สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อธิบายเรื่องการบริจาคของญี่ปุ่นและขอความช่วยเหลือในการแสดงภาพด้วย และหารือเรื่องต่าง ๆ รวมถึงแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารงานของท่านประชา พรหมนอก ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและ ผู้อำนวยการ ศปภ. นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจตุจักร และเรียกร้องให้ถอดถอนรัฐมนตรีประชา พรหมนอก โดยอ้างว่าเขาดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินได้แย่มาก

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมก็ชั่งใจแล้ว เพราะว่าเนื่องจากว่าตอนที่ผมเคยเป็นคณะกรรมการ ตรวจคลิปนี่เขาห้ามคลิปตัดต่อครับ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องมาทั้งด้วน ๆ แบบนี้ครับ ท่านประธาน ต้องขอประทานอภัยครับ ทีนี้เมื่อกี้ภาพสุดท้ายครับที่แช่เอาไว้เป็นถุงนี่ครับ สักครู่ครับถอยหลังกลับไปนิดหนึ่งนะครับ เป็นถุงสีน้ําเงินครับ ผมจะบอกว่านี่เป็นของ บริจาคจากญี่ปุ่นเมื่อท่านเห็นแล้ว และมีถุงนอนสีน้ําเงิน ไม่ใช่ถุงนี้นะครับ ภาพกลับไปครับ ภาพกลับไปนะครับ ไม่เป็นไรนะครับเมื่อสักครู่ท่านเห็นไปแล้วละครับ ขึ้นเพาเวอร์พอยท์ ให้ผมหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

คุ้น ๆ นะครับ ถุงนี้ใช่ไหมครับ ผมว่าใช่ครับ ต่อไปครับ เต็นท์แบบนี้ข้างในสีน้ําเงินใช่ไหมครับ ผมบอกท่าน ใช่ครับ เป็นของบริจาคจากญี่ปุ่นครับ ไจก้าเขาให้ท่านมา มูลค่าของรวมทั้งหมด ผมโชคดีครับ ผมมีใบขนส่งสินค้าซึ่งก็ส่งคลิปนี้ให้ท่านแล้ว ภาพต่อไปขึ้นมาได้เลยครับ

ใบนี้เป็นใบขนส่งสินค้าที่ผมได้มา และเป็นแบบแสดงรายการเสียภาษี ปกติแล้วครับเวลาเขาเสียภาษี ศปภ. จะต้องผ่านองค์กรครับ ก็คือผ่านทางกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ได้รับยกเว้นภาษี ของเมื่อสักครู่ญี่ปุ่นเขาบริจาคมามูลค่า ๓๘๐,๐๐๐ เหรียญยูเอส มูลค่าประมาณ ๑๐ ล้านบาทครับ ท่านดูสีเหลือง ๆ ที่ผมป้ายวันนะครับ นั่นคือวันที่เขารับ ของไปครับ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เมื่อสักครู่นี้ครับ ศปภ. วันที่เขาไปถ่าย วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ วันที่น้ํามันท่วม ศปภ. ครับ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๑๔ ๒ อาทิตย์ครับ ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้ และใช้ไม่ได้ครับ นี่คือการที่มันสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านบริหารงานแบบนี้ของของไจก้าไปทิ้งแบบนี้ ๒ สัปดาห์ครับ นี่ครับสิ่งที่ผมต้องอภิปรายท่าน ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ อันนี้เอาลงได้เลย ไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน ในสัปดาห์เดียวกันก็คือระหว่างวันที่ ๑๔ นี้นะครับ ถึงวันที่ ๒๗ ที่ผมบอกท่านใช้ไม่ได้ ประเทศจีนส่งของบริจาคมาเยอะมาก ซึ่งท่านทูตจีนท่านออกมาครับ ท่านบอกว่า เครื่องสูบน้ํา ๕๐๐ เครื่อง เรืออีก ๖๘๕ ลํา บริจาคไปแล้ว ขอให้ท่านทํากระบวนการในการ เก็บรักษาเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้อีก แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นครับ ในขณะนั้นจีนเขาส่งบุคคลสําคัญ มาท่านหนึ่งครับ ท่านคือท่านหลิว หนิง ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ํา คนนี้ละครับเป็นคนที่บทบาทสําคัญอย่างยิ่งในการกําหนดมาตรการต่าง ๆ ของประเทศจีน ผมก็โชคดีอีกครับ ผมไปได้เอกสารมาครับ ผมเล่าให้ท่านฟังครับ

