สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๓

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นคนตอบ เชิญครับคุณวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ผมมีกระทู้ถามที่จะกราบเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรี ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล ที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้ประกาศนโยบายที่จะให้ความคุ้มครองพี่น้องเกษตรกรที่ทําไร่และทํานา ซึ่งทราบมาว่า ในโครงการที่คุ้มครองเรื่องการทําไร่ก็คือ ไร่ข้าวโพดและมันสําปะหลัง ในส่วนของที่นา ก็คือนาข้าวทั้งหมด และผมอยากจะกราบเรียนให้กับท่านรัฐมนตรีได้ภูมิใจในนโยบายนี้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ประกาศนโยบายที่จะประกันรายได้หรือพูดภาษาชาวบ้าน ให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ต่อไปนี้พี่น้องจะทําไร่และทํานาแล้วต้องมีกําไร เมื่อเปรียบเทียบกับ อดีตที่ผ่านมาคือโครงการจํานํา ซึ่งอยากจะกราบเรียนให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่า โครงการจํานําอดีตนั้นสร้างปัญหามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่จะสร้างการทุจริต เกิดขึ้นในกลุ่มพ่อค้า สมมุติว่ามีการมอบโควตาให้กับพ่อค้าไป ๑๐,๐๐๐ ตัน อาจจะ ปล่อยให้เข้าสู่โครงการจํานําแค่ ๗,๐๐๐ ตัน หรือ ๖,๐๐๐ ตัน ในส่วนที่เหลือก็มีการขาย สิทธิใบประทวน นอกจากนี้แล้วอาจจะมีการยักยอกข้าวหรือผลผลิตทางการเกษตร ไปหาผลประโยชน์ก่อนแล้วค่อยหาสิ่งอื่นเข้ามาชดเชย ผลพวงของโครงการจํานํา ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรส่วนใหญ่แล้วรายใหญ่จะได้ประโยชน์ เนื่องจากว่ารายใหญ่จะมี อํานาจต่อรองสูง แต่พี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่เป็ นรายเล็ก พี่น้องส่วนใหญ่ จะเสียประโยชน์ ทําให้โครงการจํานําในอดีตที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนานั้น เจ๊งมาตลอด และต้องชื่นชมทางรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งที่เอาโครงการประกันรายได้มาใช้ ในครั้งนี้ เนื่องจากว่าโครงการประกันรายได้ครั้งนี้เป็นการสร้างหลักประกันที่ทําให้พี่น้อง ชาวไร่และชาวนานั้นมีกําไร ผมจะขออนุญาตเข้าสู่ในเนื้อหาที่จะถามท่านรัฐมนตรีดังนี้

โครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องข้าวเป็นโครงการที่ สร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวนาเป็นอย่างสูง โดยในรอบฤดูการผลิตที่ผ่านมาเกษตรกร ชาวนา ขอยกตัวอย่างคือจังหวัดพิษณุโลก ได้รับประโยชน์จากโครงการถึง ๕๒,๐๐๐ ครัวเรือน เมื่อเทียบกับโครงการนี้ที่ทําในลักษณะของรูปแบบจํานํา มีเกษตรกร ชาวนาที่ได้รับประโยชน์จากโครงการแค่ ๑๒,๐๐๐ ครัวเรือน เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายนี้มา จาก ๑๒,๐๐๐ ครัวเรือน เป็น ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ได้รับอานิสงส์เพิ่มขึ้นถึง ๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน ก็สะท้อนให้เห็นว่าอดีตที่ผ่านมามี ๔๐,๐๐๐ ครัวเรือนนั้นเจ๊งหรือขาดทุน แต่เนื่องจากการดําเนินการอาจจะมีปัญหา อุปสรรคบ้าง โดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาถูกกดราคาเมื่อเทียบกับราคาอ้างอิง หรือแม้แต่ การใช้สิทธิทําสัญญากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เนื่องจาก เกษตรกรยังมีความรู้ความเข้าใจอย่างไม่เต็มที่ จึงอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ข้อที่ ๑ รัฐบาลมีมาตรการอย่างไรเพื่อให้เกษตรกรชาวนาขายข้าวได้ใกล้เคียงกับราคาอ้างอิง ขอทราบรายละเอียดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ตอบครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมใคร่ขอขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ได้ถามกระทู้ถามต่อรัฐบาล ในปัญหาเรื่อง โครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้รับการยอมรับว่า เป็ นโครงการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมของเราอย่างยั่งยืน ประการสําคัญก็คือว่าในคําถามที่ได้ถามว่า รัฐบาลมีมาตรการอย่างไรเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาขายข้าวได้ใกล้เคียงกับราคาอ้างอิง ขอทราบรายละเอียด ต้องเรียนว่า รัฐบาล มี ๓ มาตรการในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะว่าโดยส่วนใหญ่ในโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรนั้นได้ยึดหลักฝนตกทั่วฟ้ำ ซึ่งต่างจากในอดีตเป็นลักษณะฝนตก ไม่ทั่วฟ้ำ จะตกทั่วฟ้ำเฉพาะกลุ่มผู้ได้ผลประโยชน์หลัก ๆ แต่ชาวนาไม่เคยได้ผลประโยชน์ เหมือนฝนตกทั่วฟ้ำ คราวนี้รัฐบาลก็ดําเนินนโยบายให้ฝนตกทั่วฟ้ำก็คือให้เกษตรกร ทุกราย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวเป็นอย่างน้อยที่สามารถได้ประโยชน์จากโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งแต่ในอดีตนั้นได้ไม่ถึงครึ่ง เป็นจริงอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ยกตัวอย่างในจังหวัดพิษณุโลก ข้าวนาปีในฤดูกาลที่ผ่านมาชาวนาเคยได้ประโยชน์ เพียงแค่ ๑๒,๐๐๐ ครัวเรือนเท่านั้นเอง แต่ว่าในโครงการประกันรายได้ชาวนา จังหวัดพิษณุโลก ๕๒,๐๐๐ ครัวเรือนได้ประโยชน์ นี่เรียกว่า นโยบายฝนตกทั่วฟ้ำ แต่มัน ก็มีคนเสียประโยชน์ เพราะว่าในระบบจํานํานั้นบรรดากลไกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงสี ไม่ว่า จะเป็นไซโล โกดัง ล้วนแล้วแต่ได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงการจํานํา เพราะไม่น่าแปลกใจ ว่าในขณะที่โครงการนี้เป็นที่ขานรับชาวนาทั่วทั้งประเทศ แต่มีบางกลุ่มบางพวกที่มี การเคลื่อนไหวแล้วก็พยายามล้มโครงการประกันรายได้ เพราะเขาไม่ได้เห็นประโยชน์ ของชาวนาทั้งประเทศ อาจจะเห็นเฉพาะในกลุ่มในพวกซึ่งก็โทษไม่ได้ คนเรายังมี ความรู้สึกรักตัว แต่ว่าถ้าได้เปิดใจกว้างและเห็นอย่างแท้จริงก็จะรู้อย่างที่ท่าน ส.ส. ในฐานะผู้แทนราษฎรที่รู้ร้อนรู้หนาวกับชาวนาจังหวัดพิษณุโลก ชาวนาภาคเหนือ ชาวนา ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้นั้น ร้อยละ ๙๐ เป็นอย่างน้อยพึงพอใจ และไม่ต้องการให้เปลี่ยนไปสู่ระบบการรับจํานําเพราะฝนตกไม่ทั่วฟ้ำ ดังนั้นในกรณีที่มี ช่วงต่อของปัญหาเรื่องของราคาและกลไกตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง รัฐบาลจึงได้กําหนด มาตรการในการเข้าแทรกแซงตลาด แต่ภาวะที่ผมเรียนท่านสมาชิกก็คือว่าในช่วง ๒ สัปดาห์นี้มันเกิดเรื่องอย่างไม่คาดฝัน มีการทุบตลาดที่ตลาดชิคาโก โดยการออกข่าว ผ่านสื่อตะวันตก โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้สอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว มันเหมือน การทุบตลาดหุ้น เพราะว่าปริมาณการผลิตของโลกลดลง ความต้องการในตลาดมีมาก แต่ทําไมราคาข้าวตก จึงได้พบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้วว่าได้มีการปั่นหุ้นข้าว มีการทุบ ตลาดข้าว ทําร้ายชาวนาทั่วโลก ทําร้ายชาวนาไทย ที่ตลาดชิคาโกโดยการปล่อยข่าวว่า ประเทศไทยจะระบายข้าว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน อย่าลืมประเทศไทยนั้นส่งออกข้าวคิดเป็น ปริมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการค้าข้าวในตลาดโลกทั้งหมด ๓๐ ล้านตัน เรามีปริมาณการค้าโดยตัวเลขกลมก็คือ ๑๐ ล้านตัน ๑๐ ล้านตัน ข้าวสารจาก ๓๐ ล้านตัน เพราะฉะนั้นเมื่อมีข่าวออกไปเช่นนี้ราคาในตลาดชิคาโกจึงตกรูด และทันที ส่งผลราคาตกลงมาเพราะผู้ส่งออกไม่แน่ใจก็หยุดการรับซื้อ โรงสีก็หยุดการรับซื้อ แล้วราคาในประเทศร่วงทันที ๑,๐๐๐ บาทต่อเกวียนต่อตัน แต่ว่าเมื่อรัฐบาลได้เข้า ดําเนินการอย่างฉับไว เด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปในการให้สอบสวนเรื่องนี้ ต้องเอาผิดแล้วประกาศว่าจะไม่มีการระบายข้าวในสต็อก (Stock) รัฐบาล ในช่วงระยะเวลานี้ราคาข้าวก็ถีบตัวกลับขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของความตั้งใจ ในการกดราคาเอาเปรียบชาวนานั้นยังมีอยู่ รัฐบาลจึงต้องเข้าไปช่วยโอบอุ้มชาวนา

๑. โดยการให้ตั้งโต๊ะรับซื้อ ขณะนี้ต้องเรียนว่าในจังหวัดพิษณุโลกนั้น ได้ มีการเปิ ดโรงสีเพื่อเป็ นจุดรับซื้ออย่างน้อย ๓ แห่งใน ๓ อําเภอ ได้ แก่ ที่อําเภอบางระกํา อําเภอบางกระทุ่ม อําเภอพรหมพิราม และเขตติดต่อกับจังหวัด ภาคเหนือตอนล่างใกล้เคียง

๒. ก็คือให้มีตลาดนัดรับซื้อข้าวเปลือกซึ่งได้ผลมาก เพราะว่าขณะนี้ ถ้าว่าไม่คิดในแง่ปริมาณความชื้นก็ต้องเรียนว่าหลายคนก็ไม่เข้าใจตรงนี้ว่าทําไม ต้องกําหนดมาตรฐานความชื้นในการรับซื้อแทรกแซงตลาดที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า นั่นคือความชื้นระดับมาตรฐาน เวลาที่ชาวนาเกี่ยวสดก็จะมีความชื้นมากกว่า แต่ความชื้นก็คือตัวนํ้าหนัก เช่นมีนํ้าหนักนํ้าเข้าไปผสมมากเพราะความชื้นมันเกิดจากนํ้า ก็จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือนํ้าหนักนํ้าที่เข้าไป นํ้าหนักความชื้นเข้าไป เพราะฉะนั้นมันเข้าไปมากกว่าปริมาณข้าวปกติก็ต้องดึงออก ก็คือ การหักโดยเอา ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นมาตรฐานนะครับ ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานก็ปรากฏว่า ราคาได้ถีบตัวเข้ามาใกล้เคียงหรือสูงกว่าราคาอ้างอิง

เพราะฉะนั้นเป้ำหมายที่ท่านสมาชิกได้ถามและห่วงใยชาวนาอันนี้ ตรงใจมาก และผมคิดว่าจะเป็ นที่ชื่นใจของชาวนาจังหวัดพิษณุโลกและชาวนา ทั่วทั้งประเทศ และจะได้เข้าใจว่ารัฐบาลร้อนใจ แล้วก็หนักใจกับการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งยังมีนายทุนท้องถิ่น และบางทีก็มีเรื่องแอบแฝงซ่อนเร้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับ การเคลื่อนไหว แต่ผมเรียนว่าขณะนี้ขอให้ชาวนาทั้งประเทศที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ รัฐบาล ได้ยื่นมือโดยการเปิดจุดรับซื้อตามโรงสีที่ประกาศ ตรงนั้นราคาไม่ใช่ว่าให้ใกล้เคียงอ้างอิง ให้เท่าราคาอ้างอิงเลย และส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงกับการประกันรายได้นั้นรัฐบาล จะชดเชยให้ เพราะฉะนั้นชาวนาก็จะได้เท่ากับการประกันรายได้ของเกษตรกร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีอลงกรณ์ที่ได้ทําความเข้าใจ แต่อยากจะกราบเรียนกับ ฯพณฯ นะครับว่า ขณะนี้นโยบายประกันรายได้ในภาพรวมแล้วเป็นนโยบายที่พออกพอใจ ของพี่น้องเกษตรกร และท่านรัฐมนตรีก็รับรู้ว่ามีกระบวนการที่จะจ้องล้มนโยบายประกัน รายได้ ผมจึงขอให้กําลังใจทางรัฐบาลในการที่จะตั้งหลักในการตั้งรับปัญหานี้ให้ดี และอยากจะกราบเรียนกับทางรัฐบาลด้วยความรู้สึกในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรที่คลุกคลี กับประชาชนว่าโจทย์สําคัญของรัฐบาลมีอยู่หลายข้อ แต่ยํ้ากับรัฐบาลแล้วว่าโจทย์ เรื่องข้าวเป็นโจทย์ที่ได้คะแนนมากที่สุด ถ้าคิดว่ามีคะแนนอยู่ ๑๐๐ คะแนน มีข้อสอบ ให้ทําอยู่ประมาณสัก ๒๐ ข้อ ถ้ารัฐบาลทําเรื่องข้าวเรื่องเดียวผมเชื่อว่ารัฐบาลจะได้ คะแนน ๕๐ คะแนน คะแนนอย่างอื่นยังลดหลั่นลงไปครับ จึงอยากให้รัฐบาล เห็นความสําคัญเรื่องข้อสอบข้อนี้ให้มากที่สุด เพราะว่ามันสะท้อนจากความรู้ สึกครับ ท่านประธาน ในเมื่อคะแนนข้อนี้เยอะรัฐบาลทําได้ดี ถ้าทําคะแนนข้อนี้ได้เต็มรัฐบาล สอบผ่านทันที มันจึงมีคนที่มีความพยายามที่จะล้มข้อสอบข้อนี้ ให้รัฐบาลทําข้อสอบข้อนี้ ให้ผิดให้เป๋ และขอชื่นชมรัฐบาลในการตั้งโต๊ะรับซื้อเพื่อแทรกแซงราคานอกจากกระบวนการที่มี การทุบราคาตามที่ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ และอยากจะฝากเรื่องนี้นิดหนึ่งนะครับว่า เรื่องนี้รัฐบาลเผลอไม่ได้ครับ ถ้ารัฐบาลเผลอเมื่อไรก็จะมีการรวมหัวของกลุ่มพ่อค้า ในการกดราคาที่รัฐบาลประกาศราคาอ้างอิง ดังนั้นรัฐบาลต้องติดตามเรื่องนี้ตลอด แล้วถ้าเป็นไปได้ผมมองว่าการตั้งโต๊ะรับซื้อเพื่อเป็นยันต์กันผีเพื่อไม่ให้ราคาที่รัฐบาล ประกาศตามราคาอ้างอิงไว้มีปัญหาผมว่ายังเป็นประโยชน์อยู่ วันนี้รัฐบาลตั้งโต๊ะรับซื้อ อย่างที่บ้านผมที่จังหวัดพิษณุโลกตั้งมา ๑ อาทิตย์ ราคาขณะนี้ถีบตัวขึ้นมาเป็นไปตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวนา ดังนั้นหลังจากราคาที่รัฐบาล ตั้งโต๊ะรับซื้อแล้วนิ่งแล้วนี่รัฐบาลอย่าเพิ่งถอนโต๊ะนะครับ เพราะถ้าถอนโต๊ะเมื่อไร ผีมาหลอกทันทีครับ ควรจะตั้งโต๊ะเป็นยันต์กันผีไปตลอด แล้วผมเชื่อว่าตรงนี้มันจะทําให้ รัฐบาลอยู่รอดในปัญหาเรื่องราคา

เรื่องต่อไปที่ขณะนี้ผมมองว่ามันยังเป็นปัญหา คือวันนี้หลังจากที่พี่น้อง เกษตรกรชาวนาทําประชาคม พี่น้องชาวนาก็ต้องมีการทําสัญญากับ ธ.ก.ส. เมื่อทําสัญญาเสร็จก็ต้องมีการใช้สิทธิกับ ธ.ก.ส. ซึ่งตรงนี้ก็ยังเป็นปัญหา เหตุผลที่ผม บอกว่าเป็นปัญหาเนื่องจากว่าขณะนี้ต้องยอมรับอําเภอหนึ่งก็จะมี ธ.ก.ส. อยู่แค่ ๑ สํานักงานรองรับพี่น้องเกษตรกรชาวนาเป็นหมื่น ๆ ครัวเรือน แล้วแต่ถ้าพี่น้องชาวนา พอใจในราคาอ้างอิงแต่ถ้ามาใช้กันพร้อม ๆ กันผมฟังทางเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. บอกว่า แค่ ๑ วันมีสัก ๓๐๐ รายก็ตายแล้ว แต่ปรากฏว่าในแต่ละอําเภอเป็น ๑๐,๐๐๐ ครัวเรือน มันก็เลยทําให้การรองรับในการใช้สิทธิของพี่น้องชาวนามีปัญหาครับ ประกอบกับเราต้อง ยอมรับข้อเท็จจริงว่าวันนี้ความเหลื่อมลํ้าตํ่าสูงทางองค์ความรู้ของพี่น้องชาวนายังมีเยอะ มีเกษตรกรชาวนาจํานวนไม่เยอะมากที่เข้าใจเรื่องราคาอ้างอิงของรัฐบาล แต่ผมเชื่อว่า พี่น้องเกษตรกรชาวนาส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ผลพวงของการที่มีเจ้าหน้าที่น้อยพี่น้อง ชาวนาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจทําให้การใช้สิทธิของพี่น้องชาวนามีปัญหา ก็กลายเป็นว่าแทนที่ พี่น้องชาวนาจะพอใจในราคาอ้างอิงสิทธินี้มาใช้สิทธิ กลับกลายเป็นว่า ธ.ก.ส. สะดวก เมื่อไร ธ.ก.ส. ไปทําสัญญาให้ ทําให้เมื่อต้องการใช้ราคาตามที่ตัวเองต้องการมันไม่ได้ มิหนําซํ้ายังเกิดกระบวนการที่ให้มีการลงวันใช้สิทธิล่วงหน้า เช่น วันนี้เดือนมีนาคม ปรากฏว่า ธ.ก.ส. สะดวกที่หมู่บ้านนี้ไปลงใช้สิทธิในเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคม ซึ่งผมเชื่อว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะข้อเท็จจริงเราต้องการให้พี่น้องชาวนา ใช้สิทธิ ตัวเองรู้ราคาอ้างอิง ณ วันนั้นแล้วเราพอใจครับ ผมจึงถามคําถามข้อที่ ๒ กับทางท่านรัฐมนตรีดังนี้ว่า รัฐบาลมีนโยบายอย่างไรเพื่อให้เกษตรกรชาวนาสามารถ ใช้สิทธิทําสัญญาแล้วก็ใช้สิทธิตามราคาอ้างอิงกับ ธ.ก.ส. เพื่อให้พอใจกับราคาอ้างอิง ณ ราคานั้น ๆ เพราะที่ผ่านมาต้องรอให้ ธ.ก.ส. สะดวกอยู่เรื่อย ๆ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อกระทู้ถาม คําถามที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกถามว่า รัฐบาลมีนโยบายอย่างไรเพื่อให้เกษตรกร สามารถใช้สิทธิทําสัญญากับ ธ.ก.ส. เพื่อให้พอใจกับราคาอ้างอิง เพราะที่ผ่านมาต้องรอ เวลา ธ.ก.ส. สะดวกในการไปพบกับเกษตรกร โดยนโยบายและคําบัญชาของ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้แจ้งและสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและในที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติว่าต้องยึดประโยชน์ชาวนาหรือชาวนาต้องมาก่อน การปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการซึ่งต้องเรียนว่าภายใต้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ นั้นมี ๓ กระทรวงเป็นอย่างน้อยที่เกี่ยวข้อง ต้นนํ้าก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทําหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนในการออกใบรับรอง ๒. ก็คือ ธ.ก.ส. เมื่อชาวนาขึ้นทะเบียน ก็จะต้องผ่านประชาคมโดยมีบทบาทของกระทรวงมหาดไทยเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็ เมื่อผ่านประชาคมแล้วว่า นาย ก นาง ข มีพื้นที่เพาะปลูก มีชนิดข้าวที่ปลูก แล้วก็มี การดําเนินการในการปลูกจริงผ่านการรับรองก็จะเข้าทําสัญญากับ ธ.ก.ส. ในโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรดังกล่าว ซึ่งเราเพิ่งผ่านกระบวนการปฏิรูปครั้งใหญ่มาได้เพียง ๑ รอบ ก็คือในฤดูข้าวนาปี ปี การผลิต ๒๕๕๒/๒๕๕๓ คราวนี้เริ่มรอบที่ ๒ ก็คือฤดูข้าวนาปรัง ซึ่งปริมาณ การเพาะปลูกและจํานวนรายของเกษตรกรก็จะน้อยกว่า อย่างไรก็ดีในระยะเวลา การเชื่อมต่อดังกล่าวนั้นเราได้พบปัญหาว่าหลังจากที่เราเปลี่ยนระบบแบบพลิกฟ้ำ ควํ่าแผ่นดินหน้ามือเป็นหลังมือจากการรับจํานํา ซึ่งทําให้ระบบข้าวของเราทั้งระบบ อ่อนแอและทุจริตกันมาก และชาวนาก็ได้ประโยชน์น้อย มาสู่การประกันรายได้ ซึ่งตรงข้าม ก็ปรากฏว่าเป็นนโยบายยอดฮิต (Hit) เกษตรกรแห่เข้ามาร่วมโครงการเกินกว่า ที่คาดหมาย ดังนั้นก็มีประเด็นว่ากระบวนการตั้งแต่ต้นนํ้า กลางนํ้า ปลายนํ้า จะมีสิ่งที่ ท่านสมาชิกได้ห่วงใยและตรงเป้ำที่สุด ตรงกับความเดือดร้อนทุกข์ใจของชาวนา ที่ท่าน ส.ส. วรงค์ได้สอบถาม นั่นก็คือว่าเรื่องการใช้สิทธิ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ทาง ธ.ก.ส. ก็ได้กําหนดไว้ดังนี้ โดยที่เป็นแนวทางและหลักเกณฑ์ของ กขช. ก็คือในการดําเนิน โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี การผลิต ๒๕๕๒/๒๕๕๓ รอบที่ ๒ ได้กําหนดการใช้สิทธิสําหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันเก็บเกี่ยวที่ระบุ ใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวถึงวันสิ้นสุดระยะเวลาใช้สิทธิสําหรับ ภาคอื่น ๆ ไม่เกินวันที่ ๓๑ กรกฎาคม และภาคใต้ไม่เกินวันที่ ๓๑ ตุลาคม นอกจากนี้ หากยังไม่ถึงวันใช้สิทธิเกษตรกรสามารถเปลี่ยนแปลงวันใช้สิทธิได้ ดูราคาอ้างอิง ที่ประกาศทุก ๑๕ วัน เพราะส่วนใหญ่ฟังหวยวันนี้ เกษตรกรชาวนาของเรานั้น ก้าวหน้ามากสนใจการเคลื่อนไหวภาวะตลาด คอยฟังประกาศราคาอ้างอิง อันนี้ก็ถือว่า เป็นความคืบหน้า เพราะว่าผู้ปลูกซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเรานั้นจําเป็นที่เขาจะต้องรู้ว่า ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของเขาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นทุก ๑๕ วันก็มี การประกาศราคาอ้างอิงนะครับ ตรงนี้เองที่เกี่ยวโยงมากับคําถามของท่านว่าการใช้สิทธิ ดังนั้นเขาก็สามารถใช้สิทธิได้ในช่วงเวลาที่เมื่อทําสัญญา แล้วก็จนถึงวันสิ้นสุด ของโครงการ ระหว่างนี้ใช้สิทธิได้ และการใช้สิทธินี้ถึงแม้เขาจะระบุไว้ในใบสัญญา เขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเขาเห็นว่าในระหว่างนั้นราคาที่รัฐบาลจะชดเชย เขาได้ประโยชน์มากกว่าเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงวันใช้สิทธิได้ โดยมีเงื่อนไขว่า เขาจะต้องไม่ใช่เคยใช้สิทธิแล้วนะครับ เพราะในระหว่างที่ยังอยู่ระยะเวลาโครงการนี่ เขาสามารถที่จะใช้สิทธิได้ตลอดเวลาและเปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะได้ระบุกับ ธ.ก.ส. แล้วว่า จะใช้สิทธิวันนั้นวันนี้ แต่ยังไม่ถึงวันนั้นเขาสามารถใช้สิทธิได้ในการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่เห็นว่าเรายืดหยุ่นให้นะครับ จากนั้นก็เป็นประเด็นที่ ผมเชื่อว่าหลังจากที่เราได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ก็ทําให้เกิดความพึงพอใจนะครับ หลังจากที่ได้มีการสํารวจตรวจสอบความเห็นของชาวนา แล้วก็ต้องเรียนนะครับว่า ต้องขออภัยจริง ๆ เพราะว่าโครงการประกันรายได้นี่เราใช้เวลาสั้นมากและเป็นการปฏิรูป ครั้งใหญ่ซึ่งไม่เคยมีใครดําเนินการในลักษณะนี้ได้ภายในเวลาอันสั้น คือเกษตรกรชาวนา นี่ ๓.๗ ล้านครัวเรือน ชาวไร่มันสําปะหลังอีก ๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ชาวไร่ข้าวโพดอีก ๓.๗ แสนครัวเรือน ทั้งจะอยู่ที่ในป่า ในเขา บนดอย ในหุบ อยู่ไหนก็ตามเขาได้สิทธิหมด และกระบวนการเหล่านี้ต้องผ่านขั้นตอนเป็นจํานวนมาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปครั้งใหญ่นี่อาจจะมีข้อผิดพลาดบกพร่องบ้าง แต่ก็ต้อง ชื่นชมว่าทั้งประชาคม ทั้งชาวนา ทั้งสหกรณ์ ทั้งผู้แทนราษฎร อบต. ผู้นําท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ ทําให้งานยากเหมือนเคลื่อนภูเขานี่มันสําเร็จ เสร็จสิ้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อะไรที่มันผิดพลาดบกพร่องก็ต้องขออภัย เพราะว่ารัฐบาล ตั้งใจทําเต็มที่แล้วนะครับ ก็มีขาดตก ตอนนี้ก็เก็บตกให้หลายจังหวัดที่ใช้สิทธิประเด็นนี้ ก็ให้ความช่วยเหลือตามข้อเท็จจริงว่า ถ้าหากว่า ธ.ก.ส. ซึ่งก็ต้องเห็นใจว่าเขาต้องรับดูแล เยอะมาก ในขณะที่ปริมาณก็มีอยู่แค่นี้ อาจจะไปกําหนดเหมือนสภาพบังคับว่าให้ชาวนา ใช้สิทธิวันนั้นวันนี้ แต่ปรากฏว่าราคาข้าวตอนนั้นมันสูงขึ้นจนกระทั่งไม่ได้รับชดเชย ชาวนาก็อยากได้ชดเชย ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีให้หลักไว้เลยครับ นี่ก็เลยถือโอกาส เป็นอานิสงส์ของกระทู้ถามของท่าน ส.ส. วรงค์ ว่าในรอบแรกนี่ถ้าหากว่าชาวนารายใด ที่ถูกสภาพบังคับใช้สิทธิด้วยความเข้าใจผิด หรือด้วยปัญหาการทํางาน ด้วยอะไร ก็แล้วแต่นี่เอาหลักข้อเท็จจริง รัฐบาลเก็บตกให้ อย่างที่ท่าน ส.ส. ขยันมาขอให้ชาวนา จังหวัดลําพูน เรื่องกรณีข้าวเหนียว หรือที่จังหวัดเลย หรือที่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ท่านนายกรัฐมนตรีให้หลักนี้ แล้วคณะรัฐมนตรีก็อนุมัติเงินให้ ให้ ธ.ก.ส. ไปดําเนินการในการชดเชยตามลักษณะข้าว ข้าวเปลือกปทุมธานี ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ สารพัดข้าวนี่ถ้าว่าถูกบังคับในสภาพตรงนี้ และตรงนี้เราก็เลยนํามาปรับปรุงหลักเกณฑ์นะครับ ที่ท่าน ส.ส. วรงค์ได้ตั้งกระทู้ถามนี่ ปรับหลักเกณฑ์ให้เข้ากับสภาพข้อเท็จจริง และกําชับเลยว่าอย่าไปบังคับการใช้สิทธิ ซึ่งตอนนี้ก็เข้าใจนโยบาย แต่ว่ามันเป็นงานใหญ่เหมือนเคลื่อนภูเขา ผิดพลาดบ้าง เล็กน้อยก็ค่อยปรับปรุง แต่ว่าอย่าไปล้มโครงการนี้ นั่นเท่ากับล้มชีวิตของชาวนา และอนาคตลูกหลานชาวนาทั้งประเทศ โครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อย่าไปคิดว่า เป็นของรัฐบาลนี้ ขอว่านี่คือระบบที่จะทําให้ภาคเกษตรกรรมของเรา ชาวนาของเรา แข็งแรง เข้มแข็งขึ้น และเราจะคงเป็นแชมป์ โลกส่งออกข้าวได้ตลอดไป ในช่วง ๒๐ ปี ที่ผ่านมาเราต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ แต่ว่าโครงการรับจํานําที่ผ่านมาถ้าปล่อยทิ้งไว้อีกแค่ปี ๒ ปีเท่านั้น ประเทศเวียดนามแซงเราแน่ แล้วเราก็อ่อนแอทั้งประเทศ ชาวนาก็ไม่ได้รับ ประโยชน์อย่างทั่วถึงครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังต่ออีกหรือครับ ละเอียดแล้ว ไม่ใช่หรือครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรี เสียดายจริง ๆ ครับที่ไม่ได้มีโอกาสเอารูปมาให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบถึงแววตา สีหน้า ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาในช่วงที่ได้รับเงินส่วนต่างจากรัฐบาล เพราะเขาไม่เคยคิด เลยว่าในชีวิตนี้เขาจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพื่อให้ชีวิตเขา ดีขึ้น และอยากจะยํ้ากับทางรัฐมนตรี ท่านต้องจําเลยว่านโยบายนี้คือนโยบายที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดครับท่านรัฐมนตรี เป็นนโยบายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีประเทศไทยมาในการดูแล คนยากคนจน อดีตที่ผ่านมาอาจจะเคยมีรัฐบาลโน้นรัฐบาลนี้ว่านโยบายนั้นดี นโยบายนี้ดี แต่วันนี้ผมถือว่านโยบายนี้ยิ่งใหญ่แล้วก็ยั่งยืนครับ แต่อยากจะกราบเรียนกับทาง ท่านรัฐมนตรี ปัญหาอย่างที่ผมยํ้าว่าผมเห็นใจ ธ.ก.ส. ที่ ธ.ก.ส. จะทําสัญญาแล้วก็ ใช้สิทธิ แต่เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่มีน้อย ในส่วนเจ้าหน้าที่น้อยนี่ตัวพี่น้องเกษตรกร ชาวนาเองความรับรู้และความเข้าใจก็ยังมีปัญหา เพราะว่าระดับความรู้บางท่าน หลาย ๆ ท่านอาจจะมีปัญหา ทําให้ไม่เข้าใจเรื่องราคาอ้างอิง เมื่อไม่เข้าใจเรื่องราคา อ้างอิงเวลาไปใช้สิทธิกับ ธ.ก.ส. ก็เกิดปัญหา ผมจึงอยากจะเสนอแนะกับทางรัฐบาล ๒ ข้อนะครับ

