เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการยกเลิกการควบคุมของรัฐต่อมหาวิทยาลัย โดยให้อิสระและเป็นออโตโนมัส ยูนิเวอร์ซิตี พร้อมขอให้มีการบริหารจัดการที่ดีและความรับผิดชอบ และเสนอมาตรการเพื่อให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสเรียนจบระดับอุดมศึกษา โดยการพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และมีการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเกษตร
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมจะใช้เวลาให้กระชับที่สุด แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะเสร็จสิ้นในเวลา ๗ นาทีหรือเปล่า เพราะว่า เนื้อหาที่อยากกราบเรียนท่านประธานจะมีเนื้อหาใหญ่ ๆ ๓ เนื้อหาด้วยกัน
ประการแรก ท่านประธานครับ พูดถึงหลักการก่อน อันที่จริงหลักการ เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ก็คือเรื่องการนํามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ในนี้บอกชัดต้องการที่จะ ให้อิสระแยกจากระบบราชการคือให้เป็นออโตโนมัส ยูนิเวอร์ซิตี (Autonomous University) หลักการที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ แต่ว่ายังได้รับเงินอุดหนุนที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปีโดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจําเป็นในการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยเพื่อประกัน คุณภาพของการศึกษา แล้วในนี้ยังบอกว่าให้มีบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล แต่ว่า ขณะเดียวกันก็มีความคล่องตัวในการดําเนินการควบคู่กับความรับผิดชอบที่จะดําเนินภารกิจ อย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ คือตัวอักษร เขียนดีครับ แต่ทางปฏิบัตินี้จะทําได้หรือเปล่า นี่ข้อที่ ๑
ข้อต่อมา ต้องกราบเรียนท่านประธานรวมทั้งท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับว่า หลักการอันนี้เป็นเรื่องที่ดีและทุก ๆ คนก็คงจะเห็นด้วย สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๕๗/๑ แต่ในทางภาคปฏิบัติคนซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงเขามีความกังวลใจ และระแวงแคลงใจ อาทิเช่น บุคลากรในมหาวิทยาลัยเขาจะมีความรู้สึกว่ารายได้ของเขาจะตกต่ําลงหรือไม่ นี่ด้านที่ ๑ นะครับ แล้วอีกด้านหนึ่งก็คือผู้ที่มารับบริการก็คือนักเรียน นักศึกษาต่าง ๆ เขาเกิดความระแวงแคลงใจ หรือกังวลใจนะครับว่าเขาจะถูกเรียกอัตราการเรียนสูงขึ้นหรือเปล่า หน่วยกิตจะคิดสูงขึ้นหรือเปล่า ดังนั้นท่านรัฐมนตรีครับ ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับ ช่วยกรุณาสร้างความมั่นใจ ตรงนี้ด้วย เพราะถึงจะออกนอกระบบอย่างไรก็ตามรัฐบาลหรือรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ในการที่จะ กํากับดูแล เพราะรัฐมนตรีต้องสร้างความมั่นใจให้บุคลากรในสถาบันต่าง ๆ ว่าบุคลากร ซึ่งทําหน้าที่อยู่ก็จะไม่ได้ถูกลดหย่อนค่าตอบแทนต่าง ๆ ดีไม่ดีอาจจะสูงขึ้นด้วยซ้ําไป ถ้าหากว่าท่านกํากับดูแลดี ๆ ก็คือว่าพิจารณาบุคคลตามความสามารถกับประสิทธิภาพ ของงานที่ทํา หากว่าท่านสามารถที่จะทําการเรียน การสอน หรือการวิจัยผลงานที่มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลตอบแทนท่านจะมีมากยิ่งขึ้น คือมันต้องเป็นไปตามหลักสมัยใหม่ ไม่ใช่ว่าเช้าชามเย็นชาม หรือเขาเรียกกันว่าชามเหล็กหรือกระทะเหล็กนะครับ คือทําอะไร ก็ได้แต่ว่าฉันจะได้รับเงินเดือนเท่าเดิม หรือว่าในอัตราที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมตามมาตรฐาน ของราชการ อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องสร้างความมั่นใจให้กับคนที่ปฏิบัติ ภาระหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันท่านต้องให้ความมั่นใจกับนักศึกษาหรือนักเรียน ที่จะเข้ามาเรียนแต่ละปี แต่ละชั้นปี หรือที่เรียนอยู่แล้วว่าอัตราคิดค่าหน่วยกิตอะไรต่าง ๆ จะไม่แพงมหาโหดในฉับพลันทันใด หากว่าจําเป็นต้องแพงขึ้นก็ต้องเป็นไปตามความเป็นจริง ของโลกสมัยใหม่ อันนี้ท่านต้องให้หลักประกันนะครับ