วันที่ ๑๔ ตุลาคม ท่านหลิว หนิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ํา ของจีนลงเครื่องที่สนามบิน ๓ ทุ่ม ๑๕ นาที เอกสารผมมีครับ ท่านเข้าไปที่ ศปภ. ทันทีเลยครับ แล้วไปเจอท่านประชา พรหมนอก ในฐานะ ผอ. ศปภ. ท่านรู้ไหมครับ เขาเขียนมาอย่างนี้ครับ วันที่เขาไปเจอท่านแล้วเขาประชุมกลับออกมาเที่ยงคืนกว่า ๆ ครับ ในรายงานฉบับนี้ครับ ฝ่ายไทยไม่ทราบจุดประสงค์ของคณะและเป็นผลให้การจัดการดําเนินการไม่ตรงไปตาม ความตั้งใจของคณะผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายจีนเน้นย้ําว่าประสงค์จะมาทํางานเพื่อช่วยเหลือมิใช่ การดูงาน นี่คือเสียงจากคณะทํางานผู้เชี่ยวชาญของจีนครับ เขาบอกว่าเขาไม่ดูงานกับท่านครับ เขาตั้งใจมาทํางาน เขาเสียเวลาลงเครื่อง ระดับรัฐมนตรีช่วยของจีนมาดูเรื่องนี้ครับ และท่าน เชื่อไหมครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยทรัพยากรน้ําของจีนท่านนี้ท่านดีมากครับ ขนาดท่านดูแลกัน แบบนั้นแบบที่เรียกว่าลวก ๆ ท่านยังทําหนังสือฉบับนี้ได้สําเร็จครับ นี่เป็นแนวทาง ไม่ทราบว่าท่านประชาได้อ่านแล้วหรือยังนะครับ เป็นแนวทางในการที่จีนมอบไว้กับประเทศไทย เรื่องในการตรวจทั้งหมด เขาทําเป็นรายงานส่งถึง ศปภ. เรียบร้อยครับ ผมก็หวังว่าท่านจะได้อ่าน แล้วนี่คือคนจีนครับ นี่คือคนที่มาพร้อมกับใจที่เขาบอกว่าพร้อมจะช่วยเรา ถึงแม้จะได้รับ การตอบรับจากท่านไม่ค่อยดีนักเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศจีนบ้านพี่เมืองน้องครับ อย่างไรเขาก็อยู่ครับ แต่มีอีกประเทศหนึ่งเขาไม่อยู่ครับ แล้วเกิดขึ้นในเวลาที่ท่านบริหาร ราชการแผ่นดินในช่วงที่ผมพูดครับ เมื่อสักครู่ประเทศจีนมาครับ วันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ท่านใช้ไม่ได้ครับวิธีการบริหารของท่านแบบนี้ ทําให้เขาต้องตําหนิเราถึงขนาดนี้ครับ ในสัปดาห์ใกล้กันครับ ๑๖ ตุลาคม ถึง ๒๑ ตุลาคม สัปดาห์เดียวกันเลย มีอีกประเทศหนึ่งครับ นั่นคือประเทศสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกานี่นะครับท่านประธาน เขาส่งเรือมาครับ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เป็นเรือรบหลวงครับ และมีเฮลิคอปเตอร์แบบฮอว์คอาย ๖ ลํา แล้วกําลังจะมีซีฮอว์คมาอีก ๒๐ ลํา เป็น ๒๖ ลํา สําหรับเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐอเมริกา มันจะมีเรือเล็ก ๆ ที่เป็นเรือรบเหมือนกันระดับเล็กก็จะมาอีกครับ นี่ครับ ยูเอสเอสคิดด์ อีก ๔ ลํา เมื่อสักครู่เฮลิคอปเตอร์ ๒๖ ลํานะครับ อย่าว่าแต่ ๒๖ ลําเลยครับ แค่ ๖ ลํา ได้มา ผมก็เบาใจไปเยอะ นี่ครับท่านประธาน สุดท้ายแล้วเขามาประเทศไทยในวันที่ ๑๖ ตุลาคม เขาต้องออกจากท่าไปในวันที่ ๒๑ ตุลาคม มิหนําซ้ําครับ ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม สํานักข่าว เอเอฟพี (AFP) รายงานว่า เขาบอกว่าสัญญาณจากประเทศไทยไม่ชัดเจนเขาเลยกลับครับ ไม่ว่าจะเป็นจีน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ในสัปดาห์นั้นที่ผ่านมา เป็นการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของท่านประชา พรหมนอก ครับ ท่านเคยเป็นอธิบดีกรมตํารวจ เป็น ผบ. ตร. ที่ผมเคารพมากครับ แต่ว่าการบริหารงานของ ท่านในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและ ผอ. ศปภ. นั้นใช้ไม่ได้จริง ๆ ครับ ไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ดูคลิปนี้หน่อยครับ มันมีอีกคลิปหนึ่งครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง ศปภ. ย้ายจากดอนเมืองเข้ามาในเขตจตุจักรของกระผมเอง ท่านไปทํา ทางเข้า ศปภ. ครับ แล้วเกิดผลกระทบมากกับพี่น้องประชาชนซอยพรรณี ชุมชนรถไฟ กม. ๑๑ หลังที่ ศปภ. อยู่ ท่านลองไปฟังเสียงชาวบ้านเขาดูสิครับ หรือลองไปฟังสกู๊ป (Scoop) ข่าวนี้ดูว่าเขาคิดอย่างไร