ข้อที่ ๑ ในเมื่อพี่น้องชาวนาความรู้ความเข้าใจไม่เท่ากัน ขณะนี้ ธ.ก.ส. มีกลุ่มของ ธ.ก.ส. ที่อยู่ตามตําบลและหมู่บ้าน ถ้าเป็นไปได้อาจจะมีการอบรมแกนนํา ของกลุ่มในแต่ละตําบล เพื่อให้ตัวแทนพี่น้องชาวนาดูแลสิทธิประโยชน์ของชาวนา ด้วยกันเอง เช่น ตําบล ก ธ.ก.ส. เขามีพี่น้องชาวนาที่เป็นสมาชิกเขาอยู่แล้ว อบรม เอาเป็นตัวแทนสักตําบลละ ๑๐ คน หรือ ๒๐ คน และ ๑๐ คน ๒๐ คนนี้ใช้สิทธิในภาพรวม ของตําบลครับ และผมเชื่อว่าจะทําให้พี่น้องชาวนาทั้งตําบลไม่หลุดครับ เพราะที่ผ่านมา ถ้าปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างทําพี่น้องชาวนาที่มีความรู้น้อยจะเสียประโยชน์ ดังนั้นอยากให้ ธ.ก.ส. โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ให้ ธ.ก.ส. อบรมแกนนําชาวนาในแต่ละตําบล เหลือตําบล สัก ๑๐ คน ๒๐ คนเพื่อดูแลเรื่องราคาอ้างอิงแทนพี่น้องชาวนาทั้งตําบล เวลาใช้สิทธิ ใช้สิทธิแทนพี่น้องทั้งตําบลผมเชื่อว่าจะได้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่จะฝากรัฐบาล

ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากว่านโยบายนี้ยิ่งใหญ่ครับ นโยบายนี้ได้รับ ประโยชน์เยอะและมีคนจ้องล้มนโยบาย และหลาย ๆ อย่างมติคณะรัฐมนตรี อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีได้พูดให้ผมฟังเป็นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม แต่ก่อนจะถึง ธ.ก.ส. ๒๗ มกราคม ใช้เวลาประมาณเดือนเศษ ๆ ถ้าเป็นไปได้อยากจะเสนอให้รัฐบาล ตั้งคณะกรรมการติดตามนโยบายข้าวอย่างเดียวครับ อาชีพของคณะกรรมการตรงนี้ อาจจะมี ๕ คน ๗ คนก็แล้วแต่ ไม่ต้องทําอย่างอื่นครับ วัน ๆ ตื่นเช้ามาดูเรื่องข้าว เดินสาย ออกต่างจังหวัดเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวนา เยี่ยมเยียนตัวแทนเกษตรกร เยี่ยมเยียน ส.ส. ว่า มีปัญหาที่ไหน ผมเกรงใจรัฐมนตรีครับ เพราะวัน ๆ ยกแต่โทรศัพท์คุยกับรัฐมนตรี คุยกับท่านนายกรัฐมนตรี และผมเห็นใจว่าภารกิจของประเทศมันเยอะมาก ถ้าท่านตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาสักชุดหนึ่งเป็นคณะกรรมการติดตามนโยบายเรื่องข้าวโดยเฉพาะ และมอบอํานาจให้คณะกรรมการชุดนี้ ส.ส. ผู้แทนมีปัญหา ตัวแทนชาวบ้านมีปัญหา เราเกรงใจรัฐมนตรีที่จะต้องไปพบบ่อย ๆ ให้พวกผมไปพบคณะกรรมการตรงนี้ก็ได้ เพราะผมเชื่อว่าพวกเราลงพื้นที่ตลอด เราจะรู้ปัญหามันละเอียดอ่อนมาก มิฉะนั้นแล้ว มันจะมีกลุ่มบุคคลที่จะมาล้มนโยบายที่ดี ๆ ของรัฐบาล

เรื่องสุดท้ายที่เป็ นคําถามที่ ๓ ที่อยากจะถามรัฐบาลว่า ขณะนี้ ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่ามีกลุ่มพี่น้องชาวนารายใหญ่ที่เสียผลประโยชน์ กลุ่มส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์เขาก็ต้องการเรียกผลประโยชน์มากยิ่งขึ้นจาก ๒๕ ตัน เพราะฉะนั้นก็มีความจําเป็นเหมือนกันครับที่เราก็ต้องดูแลทุกกลุ่ม แล้วก็ปัญหา เรื่องเพลี้ยก็ยังเป็นปัญหาอยู่ จึงขอตั้งคําถามที่ ๓ ที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่า รัฐบาล มีนโยบายที่จะปรับผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่และยอดการคํ้าประกันจาก ๒๕ ตันขึ้นไปหรือไม่ อย่างไร และถามเพิ่มอีกนิดหนึ่งว่าเงินเพลี้ยเมื่อไรจะออกด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีตอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานสภา กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อประเด็นที่ท่านได้นําเสนอเป็นข้อเสนอที่ดีมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการตั้งกลุ่มแกน ชาวนาในระดับตําบล หมู่บ้าน ซึ่งตรงนี้จะเป็นกลไกที่สําคัญโดยการติดอาวุธทางปัญญา ให้กับกลุ่มชาวนาในการติดตามความเคลื่อนไหวทั้งเรื่องของราคาในตลาดโลก เรื่องของ ราคาในการประกาศของทางราชการที่เป็นราคาอ้างอิงก็ดี หรือราคาหั่งเช้งก็ดี แล้วก็ ในส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามดูเชื่อมโยงการประสานงานในกระบวนการโครงการประกันรายได้ รวมไปถึงข้อเสนอในเรื่องที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการติดตามการประกันรายได้ ซึ่งผมอยากจะอาสาด้วยตัวเอง เพราะว่าผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แล้วก็ไม่ได้รับการมอบหมายให้ดูแลเรื่องการประกันรายได้เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าถ้ามี การตั้งอนุกรรมการหรือกรรมการติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรเอาว่าทั้ง ๓ พืช ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องการตลาดก็ยินดีที่จะลงไป ทํางานนี้อย่างเต็มที่ ก็หวังว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะให้การสนับสนุนนะครับ เพราะว่าชอบเดินทางไปตามชนบทและตามต่างจังหวัดอยู่แล้ว

ส่วนประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับการคํานวณผลผลิตต่อไร่หรือว่าปริมาณโควตา การใช้สิทธิเข้าโครงการประกันรายได้ที่จะขอเพิ่มจาก ๒๕ ตันหรือว่าในส่วนของ เรื่องเพลี้ยนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้ตอบ แต่ผม เรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีความมุ่งมั่นตั้งใจรวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ที่จะพยายามให้ประโยชน์สูงสุดแก่ชาวนา ต้องการอย่าว่าแต่ ๒๕ ไร่ อยากจะให้ ๕๐ ไร่ ด้วยซํ้าไป หรือว่าผลผลิตต่อไร่ ๔๐๐ กิโลกรัม ๕๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ อยากจะให้เป็น ๖๐๐ กิโลกรัม ๗๐๐ กิโลกรัม ๘๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ เพราะฉะนั้นในนโยบายหลักในส่วนนี้ ก็ต้องคํานึงถึงภาวะฐานะความเป็นจริง เพราะฝ่ายค้านเขาก็คอยทําหน้าที่อยู่ ฝ่าย ส.ส. รัฐบาลก็ทําหน้าที่อยู่ วุฒิสมาชิกก็ทําหน้าที่อยู่ คือคอยดูฐานะการคลังของประเทศ เราเพิ่งพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นประเทศที่ฟื้นตัวพ้นภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเร็วที่สุด ๑ ใน ๑๐ ของโลกก็ว่าได้สําหรับประเทศไทย แล้วก็ในภาวะที่เรากําลังดําเนินการโครงการนี้ ประมาณการว่าเราอาจจะต้องใช้งบประมาณปี หนึ่งอาจจะถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะมันมี ๒ รอบต่อปี แต่ด้วยการบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง ด้วยความรอบคอบและรวดเร็ว ในการพลิกเปลี่ยนระบบทั้งระบบ เราผ่านประสบการณ์รอบแรกแล้ว คาดว่าเราใช้เงิน ประมาณเพียง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ฝนตกทั่วฟ้ำ เกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนของเกษตรกรเฉพาะชาวนา ถ้ารวมอีก ๒ เกษตรกรก็ร่วม ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ไม่มีชาวนาในประวัติศาสตร์ของเราหลายร้อยปี มานี้ เคยได้ประโยชน์จากโครงการของรัฐอย่างทั่วถึง และรัฐสูญเสียน้อยและทําให้ปัญหา เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) นั้นแทบจะหายไป ดังนั้นผมเรียนว่าในหลัก เมื่อรัฐบาลเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ก็จะได้มีการพิจารณา เพราะว่ามันต้องคิดถึงเงิน ในกระเป๋ำด้วย ถ้าเราตั้งเป้ำหมายใหญ่เกินตัว อันนี้ก็ต้องขอความเห็นใจจากพี่น้อง ชาวนานะครับว่ารัฐบาลนี้มีความตั้งใจ ชาวนาก็อยู่ในหัวใจของรัฐบาลชุดนี้เหมือนกับ อยู่ในหัวใจของ ส.ส. ทุกคนครับ ดังนั้นประเด็นที่จะเพิ่มปริมาณผลผลิต รัฐบาลก็ลงทุน ด้านชลประทานเห็นไหมครับ เป้ำหมายคือไม่ใช่อะไรหรอก ต้องการให้มีการเพิ่มผลผลิต ในการผลิตของเกษตรกรของเรา ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ปศุสัตว์นะครับ แต่ว่า ในประเด็นของการทบทวนหรือไม่ ที่ท่านสมาชิกอยากที่จะให้พี่น้องชาวนาได้ สิทธิประโยชน์มากขึ้นนั้น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงในการพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ในอนุกรรมการ ท่านก็คงจะได้ชี้แจง ต่อท่านสมาชิกต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะตอบไหม เชิญครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน ต่อประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้ตั้งกระทู้ถาม โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า รัฐบาลจะมีการปรับผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และยอดการคํ้าประกันข้าวจาก ๒๕ ตันเพิ่มขึ้นไปหรือไม่ อยากจะขออนุญาตเรียนชี้แจง ท่านผู้ทรงเกียรติดังนี้นะครับว่า กรณีการปรับผลผลิตต่อไร่นั้น สําหรับโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ รอบที่ ๒ นี่นะครับ ก็ได้มีการทบทวน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของข้าวแต่ละชนิดรายจังหวัดแล้วนะครับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทั้งนี้ การคํานวณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ที่ใช้ใน โครงการประกันรายได้ของเกษตรกรที่ปลูกข้าวนั้นเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการประมาณการ ของ ๒ แหล่งข้อมูลด้วยกัน คือ ๑. จากการประมาณการโดยการพยากรณ์ผลผลิตต่อไร่ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบและเกี่ยวข้อง เช่น ราคาในฤดูกาล ที่ผ่านมา ปริมาณนํ้าฝน ปริมาณปุ๋ ยที่ใช้ และอื่น ๆ เป็นต้นนะครับ โดยในช่วงฤดูกาล ของการผลิตจะมีการพยากรณ์เป็นระยะ ๆ ๒. ก็คือจากการสํารวจด้วยตัวอย่าง โดยการสุ่มครัวเรือนเกษตรกรตัวอย่างเพื่อสอบถามเกี่ยวกับภาวะการผลิตในช่วงต้นฤดู ของการเพาะปลูก ซึ่งยังไม่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ดังนั้นจึงเป็นข้อมูลที่เกษตรกร ประมาณการด้วยสายตาเท่านั้น แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาของการเก็บเกี่ยวผลผลิตจริง ก็จะมีการสํารวจอีกครั้งหนึ่ง เรียกว่า การสํารวจผลผลิตต่อไร่โดยวิธีตั้งแปลงเก็บเกี่ยว ผลผลิต ซึ่งนับว่าเป็นการสํารวจทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถทําการพิสูจน์ได้และถูกต้อง น่าเชื่อถือ มีวิธีการดังนี้นะครับ คือไปสุ่มหาจุดตั้งแปลงทดสอบในนาข้าวของเกษตรกร ตัวอย่างแล้วก็เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว จากนั้นนํามาวัดความชื้นแล้วก็ชั่งนํ้าหนัก เพื่อคํานวณหาผลผลิตต่อไร่ที่แท้จริง หากผลผลิตต่อไร่ที่ได้มาจากการสํารวจโดยวิธี ตั้งแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่มีความแตกต่างจากการประมาณการไว้ครั้งแรก โดยไม่มี นัยสําคัญที่จะมีการปรับแก้ แต่ถ้าข้อมูลมีความแตกต่างกันมากก็จะปรับแก้ตาม สถานการณ์และตามความจําเป็นต่อไป อย่างไรก็ตามนะครับคณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ ได้มีมติ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณากําหนดผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของข้าว แต่ละชนิดแยกเป็นรายอําเภอ คือคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติมอบหมายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการสํารวจลงไปให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น คือเมื่อก่อนนั้นอาจจะไปสํารวจจังหวัดละจุด ๒ จุด ๓ จุดอะไรทํานองนี้ แต่ว่า ช่วงฤดูการผลิตที่จะให้ขึ้นทะเบียนรอบที่ ๒ ก็มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเจ้าหน้าที่ลงไปสํารวจให้มันมีรายละเอียดเพิ่มมากยิ่งขึ้น ถ้าสามารถทําได้ก็เป็น รายอําเภอไป เพื่อที่จะให้การกําหนดผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสอดคล้อง กับข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น สําหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปีต่อไป

สําหรับกรณียอดการคํ้าประกันข้าวจาก ๒๕ ตันที่คุณหมอวรงค์ได้ สอบถามว่าจะมีการปรับเพิ่มหรือไม่ สําหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรปลูกข้าว ในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ รอบที่ ๒ นี้ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ปี ๒๕๕๓ มีมติ เห็นชอบปริมาณรับประกันรายได้ต่อครัวเรือนเท่ากับปริมาณประกันรายได้เกษตรกร ปลูกข้าวรอบที่ ๑ ครับ คือยังไม่สามารถที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากผลการดําเนินงาน โครงการรอบที่ ๑ ปรากฏว่ากําหนดปริมาณรับประกันที่ ๒๕ ตันได้เป็นการช่วยเหลือ เกษตรกรชาวนาทุกรายที่ได้ทําสัญญาแล้วคือเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กําหนด ๒๕ ตัน ก็เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยของเกษตรกรชาวนาถือครองพื้นที่ไม่เกินรายละ ๔๐ ไร่ มากถึงร้อยละ ๘๒ ของเกษตรกรชาวนาทั้งหมดหมายความว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรอบที่ ๒ จะเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ชลประทานและมี แหล่งนํ้าในการทํานา ได้รับประโยชน์มากกว่าเกษตรกรทํานาโดยอาศัยนํ้าฝน คือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทานทํานา ๒ ปี ๕ ครั้ง ก็ได้ประโยชน์ทุกครั้ง ฉะนั้น ถ้าหากว่าจะไปเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นมันก็จะเป็นการเอาเปรียบเกษตรกรภาคอื่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคใต้ ที่เขาผลิตปีละ ๑ ครั้ง รัฐบาลดูแลโดยละเอียดแล้ว ฉะนั้นการกําหนดในผลผลิตต่อไร่ ๒๕ ตันนี่ก็เป็นผลผลิตที่ได้เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกร พอสมควรแล้ว อนึ่ง โครงการรอบที่ ๒ ส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกในภาคกลางและภาคเหนือ ตอนล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการประกันรายได้ เกษตรกรรอบที่ ๑ แล้ว แล้วเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับเกษตรกรภาคอื่น ๆ ของประเทศ รัฐจึงได้กําหนดปริมาณรับประกันต่อครัวเรือนดังนี้ ข้าวเปลือกเจ้าปทุมธานีปริมาณ รับประกันต่อครัวเรือน ๒๕ ตันต่อไร่ ข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์ที่ทางราชการรับรองปริมาณ รับประกันต่อครัวเรือนก็ ๒๕ ตันต่อไร่ ส่วนข้าวเปลือกเหนียวปริมาณรับประกัน ต่อครัวเรือนเป็ น ๑๖ ตันต่อไร่ ก็อยากจะเรียนคุณหมอวรงค์ว่า คณะกรรมการ ในการคํานวณผลผลิตต่อไร่นี้เป็ นคณะกรรมการที่มีการแต่งตั้งโดยมี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีตัวแทนสมาคมชาวนาไทย สมาคมส่งเสริมชาวนาไทย ผู้แทนศูนย์พันธุ์ข้าวชุมชน แล้วก็มีหน่วยงานภาครัฐ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานทั้งจากสมาคมโรงสี จากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็มีกรมการข้าว เป็ นฝ่ำยเลขานุการ คือคณะกรรมการชุดนี้อย่างที่เรียนให้ทราบว่าได้ยึดถือ เอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาเป็นที่ตั้ง เพราะโครงการนี้เป็นโครงการแรก ที่รัฐบาลได้พยายามที่จะสร้างเสถียรภาพเรื่องราคาข้าวช่วยเหลือเกษตรกร ฉะนั้นรัฐบาล ต้องการให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรชาวนาให้มากที่สุด นี่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยที่ชาวนาทํานาแล้วไม่ขาดทุน

ส่วนประเด็นที่ท่านได้สอบถามถึงเรื่องเงินช่วยเหลือเพลี้ยกระโดด เมื่อไร จะจ่ายสักที ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า เพลี้ยกระโดดเป็นการระบาดข้าวที่ค่อนข้างจะรุนแรงมากในแถบภาคกลางและภาคเหนือ ตอนล่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลได้ทําการพยายามแก้ไขในเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ โดยใช้ทั้งสารฉีดพ่น ทั้งยา ทั้งอะไรต่าง ๆ ทําหมดแต่ก็ไม่สามารถที่จะ สกัดกั้นได้ ฉะนั้นวิธีการเดียวที่จะสามารถแก้ไขเรื่องเพลี้ยกระโดดได้อย่างได้ผลก็คือ ต้องมีการพักพื้นที่การปลูกข้าว พักพื้นที่การปลูกข้าวก็คือต้องรณรงค์ขอให้พี่น้อง เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ คือหยุดการปลูกข้าวสักรอบหนึ่ง การรณรงค์ให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาหยุดปลูกข้าวสักรอบหนึ่งเพื่อเป็นการสกัดกั้นไม่ให้เพลี้ยกระโดดมันระบาดต่อไป เป็นการพักดิน เป็นการปรับปรุงบํารุงดิน เป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะให้เพลี้ยกระโดด มันหมดไปจากพื้นที่แปลงนาตรงนั้น จึงได้ทําโครงการขึ้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเงินจํานวนถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาท ในการที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดตรงนี้ แต่ว่าเกษตรกรที่ประสบปัญหา เพลี้ยกระโดดจะต้องมาสมัครเข้าร่วมโครงการ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รณรงค์ เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาที่อยู่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่มีปัญหาเรื่อง เพลี้ยกระโดด ต้องเข้าร่วมโครงการครับ คือได้เปิดรับสมัครตั้งแต่ระหว่างวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ และนอกจากนั้นหลังจากพี่น้องชาวนาเข้าร่วม โครงการแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินไปไถกลบ ข้าวทั้งหมด ไถกลบเพื่อที่จะเป็นการตัดตอนเพลี้ย คือพอเข้าร่วมโครงการก็จะไปไถกลบ ให้ฟรี เสร็จแล้วพอฤดูกาลใหม่กรมการข้าวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะหา พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ปลอดเชื้อและได้รับการรับรองจากกรมการข้าวของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปมอบให้พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ แล้วก็นอกจากนั้นแล้วรัฐบาล ยังจะชดเชยให้ ที่รณรงค์ให้พี่น้องหยุดปลูกข้าวหนึ่งฤดู รัฐบาลไม่ได้ให้หยุดเฉย ๆ ก็คํานึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวว่า ถ้าหยุดปลูกไป รอบหนึ่ง เกษตรกรก็ขาดรายได้ แต่ว่าถ้าปลูกไปก็เสียหายเพราะเพลี้ยทําลาย ฉะนั้น รัฐบาลอนุมัติเงินประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ได้ชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท คือเมื่อก่อนนั้นถ้าไปชดเชยเรื่องปัญหาภัยพิบัตินั้นเกษตรกรจะได้รายละ ๖๐๖ บาท ก็ไม่คุ้มต่อการลงทุน ขาดทุนด้วย ฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้แก้ไขปัญหาให้ ๑. พยายามตัดตอนทําลายเพลี้ยกระโดดให้เด็ดขาดและราบคาบไป ๒. ชดเชยรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง เกษตรกร และอยากขอถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานฝากไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเพลี้ยกระโดด อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องไปเสียดาย ถ้าไปเสียดายข้าวในนาที่มี เพลี้ยระบาด อาจจะระบาดเป็นหย่อม ๆ ก็ยังหวังที่จะเก็บเกี่ยวข้าวอยู่ เพลี้ยกระโดด ไม่มีทางที่จะหายไปจากแปลงนาได้ ฉะนั้นต้ องขอพี่น้องเราเข้าร่วมโครงการ ถ้า ๑,๒๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลอนุมัติไว้ชดเชยนั้นไม่เพียงพอ ผมเชื่อว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลก็คงจะดูแลพี่น้องชาวนาเราต่อไป เพราะชาวนาเป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศชาติ รัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับครู และนักเรียนโรงเรียนเมืองมายวิทยา จังหวัดลําปาง ด้วยความยินดีนะครับ

ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะตอบเรื่องนี้ไหมครับ เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้กรุณาให้คําตอบต่อคําถามของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณหมอวรงค์เกี่ยวกับบทบาทของทาง ธ.ก.ส. ซึ่งก็มี ความชัดเจน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็ได้ยอมรับถึงกระบวนการที่ผ่านมา ก็ยังมีหลายประเด็น ที่ยังต้องมีการปรับปรุงพัฒนา และเชื่อว่าประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทางธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้รับจากการทําสัญญาไปช่วงแรก ก็เป็ น ประสบการณ์ที่นํามาสู่การปรับปรุงพัฒนา แล้วก็น่าจะทําให้ขั้นตอนการประสานงาน ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ โดยเฉพาะทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดีขึ้นในอนาคต

ที่ผ่านมาในประเด็นที่สร้างปัญหาก็คือการกําหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิ ที่ไม่ได้ตรงกับวันที่ทําสัญญา ก็ไม่ได้มีเจตนาตั้งใจแต่อย่างใด เพียงแต่ก็กําหนดขั้นตอน วิธีการทํางานเช่นนั้น ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีก็ได้กําหนดนโยบายออกมาแก้ไขปัญหา เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรทุก ๆ คนมีโอกาสได้รับการชดเชย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกข้าวประเภทใดก็แล้วแต่ ก็มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาที่ชัดเจน ๒ ช่วง ช่วงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และล่าสุดวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งกระผมก็ได้ดําเนินการในการที่จะชี้แจง เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทุกสาขา ทั่วประเทศได้รับทราบถึงมติคณะรัฐมนตรีว่า ประชาชนที่เป็นเกษตรกรมาทําสัญญา ทุกคนจะได้รับสิทธิในการที่จะได้รับการชดเชย ไม่ว่าในสัญญาได้ระบุว่าจะมีสิทธิใช้สิทธิ ของเกษตรกรนั้นในช่วงใดก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นตรงนี้มีความชัดเจนแล้ว แล้วก็น่าที่จะ ส่งผลต่อโอกาสของพี่น้องเกษตรกรที่ทัดเทียมกัน ตามที่ผมได้เรียนนะครับระบุไว้ใน สัญญาว่าจะมีช่วงโอกาสในการใช้สิทธิตอนใดก็แล้วแต่

