สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

วิรัตน์ กัลยาศิริ เสนอแนะให้คําปรึกษาและประสานงานระหว่างศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กับกรุงเทพมหานคร และกล่าวถึงเรื่องเรือลําที่ถูกนำไปใช้โดย ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ และแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการซื้อเรือของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเรียกร้องการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากมีการพิมพ์ชื่อของส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ บนเรือ ซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบสังคม และยังหารือเรื่องส้วมที่วิทยาลัยกาญจนาภิเษกมหานครสร้างขึ้น โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่มีการทุจริต และอีกเรื่องหนึ่งคือการแทรกแซงการปิดเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำไปสู่น้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ขอบคุณท่านประธานครับ เป็นคําสั่ง ของท่านประชา พรหมนอก ฉบับที่ ๓๙/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นะครับ สาระเป็นอย่างนี้ครับ แต่งตั้งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นที่ปรึกษาผู้อํานวยการ ศูนย์ปฏิบัติราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศปภ. โดยให้มีหน้าที่ บอกหน้าที่เลยครับ เสนอแนะให้คําปรึกษา และประสานงานระหว่างศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กับกรุงเทพมหานคร ชัดเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านที่ได้รับการแต่งตั้ง หากจะมีปัญหาก็ต้อง ไปคุยกับผู้ที่เซ็นแต่งตั้งคือท่านประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและ ผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. นะครับ ผมขออนุญาตขอคลิปจากเจ้าหน้าที่ครับ เชิญเปิดคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : สวัสดีค่ะ จากชุมชนประยงค์แย้มนะคะ เรือนี้นะคะไปรับ มาจาก เขาบอกว่าเป็นเรือของ ส.ส. จิรายุนะคะ ซึ่งก็ไปรับมาจากจุดที่เขาไปลงชื่อ ไปเซ็น ชื่อนะคะ ของท่าน ส.ส. จิรายุนะคะ แล้วเขาก็มาบอกในชุมชนนะคะว่า เรือนี้เป็นเรือของ ส.ส. จิรายุค่ะ”

“.............. : ครับ สําหรับเรือลําที่ผมยืนอยู่นี่นะครับ ผมทราบมาว่า น่าจะเป็นของ ศปภ. เอามาให้กับพี่น้องชาวเขตคลองสามวา มาเอาผลงานของ ศปภ. มาเป็น ของตัวเอง คือของ ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ สําหรับเรือลํานี้จะเป็นฝั่งทางใต้ทดลงไป นะครับ ให้กับประชาชนสัญจรและแจกอาหาร ก็เป็นเรือของ ศปภ. เช่นกันนะครับ แต่นํามา สกรีนเป็นชื่อ ส.ส. ในพื้นที่ของเขตคลองสามวานะครับ นอกจากนี้นะครับทรัพย์สิน ของ ศปภ. ที่บริจาคก็น่าจะเป็นห้องน้ํานะครับ เดี๋ยวผมพาไปดูห้องน้ําว่า นี่นะครับ”

ในคลิปนี้ท่านที่เคารพครับ มีเรือของ ปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ ซึ่งท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้กล่าวไว้ว่า ท่านประชา พรหมนอก ได้อนุมัติให้ซื้อเรือนี้เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เรือสีส้มครับ แต่ว่าเมื่อซื้อแล้วแทนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนกลับไปให้กับ ส.ส. พรรคเดียว กับท่านเอาไปไว้ที่สํานักงานไปพ่นชื่อ แล้วก็ใครจะไปรับก็ไปรับที่นั่น รับที่นั่นเสร็จบอกกับ ชาวบ้านครับว่าเป็นเรือของ ส.ส. ที่ในคลิปพูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะ ผอ. ศปภ. มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๔๗ ท่านประธานครับ โทษนะครับ ไม่มากครับ ๕ ปี ถึง ๒๐ ปี จําคุกตลอดชีวิต เพราะว่าท่านประชาเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการ หรือรักษาทรัพย์ เบียดบังเอา ทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย นี่ครับ ๕ ปี ถึง ๒๐ ปี จําคุกตลอดชีวิต ปรับไม่มากครับ ๔๐,๐๐๐ บาท กราบเรียน ท่านประธานครับว่าอันนี้คือของที่จะเป็นของที่ท่านจัดซื้อในล็อต (Lot) ที่ท่านประธาน วิปฝ่ายค้านกล่าวถึง หรือเป็นล็อตที่ ปภ. ส่งมาให้กับ ศปภ. เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ปภ. คงไม่อยากจะให้อยู่ในสังกัด ส.ส. หนึ่ง ส.ส. ใดนะครับ อันนี้คือเรือสีส้มครับ

