สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติ หน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าร่วมประชุม จํานวน ๒๖๖ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระ ๒ เรื่อง คือ

เรื่องแรก รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันนี้ นอกจากจะมีการถ่ายทอดทาง วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุม จึงแจ้งมาเพื่อทราบ

เรื่องที่ ๒ การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารข้อมูลโสตทัศนวัสดุ และสิ่งใด ๆ ที่จะนําเสนอเพื่อประกอบการอภิปรายญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันนี้ เพื่อให้การประชุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อมูลโสตทัศนวัสดุและสิ่งใด ๆ ที่จะนําเสนอต่อที่ประชุมเพื่อประกอบ การอภิปราย ดังนั้น หากท่านสมาชิกท่านใดประสงค์จะใช้เอกสารหรือวัตถุใดประกอบ การอภิปราย จะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตรวจสอบก่อนอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง ซึ่งเคยปฏิบัติกันมา

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ

ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะ จํานวน ๑๕๓ คน เป็นผู้เสนอ)

ก่อนที่ผมจะให้ผู้เสนอญัตติแถลงเหตุผล ผมขออนุญาตเพื่อทําความเข้าใจกับ ท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับ การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลในครั้งนี้ เป็นการเสนอตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๙ ซึ่งในมาตรา ๑๕๙ นั้น ให้นํามาตรา ๑๕๘ วรรคสอง วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งในมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง กําหนดให้การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลนั้น ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของรัฐมนตรีที่มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย จะเสนอโดยไม่มีการยื่นคําร้องขอตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗๑ ซึ่งถอดถอนก่อนมิได้ โดยการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในครั้งนี้ ผู้เสนอได้ยื่นคําร้องต่อท่านประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้วุฒิสภามีมติถอดถอนรัฐมนตรี ออกจากตําแหน่งแล้วนะครับ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลในครั้งนี้ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและถูกถอดถอนออกจากตําแหน่ง คือ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการอภิปรายนะครับ ผมขอให้ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายก่อนนะครับ และการอภิปรายลําดับต่อไปไม่จําเป็นต้อง อภิปรายลําดับสลับกันระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ วรรคท้าย และการชี้แจงนั้นท่านรัฐมนตรีเท่านั้นที่มีสิทธิที่จะอภิปรายตอบข้อซักถามและข้อชี้แจง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ขณะนี้รัฐมนตรีได้พร้อมแล้วนะครับ ผมขอเชิญผู้เสนอญัตติ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือท่านจุรินทร์นะครับ เชิญครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนะครับ ท่านจุรินทร์นั่งนิดหนึ่ง

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ท่านอนุญาตนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เข้าใจ ตามที่พรรคฝ่ายค้านได้เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ตามมาตรา ๑๕๙ ที่ท่านประธานได้แจ้งไปแล้ว ผมยังไม่เข้าใจว่าท่านจะถอดถอนท่านประชาในตําแหน่งอะไร ในตําแหน่งรัฐมนตรีหรือว่า ในตําแหน่ง ผอ. ศปภ. ผมไม่เข้าใจนะครับท่านประธาน เพราะว่าตามที่ท่านประธาน ได้อธิบายและผมก็มีอยู่ในมือนี้ว่าการจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านเกียรติ์อุดมครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านท่านได้ยื่นอภิปราย ไม่ไว้วางใจตามที่ผมได้เรียนมาแล้วนะครับ โดยถอดถอนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ตามญัตตินะครับ สิ่งซึ่งท่าน พยายามอธิบาย ให้ฟังทางฝ่ายค้านเขาก่อนว่าเขาจะนําเสนอญัตติอย่างไรนะครับ เชิญนั่งลงครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุรินทร์ครับ นําเสนอเหตุผลครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้รับมอบหมายจากผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเพื่อนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๕๓ คน ให้ทําหน้าที่ในการเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

ก่อนการอภิปรายถ้าท่านประธานจะได้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏตามสื่อ จะเห็นว่ามีพรรครัฐบาลพรรคหนึ่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าการยื่นญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เป็นแค่เกมในการลดความน่าเชื่อถือ รัฐบาลเพื่อนําไปสู่การล้มล้างรัฐบาล ทั้งนี้ ก็เพื่อทําลายความชอบธรรมในการเปิด การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวปราศจาก มูลความจริงโดยสิ้นเชิง กระผมขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจกับท่านประธานครับว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีผลให้ รัฐบาลต้องพ้นทั้งคณะ แต่เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หากสภานี้ ลงมติไม่ไว้วางใจก็จะมีผลแต่เพียงให้ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมพ้นจากตําแหน่งเป็นการเฉพาะตัว ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทั้งคณะ เพราะฉะนั้นข้อกล่าวหาที่ว่าฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อหวังผลในการ ล้มรัฐบาลนั้นจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด การอภิปรายครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ของฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ในการตรวจสอบรัฐบาลตามที่ประชาชนได้ มอบหมาย แม้จะมีแต่เพียงพรรคการเมืองเดียว พวกเราก็ทําหน้าที่ด้วยความเต็มใจและ ภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสทําหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินแทนประชาชน โดยเฉพาะเมื่อเราตรวจพบการทุจริตและการกระทําผิดกฎหมาย เราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ทํา หน้าที่ในการตรวจสอบ มิได้มีเจตนาที่จะให้ร้ายหรือกลั่นแกล้งใครคนใดคนหนึ่งในทาง การเมือง

เหตุผลที่จําเป็นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เนื่องจาก พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก มีพฤติกรรม ดังที่ปรากฏในญัตติ นั่นก็คือ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ได้กระทําการทุจริต จงใจกระทําผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดิน บกพร่องล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ทั้งยังบริหารราชการแผ่นดินโดยขาดคุณธรรมจริยธรรม และขัดหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์บุคคลบางกลุ่ม บางเหล่า ทําให้ประเทศชาติและ ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส นําประเทศไปสู่ความแตกแยกรุนแรง หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปก็จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติและ ประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด เนื้อหาของการอภิปรายจะแยกออกเป็น ๒ ส่วน

ส่วนที่ ๑ ก็คือเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้รับผิดชอบเป็นผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือที่เรียกกันว่า ศปภ. และต่อไปนี้กระผมจะใช้คําว่า ศปภ. กับเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจการบริหาร ราชการแผ่นดินของ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในกระทรวงยุติธรรม

สําหรับในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. นั้น พฤติกรรมที่นําไปสู่ความไม่ไว้วางใจ ก็คือ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการน้ํา เงิน คน และสิ่งของที่มีผู้บริจาค ปล่อยปละละเลย รู้เห็นเป็นใจให้นักการเมืองพรรคเดียวกันเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงและ หาประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งโดยนิตินัยและโดยพฤตินัย นอกจากนั้น พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ยังจงใจกระทําผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ข้อกล่าวหา ต่อมาก็คือยังปล่อยปละละเลย รู้เห็นเป็นใจให้เกิดการทุจริตทั้งจากเงินงบประมาณแผ่นดิน และเงินบริจาคของประชาชนที่เขาศรัทธาตั้งใจที่จะส่งไปให้ถึงมือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พฤติกรรมของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมก็คือ มีพฤติกรรมไม่โปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินในงานของ กระทรวงยุติธรรม สมคบกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเล่นละครตบตาประชาชน กรณีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษละเมิดหลักนิติธรรม ทําลายระบบนิติรัฐ เอื้อประโยชน์ให้กับคนคนเดียว นี่คือประเด็นในข้อกล่าวหาทั้งหมด ซึ่งผมจะได้กราบเรียน ต่อท่านประธานในรายละเอียดโดยสังเขป ดังต่อไปนี้

สําหรับความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ํา ผมจะไม่ลงรายละเอียด เพราะว่าจะมีผู้อภิปรายถัดจากกระผมที่จะพูดเรื่องนี้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านประธานต้อง ยอมรับก็คือ ผลการปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ผู้อํานวยการ ศปภ. ของ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผลที่ปรากฏออกมาให้เห็นชัดเจนก็คือ ยิ่งแก้น้ํายิ่งท่วม ท่วมจนทนไม่ไหว น้ําต้องไหลลงทะเลไปเอง นี่คือภาพที่ปรากฏออกมาในโลกของความเป็นจริง ปัญหาทั้งหมด ที่เกิดขึ้นก็เพราะว่า

สาเหตุประการที่ ๑ รัฐบาลประเมินสถานการณ์น้ําผิดพลาด ผิดพลาดเหมือน ตอนประเมินสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตว่าเกิดจากโจรกระจอก และในการแก้ปัญหาน้ําครั้งนี้ก็ประเมินไม่แตกต่างกัน นั่นก็คือว่าประเมินว่าเป็นน้ํากระจอก เพราะฉะนั้นถามผู้รับผิดชอบตั้งแต่เบอร์ ๑ ลงมาทีไรก็จะได้รับคําตอบด้วยความมั่นใจว่า เอาอยู่ทุกครั้งไป การบริหารน้ําในเขื่อน ตั้งแต่การจัดการ ในเรื่องของการจัดเก็บ การระบายน้ํา ในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เพราะรัฐบาลเชื่อว่าเอาอยู่ รัฐบาลจึงไปมุ่งเน้นร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นหนึ่งในนั้น ไปให้ความสําคัญกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการตลาด เพราะเชื่อว่าการตลาด ทําให้ชนะน้ําได้เหมือนกับทําให้ชนะการเลือกตั้งได้ สารพัดโมเดล (Model) ถ้าท่านประธานจะได้ติดตามในช่วงเวลานั้นจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบางระกําโมเดล นครสวรรค์โมเดล แต่ว่าถ้าได้ติดตามผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าล้มเหลวทุกโมเดล บางระกําจนเดี๋ยวนี้ยังตกระกําอยู่กับปัญหาน้ํา น้ํายังแห้งไม่หมด ประชาชนที่นั่นได้รับความ เดือดร้อนแสนสาหัส ๓-๔ เดือนต่อเนื่องเต็ม ๆ เพราะรัฐบาลมุ่งเน้นการตลาดมากกว่า ผลสัมฤทธิ์ในการที่จะลงไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซ้ําร้ายยังปล่อยให้มีการหักเงินค่าหัวคิว ชดเชยผู้ประสบภัยโดยไม่ได้เข้าไปจัดการอย่างจริงจัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้อํานวยการ ศปภ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ ท่ามกลางความมึนงงและเครื่องหมายคําถามว่าทําไมไปเอารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมมาแก้ปัญหาน้ําท่วม ที่สุดก็ค้นพบว่ามีอยู่เหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ต้องการกระจายน้ําไปท่วมทุกพื้นที่อย่างยุติธรรม

หลังจากการจัดตั้ง ศปภ. โดยผู้อํานวยการ ศปภ. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ความผิดพลาด ล้มเหลว บกพร่องก็เกิดขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมก็คือ น้ําไหลบ่าลงมาจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง แล้วก็เข้าสู่ปริมณฑลจนกระทั่งถึงกรุงเทพมหานคร ปัญหาทั้งหมดถ้าท่านประธานจะได้พิจารณาอย่างเป็นธรรม จะเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ได้เป็น เพราะธรรมชาติอย่างที่รัฐบาลได้เคยกล่าวอ้างแต่เพียงปัจจัยเดียว หากปัญหาทั้งหมด เกิดจากพายุภัยธรรมชาติอย่างเดียวจริง ๆ ทําไมประเทศเพื่อนบ้านทั้งประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว เป็นต้น ก็โดนพายุ ๔-๕ ลูกเหมือนประเทศไทย แต่ทําไมเขาไม่เสียหาย ยับเยินเดือดร้อนแสนสาหัสไปทั่วประเทศอย่างเรา นั่นคือเหตุผลง่าย ๆ ที่สะท้อนว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดขึ้นจากปัญหาใหญ่ ประการหนึ่งควบคู่กันไปด้วย นั่นก็คือการบริหารจัดการภายใต้ความรับผิดชอบของ ศปภ. ล้มเหลว ถ้ามีการบริหารจัดการดีมีประสิทธิภาพ ผมพูดด้วยความเป็นธรรมครับ ผมเชื่อว่า น้ําก็ยังท่วมครับ แต่จะไม่ท่วมทั่ว ท่วมมาก แล้วก็ท่วมนานสร้างความเสียหายเดือดร้อน แสนสาหัสให้กับประชาชนเกือบจะเรียกว่าทุกภาคส่วนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ พฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของผู้อํานวยการ ศปภ. ที่เป็นเหตุแห่งความล้มเหลว มีให้เห็นหลายประการ โดยเฉพาะที่เป็นรูปธรรม ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น

เรื่องที่ ๑ การระบายน้ํา การระบายน้ําลงทะเลตามแผนที่ประเทศไทย มีด้วยกัน ๓ ทาง เป็นที่ทราบกันอยู่ ตรงกลางเจ้าพระยา ทางซ้ายแม่น้ําท่าจีน ทางขวา แม่น้ําบางปะกง แต่การระบายน้ําจริง ๆ ไปล้นอยู่ทางเดียวคือตรงกลางทางเจ้าพระยา เพราะฉะนั้นที่สุดน้ํามันจึงเอ่อท่วมพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรีไปจนกระทั่งถึง ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการระบายน้ําที่ล้มเหลว สร้างความ เดือดร้อนแสนสาหัสทําให้เกิดน้ําท่วมขังกับประชาชนก็เพราะว่า ผู้อํานวยการ ศปภ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมปล่อยให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง ผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการประจําที่เขามีภาระหน้าที่และมีความรู้ในการแก้ปัญหาต้องไปนั่งอยู่แถวหลัง นักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเอาแต่ปกป้องพื้นที่ตัวเอง ที่สุดน้ํามันจึงไหลบ่าไปอยู่เฉพาะ การระบายน้ําตรงกลางทางเจ้าพระยาเป็นหลัก แต่ทั้งหมดนี้คือคําบอกเล่า ไม่มีหลักฐานที่ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการระบายน้ําของ ศปภ. ที่มีเอกสารปรากฏชัดเจน แต่ปรากฏว่า ผมไปค้นพบเอกสารครับ อย่างน้อยเป็นเอกสารเล็ก ๆ ที่สะท้อนว่า นี่เป็นอีกเหตุหนึ่ง ทําไมจึงล้มเหลว นักการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวในทุกมิติอย่างที่ผมกราบเรียนอย่างไร คําสั่ง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ ๑๒/๒๕๕๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการผันน้ํา ลงทะเล ตั้งคณะกรรมการผันน้ําลงทะเลด้านตะวันออก ใครเป็นกรรมการครับ มีอยู่ ๓ คน อีก ๒ คนผมไม่เอ่ยชื่อไม่อยากให้พาดพิง แต่หนึ่งในนั้นขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่ได้ตําหนิท่านนะครับ แต่ผมตําหนิผู้อํานวยการ ศปภ. นายวัลลภ ยังตรง ใครครับ อดีตผู้แทนราษฎรพรรคเดียว กับท่าน อยู่ทางซีกตะวันออก แล้วจะระบายน้ําอย่างไร ทุกคนปกป้องพื้นที่ตัวเองอย่างที่ ผมกราบเรียน ไม่จบเท่านี้ละครับ คณะกรรมการผันน้ําซีกฝั่งตะวันตก คําสั่ง ที่ ๕๐/๒๕๕๔ เพื่อให้การระบายน้ําในฝั่งตะวันตกเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มอบหมายให้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบกํากับดูแลระบายน้ําด้านตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรี และสมุทรสาคร ลงสู่แม่น้ําท่าจีนและทะเล โดยให้มีอํานาจสั่งการส่วนราชการ ต่าง ๆ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องดังกล่าว ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีไม่ต้องชี้แจงนะครับ ผมไม่ตําหนิท่าน ไม่พาดพิง ให้ท่านเสียหายเลยครับ และผมดีใจที่ประธาน ศปภ. ได้ตั้งคนที่เขามีหน้าที่และมีกองกําลัง ที่จะเข้าไปจัดการจริง ๆ เพราะท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่อะไรเกิดขึ้นท่านประธานทราบไหมครับ ลงนามวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน วันที่ ๑๒ พฤศจิกายนปีเดียวกันเพราะมีปีนี้ปีเดียว ออกคําสั่งถัดมา ที่ ๕๑/๒๕๕๔ ยกเลิก คําสั่งครับ แล้วใครจะผันน้ําลงทะเลตะวันตกครับ ปล่อยเวลาทอดไปอีกเป็นสัปดาห์จึงมี คําสั่งใหม่ตามมา ผมจะไม่ใช้เวลาตรงนี้เพิ่มเติม แต่ต้องการสะท้อนให้ท่านประธานได้เห็น พฤติกรรมในการบริหารจัดการของ ศปภ. อย่างน้อยก็เป็นหลักฐานชิ้นเล็ก ๆ ที่จะนํามาสู่ คําตอบว่าทําไมจึงล้มเหลว

เรื่องที่ ๒ ที่เป็นตัวอย่างสาเหตุแห่งความล้มเหลวอีกอันหนึ่ง การบริหาร จัดการภายในของ ศปภ. เอง ซึ่งสําคัญ เพราะนั่นหมายถึงการจัดการทัพ ถ้าจัดทัพ สะเปะสะปะมั่วไปมั่วมา แล้วที่สุดทัพที่ว่าจะไปรบกับน้ําได้อย่างไร ผมมีหลักฐานที่จะ สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการภายในยิ่งรู้ยิ่งเละเลยครับ ตัวอย่างชัดเจนอันหนึ่ง คําสั่ง เรื่องแต่งตั้งฝ่ายอํานวยการ ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ทําไปยังไม่ถึงกี่วันครับ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ วันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ ออกคําสั่งใหม่อีกแล้วครับ ยกเลิกเปลี่ยนแปลง คําสั่งเก่า ที่สุดคนทํางานซ้ายหันขวาหันกลับลําไม่ทัน ไม่รู้เอาอย่างไรกันแน่ แล้วอย่างนี้จะไป รบกับน้ําได้อย่างไร นอกจากคําสั่ง ที่ ๔๘/๒๕๕๔ ที่กระผมได้กราบเรียนแล้ว ตัวอย่างเล็ก ๆ อีกอันหนึ่งที่เห็นชี้ชัดว่าการบริหารจัดการภายในไร้ประสิทธิภาพ มีปัญหาสับสนอลหม่าน ท่านดูสิครับ คําสั่ง ที่ ๒๗/๒๕๕๔ แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพและ เครื่องอุปโภคบริโภค องค์ประกอบ ๑. ขออภัยที่เอ่ยนาม นายธีระชัย วุฒิธรรม เลขานุการ ศปภ. เป็นประธานกรรมการ ๒. นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รองประธาน เลขานุการ ศปภ. เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระหว่าง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ใครใหญ่กว่ากัน มันไม่ต่างกับการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. เป็นประธานกรรมการ แล้วให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ นี่คือตัวอย่าง เล็ก ๆ อีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการบริหารจัดการภายในมีปัญหาสับสน อลหม่าน จึงเป็นที่มาของคําตอบว่าแล้วจะไปรบกับน้ําชนะได้อย่างไร ยังมีอีกอันหนึ่งครับ คําสั่ง ที่ ๕/๒๕๕๔ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ บังเอิญผมไปพบอีกคําสั่งหนึ่งครับ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ วันถัดมา แต่เป็นคําสั่ง ที่ ๕/๒๕๕๔ เหมือนกัน เรื่องแต่งตั้ง คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คําสั่งเหมือนกัน ที่เดียวกัน แต่ลงนามคนละวัน เนื้อหาไม่เหมือนกัน ต่างกันตรงที่คําสั่ง ที่ ๕ วันที่ ๑๑ แต่งตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์มอบให้รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ เป็นรองประธานกรรมการ แต่พอมาออกคําสั่งใหม่ เลขเดียวกันตัดรองผู้ว่า กทม. พรเทพ เตชะไพบูลย์ ออก เหตุผลคืออะไร ผมไม่อธิบายละครับ แต่ผมงุนงงว่าทําไมจึงมีคําสั่งเลขเดียวกัน ๒ คําสั่ง เรื่องเดียวกันลงนามคนละวันเนื้อหา ต่างกัน ตัดรองผู้ว่า กทม. ด้วยเหตุผลอะไร ผมไม่วินิจฉัย ผมคิดว่าวิญญูชนอ่านออก

ข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งสําหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็คือ ท่านปล่อยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาลพรรคเดียวกับท่านเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจํา ผมมีเอกสารชิ้นหนึ่งครับ แต่จะไม่แสดงกับท่านประธาน ไม่ประสงค์จะให้มีการพาดพิงและออกมาตอบโต้เสียเวลาสภา แต่จะยื่นเอกสารนี้ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เขาจะทําหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องการถอดถอนต่อไป เอกสาร ชิ้นนี้ก็คือเอกสารที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครท่านหนึ่งทําหนังสือ ไปถึงปลัดกระทรวงกระทรวงหนึ่ง สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติการที่ ศปภ. ทั้งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านนี้ไม่ได้มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการปฏิบัติงาน ของ ศปภ. ผมหยิบยกสิ่งนี้ขึ้นมากราบเรียนกับท่านประธานเพียงแต่ต้องการที่จะเน้นย้ํา ให้เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. ปล่อยปละละเลย ให้นักการเมืองพรรคเดียวกันเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจําจริง แล้วก็ไม่หมดเท่านี้ครับ ยังมีอีกชิ้นหนึ่ง เอกสารชิ้นนี้เป็นเอกสารการจัดซื้อจํานวน ๗๐๐ หลัง ผมมีใบส่งของให้มาจัดส่งที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยดอนเมือง อาคาร ๒ ก็คือที่ ศปภ. แปลว่าการจัดซื้อนี้เป็นเรื่องในความรับผิดชอบของ ศปภ. แต่ท่านทราบไหมครับ ตัวเอกสารที่ปรากฏในรหัสลูกค้าเป็นใคร เอกสารชื่อที่ได้รับระบุว่าเป็นผู้รับสินค้าเป็นใคร ผมไปตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบลายเซ็นเห็นว่าเอกสารรับสินค้ามีลายมือชื่อคล้าย ส.ส. คนหนึ่งของพรรคการเมืองเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็น ส.ส. ในบัญชีรายชื่อ และนอกจากลายเซ็นแล้วยังมีการระบุชื่อรหัสลูกค้าชัดเจนว่าชื่อใคร ผมไม่ประสงค์จะเอ่ยนาม แต่ผู้อภิปรายลําดับถัด ๆ ไปจะเป็นผู้ให้รายละเอียดกับ ท่านประธานต่อไป เพราะไม่ประสงค์จะพาดพิง แต่นี่คือเอกสารที่ได้มาจากคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณรายจ่ายของสภาผู้แทนราษฎรและเจ้าหน้าที่เป็นคนส่งมาให้ นอกจากนั้นท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ยังปล่อยปละละเลยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดียวกับท่านมีพฤติกรรมเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจํา ในเรื่องอื่น เช่น นําประชาชนไปพังคันดินกั้นน้ํา ไปเปิดปิดประตูระบายน้ํา รวมทั้งเข้าไป อนุมัติของบริจาค ทั้งที่ทั้งหมดนี้เป็นงานของเจ้าหน้าที่ประจํา นี่เฉพาะที่ตรวจพบ และผมเชื่อว่าที่ยังตรวจไม่พบและพวกกระผมยังตรวจอยู่ยังไม่รู้จะมีอีกเท่าไร

ข้อกล่าวหาถัดมาที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก็คือ การที่ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกระทําผิดกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปแล้ว ผมไม่ทราบว่าท่านไป กระทําผิดด้วยความจงใจไม่รู้หรือเมาหมัดกันแน่ แต่อย่างน้อยที่สุดต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อมีการตรวจสอบพบว่าท่านได้กระทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ บัญญัติไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ต้องไม่ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น กล่าวโดยสรุป ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยงานของรัฐ ศปภ. ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑ (๘) โดยคําสั่งนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้น ศปภ. จึงเป็น หน่วยงานของรัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดคนหนึ่งหรือกี่คนก็ตาม ถ้าไปดํารงตําแหน่ง ใน ศปภ. ไม่ว่าตําแหน่งใด ถือว่ากระทําผิดรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือ ตําแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซง เพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องการปฏิบัติราชการ หรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่หรือ ราชการส่วนท้องถิ่น แปลง่าย ๆ ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น หรือพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการ ปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของข้าราชการเขา แต่ปรากฏว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ลงนามในคําสั่งอันเป็นการกระทําผิดรัฐธรรมนูญทั้ง มาตรา ๒๕๕ และมาตรา ๒๕๖ นั่นก็คือ คําสั่ง แต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไป ดํารงตําแหน่งตามคําสั่ง ศปภ. ที่ ๒๗/๒๕๕๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการ ถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค โดยแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๔ คน เข้าไปเป็นกรรมการ ขออภัยที่จําเป็นต้องเอ่ยนาม คือ ๑. นายการุณ โหสกุล ๒. นายสุรชาติ เทียนทอง ๓. นายวรชัย เหมะ และ ๔. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ซึ่งเท่ากับเป็นการลงนาม ในคําสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปเป็นคณะกรรมการในหน่วยงานของรัฐ อันเป็นการผิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ อย่างที่ผมกราบเรียน และผู้ลงนามในคําสั่งก็มีความผิด เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นในวันเดียวกันคือวันที่ ๒๒ ตุลาคม ยังมีคําสั่งอีกคําสั่งหนึ่ง เป็นคําสั่งเรื่องการมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ ที่ ๒๖/๒๕๕๔ แต่งตั้งนายการุณ โหสกุล ไปทําหน้าที่ประสาน สั่งการ ติดตามการปฏิบัติงานในการรับบริจาคและการให้ ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นการกระทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ เช่นเดียวกัน แม้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะได้กล่าวอ้างว่า ท่านได้ทําการยกเลิกคําสั่งทั้ง ๒ คําสั่งไปแล้วหลังจากทราบว่าเป็นการกระทําที่ผิด รัฐธรรมนูญ โดยมีคําสั่งที่ ๓๑/๒๕๕๔ ใน ๒ วันต่อมา คือวันที่ ๒๔ ตุลาคม ยกเลิกทั้ง ๒ คําสั่งไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทําให้ท่านพ้นจากการกระทําผิดรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าความผิดสําเร็จแล้ว และท่านได้ยอมรับอย่างชัดเจนแล้วว่าท่านได้กระทําผิด มิเช่นนั้นจะออกคําสั่งยกเลิกทําไม ที่สําคัญแม้แต่พี่น้องประชาชนคนไทยตาดํา ๆ ทุกคน ยังไม่มีสิทธิอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย นี่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านยิ่งย่อมเป็นตัวอย่าง ในการประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งฝ่ายค้านโดย พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นถอดถอนพฤติกรรมการกระทําผิดกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมไปแล้วต่อประธานวุฒิสภาตามที่บังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ว่า ถ้าจะอภิปรายรัฐมนตรี เรื่องการกระทําผิดกฎหมาย จะต้องมีการยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาก่อน เพื่อให้ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. และถ้าเห็นว่ามีมูลก็จะส่ง วุฒิสภามีมติถอดถอนต่อไปด้วยเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้า อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนกับ ท่านประธานครับว่าผมเห็นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ท่านเข้าไปอาจจะ เมาหมัดจริง ๆ ใครชงมาก็เซ็นเหมือนที่ท่านบอก และเรื่องนี้จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ แต่ท่านหนีความรับผิดชอบไม่ได้ แต่ท่านทราบไหมครับขณะที่ผมให้ความเห็นใจท่าน แล้วก็เข้าใจท่านว่าอาจจะผิดกฎหมายโดยสุจริต แต่พอไปตรวจดูคําสั่งถัดมา เอาอีกแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. ลงนามในคําสั่งวันที่ ๓๑ ตุลาคม ถัดมาอีก ๑ สัปดาห์ คําสั่ง ที่ ๓๙/๒๕๕๔ เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาผู้อํานวยการ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คําสั่งนี้แต่งตั้งที่ปรึกษาผู้อํานวยการ ศปภ. คนเดียว คือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นใครครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคเดียวกับท่าน แปลว่าอะไร แปลว่า มีการกระทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญซ้ําซากอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้ละครับที่นํามาสู่การยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องของการกระทําผิดกฎหมายซ้ําซ้อนซ้ําซาก และเป็นที่มาของ เหตุผลที่ทําไมต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สมควร ดํารงตําแหน่งนี้ต่อไป และเรื่องนี้ฝ่ายค้านก็ต้องขออภัยที่จะหลีกเลี่ยงในการที่จะต้องปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญในการยื่นถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ต่อไป เช่นเดียวกับการลงนาม ในคําสั่งแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อนหน้านี้ พฤติกรรมอันสมควรไม่ไว้วางใจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกอันหนึ่งก็คือการมีพฤติกรรมปล่อยปละละเลย ให้เกิดการทุจริตหาประโยชน์ทั้งจากเงินงบประมาณแผ่นดินและกองทุนบริจาคภายใต้ ความรับผิดชอบของ ศปภ. ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเคยปฏิเสธเรื่องถุงยังชีพ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ เพราะใช้งบประมาณของกองทุนบริจาคสํานักนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบุคคลอื่น แต่ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่าท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ไม่มีสิทธิปฏิเสธ เหตุผลมี ๓ ประการ

ประการที่ ๑ ที่ผมกราบเรียนว่าท่านไม่มีสิทธิปฏิเสธก็คือ คําสั่งแต่งตั้ง ศปภ. โดยนายกรัฐมนตรีระบุไว้ชัดเจนถึงอํานาจหน้าที่ของ ศปภ.

ในข้อ ๑ ศปภ. ถือเป็นหน่วยบัญชาการที่บูรณาการหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชนในการอํานวยการและปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแบบเบ็ดเสร็จ และให้ได้ข้อยุติ วัน สต๊อป เซอร์วิส (One stop service) ซึ่งนั่นหมายความว่า ศปภ. จะต้องเป็นหน่วยบัญชาการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐซึ่งรวมทั้งกองทุนผู้ประสบภัยสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรีด้วย และมีอํานาจรับผิดชอบครอบจักรวาล เพราะฉะนั้นท่านจะปฏิเสธ ความรับผิดชอบในประเด็นที่ ๑ ไม่ได้

ข้อ ๒ กระผมมีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าท่านมีอํานาจในการอนุมัติเงินงบประมาณ เช่น วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ท่านลงนามอนุมัติการจัดซื้อเรือของกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ท่านอนุมัติจัดซื้อเรือของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ท่านอนุมัติแม้แต่การจัดซื้อน้ํามันเชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นถือว่า ท่านมีอํานาจเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงิน

และสุดท้าย ถ้าถุงยังชีพไม่อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน ท่านออกคําสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบถุงยังชีพได้อย่างไร โดยออกคําสั่ง ที่ ๔๕/๒๕๕๔ ตั้งปลัดกระทรวง พาณิชย์เป็นประธานในการตรวจสอบ และหัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงยุติธรรมเป็นกรรมการ และเลขานุการ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ผมสัญญากับท่านประธาน พวกเราในฐานะฝ่ายค้านจะทําหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเงินงบประมาณแผ่นดินและเงินของผู้บริจาค ให้ใช้ประโยชน์ให้สมกับที่เขาเสียสละให้ได้ทุกบาททุกสตางค์ นี่คือสิ่งที่พวกเราจะทํา พฤติกรรมอย่างนี้ละครับคือพฤติกรรมหนึ่งที่สมควรแก่ความไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม

สุดท้ายครับท่านประธานครับ กระผมตั้งข้อกล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมไว้ในเบื้องต้น เป็นเรื่องของการบริหารงานในกระทรวงยุติธรรม เรื่องการออก พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ พวกกระผม พิจารณากันอยู่นานว่าจะพูดเรื่องนี้ดีหรือไม่ มีความเห็นแตกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ไม่จําเป็นต้องพูดเรื่องนี้อีก เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาแถลงแล้วว่า ไม่ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเอื้อประโยชน์ให้คนคนเดียวแต่อย่างใด แต่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่อง จําเป็น ที่เห็นว่าเป็นเรื่องจําเป็นก็เพราะว่า

ประการที่ ๑ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

ประการที่ ๒ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขของประเทศ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ประการที่ ๓ เห็นว่าเป็นเรื่องจําเป็นที่จะต้องนําเรื่องนี้มาเปิดเผยให้ ประชาชนได้รับทราบ

ประการที่ ๔ เห็นว่าการพูดของฝ่ายค้านวันนี้จะเป็นประโยชน์ในการเตือนภัย ให้ประชาชนได้เตรียมการล่วงหน้าว่าภัยที่เกิดจากสิ่งนี้จะมีผลทะลุทะลวงมหาศาล อาจจะยิ่งกว่าน้ําที่กําลังท่วมอยู่ในปัจจุบัน

และสุดท้าย หากเราไม่อภิปรายก็เท่ากับเราละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการ ตรวจสอบการทํางานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ที่สุดเราก็ตัดสินใจครับว่าเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องหนึ่งที่จะต้องนํามาพูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สมควรไว้วางใจให้อยู่ในตําแหน่งต่อไปอีกอย่างไร พฤติกรรมแห่งความไม่น่าไว้วางใจเริ่มตั้งแต่ตรงไหนครับ

๑. เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนปัจจุบันที่เพิ่งเปลี่ยนตัวไปคืออดีตรองอธิบดีดีเอสไอ (DSI) เป็นผู้รับผิดชอบ คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นผู้ที่ไปเป็นพยานศาลให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์สําคัญอย่างไร สําคัญก็เพราะว่าอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นผู้บังคับบัญชา หน่วยงานเจ้าของเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษของกระทรวงยุติธรรม ข้อเท็จจริงในเรื่องของการพิจารณาพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างไรครับ

๑. วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๔ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นชอบในหลักการของการออกพระราชกฤษฎีกาตามที่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคือท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เคยให้ความเห็นชอบไว้ คือถือหลักอย่างน้อย ๒ ข้อ

๑. ผู้ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องอยู่ระหว่างถูกกักขัง

๒. ต้องไม่ใช่คดีทุจริต

แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เห็นชอบหลักการเช่นเดียวกับที่รัฐบาลที่แล้วเห็นชอบไว้ เกิดพระราชกฤษฎีกา ฉบับภาคพิสดาร มีคนบอกว่าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เกิดมีพระราชกฤษฎีกาฉบับลับ ลวง เล่ห์ ขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ มีหลักการแตกต่างจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเคยลงนามเห็นชอบ ความแตกต่างมีอยู่อย่างน้อย ๒ ประการ

ประการที่ ๑ แก้ไขจาก ต้องอยู่ระหว่างถูกจําคุกจึงขอพระราชทานอภัยโทษได้ กลายเป็น ไม่ต้องอยู่ระหว่างจําคุกก็ได้ หรือถูกคุมขังก็ได้

ประการที่ ๒ แก้จาก ขอพระราชทานอภัยโทษได้ต้องไม่ใช่คดีทุจริต แก้เป็น คดีทุจริตก็ขอพระราชทานอภัยโทษได้ เพื่ออะไร เพื่อให้คนคนเดียวได้เข้าข่ายอาศัยใบบุญ ได้รับประโยชน์จากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษฉบับนี้ด้วย

วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบหรือถูกขืนใจให้เห็นชอบ พระราชกฤษฎีกาฉบับลักหลับฉบับนี้ท่ามกลางสถานการณ์น้ําท่วมหรือไม่ ผมไม่ทราบครับ แต่ที่ทราบโดยหลักการหากมีการพิจารณาเรื่องพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เข้าคณะรัฐมนตรี คนที่จะต้องเป็นเจ้าของเรื่อง ต้นเรื่อง คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แม้ในเวลาต่อมาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะออกมาแถลงว่าร่างที่พิจารณาใน คณะรัฐมนตรีมีหลักการเช่นเดียวกับที่รัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เคยนําเสนอ ต่างกัน ก็แค่ กับ แก่ แต่ ต่อ ก็ตาม แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ หาคนเชื่อยาก เพราะเรื่องนี้มีพิรุธครับ พิรุธอะไรครับ ๑. พิรุธอย่างน้อย ๕ ข้อ

ข้อ ๑ หากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตั้งใจถวายโดยสุจริต เป็นเรื่องของการ ก่อการดีจริง ทําไมต้องประชุมลับ ไล่เจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุมหมด ปกติการพิจารณา พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษอย่างดีก็เป็นวาระจร ไม่มีการไล่เจ้าหน้าที่ออก และไม่ได้เป็นการประชุมลับ เพียงแต่จะมีการขอเก็บเอกสารในห้องประชุม เช่นเดียวกับ ที่เราปฏิบัติมาเป็นปกติ เรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงหลายเรื่องไม่ได้ประชุมลับ แต่ประชุมเสร็จ พ้นวาระ ขอเก็บเอกสารคืน พวกกระผมก็เคยถูกเก็บเอกสารคืน เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันครับ

พิรุธข้อที่ ๒ หากร่างที่ว่าเหมือนของพรรคประชาธิปัตย์ ทําไมต้องไปกําชับ ให้รัฐมนตรีทุกคนห้ามแพร่งพราย จนทุกคนเท่าที่ทราบตัวสั่นงันงกไปตาม ๆ กัน แต่ที่สุด ก็หลุดรอดออกมาจนได้ ผมไม่ได้เชื่อคนเดียวหรอกครับ สื่อก็เชื่อ ไม่เช่นนั้นไม่พาดหัวกัน ใหญ่โตทุกฉบับ คนจํานวนไม่น้อยในประเทศก็เชื่อ

พิรุธข้อที่ ๓ ทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องร่วมกันวางแผน เล่นละครตบตาประชาชนกับนายกรัฐมนตรีให้ไปค้างคืนจังหวัดสิงห์บุรีในวันจันทร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน อ้างกลับไม่ได้ เพราะเฮลิคอปเตอร์ไม่มีเรดาร์ (Radar) ทั้งที่กองทัพบกเขาบอก พร้อมจะส่งเฮลิคอปเตอร์ลําใหม่ไปรับ แต่ก็ไม่กลับ เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี มาถึงไม่ได้เข้าประชุม ครม. แต่กลับไปอัดรายการจนในที่สุดก็ไม่ได้เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะหนีข้อหาเอื้อญาติใช่หรือไม่

พิรุธข้อที่ ๔ ถ้าเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าวแพร่สะพัดไปทั่วประเทศไม่จริง ทําไม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงไม่ออกมาปฏิเสธตั้งแต่วันแรก เรื่องจะได้จบ ภาคส่วน ต่าง ๆ ภาคประชาชนจะได้ไม่ต้องออกมาประท้วงต่อต้าน สุ่มเสี่ยงต่อการนําประเทศไปสู่การ เกิดวิกฤติรอบใหม่

ประการสุดท้าย ประการที่ ๕ ถ้าเรื่องนี้ไม่จริง ทําไมต้องรอจดหมายจาก ต่างประเทศ รอปฏิเสธว่าไม่ขอรับพระราชทานอภัยโทษออกมาเสียก่อน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมจึงกล้าออกมาแถลงปฏิเสธ แสดงว่าเรื่องนี้มีใบสั่งใช่หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะปฏิเสธหรือไม่ผมไม่ติดใจครับ และท่านจะชี้แจงว่า อย่างไร ผมก็จะไม่ตอบโต้ ผมจะทําหน้าที่รับฟัง เพราะกระผมไม่มีเอกสารหลักฐานใด ๆ ที่จะมายืนยัน เนื่องจากท่านเก็บเอกสารหมด จะเปลี่ยนแปลงตกแต่งอย่างไรในเวลาต่อมา ก็สามารถกระทําได้ แต่ที่สําคัญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านรู้อยู่แก่ใจว่าท่าน ทําอะไรลงไป เรื่องสับขาหลอก ผมเชื่อครับ เชื่อเพราะเชื่อว่ากําลังเลี้ยงเดี่ยว กําลังจะเข้าไป ยิงประตู แต่พอดีมีคนมาขวางก็เลยกลับลํา ๓๖๐ องศา สับขาหลอก เหมือนหยิบของไปแล้ว จับได้ก็เลยเอาของมาคืน

จุดยืนของพวกกระผมขอกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อความชัดเจน

ประการที่ ๑ พวกกระผมสนับสนุนให้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทาน อภัยโทษเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบครับ เพื่อให้ผู้ต้องโทษ อย่างน้อย ๒๖,๐๐๐ คน ที่ต้องโทษและสํานึกในความผิดที่ได้กระทําไปได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่พวกกระผมไม่เห็นด้วยกับ พระราชกฤษฎีกาฉบับลับ ลวง เล่ห์ ที่กราบเรียน ที่แก้ไขหลักเกณฑ์ไปจากจารีตประเพณี ที่เคยปฏิบัติ ขนาดไม่ต้องถูกคุมขังและทุจริตก็ขอพระราชทานอภัยโทษได้ เพราะนี่คือการ ละเมิดหลักนิติธรรม และระบบนิติรัฐ หากทําได้เช่นนี้ต่อไปก็จะไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมาย เพราะทําผิดถูกลงโทษ มีเงิน มีอํานาจเมื่อไรก็ออกกฎหมายล้างผิด ที่สุดคุกก็จะมีไว้แค่ขังคนจน กับคนไม่มีอํานาจ ที่สําคัญกระผมขอกราบเรียนกับท่านประธานครับ ความปรองดองและ ความสงบสุขของคนในชาติไม่มีทางเกิดขึ้นได้หากทุกคนไม่เคารพกฎหมาย และการบังคับใช้ กฎหมายมีหลายมาตรฐาน การออกกฎหมายล้างผิดไม่ว่าจะโดยรูปแบบใด มีแต่จะนํา ประเทศไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกและวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด พฤติกรรมการบริหารราชการ แผ่นดินของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก จึงนอกจาก บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. ปล่อยปละละเลยให้นักการเมืองร่วมพรรคเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากเงิน งบประมาณแผ่นดิน สิ่งของบริจาคของประชาชน เกิดการทุจริตมโหฬาร กระทําผิดกฎหมาย ซ้ําซาก ยังมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจในงานยุติธรรม จนหลายคนมีคําถามระหว่างประชาชน กับคนคนเดียว ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของใครกันแน่ พวกกระผม จึงไม่อาจไว้วางใจให้ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดํารงตําแหน่งต่อไปได้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ เดี๋ยวนะครับ ให้ท่านพูดก่อน ผมยังไม่รู้ว่าท่านจะพูดอะไร นั่งลงก่อนท่านประเสริฐ คุณหมอเชิญนั่งลงก่อน ทีละท่าน ๆ ใจเย็น ๆ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ท่านอดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ได้กรุณาอภิปรายแล้วตั้งข้อพิรุธ ๕ ประเด็นเกี่ยวกับการออก พระราชกฤษฎีกาของรัฐบาล ก่อนที่ผมจะตอบตอนท้ายนะครับ ผมยืนยันว่าทั้ง ๕ ข้อ เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์คิดเอง รัฐบาลนี้ไม่มีทําและไม่คิดทํา แล้วท่านก็รู้ว่า ไม่มีเอกสาร ก็ในเมื่อไม่มีเอกสารแล้วท่านคิดเองทําเองได้อย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมชี้แจงทีละท่านก่อน เดี๋ยวท่านนั่งก่อน คือประเด็นที่ท่านจุรินทร์พูดมา ๕ ข้อหลังนี้เป็นข้อพิรุธนะครับ ข้อที่ ๑ ก็คือทําไมประชุมลับ ข้อที่ ๒ ท่านก็บอกว่าทําไมห้ามรัฐมนตรีมาพูด ห้ามพูดนะครับ ประเด็นที่ ๓ ท่านบอกว่า มีการวางแผนไว้ว่าไม่ให้นายกรัฐมนตรีมาประชุม อ้างเหตุว่าไม่สามารถเดินทางกลับได้นะครับ ท่านฟังก่อนนะครับ ถ้าท่านไม่ฟังประธาน ข้อที่ ๔ ท่านก็บอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมปฏิเสธ ทําไมไม่ปฏิเสธตั้งแต่ต้นทั้ง ๆ ที่ออกพระราชกฤษฎีกามานะครับ ข้อที่ ๕ ท่านบอกว่าในเรื่องนี้เป็นพฤติกรรมของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าทําไมจะต้อง รอนะครับ อันนี้เป็น ๕ ข้อของท่าน คราวนี้ฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีก่อนสิครับว่า ท่านเกี่ยวข้องพาดพิงอย่างไร ท่านก็อธิบาย คืออย่างนี้ ถ้าท่านโห่อย่างนี้มันไม่สุภาพนะครับ เพราะขณะนี้มีการถ่ายทอดอยู่ ผมกําลังลําดับความอยู่ท่านก็ไม่ฟัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็ออกมาพูดว่าในเรื่องของการประชุมแล้วก็ลําดับเหตุการณ์ แล้วท่านก็บอกว่าเป็นเรื่อง ของความเห็นของผู้อภิปราย อันนี้ก็ถูกต้อง เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านจะชี้แจงเองนะครับ ดังนั้นท่านนั่งลง ผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับ นั่งลง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้บรรยากาศเช้า ๆ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ถ้าท่านเฉลิมพูดต่อไปเดี๋ยวก็มีผู้ประท้วงนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีประชา ท่านได้อธิบาย

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมเรียนนิดเดียวครับ เดี๋ยวคนดูไม่ต่อเนื่องว่า ๕ ข้อตั้งสังเกตนะท่านพูดไม่ตรง ไม่มีอย่างนั้น

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไม่เป็นอะไรครับ อันนั้นเป็นความเห็นของผู้อภิปราย

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านตั้งข้อสังเกตของท่านได้นะครับ ขอความกรุณานะครับ ถ้าท่านยืนอย่าชี้หน้ากันนะครับ เพราะว่าขณะนี้มีการถ่ายทอดอยู่

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

จะมาสับขาหลอก ผมก็ยืนไม่ได้ พูดทําไมถ้าไม่อยากให้ผมพูด กระผมไม่อยากให้บรรยากาศเสียนะครับ แต่ว่าตอนท้ายผมจะมาตอบก็มันไม่จริงอย่างที่ท่านพูด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ไม่เป็นอะไรครับ เชิญนั่งได้แล้ว

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่จริงครับ ที่คุณจุรินทร์พูด ๕ ข้อ ยืนยันว่าไม่จริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านตอบเองนะครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวนะครับ ผมก็จะให้ประท้วงทีละท่าน ผมกําลังดูอยู่นะครับ มีนั่งแล้วเหลือท่านประเสริฐ เชิญท่านประเสริฐ คุณหมอรอนิดหนึ่ง ท่านประเสริฐก่อน เชิญ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงท่านประธานในการปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานคงไม่ต้อง ย้อนกลับถามว่าข้อไหนนะครับ เพราะท่านประธานเข้าใจดีว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องเฉพาะของผู้อภิปรายกับตัวของรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายที่จะตอบเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้ารัฐมนตรีท่านหนึ่งท่านใดที่ยกมือ ท่านไม่ต้องให้เกียรตินะครับ ไม่ต้องกลัวว่า กลับไปพรรคแล้วเขาจะด่าครับ ให้สิทธิอภิปรายให้สิทธิตอบไม่ได้เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐครับ ท่านฟังท่านจุรินทร์พูดไหมครับตอน ๕ ข้อสุดท้ายนะครับ ๕ ข้อสุดท้ายนั้น รวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย เมื่อคณะรัฐมนตรีท่านมีข้อที่ท่านจะชี้แจงผมก็ต้องฟังท่านก่อนว่า ประเด็นอะไร อย่างไร ท่านจะไม่ให้เข้าชี้แจงเลยก็ไม่ได้ ต้องฟังก่อนนะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ผมทําถูกต้องตามข้อบังคับนะครับ ท่านประเสริฐนั่งลงได้ครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอเชิญประท้วงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ และข้อ ๖๓ ผมไม่ทราบว่าท่านประธานให้สิทธิท่านรัฐมนตรี หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะอะไร ถ้าพาดพิงนี่ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะผมฟังตั้งนาน ท่านจุรินทร์พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจุรินทร์พูดถึง เพียงแต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี คนที่จะใช้สิทธิ น่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีมากกว่าครับ แล้วก็ท่านพูดถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ไม่ได้พูดถึงเฉลิม อยู่บํารุง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ คือประท้วงท่านก็ประท้วงนะครับ ขอความกรุณาอย่าไปกระทบกระทั่งกัน คือก็ฟัง กันอยู่นะครับ ๕ ข้อ มันก็กระทบกับคณะรัฐมนตรีก็ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวนะครับ

(นายทองดี มนิสสาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านผู้ประท้วงจากจังหวัดอุดรธานีครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง ผู้กําลังประท้วงครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคท้าย การวินิจฉัยของท่านประธานถือว่า เป็นเด็ดขาด เพื่อรักษากติกาและความสงบเรียบร้อยในการประชุมสภาตามข้อ ๘ (๓) ครับ ท่านประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นเด็ดขาดครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์พีรพันธุ์ ท่านรัฐมนตรีจะตอบเลยครับ ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ดีไหมครับมันจะไม่เสียเวลา เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอก่อนครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่อยากจะให้ท่านประธานและอาจจะเป็นที่ประชุมด้วย ช่วยทําให้มันเกิดความชัดเจนขึ้นคือผมดูญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในญัตตินี้ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อกี้นี้ผมได้ฟัง ท่านผู้นําเสนอญัตติได้ใช้เวลาเกือบชั่วโมง เพื่อที่จะอภิปราย ชั่วโมงกว่า ๆ นะครับว่าเนื้อหา ของการอภิปรายจะมีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ก็คือ

เรื่องที่ ๑ การอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. และท่านใช้เวลาในการอธิบายเรื่องนี้ชั่วโมงกว่า

เรื่องที่ ๒ ก็คือจะอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะที่ ดําเนินงาน

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ อาจารย์ครับ มีผู้ประท้วง คุณหมอประท้วงอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะไม่ประท้วง แล้วนะครับ อยากจะให้เวลามันเดินไปเร็ว ๆ แต่ดูท่านประธานสิครับ ท่านให้สิทธิอะไร เขาครับ เขาประท้วงหรือพาดพิงผมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ท่านประท้วงอะไรผมครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมประท้วงท่านข้อ ๘

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ว่าอย่างไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ที่ท่านดูแลการประชุมไม่เรียบร้อยครับ อย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กําลังเรียบร้อยอยู่แล้วนี่ครับ ผมให้เขา

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านให้สิทธิเขา สิทธิอะไรครับ ประท้วง หรือว่าอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงผมข้อ ๘ ใช่ไหมครับ ผมจะได้วินิจฉัย เชิญนั่งลงครับ นั่งลงครับ เมื่อกี้ท่าน ยกมือผมก็ชี้ เป็นสิทธิของประธานที่จะชี้ให้ท่านสมาชิกได้พูดนะครับ ท่านกําลังหารืออยู่ว่า การนําเสนอของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นั้นเป็นอย่างไร ผมนั่งฟังอยู่ ท่านฟังสิครับ ฟังสักหน่อยหนึ่ง ผมก็อยากจะฟังเหมือนกันว่าท่านกําลังนําเสนออะไร ผมวินิจฉัยแล้ว

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านข้างหลังที่ยืนประท้วง ท่านจากเพชรบุรี เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานข้อ ๘ ครับ ท่านประธานไม่ควรจะเปิดโอกาสให้ ท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ได้มีการหารือหรือชี้แจงอะไร ณ ที่นี้ เพราะว่ากรอบหรือระเบียบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นนี้ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เชิญนั่งลงครับ เป็นอํานาจของประธานนะครับ เชิญนั่งลง ผมได้วินิจฉัยแล้ว ฟังสักหน่อยสิครับว่าท่านจะพูดอะไร ผมยังไม่ทราบเลย นิดเดียว และผมก็จะไม่ให้ท่านพูด และรัฐมนตรีเขารอตอบอยู่ เชิญท่านอาจารย์พีรพันธุ์ เชิญสั้น ๆ ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานครับ ผมอยากเรียน ทางฝ่ายค้านนะครับ บอกใจเย็น ๆ สักนิด อย่างไรก็มีการอภิปรายแน่ แต่ว่าผมอยากจะให้ ท่านประธานทําประเด็นของการอภิปรายให้มันชัดเจน เมื่อกี้นี้ผู้นําอภิปรายได้บอกว่า ต้องการอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่เนื้อหาที่นําเสนอใช้เวลา ๑ ชั่วโมง พูดเรื่องใน ศปภ. ใช้เวลาเพียง ๑๕ นาที พูดถึงเรื่องการอภิปรายในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ในการบริหารงานในกระทรวงยุติธรรม ผมก็ดูข้อบังคับ ข้อ ๑๖๘ ข้อ ๑๗๐ ข้อ ๑๖๘ ในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจจะต้องทําอย่างไร ข้อ ๑๗๐ ถ้ารัฐมนตรีเป็นรายบุคคลจะต้องทําอย่างไร และเมื่อประธานได้รับญัตติแล้ว ข้อบังคับ ก็กําหนดไว้หมด ผมเข้าใจว่าท่านประธานรับบรรจุญัตตินี้ เพราะเห็นแก่การอภิปราย ไม่ไว้วางใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์จะเอาประเด็นไหนครับ ท่านจะเสนอประเด็นไหนครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คือผมจะเสนอประเด็นว่าการอภิปราย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่เนื้อหาที่นําเสนอตอนนี้มันไม่ใช่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เข้าใจแล้วครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

เป็นการอภิปรายผู้อํานวยการ ศปภ. ฉะนั้น ตามข้อ ๖๑ ที่บอกว่าการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นด้วย ผมก็มีข้อสงสัยอย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เดี๋ยวผมชี้แจง เดี๋ยวผมชี้แจงครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คือถ้าเราไปดูตามกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่อะไร ท่านไปดูตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ไปดูตาม กฎหมายว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้แล้วครับ ได้ประเด็นแล้วอาจารย์ครับ คืออย่างนี้ครับ

(นายศุภชัย ศรีหล้า ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญจากจังหวัดอุบลราชธานีประท้วงครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ คุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ประท้วงท่านประธานในข้อเดียวกันถึงการวินิจฉัยของ ท่านประธานที่จะให้ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ลุกขึ้นให้ความเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ การให้ความเห็นเมื่อสักครู่ ผมมั่นใจว่าท่านประธานวินิจฉัยผิดพลาดแน่นอน ในระหว่างนี้ เรากําลังอยู่ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การที่มีท่านใดท่านหนึ่งขออนุญาต ท่านประธานลุกขึ้นมาหารือต่อท่านประธานเป็นคน เป็นคน เป็นคน แล้วท่านประธาน อนุญาตอย่างนี้ แล้ววันนี้เราจะได้อภิปรายหรือครับ ในการประชุมท่านประธานจะวินิจฉัย อย่างนี้ไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ มากครับ คําวินิจฉัยของประธานถือว่าเป็นยุตินะครับ ฉะนั้นอย่าโต้แย้งคําวินิจฉัยเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ตอบครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ผมยังพูดไม่จบเลยครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงแล้วนะครับ พอแล้วครับ อาจารย์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คือต้องอธิบายว่าทําไมผมถึงเสนออย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ความเห็นของแต่ละฝ่ายก็เป็นความเห็นได้นะครับ ในประเด็นญัตติ ไม่ไว้วางใจตามที่ทางท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นตั้งแต่ วันที่ ๑๘ ท่านประธานได้บรรจุไว้ตามเนื้อหาสาระที่ท่านได้เสนอเข้ามา ส่วนการจะอภิปราย ไปถึงภาระหน้าที่ในการรับมอบหมายตามพระราชบัญญัติในการบริหารราชการแผ่นดิน อย่างที่ทางผู้นําเสนอญัตติได้นําเสนอนั้นนะครับ ผมว่าเดี๋ยวให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาชี้แจง

และประการต่อมาก็คือท่านก็ได้อภิปรายถึงประเด็นในเรื่องของการกระทํา พฤติกรรมว่าการดํารงตําแหน่งในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร อันนี้ผมสรุปประเด็นได้อย่างนี้นะครับ ผมว่าให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานนิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะไม่อนุญาตแล้วนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

คือประเด็นมันต้องชัดเจน ท่านประธานครับ ตกลงวันนี้สภากําลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมหรือกําลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจผู้อํานวยการ ศปภ.

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอย่างไรครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ต้องพูด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้าท่านเถียงผมอย่างนี้ก็ไม่จบนะครับ คือความเห็นอาจจะแตกต่างกันได้นะครับ เมื่อประธานรับมาเป็นญัตติก็เป็นเรื่องของผู้ชี้แจงเขาจะชี้แจงเอง เชิญนั่งครับ ท่านฟังเสร็จ เรียบร้อยเดี๋ยวให้ผู้ชี้แจงเขาชี้แจงเองนะครับ เชิญนั่งลงครับอาจารย์ครับ

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอรรถวิชช์ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ข้อวินิจฉัยของท่านประธานเป็นที่สุดนะครับ ผมคิดว่าการประท้วงขึ้นมาแล้วใช้ข้อกฎหมาย ไม่ถูกนักหรอกครับ เพราะว่าท่านประชา พรหมนอก เซ็นในเอกสารครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทราบแล้วครับ ท่านอรรถวิชช์ทราบแล้วนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน นิดเดียวครับ ท่านประชา พรหมนอก เซ็นเอกสาร ผมมีเหมือนกันครับ ผู้อํานวยการ ศปภ.

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ครับ ท่านประท้วงอะไรผมครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

นี่ครับ ผมจะบอก ท่านประธานครับ ท่านเซ็นในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เซ็นคู่กันเลยครับ ถ้าท่านประธานวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วขอให้เป็นที่สุดเท่านั้นละครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน วันนี้ผมเรียน ตรง ๆ ว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับที่ได้รับเกียรติจากทางพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย กระผมเองก็รู้สึกว่าผมชื่นชม พรรคประชาธิปัตย์ที่ดําเนินการเมืองมาตั้งแต่อดีต ผมเคยร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ หลายครั้ง แล้วก็รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน ล้วนแล้วแต่เคารพนับถือกัน ไม่ว่าจะเป็น ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ซึ่งผมเคยร่วมรัฐบาล สมัยนั้นผมจําได้ว่าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม แล้วก็มีผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลายท่าน เช่น ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกัน เคารพนับถือกัน แต่วันนี้ก็เป็นธรรมดาครับ กาลเวลาเปลี่ยนไป พรรคประชาธิปัตย์เลือดใหม่ก็ขึ้นมาแทนเยอะ ก็เข้มข้นไปอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงไม่แปลกใจในการอภิปรายครั้งนี้ครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็น อันนี้เป็นเรื่องหารือก่อนแล้วกันนะครับ ผมฟังในตอนท้ายของการอภิปรายของท่านจุรินทร์ ผมก็ไม่ค่อยสบายใจในการที่เราจะยกเอา เรื่องยกร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษขึ้นมาพูดในวันนี้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องลับ เป็นเรื่องที่ต้องรอพระบรมราชวินิจฉัย เราสมควรหรือไม่ที่จะเอามาพูดในวันนี้ ผมเคยให้ ข้อมูลข่าวสารเรื่องนี้ไปทางสื่อมวลชนหลายครั้งหลายหนนะครับว่าไม่ได้มีอะไรแอบแฝง หรือไม่มีอะไรที่เอื้อประโยชน์สําหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นการดําเนินการ เป็นการกระทํา ที่แบบตรงไปตรงมา ผมให้เกียรติอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านเดิมนะครับ ท่านเคยลงความเห็นชอบไว้ตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งวันนั้นที่จริงท่านไม่มีอํานาจ ที่จะไปลงเห็นชอบได้ เพราะท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ ๕ ผมเข้าใจว่าเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว ท่านลงความเห็นชอบในตัวยกร่าง เอาละครับตรงนั้นก็ไม่เป็นไรเราว่ากัน อีกขั้นตอนหนึ่ง แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าในข้อเคลือบแคลงสงสัยของท่านนั้น ผมขอใช้ คําพูดว่าคิดไปเองหรือเปล่า คิดว่าคนอื่นจะกระทําอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านยังติดยึดอยู่กับบุคคล อีกคนหนึ่งที่ท่านมีอคติหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ท่านนั้นก็ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ท่านก็ไป พุ่งเป้าเหลือเกิน ด้วยการที่มีอคติตรงนั้นหรือเปล่า ก็เลยทําให้ท่านได้เกิดความเคลือบแคลง สงสัยว่า ผมจะกระทําอย่างนั้นอย่างนี้ หลักฐานจริง ๆ นะครับท่านครับอยู่ในมือผมนี่ครับ แต่สิ่งนี้สมควรหรือไม่ที่จะเปิดเผยเพราะถือว่าเป็นเรื่องลับ อยู่ในระหว่างขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อเป็นพระราชวินิจฉัย เพื่อรอท่านลงพระปรมาภิไธย ผมหารือท่านประธานว่า เรายืนยันจะอภิปรายเรื่องนี้จริงหรือ ผมขอถาม แล้วใครจะรับผิดชอบเรื่องนี้ เราจะนําสิ่งที่ ไม่บังควรนี้มาอภิปรายหรือไม่ จะทําให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือไม่ ผมขอถาม ท่านประธานฝากไปท่านจุรินทร์นะครับว่าที่ท่านพูดไปนั้นท่านคิดไปเองหรือเปล่า ผมพร้อม ที่จะอาจจะให้ดูเพียงท่าน ๒ ท่าน เพราะท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านมาดูกับผมก็ได้ครับ แต่เรื่องนี้ที่จริงแล้วมันยังอยู่ระหว่าง เป็นเรื่องลับ ผมยืนยันได้ว่าไม่มีในสิ่งที่ท่านกังวล ไม่มีที่สื่อมวลชนได้ออกไปค่อนข้าง แพร่หลายว่าคิดอย่างนั้นคิดอย่างนี้ ผมครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผมเคยเป็น อธิบดีกรมตํารวจ ผมเคยเป็นผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาตินะครับ ผมได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์มาก็เกือบจะทุกประเภท แม้กระทั่งจุลจอมเกล้าวิเศษครับ ผมอยู่ในฐานะ ที่มีสติดีครับ ไม่มีละครับที่จะมาใช้คําว่า ลักหลับ เหมือนที่ท่านจุรินทร์ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่คิดเลยว่าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะใช้ศัพท์แสลงคํานี้เป็นเหมือนกัน คําว่า ลักหลับ ท่านใช้ในสภาผมว่าอาจจะไม่เหมาะนะท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านจะอภิปราย เรื่องนี้จริง ๆ ผมขอยืนยันจากสภาแห่งนี้ว่าเราจะรับผิดชอบกันหรือ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมขอเรียนถามว่าเรื่องนี้ถ้าจะพูดกันวันนี้ เรามาทําความเข้าใจกัน เรามาทําความตกลงกันว่าเราจะพูด ถ้าไม่พูดเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่พูดได้ แต่ถ้าท่าน จะดูจากผมบ้าง ผมขอให้ ๒ ท่านครับ แล้วท่านก็ไปอธิบายให้ลูกพรรคท่านฟังด้วยว่าเนื้อหา จริง ๆ ในนี้เป็นอย่างไร มาตรา ๔ ยังมีครบเหมือนปี ๒๕๕๓ ครับ บัญชีแนบท้ายมีครบเหมือนปี ๒๕๕๓ ครับ ยาเสพติดไม่ได้ตัด ทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ไม่ได้ตัด จะมีส่วนเพิ่มเติมขึ้นมาบ้างก็คือ เรานําในส่วนของปี ๒๕๔๗ คือในส่วนที่มีการเพิ่มเติมช่วงเฉลิมฉลอง ๖ รอบ สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเข้ามาเพิ่มเติม นั่นคือส่วนของการเพิ่มในเรื่องของ การลดโทษเท่านั้นเอง ขอยืนยันตรงนี้ ทําไมผมจึงไม่พูดตั้งแต่ต้น ตั้งแต่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ผมไม่ใช่คนชอบพูดเท่าไรนักละครับ แต่ถ้ามีเนื้อหาสาระแล้วผมจะพูด ถ้าไม่มีเนื้อหาสาระ เป็นเรื่องที่คิดขึ้นมาเอง ฝันขึ้นมาเอง ผมไม่พูดครับ ผมเป็นคนอย่างนั้นจริง ๆ ผมปกครอง ตํารวจมา ๒๖๐,๐๐๐ คน ถูกสืบสวน ถูกสอบสวนทางวินัยแม้แต่ครั้งเดียวไม่มีครับ ๔๐ ปีใน ชีวิตราชการตํารวจของผม ถูกต้องโทษทางวินัยไหม ไม่มีครับ ถูกต้องโทษอาญาไหม ไม่มีครับ แล้วผมก็ถวายความจงรักภักดีตลอดมา ณ วันนี้ผมก็ยังมีตําแหน่งหน้าที่อยู่ครับในการถวาย ความจงรักภักดี ผมเป็นราชองครักษ์พิเศษครับ ผมยังเป็นอยู่ ณ เวลานี้ ท่านไปเปิดดูเลย ผมเป็นตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ ผมถวายความจงรักภักดีตลอดมา เพราะฉะนั้นผมรู้ดีว่าอะไรควร อะไรไม่ควรทํา อะไรควรปฏิบัติ อะไรไม่ควรปฏิบัติ ครอบครัวของผมทั้งครอบครัวท่านไปดู เถอะครับ ไม่มีละครับทุจริตคอร์รัปชันอาจจะไม่เหมือนครอบครัวบางครอบครัวด้วย ผมขอเรียนตรงนี้ เพราะว่าเราอาจจะทําในสิ่งที่ไม่บังควรหรือเปล่า ผมถืออยู่ในมือผมนี่ เพราะผมอ่านคําถอดถอนของท่านแล้วรู้สึกท่านก็หนักเกินไป ทุจริตคอร์รัปชัน แม้กระทั่ง เรื่องถุงยังชีพเขาซื้อกันก่อนที่ผมจะตั้ง ศปภ. เขาซื้อกันตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคมโน่น หน่วยไหน จัดซื้อท่านทราบหมดแล้ว คณะกรรมาธิการได้หลักฐานไปหมดแล้ว ท่านเอาจาก คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้นะครับ ข้าราชการที่เราไป ทํางานในศูนย์ ศปภ. นั้นต้องมาอยู่ตอบคําถามท่านที่นี่เกือบจะทุกกระทรวง ทบวง กรม เตรียมหลักฐานมาให้ท่าน กรรมาธิการของท่านใช้เวลาตั้งแต่วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ ๓ วัน ไม่ต้องทํางานทําการกันละครับ มัวแต่เอาหลักฐานมา เอาเอกสารมา มาชี้แจง มาอะไรต่ออะไร ชาวบ้านเดือดร้อนจะเป็นจะตายท่านไม่ได้คิดถึงหรอกครับ ประตูน้ํานั้น เปิดไม่ได้ ประตูนั้นเปิดน้อย ประตูนั้นเปิดมาก น้ําเข้าตรงนั้น น้ําเข้าตรงนี้ น้ําเหม็น น้ําเสีย อยู่จุดนั้นจุดนี้ พี่น้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส แม้กระทั่งวันนี้ก่อนที่ผมจะมาก็ยังมีเรื่องอยู่ แต่ข้าราชการที่ทํางานอยู่ใน ศปภ. ต้องมาออกันอยู่รอชี้แจงคณะกรรมาธิการติดตาม งบประมาณ ท่านก็มาพูดเรื่องถุงยังชีพ ถุงยังชีพ ถุงยังชีพ ซื้อเรือ ซื้ออะไรต่ออะไร เดี๋ยวผม จะเปิดครับ หลักฐานทั้งหมดผมมี ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซื้อแพงกว่าของผมด้วย ผมมีครับ ตัวเลขผมมี ข้าวสารที่ท่านพูดถึงซื้อเท่ากันครับ ๑๙๒ บาท ท่านไปดูหลักฐานใหม่ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านจุรินทร์ท่านไปเปิดดูหลักฐานอีกนิดหนึ่ง เรือสเปก (Spec) เดียวกันท่านซื้อแพงกว่าด้วย ไปเปิดดูเถอะครับ แม้กระทั่งส้วมเดี๋ยวผมก็จะเอามาให้ท่านดู ส้วมของท่านเป็นอย่างไร ส้วมของเราเป็นอย่างไร วันนี้ต้องแจงกันในสภา พี่น้องกําลังอยากฟัง ว่าผมทุจริตตรงไหน น้อง ๆ ที่เป็น ส.ส. ครับ ทั้ง ๔ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นคุณการุณ คุณสุรชาติ คุณวรชัย อีกหลาย ๆ คนครับที่ไปช่วย ไม่ว่าจะเป็นท่านจตุพรก็ถูกกล่าวถึงในนี้ด้วย ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ท่านก็เสียหายด้วยเหมือนกัน ท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทั้งหมดนี้เราไปด้วยกันด้วยความที่เป็นจิตอาสา ไปช่วยกันที่ดอนเมือง ในขณะนั้น น้อง ๆ ของผมที่รักทั้งหลายนี้ที่ท่านได้ถูกถอดถอน ท่านจะถูกอภิปรายอะไร ทั้งหลายทั้งปวงในวันนี้ ท่านก็คอยฟังดูเถอะครับ แล้วท่านไม่ต้องไปวิตกกังวลทั้งสิ้น ท่านทําเพื่อพี่น้องประชาชน เราช่วยเหลือผู้คนที่กําลังตกทุกข์ได้ยาก น้ําท่วมจนถึงอก น้ําท่วมจนถึงคอ น้ําจะท่วมเลยจมูกไปแล้ว ท่านเข้ามาช่วยในฐานะท่านเป็น ส.ส. ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วท่านจะทิ้งประชาชนได้หรือ ท่านเข้ามาช่วยเหลือ ท่านไม่ได้เข้ามาแทรกแซง ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงพรรคครับ แต่ว่าหลาย ๆ คนในพรรคของท่านนั้น ค่อนข้างที่จะมีอคติ ท่านคิดกันเองนะครับ ทั้ง ๓-๔ คนที่ถูกพาดพิงเสียหายไปด้วย ท่านไม่ต้องเสียใจหรอกครับ พี่น้องประชาชนเขารู้อยู่ว่าท่านทําอะไร ท่านเป็น ส.ส. ในพื้นที่ ท่านเป็น ส.ส. ที่มาจากพี่น้องประชาชนนะครับ เราได้รับเกียรติจากพี่น้องประชาชน ให้มาทําหน้าที่ เราต้องทําหน้าที่ของเรา เราต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเสียใจถ้าท่านจะถูกถอดถอนในเรื่องนี้ ไม่ต้องไปเสียใจครับ เราถูกถอดถอน เพราะช่วยเหลือประชาชนครับ แต่ถ้าเรื่องทุจริตคอร์รัปชันนั้นผมรับไม่ได้ ผมรับไม่ได้จริง ๆ เพราะตระกูลของผมไม่เคยมี

ผมขอวกมาประเด็นสุดท้ายก่อนนะครับ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ผมจะตอบ ในโอกาสต่อไป ท่านประธานครับ ท่านกรุณาวินิจฉัยว่าเราจะนําเรื่องพระราชกฤษฎีกานี้ มาพูดกันหรือไม่ สมควรหรือไม่อย่างไร ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยแล้วหารือ เพราะเรื่องนี้ จะทําให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือไม่ ถ้าท่านยืนยันที่จะพูด ต้องมีมติออกมาว่า ท่านจะพูด แล้วใครจะรับผิดชอบ ผมขอถามตรงนี้ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเดี๋ยวนิดหนึ่ง เราต้องยอมรับ ข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่งก็คือว่า เรื่องพระราชกฤษฎีกานี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนะครับ ข้อเท็จจริงต้องยุติอย่างนี้ก่อนนะครับ ส่วนการวินิจฉัยที่จะพิจารณาตามรัฐบาลหรือไม่ เป็นพระราชอํานาจที่พระองค์ท่านจะวินิจฉัยนะครับ อันนี้อยากจะขอหารือ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนิดหนึ่ง เราจะเอาแค่ไหนเพียงใดนะครับ เพราะว่า ขณะนี้ข้อเท็จจริงฟังยุติว่ารัฐบาลเองเพิ่งได้เสนอเพื่อที่จะให้พระองค์ท่านได้ทรงวินิจฉัยนะครับ ฉะนั้นถ้าเราไปมากกว่านี้มันจะมีผลกระทบต่อเรื่องพระราชอํานาจหรือไม่ อย่างไร เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เราจะเอาแค่ไหนเพียงใดก่อน ท่านอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเดี๋ยวนะครับ ให้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หารือนิดหนึ่ง เชิญ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อยากให้ท่านประธานกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมสบายใจนะครับ พวกกระผมไม่ไปก้าวล่วงละเมิดพระราชอํานาจหรือ ทําอะไรที่จะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แล้วก็อยากให้พวกเราทําความเข้าใจกันครับ อํานาจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายถูกกําหนดเอาไว้ชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญและในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตราพระราชกฤษฎีกาเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งคณะรัฐมนตรีและโดยปกติก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ถวาย คําแนะนํา จึงมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ พวกกระผมไม่ไป ก้าวล่วงในส่วนที่ขณะนี้ท่านมีการดําเนินการในการนําเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ครับ แล้วก็ที่ท่านถืออยู่ในมือ ที่บอกว่าเป็นร่างพระราชกฤษฎีกาก็คงจะเป็นเหมือนกับที่เคย กระทํากันมาในอดีต หลังจากที่ถูกจับได้ว่ามีความคิดเป็นอย่างอื่น สิ่งที่พวกกระผมจะ อภิปรายก็คือว่ารัฐบาลพึงนําแต่สิ่งดี ๆ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรวมทั้งคําแนะนําด้วย ด้วยเหตุผลประการนี้แหละครับที่เพื่อนสมาชิกจะได้อภิปรายหรือที่ท่านอดีตรัฐมนตรี จุรินทร์ได้อภิปรายไป จึงเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีตอบไม่หมด จริง ๆ มีคําสัมภาษณ์ เดี๋ยวท่านรอฟังสิครับ ในคณะทํางานของท่านตั้งแต่เดือนกันยายน ว่าท่านคิดทําอะไร แล้วที่ท่านชี้แจงเกิดอะไรขึ้นในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ทําอะไร ท่านรอฟัง ตรงนั้นเถอะครับ พวกกระผมไม่ไปก้าวล่วงในส่วนของพระราชอํานาจครับ แต่ตรวจสอบ รัฐบาลว่ารัฐบาลพึงมีหน้าที่ในการถวายคําแนะนําในสิ่งดี ๆ แด่องค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะต้องทําทุกสิ่งเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบบ นิติรัฐและหลักการนิติธรรมครับ ซึ่งท่านไม่ได้ทําคือเหตุผลที่พวกกระผมจะได้อภิปราย ต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านพีระพันธุ์

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบบัญชีรายชื่อครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานและที่ประชุมใช้เวลาชี้แจงสักเล็กน้อย เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้พาดพิงผมใน ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก ก็คือ เรื่องที่ผมได้ทําหน้าที่ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก่อนที่ท่านเข้ามารับ ตําแหน่งในเรื่องพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้นะครับ เรื่องที่ ๒ ในฐานะที่ผมเป็นหนึ่ง ในกรรมาธิการติดตามงบประมาณที่ท่านบอกว่าเอาแต่เรียกเอกสาร เพราะว่าสิ่งที่ท่าน ได้พูดไปทั้ง ๒ เรื่องนั้นก็จะทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดได้ทั้ง ๒ เรื่อง คือผมต้องขออนุญาต ท่านประธานชี้แจงทําความเข้าใจก่อนครับ

เรื่องแรกนั้นผมขออนุญาตครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าใจผิดในข้อเท็จจริงหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านได้เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ซึ่งผมก็เคยได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแต่ก็แปลกไม่มีหนังสือพิมพ์เอาไปลงนะครับ แต่ผมก็นึกไว้แล้วว่าท่านต้องเอามาพูดในที่ประชุมในวันนี้เพราะว่าท่านได้เคยให้สัมภาษณ์ และชี้แจงไปในทํานองที่ว่า ประหนึ่งเหมือนกับว่าผมได้เคยให้ความเห็นชอบกับตัวร่าง พระราชกฤษฎีกาไปแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่ายังครับ

ประการที่ ๒ ท่านพูดเมื่อสักครู่เหมือนกับว่าผมได้เกษียนคําสั่งไปในขณะที่ ไม่มีอํานาจ ผมขออนุญาตกราบเรียนในประเด็นแรกครับ ผมได้ลงนามตั้งคณะกรรมการ พิจารณาการพระราชทานอภัยโทษประจําปี ๒๕๕๔ ไปเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ หลังจาก ที่กรมราชทัณฑ์ได้เสนอเรื่องขึ้นมา แล้วผมก็ได้หารือกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในขณะนั้น ถึงแนวทางในการที่จะปฏิบัติในปี ๒๕๕๔ นี้ แล้วก็ได้มอบหมายนโยบายแนวทางให้ไปปฏิบัติ ซึ่งยังไม่เคยมีการประชุมคณะกรรมการ แม้กระทั่งวันที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกษียนคําสั่งเห็นชอบตามแนวทางนโยบายเดิมของรัฐบาลที่แล้วก็ยังไม่เคยมีการประชุม คณะกรรมการชุดนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านได้เคยให้สัมภาษณ์ไปหรือที่พูดว่า มีการประชุมกรรมการ แล้วก็มีการยกร่างพระราชกฤษฎีกามาแล้ว และผมเห็นชอบร่างไป ไม่ถูกครับ ถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรีได้เอาเอกสารต่าง ๆ มาให้ท่านประธานดูในวันนี้จะเห็นว่า ในหนังสือของกระทรวงยุติธรรมของกรมราชทัณฑ์ที่เสนอมาถึงผมลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ เขาเพียงแต่เล่าว่าฝ่ายเลขาของคณะกรรมการได้ดําเนินการอะไรไปบ้างหลังจากที่ผม ได้มอบนโยบายไปแล้ว เขาได้ไปรวบรวมแนวทางอย่างไร แล้วก็จะยกร่างพระราชกฤษฎีกา อย่างไรบ้างเท่านั้นเอง แล้วก็ลงนามมาให้ผมเห็นชอบในสิ่งที่จะทํา ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็จะได้ ไปดําเนินการจัดประชุมกรรมการต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาเสนอมาในหนังสือลงวันที่ ๓ สิงหาคมนั้นยังไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งที่แน่ชัดชัดเจนเพียงแต่รายงานว่า นั่นแหละคือสิ่งที่เขา จะรวบรวมนําไปเสนอคณะกรรมการพิจารณาพระราชทานอภัยโทษครับ

ประการที่ ๓ ครับ ที่ท่านบอกว่าผมได้ลงนามเห็นชอบไปในวันที่ ๕ สิงหาคมนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทํางานต่อเนื่องจากเรื่องที่ได้เคย มอบแนวทางให้กรมราชทัณฑ์ได้ดําเนินการมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทางพวกเราที่ดํารงตําแหน่งคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ได้สอบถามทางสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาตลอดเวลาว่าในระหว่างนั้นเราจะสามารถลงนามอะไรได้บ้าง หรือว่าไม่สามารถลงนามอะไรได้บ้าง ทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พูดชี้แจงและ ยืนยันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ถ้าเป็นเรื่องที่ได้ดําเนินการมาก่อนหน้าแล้วสามารถ ดําเนินการต่อไปได้ และถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องในส่วนที่เป็นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ตามปกติที่รายงานขึ้นมาตามเรื่องเดิมก็สามารถเกษียนคําสั่งลงนามได้ตามปกติครับ ประการนี้แหละครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้บอกว่าผมได้เห็นชอบไปนั้น ผมไม่ได้เห็นชอบในนโยบายเนื้อหาสาระ แต่เห็นชอบตามแนวทางที่เขารายงานมาว่าเขาได้ไปดําเนินการมาแล้ว และจะดําเนินการ อย่างไรต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้ว ชี้แจง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ

ยังไม่หมดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่า ชัดเจนแล้วได้ลงนามอย่างไรครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ

ยังไม่หมด ท่านประธานต้องให้ โอกาสผมชี้แจงให้ชัดเจนครับ ยังไม่หมด เพราะว่าหลังจากนั้นได้มีการนําเรื่องเสนอ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านนี้ครับ ท่านประชา พรหมนอก ในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๔ ครับ ในหนังสือที่นําเสนอท่านประชาวันนั้นก็เขียนไว้ชัดเจนครับ เขามาสอบถามท่านอีกครั้งหนึ่ง สอบถามท่านอีกครั้งหนึ่งครับว่าตามแนวทางนโยบาย ที่เขาได้ทํามาตั้งแต่คําสั่งแรกนั้นเป็นอย่างนี้ ท่านจะเห็นว่าอย่างไร ท่านได้เรียก ท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจมาหารือ สอบถามว่าทําไม และเมื่อได้คําตอบท่านก็เกษียนคําสั่งว่าก็ให้ดําเนินการตามแนวทางเดิมแหละครับ แต่ที่ผมจะเรียนท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผม ว่าท่านได้ชี้แจงในการลงนามของท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หายความสงสัยแล้วนะครับ เชิญประเด็นที่ ๒ ที่ท่านต้องชี้แจง เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานฟังให้จบสิครับ เวลาที่ท่านประธานเคยอยู่ข้างล่างแบบผม ท่านประธานก็เคยบอกฟังให้จบ ผมจะบอกว่า ในหนังสือฉบับนั้นเขาเขียนไว้อยู่แล้วชัดเจนครับว่าถ้าหากท่านเห็นชอบต่อไปเขาจะได้จัดให้ มีการประชุมคณะกรรมการต่อไปครับ ท่านก็ทราบอยู่แล้วนี่ครับว่า ณ วันที่ท่านลงนาม กรรมการเขายังไม่เคยประชุมเลยครับ และท่านให้สัมภาษณ์ท่านพูดเหมือนกับว่ากรรมการ เขาประชุมแล้ว ยกร่างเสร็จแล้ว และผมเห็นชอบไปแล้ว อย่างนี้ผมเสียหายไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ คือท่านก็ได้ชี้แจงพอสมควรแล้วนะครับว่าในระยะเวลาขั้นตอนแล้วก็ท่านได้หารือ ทางกฤษฎีกาไปแล้วนะครับ แล้วก็สามารถลงนามได้ ท่านก็อธิบายข้อเท็จจริงที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจง ผมว่าพอแล้วนะครับ ผมจะให้ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ต่อนะครับ อภิปรายท่านต่อไป

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

มีผู้ประท้วงครับ ผมว่าพอแล้ว ผมวินิจฉัยพอแล้วครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมครับ เชิญนั่งเถอะครับ ท่านขจิตรประท้วง

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ผมประท้วงท่านประธาน แล้วก็ประท้วง ผู้เสนอญัตติไม่ไว้วางใจว่าทําผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๘ ท่านทั้งหลายกําลังร่วมกันกระทําผิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ ถึงมาตรา ๑๕๙ ตามมาตราที่ผมพูดให้ดี ๆ นะครับท่านประธาน เหตุผลก็คือว่าผมฟังมาตั้งแต่เช้ามันไม่มีเรื่องอะไรที่เข้าตามข้อกฎหมายที่จะอภิปราย ไม่ไว้วางใจเลย เรื่องสุดท้ายที่ท่านเขียนในวรรคสุดท้ายของหนังสือที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อกี้ก็คุยกันไปแล้วว่าเรื่องนี้อยู่ในระหว่างที่เราไม่ควรจะนํามาพูด แต่ว่าเรื่องแรกที่ท่านยื่นถอดถอนต่อวุฒิสมาชิกท่านไปดูดี ๆ ท่านประธานครับ อ้างถอดถอน ท่านประชาในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. ที่แต่งตั้ง ส.ส. ผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ (๑) แล้วก็มาตรา ๒๖๖ (๑) เรื่องมีเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ศปภ. ไม่ใช่หน่วยงานราชการ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านต้องฟังประธานครับ ประธานกําลังจะถามท่านว่าใครฝ่าฝืน ข้อบังคับข้อไหน หรือประธานทําผิดข้อบังคับข้อไหน ท่านต้องบอกก่อนนะครับ ท่านยกมือขึ้น ประท้วงผมนะครับ เชิญ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

เมื่อกี้ผมบอกไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับว่า ท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๖๘ ที่บรรจุเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องไว้วางใจเลย ไม่ใช่สภานี้ จะเขียนอะไรให้เข้ามาก็ได้นะครับผมกําลังอธิบายท่านครับ ทั้งหมดเนื้อหามี ๒ ส่วนเท่านั้น ที่ยื่นถอดถอนบอกว่าผิดตามมาตรา ๒๖๕ (๑) มาตรา ๒๖๖ (๑) มาตรา ๒๖๕ เขาบอกว่าต้อง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านขจิตรครับ คือเข้าใจแล้วนะครับ เรื่องนี้ท่านประธานได้รับเป็นญัตติ แล้วก็ได้บรรจุวาระแล้วก็อยู่ระหว่างการดําเนินการอภิปราย ถ้าท่านจะมาประท้วงแล้วก็ บอกว่าไม่ถูกต้องตามข้อบังคับมันก็ได้ปฏิบัติไปแล้ว แล้วก็ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว ผมขอดําเนินการต่อไป

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญคุณหมอชลน่าน แล้วคุณหมอชลน่านจะประท้วงอะไร เชิญ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ท่านยืนยันว่าท่านกําลัง ดําเนินการอยู่ มันไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เขาตั้งใครไปทําก็ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้น เป็นความเห็นของแต่ละท่าน มันไม่ใช่ข้อยุตินะครับ ถ้าท่านใดเห็นว่าศูนย์ ศปภ. จะเป็น หน่วยงานไม่หน่วยงานมันต้องมีข้อโต้แย้งว่าเป็นทางปกครองหรือทางนโยบายท่านก็ต้องไป ว่ากันเองนะครับ แต่ในสภาแห่งนี้รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบต่อสภา เพราะว่ารัฐบาลต้องแถลง นโยบายแล้วสภาต้องควบคุมกํากับนะครับ ฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมดูที่พฤติกรรมการกระทําด้วยนะครับ เชิญท่านหมอชลน่าน ประท้วง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ปกติจะไม่ประท้วง ประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๙ ท่านประธานกรุณาดูนะครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้เรียนหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องพระราชกฤษฎีกาซึ่งอยู่ในระหว่าง นําทูลเกล้าฯ เพื่อพระองค์ท่านทรงโปรดพิจารณา ท่านประธานได้อนุญาตให้ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นว่าควรจะเห็นเป็นอย่างไร ข้อเสนอของท่านก็คือว่า ให้สภาแห่งนี้ช่วยกันวินิจฉัยว่าควรจะเปิดเผยหรือไม่ ท่านให้ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูด แต่ท่านไม่ให้โอกาสทางซีกกระผมได้พูดเลย เพราะฉะนั้นผมประท้วงท่านครับ ท่านควรจะ ปฏิบัติตามข้อนี้ เมื่อมีข้อหารือท่านต้องให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น จะกี่ท่านจะกี่คนก็ได้ ผมประท้วงท่านผมจะขอโอกาสครับ ถ้าสมมุติท่านให้ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดแสดง ความคิดเห็นได้ว่าสมควรจะเปิดเผยในตรงนี้หรือไม่ ผมก็ขอสิทธิที่จะขออนุญาตอภิปรายว่า ประเด็นนี้เห็นเป็นอย่างไรเพื่อรับฟังความเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย ขอท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ นั่งลง ผมยังไม่วินิจฉัยเลยและท่านก็ลุกขึ้นมายืน เนื่องจากเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านบอกว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อที่จะให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชวินิจฉัยแล้วก็เป็นพระราชอํานาจ ท่านก็เพียงแต่ บอกว่าเรื่องนี้จะเอามาพูดกันหรือไม่ อย่างไร ผมก็ได้สอบถามความเห็นท่านก็บอกว่าอันนี้ ท่านจะอภิปรายในประเด็นเฉพาะพฤติกรรมการกระทําของฝ่ายบริหารเท่านั้นเอง ซึ่งมีอะไร ก็ต้องเปิดเผยกันก็ชี้แจงกันไปก็เท่านั้นเองนะครับ ส่วนความเห็นของแต่ละฝ่ายจะให้ เหมือนกันสอดคล้องกันเป็นไปไม่ได้นะครับ แต่ถ้าหากความเห็นแตกต่างกันผมขอมติวันนี้ มันก็จะไม่ได้มีการอภิปรายใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ผมเห็นแล้วว่าเรื่องนี้ก็ต้องอภิปรายกันต่อไป ถึงแม้ว่าท่านรัฐมนตรีจะหารือกันก็เป็นอํานาจของผม ผมจะให้อภิปรายต่อไปนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ต่อเลยครับ

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านไพจิตประท้วงอะไรครับ เชิญ เดี๋ยวครับ นั่งลงก่อนครับ ท่านไพจิตประท้วง

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่ต้องควบคุมการประชุม ท่านประธานครับ เมื่อกี้มีสมาชิก ทักท้วงว่าฝ่ายค้านได้ทําผิดข้อบังคับยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ แต่ไม่ชอบด้วยภาระหน้าที่ ถ้าจะต้องตัดสินโดยสภานี่มันขัดแย้งกัน ผมเห็นตามท่านประธาน แต่ว่าสิ่งที่เป็นข้อยุติที่สุด คือศาลรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน วินิจฉัยว่ายื่นไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม แล้วไปยื่นถอดถอนในฐานะ ผอ.ศปภ. มันขัดแย้งกันครับ แล้วทําไม่ได้ด้วย ผมมีความเห็นอย่างนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านไพจิตครับ คือท่านสมาชิกครับ ท่านไพจิตกําลังประท้วงอยู่ ผมก็ต้องให้ท่านไพจิต ประท้วงก่อน ทีฝ่ายท่านผมก็ยังให้ท่านประท้วง อีกซีกหนึ่งท่านก็รอจนท่านประท้วงเสร็จ ท่านใจเย็นสิครับ ให้แต่ละฝ่ายประท้วง ประท้วงนะครับ ถ้ากําลังประท้วงอยู่ท่านก็ยกมือ อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวอีกฝั่งหนึ่งเขาก็ต้องมาประท้วงผมบอกว่า เอ๊ะ ทําไมปฏิบัติไม่เหมือนกัน เชิญท่านไพจิตต่อครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผมขออนุโลมอย่างนี้ ได้ไหมครับ ผมเห็นใจฝ่ายค้านจะทําหน้าที่ถอดถอนตรวจสอบ แต่ว่ามันผิดรัฐธรรมนูญ แต่ว่าถ้าจะไม่ให้อภิปรายก็จะขัดใจกัน ก็ให้อภิปราย แต่ว่าขอสิทธิในการที่จะยื่นให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทําไม่ถูกต้องนะครับ ในประเด็นการยื่นถอดถอน ในประเด็น การยื่นญัตติที่ขัดแย้งกัน ผมขอความกรุณาอย่างนี้นะครับ ขอบคุณครับท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีประชาท่านมีอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีประชาท่านยกมือก่อนครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ครับ ด้วยความเคารพนะครับท่านครับ คือท่านก็เป็นผู้ที่ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งที่อยู่ในใจผม แต่ที่ผมจะเรียนต่อไปนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของการโต้เถียง แต่เป็นเรื่องของการอธิบายในเรื่องของ เนื้อหาและข้อเท็จจริงที่เป็นจริงเกี่ยวกับกระบวนการการดําเนินการในขั้นตอน ขอพระราชทานอภัยโทษ ส่วนเรื่องเนื้อหานั้นผมยังอยู่ระหว่างหารือท่านประธานว่าเราจะ อภิปรายเปิดเผยกันได้มากน้อยเพียงใด ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าหลังจากผมได้เข้า รับตําแหน่งเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคมในปีนี้นะครับ ก็ได้เข้ารับงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ก็มีหลาย ๆ เรื่องที่เสนอเข้าไปให้ผมได้รับทราบและพิจารณา ก็ได้มีเรื่อง เรื่องหนึ่งเสนอผมเข้าไปเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน เนื้อหาของเรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่แต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณาการพระราชทานอภัยโทษ อันนี้เป็นเนื้อหาแนบไปในช่วงต้น ในส่วนที่ ๒ ก็เป็นในเรื่องของกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย กรมราชทัณฑ์ เสนอเรื่อง โครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เสนอเรื่องนี้เข้าไป ก็ต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรี พีระพันธุ์ด้วยความเคารพว่าท่านได้ออกคําสั่ง ที่ ๖๗/๒๕๕๔ ที่ผมได้เรียนเมื่อกี้ว่า ท่านได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการพระราชทานอภัยโทษ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ท่านได้แต่งตั้งคณะกรรมการไป ครั้นต่อมาก็ได้มีการเสนอขึ้นมาที่ผมเมื่อวันที่ ไม่ใช่เสนอเข้ามา แนบเรื่องเข้ามาด้วยกัน ผมได้เปิดดูก็ได้เห็นในเรื่องของนางสาวกัญญานุช สอทิพย์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ได้เสนอเรื่องราวโครงการและกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อันนี้เห็นชัดเลย คุณกัญญานุชได้เสนอในเรื่องของ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าควรจะมีหลักเกณฑ์ มีกรอบอย่างไรนะครับ เช่นว่าการขอพระราชทาน อภัยโทษ ได้แก่นักโทษอายุ ๗๐ ปีขึ้นไปอะไรนี่มันมีเนื้อหาท่านคงจําได้ ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ คงจําได้ แล้วในหนังสือฉบับนั้น เสนอท่านวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ นั้น ท่านได้แทงเกษียน ในท้ายหนังสือนะครับ ว่าท่านเห็นชอบลงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ขออภัยด้วยที่พูดผิดไป ท่านยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้รับสนองในวันนั้นเป็นวันที่ ๖ ครับ ขออภัยด้วย แต่วันนั้นเป็นวันที่เรา เตรียมรับเฉย ๆ นะครับ ขออภัยที่ผมจําผิดพลาดไป แต่ท่านได้ลงความเห็นชอบในวันที่ ๕ สิงหาคม ซึ่งในขั้นตอนการปฏิบัติจริง ๆ แล้วไม่รู้ว่าชอบด้วยหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบ และในเนื้อหาอีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของโครงการอันนี้เช่นเดียวกันนะครับ ก็เสนอขึ้นมาที่ ผมแนบขึ้นมาด้วย แนบขึ้นมาด้วยโดยเสนอผมขึ้นมา เสนอขึ้นมาเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๔ เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เสนอให้ผมได้ทราบว่าหลักเกณฑ์ควรจะ ดําเนินการอย่างไร ๆ สําหรับผู้ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งผมก็ได้แทง ในท้ายหนังสือนั้น เสนอโดยนางสาวกัญญานุช สอทิพย์ เช่นเดียวกันนะครับ รองปลัดกระทรวง ผมได้แทงหนังสือไปว่าทราบ แล้วก็มีข้อความว่า รมว. ยธ คือหมายถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านเดิมได้ลงความเห็นชอบไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก็ควรจะได้ดําเนินการต่อไปได้อยู่แล้ว ลงชื่อ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ๑๖ กันยายน ๒๕๕๓ อันนี้ผมแทงเรื่องไว้อย่างนั้น ครั้นต่อมาคณะกรรมการจึงได้มีการไป ประชุมดําเนินการประชุมนะครับ แล้วก็พิจารณาในเรื่องเนื้อหาการประชุมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก็ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ นะครับ คณะกรรมการเขาได้มีการประชุมแล้ว คณะกรรมการนี้ก็คือคณะกรรมการที่ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ได้ตั้งขึ้นไว้นั้น ผมไม่ได้ตั้งขึ้นใหม่ แล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวคนแม้แต่คนเดียวเป็นคณะเดิมที่ท่านตั้งไว้ทุกประการ ก็อาจจะมี เปลี่ยนแปลงก็คือคุณกัญญานุชเขาเกษียณไป แล้วก็มีคนขึ้นมารับผิดชอบก็คือคุณชาติชาย สุทธิกลม เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย เปลี่ยนเฉพาะตัวผู้เสนอเท่านั้นเอง เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน เสนอมาที่ผมในหลักเกณฑ์ ผมก็ได้แทงเห็นชอบนะครับ แล้วก็ลงนามที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๔ แล้ววันที่ ๑๕ ก็ได้มีการนําเข้าคณะรัฐมนตรี นี่คือกระบวนการในส่วนที่ได้ดําเนินการตามเนื้อหา เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ทําอะไรที่นอกเหนือกติกาหรือกฎเกณฑ์ตรงนี้แต่อย่างไร ก็ใคร่นําเรียน ท่านประธานฝากไปทางท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์นะครับ ผมก็ให้เกียรติท่านได้ดําเนินการตามนี้ และเนื้อหาสาระต่าง ๆ จะมีผิดกันอยู่นิดหน่อยที่ผมยกเอา ๒๕๔๗ เข้ามาผสมกับ ๒๕๕๓ เท่านั้นเองครับ อย่างอื่นไม่มีปัญหา แล้วผมทําก็ค่อนข้างที่จะละเอียดครับ ค่อนข้างที่จะ รอบคอบในเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องสําคัญที่ต้องทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะฉะนั้นเราจะทําอะไร เราต้องมีความระมัดระวังครับ อันนี้ก็ใคร่เรียนตอบคําถามของท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสาทิตย์ครับ คือท่านพีระพันธุ์ครับ ผมว่าท่านก็ได้ชี้แจงทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ ก็ไม่ได้ เสียหายอะไรนะครับ เป็นลําดับ เป็นขั้นตอน ผมจะไม่อนุญาตนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ

(นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยว ผู้ประท้วงก่อนครับ ประท้วงอะไรครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ความจริงวันนี้ตั้งใจมาเป็นผู้ฟังที่ดี เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามานั่งในสภา เป็นสมัยแรก ได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประท้วงเลยครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

แต่ผมประท้วงท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อไหนครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ข้อ ๘ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานจะต้องควบคุมรักษา ความสงบเรียบร้อยในการประชุม ขณะนี้ผมนั่งสดับตรับฟังมันมีปัญหาว่าการเปิดอภิปราย ในวันนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นชี้ข้อกฎหมายว่า ศปภ. หน่วยงานนี้มิใช่ หน่วยงานรัฐ เพราะฉะนั้นสถานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับสถานะ ผอ. ศปภ. ของ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในทางกฎหมายจึงเป็นคนละคนกัน ซึ่งขณะนี้เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านไพจิต ศรีวรขาน บอกว่าอภิปรายก็ว่ากันไป แต่ว่าจะยื่น ตีความในศาลรัฐธรรมนูญ ผมถามว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านกําลังบอกว่าประธานทําผิดข้อบังคับใช่ไหมครับ ถูกต้องไหมครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อไหนครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ข้อ ๘ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือข้อ ๘ นั้นเป็นเรื่องของอํานาจในการดูแลการประชุมให้เรียบร้อย แต่ถ้าท่านประท้วงผม ในข้อ ๑๖๙ นี่ผมก็จะได้วินิจฉัย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานอย่างนี้ ถ้าหากว่าขณะนี้ ในสภากําลังจะร่วมกันกระทําสิ่งที่ขัดต่อบท

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ข้อ ๘ นี้ไม่เข้านะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ท่านไปเปิดดูข้อ ๑๖๙ นะครับ คือถ้าท่านบอกว่าท่านประธานที่เคารพ แต่เวลาประธานวินิจฉัยแล้วทําไมท่านไม่เคารพ ประธานบ้างครับ ท่านฟังประธานพูดนิดหนึ่ง อันนี้เป็นครั้งที่ ๒

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ยินดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝ่ายค้านท่านได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจมาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ทางสภาก็ได้จัดส่ง ให้กับท่านสมาชิกนะครับ ท่านก็ได้บรรยายโดยท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ได้บอกว่าท่าน พลตํารวจเอก ประชาได้ทําการทุจริตจงใจผิดรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ก็ใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๙ ท่านก็รับมาไว้พิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วเราก็ต้องฟังสิครับ ว่าอีกฝั่งหนึ่งท่านกําลังจะกล่าวหาผู้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อย่างไร ฟังก่อนนะครับ ส่วนความเห็นว่าศูนย์ ศปภ. จะเป็นหน่วยงานราชการหรือเป็น ส่วนราชการอะไรก็สุดแล้วแต่ อันนั้นเป็นเรื่องของความเห็น เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมท่านก็ว่ากันไป ส่วนฝ่ายค้านกําลังกล่าวหาว่าเป็นหน่วยงานราชการและ เป็นหน่วยหนึ่งของราชการ มันก็ต้องอธิบายความต่อไปว่าส่วนราชการนี้ บุคคล บุคลากร ที่เกี่ยวข้องนี่ ซึ่งผมดูตามญัตติแล้วการยื่นถอดถอนมันก็ต้องเกี่ยวข้องกันต่อไปว่าใครจะเป็น ส่วนราชการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไม่ อันนี้เป็นความเห็นของฝ่ายค้านที่ท่านกล่าวหาอยู่ แต่ถ้าไม่ใช่ ฝ่ายรัฐบาลท่านก็ตอบชี้แจงไปสิครับ บอกว่ามันเป็นหน่วยงานหนึ่งในการที่จะ บรรเทาป้องกันบําบัดเยียวยาในผู้ประสบภัย ท่านก็ชี้แจงไป เมื่อเช้าท่านก็ชี้แจงไปแล้ว ผมก็นั่งฟังนะครับ ส่วนท่านสมาชิกอาจจะเห็นว่า ศปภ. ไม่ใช่หน่วยงานราชการ นั่นเป็นความเห็นนะครับ ถ้าหากว่าความเห็น ๒ ฝั่งเห็นไม่ตรงกันนี่นะครับ ใครล่ะจะต้องชี้ขาด มันก็เกิดคําถามถามต่อไปว่าถ้าเป็นหน่วยงานทางด้านปกครองท่านก็ไปฟ้องศาลปกครอง ถ้าเป็นงานด้านนโยบาย อันนี้เป็นเรื่องของนโยบาย อันนี้เป็นหลักข้อกฎหมายที่เราจะพึง ปฏิบัติกันอยู่ ฉะนั้นผมนั่งอยู่นี้ผมก็ถือว่าท่านกําลังอภิปรายในเรื่องของพฤติกรรมการกระทําอยู่ ส่วนความเห็นของท่านไพจิต ของท่านก็ดีนะครับ เมื่อประธานได้ใช้ข้อ ๑๖๙ รับเป็นญัตติ แล้วก็ต้องพิจารณาต่อไปนะครับ เข้าใจนะครับ เชิญท่านนั่งลง ผมจะได้ให้ท่านสาทิตย์ เพราะเวลาเรามีน้อยนะครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ผมเรียนอย่างนี้นิดเดียว ผมไม่ได้เข้าใจ ข้อบังคับผิด เพียงแต่ว่าถ้าหากไม่เข้าใจตรงกันก่อนว่าเรื่องนี้เดินหน้าต่อไปได้ ความสงบเรียบร้อยไม่เกิดตลอดการอภิปรายนะครับท่านประธาน ตกลงว่าท่านประธานจะ รับผิดชอบว่าถ้าหากมีเพื่อนสมาชิกไปยื่นตีความศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า การอภิปรายวันนี้ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ท่านประธานรับผิดชอบนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ คือการจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมันจะต้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นมา อันนี้ เป็นเรื่องภายในของสภาเรา เพียงแต่ความเห็นแตกต่างกัน แต่ไม่มีองค์กรใดที่จะมา โต้แย้งหรือคัดค้านอยู่ เป็นเรื่องการดําเนินการตามภารกิจตามข้อบังคับของสภาเรา เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ก็อยากให้บันทึกไว้เช่นนั้นว่า ท่านประธานแล้วก็ฝ่ายค้านรับผิดชอบนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เราใช้เวลาไปครึ่งวัน แล้วนะครับ แล้วก็เสียเวลามากกับวิธีการที่เกิดขึ้น ความจริงแล้วเราจะเริ่มต้นด้วยเรื่อง บริหารจัดการน้ําท่วมที่บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไม่น่าไว้วางใจ แต่เห็นว่า ท่านรัฐมนตรีประชา ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านลุกขึ้นตอบเรื่องของ พ.ร.ฎ. อภัยโทษ เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาที่จะต้องพูดบริหารจัดการน้ําท่วมตรงนี้ก็จะให้ท่านพีระพันธุ์ ได้อภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษจนจบตรงนี้ไปก่อน แล้วผม ก็จะต่อจากท่านพีระพันธุ์ครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก กระผม ใคร่ขอเรียนหารือท่านประธานไปแล้วท่านประธานก็ยังไม่ได้สรุปว่า สําหรับเรื่อง พระราชทานอภัยโทษนั้นจะอภิปรายเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร เพราะบังควรหรือไม่ที่จะนํา เรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ในสภานะครับ เพราะเป็นเรื่องพระราชอํานาจโดยแท้ เราสมควร หรือไม่ ผมเรียนหารือท่านประธานไปแล้ว ถ้าหารือเรื่องนี้ออกไปทําให้เกิดระคายเคือง เบื้องพระยุคลบาทแล้วใครจะรับผิดชอบ ผมถามตรงนี้ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ด้วย ว่าเราจะนําเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์กันหรือ หรืออภิปรายกันหรือ ฝากท่านประธานไป ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านก็เป็นนักการเมืองที่อยู่ในสภานี้มาไม่ใช่น้อย คร่ําหวอด มาแล้วท่านก็รู้ในเรื่องพระราชทานอภัยโทษนั้นเป็นเรื่องลับที่ไม่บังควรที่จะนํามา วิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องของพระราชอํานาจ แล้วจะให้นําเรื่องนี้มาอภิปราย วิพากษ์วิจารณ์ในสภา ผมถามเลยว่าท่านจะอภิปรายกันจริงหรือ แล้วใครจะรับผิดชอบ นี่คําถาม

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ก่อน แล้วคุณหมอชลน่านครับ ทีละคนครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง การอภิปรายในประเด็นพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ เนื่องจากตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๘ บอกว่า ในการอภิปรายถ้ามีเรื่องที่ผู้ถูกอภิปรายว่าจงใจทําผิดรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านต้องยื่นขอ ถอดถอน ญัตติขอถอดถอนออกไปด้วย ผมเท่าที่ฟังดูแล้วนะครับ ในญัตติขอถอดถอนมีแต่ เรื่องน้ําท่วมทั้งนั้นไม่มีเรื่องการพูดถึงการออกพระราชกฤษฎีกาเลย เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าเมื่อไม่ได้ยื่นถอดถอนไว้ จึงไม่น่าที่จะนํามาเป็นประเด็นในการอภิปรายได้ครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ วรรคสอง ท่านประธานครับ ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเลขาธิการขอดูหน่อยครับ ที่หมอชลน่านยกมือก่อน เดี๋ยวผมจะให้โอกาสท่านครับ เชิญหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ขออนุญาตไม่ใช่ประท้วงครับ หารือท่านประธานก่อนที่ ท่านประธานจะอนุญาตให้ท่านพีระพันธุ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน อภิปรายเรื่อง พระราชกฤษฎีกา ท่านประธานครับ ความเห็นผมถ้าจะมีการประชุมจริงจะขออนุญาต ท่านประธานหารือว่าเราน่าจะประชุมเป็นการลับ เฉพาะเรื่องนี้นะครับ ถือเป็นอํานาจหน้าที่ ของฝ่ายค้านที่จะทําหน้าที่ในการตรวจสอบ แต่เรื่องนี้มันหมิ่นเหม่มากสําหรับเรื่องที่ ไม่บังควร เพราะว่าขณะนี้พระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษอยู่ระหว่างการนําขึ้น ทูลเกล้าฯ ซึ่งพระองค์ท่านจะมีพระราชวินิจฉัยว่าจะดําเนินการอย่างไร อยู่ในช่วง การที่พระองค์ท่านกําลังจะวินิจฉัย ผมคิดว่าเอามาพูดในห้องประชุมแห่งนี้มันเป็นการ มิบังควรอย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะพระราชอํานาจในการที่จะพระราชทานอภัยโทษนี่ เป็นพระราชอํานาจโดยแท้ของพระองค์ท่าน และประเพณีปฏิบัติเท่าที่ผ่านมานะครับ เราพยายามระมัดระวังเรื่องนี้มากไม่ให้กระทบ ประเพณีปฏิบัติไม่เคยเปิดเผยเลย เหมือนที่ท่านจุรินทร์ได้พูดนะครับ ประชุมแล้วก็ต้องเก็บเอกสาร เพราะฉะนั้นการพูด ในห้องประชุมแห่งนี้มีการถ่ายทอดสดครับ มีการถ่ายทอดสด ผมก็อยากเรียนหารือ ท่านประธานนะครับว่าน่าจะประชุมลับ หารือก่อนนะครับ ถ้าท่านประธานไม่เห็นด้วย อย่างไรพวกผมอาจจะเสนอญัตติรับรองแค่ ๔๐ คนเองครับประชุมลับ หรือไม่ก็กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีขอได้ครับ ขอที่จะประชุมลับได้เลยครับ สภาต้องอนุมัติให้อยู่แล้ว กราบขอบพระคุณครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เดี๋ยวท่านครับ เขายกมือก่อน เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้ที่ประท้วงตามข้อ ๖๑ ครับ ท่านได้ประท้วงในประเด็น ที่ท่านประธานได้วินิจฉัยและได้บรรจุญัตตินี้เข้าสู่วาระการประชุม นั่นหมายความว่าญัตติ ซึ่งเป็นอํานาจการตรวจสอบของพี่น้องประชาชนชอบธรรมในทุกองค์ประกอบ ซึ่งเรา จะเดินหน้าเพื่อตรวจสอบทําความจริงให้ปรากฏว่ามีการกระทําที่ขาดคุณธรรมจริยธรรม หรือขัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่ ผมไม่เห็นด้วยที่จะหยิบนําเรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจ ของคนไทยมาเป็นเกราะกําบังตน ถ้าเราใช้หลักเกณฑ์อย่างนี้ การพิจารณาพระราชบัญญัติ ก็กระทํามิได้เพราะต้องนําเสนอเพื่อกราบบังคมทูลลงพระปรมาภิไธยเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานต้องควบคุมการลุกขึ้น ประท้วงของสมาชิกฝ่ายรัฐบาล มิเช่นนั้นอาจจะมีการกล่าวหาว่าสภาได้สมคบกับรัฐบาล เพื่อปิดปากอํานาจการตรวจสอบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยนะครับ คืออย่างนี้ ต้องฟังทุกฝ่ายนะครับ เมื่อกี้ทางฝ่ายรัฐบาลได้ขอหารือ ผมก็ฟัง พอท่านยกมือผมก็ให้โอกาส ผมให้มีโอกาสได้พูดหารือนะครับ ไม่มีใครปิดปากใคร แต่ว่าขอให้ใช้คําว่าเราหารือ หาทางออกร่วมกัน เพราะขณะนี้มีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศ คนทุกฝ่ายได้เห็น เพราะฉะนั้นผมอยากให้เรื่องนี้ออกมาดีที่สุดนะครับ เดี๋ยวคุณบุญยอด กรุณานะครับ ผมได้วินิจฉัยเรื่องของท่านแล้ว เดี๋ยวผมจะให้รัฐมนตรีได้พูดสลับกันนะครับ ผมฟังท่านแล้วนะครับ เมื่อกี้ไม่ได้มีใครปิดปาก ท่านบุญยอดรอสักครู่ ผมให้โอกาสทุกคนนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตรมีอะไรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ผมประท้วงตามข้อ ๖๑ ท่านผู้อภิปรายก่อนจะนั่งลงพูดว่า พวกผมฝ่ายรัฐบาลในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกําลังสมคบกับรัฐบาลเพื่อปิดปาก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านขจิตรขอโทษนะครับท่าน ฟังผมนิดหนึ่ง เมื่อกี้เขากําลังพูดเรื่องนี้ผมปิดไมโครโฟนไป ประโยคที่ท่านพูดนี่ผมปิดไมโครโฟน ผมปิดไมโครโฟนเหมือนท่านนี่ละครับ เมื่อกี้พอเขา จะพูดประโยคนี้ผมปิดไมโครโฟนเลย นี่ผมให้ความยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย ใช่ผมปิดไมโครโฟน ผมไม่ให้พูดเมื่อกี้ครับ ก็ถือเหมือน ๆ ท่านนี่ละครับ ผมไม่ให้พูดประเด็นนี้ออกมา เมื่อกี้ กําลังจะพูด พอจะพูดปุ๊บผมปิดไมโครโฟน ก็ถือว่าไม่ได้ออกอากาศไปที่ไหนนะครับ ท่านขจิตรก็ต้องให้ความยุติธรรม ผมว่าขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ คือถ้าท่านตอบโต้กัน ทั้ง ๒ ฝ่ายมันไม่จบ ประเด็นนี้ผมไม่ให้พูดแล้วนะครับ ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้วครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีเกียรตินะครับ ผมไม่ใช่จะทําอะไรไม่มีหลักเกณฑ์ ผมลุกขึ้นมา สิ่งที่ผมพูดก็มีเหตุผล มีข้อกฎหมายยืนยัน แล้วสิ่งที่ท่านสมาชิกเมื่อกี้พูดใครก็ได้ยินครับ กล่าวหาสมาชิก ผมเป็นคนหนึ่ง ถึงท่านประธานจะปิดไมโครโฟนปิดตอนท้ายผมได้ยินแล้วนี่ครับ ผมเสียหายครับ ต้องถอนคําพูดครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ ผมปิดไมโครโฟนนะครับ ประโยคที่เขาพูดนี่ผมปิดไมโครโฟน ผมไม่ให้พูด เชิญดอกเตอร์ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัย ขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมเกรงว่าเวลาที่ฝ่ายค้านเขาจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนี่ มันจะลดน้อยไปเรื่อย ๆ จึงขอเสนอท่านประธานให้รวบรัดอย่างนี้ได้ไหมครับ

