ก่อแก้ว พิกุลทอง หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา ๒๒ ที่มีการตัดคำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ออก โดยเห็นว่าการใช้คำว่า มาตรฐานจริยธรรมนั้นกว้างเกินไป และมีความเห็นว่า จริยธรรมเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่จรรยาบรรณเป็นหลักประพฤติปฏิบัติที่ชัดเจนและตายตัวของแต่ละอาชีพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกองทุนการท่องเที่ยว และขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. เพื่อพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่อยากเห็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ผ่านสภาไปโดยเร็วจะได้มีการบังคับใช้ โดยเร็ว แต่เนื่องจากว่าหลังจากที่ได้ดูเนื้อหาที่ทางวุฒิสภาได้ไปแก้ไขนั้นยอมรับว่ามีบางประเด็น ที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคตได้นะครับ จึงเห็นควรว่าน่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อทำการหารือแล้วแก้ไขในมาตราที่ทาง ส.ส. เองเห็นแย้งนะครับ ท่านประธานครับ ในมาตราที่มันเป็นปัญหาจริง ๆ แล้วที่มันเป็นหลัก ๆ อยู่แค่ ๒-๓ มาตรา แต่ถ้าโดยเนื้อหา โดยรวมนี่ถือว่าทางวุฒิสภาแก้ข้อความมาเยอะมากนะครับ แต่เอาประเด็นหลัก ๆ ที่มองว่า น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือการนิยามความหมาย มาตราที่ตัวผมเองรู้สึกว่าไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งก็คือมาตรา ๒๒ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ทำการอภิปรายชี้แจงเหตุผลมาแล้ว นั่นคือจากการตัดคำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ มาเป็นคำว่า มาตรฐานทางจริยธรรม ท่านประธานครับ ผมเองได้มีโอกาสไปเปิดคำศัพท์ของราชบัณฑิตยสถานของทั้ง ๒ คำนี้ จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ นี่ทางราชบัณฑิตยสถาน ปี ๒๕๔๖ ได้บัญญัติไว้แปลความหมายว่าอย่างนั้น ส่วน จรรยาบรรณ ความหมายหมายถึงว่า ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น ซึ่งจรรยาบรรณ ของแต่ละวิชาชีพนั้นมันก็ย่อมมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของอาชีพนั้น ๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาชีพนั้น ๆ อย่างเช่น แพทย์เองก็มีจรรยาบรรณอีกแบบหนึ่ง วิศวกร ก็มีอีกแบบหนึ่ง ครูเองก็มีจรรยาบรรณที่มีความเคร่งครัดอีกมิติหนึ่ง ทนายความก็มีจรรยาบรรณ ที่มีการกำหนดรายละเอียดที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเวลาพูดถึงจรรยาบรรณนี่มันมีความแตกต่าง ตามอาชีพของแต่ละอาชีพ ถ้าพูดจรรยาบรรณแล้วมันไม่สามารถบอกได้ว่าเวลาพูดคำนี้แล้ว มันจะเหมือนกันนะครับ เพราะว่ามันเป็นข้อกำหนดที่แต่ละอาชีพนั้นได้กำหนดขึ้นมาเป็น แนวทางในการประพฤติปฏิบัติ บางท่านบอกว่าที่จริงแล้วจรรยาบรรณเป็นซับเซต (Subset) ของมาตรฐานจริยธรรม ผมเองได้ฟังนักกฎหมายบางท่านอธิบายอย่างนั้น แต่ท่านประธานครับ ผมเองไม่เห็นด้วยในคำพูดตรงนี้ ผมบอกว่าจรรยาบรรณกับจริยธรรมนั้นเป็นสิ่งที่มีความแตกต่างกัน ค่อนข้างมาก เวลาพูดถึงจริยธรรมนั้นมันเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ คำว่า จริยธรรม บางที คนสองคนยังคิดอ่านไม่เหมือนกันเลย มีความคิดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่ว่าพื้นฐานความรู้ ความคิด หรือพื้นฐานทางสังคมของคนนั้นเป็นอย่างไร แต่เวลาพูดถึงจรรยาบรรณของแต่ละอาชีพนั้น มันมีความชัดเจน มันมีหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างตายตัวที่เป็นหลักประพฤติปฏิบัติของแต่ละอาชีพ ที่เขาต้องประพฤติตามจรรยาบรรณของแต่ละอาชีพนั้น ๆ เพราะฉะนั้นเวลาพูดคำว่า จริยธรรม มันจึงเป็นคำพูดที่กว้างและครอบคลุมอะไรก็ไม่รู้กว้างไปหมด ทำให้สามารถตีความทุกอย่างเข้าไปสู่ในคำว่าจริยธรรมได้ทั้งสิ้นครับ ฉะนั้นเวลาเรามาใช้คำว่า มาตรฐานจริยธรรมตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยตัดคำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ออก ผมมองว่าเป็นการใช้คำที่กว้างเกินไป และครอบคลุมทุกมิตินะครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ มันจะเป็นปัญหาเพราะคำว่าจริยธรรมนั้นในความรู้สึกของเรา เราหมายถึงว่าสิ่งดี ๆ ที่เรา ต้องปฏิบัติ แต่วงการกีฬามันไม่ใช่ครับ วงการกีฬามันมีหลายอย่างที่ปฏิบัติไปแล้วมันอาจจะไปฝืน หรือเรียกว่าไปไม่ถูกต้องตามจริยธรรมนะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน กีฬา มีการซื้อขายตัวนักกีฬา กีฬาอาชีพมันจะเป็นอย่างนั้น ยิ่งถ้าท่านประธานได้ติดตามข่าวนักกีฬา ในต่างประเทศจะมีการซื้อขายตัวกันแพง ๆ มาก ซื้อขายนักเตะฟุตบอลบางสโมสรซื้อขายกันที ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท มีการเรียกราคาโก่งราคาค่าตัว หรือว่าการย้ายสังกัด หรือว่า รายได้ในแต่ละสัปดาห์นะครับ ซึ่งวงการกีฬามันจะเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นเวลาซื้อขายตัว นักกีฬาทางกีฬาอาชีพเขาถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเวลาพูดถึงทางจริยธรรมนะครับ ใครก็แล้วแต่ไปขายตัวเองเพื่อให้ตัวเองตกไปเป็นทาสของสโมสรหรือต้นสังกัด อันนี้ถ้าพูดถึง ทางจริยธรรมแล้วอย่างไรก็มองว่ามันไม่ถูกต้อง ฉะนั้นการซื้อขายตัวในวงการกีฬา ซึ่งตามหลักแล้วมันถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ แต่มันจะเป็นการผิดจริยธรรมนะครับ ฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อมาใช้คำกว้าง ๆ อย่างนี้มันก็จะเป็นปัญหาทำให้สมาคมกีฬาเอง ก็จะมีปัญหาในการที่จะประพฤติปฏิบัติ หรือผมยกตัวอย่างอีกอย่างนะครับท่านประธาน ตามหลักการแข่งขันกีฬาแล้วนักกีฬาเองต้องพยายามที่จะเอาชนะคู่แข่งให้มากที่สุด สมมุติ เตะฟุตบอลถ้าสโมสรเอ (A) แข่งกับสโมสรบี (B) นักกีฬาของสโมสรเอก็พยายามเอาชนะ สโมสรบีให้มากที่สุด ยิง ๒ ประตู ๓ ประตู ๕ ประตู ๑๐ ประตู ๒๐ ประตูก็ได้ ขึ้นอยู่กับ ความต้องการ ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละสโมสร เพราะฉะนั้นตามหลักจรรยาบรรณของ วงการกีฬาจะแพ้ชนะกันเท่าไรมันไม่มีปัญหาเพราะกีฬาเขาเล่นกันอย่างเต็มที่ แต่ว่า เวลาพูดถึงหลักจริยธรรมถ้านักกีฬาทีมเอไปถล่มทีมบีเสียพรุน ทำให้ทีมบีทั้งนักกีฬา และกองเชียร์รู้สึกหดหู่สูญเสียกำลังใจพ่ายแพ้หมดรูป อายเรียกว่าม้วนเสื่อไปคุยกับกองเชียร์ ก็รู้สึกว่าไม่กล้าสู้หน้า เป็นความอับอายที่ทีมเอทำให้กับทีมบี ซึ่งตรงนี้ท่านประธานครับ ถ้าเราใช้ คำว่า ประมวลจริยธรรม มันก็เป็นปัญหาว่าต่อไปนักกีฬาถ้ายิงหรือทำแต้มเหนือคู่แข่งมาก จะผิดจริยธรรมไหม ตรงนี้จึงเป็นปัญหาที่ผมมองว่าถ้าเราใช้คำกว้างอย่างนี้มันจะครอบคลุม อะไรที่กว้างเกินไปแล้วทำให้สโมสรกีฬาทั้งหลายเขาจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนั้น ผมเองก็มีความเห็นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ขึ้นมาพูดก่อนหน้านี้ว่าเราควรจะคง คำว่า ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ไม่ควรใช้คำกว้าง ๆ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา ในการปฏิบัติ
ส่วนอีกมาตราหนึ่งนะครับ มาตรา ๔๔ ที่ให้มีการเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จาก ๔ คน เป็น ๘ คน ตรงนี้เพิ่มมาเป็นเท่าตัว ท่านประธานครับ การเพิ่มคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิมากขนาดนี้จาก ๔ คน เป็น ๘ คน ผมเองเป็นห่วงว่าในอนาคตนั้นจะมีปัญหา ในการออกเสียงกันหรือเปล่า เพราะว่าการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ออกแบบ โครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุนมาอย่างนี้นะครับ แล้วในขั้นวุฒิสภาได้มีการเพิ่ม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาอีก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๔ คน เป็น ๘ คนนั้นตรงนี้จะมีปัญหา หรือไม่ในอนาคตในการบริหารกองทุนในการออกเสียง ซึ่งอาจจะมีปัญหาว่ามีการคุมเสียงกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นห่วงว่ามันจะทำให้เสียหาย ต่อทางหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้หรือเปล่านะครับ ทั้ง ๒ ประเด็นหลักนี้ท่านประธานครับ ที่ผมเอง มีความเห็นว่าเราควรจะต้องมีการพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ไม่ควรที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ ไปตามที่วุฒิสภาแก้ ไม่อย่างนั้นแล้วอนาคตก็จะมีปัญหาได้ จึงขอกราบเรียนไปยังท่านประธาน ขอเสนอความเห็นว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. ขอบคุณครับ