สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติและข้อกังวลเกี่ยวกับการควบคุมมหาวิทยาลัย เช่น การเงินของมหาวิทยาลัยและการดำเนินการของสภามหาวิทยาลัย และเสนอแนะการปฏิรูปการบริหารบุคคลและการกํากับดูแลมหาวิทยาลัย รวมถึงการเรียกร้องการจัดตั้งกรรมาธิการที่อายุไม่เกิน 70 ปีเพื่อความเร็วในการทำงาน

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

ถ้าท่านไม่ปิดผมจะพูดต่อนะครับ ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิอภิปราย ความจริงร่าง พ.ร.บ. นี้มันเกี่ยวข้องกับนักศึกษา จํานวนมากเป็นหมื่นคน มันเป็นเรื่องที่จะกระทบกระเทือนรัฐบาลด้วย พรรคเพื่อไทยด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงในการที่จะรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง แล้วยิ่งประธานวิปไปสัญญากับเขามาแล้ว ทีนี้ผมอภิปรายนะครับ ผมไม่สนใจท่านแล้วว่าท่านจะเกิดอะไรก็เกิด ท่านประธานครับ การควบคุมมหาวิทยาลัยควรจะมีหน่วยงานที่ดูแลโดยเฉพาะที่เป็น สกอ. ไม่พอหรอกครับ เพราะตอนนี้พวกอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีความรู้สึกว่าตกต่ํามากขาดคนเอาใจใส่ดูแล น่าจะมีหน่วยงานเฉพาะดูแลนะครับ ผมมาพูดถึงเกษตร ท่านประธานครับ รายได้ของ มหาวิทยาลัยเป็นเรื่องสําคัญ มาตรา ๑๕ (๔) ได้จากการลงทุน ลงทุนร่วม และจากทรัพย์สิน มหาวิทยาลัย นี่ละครับที่น่าเป็นห่วง เพราะว่าตอนนี้ทุกคนก็ต้องการมีรายได้เข้า อาจจะไป ซื้อของ หรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือไปซื้อหุ้นอะไรก็แล้วแต่ อันนี้มันยังไม่มีมาตรการกํากับเลย ถึงจะมีสภามหาวิทยาลัยมากํากับแล้วก็ตาม ผมเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมอยู่ในคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องการเงินของมหาวิทยาลัยด้วย อันนี้มันดึงไปอย่างไรก็ได้ ถ้าไม่ได้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าเราจะทําอย่างไรจากการที่จะหารายได้เข้ามหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีเงินเป็นหลายพันล้านบาท ท่านประธานครับ ยังไม่พอนะครับ ในมาตรานี้ยังบอกว่าถ้างบเหล่านี้ไม่เพียงพอเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่ม แล้วยังไม่พออีกหากรัฐบาลปรับเงินเดือน ปรับเงินประจําตําแหน่ง ค่าตอบแทนให้ที่อื่นรัฐต้อง จัดให้ในสัดส่วนเช่นเดียวกันนี่มันเป็นภาระที่ตกกับรัฐบาล แต่พอได้ประโยชน์ไม่เห็นพูดถึง ท่านประธานครับ นี่เป็นความเห็นผมนะครับ มาพูดถึงการดําเนินการของสภามหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัยที่มีปัญหาอยู่ปัจจุบันนี้ก็คือตัวนายกสภานั่นละครับ

๑. อาจจะได้คนดีแต่ช้า หรือไม่ก็อายุเยอะ ผมเสนอท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ไปถึงกรรมาธิการไม่ควรจะเอาคนอายุเยอะมาเป็น อย่าเกิน ๗๐ ปีเลยครับ ถ้าเกินนั้นไปเลี้ยงหลานดีกว่า เพราะมันเกิดปัญหา ถึงท่านดีก็จริงแต่มันช้า ท่านประธานครับ