๑. ถ้าฝ่ายค้านจะพูดเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษก็จะได้จับประเด็นนี้ แล้วก็ขอประชุมลับ เสร็จแล้วก็เปิดให้ฝ่ายค้าน เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนจะ เข้าใจผิดว่าฝ่ายรัฐบาลจะปิดการประชุมลับ ไม่ใช่นะครับ เอาเฉพาะเรื่องเดียวครับ ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาทางฝ่ายค้านเขาครับท่านครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนครับ เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมก็อยากจะเปิดด้วยใจจริงของผมนะครับ ขอให้มีการอภิปรายต่อเถอะครับ ผมก็มีเรื่อง ที่จะพูด ผมก็มีเรื่องที่จะชี้แจง ข้อหาของผมมันค่อนข้างสาหัสสากรรจ์ ข้อหาทุจริต ข้อหาคอร์รัปชัน ข้อหาขาดจริยธรรม ขาดคุณธรรม ซึ่งผมเรียนแต่ต้นแล้วว่าไม่ใช่เฉพาะผม คนเดียวเท่านั้น ตระกูลของผมก็ไม่เคยทําไม่เคยปฏิบัติ ผมมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมมาด้วยข้าราชการอาชีพ ผมเป็นนักการเมือง ผมก็เป็นนักการเมืองที่เป็นนักการเมืองอาชีพ ไม่เคยอะไรที่จะทําให้เกิดเสียหายแก่วงศ์ตระกูล

สําหรับประเด็นที่ผมขอหารือท่านประธานไว้นั้น ก็อยากจะกราบเรียนย้ํา อีกครั้งหนึ่งว่าการอภิปรายในวันนี้ สาเหตุที่ผมได้นําเรียนว่าถ้าเราจะมาอภิปรายกันในเรื่อง พระราชบัญญัติพระราชทานอภัยโทษ ผมก็ยืนยันหารือตามเดิมว่ามันสมควรหรือไม่ เนื่องจากผมมีเหตุผลอยู่ ๓-๔ ประการ

เหตุผลที่ ๑ ก็คือเป็นพระราชอํานาจโดยแท้ ไม่เหมือนพระราชกฤษฎีกา เรื่องอื่น ๆ

เหตุผลที่ ๒ ก็คืออยู่ระหว่างทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพระกรุณาพิจารณา การจะวิพากษ์วิจารณ์ไม่บังควร เพราะจะกระทบต่อพระราชวินิจฉัยเข้าข่ายหมิ่น พระราชอํานาจ

เหตุผลที่ ๓ ก็คือพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษเป็นพระราชอํานาจที่จะ ไม่โปรดหรือไม่พระราชทานก็ได้ ซึ่งก็สุดแท้แต่พระราชวินิจฉัย และประเพณีที่ปฏิบัติมา แต่เดิมนั้นก็ไม่มีครั้งใดที่เปิดเผยก่อนที่จะทรงลงพระปรมาภิไธยหรือพระราชกฤษฎีกา ประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ

เพราะฉะนั้นกระผมถึงหารือว่าเรื่องนี้ควรจะมีการอภิปราย ท่านประธาน มั่นใจหรือไม่ ผมถามให้ถามทางพรรคประชาธิปัตย์ว่าท่านอยากจะอภิปรายเรื่องนี้ หรืออย่างไร แต่ถ้าเรื่องน้ําท่วม ถ้าเรื่อง ศปภ. นั้น ถ้าไม่อภิปรายวันนี้ผมเสียใจนะครับ ต้องมีครับ ผมอยากฟัง ผมอยากได้ใบเสร็จ ผมอยากฟังเหตุฟังผล เพราะผมเองนั้นพร้อม ที่จะแก้ไขในส่วนที่ผมบกพร่อง มันต้องมีละครับคนทํางาน มีทั้งบกพร่อง มีทั้งสําเร็จ มีทั้งไม่สําเร็จ มีผิดพลาด มีถูกต้อง อันนี้ถ้าเป็นปุถุชน มนุษยชนเราก็ต้องมี ผมก็อยากฟัง อยากฟังแนวการแก้ไขปัญหาที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นคลายทุกข์ได้อย่างไร ขณะนี้ เขาทุกข์กันอยู่ น้ํายังไม่เบ็ดเสร็จนะครับท่านครับ เรากําลังดําเนินการกันอยู่ ศปภ. กําลังทํางานกันตัวเป็นเกลียว ผมไม่ได้หลับไม่ได้นอน ได้นอนวันหนึ่ง ๒-๓ ชั่วโมงนี้ก็ดีแล้ว มาเป็นเวลาเกือบจะ ๒ เดือนแล้วครับ ท่านประธานครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้ย่อท้อ ผมไม่ได้ท้อถอย เพราะผมนึกถึงพี่น้องประชาชน ทนทุกข์ทรมานมากกว่าผม ขณะนี้น้ําอาจจะเพลาลงไปบ้างในบางจุดนะครับ แต่ว่าหลายจุด น้ํายังเน่า ยังเหม็น ยังเสีย ยังเป็นพิษอีกต่างหากก็จะต้องมีการแก้ไข ผมก็อยากฟังเหตุ ฟังผล ฟังคําอธิบาย ฟังคําชี้แนะจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ เพื่อที่จะนําไป ปฏิบัติให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย เพราะฉะนั้นผมขอเถอะครับ ขอให้มีการอภิปราย ผมขอเรื่องเดียวว่าถ้าท่านจะอภิปรายในเรื่องของพระราชกฤษฎีกานั้น ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยชี้ขาด แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ผมขอประเด็นนี้เท่านั้นครับ

(นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ ท่านเชิดชัยนั่งก่อนครับ ผมให้โอกาสท่านรัฐมนตรีพงศกรก่อนครับ เชิญครับ

นายพงศกร อรรณนพพร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อไม่ให้เสียเวลาสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่า มีการถ่ายทอดสด แล้วถ้าการอภิปรายนั้นได้กล่าวถึงบุคคลข้างนอกนั้นก็ทําผิด แล้วก็ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ นั้นก็สามารถที่จะฟ้องร้องต่อไป แต่สิ่งที่สําคัญในวันนี้ เพื่อนพี่น้อง ประชาชนต้องการฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านว่าท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก นั้น มีการทําทุจริตมิชอบผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมแบบไหน อย่างไร แต่กรณีในส่วนที่จะพูดถึง พ.ร.ฎ. นั้น พวกเราในเพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรมากันนี่ นานเหลือเกิน

(มีสมาชิกหลายท่านได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมขอฟังทุกฝ่ายว่าเป็นการหารือ เดี๋ยวผมให้โอกาสท่านครับ นั่งลงก่อนครับ อย่าเพิ่งประท้วง ผมจะฟังทุกคน ผมให้โอกาส นั่งลงก่อนครับ

นายพงศกร อรรณนพพร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานนะครับ ในกรณีที่เราจะพูดถึง พ.ร.ฎ. นั้น เพื่อนสมาชิกพวกเราทุกคนเข้าใจว่ามิควรหรือควร แต่สิ่งที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้นําเสนอว่าถ้าจะมีการอภิปรายในเรื่องนี้ที่มิใช่เรื่องการทุจริตนั้น ก็อยากให้ท่านประธานสภาใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๑ ก็คือการประชุมลับ เรื่องนี้ พวกเรามีความเข้าใจร่วมกันเพื่อให้การประชุมสภาแห่งนี้เดินได้ แล้วก็รอให้พี่น้องประชาชน ได้รับฟังว่าท่านรัฐมนตรีของเราทุจริตแบบไหนอย่างไร ผมก็อยากฟังผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรว่าในกรณีอย่างนี้ เราจะมีการประชุมตามญัตติที่ท่านนําเสนอว่า เป็นการทุจริตคิดมิชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วในส่วนของ พ.ร.ฎ. นั้น ก็อยากให้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะมีการประชุมโดยเปิดเผย เราเอาเรื่องนี้เข้ามา แทรกในการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือจะเป็นการประชุมลับก่อน แล้วก็มาพูดเรื่อง การทุจริตเต็ม ๆ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้นะครับ ผมจะขอความเห็นจากท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านอื่นกรุณานั่งลงก่อน ด้วยเหตุผลนะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เวลากระชับ ผมขอเสนออย่างนี้นะครับ ทางพรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องปัญหาน้ําท่วมต่อจากนี้ไปเลยนะครับ อยากจะกราบเรียน สักนิดนะครับ บังเอิญท่านรัฐมนตรีท่านได้ลุกขึ้นชี้แจงหลายครั้ง แล้วก็พาดพิงมาถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็กรรมาธิการติดตามงบประมาณในภาพรวมด้วย ความจริง ก็ไม่อยากจะต้องตอบโต้ท่านนะครับ แต่กระผมคิดว่าท่านอยู่ในระบบประชาธิปไตยนี่ ท่านควรที่จะเคารพการทําหน้าที่ของสมาชิกสภา กระผมไม่สบายใจนะครับที่เมื่อสักครู่ ท่านบอกว่ากรรมาธิการเชิญเจ้าหน้าที่มา กรรมาธิการไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ใช่ครับ เพราะกรรมาธิการสนใจว่าการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทําได้มีประสิทธิภาพ มากกว่านี้ ทําได้โปร่งใสกว่านี้ จึงจําเป็นต้องตรวจสอบ เช่นเดียวกันครับที่ท่านบอกว่า อยากจะฟัง พวกกระผมก็จะให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่า การบริหารราชการของท่านที่มีส่วนทําให้พี่น้องประชาชนอยู่กับน้ําเน่าถึงเอวถึงอกในขณะนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอให้ท่านได้อดทนฟังนะครับ หรือการที่เราพูดถึงบทบาทของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะช่วยเหลือไม่มีใครไปตําหนิละครับ แต่ต้องไม่ทําผิดกฎหมาย ต้องไม่ไปแทรกแซงขัดรัฐธรรมนูญ และต้องไม่นําเอาสิ่งเหล่านี้มาทําให้การช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นเราจะอภิปรายเรื่องนี้ครับ ส่วนระหว่างที่เรา อภิปรายนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีติดใจนะครับ อยากจะพูดคุยกับกระผมเป็นการภายใน กระผม ก็จะยืนยันครับ เหมือนกับที่ท่านประธานเจริญ ความจริงวินิจฉัยไปแล้วว่าเราจะอภิปราย เฉพาะพฤติกรรมของฝ่ายบริหาร ไม่เกี่ยวข้องกับพระราชอํานาจ ไม่เกี่ยวข้องกับการที่จะไป ล่วงละเมิดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน และถ้าหากมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่พวก กระผมไปทําเช่นนั้น แค่เริ่มต้นทําเท่านั้นละครับ ก็ขอให้ท่านประธานระงับการอภิปรายได้ แต่ทั้งหมดที่เราจะอภิปรายเป็นเรื่องพฤติกรรมของรัฐมนตรีที่ไม่โปร่งใส ที่มีพิรุธ แล้วก็ไม่ไป กระทบกระเทือนถึงเนื้อหาสาระที่ได้มีการนําขึ้นทูลเกล้าฯ ในขณะนี้เลยครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเพื่อประหยัดเวลาเราเดินหน้าเรื่องน้ําท่วมไปก่อน ส่วนกรณีของพระราชกฤษฎีกา ท่านประธานอาจจะให้กระผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรีเป็นการภายในก่อนก็ได้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเห็นด้วยนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ เชิญเลยนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอให้ ข้อเท็จจริงกับท่านประธานก่อนนะครับว่า ตั้งแต่เช้ามาที่นัดประชุมในเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกานั้น ฝ่ายค้านได้ใช้เวลาในการอภิปรายไปได้เพียงแค่ ๖๗ นาทีเท่านั้น ในเวลาที่มีการหารือจาก สมาชิกฝั่งรัฐบาลก็ดี การชี้แจงของท่านรัฐมนตรีก็ดี ใช้เวลาถึงเกือบ ๘๐ นาที ก็แปลว่า การทําหน้าที่ของฝ่ายค้านนั้นยังไม่สามารถที่จะทําหน้าที่ได้อย่างที่ได้วางเป้าหมายเอาไว้

ในส่วนของกระผมนั้นทําหน้าที่ในการที่จะอภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นผู้อํานวยการ ศปภ. โดยญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นได้เขียน เอาไว้อย่างชัดเจนว่า พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ได้กระทําการทุจริต จงใจกระทําผิด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ในส่วนของผมซึ่งจะต้องอภิปราย เป็นคนแรกในเรื่องของการบริหารจัดการน้ําท่วมนั้น จะให้ท่านประธานได้เห็นครับว่าทําไม จึงต้องอภิปรายท่านในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. และในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. เพื่อนสมาชิกท้วงติงว่าสามารถอภิปรายได้หรือไม่ รวมถึงจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าผลที่ เกิดขึ้นจากการทํางานตลอด ๕๐ วัน ของการถูกแต่งตั้งเป็นตําแหน่งผู้อํานวยการ ศปภ. นี้ ได้บริหารราชการแผ่นดินโดยบกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดวิกฤติ อย่างไม่เคยประสบมาก่อนอย่างไรบ้าง ท่านรัฐมนตรีประชาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. ตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ ความจริงถ้าเราได้ดูเอกสารในการ แต่งตั้งท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ท่านนี้จะเห็นได้ชัดครับว่าสถานการณ์ซึ่งมีการแต่งตั้ง ผู้อํานวยการ ศปภ. นั้นเป็นสถานการณ์ซึ่งโกลาหลมีความร้อนรนเป็นอันมาก เพราะสถานการณ์ ก่อนหน้าท่านเป็นสถานการณ์ที่มีมวลน้ําขนาดใหญ่ได้สร้างความเสียหายตั้งแต่ลุ่มน้ําปิง ลุ่มน้ําวัง ลุ่มน้ํายม ลุ่มน้ําน่าน ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ลงมาถึงที่ราบลุ่มเจ้าพระยา กําลังจ่อปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร ในวันที่ท่านรับตําแหน่งเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. นั้น เป็นวันที่น้ําเข้าท่วมวัดไชยวัฒนารามที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวันที่น้ําเข้าท่วม นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครเรียบร้อยแล้ว น้ํากําลังจะจ่อท่วมอีกนิคมอุตสาหกรรมที่เหลือ กําลังจะท่วมมาถึงปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร ในคําสั่งฉบับนี้ได้เขียนชัดครับว่า ภัยที่เกิดขึ้นนั้นถือได้ว่าเข้าขั้นวิกฤติและรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา มีน้ําท่วม ๕๙ จังหวัด ผู้เสียชีวิต ๒๕๒ คน และกําลังส่งผลกระทบโดยตรงสู่กรุงเทพมหานครในอีกไม่ช้า ในคําสั่งนี้ยังเขียนต่ออีกครับว่า ในการบริหารนั้นภาวะที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่การบริหารจัดการในภาวะปกติจะรับมือได้ จึงเห็นสมควรให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้น ความหมายตรงนี้ ก็ชัดครับว่า คนที่เข้ามารับตําแหน่งผู้อํานวยการ ศปภ. จะต้องบริหารจัดการไม่ใช่บริหาร ในภาวะวิกฤติ ไม่ใช่บริหารในภาวะปกติ แต่จะต้องบริหารจัดการแบบบริหารจัดการ ในภาวะวิกฤติตามคําสั่งที่เกิดขึ้น ประเด็นที่บอกว่าอภิปรายผู้อํานวยการ ศปภ. ได้หรือไม่นั้น เขียนไว้ชัดในคําสั่งครับ และไม่มีข้อที่จะสงสัยได้ เพราะเป็นการตั้งตามอํานาจ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งเขียนไว้ชัดครับว่า และมีผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผู้อํานวยการ ศปภ. เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ เป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีการตั้งงบประมาณผ่านมติคณะรัฐมนตรีให้กับ ศปภ. โดยตรง อีกทั้งการลงนามของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นจะเขียนคู่ตลอดว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ผู้อํานวยการ ศปภ. ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ การอภิปรายผู้อํานวยการ ศปภ. นั้น จึงเป็นเรื่องที่กระทําได้อย่างเกิดความชัดเจน เราคาดหมายกันครับว่าในวันที่ ๘ ตุลาคม ที่ท่านมาเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. นั้น การบริหารในภาวะวิกฤติจะต้องใช้องค์ความรู้ จะต้องมีการคาดการณ์ภัยที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูล การตัดสินใจต่าง ๆ อย่างฉับไว และเอาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทํางาน สถานการณ์ก่อนหน้าท่านเข้ามาครับ วันที่ ๙ ตุลาคม มีรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุชัดว่า สถานการณ์นั้น ยังท่วมอยู่ ๓๐ จังหวัด ผู้เสียชีวิต ๒๖๑ ราย สูญหาย ๔ คน มาถึงวันนี้วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๕๐ วันที่ท่านเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. รายงานเมื่อวันที่ ๒๕ มีน้ําท่วมถึงกรุงเทพมหานคร และมีผู้เสียชีวิตแล้ว ๖๑๕ คน ก็แปลว่า ๕๐ วันที่ท่านเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. มีผู้เสียชีวิต เฉพาะที่ท่านรับผิดชอบสูงถึง ๓๕๔ คน มากกว่าสถานการณ์ก่อนหน้าที่มี ศปภ. ความจริง แค่ตัวเลขนี้ก็ยืนยันชัดครับว่า การบริหารของ ศปภ. นั้นบกพร่องและล้มเหลว ภายใต้ ความรับผิดชอบของท่านอย่างไร แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้นนี่ครับ สิ่งที่รุนแรงสิ่งที่เสียหาย ประชาชนตั้งแต่วันที่ ๘ ดีใจกับการมี ศปภ. เพราะท่านออกมาแถลงว่าพร้อมทํางานทันที วันที่ ๙ แถลงบอกว่าจะป้องกันน้ําเข้ากรุงเทพฯ วาง ๓ แนวตั้งแต่เมืองเอก ศาลายา หลังมหาวิทยาลัยมหิดล และที่รังสิตคลองหก เพื่อป้องกันน้ําจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ไม่ให้เข้ากรุงเทพฯ ปรากฏว่า ๕๐ วัน ภายใต้การทํางานของท่าน พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ หลังผมนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในแต่ละวันที่ท่านบริหารนั้น มีความเสียหายบกพร่อง เกิดขึ้นอย่างไร เริ่มตั้งแต่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะแตก อพยพอลหม่าน จมทั้งเมือง ทะลัก กทม. คนหิวข้าวอดโซ ปทุมระทม พระโวยชาวบ้านแย่งอาหาร นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จมสู้ไม่ไหว นวนครแตก ไปจนกระทั่งสุดท้ายก็คือท่วมยกเมือง

คําถามมีครับว่า แล้วท่านบกพร่องล้มเหลวอย่างไรล่ะครับ ในคําสั่งที่แต่งตั้ง ท่านมีภารกิจที่เขียนเอาไว้ทั้งหมด ๑๔ ข้อด้วยกัน ในข้อ ๑ ก็คือกํากับการดําเนินการระบายน้ํา ให้สู่สภาวะปกติ อีกทั้งให้อํานาจท่านเยอะครับ เป็นอํานาจที่สามารถสั่งหน่วยงานราชการ ได้ทั้งหมดครับ สามารถสั่งหน่วยงานราชการได้ทั้งหมด ภายใต้ข้อ ๑ ก็คือ เป็นหน่วยงาน บูรณาการ เพราะฉะนั้นอํานาจของผู้อํานวยการ ศปภ. นี้จะเป็นอํานาจที่ได้รับมอบจากท่าน นายกรัฐมนตรีโดยตรง และผนวกกับอํานาจตอนหลังที่ท่านนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจตาม มาตรา ๓๑ อีกด้วย แต่ ๕๐ วันที่ท่านทํางานครับมี ๓ ข้อที่ถือว่าล้มเหลวอย่างยิ่ง

ข้อที่ ๑ บริหารการผันน้ําล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้น้ําท่วมเข้าพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล นิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนด้วย ข้อนี้ฟังดูเผิน ๆ เหมือนกับธรรมดาครับ แต่จากการค้นคว้าข้อมูลทั้งหลายของพวกกระผมเห็นได้ชัดครับ เรื่องผันน้ํา ท่านจุรินทร์พูดชัดว่า ๓ ทาง ตะวันออกไปลงบางปะกง ตอนกลางเจ้าพระยา ตะวันตกก็ไปลงทางฝั่งของอ่าวไทยผ่านทางจังหวัดต่าง ๆ ลงไปจนกระทั่งนครปฐมย้อนกลับ ไปยังฝั่งของทะเลอ่าวไทย ผู้อํานวยการ ศปภ. ลงนามในคําสั่ง ที่ ๑๒/๒๕๕๔ สั่ง ณ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ตั้งคณะกรรมการผันน้ําลงทะเล แต่กรรมการชุดนี้แปลก ๆ ครับ เขียนเข้าใจทีแรกว่า เป็นกรรมการผันน้ําลงทะเลจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่ไปเขียนครับว่าเป็นคณะกรรมการผันน้ํา ลงทะเลด้านตะวันออกจากคลองระพีพัฒน์ มีกรรมการ ๓ คน คนที่ ๑ ท่านจุรินทร์ไม่เอ่ยชื่อ แต่ผมขออนุญาตท่านประธานเอ่ยชื่อครับ เพราะอยู่ในคําสั่ง คือนายอุเทน ชาติภิญโญ คนที่ ๒ นายวัลลภ ยังตรง ประทานโทษเอ่ยนาม เป็นอดีต ส.ส. ของพรรครัฐบาลในขณะนี้ คําถามว่านายอุเทน ชาติภิญโญ เป็นใคร ในสัปดาห์ที่แล้วพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบซีซีทีวี (CCTV) ด้วย ความจริงก็มีข้อสงสัยละครับ ว่าทําไมจึงตั้งกรรมการผันน้ําลงทะเลแล้วไปเขียนว่าลงทะเลตะวันออก มีคนของการเมือง ๒ ใน ๓ คนที่เกี่ยวกับรัฐบาลทั้งสิ้น นักวิชาการทีดีอาร์ไอ (TDRI) ให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจนครับ บอกว่า ๕ วันแรกใน ศปภ. เต็มไปด้วยนักการเมืองเดินไปเดินมาไม่มีใครมีความรู้เรื่องน้ําเลย เวลาประชุมนักการเมืองอยู่หน้า นักวิชาการอยู่หลัง แต่กรรมการชุดนี้ไปทํางานครับ ต้นเหตุ ของน้ําท่วมมาจากตรงนี้ครับ มีการให้สัมภาษณ์โดยประธานกรรมการผันน้ําลงทะเล ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ปี ๒๕๕๔ รายการฝ่าวิกฤติน้ําท่วม ช่องไทยพีบีเอส (Thai PBS) พิธีกร ได้ถามเขาก็งงครับ ว่ากรรมการชุดนี้ตกลงผันน้ําไปลงตะวันออกใช่ไหม เพราะน้ํามาจ่อ กรุงเทพฯ เยอะ ถ้าน้ําไปลงตะวันออกเยอะ ผันลงตะวันตกเยอะ แล้วผันลงเจ้าพระยาได้ น้ําไม่ท่วมปริมณฑล กรุงเทพมหานคร คําตอบที่ได้รับมันกลับพลิกครับ ท่านตอบอย่างนี้ครับ ตอบว่า ผมกับคณะกรรมการรับผิดชอบก็คือว่ารับผิดชอบว่าทําอย่างไรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่ท่วม รับผิดชอบว่าทําอย่างไรกรุงเทพฯ ด้านตะวันออกต้องไม่ท่วม พิธีกรเขางงครับ งงว่าเขาให้คุณผันน้ําลงทะเลตะวันออก แต่คุณไปตอบว่ากรรมการคุณผันน้ําอย่างไรก็ได้ ต้องไม่ท่วมสมุทรปราการและตะวันออก เขาก็ถามต่อว่ากรุงเทพฯ ตะวันออกเท่านั้น หรือ ประธานกรรมการผันน้ําบอกว่า ใช่ครับ แล้วก็กินเหนือขึ้นมา บังเอิญว่าตอนนี้ข้างบน น้ํามันท่วมเร็วเลยทําให้เราต้องไปมีส่วนร่วมด้วย เพราะน้ํามาจากคลองเดียวกัน ช่วงต่อมา พิธีกรถามอีก ประธานกรรมการผันน้ําคนนี้ซึ่งท่านประชาตั้งนี่ครับตอบว่า ผมไม่ได้จะเอาน้ํา ไปลงทางบางปะกง พิธีกรก็งงครับ ผันน้ําทะเลตะวันออกไม่ไปลงบางปะกงแล้วไปไหนครับ ไม่ได้เอาลงทางบางปะกงเอาไปลงทะเล ไปลงด้านตะวันออกอย่างนั้นหรือ คุณอุเทนก็ตอบว่า ไปทางด้านใต้เป็นการผันน้ําในส่วนตะวันออกของคลองระพีพัฒน์ครับ ประเด็นคืออะไรครับ ประเด็นคือเมื่อผันน้ําไม่ไปสมุทรปราการ ไม่ไปตะวันออกน้ําจะทะลักลงแม่น้ําเจ้าพระยา ตรงกลาง แล้วการรับน้ําจะเกินปริมาณที่รับได้ พิธีกรถามอีกครับ ปรากฏว่าประธาน กรรมการผันน้ําลงทะเลท่านนี้ให้สัมภาษณ์ ซึ่งตรงกันกับข้อกล่าวหาที่ท่านจุรินทร์ได้พูดว่า ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ไม่ได้ตัดสินใจโดยเอาวิชาการและองค์ความรู้เป็นที่ตั้ง แต่เอาพรรคพวก การเมืองกลุ่มเดียวกับท่านปกป้องผลประโยชน์ของท่านเป็นที่ตั้ง เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาสัมภาษณ์ในรายการว่า พวกผมกลุ่ม ส.ส. สมุทรปราการ โดยหารือกับนายแพทย์วัลลภ ยังตรง ประทานโทษเอ่ยนาม ส.ส. ประเสริฐ และ ส.ส. อนุสรา ทั้ง ๔ คนได้หารือกันว่าน้ําก้อนนี้มาเยอะกว่าปกติ ถ้าไม่รีบ นําน้ําออกไปยังสมุทรปราการเชื่อกันว่ามาถึงตรงนี้เราทําอะไรไม่ได้ เขาก็เลยไปดูสถานีสูบน้ํา มีสูบอยู่ ๙๙ ตัว ก็ไปเร่งดําเนินการ พิธีกรถามว่าที่พูดนี่สมุทรปราการเท่านั้นหรือ เขาก็บอกว่าใช่ แถมยังตอบว่าไปดําเนินการทางใต้ดินก็แล้วกัน โดยไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ พิธีกรถามต่อ บอกทําไมต้องทําอย่างนั้นล่ะครับ เขาตอบว่า เพื่อปกป้องดูแลคนสมุทรปราการซึ่งเป็นคน ของพวกเรา ผมไม่ได้บอกว่าคนสมุทรปราการผิดครับ แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ กรรมการผันน้ําลงทะเลตะวันออกผันไม่ให้ลงทะเลตะวันออก เพื่อปกป้องเขตการเมืองที่ท่าน รับผิดชอบ นี่ละครับที่บอกว่าไม่ไว้วางใจ เพราะในการผันน้ําทุกอย่างมีแผนกรมชลประทาน ไปดูคําให้สัมภาษณ์อธิบดีกรมชลประทาน ไปดูการให้สัมภาษณ์หน่วยงานอื่น เขามีแผนชัดครับ แต่เพราะมีกรรมการผันน้ําอย่างนี้ออกมายอมรับ ต่อมาคุณอุเทนมีคําสั่งอื่นแต่งตั้งใหม่ แต่มีการให้สัมภาษณ์ว่าไปเป็นกรรมการที่ปรึกษาเรื่องน้ําให้นายกรัฐมนตรี ผลที่เกิดขึ้น คืออะไรครับ คนนี้บอกว่าทํางานก่อนที่มีการแต่งตั้งวันที่ ๑๕ ทําตั้งแต่ต้นเดือนแล้วทํายาวไป สัมภาษณ์ปลายเดือน และไปทํางานใต้ดินด้วย น้ําที่เทลงทางเจ้าพระยาก็เกินปริมาณครับ ผลที่เกิดขึ้นก็คือกรมชลประทานออกมายอมรับในช่วงปลายเดือนตุลาคมว่ามีคันกั้นน้ํา ในฝั่งเจ้าพระยาแตก ๑๔ จุด

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับมีผู้ประท้วง เชิญครับท่านก่อแก้ว เรื่องอะไรครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ผมเองไม่อยากจะขัดจังหวะท่านผู้อภิปราย เพียงแต่ว่าท่านผู้อภิปรายได้พูดพาดพิงถึงบุคคลภายนอกหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ผู้ถูกพาดพิงนั้นไม่มีสิทธิมาชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วการที่ท่านกล่าวในทํานองนี้นั้น ผมก็จะมองได้ว่าคล้าย ๆ กรณีของกรุงเทพมหานครละครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ คุณก่อแก้ว ผมเข้าใจที่พูดแล้วครับ คือการกล่าวหาบุคคลภายนอกนี่ไม่สมควรกล่าว แต่ถ้าหากไปกล่าวพาดพิงผิดพลาดอย่างไรนี่ เขาจะฟ้องท่านสาทิตย์เอง ให้เขาพูดเถอะครับ ท่านนั่งลงครับ เชิญนั่งครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

จนในที่สุดท่านประธานครับ ถ้าผมจะ ไม่พูดเรื่องนี้ ในฐานะเป็นกรรมการผันน้ําซึ่งผู้อํานวยการ ศปภ. เป็นคนตั้ง เป็นอํานาจ ความรับผิดชอบของท่านก็ไม่ได้ เป็นอํานาจที่กฎหมายให้ท่านไว้ แล้วเป็นความรับผิดชอบ ของท่านด้วย ผลที่เกิดขึ้นจากกรรมการผันน้ําไม่ให้ออกตะวันออกเป็นข้อกังหาในใจคน ทุกคน รัฐบาลพูดผันออกตะวันออกทุกวัน ท่านก็กล่าวหา กทม. เมื่อสักครู่นี้ครับ ปรากฏ มีการไปติดตามดูเครื่องสูบน้ําทางฝั่งตะวันออกครับ ก็ทํางานไม่เต็มที่จริง แต่ที่ผมพิศวง สงสัยมากท่านประธานครับ ในเว็บไซต์ (Web site) กรมชลประทานนี่จะมีการลงเรื่องของ ประตูระบายน้ําแต่ละลุ่มน้ําครบครับ มี ๔-๕ ลุ่มน้ํา แต่หาอย่างไรก็ตามไม่เจอลุ่มน้ํา บางปะกงเลย คนเขาสงสัยว่าเบื้องหลังการเมืองของประธานกรรมการผันน้ําจะมีใคร ใหญ่กว่าอยู่หรือเปล่าที่ผันลงบางปะกงไม่ได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นคือน้ําทะลักลงเจ้าพระยา ก็มีคัน มีเขื่อนซึ่งกั้นเจ้าพระยาซึ่งหนักอยู่แล้วเจอทะเลหนุนก็แตกครับ จังหวัดนครสวรรค์จําได้ไหมครับ แตก ๑๐๐ เมตร น้ําทะลักทั้งเมือง คนขนของโกลาหล รถยนต์เอาขึ้นไม่ได้ เดือดร้อนกัน ไปทั่วทั้งจังหวัดนครสวรรค์ นี่แตก ๑๔ จุด เหตุนี้มีการพูดกันใน ศปภ. ครับ จนทําให้ กรมชลประทานไปประชุมกัน แล้วเป็นข่าวในวันที่ ๓๐ ตุลาคม โดยในวันนั้นมีทั้งที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง ผู้บริหารกรมชลประทาน ประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการพื้นที่น้ําด้านเหนือเพื่อลด ปริมาณการไหลของน้ําที่เข้ามาเพิ่มในกรุงเทพมหานคร พบว่ามีรอยรั่วสําคัญ ๑๔ จุด ตามแนวเจ้าพระยา โดยเฉพาะตามแนวด้านตะวันตก ในที่สุดกรมชลประทานซึ่งพบว่าน้ําที่ไม่ให้ผันไปตะวันออก มาลงเจ้าพระยาแล้วคันเขื่อนแตกจะมีผลกระทบตะวันตกมหาศาล เขาก็ขอไปบริหารจัดการน้ํา แต่ด้วยความที่วันนั้นทะลักที่สุดครับ ข่าวหนังสือพิมพ์ก็ลง ในช่วงประมาณวันที่ ๒๕ ตุลาคม น้ําย้อนตลบท่วมฝั่งธนบุรี ตรงนี้ครับเห็นได้ชัดว่าการบริหารจัดการเรื่องผันน้ํา ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ท่านทราบวิกฤติที่เกิดขึ้นจากการผันน้ํา ที่เอาพรรคพวกทางการเมืองนี่เป็นตัวตั้ง เอาผลประโยชน์ของกลุ่มทางการเมืองเป็นตัวตั้ง เท่านั้นไม่พอครับ

ประเด็นถัดมาที่ทําให้สถานการณ์น้ําที่ท่วมหนักขึ้นตั้งแต่ปริมณฑล นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๙ ตุลาคม ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ มีดอกเตอร์สุนัยประท้วงครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตรบกวน ท่านสาทิตย์นิดเดียวให้ท่านพักเดี๋ยวเดียวครับ คือถ้าท่านไม่พาดพิงในบางเรื่องที่จะทําให้เกิด ความเข้าใจผิดปรากฏนะครับ ผมก็ยังไม่โต้อะไรครับ แต่ทีนี้ขอสิทธิท่านประธานหลังจาก มีการอภิปรายกันดีแล้วนี่ ถ้าท่านยังพาดพิงถึงเรื่องนครสวรรค์ว่าล้มเหลว นครสวรรค์โมเดล ล้มเหลว นครสวรรค์น้ําท่วม มันไม่ใช่เรื่องรัฐบาล แต่ผมจะชี้แจง ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะชี้แจง อย่างไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ท่านสุนัยครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ให้ฝ่ายค้านเขาทําหน้าที่กล่าวหารัฐบาล เดี๋ยวจะให้รัฐบาล ชี้แจงนะครับ ท่านสาทิตย์ครับ บรรยากาศไปได้ดีแล้วครับท่านสุนัย ท่านก็ทําได้ดีมา หลายนัดแล้วครับ ขอบคุณมาก

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ตรงนี้ครับท่านประธานครับ มีความพยายามสร้างความเข้าใจกับคน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

นิดเดียวเท่านั้นครับท่านประธานครับ ถ้าท่านจะกล่าวในลักษณะผ่าน ๆ ไป ทีนี้มันย้ําแล้วย้ําอีก ย้ําแล้วย้ําอีก คนนครสวรรค์ก็ยังงง แล้วผู้แทนไปทําอะไรกัน อย่างบ้านผมที่ชุมแสงก็ไม่มีปัญหาครับ มันมีรายละเอียดต่าง ๆ แต่ว่าไม่เป็นอะไรครับ ก็ขอให้ท่านอภิปรายไปเถอะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

แต่ขอความกรุณาว่าถ้าท่านพาดผ่าน ไปเลย อย่าพาดพิงนี่เราก็จะไม่พูดอะไรครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับท่าน เชิญท่านสาทิตย์เถอะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

มีความพยายามทําความเข้าใจกับคนครับ โดยสื่อที่เกี่ยวข้องกับพรรครัฐบาลก็ดี คนที่เชียร์อยู่ก็ดี บอกว่าน้ําท่วมเที่ยวนี้เป็นภัยธรรมชาติ เสมือนกับเป็นชะตาฟ้าลิขิต แต่ที่กําลังอภิปรายนี้ก็คือจะชี้ให้เห็นว่าพายุพัดฝนตก เป็นธรรมชาติ แต่พอน้ําลงมาบนแผ่นดินนี่ประเทศนี้ลงทุนกับระบบชลประทานมาเป็นเวลา หลายสิบปีแล้วครับ หลายล้านล้านบาท การเปิดปิดประตูระบายน้ําแต่ละที่มีเหตุมีผล ในตัวของมันเอง เราพูดบ่อยครั้งถึงแนวพระราชดําริปี ๒๕๓๘ นั่นก็คือแนวทางที่ชัดเจน แต่ถ้าการเปิดปิดประตู การผันน้ําไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้แล้วเกิดข้อผิดพลาดอย่างที่ ผมพูดเป็นความผิดเพราะการบริหารครับ แล้วท่านประชาจะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ วันที่ ๑๙ ตุลาคม ท่านผู้นําฝ่ายค้านท่านอภิสิทธิ์ไปเยี่ยมเยียนประชาชนแถวเชียงราก แล้วไปเจอที่คลองประปา มีการเอากระสอบทรายไปกั้นครับ เพราะน้ําตรงนั้นกําลังจะทะลัก ลงคลองประปา ที่ท่านแปลกใจก็คือมีเจ้าหน้าที่อยู่คนเดียว พายเรือข้างหนึ่งเอากระสอบทราย ไปวาง แล้วพายกลับมา ท่านก็ถามว่าน้ํากําลังจะลงคลองประปา จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคลองประปาคือทางด่วนผ่าใจกลางกรุงเทพมหานคร แล้วจะกระทบกับระบบประปา กับคนที่ต้องใช้ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีคนเดียวหรือ เขาบอกว่ามีคนเดียว ท่านเองยังเสนอแนะว่าทําไมไม่ไปตามทหารบกที่เขาช่วยกันอยู่ตรงนั้น ฝั่งทหารมาช่วย ก็มีมาช่วย ๓-๔ คนครับ แต่มีการคาดการณ์ว่าถ้าน้ําทะลักลงคลองประปาจริงแล้วเกิดทะลักผ่าเข้ามาใจกลางเมือง วิกฤติจะเกิดขึ้นอย่างสุดคณานับ เพราะคลองประปาผ่ามาครับ เข้าทางซีกนั้นแล้วออกทาง แจ้งวัฒนะ ออกมาผ่าสามเสน เข้าไปในใจกลางกรุงเทพมหานคร ป้องกันไม่ได้ครับ ท่านยัง โทรศัพท์ถึงผู้ที่มีความรับผิดชอบอยู่คือรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นให้รับทราบ แต่ปรากฏว่า น้ําที่ทะลักเข้าคลองประปาคืนนั้นวันที่ ๒๐ มีข่าวของการประปาออกมาว่ามีคนไปขโมย กระสอบทราย วันที่ ๒๐ ก็เป็นข่าวใหญ่ครับว่าน้ําเริ่มทะลักลงคลองประปาแล้ว และถ้าทะลักมาแล้วจะเกิดปัญหาใหญ่กับกรุงเทพมหานคร มีความพยายามไปทําคันดินกั้น แต่มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น ๒ เหตุการณ์ภายใต้ความรับผิดชอบของท่านประชา พรหมนอก ที่ท่านไม่เข้าไปแก้ไขแล้วปล่อยปละละเลย เหตุการณ์นั้นคืออะไรครับ

ประการที่ ๑ ก็คือมีประชาชนไปต่อต้านการทําเขื่อนกั้นไม่ให้น้ําลง คลองประปา ระหว่างซีกปากเกร็ดกับซีกทางดอนเมือง เมื่อมีการประท้วงกันแล้ว ซีกทางฝั่ง ดอนเมืองนําโดย ส.ส. ในเขตพื้นที่นั้นครับ เหตุการณ์ทําท่าจะจบลงด้วยดี แต่ตอนตีสอง ของวันที่ ๒๑ ตุลาคม เช้ามืด ดึกวันที่ ๒๐ ต่อกลางดึก ก็คือตีสอง ซึ่งเป็นเช้าวันใหม่นั้น นายอําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ให้สัมภาษณ์รายการเนชั่นว่า ได้รับแจ้งว่ามีการพัง คันดินหมดแล้ว จึงรุดไปตรวจสอบ ปรากฏว่าทางฝั่งดอนเมืองเอารถแบคโฮ (Backhoe) ซึ่งไม่ทราบที่มารื้อคันดินทั้งหมด ท่านระบุไว้เองครับว่าคนที่นํามาคือนายการุณ ท่านให้สัมภาษณ์ต่อไปครับว่า เขาตั้งใจจะทําคันดินเริ่มจากคลองเกลือปากเกร็ดแนวเขต คลองประปาไปเรื่อย คิดว่าจะทําคันดินให้ถึงเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เพราะต้องไปสูบน้ําออกที่นั่น แต่จุดที่นายการุณได้นํารถแบคโฮพังคันดินเริ่มตั้งแต่ถนนศรีสมานที่จะขึ้นทางด่วนอุดรรัถยา น้ําได้ลงไปด้านล่างซึ่งเป็นพื้นที่ต่ํามีความยาวกว่า ๑ กิโลเมตร เหตุการณ์นี้ผมค้นข่าวทั้งหมด พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ไม่เคยเข้าไปจัดการแก้ไขอะไรเลย ทั้งที่ท่านเซ็นคําสั่ง แต่งตั้งนายการุณเป็นกรรมการอย่างน้อย ๒ ชุดใน ศปภ. และท่านยังได้ชมด้วยสักครู่ว่า เป็นคนมีจิตอาสา ผลการพังคันดินเกิดอะไรขึ้นครับ น้ําทะลักลงคลองประปา คุณภาพน้ํา ก็แย่พออยู่แล้ว น้ําเหลือง มีกลิ่นเหม็น คนอยู่บนบ้านน้ําท่วม นอนชั้น ๑ นอนชั้น ๒ พอปะทังชีวิตจากน้ําประปา น้ําประปาเหม็น อย่าว่าแต่ใช้ดื่มเลยครับ ล้างหน้ายังทําไม่ได้ ไม่มีการไปปกป้อง แต่ที่น่าเสียใจยิ่งไปกว่านั้นครับ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ตอนกลางวัน ความจริง มันมีข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วครับ ว่าใน ศปภ. ที่เต็มไปด้วยนักการเมือง ผมเอาข่าวนี้มาจาก หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ ๒๑ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ตุลาคม เหตุที่เลือก ฉบับนี้ก็เพราะมติชนมักจะมีข่าวพิเศษอยู่เรื่อย ก็น่าเชื่อถือครับ พูดไว้ชัดเลยครับ ว่าใน ศปภ. มีกี่ทีมเข้าไปทํางาน ระบุไว้ในนี้ครับ ทีมแรกเป็นกลุ่มนักการเมือง บ้านเลขที่ ๑๑๑ ตั้งห้อง อยู่ตรงไหน ทีมที่ ๒ เป็นนักการเมืองอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนเอ่ยชื่อด้วยครับ ทีมที่ ๓ เป็นทีมรัฐมนตรี และทีมที่ ๔ เป็นทีมราชการ หนึ่งในทีมนั้นเข้าไปประชุมที่ ศปภ. ครับ เรื่องนี้ก็คงไม่ได้พาดพิงใครในทางเสียหาย เพราะเป็นข่าวที่ปรากฏโดยทั่วไป คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อ้างว่าเป็นที่ปรึกษาของ ศปภ. ครับ ผมยังไม่เห็นคําสั่งแต่งตั้งนะครับ แต่เวลาไปออกรายการเจาะข่าวเด่นคุณสรยุทธตอนเย็น ตําแหน่งที่ลงในหน้าจอช่อง ๓ บอกว่าเป็นคนบ้านเลขที่ ๑๑๑ ผมก็แปลกใจครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านดอกเตอร์สุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมสุนัย นิดเดียวครับท่านครับ ถ้าท่านสาทิตย์จะกรุณาไม่ผิดข้อบังคับ แต่ผมก็ไม่ว่าอะไรนะครับ ถ้าไม่จําเป็นจริง ๆ ขอให้หลีกเลี่ยงไปเสีย การอภิปรายของท่านจะราบรื่น อย่างการกล่าวถึง คุณหญิงสุดารัตน์ก็ดี การกล่าวถึงบุคคลอื่น ๆ ที่เขามาชี้แจงไม่ได้ อันนี้อันที่ ๑

อันที่ ๒ การกล่าวถึงจังหวัดที่ทําให้พี่น้องคนนครสวรรค์เกิดความเข้าใจว่า รัฐบาลทอดทิ้ง ผู้ว่าก็เสียกําลังใจ ท่านเทศบาลก็เสียกําลังใจ มันไม่ใช่ความผิดของท่าน พลตํารวจเอก ประชา อย่างนี้ต้องขออนุญาตพาดพิงครับ ถ้าอย่างนั้นนะครับท่าน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยนะครับ ก็ถ้าพาดพิงบุคคลภายนอกท่านสาทิตย์เขารับผิดชอบเอง จะถูกฟ้องร้องเขารับผิดชอบเองนะครับ จังหวัดนครสวรรค์ก็ผ่านมานานแล้ว เมื่อกี้ก็ผ่านมา ไกลแล้วท่านถึงกรุงเทพฯ แล้ว เดี๋ยวจะออกทะเลแล้วท่านสุนัย ตอนนี้ไม่ได้พูดถึงแล้วครับ พอแล้วพี่สุนัยทําได้ดีแล้ว ผมขอร้องจะได้ไปต่อบรรยากาศดีมากเลยพี่

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานถ้าจะไม่พูดว่า ผมทําได้ดี อะไรต่าง ๆ นี่ท่านประธานทําได้ดีกว่าผม ที่ผมปล่อยให้ผ่านไปเพราะไม่อยากขัดจังหวะ แต่ถ้ายังย้ําแล้วย้ําอีก ย้ําแล้วย้ําอีกครับท่านครับ ถ้าเขาพูดถึงจังหวัดท่านประธานบ้างมันก็ จะมีปัญหาอย่างนี้เหมือนกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวให้ ผมวินิจฉัยพี่สุนัย ขอบคุณครับ คือถ้าผ่านทุกจังหวัดก็เอาทุกจังหวัดก็ไม่ไหว

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุกิจ ให้ท่านสาทิตย์เถอะครับ เสียเวลามาเยอะแล้วครับ เชิญท่านสาทิตย์เลยดีกว่าครับ เชิญเลยครับ ท่านสุกิจให้ท่านสาทิตย์ต่อเลยครับ ทางโน้นเขาจบแล้วครับ จะได้ไปต่อ ก็เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยผมไม่ให้ประท้วงแล้วครับถ้าผ่านจังหวัดไหนไม่อย่างนั้นผ่านทุกจังหวัด ท่านสุกิจให้ท่านสาทิตย์ทําหน้าที่ต่อดีกว่าครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงท่านผู้ที่ลุกขึ้นประท้วงตามข้อ ๖๓ นะครับ คําวินิจฉัยของประธานถือเป็นที่สุด เพราะว่าเมื่อเช้าเขาก็สอนพวกผมอย่างนี้ครับ แต่ตอนนี้ทําเสียเอง แล้วการที่พยายามลุกขึ้น ประท้วงบ่อย ๆ อย่างนี้โดยที่ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพาดพิง คนภายนอกอะไรก็ดี ผมถือว่าเป็นเจตนาที่จะทําลายสมาธิของผู้อภิปรายเสียมากกว่าครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้โปรดอย่าให้เขาประท้วงบ่อยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือสิทธิ ประท้วงมี แต่ผมได้วินิจฉัยถือว่าจบแล้วนะครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วจบแล้ว

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัยครับ เชิญครับ ถ้าพาดพิงใครมาการอภิปรายมันต่อไปไม่ได้ครับ ประชาชนอยากฟังอยู่

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ถ้าคุณหมอสุกิจพูดอย่างนี้ เสียหายแล้ว เพราะผมเองเป็นคนขึ้นพูดก่อนหน้านี้ขอให้ฝ่ายรัฐบาลนี้จบโดยเร็ว ให้ฝ่ายค้านเวลาเยอะ ๆ แต่ไม่ใช่หมายความว่าน้ําผ่านจังหวัดไหนก็พูด แต่การที่พูด มีลักษณะคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง ท่านครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เทศบาล เขาก็สามัคคีกันทํางาน เขาก็หมดกําลังใจว่าประชาชนทอดทิ้ง กรณีนี้มันมีเหตุผลครับ ดังนั้น ถ้าท่านจะมาพูดกันอย่างนี้ผมว่าท่านใส่ร้ายผมครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย พอแล้วครับ เดี๋ยวให้รัฐบาลตอบ ท่านสาทิตย์เชิญเลยครับจะได้ไปต่อครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ผมก็จะต่อท่านประธานครับว่ากรณีที่ ผมยกขึ้นมาก็คือกรณีของการที่แม่น้ําเจ้าพระยาต้องรับน้ําเกินกว่าปกติ เพราะกรรมการ ผันน้ําทะเลตะวันออกไม่ยอมให้ผันน้ําผ่านทางทะเลตะวันออกให้ไปลงทางตะวันออก เจ้าพระยาซึ่งมีคันเขื่อนที่กั้นกันเอาไว้ข้าง ๆ นี่ก็แตก ผมก็เปรียบเทียบว่าคล้าย ๆ กับที่ นครสวรรค์ประเด็นก็คงจะมีเท่านั้น แต่ประเด็นที่กําลังจะพูดต่อคือคลองประปาครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ และปัญหาคลองประปายังต้องลดกําลังการผลิตลง จนกระทั่งมาถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้หลายที่ยังเป็นปัญหาอยู่ครับ ผมย้อนกลับมาว่า คลองประปาต้องปกป้อง ต้องวางแนวกระสอบ มีคนไปรื้อ แล้วคนไปรื้อนี่เป็น ส.ส. ของทางท่าน ตามคําให้การของนายอําเภอปากเกร็ด ผิดถูกไปว่ากันครับ แต่เขามีคลิป (Clip) ครับ ความจริงวันนี้ผมมีคลิปเยอะครับ ท่านประธานครับ แต่ไม่ขออนุญาตฉายเพราะมันใช้เวลาเยอะ ก็ไม่ใช้ แต่ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อพูดถึงสมาชิกบ้านเลขที่ ๑๑๑

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ มีผู้ประท้วงครับ ท่านวรชัยมีอะไรครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านอภิปรายบอกว่ากรรมการภาคตะวันออกไม่ยอมให้น้ําไปทางภาคตะวันออก ไม่จริงครับ คนภาคตะวันออกโดยเฉพาะสมุทรปราการมีการวางแผนอย่างดีครับ ขุดคลอง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรชัยครับ เอาอย่างนี้ครับเดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบ แต่ถ้าพาดพิงถึงตัว ส.ส. คนไหนเดี๋ยวผมให้ใช้สิทธิ พาดพิง ท่านนั่งลงเถอะครับ กําลังไปได้ดีครับ บรรยากาศไปได้ดีครับ ดีกว่าเมื่อเช้า ท่านนั่งลงเถอะครับ เชิญท่านสาทิตย์ พอแล้วครับจะได้ไปได้ดีครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ผมกําลังจะต่อเนื่องถึงเรื่องว่า สื่อมวลชนก็ลงไปครับ เท็จจริงก็เป็นไปตามข่าวนี้ครับ ปรากฏเผยแพร่ต่อสาธารณะว่า มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังเยอะแยะ ความจริงเขาเอ่ยชื่อเยอะครับ มติชนสุดสัปดาห์ซึ่งมักจะ มีข่าวเอ็กซ์คลูซีฟ (Exclusive) อยู่เรื่อย วันศุกร์ที่ ๒๘ ตุลาคม ถึงพฤหัสบดีที่ ๓ พฤศจิกายน เอ่ยชื่อไปเลยครับว่า คนที่อยู่เบื้องหลังช่วยกันวางแผนในเรื่อง ศปภ. เขาเอ่ยชื่อครับ คุณจาตุรนต์ คุณวราเทพ คุณภูมิธรรม อย่างนี้เป็นต้นครับ ผมไม่เอ่ยทั้งหมดครับ และไม่เสียหายด้วย เพราะก็เอ่ยตามที่ลงหนังสือไว้ แต่พอประเด็นเรื่องคลองประปานี่สิครับ วันที่ ๒๑ คุณสุดารัตน์ไปประชุมที่ ศปภ. ซึ่งผมถามท่านประชาด้วยนะครับว่าท่านอนุญาต ให้ไปประชุมในฐานะอะไร ไปถึงแล้วมีการแนะนําสั่งการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจ อันนั้น ก็เป็นอํานาจคุณประชาครับที่ต้องรับผิดชอบ แต่สิ่งที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์นี่นะครับ ในรายการเจาะข่าวเด่น มันทําให้หลายฝ่ายเกิดความเข้าใจว่ารัฐบาลกําลังใช้คลองประปา เป็นตัวระบายน้ําออกทะเล เหมือนจงใจครับ เพราะคําสัมภาษณ์ท่านอันหนึ่งบอกว่าถ้าเข้า

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านพิเชษฐ์มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านสาทิตย์นะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านทราบได้อย่างไร ว่าท่านจาตุรนต์ ท่านภูมิธรรมอยู่เบื้องหลังการแก้ปัญหา ท่านมีหลักฐานอะไรครับ ท่านเอา หนังสือพิมพ์มาแล้วบุคคลภายนอกเสียหาย ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับว่า เอาชื่อบุคคลภายนอกมาพูดในสภาแล้วไม่มีโอกาสตอบโต้และเสียหายด้วยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ให้ผมวินิจฉัยนะครับ คือท่านสาทิตย์อภิปรายว่าได้อ่านจากหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นความเสียหายที่ท่านสาทิตย์ได้กล่าวถึงบุคคลภายนอกทั้งหมดท่านต้อง รับผิดชอบเอง จะถูกใครฟ้องร้อง เขาเสียหาย ท่านฟ้องท่านสาทิตย์เองนะครับ เพราะฉะนั้น ผมได้วินิจฉัยถือว่าเป็นเด็ดขาดครับ

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับท่านประธานครับ และขอพาดพิงด้วยครับ ในเบื้องต้นนี้ขอประท้วง ก่อนนะครับ เพราะมีการใส่ร้ายป้ายสี ผม ส.ส. ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ คนที่ท่านสาทิตย์ได้กล่าวนี่แหละครับ ใส่ร้ายป้ายสีผมและใส่ร้ายป้ายสีคนที่พยายามที่จะทํางานเพื่อป้องกันไม่ให้มีการน้ําท่วม เกิดขึ้น นี่ถือว่าใส่ร้ายผมนะครับ แล้วเดี๋ยวเมื่อท่านอภิปรายเสร็จผมขออนุญาตพาดพิง ขออนุญาตชี้แจง ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าออกชื่อท่านผมจะให้พาดพิงนะครับ ถ้าท่านไม่ออกชื่อก็ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะฟังเป็นราย ๆ ไป เฉพาะรายนะครับท่าน เชิญท่านนั่งนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมโดนใส่ร้ายป้ายสีผม อันที่ ๑ อันที่ ๒ คือพาดพิงผม จะขออภิปรายชี้แจงนะครับ เพื่อให้ เกิดความเข้าใจกัน แต่ในเบื้องต้นขอกล่าวเลยว่าผู้ที่อภิปรายไม่มีความรู้เลย แล้วยังกล้า

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจะไปกล่าวหาคนอื่นไม่มีความรู้ เขาตอบโต้ มันไม่ถูกครับ ท่านเอาอย่างนี้ครับ ท่านฟังครับ ท่านประเสริฐนั่งลงครับ ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต ท่านประเสริฐนั่งลงครับ พาดพิงได้ แต่ท่านจะไปกล่าวหาคนอื่นไม่ได้ครับ กรุณารักษามารยาทในที่ประชุมครับ ท่านประเสริฐครับ กรุณานั่งลงครับ ท่านจะไปกล่าวหาคนอื่นไม่ได้ครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ ท่านพูดอย่างนี้ท่านอย่าใช้อารมณ์นะครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอดผมควบคุมอยู่ ไม่ได้ครับ อย่างนี้ผมไม่ยอม ท่านนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวจะมี การตอบโต้กันไปมาไม่จบหรอกครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือท่านอย่างนี้ครับ ผมเห็นใจท่านนะครับในการควบคุมการประชุม วิธีการที่เราเคยทํากันก็คือว่า ให้ท่านผู้อภิปรายนี่ได้อภิปรายจนจบถ้อยกระบวนความ ถ้าหลังจากนั้นใครอยากจะใช้สิทธิ พาดพิงใด ๆ ก็ค่อยมาว่ากันหลังจากนั้นดีไหมครับ เราเคยทํากันแบบนี้มาอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถูกต้องครับ ผมพยายามบอกว่าให้จบก่อน พาดพิงถึงใครผมจดไว้ เดี๋ยวจะให้ใช้สิทธิ ผมอนุญาตให้ใช้สิทธิ พาดพิงได้ ตอนนี้กรุณาอย่าได้ประท้วงนะครับ แต่ถ้าบุคคลภายนอกท่านอย่าประท้วงนะครับ ก็ให้รับผิดชอบเอง พาดพิงถึงใครคนนั้นก็จะถูกฟ้องเอง ฟ้องร้องกันเป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้อยากให้มีการอภิปรายต่อเนื่อง เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่อง คลองประปาก็เลยเป็นประเด็นที่คนเขาเข้าใจกันไปครับว่า นั่นก็เป็นเสมือนกับการยอมรับว่า กําลังมีการใช้ช่องทาง

(นายสมพล เกยุราพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์มีผู้ประท้วง เชิญครับ ท่านพูดได้เลยครับ

นายสมพล เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายสมพล เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านผู้มีอภิปรายครับ ได้กล่าวนามสกุลเกี่ยวข้องกับผมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ถ้าผมฟังนะครับ ผู้อภิปรายได้กล่าวถึงท่านสุดารัตน์ว่าเข้าไปในศูนย์ทําไมอะไรอย่างนี้ เดี๋ยวประเด็นนี้ผมจะให้ท่านประชาได้ตอบว่าไปในฐานะอะไร ผมฟังอยู่นะครับ ถ้าส่วนเสียหายข้างนอก ถ้ากล่าวหาท่านสุดารัตน์อย่างไรให้ท่านสุดารัตน์ได้ฟ้องร้องเองนะครับ กรุณาเข้าใจนะครับ

นายสมพล เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวนามสกุล เกยุราพันธุ์ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับผมโดยตรงนะครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจครับเกี่ยวข้องกับลูกสาวท่านนะครับ แต่ว่าผมยังฟังอยู่ว่าเดี๋ยวจะให้รัฐมนตรีตอบ ถ้าหากว่าท่านสาทิตย์ไปกล่าวหาอะไรเสียหายให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี ได้เตรียมการมาตอบเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับท่าน ถ้าเสียหายอย่างไรถึงลูกสาวท่านก็ให้ฟ้องร้อง ท่านสาทิตย์เอาเองนะครับ ท่านกรุณานั่งได้แล้วครับ

นายสมพล เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ถึงจะไม่มีคําสั่งแต่งตั้งคุณหญิงสุดารัตน์ ก็เป็นราษฎรไทยคนหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนทางน้ําท่วมก็มีสิทธิจะเข้าไป ปรึกษาหารือหรือเข้าไปขอความช่วยเหลือด้วยประการต่าง ๆ การย้ําว่า สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ บ่อย ๆ ซึ่งเขาก็ไม่ได้อยู่ในสภานี้ เขาจะมาโต้ตอบไม่ได้ว่าเขาเข้าไปทําไม ผู้อภิปรายทราบได้ อย่างไรครับว่าเขาไปเกี่ยวข้องไปเกี่ยวเนื่องกับการทําหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เขา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจ แล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบเรื่องนี้นะครับ ให้รัฐมนตรีได้ตอบก่อนนะครับ คุณพ่อนั่งลงได้แล้วครับ พอแล้วครับ

นายสมพล เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ถอนคําพูดหน่อยนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือเขายัง ไม่ได้ว่าอะไรให้เสียหายว่าเข้าไปช่วยแจกของไปในศูนย์นี้อย่างไร เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรี ได้ตอบ คุณพ่อนั่งลงเถอะครับ

นายสมพล เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

วันนี้พูดไม่เข้าใจ หรือไม่ได้ฟังติดต่อ มันก็เสียหายถึงผมด้วยนะครับท่าน ผมใคร่ขอให้ท่านผู้อภิปรายซึ่งโดยส่วนตัวก็รักชอบพอกัน ได้ถอนคําพูดหรือชี้แจงให้แจ่มแจ้งด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผม วินิจฉัยแล้วคุณพ่อครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบก่อนนะครับ แต่ว่ายังไม่ได้กล่าวหาเสียหายไปทุจริตยังไม่มี เพียงแต่ว่าได้เข้าไปในศูนย์ไปดูแลอะไร เดี๋ยวผมขอให้รัฐมนตรีได้ตอบ ท่านนั่งลงได้แล้วครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ ผมไม่ให้ประท้วง แล้วครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานครับ ผมก็ระมัดระวัง ที่จะไม่ให้ใครเสียหาย แต่ก็พูดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านประธานก็พูดเองนะครับ ว่าที่พูดมาก็ยังไม่ได้ทําให้เสียหายเลย ภาพข่าวก็ปรากฏชัดครับ คนเขาก็เข้าใจครับว่า เมื่อเข้าไปแล้วไปให้สัมภาษณ์อย่างนั้นเป็นการยอมรับว่ากําลังมีการใช้ช่องทางของ คลองประปาเป็นช่องทางระบายน้ําหรือไม่ เพราะประเด็นมันคาบเกี่ยวครับในการให้ สัมภาษณ์ต่อบอกว่า ถ้าเข้าคลองประปาแล้วสามารถระบายออกทะเลไปได้อย่างปกติ มันก็ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ พอเหตุการณ์เข้าคลองประปาท่านนายกรัฐมนตรีก็รีบไปดูตั้งแต่ ตีสี่ แล้วเขาก็บอกว่าบังเอิญประตูน้ําสามเสนของ กทม. เสีย มันเลยทําให้มวลน้ําแผ่ท่วม ดอนเมือง หลักสี่ และปากเกร็ด บังเอิญมันเป็นอย่างนี้ครับว่าประตูระบายน้ําสามเสน ท่านไประบุเป็นของ กทม. ความจริงเป็นของกรมชลประทาน แต่พอระบุหลายครั้ง คนในซีกของ กทม. เองก็เริ่มเอะใจครับ ว่าทําไมจึงเป็นการระบุผิดทั้งที่น่าจะรู้ว่า นั่นเป็น ประตูระบายน้ํากรมชลประทาน จึงไม่แปลกใจเลยครับที่บางฝ่ายบอกว่ามีประเด็นการเมือง อยู่เบื้องหลังในเรื่องของคลองประปาด้วย แต่คนรับเคราะห์คือคนกรุงเทพมหานครครับ

ต่อมายังมีเหตุการณ์อีกท่านประธานครับ เหตุการณ์ของการไปชี้นําสนับสนุน มวลชนให้รื้อทําลายบานประตูคลองสามวา เขตมีนบุรี กรณีนี้มีหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง ความจริงก็ปรากฏเป็นข่าวลือทั่วไป ประชาชนก็รับทราบและจะมีเพื่อนสมาชิกอภิปราย เรื่องนี้ในรายละเอียด แต่ผลจากคลองสามวานี่ครับเป็นที่มาของพาดหัวข่าวว่าท่วมยกเมือง คลองสามวาทะลุไส้ กทม. เพราะใน กทม. คนที่เขาทํางานเขาก็บอกว่าพอมีการเปิด คลองสามวาหรือการไปรื้อบานประตูนั้นน้ําจะกระจายไปตามคลองย่อยซึ่งมีอยู่กว่า ๒,๐๐๐ คลอง และระบบระบายน้ําของ กทม. ทั่ว ๑,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร โดยคาดไม่ได้ว่า น้ําจะไปผุดที่ไหนบ้าง แต่ถ้าปิดบริเวณนี้โดยเฉพาะคอประตูน้ําก็จะแก้ปัญหาได้ นี่ครับ ศปภ. ท่านผู้อํานวยการไม่เคยมีบทบาทเข้าไปแก้ไขในเรื่องนี้เลย ปล่อยท้องถิ่น พอมีกลุ่ม นักการเมืองในซีกเดียวกับท่าน ท่านก็แบ๊ะ ๆ พูดไม่ออก เขาถึงบอกว่ามันไม่ใช่เรื่อง ธรรมชาติครับ มันเป็นความผิดพลาดและคนที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลยคือ ผู้อํานวยการ ศปภ. ท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก นี่ไม่นับกล่าวหาอีกเยอะนะครับ น้ําทะลุคลองประปาสุดท้ายมาติดคลองบางซื่อครับ คลองบางซื่อระบบสูบน้ําทํางานดี ก็มีคน ในซีกของรัฐบาลนี่แหละไปกล่าวหาว่าคลองบางซื่อไม่มีประสิทธิภาพ เอาสื่อมวลชนไปดู สุดท้ายไม่มีคลองบางซื่อนี่วันนี้ทะลักหมดครับข้างใน มันมีประเด็นการเมืองในการทํางาน ภายใต้ ศปภ. ตั้งแต่ต้น ไม่ตรงไปตรงมา ปัญหาก็เลยวิกฤติครับ เขาตั้งให้เป็นผู้อํานวยการ ศปภ. ในยุควิกฤติมาแก้วิกฤติ ไม่ใช่เอาการเมืองมาสร้างวิกฤติซ้ํา นี่คือยิ่งกว่าบกพร่อง นี่คือยิ่งกว่าล้มเหลว นี่คือยิ่งกว่าไร้ประสิทธิภาพ และเรายังจะไว้วางใจให้ทํางานต่อไปได้หรือ ในเมื่อสถานการณ์น้ําท่วมยังไม่จบ มันนานจนขนาดน้องน้ํากลายเป็นป้าน้ําไปแล้วครับ มันนานมากครับ ทหารที่ไปทํางานเขาให้สัมภาษณ์ชัดว่าหลายที่มีนักการเมืองท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับชาติคุมคนไปรื้อคัน ข่าวไปดูได้เลยเยอะครับ ผมจะไม่พูดถึง แต่การให้สัมภาษณ์ของข้าราชการที่ทํางานนี่สิครับชัด ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ ๑๙ ตุลาคม น้ําติดอิทธิพล คนให้สัมภาษณ์ท่านนี้ต่อมาเป็นประธานกรรมการ แก้ปัญหาเรื่องน้ําที่ท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งครับ ในช่วงปลายเดือนตุลาคมท่านให้สัมภาษณ์ บอกว่าการบริหารจัดการน้ําในขณะนี้ตกอยู่ในสภาพวัวพันหลัก เพราะรัฐบาลไม่กล้า ตัดสินใจ เช่น ควรประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการฉุกเฉินก็ไม่ทํา บางพื้นที่น่าจะทําก็ไม่ทํา ทําให้ต้องผันน้ําเลี่ยงไปทางอื่น กลายเป็นการซ้ําเติมสถานการณ์บางจุด ท่านพูดต่อครับ นอกจากนี้การบริหารจัดการน้ําฝั่งตะวันออก กทม. ซึ่งมีน้ําบ่ามาจากนวนครเข้ามา คลองรังสิตเพื่อส่งลงทะเลก็ไม่สามารถทําได้ เพราะนักการเมืองในพื้นที่ไม่ยอมให้น้ําผ่านไป ตามคลองต่าง ๆ ในพื้นที่ทุ่งรังสิต เนื่องจากบริเวณนี้เป็นฐานเสียงที่สําคัญ ทั้ง ๆ ที่ถ้าช่วยกัน ผันออกไปแค่คลองละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ น้ําจะท่วมแค่หัวเข่าเท่านั้น ไม่ท่วมบ้านเรือนมากมาย ขนาดนี้ คลองอื่นที่นักการเมืองไม่ยอมก็ใช่ว่าน้ําจะไม่ไปนะครับ เพราะน้ําจะเท้อไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ท่วมเช่นกัน ถ้าช่วยกันเสียตั้งแต่ต้นก็จะไม่รุนแรง กทม. ก็จะไม่เป็นอันตรายอย่างนี้ ศปภ. ไปอยู่ไหนครับ ไม่แก้ปัญหา สุดท้ายวันนี้ชาวบ้านทะเลาะกัน ท่านเห็นหลายจุดครับ ปิดโทลล์เวย์วันก่อน ก็มีปัญหาจนมีการไปทําร้ายรถยนต์ที่ฝ่าขึ้นมา จุดที่บางแค จุดที่อื่นเยอะครับ ฝ่ายการเมืองไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องเลย สุดท้ายเขาเลยบอกว่า ศปภ. กําลังจะกลายเป็น ศูนย์แพแตกแห่งชาติ คือลอยแพท่านประชาคนเดียว แต่คนเดือดร้อนคือประชาชนครับ ในที่สุดทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่ทําให้ระบบการผันน้ํามีปัญหา แล้วน้ําตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม ก็ท่วมมาเรื่อยครับ แนว ๓ แนวที่ท่านประชาวางเอาไว้ เมืองเอก ๓ เมตร วันนี้เหลือ ๒ เมตร มหิดล ศาลายา ๒ เมตร รังสิต คลองหกท่วมลามมาถึงสายไหม วันนี้ยังท่วมอยู่ครับ สุดท้ายด้วยความที่ตัดสินใจโดยใช้การเมืองเป็นพื้นฐานอย่างนี้น้ําก็ท่วม ศปภ. พาดหัวข่าวชัดครับ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ปิดดอนเมือง ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ รับ กทม. วิกฤติ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนรับเอง นี่คือความบกพร่องไร้ประสิทธิภาพในข้อแรก ไม่ใช่เรื่อง ธรรมชาติ เป็นความผิดพลาดของคนครับ

ข้อที่ ๒ ที่ท่านบริหารผิดพลาดและบกพร่องล้มเหลวมาก ซึ่งจะมีเพื่อน สมาชิกพูดในรายละเอียดต่อไปคือการสื่อสารในภาวะวิกฤติ เขาบอกว่าในการบริหาร ในภาวะวิกฤติ การสื่อสารในภาวะวิกฤติเป็นเรื่องสําคัญที่สุด เพราะจะทําให้คนเตรียมตัว ได้ครับ ๕๐ วันมานี้ ศปภ. ไม่เคยตอบคําถามง่าย ๆ ๓ ข้อนี้ได้เลย ๑. ท่วมไหมที่นี่ ๒. มาเมื่อไร ท่วมนานไหม ไม่เคยตอบได้ครับ วันหนึ่งบอกกรุงเทพฯ เอาอยู่ เสร็จ วันหนึ่ง บอกนวนครเอาอยู่ ก็เสร็จ มี ๒ เหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤติล้มเหลว

อันที่ ๑ ก็คือกรณีแถลงข่าวครับ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ท่านรัฐมนตรีประชา ในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. กับรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ผู้สื่อข่าวรายงานมากรณีที่เป็นการแถลงเตือนภัยประชาชนในพื้นที่ใกล้กับ ประตูน้ําคลองบ้านพร้าว อําเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ศปภ. ออกมาแถลงบอกว่า ให้อพยพภายใน ๗ ชั่วโมง บอกเลยครับพื้นที่ไหนบ้างต้องขนของ คนโกลาหล เพราะถ่ายทอดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ คนเขาฟังอยู่ ไม่ถึง ๑๐ นาทีครับ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศปภ. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก พร้อมด้วย รัฐมนตรีท่านอื่นและรองผู้อํานวยการ ศปภ. ร่วมกันแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็บอกว่า รายงานล่าสุด ล่าสุดของท่านคือ ๑๐ นาทีที่แล้วบอกอพยพเถอะ อีก ๑๐ นาทีต่อมาบอก ล่าสุดแก้ไขได้แล้ว สถานการณ์ดีขึ้นอยู่ในระดับหนึ่ง ซ่อมเสร็จทันตามกําหนดไม่ต้องอพยพแล้ว อันนี้เป็นที่มาของการสื่อสารที่วิกฤติที่สุดและทําให้คนไม่เชื่อถือ ศปภ. ครับ สุดท้ายภาคประชาชนที่ไปทํางาน เขาก็มีทวิตเตอร์ (Twitter) มีเฟซบุ๊ก (Facebook) แจ้งกันไป นักวิชาการซึ่งถูกจัดอยู่แถว ๒ ใน ศปภ. พูดจาคนเชื่อถือมากกว่ารัฐบาลและ ศปภ. เสียอีก คนก็ติดตามสถานการณ์น้ําจากนักวิชาการครับ แต่ที่ทําให้คนเกือบตายนะครับ โกลาหลที่สุดยิ่งกว่าสึนามิคือกรณีนวนครครับ นวนครเป็นกรณีที่สับสนที่สุด และเป็นกรณี ที่ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพที่ชัดเจนที่สุด ความจริงไม่ใช่ นิคมอุตสาหกรรมแรกที่จม มันจมไล่มาเรื่อยแล้วละครับ แต่พอถึงนวนคร ศปภ. ประกาศ ตลอดว่าเอาอยู่ ๆ เสริมคันเข้าไป รถกี่คัน ๆ แถลงกันไป ถึงขนาดท่านรัฐมนตรีประชา บินไปดูเองครับ ช่วงนั้นท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ไปดูด้วย มีการแถลงโดยทีม โฆษก ศปภ. ซึ่งท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ตั้ง แจ้งให้คนอพยพครับ รายงานข่าวไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ ๑๘ รายงานว่า ทีมโฆษก ศปภ. นําโดย พลตํารวจเอก พงศพัศ และนายวิม เลขานุการรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ ให้ประชาชนที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ผู้ที่อยู่โดยรอบ คือธรรมศาสตร์ รังสิต สนามกอล์ฟ หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ๒๐๐,๐๐๐ คน อพยพออกจากพื้นที่เนื่องจากน้ําเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนครแล้ว ต่อมาทีมโฆษกก็บอกอีกครับว่าเตรียมจุดพักพิงไปไหนบ้าง นักข่าวก็ถามนายวิมว่าเป็นคําสั่ง คุณประชาหรือเปล่า บอกใช่ เป็นคําสั่งคุณประชา คล้อยหลังมาไม่นานครับ พลตํารวจเอก ประชา กลับจากตรวจนิคมอุตสาหกรรมนวนครให้สัมภาษณ์บอกว่ายังสามารถรับสถานการณ์ได้ แต่ให้ประชาชนเตรียมการขนของขึ้นที่สูงเอาไว้ด้วย หากใครต้องการอพยพ ก็แจ้งมา แต่ยืนยันบอกว่าน้ําเข้าไปเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้สื่อข่าวก็ถามนายวิมกับ พลตํารวจเอก ประชา ว่ายังต้องอพยพไหมเพื่อความปลอดภัย สุดท้าย พลตํารวจเอก ประชา ก็ปฏิเสธที่จะแถลงข่าวบอกว่าเป็นหน้าที่โฆษก ศปภ. คนในนวนครก็ว่ากันต่อครับ แต่หลังท่านออกจากนวนครกลับมากรุงเทพฯ ไม่เกิน ๑ ชั่วโมงเศษต่อมานวนครแตกครับ ภาพที่เห็นก็คือนวนครแตก คนวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน มีรัฐมนตรีท่านหนึ่งยอมรับด้วยครับ ผมดูรายการท่านให้สัมภาษณ์อยู่ และท่านพูดในที่ประชุมสภานี้ด้วย ตัวท่านก็ยืนอยู่ แต่ท่าน มั่นใจแล้วว่าแตกแน่ท่านก็หนีก่อนครับ นี่คือตัวอย่างของความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ประเด็น คืออะไรครับ สื่อสารวิกฤติล้มเหลว คนไม่ได้เตรียมตัวครับ ตอบไม่ได้น้ํามาเมื่อไร ท่วมไหม ตรงนั้น ตรงนี้ คนก็เตรียมตัวกัน พอเตรียมตัวไปไม่ประกาศเขาก็คลายใจ พอคลายใจน้ําก็มา มีอีกหลายตัวอย่างครับ เวลาท่านบอกน้ําค่อย ๆ มา แต่เวลาทะลักมันทะลักแรง หลายที่ เห็นไหมครับ หมู่บ้านชวนชื่นฟลอร่าวิลล์รถลอยเต็มไปหมดเลยครับ กระทั่งในดอนเมือง ที่ประกาศคนไปจอดเยอะแยะของเจ้าหน้าที่เองก็ท่วมหมดครับ แต่ที่ร้ายกว่านั้นครับใน ศปภ. มีการโพสต์ (Post) เฟซบุ๊กครับ โจมตีไปถึงรัฐบาลชุดที่แล้ว คือนอกจากบริหารผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพเองแล้ว ไปลงเฟซบุ๊กวันที่ ๓๑ ตุลาคมครับ ศปภ. ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กซึ่งคนอ่านเยอะครับ บอกนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พึ่งเข้ามาบริหารประเทศได้แค่ ๒ เดือน แต่ต้องผันคาบเกี่ยวไปถึงยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บริหารข้อมูลน้ําผิดพลาดในห้วง ๗-๘ เดือนก่อนหน้า ซึ่งสมควร ต้องแสดงความรับผิดชอบเต็ม ๆ เหมือนกัน ต่อมาคุณสุทธิชัย หยุ่น ไปทวิต (Twit) ลงในทวิตเตอร์ของท่านครับ นี่ครับเป็นการยืนยันว่า ศปภ. โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก ศปภ. บอกยิ่งลักษณ์เข้ามาแค่ ๒ เดือน อภิสิทธิ์บริหารน้ําผิดพลาดก่อนหน้านี้ ๗-๘ เดือน ต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ เหมือนกัน มันถึงเป็นที่มานี่ครับ ควรจะต้องอธิบายเรื่อง สถานการณ์น้ําในเขื่อน ที่บอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วออกไปน้ํามีไม่ถึงครึ่งเขื่อน มันอยู่ในจุดต่ําสุด ของจุดที่รับน้ําได้ เพราะมันแล้งก่อนหน้านั้น ตอนที่ท่านเข้ารับหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนี้เข้ามาน้ํามีครึ่งเขื่อน แต่เพราะเก็บเอาไว้น้ําก็ทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นเส้นที่ชัน ขึ้นมา ก็อภิปรายกันในสภานี้ แต่ประเด็นผมก็คือ ศปภ. จะต้องไปโจมตีคนอื่นผ่านเฟซบุ๊ก ของตัวเองเพื่ออะไรครับ

นี่คือประเด็นที่บอกว่าการบริหารการสื่อสารในภาวะวิกฤติของ ศปภ. นั้น ล้มเหลว แจ้งใครไม่มีใครเชื่อ สุดท้ายน้ําก็ท่วม ประชาชนก็ต้องฟังทางนักวิชาการ ดูทวิตเตอร์ ดูเฟซบุ๊ก เชื่อข่าวลือ หลายที่ถึงวิกฤติขณะนี้ แล้วคนก็บอกสุดท้ายเขาต้องพึ่งตัวเอง การตั้ง พลตํารวจเอก ประชาเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. จึงเป็นคําสั่งแต่งตั้งให้ท่านทํางาน ที่ท่าน ไปทํางานล้มเหลวอย่างยิ่ง ที่สุดยอดที่สุดครับ เลขานุการท่านเอง เลขานุการ ศปภ. คือ นายถิรชัย วุฒิธรรม ประทานโทษที่เอ่ยนาม ไม่ได้ทําให้เสียหาย ไปให้สัมภาษณ์บอกว่า ยอมรับ ศปภ. ไร้แผนแก้ปัญหาน้ํา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๔ ครับ บอกบริหารไปแต่ละวันไม่ได้มีแผนหรอกแก้ปัญหาน้ํา ลืมดูไปครับ พลตํารวจเอก ประชาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันศุกร์ที่ ๒๑ ตุลาคม ปี ๒๕๕๔ บอกว่าขณะนี้ได้วางแผนเตรียมรองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉินเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถ เปิดเผยได้เพราะเกรงว่าจะเกิดกลียุคต้องรอจังหวะที่เหมาะสมก่อน จังหวะไหนครับ หมดแล้ว ท่วมไปหมดแล้ว นี่คือความไร้ประสิทธิภาพที่สุด แล้วพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ก็จะได้เห็นข้อเท็จจริง

ในประการสุดท้ายครับ ข้อบกพร่องล้มเหลวที่ร้ายแรงที่สุดของท่าน คือจงใจปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและทําผิดกฎหมายซึ่งจะมีผู้อภิปรายต่อไป ทั้งหมด ที่ผมชี้ให้กับท่านประธานเห็นมาตั้งแต่ต้น เป็นการย้ําให้เห็นชัดว่าการแต่งตั้ง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นผู้อํานวยการ ศปภ. นั้นได้มีการใช้อํานาจหน้าที่บริหารจัดการ ผิดพลาดตั้งแต่เรื่องคน เรื่องแผน การสื่อสาร จนกระทั่งเกิดผลกระทบเสียหายอย่างร้ายแรง ต่อประชาชนนับล้านครอบครัว เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากมายนับเป็นล้าน ๆ บาท หากเราจะไว้วางใจให้ท่านทํางานต่อไปทั้งที่สถานการณ์น้ํายังไม่จบ ผมก็คิดว่าความเสียหาย ในประเทศนี้ก็มากมายเหลือคณานับ ท่านเหมือนแม่ทัพที่เขาแต่งตั้งให้สู้รบกับกองทัพข้าศึก ซึ่งยกทัพมาล้อมเมืองไว้แล้ว ให้ทั้งเสื้อคลุม ก็คืออํานาจ หน้าที่ ตําแหน่ง ให้ทั้งดาบ คืออํานาจในการสั่งการและงบประมาณ แต่สิ่งที่เขาให้ไม่ได้คือความสามารถในการ ใช้ดาบนั้นครับ วันนี้ท่านไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพที่จะทําหน้าที่ในตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสาทิตย์แป๊บหนึ่งครับ ท่านก่อแก้วประท้วงอะไรครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ผู้อภิปรายเจตนา ให้ข้อเท็จจริงที่เป็นเท็จที่กล่าวหาว่าทางท่านประธาน ศปภ. ได้ดําเนินการผิดพลาดทุกเรื่อง ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ถ้าวันนี้ถ้าผิดพลาดทุกเรื่อง สภาแห่งนี้น้ําคงท่วมเรียบร้อยแล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านก่อแก้วครับ ให้ผมได้วินิจฉัยครับ ฟังสักนิดนะครับ เดี๋ยวให้ท่านประชาตอบว่าบกพร่อง อย่างไร ตอนนี้ท่านฟังก่อนครับ ไม่ครับ คือท่านอย่าได้ตอบแทนท่านรัฐมนตรีครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะให้เฉพาะผู้ที่ถูกพาดพิงเท่านั้นครับ ท่านก่อแก้วท่านนั่งลง เถอะครับ เชิญครับท่านสาทิตย์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ผมจะจบอยู่แล้วจะไปประท้วงทําไม ผมก็จะสรุปง่าย ๆ อย่างนี้ดีกว่าครับ ๕๐ วันก็พอแล้วครับ ท่านตัดสินใจเถอะครับ จะลาออกเอง หรือจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีปรับ ครม. แต่พวกกระผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่าน ทําหน้าที่นี้ได้อีกต่อไปครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเก่ง การุณ โหสกุล ครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นก็ขออนุญาตไหน ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วก็ขออนุญาตได้ใช้เวลาสักชั่ววินาทีในการยืนสงบนิ่ง เพื่อไว้อาลัยให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเราถือว่าเป็นพรรคที่เก่าแก่ครับ เป็นพรรคที่ทํางาน คู่กับสังคมไทยมายาวนาน แต่ในวันนี้เองครับในวิกฤตินี้พรรคการเมืองฝ่ายค้านนํามาใช้เป็น โอกาส มาใช้วลี มาใช้น้ําลายในการที่จะมากลบคราบเหงื่อของพี่น้องผู้ทํางานมอบความสุข ให้กับประชาชน ท่านประธานครับ ขออนุญาตเข้าใช้สิทธิพาดพิงเลยนะครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นั้น

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเก่ง การุณครับ ท่านรัชฎาประท้วงเรื่องอะไรครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎา มี ภรณ์ นะคะ รัชฎาภรณ์ค่ะ ก็ประท้วงท่านประธานค่ะที่ปล่อยให้ผู้อภิปรายพูดในประเด็น ที่ไม่ใช่เรื่องพาดพิงเลยนะคะ พูดไปอยู่ตั้งนานเพื่อที่จะว่ากล่าวคนอื่นเขา ท่านประธาน ต้องเข้มงวดค่ะ ท่านประธานมัวแต่คุยกับท่านอื่นอยู่ไม่ได้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเพิ่ง รับเรื่องว่าท่านอภิรักษ์จะอภิปรายต่อ เชิญท่านการุณเอาในเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย ผมฟังอยู่นะครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมจริง ๆ แล้วไม่ใช่คนพูดมากครับ แล้วก็กราบยืนยันว่าในการพาดพิงนั้น ผมก็จะตอบเป็นประเด็น ๆ ครับ มีอยู่ ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกเลยครับ สําหรับที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ถือว่าเป็นพี่ชาย ที่เคารพของผมนั้นได้กล่าวพาดพิงให้เกียรติผม บอกว่าผมเองเป็นคนไปอ่านตามหนังสือ ไปฟังตามนายอําเภอปากเกร็ด บอกว่าผมพาคนไปรื้อคลองประปา ด้วยความเคารพครับ วันที่ ๒๐ ตุลาคม เวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา น้ําเริ่มเข้าคลองประปาครับ ในเวลาตั้งแต่บ่าย ยันเย็นมีพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นของกรุงเทพมหานครคือเขตดอนเมือง หลักสี่ แล้วก็พี่น้องชาวปากเกร็ด ก็มีวิวาทะมีปากมีเสียงกัน เนื่องจากท้องถิ่นของปากเกร็ดนั้น ได้มาปั้นคันดินในแนวเลียบคลองประปาตั้งแต่ถนนศรีสมานไปจนถึงถนนแจ้งวัฒนะ ผมเองครับ ผมเองเป็นคนที่ไปประสานงานแล้วก็ขอร้องในการที่จะให้ทางกรมชลประทานนั้น ได้มาปั้นคันดินทั้ง ๒ แนวครับ ในเวลาประมาณ ๒ ทุ่ม ผมได้ไปประสานงาน ได้ไปพูดคุยกับ เจ้าหน้าที่ทางปากเกร็ด โดยมีท่าน ส.ส. มนตรี ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่าน ส.ส. เฮง ของปากเกร็ดครับ ในการพูดคุยบอกว่าการปั้นคันดินนั้นทําให้เกิดผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนหลาย ๆ หมื่นคนตั้งแต่แนวดอนเมืองถึงหลักสี่ ก็ตกลงกันได้ครับ ตกลงกันได้ก็คือว่า ทางปากเกร็ดนั้นบอกว่ามีรถแบคโฮอยู่ ๑๐ คัน จะแบ่งรถให้ฝั่งละ ๕ คัน แล้วก็นํามาปั้นดิน รอบคลองประปาทั้ง ๒ ฝั่งไป นั่นคือสิ่งที่เราทําครับ เราไม่ได้ไปพังคันดินครับ และในเวลา ประมาณ ๕ ทุ่ม มีพี่น้องประชาชนนั้นไม่พอใจ เนื่องจากทางฝั่งปากเกร็ดไม่ทําตามคําพูด ฝั่งปากเกร็ดนั้นใช้รถเดินบนถนนเลียบคลองประปาปั้นดินตลอดแนวไประยะทาง เป็นกิโลเมตร แต่ในฝั่งดอนเมืองที่ตกลงกันไว้นั้นไม่ทําครับ ผมได้ประสานงานไปกับ ท่าน ส.ส. มนตรี ท่าน ส.ส. มนตรีบอกว่า พี่โดนงาน เก่ง พี่โดนวางงาน ผมเองก็ได้กลับไป เพื่อที่จะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นเวลาประมาณ ๕ ทุ่ม เที่ยงคืน ผมก็ไปบอกครับว่า พี่น้องที่รักครับ ในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ํานั้นเป็นคํารับปากของผู้ใหญ่ ที่มีความรับผิดชอบกับบ้านเมืองในฝั่งปากเกร็ด แต่ในตอนนี้เขาไม่ทําตามคําพูด ฉะนั้นแล้ว ในสิ่งที่พูดคุยกันมาตอนหัวค่ํานั้นผมถือว่าผมไม่ได้รู้ ไม่ได้ยิน ไม่รับผิดชอบอะไร อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับผม ผมขอกลับ ขออนุญาตครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย บอกว่ามีคลิป ท่านเปิดมาสิครับว่ารถของใครเป็นคนไปจ้วงดินทิ้งฝั่งปากเกร็ดครับ รถ ๕ คัน เป็นรถของใครครับ ดอนเมืองแม้แต่ปัญญาจะมีมอเตอร์ไซค์ข้ามมายังไม่ได้เลยครับ น้ํามันท่วม รถแบคโฮเป็นของฝั่งปากเกร็ดครับ ๕ คัน เขาทํางานเขาเองโดยที่ผมก็ไม่รับรู้ หลังเวลานั้นผมก็กลับบ้านครับ เช้ามาดูตามข่าวครับบอกว่ามีนายอําเภอปากเกร็ดคนหนึ่ง ไปออกรายการโทรทัศน์ บอกว่าเขาว่ากันว่า ส.ส. การุณ โหสกุล พาคนมาพังดินโดยเอา รถแบคโฮมาจากฝั่งดอนเมือง เท็จครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ถ้าท่านสาทิตย์นั้น จะใช้ข่าวมาแปะ ใช้ข่าวมาอ่าน ใช้ข่าวมาชี้โดยที่ไม่ทําการบ้าน ผมถือว่าไม่สมเกียรติ กับท่านครับ ท่านเป็นถึงอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านนําข่าวตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ จากสื่อโทรทัศน์แล้วเอามาอ่านบรรยาย เชื่อได้หรือครับ ก็ขออนุญาตปฏิเสธชัดเจนนะครับว่าผมเองนั้นไม่ได้ไปทําอะไรเลย ผมเองเป็นคนที่จะปกป้องครับ เพราะผมเชื่อว่าน้ําประปานั้นคือหัวใจสําคัญ ไฟดับไม่เป็นไรครับ น้ําท่วมไม่เป็นไรครับ แต่น้ําประปาต้องมีใช้และต้องสะอาดด้วย ผมยืนยันว่าผมเป็นคนปกป้องคลองประปาครับ หลังจากนั้นมาผมก็ประสานงานผ่านผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน แล้วก็ประสานกับกรมชลประทาน เป็นคนพาไปชี้จุดให้กั้นคลองประปาทั้ง ๒ ฝั่งครับ ยืนยันชัดเจนนะครับว่าผมเองนั้น เป็นคนปกป้องคลองประปาครับ

เข้าสู่เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกพาดพิงใน ศปภ. ครับ วันที่ ๘ ตุลาคม เป็นวันที่ ศปภ. นั้นได้เปิดขึ้นวันแรก ก็มีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณพ่อผม กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ วันแรกเลยครับ เราเองนั้นก็ถือว่า เป็น ส.ส. ในพื้นที่ที่มีโอกาสแล้วจะต้องทําสิ่งดี ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน ผมเองก็ได้อาศัย ทีมงานที่มีอยู่ไปหาแนวร่วมก็คืออาสาสมัคร จิตอาสา วันหนึ่งท่านเชื่อไหมครับ ถ้าคน ไม่ศรัทธาจะมีคนมาวันละ ๕,๐๐๐ คน ๑๐,๐๐๐ คนหรือครับ ในการมาเป็นจิตอาสา ในการนําน้ําใจนั้นมาช่วยกันทําสิ่งของเพื่อที่จะมอบให้กับพี่น้องประชาชน วันแรกครับ คุณพ่อกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ นําสิ่งของถุงยังชีพมามอบ มีคนหวังดีเอาชื่อท่าน ไปแปะครับ อีกฝ่ายหนึ่งก็เอาไปลงสาดเสียเทเสียบอกว่าท่านของไปแล้วไปติดชื่อเอาไปแจก คนละมุมเลยครับ นั่นคือน้ําใจเริ่มแรกจากคุณพ่อกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ท่านมามอบให้ เราเป็นคนรับครับ เราก็เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ละครับเป็นเริ่มของธารน้ําใจ เราก็ได้มีการ ประชาสัมพันธ์ปากต่อปากออกไป แล้วท่านจะเห็นครับว่าภายในเวลาวัน ๒ วันนั้น

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับคุณเก่ง เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงสั้น ๆ เลยครับ ขอกระชับหน่อยนะครับ ประเด็นของท่านที่ถูกพาดพิงแล้วเสียหาย ไม่อย่างนั้นการอภิปราย ไม่ไว้วางใจมันก็เดินไม่ได้ครับท่านครับ ขอความเห็นจากสมาชิกฟากโน้นด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเก่ง ก็กระชับนะครับ ท่านก็โดนพาดพิงเยอะ สรุปด้วยนะครับท่าน

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

กราบขอบคุณท่านประธานครับ ผมพยายามจะกระชับครับ เพราะผมพูดไม่เก่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๘ เป็นวันเริ่มครับ แล้วเราเองนั้นไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือประชาชนทั่วไปนั้นก็มีจิตใจที่อยากจะ มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเองทนไม่ได้หรอกครับที่จะเห็น พี่น้องประชาชนนั้นได้รับความยากลําบากแล้วเราจะนิ่งดูดาย ผมย้อนกลับไปนิดเดียวครับ ก่อนหน้านั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา อ่างทอง ผมไปมาทุกจังหวัดครับก่อนวันที่ ๘ แล้วก่อนหน้านั้นอีกครับ อําเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ผมก็ไปมา ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยมีดินถล่ม มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ในเวลานั้นครับ ผมก็ได้มีโอกาสไปกราบพี่ชายของผมที่ผมเคารพ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ พี่ประพร เอกอุรุ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ไปร่วมงานศพกันครับ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สิ่งเหล่านี้ถือว่าเรานั้น เป็นผู้แทนแล้วนี่เห็นความยากลําบากไม่ว่าพี่น้องจะอยู่ที่ไหนเราต้องทําครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเฉพาะ ในส่วนที่ท่านเสียหายพอนะครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ในการปฏิบัติหน้าที่ใน ศปภ. วันแรก ๆ นั้น เราเป็นคนพื้นที่เราทราบครับว่ามี ศปภ. นั้นมาตั้งที่ดอนเมือง เราเองก็ได้พา พี่น้องประชาชนเข้าไปร่วมกันในการที่จะช่วยเหลือ ราชการนั้นมีสิ่งใดที่ให้เราช่วยเหลือนั้น เราก็พยายามทําอย่างเต็มที่ครับ แล้วผมเองกราบยืนยันครับว่าทุกอย่างที่ทํานั้นทําด้วย ความตั้งใจและทําด้วยความที่อยากจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เหตุการณ์ใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อหน้านี้หรือต่อ ๆ ไปนี้ไม่ว่าจะมีผลร้ายแรงสักเพียงใดครับ ผมน้อมรับ ถ้าผิดครับอย่าเพียงแค่ ให้ออกหรือถอดถอน เอาไปประหารเถอะครับ สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมอึดอัดที่สุด ในระบอบประชาธิปไตยของพวกเรา สิ่งเหล่านี้ครับเป็นสิ่งที่อึดอัดที่สุดในสิ่งที่อยากจะพูด ในวันนี้ก็คือว่าในเมื่อประชาชนจะตายต่อหน้าท่านจะให้ผมนิ่งดูดายได้หรือครับ ผมไม่ใจดํา เหมือนพวกท่านหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่านเก่ง ไม่ว่าใครแล้วครับ เอาเฉพาะท่านใจดีพอแล้วครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมถูกต่อว่าต่อขาน ต่าง ๆ นานา แก้แล้วแก้อีกครับ บิ๊กแบ็ก (Big bag) ก็อีกครับ ไปกราบกรานพี่น้องประชาชน ไปขอร้องพี่น้องประชาชนว่าอย่ามารื้อ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเก่งครับ มีคนประท้วง ท่านอรรถพรเชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองประท้วงท่านผู้อภิปราย คุณเก่ง ข้อ ๖๑ ที่จริงผมเห็นใจไม่อยากจะประท้วง เพราะเดือนที่ผ่านมาท่านเจออะไรหนัก ๆ มาเยอะนะครับ แต่ว่าท่านใช้เวลาไปมาก พอสมควร ถ้ากระชับรัดกุมไปกว่านี้ก็จะทําให้ฝ่ายค้านได้มีโอกาสทํางานมากยิ่งขึ้น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านอรรถพร ผมเข้าใจ ท่านเก่งสรุปได้แล้วครับ เชิญครับ ท่านไม่ต้องประท้วงครับ ผมให้ท่านเก่งพูดแล้วครับ เชิญครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ก็ขอบคุณนะครับ พี่ ๆ ฝ่ายค้านต้องกราบขออภัยด้วย เพราะว่าเป็นสิ่งที่อึดอัดแล้วก็อัดอั้น พอสมควรครับว่า วันนี้ได้มีโอกาสพูดก็อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองนั้นได้คิดนะครับ

ท่านประธานครับ สําหรับอีกกรณีหนึ่งเกี่ยวกับบิ๊กแบ็กที่พูดกันนักกันหนา เราก็เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราพยายามนั้นก็คือพยายามที่จะช่วยหลาย ๆ หน่วยงานในการ แก้ปัญหาทั้งระบบ ผมเองถูกเป็นจําเลยมาตลอดครับ แต่เวลาแก้ข่าวแล้วก็ไม่เอามาพูดกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อนะครับ ผมอยากให้บรรยากาศของ การประชุมไปได้ด้วยดี ผมเห็นว่าท่านประธานพยายามจะควบคุมนะครับ แต่เรื่องบิ๊กแบ็ก ไม่มีใครพูดนะครับ เพราะฉะนั้นการพาดพิงในสิ่งที่ตัวเองเสียหายเท่านั้น และควรจะต้อง กําหนดเวลาหรือกํากับเวลาพอสมควรนะท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอด ผมเข้าใจแล้วครับ ท่านเก่งครับ ก็เอาเฉพาะส่วนที่ท่านถูกพาดพิง ไม่ถูกพาดพิง ท่านไม่ต้องพูดแล้วครับ เอาเฉพาะส่วนที่ท่านเสียหาย

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประสิทธิ์อย่าประท้วงนะครับ จะให้ท่านเก่งได้มีโอกาสได้ชี้แจงมากกว่า เพราะท่าน ถูกกล่าวหา เชิญครับท่านจ่าประสิทธิ์

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

นิดเดียวครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ กระผมขอประท้วงท่านประธานครับ ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ เมื่อครั้งที่ผู้อภิปราย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อภิปราย ท่านประธานก็บอกสมาชิกว่า ไม่ต้องประท้วงนะครับ ปล่อยให้ผู้อภิปรายอภิปรายไปก่อน เสร็จแล้วเมื่อคุณการุณ โหสกุล ถูกพาดพิง แล้วเมื่อถึงคิวเขาบ้าง เขากําลังอภิปรายอยู่มีฝ่ายตรงกันข้ามลุกขึ้นประท้วง ท่านประธานก็อนุญาต

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประสิทธิ์ครับ การประท้วงเป็นสิทธิของผู้แทน แต่ว่าผมมีหน้าที่วินิจฉัยเหมือนท่าน ลุกขึ้นมานี่ละครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ ผมจะให้ท่านเก่งใช้สิทธิเฉพาะในส่วนเสียหายเท่านั้นนะครับ ผมต้องยึดข้อบังคับ คนทําหน้าที่ประธานต้องยึดข้อบังคับเป็นหลัก ท่านต้องเข้าใจ ก็ผมให้ท่านประท้วงแล้วอย่างไรครับ ผมพยายามรักษากติกาให้ดีที่สุดเพื่อให้การประชุม ราบรื่น ท่านประสิทธิ์นั่งลงเถอะครับ ผมอนุญาตให้คุณเก่ง การุณพูดต่อแล้วครับ เดี๋ยวถ้า ท่านประท้วงฝั่งโน้นประท้วงก็เหมือนเดิมอีก ท่านนั่งผมเข้าใจแล้วครับ ผมให้สิทธิเฉพาะ ผู้ถูกพาดพิงนะครับ ก็ในส่วนที่เสียหายข้อบังคับเขาว่าอย่างนั้นนะครับ ไม่เช่นนั้นผู้ถูกพาดพิง จะอภิปรายไม่ได้ ถ้าเข้าใจขอให้ท่านเก่งได้แก้ข้อกล่าวหาที่ถูกกล่าวหา ท่านถูกพาดพิง ท่านต้องนั่งแล้วครับท่านประสิทธิ์ ท่านต้องนั่งแล้วครับ ผมใช้ข้อ ๘ อย่างเคร่งครัดนะครับ เชิญท่านเก่ง การุณครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

กราบขอบคุณท่านประธานครับ ผมก็คงใช้เวลาอีกไม่เยอะแล้วครับท่านประธานครับ เพราะว่ามีพี่ ๆ ฝ่ายค้านก็ต้องการพูด อีกเยอะนะครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนครับว่าในสิ่งที่เกิดขึ้นในการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน ในการทํางานตลอดระยะเวลาก่อนน้ําท่วมจนถึงปัจจุบันนี้ ผมเองมีความตั้งใจ ที่จะเป็นอะไรก็ได้ในการที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นได้คลายความทุกข์ ได้มีรอยยิ้มอยู่บ้างครับ หลาย ๆ ท่านก็เชื่อแต่ละหลายอย่าง แต่ผมยังเชื่อว่าน้ําลายไม่มีทางล้างคราบน้ําตาได้ครับ ณ ตอนนี้ถ้าไหน ๆ จะเอาน้ํามาทําเป็นการเมืองแล้ว ผมก็ต้องขออนุญาตฝากท่านประธาน ไปถึงท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า ในกรุงเทพมหานครของผมนั้น ๑๐ เขต ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นของพรรคเพื่อไทยน้ําท่วม ท่วมมานานแล้วครับ ก่อนที่จะท่วมผมได้กราบกรานไปถึงท่านผู้ว่าราชการ ไปถึงสํานักระบายน้ํา ให้พร่องน้ํา ในคลองเปรมประชากรให้ผมหน่อย ไม่ได้รับการตอบรับครับ ผมก็ขอฝากท่านว่าอย่างไร ก็ฝากไปถึงพี่ ๆ ที่มีอํานาจมีศักยภาพในกรุงเทพมหานครได้กรุณาครับ ผมจะเป็นท่านเก่ง หรือวันหน้าจะเป็นอ้ายเก่งก็ช่างครับ ผมขอเพียงแต่ท่านนั้นช่วยทํางานให้พี่น้องประชาชน ให้ได้รับความสุขเหมือนที่พรรคเพื่อไทยทําเถอะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐเอาเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิงนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงและเสียหายมาก ในฐานะที่ ๑. ผมเป็นคนจังหวัดสมุทรปราการ ๒. ผมเป็นผู้แทนปวงชนของ จังหวัดสมุทรปราการ เขาเลือกผมมา ๓. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ดูน้ําท่วมอยู่นี่ละครับ การแก้ไขปัญหาน้ําท่วมเมื่อสักครู่ที่ผมกล่าวนี่ ผมกล่าวเพื่อเตือนให้รู้ว่าถ้าไม่มีความรู้อย่ามาวิพากษ์เรื่องน้ํา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเก่ง ไม่ว่าใคร เขาได้สิทธิอภิปราย ท่านเอาเฉพาะท่านเสียหาย เมื่อสักครู่ผมฟังอย่างนี้นะครับ เก่งครับ เขาพูดถึงว่า ส.ส. สมุทรปราการรวมกันปกป้องจังหวัด ผมถือว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ําไป

