รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
เอาเลยนะครับ ไม่ให้เสียเวลาครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ องค์การบริหารส่วนตำบลเกี่ยวกับเรื่องของการจัดภาษีภาคหลวงปิโตรเลียม โดยเฉพาะ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยซึ่งมีการขุดเจาะน้ำมันเยอะหลายตำบล แต่ว่าในการจัดภาษีภาคหลวง ปิโตรเลียมนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ได้รับทราบมาว่าตอนนี้ ทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจได้มีการยกร่างปรับปรุงรายได้ของ พ.ร.บ. ท้องถิ่น แต่ว่าในร่างพระราชบัญญัติตัวนั้นก็ยังเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ภาษีภาคหลวงก็ยังมีปัญหา ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่นะครับ ก็อยากฝากไปถึงคณะกรรมการการกระจายอำนาจ แล้วก็ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับว่าให้แบ่งสรรภาษีภาคหลวง ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทางเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ดูในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อในพื้นที่อย่างเป็นธรรม แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไปแบ่ง ภาษีภาคหลวงที่มีน้ำมันเยอะในตำบลนั้นไปกระจายทั่ว แต่ว่าจริง ๆ แล้วคนที่รับผิดชอบ ในสิ่งแวดล้อมตรงนั้นกลับได้น้อย ก็ฝากถึงคณะกรรมการการกระจายอำนาจได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาปรึกษาหารือในการที่จะปรับปรุงรายได้ พ.ร.บ. ท้องถิ่นต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมมีปัญหา ของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดลำพูนมาเสนอท่านประธานผ่านไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลแก้ไขด้วยนะครับ เนื่องจากอำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอลี้ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ได้ประสบภัยแล้ง เนื่องจากแม่น้ำปิง แม่น้ำทา แม่น้ำลี้ ตอนนี้แห้งขอดเป็นอย่างยิ่ง บางแห่งสามารถเดินข้ามได้แล้วนะครับ เหตุผลเนื่องจากเหมืองฝายที่กั้นแม่น้ำเหล่านี้แล้วก็แม่น้ำสาขาได้เสียหายล่มลงเมื่อครั้ง อุทกภัย เมื่อปี ๒๕๕๔ นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเหล่านี้และจังหวัดได้รายงานให้ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบแล้ว แต่ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าแล้วนะครับ เหมืองฝายที่เรารายงานไปยังไม่ได้รับ การซ่อมแซมหรืออนุมัติงบประมาณดังกล่าวเลย ดังนั้นผมจึงเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทานก็ดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ดี ช่วยอนุมัติงบประมาณ เพื่อมาซ่อมแซมเหมืองฝายเหล่านี้ด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขตอำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอป่าซาง และหลายอำเภอในจังหวัดลำพูน ประสบพายุลูกเห็บทำให้บ้านเรือน พี่น้องราษฎรของผมได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณจังหวัดลำพูนที่ช่วยเหลือดูแล เรื่องที่อยู่อาศัยตอนนี้คงจะเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เนื่องจากสวนลำไย สวนหอม กระเทียม ได้รับผลกระทบจากพายุลูกเห็บนี้ด้วย บางสวนลำไยกำลังแทงช่ออยู่ โดนพายุลูกเห็บเข้าไปช่อลำไยร่วงหล่นหมดความเสียหายหลายล้านบาทนะครับ ผมจึงเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยหามาตรการเพื่อดูแลแก้ไข ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเรวัต อารีรอบ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนมายังผมและคุณอัญชลีครับ ถนนเจ้าฟ้าตะวันตกตอนนี้แสงสว่างที่ใช้อยู่ยังใช้การไม่ได้ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วบางช่วงบางตอน ยังขาดแสงสว่างอยู่ครับ ขอให้ท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวงแผ่นดินเพื่อจะได้ มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่ป่าตอง เนื่องจากถนนที่มีการชำรุดแล้วหลังจากนั้นทางหลวงแผ่นดินได้ซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อย แต่บังเอิญว่าใช้งานไม่ถึงเดือนตอนนี้ถนนทรุดมาเหมือนเดิมนะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องโรฮิงญาที่ได้ไหลมาทางเรือ ต้องขอชื่นชมกองทัพเรือภาคที่ ๓ ที่ได้ดูแลเป็นอย่างดี แต่มีกลุ่มบางกลุ่มที่ผ่านสื่อมาบอกไปยังรัฐบาลว่าควรจะเปิดศูนย์ ผมว่าตรงนี้รัฐบาลควรคิดให้หนักครับ มิฉะนั้นแล้วกลุ่มโรฮิงญาไม่ใช่มาเพียงเรือลำสองลำ ต่อมาจะเป็น ๑๐๐ ลำนะครับ
สุดท้ายครับ ห้องทำงาน ส.ส. ที่อยู่ด้านล่างทางขึ้นบันได ท่านครับ ในช่วงที่ จะปิดสภาอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้านี้ ผมคิดว่าทางสภาควรจะปรับปรุงเพราะว่าพรมมีกลิ่นแล้วครับ ขอบคุณครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี อยู่ไหมครับ ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือท่านประธานครับ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของผู้ที่ได้ยินการสัมภาษณ์ ของท่าน ผบ.ทบ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกี่ยวกับเรื่องการที่จะให้นักศึกษาวิชาการทหาร ที่เรียนจบแล้วได้ไปเกณฑ์ทหารเหมือนกับผู้ที่ไม่ได้เรียน เรื่องนี้ผู้ปกครอง และนักศึกษา รวมทั้งผมเองซึ่งได้มีการเรียนวิชาทหารก็ได้รับความรู้จากการฝึก คิดว่าในเรื่องนี้ ท่านอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็ขอให้มีการทบทวนในเรื่องแนวคิด ถึงแม้จะเป็นแนวคิด ก็ไม่สมควรที่จะออกมาเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือผู้ปกครอง ต่างคนก็ต่างวิตกว่าจะได้มีการไปเกณฑ์ทหารนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ถ้าหน้าหนาว ก็จะประสบกับภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะตำบลที่อยู่เรียงรายในลำน้ำสวย ยกตัวอย่าง เช่น ตั้งแต่ตำบลสีกาย ตำบลบ้านเดื่อ ตำบลหาดคำ ตำบลวัดธาตุ ตำบลค่ายบกหวาน ตำบลโพนสว่าง ของอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ตอนนี้พื้นที่ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่ชาวบ้านได้ทำนาปรัง หลังจากที่หน้าฝนทำนาไม่ได้ได้รับความเดือดร้อนมาก ก็วอนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานก็ดีได้ดูแลในเรื่องของงบประมาณในการจัดการเตรียมการขุดลอก ผมได้นำเรียนท่านประธานไปหลายรอบเกี่ยวกับการจัดการในเรื่องของแหล่งน้ำไม่ว่าจะเป็น จังหวัดหนองคายหรือจังหวัดอื่น ๆ สร้างความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้น การที่จะจัดสรรงบประมาณใดก็ตามให้พิจารณาในเรื่องแหล่งน้ำเป็นหลัก เพื่อพี่น้องประชาชน จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ผมนำมาหารือนั้น ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในฤดูแล้งภายในชุมชนต่าง ๆ อย่างเช่น เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว เทศบาลเมืองบึงคำพร้อย เทศบาลเมืองลาดสวาย ก็คือปัญหาอันเกิดจากหญ้า หญ้าที่ว่านี้ เป็นหญ้าที่เกิดขึ้นในที่ว่างเปล่า
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อย่างที่ท่านเห็นในสไลด์ (Slide) ซึ่งเป็นล็อก (Lock) เล็ก ๆ จะกระจายไปทั่วทุกชุมชนตามที่ผมได้กล่าวแล้ว ล็อกละประมาณ ๑-๑๐ ไร่ หญ้าที่ท่านเห็นอยู่นี้ชาวบ้านเขาเรียกว่า หญ้าดอกธูป เพราะว่าเมื่อต้นหญ้าเหล่านี้ แก่จัดก็จะแทงดอกออกคล้าย ๆ ธูปจีนยาวมากกว่าแขน ปัญหาที่เกิดจากหญ้าในฤดูแล้งนี้ จะมี ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ก็คือปัญหามลพิษอันเกิดจากดอกหญ้า หญ้าเหล่านี้เมื่อแก่จัด ก็จะแห้งแล้วก็จะแตกคล้าย ๆ กับนุ่นปลิวไปทั่วชุมชนเกิดปัญหามลพิษทางอากาศ เสื้อผ้า ที่ตากอยู่นั้นก็จะเต็มไปด้วยดอกหญ้าเหล่านี้ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ส่วนประเด็นที่ ๒ นั้นก็คือปัญหาที่เกิดจากไฟไหม้ ทุกปีครับเมื่อหญ้าเหล่านี้ แก่จัดแล้วแห้งก็จะเกิดไฟไหม้ภายในชุมชนเป็นประจำทุกปี ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นจะไม่ดับมอด ภายในวันสองวัน จะคุกรุ่นอยู่เป็นอาทิตย์เป็นสัปดาห์แล้วในหลายชุมชนด้วย ก็จะเกิดมลพิษ ทางอากาศแล้วก็จะเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ชุมชนอีกด้วย จึงขอหารือไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลปัญหาดังกล่าวนี้ด้วย ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส ตำบลบ้านลุ่มลำชี ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า ซึ่ง ๓ ตำบลนี้เป็นตำบลที่มีถิ่นที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชี ปัจจุบันนี้น้ำในแม่น้ำชีได้แห้งขอดลงไป ค่อนข้างเยอะทำให้พี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวใน ๓ ตำบลขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค และบริโภค อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หรือหน่วยงานอื่นใดก็ตามแต่ที่เป็นคนดูแลในเรื่องการจัดหาน้ำให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ เมื่อสักครู่ ดิฉันเองได้รับโทรศัพท์มาจากคุณครูผู้ช่วยที่เข้าสอบเมื่อปลายเดือน คือวันที่ ๑๘ มกราคม ที่ผ่านมา ประกอบกับการอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มติชน ทำให้ดิฉันเองมีประเด็น ความห่วงใยที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการค่ะ โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเรื่องเกี่ยวกับการที่มีครูผู้เข้าสอบครูผู้ช่วย ที่เป็นคนคนเดียวกัน สอบวันเดียวกัน ได้คะแนนที่ ๑ ที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่ได้คะแนน ลำดับที่ ๑๕ ที่จังหวัดขอนแก่น ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าเข้าสอบอย่างไร วันเดียวกัน ข้อสอบชุดเดียวกัน ได้คะแนนไม่เท่ากัน แต่ว่าติดทั้ง ๒ ที่ เขามีประเด็นความห่วงใยคือ อยากทราบว่าแล้วเวลาบรรจุเขาจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าผลการสอบที่สอบออกมา จะเป็นผลการสอบที่สุจริตจริง ๆ และที่สำคัญพี่น้องที่เป็นครูผู้ช่วยเขารอการที่จะสอบบรรจุเข้ารับราชการมานาน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยดูแลในประเด็นนี้ด้วย เนื่องจากคุณครูผู้ช่วยเขาเดือดร้อนแล้วก็อยากจะได้ความยุติธรรมในการสอบคัดเลือก กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ท่านประธานครับ บัดนี้รัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินครบ ๑ ปีแล้ว และเกินมาเกือบ ๖-๗ เดือนแล้ว ถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่มารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕
เรื่องที่ ๒ มีจดหมายร้องเรียนจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นนักศึกษาส่งจดหมายร้องเรียนมาขอให้ท่านรัฐมนตรีพงศ์เทพ เทพกาญจนา ช่วยดำเนินการโดยด่วน
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ คณะครูบ้านนอกสังกัด สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ครูบ้านนอก ๒๐,๐๐๐ คน เดือดร้อนจากการที่กระทรวงศึกษาธิการ ไม่จ่ายเงินตกเบิกเงินวิทยฐานะ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ปีกว่าแล้ว ยังไม่ได้รับเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือหนังสือที่ร้องเรียนไปยัง นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้องเรียนไปก็แล้วก็ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งครู ที่ร้องเรียนนั้น ยกตัวอย่าง เช่น คุณครูรัชนี นาคณรงค์ โรงเรียนบ้านทุ่งกระโดน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา คุณครูพอใจ ผิวบุญเรือง โรงเรียนบ้านดอนหวาย อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เป็นต้น ท่านประธานครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรี พงศ์เทพ เทพกาญจนา ช่วยดำเนินการโดยด่วน
เรื่องถัดมา คือเรื่องที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นปรากฏว่าได้มีการทำสัญญา เช่ารถยนต์ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมอบให้ พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องนี้ขอให้คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้โปรดสืบสวนสอบสวน หาข้อเท็จจริงต่อไป โดยในวันนี้ผมจะยื่นจดหมายฉบับนี้ต่อนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ในเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ขอขอบคุณ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้หารือที่ผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ตามข้อ ๖๑ การไปพูดพาดพิง ถึงบุคคลภายนอกและเอ่ยชื่อ นามสกุลอย่างนี้เขาเสียหายครับท่านประธาน ท่านประธาน ได้วินิจฉัยด้วยครับ
ก็เป็นเรื่อง ที่ไม่สมควรนะครับท่านวัชระ ก็ขอเตือนครับ คงไม่เป็นไรครับ ผมขอต่อเลยครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมวินิจฉัยแล้วครับ แค่ขอเตือนครับ ท่านนั่งเถอะครับ
ท่านประธานเอาข้อบังคับข้อไหน มาเตือนผมครับ
ข้อบังคับเอ่ยชื่อ บุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น
ภายนอกที่ไหนครับ ผมรักษาผลประโยชน์ ของทางราชการ เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมพูดไม่ได้ครับ
อย่าไปแย้งเลยครับ ผมวินิจฉัยจบแล้วครับ แล้วต้องตามข้อบังคับครับ ข้อบังคับชัดเจน
ผมเสียหายครับ
ท่านนั่งเถอะครับ
ท่านประธานครับ ให้ความเป็นธรรม กับฝ่ายค้านด้วยเถอะครับ ท่านให้ฝ่ายรัฐบาลประท้วงได้ ผมก็ต้องพูดได้ครับ ผมพูดในข้อบังคับครับ
ท่านไม่ได้ทำผิด ข้อบังคับอะไรนี่ครับ ท่านก็ประท้วงตามข้อบังคับ แล้วผมก็วินิจฉัยตามข้อบังคับจบไปแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ
ผมก็ใช้สิทธิพาดพิงครับ เขาพาดพิง ถึงผมครับ
ผมไม่อนุญาตครับ
ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ
ไม่มีใครผิด ข้อบังคับข้อไหน ท่านนั่งเถอะครับ
ท่านประธานจะใช้อำนาจเผด็จการ ไม่ได้ครับ ปล่อยให้รัฐบาลว่าฝ่ายเดียวได้อย่างไรครับ
เขาใช้สิทธิ ประท้วงตามข้อบังคับ
ผมใช้สิทธิพาดพิงท่านก็ต้องให้ผม ชี้แจงสิครับ
ท่านวัชระอย่าดื้อ เลยครับ
ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ
ท่านใช้สิทธิพาดพิง กรณีที่ถูกพาดพิงทำให้เสียหาย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ด้วยความเคารพว่าที่ผมได้หารือไปนั้นไม่ได้พาดพิงบุคคลภายนอก และผมปกป้องรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ด้วยความยินดียิ่งครับ ท่านชูกัน กุลวงษา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอปรึกษา ท่านประธานอยู่เรื่องหนึ่งนะครับ ผมได้รับหนังสือจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือที่เรารู้จักกันว่า อส. หลาย ๆ จังหวัดมีความเดือดร้อนสืบเนื่องมาจากว่ามติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เห็นชอบปรับเงินค่าตอบแทนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ เป็นต้นไป แต่พี่น้อง อส. ทั้งประเทศ เขารอคอย เขาคาดหวังเพื่อเป็นขวัญและกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ แต่บัดนี้ก็ยังไม่ได้รับเงิน ดังกล่าวเลย เขาจึงฝากถามมายังท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องได้กรุณาชี้แจงหรือว่าโอนเงินดังกล่าวให้กับอาสาสมัครรักษาดินแดน ทั้งประเทศ เขาก็จะกราบขอบพระคุณท่านประธานและกราบขอบพระคุณรัฐบาลในขณะนี้ ด้วยนะครับ ฉะนั้นถ้าท่านประธานได้รับทราบแล้วก็แจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยกรุณาได้ ดำเนินการตามมติ ครม. ก็จะขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ ประกอบด้วยอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง วันนี้ก็มีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัญหาที่กระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ นั่นก็คือปัญหาความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในวันสองวันนี้ที่จังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานี ที่สังหารชาวจังหวัดสิงห์บุรี และพ่อค้าลองกองที่จังหวัดยะลา ก็อยากจะฝากให้ทางรัฐบาลนั้นกรุณาเร่งรัดดำเนินการจับกุม ผู้กระทำความผิดแล้วก็ให้จริงจังและตั้งใจกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดให้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาโดยการอนุมัติงบประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทอีก เพื่อซื้ออาวุธ มติ ครม. เมื่อวานนี้ ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ในขณะที่เราไป สนับสนุนอาวุธแต่ว่าผู้ร้ายได้ก่อเหตุกันทุกวันไม่สามารถจับกุมได้แม้กระทั่งยานพาหนะ ที่ก่อเหตุก็ไม่สามารถจับกุมได้ นั่นคือประสิทธิภาพของด้านการข่าวเพราะฉะนั้นควรจะปรับปรุง ในด้านการข่าวเสียมากกว่าที่จะไปสนับสนุนอาวุธ วันนี้เรายังไม่รู้ว่าเรารบกับใครนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส กรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดแล้วก็ไปจับกุมสถานบันเทิงในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก วันนี้มีธุรกิจเดียว เกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจบันเทิง ถ้าหากว่าไปกวดขันจับกุมในเรื่องนี้แล้วมันจะกระทบทั้งระบบ ไม่ว่าในเรื่องของสถานบริการด้านร้านอาหาร หรือว่าพี่น้องอาชีพรถเครื่องรับจ้างก็ดี วันนี้ ทราบว่านักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านไม่กล้าเข้ามา ก็ทำให้อำเภอสุไหงโก-ลกในขณะนี้ มีความซบเซาเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องสุดท้าย ขอฝาก ซึ่งเรื่องนี้ผมได้หารือต่อท่านประธานมาหลายครั้งนะครับ นั่นก็คือโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นสถานศึกษาที่เก่าแก่ แล้วก็มีสภาพชำรุด ก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการนั้นช่วยสนับสนุนงบประมาณ ในการก่อสร้างอาคารใหม่นะครับ เรื่องนี้มีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่มองแต่ ในเรื่องของความปลอดภัยของครูเท่านั้น สถานศึกษาก็ดี หรือว่าอุปกรณ์การเรียนการสอนก็ดี หรือว่าสวัสดิการขวัญกำลังใจของครูก็ดี อยากจะให้รัฐบาลมีความจริงใจและมีความตั้งใจ กับการแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วนด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาปรึกษาหารือท่านสัก ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเดินทางจากจังหวัดสุพรรณบุรี แถวบริเวณอำเภอเดิมบางนางบวชผ่านอำเภอของจังหวัดอ่างทองแล้วก็จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามถนนต่าง ๆ ปรากฏว่ามีดินร่วงหล่นอยู่หลายสาย และผมก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน หลาย ๆ จังหวัดบอกว่าในขณะนี้มีดินหล่นบนถนน และการขับขี่ในเวลากลางวันก็พอจะหลบได้ แต่ถ้าเป็นเวลากลางคืนนั้นเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งหลายคราว จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดำเนินการกำจัดดินที่ร่วงหล่นออกจากพื้นผิวถนนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อน มายาวนาน เนื่องจากหลายท่านที่เดินทางไปขึ้นศาล ศาลในต่างจังหวัดนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลานำรถไปจอดในบริเวณศาลนั้นปรากฏว่าไม่มีที่บังแดดสำหรับจอดรถ รถที่เขาออกใหม่ ๆ รถป้ายแดงต้องไปจอดตากแดดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นเกิดความเสียหาย จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยหาที่จอดรถที่มีหลังคาบังแดดให้กับประชาชนทั่วไป ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของเด็ก ๆ ที่จะมาหารือท่านประธาน เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูแลนะคะ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ ซึ่งมีนักเรียนประมาณ ๒,๓๕๕ คน ได้ของบประมาณในการสร้างโรงอาหาร หอประชุม เนื่องจากว่าโรงอาหารเก่า ที่สร้างก็ใช้มาประมาณ ๒๐ ปีแล้วเป็นโรงอาหารเล็ก ๆ ตอนนี้ก็กลัวจะผุพังซึ่งทำให้เด็ก ไม่มีที่รับประทานอาหาร
เรื่องที่ ๒ ก็คือทางโรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน ๔,๗๓๕ คน ก็เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ แต่ว่าห้องเรียนไม่พอยังขาดอยู่ประมาณสัก ๕๐ ห้อง ก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้พิจารณาเพื่อที่จะให้งบประมาณไปก่อสร้างอาคารเรียนให้พอกับนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เรื่องต่อมา ก็คือเรื่องของโรงเรียนบ้านขนุน ตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ อันนี้ก็เป็นโรงเรียนที่มีอาคารเก่าอยู่แล้วก็ผุพังมาก นักเรียนไม่สามารถที่จะเข้าไปเรียน ในอาคารเรียนได้เนื่องจากกลัวจะพังลงมาใส่ นักเรียนก็ต้องไปเรียนที่อาคารเรียนชั่วคราว ก็อยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาให้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่
เรื่องสุดท้าย ก็คือโรงเรียนบึงมะลูวิทยาเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ไม่มีน้ำดื่ม ที่สะอาด ก็อยากจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้พิจารณาให้งบประมาณในการสร้าง น้ำบาดาลสะอาดดื่มได้ให้กับนักเรียนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านเอมอร สินธุไพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาต หารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้นะคะ
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องที่ได้เป็นสมาชิกฌาปนกิจศพ ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากนางสาคร โพชะโน ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องที่เป็นสมาชิก เนื่องจากว่าพี่น้องที่สมัครเป็นสมาชิก กองทุนหมู่บ้าน แล้วมีกลุ่มคนที่มาหาสมาชิกทำฌาปนกิจศพของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งตำบลวารีสวัสดิ์เฉพาะหมู่บ้านเดียวนั้นมีจำนวน ๘๑ ราย อำเภอพนมไพรก็ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าราย แล้วเท่าที่ทราบข้อมูลผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกทั้งหมดมีอยู่ ๔๓ จังหวัด หลังจากที่เป็นสมาชิกไปแล้วมีผู้เสียชีวิตเฉพาะหมู่ที่ ๑ ของตำบลวารีสวัสดิ์เสียชีวิตไป ๘ ราย หลังจากนั้นทายาทแล้วก็ผู้ที่เป็นญาติเกี่ยวข้องได้ไปขอรับเงินฌาปนกิจศพ ปรากฏว่า ผู้ที่เป็นตัวแทนซึ่งมีระดับตำบล ระดับอำเภอ แล้วก็เป็นนายกสมาคม โดยมีนายคศิษฐ์ศักดิ์ ศาสตร์สาระ เป็นนายกสมาคมฌาปนกิจศพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งประเทศไทย ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๘/๓๗ ตำบลลำพยา อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ปรากฏว่า ๘ รายนี้ก็มีบางรายได้เงินมาเพียงครึ่งเดียว เพราะว่าการทำฌาปนกิจศพอันนี้มีอยู่ ๒ ประเภท ก็คือสมาชิกทั่วไปจะได้เงินฌาปนกิจศพรายละ ๙๐,๐๐๐ บาทถ้าเสียชีวิต และประเภทที่ ๒ ก็คือสำหรับผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุนี้แรกเข้าเป็นสมาชิกจะให้ไปเปิดบัญชี บัญชีละ ๓,๓๐๐ บาท หลังจากนั้น ๕ เดือน ก็จะต้องชำระรายเดือน เดือนละ ๒๐๐ บาท ปรากฏว่าจนถึงทุกวันนี้ จำนวน ๘ รายยังไม่ได้เงินครบ ฉะนั้นถือว่าเป็นการหลอกลวงหรือต้มตุ๋น อยากจะฝาก ท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรี หรือท่านที่เกี่ยวข้องได้ติดตามให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำประปาไม่พอใช้ของหมู่ที่ ๔ บ้านดอนดู่ ตำบลวารีสวัสดิ์ เพราะว่าน้ำประปาที่ใช้มาเป็นเวลาเกือบ ๓๐ ปี ถังมีขนาดเล็ก เป็นประปาบาดาล มีความเดือดร้อนคือช่วงฤดูร้อนหน้าแล้งประมาณ ๓ ปีมาแล้วน้ำไม่พอใช้ ฉะนั้นก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรงบประมาณ ไปดูแลให้กับพี่น้องเพื่อแก้ปัญหาที่ไม่มีน้ำใช้อย่างเพียงพอนะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันมีเรื่องจะหารือกับท่านประธานค่ะ
เรื่องแรก ขอหารือไปทางกระทรวงพลังงาน เพราะว่าตอนนี้ดิฉันได้รับคำถาม แล้วก็ได้รับใบปลิวด้วย ไปจอดรถเติมน้ำมันเขาก็ถามดิฉันว่ารถดิฉันใช้เครื่องยนต์เบนซิน อยากจะเปลี่ยนกล่อง อยากจะใส่กล่องอัจฉริยะไหม กล่องนี้ใส่เข้าไปแล้วเติมน้ำมันอี ๘๕ (E85) น้ำมันอี ๘๕ ราคาถูกกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่ ๒๐ กว่าบาท ถ้าเติมได้ ถ้าทำได้จะดี แล้วเขาก็จะรับบอกว่าราคาพิเศษเฉพาะ ๑๐๐ คันแรกเท่านั้น ดิฉันก็สงสัยว่ามันทำได้จริงหรือไม่ แล้วปั๊มน้ำมันก็บอกว่าพลังงานจังหวัดบางจังหวัดฝากมา เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนท่านว่า กรุณาหารือกับกระทรวงพลังงานด้วยว่าจริงหรือไม่ ทำได้จริงหรือไม่ ถ้าจริง ท่านต้องรณรงค์ แล้วให้ความรู้กับประชาชน ถ้าไม่จริงท่านก็ต้องรีบโฆษณารณรงค์เหมือนกันว่าสิ่งนี้ไม่จริง เพราะว่าน้ำมันราคาแพงมากขึ้นเรื่อย ๆ คนเขาก็ดิ้นรน ถ้าคนดิ้นรนอยากจะเติมน้ำมัน ที่มีราคาถูกแต่ว่าเครื่องยนต์รุ่นเก่า ๆ จะทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นช่องทาง ถ้าจริงก็ดีไป ถ้าไม่จริงก็จะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพทำมาหากินได้นะคะ
อีกเรื่องหนึ่งที่จะเรียนท่านก็คือเรียนไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นผู้ดูแลกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนนะคะว่าตอนนี้ กองทุนฟื้นฟูโดยปกติจะรับซื้อหนี้ของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกแล้วก็เป็นหนี้ในระบบ ตอนนี้ ไม่ยอมซื้อหนี้อ้อย หนี้อ้อยตอนนี้ก็เป็นปัญหาสำคัญ ช่วงนี้เป็นช่วงอ้อยนะคะ กองทุนฟื้นฟู ไม่รับซื้อหนี้อ้อย ก็ฝากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดูแลแล้วก็ดำเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จากการที่ผมได้ประชุมสัมมนา และแลกเปลี่ยนความรู้กับพี่น้องในเขตเลือกตั้งจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ได้รับฟังจากเพื่อน ผู้แทนราษฎรในหลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. นิพนธ์ ศรีธเรศ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ส.ส. พัฒนา สัพโส จากจังหวัดสกลนคร ส.ส. กิตติ สมทรัพย์ จากจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะ ส.ส. ตี๋ใหญ่ ส.ส. พรชัย ส.ส. หนูแดง จากจังหวัดบุรีรัมย์ หรือ ส.ส. ชูวิทย์ มีเรื่องใกล้เคียงกันกับปัญหา ของพี่น้องนั่นก็คือในเรื่องของนโยบายรัฐบาล เราคุยกันเฉพาะเรื่องนโยบายรัฐบาลครับ
เรื่องแรกที่จะนำมาเล่าให้ฟังวันนี้เพราะจริง ๆ แล้วมันมีหลายเรื่อง มันเป็นซีรีส์ (Series) หรือเป็นมหากาพย์ คือเรื่องของกองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ตั้งขึ้นมาหรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า เงินเอสเอ็มแอล (SML) จดทะเบียนเมื่อปี ๒๕๔๗ เป็นหน่วยงานที่เป็นนิติบุคคลแล้วก็เอาเงินไปให้บ้านขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ จนทุกวันนี้บ้านขนาดเล็กมอบให้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท บ้านขนาดกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท บ้านขนาดใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนบอกว่าดีมาก และวันนี้คิดมาจากข้างล่าง คือประชาชนเขาได้คิดเองว่าหมู่บ้านเขาขาดอะไร เขาได้ร่วมคิด เขาได้ร่วมทำ เขาได้ร่วมตรวจสอบ ร่วมควบคุมและกำกับเอง ไม่ใช่ว่าคิดมาจากข้างบนแล้วให้ไปจากข้างบน เขาขาดถนนก็ทำถนน เขาขาดสะพานก็ทำสะพาน เขาขาดแหล่งน้ำก็ทำแหล่งน้ำ เขาอยากได้โรงสีชุมชนขนาดเล็ก เขาได้ซื้อโรงสี ใครก็จะบังคับเขาไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ให้เขาไปในวันนี้เขาดีใจมาก เพราะที่ผ่านมาเขาอึดอัด แต่สิ่งหนึ่งครับท่านประธาน เขาบอกว่าวันนี้เขาก็เห็นใจ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และคณะรัฐบาลชุดนี้ เพราะลำพังจะให้แก้ปัญหาของประเทศ ทั้ง ๗๗ จังหวัด ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร มีหมู่บ้าน ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน มีอำเภอ อีก ๘๐๐ กว่าอำเภอ ก็คงจะดูแลไม่ทั่วถึง ถ้าได้เอาเงินไปให้กองทุนพัฒนาศักยภาพ ของหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติมากขึ้นกว่านี้หน่อย มันจะทำให้เขาตัดสินใจแก้ปัญหา แทนรัฐบาลได้ง่ายขึ้น และรัฐบาลก็จะสบายใจขึ้นก็เลยอยากฝากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสำนักงานกองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ให้ได้พิจารณา ตัดเอส (S) ออกก็ได้ครับ ให้เหลือเอ็ม (M) กับแอล (L) นะครับ หรือเพิ่มจำนวนเงิน เขาจะได้ทำงานเอง จะได้พัฒนาหมู่บ้านเอง รัฐบาลก็จะได้มาแก้ปัญหาเรื่องใหญ่ ๆ สำคัญของประเทศชาติที่มีเยอะมากมายดังที่พวกเรามาหารือกันนี่นะครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์เดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรีมีดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ติดตามโครงการปรับปรุงถนนลาดยาง สายหนองคล้า-ทุ่งใหญ่ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๐+๐๔๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๐+๒๑๕ อยู่ในเขตรับผิดชอบของ อบต. ทุ่งเบญจา ตำบลเขาแก้ว เทศบาลหนองคล้า อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๒ ติดตามโครงการปรับปรุงถนนลาดยาง บ้านเตาหม้อ บ้านวังเวียน ตำบลคลองขุด บ้านท่าศาลา ตำบลวังโตนด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และเกี่ยวข้องกับ ตำบลโขมง ตำบลรำพัน ตำบลคลองขุดด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ติดตามโครงการปรับปรุงถนนลาดยาง บ้านหนองคัน ถึงหมู่ที่ ๙ บ้านปากน้ำแขมหนู อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องที่ ๔ ติดตามถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๔ สายกระทิง ปัจจุบัน เป็น ๒ เลนอยู่ ต้องการขยายเป็น ๔ เลน เนื่องจากถนนสายนี้มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวนมัสการ พระบาทพลวงมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยู่ในเขตตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
เรื่องสุดท้าย ติดตามเขื่อนกั้นน้ำกัดเซาะหลังเมรุวัดกระทิง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ทำแผนและโครงการส่งมายังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ทุกเรื่องที่ผมหารือในวันนี้ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปดำเนินการ และบางส่วนผมขอส่งเอกสารไปยังท่านประธาน เพื่อติดตามเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียน หารือท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ในวันนี้นั้นดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน ๒ เรื่อง ด้วยกันค่ะ ท่านประธานคะ เป็นเรื่องขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เนื่องจากว่าประชากร เพิ่มมากขึ้นต้องมีการขยายตัวของพี่น้องประชาชนไปอยู่ตามไร่ตามนา ขยายในหมู่บ้าน ขยายในตำบล แล้วทำให้เกิดถิ่นที่อยู่ใหม่ก็คือตามเรือกสวนไร่นา ดังนั้นแล้วดิฉันมีปัญหา เรื่องไฟฟ้ามี ๒ หมู่บ้านค่ะ หมู่บ้านที่ ๑ บ้านโคกน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ร้องเรียนโดยนายสมศักดิ์ สินทา ผู้ใหญ่บ้าน บอกกล่าวว่าพี่น้องเกษตรกรหลายครัวเรือนได้อาศัยอยู่ตามไร่นาทำการเกษตร อยากทำอาชีพเสริมในฤดูแล้ง ขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตร หมู่บ้านที่ ๒ ค่ะ บ้านหนองกุง หมู่ที่ ๘ ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน ร้องเรียนโดยนางนุชศร เต็มตาวงษ์ ศอ.บต. บงเหนือ บ้านหนองกุง หมู่ที่ ๘ และนายบุญถิ่น บุตรดี ศอ.บต. บงเหนือ บ้านหนองกุง หมู่ที่ ๘ ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรช่วยบรรเทาความเดือดร้อน เรื่องความมืดมิดด้วยนะคะ ตอนนี้ยังไม่มีไฟฟ้าอย่างไรก็ต้องใช้ตะเกียง ใช้เทียนอยู่ ที่จุดให้แสงสว่าง ท่านประธานคะ ถ้ามีไฟฟ้าจะช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น หนังสือร้องเรียนทั้ง ๒ ฉบับ โดยเฉพาะบ้านหนองกุง หมู่ที่ ๘ นั้นมีพี่น้องร่วมลงชื่อ ๒๙ คน จึงขอท่านประธานผ่านไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือเรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตรด้วยค่ะ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ไฟฟ้าเพื่อแสงสว่างคือเส้นทางแห่งความเจริญ คือเงิน คือการพัฒนา ขอไฟฟ้าขยายเขตเพื่อเกษตรกร ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ประชาชนน้อยใจผู้แทนราษฎร และผมผู้แทนราษฎรก็จะมา ตำหนิรัฐบาลครับว่าทำไมไม่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลย ไปช่วยเฉพาะญาติพี่น้อง ของตนเองเท่านั้น โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมทางหลวงครับ ท่านประธานครับ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๓๔๕ ชื่อสายทางควนกุน-หนองชุมแสง อยู่ที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรังครับ ถนนเส้นนี้เป็นถนนลาดยางผสมกับผิวลูกรัง ผมได้เคยหารือ พร้อมทั้งอภิปรายยื่นหนังสือทั้งในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งรัฐบาลให้ปรับปรุงเป็นถนนลาดยาง เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรจำเป็นที่จะต้องนำยางพาราซึ่งเคยสูงถึง ๒๐๐ บาท เหลือ ๗๐ บาท ในรัฐบาลนี้ นำปาล์มน้ำมันจากกิโลกรัมละ ๖ บาทเหลือ ๓ บาทในรัฐบาลนี้ไปขายให้กับ พ่อค้า นักเรียนจะต้องมาโรงเรียนใช้เส้นทางนี้ทั้งนั้น ท่านประธานครับ แต่ไม่ได้รับการดูแล จากทางรัฐบาล ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ชาวบ้าน เขาเคยทอดผ้าป่า ครับท่านประธาน ได้เงินมาซื้อหินคลุกเพื่อไปปรับปรุงถนนเส้นนี้ แต่ว่างบประมาณของทางรัฐบาลไม่มีเลย แขวงทางหลวงจังหวัดกระบี่ได้เคยทำหนังสือ เพื่อที่จะของบประมาณกับทางรัฐบาล เนื่องจากผมได้หารือในวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๓ แขวงทางหลวงจังหวัดกระบี่เลยทำแผนเข้าไป ท่านประธานอาจจะแปลกใจว่าถนนที่จังหวัดตรัง แต่ทำไมเป็นแขวงทางหลวงจังหวัดกระบี่ เพราะว่าเส้นทางนี้กลายเป็นอยู่ในการดูแล ของอีกจังหวัดหนึ่ง ท่านประธานครับ ผลปรากฏว่าขอปรับปรุงระยะทาง ๒.๙๗๕ กิโลเมตร งบประมาณ ๑๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ๑๐๘,๖๓๙ ล้านบาท ไม่มี ๑๘ ล้านบาทนี้ครับท่านประธาน วันนี้ ผมเรียนถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่างบแค่ ๑๘ ล้านบาท ท่านจะให้ได้ไหม อธิบดีกรมทางหลวงเคยไปดูบ้างไหมครับว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนมีทุกข์ขนาดไหน ไปดูเส้นทาง ๔๓๔๕ ควนกุน-หนองชุมแสง อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ให้ด้วยครับ ท่านอย่ามี ความสุขอยู่ในห้องแอร์ (Air) ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ส.ส. จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้นำ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสกลนครมากราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบดูแลกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเคยได้กราบเรียนปรึกษาท่านประธานมาแล้วหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา
เรื่องที่ ๑ การที่ทางกรมการขนส่งทางบกได้จัดตั้งสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ ในเขต เทศบาลนครสกลนครและยังเปิดบริการของสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ อยู่ แต่พี่น้องประชาชน ที่อาศัยรถโดยสารชั้น ๑ รถบัส รถทัวร์ รถปรับอากาศ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากทาง กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้รถทัวร์ รถบัส ชั้น ๑ ไปจอดที่สถานีขนส่งแห่งที่ ๒ ทำให้ พี่น้องประชาชนในตัวเขตเทศบาลนครสกลนครต้องเดินทางไปสถานีแห่งที่ ๒ เป็นระยะร่วม ๕-๖ กิโลเมตร และสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ นั้นอยู่ลึกเข้าไปในถนน ไฟสว่างในช่วงเวลาค่ำคืน ก็ไม่เพียงพอ รถทัวร์ รถปรับอากาศที่มาจอดในช่วงตอนเช้าตรู่ของแต่ละวันก็เป็นปัญหา ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและอันตรายจากพวกโจรลักเล็กขโมยน้อยหรือว่าพวกปล้น จี้ แล้วก็มีปัญหาที่พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ได้รับความเสียหายหลายราย และเป็นการเสีย ค่าใช้จ่าย ค่าโสหุ้ยในการที่จะนั่งรถต่อจากสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ เข้าไปสู่ตัวเมือง ค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้นวันละ ๕๐-๑๐๐ บาท ก็นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่มาก ก็เลยฝากท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้รีบดำเนินการแก้ไขด้วย
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ทางจังหวัดสกลนครได้ขอขยายโครงข่ายการขนส่ง โลจิสติกส์ (Logistics) รองรับการเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๓ นครพนม-คำม่วน ที่จะเปิดประตูเข้าสู่อีสานตอนกลาง ขอรับงบประมาณสนับสนุนในการวิเคราะห์สำรวจ ความเหมาะสมและออกแบบถนนเส้นทางดังกล่าว ซึ่งถ้าหากว่าได้มีการสำรวจออกแบบ และมีการก่อสร้างแล้ว จะเป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องทางภาคอีสานของเราได้รับสินค้า หรือว่าต้นทุนสินค้าที่ราคาต่ำและเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศเรา ก็ขอความกรุณา ผ่านท่านประธานเพียงแค่นี้ขอบพระคุณมากครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมี เรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องขอจากนายสมมาตร คงเรือง ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ขอให้ปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ของ กศน. ตำบลเมืองเก่า ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ปัญหาที่ กศน. นี้ก็คือขาดแคลน ห้องเรียน จึงอยากจะของบประมาณในการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ให้เป็นห้องเรียน อัจฉริยะเพื่อรองรับการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจากสถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. นะครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนเป็นหนังสือจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านซ่าน นายอุเทน ทองสงค์ ที่อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างหอประชุมอเนกประสงค์ที่หมู่ที่ ๑๐ บ้านทุ่งมะโกเขียว ตำบลบ้านซ่าน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อใช้ในการจัดประชุม อบรมสัมมนา หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนในระดับตำบล ตามคำร้องขอของพี่น้องประชาชน ในเขตตำบลบ้านซ่านนั่นเองนะครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจาก นางเสริมสุข เกียรติกำแหง สมาชิก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เขตอำเภอเมือง ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกรมทางหลวงชนบทได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างถนนคอนกรีต สายคุ้งยาง-ห้วยราบ จากตำบลบ้านสวนผ่านตำบลตาลเตี้ยมายังตำบลปากแคว ระยะทาง ประมาณ ๔,๐๐๐ เมตร ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาและขนส่ง พืชผลทางการเกษตร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกสหกรณ์โคนมของอำเภอชัยบาดาลและอำเภอพัฒนานิคมว่า ราคานมเวลานี้ ๑๖ บาท ขาดทุนอยู่ไม่ไหว ขอเป็น ๑๘ บาท ขอให้รัฐบาลรีบช่วยเหลือด้วยครับ
๒. ตลาดศูนย์กลางเกษตรที่ตำบลลำนารายณ์ก็ขอให้เร่งส่งเสริม เพราะว่า ผลิตสินค้าเกษตรแล้วไม่มีที่ขายครับ
๓. ราคาอ้อย ขอให้ช่วยกำหนดราคาสักตันละ ๑,๓๐๐ บาท ตอนแรกว่า จะได้เท่านี้เวลาขายจริงก็ได้ไม่ถึง ขอให้ได้รับ ๑,๓๐๐ บาทครับ
๔. ขอให้ปรับปรุงถนนสายเลี่ยงเมืองชัยบาดาล ตลาดลำนารายณ์ แล้วก็ ตำบลม่วงค่อมครับ
๕. ขอให้ฟื้นฟูปรับปรุงถนนจากตำบลลำนารายณ์ ตำบลสระโบสถ์ แล้วก็ ตำบลหนองม่วงเป็น ๔ ช่องจราจรแบบเกาะสีตีตารางครับ
๖. ขอให้ฟื้นฟูถนนจากตำบลลำนารายณ์ บ้านเขายายกะตา ตำบลมะกอกหวาน เชื่อมถนนชัยบาดาล-ด่านขุนทด
๗. ขอให้ลาดยางถนนจากตำบลโคกสลุง เชื่อมสาย ๒๑ ครับ
๘. ขอให้ฟื้นฟูถนนสายเกาะรัง-หนองปล้อง บ้านคลองมะนาว
๙. ขอให้ฟื้นฟูถนนสายวิเชียรบุรี ตั้งแต่วัดเขาตำบล บ้านนาสนุ่น ไปอำเภอวิเชียรบุรี ตำบลน้ำร้อนครับ
๑๐. ขอให้ฟื้นฟูถนนจากห้วยจิ๋วไปวัดหลวงพ่อคูณ ผ่านอำเภอเทพารักษ์ แล้วก็ไปถึงอำเภอด่านขุนทดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านวิชัย ล้ำสุทธิ ครับ
(นายวิชัย ล้ำสุทธิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก ดิฉันได้เรียกร้องให้ทางกระทรวงคมนาคมผ่านทางกรมการขนส่งทางบก แล้วก็ในส่วนของภาครัฐบาลให้ช่วยดูแลปรับปรุงในเรื่องของความสะอาด ความตรงต่อเวลา แล้วก็ความปลอดภัยในเรื่องของรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟสายใต้นะคะ ซึ่งวันนี้ประสบปัญหา ดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดิฉันคิดว่าก่อนที่ท่านจะดำเนินการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือว่า รถไฟรางคู่ ท่านต้องดูในเรื่องของรถไฟที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันให้ดีด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันอยากจะให้ทางกรมชลประทานช่วยสำรวจถนนเลียบริมคลอง ชลประทานทุกสายในจังหวัดพัทลุงนะคะ เมื่อสำรวจแล้วก็ขอให้ได้จัดหางบประมาณที่จะมา ดำเนินการซ่อมแซมหรือว่าปรับปรุงให้เป็นถนนที่พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ เพราะว่าถนนเลียบริมคลองชลประทานมีความสำคัญมาก เป็นถนนที่พี่น้องประชาชน สัญจรไปมาแล้วก็สามารถขนย้ายขนส่งสินค้าทางการเกษตร แล้วที่สำคัญเวลาช่วงฤดูฝน ก็จะมีความลำบากมากนะคะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาชัยสน ในเรื่องของการก่อสร้างถนนสายเพชรเกษมไปยังสะพานครูไสวของตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งถนนเส้นนี้ก็ได้มีการจัดก่อสร้างไว้ส่วนหนึ่งแล้วนะคะก็ยังเหลืออยู่ประมาณ เกือบ ๑ กิโลเมตร ที่มีความสำคัญก็เพราะว่าถนนเส้นนี้ได้ผ่านไปยังทั้งหมด ๔ หมู่บ้านด้วยกัน ได้แก่ หมู่ที่ ๑๔ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๕ แล้วก็หมู่ที่ ๖ ของตำบลเขาชัยสน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษในเขตเลือกตั้ง ของผมได้มาหารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าวไปยังรัฐบาลได้โปรดสั่งการไปยังกระทรวง ที่รับผิดชอบ วันนี้ ๓ กระทรวงครับ
กระทรวงแรกเป็นกระทรวงศึกษาธิการ สืบเนื่องจากว่าโรงเรียนวัดบ้านประอางนั้น ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับอาคารเรียน ของบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน ได้ดำเนินการ ทำเรื่องผ่านตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้ผมนั้นได้มาหารือท่านประธานเพื่อติดตาม งบประมาณต่อไป เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็คงคล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลมีปัญหาเช่นเดียวกัน นั่นก็คือเรื่องไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านได้เดือดร้อนมาก ดังรายละเอียดผมจะมอบให้ท่านประธานส่งไปยัง กระทรวงมหาดไทย ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
แล้วก็เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องของน้ำประปา ในหมู่บ้าน เป็นประปาบาดาลขนาดใหญ่ บ้านโนนคูณน้อย แล้วก็บ้านโนนเชียงศรี บ้านหนองหว้าใหม่ ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากว่าขณะนี้มีห้วยหนองคลองบึงมีน้ำเหือดแห้งหมด หน้าแล้ง ไม่มีน้ำนะครับ ดังเช่นผมจะยกตัวอย่าง ของห้วยแฮด ตำบลหนองคล้า อำเภอพยุห์ ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ หนองปะอุง บ้านหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษ์ ดังรายละเอียด ผมจะมอบให้กับท่านประธานเพื่อส่งไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบต่อไป ขอบคุณมากครับ
ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเพชรบุรี มี ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ผ่านท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือในคดีการล่าสัตว์ที่อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน ซึ่งอุทยานดังกล่าวนั้นเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ถึง ๑.๙ ล้านไร่ เพราะฉะนั้นจึงมีเขตความรับผิดชอบโดยกว้างขวางติดกับเขตประเทศพม่าหรือเมียนมาร์ แต่ว่าเจ้าหน้าที่และงบประมาณ รวมทั้งเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในการตระเวน แล้วต้องเข้าไปในป่าลึกมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการสนับสนุนนะครับ คดีที่มีการจับกุมนั้น ผมก็ได้โทรศัพท์ให้กำลังใจท่านมณเฑียร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี แล้วก็ทีมอุทยานว่า เราได้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลอุทยานแห่งชาติของเราซึ่งกำลังจะขึ้นเป็นมรดกโลก แต่ว่า ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยก็ดี แล้วก็ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ได้สนับสนุนเพิ่มเติมนะครับ เพราะว่าทุกวันนี้ไม่พอแล้วเบี้ยเลี้ยงก็ออกช้ามาก บางทีค้างเป็นเดือน สองเดือนนะครับ อันนี้ก็เป็นปัญหาในระดับปฏิบัติ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการสนับสนุน อุดหนุนสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ในแต่ละปีนั้นรัฐบาลอุดหนุนเพียงแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าน้อยมากครับเมื่อสันนิบาต สหกรณ์นั้นดูแลสหกรณ์ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ แห่งทั่วทั้งประเทศ สมาชิก ๑๐ กว่าล้านคน ในส่วนนี้อยากให้ทางรัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณในการสนับสนุนการดำเนินงานสำหรับ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ส่วนสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็อยากฝากไปถึงท่านประธาน ผ่านถึงเพื่อนสมาชิกครับ ที่ศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัสเราก็มีบริการที่เหมือนเป็นห้องพัก โรงแรมทั้งหมด ๖๙ ห้องด้วยกัน อัตราก็อยู่ที่ ๗๐๐-๘๐๐ บาทพร้อมอาหารเช้า ก็อยากให้ ไปอุดหนุนกันมาก ๆ เพราะว่าเป็นการอุดหนุนระบบสหกรณ์ของเราเพื่อให้ยืนอยู่ได้ อย่างมั่นคง ขอบคุณท่านประธาน
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณะจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดชัยภูมิ ด้วยความยินดียิ่ง ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องอำเภอรัตนวาปี อำเภอโพนพิสัย เกี่ยวกับเรื่องขอขยายคลองส่งน้ำบ้านตาลชุม บ้านโพนแพง บ้านเปงจาน บ้านต้อน ที่อำเภอรัตนวาปี แล้วก็บ้านเวิน บ้านกุดบง บ้านใหม่ วัดหลวง ของอำเภอโพนพิสัย ขอขยายคลองส่งน้ำไปสู่ที่ไร่นาของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของบประมาณพัฒนาลุ่มน้ำสวย น้ำเป ซึ่งอยู่ติดต่อ ๓ อำเภอ อำเภอเมืองโพนพิสัยแล้วก็อำเภอรัตนวาปี ก็อยากให้กรมชลประทานได้ศึกษาการพัฒนา ลุ่มน้ำสวย น้ำเปด้วยครับ
เรื่องต่อไปก็คือ เรื่องของงบประมาณในการรีไซคลิง (Recycling) ถนนบ้านกุดแคน บ้านหนองบัวเงิน ตำบลโพนทอง บ้านพรประเสริฐ ๖ กิโลเมตร แล้วก็รีไซคลิงถนนเส้นบ้านท่าสำราญ บ้านท่าหายโศก บ้านจับไม้ ๓ กิโลเมตร และของบประมาณสร้างถนน คสล. จากบ้านโพธิ์เสด็จ บ้านเหล่าโพธิ์ศรี ตำบลสร้างนางขาว ไปถึงแดนจังหวัดอุดรธานีที่อำเภอสร้างคอม
เรื่องสุดท้าย ของบประมาณในการสร้างประปาผิวดินให้บ้านคำบุญมี บ้านคำชิ บ้านโคกอุดม และบ้านโพธิ์ชุมพล ซึ่งเป็นหมู่บ้านอยู่บริเวณเดียวกันขอประปาให้พี่น้องด้วย ขอบคุณมากครับ
มีเหลืออยู่ สัก ๗-๘ ท่าน ผมขออนุญาตดำเนินการต่อให้จบนะครับ ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมไม่ทราบว่าภาพพร้อมหรือยังครับ เพราะผมมีภาพที่จะให้ท่านประธานได้รับชม
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ภาพที่ท่านเห็นนี้ คือภาพหน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับภาพถัดไป สำนักงานขนส่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาประจำอำเภอพนมทวน ภาพต่อไปครับ สถานที่ราชการเหล่านี้เหมือนเดิมหรือดีขึ้น แต่เดี๋ยวภาพต่อไปผมจะให้ประธานได้ดูภาพสนามกีฬาประจำอำเภอของอำเภอพนมทวน ซึ่งเป็นภาพสนามกีฬา ผมได้เคยไปเล่นกีฬาที่แห่งนี้ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย และหวังว่า สนามกีฬาแห่งนี้จะเป็นหน้าตาของจังหวัดกาญจนบุรี จะเห็นหน้าตาของอำเภอพนมทวน ท่านดูสิครับ นี่กองอำนวยการสถานที่ทำการของสนามกีฬาประจำอำเภอ และภาพต่อไป นี่ครับอัฒจันทร์ของสนามกีฬาประจำอำเภอ มันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน งบประมาณ แผ่นดินที่เราไปก่อสร้างสนามกีฬาประจำอำเภอ แต่ที่ผมเจ็บปวดหัวใจครับ ในขณะนี้ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหน่วยงานไหนหรือหน่วยงานราชการใดเป็นผู้รับผิดชอบสนามกีฬาแห่งนี้ วันนี้กระผมจึงต้องมาหารือกับท่านประธานสภาผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี เพราะไม่สามารถระบุ กระทรวงหรือกรมใด ๆ ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ โปรดช่วยลงไปดูข้อเท็จจริง ลงไปดูปัญหาว่าหน่วยงานไหนกันแน่ที่จะรับผิดชอบ เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อที่จะได้ ปรับปรุงสนามกีฬาแห่งนี้ให้เป็นสนามอำเภอพนมทวนเหมือนเดิม และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ มีทำเลที่ตั้งเหมาะสมติดกับจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าเราแก้ไขปัญหานี้ได้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สนามกีฬาแห่งนี้จะเป็นที่รองรับสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาไม่ว่าระดับท้องถิ่น ภูมิภาค หรือระดับชาติต่อไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะให้ความชัดเจนเรื่องนี้ได้ ขอบพระคุณครับ
ท่านลีลาวดี วัชโรบล
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดุสิต-ราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรกอยู่ในเขตดุสิต ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณวรรณา จันทร์คำ เธอมีบ้านพักอยู่ในชุมชนมิตรอนันต์ ซึ่งแจ้งมาว่าถนนในซอยนี้เป็นเส้นทางที่มีรถวิ่งสัญจร ไปมาอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็มีเครื่องกีดขวางคือมีถังขยะมาขวาง การจราจร อีกทั้งจะเห็นว่าในภาพก็มีสุนัขซึ่งก็มีมูลสัตว์อยู่ในซอยนี้มากมายทีเดียว ทางผู้ร้องก็ร้องผ่านดิฉันมาฝากไปถึงท่านประธานเนื่องจากว่าช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็อาจจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดลงมาดู ในเรื่องของความสะอาดด้วยคะ
อีกหนึ่งเรื่อง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอยู่ในชุมชน โค้งรถไฟยมราชอยู่ในเขตราชเทวี ชุมชนแห่งนี้บอกว่ามีกองขยะมหึมาวันที่ดิฉันเดินทางไป กลิ่นนี้ไกลไปหลายเมตรเลยทีเดียวนะคะ ในแต่ละวันก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายสินค้า ต่าง ๆ มากมาย ก็มีทั้งขยะเปียกแล้วก็ขยะแห้ง แต่ทางเขตราชเทวี ๓-๔ วันถึงจะมาเก็บที ภูเขาย่อม ๆ เลยค่ะ ทางพี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริเวณเส้นทางแห่งนี้ก็บอกว่าร้องเรียน มาหลายครั้งแล้ว จึงฝากดิฉันได้ร้องเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดจัดเก็บขยะ วันต่อวันเถอะค่ะเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ แล้วก็ความปลอดภัยของพี่น้องที่อยู่ใน บริเวณแห่งนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอน้ำหนาว ท่านประธานที่เคารพ อำเภอน้ำหนาวนั้นแบ่งการปกครองออกเป็น ๔ ตำบล ๓๐ หมู่บ้าน แต่ที่อำเภอน้ำหนาวนั้นอยู่ในเขตป่าครับท่านประธาน ดังนั้นมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ประการหนึ่งนั้นก็คือทะเบียนบ้านของพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ ตำบล ๓๐ หมู่บ้านนั้น เป็นทะเบียนบ้านแบบชั่วคราว ซึ่งทะเบียนบ้านชั่วคราวนั้นเวลาทำธุรกรรมโดยเฉพาะ ธุรกรรมทางการเงินนั้นก็จะติดขัดไม่สะดวก เมื่อเทียบเคียงกับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ป่าในจังหวัดอื่น ๆ หรือแม้แต่พื้นที่ป่าในจังหวัดเพชรบูรณ์ เช่น พี่น้องชาวเขาเผ่าม้งที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ หรือแม้แต่พี่น้องชาวเขาเผ่าม้งที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า ทั้ง ๒ ที่นี้ เป็นทะเบียนบ้านแบบปกติครับท่านประธานที่เคารพ จึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนชาวอำเภอน้ำหนาวมีความรู้สึกว่า ถูกลิดรอนสิทธิให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้พี่น้องชาวอำเภอน้ำหนาวด้วย
เรื่องที่ ๒ ได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องบ้านห้วยสนามทราย หมู่ที่ ๖ ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว มีพี่น้องประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าวจำนวน ๒๕ หลังคาเรือน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องในหมู่บ้านดังกล่าว
เรื่องที่ ๓ ได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ที่ ๑ ตำบลนาเกาะ อำเภอหล่มเก่า เรื่องการก่อสร้างฝายตาน้อยครับ ซึ่งฝายดังกล่าวนั้นมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเสียหาย ท่านประธานครับ ของบประมาณในการก่อสร้างในการแก้ไขให้พี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๑ ตำบลนาเกาะ อำเภอหล่มเก่าครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เมื่อปี ๒๕๔๘ ได้เกิดอุทกภัยดินโคลนถล่มขึ้น ที่หมู่บ้านหินโง่น หมู่ที่ ๕ ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า แล้วจึงได้อพยพย้ายหมู่บ้าน ๖๐ หลังคาเรือน ไปยังพื้นที่ปลอดภัย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ภายในหมู่บ้านดังกล่าว ถนนระยะทาง ๑,๕๐๐ เมตรนั้นเมื่อถึงฤดูฝนก็จะมีสภาพเป็นดินเหนียวครับ ซึ่งเด็ก ๆ เดินทางไปโรงเรียนด้วยความยากลำบาก ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ขอขอบคุณท่านประธาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๖ จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่น พี่น้องประชาชนได้ฝากขอบพระคุณคณะท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ไปตรวจราชการที่อำเภอศรีธาตุ เมื่อวานนี้ ทางกรมทางหลวงแผ่นดินและกรมชลประทานได้ไปสำรวจออกแบบที่จะก่อสร้างสะพานข้าม จากอำเภอศรีธาตุ ไปยังอำเภอท่าคันโทเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ใช้งบประมาณ ๔๐ ล้านบาท
ประเด็นต่อมานะครับท่านประธาน ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านบ้านวังทอง ตำบลผาสุก อำเภอวังสามหมอ ในเรื่องน้ำประปา บนภูเขา ถ้าหากเจาะบาดาลไม่ได้ก็อยากจะได้งบประมาณไปต่อประปาลงมาจากบนภูเขา ซึ่งมีฝายชลประทานอยู่ที่นั่นได้ต่อท่อประปาลงมานะครับ และประปาบนภูเขาบ้านน้อยหาญใจ ตำบลหนองกุงทับม้า อำเภอวังสามหมอ อันนี้ถ้าหากเจาะน้ำบาดาลไม่ได้ก็อยากจะขอให้ทาง ท่านประธานได้ผ่านไปยังกระทรวงไหนก็ได้ที่สามารถทำน้ำประปาได้
ประเด็นต่อมานะครับ ไฟฟ้าวัดบ้านกุดเต่า ตำบลนายูง อำเภอศรีธาตุ ซึ่งขณะนี้เป็นวัดป่าอยู่ห่างไกลบ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ พี่น้องประชาชนก็อยากจะให้ทางรัฐบาล ได้ไปทำไฟให้กับวัดป่าบ้านกุดเต่า ตรงบ้านโคกหนองแวง ตำบลนายูง อำเภอศรีธาตุ ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถพร พลบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานหารือปัญหาความเดือดร้อนอย่างยิ่งของพี่น้องประชาชนตำบลหนองขนาน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ประเด็นปัญหาน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ตำบลหนองขนานแต่เดิม เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เป็น อบต. ครับ และได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาล เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เป็นเทศบาลชุดแรก ๆ ของจังหวัดเพชรบุรี และในเดือนตุลาคม ตามวาระจะต้องมีการเลือกตั้งผู้บริหาร แต่เนื่องจากเกิดปัญหาเขตที่เหลื่อมทับกันระหว่าง ๒ ตำบลที่ต่อเนื่อง คือตำบลหนองขนานกับตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี ก็ทำให้ไม่สามารถที่จะแบ่งเขตและจัดการเลือกตั้งได้ จนถึงขณะนี้ผ่านไปเกือบครึ่งปี ที่ไม่สามารถจะเลือกตั้งผู้บริหารของ อบต. เทศบาลตำบลหนองขนานได้ และต้องให้ ข้าราชการประจำรักษาการ ทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาทุกอย่างในตำบลแห่งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงมาครึ่งปีเข้าไปแล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาภัยแล้งที่เกิด อย่างหนักหนาสาหัสที่ หมู่ที่ ๖ บ้านบ่อลาว วันนี้พวกเราก็ต้องเอาน้ำแจกทุกวันนะครับ เพราะไม่มีผู้บริหารของเทศบาลเข้าไปบริหารดูแลและใช้งบประมาณ อยากให้ทาง กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการหรือดำเนินการหาข้อยุติโดยเร่งด่วนครับ เพื่อจะได้ ประกาศการเลือกตั้ง และมีผู้บริหารจากประชาชนเข้าไปดูแลขับเคลื่อนการพัฒนา และการแก้ปัญหาในตำบลแห่งนี้ และที่สำคัญอย่างยิ่งขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งเข้าไป ดำเนินการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนเรื่องภัยแล้งที่หมู่ที่ ๖ และหมู่อื่น ๆ ในตำบลแห่งนี้ ก่อนที่จะมีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ผมขออนุญาตที่จะไปพบท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยโดยเร็วที่สุดนะครับ เพื่อเร่งรัดผลักดันกระบวนการหาข้อยุติก่อนที่ พี่น้องประชาชนที่นั่นจะไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดที่ศาลากลางจังหวัด ขณะเดียวกันก็ขออนุญาตฝากอีกเป็นครั้งที่ ๘ ครั้งที่ ๙ สำหรับงบประมาณการก่อสร้าง ประปาที่หมู่ที่ ๖ แห่งนี้ ที่ผมพูดในสภาแห่งนี้มาเกือบครบ ๑๐ ครั้งแล้วครับ และวันนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเดี๋ยวสักครู่หนึ่งผมก็จะขออนุญาตที่จะไปประสานงานเพื่อผลักดันเรื่องนี้ ให้สำเร็จเสร็จสิ้นขอให้ดำเนินการเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วนเพื่อปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวันชัย บุษบา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขยายไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ให้กับพี่น้องที่ปลูกยางพารา เพราะว่าพี่น้องต้องการที่จะนำไฟฟ้าไปแปรรูปยางพารา เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ทำการสำรวจและขุดเจาะน้ำบาดาลให้กับโรงเรียนในพื้นที่ ๔ อำเภอ คือ อำเภอเอราวัณ อำเภอนาด้วง อำเภอปากชม และอำเภอเชียงคาน สืบเนื่องจากว่า ทางโรงเรียนนั้นขาดน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้กับเด็กนักเรียนจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ขุดเจาะน้ำบาดาลให้กับเด็กนักเรียนด้วย
เรื่องที่ ๓ ถนนชำรุดระหว่างอำเภอเชียงคานไปที่อำเภอท่าลี่ ระยะทางประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร ชำรุดและบางช่วงมีการรื้อถนนลาดยางออก ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวงชนบท และกรมทางหลวงยังไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมให้กับพี่น้องที่ใช้รถใช้ถนน ถนนเส้นนี้เป็นถนน ตามเส้นทางยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดน เพราะฉะนั้นผมขอฝากแล้วก็ขอวิงวอนท่านประธาน ได้ขอร้องให้หน่วยงาน ๒ หน่วยงานช่วยดำเนินการให้กับพี่น้องที่ใช้รถใช้ถนนในเส้นทาง ดังกล่าวด้วย ขอขอบคุณครับ
ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานที่รับผิดชอบปัญหาภัยแล้งของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ เพราะว่าสืบเนื่องมาจากจังหวัดยโสธรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งมาตลอดทุกปี แล้วกระผมได้ลงพื้นที่ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนและได้รับร้องเรียนจากหลาย ๆ หมู่บ้าน โดยเฉพาะอำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง อำเภอป่าติ้ว ซึ่งมีห้วย หนอง คลอง บึงอยู่ หนองใหญ่ ๆ หลาย ๆ จุดโดยเฉพาะห้วยสันโดษที่อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอค้อวังใช้ร่วมกัน และห้วยบ่อแจของอำเภอคำเขื่อนแก้ว ห้วยกะหล่าว อำเภอคำเขื่อนแก้ว และบ่อโจ๊กโก้ หรือทางราชการเรียกว่าหนองหาน ของอำเภอป่าติ้วตอนนี้น้ำได้ลดลง เป็นอย่างมาก และอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานหรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมขอให้จัดงบประมาณลงไปขุดลอกหนองให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ
และอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เนื่องจากผมได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านหนองยาง ซึ่งหลาย ๆ หมู่บ้านของอำเภอมหาชนะชัยที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างตามจุดทางเข้าหมู่บ้าน โดยเฉพาะบ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และบ้านสร้างแป้น ตำบลสงยาง อำเภอมหาชนะชัย และบ้านสงยาง ตำบลสงยาง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และบ้านหัวดอน ตำบลผือฮี อำเภอมหาชนะชัยที่ไม่มีไฟฟ้าตามจุดทางเข้าหมู่บ้าน ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงแผ่นดินช่วยหางบประมาณไปติดตั้ง ไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอขอบคุณครับ
ขอ ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านดวงแข อรรณนพพร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำเรียนหารือท่านประธาน เนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพนักงานราชการ ที่เพิ่งสอบบรรจุครูผู้ช่วยสอนและที่เป็นข่าวเกรียวกราวในขณะนี้ นั่นก็คืออย่างที่ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ได้หารือท่านประธานในเบื้องต้น กล่าวคือได้มีการสอบบรรจุข้าราชการครูผู้ช่วยสอน และมีเหตุที่เกิดเรื่องทุจริตขึ้นในส่วนของพื้นที่ สพป. เขต ๓ จังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่ สพป. เขต ๓ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นเขตที่ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ณ จุดนั้น และลูกหลาน ของพี่น้องประชาชนที่สอบบรรจุข้าราชการครูผู้ช่วยสอนอยู่ที่อำเภอพลได้มีการร้องเรียน เข้ามาว่าได้มีพฤติกรรมการทุจริตอยู่หลายอย่าง ถือว่าเป็นเรื่องของความมัวหมองของ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งจะต้องได้เร่งรัดในการแก้ไขภาพพจน์ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้ภาพพจน์ของกระทรวงศึกษาธิการเสียหายไปมากกว่านี้ ก็คงจะต้อง ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการดีกว่าที่จะปิดเรื่องราว ให้เงียบหายไป เพราะได้ทราบข่าวมีการแจ้งไปถึง สพป. ที่ ๓ จังหวัดขอนแก่น บอกว่า ต้องรีบพยายามทำเรื่องนี้ให้เงียบเพื่อไม่ให้เกิดความเสียภาพลักษณ์ แต่จริง ๆ แล้ว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของลูกหลานที่ไปสอบบรรจุเพื่อเป็นครูผู้ช่วยสอนทั่วทั้งประเทศ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นดิฉันมั่นใจว่าไม่ใช่เฉพาะ ๒ เขตที่มีการทุจริตแต่จะเป็นการทุจริต ที่มีหลาย ๆ เขต แต่ที่จับได้มีแค่ ๒ เขต นั่นก็คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในส่วนของพื้นที่อำเภอพล และอำเภอแวงน้อย เป็นการเดินทางที่ไม่ค่อยสะดวกนักเพราะถือว่าเป็นทางเชื่อมระหว่าง อำเภอแต่ไหล่ทางมีขนาดแคบ ไม่มีเส้นทางที่จะใช้ในการสัญจรสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมีพี่น้องประชาชนเสียชีวิตมาก และระยะทางจากอำเภอพล ไปอำเภอแวงน้อยมีระยะทางแค่ ๒๒ กิโลเมตร แต่มีทางโค้งถึง ๓๒ โค้ง ก็อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการขยายไหล่ทางเพื่อชีวิตพี่น้องประชาชน จะได้ไม่ล้มหายตายจากไปมากกว่านี้ ขอกราบขอบคุณค่ะ
ท่านสุดท้ายครับ ท่านจตุพร เจริญเชื้อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาวันเสาร์ วันอาทิตย์ผมได้ลงพื้นที่อำเภอกระนวน ไปดูแหล่งน้ำดิบ ที่ใช้ผลิตประปาของอำเภอเมืองกระนวนทั้งหมดทั้งอำเภอ คือหนองใหญ่ ตำบลน้ำอ้อม ปรากฏว่ามีสภาพใกล้จะหมดแล้ว คาดว่าประมาณเดือนมีนาคมน้ำก็คงจะหมดแล้วก็ จะเกิดปัญหาเหมือนที่เคยเกิดมาเมื่อปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ คือน้ำประปา ที่อำเภอกระนวนนี้ไม่สามารถผลิตได้เลยเพราะว่าแหล่งน้ำดิบนั้นน้ำหมดบ่อนะครับ ทีนี้วิธีการแก้ไขปัญหาก็คือว่าได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนแล้วก็หน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมทั้ง อบต. เทศบาลในอำเภอกระนวนทั้งหมด คุยกันว่าวิธีการแก้ไขปัญหาก็คือต้องวาง ท่อน้ำดิบโดยเอาน้ำดิบจากโครงการชลประทานหนองหวาย อำเภอน้ำพอง แล้วก็วางท่อมา ระยะทางประมาณ ๓๓ กิโลเมตร โดยดึงแหล่งน้ำดิบจากหนองหวายมาเป็นแหล่งน้ำดิบ แทนหนองใหญ่ที่เคยใช้ปัจจุบันนี้เพื่อแก้ไขปัญหา เพราะไม่อย่างนั้นแล้วปัญหาของ อำเภอกระนวนก็จะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูแล้ง คือประปาไม่สามารถผลิตน้ำได้เลย จึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ทำหนังสือไปถึงการประปาส่วนภูมิภาคบอกว่าให้แก้ไข โดยการใช้วิธีการวางท่อแล้วก็ดึงน้ำดิบจากโครงการชลประทานหนองหวาย อำเภอน้ำพอง มาที่อำเภอกระนวนด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
มีสมาชิก ลงชื่อประชุม ๔๑๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ก่อนที่จะพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไปครับ ผมขอปรึกษาหารือที่ประชุม เพื่อนำเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมซึ่งไม่ได้ปรากฏในระเบียบวาระคือ เรื่อง การประกาศ ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง แล้วเรื่องการให้ความช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งถึงแก่กรรม และเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๔-๒.๑๖ ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ขึ้นมาพิจารณาก่อน คงใช้เวลาไม่มาก
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ได้ปรากฏ ในระเบียบวาระจำนวน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ด้วยได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งได้แก่คุณอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ สังกัดพรรคพลังชล ซึ่งได้มาแสดงตน ต่อสภาแล้วนะครับ
เนื่องจากคุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งได้เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแทนท่านชุมพล ศิลปอาชา ในบัญชีรายชื่อของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มาแสดงตนต่อสภาแล้วเช่นกัน และทั้ง ๒ ท่านยังไม่ได้กล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสภา ก่อนเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ จึงขอเชิญท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ท่านอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ ยืนขึ้นเพื่อกล่าวคำปฏิญาณตนครับ โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ แล้วโปรดระบุชื่อท่านในตอนต้นด้วยนะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้น และกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำพร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดีด้วย ทั้ง ๒ ท่าน เชิญนั่งครับ ขอบคุณครับ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดมี ๔๙๘ ท่าน
เรื่องที่ ๒ รับทราบ เรื่อง การให้ความช่วยเหลือกรณีสมาชิกผู้แทนราษฎร ถึงแก่กรรม
ด้วยคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและมีความเห็น เรื่องการขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือแก่ครอบครัว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งถึงแก่กรรม ท่านละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นด้วย กับความเห็นของคณะกรรมาธิการ
ดังนั้น ผมจะให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายให้ สำนักการคลังและงบประมาณหักจากค่าตอบแทนของท่านสมาชิกและดำเนินการรวบรวม เงินช่วยเหลือเพื่อส่งให้แก่ครอบครัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้ถึงแก่กรรมต่อไปครับ จึงขอเรียนให้ที่ประชุมทราบเพื่อขอความเห็นชอบและจะได้ถือเป็นแนวปฏิบัติต่อไปครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๔ ถึง ๒.๑๖
๒.๑๔ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภาจำนวน ๓ เรื่อง
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วย กับร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้วนะครับ
ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการทหาร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ครับ
ได้พิจารณารับทราบรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติมาตรฐาน สินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว จึงขอแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบครับ
๒.๑๕ รับผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการนั้น
สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญและให้นำ เหตุผลของร่างพระราชบัญญัติตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไข เป็นเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัติในการประกาศใช้บังคับต่อไป จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
๒.๑๖ รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นำเรื่อง ออกจากระเบียบวาระการประชุม
ด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎร อนุญาตให้นำเรื่อง ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาคดีอาญา นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระหว่างสมัยประชุม ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง จึงแจ้งให้ ที่ประชุมทราบครับ (เนื่องจากได้พ้นกำหนดวันที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๑๕, ๑๖, ๒๙, ๓๐,๓๑ มกราคม แล้ว)
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ครั้งที่ ๒๕ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๖ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒๘ วันพุธที่ ๔ และวันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
เมื่อไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าวตามนี้นะครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมนะครับ โดยผมอยากจะขอเสนอให้เลื่อน เรื่องด่วนลำดับที่ ๑๙ คือเรื่อง พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ขอให้เลื่อนมาพิจารณาต่อจากเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบ ให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนลำดับที่ ๖ นะครับ คือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเวนคืน อสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษสายเชื่อมระหว่างถนนวงแหวนอุตสาหกรรมกับทางพิเศษ สายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ในท้องที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ....
