สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

อนุรักษ์ บุญศล หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาษาไทยและความจำเป็นในการรักษาภาษาไทยไว้ให้คู่กับชาติไทย อนุรักษ์ บุญศล ยังหารือเรื่องภาษาไทยและภาษาถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาษาถิ่นและภาษาไทย และเรียกร้องการรณรงค์ภาษาไทยและภาษาถิ่นของทุกภาค นอกจากนี้ อนุรักษ์ บุญศล ยังหารือเรื่องการเผยแพร่ภาษาไทยในต่างประเทศ โดยกล่าวถึงความนิยมของภาษาไทยในประเทศพม่า สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศอื่นๆ และเรียกร้องให้ราชบัณฑิตยสถานมีนโยบายนำภาษาไทยเข้าสู่เออีซี

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าร่างพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานนั้น ก็จริงอยู่ แต่ราชบัณฑิตยสถานนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไทย ทั้งการพูด การเขียน การอ่าน การออกเสียง ดังนั้นแล้วผู้รอบรู้ของราชา จะต้องฝากท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะ แล้วจะฝากท่านกรรมาธิการที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ต้องบอกกล่าวว่าภาษาไทยนั้นเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นอัตลักษณ์ของชาติ และสิ่งที่คนไทยทุกคนพึงตระหนักอยู่ตลอดเวลาก็คือจะต้องรักษาภาษาไทยไว้ให้คู่กับชาติไทย ไปตราบนานเท่านาน ไม่ใช่แค่สิ้นลมหายใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น จะต้องบอกกล่าว แก่ลูกหลานต่อไปไม่ให้ภาษาไทยเสื่อมทรุดไปกับกาลเวลาและกระแสหลั่งไหลของวัฒนธรรม เมื่อ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ตรงกับวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุม ทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อการใช้ ภาษาไทยในปัจจุบัน และทรงสรุปว่าเราโชคดีที่มีภาษาของตนเองมาแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่ง ที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะหน้าในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ

ประการแรก คือต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในการออกเสียง คือออกเสียงให้ถูกต้อง และชัดเจน

ประการที่ ๒ คือต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำ มาประกอบประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญ

ประการที่ ๓ คือความร่ำรวยในคำภาษาไทย ซึ่งพวกเราคิดว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาใช้ สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมามีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่าย ๆ ก็ควรจะมีควรจะใช้คำเก่า ๆ ที่เรามีอยู่แล้วไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก นั่นคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รักในภาษาไทยไม่แพ้คนไทยทั้งประเทศกว่า ๖๕ ล้านคน ณ ขณะนี้ แต่ที่ดิฉันอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการมีอยู่ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือภาษาไทยและภาษาถิ่น ท่านประธานที่เคารพคะ ในทุกภาคนั้นมีภาษาถิ่นเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้นั้นใครที่พูดภาษาถิ่นอีสานขึ้นจะถูกดูถูกทันทีว่าเสี่ยวอีสาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ราชบัณฑิตยสถานที่จะไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอีสานนี่ละค่ะ ภาษาถิ่นนั้นเดี๋ยวนี้ค่อนข้างที่จะหดหายไป หดหายไป ภาษาที่เป็นภาษาพ่อภาษาแม่มีคนดูถูกดูแคลน อยู่ตลอดเวลานั้น ดิฉันฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าควรจะมีการรณรงค์เรื่องของภาษาไทย ภาษาถิ่นของทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะภาคอีสานเท่านั้น ของทุกภาค เพราะว่านั่นคือภาษาพ่อภาษาแม่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะดิฉันเป็นคนอีสาน ภาษาอีสานนั้นมีเรื่องเล่าว่ามีมาตั้งแต่พร้อมพระธาตุพนม พระธาตุพนมสร้าง พ.ศ. ๘ ๘ ตัวเดียวนี้ละค่ะ มีกระดูกพระอุระของพระพุทธเจ้าที่ไม่เป็นเรื่องสมมุติ เป็นเรื่องจริง ฉะนั้นมาพร้อมกับศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองนั่นคือภาษาอีสานและคำที่เป็นปรัชญาที่สอนคนอีสาน ให้รักกัน ให้ดูแลกัน สอนทุกสถานะของความเป็นคน นั่นที่เรียกว่าผญา หรือคำภาษาไทยกลาง เรียกว่าปรัชญา ท่านประธานก็คงจะพอทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งไม่แตกต่างกันนัก กับภาษาภาคเหนือ ภาษาถิ่นเป็นภาษาที่มีคุณค่าต่อสังคมของเราทุกคนเช่นกัน เพราะนอกจาก จะศึกษากันด้วยความรู้ความเข้าใจทั้งการพูด การอ่าน การเขียน ในปัจจุบันแล้วภาษาถิ่น ยังทำให้เราเข้าใจความหมายของกวีนิพนธ์ คำสอน คำศัพท์โบราณ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ของคนในอดีต อันมีผลต่อการศึกษาด้านจริยธรรม วรรณศิลป์ และคติชนวิทยาอีกด้วย เช่น สุภาษิต นิทานชาดก ทั้งที่บอกเล่าด้วยปากและเป็นเรื่องราวต่อมา