ทีนี้มองต่อไปในอนาคตก็มีอีกหลากหลายประเด็นที่ผมอยากจะฝากไว้เป็น ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน เกี่ยวกับความพยายามของทางรัฐบาลในการที่จะดูแล เกษตรกรต่อเนื่อง ณ ปัจจุบันก็มีประเด็นในเรื่องของข้าวราคาตํ่ากว่าราคาอ้างอิง ซึ่งในส่วนนี้กระบวนการการยืนยันราคาอ้างอิงของรัฐบาลด้วยการแทรกแซงก็เป็นประเด็น ที่เป็นภารกิจในส่วนของทางรัฐบาลด้วย ซึ่งในส่วนของ ธ.ก.ส. ก็เช่นเดียวกันเราก็ได้อนุมัติ วงเงินในชั้นแรกช่วยผู้ประกอบการก็คือโรงสีที่จะมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะเข้ามาซื้อข้าว ในราคาอ้างอิงจากพี่น้องเกษตรกรได้ วงเงินนี้ความจริงได้ระบุไว้สูงถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วงที่ผ่านมานี่ยังมีการเบิกใช้ในระดับที่ค่อนข้างตํ่า แล้วก็เป็นวงเงินในอัตราดอกเบี้ย ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ทาง ธ.ก.ส. ได้ปล่อยให้กับผู้ประกอบการ นอกจากนั้นก็มี วงเงินที่ได้เคยอนุมัติไว้แล้วให้กับทาง อคส. เพื่อที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ในการที่จะยืนยัน ราคาตลาดเพื่อให้เกษตรกรไม่เสียเปรียบ ซึ่งตรงนี้ก็กําลังซักซ้อมกับทางกระทรวงพาณิชย์ ว่าจะดําเนินการต่อไปอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อราคาอ้างอิงนั้นจะเป็นราคาที่ เกษตรกรได้รับในการซื้อขายจริง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามทั่วไป ที่ ๑.๑.๑

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๓ เรื่อง บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) หยุดให้บริการเส้นทางภายในประเทศ (นายวิเชียร ขาวขํา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ถามทั่วไป

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา ส.ส. จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตเรียนถามกระทู้ถาม ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๑๔๑ และข้อ ๑๕๘ เนื่องจากเราได้รับ การร้องเรียนจากหอการค้าต่าง ๆ ในทั่วทุกภูมิภาค และพี่น้องประชาชนตลอดจน ส.ส. หลายท่านในภาคอีสานตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคใต้ และภาคกลาง ตลอดจนภาคเหนือบริเวณใกล้เคียงกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) จะดําเนินการยกเลิกเที่ยวบินในจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็ นต้น และอีก หลายเส้นทาง ในเหตุผลของบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) นั้นบอกว่าประสบปัญหา ขาดทุน ก่อนอื่นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ากระทู้ถามนี้อาจจะใช้เวลาบ้าง สักเล็กน้อย เพราะว่าเนื้อหาสาระค่อนข้างมาก หวังว่าทางพรรครัฐบาลคงไม่ประท้วง เพราะว่ากระทู้ถามแรกฝ่ายรัฐบาลถามแล้วตอบกันเองใช้เวลาถึง ๕๗ นาที พวกผมนั่งฟัง ด้วยความมีมารยาท ไม่ต้องการรบกวนสมาธิ ไม่ต้องการประท้วงท่าน แต่ว่าการทําหน้าที่ ในสภานั้นบางครั้งมันก็ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน กราบเรียนท่านประธานอีกว่า การบินไทยนั้นเป็นบริษัทมหาชนจํากัด แต่ในอดีตเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งความหมายคําว่า รัฐวิสาหกิจ นั้นแปลว่า รัฐบาลประกอบวิสาหกิจโดยใช้เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ในการก่อตั้งขึ้นมา และดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน การเปลี่ยนถ่ายผู้บริหาร ขององค์กรนี้ เปลี่ยนถ่ายมาเป็นระยะเวลายาวนานจากคนแล้วสู่คนเล่า แต่วันนี้กรรมการผู้อํานวยการใหญ่และคณะกรรมการหรือเขาเรียกบอร์ด (Board) นั้น มีนโยบายจะหยุดเดินหรือจะหยุดบินให้บริการในหลายเส้นทางที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคมนี้สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ได้ยกเลิกเที่ยวบินไป ๒ เที่ยวบินต่อวัน คงไว้วันละ ๑ เที่ยวบินเท่านั้น จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่นเดียวกัน และคําตอบสุดท้ายที่ทางคณะกรรมการและกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ ได้แจ้งมาว่าจังหวัดอุดรธานีไม่ได้หยุดบิน ที่ผมถามกระทู้ถามนี้ผมไม่ได้ถามเพื่อคน จังหวัดอุดรธานีจังหวัดเดียว แต่ผมถามเพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่เขาเป็นเจ้าของ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) หรือเมื่อก่อนก็คือการบินไทย เขาถามว่าความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ ผู้นําองค์กรของการบินไทยนั้นมีความรู้แค่นี้หรือ เช่น เส้นทางการบินนี้บอกขาดทุนก็หยุดบิน ให้คงไว้แต่เส้นทางการบินที่มีกําไร ถ้าเป็นอย่างนี้ คงไม่ต้องใช้ระดับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอย่างนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ มาเป็นกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ และบอร์ดต่าง ๆ นั้นไม่ว่าปลัดกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นกรรมการโดยตําแหน่งทั้งสิ้น ไม่ต้องใช้คนระดับนี้ ไปเอาเด็กเลี้ยงควายบ้านผมมาเป็น เขาก็รู้ว่าตรงนี้ขาดทุนก็หยุด แล้วมีกําไรก็คงไว้ ถ้าคิดอย่างนี้คนระดับนี้ไม่ควรจะมาบริหารองค์กรที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต้องอย่าลืมว่าการบินไทยนั้นก่อตั้งขึ้นมาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชน วันนี้ เจตนารมณ์ของผู้บริหารในองค์กรนี้เปลี่ยนไปมาก เดิมทีเดียวก่อตั้งขึ้นมาเพื่อบริการ ประชาชนให้มีการเดินทางด้วยความสะดวกรวดเร็วจากภูมิภาคหนึ่งไปสู่ภูมิภาคหนึ่ง จากประเทศเราสู่ต่างประเทศ แต่วันนี้คอนเซปท์ (Concept) หรือเจตนารมณ์ของ คณะกรรมการและผู้บริหารของการบินไทยเปลี่ยนไป เช่น คิดมุ่งเน้นแต่กําไร หวังผลกําไร หวังเงินปันผล หวังโบนัส เงินเดือนตัวเองเป็นล้าน ค่ารับรอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน อย่างนี้แล้วยังมาคิดบอกว่าเส้นทางการบินไหนขาดทุนก็หยุด มันเหมาะสมกับตําแหน่ง กับเงินเดือน กับค่าจ้างแล้วหรือ จึงอยากจะเรียนถาม ท่านประธานว่า ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นประชาชนผู้ใช้บริการของการบินไทย ควรจะดําเนินการอย่างไร มาตรการที่การบินไทยใช้อยู่วันนี้คือ ๑. ถ้าประสบปัญหา ขาดทุนก็ขึ้นค่าโดยสาร ขึ้นแล้วขึ้นอีก ๆ ๒. ลดการให้บริการบนเครื่องบินจากมีอาหาร ก็เหลือมีนํ้า มีข้าวกล่องเล็ก ๆ และสุดท้ายก็บอกว่า หยุดการให้บริการบางเส้นทาง ที่มีปัญหาเรื่องการขาดทุน เพราะฉะนั้นผมถึงอยากเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมถามนายกรัฐมนตรีนั้นก็มุ่งหมายที่จะให้ท่านตอบ เพราะการบินไทยนั้นเกี่ยวข้องกับ ๒ กระทรวง ไม่ว่ากระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลังนั้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ดังนั้นจึงต้องถามนายกรัฐมนตรี แต่ว่า ไม่เป็นอะไร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาตอบ แต่ว่าก่อนจะเข้าคําถามที่ ๑ ต้องเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ท่านเป็นคน หนีเกณฑ์ทหารไหม ถ้าท่านเป็นคนหนีเกณฑ์ทหารไม่ต้องลุกขึ้นมาตอบ ถ้าท่านได้ผ่าน การเกณฑ์ทหารแล้วตอบคําถามนี้แล้วผมจะถามคําถามต่อ คือถ้าท่านไม่เกณฑ์ทหารนี่ ผมถามคําถามเดียวแล้วผมหยุดเลย เพราะว่าเกียรติยศของผู้ชายไทยนั้น ถ้าไม่เกณฑ์ทหารนั้นหมดเกียรติยศศักดิ์ศรี คําถามที่ ๑ ท่านประธานครับ การบินไทย จะหยุดบินหรือให้บริการในเส้นทางดังกล่าวจริงหรือไม่ ถ้าจริงเส้นทางใดบ้าง เพราะเหตุใด และเมื่อใด คําถามที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับ ด้วยเหตุที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายก็เพราะว่าการบินไทยนี้ อยู่ในกํากับของกระทรวงคมนาคม จะมีกําไร จะขาดทุน สูญกําไร บริการอย่างไร กระทรวงคมนาคมเป็นผู้กํากับ ส่วนกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นในฐานะที่เป็นเจ้าของ เงินของประเทศ อันนี้ประการแรกที่ต้องชี้แจง ส่วนว่าเรื่องที่หนีทหาร ไม่หนีทหาร ผมเป็น ข้าราชการครูคงไม่หนีทหารหรอกครับ ผมตอบกระทู้ถามของท่านอย่างนี้ครับ ก่อนอื่น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ เราต้องเข้าใจว่าขณะนี้ การบินไทยเป็นบริษัทมหาชนอยู่ในกํากับของกระทรวงคมนาคมอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว การที่การบินไทยเป็นบริษัทมหาชนต้องทําหน้าที่อยู่ ๒ อย่าง อย่างแรก อยู่ในฐานะที่เป็น สายการบินแห่งชาติของประเทศ อย่างที่ ๒ อยู่ในฐานะเป็นบริษัทมหาชน ฉะนั้น การเป็นบริษัทมหาชนก็มุ่งหวังที่จะมีกําไรเป็นเรื่องปกติของบริษัทมหาชนทุกบริษัท ส่วนสถานะที่เป็นสายการบินแห่งชาติที่ต้องดูแลเป็นหน้าเป็นตาของประเทศชาติ ก็เป็น อีกเรื่องหนึ่ง ฉะนั้นวันนี้ทั้ง ๒ อย่างจะต้องทําให้สมดุลกัน ก็คือการทําหน้าที่ในฐานะ ที่เป็นสายการบินแห่งชาติ ให้บริการพี่น้องประชาชนที่ใช้การเดินทางอากาศ ส่วนสถานะ ที่เป็นบริษัทมหาชนก็มุ่งหวังที่จะให้มีกําไรเป็นเรื่องปกติอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ฉะนั้น วันนี้คําถามที่ท่านสมาชิกถามขึ้นว่าการบินไทย คําถามมันขัดแย้งกัน ท่านถามผม ขัดแย้งกัน ขาดทุนก็ถูกตําหนิ ถ้าบอกว่าขาดทุนเอาเป็นสายการบินแห่งชาติ แล้วเอา เงินภาษีของประชาชนไปอุดหนุนก็ถูกตําหนิ ฉะนั้นวิธีการบริหารผมกราบเรียน ท่านประธานสภาไปยังสมาชิกสภาแห่งนี้ว่า ในฐานะที่ผมกํากับรัฐวิสาหกิจเข้ามา ดํารงตําแหน่งตลอดระยะปีหนึ่งนี่ ตอนที่เข้ามาครั้งแรกการบินไทยขาดทุน เดี๋ยวผม จะตอบในกระทู้ถามสดอีกครั้งหนึ่ง ผมได้มาดําเนินการทุกอย่าง จากตัวแดงวันนี้เรามี ผลกําไร ผมกราบเรียนท่านว่า วันนี้สิ่งที่ท่านบอกว่าการบินไทยนี้มุ่งหวังที่จะกําไร ไม่ใช่ครับ เราก็ยังดํารงที่จะบริการพี่น้องประชาชนอยู่ แต่ว่าการปรับตัวเพื่อให้แข่งกับ สายการบินของนานาชาติเราจําเป็นต้องทํา เพราะเราหวังที่จะให้การบินไทยไปแข่งกับ นานาชาติได้ ส่วนการบินที่อยู่ในประเทศ เราก็มีสายการบินของเอกชนและ สายการบินหลักก็คือการบินไทยบริการอยู่แล้ว เรื่องที่ท่านหยิบยกขึ้น เหตุที่การบินไทย หยุดบินที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดี๋ยวผมจะได้ ชี้แจง ผมเรียนอย่างนี้ เรื่องนี้หลังจากที่ผมได้รับการชี้แจงจากผู้บริหารว่าจะมีนโยบาย ก่อนที่ผมจะกราบเรียนถึงที่กระทรวงคมนาคมอนุญาตหรือการบินไทยดําเนินการไปนั้น ในอดีตระหว่างการเมืองกับการกํากับรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทมหาชน นักการเมืองจะถูก กล่าวหาว่าถูกแทรกแซงมาตลอด ในอดีตคนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็จะถูกกล่าวหาแทรกแซงให้ไปบินในพื้นที่ที่ตัวเองได้ประโยชน์ในพื้นที่ ก็จะทําให้ การบินไทยขาดทุนก็จะถูกกล่าวหา ฉะนั้นในระยะ ๑ ปีผมรักษาระยะห่าง คําว่า กํากับ การเมือง ดูนโยบาย กับบอร์ดที่กํากับดูแล กับฝ่ายบริหารตั้งแต่ผู้บริหารของการบินไทย ถึงพนักงาน รักษาระยะห่างให้เป็นไปตามอํานาจหน้าที่ที่ตัวเองมีอยู่ ไม่ได้แทรกแซง ฉะนั้นการกํากับกับแทรกแซงไม่เหมือนกัน ทีนี้ผมตอบคําถามของท่านสมาชิกว่า ผมก็ได้ให้ความสนใจแล้วก็เอามาอธิบายกันว่า ทําไมถึงหยุดบิน ก็บอกว่าวันนี้เรามีสายการบินซึ่งไปเป็นบริษัทลูกของการบินไทยชื่อ นกแอร์เราไม่ต้องการ ในอดีตทั้งลูกทั้งแม่แข่งขันกันแล้วก็แย่งกันขาดทุน ที่จังหวัดอุบลราชธานีเราก็วางแผนกันไว้ ยกตัวอย่างอย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรจะเป็นเซนเตอร์ (Center) ผมก็บอกให้ยกตัวอย่างลองไปศึกษาว่าจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น ควรเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและจัดการบิน เราก็ไป ดูว่าเส้นทางการบิน การใช้เครื่องบิน วันนี้เมื่อได้ข้อสรุปว่าเรากับบริษัทลูกจะไม่มี การแข่งขันกัน แต่ว่าจะมีการแบ่งตลาดกัน การบินไทยเราก็บินอินเตอร์ (Inter) ต่างชาติ กันไป ที่จังหวัดอุบลราชธานีเรายังคงการบินไทยไว้ ๑ เที่ยวบิน ที่เหลือก็เป็นการบิน ของนกแอร์ ส่วนที่จังหวัดพิษณุโลกก็เหลือ ๑ เที่ยวบิน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็น เส้นทางการบินระยะสั้น ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราก็ให้ทางนกแอร์ ไปบินเพื่อที่จะเพิ่มความถี่เที่ยวบินไป ฉะนั้นกระทรวงได้รับการชี้แจง ผมก็เรียนว่าวันนี้ เขาใช้วิธีโคดแชร์ (Codeshare) กัน สามารถที่จะบินการบินไทยแล้วสะสมไมเลจ (Mileage) ให้จองที่นกแอร์ก็บินได้ ผมกราบเรียนว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่กํากับ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน วันนี้สิ่งที่กระทรวงคมนาคมจะต้องกํากับให้ได้คือการบริการของ บริษัทนกแอร์ก็คือมาตรฐานราคา มาตรฐานการบริการ มาตรฐานความตรงเวลา ฉะนั้น ผมกราบเรียนว่า วันนี่พี่น้องทั้งจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพิษณุโลก ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจากการเดินทางทางอากาศ เพียงแต่ว่า เปลี่ยนจากคําว่า นั่งเครื่องบินการบินไทยไปนั่งนกแอร์ ซึ่งเป็นการบริการที่เหมือนกัน นั่งเครื่องบินแบบเดียวกัน ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ ด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา ขออนุญาตกราบเรียนถามกระทู้ถามในคําถามที่ ๒ ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมชี้แจงซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นก็เป็นพรรคพวกเดียวกันมาก่อน ผมไม่เชื่อ ว่าท่านจะเปลี่ยนได้เร็วขนาดนี้ ผมได้รับฟังการชี้แจงจากคุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ มาครั้งหนึ่งแล้วในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งเขามาชี้แจง แล้วคําชี้แจงของท่านก็เหมือนเป๊ ะเลยครับ อธิบายเหมือนกันกับ คุณปิยสวัสดิ์อธิบาย นั่นเป็นมิติของภาคที่เขาหวังผลกําไร แต่มิติของภาคการเมือง ที่กํากับดูแลจะต้องไม่ตอบเหมือนท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ มิตินี้เป็ นมิติของ ภาคประชาชนที่ท่านต้องดูผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านพูดท่านตอบมิติ เป็นการดูแลผลประโยชน์ของการบินไทย ผมเข้าใจว่าการบินไทยวันนี้เป็นบริษัทมหาชน ซึ่งมุ่งเน้นกําไร แต่ท่านลืมไปแล้วละครับว่าสนามบินต่าง ๆ ในภูมิภาคใช้เงินของใครไป ก่อสร้าง ท่านลืมแล้วหรือว่าการบินไทยก่อตั้งขึ้นมาจากเงินของใคร ไม่ใช่ของนายโสภณ หรือนายปิยสวัสดิ์ แล้วท่านบอกว่าการเมืองต้องอยู่ห่างกับองค์กรแบบนี้ เป็นไปไม่ได้ วันนี้กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ชื่อนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นสามีของ ส.ส. สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน แล้วห่างตรงไหน นี่หรือครับห่าง มันใกล้ชิด นอนเตียงเดียวกันแล้วมันห่างอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิเชียรครับ ผมว่า ถามกระทู้ถาม อย่าไปเกี่ยวข้องเรื่องอื่นเลยครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านครับ ผมเป็นคนถามกระทู้ถาม เมื่อท่านรัฐมนตรีตอบว่ารักษาระยะห่าง แต่ผมก็ต้องอธิบายว่ามันไม่ห่าง แล้วท่านตอบ อีกคําตอบหนึ่งว่า วันนี้การบินไทยมุ่งเน้นให้บริการในสายการบินในต่างประเทศ ซึ่งต้อง แข่งขันกับองค์กรนานาชาติ แล้วให้นกแอร์มาให้บริการภายในประเทศ แต่ท่านลืมไปแล้ว ผมถามว่าตั้งนกแอร์ขึ้นมาเป็นสายการบินสายที่ ๒ ของประเทศ แล้วทําไมประชาชน ยังใช้การบินไทยเต็มอยู่ เพราะอะไรครับ นักการเมืองอย่างเราเคยคิดไหม คนที่ถือหุ้นใหญ่อย่างกระทรวงการคลังเคยคิดไหมว่า ทําไมการบินไทยยังเต็มอยู่ภายในประเทศ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะทัศนคติ ที่ประชาชนมองการบินไทย อันที่ ๑ เป็นสายการบินของเขา เป็นสายการบินแห่งชาติ อันที่ ๒ เป็นสายการบินที่ใช้เครื่องใหม่ที่ซื้อมาใช้ อันที่ ๓ สายการบินนกแอร์เป็น สายการบินที่ใช้เครื่องเก่าของการบินไทย จึงมีความรู้สึกว่าไม่น่าจะปลอดภัย สายการบิน นกแอร์จึงเป็นทางเลือกที่ ๒ เท่านั้น ไม่ใช่ทางเลือกที่ ๑ เพราะฉะนั้นการก่อสร้างสนามบิน ต่าง ๆ และการซื้อเครื่องบินในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันการบินไทยยืนอยู่ได้ด้วยลําแข้ง ของตัวเองก็ดี เป็นนํ้าพักนํ้าแรงของประชาชนทั้งสิ้น ผมถามว่าท่านกํากับดูแลการรถไฟ วันนี้และ ร.ส.พ. อยู่วันนี้ ร.ส.พ. มีกําไรไหมครับ การรถไฟมีกําไรไหมครับ และการรถไฟ ทําไมไม่หยุดเดินทางล่ะครับ ไม่หยุดการให้บริการประชาชนล่ะครับ คิดไหมครับ ทําไมครับ การบินไทยอยู่ ๆ บอกเส้นนี้ขาดทุนจะหยุด ผมว่าอย่าคิดตื้น ๆ อย่างนี้สิครับ ต้องคิดว่าทําอย่างไรประชาชนจะได้รับการบริการของการบินไทยซึ่งเป็นสายการบิน แห่งชาติและราคาถูก ปัจจุบันนี้ราคาเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น แล้วยังสิ้นปีแสวงหากําไร แจกโบนัส จ่ายเงินปันผล เปิดแชมเปญ (Champagne) ฉลอง ประชาชนตาดํา ๆ นั่งก้มหน้า ถูกขูดเลือดขูดเนื้อ เดี๋ยวนี้เท่าไรจังหวัดอุบลราชธานีจาก ๒,๘๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาท อะไรเกิดขึ้นกับประชาชน เราเป็นผู้แทนราษฎร ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ท่านเป็น ส.ส. ท่านต้องคิดอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่คิดมิติเหมือนกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ ถ้าอย่างนั้นถ้าคิดเหมือนท่านผมจะไม่ตั้งคําถามแบบนี้หรอก ท่านลองคิดดู ผมถาม คําถามที่ ๒ มีวิธีอื่นไหมที่จะดําเนินการเพื่อให้การบินไทยให้บริการกับพี่น้องประชาชน ปัญหาการขาดทุนของการบินไทยนั้นจะแก้ได้หรือไม่ อย่างไร บอร์ดของการบินไทยที่มี ความคิดแบบนี้ท่านสามารถปรับเปลี่ยนได้ไหม และเลิกจ้างกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ คนนี้ได้หรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมตอบครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกเลยครับ ผมดูแลทั้ง ๒ ฝ่าย ดูแลทั้งประชาชนและดูแลทั้งบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ขณะที่ผมเข้าดํารง ตําแหน่งการบินไทยขาดทุนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ขาดทุนดํารงอยู่ไม่ได้ก็ต้องเอาภาษีของคนจนไปอุ้มบริษัท การบินไทย เราไม่มีนโยบาย ที่จะเอาภาษีของประชาชนซึ่งเป็นประชาชนทั้งประเทศที่ไม่ได้เดินทางไปอุ้มบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) แต่เราจะบริการประชาชนที่มีความประสงค์ที่จะเดินทาง ทางอากาศให้ได้เดินทางทางอากาศที่มีคุณภาพ เพียงแต่ว่าต้องเปลี่ยนยี่ห้อจากคําว่า การบินไทย มาใช้ นกแอร์ ผมกราบเรียนว่าคําชี้แจงของผมไม่ได้เป็ นไปตามที่ ท่านกรรมการผู้อํานวยการใหญ่บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) คําตอบเดียวกัน เพราะก่อนหน้านี้ผมได้ไล่การบินไทยที่มาอธิบายเหตุผลต่าง ๆ ให้ผมฟังและเป็นประเด็น ผมก็ได้หยิบยกเรื่องราวต่าง ๆ เหมือนท่านสมาชิกที่สอบถาม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่า คําว่า ระยะห่าง ก่อนที่ผมจะตอบนะครับ คําว่า ระยะห่าง ของนักการเมืองคือระยะห่าง ของคนเป็นรัฐมนตรีในการกํากับ การกํากับกับการแทรกแซงไม่เหมือนกัน ณ วันนี้ผมก็ได้ กราบเรียนท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ว่า ผมได้กํากับให้การบินไทยได้บริหารงาน จนมีกําไร แล้วก็ไม่ให้ประชาชนที่เดินทางทางอากาศเดือดร้อน แต่การบริหารการรถไฟกับการบินไทยไม่เหมือนกันอีก การบริหารการรถไฟ เป็นการบริหารให้ประชาชนคนยากคนจนได้เดินทางจึงหยุดเดินไม่ได้ ส่วนการบริหาร ของคนที่เดินทางทางอากาศต้องให้เขาได้เดิน และมีบริการที่ปลอดภัย สะดวกสบาย ตามตาราง ฉะนั้นผมกราบเรียนท่าน ส่วนท่านถามผมว่ามีวิธีใดที่จะให้บิน ผมก็ กราบเรียนว่า วันนี้ประชาชนที่จะเดินทางใน ๓ จังหวัดนี้ไม่เดือดร้อน ได้เดินทางไปตาม ตารางการบิน และคุณภาพการบิน ฉะนั้นสิ่งที่เป็นโจทย์ให้กระทรวงคมนาคมไปปฏิบัติ ก็คือการกํากับตารางการบินของนกแอร์ กํากับคุณภาพของนกแอร์ให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากล ส่วนประเด็นที่ท่านถามผมว่ามีวิธีที่จะเลิกจ้าง ก็เป็นไปตามสัญญาจ้าง ถ้าผู้บริหารการบินไทยหรือดีดี (DD) ละเมิดสัญญาจ้าง ไม่เป็นไปตามสัญญาจ้างก็ต้อง เลิกจ้าง ฉะนั้นผมก็กราบเรียนไปยังท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคําถามที่ ๓ ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา ผมทราบคําตอบของท่านรัฐมนตรีไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะก็ออกแนวนี้ที่ผมถาม คุณปิยสวัสดิ์ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ท่านพูดเสมือนว่าถ้าไม่หยุดบินก็ต้องเอา เงินภาษีของประชาชนมาอุดหนุนการบินไทย แล้วพูดว่าการรถไฟเป็นการบริการ ของคนจน คําตอบที่ ๑ ของท่านนั้นถ้าท่านไม่ใช่นักการเมืองด้วยกันผมจะใช้คําพูด หนักกว่านี้ เพราะวิธีคิดแค่ว่าเส้นนี้กําไรคงไว้ เส้นนี้ขาดทุนหยุดบิน คิดแค่นี้ แล้วบอกว่า ถ้าไม่หยุดบินขาดทุน ต้องเอาเงินภาษีของประชาชนมาอุดหนุนนั้นเป็นแนวคิดที่ใคร ก็ทําได้ครับ เด็กเลี้ยงควายบ้านผมก็ทําได้ แต่คณะกรรมการหรือบอร์ด และกรรมการ ผู้อํานวยการใหญ่ ตลอดจนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ตลอดจนนายกรัฐมนตรี จะต้องหาวิธีที่ให้มันเกิดกําไร ไม่ใช่หยุดบิน คุณต้องหาวิธีคุณเป็ นผู้บริหาร คุณจะบอกว่าประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดอุบลราชธานี ไม่กระทบหรือครับ คุณถามประชาชนที่อยู่ จังหวัดอุบลราชธานีหรือยัง ถาม ส.ส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่นั่งอยู่สักครู่หรือยังว่า เขาจองตั๋วเครื่องบินนกแอร์ไม่ได้ เพราะมันเต็ม แล้วท่านอย่าลืมว่าที่ท่านพูดนี่พูดไม่หมด บอกว่าสายการบินในเส้นทางต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าการบินไทยหยุดบินยังมีนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งที่ ๒ ของเรา ท่านพูดยังไม่หมดครับ มันมีแอร์เอเชียอยู่ถ้าท่าน หยุดบิน ท่านรู้ไหมส่วนแบ่งการตลาดเป็นอย่างไร เดิมทีเดียวการบินไทย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นกแอร์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แอร์เอเชีย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านรู้ไหมถ้าหยุดบินการบินไทย เกิดอะไรขึ้น นกแอร์ส่วนแบ่งการตลาดเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แอร์เอเชียจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็ น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ใครได้ประโยชน์ คือถ้าไม่รู้อย่าตอบอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า มิติคิดของนักการเมืองไม่ใช่ว่าขาดทุน แล้วหยุด กําไรแล้วบิน แล้วถ้าขาดทุนรวมขององค์กรแล้วจะเอาเงินของรัฐไปอุดหนุน อย่างเดียว คุณต้องมีแนวคิดที่หวังหากําไรแต่ไม่จําเป็นต้องมีกําไรมากมายมหาศาล อย่างที่เคยทํามาก่อน เป็นการบริการจากภาครัฐที่ต้องให้กับประชาชน ท่านต้องคิดว่ามิติ ในการคิดจะต้องบอกว่ากําไรต้องน้อยที่สุดและประชาชนได้ใช้บริการที่ราคาถูกที่สุด และต้องไม่เดือดร้อน เพราะฉะนั้นจึงถามคําถามที่ ๓ ว่าองค์กรของการบินไทยวันนี้ แนวคิดถูกต้องแล้วหรือ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยังเห็นแนวคิดนี้เหมือนกับ คณะกรรมการของการบินไทยและกรรมการผู้อํานวยการใหญ่หรือ และสุดท้าย ถามว่า ที่ท่านชี้แจงมาทั้งหมดท่านคิดว่าไม่มีการคอร์รัปชันในองค์กรนั้นหรือ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมยืนยันแนวคิดการบริหารของผม เพราะอดีตผมต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่การบินไทย เป็นหนี้ก่อนที่ผมมาดํารงตําแหน่ง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้สิ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ว่า ประชาชนที่ต้องการบินใน ๓ จังหวัด ในจังหวัดต่าง ๆ ที่ท่านบินอยู่นี้บินไปตามตารางการบินไทยบินทั้งนั้น ไม่ได้เอื้อให้บริษัทใดทั้งนั้น ฉะนั้น วันนี้ส่วนว่าการบินไทยจะคงบินอยู่ จองไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ลดเส้นทางการบิน เพียงแต่ เปลี่ยนสายการบินแล้วก็เป็ นสายการบินซึ่งเป็ นบริษัทลูกของการบินไทย ฉะนั้น จึงไม่ต่างกันนะครับ ดังนั้นผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกนะครับ แนวคิด ที่ทางคณะกรรมการการบริหาร ผมก็กราบเรียนแล้วว่าการกํากับกับการแทรกแซง ไม่เหมือนกัน วันนี้ถ้าผมอยากได้คะแนนผมสั่งการบินไทยไม่ให้หยุดบินผมก็ได้คะแนน แต่การบินไทยขาดทุน แล้วก็เป็ นการแทรกแซง แม้แต่จังหวัดบุรีรัมย์ของกระผม การบินไทยซึ่งไม่ได้ไปบินเลย แม้แต่นกแอร์ซึ่งไปบินไม่ตรงตาราง ก็เป็นไปตามการทํา ธุรกิจ ผมจึงกราบเรียนว่า ขณะนี้ประชาชนที่ต้องการเดินทางทางอากาศไม่ได้เดือดร้อน แล้วก็หน้าที่ของกระทรวงคมนาคมจะกํากับให้บริษัทการบินที่มาบินแทนบริษัท การบินไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานในเรื่องราคา ในเรื่องความปลอดภัย ในเรื่องกําหนด ตารางบิน ฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกที่ถามกระทู้ถามครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะตอบ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขออนุญาต ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสักครู่ท่านผู้ถามกระทู้ถามก็ได้กล่าวถึงบทบาทของทางกระทรวงการคลัง แล้วก็ ได้อ้างถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านหนึ่งซึ่งเป็ นภรรยา ของผู้อํานวยการใหญ่ของทางการบินไทยทํานองว่า เมื่อผู้อํานวยการใหญ่ของการบินไทย มีภรรยาเป็น ส.ส. ก็น่าจะต้องหมายถึงการแทรกแซงทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ ของท่าน ซึ่งผมต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า ผมคิดว่าเป็ นข้อกล่าวอ้างที่ไม่มี ความยุติธรรมและไม่ให้ความยุติธรรมต่อผู้ที่เป็นมืออาชีพในฐานะผู้บริหารจัดการ การบินไทย ณ ปัจจุบัน แล้วก็ถ้าท่านสมาชิกมีหลักฐานเพียงใดที่ชี้ให้เห็นถึงการแทรกแซง การทํางานโดยภรรยาของท่านในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านควรที่จะมี ความเป็นลูกผู้ชายเพียงพอที่จะนําเสนอ แต่ไม่ได้กล่าวอ้างกันลอย ๆ สร้างความเสียหาย ในลักษณะนี้ นอกจากนั้นท่านได้พูดถึงตรรกะในการบริหารจัดการว่าบริหารขาดทุนก็ต้อง พยายามหาวิธีทํากําไรให้ได้ ผมก็ขออนุญาตเรียนเสริมคําตอบของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมอย่างนี้นะครับว่ายุทธศาสตร์การที่การบินไทยได้จัดให้ทางนกแอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของการบินไทยให้บริการในเส้นทางในประเทศบางเส้นทางนั้นก็เป็น ยุทธศาสตร์เพื่อที่จะลดภาระของผู้เสียภาษีแล้วก็ประชาชนที่เป็นผู้ถือหุ้นผ่านทาง กระทรวงการคลังในการบินไทยนะครับ การบินไทยเองมีโครงสร้างของค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่ให้บริการภายในประเทศ เพราะฉะนั้นวิธีที่เราจะแข่งขันได้โดยให้มี ผลขาดทุนน้อยลงที่ตัวบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ก็คือให้บริษัทที่มีโครงสร้าง ต้นทุนที่ตํ่ากว่าแข่งขันในประเทศ ส่วนบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) เองก็ไปแข่งขัน กับบริษัทต่างประเทศที่มีโครงสร้างต้นทุนใกล้เคียงกับการบินไทย นี่เป็นวิธีการบริหาร ที่เหมาะสมและถูกต้อง และผมก็ยืนยันสนับสนุนในวิธีตามนโยบายของทาง กระทรวงคมนาคมในประเด็นนี้ นอกจากนั้นท่านได้ตั้งคําถามด้วยว่ามีนโยบายที่จะปลด กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ของทางการบินไทยออกหรือไม่ ผมก็ไม่แน่ใจว่าด้วยเหตุใด ท่านถึงคิดว่าควรที่จะต้องดําเนินการเช่นนั้น แต่ผมขอเรียนข้อเท็จจริงครับว่า ในปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาทางผู้บริหารของการบินไทยภายใต้กํากับนโยบายของทางกระทรวงคมนาคม สามารถที่จะบริหารจัดการทําให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายของการบินไทยไม่นับเรื่องของ ค่านํ้ามันเชื้อเพลิงปรับลดลงถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่กําไรจากเที่ยวบินในแต่ละ เที่ยวบินก็เพิ่มขึ้นโดยที่สัดส่วนผู้โดยสารก็สามารถที่จะรักษาไว้ในระดับสูงถึง ๗๓ เปอร์เซ็นต์ การบริหารจัดการ ประสิทธิภาพการใช้เครื่องบินก็ดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ ที่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งจะมีเครื่องบินของการบินไทยจอดอยู่บนลานบินไม่ได้นํามา ใช้ประโยชน์ในการให้บริการสูงถึง ๒๐ ลํา ณ ปัจจุบันโดยเฉลี่ยได้ปรับลดลงมาเหลือ เพียงแค่ ๑๕ ลํา ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพในการใช้เครื่องบินที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะวัดโดยอะไรก็แล้วแต่ รวมถึงกําไร และปีนี้ก็จะมีการจ่ายเงินปันผล กลับมาให้กับผู้ถือหุ้นก็คือประชาชนคนไทยผ่านกระทรวงการคลังเป็นครั้งแรกในรอบ หลาย ๆ ปี ก็ชี้ให้เห็นถึงประกอบการที่ดีขึ้นภายใต้การกํากับดูแลของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม และภายใต้การบริหารจัดการของผู้อํานวยการใหญ่ของการบินไทย คนปัจจุบันครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ผม วิเชียร ขาวขํา ผมขออนุญาต เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขึ้นมาพาดพิงถึงผม ที่ว่าผมกล่าวให้บุคคลอื่น เสียหายนั้น ผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ก็คือในเมื่อท่านทั้งสองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบินไทย ในฐานะ กํากับดูแลและผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กํากับดูแลกระทรวงที่ถือหุ้นยืนยันเจตนารมณ์และแนวคิด ว่าการดําเนินการของท่านนั้นถูกต้องชอบธรรมแล้ว ไม่เป็นไรครับ ประชาชนเขาดูอยู่ครับ

เรื่องที่ ๒ ผมไม่เคยกล่าวให้บุคคลที่นั่งอยู่ในสภาซึ่งเป็นคู่สมรสของ กรรมการผู้อํานวยการใหญ่คนนั้นเสียหาย ผมเพียงแต่พูดต่อท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ว่าระยะห่างมันไม่จริง เพราะกรรมการผู้อํานวยการใหญ่นั้นมีภรรยาเป็น ส.ส. ในสภา ในพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น และผมไม่ได้กล่าวหาให้เสียหายเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบนะครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

และจริงหรือไม่จริง เป็นหรือไม่เป็นล่ะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบแล้วครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๔ เรื่อง การสนับสนุนงบประมาณ ในการก่อสร้างโรงงานแปรรูปนํ้านมดิบในจังหวัดสระบุรี (นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ถามครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กระทู้ถามของดิฉันได้มี โอกาสเข้าสู่สภา เพราะจริง ๆ แล้วดิฉันยื่นกระทู้ถามนี้ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม บัดนี้ ก็ล่วงเลยมากว่า ๖ เดือนแล้ว ในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ในเขตจังหวัดสระบุรีและเขตใกล้เคียงนะคะท่านประธาน วันนี้แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง ๖ เดือน แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้หมดไปนะคะ เพราะว่าปัญหาของการเลี้ยงโคนมเป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนแล้วก็เป็นวงจร จากข้อมูลนี่เรามีการเลี้ยงโคนม ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องนับว่า เป็นอาชีพหนึ่งซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานให้กับเกษตรกร แล้วก็ ได้มีการจัดสร้างศูนย์โคนมขึ้นที่อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ในปี ๒๕๐๕ จนบัดนี้ ล่วงเลยกว่า ๔๐ ปี ๕๐ ปีผ่านมาแล้วนะคะ แต่ปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็ยัง ไม่จบสิ้น แล้วก็มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาขึ้นอยู่เรื่อย ๆ จากข้อมูลตามวงจรของปัญหา ก็มักจะเกิดขึ้นเป็นวงจร ประมาณ ๔ ปีก็จะมีการที่เกษตรกรเดือดร้อนนํานํ้านมดิบ มาเททิ้ง แล้วก็เกิดภาวะนํ้านมล้นตลาด ปัญหาของโคนมถ้าไม่ใช่ปัญหาในเรื่องของ นมล้นก็เป็นเรื่องของนมขาด ก็จะวนเวียนเป็นวงจรอยู่เช่นนี้ ดังนั้นดิฉันคิดว่าการที่เราได้มี โอกาสในช่วงภาวะที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ในช่วงของต้นปี ๒๕๕๒ ท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็คงจะยังจําได้ถึงภาพที่เกษตรกรนับพันราย ปิดถนนมิตรภาพ อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ดิฉันเองเมื่อเป็น ส.ส. พื้นที่ก็ต้องลงไป ดูแลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ซึ่งจริง ๆ พอดิฉันได้ลงไปในพื้นที่ ที่เกิดการประท้วงปิดถนนมิตรภาพ ปิดถนนยาวนี่รถที่จะเข้ากรุงเทพฯ สัญจรไปมา ไม่ได้เลย ก็ได้ทราบความจริงว่ากลุ่มเกษตรกรที่มาปิดถนนนี่ไม่ใช่มีเพียงกลุ่มเกษตรกร ในจังหวัดสระบุรีเพียงจังหวัดเดียวแต่มาจากทั่วประเทศ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดสระบุรีของดิฉันนี่เป็นจังหวัดที่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและให้นํ้านมมากที่สุด ในประเทศไทย ถึงวันหนึ่งประมาณ ๖๐๐ กว่าตัน จากนํ้านมดิบทั่วประเทศซึ่งผลิตได้ ประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าตัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตบริเวณลําพญากลางซึ่งอยู่ที่ อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จะเป็นตะเข็บรอยต่อของ ๓ จังหวัด ก็คือบริเวณปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ถ้าเราเอา ๓ จังหวัดรวมกัน จะผลิตนมได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมดของประเทศ ฉะนั้นวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ดิฉันขออนุญาตเพื่อที่จะนําทุกท่านเข้าสู่ความเข้าใจเพื่อที่จะง่ายขึ้น ก็คือว่าเท่าที่ดิฉัน ได้ลงไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถาม ถาม ถาม

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ทราบข้อมูลนะคะ ท่านประธาน ขออนุญาตค่ะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ก็จะมีในเรื่องของปัจจัยภายใน แล้วก็ ปัจจัยภายนอกนะคะ ในส่วนของปัจจัยภายในก็จะเป็นเรื่องของคนเลี้ยงโค แล้วก็โคนม แล้วก็ในเรื่องของนํ้านมและความใส่ใจ ส่วนปัจจัยภายนอกก็เป็นเรื่องการตั้งกําแพงภาษี ในเรื่องที่การนํานมผงจากต่างประเทศเข้ามา เนื่องจากเราไม่ควบคุมในการที่นํานมเข้ามา ตามข้อกําหนด และกําแพงภาษีที่เราตั้งไว้เวลาเราเก็บจริงเราก็เก็บตํ่ากว่าเพดาน คือไม่ได้เก็บตํ่ากว่าเพดาน อย่างสมมุติเราตั้งไว้ถึง ๒๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เราเก็บแค่ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นนมที่นําเข้าจากต่างประเทศนี่จะราคาถูก เด็กและเยาวชน เราก็ดื่มนมที่เป็นหางนมจากต่างประเทศนะคะ

ดิฉันก็จะเข้าสู่คําถามในเรื่องของปัจจัยภายนอกก่อนนะคะ คําถามแรก ก็คือว่าอยากจะทราบว่า รัฐบาลนี่มีวิธีการและการป้ องกันในการที่จะแก้ไขการนํานมผง เข้าจากต่างประเทศ ก็คือการนําเข้าที่เกินปริมาณที่สอดคล้องกับความต้องการอย่างไร แล้วก็มีวิธีการในการที่จะให้กําแพงภาษีมันถูกต้อง สอดคล้องกับความเป็นจริงได้หรือไม่ ในคําถามแรกค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามเกี่ยวกับเรื่อง สนับสนุนงบประมาณ เลยไปเอาอีกเรื่องหนึ่ง ที่ท่านจะถามเรื่องงบประมาณ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ขออนุญาตค่ะท่านประธาน อันนี้ มันเกี่ยวพันกัน เดี๋ยวจะนําสู่คําถามที่ ๒ ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีตอบ เขาไม่ได้ของบประมาณนะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ติดภารกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ ให้มาตอบกระทู้ถามของคุณกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี ที่ได้กรุณาเป็นห่วงเป็นใยปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะผู้เลี้ยง โคนมที่จังหวัดสระบุรี แล้วก็พี่น้องที่เลี้ยงโคนมทั่วประเทศนะครับ ซึ่งก็อยากจะเรียนเป็น เบื้องต้น เรียนท่านประธานว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องนมล้นตลาดของรัฐบาลนี่นะครับ เริ่มต้นตั้งแต่รัฐบาลได้ตั้งรัฐบาลเมื่อปลายปี ๒๕๕๑ ก็มีปัญหานี้เกิดขึ้น ช่วงต้นปี ๒๕๕๒ ถ้าผมจําไม่ผิดก็คือมีเกษตรกรมาปิดถนนแล้วก็ประท้วงรัฐบาลให้แก้ไข ผมอยากจะเรียน ในภาพรวมทั้งหมดเลยในการแก้ไขปัญหา เพื่อที่จะเป็นการตอบปัญหาเพราะเวลา มันก็จํากัด นั่นก็คือว่ารัฐบาลได้มีการเตรียมการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้หลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ ประเด็นนะครับ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการที่นักธุรกิจสั่งนมจากต่างประเทศ รัฐบาลก็มีมาตรการในการดําเนินการแก้ไข ในเรื่องนี้เดี๋ยวจะเตรียมข้อมูลเพื่อที่จะชี้แจง ท่านกัลยาอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าประเด็นที่อยากจะตอบให้มันตรงกับความต้องการของท่าน ก็คือว่ารัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องโรงนมที่อยู่จังหวัดสระบุรี ๑. มันเก่า ๒. ไม่สามารถที่จะรับซื้อปริมาณนํ้านมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้เพียงพอ ทําให้ นมล้นตลาด เอาประเด็นตรง ๆ อย่างนี้เลยนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ผมเองมารับตําแหน่ง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ดูแลงานส่วนนี้โดยตรง แต่ว่า มันมีส่วนเกี่ยวข้องคือกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในส่วนที่ผมดูแลอยู่และเกี่ยวข้องอยู่ ผมเอง นอกจากจะได้รับการสอบถามด้วยวาจาจากท่าน ส.ส. กัลยา รุ่งวิจิตรชัย และยังไม่พอ ท่าน ส.ส. ปรพล อดิเรกสาร ซึ่งเป็น ส.ส. อีกท่านหนึ่งของจังหวัดสระบุรีก็สอบถามผม ในเรื่องนี้เป็นประจํา แล้วก็มีพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ กลุ่มมาพบผมว่า ต้องการงบประมาณในการที่จะไปก่อสร้างโรงนมเพื่อที่จะรองรับนํ้านมที่ล้นตลาดอยู่ใน ขณะนี้ ก็อยากจะเรียนเป็นเบื้องต้นให้ท่านประธานฝากถึงท่านกัลยาได้รับทราบนะครับว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายที่จะสนับสนุนให้มีการตั้งโรงงานแปรรูปนํ้านมดิบ เพื่อรองรับผลผลิตของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสระบุรีก็มีการดําเนินการ ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ ก็คือทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อสค. ได้ทําโครงการเพื่อปรับปรุง ประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรองรับปริมาณผลผลิตนํ้านมดิบที่มีมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็น การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์นมให้มีมาตรฐานให้เป็ นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดย อสค. ได้เสนอโครงการก่อสร้ำงโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแห่งใหม่ ที่อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อทดแทนโรงงานเก่าโรงงานเดิมที่มีอายุมาแล้ว ถึง ๔๐ ปี โรงงานเก่า ๔๐ ปีแล้ว เก่ามากแล้วนะครับ เพื่อต้องการให้ขยายกําลังการผลิต จาก ๒๒๐ ตันต่อวันเพิ่มเป็น ๔๐๐ ตันต่อวัน ตรงนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ อสค. ไปทําแผนเพื่อที่จะเสนอของบประมาณจากทางรัฐบาลเพื่อไป ดําเนินการในเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งถ้าสามารถเพิ่มกําลังการผลิตจาก ๒๒๐ ตัน เป็น ๔๐๐ ตัน เราก็จะสามารถรองรับการเติบโตของนํ้านมดิบที่เพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ภายใน ๕ ปี อีกทั้งสามารถที่ขยายพื้นที่รองรับ โครงการก่อสร้างโรงนมผงได้ในอนาคตด้วย ทั้งนี้งบประมาณที่จะใช้ในการก่อสร้าง ประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท ที่ทาง อสค. ได้ทําแผนและทําโครงการเสนอของบประมาณ จากรัฐบาลต่อไป ขณะนี้ก็เรียนว่าอยู่ในระหว่างการดําเนินการเพื่อจะของบประมาณ ส่วนนี้จากทางรัฐบาล ก็ฝากท่านกัลยาได้ ช่วยคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ให้ช่วยสนับสนุน งบประมาณส่วนนี้ด้วย สนับสนุนมาตอนนี้ก็สร้างตอนนี้เลยแหละครับ ท่านไม่ต้อง ห่วงเลยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะดําเนินการนะครับ สําคัญคืองบประมาณ มันได้ไม่มาก และนอกจากนั้นเฉพาะหน้าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมาย ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณในวงเงิน ๑๔๐ ล้านบาท จากโครงการ ไทยเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนให้สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินลําพญากลาง ซึ่งท่านปรพล อดิเรกสาร ก็ติดตามเรื่องนี้โดยตลอด สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินลําพญากลาง จํากัด จังหวัดสระบุรี ก่อสร้างโรงงานแปรรูปนํ้านมดิบโดยให้สหกรณ์สมทบ ๖๐ ล้านบาท คือให้สหกรณ์สมทบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทางรัฐบาลก็ได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้แล้ว ๒๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเพื่อที่จะก่อสร้างโรงงานแปรรูปนํ้านมดิบขณะนี้ แต่ว่าต้องเรียน ท่าน ส.ส. กัลยาว่า ๒๐๐ ล้านบาทที่เสนอตั้งงบประมาณที่จะสร้างโรงนมในเขต ปฏิรูปที่ดินลําพญากลางของจังหวัดสระบุรีนี้ติดอยู่ในพระราชบัญญัติเงินกู้ซึ่งผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ไปพิจารณาในชั้นวุฒิสภา วุฒิสภาก็มีปัญหาในบางประเด็น ขณะนี้ทางวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาอยู่ เมื่อกี้ผมสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าไปถึงไหนแล้ว ท่านบอกว่าคณะกรรมาธิการร่วมกันประชุมเมื่อไรก็จบเมื่อนั้น ฉะนั้นก็ขอให้สบายใจได้ ก็จะมีงบประมาณไปสร้างโรงงาน พอคณะกรรมาธิการร่วมกันประชุมและงบจาก พระราชบัญญัติเงินกู้ไทยเข้มแข็งสามารถออกมาดําเนินการได้ ตรงนี้ก็สามารถที่จะ แก้ปัญหาเรื่องนมดิบล้นตลาดอยู่ที่จังหวัดสระบุรีได้ แล้วก็อยากจะเรียนคุณกัลยาว่า รัฐบาลไม่ได้คิดที่จะแก้ปัญหานํ้านมล้นตลาดอยู่แค่จังหวัดสระบุรีที่เดียวนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับร้องเรียนได้รับร้องทุกข์จาก สหกรณ์โคนมหลาย ๆ แห่งทั่วประเทศ เช่น สหกรณ์โคนมขอนแก่น จํากัด สหกรณ์โคนม เชียงใหม่ จํากัด ที่จังหวัดเชียงใหม่ สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จํากัด ที่จังหวัดสกลนคร สหกรณ์โคนมชะอํา-ห้วยทราย จํากัด สหกรณ์การเกษตรสีคิ้ว จํากัด ที่เป็นแหล่งผลิต นมดิบแล้วก็รับซื้อนมดิบจากสมาชิกอยู่ ซึ่งทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ก็ได้เสนอโครงการนี้ผ่านจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปที่ทางสํานักงบประมาณแล้ว เรื่องนี้ผมก็ต้องฝากท่าน ส.ส. กัลยาช่วยอีกแรงหนึ่งด้วยก็แล้วกัน ช่วยกระซิบท่านกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ได้ช่วยอนุมัติ งบประมาณส่วนนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ก็จะดําเนินการให้ คือทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะดําเนินการนะครับ ส่วนประเด็นอื่นนั้น ก็อยากจะฟังคําถามของท่าน ส.ส. กัลยาอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีอะไรข้องใจสงสัยนะครับ ส่วนเรื่องใดที่มันไม่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของผมที่จะไปดําเนินการก็คงจะเป็ น อํานาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะมาตอบท่าน ผมก็คงตอบได้ในส่วนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบดูแลอยู่นะครับ ขอเรียนเป็ นเบื้องต้น อย่างนี้ก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน ส.ส. กัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านประธานยังไม่ได้ฟังครบถ้วนนะคะ ก็อาจจะเห็นว่าดิฉันนอกเรื่องไปบ้าง จริง ๆ ไม่ใช่นะคะ เพราะว่าดิฉันกราบเรียนแล้วว่าปัญหาเรื่องนมเป็ นปัญหา ที่ละเอียดอ่อนนะคะท่านประธาน ฉะนั้นการแก้ปัญหาไม่ใช่แก้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องแก้ ทั้งระบบนะคะ แล้วก็วงจรของมันก็จะมีนมล้นและนมขาดอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นการแก้ปัญหา ถ้าแก้เรื่องเดียวมันก็จะมีปัญหาอยู่นั่นนะคะ อันนี้คือส่วนหนึ่งของปัจจัยภายนอก ที่ดิฉันถามในข้อแรก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมห่วง ที่ผมถาม เรื่องงบประมาณ ผมห่วง

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ใช่ค่ะ มันจะนําไปสู่ค่ะท่านประธาน เพราะว่าท่านประธานให้ดิฉัน ๒ คําถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กลัวลืม ๆ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ไม่ลืมค่ะท่านประธาน ในส่วน คําถามที่ ๒ จะเป็นเรื่องของปัจจัยภายในที่ดิฉันทิ้งเอาไว้ก่อนนะคะว่าปัจจัยภายใน ที่ทําให้เกิดปัญหาก็จะเป็ นเรื่องของตัวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคว่าเกษตรกรจะเป็ น ผู้ที่น่าสงสารมาก หลายอาชีพจะมีวันหยุดตรุษ สารท ปีใหม่ สงกรานต์ แต่ผู้เลี้ยงโคนม ไม่มีวันหยุด ทํางาน ๓๖๕ วัน รีดนมวัวเช้า รีดนมวัวบ่าย แล้วท่านประธานคะที่น่าสงสาร ไม่เพียงแต่เกษตรกร วัวก็น่าสงสารนะคะท่านประธาน ท่านประธานเป็นผู้ชาย ดิฉัน เสียดาย ท่านรัฐมนตรีก็เป็นผู้ชาย อาจจะนึกหรือรู้สึกไม่ได้เหมือนผู้หญิง เพราะว่านมนี่ เวลามันคัดมันทรมาน มันเจ็บเต้า แล้วถ้าไม่รีด ถ้าดิฉันไม่เล่าหลายท่านก็ไม่ทราบ เพราะว่าไม่ได้คุ้นเคยกับโคนม ทําไมไม่เอาไว้ก่อน เพื่อนดิฉันก็ถามหลายคนว่าก็ไม่ต้อง รีดสิถ้านมล้น ก็ขอเรียนให้ทราบถ้าไม่รีดนมวัว วัวนี่นมอักเสบนะคะท่านประธาน ถึงตายได้ ทรมานนะคะ เรายังไปทําบุญปล่อยโคตัวหนึ่งเราก็มีบุญเยอะแล้ว วันนี้ช่วยวัว ทุกตัวในประเทศไทยนะคะ ท่านประธานก็อนุญาตให้ดิฉันพูดเยอะหน่อยนะคะ ก็อยากจะ ทราบว่าเมื่อกี้ที่ท่านรัฐมนตรีตอบว่ามีแผนการที่จะขยาย อสค. สําหรับโรงนม ที่สร้างมาแล้วรับนํ้านมดิบได้เพียงแค่ ๒๐๐ กว่าตัน ให้เพิ่มเป็น ๔๐๐ กว่าตัน ในส่วนนี้ ดิฉันคิดว่าคําถามที่ดิฉันตั้งก็คือว่าจริง ๆ แล้วอยากให้เป็นรูปของสหกรณ์ แต่ในส่วนที่ ท่านรัฐมนตรีตอบคือจะไปขยายหรือทําการซ่อมแซม อสค. วันนี้ต้องยอมรับก่อนนะคะว่า อสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะมีขีดความสามารถในการที่จะ รองรับปัญหาต่าง ๆ ได้ คือเกษตรกรนี่ ๔๐ กว่าปีแล้วอาชีพพระราชทาน ซึ่งในหลวง ทรงพระราชทานไว้ ดิฉันอยากรักษาอาชีพนี้ให้เกษตรกรได้มีอาชีพเลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืน สนองแนวพระราชดําริในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ในการเลี้ยงวัวนี่มันโดยตรงเลย เศรษฐกิจพอเพียงจริง ๆ นะคะ ดิฉันจะขอรบกวนท่านประธานสัก ๑ นาที เพื่ออัญเชิญ พระราชดํารัสของในหลวงก่อนที่จะเข้าสู่คําถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ ๒ นาที

