กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เพื่อให้มีคุณภาพและเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โดยเสนอแผนการจัดสรรงบประมาณและขออนุญาตนำเรียนรัฐบาลเพื่อจัดสรรงบประมาณเป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดึงคนเก่งเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยและความสำคัญของอิสรภาพทางวิชาการ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตที่จะอภิปรายในการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อเปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ด้วยเหตุผล ๓-๔ ประการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมคงไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าวอีกว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานนามของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แห่งนี้ให้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับอนาคตของ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะขออนุญาตอภิปรายว่าการเปลี่ยนชื่อนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันที่จะทำให้ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ผมว่าตรงนั้นเป็นประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีเพื่อจะได้นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้
ในประเด็นแรก มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชที่เรากำลังจะได้ชื่อใหม่นี้ เป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น และที่สำคัญก็คือเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งแรกของประเทศไทย การที่ท้องถิ่นของประเทศไทยคือกรุงเทพมหานครมีขีดความสามารถจัดตั้งมหาวิทยาลัย ของตัวเองได้นั้นสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถและความเข้มแข็งของกรุงเทพมหานครของเรา แล้วก็ความจำเป็นของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสำคัญ หลายเรื่องที่มหาวิทยาลัยทั่วไปไม่สามารถให้คำตอบในทางวิชาการได้เป็นการเฉพาะ เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการจราจร ในเรื่องเกี่ยวกับมลภาวะ ของเมือง ในเรื่องเกี่ยวกับความยากจนที่อยู่ในเมือง เป็นต้น ด้วยเหตุผลอันนี้เองจึงทำให้ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน แล้วก็ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ร่วมกันแล้วก็จัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นเพื่อหวังว่า จะเป็นแหล่งทางวิชาการที่จะให้คำตอบกับปัญหาเมือง ซึ่งจะเป็นหลักให้กับประเทศชาติ ของเราต่อไป ผมคิดว่าตรงนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมาโฆษณาว่าพรรคนั้นทำหรือพรรคนี้ทำ พรรคใดทำก็ตามถ้าทำอย่างนี้แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้คือความสำเร็จของกรุงเทพมหานครที่เราปฏิเสธไม่ได้ และตรงนี้เองครับท่านประธานถ้าเราพิจารณาเปรียบเทียบกับมหานครที่ใหญ่ ๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็นมหานครลอนดอน มหานครนิวยอร์ก มหานครซิดนีย์ มหานครแฟรงเฟิร์ต ก็ตาม ก็ล้วนแต่มหาวิทยาลัยของตนเองในลักษณะนี้ทั้งสิ้น การทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการยกระดับ ของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นท้องถิ่นเข้ามาสู่มาตรฐานสากลหรือระดับโลก ตรงนี้ผมคิดว่า เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งของคนกรุงเทพมหานครที่ผมก็เป็นส่วนหนึ่ง ในกรุงเทพมหานครด้วย อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีเพื่อได้เห็นถึงความสำคัญและเข้าใจถึงนัยแห่งการตั้งวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ใช่ กรุงเทพมหานครไม่มีอะไรทำก็เลยนึกสนุกขึ้นมาแล้วตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เมื่อนัยแห่งการมีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเป็นเช่นกล่าวนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือการทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เติบโต เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายแล้วว่า ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมจะไม่ขออภิปรายว่าถูกหรือผิดอย่างไร แต่เรามีรัฐมนตรี ๒ ท่าน ผมขออนุญาตตั้งคำถามกับท่านประธานว่าในการจัดทำงบประมาณจะต้องให้รัฐมนตรี ๒ ท่านเป็นผู้ลงนามเห็นชอบใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ท่านประธานก็คงจะนึกภาพออกว่ามันยากมาก ในการที่จะทำให้เห็นความเข้าใจตรงกัน และถ้าเป็นเช่นนี้ผลที่เกิดขึ้นก็คืองบประมาณของ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้ก็จะกลายเป็นงบประมาณที่จะต้องมาเจียดออกจากงบปกติ ของกรุงเทพมหานครซึ่งก็มีอยู่ไม่มากนัก ผมอยากเสนอให้ท่านประธานได้นำเรียน กับท่านรัฐมนตรีไปยังรัฐบาลว่าน่าจะได้มีการจัดสรรงบประมาณเป็นการเฉพาะให้กับ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชแห่งนี้ประกอบเข้าไปกับงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เอางบประมาณของกรุงเทพมหานครไปเจียดให้กับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่างบประมาณในการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ลักษณะนี้จากประสบการณ์ของผมในฐานะเป็นอาจารย์แล้วก็เป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษามาก่อน ผมคิดว่าอย่างน้อย ๆ ควรจะต้องมีแผน ๕ ปีที่จะให้งบประมาณประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท กับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชแห่งนี้ที่จะพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการได้ ก็ขออนุญาต ฝากท่านประธานในเรื่องของงบประมาณไปด้วย
นอกจากงบประมาณแล้วเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของคณาจารย์ สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือเราจะดึงคนเก่งเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชนี้ ได้อย่างไร ถ้าเราทำให้เรื่องของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเป็นการต่อสู้ทางการเมืองแล้ว ผมคิดว่าคนเก่งที่จะเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คงจะทำได้ยาก เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยของคนกรุงเทพมหานคร เป็นมหาวิทยาลัยของ ประเทศไทยที่มีคุณภาพ และช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพื่อที่จะให้คนเก่ง ๆ ที่จบมาหรือที่เป็นอาจารย์อยู่แล้วอยากมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราชแห่งนี้ ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชถ้าได้อาจารย์ที่ไม่เก่งจะเป็น มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพไม่ได้ ด้วยเหตุผลอันนี้เองครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาต ที่จะเรียนกับท่านประธานไปยังรัฐมนตรีโดยตรงว่าพรรคไหนก็ตามที่จะมาเป็นผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านใหม่นี้จะได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลหรือไม่ ผมหวังว่าคำตอบของรัฐบาลคงจะชัดเจนว่ารัฐบาลจะต้อง สนับสนุนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะได้มานี้ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนก็ตาม และจะไม่มี คำว่าถ้ามาจากพรรคนี้จะได้น้อย มาจากพรรคนี้จะได้มาก ต้องไม่เป็นอย่างนั้น เพราะถ้า เป็นอย่างนั้นก็คือการทำลายเจตนารมณ์และปณิธานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช นามพระราชทานที่ได้รับมานี้ก็จะเสื่อมเสียพระเกียรติของพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะขออนุญาตฝากกับท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขอให้อย่านำการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ประการที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีครับ เรื่องที่สำคัญมากของการเป็นมหาวิทยาลัย ที่มีคุณภาพก็คือคำว่า อิสรภาพทางวิชาการ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ท้องถิ่นของประเทศไทย เป็นผู้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาที่กรุงเทพมหานครอาจจะยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง ต่อความสำคัญหรือคุณค่าของคำว่า อิสรภาพทางวิชาการ ซึ่งชาวมหาวิทยาลัยทุกคนถือว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตของเขา งบประมาณไม่ได้คนไม่มีเราอดทนได้ แต่การไม่มี อิสรภาพทางวิชาการเราทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นที่จะต้องให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