ส่วนเรือที่มาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ อันนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ เขียนชัดเจนว่าเป็นเรือจาก อบจ. สมุทรปราการ มีระบุเลขเรือมากมาย ๐๔๐ ๐๕๑๒ ๐๔๓๓ ๐๔๒๙ อันนี้คือสิ่งที่เราไปเจอมานะครับ ชาวบ้านคลองสามวา เขาร้องมาครับ ร้องมาจากซอยพระยาสุเรนทร์ ๓ ร้องมาจากซอยประยงค์แย้ม คือพระยาสุเรนทร์ ๑๔ แขวงบางชัน คลองสามวา ซึ่งผมลงไปดูในพื้นที่ด้วยตัวเอง ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งที่เห็น เห็นด้วยตา ไปดูมา เมื่อวานนี้นะครับ อบจ. ก็เป็นส่วนราชการครับ อบจ. ต้องให้กับส่วนราชการ แต่การที่ของนี้ เมื่อถึง ศปภ. แล้ว ศปภ. รู้เห็นเป็นใจปล่อยปละละเลยให้ ส.ส. ไปสกรีน (Screen) ชื่อ เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่านประชา พรหมนอก ผมถือว่าท่านประชา พรหมนอก รู้เห็นเป็นใจให้ท่าน ส.ส. จิรายุ เอาไปพ่นชื่อที่เรือ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบครับ เพราะว่าคุณจิรายุไม่ได้ซื้อ แล้วก็ไม่ได้ออกเงิน อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธานนะครับ พี่น้องครับ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ครับ ช่วยเปิดคลิปไปดูเรือที่มาจากเรือที่นอกแดงในขาวครับ เรือที่มาจากโรงพยาบาล

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรือที่มาจากโรงพยาบาล ท่านครับ มาจาก พี่น้องชาวสงขลา พี่น้องชาวสงขลาที่อยู่ในภูเก็ตรวบรวมเงินครับให้กับโรงพยาบาลวชิระ เขาก็เขียนครับ น้ําใจชาวสงขลาที่เห็นที่ด้านท้ายเรือนะครับ แต่ว่าพอเรือมาถึงที่กรุงเทพฯ มีการพิมพ์ชื่อ ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านท้ายเรือ มากกว่าเจ้าของเรือ ที่แท้จริง ผมเป็นคนสงขลา คําว่า พี่น้องสงขลา ตัวนิดเดียวครับ แต่จิรายุ ห่วงทรัพย์ เบ้อเริ่มเทิ่มเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นการเอาเปรียบสังคม ซึ่งผมถือว่าท่านประชา รู้เห็นเป็นใจให้ ส.ส. เอาไปพ่นชื่อเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งก็เข้าเกณฑ์มาตราที่กระผม กล่าวถึงนะครับ เรื่องส้วมท่านประธานครับ ทีมงานกลับไปที่ส้วมอีกที

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องส้วมครับท่านประธาน เรื่องส้วมนะครับ วิทยาลัยกาญจนาภิเษกมหานครจัดสร้างขึ้นโดยงบประมาณของวิทยาลัย ๕๐ หลัง เพื่อมอบ ให้กับ ศปภ. ปรากฏว่ามีการพิมพ์ชื่อขึ้นมา ๒ ชื่อก่อนครับ ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ก. วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ออกมา ๒ ชื่อก่อนนะครับ ทั้งที่ผมก็พยายามสอบถามว่าเงินนี้ เป็นเงินของใคร ก็ได้สาระได้ความว่าน่าเชื่อว่าเป็นเงินของวิทยาลัย เพราะฉะนั้น ส.ส. ท่านหนึ่ง ส.ก. ท่านหนึ่งไปใส่ชื่อเพราะเหตุใดนะครับ อ้างว่าประสานงาน ประสานงานคือ อะไรครับ คือการที่เอาสีสเปรย์ไปพ่นหรือเปล่าผมไม่ทราบนะครับ แต่สําคัญอีกชื่อหนึ่งครับ ชื่อ ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ น้องนักศึกษาคนที่ทําเรื่องนี้ก็บอกว่าตอนที่ออกจากวิทยาลัย ไม่มีนะครับ ผมไปสอบถามชาวบ้านประยงค์แย้มเมื่อวาน ถามว่าไปเอามาจากไหน ชาวบ้าน ก็บอกว่าไปเอามาจากสํานักงานของคุณจิรายุ เขาบอกคุณว่าอย่างไร เขาบอกว่าเป็นของ ส.ส. พี่น้องคงจําได้ครับ เปิดประตูเข้าไปนี่ครับมีชื่อจิรายุด้วย เพราะฉะนั้นชาวบ้านต่อไป ถ้ากลับไปถ่ายหนักถ่ายเบาที่บ้านถ้าไม่มีชื่ออาจจะถ่ายไม่ออกก็ได้ อันนี้ครับเป็นเรื่องที่มัน อดสูใจครับ ต้องใช้คําว่า อดสูใจ ซึ่งท่านประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ. ศปภ. จะต้อง รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ

ผมขออนุญาตครับ มีการพูดถึงความเป็นเจ้าพนักงานอยู่หลายครั้ง ผมขอยกฎีกาครับ ขออนุญาตสอนท่านรัฐมนตรีนิดเดียวครับ มีฎีกา ที่ ๑๗๘๗/๒๕๕๔ บัญญัติไว้ว่า ถ้ามีการแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการคนนั้นก็จะเป็นเจ้าพนักงานนะครับ เมื่อท่านประชามีคําสั่งให้ปฏิบัติราชการโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประชาก็เป็น เจ้าพนักงานครับ เมื่อการกระทําของท่านเป็นการทุจริตก็ผิดต่อมาตรา ๑๕๗ ในฐานะที่ท่าน มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ โทษผมเอาให้ท่านดูแล้วนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าในวันนี้ ในวันพรุ่งนี้ อาจจะมีประชาชนที่รักความเป็นธรรม อาจจะไปกล่าวโทษว่าตัวนายประชา พรหมนอก ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ขอประทานอภัย อาจจะมีความผิดมาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๕๗ ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งท่านมีหน้าที่ต้องไปชี้แจงกับหน่วยงานนั้นเอาเองครับ ขอคลิปที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย จะเปิด ประตูระบายน้ําตรงนี้ให้ ๑ เมตร คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ มาเจรจากับชาวบ้านที่นี่เนื่องจาก เป็น ส.ส. ในพื้นที่ของเขานะครับ ก็เจรจากันอยู่พักใหญ่ สุดท้ายคุณวิชาญก็ตัดสินใจไปเปิด ประตูระบายน้ําด้วยตัวเองอีก ๒๐ เซนติเมตร”

“............... : ว่าอย่างไรครับท่าน โอเคแล้วครับ โอเคแล้ว เปิดให้แล้วครับ”

ครับ ชัดเจนครับ ที่ท่านวิชาญโทรศัพท์ ผมไม่ทราบว่าโทรศัพท์หาท่านประชา พรหมนอก หรือหาผู้ที่มีอํานาจเหนือกว่าท่านนะครับ แต่กล่าวโดยสรุปครับว่า ตอนแรกผมก็สงสัยว่าจะอภิปรายดี ไม่อภิปรายดี ด้วยความเคารพ ในประเด็นนี้นะครับ เพราะว่า เอ๊ะท่านอาจจะไม่รู้ก็ได้นะครับ แต่ปรากฏจากคําชี้แจงของท่าน ท่านชื่นชมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาก้าวก่าย ที่มาทําผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นผม ไม่ลังเลครับที่จะบอกว่า ท่านประชาได้ปล่อยปละละเลยให้ ส.ส. เข้ามาสั่งการแทรกแซงการ ปิดเปิดประตูระบายน้ําคลองสามวา ซึ่งเป็นอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการ การแทรกแซงของ ส.ส. ที่เปิดประตูระบายน้ําโดยไม่ได้มีการวางแผนป้องกันเป็นช่วงเป็นตอนย่อมทําให้น้ําท่วม กทม. มากขึ้น มีเหตุให้ท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชัน โดยเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้น การที่ ส.ส. ท่านที่เปิดประตูและโทรศัพท์มา เขาบอกท่านประชาว่าเปิดเรียบร้อยแล้ว ท่านสั่งให้เขาเปิดหรือเปล่าครับ ถ้าสั่งท่านก็บอกว่าท่านสั่ง ถ้าไม่สั่งใครเป็นคนสั่งให้ คุณวิชาญไปเปิดครับ เพราะฉะนั้นผมถือครับว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจของท่านประชา พรหมนอก ให้มีการแทรกแซง ให้ ส.ส. เข้าไปแทรกแซงนะครับ ซึ่งเป็นอํานาจของส่วนราชการ ในการบรรเทาสาธารณภัยนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงครับ การที่ ส.ส. ไปช่วยน้ําท่วมไม่ผิด หรอกครับ การที่พวกผมพยายามดูแลไม่ผิดครับ แต่ว่าต้องทําเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทําเพื่อดูแลหัวคะแนน แล้วก่อให้เกิดความเสียหายนับล้าน ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ด้วยความเคารพครับว่าด้วยระยะเวลาที่จํากัดครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกต่อไปนะครับ แล้วผมเชื่อว่าน่าจะมี พี่น้องประชาชนที่รักความเป็นธรรมไปกล่าวโทษประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๕๗ ต่อเจ้าพนักงานที่มีอํานาจต่อไป ขอบพระคุณ