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ไม่เป็นอะไรครับ ผมก็อุตส่าห์นั่งฟังจนท่านอภิปรายจบนะครับ วันนี้ครับท่านประธาน ผมถามว่านี่น้ําท่วมไหมครับ อย่างนี้ท่วมไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐเอาเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิงนะครับ ผมไม่ได้อนุญาตให้ท่านอภิปรายนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานนี่ถือว่า เป็นการทํางานไหมครับ คนที่อยู่ในน้ําครํานี่ครับ ให้ดูครับ ไม่ได้มาอภิปรายเพื่อมาใช้เวลานะครับ ผมกําลังกล่าวว่าพวกผมเสียหายมาก ผมเสียหาย ท่านอดีต ส.ส. คุณหมอวัลลภเสียหาย ท่าน ส.ส. อนุสรา เสียหายจากที่ท่านอภิปรายพาดพิงมา คุณอุเทน ชาติภิญโญ หนึ่งในผู้ร่วมในการป้องกันไม่ให้ปากน้ําถูกน้ําท่วมนี่นะครับเสียหาย เพราะบ้านเขาถูก น้ําท่วมที่จรัญสนิทวงศ์ ๑๓ ที่ฝั่งธนบุรี แต่วันนี้ยังเสียสละอยู่เลยในการที่จะพยายามแก้ไข ปัญหาน้ําท่วมฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา วันนี้ท่านประธานครับ จังหวัดสมุทรปราการ บ้านผม พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกมาก ตื่นกลัวมาก โรงงานอุตสาหกรรม ๖,๐๐๐ โรงงาน ถ้าเฉลี่ย ๑ โรงงาน ๓๐๐ ล้านบาท ๑.๘ ล้านล้านบาท ผมถามว่าใครจะรับผิดชอบถ้าน้ําท่วม น้ําเข้ามาท่วมสมุทรปราการพร้อม ๆ กับเวลาเดียวกันที่ท่วมปทุมธานี ที่ผมให้ดูภาพนี้นะครับ นั่นละครับคือเวลาเดียวกันนะครับ แล้วตลอดเวลาครับ เมื่อมีฝนตกน้ําท่วมตลอดเวลา ในขณะที่น้ําท่วมปทุมธานี นนทบุรี ยังไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ นะครับ แต่น้ําท่วมและเสียหาย ตลอดเวลา นี่ครับ ใจกลางอําเภอเมืองเลยครับ ถนนเทพารักษ์-ศรีนครินทร์ น้ําท่วมในบ้าน ท่วมไหมครับ แล้ววันนี้ในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชน มีความรู้ครับ มีความเข้าใจครับ มีความมุ่งมั่นขยันอดทนครับ แล้วสําคัญที่สุดครับมีจิตใจที่ดี พวกผมเห็นน้ําท่วมปทุมธานี นนทบุรี ด้วยหลักการตามวิทยาศาสตร์แล้วเข้าใจได้เลยว่าน้ําท่วม เพราะว่าน้ํายกระดับตัว สูงขึ้นมหาศาล พวกผมกลัวครับ แล้วก็อยากจะช่วยคนปทุมธานีในการที่จะระบายน้ํา ไม่ได้คิดถึงตัวเราเองครับว่าเราจะท่วมหรือไม่ท่วม ท่านดูแผนที่นี้ไว้นะครับ สีเหลือง กทม. ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐเอาเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิงให้เสียหาย แต่ว่าท่านอภิปรายผมไม่ยินยอม หรอกครับ ไม่ได้ ผมไม่อนุญาตให้ท่านอภิปรายนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธาน ผมจะชี้ว่า ผมเสียหายอย่างไร ผมเสียหายเพราะผมเป็นผู้กระทําการคนหนึ่งครับ ในฐานะเป็น คนปากน้ํานะครับ เป็น ส.ส. และเป็นประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ซึ่งผมมีอํานาจของผมในการสืบสวนสอบสวน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเสริฐ เพราะเมื่อสักครู่ผมก็นั่งฟัง ผมทําหน้าที่อยู่ เขากล่าวว่าท่าน ส.ส. สมุทรปราการรวมกันปกป้องน้ําท่วม ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ําไป ผมยังฟังไม่เสียหายนะครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอวรงค์เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ครับ ซึ่งญัตตินี้คือญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ พวกเราไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก ดังนั้นความเสียหายในภาพรวมของ การบริหารราชการแผ่นดินท่านประชาต้องเป็นคนชี้แจง เพราะว่าสิทธิพาดพิงควรเป็นเรื่อง ส่วนตัวครับท่านประธาน ขณะนี้กําลังจะชี้แจงแทนรัฐมนตรีครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับท่านประเสริฐ หลายครั้งแล้วครับ ถ้าท่านบอกท่านเสียหายตรงไหน ผมให้ท่านแก้ตรงนั้น ถ้าท่านอภิปรายต่อผมไม่อนุญาตเด็ดขาดครับ เอาเรื่องที่ท่านเสียหาย ที่กล่าวหาให้ท่านเสียหาย ประเด็นอื่นไม่ได้ครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมเสียหายเพราะกล่าวว่ามี ส.ส. สมุทรปราการไม่ยอมให้น้ําเข้าสมุทรปราการ ทําให้เสียหาย อย่างใหญ่หลวงมหาศาลทีเดียว ผมกําลังอธิบายว่าผมไม่ได้ไม่ให้น้ําเข้าสมุทรปราการ ผมต้องการให้น้ําผ่านเข้าสมุทรปราการเร็ว ๆ ผมถึงได้อภิปรายว่า ผมใช้เวลานิดเดียวครับ ๓-๔ นาทีเท่านั้นเอง ไม่มาก ผมเสียหายเพราะผมถูกกล่าวหาว่า ผมเป็น ส.ส. ซึ่งไม่ยอมให้น้ํา เข้าจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะก่อให้เกิดน้ําท่วมที่กรุงเทพฯ ก็ดี ปทุมธานีก็ดี ท่านดูนะครับ สีเหลืองกรุงเทพฯ สีส้มสมุทรปราการ สีน้ําเงินทะเล เหนือขึ้นไปสีขาว น้ําท่วมมหาศาล นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา ผมอยู่สมุทรปราการ ถ้าผมกันน้ําไม่ให้น้ําท่วม กรุงเทพฯ จะท่วม ไม่ต่ํากว่า ๑ เมตร ถึง ๓ เมตร อย่างที่ท่วมที่เมืองเอก วันนี้พวกผมที่ท่านกล่าวหามา ๔-๕ คนนั่นละครับ แล้วคนสมุทรปราการทั้งหมด ทุกหน่วยงานเขาใช้หลักการในการที่ พยายามระบายน้ําลงสู่ทะเล ไม่มีการกั้นน้ํา วันนี้น้ําท่วมใหญ่เพราะว่าก่อนที่กรุงเทพฯ จะท่วม ไม่ยอมให้น้ําทั้งหมดไหลผ่านเข้ากรุงเทพฯ ผ่านเข้าเขตสีเหลือง คือไม่ยอมระบายน้ํา คนละหลักการกับปากน้ํานะครับ พวกผมทําสิ่งดี ๆ ด้วยความรักและห่วงใยเพื่อที่จะ ระบายน้ํา แต่จากการที่ผมคิดดี ๆ ทําให้น้ําระบายจนแห้งทั้งแผ่นดิน และน้ําไม่ไปท่วม สมุทรปราการ เพราะน้ําเข้ามาก็ระบายหมด เข้ามาก็ระบายหมด

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับท่านประเสริฐ ผมอนุญาตแค่นั้นละครับ มันมีผู้ประท้วงอีกแล้ว ผมไม่ยอมแล้วครับ ท่านได้อธิบายพอสมควรแล้ว แล้วผมฟังแล้วท่านไม่ได้เสียหายอะไร ผมได้วินิจฉัยแล้ว ท่านประเสริฐผมไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมฟังแล้วครับ ไม่เสียหาย ไม่เสียหายท่านประเสริฐ ไม่เสียหาย ผมฟังท่านไม่เสียหาย ท่านได้อธิบายพอแล้ว ที่เหลือให้รัฐมนตรีได้พูดเถอะครับ ผมไม่อนุญาตท่านอนุสรา ยังตรง ที่ถูกพาดพิงเมื่อกี้ พอแล้ว ท่านจุติเชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าญัตตินี้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้ พวกกระผมทําหน้าที่เพียงแค่ชั่วโมง ๕๕ นาที แต่ขณะนี้ผู้ที่ใช้เวลาประท้วง ท่านประธานครับ ๑ ชั่วโมง ๕๒ นาที แล้วคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจง ๓๐ นาที กรุณาให้พวกผมทําหน้าที่ครับ อย่าใช้วิธีการนี้ตัดเวลาเพื่อให้มีเวลาอภิปราย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ครับ เอาอย่างนี้ท่านอนุสรา ผมอนุญาตท่านเมื่อกี้ถูกพาดพิง ท่านประเสริฐผมไม่อนุญาต ท่านแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ ท่านต้องนั่งลงแล้วครับ ผมต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ เป็นเด็ดขาดแล้ว ผมไม่อนุญาตแล้ว ไม่ได้ครับ ถ้าอย่างนี้ไม่ได้แล้วครับ ผมอนุญาตท่านอนุสราครับ เชิญครับ

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

ขอบคุณค่ะ ท่านประธานสภา ที่เคารพคะ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงค่ะ ที่คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตรัฐมนตรี ได้ใส่ร้ายป้ายสีค่ะว่าในเรื่องของคณะกรรมการผันน้ําภาคตะวันออก ถ้าเกิดเราฟังไม่ดีแล้ว ก็จะเป็นการปกป้องไม่ให้น้ําเข้ามายังภาคตะวันออก ซึ่งดิฉันเองก็ร่วมกับนายแพทย์วัลลภ ยังตรง คุณอุเทน ชาติภิญโญ และ ส.ส. ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ลงพื้นที่เพื่อที่จะ ช่วยกันดูแลการขุดลอกคูคลอง ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งไปตรวจ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปตรวจที่ประตูน้ําสุวรรณภูมิ ให้มีการขุดลอกคูคลองให้สําเร็จ ทุกคูคลองของจังหวัดสมุทรปราการค่ะ ทั้งนี้ ถ้าเกิดเป็นไปตามนโยบายหลักของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แล้ว จังหวัดสมุทรปราการนั้นจะสามารถรองรับปริมาณน้ํา ได้มากมายค่ะ ด้วยเครื่องสูบน้ําขนาดใหญ่ของสุวรรณภูมินั้นสามารถสูบน้ําได้ถึง ๑๐ ล้านคิว ต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากค่ะ จํานวน ๔ เครื่องด้วยกันนี้ และจํานวนเครื่องเล็ก ๆ อีก รวมกันอีกก็ได้ ๒๐ ล้านคิวต่อวัน รวมกันลงไปยังแม่น้ําเจ้าพระยาโดยผ่านทางแม่น้ํา

(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุสรากรุณาหยุดสักครู่ครับ เชิญครับ เชิญท่านศิริโชคครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิในการที่เขา พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ของคุณเก่ง การุณ เกิดความเสียหาย ขอใช้สิทธิต่อจาก คุณผู้หญิงที่พูดอยู่นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณอนุสราครับ

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

ถ้าเกิดว่าตามนโยบายตามนี้แล้ว ที่ท่านนายกรัฐมนตรีดําริมาแล้วนี่นะคะ แล้วทาง กทม. ปล่อยน้ํามายังจังหวัดสมุทรปราการ หรือตามลําคลองต่าง ๆ ของสมุทรปราการแล้วนี่เราจะสามารถรองรับน้ําได้ถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ คิวต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากนะคะ การที่น้ําจะท่วมหรือไม่ท่วมไม่ได้อยู่ที่ จังหวัดสมุทรปราการนะคะ ท่านประธานคะ เพราะจังหวัดสมุทรปราการของเราขุดลอก คูคลองไว้รอน้ํามาประมาณ ๒ เดือนแล้วค่ะ แต่น้ําไม่มา ดิฉันก็บอกกับเพื่อน ส.ส. และ ประชาชนนะคะว่าน้ําอย่างไรก็ไม่มาสักทีหนึ่ง ดิฉันเองได้ออกตรวจตามพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น คลองสําโรงซึ่งเป็นตัวอย่างให้ดูนะคะ น้ํามีช่วงห่างจากแม่น้ําเจ้าพระยาตอนนอก ๒ เมตร ๖๐ เซนติเมตร คลองสําโรงกับแม่น้ําเจ้าพระยาห่างกันถึง ๒ เมตร ๖๐ เซนติเมตร ซึ่งก็แปลว่าทาง กทม. ไม่ยอมปล่อยให้น้ําผ่านเข้ามาค่ะ นี่คือเป็นประเด็นสําคัญหลักที่ทําให้ น้ําท่วมอย่างหนักในปริมณฑลและ กทม. ชั้นในค่ะ ถ้าเกิดว่าทาง กทม. ร่วมมือกัน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุสราเอาเฉพาะที่ท่านเสียหายในส่วนของสมุทรปราการนะครับ ไม่เกี่ยวข้องกับ กทม. แล้ว เดี๋ยวจะมีการพาดพิงตอบโต้กันไปมามันอภิปรายไม่ได้ครับท่าน

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

ก็ดิฉันจะเรียนให้ท่านประธานทราบ ว่าทาง กทม. ไม่ได้ปกป้องจังหวัดสมุทรปราการใด ๆ เลยนะคะ รวมทั้งพี่น้องสมุทรปราการ ก็มีความยินดีที่จะให้น้ําผ่านมา แต่น้ําไม่มาค่ะ นี่คือปัญหาหลักที่เราเองคนสมุทรปราการ ก็เครียดนะคะ แล้วก็เห็นใจทั้ง กทม. แล้วก็ปริมณฑลเช่นกันค่ะ เราอยากให้น้ําผ่านทาง สมุทรปราการลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยาค่ะ นี่เป็นการยืนยันนะคะว่าคณะกรรมการผันน้ํา ทางภาคตะวันออกไม่มีส่วนที่จะทําการกักกันน้ําไม่ให้ผ่านจังหวัดสมุทรปราการค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศิริโชค โสภา ครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ครับ นายเก่ง การุณ โหสกุล ได้ลุกขึ้นมาแล้วก็กล่าวเท็จในสภา แล้วก็พาดพิงถึง พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ยังท้าให้พรรคประชาธิปัตย์เปิดคลิปกรณีที่นายเก่ง การุณไปพัง คันดินที่ปากเกร็ดโดยอ้างว่าเป็นรถของชาวปากเกร็ด วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ เปิดคลิปดังกล่าว ผมได้ขออนุญาตจากทางคณะกรรมการเรียบร้อยแล้วครับ ขอเปิดคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ประท้วงผู้ที่กําลังใช้สิทธิพาดพิงตามข้อ ๖๑ เนื่องจากคลิปที่ท่านได้นํามา เปิดนั้นยังไม่ผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการนะครับ เท่าที่ผมจําได้ไม่มีอยู่ในที่ กรรมการได้ตรวจสอบไปนะครับ ก็ขอให้ท่านได้นําคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบก่อนนะครับ ก่อนที่จะนํามาเปิดต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ ท่านศิริโชคได้ข้อตกลงมาว่าคลิปนี่ต้องมาเปิดให้คณะกรรมการได้ดูก่อน ๓ ชั่วโมง ถ้าท่านจะ กรุณาก็กรุณาเอาเทปนี่ไปผ่านคณะกรรมการซึ่งพรรคท่านก็เป็นกรรมการอยู่แล้วนะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลานะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านกรรมการคงต้องไปตรวจดูในดิสก์ (Disk) ของผมนะครับว่าผมส่งไปทั้งหมดประมาณ ๕๘ วิดีโอ (Video) ผมก็ไม่แน่ใจว่าทางท่านได้ตรวจสอบว่ามีคลิปนี้อยู่หรือเปล่านะครับ เพราะผมส่งไปเยอะเหลือเกินนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคลิปเมื่อสักครู่มันแสดง ให้เห็นชัดว่า รถที่พูดถึง คุณการุณ โหสกุล พูดชัดว่าเป็นรถของเขาครับ แต่โยนความผิด ให้กับชาวปากเกร็ด เพราะฉะนั้นผมถึงบอกท่านประธานว่านี่เป็นการโกหกกลางสภา รอผมครับ เดี๋ยวผมมีอีกชุดใหญ่ให้กับคุณการุณ โหสกุล

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศิริโชคคือผมไม่มีปัญหาเรื่องคลิปนะครับ แต่ว่าอยากให้มีการตรวจสอบก่อน ท่านปรีชาพล ลองคุย ท่านเป็นกรรมการด้วยกันทั้งคู่นี่ครับ ลองไปคุยกันดูก่อนครับ ผมไม่ได้ดูด้วยตัวเอง คณะกรรมการทั้ง ๘ ท่านช่วยกันดูหน่อยสิครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น คือผมพร้อมทางกรรมการทั้ง ๘ ท่าน ซึ่งรวมท่านประธานด้วยนะครับ ก็พร้อมที่จะทําหน้าที่ แต่จากไฟล์ (File) ที่ท่านส่งมานะครับ ๒๘ ไฟล์ กับภาพอีก ๕๘ ภาพนี่ผมยืนยันว่าไม่มี คลิปที่ท่านได้นํามาเปิด ถ้าไม่เช่นนั้นท่านสอบถามไปยังกรรมการในส่วนที่ท่านตั้งเข้ามาก็คือ ท่านวิรัช ร่มเย็น แล้วก็ท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้นะครับ ผมนั่งตรวจอยู่ครับ ไม่ได้นั่งหลับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้ คณะกรรมการไปตรวจสอบดูแล้วค่อยเอามาเปิดใหม่ ผมไม่ว่าอะไร ท่านนริศเชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตฝากกรรมการชุดนี้ ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลว่าแผ่นชาร์ท (Chart) ของท่าน ส.ส. ประเสริฐที่แสดงเมื่อสักครู่นี้เข้าใจว่า ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเช่นเดียวกันนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านปรีชาพลครับ

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ถูกต้องครับ เมื่อสักครู่แผ่นชาร์ทที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐได้นํามาแสดงกับที่ประชุมสภานั้น ยังไม่ผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการ ซึ่งผมก็ทราบว่าท่านประเสริฐเองจริง ๆ แล้ว ท่านก็ตั้งใจที่จะชี้แจงหลังจากนี้ แต่เนื่องจากท่านผู้อภิปราย ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้พูด พาดพิงถึงจังหวัดสมุทรปราการ ท่านอาจจะยังไม่พร้อม ฉะนั้นเดี๋ยวผมก็จะตรวจสอบในส่วน ของภาพที่ท่านประเสริฐได้นํามา แต่ในส่วนที่ผมขอนําเรียนท่านประธานว่าในส่วนของ ผู้อภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์นั้นขอให้ท่านได้รักษากฎกติกามารยาทด้วย เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ลุกขึ้นอภิปราย พวกผมก็กําลังฟังกันอยู่ เพื่อที่จะประกอบ การตัดสินใจในการลงมติในวันพรุ่งนี้ แต่สิ่งที่ท่านได้นํามาเสนอนะครับ แผ่นชาร์ท ที่ท่านนํามามีแค่แผ่นเดียวที่ท่านขอให้กรรมการได้ตรวจสอบคือแผ่นดํา ๆ แล้วก็เป็นภาพ ข่าวแปะหัวข่าว เป็นภาพเล็ก ๆ ที่พาดหัวข่าว นอกจากนั้นท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ไม่ได้นํามาให้คณะกรรมการได้ตรวจสอบเลย มีเอกสารแค่คําสั่งที่ตั้ง ศปภ. ๑๒ หน้า ในส่วนที่ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กอะไรที่ท่านกล่าวอ้าง ท่านไม่ได้ปฏิบัติตามคําสั่ง ก็ขอให้ ท่านประธานได้ตักเตือนแล้วก็กําชับให้ผู้อภิปรายในภายภาคหน้าของ ส.ส. ทางพรรคฝ่ายค้าน ได้ทําตามระเบียบที่พวกเราได้กําหนดกันไว้ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ คณะกรรมการทุกท่านที่ตั้งมาก็ช่วยกันดูทั้ง ๒ ฝ่าย ผมเป็นประธาน แต่ผมไม่ได้ไปนั่งดู ผมทําหน้าที่ ก็ขอความกรุณาถ้าคนไหนยังไม่ได้ขออนุญาต ก็ต้องเอาไปขออนุญาตให้ถูกต้อง จะได้ไม่เป็นปัญหาในการอภิปราย เพราะว่าได้เป็นคําสั่งของท่านประธานแล้ว ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ครับ เดี๋ยวให้ท่านสาทิตย์ซึ่งถูกพาดพิงก่อนครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ครับท่านประธาน ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมชี้แจงนิดเดียวว่าแผ่นที่ผมใช้อภิปรายความจริงผมได้ทําไว้ ๒ ขนาด ขนาดหนึ่งก็คือเป็นขนาดที่จะใช้จริงซึ่งไม่ได้ใช้นะครับ แต่ขนาดที่ผมได้ทําส่งให้กับกรรมการ ก็จะใช้ขนาดจริงแต่ย่อส่วนลง เพียงแต่เจ้าหน้าที่มาบอกผมว่าไม่ได้ ย่อส่วนก็ไม่ได้ต้องใช้ ขนาดจริง ซึ่งผมก็ประหลาดใจมาก เพราะปกติแล้วในการตรวจสอบก็คือเขาป้องกัน ตัวข้อความ ตัวเนื้อหา ไม่ได้ป้องกันว่าแผ่นใหญ่ แผ่นเล็ก ผมก็เลยบอกว่านั่นละครับ ผมขออนุญาตตามนั้น ส่วนแผ่นใหญ่ที่จะมาแสดงข้างหลังก็ได้ส่งไปจริงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ เชิญ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานในหัวข้อนี้เลยครับว่า ทุกคราวที่ผ่านมาในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจในสมัยที่พวกผมเป็นรัฐบาลก็มีการตรวจคลิปครับ แต่ถ้าท่านจําได้ว่าใคร เป็นคณะกรรมการชุดนั้นด้วย จะจําได้ว่าเราตรวจคลิปเฉพาะแต่กรณีการชุมนุมครับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เป็นเรื่องทุจริตเราไม่ได้ตรวจครับ ซึ่งผมคิดว่าหลายท่าน ขึ้นมายืนยันได้ ในคราวนั้นมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการทุจริต เรื่องโครงการอื่นครับ เกี่ยวกับการคมนาคมไม่ได้มีการตรวจครับ มีเฉพาะแต่เรื่องของภาพหวาดเสียวที่เกิดขึ้นกับ การชุมนุม เพราะตอนนั้นมีคลิปหลายเรื่องที่ออกมาแล้วอาจจะมีโอกาสเป็นภาพเท็จ อยากให้ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ท่านอรรถวิชช์ครับ ผมเข้าใจนะครับว่าคราวที่แล้ว แต่วันนั้นที่ท่านประธานได้สั่งการ ทุกคนก็อยู่ในที่ประชุมนะครับที่รับเรื่อง เมื่อเช้าผมก็ฟังอยู่ แต่ว่าในเมื่อมีการสั่งการจาก ท่านประธานและไม่มีใครทักท้วงก็ดําเนินการไปตามนั้นนะครับ ผมก็ยึดหลักอันนั้น แต่ตอนนี้ คําสั่งของท่านประธานยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ยึดหลักนั้นไปก่อน และทุกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือดี ไม่มีอะไรครับ ผมว่าเพียงแต่ขออนุญาตในนั้นก็ไม่มีอะไรมาก เมื่อเช้านี้ผมพยายามอะลุ่มอล่วย เข้าไปคุยกันที่ห้องผมแล้วครับ ท่านนริศก็ไปก็เจอกันเมื่อเช้าเราก็ปรึกษาหารือกันด้วยดี ท่านอรรถวิชช์ครับ จะเสียเวลาในการอภิปรายมากกว่าครับ เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

๑๐ วินาทีครับ ท่านประธานครับ ผมแค่แสดงความบริสุทธิ์ใจในฐานะเคยเป็นกรรมการตรวจคลิปในคราวที่แล้ว ว่ามาตรฐานตอนที่พวกผมเป็นรัฐบาลดูเฉพาะแต่ภาพเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุม ส่วนเรื่องกรณี ทุจริตไม่มีครับท่านประธาน แค่นั้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมในฐานะกรรมการตรวจสอบเอกสารแล้วก็สิ่งตีพิมพ์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามา อภิปราย เรื่องของท่านศิริโชคนะครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้เอาแผ่นซีดีมาให้เราตรวจ เรียบร้อยแล้ว แล้วเราก็ส่งให้ทางสื่อไปเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าที่ท่านเอามาเปิดเมื่อสักครู่ ท่านเอาไปให้เจ้าพนักงานเปิดเอง แผ่นที่ท่านเสนอมาท่านไม่ได้ให้เปิด ฉะนั้นต้องขอเรียนปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่างไรก็ขอให้เป็นกฎระเบียบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจแล้ว ท่านพิเชษฐ์เอาอย่างนี้ เอากลับไปอีกครั้งหนึ่งม้วนเมื่อกี้นะครับ ตอนนี้ถือว่ายังไม่อนุญาต ก็แล้วกัน คณะท่านไปดูกันใหม่และส่งมาจะได้ไม่เสียเวลา เอาอย่างนี้ครับ ผมขอเชิญ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน พูดเลยดีกว่าครับ คุณเก่งมีอะไรครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานได้เรียกชื่อจริง นามสกุลจริงผมนะครับ ผม การุณ โหสกุล ชื่อเล่นชื่อเก่งครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ สําหรับคุณศิริโชค โสภา ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ บอกว่าผมเองนั้นนําความเท็จมากล่าวในสภา ด้วยความเคารพครับ แล้วก็พูดต่อไปว่าเดี๋ยวจะมีจัดชุดใหญ่ให้อีก ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึง คุณศิริโชคนะครับ ใหญ่กว่านี้ผมก็เจอมาแล้วครับ สําหรับสิ่งที่คุณศิริโชคพูดนั้นถือว่าเด็กสําหรับ ผมมาก ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ ในสิ่งที่นายศิริโชค โสภา ได้เอามาฉายนะครับ เราไปดูว่ารถคันนั้นเป็นของใคร มาจากไหน ถ้ามีรถ เอาเป็นว่าเช่ามาหรืออะไรมาจากฝั่ง ดอนเมืองก็ได้ ผมกล้ายืนยันตรงนี้ผมเชื่อมั่นว่าเป็นรถทางปากเกร็ด ผมยินดีลาออกครับ ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมถามกลับไปนายศิริโชค โสภา ครับว่า นายศิริโชค โสภา ว่าการุณ โหสกุล พูดเท็จนั้น นายศิริโชคกล้าหรือไม่ที่จะลาออกเหมือนกระผม ผมถามเท่านี้ละครับ ไม่มีสิ่งใด ๆ เลยที่จะเคลือบแฝงครับ แล้วกราบเรียนครับว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผม ทํามาตั้งแต่เริ่มที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันนี้ครับ ด้วยหัวจิตหัวใจ หลาย ๆ คนมาช่วยกันนั้นผมถือว่าเป็นจิตใจที่อาสาแล้วทุกคนนั้นพร้อมที่จะ

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเก่งครับ มีผู้ประท้วงแล้วครับ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องประท้วงท่านประธาน เรื่องการควบคุมการอภิปรายในสภา ตั้งแต่เช้ามาจนถึงเวลานี้ ๑๔.๐๐ นาฬิกา แล้วผู้อภิปราย ของผมเพิ่งได้พูดไปแค่ ๒ คนเท่านั้น แล้วมันก็จะมีการพาดพิงกันไปพาดพิงกันมา อย่างกรณีนี้ ท่านผู้กําลังใช้สิทธิพาดพิงก็จะพูดถึงว่าสิ่งที่ท่านโดนพาดพิงคืออะไร แต่ในท้ายที่สุดก็จะมี การต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ละครับแล้วก็ไม่จบ ผมเชื่อว่าถ้าท่านประธานไม่สรุปใจความให้สั้น และไม่ควบคุมให้ดี ผมเชื่อว่าผู้อภิปรายผมไม่ครบหรอกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมพยายาม เต็มที่ เพราะฉะนั้นทุกคนครับ ผมขอความกรุณาว่าอย่าได้พยายามพาดพิงถึงบุคคลอื่นก็จะมี การประท้วงอย่างนี้ไม่จบสักที ผมก็อยากฟัง เพราะฉะนั้นคุณการุณกรุณาได้สรุปเถอะครับ เอาสั้น ๆ แล้วไม่พาดพิงกันแล้วครับเป็นสุภาพบุรุษ ผมเชื่อท่านเป็นสุภาพบุรุษนะครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม การุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วนิสัยผมไม่มีตอดเล็กตอดน้อยครับ ถ้าไม่มีสิ่งใดที่พาดพิงมาผิด ๆ กับผม ผมก็จะ ไม่ลุกขึ้นมาชี้แจง ผมไม่ใช้สภาเปลืองครับ ท่านประธานครับ เหมือนที่ผมพูดมาเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมกล้ายืนยันครับว่ารถแต่ละคันนั้นผมมั่นใจว่าเป็นของปากเกร็ดที่จ้างมา หรือที่เอามาจาก องค์กรใด ๆ องค์กรท้องถิ่น ฉะนั้นแล้วก็ขอไปตรวจสอบนะครับ แล้วผมท้าทายต่อ ถ้าเผื่อผม มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถแม้แต่คันเดียว ไม่ว่าเสียงนั้นจะออกมาอย่างไร ไม่ว่าภาพนั้นจะมาชี้ ท่านไปดูเถอะครับ ตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานของรถได้ ผมท้าลาออกนะครับ และอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ ถ้าท่านไม่พาดพิงผมนั้นผมก็จะไม่ลุกขึ้นมาใช้เวลาเปลืองครับ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเองนั้นได้ทํามาทั้งหมด รวมกระทั่งพี่น้องประชาชนที่มีจิตอาสา ทุกคนนั้นตั้งใจครับ ตั้งใจอยากจะทํางานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าวันนี้ วินาทีนี้ หรือในวันข้างหน้าจะเกิด สิ่งใด ๆ ขึ้นกับผม ผมยังยืนยันว่าผมจะทําในสิ่งที่ทําที่ผ่านมา แล้ววันนี้หลังจากอภิปราย ไม่ไว้วางใจเสร็จผมจะกลับไปจมอยู่กับน้ํากับคนดอนเมืองต่อตลอดไปครับ กราบขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิรักษ์เลยครับ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะของผู้อํานวยการ ศปภ. ที่ได้กระทําการทุจริต จงใจกระทําผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดิน บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ทั้งบริหารราชการ แผ่นดินโดยขาดคุณธรรมจริยธรรมและขัดหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์บุคคลบางกลุ่ม บางเหล่า ทําให้ประเทศชาติและประชาชนทุกภาคส่วนได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส นําประเทศไปสู่ความแตกแยกรุนแรง หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะเกิดความ เสียหายแก่ประเทศและประชาชนไม่มีที่สิ้นสุด

ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ที่มีการพยายามที่จะ อธิบายว่าเป็นมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นรุนแรงมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแน่นอน สถานการณ์น้ําท่วมได้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องมาถึง ต้นเดือนสิงหาคม หลังจากที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้ามาทําหน้าที่ ผ่านระยะเวลาไปกว่าเกือบ ๒ เดือนที่สถานการณ์น้ําได้เกิดขึ้น ไล่มาตั้งแต่พื้นที่ทาง ตอนเหนือของประเทศลงมาถึงในส่วนของพื้นที่ลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา จนกระทั่งวันที่ ๘ ตุลาคมปีนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ออกคําสั่ง ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ เรื่อง การจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่เราเรียกกันว่า ศปภ. แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านประธาน ถ้าได้ติดตามข่าวคราวที่เกิดขี้นจะทราบว่าอุทกภัยครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย อย่างรุนแรงครอบคลุมไปถึง ๖๔ จังหวัด พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ๑๓.๔ ล้านคน สถานการณ์วันนี้แม้ว่าจะบรรเทาทุเลาลง แต่ก็ยังมี พี่น้องประชาชนในกว่า ๑๗ จังหวัด กว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนที่ยังประสบภัยในเรื่องของปัญหา น้ําท่วมขังในพื้นที่บ้านเรือน พื้นที่สถานประกอบการต่าง ๆ มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ทั้งหมด ๖๑๕ คน สูญหาย ๓ คน แต่ที่น่าเสียใจมากกว่านั้นก็คือว่า พี่น้องที่เสียชีวิตกว่า ๖๐๐ คนเป็นผู้สูญเสียชีวิตด้วยกระแสไฟฟ้าดูดมากกว่า ๑๐๐ คน อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึง ประสิทธิภาพความรับผิดชอบในเรื่องของการบริหารจัดการของ ศปภ. ที่รับผิดชอบโดย พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

ประการที่ ๒ ที่เกิดขึ้นก็คือความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ความเสียหายในเรื่องไร่นา ในเรื่องของประมง ในเรื่องปศุสัตว์ มีพี่น้องประชาชนที่เป็น เกษตรกรไร่นาได้รับความเสียหายมากกว่า ๑๑ ล้านไร่ เกิดความสูญเสียที่กระทบไปถึง ในเรื่องของผลผลิตทางด้านการเกษตร ในเรื่องของการที่จะมีอาหารบริโภค ทั้งในเรื่องของ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับรายได้ของพี่น้องเกษตรกร และที่สําคัญก็คือผลกระทบในเรื่องของ ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเรื่องความเสียหายของภาคอุตสาหกรรมทั้งในนิคม อุตสาหกรรม ๗ แห่ง แล้วโรงงานกว่า ๑๐,๐๐๐ โรงนอกนิคมอุตสาหกรรม และส่งผล ต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่เรียกกันว่าเอสเอ็มอี (SMEs) อย่างมากมาย ธนาคารโลกได้ออกมาประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยล่าสุด กล่าวว่า เกิดความสูญเสียทางด้านระบบเศรษฐกิจไทยกว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท เป็นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน โรงงาน ทรัพย์สินต่าง ๆ เป็นจํานวนกว่า ๖.๖ แสนล้านบาท และความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิตที่ไม่สามารถผลิตได้เพราะโรงงานปิด อีกกว่าประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ซึ่งผมเองจะขออภิปรายใน ๕ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ก็คือความรับผิดชอบของผู้อํานวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย หรือ ศปภ. ซึ่งได้มีการกําหนดอํานาจหน้าที่ของ ศปภ. ให้ดูแลในเรื่องของการ ที่จะประมวลข้อมูลต่าง ๆ เพื่อการคาดการณ์ล่วงหน้าและการแจ้งเหตุ รวมไปถึงในเรื่องของ การประสานงานการป้องกันภัยและแจ้งเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย ถ้าท่านประธานจะได้ติดตามไปกับผมท่านจะพบว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะมี การตั้งศูนย์ ศปภ. สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเราก็จะพบว่าเกิดน้ําท่วมในนิคมอุตสาหกรรม สหรัตนนครตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม วันที่ ๗ ตุลาคม น้ําท่วมเข้าเทศบาลอโยธยาใจกลางเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจมน้ํา ในเวลานั้นท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตั้งศูนย์ ศปภ. ขึ้น และได้มอบความไว้วางใจให้กับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในการทําหน้าที่เป็น ผู้อํานวยการ แต่ว่าท่านประธานถ้าจะได้ติดตามว่าความรับผิดชอบของ ศปภ. ในประเด็น ในเรื่องของการที่จะประเมินสถานการณ์น้ําล่วงหน้าและการแจ้งเตือนภัยให้กับ พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการต่าง ๆ นั้น เป็นความผิดพลาดและเกิดความล้มเหลว ที่ส่งผลกระทบต่อความเสียหายทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนและ เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม ซึ่งน้ําเริ่มที่จะเข้าไปท่วม ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ ๑๓ ตุลาคม เกิดน้ําท่วมเข้าไปที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคที่บ้านหว้า วันที่ ๑๕ ตุลาคม ที่บางปะอิน วันที่ ๑๖ ตุลาคม ที่แฟคตอรี่แลนด์ และวันที่ ๑๗ ตุลาคม ที่นวนคร สุดท้ายวันที่ ๒๐ ตุลาคม ที่นิคมอุตสาหกรรมบางกระดี นิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๖ แห่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม ซึ่งได้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการประมวลและประเมินสถานการณ์ รวมถึงในเรื่องของการแจ้งเตือนภัย ผมเองและท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาส ได้พบกับทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้พบกับผู้ประกอบการที่ได้สะท้อนปัญหา ที่เกิดขึ้นว่าถ้าทางรัฐบาลโดย ศปภ. ถ้าจะได้มีมาตรการในเรื่องของการแจ้งเตือนภัย ภาคเอกชนเองก็น่าที่จะลดผลกระทบความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเรื่องการอพยพโยกย้าย อุปกรณ์เครื่องจักรต่าง ๆ รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรม ทั้ง ๗ แห่ง และผู้ประกอบการนอกนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นเอสเอ็มอีทั้งหมดรวมกัน ๕๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่สิ่งที่เป็นผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนโดยตรงก็คือ จะมีผู้ใช้แรงงานที่ทํางานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในโรงงานกว่า ๑,๐๐๐ แห่ง และทํางาน อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมกว่า ๙,๐๐๐ แห่ง เป็นจํานวนถึงประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ คน อันนี้ ก็เป็นประเด็นที่ ๑ นะครับที่ได้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการบริหารจัดการ ที่ล้มเหลว ในเรื่องของการประเมินสถานการณ์ และระบบแจ้งเตือนภัย

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนเอง ซึ่งถ้าท่านประธานจะได้ติดตามก็จะเห็นว่าสถานการณ์น้ําที่ได้เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ถ้าทาง ศปภ. จะได้มีมาตรการในเรื่องของการแจ้งเตือนภัยให้กับ พี่น้องประชาชนล่วงหน้า มีมาตรการในเรื่องของการที่จะคอยอพยพ มาตรการให้ความ ช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องของการเดินทางและยานพาหนะต่าง ๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นกรอบ อํานาจหน้าที่ของ ศปภ. ที่จะต้องเร่งดําเนินการ เราเห็นสภาพของพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านและชุมชนต่าง ๆ ในอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ที่ต้องอพยพหนีน้ํา ด้วยความโกลาหล เนื่องจากว่าไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๒ ที่อยากกราบเรียน ถึงท่านประธาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นอํานาจหน้าที่โดยตรงที่ทาง ศปภ. เองจะต้องดําเนินการ ในเรื่องของการที่จะแจ้งเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ในประการต่อไปนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นอํานาจหน้าที่ของ ศปภ. แล้วก็รับผิดชอบโดย พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ก็คือมาตรการในเรื่องของการที่จะ เยียวยาหรือดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมขังในพื้นที่ แล้วก็หลายพื้นที่ ก็มีน้ําท่วมขังสูงมากกว่าเอว สูงในระดับมากกว่า ๑ เมตร แล้วก็ท่วมขังมาเป็นระยะเวลา มากกว่า ๑ เดือน อันนี้ก็เป็นมาตรการที่มีความสําคัญในการที่จะสะท้อนให้เห็นถึง ประสิทธิภาพในเรื่องของการทํางานของ ศปภ. ซึ่งถ้า ศปภ. จะบริหารจัดการอย่างมี ประสิทธิภาพเอง ความตื่นตระหนกที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ เราจะเห็นสภาพของพี่น้อง ประชาชนที่มีความตื่นตระหนกในเรื่องของการที่จะไปกักตุนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ําดื่ม ยารักษาโรค หรือแม้แต่บางช่วงก็จะมีความขาดแคลนในเรื่องของถุงทราย กระสอบทราย อันนี้ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทํางานของ ศปภ. โดยตรง

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ก็คือพี่น้องประชาชนในชุมชนและ ในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่จมน้ํามาเป็นระยะเวลามากกว่า ๑ เดือน ซึ่งมีพี่น้องประชาชน เป็นจํานวนมากที่ได้สะท้อนออกมาให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การชุมนุมประท้วง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้สะท้อนมาว่าการได้รับความดูแลโดย ศปภ. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จะส่งถุงยังชีพ การไปจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้าในการที่จะทํางานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับจังหวัด หรือแม้แต่การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชน แต่สภาพที่เราเห็น ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีน้ําท่วมวันนี้เราจะเห็นการทํางานของเครือข่ายอาสาสมัครที่เป็นจิตอาสา เราจะเห็นการทํางานของเครือข่ายมูลนิธิต่าง ๆ เราจะเห็นการทํางานของสื่อมวลชน ของทหาร แต่ว่าขาดการบูรณาการโดย ศปภ. ซึ่งก็ถือว่าเป็นอํานาจหน้าที่โดยตรง ที่ได้กําหนดไว้ในกรอบอํานาจหน้าที่ที่กล่าวถึงว่า ศปภ. เป็นหน่วยบัญชาการที่จะต้อง บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในการอํานวยการและปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยแบบเบ็ดเสร็จที่เรียกกันว่า วัน สต็อป เซอร์วิส ประเด็นตรงนี้ที่ผมอยากกล่าวถึง ก็คือว่าการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนที่จมน้ําอยู่มาเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น พี่น้องประชาชนต้องดูแลตัวเองในการเดินทางสัญจร อาหารการกินที่อาจจะไม่ได้รับการดูแล อย่างทั่วถึง หรือแม้แต่ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ไม่ยอมย้ายไปยังศูนย์อพยพ เพราะกลัวในเรื่องของความเสียหายทางด้านทรัพย์สินต่าง ๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นหน้าที่หลักของ ศปภ. ในเรื่องของการที่จะดูแลและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน แต่ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าได้สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการและประสิทธิภาพของ ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. หรือ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ก็คือการดําเนินการในเรื่อง ของการบริหารศูนย์ ศปภ. และการตัดสินใจในการที่จะมอบหมายภารกิจให้คนที่จะเข้ามา ทําหน้าที่ในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ท่านประธานครับ มีคําสั่งศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ ๗/๒๕๕๔ เป็นคําสั่งที่ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก มีความห่วงใยในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่น้ําท่วมขังมาเป็นระยะเวลานานและมีปัญหา น้ําเน่าเสีย แต่สิ่งที่ท่านได้ตัดสินใจในการใช้อํานาจของการเป็น ผอ. ศปภ. ก็คือการแต่งตั้ง และมอบหมายให้คนที่ผมเชื่อว่าท่านประธานจะรู้สึกคล้าย ๆ กับผมว่าเป็นคนที่ไม่ได้มี อํานาจหน้าที่โดยตรงหรือแม้แต่ประสบการณ์ ท่านได้แต่งตั้งให้ผู้อํานวยการสถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องของการที่จะเข้าไปดูแลแก้ไข ปัญหาน้ําเน่าเสีย ซึ่งโดยข้อเท็จจริงถ้าท่านประธานจะได้ดูในคําสั่งแต่งตั้งของ ศปภ. ก็จะพบว่า องค์ประกอบของ ศปภ. ก็จะประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่ รัฐมนตรีที่กํากับดูแลมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการรักษาสภาพแวดล้อม ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้ก็เป็นคําสั่งในเรื่องของการแต่งตั้ง ที่ท่านเองเลือกใช้คนที่ไม่ตรงกับงาน

ประการที่ ๒ ที่ได้มีการมอบหมายภารกิจให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องไป ปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการตัดสินใจ ในเรื่องของการบริหารจัดการ และการใช้คน ท่านได้แต่งตั้งให้อธิบดีกรมคุมประพฤติทําหน้าที่ประสานงานป้องกันภัย และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร และตําบลศาลายา จังหวัดนครปฐม ท่านได้แต่งตั้งให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม นายอําพล วงศ์ศิริ ขออนุญาตเอ่ยนามเป็นผู้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ตําบลคลองหก ธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และท่านได้แต่งตั้งให้ พันตํารวจเอก โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่การประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเขตเทศบาลตําบลหลักหก อําเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ประเด็นที่ผมหยิบยกคําสั่งเหล่านี้ มากราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ก็เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว ในคําสั่งแต่งตั้งและอํานาจหน้าที่ที่ท่านรับผิดชอบเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. จะมีองค์ประกอบ ของคณะรัฐมนตรี มีเจ้าหน้าที่และกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านพระนาย สุวรรณรัฐ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ที่เป็นผู้ที่ กํากับดูแล และสามารถเชื่อมโยงการทํางานกับส่วนราชการในระดับจังหวัด ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในระดับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดต่าง ๆ ท่านเองก็ยังมีคําสั่ง ต่อเนื่องนะครับ ที่ ๑๕/๒๕๕๔ ในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานเพื่อช่วยเหลือในเรื่อง ของการทํางาน ในเขตพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีท่านได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและ กรมบังคับคดีเป็นผู้รับผิดชอบ จังหวัดชัยนาทมอบให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดสิงห์บุรีมอบให้กรมราชทัณฑ์ และสํานักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ จังหวัดอ่างทอง กรมคุมประพฤติ จังหวัดฉะเชิงเทรา คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ประเด็นที่ผมกล่าวถึงและหยิบยกคําสั่งแต่งตั้งมานี้ได้สะท้อนให้เห็นถึง การพิจารณาในเรื่องของการใช้ประเด็นในเรื่องของการที่จะเลือกคนให้ตรงกับงาน หรือแม้แต่ไม่ได้ใช้องค์ประกอบของคณะกรรมการที่ท่านเองเป็นผู้อํานวยการ และมีรองผู้อํานวยการ ศปภ. ก็คือปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งสามารถที่จะทํางานเชื่อมโยง กับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ หรือแม้แต่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ได้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ในเรื่องของการใช้ คนที่ไม่ตรงกับงาน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในประเด็นที่การใช้ในเรื่องของคนที่ไม่ตรงกับงานแล้ว ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความช่วยเหลือที่ไม่สามารถที่จะเข้าไปประสานงานทํางานร่วมกับ เครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิ หรือแม้แต่เอกชน ซึ่งครั้งนี้เราจะเห็นจิตอาสาต่าง ๆ ในการที่จะ เข้าไปทํางานให้กับพี่น้องประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องการประเมินสถานการณ์ ที่ไม่ถูกต้อง สะท้อนให้เห็นถึงการใช้สื่อและกลไกสื่อทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ทําให้ พี่น้องประชาชนเองไม่เชื่อถือในข้อมูลข่าวสารที่แถลงโดย ศปภ. แต่ต้องไปติดตามข่าวคราว จากสถานีโทรทัศน์ จากเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ เราจะเห็นพี่น้องประชาชน ต้องคอยติดตามดูข่าวที่รายงานโดยดอกเตอร์เสรีทุกคืนในสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เราจะเห็นพี่น้องประชาชนที่ต้องติดตามการรายงานผ่านระบบยูทูป (YouTube) ในสังคม ออนไลน์ของอาจารย์ศศิน เราจะเห็นในเรื่องของบทบาท ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของ ศปภ. หรือ คณะกรรมการที่ดูแลในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แต่พี่น้องประชาชนต้องไปคอยติดตาม ในเรื่องของคลิปรู้สู้ฟลัด (Flood) ซึ่งผมเองไม่ได้ขออนุญาตแล้วก็ไม่ได้นํามา แต่เชื่อว่า พี่น้องประชาชนทุกคนมีโอกาสได้เห็นคลิปรู้สู้ฟลัด ซึ่งจะบอกถึงมาตรการในเรื่องของ การเตรียมตัว ในเรื่องของการป้องกันภัย บอกให้เห็นถึงมาตรการในเรื่องของการที่จะอยู่ สู้กับน้ํา และมีมาตรการต่าง ๆ ให้คนได้เรียนรู้และติดตาม แต่ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น ภายใต้ความรับผิดชอบของ ศปภ. และ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากกล่าวถึงก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ ความบกพร่องในเรื่องของการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการที่ พี่น้องประชาชนเองได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับการดูแลทั้งในเรื่องของการเยียวยา ในเรื่องอาหารการกิน ในเรื่องของสุขา ในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องของ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทําให้พี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมากต้องเดินทางมาชุมนุมประท้วงอย่างที่หลายคน ได้ติดตามสถานการณ์ที่เห็น จริง ๆ แล้วสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนเองต้องออกมาชุมนุม ประท้วงและเรียกร้อง ก็สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องของการทํางานของหน่วยงาน ศปภ. ซึ่งรับผิดชอบโดยท่านผู้อํานวยการ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ถ้าท่านประธาน ได้ติดตามจะเห็นว่ามีพี่น้องประชาชนชาวบ้านในพื้นที่เขตคลองสามวากว่า ๑,๐๐๐ คน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้มีการเปิดประตูระบายน้ําคลองสามวา ซึ่งท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กรุณาอภิปรายไปเมื่อสักครู่ แต่ประเด็นที่ผมพูดถึงจะไม่ใช่ประเด็นในเรื่อง ของการเปิดประตูระบายน้ําสูงต่ําแค่ไหน แต่เป็นประเด็นที่สะท้อนให้เห็นว่าถ้า ศปภ. จะบริหารจัดการเชิงรุกในการเข้าไปพูดคุย สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ คลองสามวา ให้เขาได้มั่นใจว่าเขาจะได้รับการดูแลทั้งในเรื่องของการดํารงชีวิตอยู่ในสภาพ น้ําท่วมขัง ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม พี่น้องประชาชนก็ไม่ต้องยกขบวนออกมาในเรื่อง ของการชุมนุมประท้วง หรือแม้แต่ในเรื่องของในพื้นที่เขตดอนเมือง ที่มีพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านที่มีน้ําท่วมขังมาเป็นระยะเวลานานต้องออกมาทําลายคันกั้นน้ําที่เราเรียกกันว่า บิ๊กแบ็ก วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน มีพี่น้องประชาชนในชุมชนเคหะธนบุรี ๑ นับร้อยคน รวมตัวปิดถนนพระราม ๒ ฝั่งขาออก กดดันให้มีการระบายน้ําออกจากพระราม ๒ ซอย ๖๙ มีพี่น้องประชาชนที่เราเรียกกันว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่คลองหกวา ลําลูกกา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตสายไหมได้ออกมาชุมนุมประท้วงในเรื่องของปัญหาน้ําท่วมขัง มีพี่น้องประชาชนจังหวัดนนทบุรี ไม่ว่าจะเป็นอําเภอบางบัวทอง บางใหญ่ ไทรน้อย ได้มาชุมนุมเรียกร้องที่หน้าศาลาว่าการจังหวัดนนทบุรี เพื่อเรียกร้องให้มีการเปิดประตู ระบายน้ําที่บริเวณคลองมหาสวัสดิ์ ปล่อยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครต้องพูดคุยกันเอง ทั้งที่เป็นอํานาจหน้าที่ของ ศปภ. หรือแม้แต่กลไก การบริหารงานนะครับ ซึ่งล่าสุดเราจะเห็นได้มีการเรียนเชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการอีก ๖ จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดในเขตพื้นที่ปริมณฑลมาประชุมร่วมกัน แทนที่ จะรอให้ปัญหาเกิดขึ้น มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนและออกมาเรียกร้อง ถ้า ศปภ. ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพและทํางานเชิงรุกก็จะไม่เกิดเหตุดังกล่าว หรือแม้แต่เกิดการ ชุมนุมของพี่น้องที่ลําลูกกาในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน มีการไปชุมนุมประท้วงปิดถนนทางด่วน ที่เราเรียกกันว่าโทลล์เวย์ มีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ มีการกระทบกระทั่งกัน อันนี้ ก็เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นจากการปล่อยปละละเลยของ ศปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พี่น้องชาวหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ที่รังสิตได้ออกมารื้อแนวกระสอบแล้วก็มีการชูป้าย ระบุนะครับว่าหมู่บ้าน ๒๐๐ ปี น้ํายังท่วม ๑.๒๐ เมตร น้ําเน่า น้ําท่วมมา ๑ เดือน ๑ สัปดาห์ แต่ว่าไม่มีใครที่ออกมาดูแลแก้ไขปัญหาให้ หรือแม้แต่ล่าสุดก็คือการชุมนุมของพี่น้องในย่าน ถนนรามอินทรา เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน จริง ๆ ประเด็นเหล่านี้ได้มีการนําเสนอข่าว ไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ที่ผมหยิบยกขึ้นมานะครับกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าถ้า ศปภ. จะมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ มีการเข้าไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ว่าเขาจะได้รับการดูแลหรือแม้แต่ในช่วงที่น้ําท่วมขังมีการนําอาหาร น้ําดื่ม มีการส่งสุขา เข้าไปอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกท่านต่อ ๆ ไป จะได้อภิปรายถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการบริหารจัดการถุงยังชีพและของบริจาค ที่มาจากเครือข่ายเอกชน หรือแม้แต่ต่างประเทศซึ่งจมอยู่ที่สนามบินดอนเมืองหลังจากที่ ศปภ. ได้ย้ายออกจากสนามบินดอนเมืองไปแล้วนะครับ ในวันที่ ๒๙ ตุลาคมที่ผ่านมา

ประเด็นที่ ๔ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานแล้วสะท้อนให้เห็นถึง ประสิทธิภาพในเรื่องของการทํางานของผู้อํานวยการ ศปภ. ก็คือในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํา จริง ๆ แล้วท่านสาทิตย์ได้กล่าวถึงในเรื่องของประสิทธิภาพและการใช้คนที่มี ประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา หรือแม้แต่การแทรกแซงจากนักการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่นและนักการเมืองในแต่ละพื้นที่ จริง ๆ แล้วน้ําท่วมในพื้นที่ของลุ่มแม่น้ํา เจ้าพระยาหรือแม้แต่กรุงเทพมหานครไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย หลายครั้งเรามักพูดถึงในเรื่องของน้ําท่วมเมื่อปี ๒๕๓๘ หรือถ้าใกล้ที่สุดที่หลายท่านจําได้ ก็คือน้ําท่วมขังรุนแรงในปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๓ ก็คือเมื่อปีที่แล้ว จริง ๆ ในเรื่องของการ บริหารจัดการน้ําเองก็มีหลักการในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยตรงไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานที่ดูแลบริหารจัดการน้ําทั่วประเทศ มีสํานักระบายน้ํา ของกรุงเทพมหานครที่ดูแลบริหารจัดการน้ําในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและทํางาน เชื่อมโยงกับกรมชลประทาน หรือแม้แต่ทํางานร่วมกับคณะกรรมการประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ เราก็จะมีตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ ลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา มีตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของระบบแจ้งเตือนภัย ไม่ว่าจะเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องของการแจ้งเตือนภัย ดินโคลนถล่มของกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่า ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. หรือท่าน พลตํารวจเอก ประชาเองท่านได้ตัดสินใจที่จะได้แต่งตั้งคน ที่เข้ามาช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กล่าวไปครั้งหนึ่ง แต่ผมขออนุญาตที่จะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่งแต่ว่าคนละมุม ท่าน พลตํารวจเอก ประชาเองได้แต่งตั้งคณะกรรมการผันน้ําลงทะเลด้านตะวันออกจาก คลองระพีพัฒน์โดยได้แต่งตั้งนายอุเทน ชาติภิญโญ เป็นประธานกรรมการ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามนะครับ แต่ประเด็นของผมไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของการทํางานของคุณอุเทน แต่เป็นประเด็นในเรื่องของประสิทธิภาพและประสบการณ์ในเรื่องของการใช้คน เพราะว่า จริง ๆ แล้วถ้าท่านประธานจะได้ติดตามข่าวคราวก็จะเห็นว่า ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ชุดนี้ซึ่งลงนามโดย พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เองได้แต่งตั้งคณะทํางานบริหารจัดการระบายน้ําในพื้นที่เกิดสาธารณภัย ร้ายแรงขึ้นมาในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ก็คืออีก ๕ วันหลังจากนั้น และถ้าจะได้พิจารณาจาก รายชื่อของคนที่ได้รับการแต่งตั้งก็จะได้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการเลือกคน มาใช้ในเรื่องของการแต่งตั้งคณะกรรมการผันน้ําลงทะเลทางด้านตะวันออก ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เองได้แต่งตั้งนายวีระ วงศ์แสงนาค เป็นประธานคณะทํางาน คุณวีระเองเป็นอดีตรองอธิบดีกรมชลประทานซึ่งมีประสบการณ์ในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ํามาตลอดชีวิตราชการ มีที่ปรึกษาคณะทํางานซึ่งประกอบไปด้วยหลายท่านที่มี ประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นดอกเตอร์รอยล จิตรดอน อาจารย์สุทัศน์ มีสกุล และอีกหลายท่านที่ได้เข้ามาทํางาน รวมถึงนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ที่เป็นคณะทํางานและเลขานุการ ซึ่งในช่วงหลังเราจะเห็นเป็นผู้ที่ออกมาแถลงในเรื่องของ แนวทางการบริหารจัดการน้ํา อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงวิจารณญาณในการตัดสินใจและ ประสิทธิภาพในเรื่องของการเลือกใช้คน แล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น ในเรื่องของปัญหาน้ําท่วม แม้ว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะได้มีการแต่งตั้งคุณวีระมาเป็น คณะทํางานในวันที่ ๒๐ ตุลาคมแล้ว แต่ว่าท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เองก็ยัง แต่งตั้งนายสุธา ชันแสง ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นผู้ประสานงานให้คําแนะนําและข้อคิดเห็น เกี่ยวกับการพร่องน้ําในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกในวันที่ ๒๒ ตุลาคม ก็คือหลังจาก ที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ที่บริหารจัดการน้ําทั่วประเทศอีก ๒ วัน ประเด็นตรงนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ําจริง ๆ แล้วถ้าเราบริหารอย่างแยกส่วนใช้คนที่ไม่มี ประสบการณ์ ไม่ได้มองภาพรวมก็จะเกิดปัญหาน้ําท่วมอย่างที่เราเห็นหรือประสบอยู่ใน ทุกวันนี้ สิ่งที่คนวิพากษ์วิจารณ์ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ กว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียของพี่น้องประชาชนที่ต้องเสียชีวิตไป ๖๑๕ คน หายไป ๓ คน ความสูญเสียของพี่น้องประชาชนและเกษตรกรที่ไม่นับรวมนาข้าว ที่เสียหายไปมากกว่า ๑๐ ล้านไร่ ก็เกิดขึ้นจากความบกพร่องในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา ที่ใช้คนที่ไม่มีประสบการณ์ แล้วโดยข้อเท็จจริงแล้วในทางการบริหารจัดการน้ําหลายท่าน ถ้าติดตามตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๓ จะมีแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานไว้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ําผ่านพื้นที่ด้านตะวันออก ระบายออกไป ทางพื้นที่ของแม่น้ําบางปะกง ในพื้นที่ด้านตะวันตกระบายออกไปบริเวณพื้นที่แม่น้ําท่าจีน และในส่วนกลางก็คือระบายออกในพื้นที่ของแม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งมีแนวคันกั้นน้ํา ในพระราชดําริประมาณ ๗๐ กว่ากิโลเมตร ที่สร้างขึ้นสูงประมาณ ๒.๕๐-๓ เมตร ที่เป็นคันกั้นน้ําที่คอยที่จะป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แต่ว่าครั้งนี้ที่น้ํามากกว่าปกติ ที่ส่วนใหญ่มักจะไปอ้างว่าเป็นมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเพราะปริมาณน้ําสูง และจริง ๆ แล้ว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้วนะครับว่าปริมาณน้ําในเขื่อนหลังจากที่มีการ ยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ หลังจากที่ได้มีการแต่งตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้วปริมาณน้ําในเขื่อน ก็ยังอยู่ในปริมาณที่ยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่ว่าการผันน้ําไม่ได้เป็นไปตามแนวทาง ที่ควรจะเป็น ทางด้านตะวันออก ตะวันตก หรือในส่วนของแม่น้ําเจ้าพระยา และในขณะเดียวกันในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเอง ถ้าท่านประธานจะไปดูผังเมือง จะพบว่า ในพื้นที่ด้านตะวันออกจะมีการกําหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ระบายน้ําที่เรียกกันว่า ฟลัดเวย์ (Flood way) มีการกําหนดชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เขียวทแยงที่กําหนดไว้เพื่อให้น้ําสามารถที่จะ ระบายทั้งในพื้นที่ออกทางด้านตะวันออกในแม่น้ําบางปะกง หรือแม้แต่น้ําที่จะผ่านออกมา และไปไหลออกที่จะมีประตูระบายน้ําที่อยู่บริเวณคลองด่าน ซึ่งวันนี้ถ้าไปตรวจก็จะพบว่า ปริมาณน้ําผ่านไปน้อยมาก ในขณะเดียวกันวันนี้เราเห็นน้ําท่วมขังในบริเวณพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี หรือแม้แต่จังหวัดนครปฐม เราเห็นพื้นที่น้ําท่วมขังในพื้นที่ที่น้ํา ควรจะไม่ท่วม เช่นบริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร เช่น ดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บางเขน เราเห็นน้ําท่วมมากกว่าปกติในพื้นที่ฝั่งตะวันตกที่เราเรียกกันว่าฝั่งธนบุรี เพราะความผิดปกติของการบริหารจัดการน้ํา และการขาดประสิทธิภาพของการบริหาร จัดการโดย ศปภ. อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๔ ที่ได้สะท้อนถึงการทํางานที่ขาดประสิทธิภาพของ การบริหารจัดการ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากกล่าวถึงก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ มาตรการการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ท่าน พลตํารวจเอก ประชาเอง อาจจะกล่าวว่ามีคณะกรรมการหลายชุดที่ดูแลในเรื่องนี้ ผมเองได้ตั้งกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรี และท่านได้มอบหมายให้ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. มาตอบเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว แต่ว่าประเด็นที่วันนี้ที่ผมต้องย้ําอีกครั้งหนึ่งก็คือว่า วันนี้ยังมีพี่น้องประชาชน ที่จมน้ําอยู่ในหมู่บ้านทั้งหมดประมาณ ๑๔๓ กว่าแห่ง ไม่รวมชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณ รอยต่อของกรุงเทพมหานครทางตอนเหนือ บริเวณเหนือคันบิ๊กแบ็กซึ่งวันนี้รอความ ช่วยเหลือจากรัฐบาล รอความช่วยเหลือจาก ศปภ. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คือว่ามาตรการ เยียวยาของรัฐบาลผ่าน ศปภ. ก็คือมาตรการเยียวยาครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท สําหรับ น้ําท่วมฉับพลันและน้ําท่วมขังเกิน ๗ วัน ถ้าบ้านเสียหายก็ซ่อมแซมตามความเป็นจริงไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๐,๐๐๐ บาทถ้าเสียหายทั้งหลัง แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่บ้านจมน้ํามากกว่า ๑ เดือนหรือเกือบ ๒ เดือน ซึ่งท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเองได้เคยเสนอให้กับทางรัฐบาลที่จะพิจารณาในเรื่องของมาตรการ เยียวยาอย่างเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนที่เราเรียกกันว่ามาตรการแบบขั้นบันได ถ้าพี่น้องประชาชนน้ําท่วมขังมากกว่า ๗ วัน ถึง ๑ เดือน อาจจะได้รับความช่วยเหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้ามากกว่า ๑ เดือน อาจจะได้รับความช่วยเหลือ ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นต้น พี่น้องประชาชนเองที่ยังมีภาระในเรื่องของการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ซึ่งจมไปกับน้ําท่วมในครั้งนี้ น่าจะมีมาตรการจากทางรัฐบาลในเรื่องของการเข้าไปดูแลสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยให้เขาสามารถ ที่จะกู้เงินมาซ่อมแซมบ้าน ซึ่งเชื่อว่าจะเสียหายเป็นจํานวนเงินหลายหมื่นหลายแสนบาท หรือมาตรการในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเองที่ได้รับผลกระทบจากการตกงาน ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเอง ผมได้มีโอกาสได้ไปพบกับทางเครือข่ายองค์กร ภาคเอกชน ซึ่งจริง ๆ แล้วโดยอํานาจหน้าที่ของ ศปภ. เอง ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ก็มีอํานาจหน้าที่และสามารถที่จะเชิญองค์กรเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่สิ่งหนึ่งที่ทางภาคเอกชนได้สะท้อนให้เห็นก็คือว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ได้เคยเรียกร้องไป ก็ได้รับการตอบสนองจากทางรัฐบาลหรือ ศปภ. น้อยมาก ไม่ว่ามาตรการในเรื่องของ การเลื่อนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ซึ่งแม้ว่าพี่น้องประชาชนเองจะได้รับประโยชน์ แต่ว่าในสถานการณ์วันนี้ในปัจจุบันเองซึ่งไปเชื่อมโยงกับมาตรการในเรื่องของการลดภาษี นิติบุคคล จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคเอกชนก็ได้เสนอให้นําเงินเหล่านั้น ใน ๑ ปี มาจัดตั้งเป็นกองทุนในการที่จะเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่วันนี้ตกงานกว่า ล้านคน อย่างน้อยให้ได้รับการดูแลในเรื่องของเงิน อาจจะสักครึ่งหนึ่งของเงินที่เขาควรจะได้ หรือค่าแรงที่เขาได้รายวัน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่จะเกี่ยวข้องโดยตรงที่จะทําให้ พี่น้องประชาชนเองที่ประสบปัญหาในเรื่องนี้ได้รับการดูแลและเยียวยา สิ่งหนึ่งที่ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ก็คือประเด็นสุดท้ายที่วันนี้ท่านเอง จะได้ตัดสินใจที่จะได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงการทํางาน และท่านเองจะได้แสดงถึงความรับผิดชอบในการทํางานตลอดระยะเวลา ๕๐ วันของท่าน และสิ่งสุดท้ายที่จะเรียกความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนภาคธุรกิจ แล้วก็ที่สําคัญก็คือ องค์กรต่างประเทศ นักธุรกิจ บริษัทข้ามชาติ ที่แม้ว่าทางรัฐบาลเองจะได้มีการแต่งตั้ง คณะทํางานที่จะฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทย และส่งอดีตรองนายกรัฐมนตรีไปชี้แจง กับต่างประเทศ แต่ว่าผมเรียนว่าท่านผู้อํานวยการ ศปภ. ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง จริง ๆ แล้ว เดี๋ยวสักครู่เพื่อนสมาชิกจะได้มาอภิปรายถึงวันที่ท่านตัดสินใจย้ายศูนย์อํานวยการ ศปภ. จากสนามบินดอนเมืองไปที่กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต วันนั้นท่านอาจจะลืม แล้วก็ทิ้งสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการหลายเรื่องหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของถุงยังชีพ ส้วมสุขา เรือ และอุปกรณ์ที่จําเป็นต่อการดํารงชีพ เดี๋ยวสักครู่เพื่อนสมาชิกจะมาอภิปราย แต่ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านลืมเอาไป แล้วสร้างความเสียหายเป็นจํานวนเงิน เป็นแสนล้านบาท สร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวกว่าล้านคน และความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ท่านลืมเอาเครื่องบินที่จมน้ําอยู่ที่สนามบินดอนเมืองไปครับ ท่านปล่อยให้ภาพของเครื่องบินที่จมอยู่ในสนามบินดอนเมืองที่มีน้ําท่วมขัง ที่ท่านเองอาจจะ รู้สึกว่าเป็นเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้การแล้ว แล้วน้ําท่วมขังมาก็ไม่สามารถย้ายได้ แต่ภาพที่แพร่ ออกไปทั่วโลกในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซีเอ็นเอ็น ซีเอ็นบีซี บีบีซี หรือแม้แต่สื่อหนังสือพิมพ์ ในต่างประเทศได้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเองขาดประสิทธิภาพในเรื่องของ การบริหารจัดการ และทําให้ความเชื่อมั่นทั้งในเรื่องของนักท่องเที่ยวหรือแม้แต่การตัดสินใจ ในการลงทุนต่อไปในประเทศไทยหายไป ท่านประธานครับ วันนี้แม้ว่าจะมีเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านที่จะได้ออกมาอภิปรายถึงความบกพร่องในเรื่องของการทํางานของ ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมอภิปราย และได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความบกพร่องในเรื่องของการบริหารจัดการของท่าน ๕ ประการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการในเรื่องของการประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนภัย ที่ท่านเองถ้าจะทํางานด้วยความมีประสิทธิภาพมากกว่านี้พี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ ภาคธุรกิจเอกชนก็สามารถที่จะลดผลกระทบความเสียหายที่รวมกันเป็นมูลค่าหามิได้ถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากความที่ท่านไม่ดูแลความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ใช้ชีวิตจมน้ําอยู่ สะท้อนให้เห็นถึงพี่น้องประชาชนต้องออกมาต่อสู้ เรียกร้องด้วยตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในเรื่องของการบริหารจัดการน้ําที่ไม่ได้ ใช้คนให้ถูกกับงาน แล้วบริหารจัดการน้ําอย่างบกพร่อง และสุดท้ายก็คือทําให้ พี่น้องประชาชนได้รู้สึกว่าเขาสามารถที่จะพึ่งพารัฐบาล พึ่งพา ศปภ. และนี่คือเหตุผลที่ผม ไม่สามารถไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ให้ทําหน้าที่ต่อไปในฐานะของ ผู้อํานวยการ ศปภ. ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ ๕ ชั่วโมงที่มีการอภิปราย

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง ท่านประเสริฐมีอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานไม่ได้ประท้วงครับ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็สนิทกันอยากจะเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับ เนื่องจากเวลามันกระชั้น อยากให้มันจบ ทีนี้ยังมีอีกสักท่าน ๒ ท่านเนื้อหาคล้าย ๆ กันครับ ทีนี้ก็ให้ตอบรวมทีเดียว จะได้ไหมครับ ผมเรียนถามท่านประธาน

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ผมอยากให้เข้าเนื้อหาเสียทีนะครับ ผมยังไม่ได้ฟังเนื้อหาเลย ท่านอภิปรายผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือท่านอภิปรายผมในฐานะรัฐมนตรี ศปภ. ผมยังไม่ได้ฟัง เลยว่าผมทําผิดในเนื้อหาใดในตําแหน่งหน้าที่กระทรวงยุติธรรมนะครับ อันนี้ก็อยากจะให้เข้า เนื้อหาเสียทีว่าผมทําผิดส่วนไหนในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านถอดถอนผม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวให้ท่านประเสริฐพูดก่อน ท่านประเสริฐเชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็ท่าน รัฐมนตรีอดใจทนสักนิดฟังอีกท่าน ๒ ท่าน เพราะว่าเราอภิปรายกันมาใช้เวลาไปหลายชั่วโมง แต่ฝ่ายค้านใช้เวลานิดเดียวเองยังไม่ถึงครึ่งของทั้งหมดเลยครับ ท่านรัฐมนตรีขอนิดหนึ่งว่า ถ้าจะกรุณาได้ก็ฟังอีกสัก ๒ ท่านแล้วตอบรวมทีเดียวมันก็จะประหยัดเวลา เพราะว่า ไม่เช่นนั้นมันก็ใช้เวลามากเดี๋ยวก็ต้องเลยเที่ยงคืนนะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เห็นด้วยครับ เห็นด้วย ผมยังไม่ตอบตอนนี้ครับ เป็นแต่เพียงว่าผมพยายามนําเรียน ท่านประธานว่าท่านถอดถอนผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็คงจะเป็น การกระทําผิด หรือประพฤติมิชอบ หรือว่าทุจริตในหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม อยากจะให้เป็น เนื้อหาตรงนั้น แต่ฟังเนื้อหามาโดยตลอด มันเป็นเนื้อหาของ ศปภ. ซึ่งตั้งขึ้นเป็นหน่วยเฉพาะกิจ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมา ไม่ใช่หน่วยงานตามพระราชกฤษฎีกา ไม่ใช่หน่วยงาน ตามรัฐธรรมนูญ

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาของ สภานะครับ ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีกําลังหลงประเด็น เพราะว่าประเด็นที่เรากําลัง อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านอยู่นั้นมีด้วยกัน ๒ ประเด็น คือ ๑. เรื่องของการบริหารจัดการ ศปภ. กับอีกกรณีหนึ่งคือเรื่องของพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ก็มี ๒ ประเด็นนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามท่านต้องฟังทั้ง ๒ ประเด็นให้ครบก่อน ส่วนเรื่องของการถอดถอนนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเพื่อไม่ให้สภาเสียเวลา ไปมากกว่านี้ ผมอยากจะให้ผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายให้เสร็จ แล้วท่านค่อยตอบ ทีเดียวนะครับ ขอบพระคุณครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

คือผมเป็นห่วงเวลาท่านไม่ใช่อะไรหรอก ท่านใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบ ๕ ชั่วโมงแล้ว แต่เนื้อหาสาระก็ยังวน ๆ อยู่กับเรื่อง ศปภ. ผมก็เลยสงสัยเท่านั้นว่าท่านอภิปรายรัฐมนตรี ศปภ. หรืออย่างไร หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเท่านั้นละครับท่านครับ ก็เป็นห่วง เท่านั้นละครับ ไม่มีปัญหาอะไร ผมตอบได้อยู่แล้ว ผมตอบปัญหาของท่านสาทิตย์ก่อนได้ไหม ตอบปัญหาของท่านอภิรักษ์ก่อนได้ไหม

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอรรถวิชช์ประท้วงครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธาน เรื่องข้อบังคับ ข้อ ๘ เรื่องการดําเนินการประชุม เพราะว่าหัวข้อ ดังกล่าวได้มีการพูดหลายครั้งแล้ว แล้วท่านประธานได้ตัดสินแล้ว ผมขอพูดอีกสักทีครับ ใช้เวลาครึ่งนาทีเท่านั้นเองว่า ท่านประชาถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา ๑๕๘ ควบคู่กับ มาตรา ๑๕๙ นะครับ ท่านถูกอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของท่านรัฐมนตรีที่จงใจฝ่าฝืน บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เอาสั้น ๆ นะครับ คราวนี้อย่างนี้ครับ เวลาท่านปฏิบัติงานในฐานะรัฐมนตรีที่ควบคุมดูแล ศปภ. ท่านอย่าลืมครับ นั่นเป็น พฤติกรรมของท่านจริง และท่านรัฐมนตรีเองท่านลงนามในคําสั่ง ศปภ. ทุกครั้งครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และต่อท้ายว่า ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครับ เพราะฉะนั้นท่านกําลังเซ็นและ กําลังปฏิบัติการ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ ผมว่าท่านประชาทราบดี เดี๋ยวให้ท่านตอบทีเดียวดีกว่าครับ ผมว่าท่านได้ฟังแล้ว น่าจะให้ท่านตอบทีเดียว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ครับ ถึงบอกท่านประธาน ว่าไม่อย่างนั้นเรื่องนี้มันจะวนกลับมาอีก แล้วเราอยากจะเสนอแนะท่านในเรื่องดี ๆ ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ครึ่งวินาทีครับ ท่านครับ ผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ กรณีที่ท่านอภิปรายว่า ผมลงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นต้องขออธิบายนะครับ ขอเรียนว่า ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั้นเป็นตําแหน่งโปรดเกล้าฯ นะครับ เป็นตําแหน่ง ที่ผมได้รับโปรดเกล้าฯ ผมต้องลงทุกครั้งในทุกตําแหน่ง ในทุกครั้งที่ผมลงนาม ส่วนในเรื่อง ของตําแหน่งอื่นที่เสริมมานั้นผมก็ลงตามไป เพราะฉะนั้นตําแหน่งที่โปรดเกล้าฯ ก็ถือว่าเป็น ตําแหน่งหลักของผม ผมเพียงแต่เป็นห่วงเท่านั้นเองว่าท่านยังไม่ได้เข้าเนื้องานเลย ที่อภิปรายผม กลัวพี่น้องประชาชนเขาจะไม่ได้เนื้อหาสาระ ก็อยากให้ท่านเข้าในเนื้อหา เท่านั้นละครับ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ขอบคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินการมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ เรามีเวลาที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ๑ วันกับ ๑ คืน นี้นะครับ ซึ่งเป็นเหมือนกับเราได้พูดคุยกันไว้ว่าเราจะใช้เวลาเท่านี้ ซึ่งจะต้องจบก่อนเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นเพื่อให้การประชุมดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอความร่วมมืออย่างนี้ ได้ไหมครับ ประเด็นที่ถกเถียงกัน

ประเด็นที่ ๑ อภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับผู้อํานวยการ ศปภ. อย่างนี้ ในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. อภิปรายได้ไหม ผมขอสรุปอย่างนี้ก็แล้วกันครับว่า ตําแหน่งผู้อํานวยการ ศปภ. ก็คือตําแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมไปทําหน้าที่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นจะไปทําในตําแหน่งผู้อํานวยการ ศปภ. แต่ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมันก็ติดตัวไปด้วย ซึ่งมันปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้จะได้ไม่ต้องถกเถียงกันอีกนะครับ ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น หลังจากได้โปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมถือว่าตําแหน่งมันติดตัวไป ไปทําอะไรแล้วมันเกี่ยวพันทั้งนั้นละครับ ประเด็นนี้สรุปจบตามนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นการประท้วง ก็ต้องขอความร่วมมือ เพราะเวลาเรามีแค่ ๑ วันกับ ๑ คืน เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ก็ขอความร่วมมือจากทั้ง ๒ ฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายค้านนะครับ อยากให้อภิปรายในลักษณะเป็นสาระ แล้วอย่าไปพาดพิง เปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาลเขาประท้วง เพราะฉะนั้นอย่าไปพาดพิงในส่วนที่ไม่ควรพาดพิง ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างง่าย ๆ การทําหน้าที่อย่างปิดกั้นไม่ให้น้ําไปท่วมสมุทรสงคราม อะไรอย่างนี้ แล้วก็ไปเอ่ยถึง ส.ส. ทั้งจังหวัดเลย พอไปเอ่ยถึงเขา เขาก็มีสิทธิที่จะขอใช้สิทธิ พาดพิง ทีนี้ก็ลุกขึ้นมาหลายท่านเสียเวลาครับ ถ้าเราไม่พาดพิง ส.ส. สมุทรปราการ เราพูดถึงผู้อํานวยการ ศปภ. คนเดียวเลยมันก็จะไม่มีการพาดพิงก็จะไม่เสียเวลา นี่ยกตัวอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้อภิปรายอย่างมีสาระ แล้วอย่าพาดพิงโดย ไม่จําเป็นนะครับ แล้วก็ขอความร่วมมือกับฝ่ายรัฐบาลครับ เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเขาได้ทํา หน้าที่กันเต็มที่ เพราะเวลาส่วนที่เหลือตรงนี้ เมื่อสักครู่วิป (Whip) รัฐบาลมาปรึกษาผมว่า วิปฝ่ายค้านขอขยายเวลาอีก ๑ วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้จะไปขยายเวลาอีก ๑ วัน เพราะเสียง ข้างมาก ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเขาก็ไม่ยอม แล้วที่สําคัญตั้งแต่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาไม่เคยมี ครั้งไหนที่ฝ่ายค้านได้เวลามากเท่ากับครั้งนี้นะครับ อย่างคราวที่แล้วอภิปรายรัฐมนตรี ๙ คน ได้เวลา ๓ วัน ถ้าได้เวลาเท่ากับครั้งนี้คราวที่แล้วต้องอภิปราย ๙ วันนะครับ เพราะฉะนั้น เลยขอความร่วมมือกับพวกเราเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีประสิทธิภาพและมีสาระ ก็จะขอความร่วมมือกับพวกเราทุกคนตามนี้นะครับ ท่านวิทยามีอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานวิปรัฐบาลครับ ผมเป็นคนควบคุมกํากับในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวที่แล้วนะครับ แล้วก็ยืนยัน กับท่านประธานสภาครับ ผมพยายามกํากับและขอร้อง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลในวันนั้นนะครับว่า สิทธิหน้าที่ในการชี้แจงเป็นหน้าที่ของท่านรัฐมนตรี และผมก็ยืนยันว่าให้โอกาสฝ่ายค้าน ในวันนั้นซึ่งเป็นพวกท่านในวันนี้ครับ ได้ใช้สิทธิในการอภิปรายกันอย่างเต็มที่ เกือบจะไม่มี การประท้วงเลยครับ และผมให้ระยะเวลาที่ตกลง ๒ วัน ขยายเป็น ๓ วัน เกือบถึง ๔ วันครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าท่านจะขอความกรุณาฝ่ายรัฐบาลวันนี้นะครับ ใจเย็นสักนิดครับว่า เป็นรัฐบาลแล้ว แล้วก็ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็ไม่ได้ด้อยปัญญาครับในการที่จะตอบคําถาม คนอื่นใจเย็นสักนิดครับ หน้าที่นี้เป็นเรื่องของสภากับท่านรัฐมนตรีโดยตรงครับ คนอื่นถ้าจะ ประท้วงก็กรณีพวกผมผิดข้อบังคับก็ว่ากันไป แต่ถ้าจะใช้สิทธิอธิบายแทน ผมว่าต้องหยุดครับ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีตอบได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะพยายาม ควบคุมตามข้อบังคับตรงนี้ เพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ มีอะไรครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ ที่จริงแล้วผมก็ไม่อยากจะเรียน แต่ว่าจําเป็นต้องเรียนให้ทราบ ท่านตั้งใจจะอภิปรายผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ว่าในเนื้อหาของการยื่นถอดถอนท่านพาดพิง ไปหลายคนหลายส่วนที่เขาเสียหาย เขาก็มีสิทธิในการที่จะชี้แจงครับ ไม่ว่าจะเป็น กล่าวพาดพิงถึงนายการุณ โหสกุล ไม่ว่าจะเป็นกล่าวพาดพิงถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ กระทําการโดยทุจริต หรือแม้กระทั่งบุคคลที่ไม่มีตัวมีตนที่ท่านอยู่เมืองนอก ท่านก็ กล่าวพาดพิงไปในหนังสือที่ยื่นถอดถอนนี้ ฉะนั้นคนต่าง ๆ เหล่านี้เขามีสิทธิจะใช้สิทธิพาดพิง ไหมครับ ผมถามท่านประธานด้วย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เมื่อกี้ผมได้ ทําความเข้าใจไปตามนี้แล้วนะครับ ขอความร่วมมือจากทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ เพื่อให้ การประชุมดําเนินไปด้วยดีนะครับ ตกลงเอาตามนี้นะครับ เมื่อกี้เห็นท่านชูวิทย์ยกมือครับ ท่านมีอะไรครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมยังไม่ได้จัดเวลาอภิปรายครับ ผมนี่ในฐานะฝ่ายค้านนะครับ แล้วผมก็ไม่ทราบว่าญัตติ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องแจ้งผมล่วงหน้า บอกผมเวลามันกระชั้นชิด ผมก็ไม่ได้เซ็น แล้วตอนนี้เวลาที่ผมจะถูกจัดสรรให้อภิปรายด้วยก็ไม่มีครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมนี่นั่งอยู่ซีกนี้นะครับ ก็ฝ่ายค้านเหมือนกันครับ แล้วทําไมผมไม่ได้จัดสรรเวลา ก็อยากจะให้ ประธานได้พิจารณาหน่อยว่าในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภา ผมก็อยากจะพูดในปัญหา หรืออยากจะให้ประชาชนได้ทราบในฐานะสมาชิกสภาในฐานะฝ่ายค้าน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านมีสิทธิที่จะเสนอตัวเพื่ออภิปรายได้ในฐานะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านนะครับ ก็เป็นอํานาจของ ประธานที่จะอนุญาตหรือไม่นะครับ แต่ถ้าจะให้ดี เพื่อให้การประชุมมีความเรียบร้อย ท่านประสานกับทางวิปได้ก็จะดี

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

ประสานไปแล้วครับ แต่เขาไม่จัดให้ครับ เขาบอกว่าไม่มีเวลาให้ครับ แล้วก็บอกล่วงหน้าญัตติผมแค่ชั่วโมงเดียว ผมก็เตรียมตัวไม่ทัน ที่จะเซ็นญัตตินี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลานาน ไหมครับ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

ผมใช้เวลาไม่นานครับ ผมมีข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แล้วก็มีสิทธิฟ้อง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สักกี่นาที

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

ไม่เกิน ๒๐ นาทีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อย่างนั้น ลองคุยกับทางวิปของ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

คุยแล้วครับ คุยตั้งแต่เช้าแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลองคุย อีกรอบหนึ่งครับ คุยอีกรอบหนึ่ง ไม่เป็นไร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

คุยแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลองดูอีกรอบหนึ่ง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บัญชีรายชื่อ

ก็เห็นผมเป็นลูกฟุตบอล โยนไปโยนมา อยู่นั่นละครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านขจิตรครับ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าผมเป็นสมาชิกแห่งสภานี้ ผมอึดอัดใจมากที่นั่ง ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ไม่เป็นไปตามข้อกําหนดในรัฐธรรมนูญ การใช้อํานาจหน้าที่ใน ผอ. ศปภ. ที่อ้างถอดถอน ทีนี้การ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านขจิตรครับ เรื่องนี้ผมได้พูดไปแล้วนะครับ ใจเย็นครับ ผมว่าต่อเลยดีกว่าครับ เราทําความเข้าใจกัน พอสมควร ต่อเลยดีกว่าครับจะได้ไม่เสียเวลา ท่านนริศเชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน กรณีที่ท่านชูวิทย์ได้อภิปราย แล้วก็ทําให้ได้รับความเสียหายสักเล็กน้อยครับ

เรื่องที่ ๑ กระผมได้ประสานงานกับท่านชูวิทย์และพรรคการเมืองอื่นตั้งแต่ วันที่ ๑๕ นะครับ เพื่อที่จะยื่นถอดถอนในวันที่ ๑๗ ไม่ใช่ชั่วโมงเดียวนะครับ แล้วก็คุณชูวิทย์ ก็ไม่ได้ลงนามในญัตติถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเราได้ยื่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ ๑๘ นะครับ แล้วก็ที่จริงคุณชูวิทย์ก็มีสิทธิอภิปราย แต่ว่าโดยประเพณีปฏิบัติ ธรรมเนียมปฏิบัติสําหรับผู้ไม่มีชื่อ ไม่ได้ร่วมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ไม่เคยมีใคร อภิปราย กับ ๒. ข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ให้ผู้เสนอญัตติเป็นผู้อภิปรายก่อน คุณชูวิทย์ไม่ได้เป็น ผู้เสนอญัตติ ถ้าจะอภิปรายก็ในฐานะผู้สนับสนุนญัตติ ซึ่งขณะนี้ผู้เสนอญัตติได้ร่วมประชุม วางแผนเตรียมเวลาไว้เต็มที่แล้วครับ แล้วก็ไม่พออีกนะครับ จึงไม่สามารถที่จะให้คุณชูวิทย์ ได้อภิปรายในเวลาที่พวกเราได้จัดสรรกันแล้วนะครับ จึงกรุณาแจ้งท่านประธานเพื่อทราบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต ดําเนินการต่อเลยนะครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผมอภิปรายท่าน ในฐานะท่านเป็น ผอ. ศปภ. เราต้องยอมรับนะครับว่าตําแหน่งนี้เป็นของคู่กัน แล้วอยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปทางท่านประชาครับ ผมมีความรู้สึกว่าวันนี้ท่านลุกลี้ลุกลนผิดปกติ ในช่วงเช้าเราคุยกันว่าบุคลิกท่านเปลี่ยนไปครับ ธรรมดาท่านสุภาพครับ แล้วก็ท่านนิ่งมาก แต่วันนี้ท่านลุกขึ้นบ่อยผิดปกติครับ เกิดความรู้สึกว่าท่านกําลังกังวลใจอะไรอยู่หรือเปล่า ท่านมีความกดดันกับความบกพร่องผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดินของท่านครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนในประเทศทุกข์ร้อนมากในปัญหาน้ําท่วม จนมี หลายคนพูดว่า ใครทําอะไรแผ่นดินนี้ไว้

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วง คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมก็ไม่อยากจะ ตําหนิติเตียนคนที่พูดวันนี้นะครับ ขณะนี้คุณหมอวรงค์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ตกลง ประท้วงหรือจะอภิปรายรัฐมนตรีประชาครับ ไปหาว่าเขาลุกลี้ลุกลน ผมว่าท่านประธานครับ คุมหน่อยเถอะครับ ว่าเรื่องนี้ครับท่านครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมเป็นผู้อภิปรายครับ มีหน้าที่ อภิปรายครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ไม่ใช่ครับ ถ้าอภิปรายก็ว่ากันไป ไม่ใช่ ไปว่าส่วนตัวกันอย่างนี้ครับ ลุกลี้ลุกลนอะไร

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัย ท่านครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ท่านนั่งก่อนครับ คุณหมอวรงค์ครับ ไม่อยากให้ กระแนะกระแหนนะครับ ท่านว่าในประเด็นที่ท่านต้องการนําเสนอเพื่อจะได้ไม่มี การประท้วงครับ จะได้ไม่เสียเวลา ท่านครับขอความร่วมมือนะครับ เชิญครับ เชิญท่าน ต่อเลยครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวเกรงว่า เราจะสับสนกัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านฟังผมสิครับ ญัตตินี้คือญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ พวกผมไม่ไว้วางใจท่านประชา พรหมนอก ผมจึงจําเป็นต้องโยงโน้มน้าว ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าบุคคลท่านนี้ไม่สมควรไว้วางใจ อยู่ ๆ จะให้ผมพูดธรรมดา พูดลอย ๆ ไปว่าท่านประชาเป็นคนดีนะ ท่านน่าจะทานข้าวด้วยกันสักมื้อไหมครับ อย่างนี้ หรือครับ มันไม่ใช่ครับ คือผมต้องชี้ว่าท่านบกพร่องครับ ฉะนั้นผมจําเป็นต้องโน้มน้าว พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านคุณหมอครับ ท่านมีสิทธิที่จะพูดตามที่ท่านพูดเมื่อกี้นะครับ แต่อย่าพูดในลักษณะเป็นการเสียดสีเท่านั้นเอง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ไม่เป็นอะไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกล่าวหา ได้เลยครับ อย่าไปเสียดสี

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เห็นไหมครับ ท่านกําลังลุกลี้ลุกลนกังวลใจกับข้อกดดันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในฐานะ ผอ. ศปภ.

(พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ คงไม่มีอะไรเสียหาย ท่านนั่งเถอะครับ ท่านพอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านครับ ไม่เป็นอะไรครับ เมื่อกี้ผมเตือนไปแล้วครับท่าน ผมเตือนแล้วครับ เชิญคุณหมอต่อเลยครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ คนที่จะมาเป็น รัฐมนตรี ดูแลชีวิต ดูแลความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนต้องมีความอดทนนะครับ คนที่จะ เป็นรัฐมนตรีต้องอดทนมากกว่าพวกผมครับ พวกผมก็ต้องอดทนมากกว่าคนธรรมดา ดังนั้น ต้องอดทนฟังพวกผมนะครับ และอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่จะพูดจากนี้ไป เป็นความจริงจากความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่จะมาถ่ายทอดผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าทําไมพวกเราไม่ไว้วางใจท่าน ท่านเชื่อไหมครับว่าสิ่งที่ผมได้เจอ ประชาชน ได้ฟังคําพูดของประชาชนบอกว่า ใครทําอะไรกับแผ่นดินนี้ไว้ ประชาชนถึงได้ทุกข์ แสนสาหัสขนาดนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานรู้ครับ ใครทําอะไรกับแผ่นดินนี้ประชาชนถึง ทุกข์ร้อนขนาดนี้ จนมีประชาชนบางคนพูดว่าสงสัยคําพูดที่ว่ามากับไฟไปกับน้ําจะเป็นจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประชาจะไปกับน้ําหรือไม่ได้ไปกับน้ํา ผมอยากจะให้ ท่านประชาดูคลิปที่ ๑ พี่น้องประชาชนดูคลิปที่ ๑ นะครับ ผมขออนุญาตขอคลิปด้วยครับ ผมขอให้ทีมงานช่วยเปิดคลิปที่เตรียมไว้ทั้งหมด ๗ คลิป จะไล่ไปทีละคลิป

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ก็วันเว้นวันเขาก็จะเอาข้าวมาให้ หลวงพ่อยังบอกเลยเขาทิ้งเราแน่ หลวงพ่อเขาก็ว่า”

“............... : ไม่อย่างนั้นมั้ง ไม่อย่างนั้นหรอก”

“............... : ไม่แต่จริงครับ แล้วเทศบาลนั้นทอดทิ้งหมดเลย ทุกคนเขา อยากร้องไห้ อดไม่รู้จะอดอย่างไร ผมยังตกปลาสวายไปต้มยําเลี้ยง ข้าวไม่มีกิน กินเกลือกับข้าวครับ ผมมาตกปลาทุกคืนครับ ก็เอาไปเลี้ยง ไม่เชื่อคุณถามดูได้ ปลาก็ปลาวัด หลวงพ่อบอก ไม่เป็นไรอดก็เอา”

ท่านประธานครับ ท่านได้เห็นคลิปนี้ แล้วใช่ไหมครับ อันนี้คือน้ําตาประชาชนนะท่านประธาน ไม่ใช่น้ําตานักการเมือง และผม ก็เชื่อว่าประชาชนอายุขนาดนี้ผ่านทุกข์ผ่านยากมาเยอะมาก สิ่งที่เขาพูดจากใจ จากก้นบึ้งของ หัวใจว่าเขาลําบาก เขาพูดชัดเจนว่าเขาถูกทอดทิ้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ วันนี้ท่านประชาฟังดูแล้ว ผมเชื่อว่าท่านต้องรู้สึก ประชาชนร้องไห้ท่านประธาน ใครทําให้ประชาชนต้องร้องไห้ล่ะ เขาพูดชัดเจนว่าเขาถูกทิ้งมา ๑๕ วัน ก่อนหน้านี้มีคนดูแลเขาวันเว้นวัน แต่หลังจากนั้นไปแล้ว เขาถูกทอดทิ้งมา ๑๕ วัน ผมเชื่อว่าท่านเองอาจจะมีความรู้สึกปฏิเสธว่าเรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องดูแล หรือเรื่องนี้ท่านนายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดูแล ผมขออนุญาตให้ท่านประธานดู นี่คือมาตรา ๓๑ ของ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่านจําได้นะครับ ซึ่งได้ประกาศไว้ชัดเจนว่าทุกหน่วยงานทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องขึ้นตรงและรับคําสั่งจากนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วมครั้งนี้ เป็นเอกภาพ วันนี้เฉพาะ พ.ร.บ. มาตรา ๓๑ นี้ท่านจึงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และยิ่งมาสอดคล้องกับคําสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องมอบอํานาจให้กับ ศปภ. ข้อที่ ๒ ว่าท่านต้องมีหน้าที่กํากับดูแลการจัดส่งอาหารให้ทั่วถึง และเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องประชาชนครับ วันนี้ผมจึงอยากจะย้ําว่า ขณะนี้ประชาชนกําลังถูกทอดทิ้งอดอยากครับ หลายพื้นที่ มีปัญหานี้ครับ เพราะรัฐบาลมัวไปทําอย่างอื่น เนื่องจากว่ารัฐบาลมอบให้กับท่านประชา คนที่ไม่มีประสบการณ์ บกพร่อง แล้วก็ไม่ใส่ใจในการดูแลชีวิตของประชาชน

ผมมีประเด็นถัดมาที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อเราพูดถึง น้ําท่วม ท่านคงจะเข้าใจวลีเด็ดที่เคยประกาศเมื่อไม่นานมานี้ก็คือคําว่าบางระกําโมเดล อยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าของพวกผม มีโอกาสไปเยี่ยมบางระกําเมื่อวันที่ ๑๘ เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนั้นเรานั่งล้อมวง ทานข้าวกัน ท่านอภิสิทธิ์ ท่านอภิรักษ์ หลาย ๆ ท่าน รวมทั้งชาวบ้านจากบางระกํา นั่งล้อมวงทานข้าวกัน คนบางระกําพูดชัดเจนว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้ผิดพลาด ล้มเหลว ในการ ประกาศบางระกําโมเดลออกมา พวกเราตกใจว่าทําไมพูดอย่างนี้ เขาบอกว่ารัฐบาลประกาศ บางระกําโมเดลโดยที่ไม่ได้ปรึกษาหรือรับฟังความคิดเห็นของคนบางระกํา เขาพูดอย่าง เต็มปากนะครับว่าปัญหาของคนบางระกําไม่ใช่น้ําท่วม ปัญหาของคนบางระกําคือน้ําแล้ง เขาบอกว่าคนบางระกําอยู่กับน้ํามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ปู่ย่าตายายมีมาอย่างไรชีวิตเขา อยู่กับน้ํามาตลอดและเขาปรับตัวได้ แต่ขอบอกรัฐบาลอย่างเดียวว่าในช่วงน้ําลดเขาจับปลา อย่าให้เจ้าหน้าที่รัฐไปกวนเขามาก แต่หลังจากนี้ไปแล้วแม่น้ํายมจะแห้งขอด คนบางระกํา ทําไร่ทํานาไม่มีน้ําครับ ต้องเอาน้ํามาจากจังหวัดกําแพงเพชรครับ โครงการท่อทองแดง แม่น้ําปิงห่างจากอําเภอบางระกําไปประมาณ ๗๐-๘๐ กิโลเมตร ดังนั้นรัฐบาลประกาศ บางระกําโมเดลเพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมล้มเหลวครับ เพราะว่ามัน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือความล้มเหลวของ รัฐบาลชุดนี้ที่ทําอะไรตามใจชอบครับ เหมือนต้องการเอาระบบการตลาดมาใช้โดยที่ไม่รู้ว่า คนข้างล่างคิดอย่างไรบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากบางระกําโมเดลก็คือ มรดกบาปครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ ก็คือส่วยบางระกําโมเดล ผมจําได้ผมเคยตั้งกระทู้ถามครับว่า มีการเรียกเก็บหัวคิวจากพี่น้องชาวนาที่ทนทุกข์ระกําลําบากรายละ ๒ ไร่ ไร่หนึ่งรัฐบาลช่วย ๒,๒๒๒ บาท ๒ ไร่คือ ๔,๔๐๐ บาท และผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเนื่องจากว่าวันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมาครับท่านประธานครับ วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้แถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทยว่ามีการเก็บหัวคิวบางระกําโมเดลจริง คือรายละ ๔,๔๐๐ บาท ซึ่งท่านก็แถลงข่าวครับว่าขณะนี้ได้ให้ทางจังหวัดได้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนและให้คนกลุ่มนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เขาฝากท่านอภิสิทธิ์มาครับ และท่านหัวหน้าผมก็บอกผมว่าอยู่ในสภาพูดด้วยว่าขอให้รัฐบาลอย่าลูบหน้าปะจมูก ต้องจัดการคนโกงประชาชนครับ ย้ํานะครับ ท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. ที่ดูแลภาพรวมเรื่องน้ํา ของประเทศต้องจัดการคนโกงประชาชน แต่บางครั้งมันก็เหมือนเคราะห์ซ้ํากรรมซัดครับ ท่านประธาน วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน เมื่อไม่กี่วัน ๓ วันที่ผ่านมา คนบางระกํากลับมา ร้องเรียนพวกเราอีกรอบหนึ่ง เขาบอกว่าช่วงนี้รัฐบาลมีนโยบายเยียวยาเรื่องพันธุ์ข้าว ก่อนหน้านี้คือเยียวยาน้ําท่วมนา ๒,๒๒๒ บาท แต่ช่วงที่ผ่านมาเยียวยาพันธุ์ข้าวก็คือ พันธุ์ข้าวปลูก รัฐบาลตั้งแต่สมัยท่านอภิสิทธิ์หลักการเดียวกันให้ครอบครัวละไม่เกิน ๑๐ ไร่ ๑ ไร่ไม่เกิน ๑๐ กิโลกรัม แต่สิ่งที่น่าอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่งคือ คนที่เป็นคนร้องเรียน ส่วยบางระกําโมเดล และคนที่เป็นพยานว่ามีการเก็บหัวคิวคนเหล่านี้ไม่มีชื่อครับ ผมย้ํากับ ท่านประธานนะครับว่าเขาร้องเรียนว่าเขาร้องเรียนโครงการส่วยบางระกําโมเดล บางคน เป็นพยานยืนยันว่ามีคนเก็บส่วยคนเหล่านี้ไม่มีชื่อในการรับเมล็ดพันธุ์ข้าวครับ จึงอยากจะถาม ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่ดูแลภาพรวมว่าทําไมต้องรังแกคนบางระกําเยอะขนาดนี้ เขาแย่อยู่แล้วครับท่านประธานครับ น้ําท่วมนาเขาก็ลําบาก วันดีคืนดีเขาเรียกร้องความเป็นธรรม เขาถูกโกงหัวคิว ๔,๔๐๐ บาท วันนี้ไม่ยอมจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เขา เขาบอกว่าเขาไป ร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รัฐบอกว่ารายชื่อของคนกลุ่มนี้ถูกตัดรายชื่อออกมาจาก ส่วนกลาง ท่านอย่าลืมนะครับว่าคําว่า ถูกตัดมาจากส่วนกลาง ซึ่งผมไม่รู้ว่าส่วนกลางระดับไหน เป็นคนตัด แต่ ผอ. ศปภ. ต้องรับผิดชอบครับ ได้โปรดอย่ารังแกประชาชนครับ ผมในฐานะ ตัวแทนของพวกเขาผมมาทําหน้าที่ในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวบางระกํา ที่ถูกรังแก และท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. อย่าลืมว่าต้องจัดการคนโกงประชาชนและต้อง จัดการคนรังแกประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นถัดไปซึ่งเรื่องเหล่านี้ ผอ. ศปภ. ต้องเป็นคนรับผิดชอบในเรื่องการเยียวยาประชาชน ซึ่งสมัยท่านอภิสิทธิ์ก็เยียวยา ๕,๐๐๐ บาท วันนี้รัฐบาลชุดนี้ก็เยียวยา ๕,๐๐๐ บาท แต่จําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะเยียวยาให้จบภายใน ๓๐ วัน ขณะนี้หลายจังหวัดแม้แต่จังหวัดพิษณุโลก บ้านผมเขาบอก ๕,๐๐๐ บาท หลายคนยังไม่ได้ ท่าน ส.ส. สุโขทัยครับ ๕,๐๐๐ บาท หลายคนก็ยังไม่ได้ ท่าน ส.ส. สงกรานต์ นครสวรรค์ ก็บอก ๕,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่ได้ ผมเลยไปดูตัวเลขที่ธนาคารออมสินได้ทําการจ่ายให้กับ พี่น้องประชาชน ปรากฏว่าออมสินได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ตัวเลขขณะนี้รายละ ๕,๐๐๐ บาท จ่ายไป ๔๓๑,๐๐๐ ครัวเรือน

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัยครับ เมื่อวันศุกร์นี้ครับ ผมก็ไปดูเงินงวดใหม่ก็ออกแล้วครับ ๕,๐๐๐ บาท

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยครับ ปล่อยให้รัฐมนตรีท่านชี้แจงครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีเขาชี้แจงครับ ไม่เป็นไรครับ คุณหมอต่อเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ ผมขอย้ําตัวเลข ที่ผมได้ทบทวนมาว่า ขณะนี้ธนาคารออมสินจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนไป ๔๓๑,๐๐๐ ครัวเรือน พี่น้องประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากเพราะน้ําท่วมครั้งนี้เกือบ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ในภาพรวมแล้วเกือบ ๆ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่ยังไม่ได้รับ ท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. ต้องจัดการตรงนี้ครับ แต่ในระหว่างที่พี่น้องทวงเงิน ๕,๐๐๐ บาท มันก็มีภาพที่สร้างความอึดอัดใจให้กับพวกเราในฐานะตัวแทนประชาชน ผมขอไฟล์ที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาพนี้เป็นเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะได้ไปแผนฟื้นฟูที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็ไปมอบเงินเยียวยาอีกรูปแบบหนึ่งที่จังหวัดนครสวรรค์ ขออนุญาตขอภาพด้วยท่านดู ดี ๆ นะครับว่า มันอาจจะขยายไม่ได้ ผมอาจจะอ่านให้ฟังว่า ในหมายเลข ๑ เขียนไว้ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบเงินช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และทรัพย์เสียหายจากอุทกภัยครัวเรือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท โปรดฟังอีกครั้งนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมอบเงินช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์เสียหายครัวเรือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท เวลามีประโยคนี้ขึ้นมา พี่น้องประชาชนทั้งประเทศทุกคนก็แปลกใจว่าทําไม ตัวเองได้แค่ ๕,๐๐๐ บาท แล้วทําไมอยู่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีไปแจกถึง ๓๐,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจดีว่าช่วงหลังทั้งทีมโฆษกหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพยายามที่จะมาแถลงข่าวบอกว่า ตัวเลขนี้ไม่ใช่ บางคนบอกว่าเป็นเพราะว่าบ้านพังทั้งหลัง แต่ผมไม่รู้ท่านจะมาอ้างว่าบ้านพัง ทั้งหลัง แต่ตัวหนังสือคนไทยอ่านแล้วเข้าใจอย่างนี้ว่า ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์เสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. ท่านต้องดูแลท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน แล้วก็ผมอยากจะ ขออนุญาตกลับมาอีกครั้งนะครับภาพนี้ ขอกลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ ซึ่งผมรับทราบจาก พี่น้องชาวนครสวรรค์ว่า การแจกเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ผมขออนุญาตกลับมาอีกครั้งนะครับ ลองดูนะครับ การแจกเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้ามีการตรวจสอบได้รับประมาณ ๑๒ ครัวเรือน คนนครสวรรค์อีกเป็นหมื่นครัวเรือนยังไม่ได้รับครับ ส.ส. สงกรานต์ยืนยันกับผมได้ คนในเขต เทศบาล คนในเขตรอบนอก เขาก็บอกว่าทําไมเขาไม่ได้รับ จากการตรวจสอบปรากฏว่า ได้รับประมาณ ๑๒ ครัวเรือน แล้วผมก็ตรวจสอบในจังหวัดอื่น ๆ ดูบทความในหน้า หนังสือพิมพ์ เขาก็ยอมรับว่า ๓๐,๐๐๐ บาท ให้แค่ที่นครสวรรค์ ๑๒ คนเท่านั้น

แล้วท่านดูหมายเลข ๒ นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยชูนิ้ว ผมไม่ทราบทําอะไร ชูนิ้วมือขึ้นมา ช่วยกันตีความหมายหน่อยครับ

ท่านดูหมายเลข ๓ คุณป้าท่านหนึ่งมีมือโผล่มา ไม่ทราบว่ามือใคร เท่าที่ทราบว่ามือเขาอาจจะอ่อนแรง แต่มีคนช่วยจับ

ท่านดูหมายเลข ๔ ตรวจสอบดูแล้วเป็นท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ จับมือ ประชาชนคนหนึ่ง ผมว่าภาพนี้กําลังฟ้องว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้จริงใจที่จะเยียวยาประชาชน ๓๐,๐๐๐ บาทจริง ๆ รัฐบาลกําลังสร้างภาพชัด ๆ นะท่านประธาน ท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. ครับ ท่านต้องรับผิดชอบพวกนี้นะครับ ขณะนี้ประชาชนนอกจากทวงเงิน ๕,๐๐๐ บาทแล้ว ประชาชนก็ทวงสิทธิที่นายกรัฐมนตรีไปประกาศที่จังหวัดนครสวรรค์ว่า ๔๕ วันต้องได้รับเงินอีก ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านต้องรับผิดชอบ

ประเด็นถัดมา เรื่องนี้เป็นเรื่องเศร้ามากนะท่านประธาน เนื่องจากว่า เป็นเรื่องของชีวิตของพี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วถ้าพูดถึงประเด็นนี้แทบจะต้องยืนไว้อาลัยกับ ชีวิตที่จากไป เพราะท่านต้องยอมรับว่าการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนในน้ําท่วมใหญ่ครั้งนี้ เยอะมากครับ ตัวเลขรายงานของ ศปภ. ผมตัดการรายงานเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่านรายงานที่เอนเนอร์จี คอมเพล็กซ์ (Energy complex) ๖๑๕ ราย ในจํานวนนี้มีคนเสียชีวิตเพราะถูกไฟชอร์ต (Short) ๔๓ ราย แต่ตัวเลขรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ ๑๗ เดือนพฤศจิกายน รายงาน ผู้เสียชีวิต ๗๒๘ ราย แต่ปัญหาคือถูกไฟชอร์ตสูงถึง ๑๐๒ ราย ผมขออนุญาตให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านดูครับ อันนี้คือสิ่งที่พาดหัวขึ้นหน้า ๑ ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ที่ย้ําไว้ชัดเจนว่าวันนี้คนตายในประเทศไทยเฉพาะน้ําท่วมและถูกไฟชอร์ต ๑๐๒ ราย ติดอันดับต้น ๆ ของโลกครับ ท่านประชา ท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. ท่านสามารถสร้างสถิติโลก ท่านทําให้คนไทยเสียชีวิตติดอันดับต้น ๆ ของโลก เมื่อผมดูรายงานของ ศปภ. แล้ว ผมไม่มั่นใจครับ ที่ผมกล้าพูดว่าไม่มั่นใจเนื่องจากว่าที่ผ่านมา ศปภ. พูดอย่าง เหตุการณ์ จริง ๆ มันเกิดอีกอย่าง ผมก็เลยจะตรวจสอบ ศปภ. ผมลองตรวจสอบในจังหวัดที่ดูสิว่า จังหวัดไหนที่ลงข่าวหนังสือพิมพ์คนเสียชีวิตเยอะ ๆ ปรากฏว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ ท่านประธาน มีการลงข่าวหนังสือพิมพ์ว่าคนตายเพราะถูกไฟดูด ไฟชอร์ตสูงมาก ผมเลย สุ่มตัวอย่างเข้าไป ขอภาพภาพนี้ถัดไปนะครับ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ครับ ท่านพูดจาใส่ร้ายป้ายสีต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าเป็นผู้ทําให้มีคนตายเป็น ลําดับต้น ๆ ของโลกครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ ท่านประชา ไม่เคยมีเจตจํานงทําให้คนตายครับ แล้วไม่เคยไปสั่งฆ่าใครครับ คนตายด้วยไฟชอร์ต เป็นอุบัติเหตุครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอวินิจฉัยครับ ฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจครับ เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านจะกล่าวหานะครับ ซึ่งคุณหมอ ได้กล่าวหาท่านรัฐมนตรี ซึ่งเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีคงต้องชี้แจงครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กล่าวหาอย่างนี้ เป็นการกล่าวหาให้คนเข้าใจผิดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไรครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงครับ เชิญคุณหมอต่อครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัย ประท้วงหรือครับ เชิญท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ จริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องที่ รัฐมนตรีตอบเท่านั้นครับ แต่การนําข้อเท็จที่ไม่ใช่เป็นความจริงมาพูดอย่างนี้ต่อยหอยอย่างนี้ มันไม่ถูกครับท่านครับ แล้วเราก็ดูแลกันในแต่ละพื้นที่ก็เห็นว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณหมอวรงค์ว่า ดังนั้นผมคิดว่าเรามาพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีคงต้องชี้แจงอยู่แล้วนะครับ เชิญคุณหมอ ต่อเถอะครับจะได้ไม่เสียเวลา เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ อันนี้คือคําแถลง ของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับลงข่าวหมดครับว่า ประเทศเรา คนตายครั้งนี้สูงถึง ๗๒๘ คน โดนไฟชอร์ต ไฟดูด ๑๐๒ คน ขึ้นหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ เกือบทุกฉบับครับ ผมกําลังจะย้ําว่า ผมได้มีการตรวจสอบท่านครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ผมจะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ผมขออนุญาตเอาภาพเมื่อสักครู่ครับ ซึ่งภาพนี้เป็นรายงานของ สํานักงานเลขาของ ศปภ. ครับ ก็คือหน่วยงานที่เรียกว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่านตั้งใจดูนะครับว่าตัวเลขนั้นเขียนไว้ชัดเจนคือจังหวัดนนทบุรี ท่านรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งสิ้น ๗ รายครับ แล้วที่ผมขีดสีส้ม ๆ ไว้คือไฟฟ้าชอร์ต ๒ ราย ย้ํานะครับ ตัวเลขรายงาน ล่าสุดมีคนเสียชีวิตที่จังหวัดนนทบุรี ๗ ราย ผมเอาเฉพาะไฟฟ้าชอร์ต ๒ ราย แต่ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าข้อมูลเท่าที่ผมสามารถดูในสื่อออนไลน์ เฉพาะในมือผมมีคนตายจากไฟชอร์ต ๗ ราย บวกกับข้อมูลของ ศปภ. อีก ๒ ราย รวมเป็นทั้งสิ้น ๙ ราย ดังนี้นะครับ

วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่หมู่บ้านบางบัวทอง ซอย ๑๔ จังหวัดนนทบุรี เป็นสองพ่อลูกครับ พ่ออายุ ๖๐ ปี ลูกอายุ ๔๐ ปีเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่

วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ ซอยเทศบาล ๕ บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นสองพี่น้องครับ พี่อายุ ๔๑ ปี น้องอายุ ๔๐ ปี ตายพร้อมกันทั้งคู่ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หมู่บ้านพฤกษา ๑๐ ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็น รปภ. ตาย ๑ ราย

และวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เป็นสามีภรรยา ตายทั้งคู่ เช็ก (Check) กับข้อมูลของรัฐอีก ๒ ราย รวมเป็น ๙ ราย เท่ากับว่าเอาแค่ผิวเผิน วันนี้ข้อมูลของผมมากกว่าของท่าน ๔ เท่าครึ่ง

คําถามถามว่า ท่านประชาท่านไม่ได้ใส่ใจกับชีวิตประชาชนหรือครับ ท่านอย่าลืมนะครับว่าการตายจากไฟชอร์ตเป็นการตายที่สามารถปกป้องได้ครับ แล้วตัวเลข ที่ผิดพลาดอย่างนี้เหมือนกับว่าท่านไร้ประสิทธิภาพในการวบรวมข้อมูลการเสียชีวิตของ ประชาชนที่เป็นจริง คล้ายกับว่าท่านจงใจเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จและปกปิดข้อมูล อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านได้ข้อมูลที่เป็นเท็จท่านจะบริหารประเทศได้ถูกต้องหรือครับ ผมถึงไม่แปลกใจว่าทําไมคนไทยถึงเสียชีวิตเยอะมากในน้ําท่วมครั้งนี้ โดยเฉพาะไฟชอร์ตครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เราดูประเทศอื่น ในประเทศที่รัฐบาลเขารับผิดชอบ ต่อชีวิตประชาชน ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐมนตรีท่านนั้นเขาลาออกไปแล้ว เขาไม่มายืนท้าทาย ประชาชนที่ในสภาแห่งนี้ ถ้าวันไหนรู้ข่าวว่าคนตายเยอะขนาดนี้ ตัวเองผิดพลาด บกพร่อง รายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ ทําให้สังคมเชื่อว่าปกปิดข้อมูล เขาลาออกไปแล้วครับ และอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประชาอีกครั้งหนึ่งว่า ถามจริง ๆ เถอะครับ ถามจริง ๆ ว่าท่านแคร์ (Care) กับการตายของประชาชนไหมครับ โดยเฉพาะการตายที่เกิด จากไฟชอร์ต ท่านเชื่อไหมครับว่าวันที่ ๒๑ กันยายน ถึง ๒๑ ตุลาคม แค่ ๑ เดือนในช่วงที่ผ่านมา สถิติคนไทยที่ถูกไฟชอร์ตตายสูงกว่าก่อน ๆ นั้น ๖ เท่า ผมเชื่อว่าถ้าท่านแคร์เรื่องนี้ เมื่อรู้ข่าวว่า คนไทยตายเพราะโดนไฟชอร์ตเยอะมาก ท่านควรจะต้องมีมาตรการในการดูแลที่ชัดเจน ที่เป็นแผนของชาติ ท่านต้องมีมาตรการในการกระตุ้นเตือนปกป้องชีวิตของประชาชน แต่ผมดูแล้วท่านไม่มีอะไรเลย ผมถือว่าท่านบกพร่อง ท่านละเลย ท่านไร้ประสิทธิภาพ แย่มาก ปล่อยให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนตายไปเยอะขนาดนี้ผมว่าแย่มาก ผมกําลังจะชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าในประเทศที่เขาสนใจชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอมี ผู้ประท้วงครับ ท่านก่อแก้ว เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ครับ การอภิปรายของท่านผู้กําลังอภิปรายอยู่นั้นกําลังอภิปราย ให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งพยายามสื่อความหมายว่าท่านรัฐมนตรีนั้นเป็นผู้ทําความผิดพลาดให้ คนตายจํานวนมาก ผมขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ปีที่แล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชน คนตายจํานวนมาก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก่อแก้วครับ ผมเข้าใจที่ท่านประท้วงละครับ ผมวินิจฉัยว่าอย่างนี้นะครับ ก็เหมือนวินิจฉัยคราวที่แล้ว ฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนะครับ ซึ่งเขามีหน้าที่กล่าวหา จะจริงหรือเท็จ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีท่านจะชี้แจงเองนะครับ ท่านก่อแก้วครับ เขามีหน้าที่กล่าวหาจะจริงหรือเท็จ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงเองครับ ท่านนั่งเถอะครับ เชิญคุณหมอต่อครับ คุณหมอต่อเถอะครับ จบแล้วครับนั่งเถอะครับ คุณหมอต่อ เชิญคุณหมอเลยครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่า ท่านเป็นรัฐบาล ๗๐๐ ศพนะครับ แต่ผมกําลังกล่าวหาว่าทําไมท่านถึงปล่อยให้ชีวิต ประชาชนตายเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะการตายที่เกิดจากไฟชอร์ต เพราะว่าไฟชอร์ตเป็นสิ่งที่ ปกป้องได้ ผมกําลังจะยกตัวอย่างต่างประเทศ ประเทศที่เขาคํานึงถึงชีวิตของประชาชน ผมย้ํานะครับว่าคือเศร้าใจครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าประชาชนเลือกพวกท่านขึ้นมา เพื่อมาเป็นรัฐบาลหวังจะดูแลชีวิตของเขา แต่ท่านไม่ได้ใส่ใจที่จะดูแล ผมจะยกตัวอย่าง ช่วงที่เฮอริเคนเข้าที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีคนไทยที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น และคนไทยคนนั้นอยู่ในเหตุการณ์มหาพิบัติภัยครั้งนี้เขาได้เขียนเปรียบเทียบกัน เพื่อจะเป็น อุทาหรณ์ให้กับรัฐมนตรีที่ชื่อว่า ประชา พรหมนอก เขาเขียนว่า การรับมือของเขายอดเยี่ยมมาก มีการประกาศอย่างรวดเร็วจะได้ยินประกาศซ้ํา ๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อทุกสื่อ ถึงมาตรการที่ต้องปฏิบัติ เขาจะบอกสถานการณ์ที่เลวร้ายและประชาชนจะปฏิบัติตาม ประกาศทั้งวันจะได้ยินประกาศซ้ํา ๆ จนท่องได้ คําถามถามว่ากรณีพิบัติภัยน้ําท่วมใหญ่ ครั้งนี้โดยเฉพาะเรื่องไฟชอร์ต ท่านได้มีมาตรการในการดูแล ในการกระตุ้นเตือน พี่น้องประชาชนอย่างไร แต่ท่านไม่มี ผมจะชี้ให้เห็นความเศร้าของพี่น้องประชาชน ขออนุญาตอดทนดูคลิปที่ ๑ ขอดูคลิปต่อไปเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : รปภ. หมู่บ้านพฤกษา ๑๐ ได้เสียชีวิตไปแล้ว”

ท่านประธานครับ ท่านประชาครับ ท่านคิดว่าเขาสมควรตายไหมครับ เขามีอาชีพเป็น รปภ. ในหมู่บ้านพฤกษา ๑๐ ที่จังหวัดนนทบุรี หน้าที่ของเขาอย่างหนึ่ง คือการไปเปิดปิดไฟในช่วงเช้าและช่วงเย็น แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น ไม่นานเขาถูกไฟชอร์ตตายเสียชีวิต ผมเชื่อว่าถ้าท่านใส่ใจครับ เอาใจใส่ในชีวิตของประชาชน มีมาตรการในการดูแลที่ชัดเจน มีมาตรการในการกระตุ้นเตือนปกป้องเขา ผมเชื่อว่าเขาไม่ตาย ผมอยากให้ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ ซึ่งภาพนี้เห็นแล้วน่าเศร้ามาก เป็นเหตุการณ์ เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี บางบัวทอง ๒ ท่านนี้ คนพี่อายุ ๔๑ ปี คนน้องอายุ ๔๐ ปี อยู่ที่ บางบัวทองเป็นคนจนปกติ วันนั้นมีการแจกถุงยังชีพ ๒ คนพี่น้องก็ออกมาเพื่อรับถุงยังชีพ ในระหว่างที่เดินลุยน้ํากลับบ้านระดับน้ําก็ขนาดอก น้องชายเขาเดินผ่านรถเข็นก๋วยเตี๋ยว ที่จอดอยู่ข้างทางจมน้ําก็เอามือไปแตะโดยบังเอิญ ปรากฏว่าถูกไฟชอร์ต ความผูกพันของ สายเลือดเห็นน้องชายถูกไฟชอร์ตก็เข้าช่วย ปรากฏว่าคนพี่ก็ถูกไฟชอร์ต ปรากฏว่าเป็น โศกนาฏกรรมของพี่ชายและน้องชาย อยากจะย้ํากับท่านประธานไปยังท่านประชาว่า เขาตายในที่สาธารณะ ย้ํานะครับว่าเขาตายในที่สาธารณะซึ่งรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบเขา ถ้าท่านเอาใจใส่ ท่านมีมาตรการในการดูแลผมเชื่อว่าเขาไม่ตายครับ หรือว่าเขาเป็นคนจน หรือครับ

ท่านดูภาพต่อไป ภาพนี้ก็น่าเศร้าเป็นคนที่พวกเราหลาย ๆ คนรู้จักและเคย ได้ยินชื่อ ต้องขออนุญาตเอารูปของเขาเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับรัฐบาลชุดนี้ และเป็น อุทาหรณ์กับพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านผู้นี้เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติ เป็นนักฟุตบอล ทีมชาติสร้างชื่อสร้างให้กับประเทศ ขณะนี้รับราชการที่กองทัพอากาศ วันนั้นเขาไปกับเพื่อน พายเรือไปที่ลําลูกกา ขณะที่พายเรือไปเพราะเจตนาคือจะเอาอาหารไปเลี้ยงสุนัขที่บ้าน เนื่องจากว่าบ้านถูกน้ําท่วมพายเรือผ่านหน้าวัดโพสกก็เลยตัดสินใจกระโดดลงจากเรือ เพื่อจะ มาเข็นเรือและเอาอาหารไปให้สุนัข ปรากฏว่าแค่กระโดดลงจากเรือเขาถูกไฟชอร์ตตายทันที อยากจะถามท่านประธานนะครับว่า ท่านผู้นี้สมควรตายหรือครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งว่านี่ก็คือ อีกหนึ่งรูปของการตายในที่สาธารณะ ซึ่งแสดงของความบกพร่อง ความละเลย ความไม่ใส่ใจ ของคนที่ชื่อว่า ประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ. ศปภ. ไม่สนใจชีวิตประชาชน ผมเชื่อว่าเขา ไม่ควรตายจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับดูคลิปต่อไป เป็นคลิปสุดท้าย

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ความจริงคู่นี้ เป็นคู่ยายหลานที่จังหวัดขอนแก่นและเขาต้องเสียชีวิต เขาเสียชีวิตในบ้านครับ ท่านอาจจะ คิดว่าขณะนี้เขาประมาท แต่อย่างที่ผมกราบเรียนย้ํากับท่านประธานนะครับว่าการตาย เฉพาะไฟชอร์ตเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องได้ ป้องกันได้ ถ้าท่านมากล่าวหาว่าประชาชนท่านนี้ ประมาท ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลประมาทมากกว่า รัฐบาลประมาทตรงที่รัฐบาลไม่มีมาตรการ ในการดูแลครับ ไม่มีมาตรการในการกระตุ้นเตือนในการปกป้องชีวิตของประชาชน ไม่ใส่ใจ ในชีวิตของประชาชน ผมอยากจะย้ํากับท่านประธานไปยังท่านประชา พรหมนอก ท่านต้อง สํานึกนะครับ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อครับ ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย ตามข้อ ๖๑ นะครับ เมื่อสักครู่หลังจากดูคลิปมีผู้เสียชีวิต มีญาติผู้เสียชีวิตกําลังร้องไห้ พอคลิปเสร็จเป็นหน้าผู้อภิปรายนะครับ แทนที่หน้าผู้อภิปรายกําลังจะเศร้ากลับตรงกันข้ามครับ ท่านประธาน กลายเป็นหน้าผู้อภิปรายกําลังยิ้มครับ ภาพคลิปคนตายเรื่องเศร้า คนเสียชีวิต ญาติเขาเสียใจ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก่อแก้วครับ ผมวินิจฉัยไปหลายครั้งแล้วครับ ท่านก่อแก้วครับ ฝ่ายค้านเขายื่นญัตติไม่ไว้วางใจนะครับ แล้วเขามีหน้าที่กล่าวหาและการกล่าวหาจะจริงหรือเท็จก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีท่านจะชี้แจง ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่ใช่ความจริงท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงเอง ไม่เป็นไรครับ ท่านก่อแก้วนั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีชี้แจงเองครับ ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ เชิญคุณหมอต่อเลยครับ

(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานสภา ที่เคารพครับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขออนุญาต จริง ๆ ก็ไม่อยากจะ ประท้วงท่านประธานนะครับ แต่ว่ามีความจําเป็นจริง ๆ เพราะเนื่องจากว่าผมพยายามที่จะ ประท้วงท่านประธานอยู่ ๓ ครั้ง ท่านประธานไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไรครับ เพียงแต่ผมเข้าใจได้ว่า ก่อนที่ท่านประธานจะขึ้นบัลลังก์ในครั้งนี้ ท่านได้กรุณาหารือกับพวกเราทั้งสภาและผมเชื่อว่า ทุกคนเป็นพยานได้ว่าขอให้ดําเนินการอภิปรายอย่างไร้การประท้วง อยู่ในสาระและทําตาม ข้อบังคับ ผมเชื่อว่าท่านประธานได้ให้ผู้ประท้วงด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ได้ลุกขึ้นมา ๓ ครั้ง ซึ่งก็ไม่เป็นไปตามข้อที่เราได้หารือกันไว้ตั้งแต่ต้น แล้วการอภิปรายครั้งนี้ก็เรียนตรง ๆ ว่า ท่านได้วินิจฉัย ๓ ครั้งครับว่าเป็นการอภิปรายของฝ่ายค้านในเรื่องของญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ซึ่งก็ต้องกล่าวหา และผมก็เห็นว่าท่านรัฐมนตรีก็ตั้งใจฟังแล้วก็เตรียมที่จะตอบ ผมก็คํานึงถึงเวลาด้วยที่ท่านประธานได้กรุณาหารือไปว่าจะเพียงพอหรือไม่ ๓ ครั้งครับ ท่านประธาน ก็ฝากท่านประธาน ถ้าลุกขึ้นอีกพวกผมก็ต้องประท้วงอีกครับ เราก็ต้องขอ ความเป็นธรรมว่าพวกเราก็ตั้งใจให้ความร่วมมือกับท่านประธานมาโดยตลอดครับ ฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานด้วยว่าช่วยกําชับครับว่าถ้าการหารือจะเป็นประโยชน์ก็ต้องร่วมกันทํา ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรครับ ท่านคุณหมอต่อเถอะครับ พอเถอะครับท่านครับ

(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ เพื่อบรรยากาศแล้วก็ความเรียบร้อยของสภา ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงประธานวิปของฝ่ายรัฐบาล ขอความกรุณาได้ควบคุมสมาชิกในการ ประท้วงแต่ละครั้งนั้นไร้เหตุผล ก็อยากจะให้ท่านประธานกรุณา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรเชษฐ์ครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว มันจบแล้วละครับ ท่านพอเถอะครับ คุณหมอจะได้อภิปรายต่อ จะไม่เสียเวลาครับ พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตใครครับ คุณหมอเชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานไปยังท่านประชานะครับว่าสิ่งที่ผมนําเสนอ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านก่อแก้ว พอเถอะครับ จะได้จบไม่อย่างนั้นก็ไม่จบประท้วงไปประท้วงมา

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

สิ่งที่ผมนําเสนอกับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรุณาเถอะครับ เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่าสิ่งที่ผมนําเสนอกับท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก เป็นข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น และความรู้สึกของผมนี่ ผมแคร์ความรู้สึกของประชาชนครับ ผมแคร์ที่ว่าทําไม รัฐบาลถึงปล่อยให้ประชาชนต้องเสียชีวิตเยอะขนาดนี้ ถ้าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่เป็นอุบัติเหตุที่ ป้องกันไม่ได้ เช่น จมน้ําตาย ผมก็พยายามไม่เอาเรื่องเหล่านี้มาพูด แต่การตายเพราะไฟชอร์ต เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ผมเอาขึ้นมาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจและหวังไว้ว่าจะต้องมีอุทาหรณ์ เพื่อให้รัฐบาลจะได้มีมาตรการในการปกป้อง ป้องกันดูแลครับ แต่ปรากฏว่าไม่มีครับ ไม่มีจริง ๆ ครับ จนทําให้สถิติการเสียชีวิตจากไฟชอร์ตของประเทศไทยเราในน้ําท่วมครั้งนี้ สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมจึงอยากจะย้ํา ว่าท่านประชา พรหมนอก วันนี้ท่านบกพร่องอย่างยิ่ง ท่านไร้ประสบการณ์ ท่านบริหาร ราชการแผ่นดินผิดพลาด ผมมีทางออกให้ท่าน ๒ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ เรียกร้องให้รัฐบาลในการปรับเงินเยียวยาเฉพาะกรณีที่เสียชีวิตจาก ไฟชอร์ตในภาวะน้ําท่วม คนเหล่านี้ต้องได้รับการเยียวยามากกว่าการเสียชีวิตในแบบปกติคือ การจมน้ําตาย เพราะว่ารัฐบาลประมาท

ข้อที่ ๒ ผมถือว่าการสูญเสียครั้งนี้ โดยเฉพาะการสูญเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มากครับ เราไม่สามารถจะเรียกชีวิตกลับมาได้ครับ ถ้าเป็นทรัพย์สินเรายังสามารถสร้างใหม่ ขึ้นมาได้ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบครับ ท่านต้องชดใช้ชีวิตที่จากไปโดยที่ไม่มีวัน ได้กลับมาครับ เรียกร้องให้ท่านลาออกเถอะครับ ท่านลาออกเถอะครับ ได้โปรดไถ่บาปกับ ความไร้ประสิทธิภาพของท่าน ลาออกเถอะครับท่านประชา พรหมนอก ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านชูวิทย์ มีหนังสือมาถึงผมนะครับได้หารือเพื่อขออภิปราย ผมขออนุญาตทําความเข้าใจกับ ท่านชูวิทย์นะครับ ผมได้พยายามช่วยท่านแล้วนะครับ เพียงแต่ในข้อบังคับเขาต้องให้ ผู้ที่เสนอ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายก่อน เพราะฉะนั้นก็เลยไม่รู้จะทําอย่างไร ก็คงต้องอย่างที่ผม แนะนําครับ ถ้าทางโน้นไม่ยอมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร

(นายนิยม ช่างพินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วง หรือครับ เชิญครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ผมเป็น ส.ส. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ผมไม่เคยลุกประท้วงใครเลยครับ แต่วันนี้ผมขอใช้สิทธินะครับ ที่พูดถึงเรื่องบางระกําโมเดล บางระกําโมเดลนี่พูดมาหลายครั้งแล้วครับ ทั้ง ๆ ที่ตัวผมเองเป็นคนบางระกําครับ ครั้งที่แล้ว ท่านก็เคยพูดทีแล้วครับ บอกผมเป็นคนบางระกํา ท่านลองไปดูสิครับว่าเป็นคนบางระกํา จริงหรือเปล่า สิ่งที่ผมอยากจะพูดและอยากจะอธิบายให้ท่านประธานฟังและพี่น้องในเขต พื้นที่ของอําเภอบางระกํา ผมรับโทรศัพท์ไม่ไหว อยากให้ช่วยมาพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การทุจริตคอร์รัปชันก็ช่างนะครับ ผมขอเวลาครับไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ด้วยความเคารพครับ ให้ท่านรัฐมนตรีเป็นคนชี้แจงดีกว่านะครับ ท่านอย่างนี้ ประเด็นที่ท่าน เสียหายประเด็นไหน

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่ของอําเภอบางระกํา ท่านประธานจะมีความรู้สึกอย่างไรครับ ๒ คํา ๓ คําก็บางระกําทุจริตคอร์รัปชัน บางระกําทุจริตคอร์รัปชัน ผมอยากจะเรียนให้ ท่านประธานทราบครับท่านประธาน อ้ายคําว่าทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่ในเขตพื้นที่ อําเภอบางระกํา ถ้ามันจะมี มีทั่วประเทศครับ แล้วสาเหตุมาจากโครงการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ ท่านครับ ก็คงให้เป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรีต้องชี้แจง ข้อบังคับระบุไว้อย่างนั้นนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านวิทยา พาดพิงประเด็นไหนครับ เชิญครับ ระบุที่โดนพาดพิงนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ขออนุญาต ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงกรณีคุณหมอวรงค์ที่กล่าวว่าตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขนั้นไม่ได้ตรงกับ ทาง ศปภ. ก็เรียนตามข้อเท็จจริงนะครับ ท่านก็มีชื่อนําหน้าว่าคุณหมอวรงค์ ตัวเลข ในการเสียชีวิตไม่ว่าจะเป็นการพิสูจน์จากนิติเวชโรงพยาบาลศิริราชก็ดี หรือนิติเวช โรงพยาบาลตํารวจก็ดี เมื่อมีการตายเกิดขึ้นตัวเลขทางหมอก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง นั่นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าของ ศปภ. จาก ปภ. ในที่สุดก็จะต้องตรงกัน เพราะว่า การสูญเสียชีวิตในขณะที่เกิดวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งนี้มีการสูญเสียชีวิตหลายอย่าง เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่จะมาขอเบิกเงินตามหลักเกณฑ์ของ ปภ. ๑. ก็คือต้องจมน้ําตาย คือตายเหตุจากน้ํา หรือสิ่งที่ท่านกล่าวว่าไฟดูดตาย ซึ่งพวกเราก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ขออนุญาต นําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้เพราะว่ามีการถ่ายทอดออกไป เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะว่า ตัวเลขที่มีการตายของกระทรวงสาธารณสุขนั้นทําไมถึงไม่เท่ากับ ปภ. ความรับผิดชอบของ มหาดไทย จะขออนุญาตนําเรียนว่าเมื่อพิสูจน์ได้ว่าเขาตายด้วยเหตุอะไร เมื่อตายจาก เหตุการณ์จมน้ําก็จะมาเข้าข่ายของ ปภ. ซึ่ง ปภ. ตัวเลข ๖๑๕ ท่าน การตาย เพราะฉะนั้น มันตรงกันครับ แต่ว่ามีการสูญเสียชีวิต ใช่ครับ ๗๐๐ กว่าท่านตามที่ท่านกล่าว แต่การสูญเสียชีวิตเมื่อแยกออกมาแล้วผลพิสูจน์ทางนิติเวชออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลศิริราช หรือนิติเวชของโรงพยาบาลตํารวจ ก็คัดแยกออกมานะครับ ก็มาเข้าช่อง ของ ปภ. ผลต่างตรงนั้นไม่ได้ไปไหนครับ แต่ว่าเป็นการตายที่เกิดจากจมน้ําตาย เพราะฉะนั้น ก็เลยกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าเดี๋ยวจะว่าทําไมทาง ศปภ. ถึงมีตัวเลขยืนยันไม่ตรงกัน แล้วพอท่านไร้ประสิทธิภาพ ผมก็ฟังแล้วไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวกระทบ กระทรวงสาธารณสุขครับ ตัวเลขที่หมอยืนยันนั้นหลังจากพิสูจน์เสร็จแล้วถึงจะมาเข้าว่าโอเค ถ้าจมน้ําตายก็มาตรงกันกับทาง ปภ. ก็ขออนุญาตนําเรียนว่า ๖๑๕ ชีวิตนั้นจมน้ําตาย เพราะฉะนั้นตัวเลขตามที่ท่านกล่าวที่ผมขออนุญาตนําเรียนว่า ๗๐๐ กว่าคนทําไมถึงไม่ตรง ก็ขออนุญาตนําเรียนเบื้องต้นอย่างนี้ครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ ที่จริงเป็นเรื่องที่คุณหมออภิปรายแล้วกล่าวหานะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงเฉพาะ ประเด็น เชิญครับ เฉพาะประเด็นนี้นะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ประเด็นนี้ครับ เพราะเป็นประเด็น เรื่องคนเสียชีวิต ผมเสียเวลาเป็นอาทิตย์ ๆ ในการค้นเรื่องนี้ครับท่านประธาน ข้อมูลอยู่ในนี้ครับ ตัวเลขการตายของ ปภ. ณ วันนี้ ๖๑๕ คน เดี๋ยวท่านมานั่งนับกับผม ๖๑๕ คน นับดูแล้วคนเสียชีวิตเพราะไฟดูด ไฟชอร์ต ๔๓ ราย ใน ๖๑๕ ไม่ใช่เฉพาะ ๖๑๕ นั้นจมน้ํา เสียชีวิต ในของ ปภ. ณ วันนี้ ๖๑๕ และในนี้นั่งนับดูแล้วที่เกิดไฟชอร์ต ๔๓ ราย ผมถึงมี ความรู้สึกว่าตัวเลขมันไม่จริง ผมก็เลยดูเฉพาะจังหวัดนนทบุรียิ่งไม่จริงใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เขียนแค่ ๗ ราย แล้วไฟชอร์ตแค่ ๒ ราย แต่ตัวเลขในมือผมมัน ๗ ราย ผมเข้าเว็บไซต์ ปภ. ให้ท่านดูได้เลยครับ มีรายชื่อชัดเจนครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านรัฐมนตรี

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นก็แตกต่างคนละเหตุผล เพราะว่าผมกําลัง นําเรียนว่า ๗๐๐ กว่ารายที่ตัวเลขไม่ตรง ๖๑๕ ราย แต่ผลทางนิติเวชที่ออกมาผมนําเรียนว่า การสูญเสียชีวิต ๖๑๕ รายในเหตุวิกฤติเรื่องน้ําท่วมเป็นตัวเลข ๖๑๕ ส่วนดีเทล (Detail) ที่คุณหมอว่าไฟดูดนั้นไม่เกี่ยวกับผมนะครับ ท่านกล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขยืนยันตัวเลข ๗๐๐ กว่า ทําไมถึงไม่ตรงกับ ศปภ. อันนี้ผมนําเรียนว่าเมื่อคัดกรองออกมาแล้วทางนิติเวช ไม่ว่าจะเป็นนิติเวชของโรงพยาบาลศิริราช หรือนิติเวชของโรงพยาบาลตํารวจนะครับ เขาสรุป ออกมาแล้วก็เหลือ ๖๑๕ ผมชี้แจงท่านตรงนี้ว่า ๗๐๐ กว่ากับ ๖๑๕ เป็นอย่างไร ส่วนท่านลึกไปเรื่องของไฟดูดหรือไม่นั้น ผมเรียนตามตรงว่าผมไม่ได้ถูกพาดพิงตรงนั้น เดี๋ยวท่านประชาคงจะนําชี้แจงท่าน ก็กราบเรียนต่อที่ประชุมไว้เบื้องต้นขณะนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีประชาครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมใคร่จะขอกราบเรียนนะครับว่าในเรื่องที่ไฟฟ้าชอร์ตนี่ มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจทุกคนละครับ ผมเองก็เศร้าใจ ผมเองก็เสียใจ ผมคิดว่าพี่น้องทุกคน ก็เสียใจด้วยกันทั้งนั้น มันเป็นอุบัติเหตุนะครับ มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ แต่ผมก็ยังเสียใจอยู่ว่า ท่านไม่น่าเอาความตายของพี่น้องประชาชนนี้มาเป็นเกมเล่นทางการเมืองครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่า ศปภ. นั้น เราได้มีการประชุมกันทุกวัน วันหนึ่ง ๒–๓ เวลา เช้า กลางวัน เย็น เราให้ความห่วงใยพี่น้องประชาชนนี้เป็นอย่างมาก ผมได้พยายามกําชับฝ่ายโฆษก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ว่าทุกครั้งที่มีการประกาศอะไรออกไปนั้นขอให้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ด้วยว่าขอให้ระมัดระวังเรื่องฟืน เรื่องไฟ เรื่องไฟฟ้าเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด แม้กระทั่งประกาศ ผมก็ยังเคยออกประกาศนะครับ มีอยู่ฉบับหนึ่งในนี้ผมก็ยกตัวอย่าง ก็เป็นฉบับเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังมีอีกหลายฉบับครับ เช่น ประกาศวันที่ ๗ ผมยกตัวอย่างนะครับ ขอให้ประชาชน ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องด้วยมวลน้ําจาก คลองระพีพัฒน์มีจํานวนมาก และกระแสน้ําไหลเชี่ยวลงสู่ประตูจุฬาลงกรณ์ เกรงว่า เขื่อนที่ทําไว้บริเวณหลักหกอาจจะไม่สามารถรองรับกระแสน้ําได้ ซึ่งจะมีผลทําให้ น้ําไหลทะลักสู่บริเวณโดยรอบ ประกอบด้วยเขตดอนเมือง หลักสี่ จึงขอแจ้งให้พี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่บริเวณใกล้เคียงได้ดําเนินการดังนี้ ๑. ขนย้าย สิ่งของมีค่าและปลั๊กไฟขึ้นไว้บนที่สูงมากกว่าระดับ ๑ เมตร อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ก็จะมี ประกาศเกือบจะทุกครั้ง แล้วมีเกือบจะทุกวัน ก็จะมีการแจ้งเตือนเรื่องนี้ เพราะเรา ให้ความสําคัญในเรื่องของไฟนี้ค่อนข้างมากพอสมควรครับ ก็อยากจะนําเรียนว่า ในเรื่องไฟฟ้านี้เราเคยเชิญรัฐวิสาหกิจเกือบจะทุกรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคไฟฟ้า ทั้งไฟฟ้านครหลวง ทั้งไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เราก็มีการเชิญกันประชุม แล้วขอให้ดูแลป้องกัน และแก้ไขปัญหาตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วยในสถานการณ์น้ําท่วม อย่างเช่น เมื่อวันที่ ๒๔ ผมก็มีการเชิญประชุมรัฐวิสาหกิจเกือบทุกแห่งได้มีการกําชับ เพราะฉะนั้น ในประเด็นที่คุณหมอวรงค์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ กระผมก็ได้ทําเต็มขีดความสามารถ ของผมแล้ว ได้พยายามแจ้งเตือนแล้ว ผมก็ต้องเสียใจไปยังพี่น้องประชาชนที่เราต้องสูญเสีย ชีวิตของคนที่เรารักในครอบครัว อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ ซึ่งไม่มีใครอยากจะให้เกิดตรงนี้

ในกรณีของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมก็ค่อนข้างจะแปลกใจสักเล็กน้อย ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย คิดได้อย่างไรว่าจะใช้คลองประปาเป็นที่ระบายน้ํา สาเหตุที่น้ํา เข้าคลองประปานั้นเนื่องจากคลองระพีพัฒน์แยกตกเขื่อนแตกครับ คันกั้นเราพัง น้ําทะลัก เข้ามาที่ประตูน้ําจุฬาลงกรณ์ แล้วก็ทะลักเข้ามาทางคลองประปา เป็นเหตุให้ไซฟ่อน (Syphon) ประปาชํารุด ไซฟ่อนประปาไม่สามารถที่จะรองรับได้ น้ําก็ไหลทะลักเข้ามา ประกอบกับมวลน้ํามหึมา มาจากทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต มาทางบางกระดีทะลักเข้ามาสมทบอีก ก็ทําให้ คลองประปานั้นมีปัญหา ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลเอาคลองประปาเป็นคลองระบายน้ํา หรืออย่างไร ผมงงไม่รู้ท่านคิดได้อย่างไร เราพยายามป้องกันคลองประปานะครับ ผมเองช่วงนั้น รู้สึกนอนครึ่งหลับครึ่งตื่น เพราะเพิ่งกลับจากการทํางานประมาณสักตีหนึ่งตีสองก็ได้รับแจ้งว่า คลองประปามีปัญหาที่บริเวณแยกศรีสมาน ผมก็ได้ไปตรงนั้นและผมก็นําเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก ผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีปัญหามากน้ําเข้าคลองประปา ไซฟ่อนรับไม่ไหวเพราะปริมาณน้ํา มันมากเหลือเกิน ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาตื่นขึ้นมาแล้วก็มาดู คืนนั้นท่านนายกรัฐมนตรี มาถึงตีสามผมจําได้ ก็ไปแก้ไขเรื่องคลองประปา เราระดมหน่วยงานเกือบจะทุกหน่วยงาน เข้าไปในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หน่วยทหารของกองทัพบก แม้กระทั่งชาวบ้านเมืองเอก ชาวบ้านตําบลบ้านใหม่ ชาวบ้านตําบลหลักหก เราช่วยกันที่จะ ดูแลคลองประปา เพราะเราทราบดีนะครับว่าถ้าประปามีปัญหา นั่นก็หมายถึงว่า กรุงเทพมหานครมีปัญหาด้วย และในเช้าวันรุ่งขึ้นผมจนกระทั่งต้องสั่งให้ กทม. นํารถดับเพลิงที่มีอยู่ทั้งหมดใน กทม. ทุกคันไปถ่ายถังไปล้างถัง แล้วนําไปบรรจุน้ําประปาไว้ ด่วนที่สุด เพราะผมเกรงจะเกิดเหตุวิกฤติมากกว่านั้น เกรงว่าจะเอาไม่อยู่ แล้วก็ยังแจ้งไป จังหวัดปริมณฑลด้วย รถดับเพลิงทุกคันจะต้องเติมน้ําดื่มไว้ให้พร้อม เพราะเกรงน้ําประปา จะมีปัญหาพี่น้องกรุงเทพมหานครจะไม่มีน้ําประปาดื่ม ผมได้เตรียมการถึงขนาดนั้นท่านครับ เพราะฉะนั้นทุกส่วนเราดูแลอย่างเป็นระบบ เราไม่ได้ปล่อยปละละเลยครับ อันนี้ก็ต้องขอ กราบเรียนทางท่านสาทิตย์ ที่ท่านได้ระบุว่าเอาคลองประปาเป็นคลองระบายน้ํา อันนี้ ค่อนข้างที่จะหนักไปนิดหนึ่งนะครับ

แล้วก็คําตอบของคุณหมอวรงค์ผมก็เรียนไปแล้วนะครับ มันเป็นเรื่องที่ น่าเสียใจมันเป็นอุบัติเหตุ เราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วครับ คุณหมอครับ ผมเรียนด้วย ความจริงใจครับ ขอบพระคุณมากครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอผมว่า พอแล้วกระมังครับ ประเด็นไหนครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

เสียหายประเด็นนี้ครับประธาน ที่ท่านประชาพูดว่า อย่าเอาความตายของประชาชนมาเล่นเกมการเมือง ผมย้ําว่า ผมไม่ได้เอามาเล่นเกมการเมืองนะครับ ผมเอามาย้ําเตือนให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงชีวิตของ ประชาชน ถ้าในเมื่อท่านบอกว่าท่านก็มีมาตรการ ขณะที่มีมาตรการคนยังตายเยอะขนาดนี้ ก็ถือว่าท่านบกพร่องจริง ๆ ครับ แค่นี้เองครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านศิริโชค โสภา ครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ.

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อช่วงเช้าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ลุกขึ้น อภิปรายถึงปัญหาที่มาที่ไปของปัญหาน้ําท่วม ส่วนใหญ่จริง ๆ แล้ว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดจาก มวลน้ํามหาศาลแต่อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลและ ของ ศปภ. กระผมจะเน้นในเรื่องของการบริหารจัดการภายในของ ศปภ. ที่ล้มเหลวครับ เป็นการบริหารแบบไม่บริหารครับ เป็นการปล่อยปละละเลยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามา แทรกแซงทําให้เกิดความเสียหาย เมื่อตอนเช้าท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ลุกขึ้นมาบอกกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ว่าน่าเห็นใจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ถ้าถูกถอดถอนก็ให้ภูมิใจ ผมเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีครับ แต่ในข้อเท็จจริงนักการเมืองที่เข้ามา แทรกแซงเหล่านี้ไม่ได้ทําเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน แต่ทําเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ทําเพื่อผลประโยชน์ของฐานเสียงตัวเอง ทําให้ประชาชนเดือดร้อนครับ เพราะแทนที่จะเอา ถุงยังชีพ แทนที่จะเอาของจําเป็นไปช่วยเหลือคนที่ควรจะได้รับ ปรากฏว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ รับของครับ คนที่ได้รับของก็คือฐานเสียงของท่าน พวกพ้องของท่าน ท่านประธานครับ บางแห่งน้ําไม่ท่วมแต่ถุงยังชีพไปถึงครับ ในขณะที่บางแห่งน้ําท่วมจนมิดคอ แต่ไม่เคยได้รับ ความช่วยเหลือจากรัฐบาล จาก ศปภ. เลยครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมรู้สึกเสียใจที่ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ออกมาปกป้องนักการเมืองที่ฉวยประโยชน์จากของบริจาค ของพี่น้องประชาชน ท่านกําลังเห็นกงจักรเป็นดอกบัวครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่าน พลตํารวจเอก ประชาครับ ที่ท่านกล่าวหาว่าพวกผมไม่คิดถึงชาวบ้าน ไม่จริงครับ พวกผมลงพื้นที่ไปเยี่ยมชาวบ้าน เอาของบริโภค เอาถุงยังชีพไปให้ แต่ถุงยังชีพเหล่านั้น เราไม่ได้ไปปล้นมาจากคนที่บริจาค เราออกเงินของเราเองครับ เราเรี่ยไรคนมา เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่าน พลตํารวจเอก ประชา ในฐานะ ผอ. ศปภ. ครับว่า ทั้งหมดที่มันล้มเหลว เพราะท่านปล่อยให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตนําเสนอข้อมูลประกอบการอภิปรายเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนที่ในรูปลักษณะของ เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ครับ ขอรูปแรกครับ ก่อนที่ผมจะบรรยายถึงบรรดารูปและ คลิปวิดีโอต่าง ๆ ผมขออนุญาตขอบคุณบรรดาจิตอาสาครับ ที่เสี่ยงชีวิตไปถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ออกมา แล้วบางคนถูกไล่ล่าหนีหัวซุกหัวซุนครับ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์คุณงามความดี ทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นกับการอภิปรายในครั้งนี้ ผมขอยกให้กับบรรดาจิตอาสาครับ ขอภาพ แรกก่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ภาพแรกครับ จะเห็นว่าวิธีการจัดส่งของ ซึ่งเป็นถุงยังชีพอย่างโปร่งใสครับทําอย่างไร ผมเอาให้เห็นวิธีการแบบโปร่งใสก่อนนะครับ ท่านประธานเห็นในรูปครับ เป็นรถเอกชนช่วยขนถุงยังชีพที่ ศปภ. ดอนเมืองครับ ติดป้าย ข้างรถสีเขียว กองทุนช่วยเหลือสํานักนายกรัฐมนตรี อย่างนี้ครับชัดเจน ผมชื่นชมครับ ถ้าท่านทําอย่างโปร่งใสแบบนี้

รูปต่อมาครับ นี่คือรถทหารครับ เป็นหน่วยงานของรัฐ รถทหารลําเลียงถุงยังชีพ จาก ศปภ. ดอนเมือง มีป้ายพลาสติกระบุชื่อกองทุนชัดเจน วงเล็บครับ ไม่มีการสวมรอย อย่างนี้ครับ ถ้าท่านประชาทําได้อย่างนี้ตลอดผมยกย่อง แล้วก็ไม่ต้องลุกขึ้นมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจครับ แต่ในข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ครับ ท่านประธานดูในคลิปต่อไปครับ เป็นคลิป ที่ออกในสํานักข่าวเนชั่นครับ เชิญเปิดคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : เราไปดูคลิปข่าวกันบ้างนะครับ คลิปข่าวตอนนี้มันมีคลิปอยู่ คลิปหนึ่งที่ลงในเฟซบุ๊ก ก็เยอะ ผ่านมาทางทวิตเตอร์ก็ไม่น้อย เป็นคลิปที่มีผู้หญิงคนหนึ่ง เข้าไปถ่ายที่ศูนย์ ศปภ. ศูนย์ที่มีการรับบริจาคสิ่งของ แล้วก็พูดถึงเรื่องของการที่มีคน ต่างชาติมาช่วยในการแพ็ค (Pack) ของ ขนของขึ้นรถ แต่ปัญหาไปดูนะครับว่ารถคันนี้มันมี อะไรที่น่าสังเกต ลองดูคลิปนี้นะครับ”

“............... : โฉมหน้าคนที่มาช่วยแพ็คของที่ดอนเมือง หน่วยงาน ศปภ. ในวันนี้นะคะ คนนี้มาจากไต้หวัน คนนี้คือเพื่อนของชินที่อยู่ในแชท (Chat) ด้วยกัน คนนี้คือชิน คนนี้ด้วย เราได้ทําการแพ็คของจากข้างในนะคะ เดี๋ยวจะส่งรูปให้ดูทีหลัง แต่ว่า ของเหล่านั้นไปไหนมาดูกัน ตามมา ของเหล่านั้นกําลังเข้าแถวแล้วก็ถูกลําเลียงที่จะส่งมา โดยมีชาวต่างชาติได้เข้ามาช่วยเหลือร่วมกัน นี่คือของที่เราได้แพ็คเอาไว้ ไปไหน มาดูกัน ของได้ไปขึ้นรถ รถคันไหนมาดูกัน รถคันนี้ หมายความว่าอย่างไร”

“............... : ท่านผู้ฟังทางวิทยุอาจจะไม่เห็นนะครับ รถคันนี้เป็นรถหกล้อใหญ่ เลยครับ แล้วด้านข้างก็มีป้ายผ้าเขียนเอาไว้นะครับว่า บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม ด้วยรักและห่วงใย จาก พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างไรครับ ของที่ผู้คน เขาบริจาคไปที่ ศปภ. ขึ้นรถคันนี้นะครับ แล้วรถคันนี้ก็มีป้ายผ้าอยู่ข้างรถเสมือนหนึ่งว่า ของเหล่านี้คือจัดหามาให้โดยคุณทักษิณ”

“............... : เป็นอย่างไรครับ นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น คนที่เล่นเฟซบุ๊ก คนที่เล่นทวิตเตอร์ผมรู้เลยว่าเห็นมากกว่านี้เยอะ และอีกหลายคนที่มีพฤติกรรมแบบนนี้นะครับ มีป้ายติดข้างรถไว้แบบนี้

“............... : ทําแบบนี้นี่ไม่ดีเลย ทําแบบนี้นี่เสียกําลังใจนะครับ ทําแบบนี้ ก็เลยทําให้ตอนหลัง ศปภ. คนไปน้อยลง คนที่มีจิตอาสามีอยู่มากเหมือนเดิม แต่เขาไม่ไปที่นี่ แล้วก็จะทําให้ของบางส่วนเขาไม่บริจาคด้วยนะครับ เขาไม่ให้ไปที่โน่นเลยนะครับ”

“............... : ใครอยากจะบริจาค บริจาคแล้วเจอภาพแบบนี้ เราอยากจะ ให้ไหมล่ะ ใช่ไหมครับ เราสู้ไปให้ตามสถานีโทรทัศน์ ตามหน่วยงานอื่น ๆ ดีกว่า”

ท่านประธานที่เคารพครับ ชัดไหมครับ ถ้าไม่ชัดบอกครับผมจัดให้อีกครับ ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ ผมถามท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ อย่างนี้ไหมครับที่ท่านบอกว่า ส.ส. น่าชื่นชมครับ อย่างนี้ต้อง ยกย่องไหมครับท่านประชาว่าคนเหล่านี้มาช่วยเหลือประชาชน มาช่วยเหลือหรือมาหากิน กับของบริจาคประชาชนกันแน่ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ นี่ก็อีกครับ ผมไม่อยากจะใช้คําว่า ปล้นของประชาชน แต่มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เขาเรี่ยไรมาให้กับ ศปภ. แต่เอารถบรรทุกติดป้ายโฆษณา อย่างนี้หรือเปล่าครับที่ท่านชื่นชมครับ บอกว่า ส.ส. ต้องเข้ามาช่วยบริหารจัดการ

ท่านประธานครับ ดูรูปต่อไปครับ รูปนี้ครับ เป็นรูปที่จิตอาสาไปถ่ายทํามา ถ่ายทําแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ครับ โฉมหน้ารถใครสวมรอยถุงยังชีพที่ ศปภ. ดอนเมือง ผมจะอธิบายรูปนี้ให้ท่านเข้าใจครับว่า รถคันนี้ติดป้ายแล้วก็เข้ามาบรรทุกของที่ ศปภ. ครับ มารถเปล่า ไม่มีถุงยังชีพ พวกจิตอาสานี่ก็ขนถุงยังชีพขึ้นรถ เหมือนที่ขนให้กับรถที่ติดป้ายของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ครับ

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ เป็นรถของ ส.ส. ดอนเมืองครับ สวมรอยขนถุง ยังชีพบริจาคจากประชาชนจาก ศปภ. ดอนเมืองไปบริจาคโดยใช้ป้ายผ้าอื่นตบตาครับ เชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือน้ําท่วมจากชาวดอนเมืองครับ ธรรมดาเขาต้องไปเรี่ยไรกับ พี่น้องประชาชนข้างนอก แต่นี่มาเรี่ยไรเอาของที่ศูนย์ ศปภ. อย่างนี้เรียกว่าเรี่ยไร หรือเรียกว่าอะไรครับ ผมเรียกว่าเรี่ยราดครับ ท่านประธานครับ เท่านั้นยังไม่พอดูรูป ต่อไปครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใส่ร้าย เสียดสี ผมจะ อธิบายนะครับ ท่านทักษิณ ชินวัตร ไม่มีโอกาสเข้ามามอบบริจาคการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ด้วยตัวเอง แต่ครอบครัวชินวัตรได้มอบสิ่งของและเงิน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิเชษฐ์ครับ ที่จริงเรื่องนี้เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีคงต้องชี้แจงครับ ท่านนั่งเถอะครับ ไว้เป็นหน้าที่ของท่าน รัฐมนตรีครับ ทราบว่าเสียหายแต่ต้องให้ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงครับ คงไม่อนุญาตแล้ว ละครับ ท่านนั่งเถอะครับ เข้าใจครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านศิริโชคเชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ ดูรูปนี้ใหม่นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนั่งเถอะครับ คงไม่ครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไม่จบครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีคงต้องชี้แจง ถ้ามีข้อมูลก็เอามาให้ ท่านรัฐมนตรีได้ไม่มีปัญหาครับ เชิญท่านศิริโชค เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานดูรูปนี้ต่อครับ อันนี้ก็เป็นผลงาน ของท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับ พอดีขยับมานั่งใกล้ผมแล้ว ท่านการุณ โหสกุล นะครับ ผมก็ขออนุญาตเหมือนที่ท่านออกรายการวู้ดดี้ครับ อะไรที่ผมพูดไปกรุณาอย่าต่อย อย่าถีบ อย่าชกนะครับ หลังจากอภิปรายเสร็จ ท่านดูครับ รถใครเอ่ยขนถุงยังชีพมาจาก ศปภ. รูปข้างบนนะครับ รถบรรทุกถุงยังชีพเต็มคันรถเลยครับ พอมาดูอีกทีกลายเป็นของ นายการุณ โหสกุล นั่นเองครับ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยดอนเมือง ส.ส. การุณ โหสกุล บริการประชาชนครับ

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ รูปนี้เป็นรูปที่น่าเศร้าสลดใจมาก พอดีผมมีเพื่อน อยู่ที่บริษัทสหฟาร์ม เขามีความประสงค์ดีครับ จิตใจเป็นกุศล ขนของบริโภคมาให้กับ ศปภ. ตอนที่ขนมาถึง ศปภ. ไม่มีติดป้ายอะไรครับ นอกจากบริษัทสหฟาร์มครับ จอดรถทิ้งไว้ไม่ถึง ๒ ชั่วโมงครับ ถูกปล้นนะครับ ติดธง นปช. ติดป้ายสีแดงคนเสื้อแดงครับ ผมมีโอกาสพบกับ คนขับรถครับ ก็ถามคนขับรถว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนขับรถเขาก็ยังงงอยู่ครับ เพราะว่าตอนที่ เข้ามาไม่มีป้ายเหล่านี้เลยครับ

(นายเหวง โตจิราการ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมออย่างนี้ ดีไหมครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ไม่ได้นะท่านประธาน เพราะว่าเสื้อแดง ไม่มีโอกาสชี้แจงนะครับ และท่านรัฐมนตรีไม่สามารถชี้แจงแทนเสื้อแดงได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

เมื่อกี้พูดถึงเสื้อแดงนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอนิดเดียว เดี๋ยวผมจะอนุญาตให้คุณหมอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เดี๋ยวให้เขาพูดจบ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธาน เอาเป็นว่าเสื้อแดงบางคนครับ เสื้อแดงบางคนก็มีจิตกุศล จิตศรัทธา แต่บางคนอาจจะมีจิตที่ไม่กุศล ไม่ศรัทธา ก็เป็นแบบนี้ครับ คือรถสหฟาร์มถูกคนเสื้อแดงยึดเอาไปครับ ท่านประธานดูในรูปสิครับ รูปต่อไปครับ นอกจากรถที่ติดป้ายแล้วครับ ของนี่ก็ยังเอากับเขาอีกครับ ในภาพที่ผ่านมาเป็นการปล้น เอาถุงยังชีพครับ ภาพนี้เป็นการยักยอกเอาของคนอื่นเป็นของตนครับ ผิดศีล ๕ ครับ ท่านประธานดูสิครับ เขียนว่าห้ามเคลื่อนย้ายของ ส.ส. วรชัย เหมะ ครับ แล้วท่านประธาน ดูสิครับ ขวดน้ําตรงนี้ครับอยู่ที่ ศปภ. ดูกระจกข้างบนครับมีรถจอดกันอยู่ ผมก็ถามว่า

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิดเดียว มีผู้ประท้วง ท่านวรชัย เดี๋ยวผมให้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

คือผมต้องถามต่อว่ามาบริจาคให้กับ ศปภ. แล้วนี่ทําไมต้องบอกว่าเป็นของ ส.ส. วรชัย เหมะ ครับ ทําไมต้องห้ามเคลื่อนย้ายครับ จะให้เฉพาะพวกพ้องตัวเองหรือครับ แล้วคนที่เขามีความทุกข์ร้อนมาขอน้ําไม่ได้หรือครับ

ท่านประธานภาพต่อไปครับ อันนี้ก็เพื่อนผมอีกแล้วครับ ท่าน ส.ส. การุณ โหสกุล กินไม่เว้นแม้กระทั่งยาครับ อันนี้ครับ มีชาวบ้านนํามาให้ครับ บอกว่าท่านไปแจก ตามชุมชนอะไรผมจําชื่อไม่ได้แล้ว เห็นไหมครับ เพื่อไทย ด้วยความปรารถนาดีจาก ส.ส. การุณ โหสกุล ถ้าท่านดูข้างหลังนะครับ ยังมีภาพของ ย้อนกลับไปนิดหนึ่งครับ ยังมีป้ายโลโก (Logo) ของกรุงเทพมหานครติดอยู่เลยครับ

ภาพต่อไปครับ เมื่อท่าน ส.ส. การุณแจกของที่เป็นยาได้ครับ คนอื่นก็มาแจก เหมือนกันครับ อันนี้ก็อีกชุดหนึ่งครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก ส.ส. ท่านหนึ่ง ยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย สนับสนุนโดยกระทรวงสาธารณสุข อันนี้หรือเปล่าครับ ที่ท่านประชาย้ํานักย้ําหนาเมื่อเช้านี้ครับว่า ต้องเห็นใจ ส.ส. ส.ส. เข้ามาช่วยเหลือประชาชน เราต้องยกย่อง อย่างนี้ผมยกย่องไม่ได้หรอกครับ

ท่านประธานครับ รูปต่อไปนี่น่าอนาถมากครับ น้ําก็เอาแล้วครับ ยาก็เอาแล้วครับ ส้วมยังเอาเลยครับ ส้วมจากญี่ปุ่นครับ ถูกจองแล้วครับ พท. นี่แปลว่าเพื่อไทยครับ ขนาดส้วมบริจาคก็ยังฉกฉวยมาหาเสียง อันนี้คือความล้มเหลวครับ ให้การเมืองเข้ามา แทรกแซง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ใช่เฉพาะ ส.ส. ครับ รัฐมนตรีก็เอาด้วยครับ

เชิญภาพต่อไป ไม่ใช่ท่านเฉลิมไม่ต้องตกใจครับ ไม่ใช่เฉพาะ ส.ส. รัฐมนตรี เอากับเขาด้วยครับ อันนี้ก็เป็นภาพจากจิตอาสาครับ แสดงให้เห็นว่าบริจาคโดยรัฐมนตรี ท่านหนึ่ง ซึ่งผมไม่อยากเอ่ยชื่อครับ เดี๋ยวท่านก็ลุกขึ้นมาอธิบาย ซึ่งของแบบนี้มันไม่ควร หรอกครับ

รูปต่อไปครับ อันนี้ครับถุงยังชีพ ศปภ. ครับ เปลี่ยนจากกองทุนของ สํานักนายกรัฐมนตรีมาเป็นชื่อของท่านรัฐมนตรีเอง ท่านประธานเห็นไหมครับ

ภาพต่อไปครับ จากกรุงเทพฯ ไปถึงดูไบแล้วครับ ภาพนี้ไม่ใช่มาจากจิตอาสาครับ ภาพนี้ผมเอามาจากเฟซบุ๊กตึกไทยคู่ฟ้าครับ ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมก็ต้องถามต่อว่า เมื่อเช้า พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก บอกพวกผมไปมัวยึดติดกับคนคนเดียว อคติกับคนคนเดียว แล้วผมเห็นที่ท่านทําก็ทําเพื่อคนคนเดียวจริง ๆ ครับ ของเขาขนขึ้นรถ ของ ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ครัวที่มาเปิดครับ ก็เป็นครัวดูไบครับ เขียนว่า เราไม่เคยลืมกัน ด้วยความรักและห่วงใย ครัวต่างแดน มีรูปทักษิณรูปเล็ก ๆ ครับ แล้วก็ (ดูไบ) ครับ ผมถามว่ามันคืออะไรกันครับ ประชาชนเดือดร้อนเป็นทุกข์ แต่พวกท่าน กลับมุ่งหน้าเดินหาเสียงอย่างเดียวครับ

ท่านประธานครับดูรูปต่อไป ผมก็ต้องถามต่อไปครับว่า ทําไมครับ ถึงมีข้าวสารถุงนี้ที่เขียนว่า รักและห่วงใยจาก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ตกลงจะให้ผม เข้าใจว่า ศปภ. เป็นเจ้าของข้าวสารถุงนี้ หรือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร โอนเงินจาก ดูไบมาซื้อข้าวสารครับ ผมเรียนท่านประธานครับ นี่คือความล้มเหลวของ ศปภ. ครับ เราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยครับว่าอันไหนคืองบทักษิณ อันไหนคืองบ ศปภ. อันไหนคือ ของบริจาคของประชาชน

ท่านประธานครับรูปต่อไปก็คือรูปถุงข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมเอาให้ดูเฉย ๆ ว่างบนี้อาจจะเป็นงบรัฐบาลก็ได้ ผมไม่ติดใจครับ แต่เอาให้ดูว่าวิธีการหาเสียงมันมีทุกรูปแบบครับ

ภาพต่อไปครับ อันนี้เป็นรูปที่ปรากฏอยู่ในอินเทอร์เน็ต (Internet) เยอะมาก ซึ่งเป็นรูปที่บริษัทแมกซ์ลายเนอร์นําเรือมาบริจาค และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้รับบริจาคเรือเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครับ แต่จิตอาสาที่ไปถ่ายรูปมาครับ ปรากฏว่ามีการไปลบคําว่า แมกซ์ลายเนอร์ ช่วยภัยน้ําท่วม ถามว่าลบเพื่ออะไรครับ แต่ผมรู้ครับ เดี๋ยวท่านก็บังคับให้บริษัทเขาออกมาพูดว่า พอดีบริจาคของไปแล้ว แต่นี่เป็นของที่เหลืออยู่ จะเอาไปขายก็ต้องลบออกครับ แต่ผมว่ามันฟังไม่ขึ้นหรอกครับ

ท่านประธานครับ รูปต่อไปครับ รูปนี้ครับ จากเรือแมกซ์ลายเนอร์มาเป็นเรือ ทักษิณ ชินวัตร ท่านเห็นไหมครับ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เรือสีฟ้าครับ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประท้วง หรือครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายตามข้อ ๖๑ ครับ ท่านผู้อภิปรายนั้น กําลังใส่ร้ายป้ายสี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ครับ โดยการสร้างรูปภาพที่เป็นเท็จมาเพื่อ แสดงให้คนเข้าใจผิด ท่านประธานจะเห็นนะครับว่ารูป ๒ รูปนั้นเรือคนละลําเลยครับ แล้วท่านผู้อภิปรายกําลัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ เดี๋ยวผม คงต้องอนุญาตให้พาดพิงหลายท่าน ท่านนั่งเถอะครับ เดี๋ยวจะได้ใช้สิทธิพาดพิงหลายท่าน ไม่เป็นอะไรครับ เป็นหน้าที่ที่ท่านต้องกล่าวหาอยู่แล้ว จริงไม่จริงก็ค่อยว่าอีกที รัฐมนตรีจะตอบ แล้วผู้พาดพิงที่โดนพาดพิงแล้วเสียหายหลายท่านครับที่ผมจะอนุญาตให้พาดพิง ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวรัฐบาลคงต้องชี้แจง ท่านรัฐมนตรีครับชี้แจง เชิญต่อเลยครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ กรุณาอย่าเพิ่ง กินปูนร้อนท้องนะครับ เพราะว่าผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นเรือ

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประท้วง หรือครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาต ทักท้วงท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่เมื่อสักครู่นะครับท่านประธาน วันนี้ท่านศิริโชค กําลังอภิปรายโดยนําเสนอข้อเท็จจริงในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ แต่ประการใด เป็นการนําเสนอของท่านสมาชิกที่ได้ข้อมูลมา ท่านสมาชิกลุกขึ้นมาทักท้วง เป็นการขัดจังหวะเป็นระยะ ๆ เพื่อมีความตั้งใจไม่ต้องการให้สภานี้เดินหน้าไปได้ ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาควบคุมการประชุมของเพื่อนสมาชิกในฟากของรัฐบาล ได้กรุณาทําใจหน่อยครับ ทนฟังหน่อยครับ เป็นรัฐบาลรับฟังของฝ่ายค้านอภิปรายครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมควรแล้วครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ขอบคุณครับท่านประธานครับ กรุณาวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้ว นะครับ ก็ขอความร่วมมือกับพวกเราทุกท่านด้วยนะครับ ท่านวรชัยเดี๋ยวผมให้ท่านใช้สิทธิ พาดพิงทีหลังครับ เดี๋ยวผมให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงอยู่แล้วครับ ท่านนั่งก่อน เชิญต่อครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผมแค่โชว์ภาพให้เห็นว่ามันมี เรือสีน้ําเงินครับ ผมไม่ได้บอกว่าเรือสีดํานั้นพ่นเป็นอะไรครับ อย่าเพิ่งปกป้องลูกพี่ใหญ่ครับ เรือสีน้ําเงินนะครับ ดูภาพอีกทีครับ เขียนว่า พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร จากใจคนไกลที่ห่วงใยประชาชน ให้ดูรูปอีกทีชัด ๆ ครับ ขอรูปหน่อยครับ ขอรูปก่อนหน้าครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่นะครับเป็นรูปเรือสีฟ้านะครับ ผมแค่บอกว่า ศปภ. ต้องชี้แจงว่าเรือเหล่านี้มันเป็นงบประมาณของใครครับ ประชาชนเกิดความสับสน แล้วทําให้คนที่เป็นนักการเมืองถูกดูแคลน เสื่อมศรัทธา จนปัจจุบันครับมีโพลล์ (Poll) หลาย ๆ สํานักออกมาว่าคนยี้นักการเมืองมากที่สุดครับ ผมก็เป็นนักการเมืองเหมือนท่านครับ ผมก็ อยากจะรักษาภาพลักษณ์ของนักการเมืองให้มันดีครับ แต่วันนี้มันไม่เป็นอย่างนั้น

ท่านประธานดูภาพต่อไปสิครับ ท่านประธานครับ พวกเราถูกดูถูกเหยียดหยาม อย่างนี้เลยครับ ข้าวบริจาคของคนดีไม่ใช่ของ ส.ส. อัปรีย์ชอบแอบอ้างครับ นี่เขาด่ากันทั้งสภาครับ ทุกคนได้รับผลกระทบอย่างนี้ครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับว่า ขอร้องเถอะครับ เรื่องที่ แอบอ้างไปแจกถุงยังชีพอย่าทําเลยครับ นี่ยังเขียนต่อนะครับ หุงดีกินดี ไร้ความเสนียดจัญไร ที่ท่านประชาพูดนักพูดหนาว่า ส.ส. นี่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีไปช่วยเหลือประชาชนเข้ามาช่วย ศปภ. แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ครับ ภาพที่สะท้อนออกมานี่มันแย่จริง ๆ ครับ แล้วผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่านอกจากถุงยังชีพที่มีปัญหาแล้วนะครับ นอกจากการจัดส่งที่มีปัญหาแล้ว การบริหารจัดการใน ศปภ. ก็มีปัญหาเพราะท่านเลือกปฏิบัติครับ ท่านเลือกคนของท่าน มาทํางาน และท่านใช้บริการของคนเสื้อแดงบางกลุ่มจริง ๆ ครับ ท่านประธานดูคลิปต่อไปสิครับ เปิดคลิปหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............. : ผมว่าตอนนี้สิ่งที่บอกได้เลยครับว่าพวกเราไม่ค่อยจะเชื่อแล้ว ข้อมูลทั้งหลายแหล่ว่าออกมาจะท่วมเท่านั้น ท่วมเท่านี้ จะท่วมตรงนั้น ท่วมอย่างนี้ ตรงนี้ ความเชื่อมั่นอยู่ตรงไหน ทําอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะช่วยเขาจริงทําอย่างไร และคน กทม. เอง ตอนนี้จะสังเกตได้นะครับว่าในเมื่อคนเขาเดือดร้อนเช่นนี้แล้วเขาจะไปช่วยกัน แต่คนที่ไปช่วยเขาเจอปัญหาแล้วอันนี้ ผมบอกได้เลย

“............... : คืออะไรคะอาจารย์ รายการนี้พูดได้หมดค่ะอาจารย์”

“............... : พูดได้หมดนะครับ พอเราจะส่งเด็กเราเข้าไปทํางาน เขาบอก ต้องใส่เสื้อสีแดงเข้ามา แค่นี้เราก็เรียกเด็กกลับแล้ว อันนี้เป็นงานที่เราเจอวันนี้นะครับ ผมบอกได้เลย เพราะฉะนั้นคําถามที่ถามว่าเราต้องการจะไปช่วยเขา แล้วเขาเดือดร้อน แต่ไปเจอถ้าจะเข้ามาให้ใส่เสื้อสีแดงมาด้วย มันหมายความว่าอย่างไร มันเป็นวิกฤติ ซึ่งเรากําลังจะเข้าไปช่วย แต่เขาพูดแค่คํานี้ออกมานี่เราก็บอกไม่รู้จะไปช่วยอย่างไรแล้ว มันเหมือนกับแบ่งชั้นวรรณะ แล้วเราจะทําอย่างไรล่ะ ในเมื่อคนยังไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน อยู่เลย”

“............... : อาจจะไม่ใช่นโยบายนะคะอาจารย์ อาจจะเป็นอุปสรรค”

“............... : ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องมองตรงนี้ และเข้าไปเคลียร์ตรงนี้ให้ได้”

“............... : ให้นโยบายไปเลย”

“............... : ให้นโยบายอย่างไร ความช่วยเหลือจะเข้ามาอย่างไร จะเอา ใครเข้ามาช่วย และช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาใหญ่มากนะครับ คนที่ตั้งใจ จะไปช่วยเขาถอยหมดแล้วตอนนี้ กลับกันเป็นแถวแล้ว ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดอันนี้”

“............... : เพราะมันวิกฤติแล้วตอนนี้”

ท่านประธานเห็นไหมครับว่าการบริหารใน ศปภ. นี้ล้มเหลวมากครับ อาจารย์จุฬาครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ ท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานสงวนสิทธิไว้ตรงนี้ เพราะว่าหลังจากที่นายศิริโชคพูดจบ ผมจะได้ใช้สิทธิพาดพิง ให้นายศิริโชคอธิบายความได้ อย่างเต็มที่ ค่าแพ็คน้ํา ๗๒๒ แพ็ค ก็เปิดมาได้ คืออธิบายความอยากจะทําอะไรทําให้ ครบถ้วน หลังจากนี้ผมจะได้ใช้สิทธิพาดพิง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ผมก็เพิ่งรู้ว่าท่านจตุพรเป็นรัฐมนตรี แล้วหรือครับตอนนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน เชิญต่อครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา 🔗

ท่านประธานสภาครับ เห็นได้ชัดว่าใน ศปภ. นี่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก มีการกําหนดให้พวกตัวเองมาบริหารจัดการ ท่านประธาน ดูรูปต่อไปสิครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่คือภาพใน ศปภ. ครับ รวมน้ําใจไทยอาสา ช่วยภัยน้ําท่วมประเทศที่เสียสละแรงกายแรงใจ ขอให้ท่านโชคดีมีเงินมีทอง เป็นรูปปูแดง นี่ถ่ายโดยจิตอาสาในศูนย์ ศปภ. เหมือนที่อาจารย์จุฬาพูดเมื่อสักครู่ครับ คนไหนใส่เสื้อแดง จะได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ ตอนแรกผมเข้าใจว่าเขาเอาภาพที่เวทีราชประสงค์ มาครับ แต่ไม่ใช่ นี่คือที่ ศปภ. ครับ สภาพการบริหารจัดการครับ แบ่งชั้นวรรณะอย่างที่ผมบอก

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ ไหนว่าไม่แบ่งสีนะครับ ติดเลยครับ ศูนย์ประสานงาน นปช. อาสา ใน ศปภ. ครับ ท่านประชาเห็นชัดไหมครับ

รูปต่อไปครับ รูปเหล่านี้มาจากจิตอาสาทั้งนั้น ของบริจาคจาก ศปภ. แดงแจกแดง คนที่เขาเข้าไปช่วยเขามีความทุกข์ครับ เขาไม่ใช่คนเสื้อแดง เขาไม่ใช่คนเสื้อเหลือง เขาเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่อยากเห็นประเทศชาติแตกแยก ไม่อยากเห็นคนใดคนหนึ่ง มาหากินบนความทุกข์ร้อนของประชาชนครับ

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ รูปนี้ผมมาขยายให้เห็นครับ เรือแม่ทองใบใช้ใน ราษฎรคนเสื้อแดงเท่านั้น เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจครับ ประเทศกําลังประสบวิกฤติ แต่ก็มีการ ใช้ทุกวิถีทางในการที่จะแบ่งแยกประชาชน

รูปต่อไปครับ รูปนี้ยิ่งหนักครับ เป็นรถที่บอกว่าหน่วยอาสาช่วยภัยน้ําท่วม พื้นที่เข้าถึงยาก จากสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วเขียนว่าใช้ในงานไพร่เท่านั้น แปลว่าคนที่ไม่ใช่ไพร่ หมดสิทธิหรือครับ ตกลงคนที่ไม่ใช่ไพร่เป็นราษฎรชั้นสองหรือครับ

ท่านประธานครับรูปต่อไป บ้านที่ติดธงแดงเท่านั้นหรือครับถึงมีสิทธิที่ได้รับ ของบริจาค ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่าน ผอ. ศปภ. ครับว่าในหลาย ๆ พื้นที่ที่พวกผม ลงไปครับ ชาวบ้านบ่นกันว่าถ้าบ้านไม่ติดธงแดง ไม่มีสัญลักษณ์สีแดง เขาไม่เอาของมาให้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดครับ และมันทําให้ประชาชนที่เขา เดือดร้อนจริง ๆ เขาไม่ได้รับของบริจาคจากท่านไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีการเมืองเข้าไปแทรกแซง มีการจองของครับ มีการกั๊กของ ของที่จะต้องจ่ายไปให้กับคนที่ เดือดร้อนต้องมีการอนุมัติจากนักการเมือง ทําให้เกิดอะไรขึ้นครับ ทําให้ของเหลือเต็มโกดังครับ ท่านประธานลองดูคลิปนี้ครับ คลิปวันที่ ๒๗ ตุลาคม ขณะที่น้ําเริ่มท่วมเข้ามาแล้วครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ในวันนี้วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ ตอนนี้เราอยู่ที่ คลัง ๑ ของดอนเมือง ท่านมาดูนะครับ มาดูน้ํา จะเก็บไว้ทําขี้เกลืออะไรนะครับ เราดูนะครับ ดูน้ําโอ้โฮเยอะแยะไปหมดนะครับ แล้วเรามาดูนี่ดีกว่าครับ นี่ห้องน้ํานะครับ ห้องน้ํา ห้องน้ําครับ ห้องน้ํามาจากญี่ปุ่นด้วย เราจะซูม (Zoom) ให้เห็นชัด ๆ ว่ามาจากที่ไหน ญี่ปุ่นบริจาคครับ ไม่รู้จะเก็บไว้ให้ใครนะครับ ญี่ปุ่นนี่ครับตัดไม้ไผ่มาเอามาทําแพแต่ไม่รู้จะ เก็บไว้ให้ใครนะครับ ผมละมึนจริง ๆ นะครับ เก็บไว้โอ้โฮดูแพ เต็มนะครับ แพมีเต็ม เต็มเลยครับ ห้องน้ําญี่ปุ่นให้มาอีกนี่ของญี่ปุ่นเห็นไหมครับ โอ้โฮนี่เต็มเลยครับ อันนี้ซูมมาที่เรือ โอ้โฮเรือเพียบ จะเห็นได้ว่าเรือเป็นกระตั๊ก ๆ เรียงกันเป็นพันนะครับ นี่จะเก็บไว้ล่องน้ําเจ้าพระยาเล่น หรือเปล่านี่ โอ้โฮเรือ เรือมีอย่างกับลานเก็บสินค้า ไปดูต่อนะครับ ดูนะครับ ถุงยังชีพ มีไว้ให้หมานอนหรือครับเพียบเลย เต็ม โอ้โฮถุงยังชีพเพียบ ถุงอะไรก็ไม่รู้ ถุงดํานี่เต็มไปหมด นี่เรือยาว เรือยาวครับเรือยาว เก็บกันเข้าไป เก็บกันเข้าไป นี่คือเรือนะครับจาก บริษัทสยามสตีลครับ นี่เรือติดเครื่องนะครับ เรือติดเครื่อง โอ้โฮปริมาณเพียบ เดินต่อไป นี่อะไรครับ นี่คือไทยคม โอ้น้ําท่วม นี่เอาไว้ทําอะไรได้ครับ วันนี้น้ําท่วมดอนเมืองนะครับ ตอนนี้น้ําท่วมดอนเมืองเรียบร้อยแล้วตอนนี้”

“............... : ระวังน้อง เดินไปโน่นระวังไฟฟ้าดูดน้อง น้อง น้อง เข้ามา เดินไปโน่นระวังไฟฟ้าดูด มีกระแสไฟฟ้าอยู่นะ เขาถึงไม่ให้ไป ระวังไฟดูด”

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ หน้าที่ของ ศปภ. มีหน้าที่ต้องจัดส่งถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมครับ แต่พอท่านเอานักการเมืองเข้ามายุ่งครับ นักการเมืองเหล่านี้จองของให้กับพวกพ้องตัวเอง ของที่ต้องแจกจ่ายก็ต้องรอคนเหล่านี้เซ็นอนุมัติครับ นั่นก็คือเหตุผลว่าทําไมถึงมีรูปของถุงยังชีพ กองสูงเท่าภูเขาครับ

รูปต่อไปครับ นี่อีกมุมหนึ่งครับให้เห็นว่ามันเยอะจริง ๆ ครับ เยอะมาก ๆ เพราะว่าคนที่ควรจะได้รับของไม่ได้รับครับ

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ จนสุดท้ายครับ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยท่านหนึ่ง ทนไม่ไหวครับ ฉุนครับ ออกมาให้สัมภาษณ์ตําหนิ ศปภ. เอาใจแต่เสื้อแดง ต้องไปขอ ถุงยังชีพจาก อบต. ของพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าท่านประธานคงจําได้ดี ผมคิดว่า ท่านประชา พรหมนอก คงจําได้ดีครับ เมื่อมีการคัดของเก็บไว้กันเยอะ เมื่อน้ําท่วมดอนเมือง เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านดูคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

นี่ครับ เป็นรูปส้วมที่ลอยเต็มไปหมด

“............... : ที่มีผู้บริจาคนํามาให้ผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว แห่งนี้ได้ใช้กันนะครับ รวมทั้งแท็งก์น้ําของ ปภ. เองก็ยังคงตั้งอยู่ในที่แห่งนี้กับห้องน้ําหรือ สุขาลอยน้ําจํานวนมากซึ่งที่เห็นอยู่ในภาพกองมหึมานี้ก็คือเสื้อผ้าที่ได้รับการบริจาคระหว่าง ที่ ศปภ. ยังอยู่ท่าอากาศยานดอนเมืองนะครับ ซึ่งขณะนี้น้ําจากถนนวิภาวดีรังสิตก็ได้ไหลเข้ามายัง ชั้น ๑ ของอาคารแล้วนะครับ โดยระดับน้ําสูงเกือบถึงเข่า ซึ่งอย่างที่เห็นนะครับ ก็เป็น แม่บ้านกําลังเร่งเก็บขยะที่ลอยอยู่เต็มพื้นที่ กองเสื้อผ้าที่เจ้าหน้าที่สามารถนําขึ้นมาได้ทัน เรานําขึ้นมาไว้บนชั้น ๒ ของอาคาร ๑ ก่อนที่น้ําจะเข้าท่วมชั้น ๑ ก็มีจํานวนมากพอสมควร ซึ่งภาพที่เห็นอยู่ข้างหลังของผมคือเสื้อผ้ากองมหึมาที่มีผู้ใจบุญนํามาบริจาคในระหว่างที่ ศปภ. ยังอยู่ที่อาคาร ๑ ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งหลังจากที่ได้มีการย้ายไปยังอาคาร กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิตแล้วนั้น ของบริจาคหลายอย่างโดยเฉพาะเสื้อผ้าก็ไม่ได้ การขนย้ายไปนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องติดตามความคืบหน้าต่อไปว่ารัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้ ต่อไปอย่างไรครับ เตชวัฒน์ ศุภรัตน์ สํานักข่าวเนชั่น รายงาน”

ท่านประธานครับ หลังจากวันนั้นครับ วันที่ ๓๑ ตุลาคม ผมกับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่อยู่ดอนเมืองครับ แล้วภาพที่เราไปเห็นมันสะท้อนให้เห็นครับ ว่า ศปภ. ล้มเหลวจริง ๆ ครับห้องน้ําที่ท่านประชา พรหมนอก บอกว่ามีแค่ ๒ ห้องครับ เขาล่ามโซ่ไว้เป็นของเอกชน มันไม่ใช่ครับ ท่านประธานดูภาพนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่คือทหารของประชาชน ไม่ต้องไปทํา อย่างอื่นครับ มาขนส้วมให้กับท่านประชา พรหมนอก ครับ

ภาพต่อไปครับ ท่านดูตรงป้ายนะครับ เขียนว่าส้วมสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ชัดเจนครับไม่ใช่ของเอกชน ของสํานักนายกรัฐมนตรีที่ทหารที่มีหน้าที่ต้องไปช่วยเหลือ ประชาชนต้องมาขนส้วมให้กับท่านประชา พรหมนอก

รูปต่อไปครับ นี่ให้เห็นว่าเป็นส้วมจริง ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี่ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปนี่ก็คือข้อเท็จจริง การเมืองเข้ามาแทรกมีแต่พัง และพัง ผมพูดอย่างไรท่านก็คงไม่เชื่อครับ เพราะฉะนั้นคนที่จะพูดแทนผม แล้วท่านอาจจะ เชื่อมีครับ

คลิปต่อไปครับ เป็นคนดังของสังคม ทํางานมูลนิธิครับ และมีความสัมพันธ์ ที่ดีกับพรรคเพื่อไทยครับ เดี๋ยวเริ่มต้นใหม่ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ท่านก็รู้อาสาสมัครทํางานกับทหาร ร่วมกับทหาร อาสาสมัคร เป็นคนที่เข้าไปถึงพื้นที่บ้าน รถทหารอาจจะเข้าไปแค่ตรงหน้าปากซอย เพราะน้ําอยู่ได้แค่นั้น แต่เข้าไปในหมู่บ้านนี่น้ําจะเยอะมากไม่สามารถเอารถทหารเข้ามาได้ แต่ผมใช้เรือของ อาสาสมัครของมูลนิธิต่าง ๆ เข้าไปเอาคนออกมา ไปเอาคนเจ็บออกมาแล้วก็ส่งมอบให้กับ ทหาร ทหารก็นําเอาออกไปข้างนอก เราก็จะทํางานร่วมกับทหาร ทหารอากาศ ทหารบก ทหารเรือ อะไรก็แล้วแต่ร่วมกัน แต่ผมไม่เคยทํางานร่วมกับรัฐบาล ไม่เคยทํางานร่วมกับ เจ้าหน้าที่ของ ศปภ. ผมเคยขอน้ําไป เคยขอข้าวสารอาหารแห้งไป รับปากแล้วก็ไม่ให้ผม ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เขากลัวว่าสิ่งที่เขาให้เรามามันไม่มีผลประโยชน์กับเขา ผลประโยชน์ ของเขาก็คือ เขาต้องให้ว่าเป็นของเขา เป็นของคนนั้น นายคนนั้น แต่จริง ๆ ไม่ใช่ มันเป็น ของประชาชนซึ่งบริจาคให้กับทางนี้มา โดยผ่านให้เอาอันนี้ ทางนี้ไปมอบให้กับประชาชน ที่เดือดร้อน แต่ทางนี้กลับรับไว้ แล้วก็เอามาเป็นของคนใดคนหนึ่งในตรงนั้น บางคนบอกว่ามาเปลี่ยนเอาไปใส่ชื่อของตัวเอง ที่ถุงของตัวเอง เอาของมาใส่ชื่อ นี่คือเรื่องจริง”

“............... : ซึ่งคุณไปเห็นกับตา”

“............... : ผมให้บรรดาลูกน้องผมไปถ่ายรูปมาหมดว่ามันเป็นอย่างนี้ ๆ จริง ๆ แล้วตอนที่ผมขอห้องน้ําไป บอกเลยว่าต้องการ ห้องน้ําไม่ได้ แจกจ่ายหมดแล้ว ไม่มีแล้ว ไปดอนเมืองหมดทุกสิ่ง น้ําก็ไม่มี แต่เวลาน้ําเข้าถึงดอนเมืองเป็นอย่างไรครับ ห้องน้ําลอยเกลื่อนกระจายลอยฟ่องไปหมด แล้วเรียกเราให้ไปเอาห้องน้ําออกมา เพื่อมาให้ นักข่าวเขาไปเห็นว่ามีห้องน้ํา เราก็ต้องไปเอามา เพราะว่าห้องน้ํามันสําคัญ เราจะหยิ่งก็ไม่ได้ เราก็ต้องไปเอามา ขอน้ําไป ขอข้าวสารอาหารแห้งไป และขอห้องน้ําไปรับปากอย่างดี”

“.................. : ทําไมเขาถึงไม่ให้ เขามีเหตุผลอะไร”

“............... : เขาบอกว่าสิ่งที่กองให้เห็นอยู่ที่เยอะ ๆ มันออกทุกวัน ออกทุกวัน ที่เห็น ที่คุณบิณฑ์เห็นเป็นของใหม่จะจัดมาจัดตั้ง ผมเลยนึกจะถามว่า มันจัดตั้ง กันได้เหมือนกันทุกวันอย่างนั้นเลยหรือ เขาบอกจัดใหม่ทุกวันอย่างนั้น จัดเหมือนกันทุกวันเลย ที่จัดใหม่นี่ ผมเลยรู้สึกว่าโอเค ถ้าคุณทํางานไม่เห็นแก่ส่วนรวม เห็นแก่ส่วนตัวส่วนตน เพื่อจะเอาประโยชน์ตัวเองก็ไม่เป็นอะไร นั่นคือการทํางานไม่เห็นแก่ประชาชน เห็นแก่ ผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวมของพวกพ้องตัวเอง”

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้สะท้อน ให้เห็นคลิปวิดีโอของคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาไม่ได้เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ เขาเป็นคนของมูลนิธิร่วมกตัญญูครับ เขาได้รับความเดือดร้อนจากการที่พวกท่านนะครับ ให้แต่พวกพ้องกั๊กของเอาไว้ ท่านประธานครับ นี่ก็คือปัญหาการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ในการจัดส่งของยังชีพไปให้กับผู้ประสบอุทกภัย แต่นอกจากนั้นนะครับ ท่านประชา พรหมนอก ก็ยังสนับสนุนนักการเมืองให้เข้าไปแทรกแซงครับ วันนี้ผมต้องขออนุญาตพูดถึงนายการุณ โหสกุล ครับ เป็นคนที่ไปมีปัญหาในเรื่องของพนังกั้นน้ําครับ รับจ้างครับ รื้อพนังกั้นน้ําครับ ท่านประธานดูคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : วันนี้ชาวบ้านจาก ๒๐ ชุมชนในแขวงสนามบิน เขตดอนเมือง อย่างเช่น หมู่บ้านอยู่เจริญ ๒ และหมู่บ้านเปรมประชา ได้ร่วมตัวกันทวงถามรัฐบาลถึง ความชัดเจนเกี่ยวกับแผนงานและระยะเวลาการระบายน้ําบริเวณหน้าแนวบิ๊กแบ็กให้ชัดเจน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้รวมตัวกันรวบรวมรายชื่อ ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ไปแล้ว ๑ รอบ ขอให้เข้ามาช่วยดูแลตรงจุดนี้ เพราะว่าบิ๊กแบ็กของรัฐบาลส่งผลให้ระดับน้ํา หน้าแนวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงนะครับ ขณะที่หลังแนวบิ๊กแบ็กซึ่งลึก เข้ามาในกรุงเทพฯ ชั้นในระดับน้ําลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยนายการุณ โหสกุล ส.ส. ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางเข้าไปเจรจากับชาวบ้านด้วยใบหน้าที่มีรอยเย็บที่ริมฝีปาก เนื่องจาก ๒ วันก่อนถูกชาวบ้านชก เพราะว่าขี่เจ็ทสกีสวนกับเรือชาวบ้านแล้วคลื่นทําให้เรือคว่ํา หลังจากใช้เวลาพูดคุยกันกว่า ๓ ชั่วโมง นายการุณได้ตกลงชาวบ้านว่าจะรื้อบิ๊กแบ็กออก เพิ่มจากเดิมที่รื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว ๑๐ เมตร ก็จะให้เอาออกวันนี้อีก ๓ เมตร แล้วค่อยรื้อบิ๊กแบ็กเฉพาะส่วนที่อยู่บนถนนวิภาวดีฝั่งขาออกทั้งหมดภายในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาวันพรุ่งนี้ เพราะวันนี้เจ้าหน้าที่จะได้เร่งระบายน้ําลงคลองเปรมประชากร ให้ได้มากที่สุด ซึ่งนายการุณก็ได้โทรศัพท์ไปรายงานผลให้พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหรือ ศปภ. ให้รับทราบ ลองไปฟังดูครับ”

“............... : โอเค ผมจะประสานมาเปิดให้ แล้วจบนะ จบนะ จบนะ”

“............... : ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่สิ”

“............... : มาไม่ใช่อีกแล้ว ก็อยากเปิดก็เปิดให้ไม่จบหรือ ขอโทษนะ คุยกับผู้ใหญ่แล้ว โต ๆ กันแล้ว อย่าได้คืบเอาศอก”

“............... : แต่ละคนส่งมา กลับไม่กล้า รับเอกสารแล้วกลับ ไม่เคยทํา อะไรสักอย่างเลย พวกผมอยู่ในน้ํามาเดือนกว่าแล้ว ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี มานอนบ้านผมนี่ มานอนจัดการที่นี่ ผมจะเช็ดให้ดีเลย มาเลย”

“............... : พรุ่งนี้ ๕ โมงเย็นมาเจอกันครับ ผมมาครับ พรุ่งนี้ครับ”

“............... : ไม่เอา”

“............... : ๕ โมงเย็นพรุ่งนี้ผมมาเจอกันกับพวกเราตรงนี้”

“............... : ถ้าเขาไม่รื้อจะรื้อเอง”

“............... : ผมจะนําท่านรื้อ ถ้าไม่รื้อผมจะนํารื้อ”

“............... : แต่หลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวนะครับว่าจะไม่อนุญาตให้รื้อบิ๊กแบ็กออก ทีมข่าวก็ได้โทรศัพท์ ไปสอบถามรายละเอียดจากนายการุณอีกครั้ง ซึ่งนายการุณก็รับสาย แต่ว่าพอได้ยินคําถาม ก็ตัดสายทิ้ง”

นอกจากนี้ครับ ในคืนวันที่ ๒๐ ตุลาคม เปิดคลิปดูสิครับ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ นายเก่ง การุณ ยังพาคนไปรื้อคันดินกั้นน้ําที่อําเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทําให้น้ําไหลลงคลองประปาครับ ท่านดูคลิปนี้ต่อนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“................ : นี่นะครับ พอทุ่มหนึ่งผมก็กลับมาครับ ก็ปรากฏว่า ผมได้รับแจ้งตอนตีสองครับว่ามีการพังคันดินที่ทํานี่พังหมดแล้ว ผมก็ออกไปตรวจดู ปรากฏว่า ชุมชนดอนเมืองก็เอาแบคโฮจากที่ไหนมาไม่ทราบครับ มารื้อคันดินหมดเลยครับ ก็นําโดยท่าน ส.ส. การุณ นี่ละครับนํามาเองครับบอกว่าชาวบ้านเขาเดือดร้อน เขาก็เลย มาทําลายคันดินทิ้งไปครับ”

“................ : แล้วการุณท่านทําอะไรอยู่ครับ”

“................ : ก็ท่านการุณเป็นผู้นํามาเลยท่านครับ”

“................ : นํามาพังคันดินเลยหรือ”

“................ : ครับผม”

“................ : ตอนตีสองหรือครับ ประมาณ”

“................ : พังประมาณเที่ยงคืนกว่า แต่ที่ผมได้รับแจ้งตอนตีสอง ผมออกมานี่เขาได้พังไปหมดแล้วครับ”

“................ : ท่านอธิบายหน่อย คันดินนี่มันทําจากไหนถึงไหนครับ”

“................ : ทําจากประตูไซฟ่อนที่คลองประปา เลียบแนวเขต คลองประปาไปเรื่อย ๆ นะครับ อาจจะทําให้จนถึงบางซื่อโน้นเลยครับ เพราะว่าต้องไป สูบน้ําออกที่บางซื่อนะครับ”

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อช่วงบ่าย ท่านการุณก็ออกมาบอกว่าท่านไม่ได้รื้อคันกั้นน้ําที่ปากเกร็ดนะครับ จะให้ผมเชื่อท่านการุณ หรือเชื่อนายอําเภอ ผมคิดว่าท่านประธานคงตัดสินได้ แต่ว่าคลิปต่อไปจะเป็นคลิปที่ผมจะ นํามาแสดงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านการุณ โหสกุล บอกกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา แห่งนี้ครับว่า รถที่ปากเกร็ดเป็นรถของปากเกร็ดนะครับ ไม่ใช่รถของท่านการุณ โหสกุล แต่เวลาท่านไปบอกชาวบ้านในพื้นที่ครับ ท่านบอกว่าเป็นรถของท่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะถามท่านการุณนะครับว่าที่ท่านพูดตกลงท่านโกหกสภาหรือท่านโกหกประชาชน ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นครับ ขอเชิญคลิปต่อไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ท่านกั้นคันไม่ได้เหมือนกั้นคันแบบนี้ แล้วก็สูบน้ําออก พังไปอีก พังไปอีก”

“............... : ไม่พอ”

“............... : โอเค ขอโทษนะครับชาวปากเกร็ด ที่พังอยู่นะรถกูนะครับ ไม่ใช่รถที่พวกมึงส่งไปนะครับปากเกร็ด”

ท่านประธานที่เคารพครับ คุณการุณ โหสกุล ย้ําในสภาผู้แทนราษฎรครับว่าเป็นรถของปากเกร็ด แต่คลิปที่มีจิตอาสาถ่ายวิดีโอมา คุณการุณพูดกับชาวบ้านว่ารถเป็นรถของกูครับ ผมก็ต้องตั้งคําถามครับว่าสรุปว่า คุณโกหกสภาหรือคุณโกหกชาวบ้านครับ หรือคุณจะบอกว่าไม่ใช่เสียงคุณ ฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมจึงอยากจะบอกว่าผมนี่เห็นพฤติกรรมคุณการุณมาโดยตลอด ต้องขออนุญาตนะครับ สมัยอาจารย์สมเกียรติเขาบอกว่าไม่ได้ถีบครับ แล้วก็บอกว่าสาบานให้แม่เสียชีวิตก็พูดครับ แล้วสุดท้ายศาลก็พิพากษาว่าผิดนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนครับว่าคุณการุณไม่ต้อง มาท้าหรอกครับ ชี้แจงตามข้อเท็จจริงว่านั่นเสียงของคุณหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นเสียงของคุณ ตกลงทําไมพูดในสภาอย่างหนึ่ง พูดกับประชาชนอีกอย่างหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถุงยังชีพ เรื่องของการ ขนถุงยังชีพไปส่งให้กับคนที่เดือดร้อน ที่มันมีปัญหาทั้งหมดเป็นเพราะ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก มีคําสั่งตั้งบรรดานักการเมืองเข้ามาเป็นกรรมการใน ศปภ. ครับ

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ อันนี้คือเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมครับ ซึ่งจะมีคําสั่งที่ท่านประชา พรหมนอก แต่งตั้งหรือประกาศทั้งหมดครับ แต่ก่อนที่ผมจะไปถึง คําสั่งที่ท่านแต่งตั้งนายการุณ โหสกุล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอื่น ๆ ผมรู้ครับว่า เดี๋ยวท่านประชาก็จะลุกขึ้นมาบอกว่าสมัยพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยทําจดหมายในลักษณะเดียวกัน แล้วก็ไปขอถอนคืน เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมจะอธิบายให้ท่านฟังเลยครับ จะไม่ต้องลุกขึ้นมาพูด

ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เกษียนหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เขียนว่า จึงเรียนมาเพื่อโปรด พิจารณา ท่านเข้าใจภาษาไทยคําว่า โปรดพิจารณา ไหมครับ ไม่ใช่เป็นคําสั่งครับ

ท่านดูรูปต่อไปครับ นี่คือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขออนุญาตอ่านครับ กรณีของท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเพียงหนังสือที่แจ้งให้ทราบว่า ส.ส. รายชื่อแนบท้ายหนังสือมีความประสงค์ขอช่วยราชการเท่านั้น โดยถ้อยคําในหนังสือ มิได้มีลักษณะเป็นคําสั่งที่สั่งการให้ต้องปฏิบัติตามและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยังคงมีอํานาจใช้ดุลยพินิจของตัวเองได้ อีกทั้งในภายหลังได้รับการยืนยันเป็นหนังสือจาก ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมว่าเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ ได้มีเจ้าหน้าที่จากรองนายกรัฐมนตรี มาถอนเรื่องดังกล่าวคืน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็ยังมิได้มีการสั่งการในเรื่อง ดังกล่าว ข้อเท็จจริงปรากฏว่ายังมิได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์คนใด มาช่วยราชการที่กระทรวงวัฒนธรรมแต่อย่างใด การที่ผู้ถูกร้องมีหนังสือแจ้งความประสงค์ จะส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ไปช่วยราชการดังกล่าว จึงยังไม่พอฟังว่า เป็นการใช้สถานะหรือตําแหน่งรัฐมนตรีเข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติงาน มันคนละกรณี กับท่านครับ ท่านดูภาพต่อไปครับ นี่คือคําสั่ง คําสั่งนะครับ ไม่ได้บอกให้โปรดพิจารณา อันนี้เป็นคําสั่ง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ศปภ. ดูที่ผมวงกลมไว้ครับ

๑.๕ นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการ

๑.๖ นายสุรชาติ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการ

๑.๗ นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการ

๑.๘ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ

ลงชื่อครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นคําสั่งแต่งตั้งที่ประกาศ ในเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมครับ

ท่านดูอันต่อไปครับ ถามว่ากรรมการชุดนี้มีอํานาจหน้าที่อะไรครับ ไม่ใช่ ไปช่วยราชการเฉย ๆ ครับ ใหญ่มากครับ ท่านประธานลองดูอันนี้สิครับ อํานาจหน้าที่

๒.๑ จัดหาถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคด้วยการผลิตจากสิ่งของที่รับ บริจาคและจัดซื้อสมทบ หากไม่เพียงพอให้จัดซื้อถุงยังชีพสําเร็จรูปเพิ่มเติม เพื่อให้การ ช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง

๒.๒ จัดส่งถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ให้รวดเร็วทั่วถึงและเป็นธรรม

๒.๓ ให้ใช้งบประมาณในการดําเนินงานจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบ สาธารณภัย สํานักนายกรัฐมนตรี หรืองบประมาณที่ ศปภ. ได้รับจัดสรร

๒.๔ ให้แต่งตั้งคณะทํางานหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการได้ตามความจําเป็น และ

๒.๕ ให้มีหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย ศปภ. มอบหมาย

อํานาจใหญ่จริง ๆ ครับ และใหญ่มาก ๆ นอกจากคําสั่งนี้ที่ผิดกฎหมายแล้วครับ คําสั่งต่อไปก็ยังผิดกฎหมายอีกครับ ท่านประธานดูนี่สิครับ คําสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย ศปภ. ที่ ๒๖/๒๕๕๔ เรื่องการมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ครับ

ภาพต่อไปครับ มีคําสั่งนะครับ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก สั่งอย่างนี้ครับ

๒. ประสานสั่งการและติดตามการปฏิบัติงานในการรับบริจาคและการให้ ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายการุณ โหสกุล และ พลตํารวจตรี วันชาติ คําเครือคง เป็นคณะทํางาน ท่านประธานเห็นไหมครับว่ามันคนละชนิด กับที่รองนายกรัฐมนตรีสุเทพเคยทําครับ อันนั้นโปรดพิจารณา อันนี้ออกคําสั่งแต่งตั้ง มีอํานาจหน้าที่ในเรื่องของงบประมาณเบ็ดเสร็จหมดครับ เท่านั้นนะครับยังอ่านไม่พอครับ เพราะผมรู้ครับ คุณการุณ โหสกุล จะมีความสามารถ สามารถที่จะใช้เหตุและใช้ผลแก้ต่าง อยู่ตลอดเวลา ก็ต้องมัดให้ดิ้นไม่หลุดครับ

ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ นี่คือเอกสารที่กรรมาธิการได้มาครับ ผมขอมัด คุณวรชัย เหมะ ก่อนนะครับ บัญชีรายชื่อผู้รับถุงยังชีพราคา ๓๐๐ บาท ไปแจกจ่ายให้ ผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ เอกสารจากกรรมาธิการงบประมาณครับ ท่านดูที่หมายเหตุครับ ส.ส. วรชัย เหมะ แทรกแซงการจัดส่งถุงยังชีพไปยังผู้ประสบอุทกภัย ในนี้เฉพาะวันที่ ๒๖ ครับ ๔ รายการครับ จะบอกว่าไม่เคยไป ศปภ. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แล้วครับ เอกสารนี้มันชัดครับว่าท่านเป็นคนไปกํากับว่าจะต้องส่งไปที่ กทม. ครับ กทม. ๓-๔ จุดเลยครับ

ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็มาถึงพระเอกของเราในวันนี้ คุณการุณ โหสกุล อันนี้ ยิ่งกว่าชัดครับ ท่านประธานดูสิครับ โดยอนุมัติจากนายการุณ โหสกุล ส.ส. การุณ โหสกุล ทําผิดกฎหมายทั้งแทรกแซงและเป็นผู้อนุมัติการแจกจ่ายถุงยังชีพไปยังผู้ประสบอุทกภัย จะอ้างว่าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ครับ จะอ้างว่าท่านประชาเซ็นคําสั่งโดยพวกเขาไม่รู้ไม่ได้ หรอกครับ เพราะเข้าไปยุ่งเกี่ยวครับ แต่ที่ผมรู้สึกละเหี่ยใจครับ รู้สึกเศร้าใจที่สุดก็คือคําสั่ง ต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ เอกสารฉบับนี้มีผู้หวังดีเอามาให้ แล้วท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็พูดไปเมื่อเช้านี้แล้วครับ ผมมีหน้าที่ที่จะต้องเอามานําเสนอให้ พี่น้องประชาชนผ่านสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หนังสือฉบับนี้เขียนโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้อํานวยการฝ่ายรับบริจาคของผู้ประสบภัย น้ําท่วม ศปภ. ครับ เขียนถึงปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เหตุใด ส.ส. การุณ โหสกุล จึงใหญ่โตถึงขั้นออกคําสั่งสั่งการให้ปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ครับ ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีบิ๊กแบ็กอยู่เบื้องหลังครับ และบิ๊กแบ็กในที่นี้ก็คือ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ กระผมคิดว่าข้อมูลทั้งหมด ที่ผมอภิปรายไปนี่น่าจะสามารถมัดคนที่ทําผิดกฎหมายได้นะครับ แต่ด้วยความที่ผมเป็น คนรอบคอบครับ เอกสารมัดก็ยังไม่พอครับ คลิปก็ยังไม่พอครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต เอาหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้มานําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพื่อที่จะมัดคุณการุณ โหสกุล ว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการทําให้เกิดความเสียหายใน ศปภ. ครับ เปิดคลิปวิดีโอ คลิปสุดท้าย

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“…………… : นายการุณ โหสกุล และนายสุรชาติ เทียนทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เซ็นอนุมัติในครั้งสุดท้าย ก่อนที่ของจะถูกลําเลียงขึ้นรถเพื่อส่งไป ช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายสุรชาติ เทียนทอง หนึ่งในคนที่มีอํานาจเซ็นอนุมัติในการส่งของ ยืนยันว่า ระบบไม่ได้ยุ่งยาก แต่จําเป็นต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัด”

“............... : ก่อนที่จะมีการจัดสิ่งของเอาไปให้นะครับ ส่วนใหญ่ก็ต้อง ขอเรียนว่าขอให้เป็นหน่วยงานที่มาติดต่อเรา ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน เราจะต้องมี การตรวจสอบว่าเป็นหน่วยงานที่มีตัวตนจริง ไม่ได้ซับซ้อนมากครับ เราป้องกัน ในขณะเดียวกันเราเน้นความรวดเร็วครับ เราอยากให้ของที่รับบริจาคนี่ ถุงยังชีพต่าง ๆ ไปถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุดนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการตรวจสอบก็ต้องมีบ้าง เพราะว่าเราเป็นหน่วยงานของรัฐ”

“…………… : แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งต่อถุงยังชีพจะยืนยันว่ามีการ กระจายความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทั่วถึง แต่การบริหารจัดการสิ่งของบริจาค ซึ่งรวมอยู่ที่สนามบินดอนเมืองเพียงแห่งเดียว รวมถึงสิ่งของที่จะถูกส่งออกไปที่ต้องผ่านมา ทางหน่วยงานราชการเป็นหลัก และยังต้องมีการอนุมัติอีกหลายขั้นตอน ก็ยังคงทําให้เกิด คําถามว่าการบริหารจัดการในลักษณะนี้มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ อย่างกรณีนี้แจ้งขอรับ ความช่วยเหลือเป็นถุงยังชีพ ๘๐๐ ชุด”

“…………… : เขียนอันนี้เสร็จส่ง ครม. จาก ครม. เสร็จ เขาก็จะไปเรียงรอ ท่านผู้ตรวจของ ครม. เป็นผู้เซ็น เซ็นเสร็จก็ต้องลงไปข้างล่างไปที่ ส.ส. การุณ กับ ส.ส. สุรชาติ พอไปถึงตรงนั้นเสร็จ เขาก็จะไปเรียงคิวอีกที ต้องไปรอ ตอนนี้เคส (Case) ตอนเช้ายังไม่ได้รับการประสานกลับสักอันเลย”

“............... : ของเมื่อวานมันก็คือได้คําตอบทันทีหลังจากที่ไปก็คือ ส.ส. สุรชาติกับคุณการุณอยู่ตรงนั้นเลย แล้วก็พิจารณาเลยว่าเป็นอย่างไร แล้วก็เขาตัดสินใจเลย คือบอกว่าอันนี้ขอเป็น โดยที่เราส่งไป ๔,๓๐๐ ครอบครัว ขอเป็น ๒,๐๐๐ ได้ไหม ของมันไม่พอ แต่เหมือนไปวันนี้ ไปเสร็จ ก็คือเอกสารมันถูกวางกองในลัง แต่เราก็ไม่รู้ว่า เขาบอกว่า จะประสานกลับ แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันจะประสานกลับจะได้ไหม อย่างไร เมื่อไร ก็คือ ๑. ความเชื่อถือ ความไว้วางใจ เพราะเขามองว่า เอ๊ะ เป็นใครมาจากไหน เน้นเป็นหน่วยงาน และเป็นพื้นที่ที่ทางฝ่าย ส.ส. ท่านดูแลอยู่”

“............... : ท่านสุรชาติคะ ในการอนุมัติเพื่อที่จะจ่ายของออกไป ผู้สื่อข่าว ของเรารายงานว่าจะต้องผ่านการพิจารณาของ ๒ ท่าน คือคุณสุรชาติกับคุณการุณ โหสกุล ใช่ไหมคะ ลําพังแค่ ๒ ท่านนี้ ถ้าหากว่าลําพัง ๒ ท่านที่จะต้องเซ็นอนุมัติ จะเป็นคอขวดของ ระบบในการจ่ายของออกหรือเปล่าคะ”

“............... : เรื่องของขั้นตอนการอนุมัตินี่ผมเรียนได้เลยครับว่าไม่ใช่คอขวด แน่นอนนะครับ เพราะว่าตอนนี้เคสที่เราอนุมัติออกไปแล้ว เราอนุมัติทุกเคสอยู่แล้วนะครับ เกือบทุกเคสอยู่แล้วครับ เราเข้าใจว่าพี่น้องประชาชน เราพยายามที่จะทําขั้นตอน ให้มันน้อยที่สุด ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าขั้นตอนในการมาขอถุงยังชีพไม่ได้มีขั้นตอน อย่างที่ทราบเลยนะครับ เพียงแต่ว่าท่านมากรอกใบนะครับ แล้วก็มีแหล่งที่มาที่ไปชัดเจน มีหน่วยงานที่จะนําไปแจกได้ชัดเจนเลยนะครับ เราก็อนุมัติอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เรื่องที่อนุมัติไปแล้วเยอะมาก เพียงแต่ว่าตอนนี้เพียงแต่รอที่จะผลิตถุงยังชีพ ให้เพียงพอเท่านั้นเองครับ”

“............... : ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วการที่จะต้องอนุมัติโดยคุณสุรชาติ และคุณการุณ โหสกุล เพียง ๒ ท่านก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่อุปสรรค เพราะว่าอนุมัติอยู่แล้ว”

“............... : ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ”

“..…….…… : แต่จําเป็นต้องผ่าน ๒ ท่านนี้อนุมัติก่อนใช่ไหมคะ เพื่อความ รอบคอบ”

“............... : ใช่ ถูกต้องครับ แล้วก็จะมีไม่ใช่ ๒ ท่านนะครับ จริง ๆ แล้ว จะมีหลายท่านครับ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์เองก็มีการตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน รับเรื่องร้องขอถุงยังชีพอยู่แล้วด้วยนะครับ ก็จะมีหลาย ๆ หน่วยงานช่วยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะลงมาที่ศูนย์ข้างล่าง เรื่องก็จะถูกส่งลงมา ที่ศูนย์ข้างล่างแล้วผมก็จะมีคนเซ็นอนุมัติครับ”

ท่านประธานครับ ท่านเห็นหรือเปล่าครับว่า ท่านประชา พรหมนอก ได้ทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญชัดเจน ส.ส. ที่เหลือก็เหมือนกันครับ ทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ เข้าไปแทรกแซง ทําให้มีปัญหาในการบริหาร จัดการที่ล้มเหลวใน ผมพูดอย่างนี้ท่านประชาก็อาจจะหัวเราะบอกว่า ศปภ. ดี ไม่ล้มเหลว เพราะฉะนั้นคลิปวิดีโอคลิปสุดท้ายนี้ครับ เป็นคลิปวิดีโอที่ประชาชนฝากให้กับท่านประชา พรหมนอก ให้รู้ว่าเขาคิดถึง ศปภ. อย่างไร ขอเชิญเปิดคลิปวิดีโออันสุดท้ายครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : พรรคเพื่อไทยนะคะก็ได้ตําหนิรัฐบาลว่าทําหน้าที่บกพร่อง ในการที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม จนได้ฉายาว่าเป็นรัฐบาลร้อยศพ”

“............... : ๒๒ จังหวัดก็ยังมีปัญหาอยู่ ที่เรามองว่าความช่วยเหลือของ ภาครัฐวันนี้เข้าไปอย่างไม่ทั่วถึง วันนี้นะครับ จึงไม่แปลกใจว่ารัฐบาลชุดนี้ที่สะท้อน การบริหารว่า ผมไม่ใช้คําว่า ล้มเหลว นะครับ แต่ใช้คําว่า ไร้ประสิทธิภาพ ผมจึงให้ฉายา รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นรัฐบาลร้อยศพ”

“.............. : ไม่ใช่ว่าจะวิ่งไปแจกของอะไรอย่างนี้อย่างเดียวมันไม่ได้หรอกครับ มันต้องบูรณาการ มันต้องมีแผนล่วงหน้า เพราะไม่รู้ว่าน้ําจะมาเมื่อไร เมื่อไร”

“.............. : รัฐบาลเตรียมแก้ไขในทุกเรื่อง ท่านจะโยนให้ใครไม่ได้ ท่านจะโยนให้ฝ่ายทหารไม่ได้ รัฐบาลต้องรู้นะครับว่ารัฐบาลนั้นเป็นรัฐบาลของประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะเลือกท่านมาหรือไม่เลือกท่านมานะครับ”

(คลิปภาพเสียงเพลงประกอบ)

“.............. : ก็เพียงแค่ข้ามคืน ข้อมูลต่าง ๆ ที่ ศปภ. แถลงออกมากลับ ตาลปัตรชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวค่ะ”

“.............. : ค่ะ ได้ค่ะ ภาพรวมนี้เราก็ถือว่าในบางส่วนนั้นก็เริ่มดีขึ้น”

“.............. : เพราะฉะนั้นน้ําที่หลายคนเกรงว่าจะไหลเข้าท่วม นิคมอุตสาหกรรมนวนครนั้นนะครับ ขณะนี้ขอให้เบาใจได้”

(คลิปภาพเสียงเพลงประกอบ)
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรามี คณะกรรมการ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ไม่ใช่ครับ กําลังจะถามว่าจะต้องฟัง เพลงอีกนานหรือเปล่าท่านประธานครับ ตกลงจะเอาข้อมูลหรือจะเอาเพลง เอามาโน้มน้าว อย่างนี้ครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบแล้วละครับ เพลงจบแล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

จบแล้วนะครับ ขอบคุณครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอสรุปว่า ทั้งหมดนี่ครับมาจากคนคนเดียวครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ซึ่งไปแต่งตั้ง นักการเมืองเข้ามาบริหารจัดการในศูนย์ ศปภ. และผมขอยกคําพูดของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ครับ ซึ่งผมไม่อยากจะเชื่อครับว่าสามารถมองทะลุปรุโปร่งครับ ท่านพูดอย่างนี้ครับ ในวันที่มีการประชุมสภาครับ ใครก็ตามที่หารับประทานขณะที่ประชาชนทุกข์ยาก เป็นคนใจบาป ทุจริต ประพฤติมิชอบ กระผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ให้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศิริโชค โสภา ท่านพาดพิงไปหลายท่านเลยนะครับ แต่ผมเห็นว่าเป็นประเด็นกล่าวหา เพราะฉะนั้น ผมก็เลยไม่ทักท้วงนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมไม่อยากจะ รบกวนเวลาของทางฝ่ายค้านมากกว่านี้นะครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ ผมเห็นใจครับ ท่านจตุพร เดี๋ยวสักครู่ครับ ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ด้วยนะครับ ผมขอตอบในประเด็น เดี๋ยวผมจะลืม เพราะคุณศิริโชคกับผมก็เหมือนญาติกัน เราเหมือนพี่กับน้องกัน เมื่อก่อนนี้ผมเป็นอธิบดี กรมตํารวจ ผมเป็น ผบ.ตร. ก็เรียกว่ากินกาแฟด้วยกันเกือบจะทุกเช้า เราเป็นมิตรกัน อันนี้ น้องเราทําหน้าที่ด้วยกันทั้งคู่ไม่ต้องห่วงแล้วพี่ไม่ถือสา เพราะว่ามันเป็นเรื่องของการเมือง อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าบางประเด็นที่ผมต้องตอบผมก็ต้องตอบ ถ้าผมไม่ตอบเดี๋ยว พี่น้องจะเข้าใจสงสัยว่าผมมีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหรือไม่นะครับ

