สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันราชบัณฑิตยสถาน และเสนอแนะการเพิ่มจำนวนราชบัณฑิตเพื่อครอบคลุมทุกสาขาวิชา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐโดยการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการวิจัยและสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมจะใช้เวลาไม่มากนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะแบ่งเนื้อหาในการอภิปรายเป็น ๓ เนื้อหาใหญ่

เนื้อหาแรก ก็คือว่าสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้นะครับ และเนื่องจากราชบัณฑิตยสถานเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ สำหรับผมนี่ไม่เพียงแต่ระดับประเทศ มันมีความสำคัญระดับโลกด้วย ดังนั้นจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานในโอกาสนี้นะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องสถานภาพ และบทบาทของราชบัณฑิตยสถานโดยสังเขปนะครับ เพราะถ้าหากว่าลงลึกก็คงจะต้องใช้เวลาเยอะ ผมจะใช้เวลาเพียงเท่าที่จำเป็น และเรื่องที่ ๓ สอดรับกับเรื่องบทบาทกับสถานภาพ ผมก็มี ความจำเป็นในการที่จะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องโครงสร้างกับงบประมาณ ไม่อย่างนั้น บทบาทกับสถานภาพก็จะไม่สามารถที่จะเปล่งประกายออกมาได้

ประการแรก ท่านประธานครับ ที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอขึ้นมานี่ ผมเห็นชอบ ทั้งหมดเลยครับ ผมจะไปเร็ว ๆ และคร่าว ๆ นะครับ เอาเรื่องสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ก็คือ ๒.๑ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานให้สามารถจัดการศึกษาอบรม พัฒนาทางวิชาการตามมาตรา ๗ (๓/๑) และ (๖/๑) ๒.๒ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ ของราชบัณฑิตยสถาน โดยให้เป็นผู้แทนของราชบัณฑิตยสถานในการดำเนินการ ทางวิชาการ แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๔ (๑) นะครับ ๒.๓ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของ สภาราชบัณฑิตยสถาน โดยให้มีอำนาจในการออกข้อบังคับเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) และ (๘) ๒.๔ ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการราชบัณฑิตยสถาน และกำหนดให้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบายแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ผมเห็นด้วยนะครับ

ประการที่ ๒ เรื่องบทบาทและหน้าที่ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ จริง ๆ แล้วสถาบันราชบัณฑิตยสถานสำหรับผมนี่นะครับ มีความสำคัญอย่างเอกอุสำหรับประเทศ ไม่แพ้กองทัพหรือไม่แพ้องค์กรทุก ๆ องค์กรของประเทศไทย มิหนำซ้ำสำหรับส่วนตัวผม ให้น้ำหนักมากกว่า ให้คะแนนมากกว่า ถ้าจะเปรียบประเทศนี้เหมือนร่างกายมนุษย์ ผมเปรียบ สถาบันราชบัณฑิตยสถานเหมือนสมอง และไม่เพียงแต่สมองอย่างเดียว บางคนอาจจะบอกว่า รัฐบาลเป็นสมอง ผมเองขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าสถาบันราชบัณฑิตยสถานสำหรับผม ประดุจหนึ่งส่วนสร้างสรรค์ของสมองครับ ท่านประธานครับ คือสมองมันมีหลายส่วนนะครับ ราชบัณฑิตยสถานเป็นส่วนสร้างสรรค์ของสมอง มนุษย์เรามีความสามารถในการสร้างสรรค์ ฉันท์ใด หากว่าเราช่วยกันผลักดันให้สถาบันราชบัณฑิตยสถานมีประสิทธิภาพแล้วก็มี ความสามารถสูงขึ้นก็จะทำให้สามารถเปล่งประกายของความเป็นเลิศของประเทศไทยนะครับ ที่จริงผมดูแล้วประเทศไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นเลยนะครับไม่ว่าด้านไหนก็ตาม สมมุติเอาเรื่องทรัพยากรบุคคลมาเปรียบเทียบหรือทรัพยากรด้านอื่น ๆ เรามีความเป็นเลิศ ที่ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่นเลยแต่ประการสำคัญทำไมเราไม่สามารถเปล่งประกายออกมาได้ ก็คือเราขาดองค์กรซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการที่จะระดมหรือผลักดัน หรือกระตุ้นหรือก่อเกิด ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนี้นะครับ ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมมุ่งหวัง ที่จะเห็นราชบัณฑิตยสถานของเราจะเป็นส่วนที่ประดุจหนึ่งสมองส่วนสร้างสรรค์ ของประเทศ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ปัจจุบันเขาก็ทำอยู่แล้วนะครับ แต่ผมเห็นว่าเราสนับสนุนกัน น้อยเกินไป เพราะฉะนั้นในอนาคตควรจะต้องสนับสนุนให้มากกว่านี้ ซึ่งผมไปดูในนี้ผมยิ่งตกใจ แล้วก็ยิ่งสงสารและเห็นใจ เพราะในนี้บอกไว้เลยว่าหน้าที่ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา สรรพวิชา แปลว่า ทุกสิ่ง ทั้งปวง ทั้งหลาย แปลว่า รวบรวมทุกวิชาทั้งหมดเข้าไปในนั้นนะครับ ซึ่งผมเห็นใจนะครับ ราชบัณฑิตในปัจจุบันมีจำนวนน้อยและผมก็ไม่แน่ใจว่าสามารถที่จะ ครอบคลุมทุกสาขาวิชาได้หรือเปล่า และในด้านนี้ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายท่านช่วยกรุณาพิจารณาตรงนี้สักนิดหนึ่งได้ไหมครับว่าเราเพิ่มเติม จำนวนราชบัณฑิตเข้าไปได้ไหมครับ เพื่อจะได้ครอบคลุมทุกสรรพวิชาอย่างที่กราบเรียนจริง ๆ แล้ว เราจะได้นำเอาสิ่งที่ล้ำเลิศของประเทศไทยออกมาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทยและต่อชาวโลกด้วย นี่ในเรื่องบทบาทและสถานภาพอย่างสังเขป ผมอยากเห็นสถาบันราชบัณฑิตยสถานเป็นสมอง ส่วนสร้างสรรค์ของร่างกายคือประเทศไทยครับ และสร้างสรรค์ นี่สร้างสรรค์ทุกสาขาวิชาเลยนะครับ ผมคงไม่สู่รายละเอียดเพราะว่าเดี๋ยวจะเสียเวลาสภาของเรา

