สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ระบุว่าควรเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยภูมิพล เพราะมีสาขาและวิทยาเขตอยู่ทั่วประเทศ หากออกนอกระบบควรเป็นมาตรฐานจริงๆ และควรพัฒนามหาวิทยาลัยให้ออกไปสู่สังคมภายนอก ไม่ว่าทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ฟังการอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... กับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... ฟังมาแล้วผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปด้วยถ้าจะออกนอกระบบ ถ้าอย่างนั้น มันไม่ออกมันยังเป็นเกษตรศาสตร์อยู่ ผมอยากเสนอตั้งว่ามหาวิทยาลัยภูมิพลเลยครับ เพราะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีสาขา มีวิทยาเขตอยู่ทั่วประเทศ ถ้าเป็นไปได้ถ้าจะออก นอกระบบจริง ๆ ผมอ่านในมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ผมก็ประทับใจเกี่ยวกับเรื่องความร่วมมือ ทางการศึกษาทั้งภายในและต่างประเทศ ถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกนอกระบบจริง แล้วทําอย่างมีคุณภาพ มีหลายท่านเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับเรื่องค่าเล่าเรียนหรือรายได้การเงิน ผมไม่ห่วงถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สามารถที่จะออกไปมีวิทยาเขตอยู่ประเทศกัมพูชา มีวิทยาเขตอยู่ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศจีนตอนใต้ ผมอยากให้ ออกนอกระบบให้เป็นมาตรฐานจริง ๆ ผมเห็นว่าถ้าสามารถที่จะพัฒนามหาวิทยาลัย ออกนอกระบบไปสู่สังคมภายนอก ไม่ว่าทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน เราถ้าทําได้ ประเทศต่าง ๆ เหล่านี้เขาจะเป็นลูกค้าชั้นดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ออกไปสู่ระบบภายนอกคือต่างประเทศบ้างอย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว หรือประเทศอื่น ในทวีปยุโรปตะวันออกที่เราพอจะไปสร้างศักยภาพได้ เคยคิดไหมมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ สามารถที่จะไปสร้างวิทยาเขตต่าง ๆ อยู่ทั่วโลก แต่ผมฟังดูแล้วเราก็ยังวนเวียนอยู่ภายในนี้ละ ไม่ได้ออกไป ผมอยากเห็นผมอ่านมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ผมเห็นภาพ ถ้ามาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ถ้าเรามีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นสูงแลกเปลี่ยนกัน เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตย่างกุ้ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตทวายอย่างนี้ ซึ่งเรากําลังที่จะขยาย กิจการของประเทศไทยเรา โดยเฉพาะกําลังจะไปสร้างท่าเรือน้ําลึกที่เมืองทวายเราน่าจะมี มหาวิทยาลัยของเราไปสร้างกิจกรรมทางการศึกษาที่เมืองทวาย ที่เขตตะนาวศรีอยู่ใกล้ ๆ ประเทศไทยซึ่งสามารถทําได้ หรือที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก เมืองเชียงตุงก็ได้ที่ประเทศพม่า สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) สายชล ๖๓/๒ หรือที่เมืองเมาะละแหม่ง ถ้าเราทําได้ ถ้าอยู่ สปป. ลาวไปแขวงจําปาสักก็ได้ แขวงหลวงพระบางก็ได้ แขวงเวียงจันทน์ก็ได้ แขวงสะหวันนะเขตก็ได้ แขวงเชียงขวาง แขวงหัวพันแล้วแต่ คนจะได้ เข้าใจลึกซึ้งความเป็นมาประวัติศาสตร์ความผูกพันกัน คนที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบผมว่าเขาคงจะเคารพเชื่อถือประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป ผู้นําของ ประเทศเหล่านี้ถ้าเขาได้เป็นผู้นําเขาคงจะนําแนวคิดต่าง ๆ ของประเทศไทย เขาคงจะยอมรับ ในการเป็นผู้นําของเราในอาเซียน (ASEAN) ผมก็อยากฝากไปยังกรรมาธิการที่จะรับผิดชอบ ในการไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ... นี้ ผมอยากเห็นจริง ๆ อยากเห็นมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปสร้างวีรกรรมต่าง ๆ ทางการศึกษากับประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่ประเทศกัมพูชาหรือเสียมเรียบพวกนี้ครับ อยากให้มีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบนี้นะครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๖๔/๑ หลายท่านมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องหน่วยกิตนักเรียน นักศึกษา ถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นําของเกษตร เกษตรกร คนที่เป็นเกษตรกร ลูกหลานเกษตรกร ที่เรียนวิชาเกษตร มันน่าออกนอกระบบที่ถูกที่สุดเรื่องการเกษตรแต่เรื่องอื่นอาจจะแพงขึ้น ให้มันสมดุลกัน ถ้าเรื่องเทคโนโลยี เรื่องบริหารธุรกิจมันก็ธรรมดา ก็อาจจะแพงเพราะคนมีเงิน มาเรียนกัน แต่วิชาเกษตรออกนอกระบบไปอาจจะไม่เสียค่าเล่าเรียนเลยอย่างนี้จะมีไหม สถาบันชั้นสูงของประเทศไทยที่เราจะออกไป ให้มันมีจุดเด่นจริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าออกไป นอกระบบเกษตรก็ยังเก็บค่าเทอมแพง ผมว่ามันก็ไม่มีคุณค่าความหมายของมหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบ เกษตรกรรมลูกชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน มาเรียนวิชาเกษตรขอให้เขาเรียน วิชาเกษตร เราอาจจะไม่เก็บค่าเทอมเขาเลย หรือเราอยากให้ทุนการศึกษาอย่างนี้นะครับ ก็อยากฝากไปยังกรรมาธิการผู้ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ ในกรณีเรื่องการวิจัย ของมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบผมก็อยากกราบเรียนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมอยากให้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิจัยจริง ๆ จัง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเกษตร ผมติดใจมาหลายเรื่อง เกี่ยวกับการวิจัย ผมยกตัวอย่างวันนี้ผมก็ยังถามในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขว่าทําไม เมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมามีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องกวาวเครือ ภาคอีสานพวกเราเรียกว่าเครือจาน เครือจานเขาเอามาทําหนังต่องแอกมันเหนียวมากแล้วหัวของมันเหมือนกับมันแกว แล้วเขา เอามาวิเคราะห์ว่ามันมีคุณสมบัติในการบํารุงเพศ ถ้ากวาวเครือนี้สําเร็จได้เราจะรวยมากเลย ผมเห็นอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาวิเคราะห์วิจัยมาเมื่อเกือบ ๒๐ ปีมาแล้ว ผมเห็น พับไปมีขัดแย้งอะไรผมไม่ทราบ น่าจะศึกษาให้ลึกซึ้งว่ามันมีพิษ มีโทษอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร ผมอยากให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ออกนอกระบบทําจริง ๆ นะครับ ไม้พะยูงพูดมา หลายครั้งแล้วไปวิเคราะห์หน่อยไม้พะยูงมันกินปุ๋ยอะไร เอ็นพีเค (NPK) อะไรมากที่สุด โพแทสเซียมไนเตรตอะไรก็ว่าไป กินสัดส่วนเท่าไร ปลูก ๑๐ ปีมันจะต้นขนาดเท่าต้นยางได้ไหม ทั้ง ๆ ที่มันปล่อยอยู่ภูเขาภาคอีสานแห้ง ๆ มันก็ยังโตมามีคนตัดเอาไปขายแล้วกิโลกรัมละ ๗๐๐ บาท รู้ว่ามันแพง อยากให้สถาบันวิจัยการเกษตรไปพิจารณาหน่อย ผมอยากให้ทํา จริง ๆ จัง ๆ ข้าวดํา ข้าวเหนียวดํามันหอมมันอร่อยเหลือเกินเขามาทําขนม ทําอย่างไร เราจะทําให้มันหอมมากกว่านี้อีก เดี๋ยวนี้ราคาข้าวเหนียวดํามันแพงกว่าข้าวหอมมะลิไม่มีคนไหน พูดถึงเลย เวลาเราไปกินสังขยาข้าวเหนียวดําเห็นไหมครับ ห่อนิดเดียว ๑๐ บาท ถ้าขาย ๑ กิโลกรัมทําไมจะไม่ได้หลายร้อยบาท นี่อยากให้วิจัยกันจริง ๆ เรื่องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๖๔/๒ ข้าวดํา ข้าวเหนียวดํา ข้าวก่ําเรานี่ ไม้กฤษณาขายกันเป็นกิโลกรัมครับ กิโลกรัมหนึ่งอย่างน้อย ๔๐๐-๕๐๐ บาท ระดับกลาง ๆ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ระดับสูงกิโลกรัมหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท กิโลกรัมหนึ่งเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม้กฤษณาที่ชั้นดี ไม่เห็นสถาบันไหนไปวิเคราะห์วิจัยว่า ไม้กฤษณามันไปกินอะไรมันถึงหอม คนถึงซื้อไปกลั่นเป็นน้ําหอม ขายนี่ครับแค่ซีซี (CC) เดียว ไม้กฤษณาเขาขายไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ซีซีเดียวครับ นักวิชาการเกษตรทําไมไม่คิด อันนี้ก็อยากฝากไปยังกรรมาธิการผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ที่จะออกนอกระบบ ออกนอกระบบไปทําเพื่ออะไร ไปศึกษาจริง ๆ จัง ๆ ดูสิ ผมไม่ได้ติดใจที่ท่านจะออกไป ขอให้ออกไปเพื่อให้พี่น้องชาวไร่ชาวนาผู้ยากไร้ได้เรียนสบาย ๆ ถ้าเป็นอย่างนี้มันก็ถูกใจประชาชนผู้มีเงินไปเรียนเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ต้องเรียนแพงอันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาท่านไปพิจารณาก็แล้วกัน ทําอย่างไรให้รากหญ้าทั้งหลาย เขาได้สัมผัสกับการศึกษาทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ขอบคุณมากครับ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๖๕/๑