สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖

พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา หารือเรื่องการรักษาสิทธิประโยชน์ของบุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่อาจจะถูกเปลี่ยนแปลงหลังจากที่มีการแก้ไขกฎหมาย พงศ์เทพ เทพกาญจนา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยตอบคำถามของท่านประธานและท่านสมาชิกว่าบทบัญญัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพและการประเมินในร่างพระราชบัญญัตินั้นจะเหมือนกับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณ แต่จะแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ และแนะนำให้ท่านสมาชิกปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่น กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ความสนใจ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) แล้วก็ ให้ข้อคิดที่ให้ประโยชน์อย่างยิ่งในหลาย ๆ มุมมองท่านประธานครับ ซึ่งเกี่ยวข้องไม่เฉพาะ แต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่กําลังจะออกนอกระบบเท่านั้น แต่รวมไปถึงมหาวิทยาลัย ต่าง ๆ ที่ได้ออกนอกระบบไปแล้วเป็นจํานวนมากด้วย ท่านประธานครับ ข้อห่วงใยที่ท่านสมาชิก ให้ความสนใจที่สุดเท่าที่กระผมได้ฟังมาโดยตลอดนั้นนะครับ ก็คือผลกระทบที่จะมีต่อนิสิต นักศึกษา รวมทั้งผู้ที่คิดจะเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือไม่ นั่นก็คือ เรื่องของค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ท่านประธานครับ เรื่องค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตนี้ มหาวิทยาลัยที่เป็นหน่วยงานของรัฐในปัจจุบันกับมหาวิทยาลัยในกํากับก็มีอิสระ ในการที่จะกําหนดค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ขณะนี้มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปก่อนหน้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีจํานวนมาก ท่านประธานครับ ที่คิดค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ในสาขาวิชาเดียวกัน เมื่อเทียบกันแล้วกับมหาวิทยาลัยที่ยังเป็นหน่วยงานของรัฐไม่ได้แตกต่างกัน สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๗๔/๒

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสิงห์บุรีได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และมีเหตุผลมาก ก็คือท่านสมาชิกสุรสาล ผาสุข ท่านบอกว่ามหาวิทยาลัยนั้นไม่ได้มีแห่งเดียว มีการแข่งขันกัน เพราะฉะนั้นการที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจะไปขึ้นค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตจนสูงลิ่ว โดยไร้เหตุผลนั้นก็จะไม่มีนักศึกษาที่ไหนที่เขาจะเข้าไปศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น เว้นแต่ว่า มหาวิทยาลัยแห่งนั้นมีคุณภาพที่แตกต่างจริง ๆ กับมหาวิทยาลัยอื่นที่คนที่เขาจะเข้าไปศึกษา เขารู้สึกว่าคุ้มค่าในการที่จะจ่ายตรงนั้น

ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากกรุงเทพมหานคร ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้กรุณาชี้ในเรื่องของงบการเงินของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตามงบการเงินปัจจุบันนั้นเมื่อรวมรายได้ทั้งหมดกับรายจ่ายแล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะมีรายได้เกินรายจ่ายอยู่ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท นั่นก็คง แสดงถึงสถานะซึ่งคงจะทําให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติสบายใจได้ว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ไม่จําเป็นที่จะต้องไปขึ้นค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต เพื่อจะมาชดเชยรายจ่ายแต่ประการใด เพราะโดยปัจจุบันเขามีรายได้เกินกว่ารายจ่ายอยู่ ปีปัจจุบันนี่ ๑,๓๐๐ ล้านบาท

ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งนั้นที่กระผมขออนุญาตจะกราบเรียนก็คือ การที่มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ วัตถุประสงค์ที่สําคัญจริง ๆ ก็คือให้เขามีความคล่องตัว และมีอิสระในการบริหารจัดการ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๗๕/๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบริหาร การบุคคล เรื่องของงบประมาณ เรื่องของการพัสดุต่าง ๆ ตรงนี้เราเชื่อว่าจะทําให้มหาวิทยาลัยมีอิสระ มีความคล่องตัวมากขึ้น ท่านประธานครับ ในโลกยุคปัจจุบันนี้มันมีความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ วิวัฒนาการ วิชาการต่าง ๆ ก้าวไปเร็วมาก มหาวิทยาลัยจําเป็นต้องตามให้ทัน ถามว่าถ้ามหาวิทยาลัยจําเป็นต้องจ้างครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในบางเรื่องมาสอนวิชาใหม่ ๆ เขาจะใช้ระบบเดียวกันกับระบบราชการ ในการจ้างได้ไหม ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับท่านประธาน คนเก่ง ๆ ในบางสาขา ซึ่งมีความขาดแคลนมากคุณจะไปจ้างเขาด้วยกลไกระบบราชการทําไม่ได้ แต่ว่ามหาวิทยาลัย ที่อยู่ในกํากับมีความคล่องตัวในเรื่องของงานการบริหารบุคคลที่เขาจะสามารถจับตรงนี้ได้ แล้วก็อย่างกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ผมขออนุญาตที่จะตอบเป็นบางท่านนะครับ