ทีนี้โครงสร้างครับ ข้อแรกก็คือว่าตัวสถาบันราชบัณฑิตยสถานเองก็ควรจะต้องมี บุคลากรให้มากพอเพียงในการครอบคลุมสรรพวิชานะครับ ผมเห็นความสำคัญของวิชา ภาษาไทยและการใช้ภาษาไทย แต่ขณะเดียวกันวิชาอื่นก็มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าภาษาไทยด้วย เช่นกัน ฉะนั้นเราก็ต้องให้ความสำคัญให้น้ำหนักกับสาขาวิชาอื่นให้ครบถ้วนอย่างที่เขียนไว้ ในตัวกฎหมาย เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาให้ละเอียดดูว่า โครงสร้างของราชบัณฑิตยสถานปัจจุบันนี้ครอบคลุมครบถ้วนแล้วหรือยังนะครับ

ข้อต่อมา ผมอยากจะฝากเป็นข้อคิดประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าสถาบันราชบัณฑิตยสถานควรจะต้องมีโครงสร้าง เราควรจะคิดให้เขาไหม หรือว่า เขาควรจะคิดของเขากันเอง แต่ผมว่าเราคิดให้เขาไปประกอบบ้างก็น่าจะดีนะครับ อาจจะเป็น ข้อสังเกตหรืออะไรก็แล้วแต่ คือใต้โครงใหญ่ก็น่าจะมีโครงย่อยลงมาเป็นคณะอนุกรรมการ สาขาต่าง ๆ และคณะอนุกรรมการควรจะต้องมีการครอบคลุมทุกสาขาวิชานะครับ อันนี้โครงสร้างคร่าว ๆ

ข้อต่อมา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อนำไปสู่ท่านรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีรวมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่า ขณะนี้ที่จริงเรามีที่เขาเรียก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นไปได้ไหมครับว่าราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้คิดออกมาว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นในการวิจัยสาขาอะไรบ้าง แล้วก็ราชบัณฑิตยสถานชี้นำลงไป ที่สำนักวิจัยนี่นะครับว่าสำนักวิจัยควรจะต้องวิจัยอย่างนี้ ๆ หรือทางตรงกันข้ามราชบัณฑิตยสถาน ก็ควรจะต้องรับฟังจากทุกส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาหรือสถาบันเอกชนนี่ว่า สถาบันการศึกษาขาดการวิจัยในเรื่องอะไร หรือองค์กรเอกชน กระทั่งเป็นบริษัทที่ผลิตต่าง ๆ เขาขาดอะไรบ้างแล้วก็เสนอขึ้นมา แล้วก็ไปประมวลรวมศูนย์ที่สถาบันราชบัณฑิตยสถาน และราชบัณฑิตยสถานก็จะเป็นคนบริหารจัดการ นี่เป็นการกราบเรียนท่านประธานอย่างคร่าว ๆ เท่านั้นเอง ผมอยากเห็นการปรับปรุงครับ เพิ่มจำนวนคนในราชบัณฑิตยสถานนะครับ แล้วเปลี่ยน โครงสร้างที่จะดูแลทั่วทั้งประเทศนะครับ ขณะเดียวกันวิธีการนำไปสู่การวิจัย เพราะจริง ๆ ในการเปล่งประกายออกของความล้ำเลิศต่าง ๆ มันไปแสดงออกที่การสำรวจวิจัยค้นคว้านะครับ ถามว่ามีการสำรวจวิจัยค้นคว้าที่ดีเลิศนี่เราก็จะได้ผลิตผลสร้างสรรค์ทางสมองที่ดีเลิศ และสามารถที่มาใช้เป็นประโยชน์ได้

ผมก็ขอกราบเรียนเป็นประการสุดท้ายก็คือ ทั้งหลายทั้งปวงนี่จะไม่สามารถ บรรลุได้เลยถ้าหากว่างบประมาณมีไม่เพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าราชบัณฑิตยสถาน นี่สำคัญมากครับ ดังนั้นแต่ละปี ๆ ผมอยากจะกราบเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแล ราชบัณฑิตยสถานโดยตรงนี่นะครับ ช่วยกรุณาจัดสรรงบประมาณจำนวนพอเพียงให้ ราชบัณฑิตยสถานสามารถที่จะทำงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ให้เป็นส่วนสร้างสรรค์ของสมองของประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับ