สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้หารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ โดยเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในเรื่องนี้ เพื่อคุ้มครองและสนับสนุนนักกีฬาอาชีพ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 22, 31, 33 ของกฎหมายกีฬาของประเทศไทย และการลงโทษผู้ทุจริตในกีฬา เพื่อส่งเสริมกีฬาอาชีพให้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้วุฒิสภาได้แก้ไขมา ทั้งหมด ๑๖ มาตรา แล้วก็เพิ่มอีก ๑ มาตรานะครับท่านประธาน ถ้าเกิดสภาของเราเห็นชอบ หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ ก็คงส่งกฎหมายฉบับนี้เพื่อไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาตามขั้นตอน แล้วก็สามารถมาบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน หลังจาก ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานครับ กฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพ เป็นกฎหมาย ฉบับใหม่ที่เกิดขึ้นมาในประเทศไทยในขณะนี้นะครับ จริง ๆ แล้วในการส่งเสริมหรือสนับสนุน เรื่องของกีฬานะครับ รัฐบาลก็พยายามที่จะส่งเสริมมาเป็นลำดับ กีฬาในอดีตนะครับ ท่านประธาน เขาเอามาไว้สำหรับการสร้างคนก็คือการสร้างสุขภาพ การสร้างวินัย เสร็จแล้ว กีฬาก็มาสร้างความเป็นเลิศให้กับประเทศ แต่ในขณะนี้กีฬาสามารถที่จะทำรายได้ แล้วก็ ทำเป็นอาชีพขึ้นมาได้ เริ่มแรกจริง ๆ ประเทศของเราท่านประธานครับ เริ่มมีการสนับสนุน ส่งเสริมกีฬาอาชีพมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน ๑ นั่นละครับ สมัยนั้นท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ ผมจำได้ว่าเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลการกีฬา แห่งประเทศไทย มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเขาเรียกโปรวินเชียลลีก คือเป็นการผสมกัน ระหว่างอาชีพกับสมัครเล่น หลังจากนั้นกีฬาอาชีพก็ได้รับการพัฒนามาเรื่อย ๆ วันนี้ มีกีฬาอาชีพอยู่ทั้งหมด ๑๓ ชนิดกีฬาครับท่านประธาน รัฐบาลนี้ก็พยายามที่จะออกกฎหมาย เพื่อที่จะไปควบคุมแล้วก็ดูแลส่งเสริมนักกีฬาอาชีพ รวมถึงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสโมสร สมาคมขึ้นมาในการแข่งขันกีฬาอาชีพ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาเข้าไปเสร็จแล้ว หลังจากนั้นวุฒิสภาก็ไปแก้ไขทั้งหมด ๑๖ มาตรา ท่านประธานครับ ผมอยากเรียกร้องถึง สมาชิกทุกท่านวันนี้ถ้าท่านเห็นด้วยนะครับ กฎหมายจะได้เร่งไปประกาศใช้ ฟุตบอลซึ่งเป็น กีฬาอาชีพที่กำลังได้รับความนิยมหรือเรียกกันว่าฟุตบอลลีก ดิวิชัน ๒ (Football league division2) เป็นการแข่งขันของสโมสรต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัดครับท่านประธาน เช่น ที่จังหวัดตรังก็มีสโมสร ตรังเอฟซี (FC) จังหวัดกระบี่ก็กระบี่เอฟซี จังหวัดพัทลุงก็มี เสร็จแล้วมีการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ เปรียบเสมือนคล้าย ๆ ฟุตบอลของแต่ละจังหวัดครับท่านประธาน แข่งเหย้า แข่งเยือนกัน เสร็จแล้วทีมที่ชนะก็สามารถที่จะเลื่อนขึ้นไปสู่ดิวิชัน ๑ (Division 1) จากดิวิชัน ๑ ก็เลื่อนเข้าสู่ไทยพรีเมียร์ลีก (Thai premier league) ซึ่งจะมีผู้ชมมากขึ้น ท่านประธานครับ ฤดูกาลนี้กำลังจะถึงในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ในรอบปีที่ผ่านมาท่านประธานคงทราบว่า ในการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพมีปัญหาเยอะครับ มีปัญหาทั้งเรื่องสัญญา การจ้างนักกีฬา