สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องความไม่ไว้วางใจประชาชนที่ไม่เชื่อในคำพูดของรัฐมนตรี และนำเสนอคลิปวิดีโอที่มีประชาชนที่มีประสบการณ์ในการทุกข์ทรมานจากปัญหาที่รัฐมนตรีไม่ได้ดำเนินการแก้ไข วรงค์ เดชกิจวิกรม ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดที่ประชาชนถูกทอดทิ้งและอดอยาก โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ วรงค์ เดชกิจวิกรม ยังหารือเรื่องการเยียวยาประชาชนหลังเกิดน้ำท่วม และเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการให้จบภายใน 30 วัน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ คนที่จะมาเป็น รัฐมนตรี ดูแลชีวิต ดูแลความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนต้องมีความอดทนนะครับ คนที่จะ เป็นรัฐมนตรีต้องอดทนมากกว่าพวกผมครับ พวกผมก็ต้องอดทนมากกว่าคนธรรมดา ดังนั้น ต้องอดทนฟังพวกผมนะครับ และอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่จะพูดจากนี้ไป เป็นความจริงจากความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่จะมาถ่ายทอดผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าทําไมพวกเราไม่ไว้วางใจท่าน ท่านเชื่อไหมครับว่าสิ่งที่ผมได้เจอ ประชาชน ได้ฟังคําพูดของประชาชนบอกว่า ใครทําอะไรกับแผ่นดินนี้ไว้ ประชาชนถึงได้ทุกข์ แสนสาหัสขนาดนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานรู้ครับ ใครทําอะไรกับแผ่นดินนี้ประชาชนถึง ทุกข์ร้อนขนาดนี้ จนมีประชาชนบางคนพูดว่าสงสัยคําพูดที่ว่ามากับไฟไปกับน้ําจะเป็นจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประชาจะไปกับน้ําหรือไม่ได้ไปกับน้ํา ผมอยากจะให้ ท่านประชาดูคลิปที่ ๑ พี่น้องประชาชนดูคลิปที่ ๑ นะครับ ผมขออนุญาตขอคลิปด้วยครับ ผมขอให้ทีมงานช่วยเปิดคลิปที่เตรียมไว้ทั้งหมด ๗ คลิป จะไล่ไปทีละคลิป

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

“............... : ก็วันเว้นวันเขาก็จะเอาข้าวมาให้ หลวงพ่อยังบอกเลยเขาทิ้งเราแน่ หลวงพ่อเขาก็ว่า”

“............... : ไม่อย่างนั้นมั้ง ไม่อย่างนั้นหรอก”

“............... : ไม่แต่จริงครับ แล้วเทศบาลนั้นทอดทิ้งหมดเลย ทุกคนเขา อยากร้องไห้ อดไม่รู้จะอดอย่างไร ผมยังตกปลาสวายไปต้มยําเลี้ยง ข้าวไม่มีกิน กินเกลือกับข้าวครับ ผมมาตกปลาทุกคืนครับ ก็เอาไปเลี้ยง ไม่เชื่อคุณถามดูได้ ปลาก็ปลาวัด หลวงพ่อบอก ไม่เป็นไรอดก็เอา”

ท่านประธานครับ ท่านได้เห็นคลิปนี้ แล้วใช่ไหมครับ อันนี้คือน้ําตาประชาชนนะท่านประธาน ไม่ใช่น้ําตานักการเมือง และผม ก็เชื่อว่าประชาชนอายุขนาดนี้ผ่านทุกข์ผ่านยากมาเยอะมาก สิ่งที่เขาพูดจากใจ จากก้นบึ้งของ หัวใจว่าเขาลําบาก เขาพูดชัดเจนว่าเขาถูกทอดทิ้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ วันนี้ท่านประชาฟังดูแล้ว ผมเชื่อว่าท่านต้องรู้สึก ประชาชนร้องไห้ท่านประธาน ใครทําให้ประชาชนต้องร้องไห้ล่ะ เขาพูดชัดเจนว่าเขาถูกทิ้งมา ๑๕ วัน ก่อนหน้านี้มีคนดูแลเขาวันเว้นวัน แต่หลังจากนั้นไปแล้ว เขาถูกทอดทิ้งมา ๑๕ วัน ผมเชื่อว่าท่านเองอาจจะมีความรู้สึกปฏิเสธว่าเรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องดูแล หรือเรื่องนี้ท่านนายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดูแล ผมขออนุญาตให้ท่านประธานดู นี่คือมาตรา ๓๑ ของ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่านจําได้นะครับ ซึ่งได้ประกาศไว้ชัดเจนว่าทุกหน่วยงานทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องขึ้นตรงและรับคําสั่งจากนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วมครั้งนี้ เป็นเอกภาพ วันนี้เฉพาะ พ.ร.บ. มาตรา ๓๑ นี้ท่านจึงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และยิ่งมาสอดคล้องกับคําสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องมอบอํานาจให้กับ ศปภ. ข้อที่ ๒ ว่าท่านต้องมีหน้าที่กํากับดูแลการจัดส่งอาหารให้ทั่วถึง และเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องประชาชนครับ วันนี้ผมจึงอยากจะย้ําว่า ขณะนี้ประชาชนกําลังถูกทอดทิ้งอดอยากครับ หลายพื้นที่ มีปัญหานี้ครับ เพราะรัฐบาลมัวไปทําอย่างอื่น เนื่องจากว่ารัฐบาลมอบให้กับท่านประชา คนที่ไม่มีประสบการณ์ บกพร่อง แล้วก็ไม่ใส่ใจในการดูแลชีวิตของประชาชน