เหตุผลก็คือ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เป็นพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญต่องานด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มบุคลากร ทางสาธารณสุขที่ทำงานรับใช้ประชาชนอยู่ตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในตอนนี้กำลังรอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่นะครับ และท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านก็ได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็เป็นผู้ที่ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่สภาในสมัยการประชุมนี้ ร่วมกับร่างพระราชบัญญัติของภาคประชาชนด้วยนะครับ และตอนนี้ร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็ได้ผ่านไปถึงขั้นตอนที่วุฒิสภาได้ขอแก้ไขมาจึงคิดว่าน่าจะนำเข้ามาพิจารณาเสียก่อน เพื่อที่ว่าจะได้นำไปบังคับใช้ในเวลาอันรวดเร็วนะครับ ผมจึงขอเสนอมาตามนี้ ขอผู้รับรองด้วยครับ
รับรองถูกต้องนะครับ เชิญครับท่านปรีชาพล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ต่อข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ขอเสนอเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๑๙ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... เมื่อสักครู่นี้ ก็ขออนุญาต ท่านประธานใช้โอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกว่าทางวิป (Whip) รัฐบาลเอง ก็ได้มีโอกาสได้พบแล้วก็ได้พูดคุยกับตัวแทนของทางกลุ่มสมาพันธ์วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ซึ่งได้มาหารือกับทางวิปและเราก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญจำเป็นเช่นกัน กับทางที่เพื่อนสมาชิกได้ให้เหตุผลเมื่อสักครู่นี้นะครับ และเพื่อที่จะให้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ได้มีโอกาสในการพิจารณากรณีที่วุฒิสภาขอแก้ไขเพิ่มเติม ทางวิปรัฐบาลเองก็ไม่ขัดข้องครับ ท่านประธาน แล้วก็เห็นชอบตามที่ท่านสมาชิกได้ขอเลื่อนเมื่อสักครู่ แล้วในโอกาสนี้ก็ถือโอกาสที่ท่านสมาชิก ได้ใช้โอกาสนี้เลื่อนระเบียบวาระ ซึ่งทางวิปรัฐบาลเองก็ได้ดูตามระเบียบวาระที่ท่านประธาน ได้กรุณาบรรจุระเบียบวาระการประชุม ก็จะขอถือโอกาสนี้ในการเสนอเปลี่ยนระเบียบวาระ การประชุม โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๖ (๒) ประกอบกับข้อ ๒๑ โดยขอเสนอเลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว และเรื่องด่วนตามลำดับ ดังต่อไปนี้ครับ ในเรื่องแรกก็คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการอนุวัติ การตามความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดนภายในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขงตอนบน เดอะ จีเอ็มเอส อะกรีเมนท์ (The GMS Agreement) ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว
เรื่องด่วน
๑๓. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
๑๔. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
๑๕. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
๑๖. ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
โดยทั้ง ๘ เรื่องขอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาต่อเรื่องด่วนที่ ๑๙ ที่คุณหมอสุกิจ ขอเลื่อนเมื่อสักครู่ก็คือพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... เพื่อประโยชน์ของการพิจารณา สภาแห่งนี้จึงขอเลื่อนดังกล่าว ขึ้นมาตามลำดับครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือเปล่าครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีผู้ใด เห็นเป็นอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เรื่องที่ ๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้ลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมา เพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ วรรคสาม ถ้าที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล ที่เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไปนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่จะอภิปรายครับ เชิญครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้มาก แล้วก็ได้ไปปรับปรุงแก้ไข ในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งสามารถผลิตกฎหมายที่เรียกว่าเป็นประโยชน์ แล้วก็สนองกับเจตนารมณ์ในการที่จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพขึ้นมาได้ ท่านประธาน จะเห็นว่าเมื่อตอนที่เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เราต้องการที่จะเห็นวงการ กีฬาอาชีพนั้นได้มีกฎหมายเฉพาะที่จะมาดูแล ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนากีฬา นักกีฬา แล้วก็ บุคลากรในกีฬาอาชีพ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในวงการนี้โดยเฉพาะ จึงมีการออกแบบกฎหมาย ที่มีความเคร่งครัดในหลายเรื่องเพื่อให้มาตรฐานกีฬาของประเทศไทยนั้นเป็นที่ยอมรับ ของนานาชาติ แต่เมื่อชั้นวุฒิสภาไปดำเนินการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ปรากฏว่า ได้มีการแก้ไขใน ๑๖ มาตรา และเพิ่มเติมเข้ามาอีก ๑ มาตรา ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว กราบเรียนกับท่านประธานว่าวุฒิสภาไปแก้ไขก็เป็นประโยชน์ แล้วก็ทำให้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีข้อที่ยังบกพร่องอยู่ในบางประการที่ชั้นสภาผู้แทนราษฎรยังมองไม่เห็น ได้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ในชั้นนี้ผมถึงอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ ได้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว และเมื่อพิจารณาสิ่งที่วุฒิสภาไปแก้ไขแล้วก็ไม่ได้ขัดหรือแย้ง กับสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไปเพียงแต่เสริมทำให้ดีขึ้น ก็อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันดูแล้วก็ให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภา
ท่านประธานครับ ในประเด็นแรกที่วุฒิสภาไปแก้ไขก็คือในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการกีฬาอาชีพ วุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมกรรมการ โดยตำแหน่งเข้าไปอีก ๑ ตำแหน่ง จาก ๕ คนเป็น ๖ คน จากเดิมที่เคยมีปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็ไปเพิ่มปลัดกระทรวงแรงงานเข้าไปด้วย ซึ่งเท่าที่ทราบ เหตุผลของการเพิ่มปลัดกระทรวงแรงงานเข้าไปด้วยเป็นกรรมการโดยตำแหน่งนั้น เนื่องจากว่า ในมาตราหลัง ๆ เราส่งเสริมการรวมตัวของผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬา ทั้งนักกีฬาอาชีพ ทั้งบุคลากรในวงการกีฬาอาชีพ รวมตัวกันเป็นสโมสรกีฬาอาชีพ รวมตัวกันเป็นสมาคม กีฬาอาชีพ และสภาผู้แทนราษฎรก็ไปออกแบบกฎหมายเฉพาะอันนี้ให้มีการรวมตัวกันอยู่ ภายใต้สโมสร และ/หรือสมาคม ซึ่งสโมสรและสมาคมนั้นจะมีส่วนในการกำกับดูแล ในการจ้างงาน ในการให้ค่าตอบแทน ซึ่งถ้าให้การดำเนินการเหล่านั้นมีความคล่องตัวแล้วก็ ไม่ขัดต่อกฎหมายแรงงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้แทนจากกระทรวงแรงงานเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นการที่วุฒิสภาไปเพิ่มเติมโดยเพิ่มปลัดกระทรวงแรงงานเข้ามาด้วยจึงชอบด้วยเหตุผล นอกจากนี้ (๔) ในมาตรา ๖ ที่ให้เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นกรรมการด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นการกำหนดเฉพาะแต่ว่าไม่ได้เพิ่มจำนวนกรรมการเข้ามา เพียงแต่ว่าเพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ในด้านกฎหมายเข้ามาด้วย ซึ่งก็จะเห็นว่ามันเป็นการเติมเต็ม ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานจะเห็นว่าใน (๑) (๒) (๓) เราขาดนักกฎหมายที่จะเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องนี้ การที่ไปแก้ไขโดยเพิ่มนักกฎหมายเข้ามาจึงเป็นประโยชน์นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่วุฒิสภาไปแก้ไขคือการเพิ่มเรื่องของการพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๑๐ โดยเพิ่มเติมว่าใน (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้น จากตำแหน่งก็ต่อเมื่อได้รับโทษจำคุกโดยพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไปเพิ่มเติมว่า เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ซึ่งในกฎหมายอื่น ๆ ก็ได้ระบุไว้เช่นนี้ก็มีความเหมาะสม และไปเพิ่มว่า ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๗ ในมาตรา ๖๗ คืออะไรครับ ท่านประธาน มาตรา ๖๗ นี้เป็นเรื่องของการเรียกมาให้ถ้อยคำ หรือเอกสาร หรือหลักฐาน ในสิ่งที่เป็นคำสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่รุนแรง เป็นความผิดที่เล็กน้อยมาก ก็มีเหตุผลและมีความจำเป็นที่คนเหล่านี้จะไม่มาให้ปากคำ มาให้ถ้อยคำตามแต่กรณี ตามแต่สภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เพราะฉะนั้นการยกเว้นโทษในส่วนนี้ไว้ก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ไม่เป็นการจำกัดสิทธิของคนที่จะมาเป็น ถึงจะต้องให้กรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งนะครับ
ในประเด็นต่อมา วุฒิสภาได้ไปเพิ่มเติมในมาตรา ๒๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำนะครับ เรื่องข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณก็เป็นเรื่องของมาตรฐาน ทางจริยธรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เป็นไปตามแนวทางที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบ ไปอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นการแก้ไขถ้อยคำเท่านั้น
ในประเด็นที่ ๔ ซึ่งมีการแก้ไขในมาตรา ๓๓ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นการให้โอกาส เรื่องของการอุทธรณ์ นักกีฬาหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่เห็นว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม อันเนื่องมาจากการกระทำของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ตนสังกัด ก็มีสิทธิ ที่จะร้องทุกข์ต่อนายทะเบียน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ เมื่อออกมาแล้ว แล้วผู้ที่ถูกดำเนินการคือนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ถ้าหากว่า ไม่พอใจก็ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ซึ่งเดิมเขียนไว้ ๑๕ วัน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับอนาคตของนักกีฬาอาชีพเหล่านี้ก็ให้สิทธิเขาในการไปมีสิทธิ ในการขยายเวลาในการร้องทุกข์จาก ๑๕ วันเป็น ๓๐ วัน ก็ชอบแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเชิดชูเกียรติของนักกีฬา และบุคลากรกีฬาอาชีพ เดิมเราให้การเชิดชูเกียรติเฉพาะนักกีฬาเท่านั้น แต่วุฒิสภา ก็ไปแก้ไขเพิ่มเติมทั้งในมาตรา ๔๓ มาตรา ๕๑ แล้วก็มาตรา ๕๒ เพื่อรองรับว่านอกเหนือจาก การเชิดชูเกียรติบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาเฉพาะนักกีฬาอาชีพแล้ว ก็ให้บุคลากร กีฬาอาชีพได้รับการเชิดชูเกียรติด้วยนะครับ ถามว่าบุคลากรนี่เป็นใครครับ ก็มีทั้งผู้ตัดสิน มีทั้งผู้ฝึกสอนและผู้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ ซึ่งแน่นอนละครับนักกีฬาจะโดดเด่นไม่ได้ ด้วยตัวเองเพียงด้านเดียวเท่านั้น การที่จะพัฒนาวงการกีฬาให้พัฒนาไปก้าวไกลได้ต้องให้ ความยอมรับ ให้การเชิดชูกับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาในด้านอื่น ๆ ด้วยนะครับ
นอกจากนั้นวุฒิสภาไปแก้ไขในมาตรา ๔๔ เรื่องของการเพิ่มจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ ในกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งในมาตรา ๔๔ นี้ถ้าท่านประธานจะเห็นนะครับ ก็เป็นการเพิ่ม จำนวนจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่กรรมการแต่งตั้งจาก ๔ คน เป็น ๘ คน และเดิมที่ระบุว่า ให้ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกีฬา ๒ คน ก็ให้เพิ่มเป็น ๔ คน นั่นก็หมายความว่ากองทุนนี้โอกาสที่คนที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาจริง ๆ เช่นนักกีฬาอาชีพ ก็มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เหมาะสมสมควร
สุดท้ายครับท่านประธาน ในมาตรา ๖๖ ที่วุฒิสภาไปแก้ไขก็คือการเพิ่มโทษ ผู้ตัดสินกีฬา ผู้ตัดสินกีฬาที่เรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่น เพื่อให้การตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขัน อันนี้โทษก็ควรจะหนัก ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขโทษจากจำคุก ๖ เดือนเป็นจำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี แล้วก็เพิ่มเพดานปรับ จากเดิม ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าการวางโทษ ที่หนักและรุนแรงขึ้นสำหรับผู้ตัดสินกีฬาที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองตามระเบียบกติกา การแข่งขันนั้นเป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ก็จะทำให้วงการกีฬาของเรามีความสะอาดและเป็นที่ยอมรับ ในผลการตัดสินมากขึ้น เพราะฉะนั้นโดยภาพรวมแล้วการแก้ไขของวุฒิสภาทั้ง ๑๖ มาตรา และเพิ่มมาตราใหม่ขึ้นอีก ๑ มาตรานั้น เป็นการแก้ไขเพื่อเติมเต็มให้กฎหมายฉบับนี้ มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สมควรที่สภาผู้แทนราษฎรจะให้ความเห็นชอบเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามขั้นตอน และมีผลบังคับใช้ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้วุฒิสภาได้แก้ไขมา ทั้งหมด ๑๖ มาตรา แล้วก็เพิ่มอีก ๑ มาตรานะครับท่านประธาน ถ้าเกิดสภาของเราเห็นชอบ หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ ก็คงส่งกฎหมายฉบับนี้เพื่อไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาตามขั้นตอน แล้วก็สามารถมาบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน หลังจาก ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานครับ กฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพ เป็นกฎหมาย ฉบับใหม่ที่เกิดขึ้นมาในประเทศไทยในขณะนี้นะครับ จริง ๆ แล้วในการส่งเสริมหรือสนับสนุน เรื่องของกีฬานะครับ รัฐบาลก็พยายามที่จะส่งเสริมมาเป็นลำดับ กีฬาในอดีตนะครับ ท่านประธาน เขาเอามาไว้สำหรับการสร้างคนก็คือการสร้างสุขภาพ การสร้างวินัย เสร็จแล้ว กีฬาก็มาสร้างความเป็นเลิศให้กับประเทศ แต่ในขณะนี้กีฬาสามารถที่จะทำรายได้ แล้วก็ ทำเป็นอาชีพขึ้นมาได้ เริ่มแรกจริง ๆ ประเทศของเราท่านประธานครับ เริ่มมีการสนับสนุน ส่งเสริมกีฬาอาชีพมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน ๑ นั่นละครับ สมัยนั้นท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ ผมจำได้ว่าเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลการกีฬา แห่งประเทศไทย มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเขาเรียกโปรวินเชียลลีก คือเป็นการผสมกัน ระหว่างอาชีพกับสมัครเล่น หลังจากนั้นกีฬาอาชีพก็ได้รับการพัฒนามาเรื่อย ๆ วันนี้ มีกีฬาอาชีพอยู่ทั้งหมด ๑๓ ชนิดกีฬาครับท่านประธาน รัฐบาลนี้ก็พยายามที่จะออกกฎหมาย เพื่อที่จะไปควบคุมแล้วก็ดูแลส่งเสริมนักกีฬาอาชีพ รวมถึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสโมสร สมาคมขึ้นมาในการแข่งขันกีฬาอาชีพ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาเข้าไปเสร็จแล้ว หลังจากนั้นวุฒิสภาก็ไปแก้ไขทั้งหมด ๑๖ มาตรา ท่านประธานครับ ผมอยากเรียกร้องถึง สมาชิกทุกท่านวันนี้ถ้าท่านเห็นด้วยนะครับ กฎหมายจะได้เร่งไปประกาศใช้ ฟุตบอลซึ่งเป็น กีฬาอาชีพที่กำลังได้รับความนิยมหรือเรียกกันว่าฟุตบอลลีก ดิวิชัน ๒ (Football league division2) เป็นการแข่งขันของสโมสรต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัดครับท่านประธาน เช่น ที่จังหวัดตรังก็มีสโมสร ตรังเอฟซี (FC) จังหวัดกระบี่ก็กระบี่เอฟซี จังหวัดพัทลุงก็มี เสร็จแล้วมีการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ เปรียบเสมือนคล้าย ๆ ฟุตบอลของแต่ละจังหวัดครับท่านประธาน แข่งเหย้า แข่งเยือนกัน เสร็จแล้วทีมที่ชนะก็สามารถที่จะเลื่อนขึ้นไปสู่ดิวิชัน ๑ (Division 1) จากดิวิชัน ๑ ก็เลื่อนเข้าสู่ไทยพรีเมียร์ลีก (Thai premier league) ซึ่งจะมีผู้ชมมากขึ้น ท่านประธานครับ ฤดูกาลนี้กำลังจะถึงในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ในรอบปีที่ผ่านมาท่านประธานคงทราบว่า ในการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพมีปัญหาเยอะครับ มีปัญหาทั้งเรื่องสัญญา การจ้างนักกีฬา มีปัญหาทั้งเรื่องความปลอดภัยในการจัดการแข่งขัน ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้คณะกรรมาธิการก็เลยพยายามที่จะควบคุม แล้วก็ออกกฎหมาย เพื่อที่จะเป็นการป้องกันเรื่องความปลอดภัยของนักกีฬา เรื่องความปลอดภัยของผู้ชม แล้วก็ส่งเสริมให้นักกีฬาของเราได้มีอาชีพที่มั่นคง ท่านประธานครับ วุฒิสภาไปแก้ไข แค่ ๑๖ มาตรา จริง ๆ แล้วต้องขอบคุณวุฒิสภาด้วยครับ ผมเรียนว่าวันนี้ต้องขอบคุณวุฒิสภา เนื่องจากท่านได้ดูจุดบกพร่องของกฎหมายฉบับนี้ครับว่า ในสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปแล้ว มันมีตรงไหนที่มันขาดเติมเสียให้เต็ม ตรงไหนที่มันบกพร่องก็แก้ไขให้ดีขึ้น มาตรา ๖ มีการแก้ไขเพิ่มปลัดกระทรวงแรงงาน ท่านประธานครับ ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรผมเอง เป็นคนเสนอว่าน่าจะเพิ่มคณะกรรมการคือปลัดกระทรวงแรงงานเข้าไป เหตุผลเพราะว่า มาตรา ๒๑ ครับท่านประธาน มาตรา ๒๑ นี้เขากำหนดให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคม กีฬาอาชีพที่ได้รับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพเข้าอยู่ในสังกัดจะต้องมีการทำสัญญาจ้าง ท่านประธานครับ มีข้อกำหนดในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงร่วมกันจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน การจ้างหรือมาตรฐานในการคุ้มครอง ตรงนี้ละครับท่านประธานครับ เขาบอกว่าอย่างน้อย จะต้องกำหนดเรื่องชั่วโมงทำงานปกติ เรื่องวันหยุด วันลา การเลิกจ้าง มาตรการด้านความปลอดภัย และการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรอาชีพ การทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุ การเยียวยารักษากรณีเกิดความเสียหายหรืออันตรายอันเกิดจากการบาดเจ็บ ในการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันกีฬา นี่ละครับท่านประธาน คนที่ผมคิดว่าจะให้ข้อมูลเรื่องนี้ ดีที่สุดก็คือท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งทางวุฒิสภาก็เพิ่มเติมขึ้นมาทำให้คณะกรรมการ ก็มีเพิ่มขึ้นเป็น ๒๑ ท่าน ท่านประธานครับ ที่ท่านวุฒิสภาได้เพิ่มเติมก็คือใน (๔) เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฎหมายเข้ามาตรงนี้บางครั้งทางสภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะมองไม่ครบหรือรอบด้าน วันนี้ทางวุฒิสภาเขาก็เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิว่าจะต้องประกอบด้วยด้านการบริหารจัดการกีฬา ๑ ท่าน ด้านการตลาดและระบบสิทธิประโยชน์ ๑ ท่าน ด้านกฎหมาย ๑ ท่าน และด้านสื่อสารมวลชน เกี่ยวกับกีฬา ๑ ท่าน เห็นไหมครับท่านประธานมันก็จะดูรอบคอบมีผู้บริหารกีฬา มีเกี่ยวข้อง กับเรื่องสิทธิประโยชน์ มีเกี่ยวข้องกับด้านสื่อมวลชนหรือนักข่าว วันนี้ก็จะมีด้านกฎหมาย เข้ามาช่วย ท่านประธานครับ สาระสำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือในการเพิ่มคุณสมบัติของคณะกรรมการ เรื่องคุณสมบัติการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๐ ก็คือเพิ่ม ถ้าเกิดคณะกรรมการนั้น ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่เป็นความผิดมาตรา ๖๗ สรุปง่าย ๆ ก็คือถ้าเกิดใครทำผิดตามมาตราฉบับนี้ ความผิดตามร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... นี้ ไม่ควรจะมาเป็นคณะกรรมการหรือขณะที่เป็นคณะกรรมการอยู่แล้วไปทำผิดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ควรจะออกจากคณะกรรมการ ท่านประธานครับ คณะกรรมการมีส่วนสำคัญเนื่องจาก เป็นคนที่กำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดประเภทของชนิดกีฬา กำหนดมาตรฐานการจ้าง เป็นคนกำหนดมาตรฐานการจัดการแข่งขัน กำหนดมาตรฐานของความปลอดภัย ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานการจัดการแข่งขันท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้สโมสรทั่วประเทศ ใน ๗๖ จังหวัดมีการส่งทีม (Team) กันเกือบทุกจังหวัดครับ แสดงว่ามาตรฐานในการจัดการแข่งขัน จะต้องดีขึ้นถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ออกไป เพราะว่ามีกฎหมายออกไปบังคับว่าสนามที่คุณ จัดการแข่งขันในฐานะเป็นทีมเหย้าคุณจะต้องมีสภาพสนามที่เรียบมีหญ้า ไม่มีสิ่งที่ทำให้ เกิดอันตรายต่อนักกีฬา ท่านประธานครับ ระหว่างนักกีฬากับผู้ชมจะต้องมีสิ่งก่อสร้าง เช่นรั้วหรือกำแพงที่สามารถป้องกันผู้ชมลงไปทำร้ายนักกีฬา ผู้ชมลงไปทำร้ายผู้ตัดสิน ตรงนี้เป็นมาตรฐานที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจะต้องเตรียมไว้ ฝ่ายจัดการจะต้องเตรียมอะไรอีกครับ ท่านประธาน จะต้องเตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ในสนาม ถ้าเกิดไม่มีเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลความปลอดภัยไม่มีทหาร ตำรวจ หรือ รปภ. แน่นอนครับ เวลาเกิดม็อบ (Mob) ขึ้นมามันไม่สามารถที่จะป้องกันได้ ท่านประธานครับ จะต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่พยาบาลหรือบุคลากรทางแพทย์ สโมสรทุกสโมสรจะต้องเตรียมเรื่องนี้ เห็นไหมครับ ท่านประธาน ระบบการจัดการนักกีฬาทีมเหย้าจะต้องนั่งอัฒจรรย์ฝั่งไหน นักกีฬาทีมเยือน จะต้องนั่งอัฒจรรย์ฝั่งไหน พอแข่งขันเสร็จแล้วใครเป็นคนออกก่อน ใครเป็นทีมที่ต้องออกหลัง ท่านประธานครับ เป็นระบบการจัดการทั้งสิ้น ตรงนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าเกิดรีบออกไป สโมสรต่าง ๆ เขาจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ถ้าเกิดทางรัฐบาลคิดว่าเอาเถอะบางเรื่อง กลับไปแก้ไขในชั้นวุฒิสภากับ ส.ส. อีกครั้งหนึ่งหรือตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ต้องใช้เวลาอีกเท่าไรไม่ทราบครับท่านประธาน จากสภาเราไปเดือนตุลาคมครับท่านประธาน วันนี้กลับมาอีกปีหนึ่งแล้ว เราไปเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๕ วันนี้กลับมาเดือนกุมภาพันธ์แล้วครับ ๔-๕ เดือนแล้วกฎหมายแค่ผ่านขั้นตอนเดียว ทีนี้ถ้าเกิดไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันไม่รู้ใช้ เวลาอีกเท่าไรครับท่านประธาน วันนี้กีฬากำลังเป็นที่นิยมอย่าให้เกิดเหตุร้ายขึ้นมาก่อน แล้วก็บอกว่าสภาชุดนี้ค่อยไปป้องกัน วันนี้เรากำลังมีโอกาส มีเครื่องมือนะครับท่านประธาน
ในส่วนอื่นก็คือท่านวุฒิสภาได้เพิ่มมาตรา ๒๒/๑ ง่าย ๆ ก็คือให้สโมสรนั้น ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม ท่านประธานครับ เดิมเราไม่ได้ กำหนดเวลาไว้แต่ตอนนี้วุฒิสภาบอกว่าควรจะกำหนดเวลาไว้ว่าสโมสรจะต้องออกระเบียบ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี เป็นอย่างไรครับ มันจะทำให้เป็นการคุ้มครองนักกีฬา เป็นการคุ้มครอง ต่อโค้ช (Coach) ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเห็นด้วยตามที่วุฒิสภาเขาได้แก้ไข ท่านประธานครับ วุฒิสภาแก้ไขมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ และโดยเฉพาะมาตรา ๓๓ ก็คือเพิ่มระยะเวลาในการอุทธรณ์ ของนักกีฬาแล้วก็บุคลากรทางการกีฬาครับ ท่านประธานก็คงทราบว่าในการแข่งขันกีฬาอาชีพ แน่นอนมันก็มีบทลงโทษในกรณีที่นักกีฬาทำผิด ในกรณีที่บุคลากรทางการกีฬา ผู้ฝึกสอน หรือโค้ช หรือเจ้าหน้าที่ทีมกระทำผิด สิทธิของนักกีฬาก็คือควรจะมีการร้องทุกข์ได้หลังจาก ที่คณะกรรมการเขาพิจารณาโทษมาแล้วก็มีสิทธิร้องทุกข์ เดิมเรากำหนดไว้แค่ ๑๕ วัน วันนี้ อาจจะมีเรื่องของเอกสาร มีเรื่องของการที่จะต้องมาร้องเรียนหรือร้องทุกข์ วุฒิสภาก็แก้เพิ่ม เป็น ๓๐ วัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิของนักกีฬา เป็นสิทธิของบุคลากรจะทำให้การแข่งขันกีฬา มันยุติธรรมมากขึ้น
ท่านประธานครับ เรื่องของกองทุน กองทุนต้องส่งเสริมครับ โดยเฉพาะประเทศไทย มีกองทุนที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับกีฬาก็คือกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งตั้งมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล ท่านชวนเช่นเดียวกันครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นั่นเป็นกองทุนพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ เวลานักกีฬาไปแข่งขันที่ไหนก็แล้วแต่มีสิทธิสวัสดิการ มีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็สามารถมีสวัสดิการสำหรับส่งทีมนักกีฬาไปแข่งขันมากขึ้น ไปแข่งขันเสร็จแล้วได้เหรียญทอง กลับมาไม่เพียงแค่ภาคภูมิใจครับ ได้รับเงินอัดฉีดหรือเงินโบนัส ตรงนี้กองทุนเขาก็มีสำหรับ กีฬาอาชีพ เสร็จแล้วก็ให้เพิ่มเกี่ยวกับบุคลากรกีฬาอาชีพขึ้นมาด้วย แล้วก็เพิ่มคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากที่เราเคยกำหนดไว้ ๔ คน เขาก็เพิ่มเป็น ๘ คน เพื่อจะได้ให้คณะกรรมการ เวลาพิจารณาสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับเงินของกองทุนจะได้ถึงประโยชน์กับกีฬากันจริง ๆ
ท่านประธานครับ ส่วนสุดท้ายก็คือเรื่องของโทษทางอาญา เดิมเวลาเรา จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ เขาบอกว่ามีผู้ที่ควรถูกลงโทษอยู่ ๔ กลุ่ม ๑. ก็คือผู้จ้าง ๒. ก็คือ นักกีฬา ๓. ก็คือผู้ตัดสิน ๔. ก็คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการกีฬา ท่านประธานครับ ทุกคนมีบทลงโทษหมดเท่า ๆ กัน แต่วันนี้วุฒิสภาอาจจะมองว่าผู้ตัดสินถ้าเกิดกรณีเป็นคนไปเรียก หรือรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือผู้ตัดสินไปทุจริตนี่อันตรายมากครับ ท่านประธาน เปรียบเทียบก็เหมือนเราละครับ ถ้าเกิดข้าราชการทุจริต เปรียบเทียบกับ นักการเมืองหรือรัฐมนตรีทุจริตมันรุนแรงต่างกันมาก คนที่มีอำนาจเวลาทุจริตแล้วทุจริต แรงมาก เวลาโกงกันก็โกงกันเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เพราะฉะนั้นวันนี้วุฒิสภาเขาก็เลย เพิ่มโทษถ้าเกิดกรณีเป็นผู้ตัดสิน จาก ๖ เดือน เพิ่มไปเป็น ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี ปรับตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านประธานอาจจะมองว่าน้อย ใครที่ลงทุนล้มกีฬา หรือทุจริตกีฬาอาจจะได้มากกว่านั้น แต่วันนี้วุฒิสภาถือว่าลงโทษให้รุนแรงเพื่อให้ผู้ตัดสิน เป็นผู้ตัดสินที่ขาวสะอาด ท่านประธานครับ จุดบอดของกีฬามีอยู่ไม่กี่อย่างครับ ๑. ก็คือ เรื่องการใช้โดพ (Dope) ซึ่งวันนี้สภาของเราก็ออกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว ผ่านสภาไปแล้ว กำลังประกาศใช้
๒. ก็คือการกีฬาที่มีการทุจริต ก็คือมีการล้มบอล ล้มกีฬา วันนี้กฎหมาย ของเรากำลังออกไปสู่ประเทศของเราเพื่อส่งเสริมกีฬาอาชีพครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับวุฒิสภาในการแก้ไขฉบับนี้ เห็นควรส่งไปเพื่อประกาศใช้ในโอกาสต่อไปครับ ท่านประธาน
ท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้แก้ไข ซึ่งโดยเนื้อหาในการพิจารณาของสภา วันนี้ก็คือประเด็นที่คณะวุฒิสภาได้แก้ไขผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ก็จะมีหลายที่นะครับ ท่านประธาน เดิมจะพิจารณากันมากหรือน้อย แต่เมื่อข้อบังคับใหม่บอกว่าถ้าแก้ไขแล้ว เป็นการแก้ไขในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในการที่จะทำให้เจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ถ้ามันมีผลต่อนัยทิศทางซึ่งเป็นตัวกฎหมายที่ผ่านแล้ว ผมเห็นว่าวุฒิสภาได้แก้ไขค่อนข้างมากแล้วมีสาระที่จะทำให้เจตนารมณ์ในการที่จะบังคับใช้ กฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพที่เป็นสาระสำคัญให้สามารถทำภารกิจให้ประสบความสำเร็จ อย่างน้อย ๒ ประการที่เห็นนะครับ ประเด็นที่ได้แก้ไขในเรื่องจรรยาบรรณของนักกีฬาอาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจเลยในการที่จะทำให้มาตรฐานในการแข่งขันกีฬาในความเป็นเลิศก็ดี ให้เป็นผู้มีจรรยาบรรณของการเป็นนักกีฬา แล้ววุฒิสภาก็ไปแก้ไขให้ตัดคำว่า จรรยาบรรณ ออก แล้วใช้คำว่า มาตรฐานทางจริยธรรม แล้วให้ไปกำหนดมาตรฐานจริยธรรมที่จะต้องออกมา อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งในร่างเดิมที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรโดยความเข้าใจ คำว่า จริยธรรม จรรยาบรรณ นั้นแม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องที่ใช้คำตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ แต่คำว่า จรรยาบรรณ ก็คือเป็นมาตรฐานทางวิชาชีพของนักกีฬาที่จะทำให้การเป็นนักกีฬาอาชีพ มีมาตรฐาน มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ซึ่งโดยนัยก็จะมีมาตรฐาน มีจรรยาบรรณที่นักกีฬา ได้ใช้มาแล้ว เมื่อได้เปลี่ยนไปสิ่งที่จะทำให้เกิดข้อที่เปลี่ยนแปลงไปก็ทำให้เจตนา ในการที่จะให้การเป็นนักกีฬาอาชีพ คงไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีชัยชนะอย่างเดียว แต่ว่า สิ่งที่ดีงามคือวัฒนธรรมขององค์กรควรจะสืบค้นจากตัวเดิมที่ใช้เป็นจรรยาบรรณของนักกีฬา ซึ่งถือว่าสุดยอดของวิชาชีพ แต่ก็อยากจะมีจรรยาบรรณของตนเองซึ่งเข้าใจอยู่แล้ว ผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการควรจะได้ดูว่าตัวไหนที่จะมีความชัดเจน มีความสอดคล้องกับ วิถีของการปฏิบัติได้มากกว่า ท่านประธานครับ กีฬาอาชีพทุกอย่างแปลว่ามันประกอบ เป็นธุรกิจกันเสียหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นถ้าหากจรรยาบรรณไม่เคร่งครัด ไม่เข้าใจ อย่างซาบซึ้งก็จะทำให้เกิดข้อเสียหาย กระผมเห็นว่าควรจะใช้ถ้อยคำเดิมนั่นละครับ ความเข้าใจเดิมที่เป็นฝ่ายนักกีฬา ฝ่ายวิชาชีพแต่ละสัดส่วนเขามีการใช้ อย่างเป็นแพทย์ ก็จะมีจรรยาบรรณวิชาแพทย์ ต่างฝ่ายต่างจะมีมาตรฐานในวิชาชีพของตนเองอยู่แล้วนะครับ ท่านประธาน
ประเด็นที่เห็นว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าจะต้องใช้ความรอบคอบ ก็คือเมื่อจะพัฒนา กีฬาอาชีพให้มีกองทุน ซึ่งแปลว่าสิ่งที่จะมาใช้ในการจัดตั้งกองทุนทั้งโดยภาคที่เป็น ภาระของรัฐ หรือภาคที่จะเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันให้เป็นทุนในการส่งเสริมวิชา การเป็นนักกีฬาอาชีพ ท่านประธานครับ มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องใช้บุคลากรที่จะบริหารกองทุนนี้โดยมีคณะกรรมการ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเราได้พิจารณามีคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๔ ท่าน แต่ว่าวุฒิสภาไปแก้ไขเป็น ๘ ท่าน แปลว่าเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า โดยนัยเหล่านี้แม้นว่าจะมี ตำแหน่งที่มาโดยตำแหน่งที่จะเป็นกรรมการในการบริหารกองทุนก็ตาม แต่จำนวนที่เพิ่มขึ้น ทำให้องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารกองทุนจะมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องน้ำหนัก เจตนารมณ์ในการที่จะบริหารการเป็นนักกีฬาอาชีพให้ประสบความสำเร็จก็ทำให้มันเปลี่ยน จากเจตนาเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดให้มีคณะกรรมการที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๔ ท่าน แล้วเปลี่ยนไปเป็นเท่าตัว ผมเห็นว่าเหล่านี้อาจจะทำให้มีผลต่อการบริหารเกิดความเป็นประโยชน์ ต่อสถานะที่จะเกิด การมองในแง่ของส่วนที่เป็นคณะกรรมการบริหารกองทุน จำนวนมือ จำนวนเสียงที่จะใช้ในการบริหารก็ใช้หลักประชาธิปไตยครับท่านประธาน คือถ้าเสียงส่วนใหญ่ ว่าอย่างไรก็ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการใช้กองทุนเพื่อการพัฒนากีฬาอาชีพเป็นไปตาม จำนวนนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเพิ่มมาเท่าตัวผมเกรงว่าเจตนารมณ์ หรือการกีฬา หรือตัวงาน ที่ผ่านจากคณะสภาผู้แทนราษฎรไปก็จะทำให้เสียงในการที่จะกำกับแตกต่างไปครับ ท่านประธาน ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่เห็นว่าเป็นส่วนที่จะต้องใช้ความรอบคอบ กราบเรียน ท่านประธานว่าผมเชื่อว่าทั้งสองสภาถ้าตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเวลาที่ใช้กันก็จะไป พิจารณาแม้นว่าจะพิจารณาได้ทั้งฉบับ แต่ว่าโดยส่วนใหญ่ก็จะดูว่าประเด็นใดที่เป็นข้อที่ ไม่ตรงกัน พิจารณากันประชุมกันครั้งสองครั้งก็มีข้อยุติ เมื่อข้อยุติตรงกันก็เสนอเข้าทั้งสองสภา นัยก็จะใช้เวลาในการพิจารณาไม่นาน ภายในสมัยประชุมนี้สามารถที่จะทำพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นความรอบคอบที่เกิดจากการพิจารณาร่วมกันของทั้งสองสภาคือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งโดยนัยของการเป็นสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายที่ทำหน้าที่หลักในการที่จะพิจารณา ยกร่างพิจารณากฎหมายวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม เสร็จ วุฒิสภาก็จะคอยกลั่นกรอง ในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่จำเป็น ซึ่งผมเข้าใจว่าในชั้นการพิจารณาก็สามารถที่จะทำให้เกิด ความรอบคอบขึ้นแล้วกลับเข้าสู่ ๒ สภาได้ เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติยังที่จะมีความรอบคอบ เสียยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ผมมีความเห็นว่าควรที่จะให้มีคณะกรรมาธิการร่วมกันครับ ท่านประธาน