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ขอบคุณค่ะ ดิฉันขอ พระบรมราชานุญาตในการอัญเชิญพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่คณะกรรมการดําเนินงานการสร้ำงโรงนมที่ตําบลหนองโพ จังหวัดราชบุรี ณ พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๓ “วิธีที่จะให้ผู้ผลิตนมโคสามารถจําหน่ายนมได้ก็มีทางเดียวก็คือตั้งโรงงาน แล้วให้ โรงงานนั้นเป็นของผู้ผลิต มิใช่ว่าบริษัทฝรั่งหรือญี่ปุ่นมาลงทุนสร้างโรงงานแปรสภาพ วัตถุดิบให้เป็นสินค้าต่อไปนั้น ความคิดเช่นนั้นเป็นความคิดที่เรารับไม่ได้ เพราะว่า เกิดเรื่องอยู่เสมอที่จะต้องมีการทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ผลิตคือผู้ที่ผลิตนมโค ผู้ที่เลี้ยง โคนมกับผู้ที่แปรสภาพมาทําเป็นนมกระป๋ อง เป็นนมผง เนยแข็ง เนยสด หรือเนยอะไร ก็ตาม คือถ้าตั้งเป็นบริษัทแปรสภาพและขายนมสดให้จะต้องเกิดเรื่องอยู่เสมอ แต่ถ้าผู้ที่ ผลิตวัตถุดิบกับผู้ที่แปรสภาพเป็นเจ้าของเดียวกันจะไม่เกิดปัญหา เพราะว่าทํากันเอง แต่การทํากันเองนี้มีความลําบากอยู่ที่ต้องมีวินัยอยู่มาก ต้องมีความเสียสละเพื่อส่วนรวม ของกิจการอย่างสําคัญ ถ้าตั้งในรูปโรงงานสหกรณ์ก็จะเป็นการดี แต่ถ้าสร้างในรูปโรงงาน สหกรณ์ไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ก็เห็นควรเลิกล้มกิจการ เพราะว่าจะเป็นอันตราย อย่างยิ่ง…”

นี่คือพระราชดํารัสซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานไว้ให้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ นับวันนี้ก็ ๔๐ กว่าปี ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดิฉันเองอยากจะน้อมนําแล้วก็สนอง แนวพระราชดําริของพระองค์ว่าการตั้งสหกรณ์นั้นดีที่สุด เพื่อที่ให้เกษตรกรเขา บริหารกันเอง ดูแลกันเอง แล้วจริง ๆ แล้วนี่ก็กราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เป็น ส.ส. จังหวัดสระบุรี ไม่ใช่มีดิฉันเพียงคนเดียว ยังมีเพื่อน ส.ส. ท่าน ส.ส. องอาจ วงษ์ประยูร ท่าน ส.ส. วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ แม้กระทั่งท่าน ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ ซึ่งอยู่ จังหวัดลพบุรี แล้วเพื่อน ส.ส. ในพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ทางภาคใต้อีกหลายจังหวัด ก็ได้ร่วมกันระดมสมองและระดมความคิดเพื่อที่จะให้เกิดโรงงานแห่งนี้ขึ้น เพราะว่า นํ้า ๑ แก้วถ้ามันล้นมันก็จะลงไปที่อื่น แต่ถ้ามันหายไป มันพร่องไปนํ้านมดิบมันก็จะไป ช่วยนํ้าแก้วอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันก็อยากจะทราบว่า รัฐบาลมีแนวนโยบาย ที่จะสร้างโรงงานนมแปรรูปให้กับเกษตรกร เป็ นสหกรณ์ที่ตําบลลําพญากลาง อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีหรือไม่ และถ้าสามารถดําเนินการได้จะเริ่มดําเนินการ สร้างได้เมื่อไร ตรงนี้เราก็ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด สระบุรี ท่านก็ให้งบประมาณในการที่ทําวิจัยมาแล้ว ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าไม่ต้องไปวิจัยใหม่นะคะ เพราะว่าดิฉันมีเปเปอร์ (Paper) ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทํามาสําเร็จเรียบร้อยให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปแล้ว เดี๋ยวจะนํามาให้ท่านอีกเล่มหนึ่ง แล้วก็ท่านประธานสภาด้วยนะคะ ก็ถามไปแล้วว่า จะตั้งโรงงานนมแปรรูปที่ตําบลลําพญากลาง อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีได้หรือไม่ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรียนท่านประธานว่าคําถามที่นางสาวกัลยา ขออนุญาตอ่านชื่อกลัวว่า จะจําชื่อท่านผิด นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ที่สอบถามมาความจริงบางส่วนผมได้ ตอบไปแล้ว เรื่องการจัดสรรงบประมาณไปสร้างโรงนมให้กับสหกรณ์โคนมในเขต ปฏิรูปที่ดินลําพญากลาง จํากัด ยํ้าอีกครั้งหนึ่งว่าวงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท โดยมีสหกรณ์ โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินลําพญากลาง จํากัด จังหวัดสระบุรีนี่เขาสมทบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๖๐ ล้านบาท หมายความว่าทุกสหกรณ์นี่ได้เสนอมาอีก ๕ สหกรณ์ ที่ขอมาเพิ่มก็มี เงินสมทบอยู่แล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รอแต่งบจากทางรัฐบาลจากทางท่านกรณ์ จาติกวณิช รับผิดชอบกระทรวงการคลังจัดให้ก็สร้ำงได้เลย ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดสระบุรี ทั่วประเทศเลย ต้องขอบคุณนางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ที่ได้สะท้อนถึงความรู้สึก ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค แล้วก็ของโคด้วย ท่านรู้สึกถึงความรู้สึกของโคด้วย เวลาโคนมคัด ผมเป็นผู้ชายก็ไม่รู้เรื่องว่ามันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด ก็ต้องขอบคุณคุณกัลยาที่ได้ ช่วยบรรยายให้สภาแห่งนี้ได้ทราบว่าเวลาโคนมคัดมันเจ็บปวดขนาดไหน มันก็ต้องรีดนม ออกมา ฉะนั้นพอรีดออกมามาก ๆ มันก็ล้นตลาด ท่านกัลยาเรียกร้องให้รัฐบาลนี้ได้สนใจ ในการแก้ไขปัญหานี้เพราะเป็นอาชีพพระราชทานที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของพวกเราได้พระราชทานให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งถือว่าเป็ นมหามงคล เป็นอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกรของพวกเรา ขอเรียนว่าคุณกัลยาไม่ผิดหวังครับ รัฐบาล ชุดนี้นอกจากจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการของบไปสร้างโรงนมเพิ่มเติม แล้วก็ ยังไม่พอ รัฐบาลยังมีวิธีการจัดการแก้ไขปัญหานมทั้งระบบด้วย อยากจะเรียนให้ทราบว่า รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหากรณีเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนมประสบภาวะขาดทุนที่ต้องนํานํ้านมดิบบางส่วนของผู้ประกอบการแปรรูปไม่รับซื้อ เอาไปเททิ้ง รัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไขโดยให้มีการบริหารจัดการนํ้านมดิบรวมทั้ง การแก้ไขนํ้านมดิบที่ผู้ประกอบการไม่รับซื้อ โดยคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดําเนินการ มีมาตรการ หลายมาตรการดังต่อไปนี้

มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ โดยมีกรมส่งเสริม สหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการกําหนดแนวนโยบายและแผนการผลิต และจําหน่ายนํ้านมดิบ โดยจัดให้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเอาไว้ เอาเกษตรกรมาขึ้นทะเบียน และศูนย์รวบรวมนํ้านมดิบกับกรมปศุสัตว์ และจัดให้มี การจัดทําบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการนํ้านมดิบหรือมีบันทึกเอ็มโอยู (MOU) ระหว่าง ผู้ประกอบการและศูนย์รวบรวมนํ้านมดิบกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งมีสัญญา หรือระเบียบกําหนดบทลงโทษสําหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยู ภายใต้บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ นี่คือมาตรการแรก นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ยังได้มีมติอนุมัติให้เพิ่มงบประมาณเพื่อจัดซื้อนํ้านมดิบ เพื่อดําเนินการตามโครงการอาหารเสริม (นม) หรือนมโรงเรียนเพิ่มขึ้นอีก จากเมื่อก่อนนั้น รัฐบาลอนุมัติเงินให้ไปทําโครงการนมโรงเรียนปี ละประมาณ ๘,๔๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลชุดนี้ในงบประมาณปี ๒๕๕๓ รัฐบาลอนุมัติเพิ่มขึ้นจาก ๘,๔๐๐ ล้านบาท เป็ น ๑๓,๓๐๐ ล้านบาทของปี ๒๕๕๓ เป็ นต้นไป เพื่อจัดซื้อนํ้านมดิบผลิตเป็ น นมโรงเรียนตามโครงการอาหารเสริม (นม) หรือนมโรงเรียนเพื่อแจกให้กับเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลก่อนวัยเรียนจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๖ เมื่อก่อนเด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียน แค่อนุบาลไปถึง ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ นี่ก็ไม่ได้ดื่ม รัฐบาลชุดนี้จัดให้หมดเลย ก็มีเด็กนักเรียน ตั้งแต่ระดับอนุบาลก่อนวัยเรียนถึงชั้นประถมศึกษา ป. ๖ ได้รับการดูแลในเรื่องนี้ ประมาณ ๘,๔๐๐,๐๐๐ คน ดื่มทุกวันยกเว้นวันเสาร์และวันอาทิตย์ให้ไปดื่มที่บ้าน รวม ๒๖๐ วัน คิดเป็ นนํ้านมดิบที่เข้าร่วมโครงการนี้ถึง ๔๓๖,๘๐๐ ตันต่อปี ๔๓๖,๘๐๐ ตันต่อปี โดยมีการจัดทําบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการนํ้านมดิบทั้งระบบ ในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ วันละประมาณ ๒,๕๖๐.๗๕ ตัน ระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อนํ้านมดิบและผู้ผลิต ซึ่งประกอบด้วยสหกรณ์โคนม กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิต นมโรงเรียนและรับซื้อนํ้านมดิบตามข้อตกลงการซื้อขายนํ้านมดิบร่วมกัน และนอกจากนั้น อยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านกัลยาเพิ่มเติมว่า สําหรับการแก้ไขปัญหานม ในภาพรวมทั้งระบบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแนวทางการทบทวนระบบ การบริหารจัดการนมโรงเรียนต่อคณะรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอโดยมีสาระสําคัญดังนี้

๑. การบริหารจัดการโครงสร้างระบบนมโรงเรียนให้มีองค์กรกลางซึ่งเป็น คณะกรรมการกลาง ๔ ฝ่าย ได้แก่ ภาคราชการ ภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูป และผู้แทนฝ่ายจัดซื้อ รวม ๑๙ คน เป็นผู้ดําเนินการบริหารจัดการระบบนมโรงเรียน โดยมอบหมายให้ อสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐให้ทําหน้าที่เป็ นฝ่ำยเลขานุการ ขององค์กรกลาง เป็นผู้แทนในการบริหารจัดการด้วย แล้วก็

๒. อสค. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐจะทําหน้าที่แทนองค์กรกลาง ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้วย โดยแยกระบบการบริหารเงินและการดําเนินงานออกจาก ภารกิจที่ดําเนินการตามปกติ คือแยกออกมาดําเนินการเป็นภารกิจเฉพาะกิจขึ้นมา ของ อสค. และให้ดําเนินการนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้และพัฒนาให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว รวมทั้งให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

สําหรับงบประมาณที่จะใช้ยังคงใช้งบประมาณกระจายสู่ท้องถิ่น หรือหน่วยจัดซื้อเช่นเดิม เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมายการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น คือให้ทาง อบต. เทศบาล อะไรดําเนินการในเรื่องนี้ไม่ให้ขัดกับกฎหมายกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น และพระราชบัญญัติงบประมาณด้วย และนอกจากนั้นให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุน จากรัฐบาลเพื่อจัดซื้ออาหารเสริม (นม) หรือนมโรงเรียน ให้จัดซื้อจาก อสค. ซึ่งเป็น หน่วยงานของรัฐโดยวิธีกรณีพิเศษ เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และนอกจากนั้น อสค. จะเป็นคู่สัญญา ซื้อขายกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวทุกรายเพื่อจําหน่ายนมโรงเรียนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานจัดซื้อโดย อสค. สามารถมอบอํานาจให้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้มอบสินค้าและรับชําระเงินตลอดจนรับผิดชอบ ความเสียหายตามสัญญาที่ อสค. ทํากับหน่วยงานจัดซื้อทั่วประเทศ และให้หน่วยจัดซื้อ เปลี่ยนระบบการชําระเงินจากเดิมที่ชําระเป็ นรายภาคเรียนมันนานไปก็ให้ชําระ เป็นรายเดือน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวในการบริหารเงินทุนหมุนเวียน เกี่ยวกับเรื่องนมโรงเรียนของพวกเรา และนอกจากนั้นการจัดการนมโรงเรียน นมโรงเรียน ปริมาณ ๑,๒๐๐ ตันต่อวัน ก็มีระบบบริหารจัดการโดยให้คณะกรรมการกลางทําหน้าที่ จัดสรรปริมาณนํ้านมดิบ ปริมาณการจําหน่ายและพื้นที่การจําหน่ายนมโรงเรียนให้กับ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยยึดปริมาณนํ้านมดิบที่ทําเอ็มโอยูกับกรมส่งเสริม สหกรณ์ ศักยภาพการผลิต การจัดการระบบโลจิสติกส์ (Logistics) การขนส่ง ผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพมาตรฐาน ประวัติการดําเนินงานที่ผ่านมาเป็นผู้ทําการผลิตเอง ไม่จ้างผู้อื่นมาผลิต และโรงงานจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ในรายละเอียดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด เกษตรกร ผู้มีสิทธิจําหน่ายนํ้านมดิบต้องจดทะเบียนเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกับกรมปศุสัตว์ เท่านั้น และมีคุณภาพนํ้านมดิบตามมาตรฐานที่กําหนด นมที่จัดส่งให้โรงเรียนต้องมี คุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาและให้มี การติดตามตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนอย่างต่อเนื่องและสมํ่าเสมอ รวมทั้ง ให้มีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนเพื่อทําให้เด็กชอบดื่ม ถ้าเป็นนมที่ รสชาติไม่ดีเด็กก็จะไม่ดื่มก็จะมีปัญหา และนอกจากนั้นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขก็จะมี บทลงโทษด้วยโดยจะไม่ได้รับสิทธิการจําหน่ายนมในโครงการนมโรงเรียนด้วย ขอเรียน ท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องที่ท่านถามตอนแรก บางทีคําถามกับคําตอบมันมักจะสวนกัน ผมก็เตรียมมาตามที่ท่านถามในเอกสาร แต่พอท่านถามนอกมันก็ต้องอาศัยข้อมูล จากทางเจ้าหน้าที่มาประกอบด้วย ต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมานะครับ

เรื่องการรับซื้อนมจากต่างประเทศเข้ามานะครับ ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็มีคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรโควตานําเข้านมผงขาดมันเนย โดยกรมปศุสัตว์เป็ นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ โดยมีผู้แทนจากองค์กรเกษตรกร จากผู้ประกอบการและจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาจัดสรรโควตานําเข้า ในแต่ละปี คือไม่ได้ปล่อยเข้ามาอย่างอิสระ แต่เราก็มีคณะกรรมการควบคุมและจัดสรร โควตาให้ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร หลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาเขาจะ แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ กลุ่มผู้รับซื้อนํ้านมดิบจัดสรรให้ร้อยละ ๘๐ ของปริมาณ การนําเข้า จัดสรรให้ร้อยละ ๘๐ ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการทั่วไปซึ่งเป็นผู้ผลิตนมเปรี้ยว ผลิตไอศกรีมก็จัดสรรให้ร้อยละ ๒๐ ของปริมาณการนําเข้า นี่คือข้อมูลที่อยากจะเรียนให้ คุณกัลยาและเพื่อน ๆ ส.ส. ของจังหวัดสระบุรีได้รับทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นนะครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบ ละเอียดเหลือเกิน

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

ท่านประธานคะ นิดเดียวเองค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันเกินเวลาไป

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

นิดเดียวเองค่ะท่านประธาน นาน ๆ ได้พูดนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่าให้คัดนมเกิน

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

จริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์ ดิฉันต้องการในการแก้ปัญหาเรื่องผู้เลี้ยงโคนม แต่จริง ๆ ท่านก็ยังตอบไม่ตรงคําถาม ที่ดิฉันต้องการเท่าไร เพราะว่าจริง ๆ ประเด็นก็คืออยากจะสร้างโรงงานนมแปรรูป ที่อําเภอมวกเหล็ก จริง ๆ อยากจะทราบตรงนี้ แต่ว่าเมื่อเห็นความตั้งใจว่าในส่วนของ ท่านรัฐมนตรีก็คิดว่าแก้ปัญหาทั้งระบบ เดี๋ยวอย่างไรดิฉันก็ขอเอกสารที่ท่านได้อ่าน เมื่อสักครู่ส่วนหนึ่ง แล้วก็ถือว่าวันนี้ก็คงได้รับความอนุเคราะห์จากท่านประธานแล้วก็ ท่านรัฐมนตรีพอสมควร ท่านประธานนมนี่ไม่สําคัญกับเด็กอย่างเดียวนะคะ ท่านประธาน ก็ควรดื่มจะได้แข็งแรงแล้วก็เป็นประธานให้พวกดิฉันได้นาน ๆ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หาดื่มไม่ได้ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ความจริงคําถามที่ท่านกัลยาได้ถามมาว่าผมยังตอบไม่ตรง ความจริง ผมตอบตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้ อสค. ไปทําแผน โครงการเพื่อเสนอของบประมาณในวงเงินถึง ๗๐๐ ล้านบาทจากทางสํานักงบประมาณ จากกระทรวงการคลัง คือจะเสนอสร้ำงโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแห่งใหม่ ที่อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นี่คือชัดเจนแล้ว อยู่ที่ท่านกัลยาจะคุยกับท่านกรณ์ ให้ผมหรือไม่เท่านั้นละครับ ถ้าท่านคุยเมื่อไรอนุมัติพัวะผมทําทันทีเลย กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ดําเนินการทันทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ก็ถือว่าจบ กระทู้ถามทั่วไป ต่อไปเป็นกระทู้ถามสด

๑.๒ กระทู้ถามสด

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๒ ส. เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาราคาข้าว ตกตํ่าที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร (นายนิยม ช่างพินิจ เป็ นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ เชิญผู้ถามกระทู้ถามสดครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ผมต้องขอบพระคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ถามสดของผมเป็นกระทู้ถามแรก แล้วก็ สิ่งที่สําคัญอันหนึ่งผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานวิป (Whip) ของพรรคเพื่อไทย ฝ่ำยค้าน คือท่านวิทยา บุรณศิริ แล้วก็เพื่อนสมาชิก ส.ส. โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็น ท่านสุชาติ ลายนํ้าเงิน ในเขตจังหวัดลพบุรี ท่าน ส.ส. อีกหลายท่านด้วยกัน โดยเฉพาะ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน โดยเฉพาะผลกระทบของราคาพืชผล ทางการเกษตรที่มีทุกวันนี้ และโดยเฉพาะในเรื่องของท่านประธานจะเห็นได้ว่าม็อบ (Mob) ไม่ว่าจะเกิดก่อตัวตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ แม้ กระทั่ง จังหวัดสุพรรณบุรี และที่สําคัญคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม แทบจะทุกจังหวัดท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานทราบไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรองนายกรัฐมนตรี ครั้งหนึ่งที่ท่าน ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล แล้วท่านก็มีแนวทางในการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากโครงการ จํานํามาเป็นโครงการประกันรายได้ ผมเองได้มีโอกาสยื่นกระทู้ถามสดตอนที่ท่าน เปลี่ยนแปลงนโยบาย ผมก็บอกถึงสภาพปัญหาแล้วก็ข้อเท็จจริงในพื้นที่ แล้วในที่สุด โครงการก็พยายามทําต่อมาจนต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นอยู่ตลอด สิ่งที่ ผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมานั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้มีความจริงใจ ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรรากหญ้ามากน้อยแค่ไหน วันนี้ ผมคงไม่ถามหรอกว่าใช้ความจริงใจ ท่านจงเกลียดจงชัง ที่ผมต้องใช้คําพูดคํานี้ก็คือ ดูจากการกําหนดนโยบาย ท่านไม่เคยศึกษาปัญหาเลย แล้วท่านเอานโยบายขึ้นมานี่ ผมไม่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะมีส่วนร่วม โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนภาคการเกษตร ได้ขึ้นมามีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย บุคคลที่กําหนดนโยบายคือบุคคลชั้นสูง กลุ่มพ่อค้าผู้ส่งออกเพียงไม่กี่รายเท่านั้นเอง ถึงทําให้ราคาของพี่น้องภาคการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวมันถึงได้ตกตํ่าอย่างนี้ ผมคงจะไม่รบกวนเวลามากเพราะว่าสิ่งที่ ท่านบอกว่านโยบายจะนําไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการจาก ๒๕ ตัน จะขยายหรือไม่ขยายผมคงไม่ถามแล้ว และสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นท่านประธาน ในการกําหนดนโยบาย ด้วยข้อเท็จจริงในพื้นที่ แม้กระทั่งแนวทางในการแก้ปัญหา มันไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ท่านประกาศราคาอ้างอิงออกไป แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ เขาซื้อกันเท่าไร แล้วท่านก็มีโครงการมาชดเชย ตอนนี้ชดเชยให้ ๙๐๐ กว่าบาทอย่างนี้ เงินชดเชยก็เงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่นํามาชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร ทําไมไม่คิด ล่ะครับว่า ส่วนแบ่งการตลาดของพ่อค้าผู้ส่งออกเขามีกําไรเท่าไร เคยกลับไปดู เคยกลับไปคิดไหมว่ามีกําไรเท่าไร แล้วเอาส่วนแบ่งกําไรตรงนั้นมาชดเชยให้กับพี่น้อง ประชาชนคนรากหญ้า อย่างนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งที่สําคัญ วันนี้ผมไม่เคยโทษโรงสีหรอกครับ ที่ท่านจะบอกว่ามีกลุ่มผลประโยชน์ โดยเฉพาะ พวกโรงสีและพ่อค้าได้ผลประโยชน์ถ้าเป็นโครงการจํานําเก่า เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ถ้าไม่มีสิทธิเข้าไปยุ่ง เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าเรื่องของการทุจริตหรือคอร์รัปชันมันไม่เกิดหรอกครับ และวันนี้เองคนที่เจ็บระกํา มากที่สุดก็คือพี่น้องเกษตรกรขายข้าว ๕,๐๐๐ กว่าบาท ๖,๐๐๐ กว่าบาท วันนี้ ผู้ที่กําหนดนโยบายแทบจะไม่ใช่รัฐบาลเลย แม้กระทั่งกําหนดราคาในท้องที่ คนที่กําหนด คือพ่อค้าผู้ส่งออก ผมกราบเรียนให้ทราบเลยสิ่งที่ผมอยากจะถามนะครับ ผมเคยถาม ไปแล้ วมีอยู่ ๓-๔ ประเด็น ท่านตอบด้ วย และโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อสักครู่ผมฟังในโครงการแก้ปัญหาเรื่อง เพลี้ยกระโดด ผมว่าท่านแก้ปัญหาผิดพลาด แล้วผมจะชี้แจงให้ฟัง ขอให้ท่านอยู่ก่อน ราคาข้าวที่ตกตํ่าทุกวันนี้ผมอยากจะถามว่าเพราะสาเหตุอะไร นี่คือประการแรก

ประการที่สอง ข้าวในสต็อกที่รัฐบาลสต็อกอยู่มีอยู่เท่าไรครับ และ ท่านจะบริหารจัดการ จะขายอย่างไร ที่จะไม่ให้มีผลกระทบต่อพี่น้องภาคการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวของพี่น้องภาคการเกษตร

แล้วโครงการจํานําผมถามหลายครั้งแล้ว ไม่ต้องเอาตัวปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ หรอกครับ เอาค่าเฉลี่ยปีผ่าน ๆ มาก็ได้ พอจะมีสถิติไหมครับว่ารัฐบาลขาดทุน ปีละเท่าไรสําหรับโครงการจํานํา

