันคุ้ม ท่านก็ต้องทํากระบวนการผลิตของเราให้มันสอดคล้องกับวัตถุดิบที่เกิดขึ้นในบ้านเราให้ได้ด้วย ดิฉันขอแผนทั้งแผนที่ท่านจะขุดเจาะสํารวจไปจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียง แล้วก็ขอ แผนที่เขาจะทําอีไอเอด้วย ถ้าจําเป็นดิฉันก็จะทําหนังสือเชิญคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนลงไปด้วย สื่อมวลชนจังหวัดกาฬสินธุ์ยังไม่ทราบเลยนะคะว่ามีโครงการนี้ ทั้ง ๆ ที่ท่านตอบมา มีหมดเลย ก็ฝากท่านเอาไว้นะคะ แล้วท่านส่งให้ดิฉันด้วยนะคะแผนอะไรที่ขอข้อมูลทั้งหลาย ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องการสั่นสะเทือน ๓ มิติ ภาษาทางช่างเขาเรียกไซซมิค เทสต์ (Seismic test) ไซซมิค เทสต์นี่นะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๔๔/๑ วิธีการก็คือว่าก็จะเจาะหลุมเป็นรูเล็ก ๆ ลงไป แล้วก็จะใส่ระเบิดลงไปในหลุมนั้น พอระเบิด เสร็จมันก็เกิดคลื่นเสียง พอคลื่นเสียงไปมันก็จะสะท้อนชั้นหินต่าง ๆ เมื่อกลับมาก็มี เรื่องตรวจรับว่าจะได้เห็นชั้นหินแต่ละชั้นเป็นคลื่น คลื่น คลื่น วิธีการก็จะออกมาแบบรูปนี้ครับ นี่คือรูปไซซมิคที่เวลาขุดเจาะ สมมุติว่าระเบิดตรงนี้เสร็จพอคลื่นสะท้อนไปจะเห็นชั้นหิน เป็นเส้นสีแดง สีเขียว ต่าง ๆ แต่เวลาภาพจริง ๆ จะเป็นสีดํา เป็นสีขาวดําเฉย ๆ มันทําให้ มองเห็นว่าชั้นหินแต่ละชั้นหินมีความแตกต่าง
กล้องทีวีช่วยซูมให้หน่อยเพราะมองไม่เห็น
ซึ่งเวลาช่างเขาจะดูเทคนิคตรงนี้เขาจะมาแปลว่าตรงนี้โค้งครับ โค้งหมายความว่า โค้งเป็นแอ่งที่อาจจะมีเก็บน้ํามันอยู่ได้เขาก็จะเจาะสํารวจก็เจาะลงไป พอไซซมิคเสร็จแล้วไม่รู้ว่า จะมีน้ํามันจริงไหม หรือมีแก๊สจริงไหม เมื่อเจาะลงไปแล้วปรากฏว่าที่ทํามาอยู่ ๓-๔ ครั้ง ปรากฏว่าไม่เจอทั้งแก๊ส ไม่เจอทั้งน้ํามัน ครั้งสุดท้ายดูเส้นสีเขียวตรงนี้จะเลี้ยวออกไป นั่นคือ ทําแหล่งดงมูล ๓ เขาเรียกว่าไซด์แทรค คือเจาะแล้วหักมุมให้มันเลี้ยวไปตามช่องตามที่สงสัย ปรากฏว่าเจอมีแหล่งแก๊สอยู่แต่ไม่มีน้ํามันนะครับ ซึ่งตรงนี้คนที่รับสัมปทานได้รับสัมปทาน เฉพาะแหล่งดงมูลไม่สามารถทําที่อื่นได้เพราะพื้นที่ไปจํากัดอยู่ตรงแค่แหล่งดงมูล อยู่ประมาณ ๕๐๐ ตารางกิโลเมตรเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้ที่อื่นถ้าทําไซซมิคใหม่ก็ต้องไปดูว่า คลื่นตรงนี้เกิดอย่างไร แต่ที่แหล่งดงมูลเขาทําไซซมิคเรียบร้อยแล้วเขาจึงเจาะไปเจอแก๊ส เพราะฉะนั้นรายงานต่าง ๆ ที่ท่านถามที่ต้องการแผนผมจะส่งมาให้ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ภายหลังนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๔
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๐๐ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมถนน สายบ้านตูม-ไร่เจริญ ที่ชํารุดเสียหาย (นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๔๔/๒
เชิญถามครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านประธานชอบอ่านชื่อผมผิดเรื่อยเลย เมื่อสักครู่นี้ก็วิชัยนะครับ วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมได้ยื่นกระทู้ถามถามรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ในเรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมถนนสายบ้านตูม-ไร่เจริญ ที่ชํารุดเสียหาย ซึ่งถนนเส้นนี้ มีระยะทาง ๒๖ กิโลเมตร ก่อนอื่นผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประชา ประสพดี ที่ได้ให้เกียรติมาตอบ กระทู้ถาม ผมขอกราบเรียนว่าเดิมทีถนนเส้นนี้เป็นถนนซึ่งเกิดจากการก่อสร้างของ กรมโยธาธิการและผังเมือง เสร็จแล้วกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นได้ถ่ายโอนภารกิจให้กับ ทางกรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบทได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือให้ อบจ. แล้ว อบจ. ถ่ายโอนให้กับทาง อบต. ถนนเส้นดังกล่าวได้รับการถ่ายโอนจาก กรมทางหลวงชนบทมายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อปี ๒๕๔๖-๒๕๔๗ ซึ่งถนน ดังกล่าวนั้นเดิมเป็นถนนลาดยาง ปัจจุบันนี้สภาพของถนนนั้นลาดยางหายเกือบหมด เหลือคืนสู่สภาพถนนหินลูกรังเหมือนเดิม ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่า ถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างอําเภอกันทรลักษ์ไปตําบลหนองฮาง อําเภอเบญจลักษ์ และเชื่อมต่อไปยังตําบลเสื่องข้าว อําเภอศรีรัตนะ ต่อไปยังตําบลตูม อําเภอศรีรัตนะ และต่อเชื่อมไปยังอําเภอน้ําเกลี้ยง อําเภอพยุห์ และอําเภอโนนคูณ รวมทั้งหมดประมาณ ๕-๖ อําเภอ ถนนดังกล่าวนี้ประชาชนได้ร้องเรียนมาหลายครั้ง แล้วผมก็ได้นําเรื่องมาหารือ ในสภาถึง ๒ ครั้ง พร้อมทั้งส่งรูปภาพ แผ่นซีดี (CD) ให้กับทางกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าในช่วงถ่ายโอนสินค้าเพื่อการเกษตร สู่ท้องตลาด สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๔๕/๑ อีกทั้งในการเดินทางไปทํางาน เนื่องจากอาชีพส่วนใหญ่เป็นอาชีพเกษตรกร ขณะนี้ได้ชํารุด เสียหายมาก และได้ทําเรื่องถึงองค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนตําบลทําเรื่อง ถึง อบจ. อบจ. ทําเรื่องส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นก็ส่งเรื่อง ถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่าก็ยังไม่ได้รับ การดูแลหรือไม่ได้รับความสนใจจากกระทรวงมหาดไทย ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการตั้ง กระทู้ถาม
คําถามที่ ๑ ที่จะถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่นก็คือ กระทรวงมหาดไทยทราบหรือไม่ว่าถนนเส้นดังกล่าวนี้ได้ชํารุดเสียหาย ขาดการซ่อมแซม บูรณะมาหลายสิบปีแล้ว ขอคําถามที่ ๑ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมในนามของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทําการตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิก ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้สะท้อน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษ ผมไม่แปลกใจที่ท่านได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาอย่างนี้ เพราะท่านทําหน้าที่ที่จะนําปัญหาเข้ามาสู่ กระบวนการการแก้ไข จากคําถามของท่านสมาชิกก็ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ในนามรัฐบาลเอง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็มีบัญชาดําริให้สอดส่องหรือดําเนินการ สอดส่องดูแลปัญหาในเรื่องการคมนาคม การเดินทางที่จะสร้างประโยชน์สุขให้กับ พี่น้องประชาชน จากคําถามที่ท่านได้ถามว่าถนนสายบ้านตูม-ไร่เจริญ ระยะทาง ๒๖ กิโลเมตรนั้น ซึ่งถนนสายดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตําบลจานใหญ่ ซึ่งมีระยะทางความยาวถึง ๔ กิโลเมตร องค์การบริหารส่วนตําบลจานใหญ่ได้ดําเนินการ ซ่อมแซมโดยการลงหินคลุกบดอัด ซึ่งสภาพที่ท่านได้สะท้อนปัญหามานั้น ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ขรุขระ รถหรือการเดินทางสัญจรของพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความยากลําบาก อาจจะเป็นรถจักรยานยนต์ รถปิกอัพ รถยนต์ หรือรถขนเกี่ยวกับพืชผลการเกษตรกรทั้งหลาย ปัจจุบันนี้ได้มีการประสานและขอข้อมูลตรวจสอบไปยังจังหวัด ก็ได้รับรายงานมาเป็นที่ชัดเจน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๔๕/๒ เป็นที่ยุติว่าองค์การบริหารส่วนตําบลได้ดําเนินการจัดตั้งงบประมาณและนําหินคลุกมาบดอัด หลุมบ่อถนนนั้นให้อยู่ในลักษณะที่ใช้งานได้ในระดับหนึ่งนะครับ ส่วนการที่จะทําให้เป็นถนนถาวร ก็คงจะอยู่ในมาตรการต่อไป แต่ในเบื้องต้นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามที่ท่าน ได้สะท้อนปัญหานั้นก็ได้ทุเลาเบาบางมีการแก้ไขตามที่ท่านได้ลงไปพบปะหรือรับคําร้อง หรือไปรับคําร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนมาเสนอเป็นกระทู้ถามดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
เชิญคําถามที่ ๒ รัฐมนตรีท่านทราบแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย จากคําตอบของทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นแสดงให้เห็นว่า เป็นคําตอบที่ทางหน่วยราชการเป็นคนเขียนมา ขอเรียนตามตรงเนื่องจากว่าถนนเส้นนี้ ผมเทียวเป็นประจําทุกอาทิตย์นะครับ การแก้ปัญหานั้นผมได้นําเสนอทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้แก้ปัญหาเท่าที่แก้ได้ก่อน เนื่องจากว่าได้มีการร้องเรียนมาหลายครั้ง และได้ หารือในสภาถึง ๒ ครั้ง พร้อมทั้งส่งรายละเอียดทั้งหมด อีกทั้งครั้งหลังสุดผมได้ยื่นต่อ นายกรัฐมนตรีอีกชั้นหนึ่ง เพื่อต้องการทราบว่าถนนดังกล่าวนั้นอยู่ในความสนใจของรัฐบาล หรือไม่ ที่ผมถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่ากระทรวงมหาดไทยได้ทราบ ปัญหาเรื่องนี้พร้อมทั้งรายละเอียดหรือยัง แต่ก็ไม่เป็นอะไรเมื่อท่านตอบคําถามมาแล้ว ท่านตอบเป็นเพียงส่วนหนึ่งคือส่วนช่วง ๔ กิโลเมตร ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ อบต. จานใหญ่ ที่รับผิดชอบทั้งหมดมันมี ๕ อบต. นะครับท่านรัฐมนตรี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อท่านทราบแล้ว สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๔๖/๑ ผมก็จึงถามคําถามที่ ๒ ว่าเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ทราบปัญหาเรื่องนี้แล้วกระทรวงมหาดไทย จะดําเนินการแก้ไขอย่างไรและเมื่อใด เพราะพี่น้องประชาชนนั้นรอคําตอบและรอความหวัง จากกระทรวงมหาดไทย เป็นคําถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมในนามของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องนี้ก็ต้องขอกราบเรียนท่านสมาชิกว่าในส่วนระยะที่ ๒ ซึ่งเหลือระยะความยาวอีก ๒๒ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษนะครับ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองได้รับทราบปัญหาตามที่ท่านได้สะท้อนถึงว่า เรื่องนี้ท่านได้ทําหนังสือแจ้งมายังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้มีบัญชา ให้กระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการลงไปสอดส่องหรือไปติดตามปัญหาดังกล่าว ก็ขอเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ๒๒ กิโลเมตรในจุดนี้อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในสายทางขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองนั้นได้นําโครงการ ถนนสายดังกล่าวซึ่งเหลือความยาว ๒๒ กิโลเมตรบรรจุเข้าในแผนของจังหวัดศรีสะเกษ ก็คือแผนองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ปี ๒๕๕๗ เขาเรียกว่าแผน ๓ ปี ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ ไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองก็ได้เห็น ความสําคัญว่าแผน ๓ ปีนั้นอาจจะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วย ความล่าช้า จึงได้มีการทบทวนและไปเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จัดไว้ในแผน ๓ ปีว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองนั้นจะดําเนินการได้อย่างไร ทางกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ประสานไปยังจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษว่าเรื่องนี้เนื่องจากว่า ท่านสมาชิก ท่าน ส.ส. วิวัฒน์ชัยท่านตามติด ท่านจี้ติดเพราะท่านไปพื้นที่ พี่น้องประชาชน ก็มาสะท้อนปัญหาท่านทั้งที่บ้าน ทั้งที่สํานักงาน ท่านก็มาสะท้อนปัญหา อย่างนี้เป็นสิ่งที่ น่ายกย่องอย่างยิ่งนะครับ ก็ขอเรียนชี้แจงว่าเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และเห็นถึงความสําคัญก็ได้ประสานไปโดยได้ประสานขอความร่วมมือไปว่ามีความเป็นไปได้ หรือไม่ที่จะให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ทบทวนตามที่ได้แจ้งมาว่าขอให้ขยับจาก ปี ๒๕๕๗ ให้กลับเข้ามาอยู่ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นโครงการเร่งด่วน อันนั้นก็จะได้นําเรียน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๔๖/๒ ให้ท่านทราบในโอกาสต่อไป แต่ในเบื้องต้นกระบวนการที่ได้ดําเนินการแก้ไขและได้มาชี้แจง ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ก็ตามที่ได้ชี้แจงดังกล่าวครับ ขอขอบคุณครับ
จะฝากอะไรบ้างไหม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชา ประสพดี ที่ได้ให้ความหวัง แล้วก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชา ประสพดี ว่าจากระยะ ๓ ปีนั้นให้ย่นลงมาเหลือ ๑ ปี เรื่องที่ ๑
ฝากเรื่องที่ ๒ ก็คือเราต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงว่าขณะนี้ถนนที่ ถ่ายโอนภารกิจไปให้กับ อบต. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นกําลังมีปัญหาทั่วประเทศ สภาพโดยทั่วไป ซึ่ง อบต. นั้นขาดงบประมาณ ขาดบุคลากร จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดพิจารณาในสภาพทั่วไปของประเทศไทยครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ จากข้อห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้น ก็ขอเรียนว่าที่จริงแล้วปัญหาดังกล่าวนั้นมีโดยรวมทั่วประเทศ ทั้งถนนที่เกิดปัญหาจาก อุทกภัยน้ําท่วมทั้งหลาย เรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เองก็มีบัญชากําชับเลย ก็ขอเรียนว่าเราให้ความสําคัญและติดตามสถานการณ์อย่างนี้อยู่ต่อเนื่อง และในเรื่อง ของงบประมาณต่าง ๆ ที่จะอุดหนุนลงไปยังท้องถิ่นตามที่ผมได้กํากับดูแลกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นนั้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๗/๑ ในเร็ววันนี้ก็อาจจะดําเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติและกฎเกณฑ์ทั้งหลาย ซึ่งท้องถิ่นเอง สามารถที่จะใช้งบเงินอุดหนุนถ่ายโอนไปดําเนินการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ได้อย่างคล่องตัวในระดับหนึ่ง ก็ขอกราบเรียนเพื่อให้ท่านเกิดความมั่นใจ ขอขอบคุณครับ
จบการพิจารณากระทู้ถามนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อแล้ว ๔๑๕ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการตามระเบียบต่อไปนะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเลื่อนขึ้นมานะครับ คือลําดับที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๗/๒
เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการ เหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก คณะรัฐมนตรีให้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... โดยมี หลักการ และเหตุผลดังนี้
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรกําหนดให้มีกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ และปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคม ประกอบกับแนวนโยบายของรัฐบาลได้มีการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยของรัฐพัฒนา ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกํากับของรัฐ เพื่อประโยชน์ ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัว สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะต้อง คํานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการ สมควรปรับปรุงการบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
เชิญอาจารย์เยาวนิตย์ เพียงเกษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันยินดีอย่างยิ่งที่ทางสภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีโอกาสพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้เข้ามา เพราะว่าพระราชบัญญัติเกี่ยวกับด้านการศึกษาของไทยเรา ซึ่งได้จัดทําขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ฉบับเก่าที่ได้มีมติว่าเราจะต้อง ทําพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติใหม่ขึ้นมา ตั้งแต่นั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ก็นานมากแล้วนะคะ ที่สถาบันการศึกษาขั้นอุดมศึกษาของเรายังไม่ได้ดําเนินการให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ นั้นเลย ดิฉันเห็นว่าการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีโอกาสที่จะ ได้ออกเขาเรียกว่าออกนอกระบบ แต่ก็ยังเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐอยู่แล้วก็อยู่ในกํากับของรัฐ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๔๗/๓ ก็ถือว่ามีความกล้าหาญแล้วก็มีความเชื่อมั่นว่าจะทําได้ดีในด้านการบริหารจัดการ แล้วก็ จะทําให้สู่ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ เพราะว่าเกียรติประวัติของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้ ก็มีมาเนิ่นนานมาก เริ่มตั้งแต่เป็นมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ มีคณะเพียง ๔ คณะก็สามารถเติบโต มาจนถึงทุกวันนี้ มีถึง ๕๔๓ หลักสูตร แล้วก็สามารถผลิตบัณฑิตเมื่อปีที่แล้วจบไปถึง ๑๒,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็มีนิสิตในปัจจุบันทั้ง ๓ ระดับ คือ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ถึง ๖๐,๐๐๐ กว่าคน ก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่มากสําหรับประเทศไทยเรา จากมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ เติบโตมาจนได้ถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าเป็นความสามารถของผู้บริหาร แล้วก็ทั้งความร่วมมือของนิสิตและประชาชนชาวไทยทั้งหมดเลยนะคะ เพราะว่าพันธกิจ และปรัชญาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๔๘/๑ ต้องการที่จะเป็นสถาบันที่สั่งสม เสาะแสวงหา และพัฒนาความรู้ให้เกิดความเจริญงอกงาม ทางภูมิปัญญา แล้วก็เพียบพร้อมด้วยวิชาการ จริยธรรม คุณธรรม ตลอดจนจะเป็นผู้ชี้นํา ทิศทาง สืบทอดเจตนารมณ์ที่ดีของสังคม เพื่อความคงอยู่ ความเจริญ และความเป็นอารยะ ของชาติ อันนี้ก็เป็นปรัชญาของมหาวิทยาลัย สําหรับพันธกิจน่าสนใจมากนะคะ เพราะว่า พันธกิจที่จําเป็นต้องทําก็คือสะสมภูมิปัญญา สร้างและพัฒนาองค์ความรู้ที่หลากหลาย สร้างคนที่มีปัญญา รู้เหตุรู้ผลอยู่ในคุณธรรมและมีจิตสํานึกเพื่อส่วนรวม เราจะเห็นผลงานทางด้าน วิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมาก็จะทําให้เราเกิดความเชื่อมั่นว่า คงจะสามารถบริหารงานให้สู่ความเป็นเลิศแล้วก็มีความสามารถในการทําให้ประสบ ความสําเร็จในด้านพันธกิจต่าง ๆ สําหรับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ติดอันดับของโลก เรานี่นะคะ เรียกว่าทอป (Top) ๓๐๐ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ในลําดับที่ ๑๖๑ แล้วก็เป็นอันดับที่ ๑๙ ของเอเชีย (Asia) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ต้องพูดถึงนะคะ ก็อยู่ในระดับทอป เท็น (Top ten) เหมือนกัน ส่วนอันดับอื่น ๆ ดิฉันก็ไม่พูดถึงเพราะว่า ของเราก็ติดเข้าไปในอันดับโลกหลายที่เหมือนกัน สําหรับลักษณะเด่นหรืออัตลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดิฉันก็อยากให้ส่งเสริมเหมือนกันว่าทางด้านเกษตรควรจะ เด่นมาก ๆ ที่เป็นมหาวิทยาลัยติดลําดับโลกก็เพราะว่ามีงานวิจัยที่ดีเกี่ยวกับด้านการเกษตร ซึ่งสามารถทําได้จริงแล้วก็สามารถมาผลิตได้ เมื่อตอนที่ดิฉันเคยเป็นนิสิตของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขาเรียกว่าเคยู ๓๔ (KU34) ตอนนั้นโปรตีนเกษตรเพิ่งออกมาใหม่ ๆ ก็เป็นที่งุนงงของประชาชนไทยมากเลยว่ามันมีได้อย่างไรโปรตีนทํามาจากถั่วเหลือง อะไรอย่างนี้นะคะ ก็ต้องมาโฆษณากันนานแล้วก็มาทําอาหารให้ชิมเหมือนกัน จากจุดเล็ก ๆ เหล่านั้นนํามาสู่ประเทศไทยซึ่งจะกลายเป็นครัวโลกก็ถือว่าเป็นผลงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งผลิตบัณฑิตด้านเกษตรกรรมออกมามาก ก็ต้องยกให้เป็นคุณงามความดีของมหาวิทยาลัย แห่งนี้ สําหรับกฎหมายที่ได้ทําร่างเข้ามาในสภานี้ทั้งหมดที่ดิฉันได้ไปศึกษาดูก็มี ๗๙ มาตรา ก็แบ่งออกไปถึง ๙ หมวด แล้วก็มีบทต่าง ๆ อีก สําหรับหลักการและเหตุผลก็ถือว่าควรจะ เป็นไปตามอย่างนั้น แต่ก็มีข้อที่ดิฉันอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตหรือข้อสงสัยในชั้น กรรมาธิการก็น่าจะได้ดูแลหน่อย ในหมวด ๑ มาตรา ๗ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีวัตถุประสงค์ถึง ๘ อย่าง จะทําอย่างไรให้ได้ครบเวลาเราไปปฏิบัติจริงก็จําเป็น ที่ดิฉันเห็นว่า น่าจะติดใจแล้วก็อยากจะเรียนถามไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยก็คือมาตรา ๑๑ ที่พูด สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๔๘/๒ ถึงว่าวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยที่ตามมาตรา ๗ นั้น ให้รับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่น เข้าสมทบในมหาวิทยาลัยก็ได้ แล้วก็มีอํานาจให้อนุปริญญา ให้ปริญญาและประกาศนียบัตร ชั้นหนึ่งชั้นใดแก่ผู้สําเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบนั้นได้ อันนี้ก็เป็นข้อข้องใจเหมือนกันว่า ในการที่เราจะรับสถาบันอื่นเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น จะมีหลักเกณฑ์อย่างไร แล้วก็บอกว่าในการที่รับเข้ามาแล้วก็ยกเลิกได้อีก สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๔๙/๑ ก็มีประสบการณ์เล็กน้อยนะคะว่าเคยศึกษาในระดับปริญญาโทแล้วมีมหาวิทยาลัยบางแห่งไป เขาเรียกว่าไปทําความตกลงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศสอนในระดับปริญญาเอก พอทําไปแล้ว เกิดอุปสรรคมากมายก็เลยไม่สําเร็จ อย่างนี้ก็มี ทําให้นิสิตที่ไปลงทะเบียนเรียนเกิดปัญหามาก แล้วก็ต้องเสียเงินเสียทองไปตั้งเยอะนะคะ เพราะฉะนั้นในเรื่องการที่จะรับหรือเข้าสมทบ สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ไม่ว่าจะทั้งในประเทศและต่างประเทศควรจะมีกฎเกณฑ์หรือหลักการ ที่สมเหตุสมผล และการควบคุมสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่เข้าสมทบให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นสําหรับข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมีความจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องดูว่ามันจะทําได้มากน้อยแค่ไหน การที่มหาวิทยาลัยมีการบริหารงานที่เป็นอิสระ ออกไปนี่นะคะ ในส่วนพวกนี้สถาบันการศึกษาซึ่งไม่ได้เป็นสถาบันของเราเองหรืออยู่ต่างประเทศ เขาก็อาจจะจ้องเข้ามา หรืออาจจะมีการแสวงหาผลประโยชน์กับผู้ที่อยากเข้าเรียน ดิฉันก็อยากจะฝากข้อคิดเห็นอันนี้ไว้ด้วย แล้วส่วนที่ทางมหาวิทยาลัยได้ทําก็ดีอยู่แล้วนะคะ โดยเฉพาะในด้านงานวิจัยก็อยากจะให้ดําเนินงานอย่างนี้ต่อไปอีก แล้วก็สามารถจะทําวิจัย ได้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก สําหรับที่มีผู้คนเป็นห่วงกันมากเรื่องว่าถ้ามหาวิทยาลัยของรัฐ ออกนอกระบบแล้วจะทําให้ค่าเล่าเรียนแพงนะคะ ดิฉันก็เห็นว่าก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะว่า ทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้รับการอุดหนุนจากรัฐเหมือนกัน ในปัจจุบันนี้รัฐก็ได้อุดหนุนเงิน เป็นจํานวนมากให้แก่สถาบันการศึกษา ยิ่งสถาบันการศึกษาที่มีงานด้านวิจัยที่เด่นอย่างนี้ก็คงจะ ได้รับการอุดหนุนอย่างมากเลย เพราะว่าตามมาตรา ๑๕ รายได้ของมหาวิทยาลัยก็มาจาก เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจําเป็นต้องจัดสรรให้เป็นรายปีอยู่แล้ว แล้วก็เงินและทรัพย์สินที่มี ผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัยก็มี ค่าธรรมเนียม ค่าบํารุง ค่าตอบแทน รายได้ และผลประโยชน์ ที่เกิดจากการลงทุนหรือการร่วมลงทุน และจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ก็ยังมี รายได้ที่เป็นผลประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ที่ราชพัสดุ จัดหาผลประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีมาก แล้วเงินกองทุนที่รัฐบาลและมหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น แล้วก็มีรายได้หรือผลประโยชน์อย่างอื่น ๆ อีก ดิฉันก็อยากจะฝากข้อคิดเห็นสําหรับเรื่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพียงแค่นี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหารอําเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ๑๐ ท่านนะครับ ขณะนี้กําลังอยู่ระหว่าง สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๔๙/๒ การพิจารณาในวาระที่หนึ่ง เรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้เสนอนะครับ ต่อไปเชิญคุณครูอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ต้องบอกว่า วันนี้นั้นถ้าอยากพัฒนาให้ทันโลกต้องออกนอกระบบเช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในวันนี้ ที่มาในวันนี้ก็คือการออกนอกระบบ การออกนอกระบบ ท่านประธานที่เคารพคะ เขาเล่าว่า เอา ๕ หาร ตะแกรงร่อนถึงจะเชื่อ แต่ว่าในยุคปัจจุบันนี้ถ้าเล่าในหลาย ๆ ที่รวมกันตามสื่อ แล้วความน่าเชื่อถือจะต้องเกิดนะคะ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๕๐/๑ การออกนอกระบบของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยเขาเล่าว่าจะสบาย อาจารย์ เจ้าหน้าที่ก็จะสบาย เพราะว่าเงินเดือนจะขึ้น ๑.๗ เท่า ถ้าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีเงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในเดือนต่อมาถ้าออกนอกระบบแล้วจะได้ถึง ๒๗๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว แต่คนเรียนจะลําบาก เพราะว่าคนระดับกลางในประเทศไทยนั้นมีเยอะมาก มากกว่าคนร่ํารวย ทีนี้ค่าเล่าเรียน ก็จะแพงขึ้น ดิฉันตั้งเป็นข้อสังเกตว่าไม่อยากให้ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยแพงขึ้นอย่างมาก เพราะว่าคนระดับกลางในประเทศนี้จํานวนมากเลยทีเดียว แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะหาแหล่งทุน ให้กับนักศึกษา ท่านประธานคะ ก็ไม่พ้นเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ปกตินี้นะคะ ถ้าไม่ออกนอกระบบ แต่ดิฉันสนับสนุนนะคะ ตั้งเป็นข้อสังเกตและข้อเปรียบเทียบ เรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะว่าเป็นข้อเปรียบเทียบให้เห็นได้เด่นชัดว่า ปัจจุบันนี้ถ้าเรียน ๔ ปีในคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยนี่ค่ะ ๔ ปีอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าออกนอกระบบแล้วอยู่ที่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่ก็คือมันไม่เป็นธรรมกับคนระดับกลาง ใคร ๆ ก็อยากจะให้ลูกตะกายดาวทั้งนั้นค่ะ ท่านประธานคะ ต้องการที่จะให้ลูกตะกายดาว ไปถึงฝั่งฝัน อยากให้ได้ดีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ถ้าออกนอกระบบแล้วตั้งใจที่จะมาขึ้น ค่าเล่าเรียนดิฉันว่าจะต้องพิจารณากันให้รอบด้าน นอกจากเงินกองทุนเพื่อการศึกษาแล้ว ถ้าจะออกนอกระบบและส่งเสริมคนระดับกลางจริง ๆ แล้ว จะต้องให้นักศึกษาเข้าหา แหล่งทุนการศึกษาให้เปล่าจากมหาวิทยาลัยให้ได้ ดิฉันไม่ต้องการให้เห็นว่าเมื่อออก นอกระบบแล้วคนที่จากข้าราชการเป็นพนักงานเงินเดือนเพิ่มขึ้น เอกสารเพิ่มขึ้นเพื่อให้ ตรวจวิทยฐานะเพื่อจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น แล้วค่าเล่าเรียนแพงขึ้นเพื่อไปเพิ่มเงินให้กับ พนักงานอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันไม่ต้องการ แล้วต้องการกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ถึงท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้จะต้องมีการถกกันอย่างรอบคอบค่ะ แต่ที่ดิฉันว่าเมื่อออก นอกระบบแล้วงานสอนเพิ่มขึ้น คุณภาพเพิ่มขึ้น งานวิจัยเพิ่มขึ้น พนักงานแข่งขันเพื่อคุณภาพ เพิ่มมากขึ้น ได้ประสิทธิภาพส่งต่อสู่ระบบของสังคมในประเทศไทยเพิ่มขึ้น นั่นคือสิ่งที่ ต้องการในการออกนอกระบบค่ะ ท่านประธานคะ ปรัชญาการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งที่ต้อง คํานึงถึงว่าทิศทางการศึกษาไทยมุ่งผลิตบัณฑิตแบบไหนมารับใช้สังคมส่วนใหญ่ ถ้าหาก ทุกมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วดิฉันกลัวว่ามหาวิทยาลัยจะมุ่งรับใช้ภาคธุรกิจเท่านั้น ปัญหาใหญ่ ๆ มีอยู่ ๒ อย่างก็คือ ๑. เรื่องความเป็นธรรม ในแง่โอกาสทางการศึกษา สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๕๐/๒ สําหรับคนที่มีปัญหาด้านฐานะ แม้ว่าจะมีเงินกู้ยืมกองทุนเพื่อการศึกษาก็ตาม ปัญหาที่ตามมาก็คือ ค่าเล่าเรียนแพง ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะ เรื่องนี้คนระดับกลางเยอะนะคะ
ข้อที่ ๒ เรื่องของการจัดการความสําคัญของวิชา ตัวอย่างง่าย ๆ บางวิชา มีนักศึกษาลงทะเบียนเรียนแค่ ๒-๓ คน ท่านประธานคะ แค่ ๒-๓ คน พออยู่ในภาครัฐ ที่ไม่ออกนอกระบบเปิดกันนะคะ บางครั้ง ๒-๓ คนนี้ที่เรียนเพราะว่าตลาดไม่ต้องการ แต่ว่า ในเรื่องของศักดิ์ศรี ในเรื่องของอนาคตที่จะมีเกิดขึ้นในสิ่งที่ยังไม่เกิดในอนาคตเตรียมกันไว้ เป็นความต้องการของตลาดน้อย ๆ อย่างนี้ก็เปิด สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๑/๑ แต่ทีนี้พอออกนอกระบบแล้วก็บอกว่าไม่คุ้มในวิชานั้น ๆ หรือหลักสูตรนั้น ๆ แล้วก็จะคุ้ม ในสิ่งที่เป็นคนที่เรียนเยอะ ๆ เช่น เอ็มบีเอ (MBA) บริหารธุรกิจเปิดไปซอยย่อยสาขาเยอะมาก ต้องดูว่าวิชาหรือหลักสูตรไหนคุ้มไหมที่จะเปิดเป็นหลัก ถ้ามองในเรื่องของธุรกิจตลาดวิชา การค้าวิชาเป็นการค้านั้นจะทําให้เราเสียคนเก่งและคนที่ตั้งใจ คนที่รักศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ดังนั้นแล้วใน ๒ ข้อที่ดิฉันเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าคน ๒ คนก็ยังต้องเปิดอยู่ ที่ดิฉันต้องยกตัวอย่างมานี้ดิฉันไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะท่านประธาน ได้แนวคิดมาจาก ประเทศญี่ปุ่นว่าคนในประเทศญี่ปุ่นนั้นชอบมาเที่ยวที่ประเทศไทยโดยเฉพาะเกษตรกรญี่ปุ่น เมื่อพ้นฤดูเก็บเกี่ยวของเขาแล้วคนประเทศญี่ปุ่นจะมาที่ประเทศไทย วันนั้นเขาไปบรรยาย ที่เขาเล่าให้ฟังนะคะ เขาชอบมาซื้อมากที่สุดก็คือน้ําตาลเมืองเพชร ที่บอกว่าหวานเหมือน น้ําตาลเมืองเพชรนี่ละค่ะหวานกลมกล่อมอร่อยมาก ๆ แต่เขาบอกว่าตาลโตนดเมืองเพชร ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณคนญี่ปุ่นซื้อแล้วคนไทยนั้นใส่ถุงหิ้วให้เขากลับประเทศเขาเลย เขาบอกว่าบรรจุภัณฑ์ไม่สวยเลย ทีนี้นั้นสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ดิฉันว่าในปัจจุบันนี้ มีคนเรียนน้อยมากเพราะเข้าไปดูในอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วคนเรียนการออกแบบ ผลิตภัณฑ์เขาบอกว่าเรียนยากไหม ขอบเขตของการเรียนมีอะไรบ้าง จบแล้วมีงานทําไหม รับราชการจะอยู่ในกระทรวงไหน แล้วเรียนต่อสาขาใดได้บ้าง ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้น แล้วดิฉันว่าถ้าออกนอกระบบแล้ววิชาที่เรียนยาก ๆ วิชาที่เรียนแล้วเพื่อศักดิ์ศรีของคน ในประเทศ ทําเพื่อโอทอป (OTOP) ทําเพื่อภาคเกษตรบ้างจะหมดไปจากการออกนอกระบบ ดิฉันว่ามันน่าจะมีการทบทวนและคิดอย่างรอบด้านเพื่อให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่ค่ะ ถึงอย่างไร ดิฉันก็ไม่หวงที่จะให้มหาวิทยาลัยอยู่ในระบบเท่านั้น ดิฉันต้องการให้ออกนอกระบบเพื่อพบ อิสระและเสรีภาพที่ยิ่งใหญ่ของการศึกษา ยิ่งหวงยิ่งแคบ ดังนั้นแล้วไม่หวงที่จะไม่ให้ออก ให้ออกค่ะ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นข้อสังเกตและการคิดรอบด้าน ท่านประธานคะ ออกนอกระบบ พบอิสระเสรี เสริมศักดิ์ศรีการศึกษาพาสูงส่ง ทั้งบริหารการศึกษาพามั่นคง เป็นประสงค์ ยุคใหม่ในโลกา ในอิสระขอทักษะการเรียนรู้ อย่ามองความเฟื่องฟูสู่การค้า อยากให้ ความสําคัญเท่าเทียมกันทุกวิชา แล้วราคานอกระบบพบคุณภาพไทย ขอบพระคุณค่ะ
มีอีก หลายท่านนะครับ ผมขอท่านละ ๗ นาทีก็แล้วกัน ต่อไปท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แล้วก็มาที่ คุณหมอเชิดชัย ทีละ ๒ ท่านก่อน เชิญครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๕๑/๒
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้เวลาสักช่วงหนึ่งเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลได้นําเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ความจริงแล้วเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือการให้มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์พ้นจากการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๕๒/๑ ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐเหมือนกับอีกหลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่ได้ออกนอกระบบ ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐอยู่ในขณะนี้ เหมือนกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และผมก็ได้แสดงความคิดเห็น ไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อกังวลสําหรับการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ ๒ ประการ
ประการแรก การที่เรามีแนวโน้ม มีทิศทางที่จะให้มหาวิทยาลัยซึ่งเป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูงของประเทศออกนอกระบบ ออกจากการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐนั้น แต่ภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่อยู่ภายใต้ กระทรวงศึกษาธิการที่มีสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นผู้กํากับดูแลนั้นยังมี ความเหมาะสม ยังมีความทันสมัย และมีบุคลากร มีแนวทางการบริหารงานที่เพียงพอรองรับ กับทิศทางและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ ผมคิดว่าจําเป็นที่กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องกลับไปนั่งคิดในเรื่องนี้ด้วย วันนี้เราปล่อยให้มหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบ ทีละมหาวิทยาลัยตามความพร้อม ตามความต้องการของแต่ละมหาวิทยาลัยเหล่านั้นไป แต่ว่ารัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องกํากับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันจะต้องมีโครงสร้าง มีระบบ การรองรับที่สอดคล้อง สมบูรณ์ แล้วก็มีทิศทางที่ให้สังคมได้มองเห็นชัดร่วมกันด้วยว่า จะทําอย่างไรกับเรื่องนี้นะครับ นี่เป็นประเด็นที่อยากจะฝากไว้ แล้วก็มีข้อเสนอนะครับ หลายคนก็บอกว่าทิศทางในวันข้างหน้าสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจจะไม่ใช่ กลไกสําหรับการบริหารมหาวิทยาลัยอีกแล้ว อาจจะต้องยกระดับขึ้นเป็นทบวงมหาวิทยาลัย เหมือนกับในอดีตที่เรามีทบวงมหาวิทยาลัยที่ดูแลการศึกษาขั้นสูงของประเทศนะครับ ก็อาจจะเป็นทิศทางในแนวนั้นก็ได้ หรืออาจจะเป็นกระทรวงขึ้นมาใหม่เพื่อดูแลเรื่องนี้ โดยเฉพาะ
ประการที่ ๒ ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตก็คือว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เข้ามาในมาตรา ๗ ไม่ได้บ่งบอกอะไรเลยว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะมีจุดเน้นอะไรในอนาคต ท่านสังเกตไหมครับ เป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ผมก็เห็นในเรื่องนี้ เมื่อครั้งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิตมาแล้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นมาจากการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู โรงเรียนฝึกหัดครู มาเป็น วิทยาลัยครู เป็นสถาบันราชภัฏ และเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการที่ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๕๒/๒ ผลิตคนที่จะออกมาเป็นครู มาเป็นคนสอนคนในอนาคต แต่เมื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ ที่จะให้ออกนอกระบบ พันธกิจ ภาระหน้าที่ที่เคยทํามาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่มีระบุไว้ ในกฎหมาย วันนี้ก็เช่นกันท่านเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้ามา ในมาตรา ๗ ท่านประธานอ่านดูนะครับ ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาวิชาการและวิชาชีพ ชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน ทําการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ทะนุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ไม่มีแม้แต่คําเดียวที่บอกว่ามหาวิทยาลัยนี้จะมีจุดเน้น ในการผลิตบัณฑิตทางด้านเกษตร ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เกษตรกรเป็น กระดูกสันหลังของชาติที่เรารับรู้กัน เราท่องกันมายาวนาน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็มีบทบาทนี้มาโดยตลอด แต่พอจะออกนอกระบบกลับไม่พูดถึงรากฐานที่มาของตัวเองเลย ไม่มีพันธะผูกพันอะไรกับความเป็นประเทศเกษตรกรรมของบ้านเมืองนี้เลย ใครเป็นคนร่าง กฎหมายฉบับนี้มา หรือเป็นความต้องการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ต้องการจะ หลุดตัวเองออกไปจากความเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านการเกษตรของประเทศ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๕๓/๑ ปัญหาทางด้านการเกษตรกรรมของประเทศมีมากมายครับ คุณภาพทางด้านสิ่งแวดล้อม ของธรรมชาติ คุณภาพสินค้าเกษตร อาหาร คุณภาพของราคาผลผลิตทางด้านการเกษตร ที่ตกต่ําอยู่และเป็นปัญหาของประเทศอยู่ ปัญหาของคุณภาพชีวิตของเกษตรกรล้วนแล้วแต่ เกี่ยวข้องแล้วก็หวังพึ่งให้สถาบันการศึกษาชั้นสูงเช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าไป แบกรับภารกิจอันนี้ แต่น่าเสียดายเหลือเกินครับ ท่านไม่ผูกมัดตัวเองกับเรื่องนี้ไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้เลย นี่เป็นเรื่องที่แปลกมาก ผมอยากจะเทียบให้เห็นว่าการเขียนพันธะผูกพัน ในความเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงเทียบกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งท่านก็รอที่จะเสนอเข้าสภาแห่งนี้เหมือนกัน ผมจะอ่านให้ท่านประธานฟังและเพื่อนสมาชิก ได้ช่วยกันคิดตามแล้วก็ช่วยกันกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขามีเขียนไว้ในมาตรา ๗ บอกว่า ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพ ชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ในการสร้าง พัฒนา ประมวล และประยุกต์องค์ความรู้ทั้งมวล ดําเนินการให้มีการเรียนรู้ในองค์ความรู้ จัดการศึกษา เผยแพร่ความรู้ ส่งเสริม และพัฒนา วิชาการ วิชาชีพชั้นสูง ทําการวิจัย และให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพแก่สังคม รวมทั้ง การทํานุบํารุง ส่งเสริม และพัฒนาวิชาธรรมศาสตร์ การเมือง การปกครอง การบริหารจัดการ ศาสนา ศีลธรรม วัฒนธรรม ศิลปะ ภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมีปณิธานมุ่งส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนํา ร่วมนําสังคมไปในทางที่ถูกต้อง ดีงาม และพึงปรารถนา เสริมสร้างให้เกิดความเป็นธรรม ในสังคม ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ มีความสามารถในการทํางาน และดํารงชีวิตอย่างมีคุณค่า มีคุณธรรม มีจิตใจเสียสละ ใฝ่รู้ และมีสํานึกรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีชุดเดียวกัน ทําไมรายละเอียดในสาระแบบนี้ ถึงไม่ถ่ายทอดระหว่างกันล่ะครับ ท่านไปอ่านร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ทั้งฉบับเถอะครับ ไม่มีส่วนไหนเลยที่จะเป็นที่พึ่งหวังได้ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะมีพันธกิจในเรื่องของการสร้างสรรค์งานทางด้านเกษตรของชาติ ทําไมถึงเป็นอย่างนี้ครับ นี่คือข้อสังเกตที่ผมอยากจะตั้งไว้ให้ท่านประธานแล้วก็ผ่านไปถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ และผมก็จะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการแปรญัตติเพื่อที่จะเติมเต็มให้กฎหมาย ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๕๓/๒