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : นี่ค่ะ ซึ่งภาพที่คุณผู้ชมได้เห็นไปเมื่อสักครู่นะคะอยู่ห่างจาก อาคารเอนเนอร์จี คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศปภ. ไม่ถึง ๑๐๐ เมตรค่ะ โดยชาวชุมชน รถไฟนั้นเชื่อว่าผลกระทบจากน้ําท่วมที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วง ๓ วันที่ผ่านมานั้นมีสาเหตุ มาจากการสร้างถนนเชื่อมเส้นทางโทลล์เวย์เข้าสู่ทางเข้า ศปภ. จนกลายเป็นคันกั้นน้ําไม่ให้ น้ําที่ไหลมาจากถนนวิภาวดีรังสิต ได้ระบายไปตามธรรมชาตินะคะ แต่กลับกระจุกตัว ไหลย้อนเข้าท่วมชุมชนรถไฟ ประกอบกับมีสถานีสูบน้ําหลังโรงเรียนหอวังระบายน้ําผ่าน ชุมชนไปยังคลองเปรมประชากร ซึ่งก็ต้องทํางานหนักขึ้นเป็น ๒ เท่าค่ะ หลังจากมีการสร้าง ถนนดังกล่าวก็ทําให้ปริมาณน้ําจากเดิมอยู่ในระดับ ๔๐ เซนติเมตร เพิ่มเป็น ๘๐ เซนติเมตร แล้วนะคะ และแนวกั้นน้ําที่ไหลไปสู่คลองเปรมประชากรก็ชํารุดเป็นแนวยาว ทําให้น้ํานั้น เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่วิภาวดี ซอย ๑๑ จนถึง ซอย ๑๙ เดือดร้อนกันเป็นจํานวนมากค่ะ”

“............... : และถ้าเกิดน้ําตรงนั้นมันพังลงไปแล้วจะทําอย่างไรคะ แล้วคน ที่อยู่ข้างในไม่ใช่ว่าอยู่แค่ ๒-๓ ครอบครัว มันอยู่เป็น ๒๐ ครอบครัว ๓๐ ครอบครัว อยู่ตรงนั้น แล้วลูกเล็กเด็กแดงเขาจะอุ้ม เขาจะอะไรกันไปอยู่ที่ไหน”