มีปัญหาทั้งเรื่องความปลอดภัยในการจัดการแข่งขัน ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้คณะกรรมาธิการก็เลยพยายามที่จะควบคุม แล้วก็ออกกฎหมาย เพื่อที่จะเป็นการป้องกันเรื่องความปลอดภัยของนักกีฬา เรื่องความปลอดภัยของผู้ชม แล้วก็ส่งเสริมให้นักกีฬาของเราได้มีอาชีพที่มั่นคง ท่านประธานครับ วุฒิสภาไปแก้ไข แค่ ๑๖ มาตรา จริง ๆ แล้วต้องขอบคุณวุฒิสภาด้วยครับ ผมเรียนว่าวันนี้ต้องขอบคุณวุฒิสภา เนื่องจากท่านได้ดูจุดบกพร่องของกฎหมายฉบับนี้ครับว่า ในสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปแล้ว มันมีตรงไหนที่มันขาดเติมเสียให้เต็ม ตรงไหนที่มันบกพร่องก็แก้ไขให้ดีขึ้น มาตรา ๖ มีการแก้ไขเพิ่มปลัดกระทรวงแรงงาน ท่านประธานครับ ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรผมเอง เป็นคนเสนอว่าน่าจะเพิ่มคณะกรรมการคือปลัดกระทรวงแรงงานเข้าไป เหตุผลเพราะว่า มาตรา ๒๑ ครับท่านประธาน มาตรา ๒๑ นี้เขากำหนดให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคม กีฬาอาชีพที่ได้รับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพเข้าอยู่ในสังกัดจะต้องมีการทำสัญญาจ้าง ท่านประธานครับ มีข้อกำหนดในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงร่วมกันจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน การจ้างหรือมาตรฐานในการคุ้มครอง ตรงนี้ละครับท่านประธานครับ เขาบอกว่าอย่างน้อย จะต้องกำหนดเรื่องชั่วโมงทำงานปกติ เรื่องวันหยุด วันลา การเลิกจ้าง มาตรการด้านความปลอดภัย และการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรอาชีพ การทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุ การเยียวยารักษากรณีเกิดความเสียหายหรืออันตรายอันเกิดจากการบาดเจ็บ ในการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันกีฬา นี่ละครับท่านประธาน คนที่ผมคิดว่าจะให้ข้อมูลเรื่องนี้ ดีที่สุดก็คือท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งทางวุฒิสภาก็เพิ่มเติมขึ้นมาทำให้คณะกรรมการ ก็มีเพิ่มขึ้นเป็น ๒๑ ท่าน ท่านประธานครับ ที่ท่านวุฒิสภาได้เพิ่มเติมก็คือใน (๔) เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฎหมายเข้ามาตรงนี้บางครั้งทางสภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะมองไม่ครบหรือรอบด้าน วันนี้ทางวุฒิสภาเขาก็เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิว่าจะต้องประกอบด้วยด้านการบริหารจัดการกีฬา ๑ ท่าน ด้านการตลาดและระบบสิทธิประโยชน์ ๑ ท่าน ด้านกฎหมาย ๑ ท่าน และด้านสื่อสารมวลชน เกี่ยวกับกีฬา ๑ ท่าน เห็นไหมครับท่านประธานมันก็จะดูรอบคอบมีผู้บริหารกีฬา มีเกี่ยวข้อง กับเรื่องสิทธิประโยชน์ มีเกี่ยวข้องกับด้านสื่อมวลชนหรือนักข่าว วันนี้ก็จะมีด้านกฎหมาย เข้ามาช่วย ท่านประธานครับ สาระสำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือในการเพิ่มคุณสมบัติของคณะกรรมการ เรื่องคุณสมบัติการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๐ ก็คือเพิ่ม ถ้าเกิดคณะกรรมการนั้น ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่เป็นความผิดมาตรา ๖๗ สรุปง่าย ๆ ก็คือถ้าเกิดใครทำผิดตามมาตราฉบับนี้ ความผิดตามร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... นี้ ไม่ควรจะมาเป็นคณะกรรมการหรือขณะที่เป็นคณะกรรมการอยู่แล้วไปทำผิดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ควรจะออกจากคณะกรรมการ ท่านประธานครับ คณะกรรมการมีส่วนสำคัญเนื่องจาก