ท่านแรก สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ ท่านได้กรุณาตั้งข้อสังเกต ถึงมาตรา ๑๑ เกี่ยวกับการที่มหาวิทยาลัยอาจจะรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบได้ ท่านก็ไม่สบายใจในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๑ ปล่อยให้เป็นประกาศ ของมหาวิทยาลัย ปล่อยให้เป็นไปตามข้อบังคับหลวมไปหรือเปล่า ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า หลักเกณฑ์ตรงนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในพระราชบัญญัติฉบับปัจจุบันซึ่งจะอยู่ใน มาตรา ๑๐ เขาก็นําหลักเกณฑ์ปัจจุบันนี้มาปรับตรงนี้เลย ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเห็นว่า หลักเกณฑ์ตรงนี้ที่ใช้อยู่ยังไม่รัดกุมเพียงพอ ก็เป็นส่วนที่ท่านจะสามารถกรุณาเข้าไปเสนอ แก้ไขเพิ่มเติมได้ในชั้นกรรมาธิการ

อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องของจุดเน้นอะไรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับกรณีที่มาตรา ๗ ของร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฉบับนี้ไม่ได้ระบุเลยว่าเน้นเรื่องของการเกษตร ใช้เพียงแต่คําว่า เป็นสถานศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน ทําการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทะนุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ทําไม่มีระบุไว้ในเรื่องเกษตรศาสตร์ ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนครับท่านประธาน ว่าร่างฉบับนี้เป็นร่างที่ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดทําขึ้น แล้วก็ผ่านการประชาพิจารณ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก่อนที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมาตรวจแก้ไข สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๗๕/๒ แล้วกลับไปให้ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ความเห็นชอบอีก ๑ รอบ ร่างเดิมปัจจุบันที่ใช้อยู่ ท่านประธานครับ อยู่ในมาตรา ๗ ในมาตรา ๗ ของกฎหมายปัจจุบันเขาระบุไว้ยิ่งน้อยกว่าอีกครับ ระบุไว้แต่เพียงว่า ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาและวิจัย มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน ทําการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ของใหม่นั้นยังเพิ่มเติมมากกว่าในเรื่องของการพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่ผมเห็นด้วยนะครับท่านประธาน ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เห็นว่าในชั้นกรรมาธิการนี้อย่างน้อยควรจะระบุว่าให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีจุดเด่น ในเรื่องของทางเกษตรศาสตร์ผมก็เห็นด้วยตรงนี้ แต่ว่าร่างนี้เป็นร่างที่ผ่านมาจากการประชาพิจารณ์ ของมหาวิทยาลัย และในร่างปัจจุบันก็ไม่มีการพูดเรื่องจุดเน้นตรงนี้

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามครับ ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ ท่านเป็นห่วงบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบันว่าจะถูกลดหย่อน ค่าตอบแทนหรือไม่ ท่านประธานครับ ตรงนี้ในบทเฉพาะกาลถ้าท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้เปิดนะครับ ในมาตรา ๗๔ กรณีที่คนซึ่งเขาเป็นข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ และพนักงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่แล้ว กระบวนการของเขา สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๖/๑ ถ้าเขายังคงสถานะเดิมอยู่ ไม่ต้องการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย เขาจะอยู่ในมาตรา ๗๒ ครับ ว่าให้ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง รับเงินเดือน ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นผ่านมหาวิทยาลัย โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนและค่าจ้างประจํา และผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ที่เกี่ยวข้อง แต่ในส่วนที่บุคคลเหล่านี้เขาอยากจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย หรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗๓ ผลที่ค้ําประกัน รับประกันสิทธิประโยชน์ของเขาไว้ จะเป็นไปตามมาตรา ๗๔ ก็คือ ผู้ซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้าง มหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗๓ ให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทน อย่างอื่นไม่น้อยกว่าเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่เคยได้รับ อยู่ก่อนเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย อันนี้คือหลักประกัน ที่ท่านนายแพทย์เหวงเป็นห่วงนะครับ