แล้วข้อต่อมาท่านประธานครับ จริง ๆ นี่ผมไม่ทราบว่าจะทําได้หรือเปล่า แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ก่อนว่าจริง ๆ ในโลกสมัยใหม่นะครับ อารยประเทศ หลายประเทศ อาทิเช่น ขออนุญาตเอ่ยอ้างกราบเรียนท่านประธานทราบซึ่งเป็นเรื่องที่ดี สแกนดิเนเวีย ท่านประธานครับ เขาให้หลักประกันเด็ก ๆ ของเขากระทั่งบางทีผู้อพยพ ด้วยซ้ํานะครับ คือบรรดาผู้อพยพนี่นะครับ ผมมีประสบการณ์ในสมัยที่มีการต่อสู้ระหว่าง รัฐบาลไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลายคนที่เขาลี้ภัยออกมาจากป่าเขา ลําเนาไพรเขาไปสแกนดิเนเวียเลยครับ ปรากฏว่าหลายคนได้มีโอกาสที่จะไปเรียนใหม่เลย ตั้งแต่มัธยมปลายไปเรียนภาษา เรียนมัธยมปลายแล้วจนจบอุดมศึกษานะครับ รวมถึง หางานให้ทําด้วยทั้ง ๆ ที่เป็นคนไทยแล้วไปลี้ภัย ไม่ทราบว่าเขาทําได้อย่างไร อันนี้ยกตัวอย่างนะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๕๗/๒ ท่านประธาน ผู้ลี้ภัยเขายังสามารถที่จะให้บริการได้ขนาดนี้เลย อย่าว่าแต่เด็กซึ่งเป็น คนสัญชาติเขาเลย ดังนั้นในอนาคตเรามีความเป็นไปได้ไหมในการที่จะสร้างหลักประกัน ให้เด็กไทยหรือคนที่มีสัญชาติไทยทุกคนสามารถจบระดับอุดมศึกษาได้ อาจจะไม่ถึงขนาด ฟรีนะครับ แต่ในระดับที่ใช้ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะคิดอัตราการเรียน จากนักเรียน นักศึกษาโดยคิดตามสัดส่วนรายได้ของผู้ปกครอง อาทิเช่น คนรวยอาจจะต้อง คิดแพงหน่อย แต่คนจนหรือกลาง ๆ อาจจะคิดถูกหน่อย หรือคนที่ไม่มีรายได้เลยอาจจะต้อง ให้เขาเรียนฟรีทําได้ไหมครับ นี่หลักคิดประการที่ ๑ นะครับ เพื่อจะได้แก้ปัญหา คือผมดู ขณะนี้มีความขัดแย้งระหว่างการที่จะก้าวไปข้างหน้ากับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ผมเข้าใจครับ นักเรียนที่เขาออกมาต่อต้านผมเข้าใจ เพราะเขากังวล พอออกนอกระบบตูมปุ๊บ สิ่งแรก ที่เกิดขึ้นก็คือว่าทางสถาบันการศึกษานี่คิดหน่วยกิตแพง ๆ ทันที และขณะเดียวกันพวกเขา ก็ไม่สามารถจะไปควบคุมดูแลคณาจารย์ทั้งหลาย ด้วยความเคารพนะครับ มนุษย์เขาต้อง มองในด้านลบก่อน หากว่าด้านลบมีหลักประกันว่าไม่เกิดความเสียหายเขาก็จะเดินหน้า ไปร่วมกันกับเรา เขากลัวว่าบรรดาผู้ที่มีอํานาจในการบริหารมหาวิทยาลัยหลังจากไป แสวงหาประโยชน์โพดผลแล้วก็จะทําการคอร์รัปชัน (Corruption) โกงกินโดยไม่ได้เอา ประโยชน์ต่าง ๆ มาพัฒนามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นนี่เป็นหลักการประการที่ ๑ ที่กราบเรียน ท่านประธานก็คือต้องคํานึงถึงเรื่องที่จะมาเป็นอุปสรรคด้วย ทําอย่างไรถึงจะให้เรื่องดี เปล่งประกายเต็มที่โดยการพยายามที่จะป้องกันไม่ให้อุปสรรคนั้นมันเกิดขึ้น นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมเห็นด้วย ขออนุญาต เอ่ยนามสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านเขากังวล ความกังวลเขามีเหตุมีผล ก็คือท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หรืออีกหลายท่าน ผมสนับสนุนนะครับ ก็คือว่าจริง ๆ สถาบันการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาชื่อมันก็บอกแล้วนะครับ มหาวิทยาลัยเป็นอุดมศึกษา คําว่า อุดมศึกษา จริง ๆ เป็นภาษาบาลี สันสกฤต มาจากอุตตมะบ้างละ มาจากอุดมนะครับ ก็คือเป็น การศึกษาขั้นสูงสุด เพราะฉะนั้นผมเข้าใจทุกมหาวิทยาลัยเขาอยากจะทําให้มหาวิทยาลัย ของตัวเองมีลักษณะรอบด้าน ก็คือครอบคลุมในทุกสาขาวิชาการ แต่ในความเป็นจริง เป็นไปได้ยากมากครับท่านประธาน คือมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งคุณจะไปคิดว่าของฉัน