ผมมีประเด็นถัดมาที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อเราพูดถึง น้ําท่วม ท่านคงจะเข้าใจวลีเด็ดที่เคยประกาศเมื่อไม่นานมานี้ก็คือคําว่าบางระกําโมเดล อยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าของพวกผม มีโอกาสไปเยี่ยมบางระกําเมื่อวันที่ ๑๘ เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนั้นเรานั่งล้อมวง ทานข้าวกัน ท่านอภิสิทธิ์ ท่านอภิรักษ์ หลาย ๆ ท่าน รวมทั้งชาวบ้านจากบางระกํา นั่งล้อมวงทานข้าวกัน คนบางระกําพูดชัดเจนว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้ผิดพลาด ล้มเหลว ในการ ประกาศบางระกําโมเดลออกมา พวกเราตกใจว่าทําไมพูดอย่างนี้ เขาบอกว่ารัฐบาลประกาศ บางระกําโมเดลโดยที่ไม่ได้ปรึกษาหรือรับฟังความคิดเห็นของคนบางระกํา เขาพูดอย่าง เต็มปากนะครับว่าปัญหาของคนบางระกําไม่ใช่น้ําท่วม ปัญหาของคนบางระกําคือน้ําแล้ง เขาบอกว่าคนบางระกําอยู่กับน้ํามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ปู่ย่าตายายมีมาอย่างไรชีวิตเขา อยู่กับน้ํามาตลอดและเขาปรับตัวได้ แต่ขอบอกรัฐบาลอย่างเดียวว่าในช่วงน้ําลดเขาจับปลา อย่าให้เจ้าหน้าที่รัฐไปกวนเขามาก แต่หลังจากนี้ไปแล้วแม่น้ํายมจะแห้งขอด คนบางระกํา ทําไร่ทํานาไม่มีน้ําครับ ต้องเอาน้ํามาจากจังหวัดกําแพงเพชรครับ โครงการท่อทองแดง แม่น้ําปิงห่างจากอําเภอบางระกําไปประมาณ ๗๐-๘๐ กิโลเมตร ดังนั้นรัฐบาลประกาศ บางระกําโมเดลเพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมล้มเหลวครับ เพราะว่ามัน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือความล้มเหลวของ รัฐบาลชุดนี้ที่ทําอะไรตามใจชอบครับ เหมือนต้องการเอาระบบการตลาดมาใช้โดยที่ไม่รู้ว่า คนข้างล่างคิดอย่างไรบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากบางระกําโมเดลก็คือ มรดกบาปครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ ก็คือส่วยบางระกําโมเดล ผมจําได้ผมเคยตั้งกระทู้ถามครับว่า มีการเรียกเก็บหัวคิวจากพี่น้องชาวนาที่ทนทุกข์ระกําลําบากรายละ ๒ ไร่ ไร่หนึ่งรัฐบาลช่วย ๒,๒๒๒ บาท ๒ ไร่คือ ๔,๔๐๐ บาท และผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเนื่องจากว่าวันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมาครับท่านประธานครับ วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้แถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทยว่ามีการเก็บหัวคิวบางระกําโมเดลจริง คือรายละ ๔,๔๐๐ บาท ซึ่งท่านก็แถลงข่าวครับว่าขณะนี้ได้ให้ทางจังหวัดได้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนและให้คนกลุ่มนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เขาฝากท่านอภิสิทธิ์มาครับ และท่านหัวหน้าผมก็บอกผมว่าอยู่ในสภาพูดด้วยว่าขอให้รัฐบาลอย่าลูบหน้าปะจมูก ต้องจัดการคนโกงประชาชนครับ ย้ํานะครับ ท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. ที่ดูแลภาพรวมเรื่องน้ํา ของประเทศต้องจัดการคนโกงประชาชน แต่บางครั้งมันก็เหมือนเคราะห์ซ้ํากรรมซัดครับ ท่านประธาน วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน เมื่อไม่กี่วัน ๓ วันที่ผ่านมา คนบางระกํากลับมา ร้องเรียนพวกเราอีกรอบหนึ่ง เขาบอกว่าช่วงนี้รัฐบาลมีนโยบายเยียวยาเรื่องพันธุ์ข้าว ก่อนหน้านี้คือเยียวยาน้ําท่วมนา ๒,๒๒๒ บาท แต่ช่วงที่ผ่านมาเยียวยาพันธุ์ข้าวก็คือ พันธุ์ข้าวปลูก รัฐบาลตั้งแต่สมัยท่านอภิสิทธิ์หลักการเดียวกันให้ครอบครัวละไม่เกิน ๑๐ ไร่ ๑ ไร่ไม่เกิน ๑๐ กิโลกรัม แต่สิ่งที่น่าอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่งคือ คนที่เป็นคนร้องเรียน ส่วยบางระกําโมเดล และคนที่เป็นพยานว่ามีการเก็บหัวคิวคนเหล่านี้ไม่มีชื่อครับ ผมย้ํากับ ท่านประธานนะครับว่าเขาร้องเรียนว่าเขาร้องเรียนโครงการส่วยบางระกําโมเดล บางคน เป็นพยานยืนยันว่ามีคนเก็บส่วยคนเหล่านี้ไม่มีชื่อในการรับเมล็ดพันธุ์ข้าวครับ จึงอยากจะถาม ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่ดูแลภาพรวมว่าทําไมต้องรังแกคนบางระกําเยอะขนาดนี้ เขาแย่อยู่แล้วครับท่านประธานครับ น้ําท่วมนาเขาก็ลําบาก วันดีคืนดีเขาเรียกร้องความเป็นธรรม เขาถูกโกงหัวคิว ๔,๔๐๐ บาท วันนี้ไม่ยอมจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เขา เขาบอกว่าเขาไป ร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รัฐบอกว่ารายชื่อของคนกลุ่มนี้ถูกตัดรายชื่อออกมาจาก ส่วนกลาง ท่านอย่าลืมนะครับว่าคําว่า ถูกตัดมาจากส่วนกลาง ซึ่งผมไม่รู้ว่าส่วนกลางระดับไหน เป็นคนตัด แต่ ผอ. ศปภ. ต้องรับผิดชอบครับ ได้โปรดอย่ารังแกประชาชนครับ ผมในฐานะ ตัวแทนของพวกเขาผมมาทําหน้าที่ในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวบางระกํา ที่ถูกรังแก และท่านในฐานะ ผอ. ศปภ. อย่าลืมว่าต้องจัดการคนโกงประชาชนและต้อง จัดการคนรังแกประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นถัดไปซึ่งเรื่องเหล่านี้ ผอ. ศปภ. ต้องเป็นคนรับผิดชอบในเรื่องการเยียวยาประชาชน ซึ่งสมัยท่านอภิสิทธิ์ก็เยียวยา ๕,๐๐๐ บาท วันนี้รัฐบาลชุดนี้ก็เยียวยา ๕,๐๐๐ บาท แต่จําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะเยียวยาให้จบภายใน ๓๐ วัน ขณะนี้หลายจังหวัดแม้แต่จังหวัดพิษณุโลก บ้านผมเขาบอก ๕,๐๐๐ บาท หลายคนยังไม่ได้ ท่าน ส.ส. สุโขทัยครับ ๕,๐๐๐ บาท หลายคนก็ยังไม่ได้ ท่าน ส.ส. สงกรานต์ นครสวรรค์ ก็บอก ๕,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่ได้ ผมเลยไปดูตัวเลขที่ธนาคารออมสินได้ทําการจ่ายให้กับ พี่น้องประชาชน ปรากฏว่าออมสินได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ตัวเลขขณะนี้รายละ ๕,๐๐๐ บาท จ่ายไป ๔๓๑,๐๐๐ ครัวเรือน