สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล และชี้ให้เห็นถึงความสําคัญของการยื่นญัตติในการอภิปรายครั้งนี้ โดยเน้นย้ำถึงมาตรฐานที่ต้องการจากทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนายกรัฐมนตรี รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและความยุติธรรม และเรียกร้องการปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน โดยมี 4 ข้อสำคัญในการบริหารจัดการ ได้แก่ ประสิทธิภาพ การสื่อสารความเชื่อมั่น ความซื่อสัตย์สุจริต และความเห็นอกเห็นใจประชาชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทํา หน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการติดตาม ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลซึ่งถือเป็นหน้าที่สําคัญตามรัฐธรรมนูญ และกระผมถือว่า เป็นหน้าที่ที่บ่งบอกถึงความงดงามของระบอบประชาธิปไตย น่าเสียดายว่าที่จริงแล้ว การอภิปรายท่านรัฐมนตรีในวันนี้เรามีผู้ที่จะอภิปรายอย่างน้อย ๒ ท่านนะครับ ขออนุญาต ที่จะเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แต่ว่าการใช้เวลา ประท้วงไปถึงประมาณ ๔-๕ ชั่วโมงนี่ครับ ทําให้เราไม่ได้มีโอกาสนําเสนอข้อมูลตรงนั้น แต่ไม่เป็นไรครับ กระผมจะใช้เวลาประมาณ ๔๗ นาทีที่เหลือนี่ครับ ได้ชี้ให้เห็นถึง ความสําคัญของการยื่นญัตติในการอภิปรายครั้งนี้ และวัตถุประสงค์ของพวกเราในฐานะ ผู้แทนปวงชนชาวไทย

พวกกระผมทราบดีครับว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่มีความวิกฤติพอสมควร จากปัญหาน้ําท่วมใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองโดยท่านรัฐมนตรีก็ยอมรับถึงความเสียหาย ที่ขยายวงกว้าง ผู้เสียชีวิตมากกว่า ๖๐๐ คน พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนหลายล้านครัวเรือน ความสูญเสียในเรื่องของทรัพย์สินเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้นทุกวัน และที่สําคัญที่สุดความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตซึ่งจะดํารงต่อไปอีกเป็นระยะเวลา หลายเดือน ในภาวะเช่นนี้ครับพวกกระผมก็ได้พูดชัดเจนว่าแม้เราเป็นฝ่ายค้านเราก็ไม่ละเลย ต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านรัฐมนตรีพยายามพาดพิงหลายครั้งว่าพวกกระผมไม่สนใจในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนอย่างนั้นหรือ ไม่จริงหรอกครับ เราก็ลงพื้นที่ด้วยกันทั้งนั้นละครับ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ท่านย้อนกลับไปดูดีกว่าว่าในวันที่พวกกระผมเป็นรัฐบาลนั้น บทบาท ของท่านเป็นอย่างไร ศูนย์พักพิงพวกกระผมก็ไปจัดตั้ง ครัวก็ทําครับ ทําก่อนรัฐบาลด้วย โครงการจัดหาน้ําดื่ม โครงการในเรื่องของการดูแลเรื่องรถสัญจรไปมา ทําทั้งนั้นครับ และแต่ละวันนี่ครับที่เราพอจะได้รับของบริจาคจากพี่น้องประชาชนก็มีคนมาขอ รวมทั้ง หน่วยงานของราชการเองก็มาขอครับ เราก็ถือว่าเรามีหน้าที่ในการที่จะทํา แล้วกระผม ก็ประกาศชัดเจนเลยครับ ในภาวะเช่นนี้พวกกระผมไม่ฉกฉวยโอกาสในทางการเมือง ผมประกาศเลยครับว่าทั้ง ๆ ที่มีเหตุผลที่จะพิจารณาได้ กระผมคิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะ อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี เพราะกระผมคิดว่าการอภิปรายนายกรัฐมนตรีหมายถึง การบอกว่าจะต้องเปลี่ยนรัฐบาล วันนี้สถานการณ์ยังจําเป็นจะต้องประคับประคองกันต่อไป ทั้งความแตกแยกในสังคม ทั้งปัญหาน้ําท่วม พวกกระผมก็บอกว่าเราไม่เปิดอภิปรายทั่วไป นายกรัฐมนตรี แต่เราก็เห็นแล้วครับว่าการบริหารงานที่ผิดพลาด การกระทําที่ผิดกฎหมาย การปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริต และการทําให้สังคมมีความแตกแยกมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่ เป็นผลพวงของการบริหารจัดการในเรื่องน้ําท่วมครั้งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ชื่อ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก อย่างปฏิเสธไม่ได้

ท่านประธานที่เคารพครับ มองในอีกแง่มุมหนึ่งมีพี่น้องประชาชนต่อว่า พวกกระผมด้วยซ้ําว่าทําไมอภิปรายเฉพาะท่านประชา บ้านเมืองไม่เคยเดือดร้อนมากขนาดนี้ แต่กระผมก็กราบเรียนท่านประธานครับ พวกกระผมก็เคยทํางาน ท่านรัฐมนตรีเอง ท่านก็ยอมรับครับว่าท่านก็เคยทํางานกับผม ผมเชื่อครับ ไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหา ความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ไม่มีใครไม่ตั้งใจทํางานหรอกครับอยู่ในความรับผิดชอบ ถ้ารู้ว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน แต่ความตั้งใจเพียงอย่างเดียว ความพยายาม ที่จะไม่ให้เกิดความเดือดร้อนเพียงอย่างเดียวมันไม่พอครับกับสถานการณ์ที่มันเป็นความ วิกฤติของคนทั้งชาติ