สามารถพัฒนาได้รอบด้านแล้ววิเศษวิโสไปทุกด้านเลยเป็นไปไม่ได้ครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๕๘/๑ ในความเป็นจริงถ้าท่านไปดูประเทศสหรัฐอเมริกาก็ตาม หรือประเทศอังกฤษก็ตาม แต่ละ มหาวิทยาลัยเขาจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเขา ผมจึงกลับเข้ามาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วท่านประธานครับ ถึงแม้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องการที่จะเป็นมหาวิทยาลัย และผมไปดูข้อ ๗ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไว้ผมเข้าใจเขาเขียนให้กว้างไว้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีศักยภาพในการที่จะไปพัฒนาให้รอบด้าน แต่ขณะเดียวกันอย่าไปลืม ความเป็นเลิศของตัวเอง ผมจะจํากัดวงพูดเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อนแล้วกัน เพราะว่าต่อไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ผมจะสงวนสิทธิในการที่จะพูดถึง ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเพราะท่านกํากับอยู่ ผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นเลิศ ในการวิจัยการเกษตรของประเทศไทย และการเกษตรนี้ประกอบด้วย ๒ ด้าน ก็คือ ทางด้านสัตว์ด้วย ทางด้านพืชด้วย พืชนี่มีพืชเกษตรและพืชตามธรรมชาติ สัตว์ก็มีทั้งสัตว์ที่เป็นธรรมชาติ แล้วก็สัตว์ที่เป็นทางด้านอุตสาหกรรม ผมอยากจะเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของเรา มีหน่วยงานวิจัยให้ทราบว่าในท้องทะเลอ่าวไทยมีสัตว์ทะเลอะไรบ้าง แล้วก็บนบกของเรา มีสัตว์อะไรบ้าง และสัตว์อะไรควรจะต้องสงวนไว้บ้าง อะไรที่เป็นสัตว์อุตสาหกรรม แล้วเรา จะพัฒนาสัตว์อุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นได้อย่างไร อาทิเช่น เราจะพัฒนาหมูให้เลี้ยงเร็ว และมีคุณภาพทางเนื้อได้อย่างไร วัวหรือควายในเรื่องเนื้อ ในเรื่องนม บางประเทศ ขออนุญาตยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นเขามีการวิจัยเลยนะครับว่าจะพัฒนาพันธุ์วัวชนิดที่ทําให้ เนื้อเขามีคุณภาพสูงมาก หรือวัวนมให้มีคุณภาพของนมอย่างวิเศษวิโสขึ้นมา เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยตรง ผมอยากจะยกตัวอย่างเป็นการเฉพาะเรื่องนะครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากเห็น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิจัยเรื่องข้าว ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าประเทศจีน ผมอ่านจากข้อมูลในหน้าหนังสือพิมพ์และในเว็บไซต์ประเทศจีน มีชาวนาของประเทศจีน และทางมหาวิทยาลัยเกษตรของประเทศจีนเขาพัฒนาพันธุ์ข้าว ๑ เฮกตาร์ เฮกตาร์ เป็นมาตรฐานสากลก็คือ ๖ ไร่ ๑ งาน ๑ เฮกตาร์เขามีผลิตผล ๑๙ ตัน ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่ ๑๙ ตัน เอา ๖ ไปหาร ตกไร่ละเท่าไรผมก็คํานวณไม่ทันแล้ว แต่ของประเทศไทยเรา ขณะนี้ตกไร่ละประมาณ ๔๐๐ กว่ากิโลกรัม เท่า ๆ กับประเทศกัมพูชา อย่างผลผลิตของเรา น้อยกว่า สปป. ลาว น้อยกว่าประเทศเวียดนาม อาจจะชนะประเทศพม่านิดหน่อย อย่างนี้แย่นะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๕๘/๒ ท่านประธาน อู่ข้าว อู่น้ําของโลก แต่ผลิตภาพของเราต่ํากว่า สปป. ลาว มันเป็นไปได้อย่างไรครับ เนื่องจากเวลาในการอภิปรายของผมน้อย โดยสรุปรวมแล้วก็คือว่าอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรี จริง ๆ มหาวิทยาลัยออกนอกระบบจะทยอย ๆ กันเข้ามา เพราะฉะนั้น ในเรื่องที่ดีเราจะต้องรักษาไว้ แต่ทําอย่างไรในขณะที่รักษาเรื่องที่ดีไม่ทําให้อุปสรรคต่าง ๆ มาขัดขวางการพัฒนาในเรื่องที่ดีให้เปล่งประกายออกมา แล้วข้อที่ ๒ ในขณะที่ต้องการจะให้ มหาวิทยาลัยนี้มีลักษณะรอบด้าน เราต้องพยายามที่จะให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความล้ําเลิศ เฉพาะของตัวเองเปล่งประกายออกมาด้วยเช่นกัน ขอบคุณท่านประธานมากครับ