สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกร้องความรับผิดชอบของท่านประชา พรหมนอก และเสนอแผนการก่อสร้างเขื่อนกั้นคลองประปาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอนาคต
มีความพยายามทําความเข้าใจกับคนครับ โดยสื่อที่เกี่ยวข้องกับพรรครัฐบาลก็ดี คนที่เชียร์อยู่ก็ดี บอกว่าน้ําท่วมเที่ยวนี้เป็นภัยธรรมชาติ เสมือนกับเป็นชะตาฟ้าลิขิต แต่ที่กําลังอภิปรายนี้ก็คือจะชี้ให้เห็นว่าพายุพัดฝนตก เป็นธรรมชาติ แต่พอน้ําลงมาบนแผ่นดินนี่ประเทศนี้ลงทุนกับระบบชลประทานมาเป็นเวลา หลายสิบปีแล้วครับ หลายล้านล้านบาท การเปิดปิดประตูระบายน้ําแต่ละที่มีเหตุมีผล ในตัวของมันเอง เราพูดบ่อยครั้งถึงแนวพระราชดําริปี ๒๕๓๘ นั่นก็คือแนวทางที่ชัดเจน แต่ถ้าการเปิดปิดประตู การผันน้ําไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้แล้วเกิดข้อผิดพลาดอย่างที่ ผมพูดเป็นความผิดเพราะการบริหารครับ แล้วท่านประชาจะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ วันที่ ๑๙ ตุลาคม ท่านผู้นําฝ่ายค้านท่านอภิสิทธิ์ไปเยี่ยมเยียนประชาชนแถวเชียงราก แล้วไปเจอที่คลองประปา มีการเอากระสอบทรายไปกั้นครับ เพราะน้ําตรงนั้นกําลังจะทะลัก ลงคลองประปา ที่ท่านแปลกใจก็คือมีเจ้าหน้าที่อยู่คนเดียว พายเรือข้างหนึ่งเอากระสอบทราย ไปวาง แล้วพายกลับมา ท่านก็ถามว่าน้ํากําลังจะลงคลองประปา จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคลองประปาคือทางด่วนผ่าใจกลางกรุงเทพมหานคร แล้วจะกระทบกับระบบประปา กับคนที่ต้องใช้ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีคนเดียวหรือ เขาบอกว่ามีคนเดียว ท่านเองยังเสนอแนะว่าทําไมไม่ไปตามทหารบกที่เขาช่วยกันอยู่ตรงนั้น ฝั่งทหารมาช่วย ก็มีมาช่วย ๓-๔ คนครับ แต่มีการคาดการณ์ว่าถ้าน้ําทะลักลงคลองประปาจริงแล้วเกิดทะลักผ่าเข้ามาใจกลางเมือง วิกฤติจะเกิดขึ้นอย่างสุดคณานับ เพราะคลองประปาผ่ามาครับ เข้าทางซีกนั้นแล้วออกทาง แจ้งวัฒนะ ออกมาผ่าสามเสน เข้าไปในใจกลางกรุงเทพมหานคร ป้องกันไม่ได้ครับ ท่านยัง โทรศัพท์ถึงผู้ที่มีความรับผิดชอบอยู่คือรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นให้รับทราบ แต่ปรากฏว่า น้ําที่ทะลักเข้าคลองประปาคืนนั้นวันที่ ๒๐ มีข่าวของการประปาออกมาว่ามีคนไปขโมย กระสอบทราย วันที่ ๒๐ ก็เป็นข่าวใหญ่ครับว่าน้ําเริ่มทะลักลงคลองประปาแล้ว และถ้าทะลักมาแล้วจะเกิดปัญหาใหญ่กับกรุงเทพมหานคร มีความพยายามไปทําคันดินกั้น แต่มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น ๒ เหตุการณ์ภายใต้ความรับผิดชอบของท่านประชา พรหมนอก ที่ท่านไม่เข้าไปแก้ไขแล้วปล่อยปละละเลย เหตุการณ์นั้นคืออะไรครับ
