ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ พูดเรื่องการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ที่ผมจำเป็นต้องลุกขึ้นยืนอภิปราย ในวันนี้อีกครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานนามของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในนามของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. .... มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๓ แต่ว่าเป็นความพยายาม ของท้องถิ่นเช่นกรุงเทพมหานครได้พยายามที่จะเข้ามาสู่การจัดการการศึกษา ประเทศไทยเรานั้น ได้มีการจัดการการศึกษาอย่างเข้มข้นในนามของท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น คนรุ่นคุณพ่อเรา คนรุ่นเราล้วนแต่มีโอกาสจะได้รับการศึกษาจากท้องถิ่นมาก่อนแล้วทั้งสิ้น ในการจัดการ การศึกษาในขั้นประถมศึกษาก็ถูกจัดการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาแล้วตั้งแต่ต้น บางแห่งก็จัดในนามของเทศบาลบางแห่งก็จัดในนามขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบ พิเศษ ต่อมาเราได้มีการยกระดับการศึกษาสูงขึ้น ในการยกระดับการศึกษาที่สูงขึ้นนั้น เราพบว่าเอกชนได้เข้ามามีบทบาทก่อนการจัดการการศึกษาโดยรัฐโดยเฉพาะในระดับ มัธยมศึกษา ท่านประธานคงจะเห็นได้ว่าในต่างจังหวัดนั้นเรามีโรงเรียนเอกชนเข้ามาแทนที่ แล้วก็ยกระดับการศึกษาจากประถมศึกษาขึ้นสู่มัธยมศึกษาโดยเอกชน เอกชนมีบทบาทสูงยิ่ง แล้วก็มีความสำคัญในการจัดการการศึกษาของประเทศไทยมาแล้วตั้งแต่ต้นมาก่อนที่รัฐ จะเข้าไปจัดการการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาอย่างกว้างขวางเป็นการทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ในระดับมหาวิทยาลัยนั้นแน่นอนความสามารถในการจัดการการศึกษานั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะประเทศไทยเรามีคนจบการศึกษาอยู่ประมาณสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง โอกาส ที่จะให้เอกชนจัดการการศึกษาในเบื้องแรกก็มีความเป็นไปได้ยากมา และต่อมารัฐก็สามารถ เป็นผู้จัดการเองและกระจายการศึกษาในระดับอุดมศึกษาไปทั่วทั้งประเทศไปสู่ภูมิภาค แต่ว่าจัดการในนามของส่วนกลางเพื่อที่จะมีมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอยู่เป็นการทั่วไป กรณีนี้ เป็นกรณีที่ผมได้เคยลุกขึ้นยืนสนับสนุนการจัดตั้งการเสนอร่างพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเมื่อครั้งที่กฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมกล่าวย้ำ กับท่านประธานว่านี่มีความหมายที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หลังจากที่ได้มีการถ่ายโอน ภารกิจจากภาครัฐไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่คือศูนย์รวมของงานกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเทศไทยเราได้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มานาน มีการถูกแทรกแซงโดยเผด็จการบ้างบางครั้งบางช่วงเวลา แต่ว่าการจัดการการปกครอง ในระดับท้องถิ่นนั้นเราได้มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ แต่ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเราทำไปได้อย่างเนิ่นช้าแล้วก็ทำอย่างระมัดระวัง แล้วก็ทำอย่างไม่ต้องการที่จะให้ท้องถิ่นนั้นมีความเข้มแข็งและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าตามพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อทำให้ทุกตารางนิ้ว ของประเทศไทยเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่เราต้องทำให้ทุกตารางนิ้ว ของประเทศไทยได้ถูกบริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับถ่ายโอน ภารกิจจากภาครัฐไปสู่การจัดการกับปัญหาอย่างทั่วด้าน งานชิ้นนี้ได้ทำกันไปในสมัยที่รัฐบาล ของ ฯพณฯ ท่านชวน หลีกภัย เราได้ทำทั้งองค์กรสำเร็จ ทำพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจเป็นการบังคับให้รัฐบาลจะต้องถ่ายโอน ภารกิจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ก็ได้สั่งการทำอย่างนี้ไปตั้งแต่เบื้องต้น แต่ว่าท่านประธานครับ งานพัฒนาไปอย่างเนิ่นช้าแล้วก็ค่อยเป็นค่อยไปโดยที่ถึงขณะนี้ได้เกิด ความคิดอันหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าได้มีถ้อยคำคำหนึ่งเกิดขึ้น คำว่า ไร้รอยต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับรัฐบาล คำนี้มีความหมายที่เก๋ไก๋ครับ ความหมายก็คือว่าพูดไปอย่างไรก็เพียงเพื่อว่าให้รัฐบาลส่วนกลางได้สนับสนุนให้กับองค์กร ปกครองท้องถิ่นอย่างไม่มีรอยต่อ อย่างไม่เป็นอุปสรรค ท่านประธานครับ คำพูดคำนี้อาจจะ เป็นถ้อยคำที่มีคนใช้เป็นเครื่องมือได้ แต่ว่าคำพูดคำนี้ท่านครับ ชุดนี้มันทำให้เกิดอุปสรรค อย่างใหญ่หลวงต่อการถ่ายโอนภารกิจจากภาครัฐไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น