สิ่งที่กระผมจะกราบเรียนต่อไปครับ ผมตั้งเป็นเพียงมาตรฐานที่กระผม คาดหวังจากคนที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและจากคนที่นายกรัฐมนตรี ผมถือว่ามอบอํานาจให้เกือบจะเรียกว่าเบ็ดเสร็จในการตั้ง ศปภ. ขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการ สถานการณ์ตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคมเป็นต้นมา ๕๐ วันที่ท่านพูดนี่ครับ สําหรับมาตรฐานที่ผม คาดหวังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มากเลยครับ

ประการที่ ๑ ท่านปฏิบัติตามกฎหมายครับ ในเมื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ระบบความยุติธรรม ระบบนิติรัฐ ระบบนิติธรรมจะอยู่ได้ ประชาชนคนธรรมดายังต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายไม่มีสิทธิแม้แต่ที่จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม มาตรฐานต่ํากว่าประชาชนไม่ได้

ประการที่ ๒ ครับ คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในวันนี้ครับ ท่านจะต้องเป็นหลักในการจะนําประเทศเข้าสู่ความปรองดอง เพราะเราพูดกันตลอดเวลาว่า ความปรองดองเกิดขึ้นจาก ๒ อย่าง คือความจริงกับความยุติธรรม นั่นคือมาตรฐานที่ผม จะใช้ในการตรวจสอบท่าน ส่วนมาตรฐานในการที่ท่านจะเป็นผู้บริหารสูงสุดก็ว่าได้ในเรื่อง ของการจัดการเกี่ยวกับปัญหาน้ําท่วม เพราะคําสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีที่ตั้ง ศปภ. ขึ้นมา นี่ครับ ตั้งขึ้นตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน คําสั่งที่ ๑๙๓ เป็นที่ทราบกันดีครับว่าเป็นความพยายามที่จะบูรณาการ มีการใช้คําว่า เบ็ดเสร็จจุดเดียว วัน สต็อป เซอร์วิส หน้าที่และอํานาจของท่านครอบคลุมหมดครับ ตั้งแต่ การดูแลแก้ไขปัญหาการระบายน้ํา ตั้งแต่ดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องของความเดือดร้อน เฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชนไปจนถึงการฟื้นฟูการเยียวยา ผมก็ไม่ตั้งมาตรฐานอะไร สูงมากละครับจากคนที่มาทําหน้าที่นี้ขอแค่ ๔ ข้อ

๑. มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

๒. สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นด้วยการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ให้ตระหนัก เข้าใจ และสามารถที่จะปรับตัวอยู่ได้กับภาวะวิกฤติ

๓. ให้มีความซื่อสัตย์สุจริตยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติ เหนือสิ่งอื่นใด และ

๔. คนที่จะมาอยู่ตรงนี้ท่ามกลางความทุกข์ร้อนหนักหนาสาหัสของพี่น้อง ประชาชน อย่างน้อยที่สุดครับต้องมีใจให้กับพี่น้องประชาชนเป็นลําดับแรก

ไม่ว่าจะเป็น ๒ เรื่องที่ผมคาดหวังจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือ ๔ เรื่องที่ผมคาดหวังจาก ผอ. ศปภ. ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรมนอก สอบตกทุกข้อ