ท่านนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งอยากจะเห็นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ออกมาประกาศใช้เร็วอย่างรีบด่วน เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลต่อนักกีฬา มีผลต่อพี่น้องประชาชน มีผลต่อประเทศชาติ จะได้มีนักกีฬามีมาตรฐานกีฬาที่ดีขึ้นสูงขึ้น ชัดเจน เพียงแต่ว่าผมต้องเสนอแนวคิดของ ส.ส. คนหนึ่งในสภาแห่งนี้ว่าเพื่อให้การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้รอบคอบ ผมเองมานั่งอ่านดูแล้วทุกมาตราครับ ตั้งแต่การชี้แจงของผู้ใช้กฎหมาย โดยเฉพาะหน่วยงานของภาครัฐก็ขอยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขแล้วจะทำให้เกิด ความรอบคอบ ถามว่าผมทำไมต้องสนับสนุนในการที่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ก็เพื่อให้มันรอบคอบขึ้นครับท่านประธาน เพราะผมไปอ่านดูในการชี้แจงเหตุผลว่าทำไม ต้องแก้ของวุฒิสภาแล้วก็เป็นเหตุผลที่ฟังยาก ท่านประธานครับ โดยเฉพาะหลักใหญ่ ๆ ในมาตรา ๒๒ และมาตรา ๓๑ ซึ่งไปแก้ลบออกเลยในเรื่องของคำว่า จรรยาบรรณ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมอ่านดูแล้วผมรับไม่ได้ ผมดูว่าต้องกลับมาทบทวน แล้วก็ ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ก็คือเขาบอกว่าจำเป็นต้องแก้เอาเรื่องจรรยาบรรณออก ให้เหลือไว้แต่ เรื่องจริยธรรม เหตุผลบอกว่าอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ ว่าด้วยคุณธรรมของนักการเมือง ท่านประธานครับ มันคนละเรื่องกัน คำว่านักกีฬาต้องมีจรรยาบรรณ ผมจึงมีความเห็นว่า ทำไมจะใส่คู่กันไม่ได้ในเรื่องจรรยาบรรณและจริยธรรม ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี ๒๔๙๓ แล้วก็มีการแก้ไขหลายครั้งจนถึงปี ๒๕๒๕ เขาก็บอกว่าคำว่า จริยธรรม ก็คือ เป็นคำนาม คำว่า จรรยาบรรณ ก็เป็นคำนามเหมือนกันไม่ได้ขึ้นต่อกัน แนวทางปฏิบัติ เป็นเรื่องการปฏิบัติมีความหมายแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นผมก็ยังยืนยันในที่นี้ว่าควรจะตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันในการยืนยันในเรื่องจริยธรรมและคุณธรรม มันเป็นการแก้ไขหลักการ ถ้อยคำที่ดูแล้วมันก็ไม่ถูกต้องนะครับท่านประธาน ถ้าหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. ได้ทบทวนใหม่ คำนี้เมื่อประกาศเป็นพระราชบัญญัติแล้วจะใช้ ครอบคลุมทุกคนทุกเหล่าที่มาดำเนินการในส่วนนี้ครับ ผมจึงยืนยันในที่นี้ว่าก็ใช้คำเดิม นี่ละครับ คุณธรรมและจริยธรรมก็ใช้จรรยาบรรณ ท่านประธานครับ ผมไปดูการชี้แจง ของเจ้าหน้าที่ของทางวุฒิสภาก็บอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่ง จรรยาบรรณก็เป็นส่วนหนึ่ง ของจริยธรรม มันไม่ใช่ครับท่านประธาน เกี่ยวกับกีฬาอาชีพหรือเกี่ยวกับอาชีพทั้งหลายนี่ เขาต้องมีจรรยาบรรณอยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนั้น แม้กระทั่งพระราชบัญญัติฉบับของ สภาทนายความ ของหมอ เขาก็ใช้คำว่า จรรยาบรรณ เขาไม่ได้มีคำอื่นนะท่านประธาน เขาไม่ได้อ้างถึงว่าคุณธรรมของนักการเมืองตามมาตรา ๒๗๕ อะไรประเภทนั้นนะครับ เพราะมันไม่ใช่นักการเมืองแต่เป็นนักกีฬา ซึ่งเป็นกีฬาอาชีพก็มีความเกี่ยวพันกัน
อีกประการหนึ่งที่ท่านไพจิตก็อธิบายไว้นะครับว่าเห็นควรต้องมีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน โดยเฉพาะในส่วนของบุคคลในเงินของกองทุนปรับเปลี่ยนเลยจาก ๔ เป็น ๘ อะไรนี่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรผมไปอ่านดูแล้ว เพราะฉะนั้นต้องมาคุยกัน ถ้าถามว่าช้า ไม่ช้าครับ ไปแก้อยู่ ๒-๓ มาตราแบบนี้ใช้คำ ๗ วันก็เสร็จครับท่านประธาน ผมจึงขอเรียนว่า ไหน ๆ ก็จะใช้เป็นพระราชบัญญัติก็น่าจะมีการรอบคอบขอให้ทบทวนครับท่านประธาน ไม่ควรแก้ในความคิดผม เสนอให้มีการคงไว้คำเดิมทั้ง ๒ โดยเฉพาะมาตรา ๓๑ ก็ยังเห็น มาใช้จรรยาบรรณ แล้วต้องไปตามแก้หมดถ้าไปอ้างกับรัฐธรรมนูญ ตามแก้หมดเลยครับ ในกฎหมายหลายฉบับก็เขาใช้คำว่า จรรยาบรรณ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าควรจะตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันครับท่านประธาน
ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วโดยข้อเท็จจริง ที่ได้ลุกขึ้นมาเสนอหรือเสนอความคิดในส่วนของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... โดยข้อเท็จจริงแล้วท่านประธานจะสังเกตเห็นว่าผมไม่เคยลุกขึ้นมาอภิปรายในร่าง พ.ร.บ. ที่ผ่านสภาไปหลังจากตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จแล้วกลับมายังสภาสักครั้งเดียว ถึงแม้นว่าตัวเอง จะมีความรู้สึกอึดอัดอยู่บ้างหลาย ๆ ครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยเฉพาะครั้งนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเป็นครู ผมเป็นนักกีฬา แต่ผมอาจจะไม่ดังระดับประเทศหรอกครับ แต่ก็ พอเล่นได้พอรู้กติกา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาบาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ ก็คือกีฬา ทุกอย่างที่ในประเทศไทยมีการจัดการแข่งขัน ถ้าเอาผมลงไปเป็นกรรมการนี่ผมสามารถ ตัดสินได้ทุกประเภท ที่ผมจะพูดเช่นนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมมีหัวใจเป็นนักกีฬา แล้วถ้าท่านประธานได้ฟังผมอภิปรายแต่ละครั้งถ้าเป็นเรื่องหนัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กฎหมายปรองดองก็ดี การแก้รัฐธรรมนูญก็ดี ผมจะยกบทความของครูเทพ คือพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ประธานสภาคนแรกของประเทศไทยนี่ละครับที่ท่านได้แต่งเพลงกราวกีฬาไว้ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ในเนื้อความ แล้วผมก็เอามาใช้ในการดำเนินชีวิตอยู่ทุกวันนี้นะครับ ผมรู้จักคำว่า แพ้ ผมรู้จักคำว่า ชนะ แล้วผมรู้จักคำว่า อภัย ไม่ใช่ว่าบางคนบางกลุ่มบอกว่าไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ขออภัย นั่นไม่ใช่ผม แต่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ผมลุกขึ้นมาอภิปราย ผมรู้ว่าถ้าเราให้ผ่านวันนี้ก็จะทำให้ มันไวขึ้นในการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นความต้องการ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่พวกเราก็ได้วิเคราะห์กันในหลาย ๆ เรื่องว่าบางครั้ง เราชอกช้ำเหมือนกัน กฎหมายที่ผ่านเข้าไปสู่ในชั้นวุฒิสภา ด้วยความเคารพวุฒิสภา สภาผู้ทรงเกียรติ ผมเคารพทุกท่านทั้งที่มาจากการเลือกตั้งแล้วก็ที่มาจากการแต่งตั้ง แต่บางครั้งในการแก้ถ้อยคำ ในการแก้หลักการทำให้เรามีความรู้สึกอึดอัดว่าทำไมจะต้องโดนแก้ ทำไมจะต้องมาประดิดประดอย ซึ่งคำบางคำไม่น่าที่จะมาแก้ ไม่น่าที่จะประดิดประดอย ผมก็เลยถือโอกาสมาพูดถึงเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น สัก ๒-๓ มาตรา ผมเข้าใจว่าหลายมาตราท่านผู้อาวุโสได้กรุณาอภิปรายเพื่อส่งเสริมสนับสนุนว่า ทำไมที่เราไม่เห็นด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วทุกคนมีหัวใจกีฬาแล้วก็เห็นด้วยหมดครับ มาตรา ๖ ไปเพิ่มเติมกรรมการโดยตำแหน่งจากจำนวน ๕ คน เป็น ๖ คน แล้วไปเพิ่มตัวปลัดกระทรวงแรงงาน ผมก็เลยสอบถามว่าทำไมต้องมาเพิ่มเติมปลัดกระทรวงแรงงาน มีผู้รู้ตอบผมว่าในอนาคต ประเทศไทยมีกีฬาอาชีพมากขึ้น กระทรวงแรงงานจะต้องเกี่ยวข้องในเรื่องกฎหมายของ กระทรวงแรงงาน เพราะมีนักกีฬาต่างประเทศ เช่น แอฟริกาบ้าง ประเทศซาอุดีอาระเบียบ้าง ประเทศอังกฤษบ้าง หลาย ๆ ประเทศที่มาลงเตะฟุตบอลเหมือนกับที่เราเห็น ๆ อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ผมก็พอกลืนไปได้ แล้วผมก็ถามต่อไปว่าแล้วทำไมไม่มีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์อีก เพราะปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคน เวลาคนพิการหรือคนมีปัญหา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วผมถามต่อไปเลยว่าถ้ามันเกี่ยวข้องกับกฎหมายทำไมไม่ตั้ง ปลัดกระทรวงยุติธรรมไปเลยล่ะ มาตั้งปลัดกระทรวงเดียวเพื่อแก้จาก ๕ คน เป็น ๖ คน อย่างนี้ ตรงนี้ทำให้ไม่เข้าใจครับ พอไปดูอีกหลายมาตรา ผมพยายามจะสั้น ๆ เพราะเข้าใจว่า มีคนอื่นอีก เรื่องของจริยธรรมกับจรรยาบรรณ มาตราซึ่งเกี่ยวพันอยู่ในหลายมาตรา เช่นมาตรา ๒๒ ก็พันกันไปพันกันมา มันจะเสียหายไปตรงไหนถ้าไปเขียนไว้ว่า หรือข้อบังคับ ว่าด้วยจริยธรรมและจรรยาบรรณสำหรับนักกีฬาอาชีพ ก็ไม่เห็นจะเสียหาย มันเป็นเรื่องของ ธรรมะ มันเป็นเรื่องของคุณงามความดีทั้งหมด ก็ไม่เห็นจะเสียหาย ทำไมต้องแก้ในหลักการ แล้วทำไมจะต้องไปเพิ่ม แล้วก็ไปดูอีกท่านประธาน มาตรา ๒๓ ตรงนี้ผมมันรู้น้อยในเรื่อง พจนานุกรม สโมสรกีฬาอาชีพก็เปลี่ยนเป็นสมาคม ที่สภาทำไปเป็นสมาคมเขาก็แก้เป็น สโมสร ท่านประธานได้กรุณาดูมาตรา ๒๓ มันแก้กลับไปกลับมาอยู่ ทีนี้ถามว่าตรงนี้ มันเสียหายไหม มันไม่เสียหายหรอกครับท่านประธาน แต่บางครั้งมันรับไม่ค่อยได้ คืออันไหนที่ ไม่น่าจะแก้ก็ไม่ควรที่จะแก้ ก็ให้เกียรติกับกึ๋นของสภาผู้แทนราษฎรบ้าง อันไหนที่ควรแก้ ก็แก้เถอะ ผมบอกแล้วว่าผมยอมรับ ผมนับถือ โดยเฉพาะ ส.ว. นี่ผมนับถือมาก ผมท่อง อยู่ในใจว่าเป็นสภาที่ปรึกษา เป็นสภาที่กลั่นกรอง เป็นสภาที่มีวุฒิภาวะสูงกว่าโดยเฉพาะกับ คนชื่อครูมานิตย์ สังข์พุ่ม แต่บางครั้งในคำท้วงติง ในคำแก้บางครั้งรับแล้วมันสะอึกหัวใจอยู่ มันสะอึกโดยภูมิปัญญา ถึงแม้ว่าจะมีอยู่น้อยแล้ว มันไม่สบายใจ ผมก็เลยตั้งข้อสังเกต ในที่ประชุมว่าผมค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยในครั้งนี้ ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันก็ต้องตั้งกันบ้างบางครั้ง เพราะว่าอยากปล่อยไปครับ เหมือนกับ รุ่นพี่ผมเมื่อสักครู่จากพรรคประชาธิปัตย์ นี่หัวใจนักกีฬาเกินร้อย เห็นใจ อยากปล่อยให้ผ่าน อยากปล่อยให้ทำ เพราะถ้าพูดถึงด้านกีฬาเมื่อไรแล้วพี่เขานี่มีหัวใจเต็มเปี่ยม แต่ว่าบางครั้งนี่ มันต้องรู้ที่มารู้ที่ไป มันต้องได้ชี้แจงแลกเหตุแลกผลกันบ้าง มันถึงจะได้รู้ครับ เพราะไม่อย่างนั้น ต่อไปทุกฉบับ มาตราไหน ประโยคไหน หลักการไหนไม่ควรแก้เราก็จะโดนแก้ไปอย่างนี้ละครับ ผมก็เลยท้วงติงไว้แค่นี้แล้วก็ไม่เห็นด้วยที่วุฒิสมาชิกแก้มาในเรื่องนี้ ผมยังต้องเห็นด้วย ที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันถึงมันจะช้าไปหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ เราค่อยไปเร่งกัน ในชั้นกรรมาธิการร่วมกัน ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่อยากเห็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ผ่านสภาไปโดยเร็วจะได้มีการบังคับใช้ โดยเร็ว แต่เนื่องจากว่าหลังจากที่ได้ดูเนื้อหาที่ทางวุฒิสภาได้ไปแก้ไขนั้นยอมรับว่ามีบางประเด็น ที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคตได้นะครับ จึงเห็นควรว่าน่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อทำการหารือแล้วแก้ไขในมาตราที่ทาง ส.ส. เองเห็นแย้งนะครับ ท่านประธานครับ ในมาตราที่มันเป็นปัญหาจริง ๆ แล้วที่มันเป็นหลัก ๆ อยู่แค่ ๒-๓ มาตรา แต่ถ้าโดยเนื้อหา โดยรวมนี่ถือว่าทางวุฒิสภาแก้ข้อความมาเยอะมากนะครับ แต่เอาประเด็นหลัก ๆ ที่มองว่า น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือการนิยามความหมาย มาตราที่ตัวผมเองรู้สึกว่าไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งก็คือมาตรา ๒๒ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ทำการอภิปรายชี้แจงเหตุผลมาแล้ว นั่นคือจากการตัดคำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ มาเป็นคำว่า มาตรฐานทางจริยธรรม ท่านประธานครับ ผมเองได้มีโอกาสไปเปิดคำศัพท์ของราชบัณฑิตยสถานของทั้ง ๒ คำนี้ จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ นี่ทางราชบัณฑิตยสถาน ปี ๒๕๔๖ ได้บัญญัติไว้แปลความหมายว่าอย่างนั้น ส่วน จรรยาบรรณ ความหมายหมายถึงว่า ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น ซึ่งจรรยาบรรณ ของแต่ละวิชาชีพนั้นมันก็ย่อมมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของอาชีพนั้น ๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาชีพนั้น ๆ อย่างเช่น แพทย์เองก็มีจรรยาบรรณอีกแบบหนึ่ง วิศวกร ก็มีอีกแบบหนึ่ง ครูเองก็มีจรรยาบรรณที่มีความเคร่งครัดอีกมิติหนึ่ง ทนายความก็มีจรรยาบรรณ ที่มีการกำหนดรายละเอียดที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเวลาพูดถึงจรรยาบรรณนี่มันมีความแตกต่าง ตามอาชีพของแต่ละอาชีพ ถ้าพูดจรรยาบรรณแล้วมันไม่สามารถบอกได้ว่าเวลาพูดคำนี้แล้ว มันจะเหมือนกันนะครับ เพราะว่ามันเป็นข้อกำหนดที่แต่ละอาชีพนั้นได้กำหนดขึ้นมาเป็น แนวทางในการประพฤติปฏิบัติ บางท่านบอกว่าที่จริงแล้วจรรยาบรรณเป็นซับเซต (Subset) ของมาตรฐานจริยธรรม ผมเองได้ฟังนักกฎหมายบางท่านอธิบายอย่างนั้น แต่ท่านประธานครับ ผมเองไม่เห็นด้วยในคำพูดตรงนี้ ผมบอกว่าจรรยาบรรณกับจริยธรรมนั้นเป็นสิ่งที่มีความแตกต่างกัน ค่อนข้างมาก เวลาพูดถึงจริยธรรมนั้นมันเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ คำว่า จริยธรรม บางที คนสองคนยังคิดอ่านไม่เหมือนกันเลย มีความคิดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่ว่าพื้นฐานความรู้ ความคิด หรือพื้นฐานทางสังคมของคนนั้นเป็นอย่างไร แต่เวลาพูดถึงจรรยาบรรณของแต่ละอาชีพนั้น มันมีความชัดเจน มันมีหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างตายตัวที่เป็นหลักประพฤติปฏิบัติของแต่ละอาชีพ ที่เขาต้องประพฤติตามจรรยาบรรณของแต่ละอาชีพนั้น ๆ เพราะฉะนั้นเวลาพูดคำว่า จริยธรรม มันจึงเป็นคำพูดที่กว้างและครอบคลุมอะไรก็ไม่รู้กว้างไปหมด ทำให้สามารถตีความทุกอย่างเข้าไปสู่ในคำว่าจริยธรรมได้ทั้งสิ้นครับ ฉะนั้นเวลาเรามาใช้คำว่า มาตรฐานจริยธรรมตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยตัดคำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ออก ผมมองว่าเป็นการใช้คำที่กว้างเกินไป และครอบคลุมทุกมิตินะครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ มันจะเป็นปัญหาเพราะคำว่าจริยธรรมนั้นในความรู้สึกของเรา เราหมายถึงว่าสิ่งดี ๆ ที่เรา ต้องปฏิบัติ แต่วงการกีฬามันไม่ใช่ครับ วงการกีฬามันมีหลายอย่างที่ปฏิบัติไปแล้วมันอาจจะไปฝืน หรือเรียกว่าไปไม่ถูกต้องตามจริยธรรมนะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน กีฬา มีการซื้อขายตัวนักกีฬา กีฬาอาชีพมันจะเป็นอย่างนั้น ยิ่งถ้าท่านประธานได้ติดตามข่าวนักกีฬา ในต่างประเทศจะมีการซื้อขายตัวกันแพง ๆ มาก ซื้อขายนักเตะฟุตบอลบางสโมสรซื้อขายกันที ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท มีการเรียกราคาโก่งราคาค่าตัว หรือว่าการย้ายสังกัด หรือว่า รายได้ในแต่ละสัปดาห์นะครับ ซึ่งวงการกีฬามันจะเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นเวลาซื้อขายตัว นักกีฬาทางกีฬาอาชีพเขาถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเวลาพูดถึงทางจริยธรรมนะครับ ใครก็แล้วแต่ไปขายตัวเองเพื่อให้ตัวเองตกไปเป็นทาสของสโมสรหรือต้นสังกัด อันนี้ถ้าพูดถึง ทางจริยธรรมแล้วอย่างไรก็มองว่ามันไม่ถูกต้อง ฉะนั้นการซื้อขายตัวในวงการกีฬา ซึ่งตามหลักแล้วมันถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ แต่มันจะเป็นการผิดจริยธรรมนะครับ ฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อมาใช้คำกว้าง ๆ อย่างนี้มันก็จะเป็นปัญหาทำให้สมาคมกีฬาเอง ก็จะมีปัญหาในการที่จะประพฤติปฏิบัติ หรือผมยกตัวอย่างอีกอย่างนะครับท่านประธาน ตามหลักการแข่งขันกีฬาแล้วนักกีฬาเองต้องพยายามที่จะเอาชนะคู่แข่งให้มากที่สุด สมมุติ เตะฟุตบอลถ้าสโมสรเอ (A) แข่งกับสโมสรบี (B) นักกีฬาของสโมสรเอก็พยายามเอาชนะ สโมสรบีให้มากที่สุด ยิง ๒ ประตู ๓ ประตู ๕ ประตู ๑๐ ประตู ๒๐ ประตูก็ได้ ขึ้นอยู่กับ ความต้องการ ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละสโมสร เพราะฉะนั้นตามหลักจรรยาบรรณของ วงการกีฬาจะแพ้ชนะกันเท่าไรมันไม่มีปัญหาเพราะกีฬาเขาเล่นกันอย่างเต็มที่ แต่ว่า เวลาพูดถึงหลักจริยธรรมถ้านักกีฬาทีมเอไปถล่มทีมบีเสียพรุน ทำให้ทีมบีทั้งนักกีฬา และกองเชียร์รู้สึกหดหู่สูญเสียกำลังใจพ่ายแพ้หมดรูป อายเรียกว่าม้วนเสื่อไปคุยกับกองเชียร์ ก็รู้สึกว่าไม่กล้าสู้หน้า เป็นความอับอายที่ทีมเอทำให้กับทีมบี ซึ่งตรงนี้ท่านประธานครับ ถ้าเราใช้ คำว่า ประมวลจริยธรรม มันก็เป็นปัญหาว่าต่อไปนักกีฬาถ้ายิงหรือทำแต้มเหนือคู่แข่งมาก จะผิดจริยธรรมไหม ตรงนี้จึงเป็นปัญหาที่ผมมองว่าถ้าเราใช้คำกว้างอย่างนี้มันจะครอบคลุม อะไรที่กว้างเกินไปแล้วทำให้สโมสรกีฬาทั้งหลายเขาจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนั้น ผมเองก็มีความเห็นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ขึ้นมาพูดก่อนหน้านี้ว่าเราควรจะคง คำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ไม่ควรใช้คำกว้าง ๆ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา ในการปฏิบัติ
ส่วนอีกมาตราหนึ่งนะครับ มาตรา ๔๔ ที่ให้มีการเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จาก ๔ คน เป็น ๘ คน ตรงนี้เพิ่มมาเป็นเท่าตัว ท่านประธานครับ การเพิ่มคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิมากขนาดนี้จาก ๔ คน เป็น ๘ คน ผมเองเป็นห่วงว่าในอนาคตนั้นจะมีปัญหา ในการออกเสียงกันหรือเปล่า เพราะว่าการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ออกแบบ โครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุนมาอย่างนี้นะครับ แล้วในขั้นวุฒิสภาได้มีการเพิ่ม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาอีก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๔ คน เป็น ๘ คนนั้นตรงนี้จะมีปัญหา หรือไม่ในอนาคตในการบริหารกองทุนในการออกเสียง ซึ่งอาจจะมีปัญหาว่ามีการคุมเสียงกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นห่วงว่ามันจะทำให้เสียหาย ต่อทางหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้หรือเปล่านะครับ ทั้ง ๒ ประเด็นหลักนี้ท่านประธานครับ ที่ผมเอง มีความเห็นว่าเราควรจะต้องมีการพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ไม่ควรที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ ไปตามที่วุฒิสภาแก้ ไม่อย่างนั้นแล้วอนาคตก็จะมีปัญหาได้ จึงขอกราบเรียนไปยังท่านประธาน ขอเสนอความเห็นว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. ขอบคุณครับ
ผมว่า อภิปรายพอสมควรนะครับ ท่านอภิชาตมีอะไรไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมได้อภิปรายไปแล้วนะครับ แต่ผมเกรงว่าการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกบางส่วน จะก่อให้เกิดพี่น้องประชาชนเข้าใจผิดในประเด็นสาระที่วุฒิสภาเขาแก้ไข เพราะต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าการให้เหตุผลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เขาแก้ไขมา บางครั้งทำให้เกิดความสับสนได้ อย่างเช่นในมาตรา ๒๒ ที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้หยิบยก เรื่องคล้าย ๆ กับว่าเราไปตัดประมวลจริยธรรมออกไปไม่ให้มีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ซึ่งมันไม่ใช่ เขาไปแก้ไขชื่อของข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณนี้เปลี่ยนเป็น ข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐาน ทางจริยธรรม และให้คำนึงถึงประมวลจริยธรรม นี่คือสาระของมัน แล้วก็ยังไปแก้ไขเพิ่มเติมว่า ประมวลจริยธรรมนั้นจะต้องทำให้เสร็จภายใน ๑ ปียื่นต่อนายทะเบียนด้วยนี่เป็นการผูกเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะไม่เห็นด้วย กับวุฒิสภาก็อยากจะให้ชี้ประเด็นเป็นข้อ ๆ มาว่ามันคืออะไร กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ แต่ว่าถ้าจะใช้เสียงข้างมากไปก็ไม่เป็นไรมันเป็นสิทธิของท่านอยู่แล้ว
ก็เป็นดุลยพินิจ ของท่านสมาชิกที่จะออกความเห็นนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อจะลงมติว่าจะเห็นชอบกับการแก้ไข ของวุฒิสภาหรือไม่นะครับ ท่านที่กำลังประชุมอยู่อาคาร ๒ และอาคาร ๓ เชิญนะครับ มาลงมติก่อนแล้วก็ค่อยกลับไปประชุมต่อนะครับ แล้วก็ก่อนที่จะขอมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อน เมื่อท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อย แสดงตนแล้วนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ มีสมาชิกในที่ประชุม ๒๙๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมจะถามมติกับที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ท่านใดเห็นชอบกับการแก้ไข ของวุฒิสภาให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบกับการแก้ไขให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใด งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับการแก้ไข ๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาแก้ไขนะครับ
ฉะนั้นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อประกอบการพิจารณา จะเสนอกรรมาธิการ กี่ท่าน เชิญท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอกรรมาธิการร่วมกันจำนวน ๒๒ คน ขอผู้รับรองด้วยครับ
๒๒ ท่าน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีนะครับ ท่านเลขาธิการขอทราบสัดส่วนหน่อยครับ ประกอบไปด้วยอย่างนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอจำนวน กรรมาธิการร่วมกัน ๖ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ได้แก่ ๑. นายอดิศร เพียงเกษ ๒. นายนิยม เวชกามา ๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๔. นายพิชิต ชื่นบาน ๕. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๖. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี ๔ ท่านครับ พรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวพรรคภูมิใจไทยก่อนนะครับ ๑ ท่านครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการร่วมกันร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมหรือยังครับ เอารายชื่อให้ท่านนิพนธ์หน่อย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตที่จะเสนอรายนามกรรมาธิการร่วมกันในนามพรรคประชาธิปัตย์ ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๔. นายนิพนธ์ บุญญามณี ครับ
ผู้รับรองครับ
ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน
รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ๑. นายอดิศร เพียงเกษ ๒. นายนิยม เวชกามา ๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๔. นายพิชิต ชื่นบาน ๕. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๖. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๗. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๙. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๑๐. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๑๑. ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ
จบนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๒ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
ท่านรัฐมนตรีที่เสนอเชิญครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ประกอบไปด้วย โรงพยาบาลชัยภูมิ โรงพยาบาลภูเขียว โรงพยาบาลอำเภอคอนสาน จำนวน ๒๐ ท่าน ขณะนี้กำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เชิญท่านรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้มาเสนอร่างพระราชบัญญัติ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผลดังนี้
หลักการ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช
เหตุผล เนื่องจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า “มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช” เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่นักศึกษาและคณาจารย์ จึงสมควรเปลี่ยนชื่อ “มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร” เป็น “มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช” และเปลี่ยนชื่อ “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร” พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็น “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช” พ.ศ. ๒๕๕๓ พร้อมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำในบทกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อ ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อดังกล่าวข้างต้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ที่ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นยืนอภิปราย ในวันนี้อีกครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานนามของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในนามของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๓ แต่ว่าเป็นความพยายาม ของท้องถิ่นเช่นกรุงเทพมหานครได้พยายามที่จะเข้ามาสู่การจัดการการศึกษา ประเทศไทยเรานั้น ได้มีการจัดการการศึกษาอย่างเข้มข้นในนามของท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น คนรุ่นคุณพ่อเรา คนรุ่นเราล้วนแต่มีโอกาสจะได้รับการศึกษาจากท้องถิ่นมาก่อนแล้วทั้งสิ้น ในการจัดการ การศึกษาในขั้นประถมศึกษาก็ถูกจัดการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาแล้วตั้งแต่ต้น บางแห่งก็จัดในนามของเทศบาลบางแห่งก็จัดในนามขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบ พิเศษ ต่อมาเราได้มีการยกระดับการศึกษาสูงขึ้น ในการยกระดับการศึกษาที่สูงขึ้นนั้น เราพบว่าเอกชนได้เข้ามามีบทบาทก่อนการจัดการการศึกษาโดยรัฐโดยเฉพาะในระดับ มัธยมศึกษา ท่านประธานคงจะเห็นได้ว่าในต่างจังหวัดนั้นเรามีโรงเรียนเอกชนเข้ามาแทนที่ แล้วก็ยกระดับการศึกษาจากประถมศึกษาขึ้นสู่มัธยมศึกษาโดยเอกชน เอกชนมีบทบาทสูงยิ่ง แล้วก็มีความสำคัญในการจัดการการศึกษาของประเทศไทยมาแล้วตั้งแต่ต้นมาก่อนที่รัฐ จะเข้าไปจัดการการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาอย่างกว้างขวางเป็นการทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ในระดับมหาวิทยาลัยนั้นแน่นอนความสามารถในการจัดการการศึกษานั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะประเทศไทยเรามีคนจบการศึกษาอยู่ประมาณสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง โอกาส ที่จะให้เอกชนจัดการการศึกษาในเบื้องแรกก็มีความเป็นไปได้ยากมา และต่อมารัฐก็สามารถ เป็นผู้จัดการเองและกระจายการศึกษาในระดับอุดมศึกษาไปทั่วทั้งประเทศไปสู่ภูมิภาค แต่ว่าจัดการในนามของส่วนกลางเพื่อที่จะมีมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอยู่เป็นการทั่วไป กรณีนี้ เป็นกรณีที่ผมได้เคยลุกขึ้นยืนสนับสนุนการจัดตั้งการเสนอร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเมื่อครั้งที่กฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมกล่าวย้ำ กับท่านประธานว่านี่มีความหมายที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หลังจากที่ได้มีการถ่ายโอน ภารกิจจากภาครัฐไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่คือศูนย์รวมของงานกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเทศไทยเราได้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มานาน มีการถูกแทรกแซงโดยเผด็จการบ้างบางครั้งบางช่วงเวลา แต่ว่าการจัดการการปกครอง ในระดับท้องถิ่นนั้นเราได้มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ แต่ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเราทำไปได้อย่างเนิ่นช้าแล้วก็ทำอย่างระมัดระวัง แล้วก็ทำอย่างไม่ต้องการที่จะให้ท้องถิ่นนั้นมีความเข้มแข็งและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าตามพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อทำให้ทุกตารางนิ้ว ของประเทศไทยเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่เราต้องทำให้ทุกตารางนิ้ว ของประเทศไทยได้ถูกบริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับถ่ายโอน ภารกิจจากภาครัฐไปสู่การจัดการกับปัญหาอย่างทั่วด้าน งานชิ้นนี้ได้ทำกันไปในสมัยที่รัฐบาล ของ ฯพณฯ ท่านชวน หลีกภัย เราได้ทำทั้งองค์กรสำเร็จ ทำพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจเป็นการบังคับให้รัฐบาลจะต้องถ่ายโอน ภารกิจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ก็ได้สั่งการทำอย่างนี้ไปตั้งแต่เบื้องต้น แต่ว่าท่านประธานครับ งานพัฒนาไปอย่างเนิ่นช้าแล้วก็ค่อยเป็นค่อยไปโดยที่ถึงขณะนี้ได้เกิด ความคิดอันหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าได้มีถ้อยคำคำหนึ่งเกิดขึ้น คำว่า ไร้รอยต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับรัฐบาล คำนี้มีความหมายที่เก๋ไก๋ครับ ความหมายก็คือว่าพูดไปอย่างไรก็เพียงเพื่อว่าให้รัฐบาลส่วนกลางได้สนับสนุนให้กับองค์กร ปกครองท้องถิ่นอย่างไม่มีรอยต่อ อย่างไม่เป็นอุปสรรค ท่านประธานครับ คำพูดคำนี้อาจจะ เป็นถ้อยคำที่มีคนใช้เป็นเครื่องมือได้ แต่ว่าคำพูดคำนี้ท่านครับ ชุดนี้มันทำให้เกิดอุปสรรค อย่างใหญ่หลวงต่อการถ่ายโอนภารกิจจากภาครัฐไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ท่านชำนิครับนิดหนึ่ง มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร วันนี้ท่านรัฐมนตรีเสนอเฉพาะว่าการเปลี่ยนชื่อเท่านั้นเอง แต่ผมเองเห็นว่า เวลามีความสำคัญแล้วเรามีงานอื่นอีกนะครับท่านประธาน แล้วผมก็เดาใจถูกว่าเดี๋ยวไร้รอยต่อแน่ ไร้รอยต่อจริง ๆ นี่ตกลงจะหาเสียง กทม. หรือจะอภิปรายเรื่องนี้ครับท่านประธาน ขอประท้วงว่า ไม่ตรงประเด็นครับท่านประธาน
ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
คืออย่างนี้ครับ ในประเด็นที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอขอเปลี่ยนชื่อ แล้วขอให้ท่านอภิปราย กระชับหน่อยแล้วกัน เชิญท่านชำนิต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ตกลง ท่านประธานไม่ได้วินิจฉัยสิ่งที่คนเขาประท้วงไปแล้วใช่ไหมครับ
ผมบอกว่าให้ท่านอภิปรายกระชับในประเด็นที่เรากำลังประชุมหารือกันอยู่นะครับ
แล้วสิ่งที่เขาประท้วงผมเมื่อสักครู่นี้ เป็นความถูกความผิดอย่างไรครับ
ผมวินิจฉัยไปแล้วครับให้ท่านอภิปรายต่อ
ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่เป็นคน มากินเล็กกินน้อย กินเศษเลยอะไรอย่างคนที่ลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่นี้
เชิญต่อครับ
ผมกำลังบอกกับท่านประธานว่า การถ่ายโอนภารกิจจากภาครัฐไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นภารกิจที่รัฐบาล จะต้องทำ การจัดการการศึกษาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้กรุงเทพมหานครเขาได้เริ่มก่อน เขาได้เข้ามาสู่การจัดการการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ความหมาย ของผมก็คือว่านอกเหนือจากการเปลี่ยนชื่อมันยังมีความบกพร่องในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว และไปสู่การแก้ไขมีความหมายตรงไหนท่านประธานครับ มีความหมายอยู่ตรงที่ว่าการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกนี้มันจะเป็นต้นแบบเพราะว่า ในอนาคต อบจ. สตูลเขาอาจจะมีความพร้อมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดสตูล อบจ. ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเขาอาจจะมีความพร้อมในการจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเขา ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จังหวัดสุโขทัย ต้นแบบของมหาวิทยาลัยรามคำแหง จนกระทั่งวันนี้ ยังไม่มีมหาวิทยาลัยเป็นของตนเองเลย เพราะฉะนั้นโครงสร้างนี้มันจะเป็นโครงสร้างที่เป็น ตัวแบบให้องค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศเขาไปทำ ถ้าเขามีความสามารถเขาทำได้ แน่นอน ปัญหาอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธานครับ เปลี่ยนชื่อนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างแน่นอน เป็นความปลาบปลื้มของกรุงเทพมหานครเขาแน่นอนที่เขาได้มีชื่อตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ แต่ว่าในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานตามผมไปสิครับ ไปอ่านดูในมาตรา ๕ มาตรา ๕ นี้ซึ่งเป็นเรื่องของระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมาตรานี้ถูกจัดการดำเนินการไปตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อย่างที่เคยปฏิบัติกันมาแล้ว เพราะในระดับมหาวิทยาลัยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ถือว่าเป็นโครงสร้างขององค์กรราชการในระดับขององค์กรที่มีระดับสูงซึ่งเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นกรม เมื่อมีฐานะเป็นกรมเมื่อไรเขาต้องเสนอเป็นพระราชบัญญัติ วิทยาลัย เขาอาจจะเป็นพระราชกฤษฎีกา เขาอาจจะเป็นระเบียบ เขาอาจจะเป็นกฎกระทรวง แต่ว่าพอเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยท้องถิ่นก็เป็นรัฐส่วนหนึ่งคือรัฐในท้องถิ่น ถ้าเราจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นเราก็จะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าพระราชบัญญัตินี้ใครเป็นคนรักษาการ โครงสร้างที่เราร่างกฎหมาย โดยสภานิติบัญญัติที่ผ่านมานี้เราให้รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ เราแบ่งประเทศ เป็นกระทรวง ทบวง กรม กรมต่าง ๆ อยู่ภายใต้กระทรวง เมื่ออยู่ภายใต้กระทรวง รัฐมนตรี ก็เป็นคนรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ นี่เป็นแบบแผนโบราณที่ยึดติดกับการบริหาร ราชการแผ่นดิน ซึ่งราชการนี้มันตกขบวนไปแล้ว บัดนี้องค์การในมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานคร เขาไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีฐานะที่จะมีหน่วยงาน ในระดับกรมของตัวเอง การกำกับในระดับกรมเขาให้รัฐมนตรีเข้ามาเป็นคนกำกับ แต่กรุงเทพมหานครเขาเป็นองค์กรท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถูกครับ เพราะกระทรวงมหาดไทยได้กำกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการเขาเป็นคนที่มีอำนาจในการจัดการการศึกษาของประเทศไทยทั้งระบบ เขามามีหน้าที่รักษาการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินนี้ ถูกต้องครับ เพราะเป็น ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่เอื้อต่อการที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วย แต่ว่า ผู้ที่มีหน้าที่รักษาการและจัดการดำเนินการบริหารทั้งหมดเป็นการกำกับตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้โดยแท้นั้นไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการ แต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผมเรียนท่านประธาน ลุกขึ้นอภิปรายตรงนี้ตั้งใจจะบอกกับท่านประธานว่า ในมาตรานี้ละครับ ในการจัดการ ในเรื่องนี้ละครับ ในการบริหารเรื่องนี้ละครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเขาจะต้อง ทำหน้าที่ในการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย นี่คือรูปแบบการเขียนกฎหมาย และมีความหมายต่อการบริหารจัดการขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ดูแล ในการจัดการการศึกษา ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นมาอภิปรายกับท่านประธานในวันนี้ เพียงแต่บอกกับท่านประธานอย่างนี้ละครับ และผมจะต้องฝากเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องทำหน้าที่มาดูแลในเรื่องนี้ต่อไปหลังจากที่สภาได้รับหลักการแล้ว นั่นก็คือว่า