๓ ประเด็นที่ผมอยากจะถาม เพราะเป็นสิ่งที่มันเชื่อมโยงแล้วก็มีผลกระทบ ต่อพี่น้องเกษตรกรโดยตรงเลย แล้วที่ผมถามว่าขาดทุนเท่าไรสําหรับโครงการจํานํา ถ้าท่านตอบไม่ได้ ตัดสต็อกไม่ได้ ท่านไม่ต้องตอบ แต่เอาปีที่ผ่านมาว่าขาดทุนเท่าไร แล้วนโยบายที่ท่านบอกว่าดีนักดีหนากับโครงการประกันรายได้ ที่ท่านตอบกันไปชงกันไป ชงกันมา ผมอยากจะถามว่าดีอย่างไรครับ ตอบผมด้วยนะครับ แล้วใช้เม็ดเงินไปเท่าไร สําหรับโครงการนาปี ดีอย่างไร ถามว่าโครงการประกันรายได้ของท่านที่บอกดี ดีอย่างไร แล้วก็ใช้เม็ดเงินสําหรับโครงการนาปีใช้ไปเท่าไรกับที่จะชดเชยให้กับพี่น้อง ภาคการเกษตร ผมอยากจะทราบ ๓-๔ ประเด็นนี้คือคําถามแรกนะครับ ก็ขอให้ตอบด้วย ข้อเท็จจริงนะครับ ผมเองต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสผม ได้ขึ้นมาถาม เพราะเขารู้ว่าผมเข้าใจปัญหา มิหนําซํ้าไม่ใช่เข้าใจปัญหาอย่างเดียว เคยประกอบอาชีพในการทํานามาก่อน ๓-๔ ประเด็นที่ผมถาม ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เชิญตอบครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามสดของท่านผู้แทนราษฎรที่เคารพ คําถามที่ท่านถามที่จดได้ ก็ ๓ ประเด็นว่า ราคาข้าวที่ตกตํ่าเพราะสาเหตุอะไร ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยัง สมาชิกที่ตั้งคําถามว่า ราคาข้าวที่มันตกตํ่าในช่วงแรก เพราะว่ามันมีคนไปปล่อยข่าวว่า รัฐบาลจะระบายสต็อกข้าวของรัฐบาล ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความเป็นจริงเลย เพราะว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็มี การปล่อยข่าวออกไป และข่าวที่ออกไปพอบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน มันก็ทั่วโลก ก็มีความรู้สึกว่าทั่วโลกเขารู้ว่าเรามีข้าวในสต็อกอยู่ประมาณเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน การซื้อข้าวทั้งโลกประมาณ ๓๐ ล้านตัน ถ้าเผื่อเรามีสต็อกอยู่ สัก ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตันก็เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการซื้อขายทั้งโลก อันนี้มีผล ทําให้ราคาข้าวในตลาดโลก รวมทั้งที่ชิคาโกซึ่งเขาใช้ด้วยกันเป็นตัววัดว่าราคาข้าว ตลาดโลกเท่าไร ก็ตกตํ่าแล้วก็มีผลทําให้ราคาในประเทศตกตํ่า เราได้ตั้งกรรมการ ตรวจสอบแหล่งที่มาว่าคนที่ปล่อยข่าวมีวัตถุประสงค์อะไร ประการที่ ๑ ก็อาจจะ ปล่อยข่าวไปเพื่อต้องการจะทุบราคาข้าวให้ตํ่าลงมาแล้วก็ช้อนซื้อข้าวในราคาตํ่า หรือประการที่ ๒ ก็อาจจะเป็นพวกที่ซื้อขายล่วงหน้าเอาไว้ไปทําสัญญาไว้ในอนาคต อีก ๓ เดือนจะส่งมอบข้าวก็ทุบราคาซื้อเสียในปัจจุบันนี้เพื่อจะทํากําไร เพราะว่าราคา ที่ตกลงซื้อขายกันในอนาคตมันสูงกว่าราคาที่เขาทุบราคาลงมา ซึ่งอันนี้ก็ผิดกฎหมาย คนที่ปล่อยข่าวมีเจตนาอย่างนี้ติดคุกไม่เกิน ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท อันนั้น ผมคิดว่าเป็นสาเหตุหลัก เพราะว่าเท่าที่ศึกษาดูจริง ๆ แล้วราคาข้าวในปีนี้ไม่ควรจะ ตํ่ากว่าราคาที่แล้ว เพราะผู้ผลิตข้าวทั่วโลกนะครับ ไม่ต้องเอ่ยชื่อประเทศเขาก็ได้ เขาประสบความเสียหายมาก แล้วก็เขาจําเป็นต้องซื้อข้าวอยู่แล้ว ปริมาณการซื้อข้าว ในตลาดโลกปีนี้คาดว่าจะสูงกว่าปริมาณการซื้อขายข้าวในปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น ราคาข้าวในประเทศไทยไม่ควรจะตํ่ากว่าปีที่แล้ว แต่มันก็เกิดเหตุอย่างที่ผมกราบเรียน รู้สึกวันที่ ๑๒ หรือ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่เกิดเหตุอันนี้มา เราก็ตั้งกรรมการสอบสวนอยู่ว่า ใครเป็นสาเหตุอันนี้ ทีนี้พี่น้องประชาชนที่ขายข้าวในช่วงนั้นเขาจะขายข้าวได้ราคาตํ่า อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติได้กรุณารายงานที่ประชุมต่อท่านประธานเมื่อกี้นี้ เขาขายไป ๖,๐๐๐ บาทหรือ ๗,๐๐๐ บาทผมไม่ทราบ ราคาเขาคงตํ่า เพราะเขาเก็บไว้ไม่ได้ เพราะเขาไม่มีโรงจะเก็บ ไม่มีโรงอบให้เขา เก็บมาความชื้นสูง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ต้องขาย เขาถูกกดราคา อันนี้เป็นเรื่องที่ว่ารัฐบาลก็ไม่ได้ปฏิเสธนะครับ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีคราวที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ไปรวบรวมว่าคนที่ขายข้ำวไปในช่วงนั้นซึ่งได้ ราคาตํ่า ขอหลักฐานหน่อยว่าท่านขายไปกี่เกวียนและราคาเท่าไร เดี๋ยวเราจะมาพิจารณา ไว้ช่วยเหลือท่านในส่วนตรงนั้นนะครับ เพราะว่าก็เห็นใจชาวนา เพราะว่าปีนี้สําหรับ ชาวนาของเรามีปัญหาเยอะ เกิดภัยแล้ง นํ้าในเขื่อนเหลือแค่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ตํ่ากว่า ปีที่แล้ว ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องบางส่วนที่ปลูกข้าวนาปรังนี่ข้าวไม่มีนํ้าพอก็อาจจะ เสียหายในส่วนนั้น และเกิดมีเพลี้ยอีก เพลี้ยแป้ ง เพลี้ยกระโดดเกิดแล้วก็มีหนูนาอีก แต่ความเสียหายของพี่น้องชาวนาในตรงนั้นมันเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแลเป็นอีก วิธีการหนึ่ง ไม่ใช่จะต้องใช้เหตุผลนั้นมาปรับราคาต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบประกันรายได้ ของรัฐบาล เพราะมันคนละเหตุ อย่ามาใช้วิธีการเดียวกันเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ หลายอย่างที่ทําไม่ได้ทางทฤษฎีและจํานวนเครื่องมือที่เราใช้จะต้องมากกว่าจํานวน เป้ำหมายเสมอ เพราะฉะนั้นเราใช้เพียงวิธีการเดียวเพื่อจะตอบปัญหาทุกอย่าง ทําไม่ได้ มันต้องมีเครื่องมือที่มากขึ้นและต้องมีวิธีการที่มากขึ้น

คําถามที่ ๒ ท่านถามว่าข้าวในสต็อกมีเท่าไร ผมก็บอกท่านว่าอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อวานผมถึงได้อยากรู้ตัวเลขให้ชัด ๆ ว่า สต็อกของรัฐบาลมีเท่าไร ผมเลยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบสต็อกของโรงสีต่าง ๆ ที่ฝากข้าวรัฐบาลไว้ว่ามีทั้งหมด เท่าไร มันจะได้รู้ว่ารัฐบาลจะต้องดูแลอย่างไรในปริมาณข้าวในสต็อกรัฐบาล เราควรจะ ระบายออกไปเท่าไร แล้ววิธีการระบายไม่ใช่ระบายตูมเดียว ต้องค่อย ๆ ระบายแบบนํ้าซึม บ่อทราย ภาษาที่ผมให้สัมภาษณ์ แต่นํ้าซึมบ่อทรายคือไม่ให้กระทบราคาข้าวในประเทศ แล้วก็ไม่ใช่ระบายไปทั้งหมด อาจต้องเก็บข้าวจํานวนหนึ่ง เพราะมีความเป็นไปได้ปีนี้ เมื่อตอนปลาย ๆ ปี ข้าวจะขึ้นสูงแล้วพี่น้องประชาชนที่ยากจนจะต้องซื้อข้าวแพง เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรจะมีข้าวจํานวนหนึ่งไว้ดูแลพี่น้องที่ยากจนแล้วครับ ไม่ใช่ว่า ขายไปทั้งหมด เมื่อวานผมได้ปรึกษาหารือ ผมไม่ชอบใช้คําว่า สั่ง ผมเป็ นคน ก็จะปรึกษาหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่ารับปฏิบัติ ก็ปรึกษาหารือว่า ให้ไปตั้งกรรมการสอบสต็อกโดยด่วน เพราะว่าถ้าผมรู้ว่ามันมีปริมาณเท่าไรผมจะได้ พิจารณาว่าเราควรจะขายจีทูจี (G to G) กับประเทศไหน เราจะได้รู้ปริมาณที่แน่นอน เพื่อระบายข้าว มาเก็บไว้มันก็ต้นทุนของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นทุกวันเก็บรักษาข้าว ก็ควรจะ ระบายครับ แต่ต้องระบายในลักษณะนโยบายที่ให้ไว้ก็คือว่าต้องไม่กระทบกระเทือน ราคาข้าวภายในประเทศ แล้วข้อ ๒ เราต้องคํานึงถึงว่าปีนี้ข้าวอาจจะแพง รัฐบาล ต้องเก็บข้าวไว้ดูแลคนยากคนจนสักจํานวนหนึ่งซึ่งจะได้คํานวณต่อไปนะครับ อันนี้ ก็กราบเรียนว่าจะจัดการอย่างไรกับเรื่องสต็อกข้าว

คําถามที่ ๓ บอกโครงการจํานําผลเป็ นอย่างไร เดี๋ยวเมื่อกี้ ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปบอกเจ้าหน้าที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์มาไม่ทราบจะตอบได้หรือเปล่า ที่ผมประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติคราวที่แล้วได้พูดกันเรื่องนี้ ผมจําตัวเลขคร่าว ๆ ว่าการจํานําข้าวครั้งสุดท้าย รัฐบาลเสียหายไปประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าชาวนาที่ได้รับ ผลประโยชน์จากการจํานําข้าวมีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ราย แต่โครงการประกันราคาข้าว ที่ผ่านไปเมื่อปี ที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ประชาชนได้รับ ผลประโยชน์ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย ๑๐ เท่าตัว อันนี้คือผลประโยชน์ คือเมื่อก่อน จํานําข้าวมันจะได้อยู่กระจุกเดียวภาคกลางรอบ ๆ ได้แค่นั้น อันนี้ก็เป็นความเจ็บปวด ของนักวิชาการหรืออาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาทําวิจัย เรื่องนี้แล้วก็บรีฟ (Brief) ให้ผมฟังได้อยู่แค่นี้ครับ ได้อยู่แค่นี้จริง ๆ แล้วก็มีผลประโยชน์ อย่างไรไม่อยากจะสาธยาย ถึงมีคนพยายามดิ้นรนให้รื้อฟื้นโครงการรับจํานําข้าว เพราะว่ามีคนได้ประโยชน์จากนี้จริง ๆ แต่ชาวนาจะได้ประโยชน์จริง ๆ มีแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เปรียบเทียบกับ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย ในปีที่แล้วไม่เหมือนกันนะครับ เราส่งเงินให้ชาวนาถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ทั่วทั้งแผ่นดิน ซึ่งโครงการ รับจํานําข้าวไม่เคยได้บริการเขามาก่อน อันนี้คือเมอริท (Merit) หรือผลดีของระบบประกัน ราคาข้าว จึงขอกราบเรียนสั้น ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์จะตอบไหม ไม่ตอบนะครับ เชิญผู้ ตั้งกระทู้ ถาม สด ถามครั้งที่ ๑ เชิญครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ที่ผมถามอยู่ ๓-๔ ประเด็น ก็เรื่องของราคาข้าวที่ตกตํ่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบแล้ว ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของ ข้าวสต็อกก็ตอบแล้ว แล้วสิ่งที่สําคัญว่าโครงการประกันรายได้ดีอย่างไร ท่านก็ตอบมา พอสังเขป ถ้าคิดอย่างท่านเข้าใจครับ แต่คิดอย่างผมผมไม่เข้าใจครับ สาเหตุที่ท่าน บอกว่าคนมาใช้สิทธิ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ซึ่งแตกต่างกับโครงการจํานําที่มา ใช้สิทธิน้อยมาก ก็โครงการจํานําคนที่เขาไม่มาใช้สิทธิก็คือเขาไม่เดือดร้อน ถ้าราคากลไก ของท้องตลาดเดี๋ยวนี้มันใกล้เคียงกัน แม้กระทั่งโครงการจํานํามันถูกกว่าท้องตลาด นิดหน่อยเขาไม่มาใช้สิทธิหรอกครับ ส่วนโครงการประกันรายได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ไม่พอหรอก เดี๋ยวท่านเตรียมขึ้นทะเบียนอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว เผลอ ๆ ครบ ๒๐ ล้านครอบครัวนี่ครบแน่นอนเพราะเขาเดือดร้อนครับ แล้วท่านก็ชดเชย กู้เงินในกระเป๋ำซ้ายมาใส่กระเป๋ำขวากู้มาให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ท่านบอกมาใช้สิทธิ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน อย่าไปตอบอายเขานะครับ อายพ่อค้าและอายพี่น้องเกษตรกรด้วย อย่าไปตอบ นี่คือประเด็นแรก แล้วประเด็นที่สอง นโยบายโครงการจํานํากับโครงการ ประกันมันแตกต่างกันอย่างไรผมจะเรียนให้ทราบ โครงการประกันที่ท่านว่าดี เป็นการประกันรายได้ขั้นสูง ๑๐,๐๐๐ บาท ชาตินี้ข้าวท้องตลาด ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ชาวนามีโอกาสขายได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่มีหรอก นี่คือการประกันรายได้ชั้นสูง ซึ่งแตกต่างกับโครงการจํานํา ประกันรายได้ขั้นตํ่า ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท ในอดีต ที่ผ่านมาถ้าตํ่ากว่า ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท ชาวนาก็มาจํานํา มาร่วมโครงการ แต่ถ้าสูงกว่าเขาไม่มาจํานําหรอกครับ แม้กระทั่งราคาถูกกว่ายังไม่มาเลยครับ เพราะว่า เงินของราชการจ่ายช้ากว่า นี่ผมพูดตั้งหลายครั้งแล้วนะครับ ฉะนั้นอย่าไปตอบ อายเขาครับ ที่ว่าได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัวอย่าไปตอบเลยอายพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งนโยบายมันก็พลิกเปลี่ยนกันแล้ว ประกันรายได้ขั้นสูงท่านเข้าใจ ๑๐,๐๐๐ บาท นี่คือโครงการประกัน แล้วก็โครงการจํานํา ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท ขั้นตํ่านะครับ ตัวเลขมันก็แตกต่างกันแล้ว ผมถึงถามว่าพี่น้องเกษตรกรอย่าชมกันไปชมกันมาว่า ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ เอาข้อเท็จจริงมาคุยกันครับ แล้วผมบอกเลยวันนี้ถ้าท่านประกาศ ราคาอ้างอิงตํ่าลงมาเพื่อต้องการจะชดเชยชาวนาตอนนี้ ๙๐๐ กว่าบาทใช่ไหมครับ ข้าวเปลือก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ข้าวขาวเราชดเชย ๙๒๖ บาท ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิด ถ้าท่านลดราคาอ้างอิงตํ่าลงมาแล้วเพื่อจะชดเชยให้กับชาวนาเกวียนละหรือตันละ ๙๐๐ กว่าบาท พ่อค้าก็ซื้อตํ่าลงมาอีกละ เขาบอกคุณได้ชดเชยแล้ว นี่คือปัญหานะครับ ท่านแก้ปัญหา ท่านไม่เคยแก้ปัญหาถูกประเด็นเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ตอบเองว่าราคาตลาดโลกแนวโน้มจะดีขึ้นแล้วทําไมไม่ดีล่ะครับ ก็ผู้ส่งออกเป็นผู้กําหนด ราคา ผู้ส่งออกไปผลัดกันซื้อ พอซื้อปุ๊ บผู้ส่งออกไม่ซื้อ โรงสีก็ไม่ซื้อ พ่อค้าก็ไม่ซื้อ วันนี้ ผมคุยกับโรงสีที่เขาไม่อยากจะสต็อกข้าวด้วยเพราะเขาไม่มีความเชื่อมั่นและไม่มี ความเชื่อถือรัฐบาลเลย เขาไม่มีความเชื่อถือเลยครับ ซึ่งแตกต่างกับอดีต ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณบินไปประเทศจีนพ่อค้า เก็งกําไรแล้วครับ ต้องมีอะไรดี ๆ กลับมา ต้องมีโควตา ออร์เดอร์ (Order) ดี ๆ กลับมาแล้ว นี่แตกต่างกันนะครับ ท่านอย่าพูด ชมกันไปชมกันมา ผมไม่เห็นด้วยครับ นี่คือข้อแตกต่าง ที่ผมจะบอกว่าราคาที่พ่อค้า ผู้ส่งออกไม่ซื้อ โรงสีก็ไม่ซื้อ โรงสีไม่ซื้อปุ๊ บมันก็ทํากลไกราคาท้องตลาดตํ่า ถ้าเป็นข้าวสาร ก็เหลือประมาณ ๑๓ บาท ๑๔ บาท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เอาข้าว ออกมาประมูลเพื่อที่จะประมูลกันถูก ๆ นี่คิดได้อย่างไรล่ะครับ ทุจริตหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ราคาก่อนที่จะมีการประมูลกิโลกรัมละ ๑๗ บาท แต่พอท่านจะประมูลกันกิโลกรัมละ ๑๔ บาทกว่า ๆ ท่านอย่าบอกว่าไปปล่อยข่าว ท่านประมูลข้าว ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๕๐๐,๐๐๐ ตันก็มีผลครับ ที่หนังสือพิมพ์ครับ ผมขอบคุณครับที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ออกมาระงับนะครับ ประมูลกันแค่ ๑๔ บาท เพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่ข้าวท้องตลาดก่อนนั้น ๑๗ บาทใช่ไหมครับ แล้วท่านก็ทําให้ราคาท้องตลาด แล้วท่านจะไปตอบสังคมได้อย่างไร ตอบว่า อ๋อ ราคาท้องตลาดแค่ ๑๓ บาท ๑๔ บาทเอง ราคาที่ประมูลไปนั่นแค่ ๑๔ บาท ก็สูงกว่าท้องตลาดนิดหน่อย ท่านคิดได้อย่างไร ถามว่าท่านทุจริตคอร์รัปชันได้กิโลกรัมละ ๑ บาท ๒ บาท ถ้าเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านคิดสิครับ ๑ ตันเท่ากับ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ท่านตอบด้วยนะครับ ผมไม่เจาะเข้าไปในเชิงลึกนะครับ เพราะผมเชื่อว่าต้องมีเพื่อน สมาชิกอภิปรายไม่ไว้วางใจสําหรับตัวเลขและข้อมูล นี่ผมพูดคร่าว ๆ เรื่องผลกระทบ ต่อพี่น้องเกษตรกรที่ทําให้กลไกราคาตกตํ่าอย่างนี้ นี่คือประเด็นที่ ๒ แล้วผมจะถามต่อไป นี่ผมชี้แจงนะครับ เรื่องนโยบายที่บอกว่าประกันรายได้กันนั้นอย่าไปตอบนะครับว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัวที่พี่น้องประชาชนได้ผลประโยชน์ อย่าไปตอบเลยนะครับ คนที่เขาไม่เดือดร้อนเขาไม่มาใช้สิทธินะครับ ผมตอกยํ้าตรงนี้ไปเลยนะครับ แล้ววันนี้ เป็นอย่างไรครับปัญหาในพื้นที่ ปิดถนน อย่าหาว่ามีกลุ่มนายทุนอะไรมาบอกให้ปิดถนน เลยครับ ไม่มีหรอกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นี่ก็หมดเวลาแต่ว่าผม จะต่อให้ครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ขอบคุณท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่อง ที่ท่านตอบไปเมื่อสักครู่นี้ผมก็ชี้แจงให้แล้วครับ และสิ่งที่ผมอยากจะถามคือปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรเลยนะครับ ในเรื่องของการที่ว่า วันนี้เองพี่น้องประชาชนที่ขาดทุน เอกสารอยู่ที่ผมครับ ขายตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์มาขาดทุนนี่ครับ แล้วท่านบอกว่า จะชดเชยให้ มีกลุ่มแกนนําของพี่น้องจังหวัดพิษณุโลกเข้ามาพบท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็บอกว่าจะชดเชย แต่ไม่ได้กําหนดนะครับ เขามาประชุม เดินออกไปห้องสโมสรนี่ ไปกินข้าวที่สโมสรไปเถียงกันนะครับ ไปเถียงกันว่าชดเชยอย่างไร ว่าราคาเท่าไร อะไร คือไม่มีความชัดเจนเลยครับ วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพนับถือนะครับ ท่านช่วยตอบด้วยครับว่าชดเชยเท่าไร อย่างไร เมื่อไร แล้วมีการบอกกันนะครับ แกนนํา กลุ่มผมนี่เชื่อบอกว่าเขาจะชดเชยแค่ ๒ จังหวัด จังหวัดพิษณุโลกกับจังหวัดสุโขทัย ท่านไม่ใช่เป็นนายก อบจ. นะครับ นี่คือนายกรัฐมนตรีนะครับ ต้องดูแลคนทั้งประเทศ จังหวัดนครสวรรค์นี่ท่านมาแล้ วครับ ที่ผมกล่าวไปนี่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งประเทศนะครับ ท่านต้องดูว่าท่านจะชดเชยเท่าไร ราคา อยู่ที่ผม ๕,๐๐๐ กว่าบาท ๖,๐๐๐ กว่าบาทก็มี นี่คือคําถามนะครับว่า ท่านจะชดเชย อย่างไร แล้ วก็เมื่อไร แล้ วก็เท่าไร แล้ วต้ องตอบด้ วยว่ากี่จังหวัดนะครับ จังหวัดกําแพงเพชรด้วยครับ ทุก ๆ จังหวัดเลยครับที่ข้าวออก แล้วสิ่งที่สําคัญนะครับ ช่วงที่ราคาตลาดโลกสูงขึ้นนะครับ ผมถามสิ ทําไมไม่เอาข้าวมาระบาย หรือผลประโยชน์ ไม่ลงตัวหรือครับ แล้วมีตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย เอเฟท (AFET) มีไว้ทําไมครับ ผมถามสิครับ ท่านก็รู้ว่าข้าวตลาดโลกแนวโน้มขึ้นแน่ แล้วสิ่งที่สําคัญ ก็ขึ้นแน่นอน แต่ตอนราคาสูง ๆ ไม่เอามาจํานํา มาจํานําตอนฤดูข้าวชาวนาออก จะมา ขายแข่งกับชาวนานะครับ ชาวนามันเจ็บชํ้ามากครับ ปุ๋ ยก็แพงครับ เจอภาษีนํ้ามันอีก ต้นทุนมันสูงครับ ไหนจะต้องมาเจอเพลี้ยกระโดดอีก ตรงนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายครับ แล้วผม ถามว่าจะชดเชยอย่างไรนะครับ ก็มีท่านเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ ท่านประธานวิปก็มอบหนังสือมาให้ผม มาร้องเรียนนะครับ แล้วก็มีท่านเลขานุการมารับ หนังสือไว้นะครับ มีตั้งหลายจังหวัดครับ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม อะไรด้วยครับ ก็ฝากด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าถามคําถาม ดีกว่าครับ

เชิญตอบครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครับ ที่จริงผมมี ความรู้สึกร่วมกับคุณนิยมหลายเรื่องเลยนะครับ บอกความรู้สึกร่วมกัน ผมทราบดีว่า ท่านนิยมก็เป็นผู้แทนราษฎรนํ้าดีคนหนึ่งที่เป็นห่วงเป็นใยปัญหาของพี่น้อง ไม่เฉพาะ จังหวัดพิษณุโลกครับ เพราะเราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ที่ท่านพูดผมดีใจมากคือ อย่าพูดแทนเฉพาะปัญหาในเขตเลือกตั้งเราอย่างเดียว เพราะเราเป็นผู้แทนปวงชน ชาวไทยต้องรับผิดชอบคนทั้ง ๖๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นปัญหาที่พี่น้อง เช่น ที่จังหวัด พิษณุโลก หรือจังหวัดอื่นทั่วราชอาณาจักร ได้ขายข้าวไปในช่วงที่ท่านนิยมได้ กราบเรียนว่า ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท หรือเท่าไรนี่ คือต้องขายไปก่อนที่จะขึ้นทะเบียน กรมส่งเสริมการเกษตร อันนี้รัฐบาลเขาจะมาพิจารณาดูแลให้ตามระบบที่เรามีอยู่แล้ว ถ้าเขาขายได้ตํ่ากว่าที่ราคาอ้างอิงลดทอนตามคํานวณความชื้นแล้วที่ต่างกันเราก็จะ ชดเชยให้ มันมีสูตรอยู่แล้วครับว่ามันขายตํ่ากว่าราคาที่อ้างอิงเมื่อทอนจํานวนความชื้น แล้วเขาควรจะได้ราคาสักเท่าไร ถ้าเผื่อเขาขายได้ตํ่ากว่านั้นรัฐบาลก็ต้องชดเชยส่วนนั้นให้ แต่ว่าการประชุมเมื่อวันอังคารที่แล้วทางคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ไปรวบรวมตัวเลขทั่วราชอาณาจักรครับ ไม่เฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพื่อนํามาพิจารณา แล้วเอาเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและผมเป็นรองประธาน เพื่อจะดูมาตรการว่าจะชดเชยที่ไหน จํานวนเท่าไร ก็ขอให้มีตัวเลขมาก่อนนะครับ ตอบตอนนี้ไม่ได้ เพราะตัวเลขยังไม่มี แล้วที่ท่านพูดว่า ทําไมต้องมาระบายข้าวในช่วงที่ข้าวออก นั่นก็คิดตรงกันว่าทําไมผมถึงให้ยกเลิก การประมูลไป เพราะว่าราคามันดูน่าเกลียด แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เอง ท่านเป็นคนเสนอผมมาเอง มาเสนอด้วยวาจาว่าประมูลใหม่แล้วราคามันตํ่ากว่าที่ท่าน ประมูลครั้งหลังสุด ได้เกวียนละ ๑๖,๐๐๐ กว่าบาท แล้วท่านบอกมันตํ่าไปท่านสั่งยกเลิก พอมาประมูลใหม่เหลือตันหนึ่ง ๑๔,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านก็เป็นคนบอก ยกเลิกเอง ผมก็เลยให้นโยบายว่าต่อไปนี้ ๓-๔ เดือนห้ามแตะ เพราะว่าถ้ามีข่าวว่า ระบายข้าวคลังหลวงออกมา ราคาข้าวพี่น้องก็จะต้องตกตํ่า เพราะฉะนั้น ๓-๔ เดือนนี้ ห้ามแตะ แล้วก็มาดูจังหวะที่เหมาะสมว่าควรจะระบายกันอย่างไรที่ไม่ให้กระทบกระเทือน ราคาข้าวภายในประเทศ ต้องระบายทีละน้อย ๆ แล้วควรจะใช้เอเฟทให้เป็นประโยชน์ อย่างที่ท่านนิยมพูด อันนี้สําคัญนะครับ คือทุกคนไม่พยายามใช้เอเฟท เอเฟทมันยุติธรรม ที่สุด เพราะมันทําให้การซื้อขายที่เปิดเผย ประมูลกันโดยการเปิดเผย แล้วราคาเอเฟท มันก็จะอ้างอิงราคาของตลาดโลกมันทอนลงมา มันก็จะมีราคาอ้างอิง เพราะฉะนั้น การระบายข้าวโดยผ่านเอเฟทมันจะเป็นประโยชน์มาก แล้วก็เราไม่ควรระบายมาก เราระบายทีละไม่มากอย่าให้กระทบกระเทือนราคาข้าวภายในประเทศของชาวนา นั่นก็คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียน แล้วก็ทางโรงสีที่ไม่ค่อยรับซื้อ ผมได้ประชุมกับโรงสีว่า คณะกรรมการโรงสีก็ขอความร่วมมือให้เขาไปรับซื้อ เขาก็บอกว่าเขาขาดสภาพคล่อง ผมก็ติดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็รายงานผมเมื่อกี้ก็พร้อมที่จะให้โรงสีไปกู้เงินกับธนาคาร โดยกระทรวงการคลังจะชดเชย ให้อัตราดอกเบี้ยประมาณสัก ๒ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เขามีสภาพคล่องมากขึ้น แล้วก็ เขาจะได้ช่วยกันไปซื้อข้าวชาวนาในราคาที่สูงขึ้น ผมกราบเรียนผมมีความรู้สึกว่าเขาให้ ความร่วมมือดีเขาก็อยากช่วย เขาอยากช่วยเพราะว่าชีวิตพวกเขามีโรงสีได้ก็เพราะว่า เลือดเนื้อของชาวนา เวลาชาวนาลําบากคุณไม่ช่วย คุณก็ใจดําเกินไป เพราะฉะนั้น คุณต้องช่วย นี่คือสิ่งที่ผมพูดกับเขา เขาก็ยินดีจะช่วย ตอนนี้เราตั้งจุดรับซื้อไปแล้วทั้งหมด ๒๑ จุดประมาณสัก ๑๐ จังหวัด แต่ว่าพยายามเพิ่มให้มากขึ้น เดี๋ยวผมขอร้องให้ทาง สมาคมโรงสีเข้าสู่โครงการให้มากขึ้นและช่วยกันรับซื้อพี่น้องชาวนาคาดว่าจะดีขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณท่าน ส.ส. นิยมที่ได้กรุณาเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรเช่นกัน ในส่วนที่ท่านถามมาท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ตอบไปแล้วในรายละเอียดเรียกว่า น่าจะเข้าใจได้นะคะ ในส่วนของดิฉันอาจจะมีนิดหน่อยก็จะขอเสริมในเรื่องของเอเฟท ก็ถือว่าเป็นตลาดระบายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ซึ่งก็เห็นด้วยในแนวทางของท่านในเรื่อง ของความโปร่งใสนะคะ ตรงนี้ก็เห็นด้วย แต่ว่าเนื่องจากว่ากระทรวงพาณิชย์ในช่วงนี้ เรามองอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงนะคะ การระบายสินค้าเกษตรโดยเฉพาะ เรื่องข้าวตอนนี้ออกมาแม้ว่ามันจะดูดี แต่ว่าในเชิงจิตวิทยาวันนี้การระบายที่จะผ่านตลาด เอเฟทก็คงจะต้องชะลอไป แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าเราก็มีการระบาย ในเอเฟทมาแล้ว ๒ ลอต (Lot) แล้วก็ยังมีข้าวเหลืออยู่อีก ๓๐๐,๐๐๐ รวมถึงข้าวเปลือก ที่เราตั้งโต๊ะเข้าไปรักษาเสถียรภาพก็จะทยอยที่จะมาระบายในตลาดเอเฟท แต่อย่างที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดในช่วงนี้เราอาจจะต้องชะลอไว้ก่อนว่าการระบาย แม้กระทั่ง ในส่วนของตลาด แล้วก็เอเฟทนี่คงต้องรอนะคะ แต่เรื่องของการระบายที่ยกเลิกไป ก็ต้องกราบเรียนนะคะว่าเราก็มองว่าราคานี่มันยังไม่เหมาะสม ขอให้ท่านเข้าใจด้วย กระทรวงพาณิชย์ก็มีหน้าที่ดูภาพรวมในเรื่องของตลาด เพราะฉะนั้นเมื่อทางกรมการค้า ต่างประเทศมองว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมเขาก็จะพิจารณาขึ้นมา แต่ว่าไม่ได้ หมายความว่าการไม่ระบายหรือการจะระบายนี่มีเรื่องของการไม่ชอบมาพากล ก็ต้อง ขอเรียนยํ้าว่าเรื่องเหล่านี้ในฐานะที่ดิฉันมากํากับดูแลก็ยํ้าเสมอว่าจะต้องให้รัฐ ได้ประโยชน์สูงสุด ขอขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เกินเวลาไป เกือบ ๑๐ นาทีแล้วนะครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เหลืออีกคําถามเดียวครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบก็ถือว่าตรงประเด็น แล้วก็ท่านรับข้อมูล ข้อเท็จจริงว่าสาเหตุมาจากอะไร ๆ เพราะอย่าลืมสิครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า วันนี้เองแม้แต่ข้าวสารถ้าคิดกลับไปกลับมานี่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าถามดีกว่าครับ เวลามันเลย