เดี๋ยวนะครับ ต่อไปคุณหมอเชิดชัยแล้วกลับมาฝั่งนี้ ท่านมีอะไรหารือก่อน
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขออภัยคุณหมอนิดหนึ่งครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ครับ เมื่อการประชุมคราวที่แล้วในเรื่องของเอามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ท่านประธานเอง ได้ทําการรับปากว่าจะของบการเงินของมหาวิทยาลัยมาให้สภาได้ดู เพราะเนื่องจากว่า หลายคนที่จะอภิปรายก็จะอภิปรายเกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงิน เพราะเนื่องจาก ออกนอกระบบแล้วค่าเทอมจะเพิ่มก็เป็นห่วงเรื่องนี้กัน ซึ่งคราวที่แล้วท่านเสริมศักดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านมานะครับ แล้วท่านก็รับปากว่าจะส่งตัวงบการเงิน ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะมีการเข้าสู่การประชุม ท่านประธานช่วยตามเรื่องให้นิดหนึ่งได้ไหมครับ แล้วเรื่องนี้ท่านประธานเองก็ได้รับปากไว้ด้วยแล้วเช่นเดียวกันครับ
วันนี้ ผมตามท่านอยู่ท่านไม่ได้มา เลยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านมาเสนอกฎหมายนี้ เรื่องของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
มิได้ครับ ท่านครับ คือได้มี การคุยกันว่าในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการจะมีการส่งงบการเงินของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ที่มีการเข้าสู่การพิจารณาว่าจะออกนอกระบบ เพราะจะได้ดูสถานะทางการเงินว่ามีความพร้อม หรือไม่ อย่างไรด้วย ท่านประธานช่วยประสานให้ทีครับ
เดี๋ยวผมถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ
ได้ไหมครับ ท่านช่วยดู ให้นิดหนึ่งเพราะว่าได้มีการรับปากกันไว้แล้วเมื่อการประชุมคราวที่แล้วครับ
คืออย่างนี้ครับ ในกฎหมายเรื่องของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตทางท่านสมาชิกได้ของบการเงินเพื่อประกอบ การพิจารณา เพราะเป็นประเด็นหนึ่งที่นํามาถกเถียงกันอยู่ในที่ประชุม เมื่อออกไปแล้ว ท่านสมาชิกเองก็มีความเป็นห่วงว่าค่าหน่วยกิตค่าอะไรก็จะเพิ่มมากขึ้นจึงอยากจะขอทราบ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๕๓/๓ งบการเงิน เผอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านมาชี้แจงท่านก็จะพยายาม รวบรวมนําเสนอให้ เชิญท่านครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๕๔/๑
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ในส่วนของงบการเงินของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น กระผมขออนุญาตอย่างนี้ ได้ไหมครับ เนื่องจากเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้นะครับ ขออนุญาตที่จะจัดทําแล้วก็ส่งให้ในชั้นกรรมาธิการ ได้ไหมครับ ส่วนในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เข้ามานี่กระผมจะให้เขาจัดเตรียมงบการเงิน มาเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาด้วยครับ
อย่างนั้น แล้วกันนะครับท่านอรรถวิชช์ ให้กรรมาธิการเขาไปดู เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร จริง ๆ ตอนเราคุยกัน เรื่องมหาวิทยาลัยสวนดุสิตท่านรัฐมนตรีก็ได้รับปากว่าจะมีการส่งในตัวถัดไปก็คือ ตัวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คราวนี้ถ้าจะมีการเลื่อนอีกอย่างไร ผมจะรบกวนท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรีครับว่าในระหว่างที่เรามีการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ถ้าเป็นไปได้แล้วสามารถที่จะ มีการนําส่งได้ในขณะนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ถ้าหลังบัลลังก์เตรียมได้ขอความกรุณา ช่วยเตรียมเพราะท่านรับปากผมแล้วในการประชุมคราวที่แล้ว เพราะผมเชื่อนะครับว่าจากนี้ จะมีคนพูดเรื่องสถานะของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการเงินว่าอาจจะพร้อมหรือไม่พร้อม อย่างไร ตัวเลขต้องแสดงนะครับ ไม่อย่างนั้นเราก็จะถกเถียงกันอยู่ที่ว่าออกไปแล้วต้องมารีดเงิน เอากับเด็กนักเรียน อย่างนี้ก็จะเป็นปัญหาครับ ถ้าสามารถจะจัดเตรียมได้ในระหว่างที่เรา มีการประชุมอยู่ก็เป็นพระคุณมาก เพราะว่าก็เป็นไปตามข้อที่ท่านได้รับไปในคราวที่แล้ว ขอบพระคุณครับ
ช่วงนี้ จะให้ท่านสมาชิกอภิปรายไปก่อนเดี๋ยวจะลองประสานทางผู้ที่เกี่ยวข้องดูก่อน เห็นบอกว่า คุณหมอเหวงท่านจะขอใช้สิทธิก่อนได้ไหมครับเพราะว่าท่านจะไปภารกิจข้างนอก หรือคุณหมอเชิดชัยก่อนครับ เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ
ผมกําลังจะเสนอให้ท่านประธาน ปิดประชุมครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๕๔/๒
อะไรนะครับ
เสนอให้ท่านประธานปิดประชุม เพราะว่าอะไรครับ ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่งนะครับ
เชิญครับ
ผมอยากอภิปรายร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จริง ๆ แต่บังเอิญผมไปดูแล้วมีนักศึกษามาประท้วง เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ นายอํานวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาลได้ไปรับหนังสือแล้วสัญญา กับผู้ยื่นประท้วงว่าจะขอให้สภาเลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวออกไป นักศึกษา จึงเลิกประท้วง แล้วมาวันนี้อีกเช่นเดียวกันผมก็ไปดูในเว็บไซต์ (Web site) นะครับ มาประท้วงเมื่อวานนี้วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่เราลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตไป นักศึกษาประท้วงบอกว่าโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังไม่รู้เรื่องกันเลยนะครับ แล้วช่วงนี้อยู่ในระหว่างการปิดภาคเรียน แล้วทางนักศึกษา ก็เป็นห่วงเรื่องการตรวจสอบการใช้อํานาจของสภาในการจัดซื้อหรือขายทรัพย์สินต่าง ๆ รวมทั้งนําเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องการเงินเป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งครับ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่บอกว่าขอกันเงินก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจครับ ท่านประธานครับ ผมพูดนิดหนึ่งนะครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้พัฒนาจะเป็น มหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แล้ว ยกเว้นเรื่องคณะแพทยศาสตร์เท่านั้นเองไม่มี มีร่วมมือกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ถ้าเขามีแล้วก็จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ครบสมบูรณ์แบบเลย แล้วก็มีประวัติยาวนาน แต่มหาวิทยาลัยเหล่านี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่คนที่ไปดูแลควรจะ มีเฉพาะ เพราะถ้ามหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วคนที่จะกํากับดูแลเป็นเรื่องสําคัญมาก เพราะว่าอาจารย์ก็ต้องการอิสระทางความคิด ขณะเดียวกันก็ต้องการอิสระในการบริหาร เหมือนกัน แต่บังเอิญผู้บริหารงานที่เข้าไปบริหารเมื่ออิสระมากก็มีโอกาสที่จะหาประโยชน์ เข้าพวกเองและพวกพ้องมากเช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน นี่เป็นเหตุที่ผมว่าถ้ายัง ไม่พร้อม คือผมไม่อภิปรายอย่างละเอียดนะครับ อยากดูเงินด้วย อยากขอให้ท่านประธาน เลื่อนได้ไหมครับจนกว่าจะได้งบประมาณพวกนี้ไปพูดคราวหน้าท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๕๔/๓
ประท้วง อะไรครับ
ไม่ประท้วงท่านครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นว่าข้อหารือของเพื่อนสมาชิก ที่กําลังหารือเมื่อสักครู่ให้เลื่อนการพิจารณาผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นกฎหมายที่มีความสําคัญ แล้วถ้าเราจะพิจารณาต่อตรงนี้ถ้ามีข้อขัดแย้งหรือมีข้อท้วงติงใด ๆ ก็ตามแต่ เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการ เรียบร้อยแล้วสามารถที่จะนําข้อเสนอของบุคคลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือบุคคลภายนอก เข้ามาพิจารณาในคณะกรรมาธิการได้ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่รัฐบาลได้เสนอมา น่าจะพิจารณาเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ แล้วถ้ามีข้อขัดแย้งท้วงติงใด ๆ นั้นสามารถรับฟังได้ ในคณะกรรมาธิการครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕๕/๑
คุณหมอเชิดชัย จะใช้สิทธิอภิปรายแสดงความคิดเห็นไหมครับ
ถ้าท่านไม่ปิดผมจะพูดต่อนะครับ ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิอภิปราย ความจริงร่าง พ.ร.บ. นี้มันเกี่ยวข้องกับนักศึกษา จํานวนมากเป็นหมื่นคน มันเป็นเรื่องที่จะกระทบกระเทือนรัฐบาลด้วย พรรคเพื่อไทยด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงในการที่จะรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง แล้วยิ่งประธานวิปไปสัญญากับเขามาแล้ว ทีนี้ผมอภิปรายนะครับ ผมไม่สนใจท่านแล้วว่าท่านจะเกิดอะไรก็เกิด ท่านประธานครับ การควบคุมมหาวิทยาลัยควรจะมีหน่วยงานที่ดูแลโดยเฉพาะที่เป็น สกอ. ไม่พอหรอกครับ เพราะตอนนี้พวกอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีความรู้สึกว่าตกต่ํามากขาดคนเอาใจใส่ดูแล น่าจะมีหน่วยงานเฉพาะดูแลนะครับ ผมมาพูดถึงเกษตร ท่านประธานครับ รายได้ของ มหาวิทยาลัยเป็นเรื่องสําคัญ มาตรา ๑๕ (๔) ได้จากการลงทุน ลงทุนร่วม และจากทรัพย์สิน มหาวิทยาลัย นี่ละครับที่น่าเป็นห่วง เพราะว่าตอนนี้ทุกคนก็ต้องการมีรายได้เข้า อาจจะไป ซื้อของ หรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือไปซื้อหุ้นอะไรก็แล้วแต่ อันนี้มันยังไม่มีมาตรการกํากับเลย ถึงจะมีสภามหาวิทยาลัยมากํากับแล้วก็ตาม ผมเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมอยู่ในคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องการเงินของมหาวิทยาลัยด้วย อันนี้มันดึงไปอย่างไรก็ได้ ถ้าไม่ได้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าเราจะทําอย่างไรจากการที่จะหารายได้เข้ามหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีเงินเป็นหลายพันล้านบาท ท่านประธานครับ ยังไม่พอนะครับ ในมาตรานี้ยังบอกว่าถ้างบเหล่านี้ไม่เพียงพอเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่ม แล้วยังไม่พออีกหากรัฐบาลปรับเงินเดือน ปรับเงินประจําตําแหน่ง ค่าตอบแทนให้ที่อื่นรัฐต้อง จัดให้ในสัดส่วนเช่นเดียวกันนี่มันเป็นภาระที่ตกกับรัฐบาล แต่พอได้ประโยชน์ไม่เห็นพูดถึง ท่านประธานครับ นี่เป็นความเห็นผมนะครับ มาพูดถึงการดําเนินการของสภามหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัยที่มีปัญหาอยู่ปัจจุบันนี้ก็คือตัวนายกสภานั่นละครับ
๑. อาจจะได้คนดีแต่ช้า หรือไม่ก็อายุเยอะ ผมเสนอท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ไปถึงกรรมาธิการไม่ควรจะเอาคนอายุเยอะมาเป็น อย่าเกิน ๗๐ ปีเลยครับ ถ้าเกินนั้นไปเลี้ยงหลานดีกว่า เพราะมันเกิดปัญหา ถึงท่านดีก็จริงแต่มันช้า ท่านประธานครับ
๒. ก็คือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๓ คน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจาก บุคคลภายนอก ตอนนี้มันเกิดขบวนการที่ว่าเกาหลัง ท่านก็ไปเสนอให้คนนี้อยู่สภานี้ คนนั้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕๕/๒ อยู่สภานี้ สรุปแล้วประเทศไทยมีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ไม่กี่คนที่ไปเป็นกรรมการสภา ผมอยากเสนอว่า คนที่จะมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยควรจะเป็นที่เดียวจะได้ทุ่มเท เพราะอะไรครับ เพราะมันจะไปเกี่ยวข้องกับเบี้ยประชุม ท่านประธานสภาครับ ตอนนี้มหาวิทยาลัยมันก็เริ่ม ไปทางพาณิชย์มากขึ้น สมัยก่อนผมเป็นเบี้ยประชุม ๕๐๐ บาท ตอนนี้ที่จังหวัดขอนแก่น ทราบว่าไปถึง ๘,๐๐๐ บาทแล้วครับ มันขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับเหมือนรัฐวิสาหกิจนี่ครับ ไม่ต้องมี เงินเดือนแต่ได้เบี้ยประชุม ผมเป็นห่วงว่าด้านการศึกษาก็เช่นเดียวกันครับ ต้องมีมาตรการ ให้ชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นอย่างไร และที่สําคัญคือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควรจะเป็นที่เดียว อย่าเป็นที่อื่น ปล่อยให้คนเก่งคนดีเขาไปเป็นบ้าง ในมาตราเดียวกันนี้นะครับ มาตรา ๑๙ (๔) กรรมการสภาที่มาจากผู้บริหาร ๖ คน ที่รวมรองอธิการบดีไป ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับ อธิการบดีมีอํานาจที่จะเสนอสภานะครับ นอกจากมีรองอธิการบดีหลักแล้วยังเสนอเพิ่มได้ ถ้าสภารับก็เพิ่มได้ ถ้าให้รองอธิการบดีมีโอกาสมาร่วมเป็นแคนดิเดต (Candidate) ในการเลือกตัวแทนของผู้บริหาร ก็ทําให้ผู้บริหารยิ่งมีอํานาจมากขึ้น ควรจะตัดรองอธิการบดี ทิ้งไปเลยอย่าให้มายุ่งเลยครับ แค่ตัวอธิการบดีคนเดียวก็พอ ยิ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีวิทยาเขตเยอะมาก โอกาสที่จะมีรองอธิการบดีเยอะเป็นจริง ๆ แล้วก็จะเป็นสภา ของอธิการบดีเองนั่นละครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๖/๑ ท่านประธานครับ ผมไปข้ออื่นนะครับ มาตรา ๒๑ เรื่องอํานาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย เรื่องการบริหารบุคคลเป็นเรื่องที่สภาต้องออก ทีนี้ปัญหาก็คือตอนนี้เกิดขึ้นแล้วนะครับ แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบมหาวิทยาลัยแรกก็คือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี บางมด การประเมินอาจารย์ไม่เป็นธรรมนะครับ เราต้องการให้อาจารย์ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีอิสระทางวิชาการ แล้วก็ให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ ๑.๕-๑.๖ แต่จริง ๆ อาจจะไม่ถึง อาจจะ ๑.๓ แค่นั้นเอง การประเมินถ้าผู้บริหารอยู่นานยิ่งจะมีการเล่นพรรคพวก คนดีที่กล้าพูด คนดีที่กล้าแสดงความคิดเห็นอยู่ไม่ได้เพราะการประเมินมันไม่ผ่านนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารบุคคลในข้อ ๙ ต้องไป เน้นเรื่องการประเมินอย่างเป็นธรรมด้วย ในข้อ ๑๐ เช่นเดียวกันการหารายได้ของสภาที่เป็น นโยบายต่าง ๆ ต้องควรจะรวมไปถึงการคิดค่าหน่วยกิตด้วยนะครับ คือรายได้อื่นท่านหาไปเถอะ แต่เกี่ยวกับค่าหน่วยกิตต้องให้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบมันมีปัญหาก็คือเรื่องการกํากับดูแล ผมไปดูหมวด ๕ การกํากับดูแล ก็คือมาตรา ๕๑ รัฐมนตรีมีอํานาจและหน้าที่กํากับและดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ หากเกิดความเสียหาย ให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ข้อนี้ละครับที่เราไม่เคยทํากัน มีหลาย ๆ ที่ที่มันเกิด ความเสียหายขึ้นมาจากสภามหาวิทยาลัยหรือตัดสินผิดพลาดไปเรื่องเหล่านี้ไม่เคยมาถึง ครม. เลยนะครับ มันก็เงียบ ๆ อยู่ที่มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นการกํากับดูแลอย่างห่าง ๆ มันมีทั้งดีและไม่ดี ผมอยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าท่านจะมีกลไกอะไร ที่จะให้มาตรา ๕๑ มันเป็นผลเป็นรูปธรรมขึ้นมา ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยในกํากับต่าง ๆ ที่จะออกไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด ออกครั้งแรก มันน่าจะถึงเวลา ที่จะประเมินว่าออกนอกระบบที่ดีควรจะเป็นอย่างไร กติกาต่าง ๆ ที่เคยรับปากพวกอาจารย์ไว้แล้ว ทําไม่ได้มีไหม ซึ่งมันมีนะครับ เราจะได้มาดูข้อดี ข้อเสีย แล้วมาดูมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่กําลัง จะเสนอเข้ามา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็จะเสนอเข้ามา เราจะได้มีบรรทัดฐานว่าที่เขาอ้างมา มันอ้างเมื่อ ๑๐ ปี ปัจจุบันนี้มันผ่านมา ๑๐ กว่าปีแล้วเหตุการณ์บ้านเมืองก็เปลี่ยนไปเยอะ ภาวะเศรษฐกิจก็เปลี่ยนไปเยอะมันเป็นไปตามที่เขาอ้างจริงไหม เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นห่วง ในเรื่องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปทางรัฐมนตรีหรือกรรมาธิการ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๖/๒ ดูแลให้ดี ถ้าท่านไม่อยู่ในมหาวิทยาลัยท่านมองรอบข้างนอกได้ แต่เมื่อผ่านไปแล้วคนข้างใน เขาเดือดร้อนไม่มีใครช่วยเขานะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณหมอเหวงครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมจะใช้เวลาให้กระชับที่สุด แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะเสร็จสิ้นในเวลา ๗ นาทีหรือเปล่า เพราะว่า เนื้อหาที่อยากกราบเรียนท่านประธานจะมีเนื้อหาใหญ่ ๆ ๓ เนื้อหาด้วยกัน
ประการแรก ท่านประธานครับ พูดถึงหลักการก่อน อันที่จริงหลักการ เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ก็คือเรื่องการนํามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ในนี้บอกชัดต้องการที่จะ ให้อิสระแยกจากระบบราชการคือให้เป็นออโตโนมัส ยูนิเวอร์ซิตี (Autonomous University) หลักการที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ แต่ว่ายังได้รับเงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปีโดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจําเป็นในการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยเพื่อประกัน คุณภาพของการศึกษา แล้วในนี้ยังบอกว่าให้มีบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล แต่ว่า ขณะเดียวกันก็มีความคล่องตัวในการดําเนินการควบคู่กับความรับผิดชอบที่จะดําเนินภารกิจ อย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ คือตัวอักษร เขียนดีครับ แต่ทางปฏิบัตินี้จะทําได้หรือเปล่า นี่ข้อที่ ๑
ข้อต่อมา ต้องกราบเรียนท่านประธานรวมทั้งท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับว่า หลักการอันนี้เป็นเรื่องที่ดีและทุก ๆ คนก็คงจะเห็นด้วย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๕๗/๑ แต่ในทางภาคปฏิบัติคนซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงเขามีความกังวลใจ และระแวงแคลงใจ อาทิเช่น บุคลากรในมหาวิทยาลัยเขาจะมีความรู้สึกว่ารายได้ของเขาจะตกต่ําลงหรือไม่ นี่ด้านที่ ๑ นะครับ แล้วอีกด้านหนึ่งก็คือผู้ที่มารับบริการก็คือนักเรียน นักศึกษาต่าง ๆ เขาเกิดความระแวงแคลงใจ หรือกังวลใจนะครับว่าเขาจะถูกเรียกอัตราการเรียนสูงขึ้นหรือเปล่า หน่วยกิตจะคิดสูงขึ้นหรือเปล่า ดังนั้นท่านรัฐมนตรีครับ ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับ ช่วยกรุณาสร้างความมั่นใจ ตรงนี้ด้วย เพราะถึงจะออกนอกระบบอย่างไรก็ตามรัฐบาลหรือรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ในการที่จะ กํากับดูแล เพราะรัฐมนตรีต้องสร้างความมั่นใจให้บุคลากรในสถาบันต่าง ๆ ว่าบุคลากร ซึ่งทําหน้าที่อยู่ก็จะไม่ได้ถูกลดหย่อนค่าตอบแทนต่าง ๆ ดีไม่ดีอาจจะสูงขึ้นด้วยซ้ําไป ถ้าหากว่าท่านกํากับดูแลดี ๆ ก็คือว่าพิจารณาบุคคลตามความสามารถกับประสิทธิภาพ ของงานที่ทํา หากว่าท่านสามารถที่จะทําการเรียน การสอน หรือการวิจัยผลงานที่มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลตอบแทนท่านจะมีมากยิ่งขึ้น คือมันต้องเป็นไปตามหลักสมัยใหม่ ไม่ใช่ว่าเช้าชามเย็นชาม หรือเขาเรียกกันว่าชามเหล็กหรือกระทะเหล็กนะครับ คือทําอะไร ก็ได้แต่ว่าฉันจะได้รับเงินเดือนเท่าเดิม หรือว่าในอัตราที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมตามมาตรฐาน ของราชการ อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องสร้างความมั่นใจให้กับคนที่ปฏิบัติ ภาระหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันท่านต้องให้ความมั่นใจกับนักศึกษาหรือนักเรียน ที่จะเข้ามาเรียนแต่ละปี แต่ละชั้นปี หรือที่เรียนอยู่แล้วว่าอัตราคิดค่าหน่วยกิตอะไรต่าง ๆ จะไม่แพงมหาโหดในฉับพลันทันใด หากว่าจําเป็นต้องแพงขึ้นก็ต้องเป็นไปตามความเป็นจริง ของโลกสมัยใหม่ อันนี้ท่านต้องให้หลักประกันนะครับ