“............... : ผมก็เลยอยากจะถามผ่านไปหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าทําไม คุณถึงทําตรงนี้ ในเมื่อทางด้านหลังน้ําไม่ท่วม คุณสามารถมาได้ นั่นคือผลกระทบของ ชาวบ้านที่เขาเดือดร้อน คุณพูดอยู่ปาว ๆ ว่าเสียสละ แต่คุณไม่เสียสละเพื่อลุยน้ํามาหา ประชาชนบ้าง แล้วคุณจะเป็นผู้นําที่ดีได้อย่างไร ในเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยากรู้ ทุกข์สุขของประชาชนยังเดินลุยน้ําลุยโคลน แล้วคุณเป็นใคร คุณเป็นแค่นายกรัฐมนตรี คนหนึ่งครับผม”

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอยืนยันกับท่านอีกครั้งครับว่าการที่ท่านย้าย ศปภ. จากดอนเมืองมาที่เขตจตุจักร พี่น้องประชาชนบริเวณชุมชนรถไฟ กม. ๑๑ และวิภาวดีรังสิต เดือดร้อนจริง ๆ ครับ เขาระบายน้ําได้ยาก และที่สําคัญไปกว่านั้นในวันนี้ที่น้ําลดแล้วเป็นฝุ่นจํานวนมากครับ แล้วก็มีอุบัติเหตุ เนื่องจากไฟฟ้าของท่านมันมืดครับ เวลาท่วมเขาก็เดือดร้อน เวลาไม่ท่วม เขาก็เดือดร้อน แล้วนี่คือเสียงร้องเรียนจากคนจตุจักร จําเป็นต้องออกมาพูดวันนี้ แล้วก็ ถือโอกาสนี้ในการพูดให้ท่านฟังด้วย นี่ก็คืออีกหนึ่งเรื่องที่ท่านบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน แบบที่ไม่สนใจใจเขาใจเราครับ

เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องนี้ไม่พูดก็ไม่ได้ครับ นั่นก็คือต้องพูดในฐานะเป็น ผู้แทนราษฎรอยู่ในเขตที่ ศปภ. ๒ ตั้งอยู่ครับ ผมไม่สามารถไปร่วมเป็นคณะทํางานที่ ท่านประชาตั้งขึ้นได้ ช่วยกรุณาเปิดเพาเวอร์พอยท์ แผ่นสุดท้ายของผมครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