๒. ก็คือกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๓ คน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจาก บุคคลภายนอก ตอนนี้มันเกิดขบวนการที่ว่าเกาหลัง ท่านก็ไปเสนอให้คนนี้อยู่สภานี้ คนนั้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๕๕/๒ อยู่สภานี้ สรุปแล้วประเทศไทยมีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ไม่กี่คนที่ไปเป็นกรรมการสภา ผมอยากเสนอว่า คนที่จะมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยควรจะเป็นที่เดียวจะได้ทุ่มเท เพราะอะไรครับ เพราะมันจะไปเกี่ยวข้องกับเบี้ยประชุม ท่านประธานสภาครับ ตอนนี้มหาวิทยาลัยมันก็เริ่ม ไปทางพาณิชย์มากขึ้น สมัยก่อนผมเป็นเบี้ยประชุม ๕๐๐ บาท ตอนนี้ที่จังหวัดขอนแก่น ทราบว่าไปถึง ๘,๐๐๐ บาทแล้วครับ มันขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับเหมือนรัฐวิสาหกิจนี่ครับ ไม่ต้องมี เงินเดือนแต่ได้เบี้ยประชุม ผมเป็นห่วงว่าด้านการศึกษาก็เช่นเดียวกันครับ ต้องมีมาตรการ ให้ชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นอย่างไร และที่สําคัญคือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควรจะเป็นที่เดียว อย่าเป็นที่อื่น ปล่อยให้คนเก่งคนดีเขาไปเป็นบ้าง ในมาตราเดียวกันนี้นะครับ มาตรา ๑๙ (๔) กรรมการสภาที่มาจากผู้บริหาร ๖ คน ที่รวมรองอธิการบดีไป ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับ อธิการบดีมีอํานาจที่จะเสนอสภานะครับ นอกจากมีรองอธิการบดีหลักแล้วยังเสนอเพิ่มได้ ถ้าสภารับก็เพิ่มได้ ถ้าให้รองอธิการบดีมีโอกาสมาร่วมเป็นแคนดิเดต (Candidate) ในการเลือกตัวแทนของผู้บริหาร ก็ทําให้ผู้บริหารยิ่งมีอํานาจมากขึ้น ควรจะตัดรองอธิการบดี ทิ้งไปเลยอย่าให้มายุ่งเลยครับ แค่ตัวอธิการบดีคนเดียวก็พอ ยิ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีวิทยาเขตเยอะมาก โอกาสที่จะมีรองอธิการบดีเยอะเป็นจริง ๆ แล้วก็จะเป็นสภา ของอธิการบดีเองนั่นละครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๖/๑ ท่านประธานครับ ผมไปข้ออื่นนะครับ มาตรา ๒๑ เรื่องอํานาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย เรื่องการบริหารบุคคลเป็นเรื่องที่สภาต้องออก ทีนี้ปัญหาก็คือตอนนี้เกิดขึ้นแล้วนะครับ แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบมหาวิทยาลัยแรกก็คือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี บางมด การประเมินอาจารย์ไม่เป็นธรรมนะครับ เราต้องการให้อาจารย์ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีอิสระทางวิชาการ แล้วก็ให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ ๑.๕-๑.๖ แต่จริง ๆ อาจจะไม่ถึง อาจจะ ๑.๓ แค่นั้นเอง การประเมินถ้าผู้บริหารอยู่นานยิ่งจะมีการเล่นพรรคพวก คนดีที่กล้าพูด คนดีที่กล้าแสดงความคิดเห็นอยู่ไม่ได้เพราะการประเมินมันไม่ผ่านนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารบุคคลในข้อ ๙ ต้องไป เน้นเรื่องการประเมินอย่างเป็นธรรมด้วย ในข้อ ๑๐ เช่นเดียวกันการหารายได้ของสภาที่เป็น นโยบายต่าง ๆ ต้องควรจะรวมไปถึงการคิดค่าหน่วยกิตด้วยนะครับ คือรายได้อื่นท่านหาไปเถอะ แต่เกี่ยวกับค่าหน่วยกิตต้องให้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบมันมีปัญหาก็คือเรื่องการกํากับดูแล ผมไปดูหมวด ๕ การกํากับดูแล ก็คือมาตรา ๕๑ รัฐมนตรีมีอํานาจและหน้าที่กํากับและดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ หากเกิดความเสียหาย ให้รัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ข้อนี้ละครับที่เราไม่เคยทํากัน มีหลาย ๆ ที่ที่มันเกิด ความเสียหายขึ้นมาจากสภามหาวิทยาลัยหรือตัดสินผิดพลาดไปเรื่องเหล่านี้ไม่เคยมาถึง ครม. เลยนะครับ มันก็เงียบ ๆ อยู่ที่มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นการกํากับดูแลอย่างห่าง ๆ มันมีทั้งดีและไม่ดี ผมอยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าท่านจะมีกลไกอะไร ที่จะให้มาตรา ๕๑ มันเป็นผลเป็นรูปธรรมขึ้นมา ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยในกํากับต่าง ๆ ที่จะออกไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด ออกครั้งแรก มันน่าจะถึงเวลา ที่จะประเมินว่าออกนอกระบบที่ดีควรจะเป็นอย่างไร กติกาต่าง ๆ ที่เคยรับปากพวกอาจารย์ไว้แล้ว ทําไม่ได้มีไหม ซึ่งมันมีนะครับ เราจะได้มาดูข้อดี ข้อเสีย แล้วมาดูมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่กําลัง จะเสนอเข้ามา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็จะเสนอเข้ามา เราจะได้มีบรรทัดฐานว่าที่เขาอ้างมา มันอ้างเมื่อ ๑๐ ปี ปัจจุบันนี้มันผ่านมา ๑๐ กว่าปีแล้วเหตุการณ์บ้านเมืองก็เปลี่ยนไปเยอะ ภาวะเศรษฐกิจก็เปลี่ยนไปเยอะมันเป็นไปตามที่เขาอ้างจริงไหม เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นห่วง ในเรื่องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปทางรัฐมนตรีหรือกรรมาธิการ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๕๖/๒ ดูแลให้ดี ถ้าท่านไม่อยู่ในมหาวิทยาลัยท่านมองรอบข้างนอกได้ แต่เมื่อผ่านไปแล้วคนข้างใน เขาเดือดร้อนไม่มีใครช่วยเขานะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