แล้วข้อต่อมาท่านประธานครับ จริง ๆ นี่ผมไม่ทราบว่าจะทําได้หรือเปล่า แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ก่อนว่าจริง ๆ ในโลกสมัยใหม่นะครับ อารยประเทศ หลายประเทศ อาทิเช่น ขออนุญาตเอ่ยอ้างกราบเรียนท่านประธานทราบซึ่งเป็นเรื่องที่ดี สแกนดิเนเวีย ท่านประธานครับ เขาให้หลักประกันเด็ก ๆ ของเขากระทั่งบางทีผู้อพยพ ด้วยซ้ํานะครับ คือบรรดาผู้อพยพนี่นะครับ ผมมีประสบการณ์ในสมัยที่มีการต่อสู้ระหว่าง รัฐบาลไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลายคนที่เขาลี้ภัยออกมาจากป่าเขา ลําเนาไพรเขาไปสแกนดิเนเวียเลยครับ ปรากฏว่าหลายคนได้มีโอกาสที่จะไปเรียนใหม่เลย ตั้งแต่มัธยมปลายไปเรียนภาษา เรียนมัธยมปลายแล้วจนจบอุดมศึกษานะครับ รวมถึง หางานให้ทําด้วยทั้ง ๆ ที่เป็นคนไทยแล้วไปลี้ภัย ไม่ทราบว่าเขาทําได้อย่างไร อันนี้ยกตัวอย่างนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๕๗/๒ ท่านประธาน ผู้ลี้ภัยเขายังสามารถที่จะให้บริการได้ขนาดนี้เลย อย่าว่าแต่เด็กซึ่งเป็น คนสัญชาติเขาเลย ดังนั้นในอนาคตเรามีความเป็นไปได้ไหมในการที่จะสร้างหลักประกัน ให้เด็กไทยหรือคนที่มีสัญชาติไทยทุกคนสามารถจบระดับอุดมศึกษาได้ อาจจะไม่ถึงขนาด ฟรีนะครับ แต่ในระดับที่ใช้ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะคิดอัตราการเรียน จากนักเรียน นักศึกษาโดยคิดตามสัดส่วนรายได้ของผู้ปกครอง อาทิเช่น คนรวยอาจจะต้อง คิดแพงหน่อย แต่คนจนหรือกลาง ๆ อาจจะคิดถูกหน่อย หรือคนที่ไม่มีรายได้เลยอาจจะต้อง ให้เขาเรียนฟรีทําได้ไหมครับ นี่หลักคิดประการที่ ๑ นะครับ เพื่อจะได้แก้ปัญหา คือผมดู ขณะนี้มีความขัดแย้งระหว่างการที่จะก้าวไปข้างหน้ากับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ผมเข้าใจครับ นักเรียนที่เขาออกมาต่อต้านผมเข้าใจ เพราะเขากังวล พอออกนอกระบบตูมปุ๊บ สิ่งแรก ที่เกิดขึ้นก็คือว่าทางสถาบันการศึกษานี่คิดหน่วยกิตแพง ๆ ทันที และขณะเดียวกันพวกเขา ก็ไม่สามารถจะไปควบคุมดูแลคณาจารย์ทั้งหลาย ด้วยความเคารพนะครับ มนุษย์เขาต้อง มองในด้านลบก่อน หากว่าด้านลบมีหลักประกันว่าไม่เกิดความเสียหายเขาก็จะเดินหน้า ไปร่วมกันกับเรา เขากลัวว่าบรรดาผู้ที่มีอํานาจในการบริหารมหาวิทยาลัยหลังจากไป แสวงหาประโยชน์โพดผลแล้วก็จะทําการคอร์รัปชัน (Corruption) โกงกินโดยไม่ได้เอา ประโยชน์ต่าง ๆ มาพัฒนามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นนี่เป็นหลักการประการที่ ๑ ที่กราบเรียน ท่านประธานก็คือต้องคํานึงถึงเรื่องที่จะมาเป็นอุปสรรคด้วย ทําอย่างไรถึงจะให้เรื่องดี เปล่งประกายเต็มที่โดยการพยายามที่จะป้องกันไม่ให้อุปสรรคนั้นมันเกิดขึ้น นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมเห็นด้วย ขออนุญาต เอ่ยนามสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านเขากังวล ความกังวลเขามีเหตุมีผล ก็คือท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หรืออีกหลายท่าน ผมสนับสนุนนะครับ ก็คือว่าจริง ๆ สถาบันการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาชื่อมันก็บอกแล้วนะครับ มหาวิทยาลัยเป็นอุดมศึกษา คําว่า อุดมศึกษา จริง ๆ เป็นภาษาบาลี สันสกฤต มาจากอุตตมะบ้างละ มาจากอุดมนะครับ ก็คือเป็น การศึกษาขั้นสูงสุด เพราะฉะนั้นผมเข้าใจทุกมหาวิทยาลัยเขาอยากจะทําให้มหาวิทยาลัย ของตัวเองมีลักษณะรอบด้าน ก็คือครอบคลุมในทุกสาขาวิชาการ แต่ในความเป็นจริง เป็นไปได้ยากมากครับท่านประธาน คือมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งคุณจะไปคิดว่าของฉัน สามารถพัฒนาได้รอบด้านแล้ววิเศษวิโสไปทุกด้านเลยเป็นไปไม่ได้ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๕๘/๑ ในความเป็นจริงถ้าท่านไปดูประเทศสหรัฐอเมริกาก็ตาม หรือประเทศอังกฤษก็ตาม แต่ละ มหาวิทยาลัยเขาจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเขา ผมจึงกลับเข้ามาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วท่านประธานครับ ถึงแม้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องการที่จะเป็นมหาวิทยาลัย และผมไปดูข้อ ๗ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไว้ผมเข้าใจเขาเขียนให้กว้างไว้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีศักยภาพในการที่จะไปพัฒนาให้รอบด้าน แต่ขณะเดียวกันอย่าไปลืม ความเป็นเลิศของตัวเอง ผมจะจํากัดวงพูดเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อนแล้วกัน เพราะว่าต่อไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ผมจะสงวนสิทธิในการที่จะพูดถึง ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเพราะท่านกํากับอยู่ ผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นเลิศ ในการวิจัยการเกษตรของประเทศไทย และการเกษตรนี้ประกอบด้วย ๒ ด้าน ก็คือ ทางด้านสัตว์ด้วย ทางด้านพืชด้วย พืชนี่มีพืชเกษตรและพืชตามธรรมชาติ สัตว์ก็มีทั้งสัตว์ที่เป็นธรรมชาติ แล้วก็สัตว์ที่เป็นทางด้านอุตสาหกรรม ผมอยากจะเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของเรา มีหน่วยงานวิจัยให้ทราบว่าในท้องทะเลอ่าวไทยมีสัตว์ทะเลอะไรบ้าง แล้วก็บนบกของเรา มีสัตว์อะไรบ้าง และสัตว์อะไรควรจะต้องสงวนไว้บ้าง อะไรที่เป็นสัตว์อุตสาหกรรม แล้วเรา จะพัฒนาสัตว์อุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นได้อย่างไร อาทิเช่น เราจะพัฒนาหมูให้เลี้ยงเร็ว และมีคุณภาพทางเนื้อได้อย่างไร วัวหรือควายในเรื่องเนื้อ ในเรื่องนม บางประเทศ ขออนุญาตยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นเขามีการวิจัยเลยนะครับว่าจะพัฒนาพันธุ์วัวชนิดที่ทําให้ เนื้อเขามีคุณภาพสูงมาก หรือวัวนมให้มีคุณภาพของนมอย่างวิเศษวิโสขึ้นมา เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยตรง ผมอยากจะยกตัวอย่างเป็นการเฉพาะเรื่องนะครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากเห็น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิจัยเรื่องข้าว ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าประเทศจีน ผมอ่านจากข้อมูลในหน้าหนังสือพิมพ์และในเว็บไซต์ประเทศจีน มีชาวนาของประเทศจีน และทางมหาวิทยาลัยเกษตรของประเทศจีนเขาพัฒนาพันธุ์ข้าว ๑ เฮกตาร์ เฮกตาร์ เป็นมาตรฐานสากลก็คือ ๖ ไร่ ๑ งาน ๑ เฮกตาร์เขามีผลิตผล ๑๙ ตัน ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่ ๑๙ ตัน เอา ๖ ไปหาร ตกไร่ละเท่าไรผมก็คํานวณไม่ทันแล้ว แต่ของประเทศไทยเรา ขณะนี้ตกไร่ละประมาณ ๔๐๐ กว่ากิโลกรัม เท่า ๆ กับประเทศกัมพูชา อย่างผลผลิตของเรา น้อยกว่า สปป. ลาว น้อยกว่าประเทศเวียดนาม อาจจะชนะประเทศพม่านิดหน่อย อย่างนี้แย่นะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๕๘/๒ ท่านประธาน อู่ข้าว อู่น้ําของโลก แต่ผลิตภาพของเราต่ํากว่า สปป. ลาว มันเป็นไปได้อย่างไรครับ เนื่องจากเวลาในการอภิปรายของผมน้อย โดยสรุปรวมแล้วก็คือว่าอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรี จริง ๆ มหาวิทยาลัยออกนอกระบบจะทยอย ๆ กันเข้ามา เพราะฉะนั้น ในเรื่องที่ดีเราจะต้องรักษาไว้ แต่ทําอย่างไรในขณะที่รักษาเรื่องที่ดีไม่ทําให้อุปสรรคต่าง ๆ มาขัดขวางการพัฒนาในเรื่องที่ดีให้เปล่งประกายออกมา แล้วข้อที่ ๒ ในขณะที่ต้องการจะให้ มหาวิทยาลัยนี้มีลักษณะรอบด้าน เราต้องพยายามที่จะให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความล้ําเลิศ เฉพาะของตัวเองเปล่งประกายออกมาด้วยเช่นกัน ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ผมจะ ลําดับอย่างนี้ท่านจะได้เตรียมถูกนะครับ ต่อไปจะเป็นท่านศุภชัย ศรีหล้า แล้วก็มาอีกฝั่งหนึ่ง เป็นท่านพายัพ ปั้นเกตุ แล้วก็มาท่านรังสิมา รอดรัศมี แล้วก็ท่านสมคิด บาลไธสง แล้วก็ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผมก็จะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตอบนะครับ ผมจะขอปิดการอภิปรายแล้วก็จะลงมติต่อไป เชิญท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ซึ่งเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของชาติทั่วทั้งประเทศ ด้วยเหตุว่ามหาวิทยาลัย แห่งนี้ผลิตบัณฑิตเป็นจํานวนมาก ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและประเทศชาติ มาโดยตลอด สาระสําคัญที่เรากําลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้เป็นสาระสําคัญที่กําลังจะบอกกับ สังคมว่าเราจะให้มหาวิทยาลัยนี้ออกนอกระบบ มีความเป็นอิสระอย่างที่ได้กล่าวอ้าง โดยคณะรัฐบาลหรือไม่ ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ไปนั่นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการมีคณะกรรมาธิการ เพื่อที่จะได้พิจารณาไปตามลําดับของกระบวนการในการพิจารณากฎหมาย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๕๙/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามเอกสารที่เราได้รับ อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าโดยเหตุผล ที่บันทึกในหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... สาระสําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ที่นี้ก็คือ เหตุผลที่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนั่นคือต้องการปรับปรุงให้มี ความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งรัฐบาลนี้ได้มีนโยบาย ที่จะส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยของรัฐพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกํากับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัว และท้ายที่สุดในหลักการที่ได้นําเสนอต่อสภานั่นคือเป้าหมายของความเป็นเลิศในทางวิชาการ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานใน ๒ ส่วนเพื่อเป็นข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีและผู้ที่จะทําหน้าที่เป็นกรรมาธิการต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่า เราจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีทั้งหมดทั้งสิ้น ๗๙ มาตรา มีสาระสําคัญอยู่ ๘ หมวด ถ้ารวมบทเฉพาะกาลด้วยก็จะเป็น ๙ หมวด แต่สาระสําคัญ ที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานใน ๘ หมวด เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจให้กับ พี่น้องประชาชนผู้ที่ฟังอยู่ทางบ้านรวมถึงเพื่อนสมาชิกด้วย
หมวด ๑ เป็นบททั่วไป
หมวด ๒ เป็นเรื่องของการดําเนินการ
หมวด ๓ เป็นเรื่องของการประกันคุณภาพและการประเมิน
หมวด ๔ เป็นเรื่องของการบัญชี และการตรวจสอบ
หมวด ๕ เป็นเรื่องของการกํากับดูแล
หมวด ๖ เป็นเรื่องของตําแหน่งทางวิชาการ
หมวด ๗ เป็นเรื่องของปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
หมวด ๘ เป็นบทกําหนดโทษ
และในท้ายที่สุด เป็นบทเฉพาะกาล
สาระสําคัญที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า ถ้าเป้าหมายของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องการที่จะให้ไปสู่ความเป็นเลิศในทางวิชาการ หมวดที่ถือได้ว่า มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายกับเพื่อนสมาชิก และไปเขียนไว้เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนนั่นคือหมวด ๓ ที่ว่าด้วยเรื่องการประกันคุณภาพและการประเมิน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๕๙/๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราลงลึกในรายละเอียดเพื่อจะอธิบายว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้สนองต่อความต้องการที่แท้จริงคือความเป็นเลิศทางวิชาการหรือไม่ หมวดนี้จะเป็น หมวดที่ประกอบคําอธิบาย ถ้าหยิบยกหมวดนี้ขึ้นมาประกอบคําอธิบาย อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อเราพลิกไป ตามเอกสารที่นําเสนอต่อที่ประชุมในสภาแห่งนี้ ในหมวด ๓ ที่ผมกราบเรียนอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หมวด ๓ ที่ว่านี้เป็นหมวดที่เขียนไว้ในมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ ท่านประธานที่เคารพครับ ในหมวด ๓ การประกันคุณภาพและการประเมิน มาตรา ๔๓ บัญญัติไว้ว่า ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัย ถ้าเผื่อพลิกต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนต่อไปยังท่านรัฐมนตรี ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ถ้าอธิบายเท่านี้ผมมั่นใจว่าในที่ประชุม แห่งนี้พวกเราคงไม่มั่นใจเท่าใดนัก ว่าในท้ายที่สุดถ้าเราเขียนอย่างนี้เราจะมีหลักประกัน อย่างไรว่าในปลายทางที่เราต้องการคือความเป็นเลิศในทางวิชาการ เพราะนั่นเท่ากับว่า ยังคงจะต้องมีข้อบังคับของมหาวิทยาลัยต่อเนื่องไปอีกหลังจากที่เราผ่านร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ หรือความในมาตรา ๔๔ ที่บอกไว้ว่า ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินส่วนงาน ของมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัย วรรคต่อมา ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินส่วนงานของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย ท่านประธานที่เคารพครับ ในหมวด ๓ อย่างที่ผมได้กราบเรียน สาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ตรงนี้ครับ และจะอธิบายความเป็นเลิศในทางวิชาการ ให้พวกเราเข้าใจได้อย่างไร ตรงนี้อยากฟังคําอธิบายจากท่านรัฐมนตรี ตรงไหนคือความเป็นเลิศ ในทางวิชาการ ตรงไหนคือความมั่นใจที่เราจะบอกกับพี่น้องประชาชนว่าถ้าออกจากระบบ ราชการอย่างที่ว่ามาแล้วจะนําไปสู่ความเป็นเลิศในทางวิชาการ แต่อยากกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าในความเป็นเลิศทางวิชาการที่ว่านี้ แน่นอนที่สุด จําเป็นจะต้องลงทุนมหาศาล จําเป็นที่จะต้องใช้จ่ายงบประมาณจํานวนพอสมควร ถ้าจําเป็น ที่จะต้องใช้จ่ายงบประมาณจํานวน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๖๐/๑ ๗๙ มาตราที่อยู่ในมือของกระผม ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงไหนจะเป็นหลักประกันได้ว่า คนจนจะมีโอกาสเข้ามาสู่สถานศึกษาแห่งนี้หลังจากที่ออกนอกระบบ มาตราไหนครับที่สร้าง ความมั่นใจให้กับพวกเราว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นมหาวิทยาลัยของทุน จะไม่เป็นมหาวิทยาลัย ของทุนสามานย์ในอนาคตที่จะเข้ามาครอบงํา แต่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นมหาวิทยาลัย ที่ให้บริการกับคนไทยทั่วทั้งประเทศด้วยความเท่าเทียมกัน สําคัญที่สุดครับท่านประธานที่เคารพ ความเป็นเลิศในทางวิชาการหนึ่งละ ความเท่าเทียมกันของคนไทยทั้งประเทศที่จะเข้าสู่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้หลังจากที่ออกนอกระบบ ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ ส่วนนี้เป็น ๒ ส่วนที่มีความสําคัญ ที่ผมอยากจะฟังคําอธิบายจากท่านรัฐมนตรีซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล มานําเสนอร่างอยู่ในขณะนี้ ถ้าท่านนําเสนอร่างนี้แล้วอธิบายให้ผมเข้าใจได้ใน ๒ ส่วน ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ถ้าท่านอธิบายไม่ได้ว่าในท้ายที่สุดความเป็นเลิศ ในทางวิชาการเป็นอย่างไร คนจนที่จะเข้ามาสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะมีโอกาสเหมือนกับ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ ถ้าท่านอธิบายไม่ได้ผมก็คลางแคลงใจต่อการนําเสนอกฎหมาย ฉบับนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านพายัพ ปั้นเกตุ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพครับว่าในเวลาที่กฎหมายเรื่องการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยที่จะออกนอกระบบเข้ามาสภาครั้งใดนี่นะครับ จะมีวิธีการแล้วก็หลักการ ที่ไม่ต่างกันเลย แล้วก็ดูเหมือนว่าแนวโน้มในการที่จะทําให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้น เป็นเรื่องที่กําลังเป็นที่นิยม และเป็นที่กําลังทําตามกันทุกมหาวิทยาลัย เหตุผลที่ผมพูด อย่างนี้ก็เพราะว่าในเวลานี้ในสภาเราในสมัยประชุมนี้มีกฎหมายทํานองนี้เกิดขึ้นมาหลายฉบับแล้ว กําลังทยอยเข้ามา มันไม่ได้จบแค่นี้หรอกครับ จะมีมาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าไม่ว่าเราจะออกนอกระบบ เราจะอยู่ในระบบ หรือจัดการบริหารการศึกษาเช่นไร เราจะต้องไม่ลืมหลักการของการตั้งกระทรวงศึกษาธิการ หลักการของการบริหารการจัดการศึกษาของประเทศ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศ แล้วมีความสําคัญต่อการจัดการการศึกษาของประเทศเป็นอย่างยิ่ง แล้วถ้าวันนี้เรามีรัฐมนตรี สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๖๐/๒ ๒ ท่าน คือรัฐมนตรีพงศ์เทพ และรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ซึ่งท่านมี ความตั้งใจในการที่จะบริหารจัดการการศึกษาของชาติ ท่านประธานครับ โครงสร้างการศึกษา ของประเทศนี่ วันนี้กระทรวงศึกษาธิการมีโครงสร้างการศึกษาซึ่งมีปลัดกระทรวง ซี ๑๑ นี่นะครับ มีอยู่แล้วประมาณ ๔ ที่ คือทั้งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานก็ ซี ๑๑ อาชีวศึกษาก็ ซี ๑๑ แล้วมีอุดมศึกษาขึ้นมาด้วย ท่านประธานครับ โครงสร้างเหล่านี้ต่างต้องการเดินไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยด้วยกันทั้งสิ้น ท่านดูสิครับ ทุกที่เลย เดี๋ยวนี้อาชีวศึกษาก็ต้องการเป็นมหาวิทยาลัย ต้องการจะเปิดกว้างในการที่จะ จัดการเรียนการสอนให้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เป็นการศึกษาเฉพาะทางอีกแล้ว เคยมีครู เคยมี วิทยาลัยครู วันนี้ก็อยากสอนวิชาอื่น ๆ สอนสังคม สอนพยาบาล สอนอะไรเต็มไปหมด นั่นคือการศึกษาที่เปิดกว้างในการจัดการศึกษาของประเทศ ซึ่งต่างจากเมื่ออดีตที่เรา ต้องการจะมีการจัดการศึกษาเฉพาะทาง เรามีเกษตร ซึ่งมีตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาจนถึง มหาวิทยาลัย เราต้องการจัดการศึกษาของประเทศไปในการศึกษาเพื่อเฉพาะทาง ให้มี ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ว่าน่าเสียดายครับท่านประธาน วันนี้ทุกที่ที่มีการจัดการศึกษา เฉพาะทางต้องการที่จะขยายตัวเองออกสู่ระบบภายนอก ต้องการเปิดกว้างในการบริหาร การศึกษาของตนเองมากยิ่งขึ้น โดยลืมที่จะจัดการศึกษาเฉพาะทางไปเสียแล้ว ท่านย้อนไปดู เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ในเวลาที่ตั้งวิทยาลัยครู ตั้งวิทยาลัยเกษตร ตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษา ต่างที่จะมาขอในเรื่องของการศึกษาเฉพาะทางทั้งสิ้นเลย แล้วเมื่อจากนั้นเสร็จก็ขอขยายเป็น ระดับอุดมศึกษา แต่เป็นอุดมศึกษาเฉพาะทาง ท่านดูสิครับ พ.ร.บ. อาชีวศึกษามีการเข้าสู่ สภาแห่งนี้เป็นเวลาหลายครั้ง แต่ผลที่สุดก็ไม่มีความคืบหน้าในการจัดการศึกษาของ สถาบันอาชีวศึกษาแต่อย่างใด สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๖๑/๑ มีการเข้าสู่สภาแห่งนี้เป็นเวลาหลายครั้ง แต่ผลที่สุดก็ไม่มีความคืบหน้าในการจัดการศึกษา ของสถาบันอาชีวศึกษาแต่อย่างใด ในกรณีเดียวกันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีการศึกษา เฉพาะทาง ปัจจุบันก็ไม่มีความคืบหน้าเฉพาะทางใด ๆ เลยเรื่องร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ไม่ได้ใช้จ่ายแต่มีการขอทุกปีนี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ ท่านประธานต้องกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตกลงว่าเราจะบริหาร การศึกษาของประเทศไทยให้ไปทางไหน ตกลงว่าต่อนี้ไปถ้าเราก้าวสู่การศึกษาที่บริหาร การศึกษาแบบเปิดกว้างเราจะต้องเตรียมการสําหรับบริหารการศึกษาระดับอุดมศึกษา มากยิ่งขึ้นครับ เพราะวันนี้เราบอกว่าการศึกษาของประเทศวันนี้ใหญ่โตเทอะทะเหลือเกิน มีทั้ง สพฐ. มีทั้งมัธยมศึกษา มีทั้งอาชีวศึกษา มีทั้งอุดมศึกษา ต่าง ๆ เหล่านี้มากมายทีเดียว แล้วบอกว่าเทอะทะ วันนี้มีการคิดจะร่างกระทรวงการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมาในประเทศนี้ ต่อไปก็มีการพูดถึงเรื่องว่าจะมีการผ่องถ่ายกลับมาอยู่ที่เดิมเมื่อมีมหาวิทยาลัยมาก ๆ มีอุดมศึกษามาก ๆ และมีการเติบโตจากอีกหลายที่ก็ต้องการที่จะเป็นทบวงมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ นี่คือการบริหารการศึกษาของประเทศที่กําลังหาทางออกด้วยการขยาย การศึกษาออกไปในหน่วยความรับผิดชอบที่มีความแตกต่างกันตามภารกิจหน้าที่ ถ้าอย่างนี้ ต้องถามครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านจะยึดแนวทางไหน นอกจากร่าง พ.