ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อภิปรายเรื่องการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง และกรุงเทพมหานคร ตามพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเสนอ และเห็นด้วยที่รัฐจะต้องปรับแต่งกฎหมายให้เหมาะสม
ผมกำลังบอกกับท่านประธานว่า การถ่ายโอนภารกิจจากภาครัฐไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นภารกิจที่รัฐบาล จะต้องทำ การจัดการการศึกษาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้กรุงเทพมหานครเขาได้เริ่มก่อน เขาได้เข้ามาสู่การจัดการการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ความหมาย ของผมก็คือว่านอกเหนือจากการเปลี่ยนชื่อมันยังมีความบกพร่องในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว และไปสู่การแก้ไขมีความหมายตรงไหนท่านประธานครับ มีความหมายอยู่ตรงที่ว่าการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกนี้มันจะเป็นต้นแบบเพราะว่า ในอนาคต อบจ. สตูลเขาอาจจะมีความพร้อมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดสตูล อบจ. ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเขาอาจจะมีความพร้อมในการจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเขา ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จังหวัดสุโขทัย ต้นแบบของมหาวิทยาลัยรามคำแหง จนกระทั่งวันนี้ ยังไม่มีมหาวิทยาลัยเป็นของตนเองเลย เพราะฉะนั้นโครงสร้างนี้มันจะเป็นโครงสร้างที่เป็น ตัวแบบให้องค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศเขาไปทำ ถ้าเขามีความสามารถเขาทำได้ แน่นอน ปัญหาอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธานครับ เปลี่ยนชื่อนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างแน่นอน เป็นความปลาบปลื้มของกรุงเทพมหานครเขาแน่นอนที่เขาได้มีชื่อตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ แต่ว่าในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานตามผมไปสิครับ ไปอ่านดูในมาตรา ๕ มาตรา ๕ นี้ซึ่งเป็นเรื่องของระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมาตรานี้ถูกจัดการดำเนินการไปตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อย่างที่เคยปฏิบัติกันมาแล้ว เพราะในระดับมหาวิทยาลัยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ถือว่าเป็นโครงสร้างขององค์กรราชการในระดับขององค์กรที่มีระดับสูงซึ่งเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นกรม เมื่อมีฐานะเป็นกรมเมื่อไรเขาต้องเสนอเป็นพระราชบัญญัติ วิทยาลัย เขาอาจจะเป็นพระราชกฤษฎีกา เขาอาจจะเป็นระเบียบ เขาอาจจะเป็นกฎกระทรวง แต่ว่าพอเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยท้องถิ่นก็เป็นรัฐส่วนหนึ่งคือรัฐในท้องถิ่น ถ้าเราจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นเราก็จะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าพระราชบัญญัตินี้ใครเป็นคนรักษาการ โครงสร้างที่เราร่างกฎหมาย โดยสภานิติบัญญัติที่ผ่านมานี้เราให้รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ เราแบ่งประเทศ เป็นกระทรวง ทบวง กรม กรมต่าง ๆ อยู่ภายใต้กระทรวง เมื่ออยู่ภายใต้กระทรวง รัฐมนตรี ก็เป็นคนรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ นี่เป็นแบบแผนโบราณที่ยึดติดกับการบริหาร ราชการแผ่นดิน ซึ่งราชการนี้มันตกขบวนไปแล้ว บัดนี้องค์การในมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานคร เขาไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีฐานะที่จะมีหน่วยงาน ในระดับกรมของตัวเอง การกำกับในระดับกรมเขาให้รัฐมนตรีเข้ามาเป็นคนกำกับ แต่กรุงเทพมหานครเขาเป็นองค์กรท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถูกครับ เพราะกระทรวงมหาดไทยได้กำกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการเขาเป็นคนที่มีอำนาจในการจัดการการศึกษาของประเทศไทยทั้งระบบ เขามามีหน้าที่รักษาการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินนี้ ถูกต้องครับ เพราะเป็น ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่เอื้อต่อการที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วย แต่ว่า ผู้ที่มีหน้าที่รักษาการและจัดการดำเนินการบริหารทั้งหมดเป็นการกำกับตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้โดยแท้นั้นไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการ แต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผมเรียนท่านประธาน ลุกขึ้นอภิปรายตรงนี้ตั้งใจจะบอกกับท่านประธานว่า ในมาตรานี้ละครับ ในการจัดการ ในเรื่องนี้ละครับ ในการบริหารเรื่องนี้ละครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเขาจะต้อง ทำหน้าที่ในการรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย นี่คือรูปแบบการเขียนกฎหมาย และมีความหมายต่อการบริหารจัดการขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ดูแล ในการจัดการการศึกษา ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นมาอภิปรายกับท่านประธานในวันนี้ เพียงแต่บอกกับท่านประธานอย่างนี้ละครับ และผมจะต้องฝากเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องทำหน้าที่มาดูแลในเรื่องนี้ต่อไปหลังจากที่สภาได้รับหลักการแล้ว นั่นก็คือว่า
๑. ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ได้รับพระราชทานนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตามร่างพระราชบัญญัติตามที่รัฐบาลได้เสนอ แล้วผมเห็นว่าถึงเวลาที่รัฐจะต้องปรับแต่ง นิติบัญญัติของประเทศไทย ยังต้องปรับแต่งในการรักษาการตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไว้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