๑. ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ได้รับพระราชทานนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตามร่างพระราชบัญญัติตามที่รัฐบาลได้เสนอ แล้วผมเห็นว่าถึงเวลาที่รัฐจะต้องปรับแต่ง นิติบัญญัติของประเทศไทย ยังต้องปรับแต่งในการรักษาการตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไว้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ แล้วก็มาที่ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย แล้วก็ท่านสุนัย จุลพงศธร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องของการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อที่จะประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าหลักการบอกอยู่แล้วนะครับ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามมาให้ ส่วนหนึ่งนั้นก็มีที่มาที่ไปครับ ในเรื่องของกรุงเทพมหานคร บังเอิญกฎหมายฉบับนี้ผมเป็นคนร่วมในการพิจารณา ยกร่างกฎหมาย เปลี่ยนจาก วชิรพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ เป็นโรงพยาบาล ที่ประสิทธิ์ประสาทในส่วนของหมอ แล้วก็ส่วนของพยาบาลต่าง ๆ แล้วกรุงเทพมหานคร ก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ดูแลพี่น้องประชาชนนะครับ แต่อยู่ภายใต้การกำหนดแนวทาง ของรัฐบาลโดยขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องของระบบสาธารณสุขรวมนะครับ
แต่ส่วนที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นกฎหมายฉบับแรก แล้วท้องถิ่นเอง สามารถที่จะยื่นเสนอแล้วก็เอามาใช้เพื่อเกิดประโยชน์ในเรื่องของการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ต่อไปนี้นะครับ กฎหมายฉบับอย่างนี้ในแต่ละจังหวัดเอง ที่เพื่อนสมาชิกบางท่านเอง หรือคนที่ไปร่างกฎหมายก็เห็นควรครับ เพราะว่ากฎหมายอย่างนี้ต่อไปมหาวิทยาลัยที่เป็น มหาวิทยาลัยตามจังหวัดต่าง ๆ ก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนโดยอาศัยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในการที่จะเอามาใช้ประโยชน์ ได้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แต่ส่วนหนึ่งการดูแลในกฎหมายฉบับนี้ที่มีการยกร่างผ่านไปนี่ผมเห็นว่า มีความสำคัญครับแล้วก็เป็นความแปลกใหม่ คือกรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานทราบไหมครับว่าทำไมต้องให้นายกรัฐมนตรี เข้ามากำกับดูแลเป็นการดูแล ๒ ส่วน ก็คือกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี เพราะว่า การอุดหนุนเงินในส่วนของรัฐบาลเองซึ่งอยู่ส่วนกลางสามารถให้เงินช่วยเหลือสนับสนุน ท้องถิ่นได้ และในส่วนของมหาวิทยาลัยดังกล่าวก็สามารถได้รับเงินสนับสนุนโดยตรงจาก กรุงเทพมหานครและเงินอุดหนุนอีกส่วนหนึ่ง แต่ถ้ามีปัญหาก็สามารถร้องขอโดยตรง อันนี้เป็นความพิเศษของมหาวิทยาลัยในส่วนของการจัดการดูแลของกรุงเทพมหานคร แล้วก็เป็นมหาวิทยาลัยเดียวซึ่งบางทีบางครั้งการที่มีท้องถิ่นแล้วก็ใช้ประโยชน์ในส่วนของ งบประมาณซึ่งโดยตรงก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ ๒ ก็ต้องอาศัยส่วนกลางในการอุดหนุน เม็ดเงินงบประมาณ ดังนั้นการกระจายอำนาจในเรื่องของการปกครองท้องถิ่นนั้น เป็นเรื่องที่ดีแล้วก็เหมาะสมนะครับ ผมเองขออนุญาตในร่างกฎหมายฉบับนี้ถ้าได้มี ความเห็นชอบแล้วเพื่อความรวดเร็ว ผมคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการเองคงไม่ต้องถึงกับตั้งครับ ผมเสนอไว้ก่อนนะครับ ควรจะใช้คณะกรรมาธิการอย่างคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามีส่วนในการที่จะทำให้กฎหมายฉบับนี้สามารถที่จะออกใช้ แล้วก็บังคับใช้ได้ทันท่วงที และโดยเฉพาะชื่อนี้นะครับที่ได้รับพระราชทานนามเป็นชื่อที่มี ความเหมาะสม แล้วพระองค์ท่านพระชนมายุปีนี้จะเข้า ๘๖ พรรษา ก็ถือว่าเป็นมหามงคล อย่างยิ่ง ผมก็เห็นสมควรครับในการที่จะปรับเปลี่ยนถ้อยคำเพื่อให้เป็นสิริมงคลกับนักศึกษา แล้วก็คณาจารย์ต่าง ๆ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยดังกล่าว ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวครับท่านบุญยอด เชิญท่านอรรถวิชช์ก่อน ท่านส่งชื่อก่อนเดี๋ยวต่อด้วยท่านสุนัย และท่านบุญยอดตามลำดับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของสภาแห่งนี้ไป เมื่อสมัยที่แล้ว ซึ่งในอันนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องเรียนว่าหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในขณะนั้นได้มีความพยายามผลักดันให้เกิดมหาวิทยาลัยกรุงเทพขึ้นให้ได้ ในขณะเดียวกัน ที่ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้มีการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยด้วยเช่นเดียวกันจนมาถึงในวันนี้ที่ต้อง เปลี่ยนชื่อให้มีการสอดรับ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถ้าไปดูในกฎหมายหลักซึ่งกระผมเองก็ได้มี โอกาสเป็นกรรมาธิการในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครด้วย เช่นเดียวกัน ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณชายสุขุมพันธุ์ที่มองเรื่องนี้เอาไว้ครับ โดยมหาวิทยาลัย แห่งนี้ปัจจุบันมีอยู่ เป็นการรวมตัวกันของวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้กรุงเทพมหานครก็คือวิทยาลัย แพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล กับอีก ๑ วิทยาลัยก็คือวิทยาลัยพยาบาล เกื้อการุณย์ ซึ่งทั้ง ๒ วิทยาลัยนี้ก็เป็นการผลิตพยาบาลขึ้นมาเป็นจำนวนมากที่ใช้กับ โรงพยาบาลของท้องถิ่น นอกจากนั้นแล้วในกฎหมายฉบับนี้ซึ่งคุณชายสุขุมพันธุ์ท่านได้ วางแผนเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้น นอกจากจะเริ่มต้นในเรื่องของแพทย์ พยาบาลแล้วยังรวมไปถึง ในเรื่องของการออกแบบบริหารจัดการเมือง แล้วก็ชุมชนเมืองหลวงด้วย เพราะฉะนั้น ในอนาคตในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครหรือถ้าเปลี่ยนชื่อสำเร็จในวันนี้ก็จะเป็น มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนั้นก็จะเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นซึ่งจะดูเรื่องของชุมชนเมือง เป็นการเฉพาะ และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาหรือระดับ มหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้การสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องถือว่าเป็นหัวใจหลักของเรื่อง และผมก็หวังว่า จะได้มีการขยายออกไปในอีกหลากหลายสาขา อย่างไรก็ดีครับในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตัวที่เป็น ต้นฉบับนั้นก็สามารถที่จะได้รับเงินอุดหนุนผ่านทั้งเงินจากงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเอง ก็คือในเรื่องของการจัดเก็บจากภาษีโรงเรือน ภาษีป้ายวงกลมรถยนต์ต่าง ๆ ก็มามีส่วนร่วมเข้ามาในของมหาวิทยาลัยได้ด้วย
แต่อีกประการหนึ่งสำคัญ ก็คืองบประมาณที่มาจากส่วนกลางคือที่มาจาก รัฐบาลกลาง ต้องกราบขอความกรุณารัฐบาลนี้ด้วยครับว่าการจัดสรรงบประมาณนั้น ไม่ได้จัดสรรเฉพาะแต่เพียงมายังกรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ท่านยังสามารถที่จะจัดสรรลงมาในงบประมาณในรูปแบบของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ด้วย โดยผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานจะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีที่รักษาการนั้น มีทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อย่าลืม ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยอีก ๑ แห่ง และเป็นแห่งเดียวเสียด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอให้งบประมาณนั้น ไร้รอยต่อครับ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในคราวนี้ก็แล้วแต่
สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ การออกแบบมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยคุณชายสุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งออกแบบในลักษณะที่ไม่ได้เป็นส่วนราชการ แต่เป็นนิติบุคคล แล้วก็ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจด้วย เพราะฉะนั้นความคล่องตัวในมหาวิทยาลัยแห่งนี้นั้น ในรูปแบบกฎหมายก็มีสูงซึ่งสามารถจะเป็นต้นแบบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้อีกหลากหลายองค์กรส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยแห่งนี้ แล้วขอให้การสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และถ้าเป็นไปได้เนื่องจากจะมีการแค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้นไม่ได้มี การลงไปในรายละเอียดอีกแล้ว เพราะเนื่องจากว่ากฎหมายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ถูกเสนอไว้ตั้งแต่สมัยคราวที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า ไม่จำเป็นที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาอีก เราสามารถใช้ทั้งสภาแห่งนี้ ร่วมในการพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามได้เลยครับท่านประธาน ก็นำเสนอไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ผมเห็นว่าเวลาท่านอภิปรายท่านก็สนับสนุนทุกฝ่าย ถ้าเราจะใช้เวลาที่จะต้องมาพิจารณา มีกฎหมายที่สำคัญเรื่องร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของกรมป่าไม้) ต้องใช้เวลานาน ถ้าผมจะขอหารือที่ประชุมอย่างนี้ได้ไหมครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายผมฟังดูแล้วก็ไม่มีท่านใดขัดข้อง ถ้าเราจะใช้คณะกรรมาธิการร่วมกันในสภาพิจารณาไปเลยดีไหมครับ เพราะว่าแต่ละฝ่ายเห็น เมื่อสักครู่ท่านอรรถวิชช์ก็บอกว่าน่าจะใช้คณะกรรมาธิการรวมในสภานี้เลยพิจารณา วาระที่สอง วาระที่สาม จะขัดข้องไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็จะได้ดำเนินการว่าจะได้พิจารณา วาระที่สอง วาระที่สาม ในที่ประชุมเลย เชิญท่านวิปฝ่ายค้านครับ ท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เกียรติ ท่านประธานที่ท่านประธานได้กรุณาหารือ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่า ถ้าสมมุติว่าจะมีการพิจารณาเหมือนที่ท่านประธานหารือเมื่อสักครู่กรณีนี้จะต้องไม่ถือเป็น บรรทัดฐานในการปฏิบัติต่อไปของสภาผู้แทนราษฎร ต้องถือเป็นกรณีเฉพาะ เนื่องจาก องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงพระราชทานนามของมหาวิทยาลัยเป็นเฉพาะกรณีนี้ เท่านั้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าเป็นเช่นนี้กระผมไม่ขัดข้อง ขอบคุณครับ
ผมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นสิริมงคลอย่างยิ่งพวกเราน่าจะพิจารณาน่าจะเดินหน้านะครับ เชิญท่านบุญยอด ถ้าเป็นอย่างนี้จะได้หารือฝ่ายรัฐบาลแล้วก็จะได้ดำเนินการต่อไป เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ผมเองไม่ได้ขัดข้อง ในเรื่องของการเสนอร่างพระราชบัญญัติในการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าท่านประธานครับ จะพิจารณาวาระที่สอง วาระที่สามไปในคราวเดียวกันก็คือการใช้กรรมาธิการเต็มสภา ผมคิดว่าจำเป็นจะต้อง มีคณะกรรมาธิการไปพิจารณาเรื่องนี้นอกห้องประชุมนี้ครับ เช่นแม้ว่ามาตรามันจะมีแค่ ๕ มาตรา แต่มันความเกี่ยวพันท่านประธานครับ เช่น บทบัญญัติในมาตรา ๔ บทบัญญัติ กฎหมายใด ใช้คำว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ให้ใช้คำว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แทน นัยง่าย ๆ อย่างนี้ครับ สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยครับ ท่านจะแก้อย่างไรครับ นี่คือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยซึ่งผมหาได้ในเว็บไซต์ (Web site) เป็นสัญลักษณ์เดิมคือมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แต่พอเป็นมหาวิทยาลัยชื่อใหม่ ผมคิดว่า เรื่องอย่างนี้ก็ต้องแก้ถูกไหมครับ ดังนั้นกรรมาธิการก็จะต้องเรียกรายละเอียดจากทาง กรุงเทพมหานครมาชี้แจงว่าเหมาะสมต่อชื่อนี้หรือไม่ เพราะว่าสัญลักษณ์เดิมก็ใช้เป็นรูปช้าง สัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร นี่เขาต้องแก้มากน้อยขนาดไหน ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกัน เพียงแค่ ๒-๓ นาทีครับท่านประธาน แล้วผมคิดว่าต้องให้กรรมาธิการซึ่งท่านวิชาญ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ผมเห็นตรงกับท่านว่าอาจจะไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่ขึ้นมา แต่ใช้คณะกรรมาธิการสามัญชุดใดชุดหนึ่งมาดูแลแทน ซึ่งตรงตามข้อบังคับในข้อ ๑๑๗ ไม่น่าจะทำให้ยุ่งยาก แต่มีรายละเอียดที่ต้องไปพิจารณา เช่น สัญลักษณ์มหาวิทยาลัย หรือบรรดาระเบียบข้อบังคับ และประกาศใด ๆ ที่อ้างขึ้นมาถึง มีอันไหนไหมที่จะต้องไปดู ในเรื่องรายละเอียดที่ไปใช้คำว่า กรุงเทพมหานคร แล้วมีนัยหรือมีความหมายอื่น ๆ หรือไม่ แล้วจะต้องเปลี่ยนมาใช้เป็นคำว่า นวมินทราธิราช แทนอย่างที่ว่านี้ แล้วโดยธรรมเนียมผมเชื่อว่า ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ไม่ค่อยได้ทำเรื่องของ ๓ วาระรวดในเรื่องใด เรื่องที่ต้องทำ ๓ วาระรวด อาจจะต้องเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเรื่องเวลาเร่งรัดจำเป็นต้องทำ ๓ วาระรวด อย่างนั้นเป็นต้น ผมไม่ได้ขัดข้องนะครับ เพราะผมก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่บุคลากร แล้วก็ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยนี้จะได้รับพระราชทานชื่อใหม่มาซึ่งเป็นสิริมงคลอย่างแน่นอน แต่ผมคิดว่าในแง่ของรายละเอียดผมยังขอเสนอต่อท่านประธานว่าน่าจะไปที่คณะกรรมาธิการสามัญ มากกว่า และไม่เสียเวลามากนักครับ ขอบพระคุณครับ
คือที่ผมหารือที่ประชุมนี้ก็เพราะว่าดูจากสาระของกฎหมายฉบับนี้ประเด็นเดียวก็คือ การแก้ไขชื่อ พอเวลาแก้ไขชื่อในทางกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ก็ต้องเปลี่ยนไป โดยอัตโนมัติ แต่เขาก็เขียนในมาตรา ๔ อยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของสัญลักษณ์ถ้าจะมีการแก้ไข จะต้องมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องไปแก้ไขต่างหาก ฉะนั้นในเรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นบรรทัดฐาน ผมเห็นว่าแต่ละฝ่ายท่านก็อภิปรายไปสนับสนุนไปผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่เป็นนะครับ เดี๋ยวผมจะให้สักฝั่งละ ๑ ท่านอภิปรายในประเด็นนี้ ผมจะถามฝั่งรัฐบาลก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นวิปคนหนึ่ง มติวิปก็มีความเห็นสอดคล้องกับ ต้องขออนุญาต ที่เอ่ยนามคือท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วถ้าจะให้คณะกรรมาธิการสามัญ รับไปพิจารณาผมว่าก็คงจะไม่เสียเวลานะครับ ก็คงจะเห็นสอดคล้องกับท่านบุญยอด ขอบคุณมากครับท่านประธาน
อย่างนั้นผมเชิญท่านสุนัยอภิปรายต่อนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร
ท่านประธานครับ ควรสลับกัน ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลครับ
คือเมื่อสักครู่ ท่านอรรถวิชช์อภิปรายไปแล้ว ต่อไปก็ฝั่งนี้
เมื่อสักครู่ท่านสัมภาษณ์ครับ
ไม่ใช่ ผมหารือครับ ผมก็จะให้มีการอภิปรายต่อไปครับ
คือผมเห็นด้วยกับท่านประธานจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ
เมื่อในที่ประชุมมีความเห็นแตกต่างกันก็จะต้องฟังอภิปราย แล้วก็จะต้องลงมติ ตั้งกรรมาธิการต่อไป เชิญต่อครับ
ผมขอสิทธิอภิปรายด้วยนะครับ
มีชื่อท่านอยู่แล้ว เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วเวลาผมอภิปรายเท่าที่อยู่ ในสภานี้ไม่ค่อยเคยใช้ ไม่เคยเลยใช้คำไม่สุภาพเรียกอ้ายนั่นอ้ายนี่ไม่มีนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจำเป็นที่จะต้องขึ้นมาอภิปรายอันนี้ไม่ได้มาคัดค้านอะไรเลย เห็นด้วยและยินดีอย่างยิ่ง กับที่ทางรัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ และผมเอง ถ้าท่านประธานวิปจะได้ฟังผมอภิปราย และไปใช้สติอีกสักนิดหนึ่งจะเห็นด้วยกับท่านประธานเลยว่าควรจะผ่าน ๓ วาระ และควรจะเป็น บรรทัดฐานด้วยโดยเฉพาะพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอันเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ของพระองค์นั้นเราจะต้องแสดงความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพระองค์ท่าน ท่านประธานครับ กรณีนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ชัดเจนที่สุดครับ เราเปลี่ยนชื่อนั้น ได้รับพระราชทานนามก็เป็นมงคลอย่างยิ่งอยู่แล้ว ถ้าจะดูรายละเอียดก็เห็นชัดเจนว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่มีอะไรขัดหรือไปขัดกับเรื่องดวงตราอะไรเลยครับ ไม่มีเลยครับ การที่เรา จะร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระองค์นี่มันยังจะมีอะไรเป็นอุปสรรค ขัดขวางเรา ท่านประธานครับ ผมก็จะไม่เอาร่าง พ.ร.บ. อย่างนี้ อันเป็นมงคลอย่างนี้ มาหาเสียงอะไรต่อมิอะไรครับ แต่บังเอิญผมนั่งฟังแล้วในฐานะเป็นการนักการเมืองมายาวนาน ผมไม่อยากเห็นผู้ใหญ่ในสภาแห่งนี้มาทำอะไรไม่เหมาะไม่สม ลับ ๆ ล่อ ๆ ก็ทำการประท้วงบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาผมก็มักจะถูกใช้วิธีตวัดแล้วก็ด่าว่าผมก็เฉย ๆ ครับ เพราะผมใช้หลักสุญญตาคือไม่มีตัวตนแล้วทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ถ้าจะบอกว่ามีข้อขัดแย้ง เนื่องจากมาตรา ๕ จะมาพูดถึงเรื่องผู้รักษาการทำไมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังมีการเสนออีกนะครับว่าควรจะต้องมีผู้ว่าราชการ กทม. รักษาการอีก เอาเข้าไป ท่านประธานครับ บังเอิญเป็นฤดูหาเสียง อยากให้ไปดู ร่าง พ.ร.บ. เดิมไหมครับ ใครเสนอครับ ชื่อใครเซ็นครับ ในมาตรา ๕ ของร่างเดิมที่ ประกาศใช้แล้วเขียนเหมือนกันเลยครับ ใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้เปรี๊ยะทุกอย่าง แหม พอมาถึงวันนี้ อย่างนี้ไม่เรียกตีกินเรียกอะไร ผมเองนี่ไม่อยากให้นักการเมืองเก่าแก่มาเสียหายกับเรื่องอย่างนี้ ผมก็เลยขึ้นท้วงติงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในฐานะคนรักกันชอบกัน ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ ไม่ปฏิเสธหรอกครับ ท่านก็ทำดีครับ คุณอภิสิทธิ์ก็ทำดี เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติ พวกเราก็ช่วยกันในวันนั้นนะครับ แต่ว่าที่เขียนไว้ชัดเจนก็คือเนื่องจากมันเป็นโครงสร้าง การปกครองท้องถิ่นที่เราไม่สามารถ โดยโครงสร้างใหญ่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของเราก็ดี ตามกฎหมายอาญาก็ดี ราชอาณาจักรไทยเป็นราชอาณาจักรอันเดียวกันไม่อาจจะแบ่งแยกได้ ดังนั้นโครงสร้างมันจึงเกาะกันตลอดเวลาระหว่างท้องถิ่นกับมหาดไทยต้องเกาะกัน แม้กรุงเทพฯ จะเป็นมหานครแล้วก็โครงสร้างอย่างนี้ครับ ทำไมไม่ไปตำหนิบ้างว่าที่คุณอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีล่ะ มาตรา ๕ ก็เหมือนกันอย่างนี้ ผมถึงบอกท่านประธานครับ วันนี้ ร่างแก้ไขเรื่องชื่อนี่ครับเป็นมงคลอย่างยิ่งอยู่แล้ว ท่านประธานวิป ผมผ่านท่านประธาน ไปนะครับไม่ค่อยมีเวลาคุยกัน เรื่องอย่างนี้ผมว่าท่านประธานเป็นนักการเมืองอาวุโส ที่มีสายตายาวไกล ในโอกาสสำคัญ ๆ ที่เราจะเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ได้ ไม่ว่าจะเรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ควรจะทำกันอย่างวันนี้ครับ ผมเองเห็นด้วยกับท่านประธานจริง ๆ ครับว่า เราผ่าน ๓ วาระเลยครับ ส่วนเรื่องดวงตราก็ไม่ใช่เรื่องปัญหา เพราะมันไม่ได้อยู่ในร่าง พ.ร.บ. อย่างอื่นก็เหมือนกันหมดทุกอย่างครับ ขอสนับสนุนความคิดเห็นของท่านประธานสักครั้ง ได้ไหมครับ อยากจะให้ทุกคนสนับสนุนท่านครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ ท่านชำนิมีอะไรไหมครับ เดี๋ยวคิวต่อไปเป็นคิวของท่านบุญยอด
ผมถูกพาดพิงครับท่านประธาน ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง
ประเด็น ก่อนนะครับ
เพราะว่าผมได้อภิปรายเรื่องนี้ ด้วยความตั้งใจแล้วก็ไม่มีเหตุผลในการที่จะไปใส่ร้ายป้ายสีใคร ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ตามมาตรา ๕ ที่ผมได้พูดถึงเรื่องการมีถ้อยคำที่ต้องมีการปรับปรุง แก้ไขในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เพราะว่านี่มันเป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกที่มี การเสนอแล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาเป็นคนไปจัดทำ ปกติแล้วพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นองค์กรที่รัฐส่วนกลางเป็นคนต้องไปดำเนินการ แต่กรณีนี้มันเป็นโครงสร้างขององค์กรที่ถูกสร้างขึ้นในระดับมหาวิทยาลัย สำหรับประเทศไทย กำหนดให้มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นระดับกรม เมื่อเป็นระดับกรมต้องเสนอเป็นพระราชบัญญัติ เมื่อเสนอเป็นพระราชบัญญัติต้องมีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ท่านประธานครับ เราไม่เคยพบเรื่องนี้มาก่อนเลยในประเทศไทย เพราะไม่มีองค์กรปกครองท้องถิ่นใดที่มีสิทธิ เสนอกฎหมายเข้ามาเพื่อที่จะจัดสร้างองค์กรในระดับกรมที่เป็นพระราชบัญญัติแล้วต้องใช้ ผู้รักษาการซึ่งเป็นรัฐส่วนกลาง ผมให้ความเห็นต่อท่านประธานนิดเดียวครับ เพราะผม ได้อภิปรายแบบนี้เรื่องนี้เมื่อครั้งที่ร่างพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการกับเขา ผมบอกว่าไปแก้เสีย ไปปรับปรุงเสีย เพราะนี่มันเป็นต้นแบบ และบังเอิญเขาก็ไม่แก้ให้ เอาหลักกฎหมายก็ผ่านไปก็ไม่ได้แก้ แต่วันนี้มันกลับมาสภา อีกทีหนึ่งด้วยเรื่องแบบเดียวกันนี้ ผมก็ลุกขึ้นเสนอท้วงติงกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้มีการแก้ไข ท่านประธานครับ ข้อเสนอของผมเป็นเหตุผล เป็นหลักการ และเป็นที่ถูกต้องตามแบบแผน เสนอสิ่งใหม่เพื่อที่จะให้เกิดการแก้ไขในเรื่องนี้ ผมถึงกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ผมพูดนอกเหนือประเด็น หรือว่าผมทำถูก ไม่ถูกอะไรแต่ประการใด
แต่ท่านได้ใช้สิทธิชี้แจงแล้วนะครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพื่อชี้แจงในการพาดพิงกระผมครับ
เพราะว่ามีผู้ประท้วง ผมว่าท่านชี้แจงแล้วก็น่าจะเพียงพอแล้วนะครับ ท่านจ่าประสิทธิ์ครับ ท่านประท้วงก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ไม่อยากประท้วงให้เสียบรรยากาศ แต่เนื่องจากว่า
คือถ้าไม่อยากให้เสียบรรยากาศก็นั่งลง
เดี๋ยวท่านประธานต้องฟังก่อน เหตุและผล ผมกำลังแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าด้วยความเคารพในผู้อภิปราย
คืออย่างนี้ ท่านใช้สิทธิประท้วง ท่านบอกเลยนะครับว่าประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
ผมกำลังจะอธิบายว่าประท้วงนี่ เนื่องจากลุกขึ้นมาอภิปรายใช้สิทธิพาดพิง ท่านไม่ได้อธิบายในสิทธิซึ่งท่านพาดพิงแล้ว เสียหายตรงไหน ท่านเล่นอภิปรายอย่างนี้มันผิดข้อบังคับนะครับ แล้วผมก็ต้องประท้วง ท่านประธานด้วย
ประท้วงผมข้อ ๘ ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
เชิญนั่งลง ผมจะได้วินิจฉัยครับ คือท่านอดีตรัฐมนตรีชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ท่านลุกขึ้นมาแล้วก็ขอใช้สิทธิ พาดพิง ท่านบอกประเด็นแล้วผมก็ให้ใช้สิทธินะครับ ผมควบคุมประเด็นอยู่นะครับ
(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอรรถวิชช์มีอะไรก่อนไหมครับ เดี๋ยวจะถึงคิวท่านบุญยอด ท่านจะใช้สิทธิอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตพาดพิงนะครับ เพราะเนื่องจากว่าผมเองเป็นกรรมาธิการในกฎหมาย มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการพาดพิงเล็ก ๆ แล้วผมจะอธิบายท่านประธาน เพียงเวลา ๑ นาทีเท่านั้นครับ เรื่องปัญหาที่ท่านชำนิได้ยกขึ้นมาเมื่อสักครู่สอดรับกับที่ผมได้ อภิปรายไปแล้วว่าทำไมสังเกตรัฐมนตรีรักษาการถึงมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในชั้นกรรมาธิการก็ได้พิจารณาแล้ว ผมถึงได้ย้ำ อย่างไรครับว่าทางเดินเส้นงบประมาณของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครมันมี ๒ เส้น มันมีทั้งงบประมาณที่มาจากรัฐบาลกลางและมีทั้งงบประมาณที่มาจากรัฐบาลท้องถิ่น เพราะฉะนั้นโดยโครงสร้างกฎหมายฉบับนี้นั้นเขียนยากมาก เลยจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีถึง ๒ ท่าน คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะงานนี้ เป็นการยึดโยงกันทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับนิดเดียว เพื่อความชัดเจนครับ ผมนี่ถูกท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร และท่านผู้ว่าราชการ อภิรักษ์เร่งรัดมากในกฎหมาย
ผมว่า มันไม่ใช่ประเด็นแล้วนะครับ
ไม่ใช่ครับ ผมจะพูด เรื่องโลโก้ (Logo) ครับ เรื่องโลโก้มหาวิทยาลัยสั้น ๆ ครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านอรรถวิชช์ครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วงผม คือเรื่องสัญลักษณ์มันไม่มีปรากฏ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับ แล้วท่านบุญยอดท่านก็ได้ทักท้วงไปแล้ว
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เดี๋ยวจะหาว่าดูไม่ละเอียดครับ คือเรื่องโลโก้ของมหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๖๕ ร่างพ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครระบุชัดเจนครับว่าสภามหาวิทยาลัย อาจกำหนดให้มีตราเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย หรือส่วนงานของ มหาวิทยาลัยก็ได้ โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมพยายามจะบอกท่านประธานว่าในฐานะกรรมาธิการในร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครดูละเอียดแล้ว และในส่วนของโลโก้ก็สามารถที่จะออกประกาศของ มหาวิทยาลัยและลงราชกิจจานุเบกษาแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็เรียนมาเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอใช้สิทธิ ในการที่จะอภิปรายนะครับ แล้วก็ทำความเข้าใจกับท่านประธานและที่ประชุมด้วย ในอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของการอภิปรายของผมนี่ผมเห็นด้วยนะครับ ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ผมจำได้ว่าในขณะที่เราพิจารณา เรื่องนี้กันอยู่ก็มีการทักท้วงนะครับ ผมยังเคยทักท้วงในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานเลยว่า ชื่อของคำว่า กรุงเทพมหานคร อาจจะเป็นชื่อที่สร้างความสับสนให้กับบุคคลทั่วไป ได้มีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งก็ใช้ชื่อว่ากรุงเทพ ทีนี้มาใช้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ก็ได้รับคำอธิบายครับว่าหลังจากที่ร่างพระราชบัญญัติผ่านแล้วก็คงจะมีการของพระราชทานชื่อ ของมหาวิทยาลัยต่อไป ซึ่งก็ต้องขอแสดงความยินดี เพราะว่าหลังจากที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ซึ่งก็เป็นผลงานของทาง ผู้บริหารกรุงเทพมหานครนับมาตั้งแต่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีแนวคิดในการตั้งมหาวิทยาลัย เพราะว่าในกรุงเทพมหานครนั้นมีการเปิดการศึกษา ในหลายระดับ แล้วก็มีสถาบันอุดมศึกษา ๒ แห่งก็คือคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร และวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ หลังจากนั้น ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นก็เห็นชอบร่างพระราชบัญญัตินี้แล้วก็ได้ส่งมาถึงสภา สภาก็ผ่านร่างพระราชบัญญัตินี้ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ บัดนี้ก็คงถึงเวลาที่เป็นสิริมงคลที่ทั้งนักศึกษาและข้าราชการ หรือว่าบุคลากร และรวมทั้งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยนี้จะได้รับพระราชทานชื่อให้เปลี่ยนเป็น มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผมขอแสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้เปลี่ยนชื่อนี้ แต่ว่าในเรื่องของกระบวนการในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผมขอท้วงท่านประธาน นิดหนึ่งนะครับว่า สิ่งที่เรากำลังพูดกันว่าจะต้องเป็น ๓ วาระรวดหรือไม่นั้นเป็นเพราะว่า ท่านประธานหยิบยกขึ้นมาพูดนะครับ แต่ถ้าเราดูข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ให้ละเอียด ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๑๑๗ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโดยคณะกรรมาธิการสภาจะให้ คณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นผู้พิจารณาได้ ซึ่งเรื่องนี้ผม กับท่านวิชาญ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านอีกครั้งหนึ่ง และทางวิปฝ่ายรัฐบาลเองก็เห็นพ้องกันครับว่า น่าจะให้เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ อาจจะเป็นคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมาดูแลเรื่องนี้ก็จะพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว วรรคต่อไปครับท่านประธาน การพิจารณา โดยกรรมาธิการเต็มสภาจะกระทำได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีร้องขอ ผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ร้องขอนะครับ ถ้าคณะรัฐมนตรีร้องขอต้องขอดูว่าคณะรัฐมนตรีประชุมกันเมื่อไร และร้องขอมาที่สภานี้เมื่อไร หรือเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ยี่สิบคนและที่ประชุมอนุมัติ แสดงว่าเรื่องนี้เรายังไม่ได้พูดกันเป็นดำริของท่านประธาน ซึ่งผมก็ไม่ได้ตำหนิหรือว่าไม่ได้ว่าอะไรท่าน ผมคิดว่าท่านอาจจะเห็นว่ามีการแก้ไขเพียงแค่ ไม่มากนักทุกคนก็เห็นพ้องอย่างที่ว่า เห็นคล้อยตามด้วยกัน แต่ถ้าจะทำการพิจารณา โดยการใช้กรรมาธิการเต็มสภาก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับการประชุม ซึ่งสุดท้าย ต้องขอที่ประชุมอนุมัตินะครับ ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงเพียงแต่ลุกขึ้นทักท้วงว่า ถ้าหากว่าเราจะพิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบไปที่คณะกรรมาธิการสามัญแล้วดู เรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่ได้ถูกระบุอยู่ใน ๕ มาตรานี้ แต่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใด ที่ ๕ มาตรานี้ไปกระทบถึงดูกันให้รอบคอบก็น่าจะดีกว่าว่ากรุงเทพมหานครคือผู้ที่บริหาร มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้มีการเตรียมการรองรับ หรือว่ามีการทำเรื่องต่าง ๆ ไว้รอบคอบ ขนาดไหน มีความละเอียดขนาดไหน ผมไม่ได้ขัดข้องถ้าหากว่าที่ประชุมหรือว่าท่านประธาน จะยืนยันในเรื่องนั้นแต่ว่าก็เห็นด้วยกับท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านจุรินทร์ที่บอกว่า ถ้าจะทำเรื่องนี้เป็น ๓ วาระ ซึ่งไม่ค่อยได้ทำกันบ่อยนักต้องไม่ถือว่าเรื่องนี้เป็นบรรทัดฐาน แล้วก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะไป ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านปวีณ แซ่จึง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๘ ผมเห็นด้วยในหลักการที่จะรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช หลักการ ก็คือเปลี่ยนชื่อตามที่ทางคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เหตุผล เนื่องจากได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช ให้เปลี่ยนชื่อจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งนับว่า เป็นมหามิ่งมงคลเป็นอย่างยิ่ง หลักการมีนิดเดียวนะครับ ก็คือเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ผมเห็นด้วยในหลักการและเหตุผล ส่วนที่กำลังโต้แย้งกันอยู่ก็คือถามว่า เรื่องนี้ใครควรจะรักษาการ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องเป็นคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรี ผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ แต่เบื้องต้นจะต้องเป็น กระทรวงมหาดไทยเพราะว่ากรุงเทพมหานครนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย และขณะเดียวกันการเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ไม่ใช่กรุงเทพมหานคร และเรื่องนี้ถ้าหากว่ากรุงเทพมหานครจะออกข้อบัญญัติก็เป็นเพียงข้อบัญญัติของ กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครนี่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสามารถที่จะรักษาการ ตามร่างข้อบัญญัติจังหวัดที่กรุงเทพมหานครออกเอง อันนั้นเป็นเรื่องท้องถิ่น ตัวนี้เป็นเรื่อง ของกฎหมาย ที่เมื่อออกเป็นพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครการแก้ไขเปลี่ยน ก็ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อ ส่วนสาระสำคัญในเรื่องของบรรดาข้อความต่าง ๆ ที่เขียนว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้นต้องเปลี่ยนไหม ก็จะต้องเปลี่ยนตามสาระสำคัญ ของมาตรา ๔ ส่วนจะบอกว่าตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ จะทำอย่างไรนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ได้เขียนระบุลงอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นการที่จะให้โอกาสของคณะกรรมาธิการได้ศึกษา พิจารณาในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความละเอียดอ่อนและถูกต้อง และจะต้องเป็นกระบวนการที่ชอบ เมื่อออกมาแล้วในขั้นแปรญัตติก็จะต้องเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ เราจะต้องรับฟังในส่วนผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรุงเทพมหานครเองก็ดี หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านนี้ก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี เมื่อผ่านกระบวนการของคณะกรรมาธิการแล้วไม่ว่าท่านจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือจะให้คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบก็ไม่ใช่เรื่องที่จะกระทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียนว่า ๑. ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะกล่าวถึงผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผู้ที่รักษาการชอบแล้วคือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีว่าการในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการในเรื่องนี้ จึงอาจจะมีกระทรวงศึกษาธิการด้วย ๒. ก็คือผมไม่เห็นด้วยในการที่จะใช้การพิจารณา ๓ วาระรวดเดียว เรื่องนิดเดียวเราทำให้เป็นเรื่องยาก เสร็จแล้วใช้เวลาในการประชุมมานี่ เราควรจะรับหลักการ เรารู้อยู่ว่าเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อพระราชทานเป็นมงคลด้วย แล้วก็ควรจะเปลี่ยน เปลี่ยนเสร็จแล้วกรุงเทพมหานครก็ดำเนินการจัดการในเรื่องของการศึกษามหาวิทยาลัยนี้ เช่นเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปที่ไหน แต่การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญนั้นจะต้องให้ครอบคลุมทั้งหมด ให้เบ็ดเสร็จ เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านสภาในวาระที่ ๓ แล้วก็ สามารถที่จะประกาศใช้และไม่จำเป็นที่จะต้องไปแก้ไขเพิ่มเติมในการนำเสนอต่อที่ประชุม ในขั้นแปรญัตติในโอกาสต่อไปครับ ผมเห็นด้วยในหลักการและเหตุผล ขอรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ
มีอีก ๕ ท่านนะครับ มีท่านวัชระ เพชรทอง ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านอำนวย คลังผา และท่านสุดท้าย ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผมจะได้ขอมติ ในวาระที่หนึ่งต่อไป เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเห็นด้วยตามที่คณะรัฐมนตรีได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... ท่านประธานครับ อย่างที่สมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้เริ่มต้นในสมัยรัฐบาล ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วเริ่มต้นจากการผลักดันของ ท่านอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ คือท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน แล้วสืบเนื่องมาถึงท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ท่านประธานครับ ในการพิจารณาร่างกฎหมายเดิมนั้น ในขณะนั้นผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ และเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ จึงเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร จากฝั่งธนบุรีได้ร่วมพิจารณากฎหมายดังกล่าว และเมื่อกฎหมายได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป มาเปลี่ยนชื่อโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรง พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัยอันเป็นมงคลแห่งนี้มานั้นนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ในภาวะปัจจุบันพระองค์ท่านนั้นทรงประชวรและอยู่ท่ามกลางกระแสการโจมตี ให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่มีประเทศไทย ท่านประธานครับ แน่นอนครับว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีประโยชน์ ทางด้านแพทย์และพยาบาล และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชน ในกรุงเทพมหานครและลูกหลานของพี่น้องในอนาคต ซึ่งทราบว่าอธิการบดีท่านปัจจุบันชื่อ ท่านพิจิตต รัตตกุล ซึ่งเป็นบุตรชายของท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านพิชัย รัตตกุล ท่านประธานครับ ในคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้นั้น ผมดีใจที่มีภาควิชา จิตเวชศาสตร์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากท่านจะส่งตัว ผู้ใดผู้หนึ่งไปให้คณะภาควิชาจิตเวชศาสตร์ได้ทำการศึกษา เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และมีอีก หลายภาควิชาครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ซึ่งผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อในปัจจุบัน ก็ขอสนับสนุนอย่างยิ่งและสนับสนุนความคิดของท่านประธาน แม้นว่าความคิดของท่านประธานนั้นเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะท้วงติงก็ตาม แต่ไม่ว่าสภา จะตัดสินใจไปในทางใดนี่คือประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ และนี่ก็ไม่อาจปฏิเสธ ได้ว่าเป็นผลงานหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเริ่มต้นจากท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน และท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผลงานที่จับต้องได้อย่างไร้รอยต่อ ท่านประธานครับ ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ว่าจะพิจารณาแบบใดก็ตาม ขอขอบคุณ
ท่านจิรายุครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านแล้วคงจะเป็นประเด็นที่ต้องหารือต่อ ท่านประธานนะครับ ที่ท่านประธานได้ดำริเมื่อสักครู่นี้บอกว่าในกรณี
คืออย่างนี้ครับ ประเด็นหารือนี่ยุติไปแล้ว เอาอภิปรายในเนื้อหาเราเลย
ผมอภิปรายครับท่านประธาน
เดี๋ยวจะ ขอมติในวาระที่หนึ่งตั้งกรรมาธิการเลยนะครับ จะได้จบประเด็นนี้ครับ
ประเด็นก็คือผมเห็นด้วยกับ ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย คือไม่จำเป็นต้องเรื่องโลโก้หรอกท่านประธานครับ เพียงแต่ว่า มันอาจจะมีรายละเอียดอะไรบางอย่างที่กรรมาธิการจะได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย แล้วก็สอดคล้องกับท่านปวีณ แซ่จึง ครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องนี้นะครับ ใครจะก่อตั้งมหาวิทยาลัยนี้ หรือว่าใครจะทำ ไม่ได้มาเอาหน้า กันในนี้ครับ แต่ว่าเป็นสิ่งดี เพราะท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพวันนี้มี ๒ แห่งนะครับ ถ้าเกิดลูกสาวหรือว่าลูกชายท่านประธานไปเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขาไม่รู้นะครับท่านประธานว่าเรียนที่ไหน เพราะมันมีมหาวิทยาลัยกรุงเทพของเอกชน ที่เรารู้จักกันดีแถวกล้วยน้ำไท ตอนนี้ไปอยู่แถว ๆ รังสิต ก่อนถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เวลาเขาถามว่าเรียนที่ไหน เราบอกว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทั้ง ๆ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ท่านประธานครับ ชื่อเต็ม ๆ ก็คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แต่เวลาตอบไม่มีใครบอกหรอกครับว่า ฉันเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ก็บอกเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะฉะนั้นต้นทางที่มีการริเริ่มผมไม่ได้พูดถึงท่านสมัคร สุนทรเวช ที่ท่านเป็นคุณูปการในการที่เริ่มเรื่องนี้ แต่ว่าประเด็นก็คือแค่เปลี่ยนชื่อเพื่อเป็น ทุกสิ่งทุกอย่างในเชิงบวก เพราะฉะนั้นประเด็นก็มีอยู่ว่าหลายเรื่องที่พี่ ๆ ทั้งหลายพูดกันว่า แก้แล้วจะมีปัญหาติดขัดหรือไม่ อย่างไร สรุปใจความแล้วเปลี่ยนวันนี้อย่างไรก็ดีครับ ไม่ว่าท่านสุขุมพันธุ์ บริพัตร จะขอพระราชทานเดิมท่านขอชื่อว่ามหาวิทยาลัยภูมิพล แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านทรงโปรดเกล้าฯ ชื่อปัจจุบันที่เรากำลังจะ พิจารณาในขณะนี้ออกมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะชื่ออะไรผมว่าในชั้นกรรมาธิการควรจะตั้ง แล้วก็ให้คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นไปพิจารณาต่อ ซึ่งแน่นอนก็จะรับฟัง ความคิดเห็นของซีกฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลก็จะได้เข้าไปพูดคุยกัน ผมเห็นด้วยในหลักการครับ ท่านประธาน และขออนุญาตเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการโดยเฉพาะใช้คณะกรรมาธิการ สามัญครับ ขอบพระคุณครับ
อาจารย์กนกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตที่จะอภิปรายในการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อเปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ด้วยเหตุผล ๓-๔ ประการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมคงไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าวอีกว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานนามของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แห่งนี้ให้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับอนาคตของ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะขออนุญาตอภิปรายว่าการเปลี่ยนชื่อนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันที่จะทำให้ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ผมว่าตรงนั้นเป็นประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีเพื่อจะได้นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้
ในประเด็นแรก มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชที่เรากำลังจะได้ชื่อใหม่นี้ เป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น และที่สำคัญก็คือเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งแรกของประเทศไทย การที่ท้องถิ่นของประเทศไทยคือกรุงเทพมหานครมีขีดความสามารถจัดตั้งมหาวิทยาลัย ของตัวเองได้นั้นสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถและความเข้มแข็งของกรุงเทพมหานครของเรา แล้วก็ความจำเป็นของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสำคัญ หลายเรื่องที่มหาวิทยาลัยทั่วไปไม่สามารถให้คำตอบในทางวิชาการได้เป็นการเฉพาะ เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการจราจร ในเรื่องเกี่ยวกับมลภาวะ ของเมือง ในเรื่องเกี่ยวกับความยากจนที่อยู่ในเมือง เป็นต้น ด้วยเหตุผลอันนี้เองจึงทำให้ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน แล้วก็ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ร่วมกันแล้วก็จัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นเพื่อหวังว่า จะเป็นแหล่งทางวิชาการที่จะให้คำตอบกับปัญหาเมือง ซึ่งจะเป็นหลักให้กับประเทศชาติ ของเราต่อไป ผมคิดว่าตรงนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมาโฆษณาว่าพรรคนั้นทำหรือพรรคนี้ทำ พรรคใดทำก็ตามถ้าทำอย่างนี้แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้คือความสำเร็จของกรุงเทพมหานครที่เราปฏิเสธไม่ได้ และตรงนี้เองครับท่านประธานถ้าเราพิจารณาเปรียบเทียบกับมหานครที่ใหญ่ ๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็นมหานครลอนดอน มหานครนิวยอร์ก มหานครซิดนีย์ มหานครแฟรงเฟิร์ต ก็ตาม ก็ล้วนแต่มหาวิทยาลัยของตนเองในลักษณะนี้ทั้งสิ้น การทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการยกระดับ ของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นท้องถิ่นเข้ามาสู่มาตรฐานสากลหรือระดับโลก ตรงนี้ผมคิดว่า เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งของคนกรุงเทพมหานครที่ผมก็เป็นส่วนหนึ่ง ในกรุงเทพมหานครด้วย อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีเพื่อได้เห็นถึงความสำคัญและเข้าใจถึงนัยแห่งการตั้งวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ใช่ กรุงเทพมหานครไม่มีอะไรทำก็เลยนึกสนุกขึ้นมาแล้วตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เมื่อนัยแห่งการมีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเป็นเช่นกล่าวนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือการทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เติบโต เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายแล้วว่า ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมจะไม่ขออภิปรายว่าถูกหรือผิดอย่างไร แต่เรามีรัฐมนตรี ๒ ท่าน ผมขออนุญาตตั้งคำถามกับท่านประธานว่าในการจัดทำงบประมาณจะต้องให้รัฐมนตรี ๒ ท่านเป็นผู้ลงนามเห็นชอบใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ท่านประธานก็คงจะนึกภาพออกว่ามันยากมาก ในการที่จะทำให้เห็นความเข้าใจตรงกัน และถ้าเป็นเช่นนี้ผลที่เกิดขึ้นก็คืองบประมาณของ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้ก็จะกลายเป็นงบประมาณที่จะต้องมาเจียดออกจากงบปกติ ของกรุงเทพมหานครซึ่งก็มีอยู่ไม่มากนัก ผมอยากเสนอให้ท่านประธานได้นำเรียน กับท่านรัฐมนตรีไปยังรัฐบาลว่าน่าจะได้มีการจัดสรรงบประมาณเป็นการเฉพาะให้กับ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชแห่งนี้ประกอบเข้าไปกับงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เอางบประมาณของกรุงเทพมหานครไปเจียดให้กับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่างบประมาณในการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ลักษณะนี้จากประสบการณ์ของผมในฐานะเป็นอาจารย์แล้วก็เป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษามาก่อน ผมคิดว่าอย่างน้อย ๆ ควรจะต้องมีแผน ๕ ปีที่จะให้งบประมาณประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท กับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชแห่งนี้ที่จะพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการได้ ก็ขออนุญาต ฝากท่านประธานในเรื่องของงบประมาณไปด้วย
นอกจากงบประมาณแล้วเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของคณาจารย์ สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือเราจะดึงคนเก่งเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้ ได้อย่างไร ถ้าเราทำให้เรื่องของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเป็นการต่อสู้ทางการเมืองแล้ว ผมคิดว่าคนเก่งที่จะเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คงจะทำได้ยาก เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยของคนกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยของ ประเทศไทยที่มีคุณภาพ และช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อที่จะให้คนเก่ง ๆ ที่จบมาหรือที่เป็นอาจารย์อยู่แล้วอยากมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราชแห่งนี้ ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชถ้าได้อาจารย์ที่ไม่เก่งจะเป็น มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพไม่ได้ ด้วยเหตุผลอันนี้เองครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาต ที่จะเรียนกับท่านประธานไปยังรัฐมนตรีโดยตรงว่าพรรคไหนก็ตามที่จะมาเป็นผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่นี้จะได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลหรือไม่ ผมหวังว่าคำตอบของรัฐบาลคงจะชัดเจนว่ารัฐบาลจะต้อง สนับสนุนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะได้มานี้ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนก็ตาม และจะไม่มี คำว่าถ้ามาจากพรรคนี้จะได้น้อย มาจากพรรคนี้จะได้มาก ต้องไม่เป็นอย่างนั้น เพราะถ้า เป็นอย่างนั้นก็คือการทำลายเจตนารมณ์และปณิธานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช นามพระราชทานที่ได้รับมานี้ก็จะเสื่อมเสียพระเกียรติของพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะขออนุญาตฝากกับท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขอให้อย่านำการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ประการที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีครับ เรื่องที่สำคัญมากของการเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีคุณภาพก็คือคำว่า อิสรภาพทางวิชาการ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ท้องถิ่นของประเทศไทย เป็นผู้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาที่กรุงเทพมหานครอาจจะยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง ต่อความสำคัญหรือคุณค่าของคำว่า อิสรภาพทางวิชาการ ซึ่งชาวมหาวิทยาลัยทุกคนถือว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตของเขา งบประมาณไม่ได้คนไม่มีเราอดทนได้ แต่การไม่มี อิสรภาพทางวิชาการเราทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นที่จะต้องให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ
อาจารย์กนกครับมีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน วันนี้ขณะนี้เราอภิปรายเรื่องตั้งชื่อมหาวิทยาลัย เปลี่ยนชื่อครับ ไม่เกี่ยวกับ กทม. เลยท่านครับ มาตีกินหาเสียงกันอย่างนี้ไม่ได้ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับ กทม. เลย
คืออย่างนี้ครับ เอาประเด็นว่าถ้าผิดข้อ ๖๑ ผิดอย่างไรครับ อย่าไปถึงขั้นที่จะไปพูด
นอกประเด็นครับท่านประธานครับ พูดนอกประเด็นครับ
ครับ ผมจะได้วินิจฉัย เชิญนั่งครับ คือท่านผู้อภิปรายท่านกำลังพูดถึงเรื่องการจัดตั้งมหาวิทยาลัย โดยเปลี่ยนชื่อ แล้วท่านก็ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อเป็นชื่อมหาวิทยาลัยนี้จะต้องมีอิสรภาพ หรือมี เสรีภาพในทางวิชาการ อันนี้เป็นข้อแนะนำ ซึ่งเมื่อกฎหมายนี้ออกไปทางฝ่ายผู้บริหาร จะต้องรับข้อสังเกตนี้ไปประกอบ อันนี้ท่านกำลังอยู่ในประเด็นอยู่ เชิญอภิปรายต่อครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่า อิสรภาพทางวิชาการเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างยิ่ง ถ้าเราจะมีมหาวิทยาลัยของท้องถิ่นเราไม่ต้องการมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่มาเอาใจ ผู้บริหารของท้องถิ่นหรือมาเอาใจรัฐบาล แต่เราต้องการมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่จะทำประโยชน์ ให้กับประเทศชาติ ให้กับท้องถิ่น ให้กับรัฐบาล ตรงนั้นต่างหากที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ในความหมายดังกล่าว ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดตรงนี้ ผมอยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าเราจะเทิดพระเกียรติของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานนามของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เราจะเทิดพระเกียรติของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ด้วยการทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็น มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยของเรา และที่สำคัญ ก็คือว่าจะต้องทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นเสาหลักให้กับการปกครองส่วนท้องถิ่นของ ประเทศไทยของเรา และผมเชื่อว่าถ้าทำอย่างนี้ในอนาคตท้องถิ่นอื่น ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยก็จะได้มีโอกาสมีมหาวิทยาลัยของตนเองเกิดขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้า เราล้มเหลวในเรื่องดังกล่าว ในข้อสังเกต ๓ ประการที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ผมเรียนต่อ ท่านประธานเลยครับว่า มหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งใหม่ในประเทศไทยจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ขอความกรุณาท่านประธานกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ผมตั้งข้อสังเกตเหล่านี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และอยากเห็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งแรก ของประเทศไทยที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ของประเทศ และเป็นเสาหลักของประเทศของเราต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอำนวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล จากการที่ท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้เสนอแนวคิดหลายอย่าง สำหรับผมในฐานะวิปรัฐบาล ก็ขอใช้ข้อ ๑๑๗ ครับท่านประธาน ก็อยากจะให้ท่านประธานได้ดำเนินการตามข้อ ๑๑๗ ครับ ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณานะครับ
เดี๋ยวขอความกรุณาอีกสัก ๒ ท่าน คือมีผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายมีเหลืออยู่ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน แล้วก็มีอีก ๒ ท่านเสนอใหม่ คือท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ และคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ คิดว่าน่าจะจบเท่านี้นะครับ ผมจะได้ขอมติในวาระที่หนึ่ง ถ้าหากมติออกมาว่า ถ้ารับ จะตั้งคณะกรรมาธิการแบบไหน อย่างไร ก็อยู่ที่ที่ประชุมนะครับ ขอให้ผู้อภิปราย ได้โอกาสในการนำเสนอความเห็นก่อน เชิญท่านอภิรักษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ในฐานะ ที่เป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งแรกของประเทศไทย ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีถึงรัฐบาลเป็นข้อสังเกตสำหรับท่านนายกรัฐมนตรีที่มีความสำคัญ ในการที่จะผลักดันให้มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในฐานะที่จะเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องของการบริหารจัดการเมืองในลักษณะที่เป็นมหานคร ขนาดใหญ่ ปัจจุบันกรุงเทพมหานครนอกเหนือจากเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยแล้ว ต้องถือว่าเป็นมหานครในภูมิภาค มีพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศมาอาศัยอยู่มากกว่า ๑๐ ล้านคน เป็นมหานครที่มีการพัฒนาทัดเทียมกับมหานครทั่วโลก ประเด็นที่มีการผลักดัน ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่ง ครม. ในสมัยนั้นได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ และต่อมาในสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๒ รวมถึงสภาแห่งนี้ ได้มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญที่ผมอยากฝากไว้ก็คือในเรื่อง คุณภาพมาตรฐานของหลักสูตร ซึ่งนอกเหนือจากการผลักดันให้วิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ซึ่งได้ก่อตั้งจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาลซึ่งมีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ ซึ่งก็มีการก่อตั้งอายุกว่า ๑๐๐ ปี แต่ประเด็นที่มีความสำคัญก็คือว่าในมหานครทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นมหานครนิวยอร์ก มหานครลอนดอน กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มหานครกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่เราเห็นว่ามหานครเหล่านั้นได้มีการพัฒนาในเชิงของการบริหารจัดการเมือง หรือมหานครก็ดี ในเรื่องของการพัฒนาเมืองให้มีความเจริญทัดเทียมไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชน การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น เพราะว่าเมืองเหล่านั้นได้รับการส่งเสริมในเรื่อง ของการปกครองตนเอง ได้รับการส่งเสริมในเรื่องของการกระจายอำนาจ มีความพร้อม ในเรื่องของการบริหารจัดการเมืองหรือมหานครอย่างเต็มรูปแบบ และที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ มีมหาวิทยาลัยท้องถิ่นของตัวเองที่เป็นแหล่งผลิตนักวิชาการผลิตงานวิจัย หรือแม้แต่แนวทาง ที่เป็นเชิงนโยบายสาธารณะที่มีความสำคัญในการที่จะผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในมหานครเหล่านั้นสามารถที่จะนำไปผลักดันเพื่อจะพัฒนาเมืองหรือพัฒนามหานครเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญว่าการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร และจะเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อพระราชทานมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในครั้งนี้ ก็จะสอดคล้อง กับเจตนารมณ์ในเรื่องการผลักดันในเรื่องของการกระจายอำนาจและการส่งเสริมให้ท้องถิ่น คือกรุงเทพมหานครสามารถที่จะมีความพร้อมในการบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ นอกเหนือจาก วิทยาลัยแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลและวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์แล้ว มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครในวันนี้ยังได้เปิดหลักสูตรปริญญาโทคณะวิศวกรรมศาสตร์และโครงสร้าง พื้นฐานเมือง ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยสาขาที่มีความสำคัญซึ่งวันนี้เราก็จะเห็น ไม่ว่าจะเป็น ในแนวนโยบายการบริหารกรุงเทพมหานครของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของสาขาการบริหารจัดการน้ำ สาขาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สาขาการบริหาร จัดการในเรื่องของจราจรระบบขนส่งมวลชน การแก้ไขปัญหามลพิษ การบริหารจัดการเมือง ภัยพิบัติในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครวันนี้ก็อาศัย อยู่ในอาคารตึกสูงคอนโดมิเนียม (Condominium) ปัญหาในเรื่องภัยพิบัติที่เกิดผลกระทบ จากเรื่องแผ่นดินไหวซึ่งเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากปัญหาภาวะโลกร้อน ประเด็นเหล่านี้ที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนฝากท่านรัฐมนตรีไปก็คือความพร้อมในการให้การสนับสนุนทั้งในเรื่อง ของงบประมาณ ทั้งในเรื่องของการที่จะส่งเสริมให้ท้องถิ่นสามารถที่จะบริหารจัดการตนเองได้ เพราะฉะนั้นในโอกาสเป็นมงคลที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครจะได้เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยวันนี้ได้เดินไปสู่จุดที่จะมีความพร้อม ในการที่จะพัฒนานโยบายสาธารณะ พัฒนาบุคลากรที่เป็นราชการ ลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้มีอยู่กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน บริหารจัดการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในเขตปริมณฑลกว่า ๑๐-๑๒ ล้านคน ให้สามารถที่จะเตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นมหานครในอาเซียน (ASEAN) ในปี ๒๕๕๘ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะที่มีส่วนร่วมในการที่จะผลักดันร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่ามีความเห็นที่ฝากไปถึงรัฐบาล แล้วก็ขอแสดงความเห็นชอบในการเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานและเป็นพระมหากรุณาธิคุณกับบุคลากร ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครอย่างล้นพ้นต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณหมอเชิดชัยครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตให้ข้อเสนอและสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... ผมจะขออภิปรายอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ดูความเป็นจริงของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ท่านประธาน มหาวิทยาลัยนี่เป็นสิ่งสำคัญครับ แล้วที่จะมาเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นนี่เห็นด้วย แต่ในแง่ความเป็นจริงมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ นี่มันมากมายเหลือเกินนะครับ มากมาย แล้วแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเป็นแพทย์นะครับ กทม. เรื่องด้านสาธารณสุขคุยกันได้หมดนะครับต่างจังหวัด แต่พอมาถึง กทม. ทำอะไรก็ไม่ได้ครับ มันหน่วยงานเจ้าพ่อเยอะมากครับ เพราะฉะนั้นการที่จะให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร หรือเปลี่ยนชื่อเป็นนวมินทราธิราช เป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบท่านต้องวางแผนให้ดีนะครับ ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีแล้วฝากไปยัง กทม. วางแผนให้ดีว่าท่านจะเป็นมหาวิทยาลัย ในอุดมคติต่าง ๆ ท่านมีอะไร แล้วตอนนี้ท่านมีดีอะไร ผมเห็นมหาวิทยาลัยนี้มีดีอยู่อันเดียว คือวชิระกับพยาบาล เริ่มต้นท่านประธานครับ ที่มาก็คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเคยมาร่วมกับ โรงพยาบาลวชิระเปิดเป็นคณะแพทยศาสตร์ ตอนนั้นเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ต่อมาทาง กทม. ก็แยกมาเป็นมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครก็มีปัญหา มหาวิทยาลัยวชิระ ก็ต้องกลับไปอยู่ที่จังหวัดนครนายก ท่านประธานครับ วชิระนี่มีชื่อเสียงมานานครับ ด้านการแพทย์ พยาบาลก็มีชื่อเสียง เพราะฉะนั้นก็มีดีอยู่อันเดียวนี่ละครับ ชื่อใหม่จะทำได้ ต้องมีของดีมาโชว์อื่นครับ แล้วท่านประธานทราบไหมครับแม้กระทั่งหลักสูตรแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยนี้ผลิตอยู่นี่ปริญญาตรียังต้องไปพึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล คือเราฝันอย่างไรก็ตามนะครับ เพ้อฝันอย่างไรก็ตามเป็นวาทกรรม ผมอยากดูบนความเป็นจริงว่าถ้าท่านจะทำได้นี่ต้องวางแผน ให้ดีว่าท่านจะขยายอย่างไร แล้วสุดท้ายนี่ครับท่านต้องยืนบนขาตัวเอง ในปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเห็นด้วย ถ้า กทม. ไปอุ้มมหาวิทยาลัยมหิดล อุ้มจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อุ้มมหาวิทยาลัยศิลปากร อุ้มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้าเป็นไปได้อันนั้นคือเป็นดีที่สุดแล้วครับ เหมือนที่อื่นแม้กระทั่ง ที่ประเทศอังกฤษเขายังมีการควบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วย ๆ กันเพื่อจะได้ประหยัด งบประมาณ แล้วหลักสูตรต่าง ๆ ที่จะทำผมดูแล้วมันต้องพึ่งคนอื่นก่อน แม้กระทั่งท่านสมาชิก ที่พูดมาว่าหลักสูตรอะไรต่าง ๆ มหาวิทยาลัยอื่นเขามีหมดแล้วครับ ท่านต้องมีของดี นี่ผมเป็น อาจารย์มาตลอดชีวิตเหมือนกันครับ ทั้งเป็นนักปฏิบัติ ทั้งเป็นนักวางหลักสูตร ทั้งเป็นผู้บริหาร เราต้องทำบนความเป็นจริงแล้วก็ค่อย ๆ ทำไป เพราะฉะนั้นอยากเสนอท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีฝากไปยัง กทม. ให้วางแผนมาสเตอร์ แพลน (Master plan) ระยะยาวว่า ท่านจะทำอะไร อย่างไร รวมทั้งงบประมาณที่จะพึ่งบนขาตัวเองได้นะครับ ถ้ายังไม่ได้ขณะนี้ ก็ร่วมมือกับที่อื่นไปก่อนนะครับ
อันที่ ๒ การเทิดพระเกียรตินะครับ ผมเห็นด้วยชื่อนี้เพราะว่าถ้าเป็นชื่อภูมิพล ก็ไปซ้ำกับโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพราะฉะนั้นการที่ชื่อมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ท่านประธานครับ มีหลาย ๆ หน่วยงานที่ขอพระราชทานนามไปแล้ว แล้วจะทำเป็นข้อเฉพาะพิเศษต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็ไปถูกทำลายก็มี ผมอยากให้เรานี่ ถ้าจะเทิดพระเกียรติจริง ๆ ต้องด้วยวาจา ใจ และการกระทำ ไม่ใช่ว่าไปอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ผมยกตัวอย่างก็ได้ที่จังหวัดขอนแก่น ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นระดับคณะแค่นั้นเอง แต่ตอนนี้ถูกยุบเป็นหน่วยงานภาควิชาหนึ่งแค่นั้นเอง ปรากฏว่า มีอาจารย์ ข้าราชการ พยาบาล ลาออกเป็นแถวเลยเพราะว่ามีการวางแผน ระบบงาน ที่แปลกไปจากเดิมซึ่งคนอื่นคาดคิดไม่ถึง ยืนบนขาตัวเองก็ได้แต่พอไปพลิกเปลี่ยนแปลง ตอนนี้กลายเป็นมีปัญหา ผมไม่อยากเห็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเหมือนตอนนี้ เทิดพระเกียรติท่านเป็นสิริมงคลที่ท่านพระราชทานนามให้ แต่การกระทำอยากจะให้ต่อเนื่อง แล้วอยากให้มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยของกรุงเทพฯ ที่มีจุดขายก็คือด้านแพทย์ ด้านพยาบาลจริง ๆ ให้เข้มแข็งก่อน เรายืนบนขาตัวเองได้ แล้วก็ถ้ามีระบบบริหารแบบใหม่ ทำให้เขาพัฒนาหรือมีความคล่องตัวโดยยังมีอิสระทางวิชาการอยู่จะเป็นสิ่งที่สำคัญ ผมเห็นด้วย ที่จะเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ขอบคุณครับท่านประธาน
พันเอก วินัย สมพงษ์ ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขอให้การสนับสนุนการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นมหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ได้อภิปรายไปแล้วนั้นล้วนแต่ให้การสนับสนุน ผมในฐานะที่เป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งสมัย พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้งคนแรก ผมอยู่ในทีมคณะผู้บริหารชุดนั้นตั้งแต่ปลายปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๒๙ ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ ปี ๒๕๓๓ ปี ๒๕๓๔ ท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับผมได้เคียงบ่าเคียงไหล่บริหาร กทม. ร่วมกันมาเป็นเวลา ๖ ปี ๑ เดือน กับ ๑๕ วัน แล้วจึงได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร กทม. มาลงสมัครเป็น ส.ส. นักการเมืองระดับชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการได้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัย ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ทุกวันนี้ แต่เนื่องจากช่วงระยะเวลากว่า ๒๐ ปีอย่างที่ผมได้กล่าวอ้าง ในอดีตโน้นน้อยคนนักที่จะรู้ความเป็นไปความเป็นมา ท่านประธานครับ ผมอยากจะ ขออนุญาตเล่าเท้าความสักนิดหนึ่ง ในปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๒๙ ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ ปี ๒๕๓๓ ปี ๒๕๓๔ ๖ ปีเศษ ๆ กรุงเทพมหานครในยุค พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับผม ซึ่งเป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ในยุคนั้น นอกจากเผชิญปัญหาฝนตก น้ำท่วม ส้วมตัน ขยะตกค้าง ปัญหารถติด สารพัดอย่าง เหมือนอย่างผู้ว่าราชการ กทม. คนปัจจุบัน คนในอนาคตเผชิญอยู่ เหมือนกันครับปัญหาคลาสสิก (Classic) ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ปัญหาประการหนึ่งที่ในยุคของ พลตรี จำลองกับกระผมได้เผชิญแล้วก็ลำบากเหลือเกินก็คือปัญหาด้านการแพทย์ สมัยโน้น ที่กระผมอยู่เรามีโรงพยาบาลของ กทม. อยู่ ๔ แห่ง วชิรพยาบาล ซึ่งตอนนั้นเขาเรียกว่า โรงฆ่าสัตว์ โรงฆ่าสัตว์เป็นความเจ็บปวดของผู้บริหารในช่วงที่ผมดูแลรับผิดชอบอยู่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน แล้วก็โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ นั่นคือเป็น โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ของกรุงเทพมหานคร แล้วเราก็มีศูนย์อนามัยอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าศูนย์ กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ศูนย์อนามัยที่กระจายอยู่ทั่ว กทม. เรามีแพทย์ให้บริการ อยู่เป็นเพียงบางเวลา แพทย์ พยาบาลมีอยู่เป็นบางเวลา เราขาดแคลนแพทย์อย่างมากมาย วชิรพยาบาล โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนี่ได้ขนานนามว่า เป็นโรงฆ่าสัตว์ เพราะเราขาดแพทย์ ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ สมัยโน้นพวกผมก็ส่งนักศึกษาแพทย์ ไปฝากเรียนที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช แพทย์ที่จบมาก็น้อยปีหนึ่งก็ให้ กทม. ไม่กี่ตำแหน่ง เราขาดแคลนมากเหลือเกิน เพราะฉะนั้น พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับกระผมรวมทั้งสำนักแพทย์ในสมัยนั้นก็ได้ร่วมปรึกษาหารือกันว่าอย่ากระไรเลยครับ เรามาสร้างโรงพยาบาลแพทย์ให้เป็นของ กทม. จริง ๆ เถอะ สร้างวิทยาลัยแพทย์ขึ้นมา สร้างวิทยาลัยพยาบาลขึ้นมาแล้วให้สังกัดสำนักงานแพทย์ของ กทม. เมื่อคิดอย่างนี้ผมกราบเรียนว่า ตอนแรก ๆ ก็มีคนต่อต้านคัดค้านอึงคะนึงครับ จนเกือบจะท้อแท้หมดกำลังใจ แต่ ๖ ปีเศษ ๆ กระผมได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับการสร้างวิทยาลัยแพทย์และพยาบาล จะเห็นว่าผมได้ทุ่มเท งบประมาณ กทม. มากมายมหาศาลตอนนั้นเพื่อซื้อเครื่องมือให้กับคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เปลี่ยนภาพพจน์จากโรงฆ่าสัตว์จนกระทั่ง เป็นโรงพยาบาลชั้นดี เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย และเราได้กัดฟันสร้างนักศึกษาแพทย์ สร้างวิทยาลัยแพทย์ขึ้นมา แรก ๆ ก็ส่งไปฝากเรียนไว้ที่โน่น ที่นี่ ที่นั่น ต่อมาก็เริ่มมีการฝึกสอน ด้วยตนเอง มีคนประท้วงครับ
ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ มีผู้ประท้วง เชิญคุณหมอเหมือนกันครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอประทานโทษ พี่วินัยนะครับ ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าพี่วินัยนี่ใช้คำพูด ที่ผมคิดว่ามันจะสะเทือนใจโรงพยาบาลทั่วประเทศ กระทั่งคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเองเขาก็จะสะเทือนใจครับ แล้วแพทย์ทั่วประเทศ หรือพยาบาล หรือผู้ทำงานในโรงพยาบาลทั่วประเทศนี่จะสะเทือนใจ ผมกราบเรียนท่านประธาน ช่วยกรุณาผ่านไปยังพี่วินัยช่วยลบคำว่า โรงฆ่าสัตว์ ออกได้ไหมครับ
เชิญครับ ท่าน พันเอก วินัยครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่รังเกียจที่จะ ลบคำพูดนั้นตามคำขอร้องของคุณหมอเหวงนะครับ แต่ผมเล่าอดีตในยุคนั้นให้คนรุ่นหลัง ได้ฟัง ในสมัยโน้นถ้าเผื่อใครไปผ่าตัด
ท่านครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วง ท่านลำดับเหตุการณ์เรื่องเก่ามาพอสมควรแล้ว เอาเข้าประเด็นก็พอนะครับ
ท่านประธานครับ ผมจะขอก้าวไป เรื่องใหม่นะครับ เมื่อเราได้สร้างวิทยาลัยแพทย์โดยการสนับสนุนของทุก ๆ รัฐบาลครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลของใครต่อใครในอดีตที่ผ่านมาร่วม ๆ ๒๐ ปีก็ได้ให้การสนับสนุน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ในการสร้างวิทยาลัยแพทย์ และวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์มาโดยตลอด กระผมใคร่ขอกราบขอบพระคุณ วันนี้กระผม ขอกราบเรียนนะครับว่าคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นโรงพยาบาลชั้นดี เมื่อใครไปโรงพยาบาลวชิรพยาบาลวันนี้จะนึกถึงคำพูดในอดีตที่ผม ไม่อยากจะพูดถึงมันครับ เป็นความเจ็บปวด เพราะว่าเมื่อก่อนคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้นแพทย์ไม่พอและเครื่องมือไม่ดี จึงมีภาพพจน์ที่ไม่ดี ที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่วันนี้เป็นภาพพจน์ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอให้การสนับสนุนการเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลนะครับ และถ้าแม้ว่าจะใช้การประชุม ๓ วาระเต็มสภาได้ก็จะเป็นการดีที่สุด ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
การอภิปราย พอสมควรนะครับ ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันก็ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะที่ท่านทั้งหลายได้เห็นความเป็น สิริมงคลจากนามพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้กับทาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครให้เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช อันเป็นที่มาของการที่ ดิฉันได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีมาเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ดิฉันก็อยากจะทบทวนสักนิดหนึ่งนะคะ เพราะจะมี การพูดถึงว่าในเรื่องของทำไมจะต้องมีถึง ๒ กระทรวงที่รักษาการตามพระราชบัญญัติ นั่นก็เป็นเพราะว่าภารกิจมีอยู่ ๒ ส่วน ดังที่สมาชิกบางท่านได้อธิบายแล้วก็คือเรื่องวิชาการ ทางกระทรวงศึกษาธิการกำกับดูแลแล้วก็คอยสนับสนุน ส่วนทางเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นเรื่องของเงินงบประมาณที่มาจากท้องถิ่นและรัฐบาลช่วยกันสนับสนุน ในส่วนเรื่อง รายละเอียดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เราก็มีพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยที่เรากำลัง จะเปลี่ยนชื่อ ซึ่งต่อไปก็จะเป็นชื่อร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งท่าน ทั้งหลายที่เป็นกรรมาธิการ เป็นสมาชิกสภาที่ผ่านมา ดิฉันเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็อยู่ในสมัยนี้ได้ ร่วมกันพิจารณามาครบถ้วนทั้งกระบวนการแล้ว ทีนี้จะทบทวนไปในส่วนของการที่จะนำมาสู่ การเปลี่ยนชื่อก็มีกระบวนการโดยย่ออยู่ในเรื่องเดิมความเป็นมาว่า เมื่อกรุงเทพมหานคร ได้เสนอขอจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น ก็ได้มีการขอถึงสำนักราชเลขาธิการให้นำความกราบบังคมทูล ขอพระราชทานชื่อ ในขณะนั้นทางสำนักราชเลขาธิการก็ได้แจ้งว่าสมควรที่จะให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรมีการรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติเสียก่อน ต่อมาเมื่อมีการรับร่างหลักการเสร็จ กระทรวงศึกษาธิการก็จึงมีหนังสืออีกครั้งหนึ่งถึงสำนักราชเลขาธิการให้นำความกราบบังคมทูล ขอพระราชทานชื่อ และกระบวนการทางการทำกฎหมายก็ดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีข้อสังเกตไว้ ในพระราชบัญญัตินั้นว่า เมื่อได้รับพระราชทานชื่อแล้วก็ให้เสนอร่างพระราชบัญญัติ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่มาของการที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในวันนี้ ก็อยากจะขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่จะพิจารณากันอย่างรอบคอบต่อไป แล้วก็ เรื่องข้อสังเกตทั้งหลายที่ท่านได้ฝากท่านประธานผ่านมาก็ขอน้อมรับเอาไว้นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมก่อนเพื่อที่จะลงมติว่าจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ในวาระที่หนึ่ง ก่อนที่จะลงมติจะขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ตึก ๓ และตึก ๒ เข้าห้องประชุมก่อนนะครับ
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อจะขอมตินะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วย ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๐๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่นะครับ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วยนะครับ ผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ ท่านผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมี ท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิครับ เรียบร้อยหรือยังครับ ส่งผลด้วย ผู้เข้าประชุม ๓๕๗ ท่าน เห็นด้วย ทั้งหมด ๓๕๗ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ต่อไปต้องตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอส่งเรื่องร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลง ชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... ไปให้ คณะกรรมาธิการสามัญการปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ที่ประชุม ไม่มีใครขัดข้องนะครับ ก็เป็นว่าใช้คณะกรรมาธิการสามัญการปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณา แปรญัตติกี่วันครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอแปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ
ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีเสนอ ร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ซึ่งมีหลักการและเหตุผลในการที่เห็นสมควรปรับปรุงอำนาจหน้าที่ ของราชบัณฑิตยสถานและการบริหารงานวิชาการของราชบัณฑิตยสถานให้แพร่หลาย แก่วงวิชาการของประเทศและประชาชนทั่วไปให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงสมควรกำหนดรายได้ ที่ราชบัณฑิตยสถานได้รับจากการให้บริการทั้งทางด้านวิชาการและการจัดการศึกษาอบรม สามารถนำไปใช้จ่ายในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานโดยไม่ต้อง นำส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหารงานวิชาการมากยิ่งขึ้น สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ก็จะ ประกอบไปด้วย ๔ ข้อใหญ่ ๆ ด้วยกัน
ประการที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานให้สามารถ จัดการศึกษา อบรม และพัฒนาทางวิชาการ และมีอำนาจในการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์อื่น แก่สมาชิกราชบัณฑิตยสถาน
ประการที่ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของนายกราชบัณฑิตยสถานโดยให้ เป็นผู้แทนของราชบัณฑิตยสถานในการดำเนินงานทางวิชาการ
ประการที่ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสภาราชบัณฑิต โดยให้มีอำนาจ ในการออกข้อบังคับเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของราชบัณฑิตยสถาน และให้นำไปใช้จ่ายในการดำเนินงานได้
ประการสุดท้าย เป็นการปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการราชบัณฑิตยสถาน และกำหนดให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคำสั่งของสภาราชบัณฑิต นายกราชบัณฑิตยสถาน และคณะกรรมการ ส่งเสริมกิจการราชบัณฑิตยสถาน นี่ก็คือสาระที่จะนำมาสู่การขอเสนอให้มีการปรับปรุง ร่างพระราชบัญญัตินี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสมาชิกอภิปรายครับ ท่านรังสิมา เจริญศิริ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรังสิมา เจริญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เสนอต่อสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขปรับปรุงอำนาจหน้าที่และการบริหารงานของราชบัณฑิตยสภา ให้แพร่หลาย ในด้านวิชาการของประเทศและประชาชนทั่วไป รวมทั้งกำหนดให้รายได้ที่ราชบัณฑิตยสถาน ได้รับจากการให้บริการทางวิชาการและการจัดการศึกษาอบรม สามารถนำไปใช้จ่ายในการ ดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานด้วยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ภาษาไทย เป็นวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศ เป็นภาษาที่มีความไพเราะ มีเสียงสูง เสียงต่ำ ซึ่งตรงนี้เกิดจากเพราะว่าภาษาไทยนั้นมีวรรณยุกต์เป็นตัวกำกับ เราจึงจะต้องปลูกฝัง ให้เยาวชนของชาติและคนไทยทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์ภาษาไทย แต่ปัจจุบันนี้พบว่าการใช้ภาษาไทยก็ดี การเรียนการสอนภาษาไทยก็ดี จะมีปัญหาอยู่มากมาย ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพูด การอ่าน การเขียน การใช้ศัพท์ หรือการสรุปข้อความต่าง ๆ นะคะ จากการที่เราพบในโรงเรียนในเรื่องการเรียนการสอนนั้นก็จะพบปัญหาอยู่หลาย ๆ ประการ อย่างเช่น นักเรียนอ่านภาษาไทยไม่คล่อง อ่านภาษาไทยไม่ได้ เขียนไม่ถูก การสะกดการันต์ผิด ยกตัวอย่างเช่นคำว่า อนุญาต บางทีก็จะใส่สระอิ หรืออย่างเช่น สังเกต ก็มีสระอุเข้ามา การไม่สามารถออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจนตามหลักภาษา อย่างเช่นเสียงควบกล้ำ เสียงตัว ร ตัว ล ซึ่งถ้าใช้ผิดความหมายก็จะผิดเพี้ยนไปนะคะ การไม่เห็นความสำคัญของวิชาภาษาไทย ขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ภาษาของชาติ ขาดความกระตือรือร้นในการศึกษาหาความรู้ นักเรียนจะรู้วงศัพท์น้อยนะคะ แล้วก็ไม่พยายามที่จะศึกษาค้นคว้าในเรื่องของการใฝ่เรียนใฝ่รู้ เราดูได้เลยนะคะว่านักเรียนจะหยิบหรือเปิดพจนานุกรมได้ก็ต่อเมื่อครูนั้นได้สอนวิธีการใช้ พจนานุกรมเท่านั้น แต่ว่าในชีวิตประจำวันเขานี้เขาไม่เคยที่จะได้มาเปิดพจนานุกรมดูเพื่อหา ศัพท์ที่ถูกต้องหรืออะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ นอกจากนั้นแล้วยังขาดทักษะในการเขียนบรรยาย การเขียนเรียงความ ย่อความ สรุปข้อความ เนื่องจากว่าการวัดผลในวิชาต่าง ๆ นั้นจะใช้เป็น ข้อสอบแบบปรนัยเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าครูก็ง่ายต่อการที่จะตรวจข้อสอบนะคะ นอกจากนั้นแล้ว ครูยุคใหม่บางคนยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง มีการสอนโดยวิธีการสอน แบบเดิม ๆ การมีสื่อ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีผลเสียต่อการสื่อสารของเยาวชนอย่างมากทีเดียว แล้วการสื่อสาร ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) นั้นทำให้ภาษาวิบัติแล้วเกิดคำคะนองขึ้นมากมาย ดิฉัน ขอยกตัวอย่าง เช่น คำว่า ถูกต้อง ก็เป็น ถั่วต้ม เบื่อมาก ก็ เซ็งเป็ด อย่ากลัว ก็ อย่าหยอง ใช่ไหม ก็ ชิมิ จังเลย ก็เป็น จุงเบย เก่ง ก็เป็น เทพ ไร้สาระ ก็ใช้คำว่า เกรียน ได้อารมณ์ ก็ใช้คำว่า ฟิน สนุกสนาน ก็เป็น หนุกหนาน มหาวิทยาลัย ก็เป็น มหาลัย ขี้โม้ ก็ใช้คำว่า ซุย คำว่า เท่ หรือ ทันสมัย ก็ใช้คำว่า เฟี้ยว สบาย ๆ ก็ใช้คำว่า ชิล ๆ น่ารัก ก็ใช้คำว่า คิขุ หรือไร้เดียงสา ก็ใช้คำว่า อาโนเนะ ซึ่งตรงนี้ถ้าขืนเรายังปล่อยให้เยาวชนของชาติได้ใช้ภาษา อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ดิฉันคิดว่าภาษาไทยที่ถูกต้องก็จะถูกลืมเลือนไป และในที่สุดเราก็จะสิ้นภาษา ซึ่งเปรียบเสมือนว่าการสิ้นภาษาก็คือการสิ้นชาตินั่นเองนะคะ ท่านประธานที่เคารพ การส่งเสริมการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องและการอนุรักษ์ภาษาไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่ ของคนไทยทุกคนก็ตาม แต่ก็ยังมีหน่วยงานของรัฐคือราชบัณฑิตยสถานที่ทำหน้าที่สำคัญ ก็คือการส่งเสริมและปลูกฝังการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องให้กับเยาวชนไทยและคนไทย งานในหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานจึงได้ขยายตัวออกไปอย่างมาก ทั้งในด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่รัฐบาล หน่วยงานของรัฐ และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานปรับปรุงและตรวจชำระพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้สมบูรณ์แล้วก็ทันสมัย เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการพูด อ่าน แล้วก็เขียนให้ถูกต้องเป็นระบบเดียวกัน การจัดทำ สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน ทางวิชาการสาขาต่าง ๆ นั้น งานจัดทำพจนานุกรม และบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาที่สำคัญ งานบัญญัติศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศ แล้วส่งเสริม ให้มีการใช้ศัพท์วิชาการภาษาไทยแทนศัพท์ภาษาต่างประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ท่านประธานคะ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าราชบัณฑิตยสถานเป็นสภาหลักของเครือข่าย ทางปัญญาแห่งชาติ และเป็นองค์การพัฒนาความรู้ที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการได้ ซึ่งมีพันธกิจหลาย ๆ ด้าน ตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทยมิให้เปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม การส่งเสริม ภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏชัดยิ่งขึ้นนะคะ ท่านประธานคะ การปฏิบัติงาน ของราชบัณฑิตยสถานนั้นมุ่งเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การใช้ภาษาที่ถูกต้องตามหลัก ในการใช้ภาษาเป็นสำคัญ จึงได้จัดให้มีการอบรมการใช้ภาษาไทยให้แก่กลุ่มต่าง ๆ เท่าที่ทาง ราชบัณฑิตยสถานได้ดำเนินการมา ก็คือการจัดอบรมให้สื่อมวลชนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ กลุ่มหนังสือพิมพ์ กลุ่มนิตยสาร กลุ่มบริษัทโฆษณาประชาสัมพันธ์ กลุ่มวิทยุ โทรทัศน์ รวมทั้งกลุ่มที่จะสื่อสารมวลชนทั้งหลายและผู้มีอาชีพในการผลิตสื่อ ให้ได้รับความรู้ในเรื่องระเบียบวิธีการใช้ภาษาไทย และคำราชาศัพท์อย่างถูกต้องและเหมาะสม กับกาละและเทศะค่ะ นอกจากนั้นแล้วยังมีการจัดค่ายภาษาไทยสำหรับเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายให้ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทย ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเป็นมาตรฐานในการใช้ภาษาไทย ทั้งการพูด การอ่าน การเขียน และการสรุปความ และยังมีการฝึกอบรมนักศึกษาสาขาการสอนภาษาไทยเพื่อเป็นครูภาษาไทยที่ดี ให้สามารถ นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการปฏิบัติงานวิชาชีพครูภาษาไทยซึ่งส่งผลให้การเรียนการสอน ภาษาไทยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวนั้นแต่เดิมราชบัณฑิตยสถาน ไม่เก็บค่าใช้จ่ายเนื่องจากเห็นว่าภาคเอกชนและกลุ่มต่าง ๆ นั้นมีส่วนในการช่วยอนุรักษ์ภาษา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่และเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวนั้นควรจะมี การขยายผลให้มากขึ้น ดังนั้นถ้าหากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีผลบังคับใช้เมื่อไรแล้วละก็ ราชบัณฑิตยสถานจะได้นำรายได้จากการจัดการศึกษาอบรมไปใช้ในการขยายผลให้บริการ กับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้เก็บค่าบริการก็คือ นักเรียน นิสิตนักศึกษา รวมทั้งครูอาจารย์ ที่มีความต้องการจะเข้ารับการอบรม จะได้รับการอบรมการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องซึ่งจะเป็น การอนุรักษ์ภาษาไทยและขยายฐานกลุ่มผู้ได้รับบริการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความคล่องตัว ในการบริหารงานราชบัณฑิตยสถานต่อไป นอกจากนี้แล้วการเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของ ราชบัณฑิตยสถานให้สามารถจัดการศึกษาอบรมและพัฒนาทางวิชาการแก่ครูอาจารย์ บุคลากรทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เกี่ยวกับภาษาไทยและสรรพวิชาการ ทั้งหลาย รวมทั้งการให้ประกาศนียบัตรชั้นสูง การให้ประกาศนียบัตร สัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตร แก่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาอบรมและพัฒนาทางวิชาการแล้วในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังได้ ขอแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานในการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์อื่น แก่สมาชิกราชบัณฑิตยสถาน รวมทั้งการเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของนายกราชบัณฑิตยสถาน โดยให้เป็นผู้แทนของราชบัณฑิตยสถานในการดำเนินงานทางวิชาการ รวมทั้งเรื่องการออก ข้อบังคับว่าด้วยการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัว ในการบริหารงานของราชบัณฑิตยสถานต่อไป ซึ่งเรื่องทั้งหมดทั้งหลายที่ดิฉันนำกล่าวในที่นี้นั้น ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอขอบคุณค่ะ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานนั้น ก็จริงอยู่ แต่ราชบัณฑิตยสถานนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไทย ทั้งการพูด การเขียน การอ่าน การออกเสียง ดังนั้นแล้วผู้รอบรู้ของราชา จะต้องฝากท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะ แล้วจะฝากท่านกรรมาธิการที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ต้องบอกกล่าวว่าภาษาไทยนั้นเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นอัตลักษณ์ของชาติ และสิ่งที่คนไทยทุกคนพึงตระหนักอยู่ตลอดเวลาก็คือจะต้องรักษาภาษาไทยไว้ให้คู่กับชาติไทย ไปตราบนานเท่านาน ไม่ใช่แค่สิ้นลมหายใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น จะต้องบอกกล่าว แก่ลูกหลานต่อไปไม่ให้ภาษาไทยเสื่อมทรุดไปกับกาลเวลาและกระแสหลั่งไหลของวัฒนธรรม เมื่อ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุม ทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อการใช้ ภาษาไทยในปัจจุบัน และทรงสรุปว่าเราโชคดีที่มีภาษาของตนเองมาแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่ง ที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะหน้าในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ
ประการแรก คือต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในการออกเสียง คือออกเสียงให้ถูกต้อง และชัดเจน
ประการที่ ๒ คือต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำ มาประกอบประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญ
ประการที่ ๓ คือความร่ำรวยในคำภาษาไทย ซึ่งพวกเราคิดว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาใช้ สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมามีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่าย ๆ ก็ควรจะมีควรจะใช้คำเก่า ๆ ที่เรามีอยู่แล้วไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก นั่นคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รักในภาษาไทยไม่แพ้คนไทยทั้งประเทศกว่า ๖๕ ล้านคน ณ ขณะนี้ แต่ที่ดิฉันอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการมีอยู่ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือภาษาไทยและภาษาถิ่น ท่านประธานที่เคารพคะ ในทุกภาคนั้นมีภาษาถิ่นเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้นั้นใครที่พูดภาษาถิ่นอีสานขึ้นจะถูกดูถูกทันทีว่าเสี่ยวอีสาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ราชบัณฑิตยสถานที่จะไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอีสานนี่ละค่ะ ภาษาถิ่นนั้นเดี๋ยวนี้ค่อนข้างที่จะหดหายไป หดหายไป ภาษาที่เป็นภาษาพ่อภาษาแม่มีคนดูถูกดูแคลน อยู่ตลอดเวลานั้น ดิฉันฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าควรจะมีการรณรงค์เรื่องของภาษาไทย ภาษาถิ่นของทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะภาคอีสานเท่านั้น ของทุกภาค เพราะว่านั่นคือภาษาพ่อภาษาแม่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะดิฉันเป็นคนอีสาน ภาษาอีสานนั้นมีเรื่องเล่าว่ามีมาตั้งแต่พร้อมพระธาตุพนม พระธาตุพนมสร้าง พ.ศ. ๘ ๘ ตัวเดียวนี้ละค่ะ มีกระดูกพระอุระของพระพุทธเจ้าที่ไม่เป็นเรื่องสมมุติ เป็นเรื่องจริง ฉะนั้นมาพร้อมกับศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองนั่นคือภาษาอีสานและคำที่เป็นปรัชญาที่สอนคนอีสาน ให้รักกัน ให้ดูแลกัน สอนทุกสถานะของความเป็นคน นั่นที่เรียกว่าผญา หรือคำภาษาไทยกลาง เรียกว่าปรัชญา ท่านประธานก็คงจะพอทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งไม่แตกต่างกันนัก กับภาษาภาคเหนือ ภาษาถิ่นเป็นภาษาที่มีคุณค่าต่อสังคมของเราทุกคนเช่นกัน เพราะนอกจาก จะศึกษากันด้วยความรู้ความเข้าใจทั้งการพูด การอ่าน การเขียน ในปัจจุบันแล้วภาษาถิ่น ยังทำให้เราเข้าใจความหมายของกวีนิพนธ์ คำสอน คำศัพท์โบราณ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ของคนในอดีต อันมีผลต่อการศึกษาด้านจริยธรรม วรรณศิลป์ และคติชนวิทยาอีกด้วย เช่น สุภาษิต นิทานชาดก ทั้งที่บอกเล่าด้วยปากและเป็นเรื่องราวต่อมา
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ฝากภาษาไทยและภาษาถิ่นแล้ว ประเด็นที่ ๒ ดิฉันฝากเรื่องของภาษาสก๊อย ฝากภาษาโบราณ แล้วฝากภาษาวัยรุ่น ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะว่าภาษาสก๊อยนั้น จะทำให้ภาษาไทยวิบัติ บางคนบอกว่าการหลั่งไหลของวัฒนธรรมก็ย่อมจะมีการบัญญัติศัพท์ คำใหม่ ๆ ขึ้นมาใช้บ้าง ดิฉันไม่ถือสาในเรื่องนี้นัก แต่ว่าถ้ามันติดตัวไปกับวัยรุ่นในปัจจุบัน ไปจนแก่ล่ะคะ อย่างเช่นคำง่าย ๆ คำว่า ให้ ให้ในปัจจุบันในภาษาสก๊อยซึ่งเป็นเว็บไซต์ซิมสก๊อย มีคนเข้าไปดูในเว็บไซต์นี้ถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าคน และกดไลค์ (Like) ให้ ๘,๐๐๐ กว่าไลค์นี่นะคะ ภาษาสก๊อยนี่ค่ะที่เขาตั้งขึ้นมาใหม่เป็นภาษาของเขาเอง ที่เขาเรียกว่าภาษาสก๊อย ดังนั้นแล้ว ภาษาสก๊อยทำไมบอกว่าการหลั่งไหลของวัฒนธรรมภาษาวัยรุ่นสักหน่อยก็จะผ่านไป แล้วมีเรื่องราวใหญ่โตถึงออกหนังสือพิมพ์ หอแต๋วแตกแหวกชิมิ นั่นคือภาษาวิบัติทั้งนั้น จะใช้คำที่มันดีก็ได้ จะใช้คำที่เป็นภาษาโฆษณาเราก็ไม่ว่า จะใช้ภาษาอื่น ๆ บ้างก็ได้ แต่ว่า ภาษาของวัยรุ่นภาษาสก๊อยไม่สมควรที่จะส่งเสริม ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ นี่ละค่ะควรจะควบคุม เว็บไซต์ตัวนี้เมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วก็จะติดไป เช่นคำง่าย ๆ คือเขียนคำว่า ให้ ให้คือการให้ เดี๋ยวนี้เขียน หั้ย พอไปสมัครงานเขียนคำว่า ให้ ไม่ได้ พอไปใช้ภาษาวัยรุ่นมาก ๆ ชื่อตัวเอง ที่มีการันต์ยังไม่รู้ว่าจะใส่ตรงไหนเลย เห็นไหมคะ ในทุกวันนี้ในเรื่องของภาษา ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะบอกว่าเดี๋ยวมันก็เป็นความหลากทางวัฒนธรรมเดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันก็จะติดตัว ของผู้ใช้ไปตลอด นั่นคือภาษาวัยรุ่น ภาษาสก๊อยนะคะ
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น และฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะ เรื่องของการเผยแพร่ภาษาไทยในต่างประเทศ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เดี๋ยวนี้ภาษาไทยที่ประเทศพม่ามีการเรียนภาษาไทยในประเทศพม่าด้วย ดอกเตอร์วิน วิน ซอว์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศย่างกุ้งเปิดเผยว่าปัจจุบัน นักเรียนชาวพม่านิยมเรียนภาษาไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก และทางมหาวิทยาลัยกำลังพิจารณา เพิ่มจำนวนการรับนักศึกษาสาขาภาษาไทยเพิ่มอีกในปีการศึกษาหน้า ข่าวนี้เดือนธันวาคมเท่านั้น เพิ่งผ่านมาได้ ๑ เดือนเท่านั้น มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศย่างกุ้งเปิดสอนภาษาไทย มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ โดยเริ่มจากการเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร และเป็นส่วนหนึ่ง ของภาควิชาการพัฒนาทรัพยากร แต่ในปี ๒๕๕๓ เปิดสอนภาษาไทยระดับปริญญาตรี ปัจจุบันมีนักเรียน ๒๐๐ คน จากทั้งหมด ๒,๐๐๐ คน ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดังนั้นแล้ว ประเทศพม่าฟังวิทยุกระจายเสียง ฟังวิทยุจากประเทศไทย ดูละครไทย วิทยุกระจายเสียง ของประเทศไทย ละครไทย การใช้ภาษาไทย ความที่เป็นละครไทยมันมีจินตนาการ ของชายหนุ่มหญิงสาวที่อยู่ในนั้น รวมทั้งปุถุชนคนธรรมดาอยู่มาก ภาษาก็เลยมีอิทธิพลมาก ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า สปป. ลาว ต้องบอกว่าเรียนรู้ภาษาไทยกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องบอกว่า กว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ และประเทศกัมพูชาด้วย ประเทศมาเลเซียด้วย ฉะนั้นแล้วในข้อมูลที่ดิฉันได้มาท่านประธานคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม รวมแล้วที่สามารถรู้ภาษาไทย ผ่านวิทยุ ละครไทย และการเรียนภาษาไทยโดยตั้งใจเรียนกว่า ๒๕ ล้านคนแล้ว ฝากราชบัณฑิตยสถานว่าจะต้องมีนโยบายที่นำกระแสภาษาไทยซึ่งต่างประเทศเห็นว่า เป็นภาษาที่สวยงามที่น่าใช้นำไปสู่ยังต่างประเทศเพื่อเข้าสู่เออีซี (AEC) ท่านประธานที่เคารพคะ ภาษาไทยควรดูแลภาษาถิ่น ทั้งแผ่นดินควรบอกเล่ากล่าวสก๊อย ภาษาไทยเอกลักษณ์จะเลิศลอย นอกกรอบหน่อยภาษาไทยในเออีซี ขอบพระคุณค่ะ
เชิญครับ ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ผมได้อภิปราย ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ บัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) มีสั้น ๆ ๙ มาตรา ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้แสดงความกังวลวิตกและห่วงใยถึงเรื่องการใช้ภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็นการพูด การอ่าน การเขียน คำอภิปรายของท่านอนุรักษ์ บุญศล ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง และมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้อีกหลายท่านซึ่งเป็นอดีตคุณครูภาษาไทย ยกตัวอย่างเช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตยใหม่เป็นต้น ท่านประธานครับ เป็นเรื่อง ที่เราวิตกกังวลและเห็นพ้องต้องกันว่าการใช้ภาษานั้นมีปัญหาโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน โลกของพวกเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ แต่โลกของเด็กกับเรานั้นอาจจะเป็นคนละโลกกัน เพราะเด็ก ๆ หรือวัยรุ่นก็มีโลกในจินตนาการที่แตกต่างจากผู้ใหญ่และเรามักจะตามเด็กวัยรุ่นไม่ค่อยทัน เป็นเรื่องปกติของสังคม แต่อย่างไรก็ตามจะทำอย่างไรที่จะให้ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี โดยเฉพาะหลักการใช้ภาษาไทยเป็นไปด้วยความถูกต้องชัดเจน ท่านประธานครับ ก็ต้องเริ่ม จากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ ณ ที่นี้นั้นถ้าในสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องเริ่มจากพวกเราทุกคน แต่ถ้า ในคณะรัฐบาลผู้บริหารประเทศก็ต้องเริ่มต้นจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ถ้า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำประเทศพูดจาออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดเจนหรือพูด ผิด ๆ ถูก ๆ อยู่บ่อยครั้งนี่ละครับคือปัญหา และเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้เห็น เด็ก ๆ เยาวชนก็ได้เห็น เพราะเวลาเด็กพูดผิดในวันนี้ในโรงเรียนนั้นเด็กก็บอกว่าขนาดนายกรัฐมนตรี ยังพูดผิดเลย อาจารย์จะมาเอาอะไรกับหนู ท่านประธานที่เคารพ ไม่ว่าจะเป็นการเรียก อำเภอหาดใหญ่ว่าจังหวัดหาดใหญ่ก็ทำให้พี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้มีจังหวัดเพิ่มขึ้นอีก จังหวัดหนึ่งคือ จังหวัดหาดใหญ่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยเรียกเอาไว้ หรือเขื่อน คอ-นก-รีต ผมก็ไม่ทราบว่าท่านอ่านออกอากาศให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ยินได้อย่างไร แล้วทำไม ไม่แก้ไข คำว่า คอ-นก-รีต นั้นคือคำว่า เขื่อนคอนกรีต ท่านประธานครับ ความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้นว่าจะเขียนเหมือนกันก็ตาม หรือแม้นว่าล่าสุดผลจากการออกหวยเบิ้ล ๖๖ ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มาพบบรรดานักข่าวแล้วถามนักข่าวว่าใครถูกรางวัล ใครถูก รางวัลนั้น ไหนอ่ะ ไหนอ่ะแบ่ง ผมอ่านหนังสือพิมพ์แล้วผมไม่เข้าใจ คำว่า ไหนอ่ะแบ่ง นั้น แปลว่าอะไร ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านอาจจะพูดทีเล่นทีจริง กับบรรดาสื่อมวลชน แต่ว่าหนังสือพิมพ์เอามาลงเป็นรายงานข่าว ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถามนักข่าวว่าไหนอ่ะแบ่ง ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นภาษาทางเหนือหรือว่าเป็นภาษาไทย ภาคกลาง เพราะคำว่า ไหนอ่ะแบ่ง หรือว่าจะเป็นภาษาวัยรุ่นผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้าท่านจะบอกว่า จะแบ่งรางวัลกัน ใครที่ถูกรางวัลเลขท้าย ๒ ตัวตามเลขทะเบียนรถยนต์ของท่านนายกรัฐมนตรี ขอแบ่งปันบ้างได้ไหม
ท่านวัชระ เอาในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติดีกว่า เอาเรื่องนี้ต้องอภิปรายในประเด็นครับ ท่านต้องอภิปราย ในประเด็น
ท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
มีผู้ประท้วงแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมนี่นั่งฟังมานานครับ ผมไม่ได้ประท้วงเลย วันนี้ แต่ว่าผู้อภิปรายนั้นทำผิดข้อบังคับตลอดเวลา ข้อ ๖๑ ผมนั่งฟังอยู่หลายรอบครับ มีการเสียดสี ท่านนายกรัฐมนตรีหลายรอบ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดอย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ แล้วก็เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันเลยท่านประธานครับ
เอาละ ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ ท่านวัชระเอาในประเด็นร่างพระราชบัญญัติก็แล้วกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเด็น และผมยืนยันว่าผมอยู่ในประเด็น เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะกำหนดให้ ราชบัณฑิตยสถานจัดการศึกษาอบรมและพัฒนาทางวิชาการด้านภาษาไทย และเพื่อนสมาชิกก็ได้เอ่ย พูดถึงการใช้ภาษาทั้งการพูด การเขียน และการอ่าน ทุกท่านพูดเหมือนกันครับ เพียงแต่ว่า ที่ผมยกตัวอย่างนั้นคือผู้นำประเทศที่ซึ่งต้องเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชน และจริง ๆ แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านเป็นคนในสภาแห่งนี้ ท่านควรจะมาชี้แจงด้วยตนเองว่า ที่ท่านพูดจาผิดไปนั้นเป็นเพราะอะไร หรือว่าอ่านตามสคริปต์ (Script) แล้วสคริปต์นั่น เขียนผิด หรือสคริปต์เขียนถูก สคริปต์ก็คือคำบรรยายที่ให้กับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้อ่าน ได้พูดตามคำบรรยายในวาระโอกาสนั้น ๆ ท่านประธานครับ ผมก็พยายามจะใช้ ภาษาไทยโดยหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาต่างประเทศ เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าท่านเป็น ผู้นำประเทศ การเป็นผู้นำประเทศถ้าท่านพูด ท่านทำ ท่านแต่งกาย หรือท่านแสดงออก อย่างใดอย่างหนึ่งจะเป็นที่จับตามองของพี่น้องทั้ง ๖๕ ล้านคน หรือ ๖๖ ล้านคน และประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในประเด็น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกับท่านวรชัย เหมะ ก็ไม่มีอะไรกันก็ไม่จำเป็นต้องพาดพิง เพราะว่าผมภูมิใจในตัวท่านที่มาเป็น ส.ส. ในจังหวัดสมุทรปราการแม้นว่าเป็นคนปักษ์ใต้ ท่านประธานครับ อันนี้ผมไม่ได้ว่าอย่างอื่นนะครับ แต่ทัศนะทางการเมืองนั้นเราแตกต่างกันครับ และผมจำเป็นที่จะต้องอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้ว่า ผู้นำประเทศ และโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องเป็นแบบอย่าง