เป็นคนที่กำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดประเภทของชนิดกีฬา กำหนดมาตรฐานการจ้าง เป็นคนกำหนดมาตรฐานการจัดการแข่งขัน กำหนดมาตรฐานของความปลอดภัย ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานการจัดการแข่งขันท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้สโมสรทั่วประเทศ ใน ๗๖ จังหวัดมีการส่งทีม (Team) กันเกือบทุกจังหวัดครับ แสดงว่ามาตรฐานในการจัดการแข่งขัน จะต้องดีขึ้นถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ออกไป เพราะว่ามีกฎหมายออกไปบังคับว่าสนามที่คุณ จัดการแข่งขันในฐานะเป็นทีมเหย้าคุณจะต้องมีสภาพสนามที่เรียบมีหญ้า ไม่มีสิ่งที่ทำให้ เกิดอันตรายต่อนักกีฬา ท่านประธานครับ ระหว่างนักกีฬากับผู้ชมจะต้องมีสิ่งก่อสร้าง เช่นรั้วหรือกำแพงที่สามารถป้องกันผู้ชมลงไปทำร้ายนักกีฬา ผู้ชมลงไปทำร้ายผู้ตัดสิน ตรงนี้เป็นมาตรฐานที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจะต้องเตรียมไว้ ฝ่ายจัดการจะต้องเตรียมอะไรอีกครับ ท่านประธาน จะต้องเตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ในสนาม ถ้าเกิดไม่มีเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลความปลอดภัยไม่มีทหาร ตำรวจ หรือ รปภ. แน่นอนครับ เวลาเกิดม็อบ (Mob) ขึ้นมามันไม่สามารถที่จะป้องกันได้ ท่านประธานครับ จะต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่พยาบาลหรือบุคลากรทางแพทย์ สโมสรทุกสโมสรจะต้องเตรียมเรื่องนี้ เห็นไหมครับ ท่านประธาน ระบบการจัดการนักกีฬาทีมเหย้าจะต้องนั่งอัฒจรรย์ฝั่งไหน นักกีฬาทีมเยือน จะต้องนั่งอัฒจรรย์ฝั่งไหน พอแข่งขันเสร็จแล้วใครเป็นคนออกก่อน ใครเป็นทีมที่ต้องออกหลัง ท่านประธานครับ เป็นระบบการจัดการทั้งสิ้น ตรงนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าเกิดรีบออกไป สโมสรต่าง ๆ เขาจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ถ้าเกิดทางรัฐบาลคิดว่าเอาเถอะบางเรื่อง กลับไปแก้ไขในชั้นวุฒิสภากับ ส.ส. อีกครั้งหนึ่งหรือตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ต้องใช้เวลาอีกเท่าไรไม่ทราบครับท่านประธาน จากสภาเราไปเดือนตุลาคมครับท่านประธาน วันนี้กลับมาอีกปีหนึ่งแล้ว เราไปเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๕ วันนี้กลับมาเดือนกุมภาพันธ์แล้วครับ ๔-๕ เดือนแล้วกฎหมายแค่ผ่านขั้นตอนเดียว ทีนี้ถ้าเกิดไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันไม่รู้ใช้ เวลาอีกเท่าไรครับท่านประธาน วันนี้กีฬากำลังเป็นที่นิยมอย่าให้เกิดเหตุร้ายขึ้นมาก่อน แล้วก็บอกว่าสภาชุดนี้ค่อยไปป้องกัน วันนี้เรากำลังมีโอกาส มีเครื่องมือนะครับท่านประธาน
ในส่วนอื่นก็คือท่านวุฒิสภาได้เพิ่มมาตรา ๒๒/๑ ง่าย ๆ ก็คือให้สโมสรนั้น ออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม ท่านประธานครับ เดิมเราไม่ได้ กำหนดเวลาไว้แต่ตอนนี้วุฒิสภาบอกว่าควรจะกำหนดเวลาไว้ว่าสโมสรจะต้องออกระเบียบ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี เป็นอย่างไรครับ มันจะทำให้เป็นการคุ้มครองนักกีฬา เป็นการคุ้มครอง ต่อโค้ช (Coach) ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเห็นด้วยตามที่วุฒิสภาเขาได้แก้ไข ท่านประธานครับ วุฒิสภาแก้ไขมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ และโดยเฉพาะมาตรา ๓๓ ก็คือเพิ่มระยะเวลาในการอุทธรณ์ ของนักกีฬาแล้วก็บุคลากรทางการกีฬาครับ ท่านประธานก็คงทราบว่าในการแข่งขันกีฬาอาชีพ แน่นอนมันก็มีบทลงโทษในกรณีที่นักกีฬาทำผิด ในกรณีที่บุคลากรทางการกีฬา ผู้ฝึกสอน หรือโค้ช หรือเจ้าหน้าที่ทีมกระทำผิด สิทธิของนักกีฬาก็คือควรจะมีการร้องทุกข์ได้หลังจาก ที่คณะกรรมการเขาพิจารณาโทษมาแล้วก็มีสิทธิร้องทุกข์ เดิมเรากำหนดไว้แค่ ๑๕ วัน วันนี้ อาจจะมีเรื่องของเอกสาร มีเรื่องของการที่จะต้องมาร้องเรียนหรือร้องทุกข์ วุฒิสภาก็แก้เพิ่ม เป็น ๓๐ วัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิของนักกีฬา เป็นสิทธิของบุคลากรจะทำให้การแข่งขันกีฬา มันยุติธรรมมากขึ้น