ร.บ. ที่มีการเสนอให้ไปเป็นในกํากับที่เราเสนอเข้าสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ หลักการเหตุผล เหมือนกันหมดทุกที่ในเวลาที่เราร่าง พ.ร.บ. การศึกษาขึ้นมา เวลาเราอยากจะออกจาก การกํากับของรัฐบาล ออกจากการเป็นข้าราชการไปอยู่ในกํากับก็บอกหลักการเหมือนกัน ๑. เพื่อความมีประสิทธิภาพ ๒. เพื่อความคล่องตัว ๓. เพื่ออัตลักษณ์ของตนเอง นั่นหมายความว่า อัตลักษณ์ก็คือว่าต้องมีความโดดเด่นเฉพาะทางของตนเอง แต่สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปท่านครับ เมื่อก่อนนี้ท่านประธานครับ ท่านดูสิครับ ถ้าเรื่องการเมืองการปกครองต้องยกให้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช่ไหม แต่วันนี้เปลี่ยนไปครับ มีแพทย์เข้ามาปนด้วย ดูสิครับ เมื่อก่อนนี้ ทางด้านการเกษตรเคยจับไปที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้สอนการเกษตรแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เสร็จแล้ว สอนระดับอาชีวศึกษาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติ วันนี้เปลี่ยนไปท่านประธานครับ เอามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นการศึกษาอุดมศึกษาต่อยอดจากอาชีวศึกษา แต่วันนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งผมเองก็เรียนที่นี่เหมือนกัน ผมเรียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ด้วย เรียนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย เวลาเรียนก็เรียนเกษตร แต่เวลาอยากจะเรียนต่อ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๖๑/๒ ต้องเรียนต่ออีกสายทางหนึ่ง จะเรียนต่อจากนี้ก็ไปอีกสายทางหนึ่ง ท่านประธานครับ ในเวลาจํากัดเช่นนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความเคารพว่าวันนี้เราอย่าลืมถึงเรื่องหลักการทางการศึกษา การจัดการศึกษาของประเทศ และอย่าลืมการศึกษาเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญอยู่ ผมไม่รังเกียจหรอกครับที่ใครจะมี การเติบโตให้ขยายมากยิ่งขึ้น อยากจะให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เติบโตขึ้น อยากให้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เติบโตขึ้น อยากให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเติบโตเป็นมหาวิทยาลัย ที่นานาวิชาการที่จะเปิดเพิ่มขึ้น แต่ว่าในเรื่องของคุณภาพการศึกษาและการจัดการศึกษา ของประเทศเป็นเรื่องที่สําคัญ เราละทิ้งประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เลย ต้องฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ถ้าเรื่องอย่างนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเราต้องย้อนไปถามว่าหลักการ ในการบริหารจัดการศึกษาของประเทศนั้นเราตกลงจะให้ไปทางไหนหรือเราจะปล่อยให้เขา เดินออกนอกระบบอย่างนี้ ความเกรงกลัวความวิตกกังวลของครู ของนักเรียน ของนักศึกษา ผู้ปกครอง กลัวเรื่องเดียวครับ กลัวเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น ที่หยิบยกมาในร่าง พ.ร.บ. แห่งนี้มากนัก แต่เรื่องการจัดการศึกษาของประเทศตกลงเป้าหมาย เป็นอย่างไรเอาให้ชัดเจน ตกลงการศึกษาเฉพาะทางเชี่ยวชาญอย่างไรจะเอาอย่างไรแน่ เรื่องอย่างนี้ฝากท่านประธานด้วยความเคารพ เราอยู่ในสภาแห่งนี้มานานและต้องผจญกับ กฎหมายอย่างนี้อีกหลายฉบับ ขอขอบพระคุณด้วยความเคารพครับ
ท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ที่จะออกนอกระบบ ดิฉันก็อยากจะทราบงบการเงินเช่นกันกับท่านอรรถวิชช์ที่ขอนะคะ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๖๒/๑ เพราะว่าถ้าเรายังไม่ได้งบการเงินเราก็ยังไม่รู้เลยว่ามหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบมีเงินอยู่เท่าไร แล้วก็ใช้จ่ายอะไรบ้างนี่เราจะต้องเป็นการเงินทั้งนั้น ทีนี้เมื่อออกนอกระบบแล้วดิฉันก็คิดว่า มหาวิทยาลัยควรที่จะเลี้ยงตัวเองได้ แล้วก็ต้องไม่เน้นไปทางด้านกําไรมากเกินไป เพราะว่า ดิฉันอยากจะให้เน้นทางด้านการศึกษาให้มาก เพราะถ้าเกิดว่ามหาวิทยาลัยงบการเงินไม่ดี ไม่เพียงพอก็จะไปรีดกับเด็กนักเรียน ทีนี้ประเทศไทยเรานี่เด็กนักเรียนก็ยังมีฐานะยากจน ต้องกู้เงินเรียนเป็นจํานวนมาก เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยไปดู หน่อยนะคะว่าร่างนี้มันไม่ระบุเลยค่ะว่าทุนการศึกษาของเด็กยากจนมันอยู่ที่ไหนคะ ดิฉัน ดูแล้วไม่เห็นมีนะคะ คือควรจะส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่ได้รับการศึกษาให้ได้ทุนการศึกษาจน จบปริญญาตรี ตรงนี้ใครที่เป็นกรรมาธิการดิฉันก็อยากจะฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ
เรื่องต่อไป ก็คือเรื่องบทบาทการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของมหาวิทยาลัย เขาจะระบุชัดเจนเลยว่าอธิการบดี รองอธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัย จะต้องไม่มีผลประโยชน์ ทับซ้อน ตรงนี้ดิฉันก็หาไม่เจอนะคะ เพราะฉะนั้นคือมองดูแล้วกฎหมายฉบับนี้รู้สึกมันไม่ค่อย รอบคอบ มันหละหลวมหลายที่หลายจุดที่ไม่มี
อีกประการหนึ่ง คือกฎหมายฉบับนี้ไม่มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ซึ่งก็ไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เขาจะระบุชัดเจนเลยว่า ที่มาที่ไปของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลคุณสมบัติเป็นอย่างไรก็จะระบุไป แต่อันนี้ไม่ระบุนะคะ ก็อยากจะให้เน้นเทียบเคียงกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ ด้วยนะคะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เราผ่านไปแล้ว
อีกประการหนึ่ง ก็คือคณะกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ คณะกรรมการอุทธรณ์ ร้องทุกข์ก็จะมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใต้บังคับบัญชา ของที่อื่นก็มีนะคะ แต่ฉบับนี้ไม่มีค่ะ คือดิฉันเห็นว่าคนอื่นได้อภิปรายไปแล้วในประเด็นที่ตรงกันดิฉันก็จะไม่อภิปราย แต่จะอภิปรายที่นอกเหนือนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องคุณสมบัติของอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดีต่าง ๆ คุณสมบัติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เขาจะเขียนระบุชัดว่าคนที่เป็น อธิการบดีควรจบปริญญาเอก แล้วก็ควรมีประสบการณ์ในการบริหารงานมาก่อน แต่ของฉบับนี้ไม่มี ก็ฝากอีกเช่นกันนะคะ ควรที่จะระบุว่าคนที่จะมาเป็นอธิการบดี ถ้าเกิดไม่ระบุอย่างนี้เอาคน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๖๒/๒ ที่มีตําแหน่งมีความรู้น้อยกว่าแล้วก็ไม่มีประสบการณ์เลยดิฉันก็กลัวว่าจะไม่มีคุณภาพ ควรที่จะ เอาคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์เข้ามาบริหารงาน
อีกประการหนึ่ง คือการประเมินผลการบริหาร คือการประเมินผลทางด้าน การบริหาร ใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มีระบุไว้ แต่ฉบับนี้ก็ไม่มีอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้น ที่ดิฉันอภิปรายทั้งหมดนี้ดิฉันก็อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรีให้เน้นถึงรายละเอียดด้วย อย่าออกกฎหมายแบบลวก ๆ นะคะ ให้เอาทุกฉบับมาเทียบเคียง ที่ผ่านมาแล้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล เขาก็เป็นมหาวิทยาลัยออกนอกระบบที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นเมื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะออกนอกระบบ ดิฉันก็อยากให้ เทียบเคียงกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เพราะฉะนั้น ฉบับต่อ ๆ ไปไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยอะไรก็แล้วแต่ที่จะต่อจากนี้ไป ก่อนที่จะเข้าท่านรัฐมนตรี ก็ช่วยตรวจสอบความละเอียดถี่ถ้วน ความรอบคอบให้ดีก่อน เพราะไม่อย่างนั้นเข้ามา สมาชิกก็มาเปิดหาเทียบเคียงก็หาไม่เจอก็ต้องมานั่งฝากคณะกรรมาธิการอีก เพราะฉะนั้น ก่อนจะเข้ามาก็ดูให้เรียบร้อยก่อน ดิฉันสนับสนุนค่ะ ขอบคุณค่ะ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๖๓/๑
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ฟังการอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... กับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ฟังมาแล้วผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปด้วยถ้าจะออกนอกระบบ ถ้าอย่างนั้น มันไม่ออกมันยังเป็นเกษตรศาสตร์อยู่ ผมอยากเสนอตั้งว่ามหาวิทยาลัยภูมิพลเลยครับ เพราะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีสาขา มีวิทยาเขตอยู่ทั่วประเทศ ถ้าเป็นไปได้ถ้าจะออก นอกระบบจริง ๆ ผมอ่านในมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ผมก็ประทับใจเกี่ยวกับเรื่องความร่วมมือ ทางการศึกษาทั้งภายในและต่างประเทศ ถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกนอกระบบจริง แล้วทําอย่างมีคุณภาพ มีหลายท่านเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับเรื่องค่าเล่าเรียนหรือรายได้การเงิน ผมไม่ห่วงถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สามารถที่จะออกไปมีวิทยาเขตอยู่ประเทศกัมพูชา มีวิทยาเขตอยู่ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศจีนตอนใต้ ผมอยากให้ ออกนอกระบบให้เป็นมาตรฐานจริง ๆ ผมเห็นว่าถ้าสามารถที่จะพัฒนามหาวิทยาลัย ออกนอกระบบไปสู่สังคมภายนอก ไม่ว่าทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน เราถ้าทําได้ ประเทศต่าง ๆ เหล่านี้เขาจะเป็นลูกค้าชั้นดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ออกไปสู่ระบบภายนอกคือต่างประเทศบ้างอย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว หรือประเทศอื่น ในทวีปยุโรปตะวันออกที่เราพอจะไปสร้างศักยภาพได้ เคยคิดไหมมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ สามารถที่จะไปสร้างวิทยาเขตต่าง ๆ อยู่ทั่วโลก แต่ผมฟังดูแล้วเราก็ยังวนเวียนอยู่ภายในนี้ละ ไม่ได้ออกไป ผมอยากเห็นผมอ่านมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ผมเห็นภาพ ถ้ามาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ถ้าเรามีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นสูงแลกเปลี่ยนกัน เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตย่างกุ้ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตทวายอย่างนี้ ซึ่งเรากําลังที่จะขยาย กิจการของประเทศไทยเรา โดยเฉพาะกําลังจะไปสร้างท่าเรือน้ําลึกที่เมืองทวายเราน่าจะมี มหาวิทยาลัยของเราไปสร้างกิจกรรมทางการศึกษาที่เมืองทวาย ที่เขตตะนาวศรีอยู่ใกล้ ๆ ประเทศไทยซึ่งสามารถทําได้ หรือที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก เมืองเชียงตุงก็ได้ที่ประเทศพม่า สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๖๓/๒ หรือที่เมืองเมาะละแหม่ง ถ้าเราทําได้ ถ้าอยู่ สปป. ลาวไปแขวงจําปาสักก็ได้ แขวงหลวงพระบางก็ได้ แขวงเวียงจันทน์ก็ได้ แขวงสะหวันนะเขตก็ได้ แขวงเชียงขวาง แขวงหัวพันแล้วแต่ คนจะได้ เข้าใจลึกซึ้งความเป็นมาประวัติศาสตร์ความผูกพันกัน คนที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบผมว่าเขาคงจะเคารพเชื่อถือประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป ผู้นําของ ประเทศเหล่านี้ถ้าเขาได้เป็นผู้นําเขาคงจะนําแนวคิดต่าง ๆ ของประเทศไทย เขาคงจะยอมรับ ในการเป็นผู้นําของเราในอาเซียน (ASEAN) ผมก็อยากฝากไปยังกรรมาธิการที่จะรับผิดชอบ ในการไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ... นี้ ผมอยากเห็นจริง ๆ อยากเห็นมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปสร้างวีรกรรมต่าง ๆ ทางการศึกษากับประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่ประเทศกัมพูชาหรือเสียมเรียบพวกนี้ครับ อยากให้มีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบนี้นะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๖๔/๑ หลายท่านมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องหน่วยกิตนักเรียน นักศึกษา ถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นําของเกษตร เกษตรกร คนที่เป็นเกษตรกร ลูกหลานเกษตรกร ที่เรียนวิชาเกษตร มันน่าออกนอกระบบที่ถูกที่สุดเรื่องการเกษตรแต่เรื่องอื่นอาจจะแพงขึ้น ให้มันสมดุลกัน ถ้าเรื่องเทคโนโลยี เรื่องบริหารธุรกิจมันก็ธรรมดา ก็อาจจะแพงเพราะคนมีเงิน มาเรียนกัน แต่วิชาเกษตรออกนอกระบบไปอาจจะไม่เสียค่าเล่าเรียนเลยอย่างนี้จะมีไหม สถาบันชั้นสูงของประเทศไทยที่เราจะออกไป ให้มันมีจุดเด่นจริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าออกไป นอกระบบเกษตรก็ยังเก็บค่าเทอมแพง ผมว่ามันก็ไม่มีคุณค่าความหมายของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบ เกษตรกรรมลูกชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน มาเรียนวิชาเกษตรขอให้เขาเรียน วิชาเกษตร เราอาจจะไม่เก็บค่าเทอมเขาเลย หรือเราอยากให้ทุนการศึกษาอย่างนี้นะครับ ก็อยากฝากไปยังกรรมาธิการผู้ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ ในกรณีเรื่องการวิจัย ของมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบผมก็อยากกราบเรียนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมอยากให้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิจัยจริง ๆ จัง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเกษตร ผมติดใจมาหลายเรื่อง เกี่ยวกับการวิจัย ผมยกตัวอย่างวันนี้ผมก็ยังถามในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขว่าทําไม เมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมามีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องกวาวเครือ ภาคอีสานพวกเราเรียกว่าเครือจาน เครือจานเขาเอามาทําหนังต่องแอกมันเหนียวมากแล้วหัวของมันเหมือนกับมันแกว แล้วเขา เอามาวิเคราะห์ว่ามันมีคุณสมบัติในการบํารุงเพศ ถ้ากวาวเครือนี้สําเร็จได้เราจะรวยมากเลย ผมเห็นอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาวิเคราะห์วิจัยมาเมื่อเกือบ ๒๐ ปีมาแล้ว ผมเห็น พับไปมีขัดแย้งอะไรผมไม่ทราบ น่าจะศึกษาให้ลึกซึ้งว่ามันมีพิษ มีโทษอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร ผมอยากให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกนอกระบบทําจริง ๆ นะครับ ไม้พะยูงพูดมา หลายครั้งแล้วไปวิเคราะห์หน่อยไม้พะยูงมันกินปุ๋ยอะไร เอ็นพีเค (NPK) อะไรมากที่สุด โพแทสเซียมไนเตรตอะไรก็ว่าไป กินสัดส่วนเท่าไร ปลูก ๑๐ ปีมันจะต้นขนาดเท่าต้นยางได้ไหม ทั้ง ๆ ที่มันปล่อยอยู่ภูเขาภาคอีสานแห้ง ๆ มันก็ยังโตมามีคนตัดเอาไปขายแล้วกิโลกรัมละ ๗๐๐ บาท รู้ว่ามันแพง อยากให้สถาบันวิจัยการเกษตรไปพิจารณาหน่อย ผมอยากให้ทํา จริง ๆ จัง ๆ ข้าวดํา ข้าวเหนียวดํามันหอมมันอร่อยเหลือเกินเขามาทําขนม ทําอย่างไร เราจะทําให้มันหอมมากกว่านี้อีก เดี๋ยวนี้ราคาข้าวเหนียวดํามันแพงกว่าข้าวหอมมะลิไม่มีคนไหน พูดถึงเลย เวลาเราไปกินสังขยาข้าวเหนียวดําเห็นไหมครับ ห่อนิดเดียว ๑๐ บาท ถ้าขาย ๑ กิโลกรัมทําไมจะไม่ได้หลายร้อยบาท นี่อยากให้วิจัยกันจริง ๆ เรื่องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๖๔/๒ ข้าวดํา ข้าวเหนียวดํา ข้าวก่ําเรานี่ ไม้กฤษณาขายกันเป็นกิโลกรัมครับ กิโลกรัมหนึ่งอย่างน้อย ๔๐๐-๕๐๐ บาท ระดับกลาง ๆ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ระดับสูงกิโลกรัมหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท กิโลกรัมหนึ่งเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม้กฤษณาที่ชั้นดี ไม่เห็นสถาบันไหนไปวิเคราะห์วิจัยว่า ไม้กฤษณามันไปกินอะไรมันถึงหอม คนถึงซื้อไปกลั่นเป็นน้ําหอม ขายนี่ครับแค่ซีซี (CC) เดียว ไม้กฤษณาเขาขายไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ซีซีเดียวครับ นักวิชาการเกษตรทําไมไม่คิด อันนี้ก็อยากฝากไปยังกรรมาธิการผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ที่จะออกนอกระบบ ออกนอกระบบไปทําเพื่ออะไร ไปศึกษาจริง ๆ จัง ๆ ดูสิ ผมไม่ได้ติดใจที่ท่านจะออกไป ขอให้ออกไปเพื่อให้พี่น้องชาวไร่ชาวนาผู้ยากไร้ได้เรียนสบาย ๆ ถ้าเป็นอย่างนี้มันก็ถูกใจประชาชนผู้มีเงินไปเรียนเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ต้องเรียนแพงอันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาท่านไปพิจารณาก็แล้วกัน ทําอย่างไรให้รากหญ้าทั้งหลาย เขาได้สัมผัสกับการศึกษาทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ขอบคุณมากครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๖๕/๑
อีก ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ จะเป็นท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และท่านสุดท้ายท่านอรรถวิชช์ แล้วเดี๋ยว ผมให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบ หลังจากท่าน แล้วก็เดี๋ยวท่านอรรถวิชช์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ
ท่านจุลพันธ์ครับ เดี๋ยวขอคั่นนิดหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนรัตนาเอื้อวิทยา จังหวัดเชียงใหม่ จํานวน ๙๓ ท่าน ขณะนี้กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... อยู่ เชิญครับ