ท่านวัชระครับ ผมได้เตือนแล้วว่าจะมีการประท้วงต่อ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายได้พูดถึงผมด้วย แล้วเมื่อสักครู่นี้ผมได้ลุกขึ้นประท้วงมาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วท่านประธานได้เตือนแล้วครับ แล้วที่บอกว่าผมนั้นเลือกเกิดที่ไหนได้ครับ แต่ว่าเลือกทำงาน เลือกที่อยู่ได้ครับ ผมคนจังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ช่วยเข้าใจด้วยครับ แล้วเรื่องนี้ขอให้ผู้อภิปรายนั้น ช่วยพูดในประเด็นจริง ๆ อย่าพาดพิง เสียดสีไปทางโน้นทีทางนี้ทีเลยครับ มันไม่ดีหรอกครับ
เอาละครับ พอสมควรแล้ว ท่านวัชระครับ กรุณาอยู่ในประเด็นแล้วก็ไม่ต้องเสียดสีนะครับ เอาหลักการ และเหตุผลพอแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านประธานฟังด้วยหัวใจที่เป็นธรรม ผมไม่ได้เสียดสีเลย แม้แต่น้อยครับ และสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นความจริงที่เกิดขึ้น ในประเทศนี้ ผมไม่นำความเท็จมากล่าวทั้งในและนอกสภา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าได้อบรมโดยเฉพาะผู้นำประเทศ ให้มีการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง การอ่านภาษาไทยที่ถูกต้อง การออกเสียงภาษาไทยที่ถูกต้อง และจะเป็นตัวอย่างแก่เด็กและเยาวชน ในกฎหมายฉบับนี้ซึ่งรัฐบาลต้องการที่จะให้ ราชบัณฑิตยสถานนั้นเผยแพร่งานวิชาการและรายได้ที่ได้รับนั้นเป็นรายได้ของราชบัณฑิตยสถาน ไม่ต้องนำส่งเข้าคลังเพื่อเป็นรายได้แก่แผ่นดินผมก็เห็นด้วยครับ เพราะจะทำให้หน่วยงานนี้ มีงบประมาณในการที่จะใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตามข้อบังคับเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ผมเห็นควรว่าอยู่ในอัตราที่เหมาะสมแก่พี่น้องประชาชนทั่ว ๆ ไป รวมถึงผู้มีรายได้น้อยที่สามารถจะมาเข้าอบรมได้ เพราะถ้าท่านตั้งค่าใช้จ่ายในการอบรม ในราคาแพงก็จะเป็นประโยชน์ต่อคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้เมื่อออกมาใช้แล้วเราจะเห็น ราชบัณฑิตยสถานจะเป็นหน่วยงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นองค์กรรวมของนักปราชญ์ระดับชาติทั้งแผ่นดิน เป็นนักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา เป็นศูนย์รวมของนักวิชาการ นักปราชญ์ของแผ่นดิน ในประเทศนี้ไปรวมอยู่ที่หน่วยงานนี้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นปัญหาภาษาวิบัติ ปัญหาภาษาไทย ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็ย่อมจะเป็นปัญหาของท่านด้วย ซึ่งท่านคงจะได้ หาทางในการที่จะแก้ไขต่อไป แต่ราชบัณฑิตยสถานก็ไม่อาจที่จะทำอะไรได้ถ้าหากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ภาษาไทย และรวมถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ถ้ายังพูดจาผิด ๆ ถูก ๆ เช่นนี้ก็จะไม่เป็นประโยชน์เลย แม้ว่าจะออกกฎหมายมามากมายเพียงใด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ
ท่านวัชระ ประท้วงต่ออีกนะครับ เชิญท่านจ่าประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ พาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีโดยตลอด ผู้นำของประเทศ ทำดีต้องชื่นชม ไม่ใช่ตำหนิ
ท่านประธานครับ
ท่านเอาตาม ข้อบังคับ ไม่ต้องอภิปราย ท่านบอกผิดข้อบังคับข้อไหนพอ
ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เสียดสี ใส่ร้าย แล้วที่ฆ่าคนตายมันดีนัก
พอแล้วครับ ท่านประสิทธิ์อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าประท้วงก็ประท้วง ให้ประท้วงในประเด็น ไม่ต้องอธิบายต่อ ท่านวัชระครับ กรุณาอยู่ในประเด็นจะได้จบ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมคิดว่าจ่าประสิทธิ์ต้องถอน คำว่า ฆ่าคนตาย ก่อนครับ
ท่านวัชระ เมื่อสักครู่ผมปิดไมโครโฟน ผมทันครับ กดไมโครโฟนทัน ท่านเอาประเด็นนี้ดีกว่า เอาจบ ๆ ไป ผมกดไมโครโฟนอยู่ ผมควบคุมอยู่ เชิญครับ
ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่า ผมไม่ถือสาท่านจ่าประสิทธิ์ซึ่งชอบอยู่กลางทุ่งอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธาน
ท่านวัชระ ประท้วงอีกแล้ว ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปรายนี่ผมประท้วงตามข้อบังคับ ทีนี้ผู้อภิปรายนี่เวลาประธานวินิจฉัยแล้ว เตือนก็เถียงทุกครั้ง แล้วมาเสียดสีผมว่าผมอยู่กลางทุ่ง ผมเป็น ส.ส. บ้านนอกลูกคนจน ผมต้องอยู่กลางทุ่ง แต่ถ้าจะบอกว่าผมเป็นควาย
เอาละครับ ไม่ต้องพูดแล้วครับ คือทั้งคู่ละครับ พอสมควรแล้วครับ ท่านวัชระก็เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ เอาในเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองดีกว่าครับ คือทะเลาะเบาะแว้งผมไม่เห็นด้วย ไม่อนุญาตแล้ว เอาที่เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่านะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมเคารพคำวินิจฉัย ของท่านประธานนะครับ แล้วไม่ถือสาหาความประการใด กราบเรียนท่านประธานว่า ในกฎหมายฉบับนี้นั้นผมเห็นด้วยที่คณะรัฐมนตรีเสนอมา แล้วผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าได้ออกกฎหมายฉบับนี้มาให้เร็วที่สุด เพราะว่าราชบัณฑิตยสถานก็จะได้มีงบประมาณ เพิ่มขึ้น มีหน้าที่ทางกฎหมายมากขึ้น แล้วจะได้จัดการอบรมการใช้ภาษาไทยให้กับ กลุ่มบุคคลต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และในชั้นแรกเลยผมก็เสนอให้ราชบัณฑิตยสถาน อบรมการใช้ภาษาไทยให้กับคณะรัฐมนตรี ขอขอบคุณ
ท่านเยาวนิตย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน เห็นด้วยในหลักการและเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้เข้าสู่สภานะคะ ดิฉันเข้าใจว่ากฎหมายใช้ไปนาน ๆ มันก็อาจจะมี ข้อบกพร่อง มันหยุดนิ่งไม่ได้ก็จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคตามสมัย แต่ดิฉันก็สงสัยจริง ๆ นะคะว่ากฎหมายฉบับนี้เพิ่งประกาศใช้เมื่อปี ๒๕๔๔ นี่เอง แต่ทำไม จะต้องรีบแก้ไขนะคะ ซึ่งจริง ๆ กฎหมายมันก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อะไรกับเรื่องเทคโนโลยี อะไรมากมายที่จำเป็นต้องเปลี่ยน เช่น เกี่ยวกับเรื่องดาวเทียมหรือว่าสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ว่าก็มีการแก้ไขเข้ามาแล้วก็เสนอต่อสภาเข้ามานะคะ เมื่อได้มีโอกาสไปศึกษาในรายละเอียด ของเอกสารที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ทางเว็บไซต์ของ ราชบัณฑิตยสถานเอง ก็จึงเห็นว่าราชบัณฑิตยสถานนั้นก็มีภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วก็มีความสำคัญต่อประเทศชาติในด้านการค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชาเพื่อรักษา วัฒนธรรมด้านภาษาไทยของเราให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองตลอดไป ผู้ที่เป็นราชบัณฑิตเป็นบุคคล ที่คงคุณค่าอย่างยิ่งที่จะเป็นราชบัณฑิตได้ก็จะมีราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์อยู่ ๗ ท่านแค่นั้น แล้วก็ราชบัณฑิต ๘๓ ท่าน ภาคีสมาชิกอีก ๘๑ ท่าน รวมแล้วก็เพียง ๑๗๑ ท่านเท่านั้น ในประเทศไทยของเรา ไม่ได้มีมากมายอะไรนักหนานะคะ แต่ในส่วนอำนาจหน้าที่ ของราชบัณฑิตยสถานก็จะมีมากมายมหาศาลเกินกว่าจำนวนบุคคลที่มีอยู่ที่จะทำได้นะคะ แล้วก็มาดูในหมวดที่เป็นรายได้ ดิฉันก็รู้สึกเห็นใจมากเพราะว่าภาระหน้าที่มีมากมายจริง ๆ ดิฉันขอสนับสนุนในข้อกฎหมายที่ให้แก้ไขในเรื่องนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และมีผลงานให้แพร่หลายต่อวงวิชาการของประเทศต่อไป แต่การที่จะรู้จักราชบัณฑิตยสถาน ในยุคปัจจุบันไม่มีอะไรดีเท่าการเข้าเว็บไซต์ของราชบัณฑิตยสถาน ก็เลยได้เข้าไปดู อำนาจหน้าที่ ดูแล้วตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง ให้ราชบัณฑิตยสถานต้องศึกษา ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วก็นำผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาเผยแพร่ให้แก่ประเทศชาติ และประชาชน แต่ก็รู้สึกผิดหวังเหมือนกันเพราะว่าการสรุปผลสัมมนาที่ลงในเว็บไซต์หยุดชะงัก ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เท่านั้น คือมีตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๕๐ ก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมหลังจากปี ๒๕๕๐ จะมีการสัมมนาทางวิชาการหรือเปล่าเราก็ไม่ทราบนะคะ เพราะว่าผลงานที่ให้ดูมีเพียงแค่นี้เอง แล้วก็สิ่งที่เป็นผลของการสัมมนานะคะ เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องผลกระทบของโลกาภิวัตน์ที่มีต่อ สังคมไทย ก็มีข้อคิดที่น่าสนใจมากมายที่ได้สรุปมานะคะ แล้วก็มีศาสตราจารย์ดอกเตอร์ลิขิต ธีรเวคิน ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และศาสตราจารย์ดอกเตอร์ชัยอนันต์ สมุทวณิช ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นราชบัณฑิตและผู้ทรงความรู้ทั้งนั้น ก็ได้แสดงความคิดเห็น เอาไว้ในนั้น ดิฉันก็รู้สึกเสียดายที่ทางราชบัณฑิตยสถานไม่ได้แสดงผลงานการสรุปสัมมนาอีกเลย แล้วก็เกรงว่าถ้าเราได้แก้กฎหมายฉบับนี้เข้าไป เพราะว่าเราจะต้องเพิ่มเติมให้ราชบัณฑิตยสถาน สามารถจัดการศึกษาอบรมและพัฒนาทางวิชาการเพิ่มเติมขึ้นมาอีก เป็นการขยายขอบเขตงาน แต่จำนวนบุคลากรก็มีเท่าที่ดิฉันได้พูดถึง สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐหรืออยู่ใน สำนักงานเลขาธิการนี้มี ๑๐๐ คนเท่านั้น รวมอัตราทั้งหมดแล้วเลย รวมตั้งแต่เลขาธิการถึงภารโรง มี ๑๐๐ คน แล้วที่เป็นราชบัณฑิตที่เป็นสมาชิก ๓ ประเภทนี้ก็มี ๑๗๑ คน และภาระงาน ก็มีมากมาย จะเพิ่มให้ไปทำเรื่องสัมมนาเพิ่มหรือว่าไปจัดอบรมนี่ดิฉันก็ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ใหม่ เข้าไปอีกจะทำให้ประสบความสำเร็จยากนะคะ ไม่มีความมั่นใจได้เลยว่าจะทำได้สำเร็จนะคะ ดิฉันขอฝากทางท่านประธานผ่านไปทางราชบัณฑิตยสถานว่าต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ประกาศใช้มาแล้วพวกท่านจะมีงานเพิ่มขึ้นอีกมากเลย แล้วก็ต้องเสนอ ผลงานต่อสาธารณชนด้วย ทางที่ดีที่สุดก็ต้องใส่ลงไปในเว็บไซต์ไม่ต้องการให้มีลักษณะ เหมือนที่ผ่าน ๆ มาที่ไม่มีการสรุปผลเลย
สำหรับประเด็นสุดท้ายนะคะ ก็คือการเพิ่มเติมในการจัดสวัสดิการ และการสงเคราะห์อื่นแก่สมาชิกราชบัณฑิตยสถานซึ่งมีอยู่ในมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็ให้ไปเพิ่มเติมในมาตรา ๗ ให้เป็น (๖/๑) ให้จัดสวัสดิการและสงเคราะห์อื่น แก่สมาชิกราชบัณฑิตยสถาน แต่ดั้งเดิมในมาตรา ๑๙ ของพระราชบัญญัติฉบับเดิมนี้ ให้สมาชิกราชบัณฑิตยสถานมีสิทธิประโยชน์อยู่แล้ว สมาชิกราชบัณฑิตมี ๓ ประเภท ภาคีสมาชิกและราชบัณฑิตได้รับอุปการะตามระเบียบราชบัณฑิตอยู่แล้ว ส่วนราชบัณฑิต กิตติมศักดิ์ไม่ได้ระบุว่าให้ได้รับเงินอุปการะอย่างใดเลย เมื่อเราทำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ก็เป็นการเพิ่มเติมสวัสดิการและเงินสงเคราะห์ให้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าสวัสดิการนั้นมีอะไรบ้าง แล้วก็ยังไม่ทราบว่าเงินสงเคราะห์นี้จะสงเคราะห์อะไร จะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาล หรือว่าเมื่อถึงแก่กรรมหรือมรณภาพ พระก็เป็นราชบัณฑิตอยู่เหมือนกันก็จะได้เงินสงเคราะห์ หรืออย่างไร อันนี้ก็ต้องไปดูในรายละเอียดอีกทีนะคะ ถ้าเราเพิ่มกฎหมายมาตรานี้เข้าไปแล้ว ก็จะทำให้เรามีโอกาสดูแลบุคคลที่มีค่าเหล่านี้ ปัจจุบันนี้ก็มีแค่ ๑๗๑ ท่านเท่านั้น แล้วสมาชิก ท่านอื่น ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วก็ได้พูดถึงว่าท่านเป็นผู้ทรงปัญญาแล้วก็มีบทบาทในการปลูกจิตสำนึก ให้คนไทยรักษาภาษาไทย ใช้ภาษาไทยถูกต้อง แล้วก็ทั้งการพูด การอ่าน การเขียน การฟัง อนุรักษ์ภาษาไทยให้เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ให้ดำรงอยู่คู่ชาติไทย และสร้างความสมานฉันท์ ในหมู่ชาวไทยทั้งมวลด้วย เราคนไทยก็ควรจะกตัญญูต่อท่านราชบัณฑิตทั้งหลาย แล้วก็ เพื่อเป็นการตอบแทน ถ้าเราเพิ่มมาตรานี้เข้าไปก็จะได้ดูแลท่านยามท่านป่วยไข้แล้วก็มี เขาเรียกว่าค่าสงเคราะห์เล็กน้อยให้สำหรับครอบครัวต่อไป เพราะว่าศิลปินแห่งชาติก็ยังมีเงินเดือนเป็นรายได้ประจำต่อเดือนตลอดเลย แต่ว่าราชบัณฑิต เหล่านี้ไม่มี แล้วก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะตอบแทนท่านเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ สภาผู้แทนราษฎรของเราก็คง ได้ทำประโยชน์ครั้งนี้ละค่ะ ดิฉันก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน ขอบคุณค่ะ
ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติอันนี้ ในการที่จะแก้ไขปรับปรุงภาระหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถาน ท่านประธานครับ ผมมี ๒-๓ ประเด็น ที่จะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐบาล
ประเด็นแรก ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการใช้ภาษาไทยนั้น เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้พูดแล้วนะครับ แต่ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นเร่งด่วนด้วยในเรื่องของการบัญญัติศัพท์แสลง เพราะว่าในยุคโลกาภิวัตน์มีการพัฒนาเทคโนโลยีแล้วก็วิทยาศาสตร์กันอย่างมากมายนั้น แต่ว่าการบัญญัติศัพท์ภาษาไทยรู้สึกว่าจะไปไม่ทันกับเหตุการณ์ ก็อยากจะขอให้รัฐบาล ได้สร้างความพร้อมให้กับราชบัณฑิตยสถานในเรื่องของงบประมาณเป็นสำคัญด้วย ในการที่จะว่าจ้างบุคลากรให้พร้อมมูลในทุก ๆ สาขาที่จะแสดงความเป็นเลิศของ ราชบัณฑิตยสถานเองแล้วก็ของประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เพิ่มงบประมาณ เป็นทวีคูณแล้วก็เฉพาะหน้าในปีงบประมาณนี้ ถ้าเผื่อสามารถที่จะเอางบส่วนกลางไปให้กับ ราชบัณฑิตยสถานเพื่อเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาล พวกเราในรัฐสภาเอาจริงเอาจังกับหน้าที่ อันสำคัญของราชบัณฑิตยสถาน เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องที่สำคัญสร้างความพร้อมนะครับ
ประเด็นที่ ๒ นั้นก็คงจะไม่ใช่เป็นเรื่องของการส่งเสริมภาษาไทยเท่านั้นเอง ภารกิจของราชบัณฑิตยสถานแห่งความเป็นเลิศนั้นก็ครอบคลุมทั้งเรื่องการเมือง สังคม วัฒนธรรม แม้กระทั่งเรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องของศีลธรรม ก็อยากจะให้ทางราชบัณฑิตยสถานนั้น มีบทบาทอย่างกว้างขวาง ลึกซึ้งในการที่จะช่วยเสริมสร้างสังคมประชาธิปไตย สังคมที่มีศีลธรรม แล้วก็มีธรรมาภิบาล อันนี้เป็นงานหลัก อยากจะให้ราชบัณฑิตยสถานนั้นลงลึกในเรื่องของ การให้ความรู้ต่อประชาชนในทุกวงการแล้วก็ในทุกระดับ เพื่อให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับ สิทธิ หน้าที่ การแบ่งแยก การคานอำนาจ การถ่วงดุลอำนาจต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เราเป็น สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้วก็ไม่ผิวเผิน แล้วก็เป็นสังคมประชาธิปไตยที่มีองค์ความรู้อย่างลึกซึ้ง ไม่ล่องลอยไปกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่าง ๆ หรือมีความผิวเผินเกี่ยวกับข่าวโดยที่ไม่ได้มี การพินิจพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งผมคิดว่าราชบัณฑิตยสถานนั้นสามารถที่จะมีบทบาทได้ อย่างกว้างขวาง ก็ขอเสนอมา ๒ ประเด็นนี้ฝากเป็นข้อคิดไปยังรัฐบาล แล้วเราก็จะได้ ร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะยกร่างกฎหมายนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ
ท่านนายแพทย์เหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมจะใช้เวลาไม่มากนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะแบ่งเนื้อหาในการอภิปรายเป็น ๓ เนื้อหาใหญ่
เนื้อหาแรก ก็คือว่าสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้นะครับ และเนื่องจากราชบัณฑิตยสถานเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ สำหรับผมนี่ไม่เพียงแต่ระดับประเทศ มันมีความสำคัญระดับโลกด้วย ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานในโอกาสนี้นะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องสถานภาพ และบทบาทของราชบัณฑิตยสถานโดยสังเขปนะครับ เพราะถ้าหากว่าลงลึกก็คงจะต้องใช้เวลาเยอะ ผมจะใช้เวลาเพียงเท่าที่จำเป็น และเรื่องที่ ๓ สอดรับกับเรื่องบทบาทกับสถานภาพ ผมก็มี ความจำเป็นในการที่จะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องโครงสร้างกับงบประมาณ ไม่อย่างนั้น บทบาทกับสถานภาพก็จะไม่สามารถที่จะเปล่งประกายออกมาได้
ประการแรก ท่านประธานครับ ที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอขึ้นมานี่ ผมเห็นชอบ ทั้งหมดเลยครับ ผมจะไปเร็ว ๆ และคร่าว ๆ นะครับ เอาเรื่องสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ก็คือ ๒.๑ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานให้สามารถจัดการศึกษาอบรม พัฒนาทางวิชาการตามมาตรา ๗ (๓/๑) และ (๖/๑) ๒.๒ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ ของราชบัณฑิตยสถาน โดยให้เป็นผู้แทนของราชบัณฑิตยสถานในการดำเนินการ ทางวิชาการ แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๔ (๑) นะครับ ๒.๓ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของ สภาราชบัณฑิตยสถาน โดยให้มีอำนาจในการออกข้อบังคับเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) และ (๘) ๒.๔ ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการราชบัณฑิตยสถาน และกำหนดให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบายแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ผมเห็นด้วยนะครับ
ประการที่ ๒ เรื่องบทบาทและหน้าที่ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ จริง ๆ แล้วสถาบันราชบัณฑิตยสถานสำหรับผมนี่นะครับ มีความสำคัญอย่างเอกอุสำหรับประเทศ ไม่แพ้กองทัพหรือไม่แพ้องค์กรทุก ๆ องค์กรของประเทศไทย มิหนำซ้ำสำหรับส่วนตัวผม ให้น้ำหนักมากกว่า ให้คะแนนมากกว่า ถ้าจะเปรียบประเทศนี้เหมือนร่างกายมนุษย์ ผมเปรียบ สถาบันราชบัณฑิตยสถานเหมือนสมอง และไม่เพียงแต่สมองอย่างเดียว บางคนอาจจะบอกว่า รัฐบาลเป็นสมอง ผมเองขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าสถาบันราชบัณฑิตยสถานสำหรับผม ประดุจหนึ่งส่วนสร้างสรรค์ของสมองครับ ท่านประธานครับ คือสมองมันมีหลายส่วนนะครับ ราชบัณฑิตยสถานเป็นส่วนสร้างสรรค์ของสมอง มนุษย์เรามีความสามารถในการสร้างสรรค์ ฉันท์ใด หากว่าเราช่วยกันผลักดันให้สถาบันราชบัณฑิตยสถานมีประสิทธิภาพแล้วก็มี ความสามารถสูงขึ้นก็จะทำให้สามารถเปล่งประกายของความเป็นเลิศของประเทศไทยนะครับ ที่จริงผมดูแล้วประเทศไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นเลยนะครับไม่ว่าด้านไหนก็ตาม สมมุติเอาเรื่องทรัพยากรบุคคลมาเปรียบเทียบหรือทรัพยากรด้านอื่น ๆ เรามีความเป็นเลิศ ที่ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่นเลยแต่ประการสำคัญทำไมเราไม่สามารถเปล่งประกายออกมาได้ ก็คือเราขาดองค์กรซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการที่จะระดมหรือผลักดัน หรือกระตุ้นหรือก่อเกิด ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนี้นะครับ ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมมุ่งหวัง ที่จะเห็นราชบัณฑิตยสถานของเราจะเป็นส่วนที่ประดุจหนึ่งสมองส่วนสร้างสรรค์ ของประเทศ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ปัจจุบันเขาก็ทำอยู่แล้วนะครับ แต่ผมเห็นว่าเราสนับสนุนกัน น้อยเกินไป เพราะฉะนั้นในอนาคตควรจะต้องสนับสนุนให้มากกว่านี้ ซึ่งผมไปดูในนี้ผมยิ่งตกใจ แล้วก็ยิ่งสงสารและเห็นใจ เพราะในนี้บอกไว้เลยว่าหน้าที่ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา สรรพวิชา แปลว่า ทุกสิ่ง ทั้งปวง ทั้งหลาย แปลว่า รวบรวมทุกวิชาทั้งหมดเข้าไปในนั้นนะครับ ซึ่งผมเห็นใจนะครับ ราชบัณฑิตในปัจจุบันมีจำนวนน้อยและผมก็ไม่แน่ใจว่าสามารถที่จะ ครอบคลุมทุกสาขาวิชาได้หรือเปล่า และในด้านนี้ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายท่านช่วยกรุณาพิจารณาตรงนี้สักนิดหนึ่งได้ไหมครับว่าเราเพิ่มเติม จำนวนราชบัณฑิตเข้าไปได้ไหมครับ เพื่อจะได้ครอบคลุมทุกสรรพวิชาอย่างที่กราบเรียนจริง ๆ แล้ว เราจะได้นำเอาสิ่งที่ล้ำเลิศของประเทศไทยออกมาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทยและต่อชาวโลกด้วย นี่ในเรื่องบทบาทและสถานภาพอย่างสังเขป ผมอยากเห็นสถาบันราชบัณฑิตยสถานเป็นสมอง ส่วนสร้างสรรค์ของร่างกายคือประเทศไทยครับ และสร้างสรรค์ นี่สร้างสรรค์ทุกสาขาวิชาเลยนะครับ ผมคงไม่สู่รายละเอียดเพราะว่าเดี๋ยวจะเสียเวลาสภาของเรา
ทีนี้โครงสร้างครับ ข้อแรกก็คือว่าตัวสถาบันราชบัณฑิตยสถานเองก็ควรจะต้องมี บุคลากรให้มากพอเพียงในการครอบคลุมสรรพวิชานะครับ ผมเห็นความสำคัญของวิชา ภาษาไทยและการใช้ภาษาไทย แต่ขณะเดียวกันวิชาอื่นก็มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าภาษาไทยด้วย เช่นกัน ฉะนั้นเราก็ต้องให้ความสำคัญให้น้ำหนักกับสาขาวิชาอื่นให้ครบถ้วนอย่างที่เขียนไว้ ในตัวกฎหมาย เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาให้ละเอียดดูว่า โครงสร้างของราชบัณฑิตยสถานปัจจุบันนี้ครอบคลุมครบถ้วนแล้วหรือยังนะครับ
ข้อต่อมา ผมอยากจะฝากเป็นข้อคิดประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าสถาบันราชบัณฑิตยสถานควรจะต้องมีโครงสร้าง เราควรจะคิดให้เขาไหม หรือว่า เขาควรจะคิดของเขากันเอง แต่ผมว่าเราคิดให้เขาไปประกอบบ้างก็น่าจะดีนะครับ อาจจะเป็น ข้อสังเกตหรืออะไรก็แล้วแต่ คือใต้โครงใหญ่ก็น่าจะมีโครงย่อยลงมาเป็นคณะอนุกรรมการ สาขาต่าง ๆ และคณะอนุกรรมการควรจะต้องมีการครอบคลุมทุกสาขาวิชานะครับ อันนี้โครงสร้างคร่าว ๆ
ข้อต่อมา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อนำไปสู่ท่านรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีรวมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่า ขณะนี้ที่จริงเรามีที่เขาเรียก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นไปได้ไหมครับว่าราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้คิดออกมาว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นในการวิจัยสาขาอะไรบ้าง แล้วก็ราชบัณฑิตยสถานชี้นำลงไป ที่สำนักวิจัยนี่นะครับว่าสำนักวิจัยควรจะต้องวิจัยอย่างนี้ ๆ หรือทางตรงกันข้ามราชบัณฑิตยสถาน ก็ควรจะต้องรับฟังจากทุกส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาหรือสถาบันเอกชนนี่ว่า สถาบันการศึกษาขาดการวิจัยในเรื่องอะไร หรือองค์กรเอกชน กระทั่งเป็นบริษัทที่ผลิตต่าง ๆ เขาขาดอะไรบ้างแล้วก็เสนอขึ้นมา แล้วก็ไปประมวลรวมศูนย์ที่สถาบันราชบัณฑิตยสถาน และราชบัณฑิตยสถานก็จะเป็นคนบริหารจัดการ นี่เป็นการกราบเรียนท่านประธานอย่างคร่าว ๆ เท่านั้นเอง ผมอยากเห็นการปรับปรุงครับ เพิ่มจำนวนคนในราชบัณฑิตยสถานนะครับ แล้วเปลี่ยน โครงสร้างที่จะดูแลทั่วทั้งประเทศนะครับ ขณะเดียวกันวิธีการนำไปสู่การวิจัย เพราะจริง ๆ ในการเปล่งประกายออกของความล้ำเลิศต่าง ๆ มันไปแสดงออกที่การสำรวจวิจัยค้นคว้านะครับ ถามว่ามีการสำรวจวิจัยค้นคว้าที่ดีเลิศนี่เราก็จะได้ผลิตผลสร้างสรรค์ทางสมองที่ดีเลิศ และสามารถที่มาใช้เป็นประโยชน์ได้
ผมก็ขอกราบเรียนเป็นประการสุดท้ายก็คือ ทั้งหลายทั้งปวงนี่จะไม่สามารถ บรรลุได้เลยถ้าหากว่างบประมาณมีไม่เพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าราชบัณฑิตยสถาน นี่สำคัญมากครับ ดังนั้นแต่ละปี ๆ ผมอยากจะกราบเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแล ราชบัณฑิตยสถานโดยตรงนี่นะครับ ช่วยกรุณาจัดสรรงบประมาณจำนวนพอเพียงให้ ราชบัณฑิตยสถานสามารถที่จะทำงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ให้เป็นส่วนสร้างสรรค์ของสมองของประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่าประเทศเราไม่ได้ให้ ความสำคัญแก่ราชบัณฑิตยสถานตลอดเวลายาวนานเลยครับ ไม่เคยให้ความสำคัญจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่สถาบันแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ ผมนี่สนับสนุนการอภิปรายของ นายแพทย์เหวง โตจิราการ เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าราชบัณฑิตยสถานนั้นไม่ใช่แค่จะมาบัญญัติ ภาษาไทยเท่านั้นนะครับ แต่ราชบัณฑิตยสถานเป็นศูนย์รวมของปราชญ์ของแผ่นดิน เป็นมันสมอง สำคัญที่สุดที่เราจะได้ราชบัณฑิตแต่ละท่านเข้ามา แต่ละสาขาไม่ใช่ได้มาด้วยความสบาย ๆ นะครับ เราต้องคัดสรรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นยอดของวิชาการต่าง ๆ แต่ละแขนงเข้ามา รวมกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่เราปล่อยปละละเลยไม่ให้ความสำคัญมาตลอดเวลาเป็นเวลา ยาวนาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้ควรจะให้ความสำคัญแก่ราชบัณฑิตยสถาน แห่งนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ด้วยการสนับสนุนทุกวิถีทางทุกด้าน ทั้งด้านกำลังคน ด้านกำลังเงิน ในการที่จะให้สถานแห่งนี้เป็นสถานที่จะให้เป็นมันสมองกับประเทศชาติของเรา เพราะฉะนั้น ผมสนับสนุนอย่างยิ่งครับ แล้วก็คงไม่ใช้เวลาในการอภิปรายมาก เราควรจะสนับสนุนทุกทาง ทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นด้านกำลังเงิน กำลังคนนะครับ ที่จะสนับสนุนสถาบันแห่งนี้ให้คงอยู่ เป็นมันสมองของประเทศต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมครับ จะขอมติแล้ว ท่านเกียรติ์อุดม ท่านบุญยอดก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ต้องขานชื่อให้ชัดหน่อยนะครับ เดี๋ยวทางรัฐมนตรีหรือราชบัณฑิตยสถานฟังอยู่จะตำหนิ ผมได้นะครับ ก็ขอเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าผมเองก็เห็นด้วยกับการที่จะให้มี กฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่ขอฝากเล็กน้อยเท่านั้นเองว่าสิ่งที่เป็นงานเพิ่มจากพันธกิจและภารกิจ ที่ท่านมีอยู่แล้วจะทำให้ท่านมีงานที่ถือว่าเป็นการแบกภาระหรือไม่ พันธกิจเดิม ๑. การค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชน ๒. มีการติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสานงาน ทางวิชาการกับองค์กรปราชญ์และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศนะครับ ๓. ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ๔. ให้บริการทางวิชาการแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของภาคเอกชน และประชาชน ๕. ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน การบัญญัติศัพท์ทางวิชาการสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยและงานวิชาการอื่น ๆ ยืดยาวมากมายครับ ท่านประธาน ๖. กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทย มิให้เปลี่ยนไปในทางที่เสื่อมและส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏ เด่นชัดยิ่งขึ้น ๗. ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายให้เป็นอำนาจหน้าที่ราชบัณฑิตยสถาน เห็นไหมครับท่านประธานพันธกิจเดิมก็มีมากพอสมควร แต่การที่จะเป็นการอบรม สัมมนา การให้ประกาศนียบัตรชั้นสูง ประกาศนียบัตร สัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา อบรมและพัฒนาทางวิชาการนั้นจะเป็นงานใหม่ที่เกิดขึ้น คำถามก็คือว่าหน่วยงาน ราชบัณฑิตยสถานได้เตรียมความพร้อมมากน้อยขนาดไหน นั่นแปลว่าอาจจะต้องเพิ่มบุคลากรขึ้น ทางคณะกรรมการของ ก.พ. จะมีตำแหน่งรองรับให้หรือไม่อย่างนี้เป็นต้น ความพร้อมต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะต้องตามมาหลังจากที่กฎหมายนี้ออกไป แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอติงว่า ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้แล้ว อย่างไรก็ตามก็ต้องคำนึงถึงทั้งการทำงานในหน่วยงานและรวมทั้ง การที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ด้วย ประชาชนจะได้ประโยชน์ได้อย่างไรครับถ้าหากว่า ท่านไม่พร้อมที่จะให้บริการ รวมไปถึงอย่างที่ท่านวัชระ เพชรทอง ได้พูดไว้ก็คือแล้วค่าบริการ การอบรมต่าง ๆ จะมากน้อยขนาดไหนครับ ถ้าหากว่าจัดการเล่าเรียนการอบรมแล้ว คิดราคาที่มีอัตราที่สูงเกินไปมันก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนนะครับ ดังนั้นขอฝากครับว่า สิ่งที่ท่านจะบัญญัติศัพท์หรืออะไรต่าง ๆ หลาย ๆ คำก็เป็นคำที่ราชบัณฑิตยสถานก็ทำมา สังคมไทยก็ไม่ได้ใช้ หรือว่าแม้แต่การชำระพจนานุกรมก็น่าจะต้องทำให้รวดเร็วทันสมัย มากยิ่งขึ้น ผมสนับสนุนสมาชิกท่านหนึ่งที่เปิดเว็บไซต์ดูด้วยนะครับ ในเว็บไซต์ท่านก็ไม่ตอบโจทย์ ในหลาย ๆ หัวข้อว่าไม่มีการบรรจุข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไป การอบรมสัมมนาไปสิ้นสุดแค่ปี ๒๕๕๐ การตอบคำถามของคนที่ถามเข้าไปบางคำถามมีคำตอบ แต่บางคำถามก็ไม่ได้รับคำตอบ ที่ส่งเข้าไปในเว็บไซต์ของราชบัณฑิตยสถานเอง ก็น่าจะต้องปรับปรุงงานที่ทำอยู่แล้วด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมครับ จะขอมติครับ ขอเชิญเข้าห้องประชุมครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมครับ จะขอมติจากที่ประชุมครับ กรุณากลับเข้าห้องประชุมด้วยครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนแล้ว ขอผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปจะขอมตินะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนนะครับ เห็นด้วย ๓๔๗ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วาระที่หนึ่ง
ต่อไปเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญกำหนดจำนวนกรรมาธิการ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
สำหรับกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่านนั้น ขอเสนอรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ดิฉัน นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ ท่านที่ ๒ ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านที่ ๓ ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต ท่านที่ ๔ นางสาวกนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน และท่านที่ ๕ นายพัชโรดม ลิมปิษเฐียร สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาค่ะ
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๔ ท่าน ดังมีรายนามต่อไปนี้ ๑. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๒. นางสมหญิง บัวบุตร ๓. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๔. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๕. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๖. นายพีระเพชร ศิริกุล ๗. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ๘. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๙. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ๑๐. นายสุรสาล ผาสุข ๑๑. ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ๑๒. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๑๓. นายบดินทร์ วัชโรบล ๑๔. นางอนุรักษ์ บุญศล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๘ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ครับ ๑. นายกษิต ภิรมย์ ๒. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๓. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๕. นายธนชาต ประทุมสวัสดิ์ ๖. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ๗. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๘. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน เรวดี รัศมิทัต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทยนะคะ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ดังต่อไปนี้ ๑. นายยืนหยัด ใจสมุทร ๒. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือท่านสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา พลังชล ขอเสนอนางสาวเยาวภา บุรพลชัย ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ ๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๓. ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๔. นางสาวกนกวลี ชูชัยยะ ๕. นายพัชโรดม ลิมปิษเฐียร ๖. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๗. นางสมหญิง บัวบุตร ๘. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๙. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๑๐. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๑๑. นายพีระเพชร ศิริกุล ๑๒. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ๑๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๔. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ๑๕. นายสุรสาล ผาสุข ๑๖. ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ๑๗. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๑๘. นายบดินทร์ วัชโรบล ๑๙. นางอนุรักษ์ บุญศล ๒๐. นายกษิต ภิรมย์ ๒๑. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๒๒. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๓. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๒๔. นายธนชาต ประทุมสวัสดิ์ ๒๕. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ๒๖. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๒๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒๘. นายยืนหยัด ใจสมุทร ๒๙. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ๓๐. นายสรชัด สุจิตต์ และ ๓๑. นางสาวเยาวภา บุรพลชัย
ระยะเวลา การแปรญัตติครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ระยะเวลาแปรญัตติตามข้อบังคับ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านสมาชิกครับ วันนี้พอสมควรครับ ปิดการประชุม