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ผมจะถามครับ กิโลกรัมละ ๑๔ บาท ๑๕ บาทที่ท่านประมูลกัน แต่ข้าวถุงในตลาด ๒๐ กว่าบาท ๒๗ บาท ๒๘ บาท นี่มันเป็น ข้อเปรียบเทียบที่ทําให้ชาวนารู้ครับ เอาละครับ คําถามที่ ๓ คําถามสุดท้ายนะครับ ระยะยาวนี่ท่านจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างไร นี่คือระยะยาวนะครับ และ สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นนโยบายที่ท่านบอกว่าดีนักดีหนาท่านจะปรับปรุงอย่างไร และ เปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลง ผมไม่ค่อยซีเรียส (Serious) แล้วครับ เพราะวันนี้ ท่านจะทําอย่างไรท่านก็ทําไปเลยนะครับ แล้วพี่น้องประชาชนเกษตรกรจะเป็นคน ตัดสินเอง นี่คือคําถามแรก

แล้วคําถามที่มีปัญหาทุกวันนี้เรื่องเพลี้ยกระโดด ที่มีนโยบายนะครับ ผมฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีเลยนะครับที่จะเอาเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ เคยถามพี่น้อง ประชาชนไหม เขามีส่วนร่วมไหมว่าเขาจะไถทิ้งนี่ แล้ววันนี้ดินมันไม่ใช่เหมือนภาคอีสาน นาในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน เขาทําไปไถไป ทําไปไถไป ไม่เป็นฤดูนะครับ นา ๑ แปลงเขาทําได้ ๓ ครั้ง แล้วนโยบายบอกว่าวันที่ ๒๓ นี้จะให้มีการไถทิ้งแล้วชดเชย ให้ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ผมถามอย่างนี้ครับเพลี้ยนี่มันมีแข้ง มีขา มีปีกไหมครับ คนที่ไถนี่ ชดเชย ๒,๐๐๐ กว่าบาทมันก็กระโดดบินไปอีกแปลงหนึ่ง มันก็ยิ่งไปอีก ไม่ใช่หรอกครับ มันแก้ปัญหาปลายเหตุ ผมเสียดายเงินภาษีพี่น้องประชาชน แล้วกู้มาด้วย ผมเสียดาย เพราะวันนี้เองถ้าท่านบอกว่าท่านใช้ระบบคอมมิวนิสต์บอกว่าต้องไถทั้งหมด อย่างนี้โอเค ผมเห็นด้วย แต่ชาวนาที่เขาทําไปแล้วเขาไม่ไถนี่ แล้วเพลี้ยนี่มันกระโดดได้แล้วครับ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วครับ เพลี้ยกระโดด แล้วแปลงนี้ไถมันก็กระโดดไปแปลงนี้ บินไป แปลงนี้ อย่างนี้มันไม่ใช่แก้ปัญหานะครับ ที่จะแก้ปัญหาตัดวงจร ผมว่ามันเป็นการสร้าง วงจรทุจริตมากกว่า ผมกราบเรียนให้ทราบเลย เพราะฉะนั้นอยากถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าแนวทางการแก้เพลี้ยกระโดดนี่คิดให้ดีนะครับ ผมเสียดาย เม็ดเงินภาษี แล้วกู้มาด้วยครับ แล้วก็สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นก็ขอฝากไว้ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ ด้วยข้อเท็จจริง ๒-๓ ประเด็นที่ผมเสนอผมอยากให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีนําไปคิด และนําไปวิเคราะห์ให้ดีครับ อย่าไปคิดนะครับว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวอะไร เลิกคิด เถอะครับ นี่คือข้อเท็จจริง ก็คงฝากไว้เพียงเท่านี้ เรื่องเพลี้ยกระโดด และเรื่องแก้ปัญหา ระยะยาวนี่ท่านจะแก้อย่างไร จะบริหารการจัดการอย่างไร เพื่อจะให้พี่น้อง ภาคการเกษตรอยู่ได้ แล้วก็อยู่ได้อย่างยั่งยืน ผมเชื่อนะครับถ้าพี่น้องภาคการเกษตรอยู่ได้ ร้านค้าร้านขายในตลาดนี่อยู่ได้หมดครับ เพราะเขามีเงินเหลือ ไม่ต้องไปแก้หนี้นอกระบบ ให้กับพี่น้องเกษตรกรหรอกครับ ถ้าขายข้าวได้เกวียนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทนี่ แล้วมีหนังสือที่ร้องเรียนมาให้ผมพอผมยื่นกระทู้ถามสดนี่เรื่องร้องเรียนเยอะแยะ ขยายได้ไหมครับเพดานประกันราคาที่ตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท เพดานขั้นสูงที่ว่าพี่น้อง เกษตรกรที่ได้รับขยายไป ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาทได้ไหมครับ แล้วก็พอหักราคา อ้างอิงออกมาแล้ว ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๖ เปอร์เซ็นต์มันไม่เหลือหรอกครับ ก็ไปซื้อกันแค่ ๗,๐๐๐ บาท ชาวนาไม่มีโอกาส แล้วผมอยากจะถามว่าต้นทุนท่านรู้ไหมครับว่าชาวนา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามแล้วถามอีกเรื่องนี้

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

หักต้นทุนแล้วไร่ละเท่าไร ไปบอกว่า ไร่ละ ๗,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท อยู่ไม่ได้หรอกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผิดเวลาเขาเยอะแล้ว

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เพราะตอนนี้เจอเพลี้ยกระโดดนะครับ เอาละครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ฝากไว้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับอาจารย์ และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคน่านด้วยความยินดีครับ

จะตอบไหมครับ ไม่ตอบ ความจริงเวลามันเกินไปเยอะ แล้วก็อีก ๒ กระทู้ถามสด

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม ไตรรงค์ จริง ๆ จะตอบเรื่องนโยบายระยะยาวนี่ผมอยากพูดมาก แต่เวลาไม่มี ตั้งแต่ เรื่องชลประทาน เรื่องระบบราคาต่าง ๆ นี่ผมอยากพูดมาก แต่เวลามันไม่มี ไว้โอกาสอื่น ผมจะตอบนะครับ แต่ว่าเรื่องเพลี้ยกระโดดนี่ผมไม่ทราบจริง ๆ เรื่องเทคนิคนี่ แต่ว่าเพลี้ย มันก็กระโดดจริง ๆ อย่างที่ท่านว่ามันกระโดดได้ ที่ประเทศไต้หวันเวลาเขาแก้ปัญหา ผมไปศึกษามา เวลาเขาแก้ปัญหาเช่นเรื่องหนูนานี่ เขาจะแก้พร้อมกันไปในอาทิตย์เดียว ทั้งประเทศเลย ทําพร้อมกันเลย เพราะไม่อย่างนั้นหนูนามันก็กระโดดได้เหมือนเพลี้ย ถ้าแก้เฉพาะจังหวัดนี้มันก็กระโดดไปอีกจังหวัดหนึ่ง อย่างแปลงข้าง ๆ นี่เขาทํา พร้อมกันที่ประเทศไต้หวัน แล้วได้ประโยชน์ครับ เรื่องเพลี้ยกระโดดนี่ขอฝาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็แล้วกันนะครับ ช่วยนําความคิดเห็นของท่านนิยม ไปพิจารณาด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามสดที่ ๑ นะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ขอครึ่งนาทีเท่านั้นเองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออีก ๒ กระทู้ถามสดนั้น จะไม่มีการถ่ายทอดนะครับ เพราะว่าเวลามันจะหมดครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ คือจะขอเชิญ ท่านไตรรงค์อย่าเพิ่งกลับไปไหน อยู่ก่อน เพราะว่าเราจะมีญัตติเข้าไป ผมเองอยากจะ เชียร์ท่าน ท่านเพิ่งมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีนี่ วันนี้ท่านตอบกุกกักมาก เข้าใจว่ายังไม่ได้ เติมนํ้ามันครับพี่ชายของผมนี่ ตอนบ่ายเติมนํ้ามันจะได้ตอบลื่น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงเถอะ ๆ พอแล้ว พอแล้ว พอแล้วครับ ให้กระทู้ถามสด กระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอเชิญท่านไว้ครับ ท่านประธาน ขอเชิญท่านไว้ด้วย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเวลามันหมดครับ เวลา มันหมดไป

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะ ๒ คนนี้มีปัญหาอยู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกินไป ๒๐ นาทีแล้ว ชั่วโมงหนึ่ง ๓ กระทู้ถามสด ทีนี้กระทู้ถามสดแรกไปแล้ว ๔๐ นาทีครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

กระทู้ถามสดแรกไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน แต่ว่าวันนี้เราจะมีญัตติสําคัญเรื่องชาวนา จึงขอให้ท่านนี่อยู่ช่วยให้ ฝ่ายรัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงก่อนเถอะครับ เชิญกรุณานั่งลงเถอะครับ คนที่เขาจะถามกระทู้ถามสดเขาไม่มีโอกาสได้ถามสักทีนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครสวรรค์ เชิญนั่งลงครับ

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๓ ส. เรื่อง การบริหารรัฐวิสาหกิจของ กระทรวงคมนาคม (นายไชยยศ จิรเมธากร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามสด) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

เจ้าของกระทู้ถามสดเชิญถามครับ

นายไชยยศ จิรเมธากร อุดรธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยยศ จิรเมธากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเดิมทีตั้งใจจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องรัฐวิสาหกิจหลาย ๆ รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม แต่ว่าเนื่องจากว่ามี กระทู้ถามทั่วไปถามเรื่องการบินไทย แล้วท่านบอกไว้ว่าเดี๋ยวท่านจะมาตอบ ในกระทู้ถามสดของผม แล้วก็ท่านยังตอบไว้ไม่ชัดเจน ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่า การบินไทยถ้าเราไปเปิดดูในเว็บไซต์ (Web site) ของการบินไทย การบินไทยประกาศตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าการบินไทยนั้นเป็นสายการบินแห่งชาติ ซึ่งจริง ๆ ครับเป็นสายการบินแห่งชาติ เจตนารมณ์ของการตั้งคือการยุบรวมบริษัท การบินไทย กับบริษัท เดินอากาศไทย จํากัด เข้ามา โดยมีพันธกิจทางสังคมว่า จะให้บริการการคมนาคมทางอากาศของพี่น้องประชาชนภายในประเทศ ท่านประธาน ผมยอมรับว่าที่ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ไม่ว่าจะเป็ นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขึ้นมาบอกว่า การบินไทย เป็นบริษัทมหาชนในปัจจุบันนั้นต้องการทํากําไร ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่า จริงอยู่กําไรนั้นต้องมี แต่ว่าความรับผิดชอบต่อพันธกิจของสังคมจุดการก่อตั้งก็ต้องมี ในขณะเดียวกันครับ ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่า สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผมเห็นใจครับ เราเป็นนักการเมืองด้วยกัน บางครั้งข้อมูลที่ท่านได้รับ กับข้อมูลที่พี่น้องนักการเมืองหรือพี่น้องประชาชนได้รับนั้นอาจจะไม่ตรงกัน ผมต้อง กราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า มีการกล่าวอ้างกันว่าที่จําเป็นจะต้องยกเลิก เที่ยวบิน ยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดอุบลราชธานี มีการบอกกันว่าเดือนมีนาคมยกเลิก เที่ยวบินจังหวัดอุบลราชธานี เดือนเมษายนยกเลิกเที่ยวบินจังหวัดอุดรธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่า ผมยกตัวอย่างเรื่องจังหวัดอุบลราชธานี เที่ยวบินของ จังหวัดอุบลราชธานีข้อมูลที่ท่านได้รับ ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง จังหวัดอุบลราชธานี ผลการประกอบการที่กล่าวอ้างกันว่าขาดทุนนั้นผมไปดูแล้วครับ ผลการประกอบการกําไรอยู่ ทํากําไรอยู่ได้รายได้ทั้งหมดอยู่ ๒๔๐ ล้านบาท มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่ ๒๐ ล้านบาท เป็นเพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนถามท่านประธานว่าอย่างนั้น เรียกว่าขาดทุนหรือครับ ท่านประธานครับ ทําไมมันขาดทุน การขาดทุนที่มากล่าวอ้างกัน ก็เพราะว่ามีเจตนาหรือเปล่าที่จะทําให้เส้นทางเหล่านี้ขาดทุนเพื่อมีการถ่ายโอนไปยัง บริษัท สายการบินนกแอร์ จํากัด ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมจะกราบเรียนในคําถาม ต่อไปว่า การก่อตั้งนกแอร์มันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นของการบินไทย คณะกรรมาธิการ การคมนาคมสมัยก่อนทักท้วงกันอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าผู้บริหารไม่เคยยอมรับฟัง สภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าทําไมมันถึงขาดทุน ตัวเลขที่จะยุบเลิกของ สายการบินจังหวัดอุบลราชธานีมันไม่ขาดทุนอย่างไรครับ ก็เดิมตามสเกดูล (Schedule) ของมันหรือว่าตามตารางการบินของมันใช้เครื่องบิน ๗๓๗ ลําตัวแคบ ซึ่งมีอยู่ ๑๐๐ กว่าที่นั่ง ทําให้มีผู้โดยสารอยู่ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจํานวนที่นั่ง หรือที่เรียก กันว่า เคบิน แฟคเตอร์ (Cabin Factor) ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขมันไม่มีทางขาดทุน ไปได้ แต่พอวันที่จะต้องการจะยกเลิกการบินไทยเที่ยวบินที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ เอาแอร์บัส เอ ๓๐๐ (Airbus A300) ๒๐๐ กว่าที่นั่งไปบิน เพียงเพื่อ อะไรครับ เพียงเพื่อให้เห็นว่าตัวเลขเคบิน แฟคเตอร์มันเปลี่ยนไป ท่านประธานครับ วันนี้ ออกมาบอกกันว่าการบินไทยจะบิน จะรับผิดชอบบินจังหวัดอุบลราชธานี ๑ ไฟลท์ (Flight) อีก ๒ ไฟลท์ให้นกแอร์ ผมไปตรวจสอบดูครับ สิ้นซีซัน (Season) นี้ คือสิ้นเดือนนี้ สเกดูลหรือว่าตารางบินครั้งต่อไปของการบินไทยไม่มีแล้ว ณ เวลานี้ไม่มีของการบินไทย ที่จะบินไปจังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ นอกจากนี้มันมีส่อพิรุธอีกหลายอย่าง มันส่อพิรุธอย่างไร เครื่องบินปกติตั๋วของเครื่องบินจะมีอยู่ ๕ ประเภท ไม่ต้องไปไล่ ราคาเต็มอันอื่นหรอกครับ แต่ว่ามันจะมีประเภทที่ขายที่เขาเรียกว่า ฟิกซ์ (Fix) วันที่ และเวลาบิน คือซื้อเป็นตั๋วราคาถูกแล้วก็จะเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าหากเปลี่ยนก็คือทิ้งตั๋ว ทําออกมาเพื่อต่อสู้กับโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ (Low cost airline) ทั้งหลาย วันนี้ของจังหวัด อุบลราชธานีหายไปแล้วครับ พยายามขายตั๋วราคาเดียวเพื่อบีบให้คนไปใช้สายการบิน โลว์ คอสท์แล้วก็จะได้เอาตัวเลขเหล่านี้มา ท่านประธานครับ จังหวัดอุดรธานี ต้องขออนุญาตพูดถึงจังหวัดตัวเองนิดหนึ่ง วันนี้เดี๋ยวก็บอกว่าจังหวัดอุดรธานีบิน เดี๋ยวก็บอกว่าจังหวัดอุดรธานีไม่บิน วันนี้ทั้งเจ้าหน้าที่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งเจ้าหน้าที่ ที่จังหวัดอุดรธานี รวมทั้งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีของท่านรองนายกรัฐมนตรีที่บังเอิญ ขึ้นมานั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ต้องขออนุญาตพาดพิงท่านนิดหนึ่ง ไม่ได้เสียหายครับ กําลัง ระสํ่าระสายเพราะว่าอะไรครับ เขาไม่รู้อนาคตว่าเดือนข้างหน้าเขาจะถูกเลย์ออฟ (Layoff) หรือว่าถูกปลดออกจากงานหรือเปล่า ท่านประธานครับ สายการบินไทย เป็นสายการบินแห่งชาติ เวลาที่ไปใช้สิทธิการบินต่าง ๆ เรียกร้องว่าความเป็นสายการบิน แห่งชาติ เอาคําว่า สายการบินแห่งชาติ ไปใช้สิทธิในการขอสิทธิการบินกับประเทศต่าง ๆ แต่พอถึงเวลาเหล่านี้ท่านรับผิดชอบกับมันแค่ไหน ท่านรับผิดชอบกับการลงทุนของพี่น้อง ประชาชน หอการค้าทั้งหลายแค่ไหน จังหวัดอุดรธานีมีการบิน เดี๋ยวนี้เขาเริ่มทํากัน ฝ่ายเอกชน หอการค้า การท่องเที่ยว เขาทําอะไร เขาไปเซ็นสัญญาเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ร่วมการท่องเที่ยวกัน เป็นรูท (Route) การท่องเที่ยวมรดกโลก ไม่ว่าจะจากหลวงพระบาง มาจังหวัดอุดรธานี จากจังหวัดอุดรธานีต่อไปจะไปเสียมเรียบ จะไปประเทศเวียดนาม ไปฮาลองเบย์ ไปดานัง ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันหยุดหมด ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า วันนี้สิ่งที่เขาลงทุนไปใครรับผิดชอบ สิ่งที่เขาพยายามทํากัน ใครจะรับผิดชอบ ท่านประธานครับ มาบอกกันว่าเครื่องบินนี่การบินไทยไม่มีเครื่องบิน พิสัยใกล้เพียงพอจําเป็นต้องให้นกแอร์ ท่านครับ ในสภาแห่งนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์กระทรวงคมนาคมเพิ่งมาขอความเห็นชอบจาก พวกเราไป จากรัฐสภาไป เพื่ออะไรครับ เพื่อไปทําความตกลงสายการบินระหว่าง การบินไทยสายกรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ ผมกราบเรียนถามท่านประธานหน่อยครับว่า กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ ท่านประธานทราบไหมครับว่ากรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ กับ กรุงเทพฯ-อุดรธานี มันห่างกันแค่ ๕ นาทีการบิน แต่ราคาต่างกันเยอะแยะ แล้วไม่มี คนที่ไหนครับ ท่านประธานถ้าไปดูให้ดี จังหวัดอุดรธานีกับเวียงจันทน์นี่ครับ นั่งเครื่องบิน ไปจังหวัดอุดรธานี ๑,๓๐๐ บาท นั่งเครื่องบินไปกรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ ๙,๐๐๐ กว่าบาท ต้องเดินทางอินเตอร์ แล้วจากจังหวัดอุดรธานีไปนี่นั่งรถไปอีก ๒๐ นาทีถึงเวียงจันทน์ แล้วครับท่านประธาน ไม่มีใครจ่ายเงินแตกต่างกัน ๘,๐๐๐ กว่าบาทเพื่ออันนี้หรอกครับ ผมถามหน่อยครับว่าแล้วถ้ามันขาดทุนขึ้นมาอีก ผู้บริหารการบินไทยพร้อมจะ รับผิดชอบไหม ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้บอกว่าจะมีอยู่แค่นี้ ๓ จุดที่ผ่านไปแล้ว จริงหรือเปล่าครับท่านประธานว่า เมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วได้มีการประชุมกันของผู้บริหาร การบินไทยกําหนดมาอีกครับว่าเดี๋ยวจะยกเลิกเที่ยวบินจังหวัดขอนแก่น อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดอุดรธานี ยกให้นกแอร์ ถามว่าทําไมครับ เพราะมันมีข้อครหา ข้อครหาเดิมบอกว่าจะยกเลิกที่จังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดอุบลราชธานี รูทการบิน จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานีมันห่างจากกรุงเทพฯ ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร มันทํากําไร จังหวัดขอนแก่น ต้องกราบขอประทานโทษพี่น้องจังหวัดขอนแก่นด้วย ไม่ได้เจตนา ให้ยกเลิกที่จังหวัดขอนแก่น แต่ยกตัวอย่าง เพราะเขากําลังจะยกเลิกของท่าน ผมต่อสู้ ให้พวกท่านด้วย ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะพวกนี้ทํากําไร จังหวัดขอนแก่น มันบินแค่ ๔๐๐ กิโลเมตร โดยลักษณะของการบินมันไม่ทํากําไร นกแอร์ถึงไม่ยอมเอา แต่เมื่อมีข้อครหาออกมามากมายจากฝ่ายต่าง ๆ ก็เลยจําเป็นที่จะต้องบอกว่าอย่างนั้น คุณเอาที่จังหวัดขอนแก่นไปจริงหรือเปล่า แล้วเอาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปเสีย เอาที่อําเภอหาดใหญ่ไปด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมถามหน่อยครับว่าถ้าท่านยกเลิก เที่ยวบินต่าง ๆ เหล่านี้ ทรัพย์สินที่ท่านโอนมาจากบริษัท เดินอากาศไทย จํากัด ทั้งหลาย ท่านจะเอาไปไว้ที่ไหนครับ ผมถามท่านประธานว่าวันนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าท่านไชยยศครับ มันไปครึ่งของเวลาแล้ว ตั้งคําถามเลยครับ

นายไชยยศ จิรเมธากร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ มันเป็น อารัมภบท ท่านประธานผมขอสั้น ๆ นิดเดียวครับ เดี๋ยวผมจะเข้าคําถามเลย ผมเรียนถาม ว่าวันนี้กระบวนการทั้งหมดมีข้อครหาว่ามีการไซฟอน (Syphon) กัน เพื่อที่จะถ่ายโอน ผลประโยชน์ กําไรทั้งหลายไปให้นกแอร์ แล้วต่อไปอาจจะมีผู้บริหารหลายคนได้รับ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากนกแอร์ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ ตั้งแต่ที่ผมถามมาแล้ว แล้วผม ถามว่าวันนี้ค่าเช่าที่ให้นกแอร์เช่าไปนี่ครับ เช่าไปในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็นในตลาดโลก ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ แล้วสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ทั้งการบินไทยต้องไปทํา โฆษณาการท่องเที่ยวต่าง ๆ สเตชัน (Station) ต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทยร่วมกับ ททท. นั้นกลายเป็นโฆษณาแฝง เพื่อให้กลายเป็นผลประโยชน์ของ นกแอร์หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ บอกว่าให้คนจังหวัดอุบลราชธานีหรือที่อื่นไปซื้อ ตั๋วเครื่องบินนกแอร์ได้ แล้วใช้ไมเลจ หรือว่าสะสมระยะทางการเดินทางที่เราเรียกกันว่า อาร์โอพี (ROP) ของการบินไทยได้ ผมถามว่าการบินไทยได้อะไรครับ นกแอร์มีแต่ได้ นกแอร์ขายตั๋วใช้ไมเลจของการบินไทยได้ เวลาเขามาขึ้นตั๋วไปต่างประเทศใครเป็นคน รับผิดชอบ การบินไทย การบินไทยถือหุ้นอยู่ในนกแอร์อยู่จํานวนเท่าไรครับท่านประธาน ผมถามอีกข้อเดียวครับในคําถามนี้ ผมถามว่า ถ้าทุกคนบริสุทธิ์ใจอย่างจริงจัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล้าเสนอ กฎหมายเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ไหมครับ เหมือนกับที่รัฐมนตรีทั้งหลายเป็นรัฐมนตรีแล้ว ไปเป็นผู้บริหารบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) แล้วภายใน ๕ ปี ห้ามไม่ให้ไป ดํารงตําแหน่งในสายการบินอื่น ๆ ภายในประเทศไทยได้ไหมครับท่านประธาน คําถามที่ ๑