ในประการแรกที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบนะครับ ท่านยกขึ้นมาเรื่องเรือ เรือมีชื่อของท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร นั้น ก็ต้องเรียนว่ามันเป็นทรัพย์สิน ของท่านบริจาคมานะครับ ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ถึงแม้ท่านจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย แต่ท่าน ก็ยังมีกุศลจิตที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในยามนี้ ท่านก็ส่งเรือมา แล้วไม่ใช่ส่งเฉพาะเรือเท่านั้น ท่านยังบริจาคเงินมาอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ท่านไม่ได้ เพียงแค่นี้ละครับ เพราะฉะนั้นไม่น่าจะเสียหายในเรื่องเรือที่ท่านส่งมา พี่น้องประชาชน ที่ได้รับเรือท่านไปเขากลับดีอกดีใจอีกด้วยครับ อันนี้ก็ต้องขอเรียนให้ทราบ แล้วในเรื่องของ ของบริจาคที่ท่านเห็นมากมายในแต่ละวัน อันนั้นจริงครับ เพราะของบริจาคพี่น้องประชาชน ขนไปแต่ละวันมาก มากจริง ๆ แล้วก็ต้องออกทุกวันด้วย ถ้าท่านไปเจอในตอนเย็นนะครับ ท่านจะเห็นว่าของนี่หมดในที่เก็บ หมดคลัง เช้าขึ้นมาพวกจิตอาสาพวกเราพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งหลายก็จะมารวมตัวกันอีก แล้วก็เอาของบริจาคนั้นบรรจุในถุง เพราะฉะนั้น ถุงที่เห็นท่านจะเห็นว่าเป็นจํานวนมากมายมหึมา แต่นั่นเชื่อไหมครับว่าบริหารจัดการหมด ในทุกวัน ส่งออกไปช่วยเหลือพี่น้องทุกวัน ผมอยากจะกราบเรียนให้ได้ทราบนะครับว่า ท่านพาดพิงถึงท่าน ส.ส. การุณ โหสกุล หรือผมเรียกว่า น้องเก่ง นะครับ และท่านสุรชาติ เทียนทอง ไว้มาก น้องที่รักครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ สมัยหน้าไม่ต้องหาเสียงครับ ลอยลําเข้ามา เราช่วยเหลือคน เราเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ต้องห่วงครับ น้องครับ สมัยหน้าก็ไม่ต้องไปหาเสียงแล้ว เรามีจิตอันเป็นกุศล เราช่วยคน เราอาสาช่วยคนแล้วเราจะ ถูกถอดถอนนั้นอย่าไปเสียใจครับ อย่าไปเสียใจ ถ้าเราช่วยคน เราช่วยพี่น้องผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้ว เราโดนอย่างนี้ก็ให้มันเป็นไป ให้พี่น้องเขาพิจารณากันไป ผมยังอยากจะเอาภาพ ของอีกภาพหนึ่งว่ามันพอจะเปรียบเทียบกันได้บ้างไหม ในกรณีที่ท่านกล่าวหาว่าทาง ส.ส. พรรคเพื่อไทยเราเอาของไปแจกที่โน่น ไปแจกที่นี่ ผมก็มีภาพอยากให้ท่านชมเหมือนกัน ท่านกรุณาชมสักนิดหนึ่งครับ ขอให้เจ้าหน้าที่มาช่วยหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่เป็นเหตุการณ์ที่พิษณุโลกนะครับ ไม่ทราบว่าภาพใครเป็นใครครับ ชุลมุน ถ้าท่านเห็นภาพ อย่างนี้ท่านคงจําได้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เราเคารพกันนะครับ ผมก็เคารพนับถือท่าน แต่ด้วยเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริงที่ผมต้องเอามาอภิปรายให้ได้ทราบนะครับ ก็ต้องถือโอกาสนี้ นี่คือภาพที่จังหวัดพิษณุโลกนะครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านไปแจกข้าวของที่พิษณุโลกเหมือนกัน อันนี้ท่านอาจจะยังไม่เห็นว่ามีความหมายอย่างไร

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ เดี๋ยวรอสักพักหนึ่ง เชิญผู้ประท้วงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย ครับ ขออนุญาตประท้วงเจ้าหน้าที่สภาสักหน่อยครับ เห็นหลายทีแล้วครับ พอฝ่ายรัฐบาลโชว์รูปนี่ ไม่โคลส (Close) เลยครับ พอฝ่ายค้านโชว์นี่โคลส ขอประท้วงเจ้าหน้าที่สภาหน่อยเถอะครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้มี ข้อบังคับข้อไหนประท้วงอย่างนี้นะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

อันนี้เป็นภาพที่จังหวัดพิษณุโลกนะครับ ภาพล่างสุดนี่เป็นภาพที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนั่งอยู่กับคณะทีมงานของท่าน รู้สึกถ้าจําไม่ผิดมีคุณหมอวรงค์ด้วยนะครับ คุณหมอวรงค์ครับ มีคุณหมอวรงค์อยู่ด้วยนะ ภาพนี้อาจจะไม่สื่ออะไรท่านมีน้ําใจเมตตา ท่านมีน้ําใจที่เป็นอารีไปแจกของพี่น้องประชาชน แต่ท่านดูอีกภาพหนึ่งนะครับ ภาพนี้ระบุ ชัดเจนเลยครับว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านรัฐมนตรีครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่อยาก รบกวนเวลามาก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ภาพนี่ มันออกทีวี แล้วท่านรัฐมนตรีพูดไปคนก็ไม่เห็นภาพเล็กนิดเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

มันก็เลยไม่รู้ว่าจริงไม่จริง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ไม่เป็นไรเดี๋ยวทางฝ่ายโสต

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

แต่ผมสังเกตหลายครั้งครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญชี้แจงต่อครับท่านครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นี่คือภาพที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ แล้วภาพที่ยืนอยู่ท่านยิ้มสวยมากครับ ยิ้มงามครับ ท่านคุณหมอวรงค์ แล้วนี่ถุง นี่ถุงอะไรครับนี่ กระทรวงพลังงานครับ ท่านเอาถุงของ กระทรวงพลังงานไปแจกได้อย่างไร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านอยู่ที่นี่ด้วยนะครับ ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านยังเป็น ส.ส. อยู่หรือเปล่า ท่านก็เป็นนักการเมือง เหมือนกัน นี่กองอยู่นี่ถุงกระทรวงพลังงานทั้งนั้นละครับ เต็มอยู่นี่ นี่ขวดน้ํา น้ํานี่ก็จาก กระทรวงพลังงาน เหตุการณ์นี้เกิดที่จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมขออ้างอิงถึงท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ ส.ส. พิษณุโลก ท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย ที่จริงท่านน่าจะไปร่วมกับเขาหน่อยนะ ท่านนิยม ท่านน่าจะได้คะแนนในส่วนนี้บ้าง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนนี่ผมไม่อยากให้เราเอาเกณฑ์นี้มาเล่นกันนะครับ พี่น้องประชาชนกําลังดู

(นายนิยม ช่างพินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีผู้ประท้วง เชิญท่านนิยมประท้วงอะไรครับ ผมว่าให้เสร็จ ท่านชี้แจงก่อน

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ ครับ ผมขออนุญาตชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ขออนุญาตพาดพิงครับ และขออนุญาต ชี้แจงครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านยกมือประท้วง ยกมือขึ้นมาแล้วก็ประท้วงอะไรครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ใช้สิทธิที่รัฐมนตรีพาดพิงถึงชื่อผม ละครับ ผมถึงได้ขออนุญาตชี้แจงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ขอความกรุณานะครับ คือขณะนี้ท่านรัฐมนตรีกําลังตอบข้อกล่าวหาของ ฝ่ายค้านนะครับ ให้ท่านกรุณาได้ชี้แจงให้เสร็จสิ้นกระบวนความก่อนได้ไหมครับ ผมเห็น หลายท่านน่าชมเชยในสภาเรานี่นะครับว่าเวลาท่านกล่าวหาเสร็จอีกฝั่งหนึ่งก็ชี้แจง ท่านก็ อดทนนั่งฟัง เสร็จแล้วท่านก็ขอใช้สิทธิ แต่ถ้าท่านสมาชิกเองเดี๋ยวก็ประท้วง เดี๋ยวก็ใช้สิทธิ มันไปไม่ได้ครับ บรรยากาศสภาเรา แล้วก็ประชาชนชมการถ่ายทอดอยู่นะครับ ให้เสร็จสิ้น กระบวนความเป็นท่าน ๆ แล้วก็ท่านจะใช้สิทธิอะไรท่านยกมือมา แล้วผมก็จะพิจารณา เป็นเรื่อง ๆ เป็นความ ๆ ไปนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัย เชิญครับ ท่านประท้วงเชิญ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ การอภิปรายนี่ครับ การที่ท่านรัฐมนตรีประชากล่าวอย่างนี้นี่ แล้วภาพมันเห็นไม่ชัดทําให้พรรคประชาธิปัตย์เขาเสียหายด้วยนะครับ ดังนั้นกรณีนี้ ผมประท้วงท่านประธานว่าควรจะได้ออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่นี่ซูมภาพว่าใช่หรือไม่ใช่ครับ ถ้าไม่ใช่ท่านประชา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือข้อ ๘ เกี่ยวกับการควบคุม แต่อันนี้เป็นเรื่องของการถ่ายทอดนะครับ เดี๋ยวท่านเลขาธิการ ช่วยกํากับอีกทีหนึ่งนะครับ เชิญท่านประชาต่อนะครับ ขอความกรุณางานจะได้เดินได้ครับ เวลาเรามีน้อยนะครับ เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพนะครับ ผมเห็นใจฝ่ายค้านเพราะว่าคงมี ผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ก็อย่างที่ท่านเห็นในภาพที่เห็นนี่ผมได้มาจากข้างบนก็เป็นภาพ ในวันที่แจกข้าวของนะครับ ร่วมใจฟื้นฟู ลงวันที่เท่าไรครับ ๑๘ เดือน ๑๑ ปี ๒๐๑๑ ก็ไม่กี่วันนี่ครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นภาพเก่าก็คงไม่ใช่นะครับ แล้วนี่ก็มีตัวหนังสือ กระทรวงพลังงาน น้ําก็มีจากกระทรวงพลังงาน ถุงยังชีพที่กองอยู่นี่ก็กระทรวงพลังงาน แล้วคนที่แจกอยู่นี่บังเอิญกระทรวงพลังงานท่านนั่งอยู่นี่นะครับ ท่านอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยิ้มรูปหล่อ คุณหมอวรงค์ก็ยิ้มสวยนะครับอันนี้ ไม่ทราบว่าภาพนี้คงกินใจพอสมควรนะครับคุณหมอครับ เราพวกกัน เราก็คนละครั้ง ไม่เป็นอะไร เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนี่ผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของ นักการเมือง ท่านจะมาเอาเป็นเอาตายอะไรกันในสภา ในยามที่บ้านเมืองเราน้ําจะท่วมปาก อยู่แล้ว น้ําจะท่วมจมูกอยู่แล้วในยามนี้ ท่านก็ยังไม่อินังขังขอบ ท่านควรจะดูแลชาวบ้าน น้ําท่วมภาคใต้ ส.ส. ภาคใต้เรามีไปดูแลบ้างไหม ขณะนี้กี่จังหวัดแล้วจมไปกี่จังหวัดแล้ว ผมนี่ยังมีจิตสํานึกเลยว่าผมจะต้องลงไปภาคใต้เมื่อเสร็จที่สภานี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ เรื่องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนี่มันเป็นอันแรกครับ อันนี้ก็ใคร่จะขอกราบเรียนด้วยครับ

(นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีประชาครับ คือท่านไปกระทบ เดี๋ยวเชิญท่านประท้วงอะไรครับ ภาคใต้มันกว้างไป กระมัง ท่านวิทยานั่งอยู่นี้ท่านยังรับฟังอยู่นะ ฟังท่านให้จบก่อนได้ไหมครับถ้าเป็นภาคใต้นี่ เชิญ เจ้าหน้าที่ดูไมโครโฟนให้ท่านหน่อย เชิญประท้วงอะไรครับ เชิญครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลาครับ ย้ําครับ จังหวัดสงขลาครับ พรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้นะครับท่านประธานครับ จากกรณีที่ขออนุญาตประท้วงผู้กําลังอภิปรายผ่านไปยัง ท่านประธานนะครับ ท่านผู้ประท้วงกําลังพาดพิงและทําความเสียหายให้กับ ส.ส. ภาคใต้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านประท้วงใช่ไหมครับ ประท้วงข้อไหนครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

ข้อ ๖๑ ครับท่านประธานครับ ใส่ร้ายด้วย ว่า ส.ส. ภาคใต้ทําอะไรอยู่ น้ําท่วมครับ พวกผมไม่ได้นิ่งดูดายครับท่านประธาน วันนี้เป็น วันประชุมสภาซึ่งเป็นวันสําคัญครับท่านประธานครับ พวกผมทําหน้าที่ เมื่อวานครับพวกผม ก็อยู่ภาคใต้ครับ น้ําท่วมไปดูแลชาวบ้านครับ ไปก่อนรัฐบาลเสียอีกครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อครับ ท่านก็ได้อธิบายแล้วครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ อย่างนั้นเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะตอบไม่ได้นะครับ อย่างนั้นเดี๋ยวประท้วงกันไปประท้วงกันมา ผมว่าไม่จบ คือปล่อยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่านก็พยายามเปรียบเทียบกันอยู่นะครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ที่ผมต้องขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน เพราะว่าเรามีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ตอนที่ฝ่ายค้านอภิปราย ท่านจุรินทร์ก็มาว่านครสวรรค์ คนต่อมาก็พูดนครสวรรค์ พูดบางระกํา เราพูดไม่ได้ครับ พอจะขึ้นมาบอกไม่เกี่ยว อย่างนั้นท่านต้องเอาให้แน่ว่าถ้าพูดถึงจังหวัดนี้เกี่ยวไหม พูดถึงภาค เกี่ยวไหม จังหวัดมันตรงกว่าภาคอีกท่านครับ ดังนั้นผมว่าท่านประธานเอาให้แน่ เราจะได้ ปฏิบัติเหมือนกันครับ กราบขอบพระคุณครับ กระผมก็พูดไม่ได้เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประชาต่อครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ผมอยากจะเปรียบให้ได้เห็นว่าการที่กระผมออกคําสั่งนั้นกับคนที่ปฏิบัติอย่างนี้ถือว่าอะไร ที่เป็นความหนักแน่นมากกว่ากัน ผมอยากจะถามตรงนี้ ประเด็นตรงนี้นะครับ แล้วก็ ท่านศิริโชคได้พูดถึงว่า วันที่ ๓ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ของยังเยอะมากท่านให้เห็นคลิป อันนี้ ผมยอมรับว่าของมากและของบริจาคเข้าทุกวัน พอตกเย็นเราต้องระบายออกให้ทัน เราต้อง เร่งรัดนะครับ ผมยอมรับว่าผมเองกับ ส.ส. การุณ คุณสุรชาตินี่ได้ช่วยกันจริง และยังมีอีก หลายท่านที่อยู่ที่นี่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยของเราผมว่าเกือบจะครึ่งพรรคหรือค่อนพรรคเราไป ช่วยกันที่นั่น แล้วมิใช่เช่นนั้นด้วยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านก็อุตส่าห์ไปด้วย ท่านไปให้กําลังใจ ผมชมเชยน้ําใจท่าน ท่านครับ ท่านเป็นคนที่มีจิตที่เป็นกุศลอยู่ ท่านยังห่วงใยพี่น้องประชาชนนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ ศปภ. ต้องขอขอบคุณท่านไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ ผมเองอยากจะให้เห็นภาพคลิปของ ศปภ. บ้าง แล้วท่านจะมองออกว่า บางสิ่งบางอย่างมันก็มีผิดพลาดบ้างผมยอมรับ ซึ่งผมก็เรียนตั้งแต่ต้นแล้วก่อนที่จะเปิดสภานี้ ผู้สื่อข่าวก็ถาม ผมให้สัมภาษณ์ตลอดมา คนทํางานนั้นโอกาสผิดมันก็มี แต่ถูกต้องมากกว่า ผิดก็จะมีครับ ผิดนั้นได้รับติติงมาเราก็ต้องแก้ไข แก้ไขเพื่อให้มันดีขึ้นนะครับ ผมอยากจะให้ เห็นคลิปของความชุลมุนวุ่นวายในศูนย์ ศปภ. ที่ศูนย์ดอนเมือง ขอเชิญเปิดคลิปหน่อยครับ ไม่มีเพลงนะครับ โทษที

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ไม่มีเสียงใช่ไหมครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

ครับ นี่ก็เป็นภาพที่ดอนเมืองนะครับ เป็นศูนย์ปฏิบัติการ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านก็ไปเห็นนะครับ เป็นภาพที่ผู้ว่า กทม. ก็ไปร่วมประชุมอยู่ด้วย เราทํางานร่วมกัน ท่านคง จะเห็นภาพในนั้นว่าหน่วยราชการเกือบจะทุกหน่วย กระทรวงทั้งหมดมี ๒๐ กระทรวง เข้าไปรวมกันที่นั่น รัฐวิสาหกิจทั้งหมดเกือบทุกรัฐวิสาหกิจเข้าไปรวมกันที่นั่น เพราะฉะนั้น ภาพตรงที่ดอนเมืองนั้นท่านจะเห็นว่าชั้นล่างเป็นส่วนรับของบริจาค จัดของบริจาค ส่งของบริจาค ชั้นที่ ๒ นั้นเป็นศูนย์บัญชาการ เป็นศูนย์ปฏิบัติการ เป็นคอล เซ็นเตอร์ (Call center) อันนี้คือภาพเหตุการณ์ในแต่ละวันครับ คนนับหลายพันคน ไม่ใช่ร้อยคน หลายพันคน มีทั้งพวกจิตอาสา แล้วก็มีทั้งอาสาสมัคร แล้วก็มีทั้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมไปอยู่ในนั้น ส่วนชั้น ๓ นั้นก็เป็นที่ทําการ ที่ทํางาน มีคอล เซ็นเตอร์มีอยู่ ๓๐๐ คู่สาย ท่านลองดูสิครับว่าความสับสนอลหม่านมันมีมากน้อยแค่ไหน ผมเองก็ ๑ สมอง ๒ มือ ก็พยายามอย่างที่สุดแล้วที่ยืนหยัดตรงนี้ เกือบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตีสองตีสาม เรายังนั่งกันอยู่ อันนี้ผมขออ้างท่าน ส.ส. การุณ โหสกุล น้องเก่งนี่ครับ พวกเรา อยู่ช่วยกัน เราห่วงใยพี่น้องประชาชน ขณะนี้จุดนั้นเป็นอย่างไร จุดนี้เป็นอย่างไร อันนี้ คือภาพที่ให้เห็นถึงความสับสนอลหม่านพอสมควรในศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้

ผมใคร่ขอมาที่โครงสร้างของศูนย์ ศปภ. นะครับ ศปภ. นั้นจะประกอบด้วย ตัวผมเองเป็น ผอ. ศูนย์ ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรอง ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรอง ที่ท่านพูดว่าทําไมมหาดไทยไปไหน รองปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ที่นี่ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรีนั้นท่านเป็นที่ปรึกษา คณะรัฐมนตรีทุกท่าน เป็นที่ปรึกษา เป็นทีมที่ปรึกษาของศูนย์คืออยู่ในส่วนนี้ ผมอยู่ในส่วนบัญชาการ ทําไมถึง ไม่ตั้งท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เพราะท่านยงยุทธเป็นแม่งานในการปฏิบัติครับ ท่านต้องวิ่งออก จุดนั้นจุดนี้ ท่านต้องออกไปอํานวยการ ไปบัญชาการ ท่านก็เลยให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาอยู่เคียงคู่กับผมมาเป็นฝ่ายอํานวยการ มาเป็นสมอง มาเป็นฝ่ายสั่งการ มาเป็นฝ่ายวางแผน พิจารณาว่าจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นก็เลยได้เกิดการเปรียบเทียบที่ว่าทําไมรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยไม่ได้รับแต่งตั้ง ท่านคงลืมไปแล้วทางประชาธิปัตย์นะครับ น้ําท่วม ปีที่แล้วนี่เอง ท่านก็ตั้งท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ใช่ไหมครับ ผมก็อยากถามว่าผมด้อยกว่า ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรงไหน ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านเป็นผู้อํานวยการใช่ไหมครับ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ท่านเป็นรองใช่ไหมครับ แล้วทางผมนี่ด้อยกว่าตรงไหน ผมคุณวุฒิ ไม่พอหรืออย่างไรครับ เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันครับการที่ตั้งผมหรือตั้งใครนะครับ

และส่วนถัดมาก็คือฝ่ายปฏิบัติการนะครับ ฝ่ายปฏิบัติการนี้ก็ประกอบด้วย ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งฝ่าย ปฏิบัติการนี้จะเห็นได้ชัดเจนมากเลยท่าน ฝ่ายปฏิบัติการนี้ก็จะมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ปลัด กทม. อธิบดี ปภ. ผู้แทนกระทรวง สาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวง อุตสาหกรรม ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผอ. ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินแห่งกระทรวงสาธารณสุข อันนี้คือส่วนปฏิบัติการที่เราวาง โครงสร้างไว้

มาฝ่ายอํานวยการก็มี พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเป็นสมอง ในอดีตท่านเป็นเสนาธิการทหารอากาศก็ให้ท่านมาอํานวยการ ในส่วนเป็นฝ่ายอํานวยการร่วม อันนี้คือคลังสมองนั่นเองนะครับ ซึ่งประกอบด้วย เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทางหลวง นี่ครับคือฝ่ายอํานวยการร่วม

จากนั้นก็ยังมีฝ่ายกลุ่มป้องกันและแจ้งเตือนก็คือ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีไอซีที (ICT) ผู้อํานวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา ผู้แทน ปภ.

กลุ่มสนับสนุน ก็หมายถึงว่ากลุ่มสนับสนุนในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นสนับสนุน ข้าวปลาอาหาร สนับสนุนรถรา สนับสนุนน้ํามัน สนับสนุนในสิทธิตามที่ร้องขอต่าง ๆ ก็มี นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรี พม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ เลขานุการคณะกรรมการพัฒนา เศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ผอ. สํานักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรม ปชส. ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมกัน จากนั้นก็ยังมีฝ่ายสารสนเทศ ฝ่ายโฆษกก็มี อีกต่างหาก

อันนี้คือโครงสร้างที่ผมอยากให้ทราบว่าเราทํางานอย่างเป็นระบบครับ ผมไม่ได้ทํางานแบบมั่ว ๆ อย่างที่ท่านกล่าวหาหรอกครับ ผมผ่านอธิบดีกรมตํารวจมาแล้ว ผมผ่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมาแล้ว ผมก็เคยร่วมงานในฐานะรัฐมนตรี ร่วมงานกับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาแล้ว ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ สังคม ท่านก็เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเราก็เคยทํางานร่วมกัน เรามีไมตรีจิต ต่อกัน อันนี้ผมเรียนด้วยความเคารพว่างานทั้งหมดนี่ครับ ๑๒ กระทรวง แต่จริง ๆ แล้ว เข้ามาเกือบทั้งหมดเกือบ ๒๐ กระทรวงครับ แม้กระทั่งกระทรวงการต่างประเทศก็ต้อง เข้ามาในช่วงหลัง กระทรวงการคลังก็ต้องเข้ามา กระทรวงที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องเลย กระทรวงวัฒนธรรมก็ต้องเข้ามา เพราะอะไร เพราะวัดวาอารามเสียหายพังเป็นจํานวนมาก พระสงฆ์องค์เจ้าอดข้าวเหมือนกัน ดังนั้นก็ต้องเข้ามาร่วมกัน อันนี้คือภาพของความเป็นศูนย์ครับ และในศูนย์นั้นเราก็ได้มีการดําเนินการที่เป็นระบบ ผมเองเรียนว่าภารกิจสําคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือในเรื่องการบริหารจัดการน้ําเป็นเรื่องสําคัญ เป็นเรื่องที่เราจะต้องได้รีบดําเนินการ อย่างรีบด่วน เพราะมวลน้ําที่อยู่ด้านบนนี้ครับผมอยากจะให้เห็นนะครับ อาจจะไม่ชัด แต่ก็ชี้ตามจุดแดง ๆ นี้ นี่คือมวลน้ํามหาศาลที่อยู่ด้านบน มวลน้ํามหาศาล ขณะนี้ กรุงเทพมหานครอยู่ส่วนนี้ครับ ถ้าผมบริหารล้มเหลว ถ้าผมบริหารจัดการน้ําล้มเหลว กรุงเทพมหานครนี่ ๒ เมตรครับ ถ้าไม่ใช่ ส.ส. การุณ โหสกุล กับ สุรชาติ เทียนทอง ลงมาเรื่องนี้เป็นเรี่ยวแรงสําคัญในการปะทะกับพี่น้องประชาชนแล้วกรุงเทพมหานคร ๒ เมตรครับ ผมขอเรียนให้ทราบ ณ เวลานี้เราทําได้ขนาดนี้เราต้องมารับชะตากรรมอย่างนี้ อีกหรือ ผมก็ใคร่ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนได้กรุณาทราบนะครับ เราทํางานอย่าง เหน็ดเหนื่อย อย่างไม่เห็นแก่กลางค่ํากลางคืน ไม่เห็นแก่ได้หลับได้นอน เพราะฉะนั้นเราก็ได้ ปฏิบัติทุกอย่างแล้ว

มาตรการในเรื่องของการแก้ไขปัญหานั้น ผมใคร่ขอเรียนให้ทราบ เป็นเบื้องต้นนะครับ จากการที่เข้าไปบริหารแล้วผมได้กําหนดจุดเป็นอันดับแรกเลยหลังจาก ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ดูสภาพทั่วไปของบริเวณน้ํา มวลน้ํา แล้วก็ได้มาวางแผนปฏิบัติ

แผนขั้นแรกที่ออกมาก็คือทําคันแนวกั้นน้ําอยู่ ๓ แนว คือแนวคลองระพีพัฒน์ แยกตะวันตก นี่คือแนวคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกนะครับ แนวคลองหลักหกป้องกันอะไร รู้ไหมครับ ป้องกันประปาหลักหกครับ แถวนั้นก็มีคลองทวีวัฒนา มาทําแนวป้องกัน ๓ แนว จากแนวป้องกัน ๓ แนวนี้เองครับก็จึงทําให้มวลน้ําออกไปทางด้านตะวันออก เราบริหาร จัดการน้ําไปทางตะวันออก บริหารจัดการน้ํามาทางตะวันตกแม่น้ําท่าจีน ตะวันออกนั้นจะ ลงคลองแสนแสบไปลงบางปะกง ลงทางทะเล

อีกส่วนหนึ่งที่เราจะพยายามให้ลงอย่างระมัดระวัง ผมใช้คําว่าเราระบายน้ํา อย่างระมัดระวังคือลงตามแม่น้ําเจ้าพระยาครับ ตรงจุดนี้ครับเราจะระมัดระวังที่สุด ระมัดระวังแม้กระทั่งคลองเปรมประชากรซึ่งเป็นคลองระบายน้ํา แต่ถ้าน้ําทะลัก คลองเปรมประชากร นั่นก็หมายถึงว่าคลองประปาเราจะมีปัญหา ถ้าประปามีปัญหาพี่น้องลองคิดดูสิครับว่าอะไร มันจะเกิดขึ้นกับพี่น้องกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นจุดที่สําคัญอย่างยิ่งเลยครับ จากเหตุการณ์วันที่เราทําคันกั้น ๓ คันนี้เสร็จ ผมก็ยอมรับว่าผมได้พูดออกไปว่าเราสามารถ ที่จะรับมวลน้ํานี้ได้แล้ว โดยจะพยายามระบายน้ําออกทางตะวันออก ตะวันตก และลง แม่น้ําเจ้าพระยา แต่โชคไม่เข้าข้างครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ ปรากฏว่าแนวคลองระพีพัฒน์ แยกตะวันตกนี่สาเหตุที่มวลน้ํามาก ๆ มวลน้ํามันมากมายมหาศาล มันก็เลยทะลักลงมา คันคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกเราแตกครับ จากคันคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกเราแตก น้ําก็จะไหลท่วมมาหนักเลยที่ประตูน้ําพระอินทร์ราชา ไหลลงมารวมกันหนักที่ประตูน้ํา จุฬาลงกรณ์ นั่นละครับจึงเป็นสาเหตุที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหลายนั้นเรารับไม่อยู่ ไม่มีใคร อยากให้เกิดครับ ไม่มีใครอยากให้เกิดการสูญเสีย ไม่มีใครอยากให้อุตสาหกรรมถูกกระทบ แต่ผลสุดท้ายเรารับธรรมชาติตรงนี้ไม่ไหว มันก็เลยเป็นปัญหา ส่วนคันอีก ๒ คันยังอยู่สภาพ เรียบร้อย หลังจากคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกพังลงมาแล้วเรามาทําอะไรต่อครับ เราได้มา คิดที่จะทําคันที่ ๒ ขึ้นมา คันที่มีการกล่าวขานมาจนถึงวันนี้คือคันบิ๊กแบ็ก บิ๊กแบ็กนี้เราทํา ทั้งหมด ๒๒.๘ กิโลเมตร กําลังที่มาใช้ในการระดมทําบิ๊กแบ็กนี้ส่วนมากเราใช้จากกําลังของ กองทัพบก ทหารบกเป็นหน่วยหนึ่งที่เป็นหน่วยที่มีศักยภาพของ ศปภ. ต้องยอมรับ เพราะฉะนั้นบางท่านที่ดูคลิปแล้วอาจจะมองว่ามีแต่กองทัพบกเท่านั้นออกมาช่วย พี่น้องประชาชน ทําไมไม่เห็น ศปภ. เลย ก็กองทัพบกอยู่ในร่มของ ศปภ. เราอยู่ด้วยกัน เราทํางานด้วยกัน แม้กระทั่ง กทม. ก็คือในส่วนของ ศปภ. ถามไปเดี๋ยวนี้ได้เลยว่า ศปภ. ได้มี ส่วนช่วย กทม. อย่างไร ขอเครื่องสูบน้ํามา ๖๐ เครื่อง เราก็จัดให้ นี่ตั้งเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว ขออีกเป็น ๑๐๐ เครื่อง เราก็จัดให้อีก ๑๐๐ เครื่อง เพราะฉะนั้นเราทํางานกันอย่างเรียกว่า เราทุ่มเทเพื่อพี่น้องประชาชนครับ

นี่แนวที่ ๒ ครับคือแนวที่วางบิ๊กแบ็กเป็นแนวนี้ ๒๒.๘ กิโลเมตรครับ ที่เราวางบิ๊กแบ็ก จากการวางบิ๊กแบ็กตรงนี้เราก็มาวางอยู่ในหลาย ๆ จุดข้างล่างนี้ครับ หลาย ๆ จุดซึ่งที่ท่านเห็นนั่นแหละ บางจุดก็ต้องทะเลาะกัน พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ คนที่อยู่เหนือบิ๊กแบ็กก็มีปัญหาว่ากั้นน้ําให้ท่วมเขาอีก ขณะนี้ท่วมถึงหน้าต่างแล้วจะให้ท่วม มิดหลังคาหรืออย่างไร อะไรทํานองนั้น ส่วนข้างล่างหรือก็มีปัญหาอีกแบบหนึ่ง เราปล่อยน้ํา ลงมาก็มาโดนข้างล่าง ส่วนแนวบิ๊กแบ็กนี่ละครับที่เป็นแนวที่ ๒ ที่เราช่วยไม่ให้น้ําเข้า กทม. ขณะนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ณ ถึงวันนี้เรามีความมั่นใจแล้วนะครับ เรามั่นใจแล้วว่าน้ําไม่เข้า กทม. ชั้นในแน่นอน เพราะฉะนั้นก็คงจะรื้อบิ๊กแบ็กเป็นจุดเป็นจุดไป เมื่อวานนี้ก็สั่งรื้อ บิ๊กแบ็กจุด คปอ. ตรงกั้นถนนวิภาวดีรังสิต ก็ไปอีกแนวหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นในการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้นเราทําอย่างเต็มกําลังความสามารถครับ อันนี้ก็อยากจะ กราบเรียนท่านได้กรุณาทราบโดยทั่วกันด้วยนะครับ

ในส่วนของการแต่งตั้งนั้น ผมเรียนตรง ๆ นะครับว่าเนื่องจากงานมันมาก งานมันยุ่งจริง ๆ เพราะฉะนั้นฝ่ายอํานวยการเขาจะเสนอคําสั่งขึ้นมาให้ผมได้ลงนาม วันนั้น ก็เป็นวันเสาร์ ผมเองก็งานค่อนข้างฉุกละหุกมากจริง ๆ ก็ได้ลงนามไป แต่หลังจากได้ลงนาม ไปแล้วผมก็ต้องส่งคําสั่งนั้นไปให้กฤษฎีกา เพราะกฤษฎีกาจะทํางานอยู่ด้วยกัน จะเป็นฝ่ายที่ ตรวจคําสั่งต่าง ๆ ว่ามันถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ที่จริงแล้วกฤษฎีกามีความเห็นอย่างนี้นะครับ ผมขออ่านคําสั่งที่ผมแต่งตั้งคุณการุณกับพวกไปนะครับ

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. แต่งตั้งขึ้นตามคําสั่ง นายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ เพื่อทําหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางในการจัดการป้องกันและ แก้ไขปัญหาภัยพิบัติเกี่ยวกับอุทกภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงหน่วยงานชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอํานาจ ตามความในมาตรา ๑๑ (๓) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อทําหน้าที่ประสานการบริหารงานของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่รับผิดชอบดําเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วตามอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐนั้น ๆ และในการบริหารงานของ ศปภ. มีลักษณะเป็นการดําเนินการให้ เป็นไปด้วยความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เมื่อเสร็จภารกิจหรือสิ้นสุดสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นอันยุติ การดําเนินการของ ศปภ. จากลักษณะของการจัดตั้งและ การปฏิบัติงานของ ศปภ. จึงมิได้เป็นหน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐตามนัยแห่งบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ แต่อย่างใด

อันนี้คือความเห็นของกฤษฎีกา แต่อย่างไรก็ตามครับในเมื่อพวกเราไม่สบายใจ หลายคนก็ทักท้วง ผมก็ได้ออกคําสั่งยกเลิกในทันที ผมแต่งตั้งวันที่ ๒๒ จริงครับ ผมแต่งตั้งจริง แต่วันที่ ๒๒ นี้วันเสาร์ พอวันที่ ๒๓ เป็นวันอาทิตย์ วันที่ ๒๔ ที่จริงเป็น วันหยุดต่อเนื่องเหมือนกันเพราะว่าหยุดชดเชยวันที่ ๒๓ ตุลาคม แต่กฤษฎีกาเขามาทํางาน ผมก็ให้กฤษฎีกาดู ผมก็ยังแย้งกฤษฎีกาว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เพื่อความสบายใจ ผมขอยกเลิกคําสั่งนี้แล้วผมก็ออกยกเลิกคําสั่งนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้นผมเรียนตรง ๆ ว่า ผมไม่ได้มีเจตนาอื่นใด ไม่มีเจตนาที่จะให้คุณการุณกับพวกเข้าไปทําผิดคิดมิชอบแต่อย่างใด ผมระมัดระวังครับ ผมฟังเสียงทักท้วงของผู้ที่มีเหตุมีผล เพราะฉะนั้นถ้ามันผิดพลาดไปอันนี้ ก็เป็นเรื่องความผิดพลาดของผม แต่ว่าความผิดพลาดนี้ไม่ได้นํามาซึ่งความเสียหายต่อผู้ใด มีแต่ประโยชน์เท่านั้น คุณการุณและคุณสุรชาติ เทียนทอง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ เอาตัวเข้าไปชน เอาตัวเข้าไปแลกนะครับ ไม่ได้กลัวอันตรายที่จะเกิดจากมวลชน เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขอชมเชย ผมเรียนตรง ๆ นะครับ ขอขอบใจน้องทั้งสองไว้ ณ ที่นี้ ถ้าน้องจะโดนในกรณีอย่างนี้ก็ให้มันเป็นไปครับ ขอบคุณมากครับ ผมคงจะใช้เวลาในช่วงต้นนี้ ไม่ทราบว่าผมตอบคําถามคุณหมอวรงค์จบหรือยังก็ไม่ทราบ มันก็เยอะนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวไว้ ตอบรอบต่อไปได้ไหมครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ไว้ตอบรอบต่อไปได้นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านจะได้ดูก่อนนะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมาก เพราะว่ามีท่านสมาชิกถูกพาดพิงหลายท่านนะครับ เดี๋ยวนะครับเอาท่านที่ถูก พาดพิงก่อน ท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ ทีละท่านก่อน เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แปลกใจจริง ๆ ครับที่ท่านรัฐมนตรีอยู่ดี ๆ ก็เอาภาพที่ผม ลงพื้นที่ที่อําเภอบางระกําเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาชี้แจงสิ่งที่เป็นคําอภิปรายของเพื่อน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน คนละประเด็นกันเลยครับท่านครับ ถ้ามวลน้ําออกทะเลได้ อย่างนี้ครับ น้ําไม่ท่วมละครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่กระผมเดินทางไป กระผม ก็ทําหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งหรือจะเป็นในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง กระผมก็ไปใน กิจกรรมเรื่องของการฟื้นฟู วันนั้นมีหน่วยแพทย์ มีทางมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าไปดูแล โรงเรียนซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ําท่วม แล้วก็มีถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานครับ เหตุผลที่เป็นของกระทรวงพลังงาน เพราะกระผมเข้าใจว่าที่จังหวัดพิษณุโลก กระทรวงพลังงานได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่นั้น ผมเดินทางไป ผมทํากิจกรรมแล้วก็ เขาขอให้มีการทําพิธีมอบถุงยังชีพ กระผมก็ปราศรัยว่าเป็นถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานครับ พูดแทนท่านรัฐมนตรีเรียบร้อยเลยครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะหาเสียงไม่เก่ง ไม่ได้มีอะไรเหมือนกับกรณีที่เพื่อนสมาชิกบอกมีการนําเอาของบริจาคจากพี่น้องประชาชน แล้วไปทําเสมือนเป็นของของตนเองแล้วนําไปแจก ผมไปงานฟื้นฟู ผมก็ไปงานฟื้นฟู ผมพูดกับพี่น้องประชาชนผมก็บอกผมมาฟื้นฟู และวันนี้กระทรวงพลังงานจัดถุงยังชีพมาให้ ที่ท่านรัฐมนตรีพยายามพูดว่ามีเพื่อน ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยบอกว่าค่อนพรรคหรือ เกือบทั้งพรรคไปทํานี่ ท่านจะสังเกตนะครับ พวกกระผมไม่อภิปรายกรณีที่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง ประสานขอความช่วยเหลือ มายัง ศปภ. หรือส่วนราชการ เพราะนั่นเป็นสิทธิที่พึงกระทําได้ ขอให้ดําเนินการ อย่างตรงไปตรงมา บอกกับพี่น้องประชาชนให้รับรู้รับทราบว่าการดําเนินการของฝ่ายบริหาร เป็นอย่างไร และผู้แทนราษฎรก็เข้าไปประสานงาน แต่ที่พวกกระผมอภิปรายคือกรณีที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปใช้อํานาจเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ เช่น ไปมีสิทธิอนุมัติ จัดสรรของบริจาคหรือของที่ซื้อจากงบของราชการได้ครับท่านครับ เป็นคนละเรื่องกัน โดยสิ้นเชิง ถ้าท่านรัฐมนตรีเห็นแล้วเข้าใจแล้วว่ามันแตกต่างก็ดีครับ ประเด็นนี้จะได้จบไป ท่านจะได้ทราบว่าสิ่งที่พวกกระผมอภิปรายกับสิ่งที่ท่านเอารูปกระผมกับคุณหมอวรงค์ ไปชี้แจงมันคนละเรื่องกัน แต่ถ้าท่านยังไม่เข้าใจว่าแตกต่างกันอย่างไร ท่านครับ ท่านไม่สมควรดํารงตําแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมอีกต่อไปครับ เพราะไม่เข้าใจความแตกต่าง ในเชิงข้อกฎหมายเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจตุพรขอใช้สิทธิพาดพิง

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คืออย่างนี้คุณหมอวรงค์ครับ ให้ท่านจตุพรก่อนเพราะว่า ไม่อนุญาตหรอกครับ ท่านประธาน บันทึกไว้แล้วว่าผู้ที่ขอใช้สิทธิท่านก็ ผมจะยังไม่อนุญาตนะครับ เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง กับท่านเลยนะครับ ไม่ละครับ เชิญท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนกับ ท่านประธานว่า การพาดพิงและความเกี่ยวข้องที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปราย ไม่ไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก แล้วพาดพิงมายัง

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมบอกยังไม่อนุญาตให้ท่านนะครับ ก็ยังไม่ถึงท่านครับ ผมจะให้ผู้ถูกพาดพิง ท่านศิริโชค นี่นะครับ ก็ผมยังไม่ให้ท่านไงครับ ท่านก็ไม่ฟังประธาน นั่งลงครับ นั่งลงครับคุณจะนั่งลง ไหมครับ ไม่นั่งขอเจ้าหน้าที่เชิญออกไปนอกห้อง ถ้าไม่เชื่อประธานก็เชิญออกนอกห้องครับ ผมบอกท่านแล้วนะครับว่า คือไม่ฟังหรอกครับ ผมก็ให้สิทธิของท่านสมาชิกที่ถูกพาดพิง ท่านไม่สมควรที่จะต้องมายืนเถียงกับประธานนะครับ นั่งลง เจ้าหน้าที่เชิญ ไม่มีหรอกครับ ไม่ได้ใช้เกินไป ก็ผมจะให้ท่านจตุพรก่อน และผู้ถูกพาดพิงอีก ๓-๔ ท่าน แล้วต่อมาพอถึงท่านแล้ว ท่านค่อยยกมือครับ เป็นดุลยพินิจของประธาน แล้วอีกหลายท่านที่ต่อเนื่องกันเขาจะไม่ใช้สิทธิ หรือครับ ท่านเห็นใจคนอื่นเขาบ้างสิครับ เชิญนั่งครับ เชิญออกข้างนอกครับ ผมให้ออกไป แล้วครับ เชิญครับ ให้ ๑ ชั่วโมง แล้วก็นําท่านกลับคืนมาได้ อนุญาต

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้มีคําสั่งให้ ตํารวจรัฐสภาเชิญ นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ออกจากที่ประชุม)

เชิญท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติ

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรขอประทานโทษนิดหนึ่ง เพราะเมื่อกี้ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านประธาน ข้อ ๘ การทําหน้าที่ของประธาน ผมเข้าใจว่าเมื่อสักครู่ประธานเพิ่งเข้ามาทําหน้าที่ต่อจาก ท่านประธานคนเดิม ท่านประธานครับ ถ้าเราปล่อยให้บรรยากาศการประชุมสภาเป็นเช่นนี้ ผมเห็นว่าคงจะไม่ถูกต้องและราบรื่น ผมอยากให้ท่านประธานได้ปฏิบัติตามหลักของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ด้วยครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องวางตัวเป็นกลาง ในการทําหน้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วท่านจตุพรนี่ผมก็นั่งฟังการอภิปรายของ ผู้อภิปรายอยู่ ผมยังไม่ได้ยินว่ามีใครเอ่ยชื่อท่านจตุพร พรหมพันธุ์ แล้วท่านก็ใช้สิทธิพาดพิง แต่ในขณะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวท่านประท้วงผม ข้อ ๘ เชิญนั่งก่อนจะได้วินิจฉัยนะครับ หลังจากที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ ผมก็ได้ขึ้นมาทําหน้าที่ แล้วท่านประธานก็ได้ให้สิทธิผู้ที่ถูกพาดพิงประมาณ ๔-๕ ท่าน ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบแล้วก็จะถึงเวลาผู้ที่จะใช้สิทธิพาดพิงนะครับ อันนี้เป็นลําดับที่จะต้องให้ สิทธิกับท่านสมาชิกที่ถูกพาดพิงแล้วก็ถูกกล่าวหา แล้วก็เสียหายด้วยนะครับ อันนี้เป็น ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติในห้องประชุมนี้ เดี๋ยวท่านนั่ง ท่านฟังประธานวินิจฉัยนะครับ หลังจากนั้น ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านก็ได้อธิบายถึงเรื่องที่ท่านไปแจกของนะครับ โดยท่านก็ได้อธิบายข้อเท็จจริง ท่านได้ลุกขึ้นมา ผมก็ให้สิทธิในฐานะท่านเป็นผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร อยู่ ๆ คุณหมอวรงค์ท่านก็ยกมือนะครับ ท่านบอกว่าพาดพิง ที่จริงก็ต้องให้สิทธิพาดพิงกับผู้ที่ถูกพาดพิงก่อน แล้วหลังจากนั้นนะครับเดี๋ยวค่อยว่ากัน เป็นลําดับ ๆ ไป ถ้าหากว่าท่านจะใช้สิทธิพาดพิง แล้วท่านสมาชิกอื่นอีกตั้ง ๔-๕ ท่าน ที่ท่านนั่งรออยู่ละครับ ซึ่งเรียกว่านี่คือความเป็นกลาง ถ้าให้แต่ท่านพูดแล้วอีกฝั่งหนึ่งบอกว่า ถ้าผมไม่เป็นกลางผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ท่านจะรับผิดชอบอย่างไรครับ ก็ต้อง ลําดับความไป เดี๋ยวให้ท่านจตุพร แล้วก็มีท่านการุณ แล้วก็ท่านสุรชาติ อีกฝั่งหนึ่ง ที่ท่านกล่าวหาเขาก็ต้องให้ท่านชี้แจงนะครับ หลังจากนั้นเดี๋ยวท่านค่อยยกมือนะครับ ผมก็จะถามท่านว่าท่านจะใช้สิทธิอะไร ใจเย็น ๆ เอาทีละท่าน แล้วก็ขอกระชับด้วยนะครับ เพราะว่าเวลาเรามีน้อยนะครับ ได้คุยกับวิปทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วว่าจะขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ่ายว่า การประท้วงถ้าไม่จําเป็น แล้วก็ผมก็จะขอความกรุณาจะใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัดนะครับ ฉะนั้นเดี๋ยวท่านนั่งก่อน ผมกําลังชี้แจง แล้วท่านก็ไม่ฟังประธานนะครับ บอกว่าผมเชิญออก ก็บอกว่ารุนแรง ฟังทีละท่านก่อนสิครับ ผมอยากให้แต่ละท่าน ๆ นะครับ ถ้าท่านใด ที่ถูกพาดพิงนะครับ แล้วไม่มีสิทธิท่านก็ยกมือผมจะได้ถามท่านเป็นท่าน ๆ ไป ไม่ใช่ว่ายืนขึ้น ประท้วงผมอย่างนี้ ผมกําลังชี้แจงอยู่ ผมวินิจฉัยแล้วครับ นั่งเถอะครับ คืออย่างนี้ครับ นั่งแล้วก็เดี๋ยวให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงทีละท่าน ๆ จบแล้วเดี๋ยวท่านค่อยยกมือนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ฟังก่อนว่าใครพาดพิงผมจะเล่าให้ฟัง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ประธานท่านได้บันทึกไว้นะครับ นั่งเถอะแล้วก็ฟังก่อนนะครับ ก็เมื่อ ประธานให้แล้วนะครับ ท่านก็ต้องฟังประธานสิครับ ถ้ามันไม่ใช่ท่านค่อยประท้วงผม เดี๋ยวท่านอลงกรณ์นั่งฟังเขาก่อนนะครับ เชิญครับ ผมมองไกล ๆ นึกว่าท่านอลงกรณ์ ขอประทานโทษครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ นะครับ ท่านประธานได้แสดง ความอยุติธรรมต่อคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม โดยได้ตัดสินการอภิปรายพาดพิงของคุณหมอวรงค์ โดยไม่ฟังคําชี้แจง ในขณะที่ท่าน ส.ส. จตุพร พรหมพันธุ์ ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง ใช้สิทธิ อภิปรายอะไรผมไม่เข้าใจระบบความคิดของท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ นะครับ ผมเข้าใจแล้วนะครับท่านประท้วง

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านไม่ฟังผมละครับ ผมยังพูดไม่จบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมฟังพอสมควรแล้ว เข้าใจแล้วนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านจะมารู้หัวใจผมได้อย่างไรครับ ท่านเป็นหมอดูหรือครับ ผมพูดยังไม่สิ้นกระแสความ ผมขออีก ๓๐ วินาทีเท่านั้นเอง เพื่อความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ผมจะพูดต่อว่าท่านประธานต้องวินิจฉัย ผมไม่ได้ยินประเด็นใด ๆ ที่พาดพิงไปถึงคุณจตุพร น้ําท่วมบ้านคุณจตุพรหรือไม่ผมก็ไม่ทราบ คุณจตุพรได้ใช้สิทธิพาดพิงตรงไหน อย่างไร ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้กระจ่างแจ้งเพื่อสร้าง ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านต้องบอกประเด็นนะครับว่าท่านถูกพาดพิงอย่างไรนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

กล่าวในสภาว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ควรจะได้มีสิทธิใช้สิทธิพาดพิงในการชี้แจงด้วย ท่านประธานที่เคารพ พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สิ่งที่ส่งมาด้วยในข้อที่ ๒ คือหลักฐานการยื่น

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านจตุพร มีผู้ประท้วงนะครับ เดี๋ยวท่านนั่งก่อน เชิญคุณหมอครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ นะครับ ผู้ที่ถูกพาดพิงจะต้องเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่อง อื่นใดอันเป็นที่เสียหายแก่ผู้นั้น ท่าน พลตํารวจเอก ประชาไม่ได้กล่าวให้ท่านเสียหาย เลยครับ ผมฟังมาตลอดครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านจะมาถือสิทธิอย่างนั้น พาดพิงไม่ได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับคุณหมอ เดี๋ยวผมกําลังฟังท่านจตุพรว่าขอใช้สิทธิพาดพิง พาดพิงอะไร ประเด็นไหน ท่านเสียหายท่านต้องอธิบายความก่อนนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านพูดไปแล้วนะครับเมื่อสักครู่นี้ ท่านพูด ไปแล้วว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือคุณหมอครับ ผมขอความกรุณานะครับ เวลาผมให้แต่ละฝ่ายประท้วงต้องให้เป็นดุลยพินิจ ของประธานในการที่จะพิจารณาว่าแค่ไหน เพียงใด จึงพอเหมาะพอควรในการที่จะรับฟัง มีเหตุมีผล มีน้ําหนักหรือไม่ อย่างไร ผมกําลังฟังท่านอยู่ว่าท่านใช้สิทธิพาดพิงอะไรนะครับ ท่านอาจจะฟังแล้วพอแล้วนะครับ แต่ผมกําลังฟังอยู่ว่าประเด็นอะไรแล้วใครกล่าวหา กล่าวหาว่าอย่างไรนะครับ ท่านต้องฟังนะครับ เมื่อผมวินิจฉัยแล้วถือว่ายุติ เชิญท่านนั่ง ผมรอฟังท่านจตุพรก่อนนะครับ ถ้าไม่มีพาดพิงผมก็จะไม่ให้ท่านพูดนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

เอกสารที่ฝ่ายค้านยื่นถอดถอน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ให้แก่ประธานวุฒิสภามี ๑๖ หน้า หน้าที่ ๑๕ เป็นเรื่องที่ ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของกระผม ท่านประธานผมอ่านให้ฟัง แล้วเป็นเอกสารที่สมาชิก พรรคฝ่ายค้าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านจตุพรครับ เดี๋ยวนะครับ

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไรครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ กรณีที่ท่านประธานได้วินิจฉัยเด็ดขาดแล้ว ให้ผู้อภิปรายออกจากห้องประชุม ตอนนี้บุคคลดังกล่าวยังนั่งอยู่ในห้องประชุมอยู่เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเถอะครับ เราขอกันกินมากกว่านี้นะครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ด้วยความเคารพท่านประธาน โอเคครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอวรงค์ท่านก็เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวท่านจะรอใช้สิทธิรอบต่อไป

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่า จะใช้ข้อบังคับอย่างเด็ดขาดแล้วมาขอกันกินตรงที่ประชุมสภาหรือครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งเถอะครับนั่ง ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณานะครับ ถ้าเราเห็นแก่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับวันนี้พี่น้องประชาชนดูการประชุมสภาของเราอยู่นะครับ เนื้อหาสาระที่ฝ่ายค้านกล่าวหารัฐบาล ซึ่งพี่น้องประชาชนเขาก็อยากฟังอยู่เหมือนกัน เมื่อคุณหมอวรงค์ได้ฟังแล้วท่านก็นั่งลงนะครับ แล้วผมก็เห็นว่าท่านได้ปฏิบัติตามที่ ท่านประธาน ผมก็อนุญาตให้ท่านอยู่ได้ต่อไป เชิญท่านนั่งลง นั่งครับ คุณหมอสุกิจผมจะ ไม่ให้ประท้วงแล้วนะครับ

ไม่ละครับ มันนิดเดียวไม่ได้ เพราะว่าประธานวินิจฉัยแล้วถือว่ายุติแล้วครับ ก็เห็นเคารพทุกคน แต่ไม่เห็นเคารพสักที ท่านประธานบอกให้นั่ง ไม่เห็นนั่งสักทีละครับ ก็ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ให้ออก แล้วตอนนี้ผมอนุญาตให้เข้าห้องประชุมได้แล้วนะครับ เชิญท่านจตุพรต่อครับ คืออย่างนี้ท่านสมาชิก ขอให้ท่านจตุพรได้อภิปรายไปแล้วผมจะได้ใช้สิทธิวินิจฉัยก่อนว่า ท่านใช้สิทธิพาดพิงอย่างไรนะครับ เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

พลตํารวจเอก ประชา กล่าวว่า ผมถูกกล่าวหาว่าทุจริต ซึ่งอยู่ในเอกสารที่ระบุในหน้า ๑๕ ในการยื่นถอดถอนของ พรรคฝ่ายค้าน โดยมีถ้อยคําบางตอนว่า การกระทําของ พลตํารวจเอก ประชา ในฐานะ เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการและรักษาทรัพย์ กลับใช้โอกาสให้ตนเองมีอํานาจในการจัดการ รักษาทรัพย์ดังกล่าวเบียดบังเอาทรัพย์โดยทุจริตยินยอมให้ผู้

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวนะครับท่านจตุพรเข้าใจประเด็นแล้ว เชิญท่านประท้วงอะไรคุณหมอ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม หมอสุกิจ จากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานฟังแล้วท่านวินิจฉัยได้ใช่ไหมครับว่า ไม่เกี่ยวกันเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อันนั้นผมจะวินิจฉัย ผมฟังท่าน ท่านประท้วงผม ผมจึงให้สิทธิท่านประท้วงก่อน ผมยังไม่วินิจฉัย เชิญท่านประท้วงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมประท้วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อไหนครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ข้อ ๖๓ ครับ ว่ามันไม่ใช่สิทธิพาดพิงครับ อย่างนี้ ไม่เข้ากับข้อ ๖๓ ที่ท่านประธานจะอนุญาตให้เขาใช้สิทธิ เพราะว่าวันนี้เป็น การอภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผมกําลังจะวินิจฉัย พอดีท่านประท้วง ฟังผมวินิจฉัยนะครับ เชิญท่านนั่ง การอภิปราย ในสภานี่นะครับ เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ตอบข้อชี้แจงของท่านสมาชิก และหยิบยกข้อถอดถอนของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขึ้นมานะครับ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวในเนื้อหาสาระของหนังสือของท่าน ที่ยื่นต่อท่านประธานวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายนที่อยู่ในมือผมนี่นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้นําเสนอข้อเท็จจริงต่อสภาแห่งนี้แล้วก็ประชาชน ได้ทราบว่า อย่างที่ท่านได้พูดนะครับว่าท่านจตุพรได้บังอาจยักยอกทรัพย์สินซึ่งเป็นของ ส่วนที่ประชาชนเขานํามามอบให้กับศูนย์ ศปภ. พูดไปแล้วท่านก็เสียหาย ส่วนข้อเท็จจริง จะมีการยักยอกบังอาจเบียดบังเอาทรัพย์สินซึ่งประชาชนมอบให้กับศูนย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ราชการไป ท่านก็มีสิทธิที่จะต้องปกป้องสิทธิเกียรติยศและชื่อเสียงของท่าน ท่านก็ต้อง อธิบายสิว่าให้ท่านอธิบายก่อนว่ามันเป็นจริงไหมในการยักยอกทรัพย์สินซึ่งประชาชนเอามา ให้นะครับ อันนี้ต้องให้สิทธิเขา เขาเสียหาย ก็ท่านประชาเป็นผู้นําเสนอนะครับ ผมก็ต้องให้ สิทธิท่านอธิบายว่าท่านไม่ได้ยักยอกทรัพย์อย่างไร เมื่อท่านประชาได้พูดขึ้นมาอย่างนี้ เชิญคุณหมอสุกิจ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม หมอสุกิจ จากจังหวัดตรังครับ มีแบบนี้ด้วยหรือครับ รัฐบาลกล่าวหากันเองแล้วก็มาใช้สิทธิพาดพิง ท่านไปตกลงกันเองสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้ละครับ เพราะว่ารัฐบาลท่านตอบไปแล้วก็ไปกระทบกับท่านสมาชิก แล้วกระทบกับ ท่านสมาชิกหลายท่าน ท่านก็ใช้สิทธินี่ครับ ก็ให้เขาพูด เชิญคุณหมอนั่งลงฟังหน่อยนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ผมไม่ได้ยินว่าท่านพูดอะไรให้เสียหาย เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ คําว่าทุจริต ยักยอกทรัพย์เป็นสิ่งเสียหายในชีวิตของผมมากที่สุด ใครฟังแล้วไม่เสียหายนั่นเป็นชีวิตผู้นั้น ถ้อยคําระบุชัดเจนว่า พลตํารวจเอก ประชาใช้โอกาสที่ตนเองมีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์ เบียดบังเอาทรัพย์โดยทุจริต ยินยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์ เช่น ถุงยา น้ําดื่ม สิ่งของที่ประชาชน

(นายเจือ ราชสีห์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านเจือ ราชสีห์ ครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองต้อง ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ผมเองเฝ้าติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่เช้าครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าวันนี้เรามีอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

อีกส่วนหนึ่งก็คือว่า พรรคประชาธิปัตย์ทําตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราได้ยื่น ถอดถอนไปด้วย แต่ว่าเรื่องการยื่นถอดถอนผมเข้าใจว่าขณะนี้เป็นเรื่องลับนะครับ ท่านประธานครับ แม้แต่ว่าพวกผมเองในรายละเอียดก็ยังไม่เห็นทั้งหมดนะครับ แต่ผมคิดว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจือครับท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อไหนครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

ข้อ ๘ ครับ ท่านประธานไม่ได้ปฏิบัติเป็นกลาง ในกรณีที่เพื่อนสมาชิก อย่างน้อยหมอวรงค์ประท้วงขึ้นมาถูกพาดพิงชัดเจนท่านไม่ให้พูด แต่ว่าในกรณีของเพื่อนสมาชิกที่กําลังจะอภิปรายอยู่นี้เป็นการชงลูกของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม แล้วท่านก็เกริ่นนําขึ้นมาสั้น ๆ เท่านั้นแหละครับท่านประธานครับ ท่านกําลังจะตอบกับสมาชิกในสภาท่านก็พูดขึ้นมา ท่านยืนยันได้นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมท่านก็บอกว่าได้ยื่นถอดถอนอย่างน้อย ๒ คน คุณเก่ง การุณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ได้ไหมครับท่านเจือ เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงดูนะครับว่าประเด็นนี้ ท่านได้กล่าวหาหรือกล่าวพาดพิงหรือนําเสนอต่อที่ประชุมสภาอย่างไร เพื่อความชัดเจน ท่านเจือนั่งเถอะครับ เข้าใจแล้วครับ ข้อ ๘ นะครับ ที่ท่านประท้วงผมวินิจฉัยแล้วครับ คือการที่ประธานได้วินิจฉัยถือว่าเด็ดขาดยุติ ส่วนอาจจะติดพันหรือพูดไม่จบอย่างไรเดี๋ยว ไว้ว่ากันทีหลัง แต่เมื่อประธานได้วินิจฉัยแล้วก็ขอยุตินะครับ ไม่อย่างนั้นการประชุมสภา เราเดินไม่ได้ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีประชาชี้แจง เชิญ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมได้พูดไว้จริงครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระผมได้เอ่ยไว้จริงว่า ในการอภิปราย เที่ยวนี้ได้ยื่นไม่ไว้วางใจผมด้วย ยื่นถอดถอนผมด้วย ไม่น่าจะต้องให้ไปกระทบกระเทือนกับ คนอื่น อย่างคุณจตุพร พรหมพันธุ์ มีความผิดอะไรที่ท่านไประบุไว้ในหน้า ๑๕ ว่าเป็นผู้ที่ ทุจริต เขาทุจริตอย่างไร อันนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมกับคุณจตุพร ผมก็พูดไป แล้วถ้า สมมุติว่าคุณจตุพรไม่มีโอกาสได้ชี้แจงเลยเขาก็เสียหายเหมือนกันนะครับท่านประธาน เพราะเป็นการระบุไว้ในหน้า ๑๕ ท่านดูในเรื่องของถอดถอนนะครับ ระบุชัดเจนเลยว่า การกระทําของผู้ถูกร้องได้ครอบครองทรัพย์ที่ผู้บริจาคประสงค์จะส่งมอบให้แก่ผู้ประสบภัย หรือทรัพย์สินของทางราชการดังกล่าว และเบียดบังเอาไปเป็นของนายการุณ โหสกุล นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผมว่านายจตุพรเขาเสียหายในคําร้องนี้เสียแล้วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านเจือผมไม่ให้ประท้วงแล้วนะครับ คือการที่ฝ่ายค้านท่านได้ยื่น ถอดถอนต่อท่านประธานวุฒิสภาในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน อันนั้นเป็นสํานวนในการถอดถอน นะครับ แต่ในขณะนี้เรากําลังที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมขอความกรุณาต่อไปนะครับว่า เอกสารจะปรากฏถึงมือท่านผู้ใดก็ตามในเรื่องของการใช้สิทธิถอดถอน ถ้าไม่จําเป็นก็ ขอความกรุณาอย่าพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ถ้าหากว่าท่านพูด ทุกคนที่ถูกถอดถอน ไม่ว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนหลายท่าน ท่านก็ต้องใช้สิทธิในการขออธิบายข้อเท็จจริงที่ท่านได้ ประพฤติปฏิบัติ ส่วนการจะถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ต้องเป็น เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญท่านจะต้องไปวินิจฉัยเองนะครับ ทีนี้เมื่อท่านประชาได้กล่าว ผู้ที่เสียหายถ้าไม่ได้รับทราบเลยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้าท่านประชาไม่พูดนะครับ ท่านจตุพรก็ไม่มีสิทธิ เมื่อท่านบอกว่าไปกล่าวอ้างถึงอย่างนี้ก็ให้ ท่านชี้แจงสักนิดหนึ่งนะครับ และจะได้ดําเนินการต่อไปได้ เมื่อผมให้สิทธิแล้วนะครับ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ขอความกรุณานั่งเถอะ แล้วผมให้ท่านสั้น ๆ และจะได้ดําเนินการ ต่อไปนะครับ เมื่อมีการพูดไปแล้ว ท่านก็เสียหายแล้วนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ มีประเด็นที่จะต้องตั้งคําถามกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าเอกสารที่ท่านกล่าวอ้างเพื่อให้พาดพิงถึง เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งเมื่อสักครู่เป็นเอกสารอะไรครับ ขอความกรุณาท่านช่วยตอบก่อนที่ผม จะได้อภิปรายต่อไป และขอที่จะให้ความเห็นต่อท่านประธานต่อไป ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องสําคัญ เมื่อสักครู่กระผมฟังได้คล้าย ๆ กับว่าเป็นเอกสารที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอน ท่านใช่หรือไม่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ครับ ท่านจุรินทร์ครับ ถ้าถามกันไปถามกันมาเราก็เดินหน้าไม่ได้อีกนะครับ คืออย่างนี้ครับ อยู่ในความสงบเรียบร้อย เราสภาแห่งนี้ก็เป็นผู้ทรงเกียรตินะครับ ในสิ่งซึ่งพวกเราต้องการ ประเด็นใด ถ้าไม่ได้ดั่งที่พวกเราต้องการก็ขอความกรุณาอยู่ในความสงบเรียบร้อย ท่านประชา เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ผมขอตอบคําถามท่านจุรินทร์ผ่านท่านประธาน เป็นเอกสารเรื่องถอดถอน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ออกจากตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กราบเรียนประธานวุฒิสภานะครับ อันนี้ซึ่งกระผมก็ได้มา แต่เอกสารนี้มันแพร่หลายออกไปนะครับ มันก็มีปรากฏชื่อของคุณจตุพร พรหมพันธุ์ อยู่ด้วย ในหน้า ๑๕ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ จะเป็นเอกสารที่จะเผยแพร่ที่ใดก็ตาม เมื่อมันเป็น เอกสารลับ บุคคลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเอกสารนี้จะต้องไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ต่อไป

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

อันนี้ไม่ใช่เอกสารลับนะครับ ไม่ลับนะครับ เป็นเอกสารเปิดเผยครับ ไม่มีตีตราลับครับ ไม่มีครับ ผมขอยื่นให้ท่านประธานได้ไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุรินทร์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่านี่คือเอกสารที่ฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอนต่อประธาน วุฒิสภา กระผมจึงต้องขอสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าท่านไปได้ เอกสารนี้มาจากไหน เพราะเอกสารที่ยื่นถอดถอนนี้เป็นเอกสารที่ฝ่ายค้านต้องปฏิบัติ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมในประเด็นทุจริตกระทําผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญบังคับว่า ผู้อภิปราย จะต้องยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาก่อนจึงจะอภิปรายได้ และประธานวุฒิสภามีหน้าที่ ที่จะต้องยื่นเอกสารนี้ต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ถ้า ป.ป.ช. มีมติชี้ว่ามีมูลก็จะต้องส่งกลับมาที่วุฒิสภาเพื่อให้มีมติถอดถอนด้วยเสียงไม่น้อยกว่า สามในห้าเอกสารนี้จึงเป็นเอกสารปกปิดภายในที่จะต้องเก็บไว้เป็นความลับ เป็นภาระหน้าที่ ที่วุฒิสภาจะต้องเป็นผู้เก็บรักษา เอกสารที่ฝ่ายค้านนํามาแสดงต่อท่านประธานว่าได้มีการ ยื่นถอดถอนแล้วนั้น เป็นแค่เอกสารหลักฐานการยื่นคําร้องมีแผ่นเดียวครับที่ท่านประธาน ก็ได้รับ ลงนามโดยรองเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งรับว่า ได้รับแล้ว แต่ตัวเนื้อหาภายในเป็นเรื่องลับ เอกสารมาตกถึงมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้อย่างไร ผิดกฎหมายหรือไม่ ใครบกพร่องอย่างไร หรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมี การติดตามตรวจสอบและสอบสวนกันต่อไปครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ อย่างนี้นะครับท่านจุรินทร์ครับ ถ้าเป็นเอกสารลับ เมื่อบุคคลใดได้ก็ต้องไปสืบสวนสอบสวน กันต่อไปนะครับ แล้วก็บุคคลที่เกี่ยวข้องในเอกสารลับก็ต้องไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ต่อไปนะครับ เป็นเวทีนั้น เอาการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรานะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ผมสอบถามว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้เอกสารนี้มาจากไหน อย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านตอบแล้วครับ ท่านก็บอกว่าท่านได้มาแบบมันเปิดเผย ท่านก็ไม่รู้ว่ามาอย่างไรนะครับ ท่านก็ตอบแล้ว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

มันเป็นไปได้อย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่าน มาซักถามกันอย่างนี้มันก็ไม่จบ ท่านก็ชี้แจงไปแล้วนี่นะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความสําคัญ และมีนัยสําคัญทางกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นคนแรกของประเทศไทย คนหนึ่งที่จะต้องรู้เรื่องนี้ดีว่ามันถูกหรือผิด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ อันนั้นก็ว่าไปกันเองนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

แล้วก็นํามาเปิดเผยใน สภาผู้แทนราษฎรด้วย

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ผม สุนัยครับ ขอประท้วงเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้คือท่านจุรินทร์ครับ ท่านประธานได้วินิจฉัยชัดเจนแล้วครับว่า ประเด็นมันอยู่ ที่ว่าถ้าเป็นเรื่องเอกสารลับ ผิดก็ไปว่าอีกทางหนึ่ง แต่วันนี้มันเป็นเรื่องที่ว่ามันมีการพาดพิงไหม และขณะนี้ครับท่านครับ เวลาก็น้อยลงไปทุกที ขอความกรุณาเถอะครับให้เราเดินต่อไป ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมามีการพาดพิงอีกว่าเสียเวลาเพราะฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านกันท่านครับ ขอให้เดินหน้าต่อไปเถอะครับว่า ตกลงกรณีนี้มันพาดพิงหรือไม่ ถ้าพาดพิงก็ให้พูด ถ้าไม่พาดพิงก็ไม่ต้องพูดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมให้ สิทธิแล้ว เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเรียน กับท่านประธานนะครับว่าในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งถ้าถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าทุจริต ยักยอก สิ่งของบริจาคของพี่น้องประชาชน และไม่ได้กระทําตามที่มีการกล่าวหากันเป็นเรื่องเจ็บปวด ที่สุด ผมเรียนกับท่านประธานว่ารายละเอียดที่พรรคฝ่ายค้านได้แจ้งเท็จต่อ ป.ป.ช.

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง ท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อทักท้วงว่าขณะนี้สมาชิกกําลังฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร โดยเอาความลับทางราชการมาเปิดเผย ซึ่งในหลักการในการอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่ทําอย่างนั้นครับ และท่านประธานครับ เรื่องนี้ท่านต้องสอบสวน ต่อไป เมื่อคืนมีการไป

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจะอามิง ท่านประท้วงข้อไหนครับ ผมจะได้วินิจฉัยได้ถูกข้อครับ บอกข้อผมก่อนแล้วก็ ท่านนําเสนอข้อเท็จจริงประกอบ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ข้อ ๘ และข้อ ๖๓ ครับ ท่านประธาน ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่ง ตั้งสติครับท่านประธาน เพื่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรจะได้เดินหน้าต่อไป เมื่อคืนกรณีอย่างนี้ได้มีไปพูดในรายการทีวีด้วย รายการชูธงของดีเอ็นเอ็น ของโทรทัศน์เสื้อแดง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านเจะอามิง ท่านต้องอธิบายว่า ข้อ ๘ ผมผิดอย่างไรนะครับ และข้อ ๖๓ ฝ่าฝืน อย่างไรนะครับ อย่าไปพาดพิงถึงทีวีช่องอื่นเลยนะครับ เอาแค่นี้ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลัง จะสื่อสารไปถึงท่านประธานว่าเอกสารความลับ นอกจากท่านรัฐมนตรีได้แล้ว ได้เอกสาร เหล่านี้ไปสื่อสารถึงสื่อมวลชนด้วย มันออกได้อย่างไร ท่านประธานก็ต้องสอบสวนนะครับ ในรายการชูธง เมื่อคืนนะครับมีคุณ ไม่ต้องบอกเดี๋ยวจะใช้อภิสิทธิ์ในการพาดพิงอีก ๒ คน ไปพูดในรายการทีวี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวข้อ ๘ นี้ท่านบอกว่าผมอย่างไรครับ เอาข้อ ๘ ก่อนนะครับ ท่านจะประท้วงหรือท่านจะ พยายามอธิบาย ถ้าท่านอธิบายผมจะไม่ให้พูดนะครับ ถ้าท่านประท้วงผมจะให้ท่านประท้วง

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

หน้าที่ของประธานจะต้องชี้แจง ต่อสภาว่าท่านจะสอบสวนเรื่องนี้อย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่าน ไม่ประท้วงนะครับ ผมไม่อนุญาตนะครับ เดี๋ยวนะครับ นั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี มีอะไรครับ เชิญครับ คืออย่างนี้นะครับ ขอซักซ้อมทําความเข้าใจนะครับ ถ้าเป็นเอกสารลับ เปิดเผยอย่างไร ที่ไหน ใครได้ ก็ต้องเป็น กระบวนการในการสืบสวนสอบสวนในการกระทําในเรื่องนี้นะครับ แต่ถ้านําเอกสารลับ มาเปิดเผยในรายละเอียดผมจะไม่อนุญาตให้มีการพูดแล้วก็ชี้แจง เพราะเรื่องนี้จะต้องไป ชี้แจงต่อ ป.ป.ช. เอง อย่างนั้นกระบวนการในการพิจารณาและดําเนินการในสภาจะ ดําเนินการไม่ได้ เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ เอกสารในมือผม นี้ไม่ได้เป็นเอกสารลับแต่อย่างใดครับ เอกสารเปิดเผยไม่มีตราลับ ไม่มีอะไรแต่อย่างใด นะครับ แต่ก็มาอย่างไรอันนี้เราก็ไม่รู้ที่มา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ ท่านครับ ลับ ไม่ลับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวเมื่อผู้ยื่นเขาบอกว่าลับ เดี๋ยวก็ต้องไปสืบสวน สอบสวนเอง อย่างนั้นภารกิจในสภาเราจะเดินไม่ได้ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านได้ชี้แจง พอสมควรแล้ว

(นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวผม จะให้ท่านณัฐวุฒิ ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เดี๋ยวนะครับ ถ้าพาดพิงเดี๋ยวผมวินิจฉัยของ ท่านจตุพรก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวให้เสร็จ ท่านพาดพิงแต่ละท่าน แต่ละท่าน แต่ละท่าน ไม่อนุญาตละครับ เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวให้ผมให้สิทธิท่านจตุพร ผมกําลังจะ วินิจฉัยท่านจตุพรอยู่นะครับ ให้จบก่อนนะครับ แล้วก็จะมีอีกหลายนะครับ ทีละท่าน ทีละท่าน ถ้าไปพร้อม ๆ กัน ๑๐ ท่าน ไม่รู้จะเรื่องไหนเป็นเรื่องไหนนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ผมว่าต่อนะครับท่านประธาน

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอะไรยืนอยู่ท้าย ๆ ที่ประท้วง เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสด์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วงท่านที่กําลังจะประท้วง เนื่องจากว่า

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าใครจะประท้วง คืออย่างนี้ท่านประท้วงต้องประท้วง ใครผิดข้อบังคับข้อไหนนะครับ เอาใหม่ครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอประท้วงท่านที่อภิปรายเสร็จไปครับ คือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เมื่อเช้านี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านเกียรติ์อุดม ท่านก็สงสัยท่านก็ถามมาเท่านั้นเองนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ เดี๋ยวนะครับ จะให้ประท้วงฝ่ายละท่าน แล้วก็จะดําเนินการต่อไปนะครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ แล้วก็จะมาเป็นอาจารย์พีรพันธุ์ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเช้า ผมได้นั่งฟัง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยแล้วนั่งครับ คือถ้าพูดจบทุกท่าน วันพรุ่งนี้ก็ไม่เสร็จครับ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันจะขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ นะคะ ๑. ก็คือว่าถ้าคนที่ตะโกนโหวกเหวกโดยท่านไม่ได้เปิดไมโครโฟนให้ ท่านต้องไม่อนุญาตให้พูดค่ะ ๒. ก็คือว่าท่านได้พิจารณาแล้วว่าเอกสารที่เกี่ยวกับ เรื่องการถอดถอนมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่ประชุมนี้ ท่านก็ต้องไม่อนุญาตให้คนที่กําลังใช้ เอกสารนี้ แล้วก็อ้างหน้า ๑๕ อภิปรายต่อนะคะ เพราะว่าเขาก็พูดชัดเจนแล้วค่ะว่าเขาพูด จากเอกสารเกี่ยวกับเรื่องของการถอดถอน ซึ่งท่านก็วินิจฉัยแล้วค่ะ กรุณาทําตามที่ท่าน วินิจฉัยด้วยค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผม ได้ทําแล้วนะครับ แต่ละท่านเดี๋ยวก็ยกมือ ยกมือประท้วงอย่างนี้นะครับ เชิญอาจารย์พีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมขออนุญาตประท้วงท่านที่บอกว่าเอกสาร ที่ท่านประชานํามาเผยแพร่นั้นเป็นเอกสารลับ ท่านประชาได้บอกต่อที่ประชุมแล้วว่าไม่ใช่ เอกสารลับ เพราะไม่ได้มีการตราว่าเป็นเอกสารลับ ท่านประธานครับ เอกสารใดจะลับ หรือไม่ลับทางราชการจะมีระเบียบว่าด้วยความปลอดภัยอยู่ ฝ่ายค้านให้ไปดูจากระเบียบนั้น ก็จะบอกว่าเอกสารมันมีชั้นความลับ ใครเป็นผู้กําหนด อันนี้เป็นเอกสารที่อยู่ที่สภานะครับ ก็จะมีระเบียบของสภา แต่แน่นอนว่าเมื่อเอกสารที่ได้มามันไม่ได้ตีตราว่าเป็นความลับ ก็ไม่ใช่ลับ มาจากไหนก็ไม่ทราบ บางทีอาจจะมีผู้หวังดีเอามาให้ท่านประชา ก็อาจจะเป็น ผู้หวังดีจากพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละเอามาให้เพราะอะไร เพราะว่าท่านถูกกล่าวหา ถูกถอดถอน ท่านก็ต้องรู้ว่าท่านถูกกล่าวหาว่าอย่างไรเพื่อจะได้ป้องกันตัว อันนี้เป็นหลัก ธรรมดาครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ คือเมื่อผมได้พิจารณาแล้วเรื่องนี้ให้ไปพูดกันที่ ป.ป.ช. ต้องยุตินะครับ เรากําลัง อภิปรายเรื่องไม่ไว้วางใจนะครับ เชิญท่านจตุพรขอ ๑ นาที แล้วก็จะมีท่านการุณ มีหลายท่าน ที่ขอใช้สิทธิ ผมให้ ๑ นาทีนะครับ

นายจตุพร เจริญเชื้อ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ เดี๋ยวท่านประธาน ฟังผมก่อน มีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องการแจ้งความ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวท่านจตุพรนิดหนึ่ง เวลาท่านประท้วงท่านอย่าตะโกนสิครับ ท่านอย่าตะโกนนะครับ เพราะว่าประชาชนเขาดูพวกเราอยู่ ไม่ใช่เด็ก ๆ นะครับ ข้อบังคับ ของเรายืนขึ้นยกมือนะครับ ไม่มีข้อไหนบอกว่าต้องตะโกนบอกท่านประธาน เวลาบอกว่า ท่านประธานที่เคารพ ท่านก็ไม่เคารพประธานนะครับ ฉะนั้นประชาชนเขาดูอยู่ รักษา มารยาทด้วยนะครับ เชิญท่านอรรถพรก่อน ท่านยืนนานแล้ว ท่านยืนยกมือไว้อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวให้สิทธิทีละท่าน

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงการใช้ดุลยพินิจของท่านประธานตามข้อ ๘ และผมต้องขออนุญาตที่จะกล่าว ต่อไปเลยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มีนิติภาวะเพียงพอที่จะเป็นคนดูแล

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ข้อ ๘ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านต้องให้ผมได้มีโอกาสชี้แจงครับ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งต้องดูแลความยุติธรรมของประเทศกําลัง กระทําผิดกฎหมายเสียเอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ ท่านประท้วงผมข้อ ๘ ว่าอย่างไร

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

เพราะฉะนั้นท่านประธานไม่ควรที่จะให้ ความผิดมันเกิดต่อเนื่องไปกลางสภาหรือกลางบ้าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ถูกต้องไหมครับ ให้ประธานควบคุมการประชุมให้อยู่ในความเรียบร้อยใช่ไหมครับ เอาให้ตรงไปตรงมาสิครับ อย่าขี่ม้าเลียบค่ายไม่เอานะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมให้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดการละเมิดรัฐธรรมนูญกลางสภาแห่งนี้ครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ จะให้อยู่ในเรื่องเฉพาะที่เราอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าประท้วงข้อ ๘ ผมจะไม่ให้ประท้วงอีก เชิญท่านกุลเดชนะครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล อุทัยธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอประท้วงท่านประธานข้อ ๘ แล้วก็ข้อ ๖๓ ครับ ท่านครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า เอกสารที่ยื่นถอดถอนมันไม่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ครับ เพราะฉะนั้นประเด็น สําคัญก็คือท่านจตุพรไม่ได้ถูกพาดพิงครับ ท่านไม่มีสิทธิให้ท่านจตุพรอภิปรายอีกแล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอภิปรายไปพาดพิงเรื่องที่เป็นเอกสารผิดรัฐธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับ คือถ้าดูตามเอกสารที่มีการพูดคุยกันมันก็ต้องไปว่ากันที่ ป.ป.ช. นะครับ อันนี้หลักกฎหมายก่อน กฎหมายในที่นี้คือรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้า ป.ป.ช. เขาสืบสวน สอบสวนมาอย่างไรถ้ามีมูลต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นะครับ อันนี้เป็นแนวปฏิบัติตามกฎหมาย ก่อนนะครับ แต่ประเด็นที่ผมให้ท่านจตุพรอธิบายความก็เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมถ้าท่านไม่ไปพูด

(นายขจิตร ชัยนิคม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ไม่ไป กล่าวรายงานในเอกสารนี้ต่อพี่น้องประชาชนเวลาท่านประท้วงผมฟังนะครับ เวลาประธาน กําลังอธิบายความยังไม่จบนี่ ท่านไม่รู้ท่านฟังให้มันจบก่อนสิครับ ท่านจะเอาแต่ความรู้สึก ความถูกต้อง ความถูกใจไม่ได้ เมื่อผมได้วินิจฉัยไปแล้วก็ถือว่ายุติ ผมก็จะให้ท่านขจิตรท่านต่อไป เชิญประท้วงครับ ท่านนั่งลง ผมไม่ให้ประท้วงครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖๘ และข้อ ๑๖๙ ขอความกรุณาท่านประธานเปิดข้อที่ผมอ้างด้วยนะครับ ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ เกี่ยวกับการส่งหนังสือและเอกสารนัดหมายการประชุม ข้อ ๑๖๘ ข้อ ๑๖๙ เกี่ยวกับการพิจารณาญัตติ ท่านประธานครับ นี่กําลังจะมีความเห็นว่านัดหมาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้รู้เรื่องรายละเอียดเลยใช่ไหม กําลังจะตีความกันว่า เชิญผู้แทนราษฎรมาพิจารณาเรื่องสําคัญให้แผ่นเดียวนี้ใช่ไหม เอกสารประกอบที่อ้างถึง มันจะเอกสารลับอะไร ลับก็ต้องให้ผู้แทนรู้ นี่แผ่นเดียวนี่หรือจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รายละเอียดการยื่นถอดถอนต่อวุฒิสภาก็ต้องให้ผู้แทนราษฎรเขาทั้งหมด นี่กําลังจะดูถูก ตัวแทนประชาชนทั้งประเทศหรือ นี่เอาแผ่นเดียวนี่หรือท่านว่า เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของ ประธานจะต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ ต้องให้เอกสารสําคัญที่เกี่ยวข้อง การยื่นญัตติ ครั้งนี้ไม่มีเอกสารอยู่เลย มีแผ่นเดียวนี่แล้วก็อ้างเอกสารว่าถอดถอนวุฒิสภารายละเอียด อยู่ตรงโน้น แล้วท่านจะทําให้สภานี้เป็นอย่างไร เห็นสภาผู้แทนราษฎร เห็นสมาชิกเป็นอะไร ไม่ต้องรู้เรื่องใช่ไหม ฝ่ายค้านพูด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านขจิตรครับ เดี๋ยวประธานวินิจฉัยนะครับ คือท่านสมาชิกใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญนะครับ ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วก็ถอดถอนด้วยนะครับ การใช้สิทธิถอดถอนก็ต้องยื่นต่อ ประธานวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนะครับ ส่วนเอกสารในการยื่นเป็นเรื่องของทางวุฒิสภา ท่านประธานวุฒิสภาท่านจะพิจารณา ฉะนั้นจะกล่าวหาใคร เรื่องประเด็นอะไร อันนั้นเป็น เรื่องของทางท่านประธานวุฒิสภาที่จะต้องเสนอให้กับทาง ป.ป.ช. ได้พิจารณานะครับ ฉะนั้นท่านที่ประท้วงผมในข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ แล้วก็ข้อ ๑๖๘ และข้อ ๑๖๙ ท่านประธานได้รับ เป็นญัตติถูกต้องตามข้อบังคับนะครับ แล้วก็มีการจัดส่ง ส่วนเนื้อหารายละเอียดเอกสารนั้น ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นเรื่องของทางท่านประธานวุฒิสภาซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับของเรา แต่ถ้าบุคคลใดที่เกี่ยวข้อง เดี๋ยว ป.ป.ช. เขาจะเชิญไปชี้แจงนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญ ท่านชื่นชอบใช่ไหมครับ เชิญครับท่านประท้วง

นายชื่นชอบ คงอุดม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ใน (๒) นะครับ เกี่ยวกับการกํากับ ดูแลกิจการของสภานะครับ ในเมื่อเอกสารที่เรากําลังพูดถึงคือเอกสารถอดถอนนี่ คือเป็น เอกสารที่ทางท่านประธานวิป เป็นเอกสารปกปิดนะครับ ตอนนี้เอามาเปิดเผยกันในสภานะครับ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะไม่ถูกต้องนัก แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านก็เอามาพูดถึง แล้วอย่างนี้ท่านพูดในทุกกรณีชื่อทุกคนก็ต้องพาดพิงหมดหรือครับท่าน อันนี้ท่านช่วยกรุณา วินิจฉัยด้วยนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือเอกสารนี้ ท่านยื่นต่อประธานวุฒิสภานะครับ ไม่ใช่เป็นเอกสารในงานของ สภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นที่ท่านให้ผมวินิจฉัยก็คือ ผมก็กํากับดูแลหน่วยงานกิจการของ สภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วนะครับ คือจะประท้วงกันอีกนานไหมครับ ขอความกรุณาอย่างนี้ได้ไหมครับ คือจะวินิจฉัยถูกใจ ท่านใดท่านหนึ่งไม่ได้ ผมขอความกรุณาอย่างนี้ได้ไหม เดี๋ยวจะฟังท่านจตุพรหาทางออกครับ คุณหมอนั่งลง แล้วก็อาจารย์รัชฎาภรณ์นั่งลงครับ คือพอผมวินิจฉัยอาจารย์รัชฎาภรณ์เสร็จ ท่านอื่นก็ประท้วง พอประท้วงเสร็จก็ประท้วงกันไปประท้วงกันมางานสภาเดิน ไม่ได้นะครับ คุณหมอก็จะประท้วงใช่ไหมครับ ก็อย่างนี้ครับ ลองประท้วงกันทุกท่านนะครับ ไม่ฟังนะครับ เชิญท่านจตุพรหาทางออกสิครับ เอาอย่างไร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงอยู่ ๒ กรณี ๑. กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอก เรื่องการทุจริต เดี๋ยวผมจะบอกทางออกกับท่านประธาน ๒. ก็คือช่วงของการเปิดคลิปของนายศิริโชค โสภา และผมลุกขึ้นยืนบอกกับท่านประธานสมศักดิ์ว่าผมขอสงวนสิทธิที่จะใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานสมศักดิ์ได้อนุญาตให้กับกระผม

ในส่วนแรกท่านประธานที่เคารพ เมื่อมีการปิดกั้นไม่ให้อภิปราย เรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตยักยอก ท่านประธานลองเอาใจเขามาใส่ใจเราสิครับ มีคนไป แจ้งความเท็จว่าผมทุจริตยักยอก ผมไปพบเข้าปรากฏว่าคนที่ใส่ร้ายผมบอกว่าเอาความลับ มาเผยแพร่

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ ได้ไหมครับท่านจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

อย่างนี้ท่านประธาน เดี๋ยว ท่านประธานนิดเดียว เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไป ชี้แจง ป.ป.ช. แล้วกัน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ในเรื่องนี้ท่านประธานที่เคารพ มีผม มีการุณ มี พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ถูกข้อกล่าวหาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีทักษิณให้คนส่ง เอกสารเป็นปึกเรื่องเอกสารใบเสร็จการจัดซื้อเรือ จัดซื้อข้าวสารครบถ้วน ผมมีบิล (Bill) น้ําที่เขามาบริจาค

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ ได้ไหมครับ รายละเอียดนะครับ แล้วก็ผมจะให้ท่านใช้สิทธิในเรื่องของท่านศิริโชคฉายคลิป ท่านจะอธิบายได้นะครับ ผมว่าประเด็นนี้ผมจะไม่ให้พูดแล้วละครับ คือท่านทําอย่างไร ท่านก็ทําไปเถอะครับ แต่หมายความว่าผมจะให้ท่านชี้แจงเฉพาะในประเด็นที่คลิปของท่าน ศิริโชค โสภา นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานเปิดไมค์ครับ เรื่องนี้ผม จะไม่อภิปราย ไม่ใช้สิทธิพาดพิง ขอประทานอภัย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขอบคุณ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

แต่ว่าหลังจากนี้ผมจะใช้สิทธิไป ดําเนินคดีทางแพ่งและทางอาญากับ ๑๕๔ คน ที่แจ้งความอันเป็นเท็จต่อกระผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้ขออนุญาตท่านประธานสมศักดิ์เอาไว้ เพราะคลิปที่นายศิริโชคมาเปิดนั้น ได้กล่าวหาใส่ร้ายพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงอย่างเลวร้ายที่สุด ยกตัวอย่างเช่นว่า

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญ ประท้วงข้อไหนครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันก็ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ อีกเหมือนเดิมว่า ที่จริงแล้วนี่นะคะ ดิฉันไม่ได้ติดใจนะคะ เอกสารลับ ไม่ลับ เพราะตาม รัฐธรรมนูญหรือตามกระบวนการก็คือเราก็เอาไปยื่นให้กับวุฒิสภาแล้ว แล้วท่านบอกว่าใครที่ เกี่ยวข้องอะไรให้ไปใช้สิทธิที่ ป.ป.ช. อันนั้นท่านก็วินิจฉัยแล้ว ท่านก็ต้องไม่ให้พูดประเด็นนี้อีก แล้วดิฉันก็เรียนว่าท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้อาจารย์รัชฎาภรณ์ ผมไม่ให้สิทธิพูดแล้ว แต่ท่านกําลังจะอธิบายถึงประเด็นที่ ท่านศิริโชคฉายคลิป แล้วก็อธิบายความ เชิญนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ไม่แล้วครับ เชิญนั่งลงครับ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ มีผู้ประท้วงอีกครับ เชิญ ผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ ในฐานะ ส.ส. ดิฉันฟังตั้งนานท่านประธาน ดิฉันขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ในเมื่อท่านประธานสมศักดิ์ได้นั่งบัลลังก์ แล้วก็พาดพิงตอน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านศิริโชค ได้เปิดคลิปค่ะท่านประธาน แล้วท่านสมศักดิ์ได้บอกว่าจะให้สิทธิท่านจตุพร มันก็เป็นสิทธิที่ท่านประธานบอกว่าวินิจฉัยตามข้อ ๘ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะประเด็นที่พาดพิงท่านจตุพรที่คลิปท่านศิริโชค โสภา นะครับ ไม่ให้ประท้วงหรอกครับ ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ เดี๋ยวฟังท่านก่อนสิครับ ฟังประเด็นว่าคลิปที่ท่านฉายแล้วไป เกี่ยวข้องกับท่านจตุพรอย่างไร ผมยังไม่ทราบเลยนะครับ เชิญ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผมเอง ความจริงแล้วนี่นะครับ สิ่งที่นายศิริโชคอภิปรายและดึงคลิปมานั้น ผมเองก็มีอยู่ทุกภาพ ทุกรูปเพราะอยู่ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ คือถ้าเป็นฝ่ายค้านและมีปัญญาทําได้แค่นี้มันไม่ต้อง ไปหาข้อมูลที่ไหนเลย ท่านประธานที่เคารพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับท่านจตุพรครับ การชี้แจง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ผมมีทุกภาพอยู่แล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คือผมไม่อยากให้อภิปรายแบบโต้ตอบกัน เดี๋ยวท่านฟังผมนิดหนึ่ง คือการอภิปราย ขัดแย้งกันได้แต่ต้องเป็นในทางสร้างสรรค์ ทีนี้ท่านต้องอภิปรายในเชิงว่าท่านศิริโชคฉายคลิป แล้วท่านก็พยายามอธิบายคลิปว่าอะไรคืออะไร ท่านเอาภาพมาโชว์แล้วก็ท่านอธิบาย ความเป็นไปของภาพ ถ้ากระทบกับท่าน ท่านก็อธิบายข้อเท็จจริงไปเท่านั้นก็จบนะครับ แต่ขอความกรุณานะครับ ขอความกรุณาว่าอย่ากระทบกันไปกระทบกันมาอย่างนั้นจะไม่มี ข้อสิ้นสุดกันสักทีนะครับ เราอยากจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ แล้วก็ใช้เวลาประท้วงกันมานาน ประชาชนเขาดูอยู่นะครับว่าท่านเสียหายอย่างไร แล้วท่านก็อธิบายข้อเท็จจริงไปว่าไม่เป็น อย่างนั้นไม่เป็นอย่างนี้นะครับ ขอประทานโทษที่ขอเสนอความเห็นอย่างนี้ อย่างนั้นเดินไปไม่ได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ผมเป็นคนที่ง่ายที่สุดท่านประธาน ลุกขึ้นใช้สิทธิการพูดก็ถูกคนประท้วงทีละ ๕ คน ๑๐ คน นี่เป็นเรื่องปกติ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าที่ผมขออนุญาตใช้สิทธิกับท่านประธานสมศักดิ์นั้น เพราะนายศิริโชค โสภา ไปกล่าวหาคนเสื้อแดงว่าปล้นสหฟาร์ม ท่านประธาน ถ้ามีกรณีนี้จริง บริษัท สหฟาร์ม ฟังการถ่ายทอดให้ไปแจ้งความดําเนินคดีอย่าได้ละเว้น หรือแม้แต่กระทั่งคําว่าครัวต่างแดน คนที่ไปทํานี่โทรศัพท์มาหากระผม คือนายประภัตร โพธสุธน อดีตเลขาธิการพรรคชาติไทย ในฐานะเพื่อนนายกรัฐมนตรีทักษิณ รูปที่มาแสดง ท่านประธานที่เคารพ อาจารย์จุฬาที่ไปออก เดอะเนชั่นที่บอกว่าคนที่ไป ศปภ. ต้องใส่เสื้อแดง คนนี้กล่าวเท็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพ

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านก่อนครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงพร้อม ๆ กับ หารือท่านประธานไปด้วยกันเลยนะครับ เพราะผมเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประท้วงก่อนได้ไหมครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

คือประท้วงนี่คือประท้วง ท่านประธาน เพราะว่าท่านประธานพยายามบอกหลายครั้งแล้วนะครับว่าให้พูดเพื่ออธิบาย ในสิ่งที่พาดพิงถึงนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อ ๖๓ ใช่ไหมครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ครับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะที่เสียหายใช่ไหมครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

แล้วก็ข้อ ๘ ด้วยครับ เพราะว่า ท่านประธานก็บอกผู้อภิปรายหลายครั้งแล้วว่าให้พูดเฉพาะส่วนที่พาดพิง ทีนี้ผู้อภิปราย ก็ไม่ได้พูดถึงเฉพาะในส่วนที่พาดพิงก็พยายามแก้ตัวให้คนอื่นตลอดเวลา อันนั้นอันที่ ๑

อันที่ ๒ ผมเข้าใจว่าอีกอย่างหนึ่งคือท่านประธานพยายามบอกให้ท่าน ผู้อภิปรายหาทางออก ซึ่งผมเข้าใจว่ายิ่งท่านพูดนี่งานยิ่งเข้าครับ คงไม่ออกหรอกครับวันนี้ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าหลายคนคงอยู่ในอารมณ์ที่โมโหหิวในเวลานี้ ถ้าดีไม่ดี

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมกําชับอีกนะครับ ผมให้นาทีเดียวนะครับ เชิญ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ถ้าบรรยากาศเป็นแบบนี้เราพักประชุมสักนิดหนึ่งดีไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวพอท่านจตุพรลงเสร็จแล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเอง นะครับ เชิญท่านจตุพรครับ

(นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านณัฐวุฒิประท้วง เชิญเลยครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ นี่ละครับ บรรยากาศของการอภิปรายนี่เกือบ ๕๐ นาทีแล้วครับ ประท้วงกันไปประท้วง กันมาในประเด็นว่าท่านจตุพรจะชี้แจงโดยการใช้สิทธิพาดพิง นักเลงกันบ้างเถอะครับ เวลากล่าวหาคนอื่นนี่ก็กล่าวหาได้ แต่เวลาคนอื่นเขาจะชี้แจงนี่ไม่มีแม้แต่หัวใจที่จะเปิด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านณัฐวุฒิครับ ผมก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ เมื่อวินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านจตุพรกําลังที่จะ อภิปรายต่อ ผมให้นาทีเดียวก็ต้องจบนะครับ ท่านสรุปเอาแล้วกันที่เกี่ยวข้องกับท่านอย่างไรนะครับ ขอความกรุณา คือแต่ละท่านก็นิดเดียวนะครับ ถ้านิดเดียวหลายท่านมันไม่จบ คือไม่ได้ หรอกครับ เชิญท่านจตุพร นั่งลงครับ เชิญท่านจตุพร ๑ นาที แล้วผมจะได้ไปท่านอื่น เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ เมื่อจะ ขัดขวางกัน ไม่มีปัญหาครับ มีคนที่มีจิตอาสาเขาไปด้วยใจบริสุทธิ์ แต่มันมีพวกจิตอาฆาต ที่มาสร้างความเท็จ เอาข้อมูลมาประติดประต่อใส่ร้ายผู้คน พอเขาจะอธิบายกลับ มีพฤติกรรมที่ไม่ได้มีความเป็นลูกผู้ชาย เมื่อคุณกล้าใส่ร้ายผม ทําไมคุณไม่กล้าสู้หน้า กับผมล่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ คุณหมอยังไม่ถึงครับ มีท่านการุณอยู่ เดี๋ยวนั่งก่อน เดี๋ยวท่านการุณใช้สิทธิตั้งแต่ที่กล่าวหาท่านครับ

(นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอประท้วงอะไร เชิญครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ที่ผม ประท้วงนี้คือประท้วงท่านประธานนะครับ ตามข้อ ๘ (๒) และ (๓) แล้วก็ประท้วงท่าน ข้อ ๖๓ ด้วยและข้อ ๖๑ ด้วยครับ นี่ประท้วงสมาชิกที่พูดนะครับ คือผมฟังความได้ว่า น่ารําคาญ คือสภานี้นะครับ ผมก็อดทนฟังมาตั้งแต่ต้นจนจบ ผมก็อยากรู้ว่าความจริง เป็นอย่างไร ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าฝ่ายค้านจะเสนออะไรบ้าง ต้องทําใจครับ อย่างนี้ดีไหมครับ ท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานสมศักดิ์วินิจฉัยไว้เรียบร้อยแล้วว่าใครจะอภิปรายต่อ พาดพิง ขอให้ท่านเอ่ยชื่อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ดีไหมครับ เขาจะได้เตรียมตัว แล้วคนประท้วง ก็จะได้รู้ว่าจะมีโอกาสได้พูด

อันที่ ๒ ท่านประธานต้องให้เวลาพอสมควรนะครับ แล้วก็ขอร้องท่านสมาชิก ฝ่ายค้านอดทนฟัง ผมฟังมาตลอดครับ ผมก็พยายามฟังเพื่ออยากให้สภาเดินต่อ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณการุณครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงประเด็น

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอมีอะไรประท้วงครับ ผมกําลังให้ท่านการุณใช้สิทธิพาดพิง

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมเคารพ ท่านประธานจริง ๆ นะครับ ผม หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ จากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรเชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

พวกเราไม่ใช่นักเลงครับ แต่เรา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ ถ้าท่านมาพูดผมไม่ให้พูดนะครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญคุณการุณพูด

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ แต่ให้ผม พูดสิครับ ๒-๓ คํา ท่านอย่าเพิ่งตัด ผมกําลังจะบอกว่าผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๖๓

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อไหนครับว่าอย่างไร เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ข้อ ๖๓ ที่ให้โอกาสครั้งหลังให้คุณจตุพรพูด ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทําเช่นนั้น เพราะผิดข้อบังคับ การประชุมที่ผ่านมาพวกเรา คุณศิริโชคไม่ได้พูดจาพาดพิงคุณจตุพรเลยแม้แต่นิดเดียว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้คุณหมอ ผมให้สิทธิแล้ว ท่านก็ยุติไปแล้วนะครับ นั่งลง ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ เสร็จแล้วนะครับ เชิญคุณการุณจะใช้สิทธิพาดพิง เอาเฉพาะประเด็นที่พาดพิงครับ เชิญ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงซึ่งคุณศิริโชค โสภา นะครับ ผมเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่าท่านนั้นเป็นในการติดตามข้อมูลข่าวสารของผมมาโดยตลอด แต่อย่าคิดเกินเลยกว่านี้นะครับ เสียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับการกล่าวหา ของทางพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นถอดถอนท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก นั้น โดยใช้ผม เป็นตัวกระทบชิ่ง กราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ในมาตรา ๒๖๖ มีการกล่าวหาครับ วรรคแรก ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของมาตรานี้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ใช้สถานะ ไม่ได้ใช้ตําแหน่งของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น หรือของ พรรคการเมือง เท่านี้แหละครับก็ไม่มีเหตุผลที่จะฟังขึ้นในการกล่าวหาในครั้งนี้ ขออนุญาต เข้าเนื้อหาที่กล่าวหาครับ มีเป็นประเด็น ๆ ผมคงใช้เวลาไม่มากมายครับ

ท่านประธานครับ ในกรณีที่มีคลิปออกมาครับ มีรถ ๖ ล้อที่มีรอกอยู่ข้างบน ที่เขาเรียกว่ารถฮอยซ์ (Hoist) นะครับ ที่มีบอกว่าชาวดอนเมืองเชิญร่วมบริจาค ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ารถคันนั้นเป็นจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพี่น้องชาว ดอนเมือง และในทุก ๆ ครั้งครับที่มีผู้ประสบอุทกภัย ท่านทราบไหมครับ ผมได้นําคน ดอนเมืองนั้นไปบริจาคเงินช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยอุทกภัยในช่องทีวีนะครับ ขออนุญาต เอ่ยถึงคือช่อง ๓ ครั้งหนึ่งไม่ต่ํากว่า ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นั่นก็คือจิตใจของพี่น้อง ชาวดอนเมือง ซึ่งเหตุผลเล็ก ๆ น้อยเหล่านี้ครับ รถที่นํามาวิ่งบริการนั้นเขาสามารถที่จะติด อะไรก็ได้ครับ เพราะเป็นเงินเขาเป็นรถเขาไม่เกี่ยวกับผมนะครับในกรณีนี้

กรณีต่อมาครับ มีเปรียบเสมือนว่ามีรถทหารมีติดป้ายนะครับ มีของ เต็มรถเลยข้างรถเขียนว่า ศูนย์ประสานงาน เป็นป้ายศูนย์ประสานงาน ส.ส. การุณ โหสกุล ท่านครับ ผมเองนั้นได้เป็นผู้แทนมา ๑๕ ปีแล้วครับในการเป็นสมาชิกท้องถิ่นถึงวันนี้ ผมคงไม่ขอใช้คําว่าปัญญาอ่อนหรอกครับ รถวิ่งนั้นทําไมต้องใช้คําว่าศูนย์ประสานงานครับ ผมเชื่อว่ามีพี่น้องชาวหมู่บ้านศิริสุขซึ่งเป็นผู้นําชุมชนได้ประสานงานกับ ศปภ. ไปขอของจาก สนามศุภชลาศัยครับ แล้วเขาเองนั้นก็เห็นว่าเรานั้นทํางานอย่างต่อเนื่อง ท่านทราบไหมครับ ที่สี่แยกศรีสมานนั้นมีเรือไม่ต่ํากว่า ๔๐ ลํา ซึ่งพี่น้องนั้นได้ส่งมาช่วยเหลือ ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ความดีไม่เอ่ยไม่ได้ คือท่าน ส.ส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส่งเรือมา ๔๐ ลําครับ พร้อมกับอาสาสมัครไม่ต่ํากว่า ๕๐ ชีวิต แล้วก็ขอเอ่ยนามครับ คุณพ่อเสนาะ เทียนทอง ส่งรถหกล้อ รถสิบล้อมาให้ผมไม่ต่ํากว่า ๑๐ กว่าคัน ท่านทราบไหมครับ สิ่งเหล่านี้ผมได้มา เพราะความเป็นการุณ โหสกุล และท่านทราบไหมครับ ค่าใช้จ่ายวันหนึ่งตั้งแต่น้ําท่วม ดอนเมืองนั้นเกือบเดือนแล้วครับ วันละกว่าแสนบาท มีใครพูดถึงครับ สิ่งเหล่านี้เป็น ความอึดอัดและอัดอั้นอยากจะบอกกับท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่อยากจะพูดอะไรก็พูด ท่านประธานครับ ผมเรียนยืนยันครับว่าป้ายที่ติดข้างรถนั้นผมไม่ทราบ แต่เป็น พี่น้องประชาชนเขารักเขาอยากจะทําในนามเรานั้นผมห้ามเขาไม่ได้ครับ

ต่อมาครับรูปที่มีถุงยาบอกว่ามีโลโก (Logo) กทม. ด้วยนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าเป็นภาพที่แต่งขึ้นชัดเจน ชัดเจนครับ ผมเอง กราบยืนยันกับท่านประธานครับว่าผมเองในการแจกของผมจะแจกกับมือครับไม่จําเป็นต้อง มีป้ายครับ ดอนเมืองมีคนรักอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ใช้เวลาเยอะครับ เพราะว่า มีพี่น้องที่จะต้องอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ

สําหรับรูปที่มีกองสิ่งของพะเนินเทินทึกใน ศปภ. ของดอนเมืองนั้น ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ต้องกราบหัวใจของพี่น้องอาสาสมัคร เราเองนั้นเปิด ๘ โมง ๙ โมง เราบอกว่าเราเลิก ๓ ทุ่ม ท่านจะเห็นในภาพครับ ไม่มีคนอยู่มากมายเท่าไรครับ ในช่วงที่ไปถ่ายนั้นจะเห็นว่ากองสิ่งของใหญ่ ๆ กองนั้นมันเป็นจิตอาสาของพี่น้องประชาชน ซึ่งมาแล้วหลัง ๓ ทุ่มบอกขอทํางานเถอะ เราเองก็บอกว่าพี่ครับ พี่ ๆ น้อง ๆ อาสาเหล่านี้ เขาเองนั้นทํางานมาตั้งแต่เช้ายันค่ําเขาไม่ไหวแล้ว แต่ถ้าพี่น้องจะทําพี่น้องก็ทํา นั่นคือสิ่งที่ เป็นน้ําใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกเสื้อสีได้มีโอกาสมาร่วมกันในการที่จะทําความดี ส่งน้ําใจไปช่วยเหลือพี่น้อง เราห้ามน้ําใจเขาไม่ได้ครับ เช้ามาเราเห็นกองพะเนินเทินทึกแล้ว ท่านจะเห็นภาพครับว่าไปถ่ายในช่วงหัวรุ่ง ฉะนั้นแล้วครับสิ่งเหล่านี้รอที่จะแจกจ่ายไปสู่ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนครับ

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญที่สุดในชีวิตผมแล้วก็กราบขอบพระคุณ ท่านประชา พรหมนอก ที่ท่านเมตตาได้พูด แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมชื่นใจที่สุดครับ นายศิริโชค โสภา กล่าวหาชัดเจนบอกว่า ผมรับรื้อพนังกั้นน้ํา เท็จชัดเจนครับ พูดหลายครั้งแล้วครับ สื่อต่าง ๆ ในวันนั้นก็อยู่ในที่เกิดเหตุครับว่าผมเป็นคน ปรามพี่น้องประชาชนห้ามรื้อเด็ดขาด แล้วผมเองนั้นก็เห็นครับว่ามีแนวรื้ออยู่แล้ว ๖ เมตร แนวรื้อนั้นน้ําลดลงเรื่อย ๆ จนกระสอบทรายเล็ก ๆ โผล่ ต่อรองกันไปต่อรองกันมา กราบแล้วทวงบุญคุณเขาแล้ว ผมพูดไม่รู้กี่ครั้งครับว่า คุณขอคืบได้คืบ ขอศอกได้ศอก วันนี้ ผมยอมคุณไม่ได้ คุณจะมารื้อตรงนี้เดี๋ยวพี่น้องในกรุงเทพฯ เดือดร้อน ขอโอกาสให้ ศปภ. หรือรัฐบาลได้บริหารน้ําระบบมวลรวมก่อนเราค่อยมาดูตรงนี้กัน ต่อรองไปต่อรองมา ก็ไม่ยอมจะไปปิดดอนเมืองโทลล์เวย์ ขอร้องไปขอร้องมาสุดท้ายเขาเองนั้นก็ต่อรอง ผมก็บอกนะครับ ในจิตวิทยาที่ผมมีการที่จะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน แล้วผมก็รู้ว่าวัน ต่อ ๆ ไปนั้นเราจะทําอะไรต่อ ผมก็พูดคุยกับพี่น้องครับว่า พี่น้องครับ วันนี้ผมยอมท่านไม่ได้ จริง ๆ ถ้าในวันพรุ่งนี้เวลาหกโมงเย็น ขอเวลา ๒ วัน หกโมงเย็นในวันพรุ่งนี้ถ้าทางบ้านเมือง ไม่มารื้อ ผมจะนําพาท่านรื้อเอง นี่คือสิ่งที่ลูกผู้ชายคนนี้พูดครับ แล้วก็รับโดยสดุดีในคําพูดนี้ ถูกตําหนิติเตียนโดย ฯพณฯ นะครับ ท่านประชา พรหมนอก ด้วยความเคารพครับ ท่านเห็น ต่างกับผม เพราะท่านเองต้องรักษาระบบใหญ่ไว้ แต่ผมเองทําด้วยจิตใจที่เป็นตัวแทน พี่น้องประชาชนในเวลานั้น คิดเอง ตัดสินใจเองในการที่จะผ่อนคลายเขา โดยประสานงาน กับท้องที่ นั่นก็คือสถานีตํารวจนครบาลดอนเมือง สิ่งใด ๆ ก็ได้ครับที่จะคลายนะครับ ที่จะทําให้พี่น้องประชาชนคลายใจลงได้ คลายร้อนลงได้ เขาขอเล็ก ๆ ครับ กระสอบเล็ก ๆ ในแนวนั้นเอาออกเพื่อให้เรือผ่านได้ สิ่งเหล่านี้เราทําให้ไม่ได้หรือครับ ในนามตัวแทนของ พี่น้องประชาชนคนดอนเมืองซึ่งเขาเลือกมา เขาสัญจรไม่ได้ น้ําท่วมขังเขา เขาขอให้กระสอบ ทรายเล็ก ๆ ที่ปิดแนวกั้นออก ผมก็ปรึกษาหารือกับคนในพื้นที่ก็สามารถให้เขาออกได้บ้าง เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ สิ่งเหล่านี้ถือว่าประสบความสําเร็จครับ แต่เช้ามาหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐครับ ผมกล่าวหาเอามาจั่วหัวบอกว่า การุณพาคนรื้อบิ๊กแบ็ก เจ็บปวดครับ คนในพื้นที่ ก็ด่า ภาพรวม ๆ ของคนทุกคนก็ด่า หาว่าการุณเป็นคนทําลายระบบ ขอความยุติธรรมนะครับ ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับ ใช้เวลาไม่เยอะครับ สําหรับคลิปปากเกร็ดนะครับ ผมขออนุญาตย้ําแล้วย้ําอีกครับ ขอท้าคุณศิริโชค โสภา ครับ เราเดิมพันตําแหน่งกันได้ไหมครับ แล้วผมจะตอบคําถามท่านครับว่า สิ่งที่ท่านเอาคลิปมาเปิดนั้นมันหมายถึงอะไร ไม่ใช่ ท่านพูดมานะครับ เพื่อที่จะเอาบรรยากาศของการเมืองเอาน้ําลายมาพ่น ผมถือว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ยุติธรรมครับกับคนทํางาน ท่านประธานครับ ผมย้ําแล้วว่าในเวลา ๑ ทุ่ม มีพี่น้องประชาชน ๒ ฝั่ง ปากเกร็ดกับดอนเมืองนั้นมีปากเสียงมีปะทะกัน เพราะว่าการกั้นลําน้ําคลองประปา ผมเองก็ไปที่เกิดเหตุครับ ผ่อนคลายโดยการพูดคุยต่อรองกับนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งเขา มีอํานาจอยู่ตรงนั้น นายกเทศมนตรี แล้วก็ ส.ส. ผมพูดไปแล้วถึงพี่มนตรีครับ ท่าน ส.ส. เฮง ส.ส. มนตรีของผม มีการพูดคุยกันเสร็จ ชาวบ้านมีความสุขกลับบ้านไปตอน ๒ ทุ่ม บอกว่า ปากเกร็ดมีรถอยู่ ๑๐ คัน จะแบ่งให้ ๕ คัน อีก ๕ คันจะเดินตามแนวถนนเลียบคลองประปา ปั้นคัน อีก ๕ คันจะส่งเข้าดอนเมือง แต่ท่านทราบไหมครับ ในเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม คันระยะยาว เลียบคลองประปาของปากเกร็ดปั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ดอนเมืองนะครับ ปากเกร็ดไม่ส่งรถไปทํา ชาวบ้านก็มารวมตัวกันอีก ผมก็ต้องออกมาปรามกันอีก แล้วผมก็มาบอกว่าผมเองนั้น ไม่สามารถที่จะพูดคุยได้ และยืนยันว่าสิ่งที่พูดมาในตอนหัวค่ํานั้นผมไม่เกี่ยวข้อง ผมจะกลับ และผมไม่สนใจ ผมก็กลับมาขอความเมตตาจากผู้ใหญ่ใน ศปภ. ก็กราบขออภัยท่านครับ ฯพณฯ รัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นํารถ กรมชลประทานครับไปถึงเวลาประมาณเกือบตีสาม เสียงที่ผมพูดนี่ละครับเป็นเสียงที่ ผ่อนคลายครับ พี่น้องชาวดอนเมืองและพี่น้องชาวปากเกร็ด เสียงโหวกเหวกครับ บอกพี่น้องครับ นี่รถกูนะครับ ไม่ใช่รถชาวปากเกร็ด คําว่า รถกู หมายถึงว่ารถที่เราพามา แล้วเสียงชัดเจนครับ ขอนะครับ เสียงชัดเจนบอกว่าให้ปั้นคันกั้นน้ําในฝั่งของดอนเมือง เพราะว่าทาง ปากเกร็ดปั้นไปเสร็จแล้ว ชัดเจนนะครับ เป็นรถของกรมชลประทานครับ ส่งมาทั้งฮอยซ์ส่ง มาทั้งโป๊ะ ส่งมาทั้งรถแบคโฮ ฉะนั้นแล้วก็ยังยืนยันนะครับด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความ ตั้งใจที่จะเป็นแนวปะทะ แล้วบอกว่ามีคลิปว่านายอําเภอปากเกร็ด นายวิเศษ พวงเพชร ผมท้าทายไปหลายรอบ ผมต่อว่าต่อขานไปทางทีวีแล้วว่าไม่มีวุฒิภาวะในการให้ข่าว เขาว่า ได้ยินเขาว่า คุณเป็นนายอําเภอไม่ได้หรอกครับ เขาว่า เขาว่า แต่คุณเอามาพูดออกสื่อครับ บอกว่าประมาณตีสามมารื้อครับ ผมเอง เดินเหยียบน้ํา น้ํายังกัด แล้วผมจะไปเหยียบอะไร กับแบคโฮครับ ท่านประธานครับ ผมยืนยันครับว่าสิ่งที่ผมได้แก้ต่างในสิ่งที่เกิดขึ้น ๔-๕ ประเด็นตรงนี้ ผมยอมรับด้วยความสลดใจครับ สลดใจกับพวกที่มีจิตใจคับแคบ ไม่เคยคิดนโยบายครับ คิดแต่จะจ้องทําลายล้าง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านการุณครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ไม่ชอบสร้างสรรค์ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านการุณครับ ได้ชี้แจงผมจดไว้

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ผมจะจบไม่เกินครึ่งนาทีครับ ท่านครับ ขอให้ผมได้ลงท้ายสรุปของท่านศิริโชค โสภา ได้ไหมครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวไปพาดพิงกันมา เดี๋ยวท่านก็ขอใช้สิทธิ ผมว่าท่านชี้แจงพาดพิง พอสมควร

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ผมยืนยันว่าไม่พาดพิงใครครับ ผมมีวุฒิภาวะพอครับ ที่ผมจะพูดอะไรแล้วรับผิดชอบตัวเองครับ ท่านประธานครับ ผมยืนยัน ครับว่า ผมนะครับ ยืนยันว่า ไม่ใช่ประเภทพวกคิดทําลาย ไม่ใช่พวกที่ดีแต่ด่า โชว์ลีลาโวหาร ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้คนบางพวกใช้วิกฤติของบ้านเมืองมาสร้างโอกาส ทางการเมือง และท่านเชื่อไหมครับ ผมพูดไปหลายรอบแล้วว่า วันนี้น้ําลายท่วมคราบน้ําตา ของพี่น้องประชาชน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาแล้วนะ พอแล้วครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ผมตั้งใจทําเพื่อประเทศชาติและ ประชาชนครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนของผม ท่านประธานครับ ๑๐ วินาทีครับ ผมเขียนไว้ผมก็อยากจะอ่านให้ ท่านประธานฟัง มีคนเขาบอกว่าหลายคนเปรียบเทียบผมเหมือนช้างศึกในสงคราม จําเป็นครับ ที่จะต้องถูกคมของธนูหรือเกาทัณฑ์ ผมหลบไม่ได้หรอกครับ เกาทัณฑ์จะมากี่ลูก จะมา กี่ดอกนั้น แต่ผมนั้นยืนยันว่าผมมีจิตใจที่เข้มแข็งในการที่จะฝ่าฟันตรงนี้ไปให้ได้ และไม่ว่า อะไรจะเกิดขึ้นครับท่านประธานครับ ผมจะน้อมรับคําตัดสินด้วยสดุดี ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกท่านหนึ่งที่ถูกพาดพิง ท่านจะใช้สิทธิหรือเปล่า ท่านสุรชาติที่ขอใช้สิทธิไว้ สุรชาติ เทียนทอง ในประเด็นของท่านนิยมนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านได้ พูดถึงท่านไม่ได้เสียหายนะครับ ผมจะไม่ให้ใช้สิทธินะครับ ไม่ให้ใช้สิทธินะครับ เพียงแต่ท่าน บอกว่า การไปแจกของท่านผู้นําฝ่ายค้านนี่นะครับเท่านั้นเอง แล้วก็พาดพิงถึงท่านนิดหน่อย เพียงแต่เอ่ยถึงท่านนะครับ ฉะนั้นจะไม่ให้ใช้สิทธินะครับ มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานขอใช้สิทธิพาดพิง เชิญ

(นายนิยม ช่างพินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านนิยมนั่งครับ เพราะไม่เสียหายนะครับ ประธานวินิจฉัยแล้ว

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามที่ ท่าน พลตํารวจเอก ประชา ทั้งท่านผู้นําฝ่ายค้านพูดลักษณะเหมือนว่าผมอนุญาตให้เอา ถุงยังชีพไปให้ ซึ่งไม่จริงนะครับ ถุงยังชีพที่ติดตรากระทรวงพลังงาน เราส่งไปเพื่อช่วย ประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก โดยเรามีแผนงานในการฟื้นฟูทั้งหมดนะครับ โดยเราส่งไปให้ ท่านเก็บไว้ที่นั่น เพื่อว่าเราได้กระจายให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ทั่วถึง โดยมีแผนงาน ชัดเจน แต่ปรากฏว่ามีการนําเอาไปให้ผู้นําฝ่ายค้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าท่านขอผม ผมก็จะให้ แต่ท่านไม่เคยขอ ท่านเองไม่ทราบเอาไปได้อย่างไร ผมเองเรื่องนี้ผมก็ได้สอบถามไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะว่าเราเองต้องกระจายให้ประชาชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่ว่าจะแจก เป็นหย่อม ๆ แล้วก็แจกที่ซ้ํา ๆ ซึ่งไม่ได้นะครับ คือเรามีแผนงานในการพัฒนาและการฟื้นฟู จังหวัดพิษณุโลกอย่างชัดเจนนะครับ พอเราดําเนินการไปอย่างนั้น พอท่านดําเนินไป อย่างนั้นทําให้แผนงานเราผิดไปหมดนะครับ ผมเองสอบถามไปท่านผู้ว่าราชการจังหวัด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านก็ได้ชี้แจงเรื่องของแล้วนะครับ คือเอาเฉพาะที่ท่านพาดพิงและท่าน ก็อธิบายความแล้วนะครับ นิดเดียวนะครับ เดี๋ยวคุณหมอวรงค์คอยเอาครั้งเดียวเลยนะครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ผมสอบถามไป ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าถูกบังคับครับ ถูกบังคับจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้เอามาให้ อันนี้คําพูดของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ผมขอยืนยันครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ ท่านสุรชาติครับ เดี๋ยวคุณหมอเอาทีละท่าน เพราะว่าท่านขอใช้สิทธิพาดพิง นานแล้ว ท่านสุรชาติ เดี๋ยวนะครับ -----------------------------------------------------------------– ท่านวรชัยใช่ไหมครับ ท่านวรชัยเชิญครับ ท่านพาดพิงอะไรครับ แล้วก็เดี๋ยวผมกลับมาที่ คุณหมอวรงค์ต่อนะครับ ท่านทีเดียวเลยเชิญ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติไทยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นที่ผ่านมานั้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนสาหัสสากรรจ์จริง ๆ เราลงมาช่วยพี่น้องประชาชนเพราะว่า พี่น้องประชาชนได้โทรศัพท์มาบอกว่า คุณวรชัยครับ ผมมาที่ ศปภ. จะติดต่อใครที่ไหน ไม่รู้จะติดต่อใครจริง ๆ ครับ ผมไม่ใจดําพอที่จะนั่งลอยหน้าลอยตาออกทีวีเพื่อสร้างภาพ แต่ละวันหรอกครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อพี่น้องประชาชนเลือกผมเข้ามาในฐานะตัวแทนของ ประชาชน ผมต้องทําหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นครับ ผมต้องดูแลชีวิต พี่น้องประชาชนให้ได้รับความดูแลเอาใจใส่ก่อนครับ ผมจะไม่ได้คิดไม่ได้เปิดรัฐธรรมนูญ หรอกครับว่าผิดมาตราที่เท่าไร เพราะฉะนั้นในเมื่อประชาชนเดือดร้อน ในฐานะตัวแทนของ ประชาชนจะอยู่นิ่งได้อย่างไร ผมได้รับโทรศัพท์ผมก็เลยมาที่ ศปภ. ครับ เพื่อที่จะ ประสานงานให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน พี่น้องแถวดอนเมืองครับมากันวันหนึ่งเป็นพัน ๆ คน โทรศัพท์หาผมทุกวัน ผมก็อาสามาเป็นตัวประสานงานให้ระหว่าง ศปภ. กับพี่น้องประชาชนครับ เราได้รับการติดต่อจากประชาชนทุกวัน ทุกวัน ผมไม่นิ่งนอนใจอยู่ได้หรอกครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ผมเข้าใจว่าท่านชี้แจงพอสมควรแล้วนะครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ยังครับท่านประธาน ขออีกนิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานิดเดียวนะครับ ไม่ถึง ๑ นาทีนะครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ครับ ท่านประธานครับ การที่มีรูป มีชื่อ ผมติดอยู่ที่ขวดน้ํา ท่านทราบไหมครับว่านั่นคืออะไร พี่น้องประชาชนที่รู้จักผมได้มาที่ ศปภ. มาเจอผมที่นั่นครับท่านประธาน แล้วก็ผมยืนอยู่ที่ตรงขวดน้ําพอดีครับ ท่านถามว่าคุณวรชัย น้ํานี่เป็นของใคร ทั้ง ๆ ที่น้ํานั้นคนที่บริจาคเอามามอบให้ผมครับ แต่ผมก็บอกว่าเป็นของ ศปภ. ไปขอที่ ศปภ. สิ ผมก็ประสานงานให้ครับ หลังจากนั้นเขาประสานงานเสร็จ เขาไม่ทราบว่าเพื่ออะไร คนที่มาเอาน้ําได้เอาชื่อผมไปติดไว้ ผมไม่ได้ติดครับ ผมอยู่ สมุทรปราการน้ําไม่ท่วม แล้วก็สิ่งที่บอกว่าผมเอาถุงยังชีพไปแจกกรุงเทพฯ นั้น ผมเป็น ผู้ประสานงานให้อย่างเดียวครับ กรุงเทพฯ ไม่ใช่เขตผม แล้วทําเพื่อประโยชน์ของผม ได้อย่างไร ในเมื่อพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนผมก็ประสานงานไปให้ที่อื่นครับ ผมไม่ได้ ประสานงานไปในเขตผมแม้แต่ถุงเดียวครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขอเรียนให้คนที่ สร้างบท สร้างพรรค

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ท่านชี้แจงพอสมควรแล้วครับ ผมให้สิทธิชี้แจงพอสมควรแล้วครับ ท่านขอหลายนิดแล้ว นะครับ นั่งลงครับ ไม่อนุญาตนะครับ คุณหมอเชิญ ท่านขอใช้สิทธิพาดพิงตอนนั้นเชิญ พาดพิงเรื่องอะไรครับท่าน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอขออนุญาตนิดหนึ่ง ขัดจังหวะนิดหนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมขอชี้แจง ขอความกรุณาจากพวกเรานะครับ ตั้งแต่ เราประชุมมานะครับ ขณะนี้รัฐบาลได้ชี้แจงไป ๑ ชั่วโมง ๖ นาที ที่ส่งเข้ามา แล้วก็ฝ่ายค้าน มีการอภิปราย ๔ ชั่วโมง ๖ นาที ประท้วงนะครับ ๔ ชั่วโมง เรามีเวลาที่จะต้องอภิปราย ผมคาดว่าน่าจะไม่เกินอีก ๓ ชั่วโมงนะครับ เพื่อเรียกปิดอภิปรายแล้วก็ให้ทางฝ่ายค้าน ได้สรุปญัตตินะครับ ฉะนั้นผมให้คุณหมอ ๒ นาทีนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ท่านแรกคือท่านประชา พรหมนอก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอคืออย่างนี้ครับ ขณะที่ผมให้สิทธินะครับ ขอความกรุณานั่งก่อนนะครับ คือท่าน ยกมือ ยกมือ ยกมือ เสร็จถ้าผมชี้คุณหมอเขาก็ไม่ได้พูดสักทีนะครับ เอาทีละท่านนะครับ เชิญคุณหมอก่อนครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

คือประเด็นที่ท่านประชาพยายาม ชี้ให้เห็นว่าท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ พวกผมไปมอบถุงยังชีพที่บางระกํา แล้วก็ใช้ถุงของกระทรวง พลังงาน แล้วท่านจะเปรียบเทียบกับพรรคพวกที่พรรคเพื่อไทยของท่าน ซึ่งประเด็น มันต่างกันครับ ผมต้องย้ําว่าวันนั้นท่านอภิสิทธิ์ได้รับเชิญเป็นตัวแทนในการส่งมอบ หัวใจคือ ของที่เราได้มาอย่างไรก็คือของกระทรวงพลังงาน เราไม่ได้เอาตราประชาธิปัตย์ไปติด หรือไม่ได้เอาตราของผมหมอวรงค์ไปติด คือเราได้ของกระทรวงพลังงานมาอย่างไรเราก็มอบ อย่างนั้น ผมได้ย้ํา นี่คือประเด็นที่ ๑ ท่านเปรียบเทียบกันไม่ได้

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านพิชัยพยายามบอกว่า การที่เอาของกระทรวงพลังงาน มาทําให้ท่านผิดแผน แล้วก็ท่านถูกพาดพิงว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าถูก พรรคประชาธิปัตย์บังคับ ท่านโกหกกลางสภาครับ ผมขออนุญาตชี้แจงครับ ผมเป็นคน ประสานงานเรื่องนี้ทั้งหมด เนื่องจากผมรับทราบมาว่าท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์จะไป จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์มีงบให้ผม ๕๐,๐๐๐ บาท ในการประสานทํากิจกรรม ทั้งหมด ทั้งเรื่องทาสีแล้วก็เรื่องกิจกรรมอื่น ๆ ได้มีการประสานงานกับท่านผู้ใหญ่ในพื้นที่ ท่านผู้ใหญ่ก็บอกว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนเอาถุงยังชีพมาแจก ผมก็บอกว่าพรรคผมเขาช่วงนี้ ก็ไม่ค่อยมีงบประมาณเท่าไร เนื่องจากว่าในพื้นที่ส่วนกลางกรุงเทพฯ ปริมณฑลน้ําท่วมเยอะ เอาอย่างนี้แล้วกันเดี๋ยวผมจะลองประสานผู้ว่าราชการจังหวัดดู ด้วยเกียรติศักดิ์ศรีนะครับ ท่านประธาน ผมยกโทรศัพท์ถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผมบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ พอดีท่านอภิสิทธิ์อดีตนายกรัฐมนตรีจะมาจังหวัดพิษณุโลก อย่างน้อย ๑. ผมรายงานท่าน อันที่ ๒ ผมจะขออนุเคราะห์ถุงยังชีพจากทางจังหวัดได้ไหม ถ้าได้เราก็โอเค ถ้าไม่ได้ก็ไม่มี อะไร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งผมมาว่าพอดีช่วงที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้มาแจก บังเอิญมันมีของเหลืออยู่ ๕๐๐ ถุง เอาอย่างนี้แล้วกันเดี๋ยวผมมอบ ๕๐๐ ถุงนี้ให้คุณหมอ แล้วกัน แล้วคุณหมอบอกทางพลังงานจังหวัดว่าผมอนุญาต แล้วผมอยากจะย้ํากับ ท่านประธานนะครับว่าเมื่อไปถึงที่ในการมอบ เราประกาศย้ําทุกครั้งว่าของชุดนี้เป็นของ กระทรวงพลังงานไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมาจากผู้ว่าราชการจังหวัด

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้ชี้แจงพอสมควรแล้ว เกินกว่า ๒ นาทีแล้ว

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ชัดเจนนะครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรชาติครับ ท่านขอใช้สิทธิ ไม่ให้ท่านแล้วครับ เพราะข้อเท็จจริงก็ต่างคนต่างชี้แจง กันไปก็จบแล้วครับ เชิญท่านสุรชาติ เทียนทอง เดี๋ยวให้ท่านสุรชาติก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี คือขอความกรุณาเวลาใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ท่านก็อธิบายข้อเท็จจริง ของท่านไป เดี๋ยวก็บอกโกหก เดี๋ยวท่านก็ต้องใช้สิทธิอีกนะครับ เชิญท่านสุรชาติ เทียนทอง ที่เขากล่าวหาท่าน เอาเฉพาะประเด็นที่เขากล่าวหาแล้วท่านเสียหายท่านก็อธิบายนะครับ

นายสุรชาติ เทียนทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรชาติ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านที่ได้อภิปรายไปครับ ขออนุญาตที่กล่าวนามนะครับ ท่านศิริโชค โสภา ได้เปิดคลิปบอกว่าเอาข้อสัมภาษณ์ของผมมาเปิดคลิป แล้วก็บอกว่าผมเองนั้นได้เข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับที่ ศปภ. ก็ขอเรียนตามข้อเท็จจริงครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ว่าผมเองนั้นได้เข้าไปช่วยงานที่ ศปภ. จริงครับ ตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม วันแรกที่ตั้ง ศปภ. ครับ เข้าไปในฐานะอะไรครับท่านประธาน ในฐานะ ส.ส. พื้นที่ครับ ส.ส. พื้นที่ของผม พื้นที่ของผมคือดอนเมือง หลักสี่ จะไม่ให้ผมเข้าไปได้ อย่างไรครับท่านประธาน ในเมื่อพี่น้องประชาชนเขตหลักสี่ เขตดอนเมืองที่เขาไม่ใช่ ส.ส. เสียด้วยซ้ํานี่เขาไปช่วยวันหนึ่งเป็นพัน ๆ คนครับท่านประธานครับ ผมในฐานะ ส.ส. จะไม่เข้าไปได้อย่างไรครับ มันเป็นจิตสํานึกของความเป็น ส.ส. ครับท่านประธาน แล้วที่ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ที่กล่าวอ้างกันครับบอกว่าเข้าไปแทรกแซงการทํางานของ เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อผลประโยชน์ของตนเองหรือพรรคการเมือง เพื่อใครครับ ผมไม่ได้ทํา เพื่อใครครับท่านประธานครับ ทําเพื่อพี่น้องประชาชนเท่านั้นเองครับ ผมไม่ทราบหรอกครับ ท่านประธาน เอาสั้น ๆ นะครับ ผมไม่ทราบหรอกว่าท่านจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความจะถูก หรือผิดครับ แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ครับท่านประธาน อีก ๑๐ ครั้ง ๑๐๐ ครั้ง ผมก็ตัดสินใจ ที่จะทําเพื่อพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านศิริโชคนะครับที่นําคลิปมายืนยันครับ แล้วก็เป็นข้อยืนยันให้ผมกับพี่น้องประชาชนด้วยว่าผมนั้นทําเพื่อพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงครับ

ท่านประธานครับ ผมขอสรุปสุดท้ายอย่างนี้ครับ และที่ท่านกล่าวอ้างบอกว่า มีการแจกถุงยังชีพให้กับพวกพ้องของตนเองเท่านั้นครับ ผมขอกราบเรียนไม่เป็นความเป็นจริง วันหนึ่งครับที่ผมช่วยงานอยู่ที่ ศปภ. ครับท่านประธาน มีโทรศัพท์มาหาผมรับโทรศัพท์ขึ้นมา เป็น ส.ส. หญิงกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ครับท่านประธาน โทรมาบอก

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรชาติครับ ถึงจะเป็นผู้แทนราษฎรอย่าไปพาดพิงท่านเลยนะครับ ท่านชี้แจงในประเด็น ของท่านถูกต้องแล้วนะครับ ผมว่าครบแล้วนะครับ

นายสุรชาติ เทียนทอง กรุงเทพมหานคร

นิดเดียวท่านประธานครับ เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายนะครับ ที่ผมพาดพิงถึงท่าน ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อด้วยซ้ํานะครับ ผมไม่ได้จะกล่าวหาท่าน กล่าวโทษท่านแต่อย่างใดครับ แต่จะกล่าวชื่นชมท่านเสียด้วยซ้ําครับ นี่แหละครับหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องไม่เกี่ยงพรรคครับ ท่านต้อง ไม่เกี่ยงว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ศปภ. ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ใช้ประโยชน์เฉพาะ หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครับ ท่านเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านท่านก็มีสิทธิจะเรียกร้องขอถุงยังชีพได้ครับ ผมต้องขอกล่าวชื่นชมท่านนะครับ แต่ก็ รู้สึกผิดหวังครับที่เห็นชื่อท่านในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ

สุดท้ายนี้ครับท่านประธานครับ ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านสมาชิกฝ่ายค้านครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่า อย่าไปฝากเลยนะครับ เดี๋ยวฝากกันไปฝากกันมาเดี๋ยวจะมีปัญหาขึ้น พอแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่เรื่องประเด็นโกหก เชิญ เอาสั้น ๆ เลยครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทวงพลังงาน ผมขอให้ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติถอนคําพูดครับ เพราะว่าผมไม่ได้โกหกนะครับ ผมได้สอบถามกับผู้ว่าจริง ๆ ท่านผู้ว่าบอกว่ามีคนโทรมาจากพรรคประชาธิปัตย์บอกว่ามาขอถุงยังชีพ ท่านบอกไม่มี เขาบอกว่ามีสิ ของกระทรวงพลังงานมี ผมเองยังไม่อยากพูดถึงเลยนะครับว่าท่านวรงค์ มีความรู้สึก มีความใกล้ชิดกับคนในกระทรวงพลังงานอย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ คืออย่างนี้ ท่านก็แสดงข้อเท็จจริงไปนะครับ

(นายเหวง โตจิราการ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอเหวงประท้วงอะไรครับ หมอเหวงประท้วงท่านสุดท้ายนะครับ ก็จะให้ท่านวิรัตน์ต่อ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ไม่ได้ประท้วงครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่าท่านประธานสมศักดิ์ให้สิทธิพาดพิงผมนะครับ ดังนั้นผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิ ดังกล่าว

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็น อะไรครับท่านครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นพาดพิงเรื่องปล้นนะครับ แล้วก็แจกเฉพาะเสื้อแดง แล้วก็ทําให้กิจการของเสื้อแดงเขาเสียหายนะครับ แล้วเขาไม่มี โอกาสชี้แจง ดังนั้นขออนุญาตท่านประธานเถอะครับว่าผมใช้เวลาชี้แจงประมาณสัก ๒ นาที ก็คงจะเรียบร้อย แล้วคงไม่เกิดประเด็นพาดพิงอะไรอีก นิดเดียวครับท่านประธาน นิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมให้นาทีเดียวนะครับ เพราะว่าท่านวิรัตน์รอนานแล้วนะครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

คือท่านประธานสมศักดิ์ให้สิทธิผมไว้ นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอความกรุณาอย่างนั้นไม่จบ นาทีเดียวครับ เชิญครับ

นายเหวง โตจิราการ บัญชีรายชื่อ

ผมทวงสิทธิอันนี้นะครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกทุกท่านนะครับว่าเวลาจะกล่าวพาดพิงถึงเสื้อแดง ขอความกรุณาให้มีหลักฐานนะครับ เสื้อแดงนี่เขาช่วยเรื่องน้ําท่วมตั้งแต่ต้นนะครับ เขามี ศูนย์ของเขา แล้วก็เขาระดมของมาจากทั่วประเทศ แล้วเขาลงไปช่วยเหลือด้วยตัวเอง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ พอสมควรแล้วนะครับ ชี้แจงพอสมควรแล้ว ผมเข้าใจแล้วว่าเสื้อแดงได้ช่วยนะครับ แล้วก็มี ศูนย์ของเขา คืออย่างนี้ครับคุณหมอเราได้ใช้เวลาพอสมควรนะครับ ประท้วงมาประมาณ ๔ ชั่วโมงกว่า ผมไม่อนุญาตครับ เชิญคุณหมอนั่งครับ เชิญท่านวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ผมเป็น คนร่วมลงชื่อกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปราย ไม่ไว้วางใจท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. โดยกล่าวหาอย่างนี้ครับว่า พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ได้กระทําการทุจริต จงใจกระทําผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดิน บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต บริหารราชการแผ่นดิน โดยขาดคุณธรรมจริยธรรมและขัดหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่มบางเหล่า นะครับ ก่อนที่กระผมจะขึ้นมาพูดนะครับ กระผมได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการของทาง สภาให้ใช้ภาพและเสียงซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว กระผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ

ท่านประธานครับ กรณีน้ําท่วมพี่น้องประชาชนอดอยาก น้ําเน่าเหม็น ถ่ายหนักถ่ายเบาก็ไม่ได้ เดินทางไปไหนก็ไม่สะดวก พวกผมในฐานะเป็นสมาชิกฝ่ายค้าน เห็นใจแล้วก็เข้าใจครับ ท่านประธานครับ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้จัดตั้งครัวชาวใต้ทําอาหารสดวันละประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ กล่อง ทุกวันเป็นเดือนแล้วครับ เราแจกทุกคนไม่เลือกสีไม่เลือกเหล่า เพราะฉะนั้นพี่น้องครับ การที่ ส.ส. จะไปช่วยคนไม่ผิดหรอกครับ แต่สิ่งที่ผมจําเป็นต้อง อภิปราย เพราะว่ามีการกระทําผิดรัฐธรรมนูญ มีการกระทําผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อเช้านะครับ ท่านประชาบอกว่าขอใบเสร็จ ผมให้ใบเสร็จครับ

ใบเสร็จแรกครับท่านประธาน วันที่ท่านได้แต่งตั้ง ส.ส. ๔ ท่าน ผมไม่ออกชื่อ นะครับ หลังจากนั้นท่านก็ได้ยกเลิก ท่านยกเลิกไปแล้วนะครับ ยกเลิก ๔ คนเรียบร้อย แต่หลังจากยกเลิกแล้วในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ท่านได้แต่งตั้งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รู้อยู่แล้วว่าผิด ยกเลิกแล้วไป ๔ ท่าน ผมไม่เอ่ยชื่อ แล้วยังมาตั้งซ้ําอีก การกระทําเช่นนี้ครับ ท่านในฐานะเจ้าพนักงานตาม กฎหมายกระทําผิดอย่างชัดเจนต่อมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ นี่คือใบเสร็จใบที่ ๑ ท่านประธานครับ

ใบเสร็จใบที่ ๒ กรณีท่านแทรกแซง ท่านไปล่วงรู้ความลับในฐานะท่านเป็น เจ้าพนักงาน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของ ตนเอง (๑) การปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ของข้าราชการ นี่คือใบเสร็จ ใบที่ ๒ ที่ท่านจะต้องชี้แจงกับ ป.ป.ช. ว่าท่านไปล่วงรู้ความลับมาได้อย่างไร

ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านคงจะอ้างไม่ได้นะครับว่า ท่านไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง เลขาทํามา ทีมงานทํามา เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านบอกแล้วว่าท่านเป็น อ.ต.ร. ท่านเป็นพลตํารวจเอก ท่านเป็น ผบ.ตร. คนแรก และมีคนติติงก็ยกเลิกไป ๔ คน หลังจากนั้น ไม่กี่วัน ๓๑ ตุลาคมเอาอีกทําอีก นี่คือใบเสร็จใบที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตให้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่เปิดคลิป คลิปที่ ๑ ครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านวิรัตน์มีผู้ประท้วง อย่าเพิ่งเปิดคลิปนะ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ขอประทานโทษท่านวิรัตน์นิดเดียวครับ ท่านครับ เวลามันเหลือน้อยท่านประธานครับ ถ้ามีการพาดพิงอย่างนี้ เอารูปท่านจารุพงศ์ มาอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้เขาชี้แจงอย่างนี้มันก็จะยุ่งแล้วที่ผ่านมาก็เป็นปัญหาอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ดังนั้นท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าจะเอาแค่ไหนเพื่อให้สอดคล้องกับเวลาด้วย นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

เพราะว่าคนที่ถูกพาดพิงเขาก็ต้องมา พูดอีกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยววิป ๒ ฝ่ายกําลังเจรจากันอยู่

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ขอคลิปครับ

(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงอีกครับ เชิญผู้ประท้วง

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานแล้วก็ประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย โดยเฉพาะที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าทางผู้อภิปรายในซีกของฝ่ายค้านวันนี้ทําหน้าที่ในสภาเพื่อ ตรวจสอบรัฐบาล ถ้าหากท่านอภิปรายในสิ่งที่ถูกต้องก็คงไม่มีใครจะลุกขึ้นประท้วง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานฟังผมแป๊บเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต้องบอกก่อนนะครับว่า ถ้าลุกขึ้น ยืนขึ้น แล้วก็ยกมือ ผมให้สิทธิประท้วง

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็ กําลังอธิบายไปถึงเรื่องที่เขากําลังอภิปราย ท่านต้องบอกว่าผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดก่อน อย่างนั้นประธานจะวินิจฉัยไม่ถูกนะครับ ท่านบอกว่าประท้วงประธาน แล้วประท้วง ผู้อภิปรายคือท่านวิรัตน์ ท่านต้องบอกว่าประท้วงประธาน ประท้วงประธานทําผิดข้อไหน

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ประท้วงประธาน ข้อ ๖๑ และ ข้อ ๖๓ ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ ถ้าหากว่าทางซีกฝ่ายค้านต้องการจะอภิปรายให้เสร็จ โดยเร็ว ผู้ที่จะขึ้นอภิปรายข้อมูลจะต้องเป็นข้อมูลจริงที่ไม่พาดพิงบุคคลอื่นให้เสียหาย อย่างของผมเมื่อกี้ผมยกมือท่านประธาน ท่านศิริโชค โสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอานะครับ แล้วก็ประท้วงผู้อภิปรายประเด็นไหนครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ประท้วงผู้อภิปรายข้อ ๖๑ ข้อ ๖๓ ว่าพาดพิงบุคคลอื่น ผมเรียนท่านประธานว่าท่านประธานฟังผมนิดหนึ่ง เหมือนเมื่อกี้ ผมยกมือท่านศิริโชค โสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านพิษณุ ท่านประท้วงผมว่าปล่อยให้ผู้อภิปรายไปพาดพิงถึงบุคคลภายนอก โดยไม่จําเป็นนะครับ ทีนี้ผมจะวินิจฉัยนะครับ เดี๋ยวท่านนั่งก่อน

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ผมขออนุญาตนิดเดียว ท่านประธานครับ เสร็จแล้วผมก็ให้ท่านประธานชี้แจง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่จําเป็นต้องไปชี้แจง คือท่านต้องนั่งก่อนนะครับ ผมจะได้วินิจฉัย ประเด็นท่านกําลัง อภิปรายในประเด็นที่ท่านเสนอญัตติต่อสภานะครับว่าท่านประชากระทําการทุจริต ทําผิด รัฐธรรมนูญและกฎหมายนะครับ พร้อมจริยธรรม ตอนนี้ท่านกําลังลําดับเรื่องว่าการแต่งตั้ง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นะครับ อันนี้เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจง ประเด็นนี้จริงเท็จไม่ทราบนะครับ ฉะนั้นผมเห็นว่าการอภิปรายยังอยู่ ในประเด็นที่เรากําลังประชุมปรึกษาหารือกันอยู่นะครับ ฉะนั้น เชิญท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ประท้วงครับ เชิญครับ วินิจฉัยเสร็จแล้วนั่งลงครับ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ใช้สิทธิ ถูกพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านครับ คือให้อภิปรายเสร็จก่อนนะครับ แล้วท่านค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งว่า ท่านฟังให้จบทั้งหมดก่อนนะครับ ไม่ใช่เอ่ยชื่อปั๊บบางทีการเอ่ยชื่อไม่ได้เสียหาย แต่ข้อบังคับ เขาบอกว่าห้ามอภิปรายถึงบุคคลอื่นโดยไม่จําเป็นนะครับ ท่านกําลังอภิปรายถึงเรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับว่า ผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือไม่นะครับ ฉะนั้นองค์ประกอบในเรื่องมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ก็คือการแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เดี๋ยวให้จบก่อนท่านค่อย ใช้สิทธิครับ เชิญครับ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ บัญชีรายชื่อ

ผมขอต่อใช้สิทธิด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ เป็นคําสั่ง ของท่านประชา พรหมนอก ฉบับที่ ๓๙/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นะครับ สาระเป็นอย่างนี้ครับ แต่งตั้งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นที่ปรึกษาผู้อํานวยการ ศูนย์ปฏิบัติราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศปภ. โดยให้มีหน้าที่ บอกหน้าที่เลยครับ เสนอแนะให้คําปรึกษา และประสานงานระหว่างศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กับกรุงเทพมหานคร ชัดเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านที่ได้รับการแต่งตั้ง หากจะมีปัญหาก็ต้อง ไปคุยกับผู้ที่เซ็นแต่งตั้งคือท่านประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและ ผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. นะครับ ผมขออนุญาตขอคลิปจากเจ้าหน้าที่ครับ เชิญเปิดคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : สวัสดีค่ะ จากชุมชนประยงค์แย้มนะคะ เรือนี้นะคะไปรับ มาจาก เขาบอกว่าเป็นเรือของ ส.ส. จิรายุนะคะ ซึ่งก็ไปรับมาจากจุดที่เขาไปลงชื่อ ไปเซ็น ชื่อนะคะ ของท่าน ส.ส. จิรายุนะคะ แล้วเขาก็มาบอกในชุมชนนะคะว่า เรือนี้เป็นเรือของ ส.ส. จิรายุค่ะ”

“.............. : ครับ สําหรับเรือลําที่ผมยืนอยู่นี่นะครับ ผมทราบมาว่า น่าจะเป็นของ ศปภ. เอามาให้กับพี่น้องชาวเขตคลองสามวา มาเอาผลงานของ ศปภ. มาเป็น ของตัวเอง คือของ ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ สําหรับเรือลํานี้จะเป็นฝั่งทางใต้ทดลงไป นะครับ ให้กับประชาชนสัญจรและแจกอาหาร ก็เป็นเรือของ ศปภ. เช่นกันนะครับ แต่นํามา สกรีนเป็นชื่อ ส.ส. ในพื้นที่ของเขตคลองสามวานะครับ นอกจากนี้นะครับทรัพย์สิน ของ ศปภ. ที่บริจาคก็น่าจะเป็นห้องน้ํานะครับ เดี๋ยวผมพาไปดูห้องน้ําว่า นี่นะครับ”

ในคลิปนี้ท่านที่เคารพครับ มีเรือของ ปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ ซึ่งท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้กล่าวไว้ว่า ท่านประชา พรหมนอก ได้อนุมัติให้ซื้อเรือนี้เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เรือสีส้มครับ แต่ว่าเมื่อซื้อแล้วแทนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนกลับไปให้กับ ส.ส. พรรคเดียว กับท่านเอาไปไว้ที่สํานักงานไปพ่นชื่อ แล้วก็ใครจะไปรับก็ไปรับที่นั่น รับที่นั่นเสร็จบอกกับ ชาวบ้านครับว่าเป็นเรือของ ส.ส. ที่ในคลิปพูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะ ผอ. ศปภ. มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๔๗ ท่านประธานครับ โทษนะครับ ไม่มากครับ ๕ ปี ถึง ๒๐ ปี จําคุกตลอดชีวิต เพราะว่าท่านประชาเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการ หรือรักษาทรัพย์ เบียดบังเอา ทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย นี่ครับ ๕ ปี ถึง ๒๐ ปี จําคุกตลอดชีวิต ปรับไม่มากครับ ๔๐,๐๐๐ บาท กราบเรียน ท่านประธานครับว่าอันนี้คือของที่จะเป็นของที่ท่านจัดซื้อในล็อต (Lot) ที่ท่านประธาน วิปฝ่ายค้านกล่าวถึง หรือเป็นล็อตที่ ปภ. ส่งมาให้กับ ศปภ. เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ปภ. คงไม่อยากจะให้อยู่ในสังกัด ส.ส. หนึ่ง ส.ส. ใดนะครับ อันนี้คือเรือสีส้มครับ

ส่วนเรือที่มาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ อันนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ เขียนชัดเจนว่าเป็นเรือจาก อบจ. สมุทรปราการ มีระบุเลขเรือมากมาย ๐๔๐ ๐๕๑๒ ๐๔๓๓ ๐๔๒๙ อันนี้คือสิ่งที่เราไปเจอมานะครับ ชาวบ้านคลองสามวา เขาร้องมาครับ ร้องมาจากซอยพระยาสุเรนทร์ ๓ ร้องมาจากซอยประยงค์แย้ม คือพระยาสุเรนทร์ ๑๔ แขวงบางชัน คลองสามวา ซึ่งผมลงไปดูในพื้นที่ด้วยตัวเอง ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งที่เห็น เห็นด้วยตา ไปดูมา เมื่อวานนี้นะครับ อบจ. ก็เป็นส่วนราชการครับ อบจ. ต้องให้กับส่วนราชการ แต่การที่ของนี้ เมื่อถึง ศปภ. แล้ว ศปภ. รู้เห็นเป็นใจปล่อยปละละเลยให้ ส.ส. ไปสกรีน (Screen) ชื่อ เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่านประชา พรหมนอก ผมถือว่าท่านประชา พรหมนอก รู้เห็นเป็นใจให้ท่าน ส.ส. จิรายุ เอาไปพ่นชื่อที่เรือ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบครับ เพราะว่าคุณจิรายุไม่ได้ซื้อ แล้วก็ไม่ได้ออกเงิน อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธานนะครับ พี่น้องครับ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ครับ ช่วยเปิดคลิปไปดูเรือที่มาจากเรือที่นอกแดงในขาวครับ เรือที่มาจากโรงพยาบาล

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรือที่มาจากโรงพยาบาล ท่านครับ มาจาก พี่น้องชาวสงขลา พี่น้องชาวสงขลาที่อยู่ในภูเก็ตรวบรวมเงินครับให้กับโรงพยาบาลวชิระ เขาก็เขียนครับ น้ําใจชาวสงขลาที่เห็นที่ด้านท้ายเรือนะครับ แต่ว่าพอเรือมาถึงที่กรุงเทพฯ มีการพิมพ์ชื่อ ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านท้ายเรือ มากกว่าเจ้าของเรือ ที่แท้จริง ผมเป็นคนสงขลา คําว่า พี่น้องสงขลา ตัวนิดเดียวครับ แต่จิรายุ ห่วงทรัพย์ เบ้อเริ่มเทิ่มเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นการเอาเปรียบสังคม ซึ่งผมถือว่าท่านประชา รู้เห็นเป็นใจให้ ส.ส. เอาไปพ่นชื่อเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งก็เข้าเกณฑ์มาตราที่กระผม กล่าวถึงนะครับ เรื่องส้วมท่านประธานครับ ทีมงานกลับไปที่ส้วมอีกที

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องส้วมครับท่านประธาน เรื่องส้วมนะครับ วิทยาลัยกาญจนาภิเษกมหานครจัดสร้างขึ้นโดยงบประมาณของวิทยาลัย ๕๐ หลัง เพื่อมอบ ให้กับ ศปภ. ปรากฏว่ามีการพิมพ์ชื่อขึ้นมา ๒ ชื่อก่อนครับ ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ก. วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ออกมา ๒ ชื่อก่อนนะครับ ทั้งที่ผมก็พยายามสอบถามว่าเงินนี้ เป็นเงินของใคร ก็ได้สาระได้ความว่าน่าเชื่อว่าเป็นเงินของวิทยาลัย เพราะฉะนั้น ส.ส. ท่านหนึ่ง ส.ก. ท่านหนึ่งไปใส่ชื่อเพราะเหตุใดนะครับ อ้างว่าประสานงาน ประสานงานคือ อะไรครับ คือการที่เอาสีสเปรย์ไปพ่นหรือเปล่าผมไม่ทราบนะครับ แต่สําคัญอีกชื่อหนึ่งครับ ชื่อ ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ น้องนักศึกษาคนที่ทําเรื่องนี้ก็บอกว่าตอนที่ออกจากวิทยาลัย ไม่มีนะครับ ผมไปสอบถามชาวบ้านประยงค์แย้มเมื่อวาน ถามว่าไปเอามาจากไหน ชาวบ้าน ก็บอกว่าไปเอามาจากสํานักงานของคุณจิรายุ เขาบอกคุณว่าอย่างไร เขาบอกว่าเป็นของ ส.ส. พี่น้องคงจําได้ครับ เปิดประตูเข้าไปนี่ครับมีชื่อจิรายุด้วย เพราะฉะนั้นชาวบ้านต่อไป ถ้ากลับไปถ่ายหนักถ่ายเบาที่บ้านถ้าไม่มีชื่ออาจจะถ่ายไม่ออกก็ได้ อันนี้ครับเป็นเรื่องที่มัน อดสูใจครับ ต้องใช้คําว่า อดสูใจ ซึ่งท่านประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ. ศปภ. จะต้อง รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ

ผมขออนุญาตครับ มีการพูดถึงความเป็นเจ้าพนักงานอยู่หลายครั้ง ผมขอยกฎีกาครับ ขออนุญาตสอนท่านรัฐมนตรีนิดเดียวครับ มีฎีกา ที่ ๑๗๘๗/๒๕๕๔ บัญญัติไว้ว่า ถ้ามีการแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการคนนั้นก็จะเป็นเจ้าพนักงานนะครับ เมื่อท่านประชามีคําสั่งให้ปฏิบัติราชการโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประชาก็เป็น เจ้าพนักงานครับ เมื่อการกระทําของท่านเป็นการทุจริตก็ผิดต่อมาตรา ๑๕๗ ในฐานะที่ท่าน มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ โทษผมเอาให้ท่านดูแล้วนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าในวันนี้ ในวันพรุ่งนี้ อาจจะมีประชาชนที่รักความเป็นธรรม อาจจะไปกล่าวโทษว่าตัวนายประชา พรหมนอก ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ขอประทานอภัย อาจจะมีความผิดมาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๕๗ ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งท่านมีหน้าที่ต้องไปชี้แจงกับหน่วยงานนั้นเอาเองครับ ขอคลิปที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย จะเปิด ประตูระบายน้ําตรงนี้ให้ ๑ เมตร คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ มาเจรจากับชาวบ้านที่นี่เนื่องจาก เป็น ส.ส. ในพื้นที่ของเขานะครับ ก็เจรจากันอยู่พักใหญ่ สุดท้ายคุณวิชาญก็ตัดสินใจไปเปิด ประตูระบายน้ําด้วยตัวเองอีก ๒๐ เซนติเมตร”

“............... : ว่าอย่างไรครับท่าน โอเคแล้วครับ โอเคแล้ว เปิดให้แล้วครับ”

ครับ ชัดเจนครับ ที่ท่านวิชาญโทรศัพท์ ผมไม่ทราบว่าโทรศัพท์หาท่านประชา พรหมนอก หรือหาผู้ที่มีอํานาจเหนือกว่าท่านนะครับ แต่กล่าวโดยสรุปครับว่า ตอนแรกผมก็สงสัยว่าจะอภิปรายดี ไม่อภิปรายดี ด้วยความเคารพ ในประเด็นนี้นะครับ เพราะว่า เอ๊ะท่านอาจจะไม่รู้ก็ได้นะครับ แต่ปรากฏจากคําชี้แจงของท่าน ท่านชื่นชมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาก้าวก่าย ที่มาทําผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นผม ไม่ลังเลครับที่จะบอกว่า ท่านประชาได้ปล่อยปละละเลยให้ ส.ส. เข้ามาสั่งการแทรกแซงการ ปิดเปิดประตูระบายน้ําคลองสามวา ซึ่งเป็นอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการ การแทรกแซงของ ส.ส. ที่เปิดประตูระบายน้ําโดยไม่ได้มีการวางแผนป้องกันเป็นช่วงเป็นตอนย่อมทําให้น้ําท่วม กทม. มากขึ้น มีเหตุให้ท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชัน โดยเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้น การที่ ส.ส. ท่านที่เปิดประตูและโทรศัพท์มา เขาบอกท่านประชาว่าเปิดเรียบร้อยแล้ว ท่านสั่งให้เขาเปิดหรือเปล่าครับ ถ้าสั่งท่านก็บอกว่าท่านสั่ง ถ้าไม่สั่งใครเป็นคนสั่งให้ คุณวิชาญไปเปิดครับ เพราะฉะนั้นผมถือครับว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจของท่านประชา พรหมนอก ให้มีการแทรกแซง ให้ ส.ส. เข้าไปแทรกแซงนะครับ ซึ่งเป็นอํานาจของส่วนราชการ ในการบรรเทาสาธารณภัยนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงครับ การที่ ส.ส. ไปช่วยน้ําท่วมไม่ผิด หรอกครับ การที่พวกผมพยายามดูแลไม่ผิดครับ แต่ว่าต้องทําเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทําเพื่อดูแลหัวคะแนน แล้วก่อให้เกิดความเสียหายนับล้าน ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ด้วยความเคารพครับว่าด้วยระยะเวลาที่จํากัดครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกต่อไปนะครับ แล้วผมเชื่อว่าน่าจะมี พี่น้องประชาชนที่รักความเป็นธรรมไปกล่าวโทษประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๕๗ ต่อเจ้าพนักงานที่มีอํานาจต่อไป ขอบพระคุณ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ ทีละท่านนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ผู้แทนราษฎรสมัยแรกครับ ขยันทํางานมากหน่อยก็เป็นข่าวอย่างนี้ละครับท่านประธานครับ มันก็มีภาพไปปรากฏตรงนั้นตรงนี้ ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีก็เป็นประเด็น ท่านประธานครับ ขออนุญาตกลับมาเรื่องนี้ครับ เรื่องประตูระบายน้ําคลองสามวาที่มีการกล่าวอ้าง ท่านประธานครับ ไม่ต้องแก้ตัวละครับ มันปรากฏตามภาพอย่างชัดเจนนะครับ เอาทีละประเด็น ผมมีคลิปวิดีโอ ท่านประธานครับ เป็นคลิปวิดีโอวันเกิดเหตุและได้ให้ท่านประธานและ สมาชิกได้ดูก่อนครับว่า ถ้าเปิดดูแล้วคนเป็นผู้แทนราษฎรจะนอนอยู่บ้านหรือจะซื้อตั๋ว เครื่องบินไปอเมริกา ๑๕ วันตอนช่วงปิดสมัยประชุม หรือจะลงไปดูแลพี่น้องประชาชน แล้วนั่นคือการแทรกแซง ผมก็จะพูดเหมือนท่านสุรชาติ เทียนทอง เหมือนกันครับ ถ้าย้อน เวลากลับไปได้แบบโดเรมอนก็จะทําแบบนี้อีกท่านประธานครับ ดูคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“................ : คลองแสนแสบจะไหลมารวมกันที่คลองนี้”

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านวิรัตน์ไม่ได้พูดถึงกรณีประตูน้ํา ในกรณีของท่านจิรายุเลยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องควบคุมนะครับว่า พาดพิงเฉพาะที่ พูดถึงและเสียหาย อันนี้เป็นกติกาของเรานะครับ และไม่ใช่มาถึงมาเปิดคลิปมาอะไรต่าง ๆ ผมว่าอันนี้ก็เหมือนอภิปรายแล้วครับ ท่านเตรียมการมาดีมากขนาดนั้นเลยหรือครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกําลัง ดูอยู่นะครับ ผมไม่ทราบว่าเป็นคลิปอะไร ก็ต้องให้ดูว่ามีอะไรบ้าง จะใช่ตรงที่มีปัญหาไหม เชิญ เอาเฉพาะตรงที่มีปัญหานะครับ ที่พาดพิงถึงท่าน เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ ท่านวิรัตน์พูดถึงกรณีประตูน้ําคลองสามวา พื้นที่รับผิดชอบของสมาชิกจิรายุ ห่วงทรัพย์ โดยตรงท่านประธานครับ คุณวิชาญนี้นอกเขตนะครับ แต่มาช่วยครับ คนเป็นผู้แทนราษฎรครับ จะพูดไม่ได้หรือครับท่านประธานครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถพร เมื่อกี้มีการพาดพิงจึงให้ท่านชี้แจงก่อนนะครับ เอาทีละท่านครับ ท่านประท้วง ทีละ ๒ ท่านเลยครับ ท่านบุญยอด

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม อรรถพร พลบุตร ประท้วงท่านประธานข้อ ๘ นะครับ การอภิปรายของท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่ได้กล่าวถึงคุณจิรายุในประเด็นเรื่องประตูน้ํา ที่คลองสามวา แต่เป็น ส.ส. ท่านอื่นครับ คุณจิรายุจะชี้แจงพาดพิงต้องประเด็นเรือที่เอาชื่อ ตัวเองไปติดนะครับ ส้วมที่เอาชื่อตัวเองไปติด ไม่ใช่ประเด็นประตูน้ําคลองสามวา ท่านประธานควบคุมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุเอาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับท่านก็แล้วกันครับ เอาตรงเฉพาะเกี่ยวข้องกับท่าน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ตกลงท่านพูดถึงคลองสามวา ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมหรือครับท่านประธานครับ ท่านวินิจฉัยด้วยครับ ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวได้ฟังแน่ท่านไม่ต้องห่วง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คลองสามวา ฟังเป็นของท่านวิชาญใช่ไหมครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ของผมครับ ผมนี่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ส่วนที่ ท่านเสียหาย ในส่วนที่ท่านเสียหายที่ไปติดป้ายชื่ออะไรนั่นละครับ เกี่ยวข้องกับท่านครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

โอเคท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตไปเรื่องเรือก่อนแล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ

ท่านดูภาพที่ ๑ ดูให้ชัดครับ พรรคประชาธิปัตย์ถ่ายมาไม่ค่อยชัด ท่านประธานครับ เดี๋ยวดูของผมนี่ชัดกว่าครับ ไม่ต้องไปอะไรมากมายครับ คนเป็น ผู้แทนราษฎรกล้าทําก็กล้ายอมรับครับ เดี๋ยวท่านประธานดูนะครับ เวลาพี่น้องเดือดร้อน ท่านประธานครับ ผมก็ดีใจนะครับ มีคนไปช่วยพ่นบ้างไม่เป็นอะไร แต่เดี๋ยวจะให้ดูอันที่ผมมีอยู่ ในที่เกิดเหตุ นี่ท่านประธานครับ ผมยืนอยู่หน้าซ้ายมือ ชัดเจนครับ พ่นคําว่า จิรายุ ห่วงทรัพย์ เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ ไม่ได้อยากโฆษณาหรอกครับ เป็นผู้ประกาศข่าวมา ๑๐ กว่าปี คนรู้จักแล้ว แต่ประเด็นท่านประธานครับ ส้วมแบบนี้ถ้ามาไว้หมู่บ้าน ท่านประธานเป็นหมู่บ้านปิดนะครับ ถ่ายไปปุ๊บหล่นตุ๊ง ตุ๊ง ตุ๊ง ไม่ได้ครับท่านประธานครับ ชาวบ้านบางคนบอก คุณจิรายุถ้าเสร็จแล้วช่วยยกกลับได้ไหมฉันไม่มีรถ ผมบอกถ้าอย่างนั้นได้ เพราะมันมาหลายเขตครับ มากันจากทั่วทุกสารทิศ เดี๋ยวรายละเอียดท่านวิชาญว่า

ท่านดูภาพต่อไปครับท่านประธานครับ นี่ครับพ่นกับมือ ชัดเจน ไม่ต้องบอก ไม่ต้องไปอ้างไอ้จุก ไอ้แกละ ไอ้เปียที่ไหนพ่น จิรายุยืนชัด ๆ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมบอก ต่อครับว่าทําไมต้องพ่นครับ ท่านประธานครับ มันมีพวกไอ้โม่งไม่ค่อยลงทุนท่านประธานครับ สอบตกนี่ละครับ พวกไม่ลงทุนเยอะ

ดูต่อมาท่านประธานครับ อีกภาพหนึ่งครับ เรือที่ท่านถ่ายเมื่อกี้นี้ผมถ่ายมา ให้เห็นชัด ๆ ครับ ถ้ามีซูม ท่านประธานครับ นี่เป็นเรือของ ปภ. ครับ ไม่เคยขอนี่ครับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโทรมาหาผมครับ บอกคุณจิรายุมีเรืออยู่ประมาณเกือบ ๒๐ ลํา กระจายเข้าไปในพื้นที่น้ําท่วมเขตต่าง ๆ ผมบอกท่านลําละเท่าไร เขาบอก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมบอกโอ้ใครจะมารับผิดชอบ และผมถามต่อว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมถามบอกว่าแล้วต้องส่งคืนไหม ให้แล้วให้เลยไหม เขาบอกคุณจิรายุ ทรัพย์สินทางราชการต้องคืนครับ ทําอย่างไรล่ะครับ ท่านประธานครับ ผมก็นั่งคิดเลย ๑. ให้ชาวบ้านแล้วหายวับไปกับตา เอาไปจํานําหรืออย่างไรครับ ผมก็เลยให้ลูกน้อง ท่านประธานครับตัดสติ๊กเกอร์ (Sticker) และพ่นลงบนสติ๊กเกอร์สีขาวและแปะไว้ครับ และให้ตํารวจ สน. นิมิตรใหม่ ๔ ลํา โทษครับ ๓ ลํา สน. บางชัน ๑ ลํา สน. คันนายาว ๑ ลํา ผู้กํากับการเซ็นรับเรียบร้อย ท่านบอกว่าท่านดูให้ดีนะนี่คือลําของผมที่ผมเบิกมานะ ที่เขา เอามามอบให้ผมและใช้ในราชการนะ ท่านอย่าเอาไปมั่วกับคนอื่นนะ เพราะมันมาหลายส่วน ท่านประธานครับ และอย่างไรครับ ถ้าผมไม่ติดอยู่ดี ๆ ท่านเอาไปเปลี่ยนกัน ท่านเอาเครื่อง ปลอมมาใส่ ท่านเอาเครื่องห่วยแตกมาเปลี่ยน ใครรับผิดชอบครับ อย่าได้แต่ตําหนิครับ ทํางานกันบ้าง ช่วยกันบ้าง ชัดเจนท่านประธานครับเขียน จิรายุ ห่วงทรัพย์ เขียนแค่ ส.ส. จิรายุ เพื่อให้รู้ว่าเครื่องยนต์นี้ผมเบิกรับมา ท่านประธานดูครับ เครื่องซ้ายนี่ยามาฮ่านะครับ เครื่องตัวละแสนกว่าบาทนะครับ เครื่องขวานี่เครื่องถูก ๆ หน่อยท่านประธานครับ

ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ ชัดเจนครับ ยืนอยู่ชัด ๆ ไม่ต้องไปอายใครครับ เป็นผู้แทนราษฎร ช่วยงานน้ําท่วม ช่วยได้ช่วยไป ท่านประธานครับเรือลํานี้มาจากจังหวัด สมุทรปราการ ผมจําไม่ได้ใครครับโทรมาหาผมครับ บอกคุณจิรายุ สมุทรปราการน้ําไม่ท่วม เอาเรือไปไหม ผมบอกพี่เอามาเหอะ ให้ประชาชนไปครับ ด้วยจิตกุศลครับ พ่นชื่อเพราะอะไร ท่านประธานรู้ไหมครับ มีประชาชนจิตอกุศลบางคนเอาไปเป็นเรือรับจ้าง ท่านประธานครับ เขาให้ไปช่วยประชาชนเอาไปใช้ส่วนรวมนั่งได้เกือบ ๑๐ คน ท่านประธานครับ ผมก็บอกว่าถ้าอย่างนี้ไม่ได้เรื่องแล้ว อันไหนที่จะให้ไปกรุณาหน่อยเถอะแล้วก็เขียนให้ชัดเจน ผมเลยพ่นชื่อไว้แล้วติดเครื่องเองท่านประธานครับ เงินตัวเอง ฝ่ายค้านช่วยบ้างไหมล่ะ ผมติดเครื่องด้วยตัวเอง วิ่งรับคนในซอย วันไหนผมว่าง ผมก็ลงไปท่านประธานครับ น้ําครึ่งเอว ชาวบ้านยกมือไหว้ประหลก ๆ ผมบอกไม่เป็นอะไรท่าน เรือมันก็เขียนอยู่แล้ว อบต. สมุทรปราการ ไม่ได้เอาสีไปพ่นลบที่ไหนล่ะ จะตื่นเต้นอะไร หรือว่าถ้าจะด่าชาวบ้าน เขาไม่ต้องช่วยกัน ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องทําท่านประธานครับ ผมก็ยอมรับความจริงว่าผมพ่น แต่ก็น้ํามันตัวเอง โชคดีที่ กกต. ให้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ก็นั่งแต๊ก ๆ เข้าไป ในซอยบ้าง ออกมาบ้าง ผมขับเองก็ยังมีท่านประธานครับ

ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ ผมบอกแล้วภาพเขาถ่ายไม่ค่อยชัด ท่านประธานครับ ของผมนี่แน่นอนครับชัดกว่า ไปรับถุงยังชีพจากกรุงเทพมหานครมา ท่านประธานครับ ไม่เคยมีนิสัยสันดานไม่ดี ท่านประธานครับ รับมาอย่างไรแจกอย่างนั้น ช่วยผู้ว่า กทม. สุขุมพันธุ์ บริพัตร แจก รับมา ๒๐๐ ถุง รถผมก็รถส่วนตัว น้ํามันก็ส่วนตัว ทําไมล่ะครับ ชมบ้างไหมล่ะ ไม่ชม ด่าอย่างเดียว

ดูต่อมาท่านประธานครับ อีกภาพหนึ่งครับ ดีครับประชาชนจะได้รู้ว่าผม ทํางานอย่างไร แข่งกับ กทม. ที่มีทั้งกําลังตั้ง ๑,๒๐๐ คน เขตผมนี่ท่านประธานครับ ผมมี รถแบบนี้ ๓ คัน นี่ไปมอบถุงยังชีพที่รับมาจาก ศปภ. จากท่านสุรชาติ เทียนทอง ประมาณ ๕๐๐ ถุง ท่านประธานครับ ผมจําได้มีผู้แทนของฝ่ายค้านเคยอภิปรายเรื่องถุงยังชีพแล้วก็ เหน็บแนมก็บอกว่านี่เอาไปแจกแถวมุสลิมก็ไม่รู้เลยข้างในมีมาม่าหมูสับ ก็ท่านเล่นแช่งไว้ ท่านประธานครับ ท่านบอกใครไปแกะถุงยังชีพและเอาชื่อของตัวเองเข้าไปใส่ขอให้มีอันเป็นไป ผมจะรู้ไหมล่ะครับท่านประธานข้างในมันมีมาม่าหมูสับ นี่ละครับเขาบอกว่าคนมันลูกอีช่างติ เพราะฉะนั้นประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าคนจิตกุศลทําไปเถอะครับ ผมไปทุกเขตผมไม่สามารถ แกะทุกกล่อง และขออภัยพี่น้องไทยมุสลิมครับ ขออภัยจริง ๆ วันนั้นผมเจ็บปวดผมยัง กลับไปนั่งคุยกับภรรยาบอก เอ๊ะ ถ้าเราแกะทุกถุงเราจะโดนเขาแช่งและเป็นแบบนั้นไหม

ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ น้ํามันครับ ดีนะไม่พูดท่านวิรัตน์ไม่ได้บอกว่า ผมขโมยน้ํามันมาด้วย ข้าง ๆ พ่นชื่อครับท่านประธานครับ ชัดเจนครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ กว่าจะไปรับมาได้แต่ละจุดไปวางไว้เผลอแป๊บเดียวหายท่านประธานครับ ผมรับมาปุ๊บนี่ ให้ตํารวจมารับเลย บอกท่านอย่ามาไว้สํานักงานผมเยอะ รถผมมี ๓ คัน ผมใช้เติมถัง ๒ ถัง ก็หมดแล้ว ท่านเอาไปใช้กับเรือตรวจการจะได้ไม่ต้องไปเบิกงบประมาณครับ อย่างนี้ชมบ้าง สิครับ ไม่ใช่สักแต่ด่า ติดชื่อ ส.ส. จะต้องเป็นชื่อ ส.ส. รายละเอียดเล็ก ๆ ไอ้จุก ไอ้แกละเขา ไม่ทํากันหรอกครับ

ท่านประธานดูภาพต่อมาครับ ท่านประธานครับนี่ทรายนะครับ ถ้าผมพ่น ชื่อได้ผมพ่นไปแล้ว มันเม็ดเล็กมันพ่นไม่ได้จริง ๆ เพราะมันเป็นเงินผมท่านประธาน กรุงเทพมหานครครับท่านเพิ่งมาตื่นเต้นช่วงนี้ ผมตื่นเต้นมาตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคม ท่านประธานครับ ชาวบ้านตื่นทรายไปขอเขตมีไหม ไปขอที่ไหนได้ครับ ส.ส. ควักกระเป๋าเอง ท่านดูครับนี่หน้าสํานักงานผมชมบ้างสิครับ โอ้ จุกจิกพ่นสีอย่างโน้นอย่างนี้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ เอาเฉพาะประเด็นที่คุณเสียหายพอนะครับ เดี๋ยวจะมีประท้วงกลับไปมามันจะไม่เดินนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ต่อครับ ท่านประธานครับ ต่อนะครับ ดูภาพต่อไปท่านประธานครับ ชมผมบ้างสิครับ อย่างนี้ชมบ้างผู้แทนฝ่ายค้านครับ ทรายนี่เงินผมนะ จิรายุล้วน ๆ นะ ท่านประธานครับ เมียผมท้อง ๘ เดือนจะคลอดแล้วผม ต้องเก็บเงิน ผมยังต้องไปซื้อทรายแจกชาวบ้าน และผมใส่ถุงใครรู้ไหมครับ สํานักระบายน้ํา กรุงเทพมหานคร ใครได้หน้าครับ ผู้ว่า กทม. ชมผมบ้างสิครับ ทําไมไม่ชมล่ะ หรือว่าท่าน บอกทรายของท่าน ดูภาพต่อมาท่านประธานครับ ไม้ถ้าพ่นสีได้พ่นไปแล้ว แต่ไม่พ่นเพราะ อะไรก็เงินผมหนักหัวใครท่านประธานครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุครับ มีคนประท้วงแล้วนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

ไปได้น้ําขุ่น ๆ จริง ๆ เลยนะครับ ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานและท่านผู้อภิปราย ข้อ ๘ และข้อ ๖๑ นะครับ คงต้องควบคุมประเด็นของการอภิปรายที่พาดพิงจริง ๆ ไม่ใช่ประเด็นมาเผยแพร่กิจกรรม อะไรต่าง ๆ นานา ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นที่มีสาระ และผมต้องกราบเรียนว่าพวกเราก็ ผู้แทนชาวบ้านครับ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านการลุยน้ํามา ๕ หน ๑๐ หนครับ ฉะนั้นเรื่องนี้ เป็นปกติในวิถีชีวิตของเรา ไม่ใช่เรื่องที่มาโฆษณาอวดอ้างนอกเหนือจากประเด็น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถพรครับ ผมพยายามควบคุมนะครับ ผมก็ได้เตือนผู้ที่ถูกพาดพิงนะครับ คุณจิรายุครับ หมดหรือยังครับของท่าน เอาสรุป ๆ หน่อยครับ เอาเฉพาะที่ท่านเสียหายเดี๋ยวก็จะมีคน ประท้วง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ เรือครับ ดูภาพต่อไปอันนี้ชัดสุด ๆ ท่านประธานครับ พ่นแล้วตื่นเต้นอะไร ท่านรู้ไหมครับ ชื่อผมพ่นสิทธิของผม ทําไมล่ะ สตางค์ผม ถ้าไม่ใช่สตางค์ผม สตางค์ของเพื่อนผม เรือ ๒๐ ลําแบบนี้ท่านประธานครับ ป๋าเหนาะให้มา ท่านสุรชาติ เทียนทอง ประสานงานจาก คุณพ่อ คุณพ่อบอกสระแก้ว เอ๊ย จิรายุมีเยอะเอาไปหน่อยสามวาไม่ค่อยมีใครดูแล เพราะ กทม. เขาบอกเป็นคนชั้นนอก ให้คนชั้นในได้เดิน ใส่ส้นสูงเดิน ผิดหรือครับ

ดูต่อไปท่านประธานครับจะจบแล้วครับ ขอบคุณครับที่ถาม เครื่องสูบน้ําครับ จะจะท่านประธานครับ มอบให้ชุมชนที่ท่านไปถ่ายภาพกันนั่นละครับ ผมไม่ว่าชุมชนเขาครับ อาจจะมีคนไม่ชอบผมก็เรื่องของเขา แต่ท่านรู้ไหมครับ สูบน้ํานี้เงินผมครับเอาไปสูบน้ําชุมชน ประยงค์แย้มที่ท่านไปทํานั่นละครับ ขอบคุณผมบ้างไหมครับ

ดูภาพต่อไปท่านประธานครับ ติดให้จะจะพรรคเพื่อไทย ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ สูบน้ําให้ประชาชนเงินตัวเอง ทําไมล่ะติดไม่ได้หรือครับ มีกฎหมายห้ามหรือ ท่านประธาน อย่างนี้ทําไมไม่ชมล่ะครับ ถ่ายมาบ้างสิ ไม่ถ่าย

ต่อไปครับท่านประธาน สุดท้ายแล้วครับ ทําไมครับ รถเมล์วิ่งไม่ได้เลย คลองสามวา ผมเช่ารถสองแถวท่านประธานครับ ติดป้ายผิดไหม ทําไมไม่ถ่ายมาล่ะครับ จิรายุติดป้ายไปบริการประชาชนฟรีอย่างนี้ใช้ไม่ได้ นั่งรถ เดี๋ยวจะนอนคิด กลับไปบ้าน นอนไม่หลับ อย่างนี้ทําบ้างไหมครับ หรือได้แต่ด่าอย่างเดียวไม่ได้ช่วยใคร ดูภาพต่อไป ท่านประธานครับ จัด ๆ จัดเต็ม ๆ เลยท่านประธานครับ จะว่าแทรกแซงก็ถอดถอนกันครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ป้ายนี่เขา ไม่ได้พูดถึงนะครับคุณจิรายุ ไม่ได้พูดถึงเรื่องป้ายนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

อย่างนั้นเอาเท่านี้ก่อน ท่านประธานครับ ชัดเจนนะครับ โดยสรุปท่านประธานครับ ผมมาจากนักข่าว ผมเข้าใจครับ ว่าอะไรควรไม่ควร เรื่องบางเรื่องท่านอย่ามาทํากันครับ ถ้าเรื่องบางเรื่องถ้าผมทําแล้วเป็น กุศลผมจะทําครับ แล้วที่น่าสนใจที่สุดวันนี้คลองสามวา ท่านผู้ว่า กทม. ไปดูหน่อยนะครับ มันยังท่วมอยู่ ขอถุงยังชีพ ข้าวกล่อง พูดกันสนุกสนานท่านไม่รู้จริง ไม่ว่ากันครับ ท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่า พอแล้วครับ ที่ท่านชี้แจงผมว่าดีมากแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญท่านจารุพัฒน์ครับ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ไม่ใช่นายจารุพัฒน์นะครับ แล้วก็ไม่ใช่นายจารุบุตร ประธานรัฐสภาด้วย บังเอิญจารุบุตร จารุพงศ์ จารุพัฒน์ และจารุวงศ์ มันเยอะมากครับ ขอเรียนเหตุผลที่ให้คําปรึกษาในเหตุผลที่ว่า ในเรื่องของสิทธิพาดพิงครับ

ผมขอกราบเรียนว่า ศปภ. เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อแก้ไข ปัญหาน้ําท่วม และในภาวะที่น้ํากําลังจะท่วมเข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร

๑. กระผมขอกราบเรียนว่าผมเคยเป็นอดีตผู้อํานวยการเขตบางเขน ซึ่งดูแล รับผิดชอบ ๕ เขต คือบางเขน สายไหม จตุจักร ดอนเมือง และหลักสี่

๒. ผมเป็นรองปลัดกรุงเทพมหานครมาก่อน รับราชการมา ๒๐ ปี เห็นว่า ถ้าหากว่าผมได้รับการมอบหมายให้ทําหน้าที่เพียงแค่เป็นที่ปรึกษาของ ศปภ. และ กทม. ทําการประสานการปฏิบัติ ซึ่งทั้ง ๒ พรรคนี่อยู่คนละพวกกันครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีคนกลาง ที่สามารถจะประสานได้นี่ผมก็รับยินยอมที่จะทํา ถึงแม้ว่าท่านจะถอดถอนผมก็เชิญเถอะครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่ผมคิดว่าผมจะทําเพื่อพี่น้องประชาชนชาวบางเขนทั้ง ๕ เขต และชาวกรุงเทพมหานคร และความเดือดร้อนของชาวลําลูกกาด้วย เพราะฉะนั้นพันธะหน้าที่ ของการเป็น ส.ส. นี่จึงทําให้ผมกระโดดลงมาที่จะให้คําปรึกษาแนะนํา การให้คําปรึกษา แนะนํานั้นไม่ใช่แปลว่าจะเข้าไปแทรกแซงหรือมีผลประโยชน์ส่วนตนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ท่านจะฟังผมก็ได้ ไม่ฟังก็ได้ คนแก่ ๆ คนหนึ่งอายุ ๖๕ ปี มีประสบการณ์ใน กทม. มา ๒๐ ปี เรื่องน้ําท่วมผมเคยเป็นผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานครสมัยน้ําท่วมปี ๒๕๓๘ ผมก็แก้ไขปัญหา น้ําท่วมมาโดยตลอด

เพราะฉะนั้นผมก็พยายามเอาประสบการณ์ที่ผมมีอยู่ทั้งหมดมาให้คําปรึกษา แนะนํากับ ศปภ. และให้คําแนะนํากับ กทม. น้อง ๆ ทั้งนั้นนะครับ ไปถามผู้อํานวยการ สํานักระบายน้ํานายสัญญาได้เลยว่าผมได้ทําหน้าที่ดูแล แล้วก็ให้คําปรึกษา และให้ ความช่วยเหลือกับเขาแค่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็ขอตอบสั้น ๆ ว่าด้วยจิตอาสา และด้วยความคิดว่า ศปภ. นั้นเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจที่จะต้องทําการแก้ไขภาวะอุทกภัย ของชาติ แล้วคนคนหนึ่งที่เป็น ส.ส. มันจะมาให้คําปรึกษาแนะนําบ้างมันจะผิดอะไรกัน นักหนาครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกเองได้ให้เกียรติพาดพิงถึงเรื่องซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ดี นะครับ แต่เมื่อมาพูดในสิ่งที่ใส่ความนี่ผมเองก็ต้องขออนุญาตนะครับว่า ผมเองในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทําหน้าที่ตามสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการดูแล พี่น้องประชาชนเรื่องความเดือดร้อน เรื่องความจําเป็นที่พี่น้องประชาชนได้รับ สิ่งหนึ่งนะครับ

ขออนุญาตชี้แจงในเรื่องแรกก่อนครับ เรื่องห้องน้ํา ห้องน้ํานี่นะครับ ท่านวิรัตน์ครับผมว่าทุกคนต้องเข้านะครับ ถ้าใครไม่เข้าห้องน้ํานี่ผมถือว่ามันก็คงจะไม่ดีแล้ว ก็ไม่เหมาะสม ยิ่งสภาวะที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนนี่ยิ่งต้องหาห้องน้ําสุขาให้ใช้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้เขาบอกว่าห้องน้ําทําที่วิทยาลัยกาญจนาภิเษกมหานคร ก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะว่าชื่อยี่ห้อมันติดอยู่ ของวิทยาลัยเขาทําครับ แต่สิ่งที่ผิดแปลก ก็คือว่า ผมเองนั้นนะครับกับพรรคพวกเองนั้นส่วนหนึ่งได้นําในส่วนของอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเป็นการให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทําห้องน้ําสุขาตรงนี้ แล้วก็โดยเฉพาะ ท่านบอกว่า ๕๐ หลัง ไม่ใช่นะครับท่าน ทั้งหมด ๘๐ หลัง ขออนุญาตว่ามีหนังสือยืนยันจาก ทางวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกเป็นหนังสือขอบคุณมาทางผม แล้วก็เป็นหนังสือนะครับ ซึ่งบอกว่าจัดทําสุขาลอยน้ํา จํานวน ๘๐ ชุด โดยเฉพาะนอกจากทําแล้วนี่นะครับ ยังมี การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอีกครับวิทยาลัยนี้ คือถ้าปล่อยให้กรุงเทพมหานครดูแล พี่น้องประชาชนฝั่งตะวันออก ผมว่าไม่รอดละครับ เพราะว่าน้ํามันท่วมก่อนเดือนกันยายน ท่วมพร้อมกับพี่น้องในจังหวัดนครสวรรค์ แต่ปรากฏว่าไม่มีคนดูแลครับ พวกผมเองในฐานะ ส.ส. อย่างที่จิรายุพูดไปนะครับก็ต้องลงมาดูแล ก็ไปของบประมาณส่วนหนึ่งจากทาง กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ขาดแคลนนี่ครับเอาไปช่วยเสริม เพราะว่า อาชีวะเขาเป็นแผนกที่สามารถผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เรียนว่าหนังสือฉบับนี้ได้แจ้ง มาถึงผมแล้วก็เป็นหนังสือขอบคุณนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านประธานครับ อันนี้เป็นหนังสือ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นหนังสือซึ่งทางวิทยาลัยเองได้จัดทําอุปกรณ์ แต่ส่วนชื่อ ผมเรียนตรง ๆ ครับว่าผมไม่ได้พ่นเองครับ ท่านพ่นมาให้จากวิทยาลัยครับ ผมก็ถามท่าน ผอ. บอกว่า ทําไมท่าน ผอ. ถึงกรุณาพ่นชื่อผมติดที่สุขาด้วย ท่านบอกว่าต้องพ่นครับ เพราะว่า การนําสิ่งของเหล่านี้มันเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ถ้าเอาไปใช้แล้ว การจะทวงคืน หรือการจะนํากลับมันกระจายอยู่นะครับ อยู่หลายเขตที่ได้ส่งมอบไป ดังนั้นในส่วนหนึ่ง ที่ไปโผล่อยู่ที่เขตคลองสามวาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งซึ่งผมเองได้ดูจากทรัพย์สินเพราะว่าเป็น จํานวนหนึ่งที่ทางพรรคพวกเองได้จัดหาอุปกรณ์ไม้แล้วก็ถัง ถังนี่หายากนะท่านประธาน ถัง ๒๐๐ ลิตรนี่กว่าจะมาประกอบเป็นตัวสุขาเคลื่อนที่ได้นี่มันลําบากครับ จึงเป็นสิ่งที่ ขาดแคลน ดังนั้นท่านเองท่านผู้อํานวยการโสภณ กันภัย เอ่ยนามก็ได้ครับ ท่านให้ ความกรุณาใส่ชื่อผมลงไป ก็ไม่นึกละครับว่าการใส่ชื่อตรงนี้จะเป็นพิษจะเป็นภัยต่อการถูก อภิปรายครับ ผมก็เรียนแล้วเมื่อกี้เรียนท่านแล้วบอกว่าทําไมใส่ชื่อก็ไม่เป็นอะไรครับ เมื่อใส่ชื่อแล้ว ประกาศไปแล้ว พี่น้องประชาชนเวลาเข้าห้องน้ําห้องท่าจะได้นึกถึงชื่อผมด้วย นะครับ ขอบคุณครับ

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องประตูระบายน้ํา ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงมากครับ เพราะว่าการที่จะไปอ้างว่าผมมีความสามารถ หลายคนหลายครั้งนะครับบอกว่ามีนบุรีนี่เป็น เขตอิทธิพลของผม มี ๒ ผู้ยิ่งใหญ่ไม่สามารถที่จะให้น้ําท่วมมีนบุรีได้ ผมเรียนตรง ๆ ครับว่า น้ําท่วมมีนบุรีก่อนเขตพื้นที่ใด แล้วเขตรอบนอก มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา ๔ เขตนี้ ท่านไปดูครับว่าน้ําท่วมพร้อมกับต่างจังหวัดครับ เป็นเรื่องแปลกครับท่านประธาน พวกผมต้องลงไปดู เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านอดีตผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ท่านอภิรักษ์บอกว่าเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ ใช่ครับ เป็นพื้นที่สําหรับให้น้ํามัน วิ่งผ่าน แต่บังเอิญฝากท่านไปดูครับในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทําไมท่าน ปล่อยให้การก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรในสมัยท่านขึ้นเยอะแยะมากมายครับ ใบอนุญาตออกได้ อย่างไรครับ เป็นพื้นที่ฟลัดเวย์ เป็นพื้นที่เขียวลาย ก็เลยทําให้การระบายน้ําของ กรุงเทพมหานครไม่สะดวก ผมขออนุญาตตรงนี้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านวิชาญ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านคงได้ฟังนะครับว่านอกเรื่องไปแล้ว นะครับ ท่านต้องอภิปรายเฉพาะสิ่งที่ตัวเองถูกพาดพิงแล้วเสียหาย ไม่อย่างนั้นเวลา ถ้าอย่างนั้น เราไม่ต้องจบเที่ยงคืนดีไหมครับ ถ้าอย่างนั้นอภิปรายต่อวันพรุ่งนี้อีกวันหนึ่งนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ ท่านบุญยอดพอแล้วครับ ท่านวิชาญเอาเฉพาะเรื่องประตูระบายน้ํา เมื่อกี้ผมดู

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานฟังให้ดีก่อนสิครับ แล้วก็ท่านบุญยอดฟังให้ดีก่อนนะครับ เมื่อเช้านี้ท่านสาทิตย์อภิปรายพาดพิงมาบอกว่า การยกประตูระบายน้ําคลองสามวานี้ทําให้น้ําท่วม ๒,๐๐๐ คลอง แล้วทําให้คนเดือดร้อน แล้วก็ทําให้นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังจะเกิดปัญหา แล้วใครเปิดล่ะครับ แล้วเอ่ยชื่อผมมา ตอนนี้มันเข้าหรือเปล่าล่ะ ถ้าเอ่ยชื่อคนอื่นผมจะไม่พูดเลย แล้วมันเข้าหรือเปล่าล่ะ ฟังสิครับ ตอนเช้าผมจดอยู่นะ ๒ คนที่ผมพูดถึงมันมี ขออนุญาตท่านประธานครับ อย่าให้เสียเวลาครับ ผมเป็นคนไม่ชอบเสียเวลานะครับ ผมเรียนต่อไปครับว่า สาเหตุที่พี่น้องประชาชนมาเรียกร้องที่ให้เปิดประตู ผมจะเล่าให้ท่านฟัง เมื่อน้ําท่วมในเดือนกันยายนตั้งแต่ต้นเดือนมา น้ําขัง น้ําท่วม ท่านไปถามครับมีสัมภาษณ์ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่อง ๓ คนที่ไปเปิดประตูระบายน้ําตกเป็นจําเลยหมดนะครับ คนเขต คลองสามวา เพราะอะไรครับ น้ําท่วมไม่มีคนดูแล ผมสงสารผู้อํานวยการเขตครับมีแต่มือแต่ไม้ อุปกรณ์ของใช้ทุกอย่างไม่มีไปแจกให้ ถุงยังชีพไม่มีครับจํานวนจํากัด ไม้ที่จะทําสะพาน ทางเดินไม่มี แม้กระทั่งลงไปดูแลก็ยังไม่ดูแล สิ่งที่ตามมาก็คือความเดือดร้อนที่เขาบอกว่า แล้วใครจะแก้ไข เขาก็ไปเห็นประตูครับ ระดับน้ํามันต่างกันท่านประธาน เขาก็มองออกครับ ว่าระดับน้ําที่มันต่างกันนี้มันคงเป็นเพราะว่าไม่ได้ระบาย ก็เลยคิดว่าจะต้องไปเปิดประตู ระบายน้ํา ผมขออนุญาตท่านประธานครับ หนังสือฉบับหนึ่งที่ลงโดยรองอธิบดี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ คุณฉัตรป้องนี่เขาบอกว่า วันที่ ๒๖ กันยายน ที่ผ่านมา ลงว่าเป็นเขตภัยพิบัติในเขตฝั่งตะวันออก ทั้งมีนบุรี ทั้งเขตคลองสามวา ก็แสดงว่า น้ํานี่มันท่วมก่อนกันยายนมามันถึงเกิดภัยพิบัติ พูดแค่นี้ก็คงพอเข้าใจนะครับ ดังนั้นเมื่อไม่มี คนมาดูแล สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือประชาชนเดือดร้อน เขาก็เลยเดินทางมาที่ประตูระบายน้ําวันที่ ๓๐ ครับ วันที่ ๓๐ เดือนตุลาคม ถามท่านประธานครับว่าวันที่ ๓๐ ตุลาคมนี่ ผมยังไม่ได้รับรู้ อะไรหรอกครับ อยู่ในคลองครับ ไปลอกคลอง เขาว่าคลองมันจะตันมีปัญหา เอาคลิป มาดูหน่อย ขออนุญาตดูคลิปหน่อยครับว่าคลองมันตันจริงหรือเปล่า ทําให้การระบายของน้ํา ไม่ได้ ขอคลิปดูหน่อยได้ไหมครับท่านประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้ไม่ใช่ครับ เอาขึ้นไปอีก ครับ ผักตบชวาที่มันแน่นเต็มคลอง ผมจะชี้ครับแล้วถึงจะมาบอกว่าเปิดประตู อยู่ ๆ มาตอบ ว่าเปิดประตูอย่างนี้ไม่ได้ครับ เปิดดูนิดหนึ่งครับ ผมใช้เวลาไม่นานหรอกครับ จะได้เห็นว่า สภาพมันเป็นอย่างไร ขออนุญาตเปิดคลิปด้วยครับ ภาพผักตบชวา ให้ดูครับว่าคลองมันแน่น ขนาดไหนครับ นี่ครับ คลองนี่มันแน่น

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญ ท่านบุญยอดประท้วงครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านใช้สิทธิแค่พาดพิงนะครับ คนอภิปรายเขาอภิปรายไม่ถึง ๑๐ นาที ถามว่าพาดพิงจะใช้เวลากันเท่าไรครับ ท่านรู้ได้ อย่างไรครับว่าเขาจะพาดพิงเรื่องอะไร ท่านส่งก่อน ๓ ชั่วโมงกับคณะกรรมการหรือไม่ ท่านประธานครับ ถ้าท่านไม่ควบคุมเราเดินกันต่อไม่ได้นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดครับ พอดีมีคนเซ็นหนังสือรับรองทุกฝ่ายมา เอกสารนะครับ เอกสารทั้งหมดที่ เสนอมานี่มีทุกฝ่ายเซ็นชื่อมาหมด ผมไม่ทราบมาถึงที่ผม ผมก็ได้เห็นนี่ครับ ก็เป็นของ คณะกรรมการทั้งหมดที่เซ็นมาครับ ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ไม่มีที่ผมนะครับ คณะกรรมการได้ พิจารณาก่อนแล้ว

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า เราใช้สิทธิในการอภิปรายไม่ไว้วางใจกับ รัฐมนตรีนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องพาดพิงให้เสียหายต้องกระชับที่สุด แล้วให้ทางฝ่ายค้าน เดินต่อไป แล้วท่านรัฐมนตรีก็มีสิทธิใช้ในการอภิปรายเองได้ ถ้าอย่างนั้นผมท้าเลยนะครับ ถ้ายังทํากันอย่างนี้เราอภิปรายเกินเที่ยงคืนนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดเดี๋ยวจะยาวไป ท่านวิชาญครับ กรุณาให้ถึงจุดตรงคลองที่มีปัญหาก็แล้วกัน นะครับ จะได้ไปต่อไปนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ ในญัตตินี้มี ชื่อผมอยู่ด้วยนะครับท่านประธาน ท่านบุญยอดครับ ชื่อผมมีอยู่ด้วยนะครับ โดนด้วยนะครับ ขออนุญาตผมชี้แจงเถอะครับ เพราะสิ่งที่เขาพูดว่าผมมานี่นะครับพูด ๕ นาทีก็เสียแล้ว ๒ นาทีก็เสียแล้วครับ ถ้าไม่ชี้แจง พี่น้องประชาชนทางบ้านเขาจะบอกว่าผมนี่เป็นอย่างที่ เขาว่า ขออนุญาตท่านประธานครับ เปิดครับ รูปนิ่ง ๆ ก่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดูนะครับ นี่ครับ ทําไมเล็กจัง เมื่อกี้ใหญ่ เอาใหญ่นิดหนึ่งครับ ไม่ต้องอายครับ เขาเห็นกันทั่ว เปิดนิดหนึ่งครับ เห็นไหม พอโดนประท้วงเลยรูปหดเลย ขออนุญาตครับ นี่ครับผักตบชวาแน่นคลอง เปิดอีกครับ เปิดไปอีกครับ ไม่เสียเวลาครับ นี่ครับสวยไหมครับ นี่พัฒนาหน่อยนะครับ ออกมาด้านข้างแล้ว ตอนแรกแน่นคลอง เปิดอีกครับ นี่ครับ ไม้เต็มแน่นคลองไปหมด เสา แล้วมันจะระบายน้ํา อย่างไรท่านประธาน นี่กรุงเทพมหานครทํากันแบบนี้ เปิดอีกครับ แถวคลองบ้านผม แน่นไปหมดเลยครับ เอาเปิดอีกครับ ไปเร็วหน่อยครับ เดี๋ยวจะโดนว่าครับ ไปเร็วหน่อย อันนี้นะครับ ก็เลยเป็นเหตุที่บอกว่าน้ํามันขังไม่มีการระบายน้ํา ชาวบ้านเลยมาประท้วงกันครับ รูปที่ถ่ายประท้วงวันที่ ๓๐ และวันที่ ๓๑ ครับ เปิดต่อเห็นไหมเขาเดือนร้อนครับ อยู่ ๆ เขาอยู่ในบ้านเขาเย็นสบายครับ ก็คงไม่ออกมา แต่น้ํามันท่วม เห็นไหมครับ ก็เลยต้อง มาชุมนุมกัน พอชุมนุมกันแล้วปรากฏว่าช้าหน่อยสิ พอเวลาอย่างนี้เร็วเหลือเกิน พอเขา ชุมนุมแล้วนะครับ เขาก็มองว่าไม่มีคนมาพูดมาเจรจา มันมี ๒ วันท่านประธาน เพราะมัน ติดต่อกัน วันที่ ๓๐ ผมไปเปิดประตูเหมือนกันครับ แต่ กทม. เจรจากันอย่างไรไม่ทราบครับ ผมไปถึงบ้านตอน ๔ ทุ่ม ท่านรัฐมนตรีประชาขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านโทรศัพท์ไปบอกวิชาญ ขอร้องเถอะไปดูหน่อย ประตูระบายน้ําคนชุมนุมกัน ขุดพนังประตูแล้ว ผมบอกตายแล้ว ทําไมใครไปขุดพนังประตูเดี๋ยวจะกั้นไม่ได้ ผมก็ไปดูครับ ไปถึง ๕ ทุ่ม ปรากฏว่าชาวบ้าน กําลังขุดพนังประตูอยู่จริง ๆ ก็สอบถามบอกว่า ตกลงกันอย่างนี้ครับว่าประตูระบายน้ํา ดังกล่าวตกลงกันขอเปิดเมตรหนึ่ง กทม. บอกว่าต่อรองกันไปต่อรองกันมา ๘๐ เซนติเมตร แต่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยตอนชาวบ้านจะกลับไปเปิด ๗๕ เซนติเมตร แล้วอีก ๕ เซนติเมตร ไม่ได้ลดครับ ก็เลยมีปัญหา ผมก็เลยไปเคลียร์ปัญหา พอไปเคลียร์ปัญหาท่านประธานครับ ก็เลยได้รับคําตอบว่าขณะนั้นมีการบันทึกไว้เรียบร้อยว่า นี่ผมเปิดให้ดูครับ ผมมีหนังสือจาก ตํารวจครับ นายวิรัช อินช่วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ทําหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง ผู้ชุมนุมและภาครัฐทําหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยร้องข้อเสนอของประชาชนโดยสอบถาม ประชาชนว่าต้องการให้เปิดประตูระบายน้ําระดับเท่าไร ประชาชนส่วนใหญ่ตะโกนบอกว่า ๘๐ เซนติเมตร เท่าที่เคยได้มีการเปิดไว้ก่อนเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม นี่มีวันที่ลงด้วยว่าวันที่ ๒๙ ตุลาคมเปิดขณะนั้นอยู่ แต่วันที่ ๓๐ เอาประตูลงครับ นายวิรัชจึงได้สั่งการผ่านเครื่อง เปล่งเสียงว่าให้เจ้าหน้าที่มาเปิดประตูระบายน้ําที่ระดับ ๘๐ เซนติเมตร ซึ่งต่อมาได้มี เจ้าหน้าที่ที่ทําหน้าที่ควบคุมประตูระบายน้ํา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของเขตคลองสามวาก็คือ เจ้าหน้าที่รักษาประตู มาปรับประตูระบายน้ําอยู่ที่ ๗๕ เซนติเมตร นี่มันเกี่ยงกัน ๕ เซนติเมตรท่านประธาน ผมก็เลยถูกขอร้องไป พอถูกขอร้องไปก็ไปเจรจาครับ ๕ เซนติเมตรให้เขาได้ไหม เพราะตกลงกันที่ ๘๐ เซนติเมตร ก็สรุปตกลงครับ เจ้าหน้าที่ ที่รักษาประตูก็มาเปิดประตูที่ ๘๐ เซนติเมตร นี่คือคืนวันที่ ๓๐ ผมกลับบ้านตีหนึ่งครับ เป็นวันที่ ๓๑ แล้ววันนั้น ประชาชนกลับไป แต่ร้องบอกว่าต้องการที่ ๑ เมตร แต่เมื่อได้ ๘๐ เซนติเมตรก็โอเค พนังถูกเปิดแล้วครับ พนัง ๒ ข้างหูช้าง พอกลับไปเสร็จเขาบอกว่า พรุ่งนี้ถ้าน้ําไม่ลดจะมาทวงคําตอบ ท่านประธานครับ เช้า ๐๙.๐๐ นาฬิกา ผมวิ่งเข้าไป ศปภ. ไปรายงานบอกว่า ถ้าท่านเองไม่ดําเนินการในเรื่องดังกล่าวปัญหาตามมาแน่ เพราะเขา เอาแน่ เขาเปิดพนังประตู ผมเรียนว่าขณะนี้คนที่ไปเขารู้จักผมทุกคนส่วนใหญ่ เพราะผมเป็น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับพวกเราที่นั่งอยู่ในสภา เป็นมา ๒๖ ปี ถ้าไม่มีใคร รู้จักแย่แล้ว สอบได้มาอย่างไร สุดท้ายวันที่ ๓๑ เขาก็เลยมีการบอกว่าไปชุมนุมกันอีกครับ ทีนี้ขุดแล้ว รูปที่ถ่ายมานี่ รูปที่ถ่ายมาก็ขุดแล้วครับ พนังเปิดอีกครับ ขุดจนขาดครับ ต้องเปิดอีกครับ ตอนนี้ให้เปิดไม่เปิดแล้ว นี่ครับขุดแล้วครับ ขนาดตํารวจมายืนป้องกันไว้ ยังไม่ไหวเลย เขาบอกไม่ได้ ตํารวจป้องกันแล้ว ไม่ได้ ในเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ ก็ได้รับรายงาน

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายข้อ ๖๓ ครับ ผมว่าท่านก็ได้ชี้แจงในส่วนที่ท่านเสียหายมา พอสมควรแล้วครับ ที่เห็นนี่เหมือนท่านมาเป็นผู้อภิปรายแล้วครับ ฝ่ายค้านไม่มีเลยครับท่าน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับ ก็ขอความกรุณาสรุปให้จบได้แล้วครับ สั้น ๆ สัก ๒ นาทีนะครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวจะมีประท้วงต่ออีกท่าน เอาละครับ สัก ๒ นาที ผมอนุญาตแค่นั้นครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่เห็นใจผมหรือครับ ฝ่ายค้านไม่เห็นใจหรือครับ ผมโดนถอดถอนเหมือนกัน ท่านยื่นชื่อผมนะครับ และออกพูดในสภา ออกพูดในสื่อตลอดนะครับ ผมได้เวทีตรงนี้ชี้แจง สัก ๑๐ นาที ๒๐ นาทีเป็นอะไรครับ นิดเดียวครับ จะขออนุญาตครับ เพื่อความกระจ่าง นะครับ นิดเดียวจะจบแล้วครับ ต่อมาเมื่อผมได้รับทราบนะครับ ผมก็บอกคณะกรรมการ คณะกรรมการไม่ได้หลักลอยนะครับ เป็นคณะกรรมการซึ่งแต่งตั้งตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๘/๒๕๔๐ มีนายวีระ วงศ์แสงนาค เป็นประธาน

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับ มีท่านรัชฎาภรณ์ประท้วงนะครับ เชิญครับท่านรัชฎาภรณ์ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าเราเข้าใจนะคะว่าในช่วงที่ผ่านมาท่านประธานท่านที่แล้วก็บอกว่าถ้าเป็นเรื่องของ ประเด็นการถอดถอนการชี้แจงก็ไม่ใช่เวทีนี้นะคะ ก็ต้องเป็นคนละเวที แล้วในขณะเดียวกัน ดิฉันว่าถ้าท่านถูกพาดพิงว่าท่านไปเกี่ยวข้องกับการเปิดประตูคลองสามวา ท่านก็อธิบาย แค่ว่าท่านไม่ได้ทําแค่นั้นนะค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัชฎาภรณ์เมื่อกี้ผมอนุญาตท่านแล้ว ๒ นาที ตอนนี้อย่าประท้วง ขอเวลาแค่ ๒ นาที นะครับ เชิญครับท่านวิชาญครับ จบภายใน ๒ นาทีนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน พูดอย่างนี้ท่านประธานบีบผมหรือเปล่านี่ ผมเรียนว่ากําลังจะจบนะครับ แต่ขอเวลาจบด้วยดี หน่อยนะครับท่านประธาน ทีคนอื่นพูดมากกว่าผม รู้ตัวครับที่จะชี้แจงนี่เป็นเรื่องข้อเท็จจริง กลัวหรือครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณารักษาความสงบเถอะครับ เพราะผมว่ามีประชาชนดูการถ่ายทอดของพวกเราอยู่ นะครับ เชิญครับท่านวิชาญ เอาละครับสรุปครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

แปลก ๆ ก็ไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน ก็นี่ครับคําสั่งแต่งตั้งมีนะครับ แล้วมีคนหนึ่งอยู่ในนั้นครับ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ เป็นใครครับ เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็อยู่ในส่วนนี้ละครับ ที่เป็นคนกําหนดว่าประตูจะปิดเปิดอย่างไร ดังนั้นผมไปเจรจาเขาบอกว่ากําลังขุด เมื่อกี้ ตามรูปนะครับจะขาด คณะกรรมการชุดนี้ก็ประชุมกันครับ ผลออกมาอย่างนี้ครับว่า ให้ดําเนินการคือให้กรมชลประทานปิดประตูระบายน้ํา คือลดบานลงนะครับ คลองแปด คลองเก้า ที่คลองหกวาสายล่างเหลือ ๓๐ เซนติเมตร นี่ครับขุดจะขาดอย่างนี้แหละครับ ลึกกว่านี้อีกครับ สวนสุดท้ายประตูที่คลองแปด คลองเก้า ยก ๒.๗๐ เมตร ให้ลดเหลือ ๓๐ เซนติเมตร เพื่อที่จะเปิดประตูระบายนี้ครับ

ข้อที่ ๒ ให้เปิดบานที่คลองสามวาระดับ ๑ เมตร เพื่อลดระดับน้ํานอกประตู หลังจากนั้นให้พิจารณาปรับระดับบานเพื่อคุมให้ระดับน้ํานอกบานประตูอยู่ที่ประตู ๑.๕๕ เมตร

ข้อที่ ๓ ให้ยกระดับบานในคลองแสนแสบตอนมีนบุรีเพื่อเพิ่มระดับน้ําภายใน อีก ๑๐ เซนติเมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นให้ควบคุมให้ได้ ตรงนี้ละครับที่เมื่อกี้บอกว่าโทรศัพท์บอก เรียบร้อย เรียบร้อย ไม่ใช่ใครครับ ผมบอกว่าเรียบร้อย เมียถามว่าเรียบร้อยไหม ตอบเลย เมียถามบอกเรียบร้อยไหม บอกเรียบร้อยครับ เพราะเมียเป็นห่วงครับ ไปดูเรื่องประตูระบายน้ํา ก็โทรศัพท์มาถามเรียบร้อยไหม เรียบร้อยครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ เมียถามครับ แต่ตอนนี้ นะครับ ภรรยาถาม ตอนนี้มีครับหนังสือฉบับนี้ ผมเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นผู้ลงนามครับ ให้ดําเนินตามที่คณะกรรมการอนุญาต เห็นไหมครับท่านประธาน ก็ผมไม่ได้ เป็นคนไปสั่งบอกว่าต้องเปิดได้อย่างที่ว่าหรอกครับ ไม่มีอํานาจครับ และเรียนว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องปกติครับ แต่ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ยกลงมาอีกนิดหนึ่ง มีแผนที่ผ่านไปครับ ผ่านไป ไปเร็วหน่อยครับ เดี๋ยวผมจะแก้ต่างตรงนี้ครับ เพราะว่าท่านสาทิตย์บอกว่า ๒,๐๐๐ คลอง รวมถึงตรงนี้น้ําออกนะครับ นี่คือแผนที่นะครับ ผมเล่าให้ท่านฟังนิดเดียวครับ จุดตรงบริเวณประตูระบายน้ําสามวา วันที่ ๑๔ ตุลาคม ขยายหน่อยสิครับทางบ้าน จะได้เห็นครับ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ประตูระบายน้ําระดับน้ํายกบานแค่ ๑๐ เซนติเมตรครับ ยกไปทําไมครับ ๑๐ เซนติเมตร ความต่างอยู่ในประตูระบายร่วม ๑ เมตร ประตูระบายน้ํา แสนแสบนี่นะครับ ลงมาตอนล่าง ความต่างอยู่ ๑ เมตร ยกเหมือนกันครับ ยกที่ ๑๐ เซนติเมตร ยกทําอะไรครับ สุดท้ายวันที่ ๒๓ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกให้ยกบาน เชื่อไหมครับ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยกเท่าไรครับ บานประตูระบายน้ําที่ คลองแสนแสบ ยกทีเดียว ๒ เมตรครับ ไม่เคยยกมาเลยครับ ยก ๑๐ เซนติเมตรตลอด น้ําถึง ท่วมมีนบุรี ท่วมฝั่งตะวันออก พอบอกว่าวันที่ ๒๓ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งยกบาน ๒ เมตร ก็ยกหมดเลยครับ ยกเต็มที่ น้ําก็ไม่ท่วมครับ ยกบานประตูระบายน้ําที่คลองบางชัน ตรงแสนแสบ

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับ ก็มีประท้วงอีกแล้วครับ ผมว่าพอแล้วนะครับ พอแล้วครับ ก็ ๒ นาทีครับท่าน ก็จะมีประท้วงอย่างนี้ตลอดครับ ท่านดอกเตอร์สุนัยครับ เดี๋ยวนะครับท่านสุนัยครับ เดี๋ยวผมให้ท่านที่ประท้วงก่อนครับ เชิญครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธานข้อบังคับ ข้อ ๘ ตกลงว่าท่านประธานจะให้ ๒ นาทีหรือ ๒ ชั่วโมงครับ ผมไม่เห็นท่านผู้อภิปรายจะจบสักทีครับ อย่างนี้ก็ต้องเพิ่มอีกสักวันดีไหมครับถ้าอย่างนี้ครับ เพราะว่าสมาชิกฝ่ายค้านเหลืออีก ตั้งหลายท่านครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์สุนัยไม่ต้องประท้วงแล้ว ท่านวิชาญผมว่าสรุปได้แล้ว พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้ว เพราะเดี๋ยวก็ประท้วงอย่างนี้ละครับท่าน ท่านสุนัยเชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมเอง ก็เตือนตั้งแต่ต้นว่าการพาดพิงให้มันพอจังหวะพอสมควรแล้วก็พุ่งเป้าไปที่ท่านรัฐมนตรี ปรากฏไปพาดพิงอย่างนี้ แล้วขอประทานโทษนะครับ อย่างกรณีของฝ่ายค้านเปิดเพลงให้ฟัง ก็ยังมีครับ กรณีนี้เป็นปัญหาจริง ๆ ที่เขาถูกกระทบ คุณวิชาญเป็นคนทํางานในพื้นที่ที่เผชิญ กับปัญหาจริง ๆ ผมคิดว่าอีกสักนิดเถอะครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยแล้วครับท่านสุนัย พอแล้วครับท่านวิชาญ แป๊บเดียวนะครับ ไม่อย่างนั้น ผมไม่ให้พูดต่อแล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เปิดนิดหนึ่ง ผมไม่เคยเห็นนะ คลิปนี้เปิด

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผ่านไปครับ อันนี้อธิบายแล้ว ไม่เปิดประตูน้ําท่วม เปิดไปครับ เปิดคลิปสิครับ นี่อุโมงค์ส่งน้ํา กทม. อุตส่าห์ไปถ่ายมานะ อยู่ที่ตรงพระรามเก้านะครับ นี่เรือผมวิ่งไปสํารวจนะครับ ตรงนี้เขาเรียกประตูระบายน้ํา ตรงนี้ครับ อุโมงค์ส่งน้ํา ๔๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วิ่งเข้าไปใกล้ ๆ มันดูดเรือเข้าไปติด เลยครับ แรงประมาณ ๖ เครื่อง ถามว่า ๖ เครื่องนี่เวลาไปทีไรเปิด ๒ เครื่อง เปิด ๓ เครื่อง ไม่รู้เปิดทําอะไรครับ เปิดแค่นี้ละครับ สุดท้ายข้าง ๆ นะครับ ระดับน้ํามันต่างอยู่เมตรหนึ่ง พอเปิด ๖ เครื่องมันดูดน้ําลงเมตรหนึ่งครับท่านประธาน ผมถึงต้องไปประสานงานเอาเรือไปดัน ๒๖ ลําครับ เรือดันนะครับ เรือดันน้ําให้น้ํามันเข้าปากอุโมงค์ตัวนี้ ไม่อย่างนั้นน้ําไม่ไปหรอกครับ ทีอย่างนี้ไม่มาพูดละครับ บอกว่าพวกผมไปประสานงานดูแลในการป้องกันน้ําท่วม

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ท่านวิชาญ เดี๋ยวก็พาดพิงก็ตอบโต้กันอีกครับ ไม่จบครับ พอแล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาต สรุปแล้วครับ ผมเองโดนพาดพิงครั้งนี้ถือว่าดีมากครับ ที่บอกว่าดีมากเพราะอะไรครับ ได้ชี้แจงครับ เพราะเห็นบอกว่าจะถอดถอนผม ครั้งนี้ก็เลยได้ชี้แจงได้โอกาสชี้แจงแล้วก็บอก ชาวบ้านด้วยครับบอกว่าที่หายไปไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ก็มาดูแลชาวบ้านจนกระทั่งวันนี้ ละครับ ทั้งเอารถมา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญพอแล้วครับ พอแล้วครับ ผมเตือนท่านหลายครั้งแล้วครับ พอแล้วครับ ทางโน้น เขาประท้วงอีกแล้วครับ จบแล้วครับ พอแล้วครับ ขอบคุณท่านมากครับ ขอบคุณครับ ท่านไม่ต้องประท้วงครับ ผมเชิญท่านอรรถวิชช์แล้วครับ เชิญเลยครับ จะได้ต่อเลยครับ จะได้ทําเวลานะครับ ท่านอรรถวิชช์เชิญเลยครับท่าน เพราะว่าจะประท้วงตั้ง ๓-๔ ท่าน ท่านอรรถวิชช์เอาดีกว่านะครับ เชิญเลยครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เป็นวันที่ฝ่ายค้าน ทํางานลําบากมากในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะว่าเวลาที่ใช้ในการประท้วงมากกว่า เวลาที่ฝ่ายค้านใช้อภิปรายไปแล้วครับ

ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก ในหัวข้อ เรื่องที่ตรงประเด็นเกี่ยวกับตัวท่านโดยเฉพาะ นั่นก็คือเรื่องของที่ท่านรับบริจาคจากต่างประเทศ

ประการแรกครับ เมื่อสักครู่ช่วงเย็น ๆ คุณศิริโชค โสภา เปิดคลิปวิดีโอ ของที่เก็บไว้ใน ศปภ. ในวันที่ ๒๗ ตุลาคม นั่นคือวันที่น้ํานั้นมาจ่อ ศปภ. ที่ดอนเมือง เรียบร้อยแล้ว คลิปนั้นน่าจะดูกันอีกสักรอบครับ เพราะว่าผมมีจะแสดงให้ท่านดูว่าของที่อยู่ที่ ในนั้น ท่านไม่บริหารจัดการเลยครับ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ช่วยเปิดคลิปนั้นอีกรอบครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

หนังสือนี้ก็พยายามจะ ยืนยันนะครับว่าเป็นวันที่ ๒๗ ตุลาคม โดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

“............... : ตอนนี้อยู่ที่ไหน”

