สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร และขอความกรุณาจากรัฐบาลในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ พร้อมขอจัดสรรงบประมาณในการบริหารจัดการเมืองและชุมชนเมืองในอนาคต

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของสภาแห่งนี้ไป เมื่อสมัยที่แล้ว ซึ่งในอันนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องเรียนว่าหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในขณะนั้นได้มีความพยายามผลักดันให้เกิดมหาวิทยาลัยกรุงเทพขึ้นให้ได้ ในขณะเดียวกัน ที่ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้มีการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยด้วยเช่นเดียวกันจนมาถึงในวันนี้ที่ต้อง เปลี่ยนชื่อให้มีการสอดรับ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถ้าไปดูในกฎหมายหลักซึ่งกระผมเองก็ได้มี โอกาสเป็นกรรมาธิการในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครด้วย เช่นเดียวกัน ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณชายสุขุมพันธุ์ที่มองเรื่องนี้เอาไว้ครับ โดยมหาวิทยาลัย แห่งนี้ปัจจุบันมีอยู่ เป็นการรวมตัวกันของวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้กรุงเทพมหานครก็คือวิทยาลัย แพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล กับอีก ๑ วิทยาลัยก็คือวิทยาลัยพยาบาล เกื้อการุณย์ ซึ่งทั้ง ๒ วิทยาลัยนี้ก็เป็นการผลิตพยาบาลขึ้นมาเป็นจำนวนมากที่ใช้กับ โรงพยาบาลของท้องถิ่น นอกจากนั้นแล้วในกฎหมายฉบับนี้ซึ่งคุณชายสุขุมพันธุ์ท่านได้ วางแผนเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้น นอกจากจะเริ่มต้นในเรื่องของแพทย์ พยาบาลแล้วยังรวมไปถึง ในเรื่องของการออกแบบบริหารจัดการเมือง แล้วก็ชุมชนเมืองหลวงด้วย เพราะฉะนั้น ในอนาคตในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครหรือถ้าเปลี่ยนชื่อสำเร็จในวันนี้ก็จะเป็น มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนั้นก็จะเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นซึ่งจะดูเรื่องของชุมชนเมือง เป็นการเฉพาะ และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาหรือระดับ มหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้การสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างเมืองหลวง อย่างกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องถือว่าเป็นหัวใจหลักของเรื่อง และผมก็หวังว่า จะได้มีการขยายออกไปในอีกหลากหลายสาขา อย่างไรก็ดีครับในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตัวที่เป็น ต้นฉบับนั้นก็สามารถที่จะได้รับเงินอุดหนุนผ่านทั้งเงินจากงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเอง ก็คือในเรื่องของการจัดเก็บจากภาษีโรงเรือน ภาษีป้ายวงกลมรถยนต์ต่าง ๆ ก็มามีส่วนร่วมเข้ามาในของมหาวิทยาลัยได้ด้วย

แต่อีกประการหนึ่งสำคัญ ก็คืองบประมาณที่มาจากส่วนกลางคือที่มาจาก รัฐบาลกลาง ต้องกราบขอความกรุณารัฐบาลนี้ด้วยครับว่าการจัดสรรงบประมาณนั้น ไม่ได้จัดสรรเฉพาะแต่เพียงมายังกรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ท่านยังสามารถที่จะจัดสรรลงมาในงบประมาณในรูปแบบของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ด้วย โดยผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานจะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีที่รักษาการนั้น มีทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อย่าลืม ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยอีก ๑ แห่ง และเป็นแห่งเดียวเสียด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอให้งบประมาณนั้น ไร้รอยต่อครับ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในคราวนี้ก็แล้วแต่

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ การออกแบบมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยคุณชายสุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งออกแบบในลักษณะที่ไม่ได้เป็นส่วนราชการ แต่เป็นนิติบุคคล แล้วก็ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจด้วย เพราะฉะนั้นความคล่องตัวในมหาวิทยาลัยแห่งนี้นั้น ในรูปแบบกฎหมายก็มีสูงซึ่งสามารถจะเป็นต้นแบบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้อีกหลากหลายองค์กรส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยแห่งนี้ แล้วขอให้การสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และถ้าเป็นไปได้เนื่องจากจะมีการแค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้นไม่ได้มี การลงไปในรายละเอียดอีกแล้ว เพราะเนื่องจากว่ากฎหมายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ถูกเสนอไว้ตั้งแต่สมัยคราวที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า ไม่จำเป็นที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาอีก เราสามารถใช้ทั้งสภาแห่งนี้ ร่วมในการพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สามได้เลยครับท่านประธาน ก็นำเสนอไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