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ฝากภาษาไทยและภาษาถิ่นแล้ว ประเด็นที่ ๒ ดิฉันฝากเรื่องของภาษาสก๊อย ฝากภาษาโบราณ แล้วฝากภาษาวัยรุ่น ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะว่าภาษาสก๊อยนั้น จะทำให้ภาษาไทยวิบัติ บางคนบอกว่าการหลั่งไหลของวัฒนธรรมก็ย่อมจะมีการบัญญัติศัพท์ คำใหม่ ๆ ขึ้นมาใช้บ้าง ดิฉันไม่ถือสาในเรื่องนี้นัก แต่ว่าถ้ามันติดตัวไปกับวัยรุ่นในปัจจุบัน ไปจนแก่ล่ะคะ อย่างเช่นคำง่าย ๆ คำว่า ให้ ให้ในปัจจุบันในภาษาสก๊อยซึ่งเป็นเว็บไซต์ซิมสก๊อย มีคนเข้าไปดูในเว็บไซต์นี้ถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าคน และกดไลค์ (Like) ให้ ๘,๐๐๐ กว่าไลค์นี่นะคะ ภาษาสก๊อยนี่ค่ะที่เขาตั้งขึ้นมาใหม่เป็นภาษาของเขาเอง ที่เขาเรียกว่าภาษาสก๊อย ดังนั้นแล้ว ภาษาสก๊อยทำไมบอกว่าการหลั่งไหลของวัฒนธรรมภาษาวัยรุ่นสักหน่อยก็จะผ่านไป แล้วมีเรื่องราวใหญ่โตถึงออกหนังสือพิมพ์ หอแต๋วแตกแหวกชิมิ นั่นคือภาษาวิบัติทั้งนั้น จะใช้คำที่มันดีก็ได้ จะใช้คำที่เป็นภาษาโฆษณาเราก็ไม่ว่า จะใช้ภาษาอื่น ๆ บ้างก็ได้ แต่ว่า ภาษาของวัยรุ่นภาษาสก๊อยไม่สมควรที่จะส่งเสริม ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ นี่ละค่ะควรจะควบคุม เว็บไซต์ตัวนี้เมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วก็จะติดไป เช่นคำง่าย ๆ คือเขียนคำว่า ให้ ให้คือการให้ เดี๋ยวนี้เขียน หั้ย พอไปสมัครงานเขียนคำว่า ให้ ไม่ได้ พอไปใช้ภาษาวัยรุ่นมาก ๆ ชื่อตัวเอง ที่มีการันต์ยังไม่รู้ว่าจะใส่ตรงไหนเลย เห็นไหมคะ ในทุกวันนี้ในเรื่องของภาษา ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะบอกว่าเดี๋ยวมันก็เป็นความหลากทางวัฒนธรรมเดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันก็จะติดตัว ของผู้ใช้ไปตลอด นั่นคือภาษาวัยรุ่น ภาษาสก๊อยนะคะ

เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น และฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะ เรื่องของการเผยแพร่ภาษาไทยในต่างประเทศ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เดี๋ยวนี้ภาษาไทยที่ประเทศพม่ามีการเรียนภาษาไทยในประเทศพม่าด้วย ดอกเตอร์วิน วิน ซอว์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศย่างกุ้งเปิดเผยว่าปัจจุบัน นักเรียนชาวพม่านิยมเรียนภาษาไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก และทางมหาวิทยาลัยกำลังพิจารณา เพิ่มจำนวนการรับนักศึกษาสาขาภาษาไทยเพิ่มอีกในปีการศึกษาหน้า ข่าวนี้เดือนธันวาคมเท่านั้น เพิ่งผ่านมาได้ ๑ เดือนเท่านั้น มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศย่างกุ้งเปิดสอนภาษาไทย มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ โดยเริ่มจากการเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร และเป็นส่วนหนึ่ง ของภาควิชาการพัฒนาทรัพยากร แต่ในปี ๒๕๕๓ เปิดสอนภาษาไทยระดับปริญญาตรี ปัจจุบันมีนักเรียน ๒๐๐ คน จากทั้งหมด ๒,๐๐๐ คน ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดังนั้นแล้ว ประเทศพม่าฟังวิทยุกระจายเสียง ฟังวิทยุจากประเทศไทย ดูละครไทย วิทยุกระจายเสียง ของประเทศไทย ละครไทย การใช้ภาษาไทย ความที่เป็นละครไทยมันมีจินตนาการ ของชายหนุ่มหญิงสาวที่อยู่ในนั้น รวมทั้งปุถุชนคนธรรมดาอยู่มาก ภาษาก็เลยมีอิทธิพลมาก ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า สปป. ลาว ต้องบอกว่าเรียนรู้ภาษาไทยกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องบอกว่า กว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ และประเทศกัมพูชาด้วย ประเทศมาเลเซียด้วย ฉะนั้นแล้วในข้อมูลที่ดิฉันได้มาท่านประธานคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม รวมแล้วที่สามารถรู้ภาษาไทย ผ่านวิทยุ ละครไทย และการเรียนภาษาไทยโดยตั้งใจเรียนกว่า ๒๕ ล้านคนแล้ว ฝากราชบัณฑิตยสถานว่าจะต้องมีนโยบายที่นำกระแสภาษาไทยซึ่งต่างประเทศเห็นว่า เป็นภาษาที่สวยงามที่น่าใช้นำไปสู่ยังต่างประเทศเพื่อเข้าสู่เออีซี (AEC) ท่านประธานที่เคารพคะ ภาษาไทยควรดูแลภาษาถิ่น ทั้งแผ่นดินควรบอกเล่ากล่าวสก๊อย ภาษาไทยเอกลักษณ์จะเลิศลอย นอกกรอบหน่อยภาษาไทยในเออีซี ขอบพระคุณค่ะ