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษเอ่ยนามครับ ท่านศุภชัย ศรีหล้า กับท่านรังสิมา รอดรัศมี ได้เป็นห่วงในเรื่องของการประกันคุณภาพและการประเมิน ท่านประธานครับ บทบัญญัติในเรื่องของการประกันคุณภาพและการประเมินของร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ท่านได้ถามว่าทําไมไม่ไปดูในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ในกํากับอื่น ๆ ซึ่งออกไปก่อนแล้ว ทําไมไม่ให้เหมือนกัน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกํากับมีหลายฉบับ และแต่ละฉบับก็ไม่ได้เหมือนกัน ท่านประธานครับ ในส่วนบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการประกันคุณภาพและการประเมิน ของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้นก็จะเหมือนกับพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยทักษิณครับ แต่ว่าก็จะแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อยู่ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถ้าเห็นว่าควรจะใช้แบบฉบับของมหาวิทยาลัยอื่นใด ก็ขออนุญาต ท่านกรุณาไปปรับแก้ได้ในชั้นกรรมาธิการ

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพการศึกษา ซึ่งผมได้ กราบเรียนไปแล้วว่าเมื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการดีขึ้นโดยที่ระบบราชการ มีข้อจํากัดนั้น ก็น่าจะทําให้คุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งต่อไปจะเป็น มหาวิทยาลัยในกํากับนั้นดีขึ้น สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๖/๒

ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ได้ตั้งประเด็น เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเราจะสามารถจัดการที่ให้อุดมศึกษาจากที่ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ผู้ศึกษาจะต้อง จ่ายเอง จะสามารถทําอย่างไรที่ไม่ต้องจ่ายได้หรือไม่ทํานองนั้นนะครับ ซึ่งก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องการศึกษารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เห็นความสําคัญ แต่เราสามารถที่จะสนับสนุนการศึกษาได้ตามกําลังงบประมาณที่มีอยู่ เราคงไม่สามารถที่จะไปสนับสนุนการศึกษาในทุกระดับชั้นได้โดยไม่จํากัด ในปัจจุบันเท่าที่ได้รับ ๑๕ ปี ก็ถือว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยได้เสียสละภาษีของท่านมาสนับสนุนการศึกษาเยอะแล้ว ในส่วนของอุดมศึกษานั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่รัฐก็ยังสนับสนุนอยู่ แต่ขณะเดียวกันผู้เรียนก็มีส่วน ที่จะช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งด้วย และต้องยอมรับครับท่านประธานว่าระดับอุดมศึกษานั้น มีหลายระดับจริง ๆ แล้วบางระดับนั้นต้องยอมรับว่ามีกระบวนการในการที่จะจัดหลักสูตร เป็นพิเศษ เราจะเห็นได้หลักสูตรบางอย่างเป็นการจัดใช้อาจารย์ชาวต่างประเทศทั้งหมด ติดต่อร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนําในต่างประเทศ ค่าเล่าเรียนแพงมากครับ นักศึกษา ในต่างประเทศเองก็อุตส่าห์บินมาเรียนที่ประเทศไทย ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้จะเห็นได้ว่า มีความคล่องตัวในการที่จะต้องให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เขาจัดอย่างเป็นอิสระ สผ ๒๒/๒๕๕๖ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๗๗/๑ เราก็คงไม่สามารถไปสนับสนุนหลักสูตรเหล่านั้นได้ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าตรงนี้ เป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ค่าเล่าเรียนทั้งหมดโดยภาพรวมเท่าที่เราได้ดูแล้วมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยในกํากับและมหาวิทยาลัยที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เขาก็ยังบริหารจัดการ เรื่องของค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิตต่าง ๆ ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป ถามว่าถ้าเกิดมีมหาวิทยาลัยใด คิดไปกําหนดค่าหน่วยกิต ค่าเล่าเรียนสูงจนไร้เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับ หรือมหาวิทยาลัยในหน่วยงานของรัฐก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการอะไรที่จะ ดําเนินการได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าได้ครับท่านประธาน ที่ได้เพราะอะไร ที่ได้เพราะว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงจะทราบดีอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยทั้งหลายนั้นไม่ว่าจะในกํากับ หรือเป็นหน่วยงานของรัฐยังต้องอาศัยงบประมาณของรัฐสนับสนุนอยู่เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าทําอะไรโดยไม่มีเหตุผล วิธีการในการที่ทําแล้วกลับมาคิดอย่างมีเหตุผลได้ ก็อยู่ที่เรื่องของการที่เราจะจัดจ่ายงบประมาณให้เขาอย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นมาตรการ ที่เราสามารถจะทําให้สภามหาวิทยาลัยไหนก็ตามจะไม่คิดเลยครับว่าจะไปขึ้นค่าหน่วยกิต ขึ้นค่าเล่าเรียนต่าง ๆ โดยไม่มีเหตุผลครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