“............... : ตอนนี้ก็อยู่ที่คลัง ๑ ของดอนเมืองครับ ท่านมาดูนะครับ จะดู น้ําครับ น้ําแดกนะครับ จะเก็บไว้ทําขี้เกลืออะไรล่ะครับ เราดูนะครับ น้ําเยอะแยะไปหมดนะครับ น้ํา โอ้โฮ ดู นี่ห้องน้ํานะครับ ห้องน้ํา ห้องน้ําครับ มาจากญี่ปุ่นด้วย เราจะซูมให้เห็นชัด ๆ นะครับว่ามาจากที่ไหน นี่ญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นบริจาคครับ ตัดไม้ไผ่มาเอา มาทําแพครับ ไม่รู้จะเก็บไว้ให้ใครนะครับ”

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ มีผู้ประท้วง ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประท้วงหรือทําอะไรครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ผมประท้วงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วง ผมเรื่องอะไรครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ประท้วงผู้อภิปรายครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ภาพคลิปที่เอามาถ่ายที่นี่ถ่ายไปแล้ว ๑ รอบ แล้วเวลาทางนี้อภิปราย ก็ยกมือประท้วงว่าซ้ําซาก

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมให้ ผู้ประท้วงได้อธิบายก่อน ผมจะวินิจฉัย ท่านจะประท้วงพร้อมกัน ๒ คน ผมไม่สามารถ วินิจฉัยได้ ท่านต้องนั่งลงก่อนครับ ถ้าท่านพูดพร้อมกันนี่ผมไม่สามารถวินิจฉัยได้ ท่านรอก่อนครับ ให้เขาประท้วงผมจะได้ฟังแล้วผมจะได้วินิจฉัยได้ ถ้าท่านประท้วงพร้อมกัน ไม่ได้ครับ เชิญครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เนื่องจากคลิปที่เอามาเปิดเมื่อกี้เมื่อช่วงเช้า ก็เปิดไปแล้วรอบหนึ่ง ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ครับ พอดีเวลานี่แบ่งกันชัดเจนแล้วนะครับ ตอนนี้เป็นเวลาของ ฝ่ายค้าน เชิญท่านอรรถวิชช์นะครับ ผมไม่ให้ประท้วงละครับ เชิญครับ

(นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

มีผู้ประท้วงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุรินทร์ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธานนิดเดียวครับว่า ผมเป็นห่วงเรื่องเวลา กระผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการที่จะทําให้ การอภิปรายเสร็จสิ้นก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา แต่ว่าได้ตกลงกับวิปรัฐบาลไว้ ๒ ข้อครับ

ข้อ ๑ ก็คือทางรัฐบาลจะต้องไม่ประท้วงในประเด็นที่กลายเป็นการขัดจังหวะ การอภิปราย และมีเจตนาที่จะทําให้เสียเวลาการทําหน้าที่ของฝ่ายค้าน

ประการที่ ๒ ในเรื่องของการอนุญาตในกรณีพาดพิง ต้องขอความกรุณา ท่านประธานอนุญาตให้เฉพาะประเด็นที่พาดพิง และชี้แจงในช่วงเวลาเท่าที่จําเป็น ไม่ใช่ กลายเป็นการอภิปราย อันนี้คือข้อตกลงและทําความเข้าใจกันแล้ว ไม่เช่นนั้นพวกกระผม ซึ่งยังเหลือผู้อภิปราย ๗ ท่าน และยังไม่นับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้อง สรุปในช่วงสุดท้าย ผมเกรงว่าถ้าเป็นอย่างนี้เวลามันจะล่วงเลยไปเกิน ๒๔.๐๐ นาฬิกา แล้วในที่สุดก็จะทําให้เราไม่สามารถลงมติวันพรุ่งนี้ได้ และถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป กระผมกราบเรียน เลยครับว่าเลย ๒๔.๐๐ นาฬิกาแน่นอนเลยครับ ต้องขอความกรุณาท่านประธานได้เคร่งครัด เรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนัย คุณหมอชลน่าน คนใดคนหนึ่งครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะที่ถูกพาดพิง ในฐานะที่เป็น ตัวแทนของวิปรัฐบาล ท่านประธานครับ ข้อตกลงที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้นําเสนอ เราหารือร่วมกันเป็นข้อถูกต้องครับ ทุกฝ่ายพยายามที่จะบอกกล่าวสมาชิกในแต่ละฝ่าย ซึ่งผมเองก็พยายามประสานเพื่อนสมาชิกครับ ตั้งแต่ประสานก็เพิ่งมีท่าน จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์เท่านั้นเองครับที่ขึ้นมา ก็ประเด็นสั้น ๆ พยายามทําความเข้าใจครับว่าเราจะ ไม่ปิดกั้นฝ่ายค้านในการตรวจสอบนะครับ แต่เท่าที่ดูนี่ด้านนี้มา ด้านนี้ลุกขึ้นเป็นแผงเลยครับ ก็ประท้วงกันตลอด ประเด็นสั้น ๆ พยายามทําความเข้าใจครับว่าเราจะไม่ไปกั้นฝ่ายค้านในการตรวจสอบนะครับ แต่เท่าที่ดูนี่ด้านนี้มาด้านนี้ลุกขึ้นเป็นแผงนะครับ เขาประท้วงกันตลอด ดังนั้นข้อตกลง เหล่านี้ผมอยากจะให้ทั้ง ๒ ฝ่ายช่วยกันยึดถือครับ ประเด็นที่ท่านบอกว่าจะล่วงเลย ๒๔.๐๐ นาฬิกา ไม่ใช่ความผิดของใครครับ เราเปิดโอกาสเต็มที่ ถ้าไม่จบถ้ามันเหมาะสม เราก็ดูเวลาครับ ก็ต้องว่าไปตามนั้น ด้วยความเคารพท่านประธานครับ อยากจะให้ช่วย ทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะอยากจะให้การอภิปรายครั้งนี้มันเป็นประโยชน์สุดครับ พี่น้องประชาชน เขาจะได้รับประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้นะครับ ต่อไปนี่ผมจะขอร้องนะครับ ถ้าไม่ได้ไปพาดพิงถึงท่านให้เสียหาย ก็ขอความกรุณาอย่าประท้วง เพราะว่าวิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ถ้าท่านประท้วงกันไปมาแล้วพยายามพาดพิงก็จะมีการตอบโต้ไม่สิ้นสุดครับ เชิญ ท่านอรรถวิชช์เถอะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จาก พรรคประชาธิปัตย์ นี่ครับที่ผมบอกว่าทํางานลําบาก เพราะว่าประท้วงจนกระทั่งเวลา ประท้วงมากกว่าเวลาอภิปรายของฝ่ายค้านเสียแล้ว ท่านประธานครับ ผมกําลังพูดอยู่ใน ประเด็นว่าท่านประชา พรหมนอก บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่อง ของบริจาคจากต่างประเทศ ผมเลยจําเป็นต้องเปิดคลิปที่ดอนเมืองอีกครั้งหนึ่ง เพราะผม กําลังจะพูดถึงของข้างในครับ มีคนส่งเอกสารมาให้เปิดคลิปต่อครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เป็นของที่มาจากประเทศญี่ปุ่น แล้วก็มีเรื่องที่ได้เห็นแล้ว นี่ครับท่านครับ ภาพสุดท้ายแช่ไว้นิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถวิชช์ครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน จําเป็นต้องประท้วงจริง ๆ ครับ ตามข้อ ๖๑ ภาษาที่ใช้ในคลิปนี้นะครับ ทั้งขี้ทั้งเยี่ยวไม่สุภาพ ขออนุญาตท่านอรรถวิชช์ ช่วยอย่าบันทึกในรายงานการประชุมไว้แล้วกันครับ ขออนุญาตท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเห็นด้วยครับ คุณอรรถวิชช์เชิญต่อเลยครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมก็ชั่งใจแล้ว เพราะว่าเนื่องจากว่าตอนที่ผมเคยเป็นคณะกรรมการ ตรวจคลิปนี่เขาห้ามคลิปตัดต่อครับ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องมาทั้งด้วน ๆ แบบนี้ครับ ท่านประธาน ต้องขอประทานอภัยครับ ทีนี้เมื่อกี้ภาพสุดท้ายครับที่แช่เอาไว้เป็นถุงนี่ครับ สักครู่ครับถอยหลังกลับไปนิดหนึ่งนะครับ เป็นถุงสีน้ําเงินครับ ผมจะบอกว่านี่เป็นของ บริจาคจากญี่ปุ่นเมื่อท่านเห็นแล้ว และมีถุงนอนสีน้ําเงิน ไม่ใช่ถุงนี้นะครับ ภาพกลับไปครับ ภาพกลับไปนะครับ ไม่เป็นไรนะครับเมื่อสักครู่ท่านเห็นไปแล้วละครับ ขึ้นเพาเวอร์พอยท์ ให้ผมหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

คุ้น ๆ นะครับ ถุงนี้ใช่ไหมครับ ผมว่าใช่ครับ ต่อไปครับ เต็นท์แบบนี้ข้างในสีน้ําเงินใช่ไหมครับ ผมบอกท่าน ใช่ครับ เป็นของบริจาคจากญี่ปุ่นครับ ไจก้าเขาให้ท่านมา มูลค่าของรวมทั้งหมด ผมโชคดีครับ ผมมีใบขนส่งสินค้าซึ่งก็ส่งคลิปนี้ให้ท่านแล้ว ภาพต่อไปขึ้นมาได้เลยครับ

ใบนี้เป็นใบขนส่งสินค้าที่ผมได้มา และเป็นแบบแสดงรายการเสียภาษี ปกติแล้วครับเวลาเขาเสียภาษี ศปภ. จะต้องผ่านองค์กรครับ ก็คือผ่านทางกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ได้รับยกเว้นภาษี ของเมื่อสักครู่ญี่ปุ่นเขาบริจาคมามูลค่า ๓๘๐,๐๐๐ เหรียญยูเอส มูลค่าประมาณ ๑๐ ล้านบาทครับ ท่านดูสีเหลือง ๆ ที่ผมป้ายวันนะครับ นั่นคือวันที่เขารับ ของไปครับ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เมื่อสักครู่นี้ครับ ศปภ. วันที่เขาไปถ่าย วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ วันที่น้ํามันท่วม ศปภ. ครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๑๔ ๒ อาทิตย์ครับ ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้ และใช้ไม่ได้ครับ นี่คือการที่มันสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านบริหารงานแบบนี้ของของไจก้าไปทิ้งแบบนี้ ๒ สัปดาห์ครับ นี่ครับสิ่งที่ผมต้องอภิปรายท่าน ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ อันนี้เอาลงได้เลย ไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน ในสัปดาห์เดียวกันก็คือระหว่างวันที่ ๑๔ นี้นะครับ ถึงวันที่ ๒๗ ที่ผมบอกท่านใช้ไม่ได้ ประเทศจีนส่งของบริจาคมาเยอะมาก ซึ่งท่านทูตจีนท่านออกมาครับ ท่านบอกว่า เครื่องสูบน้ํา ๕๐๐ เครื่อง เรืออีก ๖๘๕ ลํา บริจาคไปแล้ว ขอให้ท่านทํากระบวนการในการ เก็บรักษาเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้อีก แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นครับ ในขณะนั้นจีนเขาส่งบุคคลสําคัญ มาท่านหนึ่งครับ ท่านคือท่านหลิว หนิง ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ํา คนนี้ละครับเป็นคนที่บทบาทสําคัญอย่างยิ่งในการกําหนดมาตรการต่าง ๆ ของประเทศจีน ผมก็โชคดีอีกครับ ผมไปได้เอกสารมาครับ ผมเล่าให้ท่านฟังครับ

วันที่ ๑๔ ตุลาคม ท่านหลิว หนิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ํา ของจีนลงเครื่องที่สนามบิน ๓ ทุ่ม ๑๕ นาที เอกสารผมมีครับ ท่านเข้าไปที่ ศปภ. ทันทีเลยครับ แล้วไปเจอท่านประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ. ศปภ. ท่านรู้ไหมครับ เขาเขียนมาอย่างนี้ครับ วันที่เขาไปเจอท่านแล้วเขาประชุมกลับออกมาเที่ยงคืนกว่า ๆ ครับ ในรายงานฉบับนี้ครับ ฝ่ายไทยไม่ทราบจุดประสงค์ของคณะและเป็นผลให้การจัดการดําเนินการไม่ตรงไปตาม ความตั้งใจของคณะผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายจีนเน้นย้ําว่าประสงค์จะมาทํางานเพื่อช่วยเหลือมิใช่ การดูงาน นี่คือเสียงจากคณะทํางานผู้เชี่ยวชาญของจีนครับ เขาบอกว่าเขาไม่ดูงานกับท่านครับ เขาตั้งใจมาทํางาน เขาเสียเวลาลงเครื่อง ระดับรัฐมนตรีช่วยของจีนมาดูเรื่องนี้ครับ และท่าน เชื่อไหมครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยทรัพยากรน้ําของจีนท่านนี้ท่านดีมากครับ ขนาดท่านดูแลกัน แบบนั้นแบบที่เรียกว่าลวก ๆ ท่านยังทําหนังสือฉบับนี้ได้สําเร็จครับ นี่เป็นแนวทาง ไม่ทราบว่าท่านประชาได้อ่านแล้วหรือยังนะครับ เป็นแนวทางในการที่จีนมอบไว้กับประเทศไทย เรื่องในการตรวจทั้งหมด เขาทําเป็นรายงานส่งถึง ศปภ. เรียบร้อยครับ ผมก็หวังว่าท่านจะได้อ่าน แล้วนี่คือคนจีนครับ นี่คือคนที่มาพร้อมกับใจที่เขาบอกว่าพร้อมจะช่วยเรา ถึงแม้จะได้รับ การตอบรับจากท่านไม่ค่อยดีนักเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศจีนบ้านพี่เมืองน้องครับ อย่างไรเขาก็อยู่ครับ แต่มีอีกประเทศหนึ่งเขาไม่อยู่ครับ แล้วเกิดขึ้นในเวลาที่ท่านบริหาร ราชการแผ่นดินในช่วงที่ผมพูดครับ เมื่อสักครู่ประเทศจีนมาครับ วันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ท่านใช้ไม่ได้ครับวิธีการบริหารของท่านแบบนี้ ทําให้เขาต้องตําหนิเราถึงขนาดนี้ครับ ในสัปดาห์ใกล้กันครับ ๑๖ ตุลาคม ถึง ๒๑ ตุลาคม สัปดาห์เดียวกันเลย มีอีกประเทศหนึ่งครับ นั่นคือประเทศสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกานี่นะครับท่านประธาน เขาส่งเรือมาครับ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เป็นเรือรบหลวงครับ และมีเฮลิคอปเตอร์แบบฮอว์คอาย ๖ ลํา แล้วกําลังจะมีซีฮอว์คมาอีก ๒๐ ลํา เป็น ๒๖ ลํา สําหรับเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐอเมริกา มันจะมีเรือเล็ก ๆ ที่เป็นเรือรบเหมือนกันระดับเล็กก็จะมาอีกครับ นี่ครับ ยูเอสเอสคิดด์ อีก ๔ ลํา เมื่อสักครู่เฮลิคอปเตอร์ ๒๖ ลํานะครับ อย่าว่าแต่ ๒๖ ลําเลยครับ แค่ ๖ ลํา ได้มา ผมก็เบาใจไปเยอะ นี่ครับท่านประธาน สุดท้ายแล้วเขามาประเทศไทยในวันที่ ๑๖ ตุลาคม เขาต้องออกจากท่าไปในวันที่ ๒๑ ตุลาคม มิหนําซ้ําครับ ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม สํานักข่าว เอเอฟพี (AFP) รายงานว่า เขาบอกว่าสัญญาณจากประเทศไทยไม่ชัดเจนเขาเลยกลับครับ ไม่ว่าจะเป็นจีน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ในสัปดาห์นั้นที่ผ่านมา เป็นการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของท่านประชา พรหมนอก ครับ ท่านเคยเป็นอธิบดีกรมตํารวจ เป็น ผบ. ตร. ที่ผมเคารพมากครับ แต่ว่าการบริหารงานของ ท่านในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและ ผอ. ศปภ. นั้นใช้ไม่ได้จริง ๆ ครับ ไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ดูคลิปนี้หน่อยครับ มันมีอีกคลิปหนึ่งครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง ศปภ. ย้ายจากดอนเมืองเข้ามาในเขตจตุจักรของกระผมเอง ท่านไปทํา ทางเข้า ศปภ. ครับ แล้วเกิดผลกระทบมากกับพี่น้องประชาชนซอยพรรณี ชุมชนรถไฟ กม. ๑๑ หลังที่ ศปภ. อยู่ ท่านลองไปฟังเสียงชาวบ้านเขาดูสิครับ หรือลองไปฟังสกู๊ป (Scoop) ข่าวนี้ดูว่าเขาคิดอย่างไร

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : นี่ค่ะ ซึ่งภาพที่คุณผู้ชมได้เห็นไปเมื่อสักครู่นะคะอยู่ห่างจาก อาคารเอนเนอร์จี คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศปภ. ไม่ถึง ๑๐๐ เมตรค่ะ โดยชาวชุมชน รถไฟนั้นเชื่อว่าผลกระทบจากน้ําท่วมที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วง ๓ วันที่ผ่านมานั้นมีสาเหตุ มาจากการสร้างถนนเชื่อมเส้นทางโทลล์เวย์เข้าสู่ทางเข้า ศปภ. จนกลายเป็นคันกั้นน้ําไม่ให้ น้ําที่ไหลมาจากถนนวิภาวดีรังสิต ได้ระบายไปตามธรรมชาตินะคะ แต่กลับกระจุกตัว ไหลย้อนเข้าท่วมชุมชนรถไฟ ประกอบกับมีสถานีสูบน้ําหลังโรงเรียนหอวังระบายน้ําผ่าน ชุมชนไปยังคลองเปรมประชากร ซึ่งก็ต้องทํางานหนักขึ้นเป็น ๒ เท่าค่ะ หลังจากมีการสร้าง ถนนดังกล่าวก็ทําให้ปริมาณน้ําจากเดิมอยู่ในระดับ ๔๐ เซนติเมตร เพิ่มเป็น ๘๐ เซนติเมตร แล้วนะคะ และแนวกั้นน้ําที่ไหลไปสู่คลองเปรมประชากรก็ชํารุดเป็นแนวยาว ทําให้น้ํานั้น เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่วิภาวดี ซอย ๑๑ จนถึง ซอย ๑๙ เดือดร้อนกันเป็นจํานวนมากค่ะ”

“............... : และถ้าเกิดน้ําตรงนั้นมันพังลงไปแล้วจะทําอย่างไรคะ แล้วคน ที่อยู่ข้างในไม่ใช่ว่าอยู่แค่ ๒-๓ ครอบครัว มันอยู่เป็น ๒๐ ครอบครัว ๓๐ ครอบครัว อยู่ตรงนั้น แล้วลูกเล็กเด็กแดงเขาจะอุ้ม เขาจะอะไรกันไปอยู่ที่ไหน”

“............... : ผมก็เลยอยากจะถามผ่านไปหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าทําไม คุณถึงทําตรงนี้ ในเมื่อทางด้านหลังน้ําไม่ท่วม คุณสามารถมาได้ นั่นคือผลกระทบของ ชาวบ้านที่เขาเดือดร้อน คุณพูดอยู่ปาว ๆ ว่าเสียสละ แต่คุณไม่เสียสละเพื่อลุยน้ํามาหา ประชาชนบ้าง แล้วคุณจะเป็นผู้นําที่ดีได้อย่างไร ในเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยากรู้ ทุกข์สุขของประชาชนยังเดินลุยน้ําลุยโคลน แล้วคุณเป็นใคร คุณเป็นแค่นายกรัฐมนตรี คนหนึ่งครับผม”

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอยืนยันกับท่านอีกครั้งครับว่าการที่ท่านย้าย ศปภ. จากดอนเมืองมาที่เขตจตุจักร พี่น้องประชาชนบริเวณชุมชนรถไฟ กม. ๑๑ และวิภาวดีรังสิต เดือดร้อนจริง ๆ ครับ เขาระบายน้ําได้ยาก และที่สําคัญไปกว่านั้นในวันนี้ที่น้ําลดแล้วเป็นฝุ่นจํานวนมากครับ แล้วก็มีอุบัติเหตุ เนื่องจากไฟฟ้าของท่านมันมืดครับ เวลาท่วมเขาก็เดือดร้อน เวลาไม่ท่วม เขาก็เดือดร้อน แล้วนี่คือเสียงร้องเรียนจากคนจตุจักร จําเป็นต้องออกมาพูดวันนี้ แล้วก็ ถือโอกาสนี้ในการพูดให้ท่านฟังด้วย นี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องที่ท่านบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน แบบที่ไม่สนใจใจเขาใจเราครับ

เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องนี้ไม่พูดก็ไม่ได้ครับ นั่นก็คือต้องพูดในฐานะเป็น ผู้แทนราษฎรอยู่ในเขตที่ ศปภ. ๒ ตั้งอยู่ครับ ผมไม่สามารถไปร่วมเป็นคณะทํางานที่ ท่านประชาตั้งขึ้นได้ ช่วยกรุณาเปิดเพาเวอร์พอยท์ แผ่นสุดท้ายของผมครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

มองยากหน่อยครับ คําสั่งนี้ เป็นคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพ ซึ่งแน่นอนครับ หลายคนพูดไปแล้วว่า มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๔ ท่าน แล้ว ๒ ในนั้นก็มาจากเขตดอนเมือง ผมจตุจักร ไม่มีครับ และผมก็ไม่อยากมีด้วยครับ เพราะว่าผมรู้ว่ามันจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมช่วยได้ในแนวทางของผมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตจตุจักร แต่ไม่ใช่วิธีการ แบบนี้ครับ ท่านครับ ผมบอกท่านประชาว่า สิ่งที่ท่านประชาเองพยายามพูดอภิปรายมา โดยตลอด เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ส.ส. นั้นขึ้นมาพูดครับ ท่านอาจจะพูดในทางการเมืองใน เวทีนี้ได้ แต่ผมบอกท่านครับ ท่านไม่รอดแน่นอนครับ เพราะมันมีอยู่ข้อหนึ่งครับ ที่ข้างล่าง เล็ก ๆ เขาเขียนอย่างนี้ครับ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ที่มี ส.ส. ๔ ท่านอยู่ที่ ท่านประชาเป็นคนตั้ง เขาให้ใช้งบประมาณในการดําเนินงานจากเงินกองทุนช่วยเหลือ ผู้ประสบสาธารณภัย สํานักนายกรัฐมนตรี หรืองบประมาณที่ ศปภ. ได้รับการจัดสรร อ้ายนี่ แหละครับ ตายครับ เพราะว่าไม่ได้มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องเฉพาะเงินกองทุน เรื่องการ บริจาคอย่างเดียวครับ ยังมีหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณที่ ศปภ. ได้รับมาด้วยครับ แล้วนั่นคืองบประมาณแผ่นดินหรือท่านจะเถียงผมว่ามันไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาดูครับ ทําไมผมเห็นท่าน ส.ส. จากซีกรัฐบาลหลายท่าน ขึ้นมาพูดว่าท่านเหนื่อย ท่านสู้ ผมก็ยอมรับว่าท่านเหนื่อย ท่านสู้ ท่านจิรายุ ท่านวิชาญ ขอเอ่ยนามท่านไม่เสียหายครับ เหนื่อยและสู้จริงครับ แต่ท่านมันตัวช่วยเยอะครับ ผมไม่มี ตัวช่วยครับ ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน รัชดา ธนาดิเรก ไม่มีตัวช่วยครับ เอกณัฏ พร้อมพันธุ์ กทม. ท่วมกันหมด ไม่มีตัวช่วยครับ เสียเงินวันหนึ่งผมบอกให้เลยครับ ต่ํา ๆ เฉียดๆ แสนกันทั้งนั้นครับ ไม่เคยครับ จะเอาเรือ ปภ. ไปพ่นสีสเปรย์แล้วบอกว่า มาจากตัวเอง ไม่มีครับ เอาของหลวงมาแปะสติ๊กเกอร์แจก ท่านย้อนมาดูเลยครับ ผมพูดอย่างนี้ หลายคนในเขตจตุจักรจะเข้าใจ หลายคนในเขตบางพลัดจะเข้าใจ ไปดูสิครับ เรือหลวง ของหลวงกี่ลําแปะชื่อผู้สมัคร ส.ส. ที่สอบตกครับ ท่านประธานครับ นี่คือความไม่เท่าเทียมกัน เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. จากพรรครัฐบาลบอกว่าเขาโทรศัพท์มาบอกว่ามีเรือ ปภ. ๒๐ ลํา ให้ไปรับ ให้ช่วยดูมีเรือ ปภ. อรรถวิชช์ไม่เคยได้รับโทรศัพท์จาก ศปภ. เลยครับ ไม่เคย น้อยใจครับ ท่านมีเรือจากสมุทรปราการ ได้รับโทรศัพท์มีเรือเอาไหม อรรถวิชช์ไม่เคยได้รับ โทรศัพท์อันนั้นเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่น้อยใจครับ ผมสู้ได้ผมสู้ครับ ท่านมีตัวช่วย นี่ครับ ทําไมท่านมีตัวช่วยครับ ก็เพราะท่านประชาทําผิดกฎหมายเซ็นแต่งตั้งคําสั่งนี้แล้วมี ส.ส. ๔ คนในการบริหารจัดการเรื่องนี้นี่ครับ การเมืองมันถึงเกี่ยวกับเรื่องน้ํา การเมือง มันเลยมีคนมาเอาเปรียบเรื่องนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วนี่คือสิ่งที่ทําไมพวกเรา ถึงเดินเรื่องถอดถอนท่าน ผมรู้ว่าท่านเหนื่อยครับ นี่คือสิ่งที่เราดําเนินการถอดถอนไปยัง วุฒิสภา แล้วเรื่องจะไปต่อไปยัง ป.ป.ช. และจะไปยังศาลครับ พรุ่งนี้ผมเชื่อว่าคนจะ ยกมือ ท่านประชาอาจจะชนะครับ แต่เรื่องของศาลเที่ยวนี้หลายท่านก็ได้ให้การในสภาชั้นนี้ ไว้ชัดเจน ท่านประธานครับ ผมมาสู่ตอนท้ายบรรยายตั้งแต่ตอนต้นว่าท่านประชา พรหมนอก บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินได้แย่มากครับ ของบริจาคจาก ต่างประเทศท่านล่าช้ามากครับ ท่านประธานครับ ผมมาถึงเรื่องเขตของผมเองที่ทางเข้าตอนน้ําท่วม ท่านก็ทําคนจตุจักร เดือดร้อน พอน้ําหายท่วม ทางก็ยังอยู่เป็นฝุ่นประชาชนก็ยังเดือดร้อน ผมมาทางสุดท้ายว่า ท่านออกประกาศคําสั่ง ศปภ. ที่ ๒๗/๒๕๕๔ เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองและคน ของท่านเองครับ และนี่คือ ๓ สาเหตุที่ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก ให้ดํารงตําแหน่งนี้ต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญ ท่านไม่ได้เสียหายนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สักครู่ท่านประธาน ได้ยินไหมครับ เอ่ยถึงชื่อผมแล้วก็บอกว่าของผมนี่มีตัวช่วย ท่านประธานครับ เราเองเป็น ผู้แทนราษฎรเราประสานงานได้กับในส่วนต่าง ๆ ที่มีความเดือดร้อน ก็แจ้งไปสิครับ ผมกําลัง มองนึกว่าท่านอรรถวิชช์ไม่ต้องน้อยใจหรอกครับ ท่านก็มีผู้ว่า แสดงว่าผู้ว่าไม่ได้ทํางานหรือ อย่างไรครับถึงไม่มีคนช่วยครับ ขอบคุณครับ

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับที่ปล่อยให้มีการ อภิปรายตามข้อ ๖๑ คือในเรื่องที่การอภิปรายซ้ําซากและซ้ํากับผู้อื่นประเด็นที่มันซ้ําคือ ท่านประธาน คือการตั้ง ส.ส. เป็นกรรมการพูดกันทุกคนเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านประชาก็บอกแล้ว ศปภ. มันไม่ใช่หน่วยราชการ ไม่ใช่ส่วนราชการ แต่เป็นหน่วยงานชั่วคราว ผมก็ไม่อยากจะให้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพีรพันธุ์ครับ เดี๋ยวเวลาที่เราว่าน้อยก็จะน้อยไปอีกครับ เดี๋ยวผมจะให้ทางรัฐมนตรีชี้แจง ครับท่าน พอแล้วครับ ท่านจะประท้วง ๒ นาทีไม่ได้หรอกครับท่านครับ เวลาก็คุย กันแล้วครับท่าน แล้วก็ประท้วง ข้อ ๖๑ ผมทราบแล้วครับ ต่อไปพยายามจะควบคุมไม่ให้ ซ้ําประเด็น ผมเชิญดอกเตอร์พูดเลยครับท่าน ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ ข้อ ๖๑ ผมทราบครับ เดี๋ยวก็ซ้ําไปก็ต่อกันอีก เราก็ไม่อยากให้ประท้วงท่านครับ ไม่หรอกครับ ประท้วง ข้อ ๖๑ ผมเข้าใจครับ ผมวินิจฉัยแล้วท่านครับ ผมพอแล้วครับ ให้ดอกเตอร์สุรพงษ์ ได้ตอบ เดี๋ยวก็จะยาวต่อไป ท่านต้องใช้เวลาอีก ๒ นาที เสียเวลาครับ ขอเถอะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิก ได้พูดถึงความช่วยเหลือจากต่างประเทศ และกล่าวหาว่าท่านประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ. ศูนย์ ศปภ. ทํางานไม่มีประสิทธิภาพ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าเพื่อความเข้าใจก่อน รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายขอรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามนะครับ มิตรประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และภาคเอกชนต่างประเทศ ได้เสนอความช่วยเหลือ ให้แก่ไทยโดยไมตรีจิตนะครับ เป็นเงินที่บริจาคผ่านองค์การระหว่างประเทศ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับกรุณา ท่านวิรัตน์ครับ เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลาครับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเรื่องของฝ่ายค้านกับท่านรัฐมนตรี คือท่านประชา พรหมนอก รัฐมนตรีอื่นหรือ ท่านสมาชิกอื่นกรณีพาดพิง ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศไม่มีใครพาดพิงแล้วก็ไม่ได้รับ ความเสียหาย เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่านประชาที่จะชี้แจงได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ ผมได้ยินเรื่องของบริจาคจากต่างประเทศ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านรัฐมนตรีไม่ได้เสียหายนะครับ เป็นเรื่อง ของ ศปภ. ด้วยซ้ําที่ต้องชี้แจงนะครับ ต่างประเทศไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธานขอผมอนุญาตนิดเดียวครับ เกี่ยวครับ เพราะท่านพูด

ท่านประธานเอาเรื่องเรือบรรทุกเครื่องบินจากสหรัฐอเมริกาที่ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์บอกว่า เราไม่มีการประสานงานที่ดีจนทําให้เรือเขาลอยลํากลับไป ผมอยากจะชี้แจงอย่างนี้นะครับ ว่าทางสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม หน่วยประเมินสถานการณ์จากนาวิกโยธินสหรัฐ จากเรือยูเอสแปซิฟิกคอมแมน จํานวน ๑๐ นาย เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองพร้อม กระสอบทราย ๑๘,๐๐๐ ถุง และได้สํารวจพื้นที่ทางอากาศและทางบกของจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และปทุมธานี โดยได้ประเมินสถานการณ์น้ําท่วมของไทยว่า ฝ่ายไทยมีระบบการบริหารจัดการที่ดีอยู่แล้ว และสถานการณ์มิได้รุนแรงถึงขั้นเป็นภัย ต่อการสูญเสียชีวิตของประชาชน ดังนั้นตามกฎหมายของสหรัฐไม่อนุญาตให้นําเครื่อง เฮลิคอปเตอร์ทางการทหารปฏิบัติการกู้ภัยได้ ทําได้เพียงบินสํารวจพื้นที่ประสบภัยเท่านั้น ดังนั้นหมู่เรือรบยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน จึงได้ลอยลําออกจากประเทศไทย และไปปฏิบัติ ภารกิจตามที่กําหนดไว้เดิม เข้าใจนะครับ เพราะว่าเขาประเมินแล้วว่าเขาไม่สามารถที่จะ ช่วยได้ตามกฎหมายเขา ดังนั้นเขาจึงกลับไปครับ ฝากไว้ด้วยนะครับเวลาอภิปรายอะไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่พาดพิง เอาชี้แจงนะครับ ท่านประชาเชิญครับ ท่านอรรถวิชช์เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ก่อนครับ ท่านประชารอแป๊บหนึ่งครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ต้องกราบขอประทานอภัย ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ ผมไม่ได้พูดพาดพิงให้ท่านเสียหายเลยครับ ผมพูดว่า ทางโฆษกกองทัพเรือสหรัฐเขาตําหนิมาครับ แล้วสํานักข่าวก็รายงานแบบนั้นจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ นี่ครับสํานักข่าวเอเอฟพีรายงานชัดเจนครับว่าไม่ได้รับสัญญาณที่ชัดเจน จากรัฐบาลไทยเลย แล้วขอโทษนะครับท่านประธานครับ ผมก็ไม่ได้ตําหนิการทํางานของ กระทรวงการต่างประเทศของท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์แต่ประการใด แต่ผมตําหนิท่านรัฐมนตรี ประชาโดยตรงครับว่าเรื่องนี้ท่านส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจน เพราะโฆษกกองทัพบกสหรัฐ นายจอห์น เพอร์กินส์ นั้น พูดซ้ําเลยครับว่า ฝ่ายหนึ่งบอกต้องการความช่วยเหลือ อีกฝ่ายหนึ่ง ปฏิเสธไม่ต้องการรับความช่วยเหลือ แล้วนี่คือสิ่งที่โฆษกกองทัพเรือสหรัฐพูดครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ท่านรัฐมนตรีตอบก่อนนะครับท่านรังสิมา เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เกี่ยวกับเรื่องความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ผมใคร่ขอกราบเรียนนะครับว่า อย่างที่ผม เรียนแล้วเบื้องต้นว่าโครงสร้างของ ศปภ. เรานั้น เราเป็นหน่วยบูรณาการ เราเป็นองค์กร สําหรับทํางานเฉพาะกิจมาบูรณาการเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นทุกกระทรวง ทบวง กรมจะเข้ามา เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศนั้น กระผมมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดําเนินการในทุกเรื่องได้รับผิดชอบด้วย เพราะฉะนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศท่านก็มีสิทธิที่จะชี้แจงนะครับ งานทุกส่วน ผมพยายามที่จะกระจายออก ผมบริหารเป็นครับ ไม่ใช่ผมบริหารไม่เป็น ผมผ่านองค์กร ที่ใหญ่ที่สุดมาแล้ว กําลังคน ๒๖๐,๐๐๐ คน ผมบริหารมาแล้ว ๔ ปีไม่มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นผมเป็นครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก นะคะ จากการที่ดิฉันได้เป็นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร คณะติดตามการบริหารงบประมาณ ของสภานะคะ ก็ได้เอกสารแล้วก็หลักฐานจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่มาชี้แจงเกี่ยวกับ การทําหน้าที่ของท่านประชา พรหมนอก ในวันนี้ดิฉันคิดว่าเหตุการณ์น้ําท่วมนี่ก็เป็นปัญหา ของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ทําไมท่านประชาจึงบริหารงานซ้ําเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนเข้าไปอีกนะคะ คือท่านประชาได้มีอํานาจตามคําสั่งของนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ มีอํานาจหน้าที่ทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเรื่องงบประมาณท่านก็มีอํานาจ ในการสั่งการ แต่ว่าที่ดิฉันพูดอย่างนี้เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์มันเป็นภาษีของ พี่น้องประชาชน แต่ว่าท่านได้ปล่อยปละละเลยให้นักการเมืองแล้วก็นักการเมืองที่เลว ๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่นักการเมืองที่ดี ๆ ถ้านักการเมืองที่ดี ๆ ดิฉันก็สนับสนุนเพราะ พี่น้องประชาชนลําบาก แต่ว่าปล่อยปละละเลยให้นักการเมืองไปแสวงหาผลประโยชน์พร้อมทั้ง เอาสิ่งของต่าง ๆ ไปใช้ในการหาเสียงส่งผลทางด้านการเมือง เพราะฉะนั้นดิฉันก็เคยเปิด ประเด็นไปแล้ว ๑ ครั้งนะคะ ที่อีกระแตตาเข ท่านประธานคงจําได้ แต่อันนั้นมันเป็นข้าวสาร แต่วันนี้ดิฉันจะพูดถึงข้าวสุกนะคะ มันกินตั้งแต่ข้าวสารแล้วก็มาเป็นข้าวสุกแล้วเดี๋ยวต่อไปก็ จะกลายเป็นกินส้วมอีก แต่จะมีคนอื่นอภิปราย เพราะฉะนั้นขอเปิดคลิปแผ่นที่ ๑ เลยค่ะ ภาพรวม

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

คลิปภาพรวมอันนี้นะคะ งบประมาณในการเบิกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยถึงวันที่ ๑๘ ของกรมพัฒนาสังคมและ สวัสดิการ รวมทั้งสิ้น ๑๑๙ ล้านบาทเศษ ไม่รวมกับที่สนับสนุนศูนย์พักพิงอีก ๓๒ ล้านบาทเศษ ถ้ารวม ๒ อย่างก็จะประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท แต่ว่าดิฉันจะพูดในกรณีถึงค่าอาหาร สําหรับผู้ประสบอุทกภัยในเขต กทม. ในกรณีที่ชุมชนดําเนินการเองตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ถึงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน เปิดคลิปที่ ๒ เลยค่ะ ท่านดูนะคะว่าข้อมูลการสนับสนุนงบประมาณ ค่าอาหารในกรณีที่ดําเนินการเอง ชุมชนแรกนะคะ คือชมรมคนรักหนองจอก ท่านดูนะคะ ชุมชนคนรักหนองจอกขอข้าววันละ ๔๕,๐๐๐ กล่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๙,๔๕๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ดิฉันสงสัยคือว่าชมรมคนรักหนองจอก ขอคลิปต่อไปเลยค่ะ เอกสารที่หน่วยราชการส่ง มาให้ดิฉันกับที่ดิฉันได้รับมาเองจะไม่เหมือนกัน เอกสารที่ราชการเอามาให้จะไม่มี ผู้ประสานงานอยู่ข้างล่าง ชื่อ นายหยกพร อิสระเสรีพงษ์ มีเบอร์โทรศัพท์เรียบร้อยเลย แต่พอในส่วนราชการเอามาให้ คลิปต่อไปเลยค่ะ ท่านสังเกตนะคะ เห็นนะคะ ไม่มี ผู้ประสานงาน เพราะว่าถ้ามันมีกลัวว่าดิฉันจะจับได้ แต่ก็จับได้นะคะ ท่านดูข้างบนเลยค่ะ ดิฉันก็เช็กไปว่าเบอร์นี้มันเป็นเบอร์ของใคร ก็เช็กไปที่หัวกระดาษจะเขียนคําว่าไพโรจน์ ท่านดูนะคะ ไพโรจน์ เบอร์โทรศัพท์ ๐๒-๙๘๙-๙๙๗๗ ดิฉันก็โทรศัพท์ไปก็กลายเป็น บ้านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ แต่ว่าเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๙,๔๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงอยากจะถามว่าเมื่อท่านเอาเงินไปเท่านี้ แต่ทําไมยังมีคนในชุมชนของท่าน ทําหนังสือไปถึงหัวหน้าศูนย์พรรคประชาธิปัตย์ เขตหนองจอก ขอรับการสนับสนุน ข้าวกล่องเป็นจํานวนหลายชุมชน ถ้าท่านทํานะคะ

อันดับ ๒ ชุมชนหมู่บ้าน อันนี้ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง รองประธาน นายชวลิต หมั่นหาผล ดิฉันก็ไปเปิดดูว่าชวลิต หมั่นหาผล นี่เป็นใคร ก็ดูแล้วเป็นผู้ช่วย ส.ก. วิสูตร สําเร็จวาณิชย์ ดิฉันก็มาดูอีกว่า นามสกุลนี้คุ้น ๆ สําเร็จวาณิชย์ เป็นอะไรกับ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ก็นามสกุลเดียวกันอีก ก็ดูสิคะ ทําอาหารวันละ ๙๗,๖๙๒ กล่อง ท่านฟัง ไปเรื่อย ๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวท่านจะรู้ว่าทําไมดิฉันจึงอภิปรายจํานวนกล่องให้ท่านทราบ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๐,๕๑๕,๓๒๐ บาท พออยู่ไปอยู่มาพอตรวจสอบ บอกไม่ขอรับแล้ว ขอยกเลิก เห็นไหมคะกรรมาธิการตรวจ ๓ วันนะคะ มีหนังสือตอบยกเลิกมา ท่านลองดู นะคะว่าข้าราชการให้มานี่ ยกเลิกไม่มีลายเซ็น แต่ตอนขอไปมีลายเซ็นนะคะ แต่ยกเลิก ไม่มีลายเซ็น

อันดับ ๓ คลองสามวา อย่าเพิ่งประท้วงนะคะ ท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ดูเลยค่ะ ท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นคนขอ ขวาสุด ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ รอบแรกขอ ๑๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท รอบที่ ๒ ๖,๗๕๐,๐๐๐ บาท ท่านขอวันละ ๑๐๕,๐๐๐ กล่องค่ะ รวมแล้วคลองสามวากินข้าววันละ ๑๐๕,๐๐๐ กล่องนะคะ เฉพาะในที่ท่าน ส.ส. จิรายุ เป็นคนขอ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจ ท่านดูวันที่ วันที่แรกคลองสามวาขอวันละ ๖๐,๐๐๐ กล่อง เขาขอตั้งแต่วันที่ ๖ ถึงวันที่ ๑๒ แต่ที่ขอเบิกเงินนี่วันที่ ๖ ถึงวันที่ ๑๒ รอบหนึ่งนะคะ อีกรอบหนึ่งก็ขอเบิก ๔๕,๐๐๐ กล่องนี่วันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๘ ดิฉันก็เป็นคนละเอียด ก็มาดู ส.ส. จิรายุ ทําไมวันที่ ๑๓ คนในเขตคลองสามวาไม่กินข้าวหรือคะ มันหายไปไหนวันหนึ่ง ตรงกลางหายนะคะ อันนี้นะคะ

ต่อไปแถวที่ ๔ มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร มีนบุรี อย่าเพิ่งประท้วงนะคะท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ เดี๋ยวรอประท้วงทีเดียวเลยจะได้ไม่ขัดจังหวะ เปิดต่อไปเลยค่ะ วิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็นอะไรในที่นี่ เป็นรองประธานมูลนิธิร่มไทร มีนบุรี เปิดหน้า ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ประวัติของท่านวิชาญ บอกเลยว่าเป็นรองประธาน มูลนิธิร่มไทร มีนบุรี ดิฉันเป็นคนกาดอกจันเอง ๖ ดอก หน้า ๓ ดอก หลัง ๓ ดอก กลัวคน ไม่เห็นนะคะ อันนี้ขอเท่าไร ๑๒ ล้านบาท ท่านดูนะ กินข้าววันละ ๖๐,๓๐๐ กล่อง ๑๒,๖๖๓,๐๐๐ บาท

ต่อไปอันดับที่ ๕ ลาดพร้าว วังทองหลาง ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ลาดพร้าว วังทองหลาง วันละ ๑๖,๕๑๕ กล่อง เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๙๕๔,๕๐๐ บาท อันนี้เปิดไปอีกค่ะ คนที่มาขอนะคะ ประธานศูนย์ เปิดไปอีกหน้าหนึ่งเลยค่ะ ประธานศูนย์ ดอกเตอร์สิงห์ทอง บัวชุม เป็นใคร เปิดอีกหน้าหนึ่งเลยค่ะ สงสัยกรรมการตัดออก ดิฉันบอก เลยก็ได้ เป็นผู้สมัคร ส.ส.

ต่อไปอันดับที่ ๖ มูลนิธิสํานักสงฆ์วชิรปราการวันละ ๑๐,๖๐๕ กล่อง เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาทนะคะ ที่น่าสงสัยคือสํานักสงฆ์ที่อยู่ดิฉันก็ดูตามหัวกระดาษ อยู่ ๑๕๘ หมู่ ๙ ตําบลสนามแจง อําเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี แต่มาทําอาหารที่เล่าเปงง้วน จตุจักร แต่พอทําจตุจักรแล้วก็ไปส่งมอบที่บ้านราชวิถี พอรับราชวิถีเสร็จก็ไปส่งที่บางพลัดนะคะ ดิฉันก็เลยสงสัยว่าทําไมถ้าเกิดอยู่ลพบุรีจะมาทําเลี้ยงคนบางพลัดทําไมไม่ไปตั้งครัวแถว ๆ บางพลัด ถ้าบางพลัดข้ามไม่ได้นี่ก็ทําฝั่งตรงข้ามก็ได้นะคะ แต่ไปทําโน่นจตุจักร แล้วจตุจักร ก็น้ําท่วมมันขนอย่างไร แล้วแถมดิฉันก็ซักเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงบอกต้องไปตรวจรับที่บ้านราชวิถี สถานสงเคราะห์บ้านราชวิถี แล้วถึงจะเอาไปอีกทีหนึ่ง ดิฉันก็มานั่งดู ข้าว ๑๐,๖๐๕ กล่อง กว่าจะไปถึงคนกินบางพลัดบูดหมดละค่ะ ถ้า ๑๐,๖๐๕ กล่องนี่เดี๋ยวดิฉันจะอธิบายให้ฟัง เพราะดิฉันเป็นเจ้าของร้านอาหารนะคะ รัฐมนตรีค่ะ คือดิฉันก็เลยสงสัยว่า

อันดับ ๗ ๘ ๙ ท่านดู ดิฉันชื่นชมมากนะคะรัฐมนตรี อันนี้ดิฉันชื่นชมลูกน้องท่าน นะคะ ชื่อนางสาววัลย์ลิกา สรรเสริญชูโชติ เป็น ผอ. ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน เขต ๒ อันนี้เลี้ยง ๓ เขตนะคะ ดินแดน ห้วยขวาง พญาไท ท่านดูเบิกแค่ ๕๑๐,๐๐๐ บาท ๓ เขต ท่านดูนะคะ อันนี้เบิกมากกว่านี้เขาไม่อนุมัติ เพราะว่าคนมันไม่มีจริงตามที่ ๑–๖ เบิกแบบนั้น เขาไม่ให้ แต่ท่านดูกลับไปแผ่นที่ ๑ ค่ะภาพรวม ท่านดูนะคะ ของครัวมูลนิธิ มิราเคิล ออฟ ไลฟ์ (Miracle of life) อนุมัติให้ ๙๙๙,๐๐๐ นี่ทําที่บางพลัดเหมือนกัน ครัวของ ส.ส. กํานันเล็ก ธานี เทือกสุบรรณ ก็ไปทําที่บางพลัด คนรับประทานเยอะแยะเลย ยังไม่ถึงครึ่งของท่านเลย เพราะฉะนั้นเมื่อกรรมาธิการมาชี้แจงดิฉัน ดิฉันก็เลยเกิดความสงสัยว่าทําไม โอ้โฮ้ มันกินข้าว อะไรขนาดนี้ กินมโหฬารเลย แล้วมันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าวันหนึ่งนี่คุณจะสามารถ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมาครับ ดอกเตอร์สุนัยประท้วงครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

น้องรังสิมาที่รักครับ ขออนุญาต แป๊บเดียวครับ ท่านประธานครับ อยากให้ท่านประธานช่วยควบคุมข้อบังคับหน่อยครับ ถ้ามีการพูดถึงบุคคลมากมายอย่างนี้ทั้งภายนอกภายในอย่างนี้นะครับ วันนี้ก็ไม่จบครับ ท่านประธานครับ แล้วอย่าโยนบาปมาทางฝ่ายรัฐบาลนะครับ ผมขอให้ท่านประธานควบคุม แล้วน้องรังสิมาครับอย่าขยายวงมาก ถ้าอภิปรายรัฐมนตรีก็เอาเฉพาะรัฐมนตรีก็ขยายวงหมด หรือตกลงรัฐมนตรีไม่มีอะไรผิดแล้วใช่ไหมครับ ชัดเจนที่สุดแล้วครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์สุนัยครับ พอแล้วครับ ท่านรังสิมา คืออย่างนี้ถ้าถึงใครเดี๋ยวผมก็ต้องให้ชี้แจงหมดครับ ถึงท่าน ส.ส. ท่านไหนก็ต้องชี้แจง แต่ถ้าถึงบุคคลภายนอกนี่ท่านรังสิมาต้องรับผิดชอบเอง เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านคะใจเย็น ๆ ฟังดิฉันก่อนสิคะ เพราะเอกสารที่เอามาคือเอกสารราชการเขามาชี้แจงในกรรมาธิการนะคะ ทีแรกดิฉันก็ไม่ได้ จะอภิปรายหรอก แต่พอเห็นกินข้าวมากขนาดนี้คนก็เลยมาถามดิฉันว่ากินหรือมัน แหมดิฉัน พูดก็เดี๋ยวต้องให้ดิฉันถอนอีก ดิฉันพูดก่อนก็ได้และเดี๋ยวดิฉันถอน มันกินหรือมันแดกกันแน่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องถอน นะครับ เพราะฉะนั้นอย่าพูดดีกว่า

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ก็นี่ ๆ ดิฉันฟังจากคนอื่นมา ไปเล่าให้คนอื่นฟัง เขาก็เลยมาถามดิฉัน ดิฉันก็บอกว่าเดี๋ยวดิฉันจะพูดให้แต่ดิฉันต้องถอน ถอนก็ต้องถอนไม่เป็นไร กินหรือรับประทาน ทีนี้ดิฉันก็เลยมานั่งคิดว่า เอ๊ะ การที่เบิกขนาดนี้ วันละแสนกว่ากล่องนี่มันจะมีปัญญาทําได้อย่างไร ขนาดที่ครัวอาสาชาวใต้ ที่ร่วมกับมูลนิธิ ของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช นะคะ ทําใช้คนประมาณ ๒๐๐ คน ทําได้สูงสุดเลยใช้เตา ประมาณ ๑๒ ลูกนะคะ หุงข้าวทั้งวันเลยหม้อใหญ่ ๆ ๑๒ ลูกนี้ยังได้แค่ ๑๐,๐๐๐ ถุง ๑๐,๐๐๐ ชุดนะคะ ทําตั้งแต่เช้าเลย แต่ของท่านทําอย่างไรวันละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าถุง ดิฉัน ก็งงมากเลยนะคะ แล้วก็ยังมีครัวรัฐบาลอีก ยังมีครัว กทม. อีก ดิฉันก็เลยไปซัก กทม. ว่า กทม. นี่ท่านไม่ได้จัดอาหารให้กับคนในเขตของท่าน ส.ส. ที่ดิฉันอภิปรายมานี้หรืออย่างไร เขาถึงได้มาของบประมาณจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มากมาย มหาศาลขนาดนี้ เขาบอกเขาจัดทุกโรงเรียนเลย แล้วยังมีครัวจังหวัดที่ส่งมาจับคู่แต่ละ จังหวัดอีกนะคะ อย่างเช่น ครัวของที่โรงเรียนเพชรถนอม มีครัวนะคะที่ลาดพร้าว จากจังหวัดนครพนมเขามาทําคู่กัน แต่ตอนนี้ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็นจังหวัดหนองบัวลําภู แล้วเขาไม่เคยได้รับงบประมาณจาก พม เลย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นี่เขาไม่เคยรับ แล้วผลิตในศูนย์นั้นด้วย ศูนย์ที่โรงเรียนทุกโรงเรียน แถมคนนอก ศูนย์มาขอก็ให้อีกนะคะ

แล้วอีกประการหนึ่งคือครัวอาสาแล้ว ครัวรัฐบาลแล้ว ครัว กทม. แล้ว คนที่บริจาคนี่พ่อค้า ประชาชนทั้งหลายที่ไปบริจาค สื่อมวลชน เอกชนทั้งหลาย ทุกคน ก็ทุ่มเทมาที่ กทม. ที่ทางใต้ตอนนั้นน้ํายังไม่ท่วม เขาเห็นว่าก่อน ๆ นี้น้ําท่วมคนกรุงเทพฯ ไปช่วยเขา คราวนี้เขายกครัวมาทุกเขตเลยเพื่อมาช่วย ยังไม่หมดมากขนาดนี้เลย แล้วนี่หมด มหาศาลเลยนะคะ ดิฉันก็ถามเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจง เบิกไปแล้ว ๒๕๐ ล้านบาท แล้วขอตั้งงบ เบิกต่ออีก ๑,๖๐๐ ล้านบาท จะเอาไปไหนกันนี่ ดิฉันก็มานั่งคิด โอ้โฮ อะไรกินข้าวนี่วันหนึ่ง เป็นแสน ๆ กล่องมันไม่ได้กินแล้ว ที่ดิฉันพูดเมื่อกี้นี้ ดิฉันเลยสงสัยว่าพอดิฉันอภิปรายปั๊บ จับได้ว่ามีการทุจริต ส้วมก็ยกเลิกไป ๑๐,๐๐๐ ส้วมนะคะ ส้วมละ ๖๐๐ บาท ไม่ซื้อแล้ว คนเขาเดือดร้อนนะคะ น้ําท่วมนี่ ยกเลิกส้วมไป ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ ส้วม พอจับได้ ถุงยังชีพ ท่านไปชี้แจงดิฉันในกรรมาธิการ ทาง ปภ. บอกว่าซื้อถุงยังชีพครั้งละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒ ครั้ง แล้วไปมอบให้ ศปภ. ๑ ครั้ง ท่านประชาบอกผมไม่เคยได้รับเลย พอซักไปซักมา ยกเลิกอีกแล้ว ๙๘ ล้านบาท นี่ได้คืนไปเท่าไรแล้ว ๑๑๔ ล้านบาทแล้ว พอเสร็จ เอาข้าวกล่องอีก พอเสร็จจับได้อีก บอกเขาขอยกเลิก ลําดับที่ ๒ เมื่อกี้นี้ ท่านรองประธาน ชวลิต หมั่นหาผล นี่นะคะยกเลิกอีก ๒๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นประมาณ ๑๔๐ ล้านบาท ที่กําลังยกเลิก ดิฉันก็เลยบอกนี่มันบาปกรรมขนาดไหน คนจะกินก็ไม่ได้กิน คุณไปยกเลิก ถุงยังชีพเขา คราวที่แล้วกินข้าวสาร คราวนี้มากินข้าวสุก แล้วมายกเลิกส้วมอีก พวกนี้เวรกรรมมากเลย คนมันปวดท้อง คนจะอุจจาระ แล้วคุณไม่เอาส้วมให้เขานี่ ต่อไปถ้าคราวหน้ามันจะถ่ายอุจจาระทางทวารหนักไม่ได้แล้วเพราะท่อมันตัน มันต้องเอา มันทรมานนะคะ เกิดชาติหน้าดิฉันว่าคนที่โกงทั้งหลายนี่โกงส้วมนี่นะคะ ไม่ซื้อส้วมให้เขา ลําไส้มาโผล่หน้าท้อง แล้วก็มีถุงขี้ใส่ติดตัวไปด้วย เพราะว่าไม่รู้จะไปขี้ตรงไหน เพราะฉะนั้น

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมาครับ ท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ประท้วงครับ เชิญครับ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ดิฉันขอร้องน้องรังสิมาด้วยความรัก ดิฉันนั่งฟัง ตั้งแต่ทีแรกมันเป็นใคร มันเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย มันกินข้าว มันกินขี้ ขอให้น้องใช้วาจา ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อย่างสุภาพหน่อยนะคะ ขอร้องเถอะค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมาก็ขอร้องก็แล้วกันนะครับ เอาสุภาพหน่อยครับ เรามีการถ่ายทอดสดนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ดิฉันก็นั่งทําการบ้านนี่สุภาพ ที่สุดแล้ว อะไรประธานบอกไม่สุภาพให้ดิฉันถอนบอกมาเลยค่ะ ดิฉันก็จะถอนตามที่ประธาน บอกนะคะ คือดิฉันก็มามองว่าดิฉันเป็นเจ้าของร้านอาหาร ทําอย่างไรก็เถอะ ไม่เกิน ๓,๐๐๐ กล่อง จะหาคนมาทํามันก็ไม่เกิน เพราะว่าถ้าเราทํามากมันจะต้องทําตั้งแต่หัวค่ําไปจนเช้ามืด ถ้าทําอาหารเช้าด้วย นี่ท่านเบิก ๓ มื้อ มื้อเช้า มื้อเช้าก็ต้องทําตั้งแต่ ๖ ทุ่ม และไปแจกเช้า แล้วมื้อกลางวันก็ต้องทําตั้งแต่หกโมงเช้าไปแจกเอาประมาณ ๑๑ โมง พอมื้อเที่ยงแจกเสร็จ ต้องต่อมื้อเย็นอีกแล้ว แต่ถ้าท่านเบิกอย่างนี้ อย่างที่ดิฉันพูดว่าทําไมเบิกวันหนึ่งเป็น แสน ๆ รวมแล้วเฉพาะที่ดิฉันเอ่ย ๗๐ กว่าล้านบาท ท่านลองคิดดู แล้วเป็นที่น่าสังเกตไหมคะ ว่ามันเป็นของพรรคเพื่อไทยหมดเลย ท่านดูสิที่ดิฉันเอ่ยมา ลําดับ ๑ หนองจอก ก็ท่านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ลําดับที่ ๒ ก็เป็นนามสกุล สําเร็จวาณิชย์ ลําดับ ๓ ก็เป็นท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ลําดับ ๔ ก็เป็นรองประธานร่มไทร มีนบุรี ก็ของท่านรองประธาน วิชาญ มีนชัยนันท์ ลําดับ ๕ ก็เป็นผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ดอกเตอร์สิงห์ทอง บัวชุม ลําดับ ๖ ที่ดิฉันบอกว่า มันเป็นที่น่าแปลกใจว่าทําไมอยู่ลพบุรีมาทําที่จตุจักร แล้วเอาไป ตรวจที่บ้านราชวิถี แล้วก็เอาไปให้ที่บางพลัด แต่ลําดับที่ ๗ ๘ ๙ ที่เจ้าหน้าที่ไปคุมเอง ที่ดิฉัน เอ่ยชื่อเมื่อกี้นี้ ที่ดิฉันชื่นชมว่าทําไมเขาเบิกแค่ ๕๑๐,๐๐๐ บาท ๓ ที่ ดินแดง ห้วยขวาง พญาไท ท่านประธานคะ ท่านประชาเป็น ผอ. ศูนย์ แล้วก็ขนาดงานเล็ก ๆ อย่างนี้ ดิฉันว่า ท่านยังทําไม่ได้เลย ยังไม่สามารถควบคุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่วันนี้ที่อภิปรายมา ทั้งหมด ไม่ว่าจะจับไปตรงไหน ก็จะเจอหมดทุกอย่างเลย เดี๋ยวก็จะมีคนขึ้นอภิปรายอีก หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นส้วม ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ไม่ว่าจะเป็นเรือ เป็นผ้าห่มอะไร มีทุกอย่าง พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนท่านยังยิ้มได้เลย ไม่ต้องหัวเราะเลย ดิฉันรับไม่ได้ จริง ๆ เลยว่าท่านฟังดิฉัน ท่านก็ต้องรู้แล้วว่านี่มันมีทุจริตท่านยังปล่อยให้มีการทุจริต แล้วยังมายิ้มกับดิฉันอีก ดิฉันไม่รับยิ้มด้วยหรอก เพราะว่าดิฉันรับไม่ได้ เพราะว่ามันเป็น เงินภาษีของพี่น้องประชาชน และประชาชนเดือดร้อน ถ้าประชาชนไม่เดือดร้อน อย่างพวก ส.ส. ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไร แต่คนไม่มีจะกินที่ดิฉันบอกว่ามีผ้าถุงตัวหนึ่ง มีเสื้อกระโปรงตัวหนึ่ง เขายังจะเอาตัวไม่รอดเลย ท่านทําไมยังคิดไปทํานาบนหลังเขาอีก ทําไมยังโกงเขาอีก ทําไมไม่ช่วยเหลือเขา ความเป็นมนุษย์ คนถ้าเป็นมนุษย์เขาจะไม่ไปทํานาบนหลังคนหรอกค่ะ เมื่อเขาเดือดร้อนต้องให้ความช่วยเหลือเขา ไม่ใช่มาหากินอยู่บนความทุกข์ยากของ พี่น้องประชาชน เมื่อเรื่องเล็ก ๆ อย่างนี้ท่านยังทําไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรท่านจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วมันจะยุติธรรมหรือ เพราะอันนี้ท่านยังดูแล ไม่ทั่วถึงเลย นี่ทําให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติแบบนี้ ดิฉันจึงไม่ไว้วางใจท่าน จึงถอดถอน ท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้นะครับ เชิญทีละท่านครับ เอาท่านไพโรจน์ก่อนนะครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ต้องขอใช้สิทธิพาดพิงที่คุณรังสิมาคนวัดช่องลมด้วยกัน เราจะต้องพูดกันตรงนี้นะครับว่า ปัญหาที่คุณเอามาพูดทั้งตัวเลขต่าง ๆ แล้วก็มีลูกชายผมไปพัวพันในเรื่องการประสานงาน อันนี้ผมขอแสดงความชื่นชมนะครับ ลูกผมเป็นสมาชิกสภาเขต เขตหนองจอก เห็นประชาชนเดือดร้อนก็ขวนขวาย ชุมชนไหนเดือดร้อนก็มาร้องขอ เขาก็เป็นการช่วย ประสานงาน ไม่ผิดหรอกครับเบอร์ที่ท่านโชว์ คือพ่อกับลูกใช้สํานักงานเดียวกัน ผมก็ให้ ลูกชายนั้นทําหน้าที่ตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วครับ ท่านเอาตัวเลขมาเดือนนี้มันไม่ใช่นะครับ เขาทําตั้งแต่เดือนตุลาคม เพราะน้ําหนองจอกท่วมพร้อมนครสวรรค์นะครับ เขาช่วยเหลือ ประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก ต้องอพยพไปอยู่ในที่พักพิง งานก็ไม่ได้ทํา เอาอะไรกินเข้าไปครับ ๒ เดือนกว่านี่เอาอะไรกินเข้าไป ถ้าไม่มีนักการเมือง อย่างผมช่วยประสานงาน ลูกชายผมช่วยทํางาน วันนี้เขาตกระกําลําบากจะไปพึ่งใคร กทม. ช่วยหรือเปล่าครับ เขาก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้ที่จะไปดูแล ทั้งอีกหลายอย่างนะครับ ทั้งเรื่องการประสานงานทุกชุมชน เราบอกแล้วว่ามารับได้เลยนะครับ เรามีการให้ทุกชุมชน ทํารายละเอียดมานะครับ มีรายชื่อหลายหมื่นคน เป็นหมื่น เป็นหมื่นที่เขามาขอรับ เพราะเราจําเป็นนะครับทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเรามีการประสานงานจะต้องมีเอกสารกํากับ เรามีที่มาที่ไปชัดเจนครับ ไม่ใช่ไปฟังเรื่องเขามาชี้แจงงบประมาณเอาประเด็นเพียงเล็กน้อย ที่คุณรู้ต้องถามกลับไปสิเงินที่แล้วไปไหนตัวเลข ตุลาคม พฤศจิกายน เราทําอย่างนี้ต่อเนื่อง นะครับ เพราะเรามีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ผู้แทนราษฎรเป็นนักการเมืองนะครับ เขาไม่ได้เพียงทําเฉพาะตัวหนังสือที่คุณมาโชว์หรอกครับ ที่ไม่โชว์เขาทําปิดทองหลังพระ ไม่รู้กี่เดือน ให้รู้ไว้เสียด้วยนะครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงเพียงเท่านี้ครับ

(นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ครับ ทีละท่านนะครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิประท้วงผู้ที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ตามข้อบังคับข้อ ๖๑ เรื่องของ การเสียดสีบุคคลใดและห้ามกล่าวถึงบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสภานี้นะคะ รวมถึงข้อ ๖๓ ที่ได้พาดพิงมาถึงนามสกุลของดิฉันก็คือสําเร็จวาณิชย์นี้นะคะ คือดิฉันจะต้องขอชี้แจงว่า ในการที่ช่วยเหลือน้ําท่วมก็จะได้มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ด้วยนะคะ และในส่วน ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่เมื่อกี้ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่ได้เอ่ยชื่อขึ้นมาก็ไม่ได้มีปรากฏ อยู่ในเอกสารฉบับนั้นนะคะ เป็นชื่อบุคคลอื่น แต่เมื่อได้นํามาอภิปรายแล้วก็ได้บอกว่ามีชื่อ บุคคลนี้ก็คือรองประธานสภาวัฒนธรรมหรืออะไรก็ตาม แล้วก็มาบอกว่าเกี่ยวโยงกับดิฉันด้วย ตรงนี้ดิฉันก็คิดว่ามันไม่เป็นธรรมแล้วก็เป็นการกล่าวข้อความเท็จกลางสภานี้นะคะ ดิฉันจึง อยากที่จะให้ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้พิจารณาถึงข้อความที่เอ่ยขึ้นมานั้นตรงกับเอกสาร ที่นํามาชี้แจงอย่างไรหรือไม่นะคะ และดิฉันก็มีข้อความที่อยากจะบอกว่า ในการที่หน่วยงาน ต่าง ๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือกันตรงนี้ไม่ว่าที่จะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็ตาม ดิฉันก็คิดว่า มันเป็นความบริสุทธิ์ใจที่จะต้องทําออกไปเพื่อที่ประชาชนส่วนรวมจะได้รับการช่วยเหลือ ตรงนี้โดยร่วมกันนะคะ และตัวเลขที่อ้างขึ้นมานี้ท่านก็ได้บอกกับตัวท่านเองแล้วว่ามันเป็น การยกเลิกไปแล้วนะคะ และตรงนี้เอาข้อมูลเก่ามาเสนออีก และประชาชนที่รับฟังอยู่ ทางบ้านที่ดูอยู่ก็จะเป็นการตัดสินที่อาจจะเชื่อท่านนะคะ แต่ว่าข้อมูลทั้งหมดก็ปรากฏอยู่ แล้วว่าท่านได้พูดความเท็จในสภา ขอขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับ ก็ต้องเรียงไปตามที่พาดพิงถึงใครครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับก็ดีครับ ผมเห็นว่าคงใกล้เลือกตั้งผู้ว่าราชการหรือเปล่าแล้วครับ กทม. นี่โดนหมดทุกคนนะครับ ก็ไม่เป็นไรครับก็หาเสียงกันไป ผมเรียนนิดเดียว ก็ขอบคุณ คุณรังสิมาที่เที่ยวไปตรวจเช็กแล้วก็เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ผมเองเรียนว่าที่อ้างถึง มูลนิธิร่มไทร ผมเองเป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่เจ้าของ เพราะว่ามันเป็นมูลนิธิ การกระทําใด ๆ ก็ตาม เขาทราบอยู่แล้วว่าเป็นมูลนิธิองค์กรเพื่อการกุศลไม่แสวงหาผลกําไร แต่ส่วนหนึ่งนั้นมูลนิธิ ดังกล่าวทุกคนทราบครับว่าก่อนน้ําท่วมหรือก่อนประกาศกฤษฎีกา มีการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ข้าวนี่แจกเป็นประจําครับ ไม่ได้แจกที่มีนบุรีอย่างเดียวนะครับ ไปถึง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปถึงจังหวัดสิงห์บุรี ไปถึงจังหวัดไกล ๆ ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งวันนี้ ผมได้สอบถามไปทางมูลนิธิ เขาก็บอกว่าได้มีการทําอาหาร แต่ส่วนหนึ่งผมสอบถามทาง พม ว่านอกจากในส่วนที่คุณรังสิมาอ้างอิงว่ามีในส่วนของมูลนิธิร่มไทร แล้วมีส่วนอื่นหรือเปล่า ก็มีครับ มีหลายชุมชนหลายส่วน ซึ่งตั้งครัวอยู่ที่มหาวิทยาลัย เกษมบัณฑิต แล้วเป็นครัวที่ พม ไปเปิดอยู่ แล้วก็มีการทําอาหารมีโรงครัวเรียบร้อย ผมคิดว่าในเรื่องของการตรวจสอบก็ตรวจสอบเถอะครับ แล้วในเรื่องของมูลนิธิท่านกรุณา นิดหนึ่ง เพราะว่ามันมีชื่อหลายคนไม่ใช่ชื่อผมคนเดียว ถ้าชื่อผมคนเดียวผมเป็นเจ้าของมูลนิธิ ไม่มีปัญหาหรอกครับ ท่านเอาชื่อผมแล้วก็ไปบวกกับมูลนิธิ ซึ่งจริง ๆ แล้วคนที่ทําหน้าที่แทน มีหลายท่าน แล้วผมเองก็ไม่ได้ล่วงรู้ทุกอย่าง แล้วถามบอกว่ารู้ไหมว่ามีการทําอาหาร ก็รู้ครับ ว่ามีการแจกจ่ายอาหารกันอยู่ประจํา แต่จํานวนหรือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ทราบ ดังนั้นในสิ่งที่ ท่านกําลังตรวจสอบก็ขอให้ตรวจสอบด้วยความสุจริต และการตรวจสอบนี่ก็ขอให้ทาง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็คือ ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้ ข้อมูล รวมถึงในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่คงทราบมากกว่า ตัวท่านรังสิมาที่มาพูดในสภา ซึ่งผมคิดว่าใช้เวลาเพียงสั้น ๆ คงไม่สามารถที่จะบอกกล่าวแล้ว ชี้แจงได้ทั้งหมด ก็คงไม่รบกวนเวลาหรอกครับ เพราะเดี๋ยวท่านประธานก็บอกว่าผมชี้แจง มากไป เอาเป็นว่ามูลนิธิร่มไทรที่เขากล่าวอ้างถึง ถ้าอ้างว่าผมเป็นรองประธานก็เป็น รองประธานอยู่ท่านหนึ่ง ในนั้นมีรองประธานทั้งหมด ๖-๗ ท่าน ก็ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกครับ ทุกคนเองหรือประธานกรรมการทุกท่านเองก็ทําหน้าที่เหมือน ๆ กัน ฉะนั้นการกล่าวอ้าง ทางการเมืองกรุณาด้วยว่าเราใส่ชื่อไว้ ท่านเที่ยวไปกล่าวอ้างผม แล้วไปทําให้มูลนิธิเสียหาย ท่านไปพาดพิงบุคคลที่สามเดี๋ยวจะถูกฟ้อง ผมก็ขออนุญาตเรียนว่าตัวผมเองไม่ถือสาครับ เพราะคุณรังสิมากับผมก็รู้จักกันมานานครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจิรายุครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ เมื่อกี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมโทรศัพท์มาบอกว่าน้ํายังท่วมอยู่เลยครับ เรียกร้องหาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกรุณาไปดูหน่อยครับ ไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในเมืองครับ ที่นั่นคนกรุงเทพมหานครนะครับ หลายจุดยังท่วมอยู่

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฉายภาพเล็กน้อย เป็นภาพเขตของผมครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พื้นที่คลองสามวาท่านประธานครับ มีประชาชนอยู่ในทะเบียนบ้าน ๑๖๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ มีประชากรแฝงอยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน สิริรวมแล้ว ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน มี ๕ แขวง ใหญ่ เล็ก กลางบ้างว่ากันไป แต่ท่านประธานครับ น้ําท่วมตั้งแต่ ๖ ตุลาคม ผมเข้าไปบรรเทาทุกข์มาตลอดตั้งแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังไม่รู้หรือเปล่าผมไม่แน่ใจครับ

ประเด็นที่น่าสนใจต่อมาท่านประธานครับ น้ําท่วม ๖ ตุลาคม ศปภ. กว่าจะ เริ่มต้นก็วันที่ ๑๐ พฤศจิกายนอะไรนี่แล้วท่านประธานครับ ร้องมาโดยตลอดว่าคนเขาไม่มี ที่จะอยู่เขาไม่มีที่จะกิน สุดท้ายแล้วก็มีประเภทแบบนี้ละครับมือไม่พายเอาเท้าราน้ํา ท่านประธานครับ ไม่ช่วยไม่ว่าแต่ยังออกอาการด้วยท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาประเด็นที่ท่านเสียหายพอแล้วครับ เดี๋ยวพาดพิงก็ตอบโต้กันอีกก็ไม่ก้าวหน้าหรอกครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องที่น่าสนใจอย่างนี้ ท่านประธานครับ ท่านไปสํารวจตัวเลขหน่อยว่าประชาชนในคลองสามวานั้นน้ําท่วมกี่คน นับเป็นคนก่อน รวมแล้วที่มีน้ําท่วมประมาณเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ขออภัยที่เอ่ยนามคุณรังสิมา ผมไม่แน่ใจว่าท่านอาบน้ําขันเดียวหรือทานข้าวมื้อเดียวหรือไม่ แต่ท่านเอามารวมกันทั้งหมดเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ท่านพูดได้อย่างไร คนกินวันหนึ่ง เช้า กลางวัน เย็น ท่านประธานครับ แล้วประเด็นต่อไปที่ผมจะชี้ให้ท่านฟังก็เพราะว่าถ้าท่าน นับ ๓ กล่องต่อ ๑ คน ๑๐,๐๐๐ คน ก็ ๓๐,๐๐๐ กล่อง ๒๐,๐๐๐ คนเท่าไรครับ ก็ ๙๐,๐๐๐ กล่อง เอาตัวเลขเงิน ๑๒ ล้านบาทมาเล่นทําไมครับ ไม่น่าตื่นเต้นหรอกครับ ถ้าจะเอาแค่การเมือง เอามัน ๆ ได้ครับ ท่านประธานครับ แต่เอาไม่อยู่ครับ

เรื่องที่น่าสนใจต่อมาท่านประธานครับ ผมตําหนิไปยังกรุงเทพมหานคร ด้วยซ้ําไป ท่านไม่เคยเข้าไปบรรเทาทุกข์เลยตั้งแต่น้ําท่วมนี่ ข้าวกล่องเพิ่งมามีหลัง ๆ ที่มัน จะท่วมชั้นในนี่แหละ ที่ผ่านมาพวกผมก็ทําหน้าที่ ท่านประธานครับ ผมกําลังลงรายละเอียด ต่อไปครับ มีภาพนะครับ ท่านประธานช่วยดูภาพหน่อยครับ ประสานงานโดยผมนี่แหละครับ ข้าวกล่องวางชัดเจนครับ ท่านไม่ต้องไปคิดแทนชาวบ้าน เขาครับว่าทําได้อย่างไร ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ท่านคิดแบบนี้ท่านทําไม่ได้หรอกครับ กองทัพ ยังมีนายพลคนเดียวเลยครับท่านประธานครับ ทําไมคุมทหารเป็นล้านได้ ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นครับ การบริหารจัดการเขาก็ทํากัน ตื่นเต้นอะไร น่าสนใจต่อมาท่านประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดูภาพต่อครับ ผมจะให้ท่านดูนะครับว่าเขตคลองสามวาท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านพูดตัวเลขเยอะนะครับ ท่านพูดบอก โอ๊ย อย่างโน้นอย่างนี้ ท่านดูครับ แขวงบางชัน แจกแค่ ๑๒ จุด จุดละ ๕๕๐ คนครับ ทั้ง ๆ ที่มีคนน้ําท่วมตรงนั้นท่านประธานครับ เกือบหมื่น ผมถือว่าเป็นความบกพร่องนะครับว่ารัฐบาลทําไมแจกแค่นี้ น้อย แต่ดูนะครับ คิดเป็นมื้อ มื้อละ ๑๖,๕๐๐ บาท ผมว่าท่านประธานครับผู้ที่อภิปรายเมื่อกี้ยังทานข้าวแพง กว่านะครับ ที่ชาวบ้านกินมื้อละ ๓๐ บาทพร้อมน้ําดื่มท่านประธานครับ ดูครับคลองสามวา ตะวันตก ๙ จุด ๕๐๐ บาท มื้อละ ๑๕,๐๐๐ บาท กับคนเท่านี้คุณว่าเยอะหรือครับ ท่านเอา ตัวเลข ๑๒ ล้านมาพูด แต่ท่านไม่คิดเลยว่ามันกี่วัน ชุดแรก ๗ วันท่านประธานครับ ดูนะครับ

สุดท้ายปลายทางท่านดูภาพต่อมาครับ ผมไปตั้งจุดครับ เพราะอะไรครับ ให้ชาวบ้านเขาจัดทํากันเอง ผมเบิกเพราะผมไม่ได้คดโกงใคร ไม่ได้ทุจริต ทําไมผมจะต้องไป ทําอะไรหรือครับ ผมก็เบิกไปตรง ๆ แต่เบิกใช้คําอย่างไรท่านประธานรู้ไหมครับ นี่ครับ จดหมายผมชัดเจนครับ ขอรับการสนับสนุนอาหารข้าวกล่องสําหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ มีประชาชนเดือดร้อนประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน พม ช่วยไปตรวจสอบด้วย ปรากฏว่า ท่านช่วยได้แค่ ๒๐,๐๐๐ คน ทําไมไม่ช่วยทั้ง ๘๐,๐๐๐ คนละครับ พรรคประชาธิปัตย์ ช่วยไหมละครับ ผมยังตําหนิ พม ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่นี่เลยนะครับ ท่านให้ ๒๐,๐๐๐ คนเองหรือ แล้วท่านไปคิดยาวเหยียด ๑๐๐,๐๐๐ กว่ากล่อง พูดอย่างนี้มันก็เยอะสิครับ ดูรายวันสิครับ

ท่านประธานครับดูภาพต่อไปครับ นี่เพื่อนผมนะครับ ชื่อนายอ้วนครับ ทําธุรกิจร้านอาหาร ซี้กันมากท่านประธานครับ ผมบอก เฮ้ย อ้วนช่วยหน่อย กทม. ไม่เคย เข้าไปดูแลเลย ใจจะขาดอยู่แล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเฉพาะที่ท่านเสียหายพอ เดี๋ยวจะมีการประท้วงนะครับ เอาเฉพาะท่านเสียหาย ถ้าเรื่องอื่น อย่าไปกล่าวว่าหน่วยงานนั้นไม่มาดูอย่าไปพูดครับ เดี๋ยวก็ประท้วงกันต่อไป มันก็ไม่จบ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน กทม. เข้ามาบ้าง แต่น้อย ดูภาพเมื่อกี้ท่านประธานครับ นี่ครับอย่างนี้ทําไมท่านไม่ชมล่ะ อะไรประเภทว่า จุ๊ก ๆ จิ๊ก ๆ อู๊ย ถนัดจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมชอบคําพูดของท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ที่บอกว่า บาปกรรมจริง ๆ ก็บาปกรรมเหมือนกันครับที่ประชาชนเดือดร้อนแล้วมี ผู้แทนราษฎรที่ดีแต่ด่าดีแต่พูดนี่นะครับ

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุครับ ท่านอรรถพรประท้วงแล้วครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคงต้องควบคุมเวลาและประเด็นการอภิปรายของคุณจิรายุครับ ประเด็นที่ท่าน รังสิมาตั้งข้อกล่าวหาคือมันวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งหรือไม่ อมหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น ที่ท่านจะไปประชาสัมพันธ์เผยแพร่อะไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจ แล้วครับ คุณจิรายุสรุปได้แล้วครับ ผมให้โอกาสมามากพอแล้วครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เวลาเขา อภิปรายพาดพิงเขาใช้เวลา

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็พอสมควร เอาพอสมควร

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ดูภาพต่อครับ เมื่อกี้นี้เป็นภาพ เพื่อนผมนะครับ ก็นี่ครับก็แจกจริงอย่างที่เห็นนี่แหละครับ แต่ไม่ใช่พวกผมทั้งหมด ท่านประธานครับ สุดท้ายผมสรุปให้ท่านประธานฟังอย่างนี้นะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องสรุป เลยนะครับ สรุปแล้วครับ ผมไม่ให้โอกาสแล้ว

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ด้วยเหตุด้วยผลนะครับ ส.ส. มีหน้าที่ดูแลประชาชนครับ ประชาชนเดือดร้อน ๑๐๐,๐๐๐ คน พม มาถามท่าน ส.ส. มีคน เดือดร้อนเท่าไร ผมก็บอกไปประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนครับ ท่านบอกว่าตอนนี้งบประมาณ ไม่เพียงพอเอาได้แค่ ๒๐,๐๐๐ คน ผมบอก ก็แล้วแต่ท่าน ผมก็มีหน้าที่บอก สุดท้ายเอกสาร ก็ส่งไปที่ พม ศปภ. แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกผมครับ ผมก็มีหน้าที่ส่งไปว่าคนเท่าไร ๒๐,๐๐๐ คน ส่วนมันจะราคาเท่าไรท่านรู้ไหมครับ กล่องละ ๓๐ บาท แล้วท่านประธาน รู้ไหมครับ ถ้าพูดอย่างนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่นี่นะครับ ท่านกรุณาเอาเงินไปจ่ายตาม ร้านอาหารที่เขาทําแล้วออกไปก่อนด้วยตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายน วันนี้ยังไม่ได้สักสลึงเดียว ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ ท่านช่วยกรุณาด้วยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ คุณจิรายุครับ ก็ประท้วงต่ออีกครับ พอแล้วครับ ผมว่าชี้แจงพอสมควรแล้วครับ มากไป แล้วครับ พอแล้วครับ เอาเฉพาะท่านเสียหายพอ ไม่เสียหายไม่ต้องพูดถึงแล้ว

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านประธาน ต้องฟังผมก่อนนะครับ คุณรังสิมาพาดพิงเรื่องหายไปไหนวันหนึ่ง ท่านต้องถามรัฐบาลครับ ผมไม่รู้หรอก ครั้งแรกส่งจดหมาย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจิรายุครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบ หายไป ๑ วัน โอเค เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวให้รัฐบาลตอบที่ท่านว่าหาย ๑ วัน ผมจะให้รัฐบาลตอบนะครับ พอแล้วครับ ก็ยังมีผู้ประท้วงอยู่นะครับ ถ้าท่านดูข้างหลังครับ ก็ไปต่อไม่ได้ กรุณาให้ ทุกอย่างไปได้ดีนะครับ ตอนหลัง ๆ บรรยากาศดีแล้วครับ พอแล้วครับ ๓๐ วินาทีแค่นั้นพอ ผมไม่ให้ต่อ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

๓๐ วินาทีนะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ สรุปใจความอย่างนี้ท่านประธานครับ การทุจริตหรือไม่ผมไม่รู้หรอกครับ เพราะว่าเราไม่ผ่านเงินจากมือผม ประเด็นอยู่ที่ว่าเราส่งชื่อไปว่ามีคนต้องการความเดือดร้อน ๑๐๐,๐๐๐ คน ท่านได้ ๒๐,๐๐๐ คน ล็อตที่ ๒ ผมบอกว่า ๑๕,๐๐๐ คนก็พอ เพราะว่า ชาวบ้านเขาเริ่มบ่นแล้วสตางค์ยังไม่ได้ แค่นั้นเองครับ สุดท้ายอะไรไม่ได้ก็ลงแต่ผู้แทน กทม. แต่ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ครบ ๓๐ วินาที พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้ว พอแล้วครับ เชิญท่านรังสิมานะครับ ท่านอื่นพอแล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันไม่ได้มาพูดส่งเดชนะคะ ดิฉันจะพูดอะไรดิฉันต้องมีหลักฐาน แล้วในคณะกรรมาธิการ ข้าราชการเป็นคนเอาเอกสารมาให้ ดิฉันไม่ได้เมค (Make) ขึ้นมาเอง เห็นไหมกรรมาธิการ คนของพรรคเพื่อไทยก็มีอยู่ตั้งหลายคน ท่านลองถามดูสิยังส่ายหัวเลย ยังมาพยักหน้ากับ ดิฉันด้วยซ้ําไป เอาเลย ๆ นี่อย่างไรก็มาพูดให้ประชาชนได้เห็น พอพูดเสร็จประชาชน โทรศัพท์มาเห็นไหมนี่ เดี๋ยวดิฉันจะอ่านให้ฟัง แล้วท่านบอกว่าประชาชนในเขตท่านมี ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดิฉันก็มี ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีมากกว่าท่านอีก ดิฉันมีร่วม ๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะ ส.ส. แต่ละคนต้องมีประชากร ๑๕๐,๐๐๐ คน ท่านจะมาอ้างว่ามี ๑๕๐,๐๐๐ คน แล้วท่านเบิกหมด ๑๕๐,๐๐๐ คนเลยหรือ แล้วนี่ดิฉันดูนะ คนโทรศัพท์ มาเลย ฟังอภิปรายขอบคุณมากเลย คุณดา อยู่บุรีรมย์ เฟส ๓ บอกไม่เคยเห็นหน้า ส.ส. จิรายุเลย มีแต่ทหารเอามาช่วย นี่หลักฐานชัดเลยนะคะ การช่วยเหลือประชาชนดิฉันเห็นด้วย แต่ว่าวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง ดิฉันไม่เห็นด้วย ดิฉันก็บอกแล้วอย่างไรว่า ที่เอามานี่ ดิฉันรับไม่ได้ ในฐานะที่ดิฉันเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน แล้วเป็นภาษีของประชาชน ดิฉันเสียภาษีปีละ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ดิฉันยอมเสีย แต่ถ้าเสียไปแล้วนักการเมืองขี้โกง ดิฉันรับไม่ได้ ดิฉันก็เสียดายภาษีดิฉัน แล้วดิฉันก็บอกแล้วอย่างไรว่าดิฉันอยู่ติดตาม งบประมาณ เพราะฉะนั้นท่านใดที่ฟังดิฉันอภิปราย

(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมา ท่านจิรายุประท้วงแล้วครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ดิฉันไม่ได้ว่าท่านจิรายุ ดิฉันพูด ภาพรวมว่านักการเมืองคนไหนที่มันขี้โกง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฟังก่อน ให้เขา ในเมื่อเขาประท้วงก็ให้สิทธิก่อน ท่านรอสักครู่ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม จิรายุครับ จะขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ จริง ๆ แล้วภรรยาผมสอนเสมอครับ ผมเคารพภรรยาครับ ว่าไม่ให้เถียงผู้หญิงครับ แต่จริง ๆ แล้ว

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ท่านจิรายุครับ ถ้าจะพาดพิงรอก่อน เดี๋ยวผมจะให้พูดครับ เชิญท่านรังสิมาก่อนครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ ผมยังไม่ให้สิทธิครับ เชิญคุณรังสิมาต่อเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ดิฉันพูดภาพรวมทั่วไป เพราะว่าตอนนี้นักการเมืองมันเสียชื่อเยอะ เพราะว่างบน้ําท่วมนี่นะคะ อบจ. ก็แจก จังหวัด ก็แจก กทม. ก็แจก ทหารก็แจก ตํารวจก็แจก แจกหมดทุกหน่วยเลย จนมันเละตุ้มเป๊ะ แต่ประชาชนไม่ได้กิน ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานว่าข้อมูลอันนี้ดิฉันสอบแล้วข้าราชการ เป็นคนเอามาให้ แล้วคุณแจ้งมาจริง ๆ ว่าวันละ ๑๐๕,๐๐๐ กล่อง แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านเอา ขึ้นให้ดูมีกี่กล่อง ยังไม่ถึง ๑,๐๐๐ กล่องเลย มีคน ๓ คน ยังไม่ถึง ๑,๐๐๐ กล่องเลย ดิฉันดู ดิฉันก็รู้แล้ว เพราะดิฉันทําร้านอาหาร ไม่อย่างนั้นดิฉันไม่อภิปรายหรอกอันนี้ ทีแรกก็ไม่คิด อภิปราย แต่ถ้าเกิดเขาเสียวันละ ๙๐ บาท กล่องละ ๓๐ บาทนะคะ แล้วได้กินดิฉันสนับสนุน แต่ว่าท่านเบิก ๑๐๐,๐๐๐ กว่ากล่องต่อวัน ประชากรน้ําท่วมหนีไปอยู่ต่างจังหวัด ไปเกี่ยวข้าว จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นหมดเลย ท่านพีระพันธุ์ไปตรวจในพื้นที่ บางโครงการมีบ้านอยู่ ๓ หลัง เขาจ้างให้เฝ้าบ้านคนอื่นด้วย แล้วคุณจะไปแจกทั่วทุกบ้าน มันเป็นไปไม่ได้ ดิฉันจึงบอกอย่างไรคะว่าประชาชนที่ฟังแล้วถ้าท่านไม่ได้กิน ท่านทําหนังสือ ร้องเรียนมาที่ติดตามงบประมาณ แล้วดิฉันจะตามตอนต่อไป ท่านคอยฟังคราวหน้าเอาอีก เพราะว่าอันนี้มันมหาศาลนะคะ มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว หลังน้ําท่วมมีงบฟื้นฟูอีก ก็กินอีก ข้าวก็ต้องเอาไปให้ประชาชน ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันไม่ได้ใส่ร้ายใคร อันนี้เป็นหนังสือราชการ แต่ว่าไม่อยากให้มองว่าวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง เพราะเขา เดือดร้อน ท่านเกิดชาติหน้าท่านจะลําบาก ปากท่านจะไม่มีรู เพราะว่าท่านกินแม้กระทั่ง ข้าวสาร ข้าวสุก ส้วมก็ยังกินเลย ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจิรายุครับ เชิญครับ ผมให้สิทธิท่านที่ถูกพาดพิงครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ไม่ต่อล้อต่อเถียงนะครับ เพราะว่าเถียงกับผู้หญิงเขาบอกไม่ค่อยจะดีเท่าไร ไม่เจริญครับ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านรังสิมาพูดบอกว่าประชากรแสนกว่าก็เข้าใจครับ แต่บ้านท่าน น้ําไม่ได้ท่วมเยอะเท่าคลองสามวาจริง ๆ นะท่านประธาน ขอความเห็นใจครับ ตัวเลขนี้ ไม่ได้ผิดปกติอะไรเลยท่านประธานครับ มีประชากร ๒๐๐,๐๐๐ คน ท่วมอยู่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน ขอข้าวกล่องโดย พม ก็ ส.ส. ขอไป ไม่ได้หมายความว่าเอาสตางค์มา ให้ผมทํากับข้าว ไม่ให้เมียผมทํานะครับท่านประธานครับ ก็ขอไปได้แค่ ๒๐,๐๐๐ คน และท่านบอกเบิกเป็นแสนกล่อง ท่านประธานครับบวกเครื่องคิดเลขสิครับ ๒๐,๐๐๐ คนต่อวัน คูณด้วย ๓ มื้อ ก็เท่ากับ ๖๐,๐๐๐ กล่องต่อวันเท่านั้นเอง แล้วท่านจะไปตื่นเต้นอะไรกับการ เอาข้าวไปแจกชาวบ้านเขาตามหมู่บ้าน เท่านั้นเองครับท่านประธานครับ สาระมีเท่านี้ครับ ท่านจะเอาอะไรมาให้ผมดูมันไม่เกี่ยวมันไม่มีตัวเลขเลยนะครับท่านประธานครับ ที่เกี่ยวกับผม ดูชัดเจนนะครับ เขาเอาไปรวมประเภทแบบ ๑๐ วัน ๗ วันนะท่านประธานครับ ก็เขียนอยู่ ๖๐,๐๐๐ กล่อง คุณรังสิมาก็มั่วแล้ว ก็วันละเมื่อกี้คุณบอกวันละแสน นี่เห็นไหมท่านประธาน เขาโกหกกันต่อหน้าต่อตา พอเอามาดู

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้นําเอาเอกสารให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาละครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านกรุณานั่งอยู่ประจําที่นะครับ เดี๋ยวไม่ได้ครับ ไม่ได้ ประจําที่ครับ นั่ง เชิญ ๆ ท่านต้องพูดกับประธานเท่านั้นนะครับ เดี๋ยวผมเชิญเจ้าหน้าที่ออกไปทั้งคู่ นะครับ กรุณาได้นั่งที่ท่านจิรายุพอแล้วครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ไม่ได้ท่านประธาน ไม่อย่างนั้น ประเทศนี้มันก็ไม่มีการชี้แจง ใครจะกล่าวหา ผมชี้หน้าด่าเขาทุจริตก็ได้หรือครับท่านประธานครับ ผมพูดด้วยเหตุผลนะท่านประธานฟังผมบ้างสิ ท่านประธานฟังนะครับ เขาบอกวันละ ๑๐๐,๐๐๐ กล่องท่านประธานดูนะครับ งวดที่ ๑ พม ไปแจกข้าว ๗ วันท่านประธานครับ จํานวนวันละ ๖๐,๐๐๐ กล่อง ก็คือมีคน ๒๐,๐๐๐ คน กินข้าว ๓ มื้อ งวดที่ ๒ วันที่ ๑๖-๑๗ อีก ๕ วัน วันละ ๔๕,๐๐๐ กล่อง ประชากร ๑๕,๐๐๐ คน แล้วท่านเอามารวมเพื่อตีขลุม ทางการเมืองพูดแบบนี้ได้อย่างไรล่ะ ตลกนะท่านประธานครับ ถ้าท่านอธิบายด้วยเหตุผล ด้วยความเป็นจริงอย่างที่ท่านอธิบายเดินมาให้ผมนี่ท่านก็จะพูดแบบที่ผมพูด แต่ท่านบอก โอ้ เบิกวันละแสน ท่านมั่ว แล้วท่านไม่เห็นใจคนจน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้นะครับ ท่านข้างหลังไม่ต้องประท้วง ผมให้สิทธิเฉพาะคนที่ถูกพาดพิงนะครับ เดี๋ยวก็จะประท้วงกันต่อไป ผมเชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ ท่านประชาก่อนครับ เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ ขอบคุณครับที่หลาย ๆ ท่านได้กรุณาได้ให้ความกระจ่าง ได้ให้ความชัดเจน ได้ให้ข้อมูล ผมในฐานะ ผอ. ศปภ. ก็อย่างที่กราบเรียนให้แล้วนะครับว่ากระผมเป็นเพียงผู้อํานวยการ และเป็นผู้สั่งการ ส่วนการดําเนินการนั้นเป็นในเชิงของการบูรณาการ ผมขอเรียนท่าน อีกครั้งหนึ่งนะครับ การบูรณาการ ทําไมผมถึงเน้นตรงนี้ หลายท่านได้พูดถึงการดําเนินการ ของทางทหาร ประชาชนเห็นแต่ทหารไปช่วยพี่น้องประชาชน ผมก็ใคร่ขอเรียนนะครับว่า ในผังในชาร์ทที่ผมแสดงไปนี้ที่ให้ท่านได้ทราบไปนั้นก็มีอยู่แล้วว่า ในส่วนของการปฏิบัติการนั้น กําลังของกองทัพทุกกองทัพ ทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เป็นหน่วยปฏิบัติของ ศปภ. เพราะฉะนั้นหน่วยต่าง ๆ เหล่านี้จะออกทํางานในนามของ ศปภ. ท่านอาจจะเห็นว่าทางทหารเข้าไป แหม มีแต่ทหารช่วยเท่านั้น ทหารเขาไปในนาม ของ ศปภ. ครับ แล้วส่วนในเรื่องของท่านศิริโชค โสภา แล้วก็ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่านได้ฉายคลิป ๒ ครั้ง ๒ หน คลิปในเรื่องของของบริจาคจากต่างประเทศ แล้วก็เห็นกอง อยู่ในโกดังว่าของทําไมถึงเก็บไว้อย่างนั้น แล้วก็ของนั้นทําไมไม่มีการแจกจ่าย หรือว่าหาย ไปไหน อันนั้นเป็นคลิปของท่านเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคมครับ ท่านก็บอกไว้อยู่แล้ววันที่ ๒๗ ตุลาคม ของเราจัดออกทุกวันครับ เราแจกจ่ายไปทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ไม่ว่าจะเป็นเรือ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ําดื่ม เราแจกจ่ายออกไปทุกวันนะครับ

แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านได้กล่าวหาก็คือว่า น้ําเข้า ศปภ. เมื่อวันที่ ๒๗ เสมือนหนึ่งว่า ศปภ. นี่ปล่อยทิ้งปล่อยปละละเลยในของบริจาคทั้งจากต่างประเทศและจาก พี่น้องในประเทศ ขอกราบเรียนนะครับ ศปภ. เราไม่ได้ปล่อยปละละเลย และไม่ได้ทิ้งข้าว ทิ้งของแต่อย่างใด วันที่ ๒๗ ที่น้ําจ่อเข้ามานั้นเราก็เริ่มเตรียมตัวในการที่จะขนย้ายไปหา สถานที่อื่นเป็นที่ตั้งของ ศปภ. เราก็มาได้ที่กระทรวงพลังงานในที่สุดท้าย แล้วก็เริ่ม เคลื่อนย้ายในเย็นวันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ ต่อมาเราต้องเคลื่อนย้ายคนก่อนครับ ในศูนย์ดอนเมืองนั้น มีผู้คนที่อพยพอยู่ที่นั่น พี่น้องอยู่ที่นั่น ๔,๐๐๐ กว่าคน ที่เทอร์มินอล ๒ (Terminal 2) ครับ ในวันที่ ๒๘ เราต้องเริ่มเคลื่อนย้ายคนไปไหนครับ ไปจังหวัดชลบุรี ไปเป็นศูนย์พักพิง ที่จังหวัดชลบุรีนะครับ พี่น้องต้องย้ายในคืนนั้นอย่างกะทันหันนะครับ

ส่วนวันที่ ๒๙ ก็เป็นการย้ายเครื่องวัสดุอุปกรณ์และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหลายทั้งปวงที่มีมูลค่ามาก ถ้าเกิดการเสียหายแล้วมันก็จะเกิดสูญเสียทรัพย์สิน ทางราชการ เราก็ได้มีเคลื่อนย้ายอย่างเช่นคอลเซ็นเตอร์อย่างนี้เป็นเครื่องอุปกรณ์ไฮเทคเรา ต้องรีบเคลื่อนย้ายมาที่กระทรวงพลังงานก่อน

วันที่ ๓๐ เราก็เคลื่อนย้ายสิ่งของไปที่สนามศุภชลาศัย แล้วก็มีการแจกจ่าย ออกไปด้วยบางส่วน ผมอยากจะให้ท่านได้ดูคลิปวันที่ ๓๐ ตุลาคม ว่าหลังจากที่เรา เคลื่อนย้ายของไปแล้วนั้นว่ามีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง ผมพูดเองท่านก็คงไม่เชื่อ แต่ผมจะให้ ท่านดูในคลิปของการทําข่าวของทีวีช่อง ๓ เขาไปทําข่าวเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ณ ที่ศูนย์โกดัง แห่งนั้น ท่านจะเห็นเหลือแต่เพียงว่าสิ่งที่เหลืออยู่นั้นก็คือเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เราได้คัดแยก ออกมาแล้วเป็นเสื้อผ้ามือสองที่พี่น้องประชาชนนํามามอบให้ ศปภ. แล้ว ศปภ. ก็ได้คัดแยก ออกไว้เพื่อให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับไปในการที่จะทําความสะอาด ซักรีด แล้วก็จะดําเนินการในการแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน แล้วก็ผมยังยืนยันว่ามีส้วมของ เอกชนซึ่งเป็นผู้ที่มีจิตอาสาไปทํางานที่ ศปภ. มีส้วมอยู่ ๒ ส้วมจริง ๆ ส้วมลอยน้ําแล้วก็ ใส่กุญแจไว้เราเอาออกไม่ทัน ผมอยากจะให้ท่านดูคลิปนั้นอีกครั้งหนึ่งครับ ขอคลิปเรื่อง ศปภ. วันที่ ๓๐ ตุลาคม ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : สวัสดีครับ ตอนรับเข้าสู่เวลาข่าวของท่านกับข่าว ๓ มิติ ๓๐ ตุลาคม นะครับ วันนี้เป็นวันที่น้ําทะเลหนุนสูง”

“............... : ขณะที่สิ่งของบริจาคภายในดอนเมืองนั้นข่าว ๓ มิติสํารวจ ล่าสุดพบว่าเหลือสุขาลอยน้ํา แล้วก็เสื้อผ้าที่จมน้ําอยู่ในอาคารบางส่วน ไม่มีทรัพย์สินมีค่าอื่น วันนี้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้นํารถบรรทุกมาขนเสื้อผ้า ไปบางส่วนและจะทยอยนําไปที่ศูนย์ ศปภ. แห่งใหม่ เพื่อกระจายให้ผู้ประสบภัยต่อไป แล้วก็มีผู้ประสบภัยในศูนย์ดอนเมืองเองก็มานําเสื้อผ้าเอาไปใช้เป็นการชั่วคราวด้วยนะคะ”

คลิปวันที่ ๓๐ อันนั้นที่ปรากฏว่าไม่มีของมีมูลค่าเหลืออยู่เลย เปิดคลิปถูกหรือเปล่าครับ คลิปที่ขออนุญาตไป คือในวันที่ ๓๐ นั้นไม่มีของหลงเหลืออยู่แล้ว มีแต่เสื้อผ้าเก่า ๆ แล้วก็ ขวดน้ําที่ใช้แล้ว และขวดน้ําขุ่นที่แตกออกจากซองถุงพลาสติกที่เราเก็บไม่ทัน อันนั้นยอมรับ ว่ามีบ้างนะครับ ที่ผมจะได้แสดงในคลิปต่อไปนี้ และเอกสารที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้เป็นเรื่อง ที่เราควรจะได้รับรู้รับทราบครับ พี่น้องประชาชนคนไทยจะได้ทราบ โดยเฉพาะพี่น้อง กทม. ก็คงต้องชม คลิปนี้สงสัยผมต้องขอเรียนเชิญท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาชมด้วยครับ เพราะท่านมีบทบาทสําคัญมากในการวิเคราะห์คลิปนี้ครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่เครื่องโสต มาช่วยยกแผ่นป้ายด้วยครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีกําลังชี้แจงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมจําเป็นต้องประท้วงครับ เพราะว่าคลิปที่เปิดเมื่อสักครู่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบนะครับ แล้วหลุดมาได้อย่างไรครับ ไม่ใช่นะครับ เป็นการกลั่นแกล้งหรือเปล่าครับ เดี๋ยวต้อง ตรวจสอบหน่อย ฝ่ายโสตนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ท่านพิเชษฐ์เป็นคนตรวจสอบนะครับ ท่านต้องไปตรวจสอบครับ เชิญเลยครับ จะได้รู้ว่า ใครเอาไปเปิดโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เชิญท่านไปตรวจสอบด้วยครับ ท่านปรีชาพลด้วยนะครับ ไปตรวจสอบสิว่ามันมาได้อย่างไรครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะแสดงต่อไปนี้มันเป็นเรื่องที่สําคัญครับ เรามาพูดถึง แต่เรื่องน้ําท่วม น้ําท่วม แต่สาเหตุของน้ําท่วมเราทําไมไม่พูดกันเลย เรามาปกปิดกันอยู่ทําไม นะครับ เรื่องนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ก่อนอื่นนั้นผมใคร่ขอคลิปของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ คลิปที่ ๑ ครับ ฝ่ายโสตครับเปิดให้ถูกด้วยนะครับ ที่ขออนุมัติไว้คลิป เมื่อสักครู่นี้ท่านก็เปิดผิด ต่อไปนี้เปิดให้ถูกด้วยครับ ขอคลิปที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ทําอย่างไรถึงจะได้น้ํามาให้เกษตรกรทํานา”

“............... : พอได้ทํานา ข้าวจะออกรวงเริ่มจะออกรวงตั้งท้องน้ําไม่มีมา เลยครับ”

“............... : สําหรับรายงานสถานการณ์น้ําในวันนี้นะครับ ภาพแรกนี่จะ เป็นภาพแสดงปริมาณสะสมนะครับ”

ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องน้ําท่านเป็นผู้ที่สนใจ ในเรื่องน้ํา ท่านติดตามสถานการณ์น้ํามาโดยตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ คลิปนี้นี่คือคลิปของปี ๒๕๕๓ ครับ ปี ๒๕๕๓ จะเป็นวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ ครับ อันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปฟังสรุปในเรื่องน้ํานะครับ เข้าใจว่าจะเป็นที่ กรมชลประทาน ถ้าผมดูไม่ผิดนะครับ ท่านได้ให้ความสนใจเรื่องนี้มาก คลิปต่อไป คลิปที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ขณะนี้นายกรัฐมนตรีก็เดินทางมาถึงแล้วนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรี สวัสดีค่ะ”

เป็นวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ครับ เป็นการติดตามสถานการณ์น้ําท่วมที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ

“............... : บ้านอยู่ไหนนี่”

ต้องยอมรับครับท่านมืออาชีพจริง ๆ ท่านให้ความสนใจเรื่องน้ําแล้วก็ท่านสนใจในเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก

“............... : ท่านผู้ว่า อ๋อ ท่านอยู่ข้างหน้าแล้ว”

“............... : ตอนนี้ดิฉันอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ รวมถึงท่านอธิบดี กรมชลประทาน แล้วก็ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะคะ จุดที่เรายืนอยู่ ตรงนี้มองไปด้านหน้านั่นคือแม่น้ําเพชรบุรี ซึ่งถือว่าเป็นน้ําที่ไหลผ่านบริเวณนี้ไปออกทะเล นะคะ จากจุดนี้ไปก็ประมาณ ๔ กิโลเมตร ท่านอธิบดีคะไปสู่ทะเลแล้วก็เป็นจุดที่ทําให้เกิด ปัญหาน้ําท่วมในปีนี้ด้วย อยากจะรบกวนท่านอธิบดีนิดหนึ่งค่ะว่าสาเหตุของน้ําตรงนี้ไหลมา จากตรงจุดไหน แล้วก็ทําไมปีนี้น้ําถึงท่วมบริเวณนี้มากกว่าทุกปีคะ”

คือจุดที่ผมนํามาเสนอนี้ผมชื่นชมท่านนะครับ พี่น้องเกษตรกรได้ทํานาเพราะท่านนะครับ

“............... : ครับ เนื่องจากวันที่ ๒ เป็นต้นมาก็มีร่องความกดอากาศต่ํา นะครับ แล้วก็ทําให้ฝนตกในจังหวัดเพชรบุรีมาก โดยเฉพาะด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน ท้ายเขื่อนแม่ประจันต์ แล้วก็ท้ายเขื่อนห้วยผาก จํานวนนี้ก็ไหลลงมาในแม่น้ําเพชรบุรีนะครับ ตอนกลางและตอนท้ายของแม่น้ําเพชรบุรี ความจุของลําน้ําน้อย น้ําก็ล้นตลิ่งเข้าไป อย่างบริเวณจุดนี้สามารถรับน้ําได้ประมาณ ๑๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อนาที เพราะฉะนั้นขณะนี้ที่เราแก้ไขปัญหาก็คือพยายามดันน้ําพวกนี้ ออกไปให้ไวที่สุด ณ วันนี้น้ําที่สูงที่สุดที่ผ่านจุดนี้ไปผ่านไปได้แล้ว ผ่านไปแล้วเมื่อวานนี้ ถ้าไม่มีฝนตกลงมาอีก”

ตัดไปเป็นคลิปที่ ๓ เลยนะครับ คลิปที่ ๓ คือวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นติดตาม สถานการณ์น้ําท่วมอย่างต่อเนื่องนะครับ

“.............. : คือไม่มีใครตอบได้นะครับว่าน้ําจะมาแค่ไหนอย่างไร อย่างที่ เราคุยกันครั้งที่แล้ว เรานึกว่าปีนี้จะไม่มีน้ํา เมื่อสัก ๒ เดือนที่แล้วนี่เองนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่มีใครตอบได้ แต่ว่าเราก็ต้องมีระบบและมีการพัฒนาขึ้นมา”

ต่อไปเป็นคลิปที่ ๔ มาปี ๒๕๕๔ แล้วนะครับ ท่านก็ยังเป็นผู้ที่ให้ความสนใจเรื่องน้ําอยู่ เหมือนเดิมเดือนเมษายน ๒๕๕๔ แล้ว

“............... : ท่านอธิบดีกรมชลประทานช่วยลองเปรียบภาพมาเทียบกับ ปีที่แล้วปีปกติระดับน้ําในอ่างตอนนี้เป็นอย่างไร การจัดสรรน้ําของนาปรังจะทําอย่างไร”

ก็ต้องยอมรับว่าท่านตามสถานการณ์น้ํา ๒ ปีติดต่อกัน

“............ : การจัดสรรน้ําสําหรับนาปรังนะครับที่ผ่านมา เราก็พยายามจะ จัดสรรน้ําที่มีอยู่ในช่วงที่เราเริ่มจัดสรรเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านนี่นะครับเรามีน้ําอยู่ ๓๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยประมาณนะครับ เราก็ได้จัดสรรให้สําหรับใช้ในช่วงฤดูแล้งประมาณ ๒๐,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยประมาณขณะนี้ใช้แล้วประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรก็มี น้ําเหลือประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จะใช้ไปได้อีก ประมาณ ๑๓ วัน ก็จะสิ้นฤดูแล้งแล้ว ผมก็คิดว่าการดําเนินการที่เราผ่านมาก็จะเป็นไปตาม แผนเพราะว่าโชคดีอย่างหนึ่งช่วงที่ผ่านมาเราได้ฝนลงมาช่วยนะครับ จะมีพื้นที่ที่ฝนตกน้อยก็ ก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถวนครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธรและอํานาจเจริญ ถึงปัจจุบันนี้ถ้าเทียบกับปีที่แล้วเราก็จะมีน้ํามากกว่าปีที่แล้วประมาณ ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตามในปริมาณน้ําซึ่งมีมากกว่าปีที่แล้ว ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ต้องถือว่าน้อยมาก เพราะว่า ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี่เราใช้น้ําที่ต้นทุนที่เราเก็บน้ําสํารองนี่ไปตลอดและปีที่แล้ว ไม่มีเลย ปีที่แล้วเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ตอนปลายฤดูแล้งมีแค่ ๑,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้นเอง ขณะนี้เราคาดการณ์ถึงปลายฤดูแล้งแล้ว ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เราจะมีน้ําที่ใช้ได้ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งดีกว่าปีที่แล้ว