ก็ร่วมยินดีต้อนรับกับน้อง ๆ จากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ซึ่งจะเป็นการออกนอกกํากับของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ร่วมเดินไปกับท่านประธานวิปรัฐบาลคือ ท่านอํานวย คลังผา เพื่อไปรับเอกสารข้อร้องเรียนของกลุ่มนักศึกษาที่มาเรียกร้องให้เรา ชะลอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่หน้ารัฐสภาเมื่อประมาณ ๓ อาทิตย์ที่แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนั้นน้อง ๆ นักศึกษาหลายท่านได้พูดถึงปัญหาของ การแยกออกจากกํากับและที่สําคัญที่สุดปัญหาของการขาดความมีส่วนร่วม ผมต้องกราบเรียนว่า ทางวิปรัฐบาลโดยท่านประธานอํานวย คลังผา ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้ทําหนังสือไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าถ้ายังไม่มีการมีส่วนร่วมจากคณะนักศึกษา กลุ่มนั้น ๆ เราจะชะลอการพิจารณาไปก่อน วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามาพิจารณาในสภา เพราะทาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ตอบมายังท่านอํานวย คลังผา ว่าได้มีการทําประชาคมแล้ว มีผู้เข้าร่วมอยู่ประมาณ ๑,๙๐๐ คน จนเป็นฉันทามติออกมาว่าจะให้มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ต่อไปนะครับ วันนี้เราก็ได้พิจารณากัน ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ เรื่องการขาดความมีส่วนร่วมไม่ได้โทษว่าใคร ไม่ได้โทษว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม หรือไม่ได้โทษว่านักศึกษาไม่เข้าไปร่วม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๖๕/๒ ในขั้นตอนดําเนินการต่าง ๆ แต่มันเป็นเรื่องของระเบียบขั้นตอนวิธีการราชการ เพราะการทํา ร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งนั้นใช้เวลาหลายปีจริง ๆ ครับ ตัวอย่างของร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ฉบับนี้ เริ่มมีการคิดกําหนดนโยบายแล้วก็แนวทาง ในการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ๑๕ ปีมาแล้ว ต่อมาในปี ๒๕๔๕ มีการทําประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นแล้วก็มีการยกร่างเป็นครั้งแรก ๑๐ กว่าปี ต่อมามีการนําเข้าเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี ๒๕๔๗ ก็ได้รับร่างเข้ามาเตรียมพิจารณา ปรากฏว่าเหตุการณ์ ทางการเมืองทําให้มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหลายครั้ง ซึ่งเราในสภาผู้แทนราษฎรทราบดีว่า เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เปลี่ยนผ่านคณะผู้บริหาร สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับ ก็ต้องมีการชะลอ มีการรับรองใหม่ เสียเวลาไปหลายปีจริง ๆ จนกระทั่งเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๔ เดือนสิงหาคม ก็ได้มีการยืนยันเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... อีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้เราได้มาพิจารณากัน ๑๐ กว่าปีครับ ถามว่าทําประชาคมไปแล้วหรือเปล่า ต้องตอบว่าทําไปหลายครั้ง แต่ว่าแต่ละครั้งที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาที่ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมในการทําประชาพิจารณ์ ประชาคมนั้นก็จบการศึกษาออกไป นักศึกษารุ่นใหม่ก็เข้ามาแทนที่ เมื่อเข้ามาแทนที่เขาก็รู้สึกว่าเขายังไม่ได้มีส่วนร่วมในการทํา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ วันนี้เมื่อมีร่างพระราชบัญญัติในเรื่องของการออกจากกํากับ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้ามาอีก ก็ต้องเน้นย้ําไปยังท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานเลยว่า วันนี้เราจะต้องให้ความสําคัญในเรื่องนี้ครับ --------------------------------------------------------- สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๖๖/๑ เมื่อจะมีกฎหมายลักษณะนี้เข้ามาเราอาจจะต้องให้ทางมหาวิทยาลัยย้อนกลับไปเพื่อให้สิทธิ กับนักศึกษาในรุ่นปัจจุบันได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่งจะได้ไม่มีปัญหาอย่างที่ ได้เกิดมา ผมได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็เป็นประโยชน์ ผมจะพยายาม รวบรัดประเด็น สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนั้นต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับ กฎหมายเรื่องของการออกนอกกํากับไม่ใช่ฉบับแรก นี่ผ่านมาแล้ว ๑๖ ฉบับ ที่เป็นเรื่องการออกนอกกํากับของสถาบันการศึกษาแล้วก็สําเร็จเรียบร้อยไปแล้ว ขณะนี้ อยู่ในคิวอีก ๒ ฉบับ ๑. ก็คือร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฉบับนี้ ๒. คือร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ สิ่งที่จะต้องให้ความสําคัญก็คือเราต้อง ไปศึกษาดูว่ามหาวิทยาลัยรวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่ได้ออกนอกกํากับไปแล้ว มีผลการปฏิบัติงานหลังจากออกนอกกํากับแล้วอย่างไร
เรื่องแรกเลย ที่ทุกคนให้ความสําคัญ ให้ความสนใจก็คือเรื่องของสวัสดิการ ให้กับพนักงาน ลูกจ้าง รวมถึงคณะครูบาอาจารย์ต่าง ๆ รวมไปถึงไม่ว่าจะเป็น รปภ. ไม่ว่า จะเป็นภารโรง ทุกคนนะครับ เราต้องไปดูว่าสวัสดิการของเขาหลังจากออกนอกการกํากับ ของรัฐมันดีขึ้นหรือมันแย่ลงอย่างไร เพราะสิ่งหนึ่งที่ทุกคนกลัวกันก็คือเมื่อออกนอกกํากับ แล้วเป็นพนักงาน ลูกจ้างของมหาวิทยาลัย เขากลัวกันว่าในที่สุดแล้วหน้าที่การงานอาชีพ ของเขามั่นคงหรือไม่ มันไม่เหมือนราชการ ราชการเราแทบไม่เคยได้ยินเลยถ้าไม่กระทําผิด อย่างรุนแรงไม่โดนออกง่าย ๆ แต่อันนั้นมันขึ้นกับสภามหาวิทยาลัย เกิดไม่ชอบกันขึ้นมา จะให้ออกก็เป็นอํานาจของเขา วันนี้เราต้องไปดูเรื่องของสวัสดิการ เรื่องความมั่นคงในอาชีพ ของพนักงาน ของครูบาอาจารย์ต่าง ๆ เหล่านั้น
เรื่องที่ ๒ ที่เราจะต้องไปดูก็คือเรื่องของคุณภาพการศึกษา เรื่องของผลงาน การวิจัยต่าง ๆ ของคณะอาจารย์ วันนี้มันมีตัวเลขพิสูจน์ชัดว่าหลังจากออกนอกกํากับของรัฐแล้ว มหาวิทยาลัยชั้นนําต่าง ๆ เช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้เวลาสั้นลงในการออกผลงาน การวิจัยแต่ละฉบับออกมาเป็นที่น่าสนใจมาก ผลงานการวิจัยของนักวิชาการ ของครูบาอาจารย์ เป็นประโยชน์กับสังคม ใช้ประโยชน์ได้จริงในวงการต่าง ๆ ที่ท่านได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ คุณภาพการศึกษาก็เป็นที่น่าสนใจ ตรงนี้ตัวเลขอาจจะยังไม่ชัดนักเราอาจจะต้องไปดู ในเรื่องของการจัดลําดับสถาบันการศึกษาในระดับโลก ในระดับภูมิภาคว่าเมื่อออกนอกกํากับ แล้วมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาเหล่านั้นได้มีการปรับเลื่อนขึ้นหรือเลื่อนลงอย่างไร สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๖๖/๒ ในระดับที่เขาเปรียบเทียบกันนะครับ อันนี้เป็นสิ่งซึ่งเราต้องให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เราไม่ใช่แข่งขันกันในเฉพาะประเทศไทย แต่มีการแข่งขันกันกําลังจะเปิดเออีซี (AEC) เราก็แข่งขันในภูมิภาค แล้วเราก็ต้องไปแข่งขันกับระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นทางยุโรปหรือทาง สหรัฐอเมริกาอีก วันนี้เราจะต้องให้ความสําคัญเป็นอันดับ ๑
เรื่องต่อมาที่ทางสภาผู้แทนราษฎรให้ความสําคัญเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของ งบประมาณแผ่นดิน ไม่มีข้อพิสูจน์ชัดในเรื่องนี้ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมค่อนข้างที่จะติดใจ เป็นอย่างยิ่ง การออกนอกกํากับไม่ได้ยืนยันเลยว่าทางสถาบันการศึกษาเหล่านี้เมื่อออกไปแล้ว จะลดภาระของงบประมาณแผ่นดิน นั่นก็คือของบประมาณน้อยลง ทุกคนก็ยังมุ่งที่จะแสวงหา เงินรายได้ผ่านทางการของบประมาณจากงบประมาณแผ่นดิน หรือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ที่สภาผู้แทนราษฎรต้องผ่านซึ่งตรงนี้มันเป็นภาระกับทางรัฐบาล เป็นภาระกับงบประมาณ แผ่นดิน และที่สําคัญที่สุดมันเป็นการตัดโอกาสให้กับงบประมาณที่จะไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ในทิศทาง หรือในด้านอื่น ๆ ทั้งที่มหาวิทยาลัยเหล่านี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า เงินนอกงบประมาณของเขามีมหาศาลครับ บางที่เป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท บางที่เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่าตกใจนะครับ ตัวเลขเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทมีจริง ๆ เพราะว่าบางที่มีการทํางานด้านพาณิชย์ บางที่เปิดเป็นมหาวิทยาลัยภาคภาษาอังกฤษ ภาคพิเศษ เก็บเงินค่าเล่าเรียนกันแพงมหาศาล มันมีเงินหมุนเวียนเป็นจํานวนมาก แล้วยังจะมาของบประมาณจากภาครัฐเพื่อไปสนับสนุนอีก ผมว่าเอาไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ อาจจะมีประโยชน์กว่านะครับ อันนี้ก็เป็นมุมมอง ที่จะต้องฝากไว้
เรื่องสุดท้าย ที่ทุกคนให้ความสําคัญแล้วไม่มีใครไม่พูดถึงเลย คือคําถามว่า ค่าเล่าเรียนจะแพงขึ้นหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ หลาย ๆ สถาบัน ที่ได้ออกไปแล้ว ๑๖ สถาบัน ถ้าดูประวัติที่ผ่านมาในช่วงหลายปีถามว่ามีการปรับเพิ่มค่าเล่าเรียน หรือไม่ ต้องตอบว่าปรับเพิ่มครับ ทุกที่ปรับเพิ่มหมด แต่เป็นเรื่องปกติ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๖๗/๑ เพราะว่าสถาบันการศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกกํากับ เขาก็จะมีการปรับค่าเล่าเรียนของเขา ในช่วงระยะ ๓ ปี ๕ ปี เขาก็จะมีช่วงระยะของเขาแล้วก็ปรับเพิ่มในอัตราที่มีความเหมาะสม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกกํากับก็ตาม แต่วันนี้ผมต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามีข่าวนะครับ ท่านลองไปดูสถาบันการศึกษาหนึ่งซึ่งอยู่ นอกกํากับ ผมไม่เอ่ยนามนะครับ อยู่ทางภาคเหนือ กําลังจะมีการปรับค่าเล่าเรียน เขาบอกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ปรับขึ้น ถ้าสถาบันแห่งนี้สามารถทําได้นะครับ ๑๖ สถาบัน รวมถึง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงอีก ๑ สถาบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนี่ทํานบ ท่านแตกทันทีครับ ทุกคนจะสามารถปรับขึ้นค่าเล่าเรียนได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวใครเพราะมี ตัวอย่างมาแล้ว คราวนี้นักศึกษาที่อยู่ในสถาบันเหล่านั้นจะเป็นภาระของรัฐบาลทันทีครับว่า เขาจะสามารถหาค่าเล่าเรียนมาชําระได้อย่างไร มีข้อเสนอจากคณาจารย์ พอดีว่ามีอีก หลายมหาวิทยาลัยเข้าคิวกันมาเพื่อที่จะขอออกนอกกํากับ หนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้าไปชี้แจงที่คณะวิปรัฐบาลมีข้อเสนอหนึ่งจากคณาจารย์ นักวิชาการซึ่งน่าสนใจ แล้วก็ อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ นั่นก็คือทุกคนอยากออกนอกกํากับ ของรัฐ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของค่าเล่าเรียนนี่นะครับ อยากจะเสนอว่าให้ค่าเล่าเรียน ยังอยู่ภายใต้การกํากับของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาต่อไป ถ้าเป็นอย่างนี้ รัฐบาลก็ยังจะมีอํานาจในการที่จะไปควบคุมดูแลไม่ให้ค่าเล่าเรียนมันปรับเพิ่มจนเป็นภาระ กับนักศึกษา ปรับเพิ่มจนกระทั่งเราไม่สามารถควบคุมได้ อย่างน้อยเรายังมีเพดาน เรายังมี ข้อกํากับดูแลได้ อันนี้เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจซึ่งมาจากฝ่ายนักวิชาการของคณาจารย์เอง ก็อยากจะกราบฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในประเด็นเหล่านี้ครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ เหลืออีก ๓ ท่าน ท่านละ ๗ นาที รักษาเวลาด้วย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คราวที่แล้วตอนพิจารณามหาวิทยาลัยออกนอกระบบในกรณีของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๖๗/๒ กระผมก็ได้ของบการเงิน ก็เพิ่งได้รับมาเมื่อสักครู่นี้เป็นงบการเงินของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือการพิจารณาในฉบับนี้ ซึ่งฉบับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตไม่ได้มีการพิจารณางบการเงินกันเลย เพิ่งมาได้พิจารณากันคราวนี้ ซึ่งคราวนี้ก็เข้าใจว่าคงมีแต่ผมกระมังครับที่ทางหลังบัลลังก์ส่งให้ ซึ่งความจริงแล้วก็ควรจะส่งให้กับเพื่อนสมาชิกทั่วทั้งสภาได้ดูว่างบการเงินของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ฉะนั้นก็ขอโอกาสว่าเมื่อเพิ่งได้มาสด ๆ หมาด ๆ เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนี่นะครับ ก็ขอเล่าให้ฟังสักนิดครับว่าข้อกังวลใจที่เพื่อนสมาชิก กําลังกังวลกันก็คือว่าถ้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ออกนอกระบบไป พูดง่าย ๆ ก็คือมีระบบบริหาร จัดการของตนเองภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งไม่ต้องไปผูกตรงต่อหน่วยงานกลาง หน่วยงานราชการกลางนี่นะครับ กลัวว่าค่าหน่วยกิตจะเพิ่มมากขึ้น ผมถึงบอกว่าประเด็นมันอยู่ที่ว่า ถ้าท่านจะพิจารณาว่าค่าหน่วยกิตเพิ่มหรือไม่เพิ่มต้องดูศักยภาพในการหาเงินของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ จะรู้ได้อย่างไรครับถ้าไม่ดูงบการเงิน นี่คือสิ่งที่ผมทวงถามอยู่ว่าพูดกันมาตั้งนานครับ ลองมาดูกันไหมครับว่างบการเงินมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หน้าตาเป็นอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีรายได้อยู่นะครับ ปีหนึ่งประมาณ ๘,๗๓๘ ล้านบาท ครึ่งต่อครึ่งครับ เป็นรายได้ที่มาจากของรัฐบาลอุดหนุนให้ ๔,๔๑๗ ล้านบาท และมีรายได้อื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยเขาจัดการของเขาเองอยู่ ๔,๓๒๑ ล้านบาทเศษ ท่านประธานจะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่ได้โดยได้รับรายได้หลักจากรัฐบาล เพราะรายได้ ทั้งหมดครึ่งหนึ่งเป็นรายได้ที่มาจากรัฐบาล พอมาดูในรายจ่ายครับ รายจ่ายเฉพาะ แต่ค่าดําเนินงาน ที่เรียกว่าค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร สาธารณูปโภค เงินอุดหนุนต่าง ๆ จิปาถะของเขานี่อยู่ที่ ๗,๔๓๗ ล้านบาท ย้อนกลับไปใหม่ครับ หาเองได้ ๔,๓๒๑ ล้านบาท ที่จ่ายเป็นงบประจํา อยู่ขณะนี้ ๗,๔๓๗ ล้านบาท มากกว่ากันประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทุกวันนี้รับเงินอุดหนุน จากรัฐบาลลงมาถึงอยู่ได้ครับ มันมีคําถามง่าย ๆ ว่าถ้าออกนอกระบบ รัฐบาลลดการอุดหนุน ลงมา มหาวิทยาลัยนี้ทําอย่างไรล่ะครับ บุคลากรก็ยังคงมีรายจ่ายประจําอยู่เท่าเดิม สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖๘/๑ มีทางเดียวขึ้นค่าหน่วยกิตครับ แล้วนี่คือสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ้าดูตามรายการแบบนี้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีควรจะตอบและทางมหาวิทยาลัย ควรจะมีข้อมูลเตรียมความพร้อมนั่นก็คือว่า ถ้าอ่านจากงบการเงินประจําปี ๒๕๕๕ ของท่านที่ให้ผมมา นั่นก็หมายความว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังไม่มีความพร้อมในการหาสตางค์ ของตัวเองครับ ถ้าไปเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ดินแถว สยามสแควร์ของเขาทั้งนั้นครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เปล่าครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะได้ยินและจะถามจากท่านรัฐมนตรีเป็นข้อมูลแบบนี้ก็คือว่า เมื่องบการเงินระบุชี้ชัดว่าท่านมีรายจ่ายประจําถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ในขณะที่ มหาวิทยาลัยหาเงินได้เองแค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น ถ้าออกนอกระบบไปแล้ว ด้วยโครงสร้างแบบนี้ต้องขึ้นค่าหน่วยกิตหรือไม่ ถ้าจะไม่ขึ้นค่าหน่วยกิต แนวทางในการบริหารงาน ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะทําให้เป็นการช่วยเหลือพี่น้องมีโอกาสได้เรียนในราคาย่อมเยา คือวิธีใดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นคําถามหลัก และต้องตอบให้ได้ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะทํางานกันอย่างไรต่อไปในอนาคต เพราะนักศึกษาหลายคนกังวลใจครับ
ประการต่อมา พอไปดูในร่างของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งนี้พูดถึงที่มา ของรายได้ กระผมขอพูดเฉพาะประเด็นของรายได้เพราะถือว่าเป็นเรื่องหลักนะครับ รายได้ ของมหาวิทยาลัยในมาตรา ๑๕ จะมีหมวดในเรื่องของเงินอุดหนุนทั่วไปของรัฐบาลที่จัดสรร ให้เป็นรายปี หลายคนพูดแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่านจุลพันธ์ก็พูดครับว่า จะเป็นการรับรองได้อย่างไรว่า ถ้ามหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วจะเป็นการลดภาระทางการคลังของประเทศลง ก็การันตี (Guarantee) ไม่ได้เหมือนกัน แต่ท่านรัฐมนตรีควรจะตอบให้ได้ว่าจะทําให้ค่าหน่วยกิตเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่เรียกว่าพอสมควร ในขณะที่รัฐบาลนั้นมีภาระการจ่ายเงินลดลง ท่านต้องบอกว่าแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้คืออะไรครับ และประเด็นสําคัญครับ ในร่างกฎหมายอย่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสุขุมพันธ์ ได้มีดําริทําไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ มีทางเลือกอีกทางหนึ่งนั่นก็คือที่มาของเงินก็คือว่าเงินอุดหนุน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมอยากเห็นที่มาของรายได้ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าจะออกนอกระบบก็ควรจะมีที่มาของรายได้ เป็นเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เพราะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบุคลากรทางการเกษตรที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง และมีวิทยาเขต สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๖๘/๒ เท่าที่ผมพอทราบอย่างเช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร หรือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน ถ้าเป็นไปได้ที่มาของรายได้นั้น ก็ควรจะมีการเพิ่มเติมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ก็จะมีการพัฒนาความเป็นอัตลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นวิทยาเขตในจังหวัดใดก็อาจจะมีการเสริมเติม ความเข้มแข็งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ต้องการที่จะหยิบยกและชูขึ้นมาเพื่อผลิตบุคลากร ได้ด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะเติมลงไปนะครับว่า ท่านกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในมาตรา ๑๕ ก็อยากจะให้มีการเติมที่มาก็คือเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความเป็นอัตลักษณ์และความชัดเจนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เป็นวิทยาเขตนั้น ๆ ด้วยครับ ผมมี ๒ คําถามครับ ส่วนคําถามแรกหนักสักหน่อย ท่านรัฐมนตรีคงต้องตอบว่า แผนการดําเนินงานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะรายได้หาได้เอง แค่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท รายจ่ายประจําอยู่ที่ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท หน้าตาเขาจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่ขึ้นหน่วยกิตครับ ขอบพระคุณครับ
ดอกเตอร์สุรสาลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อข้อคิดเห็น ที่มีต่อร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ฉบับนี้ กระผมเห็นด้วยครับ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะออกจากการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐไปเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับ ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายในเรื่องนี้มิได้หมายความว่าจะเพิ่งมาปรากฏในระยะนี้ แต่ว่าได้มีการดําเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว และมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่ได้ตัดสินใจ ออกจากการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐไปเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับที่ผ่านมานั้นก็ได้มีการตรวจสอบ ประเมินความพร้อมของตนเองเป็นอย่างดีมาก่อนหน้านี้แล้วทั้งสิ้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๖๙/๑ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่เห็นว่าการที่มหาวิทยาลัยที่ออกไปแล้วนั้นประสบปัญหา หรือมีความเดือดร้อน หรือมีข้อติดขัด ขัดข้องแต่ประการใดในการออกเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ท่านประธาน ที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศไทย จะเรียกได้ว่าเป็น ๑ ใน ๕ มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศไทย และผมเชื่อมั่นว่าได้สั่งสม ความเชื่อมั่น ได้สั่งสมประสบการณ์ ได้สั่งสมสิ่งต่าง ๆ เอาไว้มากมายในตัวมหาวิทยาลัยเอง เพราะฉะนั้นวันนี้การที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ขอที่จะออกเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับนั้น ผมจึงมีความเชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความพร้อมแล้วในขณะนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากความพร้อมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้วนะครับ มหาวิทยาลัยเองนั้น น่าจะได้ศึกษาตัวอย่างของมหาวิทยาลัยที่ออกไปก่อนหน้านี้ ก่อนตัดสินใจในคราวนี้ว่า มหาวิทยาลัยเหล่านั้นเมื่อตัดสินใจออกไปแล้วกระบวนการในการบริหารจัดการนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีอุปสรรค มีปัญหาตรงส่วนไหนบ้างหรือไม่ แล้วจึงนําเอาอุปสรรค เอาปัญหา เอาสิ่งที่ศึกษานั้น มาประมวลแล้วก็จัดทําเป็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อจะนําพามหาวิทยาลัยออกไปเป็นมหาวิทยาลัย ในกํากับต่อไป แน่นอนครับ การออกเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับนั้นมีข้อดีมากมายหลายประการ ชัด ๆ แน่นอนอย่างหนึ่งคือมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการค่อนข้างสูง เพราะว่า เบ็ดเสร็จการตัดสินใจนั้นอยู่ที่สภามหาวิทยาลัยเป็นหลัก ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือ สิ่งที่กระผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความพร้อมและกระผมเห็นด้วย อย่างไรก็ตามแต่ ท่านประธานครับ มีบางประเด็นที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึง ผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพราะเชื่อมั่นว่าแม้ออกเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับในวันนี้ท่านอธิการบดี ก็ยังคงเป็นอธิการบดีท่านเดิมอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่อาจจะเป็นข้อห่วงใยของกระผมมีอยู่ ๒-๓ ประการด้วยกันครับ
ประการที่ ๑ จากมาตรา ๗ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เขียนเอาไว้แล้วก็ต่อเนื่องด้วย มาตรา ๘ นะครับ มาตรา ๘ นั้นเขียนไว้ว่า ในการดําเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๗ มาตรา ๗ เขียนว่า ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน ทําการวิจัย ให้บริการ ทางวิชาการแก่สังคม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ มาตรา ๘ เขียนว่า ในการดําเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๗ ให้มหาวิทยาลัยคํานึงถึงสิ่งต่อไปนี้ มีหลายประการครับ มีประการหนึ่ง สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) จีรนุช ๖๙/๒ ซึ่งผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาด้วยความห่วงใยก็คือ (๒) เขียนว่า ความเป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่ไปกับคุณธรรมและจริยธรรม ความเป็นเลิศทางวิชาการนั้นผมไม่สงสัย เพราะเชื่อมั่น ในมหาวิทยาลัยที่ได้สั่งสมมายาวนานครับ แต่อยากจะฝากเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ในที่นี้ ซึ่งเรามักจะเคยได้ยินเสมอนะครับว่าบางครั้งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งออกจาก การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐไปเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับนั้น ถ้าเกิดท่านผู้บริหารท่านหย่อน ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมแล้วอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการภายใน มหาวิทยาลัยก็ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ ถ้าผู้บริหารนั้นท่านยืนอยู่บนหลัก ของคุณธรรมจริยธรรมหรือบริหารโดยยึดหลักของธรรมาภิบาลแล้ว ตรงนี้ก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ก็ฝากท่านไว้นะครับ ครูบาอาจารย์นั้นต้องการความมั่นคงของชีวิตไม่ใช่สอนหนังสือ โดยยืนอยู่บนความประหวั่นพรั่นพรึงว่าเมื่อใดจะถูกประเมินให้ออกจากการทําหน้าที่ ครูบาอาจารย์นะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๗๐/๑
ในประการถัดมาครับท่านประธานที่เคารพ ที่ผมอยากจะฝากไว้หลายท่าน เป็นห่วงเรื่องของการขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งอาจจะรวมถึงค่าหน่วยกิตและค่าอะไรต่าง ๆ มากมายนั้นก็เป็นสิ่งที่สมควรเป็นห่วงนะครับ แต่ผมเห็นว่าการที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จะขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาของตนเองได้นั้นมิได้หมายความว่านึกอยากจะขึ้นก็ขึ้นได้ทันที โดยไม่ได้มองดูความพร้อม ไม่ได้มองถึงความเชื่อมั่นของมหาวิทยาลัยที่สังคมมีต่อมหาวิทยาลัย ไม่ได้มองถึงคุณภาพประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัย ผมว่าเรื่องการที่จะขึ้นค่าธรรมเนียม การศึกษานั้นมันควรเป็นการแปรผันตามประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัย เรื่องนี้จึงไม่น่าเป็นห่วง ถ้าขืนขึ้นไปโดยไม่คํานึงถึงคุณภาพของตนเองแล้วมหาวิทยาลัยแห่งนั้นก็จะกลายเป็น มหาวิทยาลัยร้างในอนาคตเพราะว่าไม่มีนิสิตที่ไหนเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นแน่นอน เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ไว้วางใจได้ว่ามหาวิทยาลัยที่ยืนยงมายาวนานขนาดนี้คงจะมี การพินิจพิเคราะห์ตัดสินใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดีแน่นอนครับ แต่ก็ฝากเอาไว้นะครับว่า ถ้าไม่มีความจําเป็นหรือการขึ้นโดยไม่สมเหตุสมผลก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครอง แล้วก็นิสิตนักศึกษาได้
ประการที่ ๓ ครับ ที่อยากจะฝากไว้เป็นประการสุดท้ายก็คือการมีส่วนร่วม ของประชาคมในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะว่าที่ผ่านนั้นอาจจะเคยได้ยินข่าวมาบ้างว่า หลังจากออกเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐแล้วอํานาจสูงสุดอยู่ที่สภามหาวิทยาลัย อํานาจสูงสุดในฝ่ายบริหารอยู่ที่อธิการบดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจนําไปสู่การบริหารงานมหาวิทยาลัย ในลักษณะของการใช้อํานาจรวบอํานาจของผู้บริหารก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะฝาก ผู้บริหารมหาวิทยาลัยว่าให้คํานึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จํานวนข้าราชการเริ่มลดน้อยลง ขณะที่พนักงานมหาวิทยาลัยเริ่มเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ให้ทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัยนั้นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยไปด้วยครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้บริหารของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
สุดท้าย อยากจะกราบเรียนว่ากระผมเห็นด้วยกับความพร้อมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่จะก้าวออกเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุดท้ายครับ ท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) เบญจมาภรณ์ ๗๐/๒
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านประธานครับ เมื่อทราบข่าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความประสงค์ที่จะออกนอกระบบ เป็นมหาวิทยาลัย ในกํากับของรัฐบาล ผมกราบเรียนว่าผมรู้สึกดีใจแล้วก็เห็นด้วยเพราะว่าหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมายาวนาน และเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีความพร้อม ทุกมิติ พร้อมที่จะออกนอกระบบซึ่งตรงกับเจตนารมณ์หลัก ๓ ประการด้วยกัน
ประการแรกครับ เจตนารมณ์ในการให้มหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัย ในกํากับนั้น โดยวัตถุประสงค์ที่มีกรอบความคิดว่าอุดมศึกษานั้นควรจะเป็นภาระความรับผิดชอบ ของผู้บริโภค รัฐควรจะดูแลการศึกษาระดับพื้นฐานให้ดีที่สุด แต่เมื่อกรอบแนวคิดตรงนี้ ได้เกิดขึ้นในการที่จะให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้น ผมเข้าใจว่าไม่เฉพาะตัวกระผมเอง แม้แต่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ก็กังวล กังวลว่าถ้าเกิดมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แล้วเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภคคือตัวนิสิตนักศึกษา หรือผู้ปกครองสิ่งเหล่านั้นคิดว่า วันนี้ก็ไม่น่าจะใช่ และไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นหลายคนก็ติติงมหาวิทยาลัย ที่เป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ หลายมหาวิทยาลัยที่ผ่านวาระแรกในสภาแห่งนี้ แล้วก็ เข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายของมหาวิทยาลัยแต่ละฉบับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าทุกฝ่ายทุกคนนะครับกังวลในเรื่องนี้ เพราะเราไม่ต้องการที่จะให้รัฐผลักภาระ เรื่องค่าเล่าเรียนในอุดมศึกษาให้กับนิสิตนักศึกษา ให้กับผู้ปกครอง สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๗๑/๑ เหตุผลเพราะว่าการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดเป็นรัฐสวัสดิการ ท่านประธานจะเห็นว่า มหาวิทยาลัยในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่การศึกษา ระดับอุดมศึกษานั้นรัฐอุดหนุนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ว่าถ้ามองในบ้านเราก็เห็นใจว่าเราคงทําเช่นนั้นในภาวะที่เรายังมีรายได้ อยู่ขณะนี้คงทําได้ยาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารัฐจะผลักภาระอุดมศึกษาไปให้กับผู้ปกครอง ให้กับนิสิตนักศึกษา รัฐจะต้องพิถีพิถัน จะต้องคิดด้วยความรอบคอบในการดูแลเรื่องนี้ ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้เพราะว่าแนวความคิดเรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบนั้นก็คือ เรื่องประหยัดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐเพื่อที่จะให้ผู้ปกครองร่วมรับผิดชอบส่วนหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ถ้าคิดอย่างนี้ผมกราบเรียนว่าต้องคิดใหม่ ถ้าคิดอย่างนี้แล้วจะไปกระทบกับ ตัวนิสิตนักศึกษาจะไปกระทบกับผู้มีรายได้น้อยแต่เรียนดี พอพูดตรงนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าทุกมหาวิทยาลัยครับ ประกันเลย ประกันว่าการที่มหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบ และขึ้นค่าเล่าเรียนนิสิตนักศึกษานั้นเป็นไปไม่ได้ด้วยเหตุผล ๒ ประการ
ประการที่ ๑ การที่จะขึ้นค่าเล่าเรียนนั้นต้องผ่านสภามหาวิทยาลัย ซึ่งองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยนั้นมาจากทุกภาคส่วนทั้งบุคคลภายในและภายนอก เพราะฉะนั้นการที่จะขึ้นค่าเล่าเรียนนั้นคงจะยากมากที่สภาจะผ่าน ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับ ฝ่ายบริหารจะเอาอย่างไร เพราะวันนี้ฝ่ายบริหารกับสภามหาวิทยาลัยนั้นเหมือนคอกับลูกกระเดือก คือไปด้วยกัน ไม่มีทางครับที่จะให้สภามหาวิทยาลัยเป็นคนคานอํานาจฝ่ายบริหารคืออธิการบดี เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่ผมกราบเรียนประธานเช่นนี้เพื่อที่จะให้ผู้บริหารโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อธิการบดีอย่าคิดหารายได้เข้าสู่มหาวิทยาลัยโดยมักง่ายเหมือนที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านได้อภิปรายคือกังวลเรื่องนี้ครับ กังวลเรื่องจะผลักภาระไปให้กับนิสิตนักศึกษา นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เรื่องของความคล่องตัวในการบริหารจัดการ เพราะมีกรอบความคิดว่า มหาวิทยาลัยของรัฐนั้นผู้บริหารขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยไปสู่ ความเป็นเลิศ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐหรือที่เราเรียกติดปากกัน ง่าย ๆ ว่ามหาวิทยาลัยนอกระบบจะมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ แท้จริงนั้น ผมกราบเรียนว่าคําพูดนี้ก็ไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องมาจากว่ามหาวิทยาลัยของรัฐเอง ในสถาบันอุดมศึกษาก็มีความคล่องตัวมากมีกฎหมายเป็นของตนเอง สํานักงานคณะกรรมการ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๗๑/๒ การอุดมศึกษาเพียงแต่เป็นหน่วยงานในการกํากับนโยบายเท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ ความคล่องตัวไม่ว่าท่านจะอยู่ในระบบหรือนอกระบบไม่มีความแตกต่างที่เป็นนัยสําคัญ ทางสถิติแทบเหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้จะยกเป็นประเด็นในการที่จะเปลี่ยน สถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับคงจะไม่ได้ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๗๒/๑
ประการที่ ๓ เรื่องเสรีภาพทางวิชาการ เพราะก่อนหน้านี้นักการศึกษาวิตกว่า ตราบใดมหาวิทยาลัยยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของภาครัฐคือมหาวิทยาลัยของรัฐ เมื่อนั้นความเป็นอิสระทางวิชาการ กรอบความคิดของมหาวิทยาลัยโดนบล็อก (Block) ไม่สามารถคิดในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทําได้เพราะว่ารัฐกํากับกรอบความคิดเอาไว้ กราบเรียนว่า ขณะนี้ก็ไม่จริงเช่นเดียวกัน ทั้งมหาวิทยาลัยในกํากับ มหาวิทยาลัยของรัฐก็มีอิสระ เสรีภาพ ทางวิชาการ ผมคิดว่ามากเกินพอด้วยซ้ําไป นี่คือความรู้สึกของคนทั่วไป เพราะฉะนั้นคําถาม ที่สําคัญว่า ในเมื่อท่านเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ออกจากความเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ อะไรคือความแตกต่าง ผมฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต้องตอบคําถามให้ได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเวลาอีกนิดเดียวครับ กระผมกังวลครับ ผมคิดว่าในสิ่งที่ผมกังวลคือสิ่งที่เราได้รับผลกระทบ ได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจาก มหาวิทยาลัยชุดหนึ่งที่ออกนอกระบบไปแล้ว ข้อกังวล ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก ก็คือผลกระทบต่อนักศึกษา ถึงแม้ว่าทางมหาวิทยาลัยยืนยัน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่กรุณาอภิปรายเรื่องนี้ยืนยันว่ามันไม่น่าจะ เป็นไปได้ แล้วถ้าเกิดขึ้นค่าเล่าเรียนก็จะมีเหตุและผลรองรับ แต่ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ในระยะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร สิ่งเหล่านี้ ถูกร้องเรียนเข้าสู่คณะกรรมาธิการอยู่เนืองนิตย์ ผมเชื่อว่าถ้าเกิดไม่เป็นเรื่องจริงก็หา คนร้องเรียนคงยากมาก นี่ก็คือเป็นเรื่องจริง แล้วเรื่องที่ ๒ ที่มหาวิทยาลัยประกาศว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับแต่เขายังรับผิดชอบกับบุตรหลานผู้มีรายได้น้อย โดยการให้ทุนการศึกษา จากใจจริงท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานไปเปรียบเทียบ ระหว่างมหาวิทยาลัยของรัฐกับมหาวิทยาลัยในกํากับไม่มีความแตกต่างกันเลย นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าคุณออกนอกระบบ แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยได้ให้คํามั่นสัญญาต่อสภาแห่งนี้ว่าดูแลลูกคนจน เป็นการประกันว่าลูกคนจนถ้าไม่มีเงินสามารถเรียนมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐได้ ไม่จริงนะครับ
เรื่องที่ ๒ คือผลกระทบกับตัวบุคลากร ท่านประธานครับ วันที่รัฐบาลมีนโยบาย ให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ หรือเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ โฆษณาประชาสัมพันธ์ อย่างสวยหรูเหมือนกับการเปลี่ยนบําเหน็จบํานาญมาเป็น กบข. ซึ่งมีปัญหาในวันนี้ ครู อาจารย์ เปลี่ยนแปลงฐานะจากข้าราชการมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมีรายได้ที่ดีกว่า มีความคล่องตัวกว่า มีความเชี่ยวชาญทางวิชาการมากกว่า มีการส่งเสริมเรื่องของความก้าวหน้าทางวิชาการมากกว่า สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๗๒/๒ ผมอยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านลองไปให้ใครศึกษาสิว่าเรื่องนี้เป็นจริงไหม ท่านลองเก็บข้อมูลดูสิครับว่าเรื่องนี้เป็นจริงไหม ก็ไม่น่าจะเป็นจริง มีทางลบด้วยซ้ําไป ท่านประธานครับ มีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากไหนอีก ๒-๓ มหาวิทยาลัย ผมจําไม่ได้ครับ ร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการการศึกษาว่าสถานภาพของเขาวันนี้ ที่เขาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย และเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนอกระบบนั้นไม่มีอะไร ดีขึ้นเลย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๗๓/๑ ท่านเชื่อไหมพวกเขาเหล่านั้นเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งใช้กับครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ห้ามมาใช้ กับอุดมศึกษา ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงได้รับทราบ เพราะว่าบุคลากรเหล่านี้ได้ร้องเรียน ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้องเรียนผ่านท่านรัฐมนตรี ร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี และร้องเรียน มายังคณะกรรมาธิการการศึกษา สุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องที่ผมกังวลก็คือเรื่องคุณภาพ ทางวิชาการ บังเอิญวันนี้ผมมีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายนํา เรื่อง การกําหนดยุทธศาสตร์ ทางการศึกษาชาติของสํานักงานสภาการศึกษาที่จังหวัดภูเก็ต เพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็โชคดีครับที่ได้รับทราบข้อมูลจากที่ปรึกษาของท่านรัฐมนตรีคือท่านศาสตราจารย์ (พิเศษ) ภาวิช ทองโรจน์ ท่านได้ข้อมูลที่ชัดเจนครับว่าคุณภาพอุดมศึกษาของไทยวันนี้น่าเป็นห่วง ผลจากการทดสอบ จากการประเมิน จากการเปรียบเทียบขององค์กรที่ทําหน้าที่ในการวัดการศึกษา ด้วยระบบศึกษาของโลก หลาย ๆ สังกัด หลายค่าย ปรากฏว่าคุณภาพอุดมศึกษาของไทย เกือบทุกมิติไม่ว่าเรื่องการคิดวิเคราะห์ เรื่องการวิจัย เรื่องของการมีงานทํา เรื่องอะไรก็แล้วแต่ คุณภาพอุดมศึกษา ผมพูดคํานี้ครับ ต่ําต้อย เมื่อจัดลําดับกับมหาวิทยาลัยของโลกแม้แต่ในอาเซียน ด้วยกันก็อยู่ในลําดับหลัง ๆ รั้งท้าย ผมต้องเชื่อข้อมูลของที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีที่ไปส่อง ไปสะท้อนให้ผู้ร่วมสัมมนาได้รับทราบวันนี้นะครับ และสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือการจัด การศึกษาอุดมศึกษาที่ไม่มุ่งเรื่องการมีงานทํา จัดตามค่านิยม แต่ไม่จัดตามค่าเงิน มันเป็นปัญหา นั่นหมายความว่าอะไรที่จัดการศึกษาแล้วจบง่ายได้เงินมาก ทํา นักศึกษาจบมาว่างงาน ไม่สน ถือว่าคุณได้ปริญญาตรีไปแล้ว สาขาที่จัดการศึกษายาก ชาติขาดแคลน ไม่ทํา เพราะคนเรียนน้อย รายได้น้อย ซึ่งที่ไปที่มาที่พูดกันติดปากและไม่ใช่เรื่องเกินไป ไม่ใช่เรื่องที่ใส่ร้ายอุดมศึกษา หลักสูตรจ่ายครบจบแน่ที่มีขึ้นเกลื่อนมากเลย ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ว่าถ้าตราบใดมหาวิทยาลัย ไม่รับผิดชอบ ไม่ดํารงไว้ซึ่งเจตนารมณ์เรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการและสนองตอบ ความต้องการของชาติ สนองตอบโลกาภิวัตน์แล้วจะมีปัญหาอย่างแน่นอน มีปัญหาการว่างงาน มีปัญหาเรื่องความไม่น่าเชื่อถือของอุดมศึกษาไทยที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่ามหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทยจะเป็นเช่นนี้ แต่ภาพรวมครับ ภาพรวมของอุดมศึกษาของไทยมันเป็นเช่นนี้จริง ๆ ท่านครับ ก่อนหน้านี้ถ้าเราพูดถึงแพทยศาสตร์ ต้องมองถึงมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์คือมหาวิทยาลัยมหิดลปัจจุบัน ถ้าพูดกฎหมายต้องมองถึง สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๗๓/๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้าพูดถึงวิศวะต้องมองจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ้าพูดถึง นักบริหารการศึกษาต้องมองที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๗๔/๑ ถ้าพูดถึงเกษตรต้องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นี่คือความเป็นเลิศทางวิชาการ เพราะฉะนั้น สุดท้ายผมขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีผู้กํากับดูแล ฝากไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ประสงค์จะออกนอกระบบ ท่านควรรักษาความเป็นเลิศในสาขาที่คนไทย ประเทศไทย และโลกนี้ ให้เครดิตท่านก็คือสาขาเกษตรศาสตร์ แต่นั่นผมไม่ได้หมายความว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่ควรจัดสาขาอื่น ก็จัดตามปกติครับ แต่ว่าเรื่องหลักของท่านนี่ท่านอย่าเพิกเฉย ผมชอบใจ ที่ท่านสมคิดได้กรุณาพูดว่าอะไรที่เป็นสาระสําคัญของชาติ ที่เป็นมูลค่าเพิ่มของชาติที่เกี่ยวข้อง กับการเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ควรละเลย ไม่ว่าการวิเคราะห์ วิจัยพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พวกไม้ที่มีคุณค่า ที่มีราคา ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศชาติ ผมเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต้องดูแล ต้องดําเนินการ ผมขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความเคารพเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอปิดการอภิปรายนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่น กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ความสนใจ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) แล้วก็ ให้ข้อคิดที่ให้ประโยชน์อย่างยิ่งในหลาย ๆ มุมมองท่านประธานครับ ซึ่งเกี่ยวข้องไม่เฉพาะ แต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่กําลังจะออกนอกระบบเท่านั้น แต่รวมไปถึงมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ ที่ได้ออกนอกระบบไปแล้วเป็นจํานวนมากด้วย ท่านประธานครับ ข้อห่วงใยที่ท่านสมาชิก ให้ความสนใจที่สุดเท่าที่กระผมได้ฟังมาโดยตลอดนั้นนะครับ ก็คือผลกระทบที่จะมีต่อนิสิต นักศึกษา รวมทั้งผู้ที่คิดจะเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือไม่ นั่นก็คือ เรื่องของค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ท่านประธานครับ เรื่องค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตนี้ มหาวิทยาลัยที่เป็นหน่วยงานของรัฐในปัจจุบันกับมหาวิทยาลัยในกํากับก็มีอิสระ ในการที่จะกําหนดค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ขณะนี้มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปก่อนหน้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีจํานวนมาก ท่านประธานครับ ที่คิดค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ในสาขาวิชาเดียวกัน เมื่อเทียบกันแล้วกับมหาวิทยาลัยที่ยังเป็นหน่วยงานของรัฐไม่ได้แตกต่างกัน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๗๔/๒
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสิงห์บุรีได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และมีเหตุผลมาก ก็คือท่านสมาชิกสุรสาล ผาสุข ท่านบอกว่ามหาวิทยาลัยนั้นไม่ได้มีแห่งเดียว มีการแข่งขันกัน เพราะฉะนั้นการที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจะไปขึ้นค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตจนสูงลิ่ว โดยไร้เหตุผลนั้นก็จะไม่มีนักศึกษาที่ไหนที่เขาจะเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น เว้นแต่ว่า มหาวิทยาลัยแห่งนั้นมีคุณภาพที่แตกต่างจริง ๆ กับมหาวิทยาลัยอื่นที่คนที่เขาจะเข้าไปศึกษา เขารู้สึกว่าคุ้มค่าในการที่จะจ่ายตรงนั้น
ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากกรุงเทพมหานคร ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้กรุณาชี้ในเรื่องของงบการเงินของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตามงบการเงินปัจจุบันนั้นเมื่อรวมรายได้ทั้งหมดกับรายจ่ายแล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะมีรายได้เกินรายจ่ายอยู่ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท นั่นก็คง แสดงถึงสถานะซึ่งคงจะทําให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติสบายใจได้ว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ไม่จําเป็นที่จะต้องไปขึ้นค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต เพื่อจะมาชดเชยรายจ่ายแต่ประการใด เพราะโดยปัจจุบันเขามีรายได้เกินกว่ารายจ่ายอยู่ ปีปัจจุบันนี่ ๑,๓๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งนั้นที่กระผมขออนุญาตจะกราบเรียนก็คือ การที่มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ วัตถุประสงค์ที่สําคัญจริง ๆ ก็คือให้เขามีความคล่องตัว และมีอิสระในการบริหารจัดการ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๗๕/๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบริหาร การบุคคล เรื่องของงบประมาณ เรื่องของการพัสดุต่าง ๆ ตรงนี้เราเชื่อว่าจะทําให้มหาวิทยาลัยมีอิสระ มีความคล่องตัวมากขึ้น ท่านประธานครับ ในโลกยุคปัจจุบันนี้มันมีความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ วิวัฒนาการ วิชาการต่าง ๆ ก้าวไปเร็วมาก มหาวิทยาลัยจําเป็นต้องตามให้ทัน ถามว่าถ้ามหาวิทยาลัยจําเป็นต้องจ้างครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในบางเรื่องมาสอนวิชาใหม่ ๆ เขาจะใช้ระบบเดียวกันกับระบบราชการ ในการจ้างได้ไหม ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับท่านประธาน คนเก่ง ๆ ในบางสาขา ซึ่งมีความขาดแคลนมากคุณจะไปจ้างเขาด้วยกลไกระบบราชการทําไม่ได้ แต่ว่ามหาวิทยาลัย ที่อยู่ในกํากับมีความคล่องตัวในเรื่องของงานการบริหารบุคคลที่เขาจะสามารถจับตรงนี้ได้ แล้วก็อย่างกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ผมขออนุญาตที่จะตอบเป็นบางท่านนะครับ
ท่านแรก สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ ท่านได้กรุณาตั้งข้อสังเกต ถึงมาตรา ๑๑ เกี่ยวกับการที่มหาวิทยาลัยอาจจะรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบได้ ท่านก็ไม่สบายใจในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๑ ปล่อยให้เป็นประกาศ ของมหาวิทยาลัย ปล่อยให้เป็นไปตามข้อบังคับหลวมไปหรือเปล่า ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า หลักเกณฑ์ตรงนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในพระราชบัญญัติฉบับปัจจุบันซึ่งจะอยู่ใน มาตรา ๑๐ เขาก็นําหลักเกณฑ์ปัจจุบันนี้มาปรับตรงนี้เลย ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเห็นว่า หลักเกณฑ์ตรงนี้ที่ใช้อยู่ยังไม่รัดกุมเพียงพอ ก็เป็นส่วนที่ท่านจะสามารถกรุณาเข้าไปเสนอ แก้ไขเพิ่มเติมได้ในชั้นกรรมาธิการ
อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องของจุดเน้นอะไรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับกรณีที่มาตรา ๗ ของร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฉบับนี้ไม่ได้ระบุเลยว่าเน้นเรื่องของการเกษตร ใช้เพียงแต่คําว่า เป็นสถานศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน ทําการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทะนุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ทําไม่มีระบุไว้ในเรื่องเกษตรศาสตร์ ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนครับท่านประธาน ว่าร่างฉบับนี้เป็นร่างที่ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดทําขึ้น แล้วก็ผ่านการประชาพิจารณ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อนที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมาตรวจแก้ไข สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๗๕/๒ แล้วกลับไปให้ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ความเห็นชอบอีก ๑ รอบ ร่างเดิมปัจจุบันที่ใช้อยู่ ท่านประธานครับ อยู่ในมาตรา ๗ ในมาตรา ๗ ของกฎหมายปัจจุบันเขาระบุไว้ยิ่งน้อยกว่าอีกครับ ระบุไว้แต่เพียงว่า ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาและวิจัย มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน ทําการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ของใหม่นั้นยังเพิ่มเติมมากกว่าในเรื่องของการพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่ผมเห็นด้วยนะครับท่านประธาน ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เห็นว่าในชั้นกรรมาธิการนี้อย่างน้อยควรจะระบุว่าให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีจุดเด่น ในเรื่องของทางเกษตรศาสตร์ผมก็เห็นด้วยตรงนี้ แต่ว่าร่างนี้เป็นร่างที่ผ่านมาจากการประชาพิจารณ์ ของมหาวิทยาลัย และในร่างปัจจุบันก็ไม่มีการพูดเรื่องจุดเน้นตรงนี้
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามครับ ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ ท่านเป็นห่วงบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบันว่าจะถูกลดหย่อน ค่าตอบแทนหรือไม่ ท่านประธานครับ ตรงนี้ในบทเฉพาะกาลถ้าท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้เปิดนะครับ ในมาตรา ๗๔ กรณีที่คนซึ่งเขาเป็นข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ และพนักงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่แล้ว กระบวนการของเขา สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๖/๑ ถ้าเขายังคงสถานะเดิมอยู่ ไม่ต้องการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย เขาจะอยู่ในมาตรา ๗๒ ครับ ว่าให้ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง รับเงินเดือน ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นผ่านมหาวิทยาลัย โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนและค่าจ้างประจํา และผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ที่เกี่ยวข้อง แต่ในส่วนที่บุคคลเหล่านี้เขาอยากจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย หรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗๓ ผลที่ค้ําประกัน รับประกันสิทธิประโยชน์ของเขาไว้ จะเป็นไปตามมาตรา ๗๔ ก็คือ ผู้ซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้าง มหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗๓ ให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทน อย่างอื่นไม่น้อยกว่าเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่เคยได้รับ อยู่ก่อนเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย อันนี้คือหลักประกัน ที่ท่านนายแพทย์เหวงเป็นห่วงนะครับ
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษเอ่ยนามครับ ท่านศุภชัย ศรีหล้า กับท่านรังสิมา รอดรัศมี ได้เป็นห่วงในเรื่องของการประกันคุณภาพและการประเมิน ท่านประธานครับ บทบัญญัติในเรื่องของการประกันคุณภาพและการประเมินของร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ท่านได้ถามว่าทําไมไม่ไปดูในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ในกํากับอื่น ๆ ซึ่งออกไปก่อนแล้ว ทําไมไม่ให้เหมือนกัน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกํากับมีหลายฉบับ และแต่ละฉบับก็ไม่ได้เหมือนกัน ท่านประธานครับ ในส่วนบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการประกันคุณภาพและการประเมิน ของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นก็จะเหมือนกับพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยทักษิณครับ แต่ว่าก็จะแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อยู่ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถ้าเห็นว่าควรจะใช้แบบฉบับของมหาวิทยาลัยอื่นใด ก็ขออนุญาต ท่านกรุณาไปปรับแก้ได้ในชั้นกรรมาธิการ
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพการศึกษา ซึ่งผมได้ กราบเรียนไปแล้วว่าเมื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการดีขึ้นโดยที่ระบบราชการ มีข้อจํากัดนั้น ก็น่าจะทําให้คุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งต่อไปจะเป็น มหาวิทยาลัยในกํากับนั้นดีขึ้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๖/๒
ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ได้ตั้งประเด็น เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเราจะสามารถจัดการที่ให้อุดมศึกษาจากที่ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ผู้ศึกษาจะต้อง จ่ายเอง จะสามารถทําอย่างไรที่ไม่ต้องจ่ายได้หรือไม่ทํานองนั้นนะครับ ซึ่งก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องการศึกษารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เห็นความสําคัญ แต่เราสามารถที่จะสนับสนุนการศึกษาได้ตามกําลังงบประมาณที่มีอยู่ เราคงไม่สามารถที่จะไปสนับสนุนการศึกษาในทุกระดับชั้นได้โดยไม่จํากัด ในปัจจุบันเท่าที่ได้รับ ๑๕ ปี ก็ถือว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยได้เสียสละภาษีของท่านมาสนับสนุนการศึกษาเยอะแล้ว ในส่วนของอุดมศึกษานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่รัฐก็ยังสนับสนุนอยู่ แต่ขณะเดียวกันผู้เรียนก็มีส่วน ที่จะช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งด้วย และต้องยอมรับครับท่านประธานว่าระดับอุดมศึกษานั้น มีหลายระดับจริง ๆ แล้วบางระดับนั้นต้องยอมรับว่ามีกระบวนการในการที่จะจัดหลักสูตร เป็นพิเศษ เราจะเห็นได้หลักสูตรบางอย่างเป็นการจัดใช้อาจารย์ชาวต่างประเทศทั้งหมด ติดต่อร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนําในต่างประเทศ ค่าเล่าเรียนแพงมากครับ นักศึกษา ในต่างประเทศเองก็อุตส่าห์บินมาเรียนที่ประเทศไทย ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้จะเห็นได้ว่า มีความคล่องตัวในการที่จะต้องให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เขาจัดอย่างเป็นอิสระ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗๗/๑ เราก็คงไม่สามารถไปสนับสนุนหลักสูตรเหล่านั้นได้ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าตรงนี้ เป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ค่าเล่าเรียนทั้งหมดโดยภาพรวมเท่าที่เราได้ดูแล้วมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยในกํากับและมหาวิทยาลัยที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เขาก็ยังบริหารจัดการ เรื่องของค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตต่าง ๆ ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป ถามว่าถ้าเกิดมีมหาวิทยาลัยใด คิดไปกําหนดค่าหน่วยกิต ค่าเล่าเรียนสูงจนไร้เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับ หรือมหาวิทยาลัยในหน่วยงานของรัฐก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการอะไรที่จะ ดําเนินการได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าได้ครับท่านประธาน ที่ได้เพราะอะไร ที่ได้เพราะว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงจะทราบดีอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยทั้งหลายนั้นไม่ว่าจะในกํากับ หรือเป็นหน่วยงานของรัฐยังต้องอาศัยงบประมาณของรัฐสนับสนุนอยู่เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าทําอะไรโดยไม่มีเหตุผล วิธีการในการที่ทําแล้วกลับมาคิดอย่างมีเหตุผลได้ ก็อยู่ที่เรื่องของการที่เราจะจัดจ่ายงบประมาณให้เขาอย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นมาตรการ ที่เราสามารถจะทําให้สภามหาวิทยาลัยไหนก็ตามจะไม่คิดเลยครับว่าจะไปขึ้นค่าหน่วยกิต ขึ้นค่าเล่าเรียนต่าง ๆ โดยไม่มีเหตุผลครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านอาจารย์ประกอบมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าจริง ๆ ผมไม่ได้พูดเช่นนั้นนะครับว่า อุดมศึกษานั้นควรผลักภาระให้รัฐบาล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ผมได้กราบเรียนแต่เบื้องต้นว่า ฐานะของประเทศไทยวันนี้เราคงจะดูแลอุดมศึกษา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ คงจะต้องดูแล การศึกษาขั้นพื้นฐานฟรีแล้วก็ให้มีคุณภาพเสียก่อนถึงจะไปอุดมศึกษา เพียงแต่ผมกังวลว่า ถ้าเราเพิ่มภาระจากที่ควรจะเป็นนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล แล้วข้อเท็จจริงวันนี้ถึงแม้ว่า ไม่ขึ้นทางตรงก็ไปขึ้นทางอ้อม อย่างไปจัดการศึกษาหลักสูตรจ่ายครบจบแน่ครับ เหมาจ่าย ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท เรียนหรือไม่เรียนไม่รู้ ถึงเวลาจบ ฟ้องร้องมาเยอะ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวผมจะสรุปเรื่องให้ท่านดูว่ามหาวิทยาลัยไหนบ้างนะครับ ไปหลอกลวงเขาก็มีครับ ในที่สุดแล้วก็ปล่อยทิ้งเลย รับเงินก่อน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท และในที่สุดนี่อาจารย์ที่ปรึกษายังไม่มีเลย ขัดแย้งกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสภาการศึกษา สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗๗/๒ นี่คือความไม่รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นการขึ้นค่าเล่าเรียนนั้นคือทางตรงและทางอ้อมคือผลักภาระ เรื่องนี้ต้องยอมรับ ผมกราบเรียนว่าถ้าตราบใดเราปฏิเสธข้อเท็จจริงเราไม่มีวันแก้ไขได้หรอก ถ้ายืนยันปฏิเสธข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถ้าเราไม่รับฟังเราจะมาพัฒนาคุณภาพการศึกษาไม่ได้ อย่างแน่นอน ผมคิดว่าเราต้องยอมรับความจริงกันว่าอะไรที่เกิดขึ้นบ้านเราในวันนี้ เรื่องคุณภาพการศึกษาอุดมศึกษานี่ท่านยอมรับหรือเปล่า และเมื่อเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ผมไม่พูดเพียงเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นะครับ คือมหาวิทยาลัยภาพรวมทั้งหมด ท่านจะทําอย่างไร ท่านจะทําอย่างไรครับ เรื่องการโกง เรื่องการทุจริตในมหาวิทยาลัย เกิดขึ้นแยะมาก ท่านทําอย่างไรครับ เรื่องผลประโยชน์ของฝ่ายบริหารแต่ไม่ดูแลผลประโยชน์ ของครูบาอาจารย์ ของบุคลากรของมหาวิทยาลัย ท่านทําอย่างไรครับ ปัญหานี้เยอะมากเลย เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขอให้ท่านรับความจริง ในบางเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ถ้าท่านปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่มีวันที่เราจะพัฒนาอุดมศึกษา ได้อย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านอรรถวิชช์
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นห่วงเรื่องค่าเรียนเด็กที่จะเพิ่มมากขึ้นเพราะว่าดูจากงบการเงิน ท่านรัฐมนตรีบอกผมว่า งบการเงิน ปี ๒๕๕๕ ที่สรุปลงมามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กําไรอยู่ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งประเด็นที่ผมได้อภิปรายไปนั้นท่านรัฐมนตรีคงทราบว่าผมเองก็ถือฉบับเดียวกับท่านครับ มหาวิทยาลัยกําไร ๑,๓๐๐ ล้านบาทจริงครับ เพียงแต่ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะต้องเอาเงินหลวง เงินงบประมาณ ๔,๔๑๗ ล้านบาท ถ้าไม่มีเงินหลวงใส่ลงไปมหาวิทยาลัยไม่กําไรครับ แล้วก็ มหาวิทยาลัยหาเงินได้เอง ๔,๓๒๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเวลาดูต้องดูว่าเขาหาได้เอง ๔,๓๒๑ ล้านบาท ในขณะที่รายจ่ายประจําอยู่ที่ ๗,๔๓๗ ล้านบาท สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๗๘/๑ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าไม่ได้มีการเติมเงินจากภาครัฐลงไปมหาวิทยาลัยก็ไม่กําไร แล้วก็ มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายประจําด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านว่าสาระสําคัญ ของมันก็คือว่าในการที่จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการในอนาคต จําเป็นจริง ๆ ที่จะต้อง เอาแผนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการที่จะพัฒนา ปรับปรุงมหาวิทยาลัยหลังจาก มีการออกนอกระบบไปแล้วมาดูครับ ไม่อย่างนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาว่าถึงออกนอกระบบไป ก็ยังคงเป็นภาระทางการคลังอยู่เท่าเดิม หรืออาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
ประการสุดท้าย ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าถ้ามีการคิดค่าหน่วยกิตแพง อย่างไรเสีย รัฐบาลก็ยังให้เงินอุดหนุนทั่วไปอยู่ก็สามารถที่จะพิจารณาได้ ถ้าเกิดว่าเขาคิดแพงแล้ว ท่านไม่ให้งบประมาณอันนี้ยิ่งคิดแพงไปกันใหญ่นะครับท่านรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วตรรกะ มันน่าจะเป็นอย่างนั้น ก็ฝากเอาไว้สําหรับในกรณีที่หน่วยงานแบบนี้ที่ต้องนอกระบบ ถ้าเขา คิดค่าหน่วยกิตแพงถ้าเราต้องสนับสนุนงบประมาณอยู่แล้วอาจจะต้องมีมาตรการเพื่อเป็น การชักจูงเขาเพื่อให้เขาลดค่าหน่วยกิตหรือว่าให้ค่าหน่วยกิตนั้นอยู่ในระดับที่ต่ํานะครับ แต่ถ้าเกิดแบบท่านรัฐมนตรีว่าถ้าขึ้นแล้วไปตัดงบประมาณจะยิ่งไปกันใหญ่ครับท่านรัฐมนตรี ก็ฝากไว้นะครับ ขอบพระคุณครับ
ไปลงมติ อาทิตย์หน้าก็แล้วกันครับ วันนี้พอสมควรครับ