ดูเรื่องประสิทธิภาพครับ เมื่อสักครู่โดยที่ไม่มีท่านใดอภิปราย ท่านหยิบยก เรื่องน้ําในเขื่อนขึ้นมา ก็เป็นโชคดีของผมครับเพราะว่าถูกใส่ร้ายอยู่เป็นเวลานานที่จะได้ ชี้ให้เห็นว่าความจริงแล้วการบริหารจัดการน้ําในเขื่อนผิดพลาดคือเดือนสิงหาคมและ เดือนกันยายน ท่านโอดครวญครับว่าวันที่ท่านได้รับการแต่งตั้ง นั่นคือน้ําเต็มเขื่อนหลังจากที่ รัฐบาลตัดสินใจชะลอการระบายน้ําในเดือนกันยายน แล้วถึงเวลาเดือนตุลาคมพายุเข้ามาใหม่ ต้องปล่อยน้ําลงมาอย่างไม่มีทางเลือก นั่นหมายความว่าท่านต้องทราบตั้งแต่แรกว่าวิกฤติ จะต้องเกิดขึ้น ถามว่า ๕๐ วันที่ผ่านมานี่ครับกับสภาวะวิกฤติกับมวลน้ําที่มีอยู่ท่านจัดการ อย่างไร จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่เคยมีการกําหนดแนวทางที่ชัดเจนว่าเรื่องของการระบายน้ําลงสู่ ทะเลให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด ให้สามารถที่จะให้ พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ได้กับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีเลยครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในฐานะที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบแบบเบ็ดเสร็จในเรื่องนี้ สิ่งแรก ที่ท่านต้องทําให้พี่น้องประชาชนตระหนักคือปัญหาน้ําท่วมเป็นปัญหาของชาติ ปัญหาน้ําท่วม เป็นปัญหาของคนไทยทุกคน ดังนั้นท่านได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีท่านจะแก้ สถานการณ์นี้โดยยึดประเทศชาติส่วนรวมและประชาชนทุกคนเป็นที่ตั้ง แต่ท่านไม่ทําครับ ท่านยังแบ่งประเทศตามเขตเลือกตั้ง ท่านยังแบ่งประเทศตามจังหวัด แล้วก็มีการทะเลาะ เบาะแว้งกันตลอดทางจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ก็ยังมีการชุมนุมอยู่เลยครับ จะเอาน้ําไว้ เมืองนนทบุรี จะเอาน้ําไว้กรุงเทพฯ จะเอาน้ําไว้จังหวัดปทุมธานี ไม่ได้ครับ ท่านไม่เคย ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนวันที่ท่านเข้ามานะครับที่น้ํายังอยู่ทางเหนือและก็ค่อย ๆ ลงมา ท่านต้องอธิบายให้เข้าใจครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนสําคัญเท่าเทียมกัน แต่การระบายน้ําให้มีประสิทธิภาพคือต้องระบายไปตามทางน้ําธรรมชาติและระบบ ชลประทานที่เรามีอยู่ให้มากที่สุดครับ พวกกระผมไม่เคยพูดว่า กทม. สําคัญกว่าที่อื่น พวกกระผมไม่เคยพูดว่าฝั่งตะวันออกหรือ ฝั่งตะวันตก หรือพี่น้องปริมณฑลมีความสําคัญน้อยกว่าหรือมากกว่าใครครับ พวกกระผม ต้องการได้ยินท่านบอกกับประชาชนว่าทางที่จะทําให้น้ําลงทะเลเร็วที่สุดที่เขาทํากันมาทุกปี ทุกปี ทุกปี แบ่งไปทางตะวันตก ท่าจีน ตะวันออก บางปะกง ส่วนหนึ่งลงมาที่เจ้าพระยา ตามแม่น้ําบ้าง เข้าสู่ระบบการระบายน้ําของ กทม. บ้าง อะไรจะเกิดขึ้น ต้องอธิบายตั้งแต่แรก ว่ามันมีคนที่จะต้องเดือดร้อนอย่างนี้ แล้วตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะดูแลเยียวยากันอย่างไร ความผิดพลาดก็คือท่านปล่อยคนที่ให้ความสําคัญของแต่ละพื้นที่มาต่อรอง มาบริหาร มาจัดการ สถานการณ์น้ําถึงเป็นอย่างนี้ละครับ ที่คุณสาทิตย์อภิปรายว่าการระบายน้ําลงสู่ ทะเลไปตั้งคณะกรรมการ ซึ่งตัวประธานออกมาสัมภาษณ์ยอมรับในภายหลังว่าเขาอยู่ สมุทรปราการ เขาจึงพยายามที่จะไม่ให้น้ําเข้าสมุทรปราการ กระผมไม่ได้บอกว่าต้องให้ พี่น้องสมุทรปราการรับน้ําทั้งหมดครับ แต่ทางระบายโดยทางธรรมชาติจะต้องทําอย่างไร ต้องทําอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่ท่านก็ไปตั้งในลักษณะนี้ ทําจนกระทั่งอะไรครับ ทําจนกระทั่งในที่สุดแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับน้ําที่มาตามแนวของเจ้าพระยากับทางตะวันตก รับไม่ไหว ที่มีประตูน้ําหรือเขื่อนแตกไปถึง ๑๔ แห่ง แล้ววันที่คนเข้าไปติดตามเรื่องนี้ เขาตกใจนะครับว่าที่แตกไป ๑๔ แห่ง ศปภ. ไม่ทราบนะครับ ท่านไม่เคยให้กรมชลประทาน มาบอกเลยว่าจะต้องซ่อม เพิ่งมาซ่อมกันเสร็จไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ครับ ๕๐ วันที่สูญเปล่า แล้วเอาน้ํามากองอยู่ในที่ที่มันไม่ควรจะอยู่ครับ เพราะมันระบายยาก มันไม่ใช่การระบายน้ํา โดยเส้นทางธรรมชาติหรือระบบปกติ ที่ท่านบอกว่าทําไมมาพูดอะไรกัน น้ําท่วมถึงเอว ท่วมถึงอก น้ําเน่า อยู่เมืองนนท์ อยู่ปทุมธานีวันนี้ อยู่ฝั่งธนบุรี วันนี้ อยู่ภาคตะวันออก บางส่วนของกรุงเทพมหานคร ท่านครับ ก็เพราะท่านบริหารอย่างนี้ครับ น้ํามันถึงกองอยู่ตรงนี้ แล้วท่านก็ใช้วิธีการพยายามปัดความรับผิดชอบโดยตลอดครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุม ผู้ว่าราชการ กทม. ท่านเปลี่ยนสถานะเขาจากผู้ว่าเป็นผู้ถูกว่าตลอด เพราะมีอะไรก็โยนให้ไปตกลงกันเอง ท่านบริหารจัดการแบบบูรณาการอย่างไรครับ วันที่ท่านตัดสินใจว่าต้องเอาบิ๊กแบ็กมาวาง เพราะแนวที่เขาเคยทํากันมาทุกปี ๆ มันแตก กระผมก็บอกว่าท่านกําลังจะทําให้พี่น้องในปริมณฑลและฝั่งธนบุรีจมน้ํานานกว่าที่ควรจะเป็น ลึกกว่าที่ควรจะเป็น และจะมีปัญหาน้ําเน่า ศปภ. ออกมาตอบโต้ผมครับ บอกเอาอะไรมาพูด กั้นบิ๊กแบ็กไม่กระทบใครน้ําอยู่ในคลอง แล้ววันนี้จะเปิดทําไมครับท่านครับ ถ้าไม่เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องข้างบน ท่านไม่เคยให้ความจริงกับพี่น้องประชาชน ไม่มีแผน เลขาท่านก็ยอมรับเองว่า ศปภ. ทํางานไม่มีแผน นี่คือการสอบตกเรื่องประสิทธิภาพ ในเรื่องของการระบายน้ํา บุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาทําให้การระบายน้ํา ที่มันควรจะทํา ทําไม่ได้ ผมไปมาหลายครั้งครับ ประตูระบายน้ําที่จะต้องออกไปทาง ตะวันออก ผู้ปฏิบัติเขาก็บอกผมชัดเจนครับว่าไม่เปิดเต็มที่ ไม่มีคําสั่ง สั่งไปแล้วเดี๋ยวก็ต้องปิดเพราะถูกต่อว่ามา การระดมเครื่องสูบน้ําอะไรต่าง ๆ ใช่ครับ ตอนหลังท่านให้ แต่ไปทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ให้ชาวบ้านเขาเห็นนะครับ มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายในเชิงการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพของเรื่องของการระบายน้ํา ไม่มีครับ ตัวอย่างเล็ก ๆ อีกสักตัวอย่างให้เห็นว่าบริหารจัดการกันไม่ได้มีแผนอย่างชัดเจนเลยครับ การกู้ถนนเส้น ๓๔๐ นี่ครับ กลัวพระราม ๒ ท่วมเตรียมไว้ ถึงเวลาทําจริงทําไม่ได้ครับ กว่าจะทําได้ก็บอกว่ามีปัญหารถไปจอด ทําเสร็จก็บอกว่ากลับไปใช้พระราม ๒ แต่วันนี้พี่น้อง ในเมืองนนทุบรี ในจังหวัดปทุมธานีหลายอําเภอเดือดร้อน เพราะท่านไปกู้ ๓๔๐ พวกกระผม จึงต้องตรวจสอบ จึงต้องบอกประชาชนครับ เพราะพวกกระผมบอกว่างานนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติ อย่างเดียว ไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับน้ํามากขนาดนี้ต้องมีท่วม แต่ไม่เสียหายอย่างนี้ครับ