“............ : ดีกว่าปีที่แล้ว ยังไม่ถือว่าดีมาก”

“............ : ยังไม่ถือว่าดีมาก ขณะเดียวกันที่ท่านอธิบดีพูดถึงสภาพอากาศ บอกให้ระวังเรื่องนี้ด้วย”

นี่คือช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ครับ ต่อไปข้ามไปคลิปที่ ๕ วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้ท่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video conference) ที่ทําเนียบรัฐบาลไปที่จังหวัดสุโขทัย ท่านติดตามสถานการณ์น้ําอย่างใกล้ชิดครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ กระผมก็ต้องชื่นชม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ท่านได้ให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์น้ํานี้อย่างใกล้ชิด ปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ท่านควบคุมได้ดีมาก แต่ทําไมปี ๒๕๕๔ จึงเกิดวิกฤติมหาอุทกภัย ขอเปิดไปคลิปสุดท้ายครับ คลิปที่ ๖ ครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ คลิปที่ ๖ ครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เกิดอะไรขึ้นครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ดูหน่อยครับ เร็วหน่อยครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

เริ่มต้นนะครับ เริ่มต้น ขอเริ่มต้น อุทกภัยปี ๒๕๕๔ ภัยธรรมชาติหรือภัยจากอะไรกันแน่ครับ เปิดต่อไปครับ อุทกภัย ๒๕๕๔ สร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

คลิปต่อไปครับ เสียชีวิตมากกว่า ๕๐๐ คน ขณะนี้ ๖๐๐ คนแล้วนะครับ ๖๑๕ คนแล้ว เดือดร้อนจากน้ําท่วมอีกกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ช้า ๆ ครับ ช้า ๆ เศรษฐกิจเสียหายนับแสนล้านบาท

ต่อไปครับ น่าคิดว่ากล่องสนุ๊กผมเองเสียอีก เกิดจากภัยธรรมชาติฝนตกหนัก หรือเหตุหลักจริง ๆ มาจากภัยอะไร

ต่อไปครับ เป็นแผนขงเบ้งทดน้ําปล่อยลงมาทําลายข้าศึกหรือเปล่า

ต่อไปครับ เหตุมหาอุทกภัยก็อยู่ที่น้ํา ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนี่แหละ ทนฟังหน่อยครับ ท่านครับ ผมด้วยความเคารพ เพราะว่าผมกําลังจะทําความเข้าใจกับท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ไม่เสียหายหรอกครับ ไม่ได้เกิดความเสียหาย พี่น้องประชาชน ทางบ้านเขาชมอยู่นะครับ จากข้อมูลระดับน้ําในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ก็พบว่า เอาเขื่อนภูมิพลครับ ถ้ามีการปล่อยน้ําลงมาในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ เช่นเดียวกับปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ที่จริง เดี๋ยวผมจะทําความเข้าใจได้เรียนชี้แจงใน รายละเอียดประกอบชาร์ทอีกครั้งหนึ่งนะครับ คือเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถ้าเช่นเดียวกับท่านปล่อยน้ําในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อเดือน มวลน้ํา ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนี้มันจะหมุนมาอยู่ในช่วงต้น ๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึง เดือนสิงหาคมครับ ต่อไปครับ ก็น่าจะไม่เกิดอุทกภัยเช่นปี ๒๕๕๔

ต่อไปครับ ลองมาดูสถิติในน้ําเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ครับ ผมขอทํา ความเข้าใจ ขอเรียนตรงนี้ชี้แจงนะครับว่าที่ท่านเห็นอยู่นั้นคือเส้นกราฟแสดงน้ําในเขื่อนภูมิพล ท่านดูในกราฟข้างล่างนี่ครับ เส้นสีเขียวนี้นะครับท่านครับ เส้นสีเขียวนี้คือเส้นระดับน้ํา ปี ๒๕๕๒ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านคอนโทรล (Control) ได้ดีมากครับ ดีมาก ไม่มีน้ําท่วม ท่านระบายน้ําในช่วงเดือนพฤษภาคมเห็นไหมครับที่ผมให้ดูนี่ช่วงน้ํา ในเดือนพฤษภาคม มิถุนายนท่านก็ยังพร่องน้ําได้อยู่ เดือนกรกฎาคมท่านก็ยังรักษาระดับน้ํา ได้อยู่ สิงหาคมท่านก็ยังรักษาระดับน้ําได้อยู่ อันนี้ในปี ๒๕๕๒ คือเส้นสีเขียว ท่านดูนะครับ ท่านดูตามผมไป ในเส้นสีน้ําเงินนะครับ คือการคอนโทรลน้ําหรือพร่องน้ําในปี ๒๕๕๓ คือเส้นสีน้ําเงินนะครับ เส้นสีน้ําเงินนี้ก็คือเส้นที่ท่านควบคุมน้ําในปี ๒๕๕๓ ได้นะครับ ท่านอาจจะบอกว่ามันอยู่ในเส้นควบคุมน้ําอัตราต่ําสุดคือเส้นนี้ ไม่เป็นไรครับ อันนั้นก็เป็น คําตอบ คําถามที่เราจะค้นหาต่อไป และนี่คือเส้นสูงสุด นี่คือปี ๒๕๕๓ ที่ท่านควบคุมน้ําได้ อยู่ในปี ๒๕๕๓ อันนี้คือเขื่อนภูมิพลนะครับ ท่านครับ และสําหรับปี ๒๕๕๔ ท่านลองดูนะครับ ท่านดูน้ําในปี ๒๕๕๔ แล้วผมอยากจะเอากราฟของน้ํานี้บวกกับสถานการณ์ทางการเมือง ทางการเมืองเรายุบสภาวันที่ ๙ พฤษภาคม คือเส้นนี้ครับ วันเรายุบสภา วันที่ท่านยุบสภานะครับ คือ ๙ ระดับ น้ําปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ อยู่ใกล้เคียงกันครับ ใกล้เคียงกันมาก วันเลือกตั้งครับ วันเลือกตั้งคือวันที่ ๓ กรกฎาคม คือเส้นที่เห็นในรูปลูกศรข้างบนนะครับ ลูกศรข้างบน แต่ถ้าดูในแผ่นชาร์ทก็คือเส้นนี้ ท่านจะเห็นได้ว่าน้ํานี้พุ่งขึ้นไปแล้ว พุ่งขึ้นแล้ว ท่านไม่ได้คุมให้อยู่เหมือนปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ทําไมน้ําถึงไม่อยู่เหมือน ปี ๒๕๕๓ ท่านพุ่งขึ้นมาแล้วนะครับ พอเลือกตั้งเสร็จรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ ๒๕ สิงหาคม ท่านดูระดับน้ําครับ เป็นอย่างไรครับ มีระดับน้ําปี ๒๕๕๔ เป็นอย่างไร ท่านทําไมไม่คุมให้มันใกล้เคียงกับปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ท่านปล่อยให้มาเกือบเต็มพิกัด ท่านมีช่วงแค่นี้เองหรือครับที่ให้รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้บริหารประเทศแค่นี้ใช่ไหมครับ แล้ววันเปิด ศปภ. วันเปิด ศปภ. ท่านดูนะครับ ระดับน้ําอยู่ไหนเต็มเขื่อนแล้วครับ เต็มแล้ว เต็มพิกัดแล้วในเขื่อนภูมิพล ท่านดูสิครับว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับ ศปภ. ท่านดูแล้วกัน หันมาดู เขื่อนสิริกิติ์บ้างครับ ท่านดูเขื่อนสิริกิติ์ประกอบกันนะครับ นี่คือปี ๒๕๕๒ เส้นสีเขียวนะครับ นี่คือปี ๒๕๕๓ เส้นสีน้ําเงิน นี่คือปี ๒๕๕๔ เส้นสีแดง ยุบสภาระดับน้ําเหมือนกันครับ ใกล้เคียงกันท่านดูสิครับ ท่านดูในเขื่อนภูมิพล อันนี้คือเขื่อนสิริกิติ์ ข้อมูลนี้ได้มาจาก กรมชลประทานนะครับ ไม่ใช่ข้อมูลที่ผมไปค้นหามาจากไหนมาแสดงเอง ท่านดูนะครับ วันที่ ๙ วันยุบสภานั้นน้ําอยู่คงที่อย่างนี้ ถ้าท่านจะคอนโทรลน้ําให้เหมือนปี ๒๕๕๓ เส้นสีแดง มันจะต้องเป็นเคิร์ฟ (Curve) ลงครับ ตรงนี้ต้องเป็นเคิร์ฟลง แล้วท่านทราบไหมครับว่า พายุเข้ามาทั้งหมด ๕ ลูก ตอนนั้นท่านทราบแล้วพายุเข้ามา ๕ ลูก ท่านดูในปี ๒๕๕๓ อีกครั้งหนึ่งนะครับ วันเลือกตั้งครับ เส้นสีแดงท่านเห็นไหมครับ สังเกตไหมกระโดดพรวดขึ้นมา ท่านทําไมไม่คุมน้ําให้อยู่ในระดับเหมือนปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ท่านมีเหตุผลอะไรครับ แล้วทําไมโดดให้มาขึ้นที่จุดสีแดงครับ แล้ววันที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามา ท่านดูสิครับ น้ําขึ้นไปอยู่ตรงไหนครับ จุดโน่นแล้วครับ จะปิดลมหายใจแล้วครับ ท่านดูสิครับจุดนี้ วัน ศปภ. ท่านดูสิครับน้ําอยู่ไหน ศปภ. ศปภ. คือน้ําเต็มเขื่อนแล้วครับ หมดแล้ว หมดอัตราศึกแล้ว อันนี้คือวันเกิด ศปภ. ต่อให้ ๒๐ ประชาก็เอาไม่อยู่ครับท่านครับ ไม่ใช่ประชาเดียว แต่นี่น้ํา ไม่ท่วมกรุงเทพฯ น้ําไม่ถึง ๒ เมตรนี่ก็ถือเป็นบุญเป็นชะตาที่ดี เป็นเคราะห์ที่ดี เป็นโชคลางที่ดี ของชาวกรุงเทพมหานครแล้ว เพราะฉะนั้นการบริหารน้ําทั้งเขื่อนสิริกิติ์ ถ้าท่านบริหารให้ เส้นสีแดงมันอยู่ใกล้เคียงกับเส้นสีน้ําเงินหรือใกล้เคียงกับเส้นสีเขียว แล้วมันจะเกิด วิกฤตการณ์อย่างนี้หรือครับ ท่านให้เวลารัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบตั้งแต่จุดนี้ถึงจุดนี้ ใช่ไหมครับที่ท่านปล่อยขึ้นมาอย่างลูกศรพุ่งพรวด พรวด พรวดขึ้นมา นี่ท่านให้รัฐบาล เพื่อไทยรับผิดชอบอย่างนั้นใช่ไหมครับ ท่านต้องดูตรงนี้ครับ

แล้วท่านมาดูในสถิติ ขอแผ่นที่ ๓ ครับ ท่านสังเกตนะครับเขื่อนภูมิพล เป็นอย่างไรครับ แล้วเขื่อนสิริกิติ์เป็นอย่างไรท่านเห็นแล้วนะครับ ท่านมาดูในสถิติ การปล่อยน้ํา ในสถิติการปล่อยน้ําในเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายนนี้ไหหม่าเข้าแล้ว ไหหม่าเข้านะครับ แต่เดือนมิถุนายนท่านยังปล่อยน้ํา ๑.๕ ล้านคิวตลอด ตลอด ตลอดทั้ง เดือนมิถุนายน ทั้ง ๆ ที่ไหหม่าเข้า ท่านดูสิครับนี่ ท่านกักไว้เพื่ออะไร ท่านทําไมไม่พร่องน้ํา เหมือนกับปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๒ ทําไมไม่พร่อง กรกฎาคมท่านก็ยังไม่พร่องอีกครับทั้ง ๆ ที่ นกเตนเข้ามาแล้วครับ กรกฎาคมนี่นกเตนเข้ามาแล้ว ท่านก็ยังไม่พร่องอีกครับ ท่านก็ยังไม่ได้ ปล่อยน้ํา ท่านก็ยังเหมือนเดิมอีก นี่ครับท่านดูเขื่อนภูมิพลสิ และท่านดูเขื่อนสิริกิติ์สิ ท่านมีเหตุผลท่านเอาน้ําไว้เพื่ออะไร ผมขอเรียนถามท่านตรงนี้ แล้วก็เดือนกันยายนไห่ถางเข้ามาอีกลูกหนึ่ง เนสาดเข้ามาอีก ลูกหนึ่งเดือนกันยายน แล้วก็นาลแก ท่านรู้แล้ว พยากรณ์อากาศท่านก็ทราบแล้วว่ามันจะ เกิดอะไรขึ้นในเดือนกันยายน ในเดือนตุลาคม ท่านทราบแล้วแต่ท่านทําไมไม่พร่องน้ํารอรับ มวลน้ําที่เป็นมหาศาลนี่ครับท่านมาปล่อยตอนไหนรู้ไหม ท่านมาปล่อยวันที่ ๗ ที่ท่านจะ ปล่อยน้ําที่เขื่อนภูมิพลนี่นะครับ ปล่อยพรวดลงมาทันที ๑๐๕,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แล้วก็เขื่อนสิริกิติ์เต็มที่ครับ ๕๙.๕๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เข้ารับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีวันที่ ๖ ครับ น้ําเหล่านี้ก็เทกระหน่ําลงมาในเดือนตุลาคม แล้วเส้นแดงนี้ก็คือเส้นที่วันเกิด ศปภ. คือวันที่ ๘ ตุลาคม น้ําลงมาเต็มที่จากเขื่อนภูมิพลและ เขื่อนสิริกิติ์ มันเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญ ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องน้ํา ท่านยังใช้ความสนใจในตรงนี้ ผมไม่ได้ตั้งคําถามอะไรท่านมากหรอกครับ อุทกภัยก็อุทกภัย ก็ไม่ว่ากัน แต่ทําไมท่านไม่บริหารจัดการน้ําที่เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เริ่มต้นก่อนจะยุบสภานี่ มันก็น้ําอยู่ระดับนี้ แต่พอเลือกตั้งปั๊บน้ํากระโดดขึ้นมาพรวด เห็นไหมครับที่เขื่อนภูมิพล กระโดดขึ้นพรวดเห็นไหมครับที่เขื่อนสิริกิติ์ แล้วกระโดดขึ้นเต็มที่ครับเมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามา มันเกิดอะไรขึ้นครับ ก็เป็นแต่เพียงว่าตั้งคําถามไว้เท่านั้นละครับว่า ในฐานะที่ ท่านได้ให้ความสนใจเรื่องน้ํา ชํานาญในเรื่องน้ํานี้มาตลอดนะครับ พี่น้องประชาชนคนไทย เราต้องเสียชีวิตกันไป ๕๐๐-๖๐๐ คนนะครับ ก็เพราะเหตุอย่างนี้ กระผมจึงต้องขอได้ อธิบายทําความเข้าใจเถอะครับ ถ้าท่านมีการรักษาระดับน้ําให้เหมือนปี ๒๕๕๒ ให้เหมือน ปี ๒๕๕๓ ที่ท่านเป็นรัฐบาลทั้ง ๒ ปี ปีนี้มันจะเกิดอย่างนี้ไหมครับ กระผมเองต้องขอ กราบเรียนว่าผมรู้อะไรเป็นอะไร ผมรู้ว่าผมเข้ามารับสถานการณ์อย่างไร และทําไมผมจึงรับ สถานการณ์อย่างนี้ ผมได้ถามสําหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ได้ให้ผมเข้ามาในหน้าที่ตรงนี้ รู้ครับว่า สถานการณ์น้ําเป็นอย่างไร เราเอามาดูแล้ว เราตายแล้ว เราหนักแล้ว หนักแล้ววันเกิด ศปภ. นี่วันที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เทกระหน่ําลงมาจนสุด ถ้ามวลน้ํา ๔,๐๐๐ ล้านนะครับ รวมกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคมนี่ครับ รวมน้ํา ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรมวลนี้ ถ้า ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรมวลนี้ขยับมาอยู่ฝั่งนี้เสีย สาเหตุที่ขยับได้เพราะท่านพร่องน้ํา ออกไปเสีย พร่องน้ําเหมือนปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ น้ํามวลนี้จะเข้ามาแทนที่ เกษตรกรจะได้ ทํานากันแฮปปี้ (Happy) กันทั้งปี ปี ๒๕๕๔ ก็จะไม่มีอุทกภัยอย่างนี้ครับ ก็ต้องขอเรียนว่า อุทกภัยครั้งนี้เป็นเรื่องที่ต้องเคลือบแคลงสงสัยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านผู้นํา ฝ่ายค้าน เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงพวกกระผมไม่ได้อภิปรายท่านในส่วนนี้นะครับ แต่ท่านตัดสินใจที่จะหาทางแก้ตัวปัดความรับผิดชอบด้วยวิธีนี้ไม่ได้ครับ เพราะต้องเอาความจริงมาพูดกัน ที่จริงถ้าเจ้าหน้าที่กรุณานะครับ เอาแผ่นชาร์ทปริมาตรน้ํา ในอ่างเก็บน้ําภูมิพลที่ท่านรัฐมนตรีใช้เมื่อสักครู่นี่ครับ เอาไว้ที่เดิมนะครับแล้วท่านช่วยชี้ ให้ผมด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนึกไม่ถึงนะครับว่า จากความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงจากสื่อบางส่วน แล้วก็วันหนึ่งไปปรากฏอยู่ใน เฟซบุ๊กของ ศปภ. ที่ท่านบริหารอย่างไม่รับผิดชอบ มีความพยายามที่จะสร้างนิยายเรื่องนี้ ขึ้นมาว่ามีขงเบ้งรู้หมดครับ ฝนจะตกเมื่อไร ยุบสภา แกล้งเก็บน้ําไว้ แกล้งแพ้เลือกตั้ง แล้วก็ รอให้พายุเข้ามาจนน้ําท่วม ไม่จริงละครับ ถ้าท่านกรุณาใช้ชาร์ทเดิมนะครับ เพราะว่าชาร์ทนี้ ผมก็สันนิษฐานว่าผ่านกรรมการมาแล้ว ท่านต้องอ่านให้ประชาชนเขาเข้าใจเสียก่อนว่าระดับ น้ําในปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ นี่ครับ ที่ท่านใช้บอกว่าเป็นเส้นสีเขียว เส้นสีน้ําเงินนี่ครับ จนถึงประมาณเดือนตุลาคมนะครับ เขาถือว่าต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดครับ ความหมาย คือ ๒ ปีนั้นถือว่าเป็นปีที่แล้งครับ แล้วการบริหารจัดการน้ําไม่ใช่พร่องน้ําหรืออะไรละครับ มันเป็นการใช้น้ําตามปกติ แต่ฝนมันไม่ตกครับ พอมาปี ๒๕๕๔ ท่านก็เอาไปเปรียบเทียบกับ ปีซึ่งมันแล้งระดับน้ําต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดไม่ได้ครับ ปี ๒๕๕๔ เรากลับมาสู่ภาวะปกติ คําว่าปกติที่ว่านะครับก็ไม่ปกติเสียทีเดียวละครับ จุด ณ วันที่มีการยุบสภา น้ําในเขื่อนนั้น ต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดครับ ถือว่ายังแล้งอยู่ ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ช่วงที่เราไปเลือกตั้งนี่ครับ น้ําไหลลงสู่เขื่อนขึ้นมาเหนือเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุด แต่ต่ํากว่า เกณฑ์เก็บกักน้ําสูงสุดมากทีเดียวครับ ประมาณเอาง่าย ๆ ครึ่งเขื่อนนะครับ เสร็จแล้วที่ท่าน บอกว่าพายุเข้ามา ๕ ลูก ท่านลําดับเหตุการณ์ให้ถูกนะครับ เข้ามาช่วงประมาณปลายเดือน กรกฎาคม ๒ ลูกครับ ที่เข้ามาเต็ม ๆ ก็คือนกเตนครับประมาณปลายเดือนกรกฎาคม ทีนี้ท่านก็มาบอกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมาบริหารต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ไม่ใช่ครับ ท่านครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สําคัญและจําเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อ ประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดําเนินการไปพลางก่อน เพียงเท่าที่จําเป็นก็ได้ ท่านมานับวันที่ ๒๐ กว่าสิงหาคมไม่ได้ครับ ท่านต้องนับวันที่ ๑๐ สิงหาคม ที่ท่านเข้าถวายสัตย์ เพราะถ้าผมอยากจะปล่อยน้ําตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคมไป ผมก็ทําไม่ได้แล้วครับ ท่านครับ ผมไม่มีสถานะอะไรแล้ว ท่านต่างหากเป็นคณะรัฐมนตรี ที่ถวายสัตย์เข้ารับหน้าที่และมีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นที่ท่านวาดเส้นไว้ที่ ๒๐ กว่าเดือนสิงหาคมไม่ได้ครับ ท่านต้องขีดที่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ซึ่งขณะนั้นน้ําในเขื่อนภูมิพล อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๗๐ ครับ ถือว่าต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําสูงสุดพอสมควร แต่ที่ไต่ระดับ ขึ้นไปนั่นละครับมันเป็นโชคไม่ดีของท่านก็ว่าได้ว่าน้ําเข้าเขื่อนมากจริง ๆ ก็คือช่วง เดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนครับ ที่สําคัญครับ คนที่เขามีหน้าที่ในการระบายน้ํา เขามีคณะอนุกรรมการอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เคยชี้แจงเรื่องนี้ ว่าเขาทําตามเกณฑ์ปกติของเขา แต่มีครับที่ไม่ปกติ คือวันที่ ๓ กันยายน รัฐบาลท่านแถลงเป็นนโยบายเองว่าจะชะลอการปล่อยน้ําออกจากเขื่อน เพื่อที่จะให้ พี่น้องประชาชนนั้นเก็บเกี่ยวในการทําการเกษตร นี่คือข้อเท็จจริงครับ ทําไมท่านไม่พูด แล้วพายุ ที่เข้ามาอีก ๓ ลูก เข้าปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมครับ ถ้าท่านบอกผมทราบ ล่วงหน้าก็แปลว่าท่านก็ต้องทราบล่วงหน้า ถ้าท่านทราบล่วงหน้า ๒ เดือน ท่านไปทําอะไร ครับสิงหาคม กันยายน ผมถึงไม่รีบอภิปรายท่านประเด็นนี้ครับ แต่ถ้าท่านจะอภิปรายใคร ในประเด็นนี้แล้วโทษว่าเป็นความผิดผม ผิดนายกรัฐมนตรีแล้วครับ ท่านต้องไปตอบโต้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ แล้วต่อว่าท่านด้วยว่าแกล้งเก็บน้ําไว้เต็มเขื่อนจนถึงวันที่ ๘ แล้วตั้งท่านมาเป็น ผอ. ศปภ. พวกกระผมไม่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อย่างนั้น หรอกครับ ถ้าท่านจะกล่าวหาอย่างนั้น ไปกล่าวหากันเองครับ ทําไมจังหวะพอเหมาะพอเจาะ น้ําเต็มเขื่อนปั๊บตั้งท่านประชาเลย ไม่มีหรอกครับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผมใช้สิทธิสั้น ๆ ครับ เดี๋ยวฟังผมสรุปอีกที ผมกราบเรียนว่าจังหวะเวลาในการระบายน้ํา มองย้อนหลังกลับไปพูด ง่ายครับ แต่มีจังหวะเดียวคือช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนที่ท่านเป็นรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีประชาในฐานะผู้โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านได้พยายามใช้สิทธิ ในการชี้แจง ผมก็ไม่ได้ตัดบทอะไรนะครับ ปล่อยให้ท่านใช้สิทธิของท่านเต็มที่ แล้วท่านผู้นํา ฝ่ายค้านก็ใช้สิทธิมาชี้แจงเหมือนกัน ผมก็ได้ให้เกียรติไม่ทักท้วงอะไรนะครับ ให้ได้ชี้แจงเต็มที่ เหมือนกัน แต่เนื่องจากเวลามีจํากัดครับ เพราะเราต้องปิดอภิปรายให้ได้ก่อนเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบว่าวิป ๒ ฝ่ายได้หารือคุยกันอย่างไรบ้างผมไม่ทราบ เพราะยังไม่มี การแจ้งให้ผมทราบเลยนะครับ ซึ่งอย่างน้อย ๆ ควรต้องเหลือเวลาให้กับผู้ที่จะสรุปนะครับ ๑ ชั่วโมง นี่ก็เหลือเวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบว่าได้บริหารเวลากันอย่างไร เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก็ได้ หารือกันตั้งแต่เริ่มอภิปรายมาถึงขณะนี้ก็เป็นเวลาที่ควรได้ยุติการอภิปรายแล้วเพื่อให้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้สรุป ผมขออนุญาตนะครับ ขออนุญาตเสนอปิด การอภิปรายครับ เพราะถ้าเกินกว่านี้ก็จะไม่เป็นไปตามเวลาที่ควรจะยุตินะครับ ผมขอความ กรุณานะครับ จากท่านฝ่ายค้านครับ เพราะผมเองก็ฟังอยู่ว่าเมื่อไรรายการเด็ด ๆ จะออก เท่าที่ฟังดูก็พอสมควรแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอฟังความเห็น ท่านวิปฝ่ายค้านครับ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ พวกกระผมยังอภิปรายไม่ครบตามที่ได้เตรียม ไว้เลยครับ แล้วก็ทราบดีอยู่แล้วว่าควรจะได้จบการอภิปรายก่อนเวลาเที่ยงคืน เพียงแต่ว่า เรายังมีเวลาเหลืออีกประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง แล้วพวกกระผมนี่ยังมีผู้อภิปรายเหลืออีก ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นการเสนอปิดอภิปรายในลักษณะนี้เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งครับ แล้วก็พวกผมก็บริหารเวลากันได้ ขอความกรุณาอย่างเดียว เมื่อมีการอภิปรายอย่าประท้วง แล้วก็ขัดจังหวะการอภิปราย เวลา ๑ ชั่วโมงครึ่งที่เหลือนี่พวกผมบริหารเวลากันได้ครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาให้ผู้อภิปรายที่กระผมเตรียมไว้อีก ๒ ท่านได้อภิปราย แล้วท่านผู้นําฝ่ายค้านก็จะได้สรุปเสร็จก่อนเวลา ๒๔ นาฬิกา ขออย่างเดียวขีดเส้นใต้ อีกครั้งหนึ่งครับ อย่าประท้วงขัดจังหวะการอภิปราย เท่านั้นละครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณ ท่านวิปฝ่ายค้าน ท่านประธาน ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ความจริงถ้าได้คุย บอกว่าจะต้องจบกันก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา เป็นไปตามข้อตกลง พวกผมพยายาม ประคับประคองจะไม่ให้เกินตามข้อสัญญาที่ท่านบอกว่า ก็คือจะให้ท่านได้อภิปรายกันเต็มที่ เวลาที่มีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะสรุปยาวหรือสั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านนะครับ ขอให้จบก่อน ๒๔.๐๐ นาฬิกานะครับ ก็เป็นไปตามที่ทางท่านประธานวิปฝ่ายค้านเสนอ มานะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดูท่าน่าจะได้ ข้อยุตินะครับ เพราะฉะนั้นสรุปนะครับ ก็เชิญท่านประธานวิปรัฐบาลครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร นนทบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิป รัฐบาล ก็โดยหลักการแล้วน่าจะเป็นไปตามท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้พูดกันไว้ แต่อย่างไร ก็ตามครับ ท่านประธานครับ ในโอกาสที่ฝ่ายค้านยังเหลือผู้อภิปรายอีก ๒ ท่านนั้น ก็จะต้อง มีโอกาสให้กับทางรัฐบาลได้ชี้แจงอีกรอบหนึ่งก่อนที่จะสรุปโดยผู้นําฝ่ายค้าน นี่คือสิ่งที่ฝาก เอาไว้ให้อยู่ในกรอบเวลาก่อน ๒๔.๐๐ นาฬิกาด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี สันติจะใช้สิทธิพาดพิงหรือเปล่าครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ใช้สิทธิพาดพิงแล้วก็จะชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิงของกระทรวง การพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะใช้เวลา สักประมาณเท่าไร

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ผมมีอยู่ ๕ ประเด็นที่ถูกพาดพิงมาตั้งแต่เช้านะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอสั้น ๆ ได้ไหม สรุปสัก ๒ นาทีหน่อยได้ไหม

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

คงไม่ทันหรอกครับ เพราะว่า ๕ ประเด็น แล้วก็โดยเฉพาะประเด็น ตอนท้ายของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านรังสิมาได้กล่าวหากระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์รุนแรงมากในเรื่องของการทุจริต เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้เวลา แต่ผม จะให้กระชับนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประมาณ กี่นาทีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ไม่เกิน ๒๐ นาทีได้ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าสัก ๕ นาทีได้ไหมครับ สัก ๕ นาที ท่านต้องกระชับครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ข้อหาที่สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวหากระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็ใส่ร้ายอย่างนี้นะครับ เป็นข้อหารุนแรงกว่า ข้อหาของท่านประชาอีกนะครับ ผมยังมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจผิดคน ผิดกระทรวงหรือเปล่า ถ้าหากว่าท่านคิดว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ขี้โกงอย่างที่ท่านคิด ตอนนี้ก็ต้องเปิดโอกาสให้กระทรวงได้ชี้แจงนะครับ ท่านประธาน เป็นคํากล่าวหาที่รุนแรงนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมหารือ ทางท่านประธานวิปฝ่ายค้านครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านรัฐมนตรี พม ประสงค์ที่จะอภิปราย ผมไม่ติดใจ แต่ว่าเงื่อนไขเที่ยงคืนต้อง เปลี่ยนไปครับ และก็ให้ท่านได้ชี้แจงได้เต็มที่ พวกกระผมก็จะใช้สิทธิในการอภิปรายเต็มที่ เช่นเดียวกันครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นพวกกระผมเวลาที่เตรียมมาก็จะไม่ได้เป็นไปตาม ที่ได้เตรียมการไว้สําหรับการทําหน้าที่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออย่างนี้ ได้ไหมครับ เวลาที่เหลือกันไว้ให้รัฐบาลชั่วโมงครึ่งดีไหมครับ ขอรัฐบาลมีโอกาสได้ชี้แจงบ้าง สัก ๑๕ นาที แล้วเวลาทั้งหมดก็น่าจะให้เป็นฝ่ายค้านได้บริหารเวลาอย่างนี้พอได้ไหมครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่จบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้พวกกระผม ได้อภิปรายให้จบได้ไหมครับ แล้วท่านก็ใช้เวลาของท่านในส่วนรัฐบาล ๑๕ นาที พวกผม จะใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาทีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงเหลือเวลา ๑ ชั่วโมง ๑๐ นาทีครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ตอนนี้เหลือเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่งครับ พวกผมจะใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาที ให้ท่านใช้เวลา ๑๕ นาทีสําหรับ การชี้แจงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ ถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ ผมให้เวลารัฐบาล ๑๕ นาที พูดไม่จบผมก็ตัดเลย แล้วของท่านถ้า ก่อนถึงเที่ยงคืนสัก ๑ นาที ไม่จบผมก็ตัดเลยเหมือนกัน เอาอย่างนั้นนะครับ ตามนี้นะครับ อย่างนั้นขอท่านรัฐมนตรีชี้แจงทีเดียวดีไหมครับ บริหารเวลา ๑๕ นาทีที่เหลือ อาจจะต้องมีท่านอื่นต้องชี้แจงด้วย บริหารกันทีหลังดีไหมครับ ให้ฝ่ายค้านได้ใช้สิทธิก่อน จะได้ทีเดียวครับ ท่านชี้แจงแล้วก็ปิดอภิปราย

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

ได้ครับท่านประธาน ท่านประธาน ดําริถูกแล้วครับ ผมจะสนับสนุนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดีไหมครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ท่านประธานครับ ผมจะชี้แจงให้กระชับที่สุดนะครับ เวลาไม่เกินครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมห่วงว่าจะไม่มี เวลาเหลือให้กับท่านรัฐมนตรีต้องได้ชี้แจง เดี๋ยวหมดแล้วก็ยุ่งครับ ท่านเอาไว้ทีหลังดีกว่าครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ถ้าอย่างนั้นผมจะชี้แจงสั้น ๆ เอาแค่สั้น ๆ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าท่านเป็น คนสุดท้ายดีแล้ว ปิดอภิปรายเลยนะครับ ท่านมีเวลา ๑๕ นาที เผื่อไว้บริหารอาจจะได้แบ่ง คนอื่นด้วยถ้ามีความจําเป็น น่าจะเป็นข้อยุติที่ดีครับ ตามนี้นะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน ประเสริฐครับ เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจครับ สาเหตุ ก็มาจากเรื่องน้ําท่วมครับ ทําให้ประชาชนจํานวนมากเดือดเนื้อร้อนใจแล้วก็ทุกข์ระทม แสนสาหัสสากรรจ์ ฝ่ายค้านก็เช่นกันครับท่านประธานครับ มีความเดือดร้อนต่อ การไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าราคาแพงกว่าความเป็นจริงเยอะครับ เต็นท์ก็เป็น อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ ที่มีการจัดซื้อเป็นจํานวนมากเป็น ๑๐,๐๐๐ หลัง และมีราคา ตั้งแต่ราคา ๓๖๐ บาท จนเป็นราคาหลายหมื่นบาท ร่วมแสนบาท เพื่อประหยัดเวลานะครับ ผมจะเริ่มจากใช้ชาร์ทเลยครับ ท่านประธานครับ ด้านที่เป็นขาวดํา ภาพที่เป็นขาวดํานี้ เป็นภาพที่ ปภ. จัดซื้อจัดจ้างและมีการตรวจรับสินค้าเรียบร้อยแล้ว ด้านที่เป็นสีผมไปเอามา จากในอินเทอร์เน็ตครับ

ท่านประธานครับ ท่านประธานดูรายการที่ ๑ เขียนว่าเต็นท์นอน ๒ คน แบบไม่มีชั้นกันความร้อน ภาพที่ ๑ คือภาพเต็นท์ เหมือนกันครับกับภาพที่ผมไปเอามาจาก ในอินเทอร์เน็ต ข้อความในภาพเขียนเหมือนกันครับ เขียนว่ามินิแคมป์ (Mini-camp) ภาษาอังกฤษนะครับ ทีนี้ไปดูอันที่ ๓ ครับ เขาก็เขียนว่าเต็นท์นอน ๒ คน แบบไม่มี ชั้นความร้อน อันที่ ๓ ที่ภาพผมไปเอามา เขียนเหมือนกันครับ เต็นท์นอน ๑-๒ คน แล้วก็ เขียนรุ่น ไปอันที่ ๔ ราคาครับ ปภ. ซื้อมาราคา ๙๒๕ บาท ไปตรงกันครับกับราคาปกติ ๙๒๕ บาท แต่เขาขีด ๙๒๕ บาทออกครับ ราคานี้บริษัทเขาไม่ขายครับ เขาจะขายราคา อันดับที่ ๕ ที่ผมวงไว้นะครับ ราคา ๖๕๐ บาท เต็นท์นี้เป็นเต็นท์ที่ ปภ. ซื้อมาจํานวน ๒,๗๐๐ หลัง อันนี้รูปแบบที่ ๑ นะครับ เก่งครับ ราคาที่เขาไม่ขายเราจะซื้อครับ ราคาที่เขา ขายเราไม่ซื้อครับ ถูกกว่าก็ไม่ซื้อครับ จองหองครับ

ไปรูปแบบที่ ๒ ครับ เป็นเต็นท์นอน ๒ คน ราคาที่ซื้อมา ๑,๗๕๐ บาท ซื้อมา จํานวน ๑,๒๐๐ หลัง ภาพเหมือนกันครับ ภาพเต็นท์รูปที่ ๑ เหมือนกันครับกับที่ไปเอามา จากในอินเทอร์เน็ต ข้อความที่เขียนอยู่ตรงมุมเต็นท์เหมือนกันครับ ประการที่ ๓ ครับ ขนาดของเต็นท์เหมือนกันครับ ประการที่ ๔ เรื่องรายละเอียดเหมือนกันหมด ประการที่ ๕ เขียนไว้ว่า เป็นรุ่นจัสท์ ทู ในอินเทอร์เน็ตก็เขียนเหมือนกันครับ จัสท์ ทู ตรงกันทุกอย่างครับ อันที่ ๖ ครับ ของ ปภ. ซื้อมาราคา ๑,๗๕๐ บาทต่อหลัง ในอินเทอร์เน็ตเขาก็ขีดฆ่าออกครับ ราคาตรงกัน อีกครับ ๑,๗๕๐ บาท เขาไม่ขายครับ เขาจะขายราคา ๑,๒๐๐ บาท เราก็เก่งครับ ราคา ๑,๗๕๐ บาทที่เขาไม่ขายเราจะซื้อครับ ราคาที่เขาจะขาย ๑,๒๐๐ บาท สเปกเหมือนกัน ทุกอย่างไม่ซื้อครับ จองหองอีกเหมือนกันครับ

รูปแบบที่ ๓ ท่านประธานครับ เหมือนกันครับเป็นเต็นท์นอน ๒ คน แบบมี ชั้นกันความร้อน รูปภาพเหมือนกันทุกอย่างครับ ตรงมุมเต็นท์เขียนว่าออโรรา-อีเอ็กซ์ (Aurora-EX) อ้ายนี่ก็เขียนออโรรา-อีเอ็กซ์ เหมือนกันครับ ขนาดเหมือนกันครับ อันที่ ๓ ขนาดเขียนว่า ๒๑๐ คูณ ๑๕๐ คูณ ๑๓๕ เซนติเมตร อ้ายนี่ก็เขียนขนาด ๒๑๐ คูณ ๑๕๐ คูณ ๑๓๕ เซนติเมตรเหมือนกัน อันที่ ๔ เขียนว่าเป็นรุ่นเต็นท์ เขียนว่าสามารถนอนได้ ๒ คน อ้ายนี่ก็เขียนเหมือนกันนอนได้ ๒ คน อันที่ ๕ เขียนว่าเป็นรูปเต็นท์ออโรรา-อีเอ็กซ์ อ้ายนี่ ก็เขียนเต็นท์รุ่นออโรรา-อีเอ็กซ์ เหมือนกันครับ มาที่สําคัญครับราคาที่ ปภ. ซื้อ ๑,๙๕๐ บาท ตรงกันครับกับราคาในอินเทอร์เน็ตครับ ราคาปกติ ๑,๙๕๐ บาท เขาขีดออกครับ ไม่ขายครับ ใครจะซื้อ ซื้อแม้แต่เริ่มต้นตั้งแต่ ๑ หลังก็สามารถซื้อได้ในราคา ๑,๓๘๐ บาท ซื้อมาเท่าไรครับ ๓,๑๐๐ หลังครับ อ้ายนี่ก็จองหองอีกครับ ของถูกไม่เอา เอาของแพง

มารูปแบบถัดไปครับ เป็นเต็นท์นอน ๓ คนครับ ภาพที่ ๑ เหมือนกัน ผมไม่อธิบายแล้วครับเพื่อประหยัดเวลา เขียนว่ารุ่นออโรรา ๓ เขียนเหมือนกันครับ ราคาซื้อมา หลังละ ๓,๔๕๐ บาท ๓,๔๕๐ บาทในอินเทอร์เน็ตเขาขีดออกครับ เขาขายเพียงราคา ๒,๔๙๐ บาท ซื้อมาเท่าไรครับ ซื้อมา ๑,๓๐๐ หลัง

ท่านประธานครับ เพื่อประหยัดเวลา ผมตัดรายการอื่นออกครับ ผมก็ทําสรุป ให้ท่านประธานดูครับ เต็นท์นอนแบบเล็ก ซื้อมาทั้งหมด ๕ รายการ ซื้อมารายการที่ ๑ ๒,๗๐๐ หลัง รายการที่ ๒ ๑,๒๐๐ หลัง รายการที่ ๓ ๓,๑๐๐ หลัง รายการที่ ๔ ๑,๓๐๐ หลัง รายการที่ ๕ ๑,๙๕๐ หลัง ซื้อมาทั้งสิ้น ๑๐,๒๕๐ หลัง ราคาแบบที่ผมเรียน เขาขาย ๖๕๐ บาท เราไปซื้อ ๙๒๕ บาท เขาขาย ๑,๒๐๐ บาท เราไปซื้อ ๑,๗๕๐ บาท เขาขาย ๑,๓๘๐ บาท เราซื้อ ๑,๙๕๐ บาท เขาขาย ๒,๔๙๐ บาท เราซื้อ ๓,๔๕๐บาท เขาขาย ๒,๙๐๐ บาท เราซื้อ ๔,๐๐๐ บาท เอาตัวเลขรวมเลยครับ ๕ รายการ เราซื้อเป็นเงิน ๒๒,๙๒๗,๕๐๐ บาท ถ้าไปซื้อในอินเทอร์เน็ตไม่ต้องต่อรองเลยครับราคาเพียง ๑๖,๓๖๕,๐๐๐ บาท คิดขึ้นมาครับ ส่วนต่างของราคาตกที่ ๖,๕๖๒,๕๐๐ บาท ถ้า ปภ. ซื้อ ๒๒ ล้านบาทเท่ากับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไปซื้อในคอมพิวเตอร์ในอินเทอร์เน็ตนี่ละครับ ราคาถูกไป ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ไปซื้อในอินเทอร์เน็ตใช้เงินเพียง ๗๑ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เขา ไม่เรียก ๓๐ ยังแจ๋วครับ เขาเรียก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จัดซื้อเต็นท์ครับ อีกรายการหนึ่งครับเป็นคนละกระทรวงกันครับ ที่นี่ซื้อเต็นท์ไปที่ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยดอนเมือง อาคาร ๒ ศปภ. นี่ซื้อมา ๒ ครั้งครับ ครั้งที่ ๑ อนุมัติให้ซื้อเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ส่งของมอบให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ โดยหลักต้องเป็นอย่างนี้ครับ จํานวนเท่าไรครับ จํานวน ๗๐๐ หลัง แต่พอเราไปตรวจใน รายละเอียดครับ เราจะพบว่า ท่านประธานดูนะครับเขาเขียนนะครับ รหัสลูกค้าเขาเขียนชื่อ ใครครับท่านประธานครับ เขียนชื่อคุณยุรนันท์ ภมรมนตรี (แซม) งบประมาณแผ่นดิน ซื้อเต็นท์มาจํานวน ๗๐๐ หลัง ใบส่งของชั่วคราวสําหรับลูกค้า ชื่อบริษัทผมไม่พูดถึงครับ ส่งของให้เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ รหัสลูกค้าชื่อคุณยุรนันท์ ภมรมนตรี (แซม) จัดส่งที่ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ดอนเมือง อาคาร ๒ เบอร์โทรศัพท์ใส่เข้าไป ลําดับที่ ๑ เต็นท์ โคม เอฟอาร์ที ๒๑๖ (FRT216) ๒ คน จํานวน ๗๐๐ หลัง ราคาหลังละ ๓๖๐ บาท เป็นเงิน ๒๕๒,๐๐๐ บาท หมายเหตุ ส่งสินค้าวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ เอกสารชุดนี้ จัดทําขึ้นเพื่อให้ทราบทั้ง ๒ ฝ่ายว่าได้รับสินค้าครบถ้วนในวันและเวลาที่ได้เซ็นรับสินค้าแล้ว ได้รับของถูกต้องตามเอกสาร ผู้รับสินค้า ลงชื่อ เหมือน ย เลยครับ สระอุ ด้วยครับ ไม่ทราบ ลายเซ็นของใครครับ เหมือนกันครับ

อีกรายการหนึ่งเป็นรายการเดียวกันครับ ของเหมือนกันครับ แต่วันต่างกันครับ ขอซื้ออีกวันหนึ่ง รับของเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ เรื่อง ๒ รายการที่ผม พูดนี่นะครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าเอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปส่งให้กับราชการ สถานที่เป็นราชการครับ แต่ใส่ชื่อบุคคลครับ บุคคลคนนั้นเป็น ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ของเรานี่แหละครับ ท่านประธานครับ การกระทําอย่างนี้ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ ไหมครับ มาตรา ๒๖๕ เขียนไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง (๓) ไม่รับเงินหรือ ประโยชน์ใด ๆ ไปรับของ รับประโยชน์นะครับ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ

ประการถัดมาครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ เขียนไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองของผู้อื่น หรือของ พรรคการเมือง ไปเซ็นรับของอย่างนี้ถูกไหมครับ ไปเซ็นรับของอย่างนี้ในฐานะที่ตัวเอง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความผิดชัดเจนไหมครับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ท่านประธานครับ

มีอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายเพื่อประหยัดเวลา เนื่องจาก ศปภ. ได้ให้บริษัทท่าอากาศยานไทยจัดอาคาร ๒ รองรับผู้ประสบอุทกภัย อาคาร ๒ คืออาคารผู้โดยสารนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ แล้วก็มีการขอใช้ผ้าห่ม หมอน อุปกรณ์เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้ไปพักพิงที่นั่น ท่าอากาศยานก็เลยขอรับ การสนับสนุนผ้าห่ม จํานวน ๗,๐๐๐ ผืนจาก ศปภ. ครับ ขอเบิกงบประมาณทดแทนตาม หนังสือฉบับนี้นะครับ ขอเบิกเงินงบประมาณทดแทนผ้าห่ม จํานวน ๗,๐๐๐ ผืน ผืนละ ๕๖๐ บาท เป็นเงิน ๓,๙๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผ้าห่มที่เขาเอามาใช้ที่ขอเบิกเงิน เป็นอย่างนี้ครับ สีนี้เลยครับ ไปเอามาจากของจีนครับ ชาวบ้านเขาไปซื้อครับ ตามบิลนี้นะครับ เขาไม่ได้ซื้อน้อยด้วยครับ เขาซื้อจํานวน ๑,๔๔๐ ผืน เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน เขาซื้อมา ผืนละ ๗๘ บาทครับ ผ้าห่มเป็นอย่างนี้ครับ เป็นลักษณะคล้ายกันมากครับ ดูแล้วขนาด เท่ากัน เนื้อผ้าต่างกันเล็กน้อยครับ ต้องยอมรับความจริงว่าเนื้อผ้าต่างกันเล็กน้อย แต่แปลก ทําไมราคาต่างกันหลายเท่าครับ ราคาผืนละ ๕๖๐ บาท กับราคา ๗๘ บาท ถ้าท่านประธาน คิดดูครับ ราคารถจักรยานกับราคารถเบนซ์เลยนะครับ ราคาแตกต่างกันนี่ ผ้าห่มที่ ประชาชนไปซื้อใช้เงินจริง ๆ เพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณแผ่นดิน แต่ราคา ราชการถ้าจะไปซื้อต้องใช้เงิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนใช้เงินไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซื้อได้แล้วผืนต่อผืน ส่วนต่างของราคา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เวลาที่ประชาชนกําลังทุกข์ยาก กําลังลําบากมันแสนสาหัสสากรรจ์ครับท่านประธานครับ พวกผมแบบที่ท่านประธานวิปพูด ตั้งแต่เช้าครับ ไม่ติดใจครับว่าซื้อจากใครครับ เพราะรู้ว่าประชาชนกําลังเดือดร้อนครับ ไม่ติดใจครับว่าซื้อด้วยวิธีการพิเศษหรือไม่ เพราะทราบครับว่าประชาชนกําลังตกทุกข์ ระกําลําบากครับ แต่พวกเราติดใจเรื่องเดียวครับเรื่องราคาครับ พอประเทศญี่ปุ่นเอาเต็นท์ ที่เมื่อกี้ผมอภิปรายมาให้นะครับ ที่ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์อภิปรายไว้ ของนี่มาตั้งแต่วันที่ ๑๔ ไม่เบิกมาใช้เอาไปเก็บครับ แต่วันที่ ๑๙ กลับมาซื้อครับ ซื้อตามรายการที่ผมอภิปราย ราคาที่ลดก็ไม่ซื้อครับ ไปซื้อราคาที่เขาไม่ลดครับ ท่านประธานครับ ผมจึงไม่สามารถ ไว้วางใจได้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝ่ายค้านไม่มี ท่านใดจะอภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นเหลือเวลา

(นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญครับ

นายยุรนันท์ ภมรมนตรี บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ยุรนันท์ ภมรมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ สั้น ๆ ครับ จริง ๆ แล้วท่านผู้อภิปรายก็คงจะพยายามทําหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่ว่าท่านอาจจะไม่เข้าใจ หรือเข้าใจไม่ถ่องแท้นะครับ สิ่งที่ท่านพาดพิงอาจจะทําให้ผมเสียหาย เวลาสั้น ๆ ครับ ขออนุญาตพูดแทนเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะว่าจริง ๆ แล้วใบที่ผมเซ็นรับนั้น เซ็นรับจริง ๆ แต่ใบส่งของชั่วคราวเท่านั้นนะครับ คือเจ้าหน้าที่เขามาส่งเต็นท์เขาเอาลงจากรถไม่ได้ แล้วประชาชนตาดํา ๆ นะครับที่รอจะนอนในเต็นท์นะครับ เด็ก ผู้หญิง คนแก่ ยุงกัดไม่มีที่นอน ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่สักคนหนึ่งเซ็นรับไว้ก่อนเต็นท์มันลงจากรถไม่ได้ พอลงมาแล้วนี่ก็ได้ ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่อยู่ตรงนั้นและเป็น เจ้าภาพโดยตรงให้เขามาตรวจนับเป็นที่เรียบร้อย เมื่อกี้ท่านประเสริฐนะครับ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ท่านก็บอกว่ามีการสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ ๑๑ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์สั่งซื้อเรียบร้อย อาจจะมาถามผมว่าคุณแซมเคยซื้อที่นี่ไปบริจาค ผมบริจาคบ่อย ๆ นะครับ ไปบริจาคหลายศูนย์ในราคา ๓๖๐ บาท กระทรวงก็บอกซื้อถูก ซื้อที่ไหน แนะนํา ผมแค่แนะนํานะครับ หลังจากนั้นเขามาส่งก็เลยคุณแซมเซ็นรับหน่อย ถ้าผมไม่เซ็นนะครับเต็นท์นี้ก็ลงมาไม่ได้ ประชาชนจํานวนมากไม่มีที่นอนครับ ด้วยความ เคารพนะครับไม่ตั้งใจจะค้านให้เสียเวลาแต่ว่าทําความเข้าใจสั้น ๆ ว่าไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลย สงสารประชาชน เต็นท์เล็ก ๆ นี่มันเหมือนบ้านเล็ก ๆ คนไม่มีบ้านอยู่นี่นะครับ เขาอยากแค่ อาณาเขตสั้น ๆ ได้มีบ้านเล็ก ๆ ผู้หญิงไม่ต้องนอนโป๊ ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกัน ผมว่าเป็นสิ่ง ที่ดีต้องขอบคุณท่านประเสริฐที่ท่านกรุณาเป็นห่วงใย แต่ว่าผมขอแนะนําข้อเท็จจริงสั้น ๆ แค่นั้นครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเสริฐเชิญ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจครับ แต่ว่าการเซ็นนี่มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรจะไปอํานวยความสะดวกอะไรก็ได้ครับ แต่ว่าไม่ใช่เรื่องไปแทรกแซง ไม่ใช่ไป ก้าวก่าย ไม่สามารถไปทําเรื่องอย่างนี้ได้นะครับ แล้วผมเชื่อว่าใน ศปภ. มีเจ้าหน้าที่จํานวน มากอยู่ครับ และมีอยู่ตลอดเวลาครับนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี มีเวลา ๑๕ นาทีครับ ต้องบริหารเวลานะครับ ก็หมดเวลา ๑๕ นาที ผมให้หยุดการอภิปราย เลยนะครับ จับเวลาด้วยครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนอื่นเดี๋ยวผมจะตอบประเด็นเรื่องเต็นท์ของท่านประเสริฐนิดหนึ่งนะครับ ก็อย่างที่ ท่านยุรนันท์ ภมรมนตรีได้เรียนนะครับว่าในช่วงวันที่ ๑๐ วันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ ตุลาคมในช่วงนั้น เป็นช่วงที่มีพ่อแม่พี่น้องที่มีจิตอาสานะครับ แล้วก็มีความเสียสละจํานวนมากมาบริจาค สิ่งของนะครับ รถติดเป็นกิโลเมตรแล้วก็คุณแซมเองเท่าที่ผมได้รับรายงาน คุณแซมเองนั้น ก็ได้ซื้อเต็นท์พวกนี้บริจาคอยู่เนือง ๆ นะครับ แล้วก็ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ไม่เคยซื้อเต็นท์ประเภทนี้มาก่อนนะครับ เมื่อมีความจําเป็นที่จะต้อง ซื้อเต็นท์ไปให้กับพี่น้องประชาชน ที่อพยพเข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงที่ต้องอยู่นั้นนะครับ ก็ได้ปรึกษาหารือ ซึ่งคุณแซมนั้นนะครับมีจิตอาสาแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องอยู่ในศูนย์พักพิงอยู่ ตรงนั้นนี่นะครับ มาเป็นเวลาอันยาวนานนะครับ โดยไปร้องเพลงไปกล่อมคลายเครียดให้กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงที่มีความทุกข์นะครับ แล้วคุณแซมเองท่านก็ได้แนะนําร้าน ที่ขายถูกนะครับเป็นประจํา ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงได้ สั่งซื้อเต็นท์ดังกล่าวนะครับ แล้วก็คนส่งเขาก็คงจําคุณแซมได้ เขาก็เลยเขียนตรงใบส่งของ ชั่วคราวเป็นชื่อคุณแซมก็เท่านั้นเองนะครับ แล้วเมื่อของลงกองไว้กับที่กับทางแล้ว ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งตั้งกรรมการตรวจรับของอยู่แล้ว ก็ไปตรวจรับของตามขั้นตอนทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณคุณแซมที่ได้ ทําหน้าที่ ทําให้พี่น้องที่เข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิง ซึ่งเป็นทั้งผู้หญิง เป็นทั้งเด็ก ไม่ต้องนอนโป๊ อย่างที่ว่านะครับ ผมเห็นด้วยเพราะฉะนั้นก็ขอกราบขอบคุณคุณแซมนะครับ อันนี้เป็น ประเด็นแรกนะครับ ผมตอบแค่นี้ก่อนแล้วเดี๋ยวตอบตอนท้ายอีกในเวลาส่วนที่เหลือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นท่าน รัฐมนตรีประชาจะขอใช้ ๓ นาทีใช่ไหมครับ ตอนนี้เหลืออยู่เมื่อกี้ ๑๒ นาที ๒๓ วินาที เชิญครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ขอท่านประเสริฐ ก่อนครับ ใช้สิทธิอะไรครับ พาดพิงหรือเปล่าครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ที่ทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจงว่าขอบคุณอย่างนั้นอย่างนี้นะครับ ผมจะกราบเรียนครับ เต็นท์ที่ซื้อมาก็ไม่ได้ถูกนะครับ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เวลาเราไปเกี่ยวข้องคนเขาเกิดข้อสงสัยครับ เรื่องนี้นะครับ ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องที่ผมไปหาอะไรมา มีคนเอามาให้ครับ เขาก็สงสัยว่า ส.ส. ไปยุ่งเกี่ยว มันมีผลประโยชน์อะไรกันหรือเปล่า คนสงสัยเลยต้องเอามาอภิปรายครับ แต่ผมพยายามพูด ให้อยู่ในข้อกฎหมาย ว่าอยู่ในการผิดรัฐธรรมนูญมาตราเท่าไร ๆ ก็ชี้แจงให้ฟัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ สมควรครับ ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีประชาครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ ท่านผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ในวันนี้ผมได้ถูกอภิปรายในฐานะ ผอ. ศปภ. กระผม ก็ต้องขอกราบเรียนยืนยันอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ ตามที่กระผมได้หารือกับทางกฤษฎีกา ผลการหารือกับกฤษฎีการนั้น ผมก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า กฤษฎีกาได้ให้ความเห็น ว่าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. แต่งตั้งขึ้นตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ เพื่อทําหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางในการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยพิบัติเกี่ยวกับอุทกภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ มอบหมายจากนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเพียงหน่วยงานชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอํานาจ ตามมาตรา ๑๑ (๓) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อทําหน้าที่ประสานการบริหารของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐที่ได้รับผิดชอบ ดําเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วตามอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐนั้น ๆ และในการบริหารงานของ ศปภ. มีลักษณะเป็นการดําเนินการให้เป็นไปด้วยความราบรื่น และมีประสิทธิภาพ และเมื่อเสร็จภารกิจ หรือสิ้นสุดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็เป็นอันยุติ การดําเนินการของ ศปภ. จากลักษณะของการจัดตั้งและการปฏิบัติงานของ ศปภ. จึงไม่ได้ เป็นหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานของรัฐตามนัยแห่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ แต่อย่างใด ดังนั้นกระผมก็ใคร่ขอเรียนว่าตามที่ได้ ออกคําสั่งไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นคําสั่งแต่งตั้ง ส.ส. ท่านการุณ โหสกุล และคณะ และท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ในคณะนั้น กระผมก็ไม่ได้ทําผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดครับ ขอกราบเรียนครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐมนตรีมีเวลา ๑๐ นาทีครับ ใช้สิทธิไหมครับ เชิญครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแจกจ่ายอาหาร แล้วก็เรื่องของอาหาร กล่องนะครับ ก็ต้องขอเรียนท่านประธานนะครับว่าตามรายการที่ท่าน ส.ส. รังสิมา ได้พูดถึงนั้น จริง ๆ ท่านเองท่านก็ใช้เอกสารแผ่นเดียวกัน แต่ว่าท่านได้พูดไม่เป็นความจริงนะครับ เนื่องจากว่า ยกตัวอย่าง รายการที่ ๑ ที่ท่านเอามาพูดนั้นก็คือชมรมชาวหนอกจอก จํานวน จริง ๆ แล้ว ๑๕,๐๐๐ คน ๓ มื้อ ก็ ๔๕,๐๐๐ กล่องต่อวัน ไม่ใช่ ๑๕๐,๐๐๐ กล่องอย่างที่ว่า แล้วก็ในทุกส่วนนั้นก็เป็นเรื่องของต่อวันทั้งสิ้น ก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของอาหาร กล่องที่ต้องไปเลี้ยงไปดูพี่น้องที่ประสบอุทกภัยนั้นจํานวนเงินตามที่ได้กล่าวอ้างว่าใช้เงินถึง ๒๕๐ ล้านบาทเศษนั้น ก็ต้องเรียนว่าเป็นการใช้เงินเพื่อทําอาหารกล่องและทําอาหารสด ตลอดจนการทําครัวที่จะเลี้ยงทั้งหมด ๖๒ จังหวัด ที่ประสบอุทกภัย ขณะนี้ได้เบิกเงินไปแล้ว ๑๔๗ ล้านบาท ยังไม่ได้เบิกอีก ๑๐๑ ล้านบาท โดยเฉพาะทางกรุงเทพมหานครที่ประสบ ปัญหาทั้งหมด ๑๘ เขตนั้น ทาง พม เองได้เข้าไปร่วมกับชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ ในการที่จะไป ตั้งครัว ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง แล้วก็ไปเลี้ยงโดยผู้ที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยทําครัวเพื่อเป็น อาหารกล่องออกไปเลี้ยงนะครับ ในวงเงินมื้อละ ๓๐ บาท ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่านที่ได้ชี้แล้วก็ได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ไม่มีข้าวจะกิน โดยเฉพาะในภาคตะวันออก อย่างเช่น คลองสามวาก็ดี หนองจอกก็ดี ลาดกระบังก็ดี มีนบุรีก็ดี ซึ่งท่าน ส.ส. แต่ละท่านนั้นได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้อง โดยเฉพาะมีพี่น้องที่เป็นอิสลาม พี่น้องที่เป็นอิสลามท่านได้บอกว่าท่านไม่สามารถที่จะใช้ครัวกลาง ครัวรัฐบาลของ พม ได้ เป็นกล่อง ๆ ได้ เนื่องจากว่าทางอิสลามนั้นจะต้องใช้ครัวของคนที่ทํา โดยอิสลามเท่านั้นเอง ผมเองได้ขอความช่วยเหลือได้ประสานกับท่าน ส.ส. ไพโรจน์ ส.ส. วิชาญ ต่าง ๆ หลายท่าน โดยเฉพาะท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ นะครับว่าถ้าอย่างนั้นทาง พม จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมกับตามสุเหร่าต่าง ๆ แล้วก็ขอให้ ส.ส. ของเรานั้นเข้าไปชี้จุด แล้วก็ร่วมกับทางอิสลามทําอาหารเลี้ยงชาวอิสลาม เลี้ยงชาวไทย ที่ได้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งทําให้การช่วยหลือพี่น้องประชาชนนั้นเป็นผลแล้วก็ได้รับ คําชมเชย ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า ณ วันที่น้ํามาถึงกรุงเทพฯ ทาง ศปภ. ได้ประชุม ร่วมกับ กทม. ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วย และในวันดังกล่าวนั้นทาง กทม. ได้เชิญ ได้มอบหมายให้ ผู้อํานวยการพัฒนาสังคมมาร่วมประชุมด้วย ซึ่งในที่ประชุมก็ได้บอกว่ามวลน้ํากําลังมา กรุงเทพฯ อาจจะ ในบางเขตโดยเฉพาะเขตรอบนอก ๆ นั้นอาจจะต้องประสบอุทกภัย น้ําท่วม ได้ประชุมกัน ๒-๓ ครั้ง แล้วน้ําก็มาถึงจริง ๆ น้ําเริ่มท่วมในเขตสามวา ในเขตมีนบุรี สายไหม คลองหก ต่าง ๆ ก็ได้เรียนทาง กทม. โดย ผอ. พัฒนาการสังคม ผอ. ของ กทม. กทม. ก็มีหน่วยงานพัฒนาการสังคมเช่นเดียวกันว่า ท่านช่วยชี้จุดว่าแห่งไหนที่น้ําจะท่วมถึง แล้วก็มีปัญหาในเรื่องพี่น้องประชาชน กทม. ก็ไม่ได้ส่งข้อมูลมาให้ทาง พม ตามเวลา นัดหมาย เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนกระทั่งพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน แล้วก็ไปร้อง ส.ส. ในเกือบทุกพื้นที่ เมื่อร้อง ส.ส. ส.ส. ก็มาขอ ความอนุเคราะห์จากกระทรวง และได้ร้องไปที่สํานักนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทนไม่ไหวที่เห็นพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครต้องไม่มีข้าวกิน ไม่มีน้ํากิน ท่านนายกรัฐมนตรีก็เลยได้บัญชาให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ไปร่วมกับตํารวจนครบาลได้ตั้งครัวรัฐบาลกับ พม และกองบัญชาการตํารวจนครบาล ได้ร่วมกันมาทําครัว แล้วก็อาศัยตํารวจนครบาลนั้นได้ร่วมกันส่งข้าวกล่องเหล่านี้ไปถึง ครอบครัวของพี่น้องประชาชนที่ติดเกาะอยู่ในพื้นที่แล้วออกมาไม่ได้ และในขณะเดียวกัน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้บอกว่า นั่นจะเป็นการที่จะให้ตํารวจนั้นได้เข้าไป ลาดตระเวนในพื้นที่ในซอกซอยกรุงเทพมหานครมากมาย ได้สามารถที่จะเข้าไปคุ้มครองชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนด้วยในคราวเดียวกัน ซึ่งกระทรวง พม นั้นได้ทําสิ่งเหล่านี้ ทั้งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ซึ่งฝั่งตะวันตกนั้นได้ไปทําที่บางแค บางแคนั้น ที่กองบังคับการ ๙ นั้นก็ได้ผลิตอาหารวันหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ กล่อง ที่จะส่งไปให้พี่น้องแถว ภาษีเจริญ แถวหมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค เหล่านั้นได้ทานกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็น ความห่วงใยของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่องจํานวนและปริมาณนั้นว่าต่อวันถึง ๑๕๐,๐๐๐ กล่อง ๒๐๐,๐๐๐ กล่อง ในแต่ละพื้นที่นั้นไม่เป็นความจริง อันนั้นคือรวมแล้ว ๕ วัน ๗ วัน ไม่ใช่วันเดียวอย่างที่ท่านพูดถึง เพราะฉะนั้นถ้าท่านพูดแบบนี้มันก็จะทําให้เกิดความเสียหาย กับกระทรวงได้นะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของเสื้อผ้าที่ดอนเมือง เป็นเสื้อผ้าเก่าที่พี่น้อง ประชาชนได้มีจิตที่ดีเอามามอบให้ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจากทาง ศปภ. ให้เข้าไปดูแลตรงนี้ เนื่องจากเสื้อผ้าเก่าของพี่น้องประชาชน ที่นํามามอบให้นั้น พวกเราพี่น้องชาวไทย ถ้าหากว่าไม่มีความมั่นใจในเสื้อผ้าเก่าแล้วก็จะ ไม่รับเสื้อผ้าเก่าเหล่านี้ เพราะฉะนั้นทาง ศปภ. จึงได้มอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ไปดูแล แล้วเสื้อผ้าเก่าเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแจกจ่ายได้ แล้วก็พอดีน้ํามาถึงพอดี ทาง พม ยังไม่ทันได้เข้าไปเอา และหลังจากนั้นทาง พม ก็ได้ไปนํา เสื้อผ้าเหล่านี้ออกมาซักรีดตามกระบวนการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ซึ่งขณะนี้ได้ซักรีดจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเสื้อผ้าเหล่านั้นมีไซส์ (Size) หลากหลาย ไม่สามารถที่จะแจกได้ เมื่อ พม นํามาซักรีดให้เกิดความสะอาดได้ผ่านความสะอาด เรียบร้อยแล้วมาคัดไซส์ว่าเป็นไซส์หญิงหรือชาย แล้วก็ไซส์เอ็กซ์แอล (XL) หรือไซส์แอล (L) แล้วถึงจะนําออกไปแจกจ่าย ขณะนี้ได้ซักรีดเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่ ๒๕,๐๐๐ ชิ้น ยังเหลือ อีก ๑๐,๐๐๐ ชิ้นกําลังซักอยู่ คาดว่าอีกประมาณ ๑๕ วันก็คงจะเสร็จทั้งหมด แล้วถึงจะนํา ออกมามอบให้กับพ่อแม่พี่น้องนะครับ โดยจะมีข้อความในถุงว่า ผ่านการซักทําความสะอาด แล้วจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ก็คงจะกราบเรียน ท่านประธานสั้น ๆ แค่นี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้สิทธิ พาดพิง ที่จริงก็ไม่ได้เสียหายครับ แต่เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านบอกว่าดิฉันใช้ข้อมูลเดียวกับท่าน แต่ดิฉันพูดเท็จ อย่างนี้ ไม่ได้นะคะ ท่านน่ะบวกเลขไม่เป็น ท่านดูช่องสิคะ เขาเขียนเลยว่า วันละกี่กล่องแล้วรวมช่อง สุดท้ายท่านดูสิว่าช่องนี่นะคะท่านดูคลองสามวา ๒ ช่อง ช่องที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ช่องที่ ๕ ท่านดูสิ จํานวนอาหารต่อวัน คลองสามวา ๖๐,๐๐๐ กับ ๔๕,๐๐๐ เป็นเท่าไร ๑๐๕,๐๐๐ ไหม แล้วท่านไปดูช่องสุดท้าย รวมอาหารกล่อง ๖๔๕,๐๐๐ กล่องนะคะ คลองสามวา ท่านว่า ดิฉันเท็จก็เอกสารจากกระทรวงท่านนะ ดิฉันไม่ได้เอามาพูดเอง ไม่ต้องตอบอะไรเลยค่ะ ดิฉันว่านะคะ ท่านประชาคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ไม่ต้องพูดมากค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โยนผ้าขาวแล้วครับ อภิปรายท่านพูดอย่างนี้นะครับ ไม่มีท่านใดอภิปราย ผมหารือที่ประชุมขอปิดอภิปราย นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นถือว่าที่ประชุมมีมติปิดการอภิปราย เชิญผู้อภิปรายสรุปครับ ท่านมีเวลา ๔๗ นาทีครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทํา หน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการติดตาม ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลซึ่งถือเป็นหน้าที่สําคัญตามรัฐธรรมนูญ และกระผมถือว่า เป็นหน้าที่ที่บ่งบอกถึงความงดงามของระบอบประชาธิปไตย น่าเสียดายว่าที่จริงแล้ว การอภิปรายท่านรัฐมนตรีในวันนี้เรามีผู้ที่จะอภิปรายอย่างน้อย ๒ ท่านนะครับ ขออนุญาต ที่จะเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แต่ว่าการใช้เวลา ประท้วงไปถึงประมาณ ๔-๕ ชั่วโมงนี่ครับ ทําให้เราไม่ได้มีโอกาสนําเสนอข้อมูลตรงนั้น แต่ไม่เป็นไรครับ กระผมจะใช้เวลาประมาณ ๔๗ นาทีที่เหลือนี่ครับ ได้ชี้ให้เห็นถึง ความสําคัญของการยื่นญัตติในการอภิปรายครั้งนี้ และวัตถุประสงค์ของพวกเราในฐานะ ผู้แทนปวงชนชาวไทย

พวกกระผมทราบดีครับว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่มีความวิกฤติพอสมควร จากปัญหาน้ําท่วมใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองโดยท่านรัฐมนตรีก็ยอมรับถึงความเสียหาย ที่ขยายวงกว้าง ผู้เสียชีวิตมากกว่า ๖๐๐ คน พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนหลายล้านครัวเรือน ความสูญเสียในเรื่องของทรัพย์สินเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้นทุกวัน และที่สําคัญที่สุดความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตซึ่งจะดํารงต่อไปอีกเป็นระยะเวลา หลายเดือน ในภาวะเช่นนี้ครับพวกกระผมก็ได้พูดชัดเจนว่าแม้เราเป็นฝ่ายค้านเราก็ไม่ละเลย ต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านรัฐมนตรีพยายามพาดพิงหลายครั้งว่าพวกกระผมไม่สนใจในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนอย่างนั้นหรือ ไม่จริงหรอกครับ เราก็ลงพื้นที่ด้วยกันทั้งนั้นละครับ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ท่านย้อนกลับไปดูดีกว่าว่าในวันที่พวกกระผมเป็นรัฐบาลนั้น บทบาท ของท่านเป็นอย่างไร ศูนย์พักพิงพวกกระผมก็ไปจัดตั้ง ครัวก็ทําครับ ทําก่อนรัฐบาลด้วย โครงการจัดหาน้ําดื่ม โครงการในเรื่องของการดูแลเรื่องรถสัญจรไปมา ทําทั้งนั้นครับ และแต่ละวันนี่ครับที่เราพอจะได้รับของบริจาคจากพี่น้องประชาชนก็มีคนมาขอ รวมทั้ง หน่วยงานของราชการเองก็มาขอครับ เราก็ถือว่าเรามีหน้าที่ในการที่จะทํา แล้วกระผม ก็ประกาศชัดเจนเลยครับ ในภาวะเช่นนี้พวกกระผมไม่ฉกฉวยโอกาสในทางการเมือง ผมประกาศเลยครับว่าทั้ง ๆ ที่มีเหตุผลที่จะพิจารณาได้ กระผมคิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะ อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี เพราะกระผมคิดว่าการอภิปรายนายกรัฐมนตรีหมายถึง การบอกว่าจะต้องเปลี่ยนรัฐบาล วันนี้สถานการณ์ยังจําเป็นจะต้องประคับประคองกันต่อไป ทั้งความแตกแยกในสังคม ทั้งปัญหาน้ําท่วม พวกกระผมก็บอกว่าเราไม่เปิดอภิปรายทั่วไป นายกรัฐมนตรี แต่เราก็เห็นแล้วครับว่าการบริหารงานที่ผิดพลาด การกระทําที่ผิดกฎหมาย การปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริต และการทําให้สังคมมีความแตกแยกมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่ เป็นผลพวงของการบริหารจัดการในเรื่องน้ําท่วมครั้งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ชื่อ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก อย่างปฏิเสธไม่ได้

ท่านประธานที่เคารพครับ มองในอีกแง่มุมหนึ่งมีพี่น้องประชาชนต่อว่า พวกกระผมด้วยซ้ําว่าทําไมอภิปรายเฉพาะท่านประชา บ้านเมืองไม่เคยเดือดร้อนมากขนาดนี้ แต่กระผมก็กราบเรียนท่านประธานครับ พวกกระผมก็เคยทํางาน ท่านรัฐมนตรีเอง ท่านก็ยอมรับครับว่าท่านก็เคยทํางานกับผม ผมเชื่อครับ ไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหา ความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ไม่มีใครไม่ตั้งใจทํางานหรอกครับอยู่ในความรับผิดชอบ ถ้ารู้ว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน แต่ความตั้งใจเพียงอย่างเดียว ความพยายาม ที่จะไม่ให้เกิดความเดือดร้อนเพียงอย่างเดียวมันไม่พอครับกับสถานการณ์ที่มันเป็นความ วิกฤติของคนทั้งชาติ

สิ่งที่กระผมจะกราบเรียนต่อไปครับ ผมตั้งเป็นเพียงมาตรฐานที่กระผม คาดหวังจากคนที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและจากคนที่นายกรัฐมนตรี ผมถือว่ามอบอํานาจให้เกือบจะเรียกว่าเบ็ดเสร็จในการตั้ง ศปภ. ขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการ สถานการณ์ตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคมเป็นต้นมา ๕๐ วันที่ท่านพูดนี่ครับ สําหรับมาตรฐานที่ผม คาดหวังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มากเลยครับ

ประการที่ ๑ ท่านปฏิบัติตามกฎหมายครับ ในเมื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ระบบความยุติธรรม ระบบนิติรัฐ ระบบนิติธรรมจะอยู่ได้ ประชาชนคนธรรมดายังต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายไม่มีสิทธิแม้แต่ที่จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม มาตรฐานต่ํากว่าประชาชนไม่ได้

ประการที่ ๒ ครับ คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในวันนี้ครับ ท่านจะต้องเป็นหลักในการจะนําประเทศเข้าสู่ความปรองดอง เพราะเราพูดกันตลอดเวลาว่า ความปรองดองเกิดขึ้นจาก ๒ อย่าง คือความจริงกับความยุติธรรม นั่นคือมาตรฐานที่ผม จะใช้ในการตรวจสอบท่าน ส่วนมาตรฐานในการที่ท่านจะเป็นผู้บริหารสูงสุดก็ว่าได้ในเรื่อง ของการจัดการเกี่ยวกับปัญหาน้ําท่วม เพราะคําสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีที่ตั้ง ศปภ. ขึ้นมา นี่ครับ ตั้งขึ้นตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน คําสั่งที่ ๑๙๓ เป็นที่ทราบกันดีครับว่าเป็นความพยายามที่จะบูรณาการ มีการใช้คําว่า เบ็ดเสร็จจุดเดียว วัน สต็อป เซอร์วิส หน้าที่และอํานาจของท่านครอบคลุมหมดครับ ตั้งแต่ การดูแลแก้ไขปัญหาการระบายน้ํา ตั้งแต่ดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องของความเดือดร้อน เฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชนไปจนถึงการฟื้นฟูการเยียวยา ผมก็ไม่ตั้งมาตรฐานอะไร สูงมากละครับจากคนที่มาทําหน้าที่นี้ขอแค่ ๔ ข้อ

๑. มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

๒. สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นด้วยการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ให้ตระหนัก เข้าใจ และสามารถที่จะปรับตัวอยู่ได้กับภาวะวิกฤติ

๓. ให้มีความซื่อสัตย์สุจริตยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติ เหนือสิ่งอื่นใด และ

๔. คนที่จะมาอยู่ตรงนี้ท่ามกลางความทุกข์ร้อนหนักหนาสาหัสของพี่น้อง ประชาชน อย่างน้อยที่สุดครับต้องมีใจให้กับพี่น้องประชาชนเป็นลําดับแรก

ไม่ว่าจะเป็น ๒ เรื่องที่ผมคาดหวังจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือ ๔ เรื่องที่ผมคาดหวังจาก ผอ. ศปภ. ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรมนอก สอบตกทุกข้อ

ดูเรื่องประสิทธิภาพครับ เมื่อสักครู่โดยที่ไม่มีท่านใดอภิปราย ท่านหยิบยก เรื่องน้ําในเขื่อนขึ้นมา ก็เป็นโชคดีของผมครับเพราะว่าถูกใส่ร้ายอยู่เป็นเวลานานที่จะได้ ชี้ให้เห็นว่าความจริงแล้วการบริหารจัดการน้ําในเขื่อนผิดพลาดคือเดือนสิงหาคมและ เดือนกันยายน ท่านโอดครวญครับว่าวันที่ท่านได้รับการแต่งตั้ง นั่นคือน้ําเต็มเขื่อนหลังจากที่ รัฐบาลตัดสินใจชะลอการระบายน้ําในเดือนกันยายน แล้วถึงเวลาเดือนตุลาคมพายุเข้ามาใหม่ ต้องปล่อยน้ําลงมาอย่างไม่มีทางเลือก นั่นหมายความว่าท่านต้องทราบตั้งแต่แรกว่าวิกฤติ จะต้องเกิดขึ้น ถามว่า ๕๐ วันที่ผ่านมานี่ครับกับสภาวะวิกฤติกับมวลน้ําที่มีอยู่ท่านจัดการ อย่างไร จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่เคยมีการกําหนดแนวทางที่ชัดเจนว่าเรื่องของการระบายน้ําลงสู่ ทะเลให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด ให้สามารถที่จะให้ พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ได้กับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีเลยครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในฐานะที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบแบบเบ็ดเสร็จในเรื่องนี้ สิ่งแรก ที่ท่านต้องทําให้พี่น้องประชาชนตระหนักคือปัญหาน้ําท่วมเป็นปัญหาของชาติ ปัญหาน้ําท่วม เป็นปัญหาของคนไทยทุกคน ดังนั้นท่านได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีท่านจะแก้ สถานการณ์นี้โดยยึดประเทศชาติส่วนรวมและประชาชนทุกคนเป็นที่ตั้ง แต่ท่านไม่ทําครับ ท่านยังแบ่งประเทศตามเขตเลือกตั้ง ท่านยังแบ่งประเทศตามจังหวัด แล้วก็มีการทะเลาะ เบาะแว้งกันตลอดทางจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ก็ยังมีการชุมนุมอยู่เลยครับ จะเอาน้ําไว้ เมืองนนทบุรี จะเอาน้ําไว้กรุงเทพฯ จะเอาน้ําไว้จังหวัดปทุมธานี ไม่ได้ครับ ท่านไม่เคย ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนวันที่ท่านเข้ามานะครับที่น้ํายังอยู่ทางเหนือและก็ค่อย ๆ ลงมา ท่านต้องอธิบายให้เข้าใจครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนสําคัญเท่าเทียมกัน แต่การระบายน้ําให้มีประสิทธิภาพคือต้องระบายไปตามทางน้ําธรรมชาติและระบบ ชลประทานที่เรามีอยู่ให้มากที่สุดครับ พวกกระผมไม่เคยพูดว่า กทม. สําคัญกว่าที่อื่น พวกกระผมไม่เคยพูดว่าฝั่งตะวันออกหรือ ฝั่งตะวันตก หรือพี่น้องปริมณฑลมีความสําคัญน้อยกว่าหรือมากกว่าใครครับ พวกกระผม ต้องการได้ยินท่านบอกกับประชาชนว่าทางที่จะทําให้น้ําลงทะเลเร็วที่สุดที่เขาทํากันมาทุกปี ทุกปี ทุกปี แบ่งไปทางตะวันตก ท่าจีน ตะวันออก บางปะกง ส่วนหนึ่งลงมาที่เจ้าพระยา ตามแม่น้ําบ้าง เข้าสู่ระบบการระบายน้ําของ กทม. บ้าง อะไรจะเกิดขึ้น ต้องอธิบายตั้งแต่แรก ว่ามันมีคนที่จะต้องเดือดร้อนอย่างนี้ แล้วตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะดูแลเยียวยากันอย่างไร ความผิดพลาดก็คือท่านปล่อยคนที่ให้ความสําคัญของแต่ละพื้นที่มาต่อรอง มาบริหาร มาจัดการ สถานการณ์น้ําถึงเป็นอย่างนี้ละครับ ที่คุณสาทิตย์อภิปรายว่าการระบายน้ําลงสู่ ทะเลไปตั้งคณะกรรมการ ซึ่งตัวประธานออกมาสัมภาษณ์ยอมรับในภายหลังว่าเขาอยู่ สมุทรปราการ เขาจึงพยายามที่จะไม่ให้น้ําเข้าสมุทรปราการ กระผมไม่ได้บอกว่าต้องให้ พี่น้องสมุทรปราการรับน้ําทั้งหมดครับ แต่ทางระบายโดยทางธรรมชาติจะต้องทําอย่างไร ต้องทําอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่ท่านก็ไปตั้งในลักษณะนี้ ทําจนกระทั่งอะไรครับ ทําจนกระทั่งในที่สุดแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับน้ําที่มาตามแนวของเจ้าพระยากับทางตะวันตก รับไม่ไหว ที่มีประตูน้ําหรือเขื่อนแตกไปถึง ๑๔ แห่ง แล้ววันที่คนเข้าไปติดตามเรื่องนี้ เขาตกใจนะครับว่าที่แตกไป ๑๔ แห่ง ศปภ. ไม่ทราบนะครับ ท่านไม่เคยให้กรมชลประทาน มาบอกเลยว่าจะต้องซ่อม เพิ่งมาซ่อมกันเสร็จไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ครับ ๕๐ วันที่สูญเปล่า แล้วเอาน้ํามากองอยู่ในที่ที่มันไม่ควรจะอยู่ครับ เพราะมันระบายยาก มันไม่ใช่การระบายน้ํา โดยเส้นทางธรรมชาติหรือระบบปกติ ที่ท่านบอกว่าทําไมมาพูดอะไรกัน น้ําท่วมถึงเอว ท่วมถึงอก น้ําเน่า อยู่เมืองนนท์ อยู่ปทุมธานีวันนี้ อยู่ฝั่งธนบุรี วันนี้ อยู่ภาคตะวันออก บางส่วนของกรุงเทพมหานคร ท่านครับ ก็เพราะท่านบริหารอย่างนี้ครับ น้ํามันถึงกองอยู่ตรงนี้ แล้วท่านก็ใช้วิธีการพยายามปัดความรับผิดชอบโดยตลอดครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุม ผู้ว่าราชการ กทม. ท่านเปลี่ยนสถานะเขาจากผู้ว่าเป็นผู้ถูกว่าตลอด เพราะมีอะไรก็โยนให้ไปตกลงกันเอง ท่านบริหารจัดการแบบบูรณาการอย่างไรครับ วันที่ท่านตัดสินใจว่าต้องเอาบิ๊กแบ็กมาวาง เพราะแนวที่เขาเคยทํากันมาทุกปี ๆ มันแตก กระผมก็บอกว่าท่านกําลังจะทําให้พี่น้องในปริมณฑลและฝั่งธนบุรีจมน้ํานานกว่าที่ควรจะเป็น ลึกกว่าที่ควรจะเป็น และจะมีปัญหาน้ําเน่า ศปภ. ออกมาตอบโต้ผมครับ บอกเอาอะไรมาพูด กั้นบิ๊กแบ็กไม่กระทบใครน้ําอยู่ในคลอง แล้ววันนี้จะเปิดทําไมครับท่านครับ ถ้าไม่เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องข้างบน ท่านไม่เคยให้ความจริงกับพี่น้องประชาชน ไม่มีแผน เลขาท่านก็ยอมรับเองว่า ศปภ. ทํางานไม่มีแผน นี่คือการสอบตกเรื่องประสิทธิภาพ ในเรื่องของการระบายน้ํา บุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาทําให้การระบายน้ํา ที่มันควรจะทํา ทําไม่ได้ ผมไปมาหลายครั้งครับ ประตูระบายน้ําที่จะต้องออกไปทาง ตะวันออก ผู้ปฏิบัติเขาก็บอกผมชัดเจนครับว่าไม่เปิดเต็มที่ ไม่มีคําสั่ง สั่งไปแล้วเดี๋ยวก็ต้องปิดเพราะถูกต่อว่ามา การระดมเครื่องสูบน้ําอะไรต่าง ๆ ใช่ครับ ตอนหลังท่านให้ แต่ไปทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ให้ชาวบ้านเขาเห็นนะครับ มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายในเชิงการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพของเรื่องของการระบายน้ํา ไม่มีครับ ตัวอย่างเล็ก ๆ อีกสักตัวอย่างให้เห็นว่าบริหารจัดการกันไม่ได้มีแผนอย่างชัดเจนเลยครับ การกู้ถนนเส้น ๓๔๐ นี่ครับ กลัวพระราม ๒ ท่วมเตรียมไว้ ถึงเวลาทําจริงทําไม่ได้ครับ กว่าจะทําได้ก็บอกว่ามีปัญหารถไปจอด ทําเสร็จก็บอกว่ากลับไปใช้พระราม ๒ แต่วันนี้พี่น้อง ในเมืองนนทุบรี ในจังหวัดปทุมธานีหลายอําเภอเดือดร้อน เพราะท่านไปกู้ ๓๔๐ พวกกระผม จึงต้องตรวจสอบ จึงต้องบอกประชาชนครับ เพราะพวกกระผมบอกว่างานนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติ อย่างเดียว ไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับน้ํามากขนาดนี้ต้องมีท่วม แต่ไม่เสียหายอย่างนี้ครับ

มาดูต่อนะครับ พอมาดูเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่น เรื่องของการสื่อสาร ความจริงมีสมาชิกอยากจะอภิปรายหลายท่านนะครับ แต่ตอนหลังแทบไม่ต้องตอกย้ําแล้ว คําว่าเอาอยู่ของท่านนี้จะเป็นวลีประจําปีนี้ แล้วมันไม่เคยเป็นจริง การสื่อสารที่บอกเรื่องของ การแนะนําจัดการเรื่องการอพยพนี่ครับ ผมยกตัวอย่าง ท่านรัฐมนตรีจะจําได้วันที่ผมไปเยี่ยม ศปภ. กระผมบอกเองว่าเรื่องอพยพเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าท่านไม่จัดระบบตรงนี้พี่น้องประชาชน ติดเกาะนี่นะครับ จะต้องมีปัญหาว่าจะเอาข้าวกี่แสนกล่องนี่แหละไปส่ง ถ้าไปส่งกันจริงนะครับ แสนกล่อง กระผมก็เตือนครับ แต่ระบบการประกาศท่านก็ทราบครับ วันดีคืนดีแถลงข่าว รัฐมนตรีแสดงอาการตื่นตระหนกกลางจอ ต่อมาก็บอกว่าไม่มีอะไร และชัดเจนที่สุดก็คือ กรณีของนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผมอยู่หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร เดินทางไปหลังจาก ท่านรัฐมนตรีออกมาพอดีครับ ท่าน ผอ. ศปภ. แล้วก็ข่าวที่ส่งมาทางข้อความสั้น เอสเอ็มเอส (SMS) ทางโทรศัพท์ก็ขึ้นมานี่ครับว่าท่านเพิ่งไปมา เอาอยู่ แต่ผมเข้าไปไม่ได้ครับท่านครับ เพราะน้ําเข้าพอดีครับ แล้วก็คนกําลังแห่ออกมา อพยพออกมา ผมก็ต้องเดินทางกลับ นี่คือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่น และมันทําให้ ความเสียหายลุกลามบานปลายกว่าที่ควรจะเป็น เพราะถ้าเขาทราบว่าเขาจะต้องเผชิญกับ อะไร ภาคเอกชนเองเขาก็จะมีแนวทางการวางแผน อาจจะป้องกันน้ําท่วมไม่ได้แต่ลด ความเสียหายได้ครับ เครื่องจักร ทรัพย์สิน นั่นเรื่องหนึ่งละครับ แต่สําคัญที่สุดคือชีวิตของคน ที่จะต้องไม่มีงานทําในช่วงหลายเดือนจากนี้ไป เพราะความล้มเหลวในเรื่องของการสร้าง ความเข้าใจการสื่อสารที่ควรจะได้ทํา

ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูต่อสิครับว่านอกจากความล้มเหลวในเรื่อง ประสิทธิภาพการบริหารจัดการในส่วนที่เกี่ยวกับน้ํา การสื่อสาร สร้างความเชื่อมั่นแล้ว เมื่อเกิดปัญหาขึ้นนี่ครับ พี่น้องประชาชนคนไทยและชาวโลกมีจิตอาสาระดมความช่วยเหลือ กันเข้ามามากมายมหาศาล จากมิตรประเทศก็มีนะครับ เอาละครับ ท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาล จะบอกว่าไม่สนใจที่จะรับความช่วยเหลือ แต่เขาก็ให้มาครับ ซึ่งผมก็แปลกใจนะครับ ประเทศมหาอํานาจอย่างสหรัฐอเมริกายังรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเลยครับ แล้วบริหารจัดการกันอย่างไร ท่านประธาน วันนี้มีความพยายามที่จะเอาพี่น้องประชาชนและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาบังหน้า ประหนึ่งว่าสิ่งที่ท่านทําผิดกฎหมาย จัดสรรผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง หรือทางอื่นทั้งหลายนั้น ถ้าท่านไม่ทําอย่างนี้แล้วความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจะไม่ได้รับ การแก้ไข ไม่ใช่แล้วครับ ท่านทําผิดกฎหมายและเป็นการส่งสัญญาณและทําลายระบบ โดยสิ้นเชิงในการปล่อยให้นักการเมืองไม่แยกแยะบทบาทของตัวเอง คําสั่งที่ ๒๖ คําสั่งที่ ๒๗ นั่นละครับของ ศปภ. ผมไม่ทราบนะครับว่าท่านจะไปตีความว่าไม่ใช่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ปฏิเสธได้ไหมล่ะครับงานที่ทําทั้งหลายคือการปฏิบัติราชการ ถ้าไม่อย่างนั้นต่อไปนี้เดี๋ยว วันพรุ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งศูนย์บริหารประเทศขึ้นมาว่าอย่างไรครับ เป็นศูนย์เฉพาะกิจ ใครจะทําอะไรก็ได้ ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องมีกฎ ไม่ต้องมีระเบียบ ขัดรัฐธรรมนูญก็ได้ ไม่ต้องเฉพาะแสนล้านบาทหรอกครับ เอางบประมาณทั้งประเทศไปเลยครับ บอกเป็นศูนย์ เฉพาะกิจขึ้นมา ไม่ได้หรอกครับ พวกกระผมไม่ต่อว่าผู้แทนราษฎรคนใดเลยที่ทําหน้าที่ ในการประสานงานดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีเยอะครับ พวกผมก็มี พรรคเพื่อไทยก็มีครับ ให้ความเป็นธรรม แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่จะให้ผู้แทนเขาปฏิบัติหน้าที่ ตามปกติกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ให้เขามามีอํานาจในการบริหารจัดการแทรกแซงก้าวก่าย จัดสรรทรัพยากร

ท่านประธานครับ คําชี้แจงของเพื่อนสมาชิกหลายท่านผมขอถือเป็นส่วนหนึ่ง ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน พลตํารวจเอก ประชา ซื้อเต็นท์เขามาก็ไม่มีคนไปรับ ต้องให้ ส.ส. ไปเซ็น จะเอาเรือไปไหนไม่มีปัญญาป้องกัน เอาเรียกคืนมาต้องเอาชื่อ ส.ส. ไปประทับไว้ แล้วนี่เรียกกลับมาคราวหน้าเอาไปใช้เขตอื่นต้องลบชื่อ ส.ส. คนนั้นแล้วใส่ชื่อ ส.ส. คนใหม่หรือเปล่าครับ กลัวส้วมหาย ข้างนอกเขียนชื่อไม่พอข้างในต้องเขียนด้วย เผื่อคนทําธุระเสร็จจะยกไปจากข้างในหรืออย่างไรครับ มันไม่มีเหตุผลครับ เหตุผลที่จะใช้ วิธีการนี้มีอย่างเดียวละครับ คือการเมืองและการแบ่งแยกนี้ครับ เราถึงได้อภิปรายชัดเจนว่า หลายคนที่ท่านยกย่องวันนี้บางเรื่องเขาทํา พวกกระผมไม่อภิปรายครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ ที่เขาพึงทําตามรัฐธรรมนูญ ตามหน้าที่ แต่ถามว่าการให้ ส.ส. ๒ คน เซ็นชื่ออนุมัติของ อนุมัติของนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่ของตัวเอง ทําไมครับ แล้วผลคืออะไร แล้วความจริงไม่ใช่เท่านี้หรอกครับ ถ้าท่านดูไปในรายละเอียดที่วันนี้มีการสะท้อนออกมา จะเห็นชัดเจนครับ ถ้าท่านบอกว่า ส.ส. ผู้แทนราษฎรทุกเขตควรจะต้องทําอย่างนี้ ทําไมไม่เรียก ทุกเขตเข้าไปจริง ๆ ครับ ไม่จํากัดพรรค แล้วถ้าไม่ผิดยกเลิกคําสั่งทําไมครับ แต่นี่เลือก เฉพาะผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้องในทางการเมืองของท่าน แล้วไม่ใช่ไม่มีความเสียหายครับ ของที่มันกองพะเนินเทินทึกที่กลุ่มอาสา ขอประทานโทษเอ่ยนาม คนนอกอย่างคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ไปขอแล้วไม่ได้นี่ครับ ก็เพราะมันไม่ใช่พวกใช่ไหมล่ะครับ แล้วพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนรอคอยการช่วยเหลือนี่หลายพื้นที่ กี่พื้นที่ครับที่ของเหล่านี้ไปไม่ถึง เพราะคนของท่าน ยังไม่ว่างเซ็นอนุมัติหรือไปทําการตลาดในพื้นที่ หิวกี่คน ขาดเรือกี่คน แล้วเราก็เห็นชัดเจน ครับว่าของส่งมาจากญี่ปุ่นแช่อยู่ที่ ศปภ. ๒ อาทิตย์ เต็นท์ค้างอยู่แท้ ๆ ยังอุตส่าห์ไปจัดซื้อ ในอัตราจองหองที่คุณประเสริฐพูด นี่คือการทําผิดกฎหมาย นี่คือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ และนี่คือเรื่องของความพยายามที่จะ หาประโยชน์ทางการเมือง และหาประโยชน์อื่นท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ท่านจะยืนยันจริง ๆ หรือครับว่าระบบที่วันนี้เราได้ฟังกันนี่คือระบบที่ดีที่สุดแล้ว สําหรับประเทศ ที่ต้องปั่นป่วนวุ่นวายกันไม่รู้ว่าใครมีหน้าที่อะไร แล้วก็ทําให้เกิดการแบ่งแยก การเลือกปฏิบัติ ที่คนนอกเขาฟ้องจะเข้าไปช่วยงานต้องใส่เสื้อแดง ที่มีการแบ่งแยกกันว่าใคร จะได้รับการช่วยเหลือ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เงินเยียวยา ปัญหาต่าง ๆ เหมือนกันหมดเลย ครับท่านครับ ๕,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ กว่าบาท มีข้อมูลอย่างที่คุณหมอวรงค์ก็พูด ที่เรียกว่า เป็นส่วยบางระกําโมเดล และการเลือกปฏิบัติกับคนที่เป็นพวก กับคนที่ไม่เป็นพวก บ้านเมืองแตกแยกจากการเมืองที่ผ่านมายังไม่พอใช่ไหมครับ วันนี้บริหารน้ําให้เป็นเงื่อนไข ความแตกแยกใหม่ ความขมขื่นของคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพียงเพราะเขาไม่ใช่พวกท่าน ความเหิมเกริมของคนที่บอกว่าเป็นพวกท่านแล้วทําอะไรก็ได้ ผิดกฎหมายก็ได้ อ้างประชาชนบังหน้า ความแตกแยกที่กําลังเกิดขึ้นระหว่างพี่น้องชาวปริมณฑลกับ ชาวกรุงเทพฯ ความแตกแยกที่เกิดขึ้นระหว่างคนที่เหนือคันกับใต้คันทุกแห่ง นี่คือผลงาน ของท่านครับ ผลงานที่กําลังสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเข้าไปอีก และจากความที่ท่านไปส่ง สัญญาณไปเอื้อให้ทําสิ่งเหล่านี้ครับ ท่านจึงสอบตกในเรื่องของการดูแลเรื่องนี้ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตขึ้น

กรณีที่คุณรังสิมาอภิปรายเขาไม่ได้บอกว่าท่านไม่ควรทํานะครับ แต่เขา ไม่เชื่อครับ เพราะพวกผมก็นั่งทํากันอยู่ บริหารกันอยู่ ว่าท่านสามารถในแต่ละเขตทําข้าวกล่อง ได้เกือบเป็นแสน ถ้าทําได้จัดส่งได้ด้วยมหัศจรรย์มนุษย์จริง ๆ ครับ แล้วกระผมก็เชื่อว่า แปลว่าในเขตเหล่านั้นคงไม่มีคนหิวแล้วละครับ ทํากันได้ทั่วถึงขนาดนั้น มันไม่จริงครับ ตรงนี้จึงเป็นความล้มเหลว และการสอบตกของท่านในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตด้วย แต่ว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ ที่ผมกราบเรียนก็คือว่า การมีใจให้กับพี่น้องประชาชน ผมไม่นึกเลยครับว่าท่ามกลางความเดือดร้อนอย่างนี้ การเล่นการเมืองไม่เคยจบ สร้างนิทาน ใส่ร้ายรัฐบาลที่แล้ว สร้างเงื่อนไขที่จะทําให้ กทม. จะต้องถูกดิสเครดิต (Discredit) โดยไม่ใส่ใจว่าจริง ๆ แล้วทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วในวันที่ท่านต้องเลือกครับ ระหว่างท่านหรือพวกท่านกับพี่น้องประชาชนท่านเลือกชัดนะครับ ใครจะนึกครับ กําลังคนจํากัด งบประมาณจํากัด อุปกรณ์จํากัด คิดได้อย่างไรครับว่าต้อง สร้างถนนเข้า ศปภ. ๒ ก่อนที่จะเอากําลังพล ทรัพยากรเหล่านี้ไปดูแลพี่น้องประชาชน คิดได้อย่างไรครับ ทําพี่น้องที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ศปภ. ๒ เดือดร้อนมากขึ้น ท่านย้ายตัวเอง ก็ได้ครับ อย่างมากก็เสียหน้าหนที่ ๒ ครับ คนเขาชินแล้ว แต่ท่านเลือกว่าให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนไป วันนี้ถนนก็รื้อแล้ว การเยียวยานี่ครับ แต่ละเรื่องอะไรที่พวกกระผมเริ่มไว้ ตอนแรกก็จะลังเลละครับ จะให้ ไม่ให้ ๕,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เงินส่วนต่างก็ตอนหลังให้แต่ขอเปลี่ยนชื่อ ไม่ว่ากัน แต่พอพวกกระผมเรียกร้องว่าวันนี้สถานการณ์มันไม่เหมือนปีที่แล้ว ไม่เห็นคิดเปลี่ยน เลยครับ ที่ให้ ๕,๐๐๐ บาท พวกกระผมทําในยุคที่เราถือว่าเจอน้ําเข้าไป ๗ วันก็หนักหนาสาหัส ก็ให้ ๕,๐๐๐ บาท แต่วันนี้มันไม่ใช่ ๗ วันนะครับ วันนี้มัน ๑ เดือน มัน ๒ เดือน มันน้ํา เท่าเอว เท่าอก มันน้ําเน่า พวกกระผมก็บอกว่าให้เถอะครับ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นขั้นบันไดไป ประเด็นอย่างนี้ครับไม่เห็นรวดเร็วเลยครับ ไม่เห็นพิจารณาเลยครับ แต่ถ้าเป็น นโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก แทนที่จะเอาเงินเหล่านั้นมาให้คนที่เขาสูญเสียรถ หรือรถเสีย ซ่อมรถ เอาคนที่เขาไม่ต้องการบ้านหลังใหม่ละครับ แต่เขาเก็บเงินมาตลอดชีวิต ได้บ้าน ๑ หลังแล้วน้ําท่วมไป ไม่เคยคิดเปลี่ยนครับ โครงการอย่างโครงการพักหนี้ หาเสียงไว้ อย่างไรก็ไปอย่างนั้นนะครับ ไม่สนใจละครับว่าคนที่ไม่เข้าข่ายในการที่จะได้รับการพักหนี้ คือคนที่เป็นหนี้เสียจากน้ําท่วม ใจท่านอยู่กับอะไรครับ ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่กระผมบอกว่า ใจที่ไม่อยู่กับประชาชนนี่ครับทําให้ท่านไม่มีความเหมาะสมที่จะดํารงตําแหน่งตรงนี้

และเรื่องสุดท้ายที่พวกกระผมจะต้องอภิปราย แต่ว่าโดยข้อจํากัดของเวลา ท่านรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ได้เปิดเอาไว้ ท่านรัฐมนตรีมาขอว่าอย่าไปพูดอะไรที่มัน ก้าวล่วงการทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา กระผมไม่พูดตรงนั้นนะครับ แต่บังเอิญท่านตอบ เมื่อเช้า ท่านตอบเมื่อเช้าว่าพวกกระผมไปมีอคติกับคนคนหนึ่งหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ ใครทําผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่ยอมรับผิด หนีคดี จะเป็นใคร อยู่ที่ไหน ชื่ออะไรก็ตาม พวกกระผมไม่สนับสนุนให้ท่านถวายคําแนะนําเพื่อพระราชทานอภัยโทษให้ครับ บังเอิญ ผมก็ไม่ทราบว่าในประเทศไทยวันนี้มีกี่คนที่เข้าข่ายนี้ ที่หนีคดีผิดกฎหมาย ป.ป.ช. แต่ผม ย้อนถามกลับท่านได้นะครับว่าคนที่ท่านบอกว่าพวกผมอคติด้วย ถ้าเขาไม่เข้าข่ายนี้ท่านจะ คิดเรื่องนี้ไหมครับ แล้วปฏิเสธไม่ได้ครับว่าไม่คิด เพราะเลขานุการท่านให้สัมภาษณ์ไว้ เมื่อเดือนกันยายนว่ามีแนวคิดนี้ วันนี้คณะรัฐมนตรีหลายคนก็ยังให้สัมภาษณ์ว่ามีแนวคิด จะต้องพากลับบ้าน กระบวนการที่ท่านอธิบายมันไม่ตรงกับที่เขาทํามาทุกปี ๆ เลยครับ ท่านต้องกล้าบอกความจริงนะครับ ที่เขามาเสนอท่านวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๑๓ พฤศจิกายน เขาไม่ได้เสนอท่านเฉพาะร่างพระราชกฤษฎีกาที่ทําตามปกติที่ผ่าน คณะกรรมการมาละครับ มีคนที่ชงเรื่องนี้มาให้ท่านด้วยว่าให้เปลี่ยนให้ปรับ แล้วท่าน ก็ไม่มีการแทงเรื่องนี้กลับไปให้คณะกรรมการ มีความพยายามบอกส่งไปกฤษฎีกาก่อน ก่อนเอาเข้า ครม. ซึ่งปกติไม่ทํากันครับ และความผิดปกติในการประชุม ครม. วันนั้น ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกลับจากจังหวัดสิงห์บุรีไม่ได้ ที่มีการประชุมให้เจ้าหน้าที่ออกไป ซึ่งก็ไม่ได้เคยปฏิบัตินะครับ แม้จะเคยมีการเรียกเก็บเอกสารคืน และวันนั้นท่านต้องกล้า รับความจริงนะครับ นักข่าวเขาถามท่านว่ามีการพิจารณาเรื่องนี้ไหม ท่านบอกไม่มีครับ แต่พอถูกจับได้ไล่ทัน ก็บอกว่าคิดไปเอง และรัฐมนตรีร่วมคณะท่านคิดไปเองไหมครับ วันที่ไปบอกกับสื่อว่าอะไรที่เป็นเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เคยมีไว้รัฐบาลนี้ก็ตัดได้ หรือที่ท่านนั่งข้าง ๆ รองนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามในสภาท่านอยู่ไม่เคยปฏิเสธสักคํา นะครับ รองนายกรัฐมนตรีก็บอกด้วยว่าผมไม่ต้องทําตามใคร ท่านก็นั่งเฉยครับ รอจนคนแทบจะตีกันแล้วนะครับ เพราะเริ่มมีการชุมนุม ๒ ฝ่าย ท่านมี หน้าที่ทําให้เกิดความสามัคคี ความปรองดองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่พูดอะไรเลยครับ ประชาชนจะตีกันก็แล้ว พวกกระผมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านก็แล้ว ไม่ละครับ บอกต้องรักษาความลับราชการ แต่จดหมายมาจากต่างประเทศฉบับเดียว ความลับราชการไม่มีความสําคัญอีกต่อไป พวกกระผมไม่เชื่อหรอกครับ พี่น้องประชาชน ก็ไม่เชื่อหรอกครับ ท่านอย่าหลอกใจตัวเองเลยครับ จับได้ไล่ทันก็ยกเลิกไป ไม่ต่างอะไรกับ คําสั่งที่ตั้ง ส.ส. เข้าไปผิดรัฐธรรมนูญ ไม่ต่างอะไรกับการคืนงบเวลากรรมาธิการติดตาม งบประมาณตรวจสอบว่ามีความผิดปกติ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่าในทุกเรื่องที่ได้ นําเสนอท่านนั้น ตามมาตรฐานที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ต้น ท่านสอบตก แล้วกระผมกราบเรียนต่อไปครับว่า ถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรีดํารงตําแหน่งต่อไป กระผมคิดว่า พี่น้องประชาชนจะต้องทุกข์ยากมากกว่านี้หลายเท่า ลองไปถามพี่น้องชาวใต้ไหมครับที่กําลัง เผชิญกับภัยน้ําท่วมว่าจะให้บริหารจัดการแบบที่ ศปภ. ทํามาในภาคเหนือ ภาคกลาง กทม. หรือภาคอีสานเอาไหมครับ เรามีงานต้องทําอีกมาก ผมต้องการเห็นคนที่ได้มาตรฐานอย่างที่ กระผมกราบเรียนมาดูแล วันนี้เรามีคนที่สูญเสียบ้าน ไม่เข้าเกณฑ์ราชการหรอกครับ ไม่ถึงกับ พังหรอกครับ แต่อยู่ไม่ได้ อายุเกิน ๖๐ ปีกู้ก็ไม่ได้ จะดูแลเขาอย่างไร วันนี้ท่านอาจจะมีคน มาพูดคุยกับธุรกิจที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจใหญ่ ๆ ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับต่างชาติ แต่ท่านทราบไหมครับว่าธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในข่ายนี้รายเล็กรายน้อยทั่วประเทศความเสียหาย ไม่น้อยกว่ากันละครับ เขาไม่มีบริษัทแม่มาช่วย แต่เขาอาจจะมีแม่ที่เขาต้องดูแลอีก ๑ คน ตัวเองก็จะเอาไม่รอด เขาไม่มีบริษัทประกันมาจ่ายเงินให้ แต่อาจจะมีเจ้าหนี้มาไล่ตามทวง ผมไม่เคยได้ยิน ผอ. ศปภ. ซึ่งมีหน้าที่ในการเสนอเกี่ยวกับการเยียวยาฟื้นฟูคิดถึง คนเหล่านี้ครับ ผมถึงบอกว่าท่านดํารงตําแหน่งนี้ต่อไปไม่ได้ และถ้าท่านทําอย่างที่ท่านทํามา ความแตกแยกก็จะมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นรายวันทั้งเรื่องน้ํา ทั้งเรื่องการเมือง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ พี่น้องประชาชนคนไทย สังคมไทยและประเทศไทยต้องการ

รัฐบาลนี้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งมาพี่น้องประชาชนคาดหวังว่าจะมา แก้ปัญหาให้เขา วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้รับความไว้วางใจจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาดูแลปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศ พิสูจน์แล้วว่าท่านล้มเหลวครับ พวกกระผมในเวลาที่จํากัดมีเวลานําเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ แต่พรุ่งนี้เป็นหน้าที่ ของพวกท่านด้วย ใครที่ยกมือให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในวันพรุ่งนี้ยืนยัน กับพี่น้องประชาชนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทํามาดีแล้ว และจะทําอย่างนี้ต่อไป จะมีทุจริต จะแตกแยก จะแบ่งพวกไม่เป็นไร แต่พวกกระผมยกมือให้ไม่ได้ แล้วถ้าท่าน ส.ส. ยกมือ ให้กับท่านรัฐมนตรี ผมก็บอกว่าภาระก็กลับไปตกอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่จริงท่าน นายกรัฐมนตรีเคยชี้แจงในสภาแห่งนี้บอกท่านไม่ค่อยมานั่งหรอก เพราะท่านบอกว่า มันไม่สําคัญเท่ากับว่าอยู่แล้วฟัง แล้วนําข้อมูลนั้นไปใช้ในการตัดสินใจ วันนี้พวกกระผมไม่มีใครเรียกร้องให้ท่านมานั่งเลยครับ แต่เรียกร้องให้ท่านนําข้อมูลทั้งหมดไปตัดสินใจว่าบุคคลที่ท่านมอบหมายให้มาดูแลแก้ไข ปัญหาที่ทําให้ประเทศไทยและประชาชนคนไทยเดือดร้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ท่านยังใช้มาตรฐานว่าบุคคลคนนี้สมควรได้รับความไว้วางใจให้ทํางานต่อไปหรือไม่ เป็นอํานาจของท่านครับ พวกกระผมก้าวล่วงไม่ได้ แต่กระผมกราบเรียนว่าพวกกระผม ไม่ไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ที่จะทําความเสียหายให้กับประเทศต่อไป และถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจว่าท่านจะไว้วางใจต่อไป บุคคลที่จะต้องรับผิดชอบต่อไป ก็คือตัวท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอนัดลงมติ พรุ่งนี้ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ ปิดประชุม

เลิกประชุมเวลา ๒๓.๕๗ นาฬิกา