มองยากหน่อยครับ คําสั่งนี้ เป็นคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพ ซึ่งแน่นอนครับ หลายคนพูดไปแล้วว่า มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๔ ท่าน แล้ว ๒ ในนั้นก็มาจากเขตดอนเมือง ผมจตุจักร ไม่มีครับ และผมก็ไม่อยากมีด้วยครับ เพราะว่าผมรู้ว่ามันจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมช่วยได้ในแนวทางของผมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตจตุจักร แต่ไม่ใช่วิธีการ แบบนี้ครับ ท่านครับ ผมบอกท่านประชาว่า สิ่งที่ท่านประชาเองพยายามพูดอภิปรายมา โดยตลอด เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ส.ส. นั้นขึ้นมาพูดครับ ท่านอาจจะพูดในทางการเมืองใน เวทีนี้ได้ แต่ผมบอกท่านครับ ท่านไม่รอดแน่นอนครับ เพราะมันมีอยู่ข้อหนึ่งครับ ที่ข้างล่าง เล็ก ๆ เขาเขียนอย่างนี้ครับ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ที่มี ส.ส. ๔ ท่านอยู่ที่ ท่านประชาเป็นคนตั้ง เขาให้ใช้งบประมาณในการดําเนินงานจากเงินกองทุนช่วยเหลือ ผู้ประสบสาธารณภัย สํานักนายกรัฐมนตรี หรืองบประมาณที่ ศปภ. ได้รับการจัดสรร อ้ายนี่ แหละครับ ตายครับ เพราะว่าไม่ได้มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องเฉพาะเงินกองทุน เรื่องการ บริจาคอย่างเดียวครับ ยังมีหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณที่ ศปภ. ได้รับมาด้วยครับ แล้วนั่นคืองบประมาณแผ่นดินหรือท่านจะเถียงผมว่ามันไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาดูครับ ทําไมผมเห็นท่าน ส.ส. จากซีกรัฐบาลหลายท่าน ขึ้นมาพูดว่าท่านเหนื่อย ท่านสู้ ผมก็ยอมรับว่าท่านเหนื่อย ท่านสู้ ท่านจิรายุ ท่านวิชาญ ขอเอ่ยนามท่านไม่เสียหายครับ เหนื่อยและสู้จริงครับ แต่ท่านมันตัวช่วยเยอะครับ ผมไม่มี ตัวช่วยครับ ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน รัชดา ธนาดิเรก ไม่มีตัวช่วยครับ เอกณัฏ พร้อมพันธุ์ กทม. ท่วมกันหมด ไม่มีตัวช่วยครับ เสียเงินวันหนึ่งผมบอกให้เลยครับ ต่ํา ๆ เฉียดๆ แสนกันทั้งนั้นครับ ไม่เคยครับ จะเอาเรือ ปภ. ไปพ่นสีสเปรย์แล้วบอกว่า มาจากตัวเอง ไม่มีครับ เอาของหลวงมาแปะสติ๊กเกอร์แจก ท่านย้อนมาดูเลยครับ ผมพูดอย่างนี้ หลายคนในเขตจตุจักรจะเข้าใจ หลายคนในเขตบางพลัดจะเข้าใจ ไปดูสิครับ เรือหลวง ของหลวงกี่ลําแปะชื่อผู้สมัคร ส.ส. ที่สอบตกครับ ท่านประธานครับ นี่คือความไม่เท่าเทียมกัน เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. จากพรรครัฐบาลบอกว่าเขาโทรศัพท์มาบอกว่ามีเรือ ปภ. ๒๐ ลํา ให้ไปรับ ให้ช่วยดูมีเรือ ปภ. อรรถวิชช์ไม่เคยได้รับโทรศัพท์จาก ศปภ. เลยครับ ไม่เคย น้อยใจครับ ท่านมีเรือจากสมุทรปราการ ได้รับโทรศัพท์มีเรือเอาไหม อรรถวิชช์ไม่เคยได้รับ โทรศัพท์อันนั้นเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่น้อยใจครับ ผมสู้ได้ผมสู้ครับ ท่านมีตัวช่วย นี่ครับ ทําไมท่านมีตัวช่วยครับ ก็เพราะท่านประชาทําผิดกฎหมายเซ็นแต่งตั้งคําสั่งนี้แล้วมี ส.ส. ๔ คนในการบริหารจัดการเรื่องนี้นี่ครับ การเมืองมันถึงเกี่ยวกับเรื่องน้ํา การเมือง มันเลยมีคนมาเอาเปรียบเรื่องนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วนี่คือสิ่งที่ทําไมพวกเรา ถึงเดินเรื่องถอดถอนท่าน ผมรู้ว่าท่านเหนื่อยครับ นี่คือสิ่งที่เราดําเนินการถอดถอนไปยัง วุฒิสภา แล้วเรื่องจะไปต่อไปยัง ป.ป.ช. และจะไปยังศาลครับ พรุ่งนี้ผมเชื่อว่าคนจะ ยกมือ ท่านประชาอาจจะชนะครับ แต่เรื่องของศาลเที่ยวนี้หลายท่านก็ได้ให้การในสภาชั้นนี้ ไว้ชัดเจน ท่านประธานครับ ผมมาสู่ตอนท้ายบรรยายตั้งแต่ตอนต้นว่าท่านประชา พรหมนอก บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินได้แย่มากครับ ของบริจาคจาก ต่างประเทศท่านล่าช้ามากครับ ท่านประธานครับ ผมมาถึงเรื่องเขตของผมเองที่ทางเข้าตอนน้ําท่วม ท่านก็ทําคนจตุจักร เดือดร้อน พอน้ําหายท่วม ทางก็ยังอยู่เป็นฝุ่นประชาชนก็ยังเดือดร้อน ผมมาทางสุดท้ายว่า ท่านออกประกาศคําสั่ง ศปภ. ที่ ๒๗/๒๕๕๔ เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองและคน ของท่านเองครับ และนี่คือ ๓ สาเหตุที่ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านรัฐมนตรีประชา พรหมนอก ให้ดํารงตําแหน่งนี้ต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณครับ