สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการพบปะระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและกัมพูชา โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขึ้นไปบนปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาท อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอธิบายถึงการเดินทางไปเยือนปราสาทพระวิหารและแสดงภาพเคลื่อนไหวของเหตุการณ์นั้น

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้งใจมาสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ ๓ แล้วก็ได้มีการเลื่อนกระทู้ถามของผม มาเป็นสัปดาห์นี้นะครับ ประเด็นที่มีปัญหาแล้วก็จะถามท่านก็คือการไปพบปะกันระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศไทยก็คือท่าน พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต กับท่าน พลเอก เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา แล้วก็ไปพบปะกัน บริเวณปราสาทพระวิหารในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอประทานอภัย ท่านรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าก็รู้จักกับท่านอยู่ด้วยเหมือนกันเพราะเรียนหลักสูตรดีซีพี (DCP) ด้วยกัน แล้วก็ท่านเป็นผู้อาวุโส ต้องกราบขออภัยว่าถ้าข้อความต่อไปนี้อาจจะมีข้อความ บางอย่างที่ทําให้ท่านไม่สบายใจ แต่ว่าท่านเป็นชายชาติทหารและปฏิญาณตนในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไว้แล้ว ก็ต้องกราบประทานอภัยด้วยนะครับ ถ้ามีข้อความใดรบกวนท่าน มันจําเป็นที่จะต้องอภิปรายครับ เพราะเนื่องจากเป็นข้อสงสัยจริง ๆ ว่าการขึ้นไปบนปราสาทพระวิหาร โดยคําเชิญของประเทศกัมพูชาจะเป็นการเพลี่ยงพล้ําหรือไม่ อย่างไร ที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะเนื่องจากว่าเราเคยมีประเด็นข้อพิพาทกันมาแล้วกับประเทศกัมพูชาในตัวปราสาทพระวิหาร แล้วก็ได้มีคําวินิจฉัยของศาลโลกได้มีการตัดสินเอาไว้ในปี ๒๕๐๕ ว่าให้ปราสาทพระวิหารนั้น ตกเป็นของประเทศกัมพูชา ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนั้นเรามีหลักกฎหมายเกิดขึ้นใหม่ อีก ๑ อันครับ ไม่ว่าจะถูกโดยชอบหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็คือหลักเรื่องของกฎหมายปิดปาก และเหตุหนึ่งที่เป็นกฎหมายปิดปากที่ประเทศไทยโดนใช้ในขณะนั้นก็คือการที่มีข้าหลวงใหญ่ ของไทยท่านหนึ่งขึ้นไปโดยคําเชิญของประเทศกัมพูชาบนปราสาทพระวิหาร และขออนุญาต เอ่ยนาม ผมพูดสั้น ๆ แล้วกันนะครับ กรมพระยาดํารงราชานุภาพท่านไปโดยบังเอิญจริง ๆ ในขณะนั้น เพราะว่าเรสซิเดนซ์ (Residence) กําปงธม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดกําปงธม ชาวฝรั่งเศสมีการชักธงชาติประเทศกัมพูชาขึ้น แล้วก็ไม่ได้มีประเด็นในการทักท้วง เลยเป็นประเด็น ที่เขาหยิบยกขึ้นมาทําให้เรามีส่วนแพ้คดีในปี ๒๕๐๕ ซึ่งจริง ๆ ในการเสด็จไปเยือนครั้งนั้น ของกรมพระยาดํารงราชานุภาพก็มีการสร้างถนนใหม่ในจังหวัดศรีสะเกษที่ทําให้ความเจริญรุ่งเรือง ไปสู่ที่จังหวัดศรีสะเกษด้วย แต่แน่นอนลัทธิล่าอาณานิคมในขณะนั้นเขาก็เดินเกมหนัก สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ชนากานต์ ๒๑/๔ แล้วหยิบยกข้อกฎหมายแบบนี้เกิดขึ้น ผมอยากนําเรียนภาพนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานไว้ แล้วขอขึ้นหน้าจอสักนิดหนึ่งห้องโสตทัศนูปกรณ์ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) กุลนิษฐ์ ๒๒/๑

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่เป็นภาพความกังวลใจของผม ปี ๒๔๗๒ กรมพระยาดํารงราชานุภาพท่านเสด็จไป แล้วท่านจะเห็นในภาพบนมีการหาบเกี้ยวไป ท่านก็เสด็จมาเยือน ขณะเดียวกันในปี ๒๕๕๖ ท่าน พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต ก็เดินทางไปเยือน แล้วตําแหน่งท่านก็ใกล้เคียงกัน ในขณะนั้นกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ท่านเป็นอภิรัฐมนตรีในรัชกาลที่ ๗ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในขณะที่ท่านเองก็ดํารง ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน นี่คือภาพที่เกิดขึ้น ภาพที่ ๒ เป็นสถานที่ ที่ถ่ายในปี ๒๔๗๒ เช่นเดียวกัน นั่นละครับเป็นภาพถ่ายของกรมพระยาดํารงราชานุภาพ แล้วก็ถ่ายกับชาวฝรั่งเศสบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งศาลโลกก็บังคับเราโดยใช้กฎหมายปิดปาก ไปแล้วนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีในเรื่องนี้ว่ามีประเด็นที่ศาลโลกได้วินิจฉัยเอาไว้ แล้วลองมาดูปี ๒๕๕๖ นั่นคือภาพของท่าน พลอากาศเอก สุกําพลจับมือกับท่านเตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประวัติศาสตร์มันซ้ํารอยเดิมครับ ผมมีความกังวลใจ เพราะว่าศาลโลกในขณะนี้ได้ทําการวินิจฉัยในประเด็นนี้อยู่กําลังจะตัดสินในปีนี้ การขึ้นสู่ ศาลโลกมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณีจูงมือกันขึ้นไปขอความยุติธรรม หรือว่าจะเป็นกรณี ที่มีปัญหากับประเทศภาคีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือเป็นกรณีนี้ก็คือกรณีที่ ขอตีความตามคําพิพากษาเดิม ซึ่งขณะนี้ประเทศกัมพูชาขอตีความตามคําพิพากษาเดิม ซึ่งเขารอมานานแล้วครับ ว่าจะขอตีความว่าพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเป็นของใคร แล้วท่านรัฐมนตรีก็ไปเยือนประเทศกัมพูชา โดยไปบนปราสาทพระวิหารแบบนั้นละครับ ผมจึงต้องถามคําถามแรกว่าการเดินทางไปของท่านเดินทางไปโดยคําเชิญของท่าน การเดินทาง ของท่านไปเยือนในบริเวณใด ถ่ายรูปกันที่ไหน และจริง ๆ แล้วผมเองก็ได้ฝากถามท่านประธาน ให้ช่วยนําเรียนท่านรัฐมนตรีไปด้วยว่าถ้าเป็นไปได้กรุณานําภาพเคลื่อนไหวมาแสดงว่า วันที่ท่านไปนี้มันไปเจอกันตรงไหน อย่างไร ที่ไหน บริเวณใด เพราะเป็นสาระสําคัญแล้วก็ เป็นโอกาสดีที่ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบต่อสาธารณชน และตอบต่อสภาแห่งนี้เพื่อบันทึก เหตุการณ์ในคราวนั้นด้วย ขอบพระคุณครับ