มาดูต่อนะครับ พอมาดูเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่น เรื่องของการสื่อสาร ความจริงมีสมาชิกอยากจะอภิปรายหลายท่านนะครับ แต่ตอนหลังแทบไม่ต้องตอกย้ําแล้ว คําว่าเอาอยู่ของท่านนี้จะเป็นวลีประจําปีนี้ แล้วมันไม่เคยเป็นจริง การสื่อสารที่บอกเรื่องของ การแนะนําจัดการเรื่องการอพยพนี่ครับ ผมยกตัวอย่าง ท่านรัฐมนตรีจะจําได้วันที่ผมไปเยี่ยม ศปภ. กระผมบอกเองว่าเรื่องอพยพเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าท่านไม่จัดระบบตรงนี้พี่น้องประชาชน ติดเกาะนี่นะครับ จะต้องมีปัญหาว่าจะเอาข้าวกี่แสนกล่องนี่แหละไปส่ง ถ้าไปส่งกันจริงนะครับ แสนกล่อง กระผมก็เตือนครับ แต่ระบบการประกาศท่านก็ทราบครับ วันดีคืนดีแถลงข่าว รัฐมนตรีแสดงอาการตื่นตระหนกกลางจอ ต่อมาก็บอกว่าไม่มีอะไร และชัดเจนที่สุดก็คือ กรณีของนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผมอยู่หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร เดินทางไปหลังจาก ท่านรัฐมนตรีออกมาพอดีครับ ท่าน ผอ. ศปภ. แล้วก็ข่าวที่ส่งมาทางข้อความสั้น เอสเอ็มเอส (SMS) ทางโทรศัพท์ก็ขึ้นมานี่ครับว่าท่านเพิ่งไปมา เอาอยู่ แต่ผมเข้าไปไม่ได้ครับท่านครับ เพราะน้ําเข้าพอดีครับ แล้วก็คนกําลังแห่ออกมา อพยพออกมา ผมก็ต้องเดินทางกลับ นี่คือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่น และมันทําให้ ความเสียหายลุกลามบานปลายกว่าที่ควรจะเป็น เพราะถ้าเขาทราบว่าเขาจะต้องเผชิญกับ อะไร ภาคเอกชนเองเขาก็จะมีแนวทางการวางแผน อาจจะป้องกันน้ําท่วมไม่ได้แต่ลด ความเสียหายได้ครับ เครื่องจักร ทรัพย์สิน นั่นเรื่องหนึ่งละครับ แต่สําคัญที่สุดคือชีวิตของคน ที่จะต้องไม่มีงานทําในช่วงหลายเดือนจากนี้ไป เพราะความล้มเหลวในเรื่องของการสร้าง ความเข้าใจการสื่อสารที่ควรจะได้ทํา

ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูต่อสิครับว่านอกจากความล้มเหลวในเรื่อง ประสิทธิภาพการบริหารจัดการในส่วนที่เกี่ยวกับน้ํา การสื่อสาร สร้างความเชื่อมั่นแล้ว เมื่อเกิดปัญหาขึ้นนี่ครับ พี่น้องประชาชนคนไทยและชาวโลกมีจิตอาสาระดมความช่วยเหลือ กันเข้ามามากมายมหาศาล จากมิตรประเทศก็มีนะครับ เอาละครับ ท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาล จะบอกว่าไม่สนใจที่จะรับความช่วยเหลือ แต่เขาก็ให้มาครับ ซึ่งผมก็แปลกใจนะครับ ประเทศมหาอํานาจอย่างสหรัฐอเมริกายังรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเลยครับ แล้วบริหารจัดการกันอย่างไร ท่านประธาน วันนี้มีความพยายามที่จะเอาพี่น้องประชาชนและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาบังหน้า ประหนึ่งว่าสิ่งที่ท่านทําผิดกฎหมาย จัดสรรผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง หรือทางอื่นทั้งหลายนั้น ถ้าท่านไม่ทําอย่างนี้แล้วความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจะไม่ได้รับ การแก้ไข ไม่ใช่แล้วครับ ท่านทําผิดกฎหมายและเป็นการส่งสัญญาณและทําลายระบบ โดยสิ้นเชิงในการปล่อยให้นักการเมืองไม่แยกแยะบทบาทของตัวเอง คําสั่งที่ ๒๖ คําสั่งที่ ๒๗ นั่นละครับของ ศปภ. ผมไม่ทราบนะครับว่าท่านจะไปตีความว่าไม่ใช่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ปฏิเสธได้ไหมล่ะครับงานที่ทําทั้งหลายคือการปฏิบัติราชการ ถ้าไม่อย่างนั้นต่อไปนี้เดี๋ยว วันพรุ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งศูนย์บริหารประเทศขึ้นมาว่าอย่างไรครับ เป็นศูนย์เฉพาะกิจ ใครจะทําอะไรก็ได้ ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องมีกฎ ไม่ต้องมีระเบียบ ขัดรัฐธรรมนูญก็ได้ ไม่ต้องเฉพาะแสนล้านบาทหรอกครับ เอางบประมาณทั้งประเทศไปเลยครับ บอกเป็นศูนย์ เฉพาะกิจขึ้นมา ไม่ได้หรอกครับ พวกกระผมไม่ต่อว่าผู้แทนราษฎรคนใดเลยที่ทําหน้าที่ ในการประสานงานดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีเยอะครับ พวกผมก็มี พรรคเพื่อไทยก็มีครับ ให้ความเป็นธรรม แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่จะให้ผู้แทนเขาปฏิบัติหน้าที่ ตามปกติกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ให้เขามามีอํานาจในการบริหารจัดการแทรกแซงก้าวก่าย จัดสรรทรัพยากร

ท่านประธานครับ คําชี้แจงของเพื่อนสมาชิกหลายท่านผมขอถือเป็นส่วนหนึ่ง ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน พลตํารวจเอก ประชา ซื้อเต็นท์เขามาก็ไม่มีคนไปรับ ต้องให้ ส.ส. ไปเซ็น จะเอาเรือไปไหนไม่มีปัญญาป้องกัน เอาเรียกคืนมาต้องเอาชื่อ ส.ส. ไปประทับไว้ แล้วนี่เรียกกลับมาคราวหน้าเอาไปใช้เขตอื่นต้องลบชื่อ ส.ส. คนนั้นแล้วใส่ชื่อ ส.ส. คนใหม่หรือเปล่าครับ กลัวส้วมหาย ข้างนอกเขียนชื่อไม่พอข้างในต้องเขียนด้วย เผื่อคนทําธุระเสร็จจะยกไปจากข้างในหรืออย่างไรครับ มันไม่มีเหตุผลครับ เหตุผลที่จะใช้ วิธีการนี้มีอย่างเดียวละครับ คือการเมืองและการแบ่งแยกนี้ครับ เราถึงได้อภิปรายชัดเจนว่า หลายคนที่ท่านยกย่องวันนี้บางเรื่องเขาทํา พวกกระผมไม่อภิปรายครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ ที่เขาพึงทําตามรัฐธรรมนูญ ตามหน้าที่ แต่ถามว่าการให้ ส.ส. ๒ คน เซ็นชื่ออนุมัติของ อนุมัติของนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่ของตัวเอง ทําไมครับ แล้วผลคืออะไร แล้วความจริงไม่ใช่เท่านี้หรอกครับ ถ้าท่านดูไปในรายละเอียดที่วันนี้มีการสะท้อนออกมา จะเห็นชัดเจนครับ ถ้าท่านบอกว่า ส.ส. ผู้แทนราษฎรทุกเขตควรจะต้องทําอย่างนี้ ทําไมไม่เรียก ทุกเขตเข้าไปจริง ๆ ครับ ไม่จํากัดพรรค แล้วถ้าไม่ผิดยกเลิกคําสั่งทําไมครับ แต่นี่เลือก เฉพาะผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้องในทางการเมืองของท่าน แล้วไม่ใช่ไม่มีความเสียหายครับ ของที่มันกองพะเนินเทินทึกที่กลุ่มอาสา ขอประทานโทษเอ่ยนาม คนนอกอย่างคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ไปขอแล้วไม่ได้นี่ครับ ก็เพราะมันไม่ใช่พวกใช่ไหมล่ะครับ แล้วพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนรอคอยการช่วยเหลือนี่หลายพื้นที่ กี่พื้นที่ครับที่ของเหล่านี้ไปไม่ถึง เพราะคนของท่าน ยังไม่ว่างเซ็นอนุมัติหรือไปทําการตลาดในพื้นที่ หิวกี่คน ขาดเรือกี่คน แล้วเราก็เห็นชัดเจน ครับว่าของส่งมาจากญี่ปุ่นแช่อยู่ที่ ศปภ. ๒ อาทิตย์ เต็นท์ค้างอยู่แท้ ๆ ยังอุตส่าห์ไปจัดซื้อ ในอัตราจองหองที่คุณประเสริฐพูด นี่คือการทําผิดกฎหมาย นี่คือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ และนี่คือเรื่องของความพยายามที่จะ หาประโยชน์ทางการเมือง และหาประโยชน์อื่นท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ท่านจะยืนยันจริง ๆ หรือครับว่าระบบที่วันนี้เราได้ฟังกันนี่คือระบบที่ดีที่สุดแล้ว สําหรับประเทศ ที่ต้องปั่นป่วนวุ่นวายกันไม่รู้ว่าใครมีหน้าที่อะไร แล้วก็ทําให้เกิดการแบ่งแยก การเลือกปฏิบัติ ที่คนนอกเขาฟ้องจะเข้าไปช่วยงานต้องใส่เสื้อแดง ที่มีการแบ่งแยกกันว่าใคร จะได้รับการช่วยเหลือ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เงินเยียวยา ปัญหาต่าง ๆ เหมือนกันหมดเลย ครับท่านครับ ๕,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ กว่าบาท มีข้อมูลอย่างที่คุณหมอวรงค์ก็พูด ที่เรียกว่า เป็นส่วยบางระกําโมเดล และการเลือกปฏิบัติกับคนที่เป็นพวก กับคนที่ไม่เป็นพวก บ้านเมืองแตกแยกจากการเมืองที่ผ่านมายังไม่พอใช่ไหมครับ วันนี้บริหารน้ําให้เป็นเงื่อนไข ความแตกแยกใหม่ ความขมขื่นของคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพียงเพราะเขาไม่ใช่พวกท่าน ความเหิมเกริมของคนที่บอกว่าเป็นพวกท่านแล้วทําอะไรก็ได้ ผิดกฎหมายก็ได้ อ้างประชาชนบังหน้า ความแตกแยกที่กําลังเกิดขึ้นระหว่างพี่น้องชาวปริมณฑลกับ ชาวกรุงเทพฯ ความแตกแยกที่เกิดขึ้นระหว่างคนที่เหนือคันกับใต้คันทุกแห่ง นี่คือผลงาน ของท่านครับ ผลงานที่กําลังสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเข้าไปอีก และจากความที่ท่านไปส่ง สัญญาณไปเอื้อให้ทําสิ่งเหล่านี้ครับ ท่านจึงสอบตกในเรื่องของการดูแลเรื่องนี้ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตขึ้น