ประการที่ ๑ ก็คือมีประชาชนไปต่อต้านการทําเขื่อนกั้นไม่ให้น้ําลง คลองประปา ระหว่างซีกปากเกร็ดกับซีกทางดอนเมือง เมื่อมีการประท้วงกันแล้ว ซีกทางฝั่ง ดอนเมืองนําโดย ส.ส. ในเขตพื้นที่นั้นครับ เหตุการณ์ทําท่าจะจบลงด้วยดี แต่ตอนตีสอง ของวันที่ ๒๑ ตุลาคม เช้ามืด ดึกวันที่ ๒๐ ต่อกลางดึก ก็คือตีสอง ซึ่งเป็นเช้าวันใหม่นั้น นายอําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ให้สัมภาษณ์รายการเนชั่นว่า ได้รับแจ้งว่ามีการพัง คันดินหมดแล้ว จึงรุดไปตรวจสอบ ปรากฏว่าทางฝั่งดอนเมืองเอารถแบคโฮ (Backhoe) ซึ่งไม่ทราบที่มารื้อคันดินทั้งหมด ท่านระบุไว้เองครับว่าคนที่นํามาคือนายการุณ ท่านให้สัมภาษณ์ต่อไปครับว่า เขาตั้งใจจะทําคันดินเริ่มจากคลองเกลือปากเกร็ดแนวเขต คลองประปาไปเรื่อย คิดว่าจะทําคันดินให้ถึงเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เพราะต้องไปสูบน้ําออกที่นั่น แต่จุดที่นายการุณได้นํารถแบคโฮพังคันดินเริ่มตั้งแต่ถนนศรีสมานที่จะขึ้นทางด่วนอุดรรัถยา น้ําได้ลงไปด้านล่างซึ่งเป็นพื้นที่ต่ํามีความยาวกว่า ๑ กิโลเมตร เหตุการณ์นี้ผมค้นข่าวทั้งหมด พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ไม่เคยเข้าไปจัดการแก้ไขอะไรเลย ทั้งที่ท่านเซ็นคําสั่ง แต่งตั้งนายการุณเป็นกรรมการอย่างน้อย ๒ ชุดใน ศปภ. และท่านยังได้ชมด้วยสักครู่ว่า เป็นคนมีจิตอาสา ผลการพังคันดินเกิดอะไรขึ้นครับ น้ําทะลักลงคลองประปา คุณภาพน้ํา ก็แย่พออยู่แล้ว น้ําเหลือง มีกลิ่นเหม็น คนอยู่บนบ้านน้ําท่วม นอนชั้น ๑ นอนชั้น ๒ พอปะทังชีวิตจากน้ําประปา น้ําประปาเหม็น อย่าว่าแต่ใช้ดื่มเลยครับ ล้างหน้ายังทําไม่ได้ ไม่มีการไปปกป้อง แต่ที่น่าเสียใจยิ่งไปกว่านั้นครับ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ตอนกลางวัน ความจริง มันมีข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วครับ ว่าใน ศปภ. ที่เต็มไปด้วยนักการเมือง ผมเอาข่าวนี้มาจาก หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ ๒๑ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ตุลาคม เหตุที่เลือก ฉบับนี้ก็เพราะมติชนมักจะมีข่าวพิเศษอยู่เรื่อย ก็น่าเชื่อถือครับ พูดไว้ชัดเลยครับ ว่าใน ศปภ. มีกี่ทีมเข้าไปทํางาน ระบุไว้ในนี้ครับ ทีมแรกเป็นกลุ่มนักการเมือง บ้านเลขที่ ๑๑๑ ตั้งห้อง อยู่ตรงไหน ทีมที่ ๒ เป็นนักการเมืองอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนเอ่ยชื่อด้วยครับ ทีมที่ ๓ เป็นทีมรัฐมนตรี และทีมที่ ๔ เป็นทีมราชการ หนึ่งในทีมนั้นเข้าไปประชุมที่ ศปภ. ครับ เรื่องนี้ก็คงไม่ได้พาดพิงใครในทางเสียหาย เพราะเป็นข่าวที่ปรากฏโดยทั่วไป คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อ้างว่าเป็นที่ปรึกษาของ ศปภ. ครับ ผมยังไม่เห็นคําสั่งแต่งตั้งนะครับ แต่เวลาไปออกรายการเจาะข่าวเด่นคุณสรยุทธตอนเย็น ตําแหน่งที่ลงในหน้าจอช่อง ๓ บอกว่าเป็นคนบ้านเลขที่ ๑๑๑ ผมก็แปลกใจครับ