ท่านประธานครับ เรื่องของกองทุน กองทุนต้องส่งเสริมครับ โดยเฉพาะประเทศไทย มีกองทุนที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับกีฬาก็คือกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งตั้งมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล ท่านชวนเช่นเดียวกันครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นั่นเป็นกองทุนพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ เวลานักกีฬาไปแข่งขันที่ไหนก็แล้วแต่มีสิทธิสวัสดิการ มีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็สามารถมีสวัสดิการสำหรับส่งทีมนักกีฬาไปแข่งขันมากขึ้น ไปแข่งขันเสร็จแล้วได้เหรียญทอง กลับมาไม่เพียงแค่ภาคภูมิใจครับ ได้รับเงินอัดฉีดหรือเงินโบนัส ตรงนี้กองทุนเขาก็มีสำหรับ กีฬาอาชีพ เสร็จแล้วก็ให้เพิ่มเกี่ยวกับบุคลากรกีฬาอาชีพขึ้นมาด้วย แล้วก็เพิ่มคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากที่เราเคยกำหนดไว้ ๔ คน เขาก็เพิ่มเป็น ๘ คน เพื่อจะได้ให้คณะกรรมการ เวลาพิจารณาสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับเงินของกองทุนจะได้ถึงประโยชน์กับกีฬากันจริง ๆ
ท่านประธานครับ ส่วนสุดท้ายก็คือเรื่องของโทษทางอาญา เดิมเวลาเรา จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ เขาบอกว่ามีผู้ที่ควรถูกลงโทษอยู่ ๔ กลุ่ม ๑. ก็คือผู้จ้าง ๒. ก็คือ นักกีฬา ๓. ก็คือผู้ตัดสิน ๔. ก็คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการกีฬา ท่านประธานครับ ทุกคนมีบทลงโทษหมดเท่า ๆ กัน แต่วันนี้วุฒิสภาอาจจะมองว่าผู้ตัดสินถ้าเกิดกรณีเป็นคนไปเรียก หรือรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือผู้ตัดสินไปทุจริตนี่อันตรายมากครับ ท่านประธาน เปรียบเทียบก็เหมือนเราละครับ ถ้าเกิดข้าราชการทุจริต เปรียบเทียบกับ นักการเมืองหรือรัฐมนตรีทุจริตมันรุนแรงต่างกันมาก คนที่มีอำนาจเวลาทุจริตแล้วทุจริต แรงมาก เวลาโกงกันก็โกงกันเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เพราะฉะนั้นวันนี้วุฒิสภาเขาก็เลย เพิ่มโทษถ้าเกิดกรณีเป็นผู้ตัดสิน จาก ๖ เดือน เพิ่มไปเป็น ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี ปรับตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านประธานอาจจะมองว่าน้อย ใครที่ลงทุนล้มกีฬา หรือทุจริตกีฬาอาจจะได้มากกว่านั้น แต่วันนี้วุฒิสภาถือว่าลงโทษให้รุนแรงเพื่อให้ผู้ตัดสิน เป็นผู้ตัดสินที่ขาวสะอาด ท่านประธานครับ จุดบอดของกีฬามีอยู่ไม่กี่อย่างครับ ๑. ก็คือ เรื่องการใช้โดพ (Dope) ซึ่งวันนี้สภาของเราก็ออกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว ผ่านสภาไปแล้ว กำลังประกาศใช้
๒. ก็คือการกีฬาที่มีการทุจริต ก็คือมีการล้มบอล ล้มกีฬา วันนี้กฎหมาย ของเรากำลังออกไปสู่ประเทศของเราเพื่อส่งเสริมกีฬาอาชีพครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับวุฒิสภาในการแก้ไขฉบับนี้ เห็นควรส่งไปเพื่อประกาศใช้ในโอกาสต่อไปครับ ท่านประธาน