กรณีที่คุณรังสิมาอภิปรายเขาไม่ได้บอกว่าท่านไม่ควรทํานะครับ แต่เขา ไม่เชื่อครับ เพราะพวกผมก็นั่งทํากันอยู่ บริหารกันอยู่ ว่าท่านสามารถในแต่ละเขตทําข้าวกล่อง ได้เกือบเป็นแสน ถ้าทําได้จัดส่งได้ด้วยมหัศจรรย์มนุษย์จริง ๆ ครับ แล้วกระผมก็เชื่อว่า แปลว่าในเขตเหล่านั้นคงไม่มีคนหิวแล้วละครับ ทํากันได้ทั่วถึงขนาดนั้น มันไม่จริงครับ ตรงนี้จึงเป็นความล้มเหลว และการสอบตกของท่านในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตด้วย แต่ว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ ที่ผมกราบเรียนก็คือว่า การมีใจให้กับพี่น้องประชาชน ผมไม่นึกเลยครับว่าท่ามกลางความเดือดร้อนอย่างนี้ การเล่นการเมืองไม่เคยจบ สร้างนิทาน ใส่ร้ายรัฐบาลที่แล้ว สร้างเงื่อนไขที่จะทําให้ กทม. จะต้องถูกดิสเครดิต (Discredit) โดยไม่ใส่ใจว่าจริง ๆ แล้วทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วในวันที่ท่านต้องเลือกครับ ระหว่างท่านหรือพวกท่านกับพี่น้องประชาชนท่านเลือกชัดนะครับ ใครจะนึกครับ กําลังคนจํากัด งบประมาณจํากัด อุปกรณ์จํากัด คิดได้อย่างไรครับว่าต้อง สร้างถนนเข้า ศปภ. ๒ ก่อนที่จะเอากําลังพล ทรัพยากรเหล่านี้ไปดูแลพี่น้องประชาชน คิดได้อย่างไรครับ ทําพี่น้องที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ศปภ. ๒ เดือดร้อนมากขึ้น ท่านย้ายตัวเอง ก็ได้ครับ อย่างมากก็เสียหน้าหนที่ ๒ ครับ คนเขาชินแล้ว แต่ท่านเลือกว่าให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนไป วันนี้ถนนก็รื้อแล้ว การเยียวยานี่ครับ แต่ละเรื่องอะไรที่พวกกระผมเริ่มไว้ ตอนแรกก็จะลังเลละครับ จะให้ ไม่ให้ ๕,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เงินส่วนต่างก็ตอนหลังให้แต่ขอเปลี่ยนชื่อ ไม่ว่ากัน แต่พอพวกกระผมเรียกร้องว่าวันนี้สถานการณ์มันไม่เหมือนปีที่แล้ว ไม่เห็นคิดเปลี่ยน เลยครับ ที่ให้ ๕,๐๐๐ บาท พวกกระผมทําในยุคที่เราถือว่าเจอน้ําเข้าไป ๗ วันก็หนักหนาสาหัส ก็ให้ ๕,๐๐๐ บาท แต่วันนี้มันไม่ใช่ ๗ วันนะครับ วันนี้มัน ๑ เดือน มัน ๒ เดือน มันน้ํา เท่าเอว เท่าอก มันน้ําเน่า พวกกระผมก็บอกว่าให้เถอะครับ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นขั้นบันไดไป ประเด็นอย่างนี้ครับไม่เห็นรวดเร็วเลยครับ ไม่เห็นพิจารณาเลยครับ แต่ถ้าเป็น นโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก แทนที่จะเอาเงินเหล่านั้นมาให้คนที่เขาสูญเสียรถ หรือรถเสีย ซ่อมรถ เอาคนที่เขาไม่ต้องการบ้านหลังใหม่ละครับ แต่เขาเก็บเงินมาตลอดชีวิต ได้บ้าน ๑ หลังแล้วน้ําท่วมไป ไม่เคยคิดเปลี่ยนครับ โครงการอย่างโครงการพักหนี้ หาเสียงไว้ อย่างไรก็ไปอย่างนั้นนะครับ ไม่สนใจละครับว่าคนที่ไม่เข้าข่ายในการที่จะได้รับการพักหนี้ คือคนที่เป็นหนี้เสียจากน้ําท่วม ใจท่านอยู่กับอะไรครับ ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่กระผมบอกว่า ใจที่ไม่อยู่กับประชาชนนี่ครับทําให้ท่านไม่มีความเหมาะสมที่จะดํารงตําแหน่งตรงนี้

และเรื่องสุดท้ายที่พวกกระผมจะต้องอภิปราย แต่ว่าโดยข้อจํากัดของเวลา ท่านรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีจุรินทร์ได้เปิดเอาไว้ ท่านรัฐมนตรีมาขอว่าอย่าไปพูดอะไรที่มัน ก้าวล่วงการทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา กระผมไม่พูดตรงนั้นนะครับ แต่บังเอิญท่านตอบ เมื่อเช้า ท่านตอบเมื่อเช้าว่าพวกกระผมไปมีอคติกับคนคนหนึ่งหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ ใครทําผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่ยอมรับผิด หนีคดี จะเป็นใคร อยู่ที่ไหน ชื่ออะไรก็ตาม พวกกระผมไม่สนับสนุนให้ท่านถวายคําแนะนําเพื่อพระราชทานอภัยโทษให้ครับ บังเอิญ ผมก็ไม่ทราบว่าในประเทศไทยวันนี้มีกี่คนที่เข้าข่ายนี้ ที่หนีคดีผิดกฎหมาย ป.ป.ช. แต่ผม ย้อนถามกลับท่านได้นะครับว่าคนที่ท่านบอกว่าพวกผมอคติด้วย ถ้าเขาไม่เข้าข่ายนี้ท่านจะ คิดเรื่องนี้ไหมครับ แล้วปฏิเสธไม่ได้ครับว่าไม่คิด เพราะเลขานุการท่านให้สัมภาษณ์ไว้ เมื่อเดือนกันยายนว่ามีแนวคิดนี้ วันนี้คณะรัฐมนตรีหลายคนก็ยังให้สัมภาษณ์ว่ามีแนวคิด จะต้องพากลับบ้าน กระบวนการที่ท่านอธิบายมันไม่ตรงกับที่เขาทํามาทุกปี ๆ เลยครับ ท่านต้องกล้าบอกความจริงนะครับ ที่เขามาเสนอท่านวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๑๓ พฤศจิกายน เขาไม่ได้เสนอท่านเฉพาะร่างพระราชกฤษฎีกาที่ทําตามปกติที่ผ่าน คณะกรรมการมาละครับ มีคนที่ชงเรื่องนี้มาให้ท่านด้วยว่าให้เปลี่ยนให้ปรับ แล้วท่าน ก็ไม่มีการแทงเรื่องนี้กลับไปให้คณะกรรมการ มีความพยายามบอกส่งไปกฤษฎีกาก่อน ก่อนเอาเข้า ครม. ซึ่งปกติไม่ทํากันครับ และความผิดปกติในการประชุม ครม. วันนั้น ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกลับจากจังหวัดสิงห์บุรีไม่ได้ ที่มีการประชุมให้เจ้าหน้าที่ออกไป ซึ่งก็ไม่ได้เคยปฏิบัตินะครับ แม้จะเคยมีการเรียกเก็บเอกสารคืน และวันนั้นท่านต้องกล้า รับความจริงนะครับ นักข่าวเขาถามท่านว่ามีการพิจารณาเรื่องนี้ไหม ท่านบอกไม่มีครับ แต่พอถูกจับได้ไล่ทัน ก็บอกว่าคิดไปเอง และรัฐมนตรีร่วมคณะท่านคิดไปเองไหมครับ วันที่ไปบอกกับสื่อว่าอะไรที่เป็นเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เคยมีไว้รัฐบาลนี้ก็ตัดได้ หรือที่ท่านนั่งข้าง ๆ รองนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามในสภาท่านอยู่ไม่เคยปฏิเสธสักคํา นะครับ รองนายกรัฐมนตรีก็บอกด้วยว่าผมไม่ต้องทําตามใคร ท่านก็นั่งเฉยครับ รอจนคนแทบจะตีกันแล้วนะครับ เพราะเริ่มมีการชุมนุม ๒ ฝ่าย ท่านมี หน้าที่ทําให้เกิดความสามัคคี ความปรองดองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่พูดอะไรเลยครับ ประชาชนจะตีกันก็แล้ว พวกกระผมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านก็แล้ว ไม่ละครับ บอกต้องรักษาความลับราชการ แต่จดหมายมาจากต่างประเทศฉบับเดียว ความลับราชการไม่มีความสําคัญอีกต่อไป พวกกระผมไม่เชื่อหรอกครับ พี่น้องประชาชน ก็ไม่เชื่อหรอกครับ ท่านอย่าหลอกใจตัวเองเลยครับ จับได้ไล่ทันก็ยกเลิกไป ไม่ต่างอะไรกับ คําสั่งที่ตั้ง ส.ส. เข้าไปผิดรัฐธรรมนูญ ไม่ต่างอะไรกับการคืนงบเวลากรรมาธิการติดตาม งบประมาณตรวจสอบว่ามีความผิดปกติ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่าในทุกเรื่องที่ได้ นําเสนอท่านนั้น ตามมาตรฐานที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ต้น ท่านสอบตก แล้วกระผมกราบเรียนต่อไปครับว่า ถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรีดํารงตําแหน่งต่อไป กระผมคิดว่า พี่น้องประชาชนจะต้องทุกข์ยากมากกว่านี้หลายเท่า ลองไปถามพี่น้องชาวใต้ไหมครับที่กําลัง เผชิญกับภัยน้ําท่วมว่าจะให้บริหารจัดการแบบที่ ศปภ. ทํามาในภาคเหนือ ภาคกลาง กทม. หรือภาคอีสานเอาไหมครับ เรามีงานต้องทําอีกมาก ผมต้องการเห็นคนที่ได้มาตรฐานอย่างที่ กระผมกราบเรียนมาดูแล วันนี้เรามีคนที่สูญเสียบ้าน ไม่เข้าเกณฑ์ราชการหรอกครับ ไม่ถึงกับ พังหรอกครับ แต่อยู่ไม่ได้ อายุเกิน ๖๐ ปีกู้ก็ไม่ได้ จะดูแลเขาอย่างไร วันนี้ท่านอาจจะมีคน มาพูดคุยกับธุรกิจที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจใหญ่ ๆ ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับต่างชาติ แต่ท่านทราบไหมครับว่าธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในข่ายนี้รายเล็กรายน้อยทั่วประเทศความเสียหาย ไม่น้อยกว่ากันละครับ เขาไม่มีบริษัทแม่มาช่วย แต่เขาอาจจะมีแม่ที่เขาต้องดูแลอีก ๑ คน ตัวเองก็จะเอาไม่รอด เขาไม่มีบริษัทประกันมาจ่ายเงินให้ แต่อาจจะมีเจ้าหนี้มาไล่ตามทวง ผมไม่เคยได้ยิน ผอ. ศปภ. ซึ่งมีหน้าที่ในการเสนอเกี่ยวกับการเยียวยาฟื้นฟูคิดถึง คนเหล่านี้ครับ ผมถึงบอกว่าท่านดํารงตําแหน่งนี้ต่อไปไม่ได้ และถ้าท่านทําอย่างที่ท่านทํามา ความแตกแยกก็จะมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นรายวันทั้งเรื่องน้ํา ทั้งเรื่องการเมือง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ พี่น้องประชาชนคนไทย สังคมไทยและประเทศไทยต้องการ

รัฐบาลนี้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งมาพี่น้องประชาชนคาดหวังว่าจะมา แก้ปัญหาให้เขา วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้รับความไว้วางใจจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาดูแลปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศ พิสูจน์แล้วว่าท่านล้มเหลวครับ พวกกระผมในเวลาที่จํากัดมีเวลานําเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ แต่พรุ่งนี้เป็นหน้าที่ ของพวกท่านด้วย ใครที่ยกมือให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในวันพรุ่งนี้ยืนยัน กับพี่น้องประชาชนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทํามาดีแล้ว และจะทําอย่างนี้ต่อไป จะมีทุจริต จะแตกแยก จะแบ่งพวกไม่เป็นไร แต่พวกกระผมยกมือให้ไม่ได้ แล้วถ้าท่าน ส.ส. ยกมือ ให้กับท่านรัฐมนตรี ผมก็บอกว่าภาระก็กลับไปตกอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่จริงท่าน นายกรัฐมนตรีเคยชี้แจงในสภาแห่งนี้บอกท่านไม่ค่อยมานั่งหรอก เพราะท่านบอกว่า มันไม่สําคัญเท่ากับว่าอยู่แล้วฟัง แล้วนําข้อมูลนั้นไปใช้ในการตัดสินใจ วันนี้พวกกระผมไม่มีใครเรียกร้องให้ท่านมานั่งเลยครับ แต่เรียกร้องให้ท่านนําข้อมูลทั้งหมดไปตัดสินใจว่าบุคคลที่ท่านมอบหมายให้มาดูแลแก้ไข ปัญหาที่ทําให้ประเทศไทยและประชาชนคนไทยเดือดร้อนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ท่านยังใช้มาตรฐานว่าบุคคลคนนี้สมควรได้รับความไว้วางใจให้ทํางานต่อไปหรือไม่ เป็นอํานาจของท่านครับ พวกกระผมก้าวล่วงไม่ได้ แต่กระผมกราบเรียนว่าพวกกระผม ไม่ไว้วางใจ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ที่จะทําความเสียหายให้กับประเทศต่อไป และถ้าท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจว่าท่านจะไว้วางใจต่อไป บุคคลที่จะต้องรับผิดชอบต่อไป ก็คือตัวท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