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมตอบครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมขอลําดับให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ได้ทราบนิดหนึ่ง ในการทําหน้าที่ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมรับตําแหน่ง ๑ ปีที่ผ่านมา ก้าวแรกที่มาทํางาน วิกฤติแรกที่ทําก็คือการแก้วิกฤติการบินไทย ซึ่งตัวแดง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนั้นอย่าว่าแต่โบนัสครับ แม้แต่เงินเดือนก็ไม่มีเนื่องจากมีวิกฤติอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือปัญหาของภาวะเศรษฐกิจของโลก เรื่องที่สอง ก็คือภาวะการเมืองของประเทศไทย ลามไปจนถึงการปิ ดสนามบิน ผมกราบเรียนว่าเป็ นภาระที่ผมต้องมาแก้ไข ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่ใช่ผลงานของผมทํามา แต่สิ่งที่ผมแก้ผมมาตั้งคณะกรรมการ ฟื้นฟูบนหัวข้อว่าต้องไปลดรายจ่ายแล้วเพิ่มรายได้ขึ้นมา สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือวันนี้ ถึงแม้ว่ารายได้ของการบินไทยจะลดลง ปี ๒๕๕๒ เรามีรายได้ ๒๐๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท รายได้ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เรามีเงินที่เป็นรายได้ของการบินไทย ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตํ่ากว่าปี ๒๕๕๑ แต่ทําไมถึงมีรายได้ซึ่งเป็นกําไร ซึ่งประกาศว่าเรามีกําไรที่เป็นของ การบินไทยที่พูด ณ ขณะนี้ว่า ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เนื่องจากเราไปลดรายจ่าย ตลอดระยะที่ผมเองผมไม่ได้ปกป้ องการบินไทย เหมือนว่าผมอยู่ในฐานะรัฐมนตรีไล่บี้กัน ตั้งแต่สิทธิประโยชน์ ในอดีตไม่มีใครไปแตะต้องครับ ผมไล่บอกว่าถ้าอยากให้การบินไทย ประหยัดคุณผู้บริหารต้องทําตัวเป็นแบบอย่าง ไล่ตั้งแต่บอร์ด เคยบินฟรีกันปีละ ๑๕ ครั้ง บวกผู้ติดตาม ๑๕ ครั้งก็ ๓๐ ครั้ง ผมให้ลดลงครึ่งหนึ่งก็บอกไปลดมา การลดต่าง ๆ เราจะเห็นชัดเจนว่าเงินที่มีผลประกอบการลดลง แต่มันมีกําไรแสดงว่ากําจัดเรื่อง คอร์รัปชันทุจริตลงได้มันถึงมีกําไร ฉะนั้นจึงแสดงถึงความจริงใจที่ผมปฏิบัติต่อการกํากับ ที่ผมมีต่อการบินไทย และผมเรียนในภาพรวมให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ได้ทราบ ส่วนเรื่องการบริหารการบินไทย ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่า วันนี้การบินไทยมีภาระที่ต้อง บริหารทั้งการบินที่แข่งขันกับนานาชาติซึ่งเราได้กําไร แต่การบินที่เราบริหารการบิน ที่บินอยู่ในประเทศเราขาดทุนครับ ผมจึงตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกที่ผ่านมาว่า วันนี้ แม้ว่าเราเองการบินไทยจะเป็นสายการบินแห่งชาติ แต่เราก็ต้องดูผลประกอบการ ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้ที่ไหนเดือดร้อน จังหวัดอุบลราชธานีก็เดือดร้อนเพียงแต่ว่า เปลี่ยนจากคําว่า การบินไทย ไปใช้ นกแอร์ ส่วนที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ ที่เห็นแผนการบินทั้งหมด ผมในฐานะที่รับผิดชอบนโยบาย ฝ่ายผู้บริหารมาเสนอแผน ผมไม่ได้เห็นด้วยทุกเรื่อง ฉะนั้นที่บอกกล่าวว่าจังหวัดอุดรธานีจะยกเลิกก็ไม่มี ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ต้องไปฟังใครครับ ก็เป็นโอกาสดีที่กระผมเองมีโอกาสได้กราบเรียนชี้แจงต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิกว่า วันนี้ที่มีการเปลี่ยนเส้ นทางการบินก็มีที่ จังหวัดอุบลราชธานี มีที่จังหวัดพิษณุโลก แล้วมีที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนยอมด้วยเหตุผล ยอมด้วยเหตุผลก็คือจังหวัดพิษณุโลกเป็ นระยะทางที่สั้น ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนเราก็บอกว่าการเพิ่มความถี่จะเป็นประโยชน์ การบริหารซึ่งมี ความคล่องตัวของบริษัทเอกชนจะมีประโยชน์ ผมเรียนว่าทําไมเราถึงพูดว่าต้นทุน การบินไทยมันสูง การบินไทยก็กึ่งราชการ บริษัทมหาชนก็กึ่งราชการ คนที่เขารับตําแหน่ง มันก็ขึ้นเงินเดือนตามปี ตามเดือน ฉะนั้นมันต่างกับเหมือนที่บริหารแบงก์พอถึงระดับหนึ่ง แบงก์ก็พยายามบีบให้ผู้บริหารที่มีเงินเดือนสูง ๆ ออกไป ฉะนั้นการบินไทยทําไม่ได้ ก็เพียงแต่เออร์ลี รีไทร์ (Early retire) ตามกฎหมายที่มีอยู่ ฉะนั้นผมเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิก นโยบายที่กระทรวงคมนาคมมีคือการบริการพี่น้องประชาชนที่เดินทาง ทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอุบลราชธานีไม่ให้เดือดร้อน ถึงแม้จะเปลี่ยนเครื่องบิน ที่เป็นนกแอร์มาตรฐานต้องได้ ราคาต้องได้ กําหนดเวลาเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องกํากับ นี่ผมเรียนท่านเพิ่มเติมว่า ตลอดเวลาที่ผมรับผิดชอบบริหารกํากับการบินไทยอยู่ เราเพิ่ง ขึ้นค่าโดยสารครั้งแรกครั้งเดียว ขึ้นในสายเชียงใหม่ ขึ้นสายอุบลราชธานี นั่นเพิ่งขึ้นไม่ใช่ ขึ้นมาตลอด ก็เรียนว่าท่านบอกว่าข้อมูลที่ผมได้รับจะไม่เป็นจริง ผมก็ต้องตรวจสอบ ฉะนั้นผมก็ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่ท่านพูดหรือผมพูด ผู้ที่ชี้แจงให้ข้อมูลเป็นเท็จ ต่อผู้บังคับบัญชาก็ผิดอยู่แล้ว ฉะนั้นวันนี้ยืนยันต่อท่านประธานและท่านสมาชิกว่า สายการบินที่มีการเปลี่ยนแปลงก็คือ สายการบิน ๓ สายที่ผมกราบเรียนแล้ว ส่วนที่ ท่านบอกว่าจะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ต่อนกแอร์ก็คงไม่ใช่ เพราะว่าวันนี้บริษัท สายการบินนกแอร์ จํากัด การบินไทยถือหุ้นอยู่ ๓๙ เปอร์เซ็นต์และธนาคารกรุงไทยถือหุ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็จะเพิ่มทุนที่จดทะเบียน ฉะนั้นในอดีตลูกกับแม่ ก็คือบริษัทลูก กับบริษัทแม่เขาแข่งกันที่ท่านทราบก็คือผลกําไรลดลง ก็แข่งกันเจ๊ง ภาษาง่าย ๆ ฉะนั้น ผมก็กราบเรียนท่านประธานไปว่า วันนี้กระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะบริหาร จัดการ ส่วนที่ท่านพูดถึงเรื่องความไม่ชอบมาพากลก็ต้องตรวจสอบต่อไป ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านไชยยศ คําถามที่ ๒ ครับ

นายไชยยศ จิรเมธากร อุดรธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ คือผมต้องเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก่อนว่าเรายืนอยู่ข้างเดียวกัน ท่านรัฐมนตรี ผมไม่ได้ ตําหนิอะไรท่าน แต่ผมบอกว่าข้อมูลนี้ท่านอาจจะได้ไม่ตรงกันกับพวกผม ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรียังยืนยันว่าหลายเส้นทางบินที่ต้องยกเลิก ผมก็ยังยืนยันเหมือนกันครับว่า มันไม่ได้ขาดทุนตามที่ท่านรัฐมนตรีว่า ไม่ได้ข้อมูลที่ท่านรัฐมนตรีว่า ผมถือ ผลประกอบการของสายการบินจังหวัดอุดรธานี ของจังหวัดอุบลราชธานีผมตอบไปแล้ว ของจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ผู้โดยสารการบินไทย ๑๑,๔๐๐ คน นกแอร์ ๔,๙๐๐ คน ท่านประธานครับ เคบิน แฟคเตอร์ หรือว่าอัตรา ผู้โดยสารกับสัดส่วนของที่นั่ง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานทั้งปี เดี๋ยวผมจะส่งให้ ท่านรัฐมนตรีดู ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านบอกว่ามันจะต้องได้พื้นฐานเดียวกัน จริง ๆ ท่าน ไม่ได้ตอบผมหลายเรื่องนะครับ ผมยังย้อนกลับไปเรื่องอาร์โอพีนิดหนึ่งว่ามันเป็นข้อมูล ที่สําคัญแล้วก็จะเป็นภาระของการบินไทยต่อไปในอนาคตเยอะแยะ แต่ว่าไม่เสียเวลา หรอกครับท่านประธาน กลับไปเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าการบริการต้องได้รับมาตรฐาน เดียวกัน ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับท่านประธาน พนักงานเปรียบเทียบของการบินไทย ในส่วนของนักบินต้องจัดหาตามที่มีมาตรฐานที่สายการบินระหว่างประเทศกําหนด นกแอร์ส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์มาจากคนที่สอบไม่ผ่านของการบินไทยกับผู้ที่ เกษียณอายุจากการบินไทยไปแล้ว ลูกเรือปกติไอซีเอคิว (ICAQ) เขาต้องมีการฝึก การตรวจสอบทุก ๖ เดือน ซึ่งการบินไทยทํามาตลอด แต่ว่าของนกแอร์ไม่มี สถานี ทั้งหลายตอนนี้นกแอร์ใช้ช่างของการบินไทยหมด ผมก็ยังสงสัยว่าถ้ายกเลิก ที่จังหวัดอุบลราชธานีไปจริง ๆ แล้วจะเอาช่างที่ไหน เอาละครับท่านประธานเดี๋ยวเวลา มันจะล่วงเลยมากมาย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้ว การแก้ปัญหาการขาดทุนมันมีเยอะแยะที่ไปทําได้ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมา เรื่องของการใช้สิทธิ จริง ๆ แล้วเป็นข้อดี เราไปดูสายการบินแห่งชาติอย่างสายการบิน แห่งชาติอังกฤษ สิทธิการบินเขาไม่มีกันอย่างนี้หรอกครับ ไม่มีประเภทอย่างนี้เขาไปได้ คนเดียว ต้องกําหนดอย่าไปพูดถึงเลยครับให้ท่านรัฐมนตรีลองไปตรวจสอบดูแล้วเอา ของเขามาเป็นแบบอย่างบ้างแล้วกันครับ ผมถามว่าการแก้ปัญหาการขาดทุน วันนี้ เรื่องการตรวจสอบการประมูลไวน์จบหรือยังครับ สอบกันมา ๓ ปีแล้ว ประมูลไวน์ทีหนึ่ง ๖๐๐,๐๐๐ ขวด ๗๐๐,๐๐๐ ขวด ราคาถูกกว่าไปเดิน เพื่อนกรรมาธิการเราเวลาไป ต่างประเทศเดินซื้อตามร้านขายปลีกทีละขวดสองขวด เป็นไปได้อย่างไรครับสอบกัน ๓ ปี แล้วก็ยังไม่เสร็จเลย เรื่องผ้าห่ม เรื่องของชําร่วย เรื่องการก่อสร้างคลังสินค้า จริง ๆ แล้วการลดค่าใช้จ่ายของการบินไทยผมบอกให้ ท่านลดค่าตั๋วลงมาได้ประชาชน เขาไม่เดือดร้อนหรอกครับ สมัยก่อนท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านก็เคยยกเลิกไปทีหนึ่งแล้วอาหาร ท่านประธานทราบไหมครับ อาหารกล่องที่แจกกันมีเค้กก้อนหนึ่ง มีนํ้าแก้วหนึ่ง มีผ้าเช็ดมือ กระดาษเย็นเช็ดมืออันหนึ่ง เท่าไรครับ ๒๐๐ กว่าบาท ๓๐๐ บาท ผมไม่รู้ว่า วันนี้เท่าไร เมื่อวันที่ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบการบินไทยนี่ราคา ๒๐๐ กว่าบาท ๓๐๐ บาท ผมรับประกันครับว่าไปซื้อข้างนอกไม่เกิน ๕๐ บาท ๖๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านจะทําอย่างไร ท่านจะแก้ไขปัญหา การก้าวตามโลกเขาให้ทันกันอย่างไร ปัญหาทั้งหมดไม่ใช่ประชาชนสร้างนะครับ ผู้บริหาร การบินไทยสร้างทั้งนั้น มีที่ไหนในโลกครับท่านประธาน ซื้อเครื่องที่นั่งชั้นธุรกิจมา ๔ ที่นั่ง แล้วพอถึงเวลามากล่าวอ้างกันของบประมาณจะต้องเปลี่ยนที่นั่งเครื่องบิน ท่านประธาน ท่านทราบไหมครับว่า ที่นั่งเครื่องบินเฉพาะของเฟิร์สท (First) นี่ ตัวหนึ่งการบินไทยตั้งมา ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดนะครับใกล้เคียงนี้ อาจจะเกินด้วยซํ้า แพงกว่ารถเบนซ์ครับ ที่นั่งชั้น ๓ ตัวหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มีแค่คันโยก โยกหน้า โยกหลังได้แค่นั้นแหละ ตัวหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมต้องกราบฝากท่านประธาน แล้วผมอยากจะเรียนถามว่า ท่านมีแนวนโยบาย อย่างไรในการกํากับดูแลให้เขาควบคุมการทุจริตทั้งหลาย การอะไรทั้งหลาย ท่านประธานไปเดินคลองถมสิครับ แก้วนํ้า จานรอง มีด ช้อน ส้อม การบินไทยวางอยู่ เกลื่อนไปหมดเลยครับ มันคงไม่มีใครไปผลิตเอามาขายเองหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนถามคําถามที่ ๒ ว่า ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมีแนวทางอย่างไร ในการควบคุมค่าใช้จ่ายทั้งหลาย แล้วก็มีการควบคุมในความรับผิดชอบของผู้บริหาร ที่เมื่อพ้นจากตําแหน่งหน้าที่ออกไปแล้ว แล้วบริหารงานผิดพลาดต่าง ๆ เหล่านี้ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ แล้วมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมตอบคําถามของท่านสมาชิกที่ถามไว้ก่อน ผู้ฟังอาจจะเหมือนว่าจะถูกละเลย เรื่องบันทึกข้อตกลงระหว่างที่ขอต่อรัฐสภาไปไม่เกี่ยวกับการบินไทยที่ทําไป เป็นเรื่อง การเพิ่มเที่ยวบินระหว่างเอกชนขอเพิ่มเที่ยวบินเท่านั้นเอง ก็คือบริษัทการบินเอกชน บริษัทหนึ่งเพิ่มเที่ยวบิน ท่านก็พยายามถามหลายเรื่องมากนะครับ ผมก็เข้าใจ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ยืนยันว่าที่ท่านยกผลประกอบการที่จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านว่า เราก็ไม่ได้ไปยกเลิก ที่ต้องเรียนท่าน เรามีวิธีอย่างไร แนวทาง ที่เดินมาขณะนี้นะครับ เดินทางมาปี หนึ่งที่ผมกํากับอยู่ เพียงแต่ผมยกบางเรื่อง ให้ท่านเห็น ความหมายก็คือไปเพิ่มรายได้แล้วไปลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ต่าง ๆ ช่องทาง อื่น ๆ ก็มีมากมายครับ ท่านถามผมอย่างเช่นการขายตั๋ว ในอดีตให้โควตาเอเย่นต์ (Agent) ไปเราก็ขายตรง หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงที่นั่ง จากที่เรามีที่นั่ง ชั้นประหยัดอย่างที่ท่านพูดก็มีชั้นพิเศษเพิ่มขึ้นมาก็เพิ่มมูลค่าเพิ่มขึ้นมา หรือแม้แต่ การหมุนเวียนใช้เครื่อง การที่บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ยกเลิกบางเที่ยวบิน ที่มันมีปัญหาก็อยู่ในแผนที่หมุนเวียนเครื่องที่มีอยู่ให้ใช้คุ้มค่าที่สุดเท่านั้นเอง ที่ผม ต้องกราบเรียนเป็นประเด็นที่ท่านตั้งกระทู้ถามที่ผมต้องขอบคุณก็คือเรื่องการทุจริต วันนี้ เราพูดมาตลอดระยะเวลาที่มีการบินไทยอยู่ ผมกราบเรียนนะครับว่าตลอดระยะ ๑ ปีนี่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมมีคณะกรรมการติดตามของผม ซึ่งเป็นคณะทํางานของผมไปตาม จนผมได้พิสูจน์ได้ชัดว่าถ้าผลประกอบการลดลงแต่มันมีกําไร แสดงว่าเราแก้ปัญหานั้นได้ ส่วนเรื่องทุจริตอื่น ๆ ถ้ามันมีประเด็นปัญหาที่วันนี้ผมก็เชื่อว่าสิ่งที่คณะกรรมการบริหาร ท่านผู้บริหารของการบินไทยที่ทําอยู่ แล้วบอร์ดเองก็ตาม โดยนโยบายของกระทรวงทุกคน ไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะแก้ไขการคอร์รัปชันก็เหมือนหน่วยงานอื่น ๆ ทั่วไปเราก็ได้รับ การตรวจสอบ ใครที่ทําผิดอย่างที่ท่านถามว่าผู้บริหารที่ทําผิดไปต้องรับผิดชอบ ทุกคน ต้องรับผิดชอบ เราก็มีตัวอย่างชัดออกจากตําแหน่งไปก็ต้องรับผิดชอบก็ต้องถูกตรวจสอบ หนีไม่พ้นหรอกครับวันนี้ ฉะนั้นบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) เองก็อยู่ใน การตรวจสอบของภาคประชาชนและกฎหมายเท่าเทียมกับบริษัทอื่น สิ่งที่ท่าน ตั้งข้อสังเกตก็จะเข้มงวดขึ้นไปโดยนโยบายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนหนึ่งต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าของประเทศ แต่บริษัทเองผู้ถือหุ้นรายย่อย กับกระทรวงการคลังก็คือรัฐบาลนั่นเองก็จะเป็นประโยชน์ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามสุดท้ายครับ

นายไชยยศ จิรเมธากร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าคําถามนี้ อาจจะเป็นเรื่องฝากสักนิดหนึ่ง ขออนุญาตระบายเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ของตัวผมคนเดียว แต่ของข้าราชการของ ส.ส. ทุกคน ท่านต้องบอกผู้บริหารการบินไทยวันดีคืนดีขึ้นมา ก็ไม่ตรวจสอบข้อมูลไปทําให้ความเป็น ส.ส. นี่เสียหาย คนเข้าใจกันว่า ส.ส. เรานี่บินฟรี แล้วก็ใช้กันพรํ่าเพรื่อ ผมต้องกราบเรียนผมไปดูแล้ว ส.ส. เราแทบไม่ได้บินพ้นจากจังหวัด เขตเลือกตั้งของตัวเองเลย วันดีคืนดีเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้บริหารการบินไทยสั่ง บอกว่า ส.ส. จ่ายค่าตั๋วเป็นชั้นประหยัด เพราะฉะนั้นต้องไปนั่งชั้นประหยัด ทั้ง ๆ ที่ ความจริงแล้ว ปี ๒๕๓๕ มันเป็นข้อตกลงระหว่างกระทรวงการคลังกับทางการบินไทยเอง เนื่องจากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางเยอะแล้วจ่ายตั๋วเต็มราคา ไม่ได้มีส่วนลด ก็เลยให้ชําระค่าตั๋วชั้นธุรกิจในชั้นประหยัดได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของ ส.ส. มันเป็นเรื่องของ ความตกลงระหว่างการบินไทยกับกระทรวงการคลัง วันดีคืนดีพวกผมไปขึ้นเครื่อง เขาบอกว่าพวกคุณจ่ายเงินไม่ครบคุณต้องไปนั่งชั้นวาย (Y) เรื่องอย่างนี้ก็เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ พวกเราเป็น ส.ส. จัดแรงกิ้ง (Ranking) กันเราอยู่ในระดับซี ๑๐ ซี ๑๑ แต่ว่าพอ ท่านรัฐมนตรีบอกกับสภาแห่งนี้ว่าการบินไทยเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ จําเป็นต้องทํากําไร ผมกราบเรียนถามหน่อยว่า ทําไมพวกเราหรือข้าราชการทั้งหลาย ที่เดินทางแล้ว สิทธิ ส.ส. กับข้าราชการทั่วไปเหมือนกัน เราแตกต่างกันเพียงแต่ว่า เราไม่ต้องมาเขียนใบเบิก ท่านประธานที่เคารพ เวลาที่ผมเป็ นรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ผมเดินทาง หรือข้าราชการคนไหนก็ตามเดินทางไปต่างประเทศ เขาบอกว่าต้องให้การบินไทยดูแลก่อน ถ้าการบินไทยดูแลไม่ได้ถึงจะมีสิทธิไปซื้อ เส้นทางบินอื่น ผมเคยต้องบินจะไปประชุมที่กรุงเวียนนา ต้องบินการบินไทยไปครับ บินการบินไทยจากเมืองไทยไปประเทศอิตาลีเสียก่อน แล้วเขาก็ต่อเครื่องบินย้อนกลับมา ให้ที่ประเทศเยอรมัน แล้วก็มาต่อไปเวียนนา ที่ผมเล่าคือนี่คือสิ่งที่เป็นสิทธิพิเศษของ การบินไทยทั้งหลาย แล้วข้าราชการทั้งหลายซื้อตั๋วราคาเต็ม ในขณะที่ถ้าท่านไปซื้อผ่าน เอเย่นต์ซื้อถูกกว่ากัน ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนถามท่านประธานว่า ถ้าท่านคิดว่าการบินไทยเป็นบริษัทมหาชนแล้ว ไม่มีภาระความผูกพันที่ต้องดูแล ประชาชน ไม่ต้องเอาอย่างอื่นมาสมทบให้กับเส้นทางบินที่ขาดทุนบางเส้นทาง ในประเทศแล้ว ผมเรียนถามท่านประธานหน่อยว่าทําไมเราถึงจะต้องรับผิดชอบต่อ การบินไทยอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกผมกับสภา แห่งนี้ว่า สิทธิของผู้บริหารนี่ ๑๕ ใบ สามีภรรยา ไม่จริงครับท่านประธาน สิทธิเขากําหนด ไว้เลยผู้บริหารนั่งชั้นสูงสุดก็คือเฟิร์สท คลาส (First class) ๑๕ ปีต่อใบในต่างประเทศ พร้อมด้วยครอบครัวและผู้ติดตาม ผมถามว่าถ้าหากผู้บริหารการบินไทย ๑ คนเดินทาง ไปต่างประเทศ ๑ ครั้ง ไปพร้อมครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวมี ๔ คน พ่อแม่ ลูก ๒ คน ไปยุโรปแต่ละไฟลท์ ท่านประธานทราบไหมว่าการบินไทยสูญเสียเงิน ใช้ภาษีอากร ของประชาชนไปครั้งหนึ่งเท่าไร ล้านกว่าบาทครับ ท่านประธานครับ วันนี้มันไม่ใช่ในยุค ท่านประธาน แต่ผมยกตัวอย่างไว้เป็นอุทาหรณ์ว่าวันหนึ่งเคยมีอดีตผู้บริหารการบินไทย ไปทําธุรกิจในยุโรป ๒ คน สามีภรรยาบินเดือนละ ๕-๖ ไฟลท์ เคยมีมาแล้ว เพราะฉะนั้น กราบเรียนกับท่านประธานว่าคําถามนี้ผมแค่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่า ท่านรัฐมนตรีครับ มีหลายคําถามที่ท่านยังไม่ได้ตอบพวกผมที่ผมถามไป ไม่ว่าจะ เส้นทางการบินของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของอําเภอหาดใหญ่ ของที่อื่น ท่านอาจจะตอบ ตรงนี้ไม่ได้ ไม่เป็นอะไร ผมบอกแล้วเรายืนอยู่ข้างเดียวกัน ท่านไปตรวจสอบ แล้วไป ตรวจสอบปัญหาการทุจริตทั้งหลายในการบินไทยด้วย เพื่อให้วันหนึ่งข้างหน้าพวกเรา ไม่ต้องมาถามคําถามต่าง ๆ เหล่านี้อีก ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ คําถามผมตอบไปแล้วครับ เส้นทางที่งดบินก็คือจังหวัด อุบลราชธานี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนนอกนั้นยังคงอยู่ ก็ตอบไปแล้ว ส่วนเรื่องสิทธิลดในสมัยผมครับ อันนั้นคือข้อมูลเดิมลดในสมัยผมจากที่เคย มีในอดีต ๑๕ ครั้งต่อปี ผู้ติดตามอีก ๑๕ ครั้ง รวมกันก็ ๓๐ ครั้ง ก็เหลือ ๗ ครั้ง รวมกัน ตอนนี้ก็ลดครึ่งหนึ่ง ในสมัยผมก็ลดลง

ส่วนเรื่องที่ท่านพูดถึงเส้นทางการทุจริตคอร์รัปชันอะไรต่าง ๆ ผมก็ได้ กราบเรียนแล้วว่าผมไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ทํามา แล้วก็ทําให้ได้ผลอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกแล้วนะครับ ส่วนประเด็นที่ท่านฝากก็จะนําไปแก้ไขต่อไป ขอขอบพระคุณ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็นอันจบกระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

ต่อไปท่านสมาชิกครับ เป็นกระทู้ถามสดกระทู้ที่ ๓

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๔ ส. เรื่อง การคุกคามเสรีภาพของ ประชาชน (ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ตอบนะครับ เชิญท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ และต่อมา ได้มีประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ เมื่อมีการประกาศ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ก็มีการเข้าเฝ้ำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประเทศชาติว่า “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้ฟังรัฐมนตรีที่จะเข้ารับหน้าที่ต่อไปนี้ ได้ปฏิญาณตน ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งท่านมีหน้าที่ที่สําคัญที่สุด เพราะว่าจะต้องทําให้ประเทศชาติมีความสุข ความเรียบร้อย ถ้าท่านทํางานเรียบร้อย ทําให้บ้านเมืองเรียบร้อย ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นบุญสําหรับประเทศ เพราะว่าประเทศ ต้องมีคนที่ดูแลความเป็ นอยู่อย่างดี ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติงาน ของประชาชนทั่วไปได้ดีนัก แต่ถ้าท่านได้ช่วยกันทําให้บ้านเมืองมีความสุข มีความเรียบร้อย ก็ทําให้ประเทศชาติเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชน คนไทยทุกคน ที่จะให้ประเทศชาติดําเนินไปโดยดี เพราะว่าทําให้สามารถที่จะมี ความเป็นไทยอยู่ได้...” และยังอีกหลายตอนซึ่งเป็นพระบรมราโชวาทที่พระราชทาน ให้แก่รัฐบาลชุดนี้ และที่สุดนายกรัฐมนตรีก็ได้นําพระบรมราโชวาทมากําหนดเป็นกฎ ให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด กฎข้อแรก ก็บอกว่า จะน้อมนํา พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานให้แก่คณะรัฐมนตรี ในการถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยเฉพาะการปฏิบัติงานให้เกิดความเรียบร้ อย และความสงบสุขในหมู่ประชาชน

ท่านประธานครับ วันที่ ๒๙ ธันวาคม นายกรัฐมนตรีได้นําคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งความจริงจะต้องแถลงกันในสภาผู้แทนราษฎร หรือในที่ประชุมรัฐสภา แต่ด้วยเหตุที่รัฐบาลไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้จึงได้ไปใช้ห้องประชุม กระทรวงการต่างประเทศในการแถลงนโยบายในวันนั้น ตอนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล ได้ปรารภขึ้นต้นว่า รัฐบาลได้เข้าบริหารประเทศในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้ง และมีความแตกแยก เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการเมืองและการบริหาร ประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวระหว่างกลุ่มประชาชนได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้ การบริหารบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาขาดความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศในเรื่อง ต่าง ๆ ที่มีความสําคัญเร่งด่วนและมีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นจุดอ่อนของประเทศ ที่ย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รู้ได้เห็น ถึงความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต่อไปในนโยบาย ที่รัฐบาลได้แถลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้วางแนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการ ในข้อที่ ๒ บอกว่า สร้างความปรองดองสมานฉันท์ บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และ การยอมรับของทุกภาคส่วน ในข้อที่ ๔ บอกว่า พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับของสากล ท่านประธานครับ นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่ม ดําเนินการในปี แรก ในข้อ ๑.๑.๑ กล่าวไว้ว่า เสริมสร้างความสมานฉันท์และ ความสามัคคีของคนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยใช้แนวทางสันติ รับฟังความคิดเห็น จากทุกฝ่าย และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติ ในทุกกรณี รวมทั้งฟื้นฟูระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม แก่ทุกฝ่ำย รวมทั้งสนับสนุนองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้มีส่วนร่วมในการสร้ำง ความสมานฉันท์ ภายใต้กรอบของบทบาทอํานาจและหน้าที่ขององค์กร ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลา ๑ ปี ๒ เดือน ๖ วันที่รัฐบาลนี้ขึ้นมาบริหารชาติบ้านเมือง สิ่งที่ประกาศ ไปทั้งหมด สิ่งที่แถลงไปทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเข้าเฝ้ำได้มีการแถลงของ นายกรัฐมนตรีอย่างแจ้งชัด ผมทราบดีว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่ปกติ เป็นวิกฤติ ประชาชนคนไทยมีความทุกข์ หน้าที่เบื้องต้นของผมคือการยุติการเมืองที่ล้มเหลว ที่เป็น ต้นเหตุของความขัดแย้ง แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสี ที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศขณะนี้ ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไป และจะนําความสมัครสมานสามัคคีกลับคืนมา โดยอาศัยความยุติธรรมเป็นกระบวนการนําหน้า

ท่านประธานครับ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดในโอกาสต่าง ๆ รวมถึงนโยบาย ที่แถลงตามวัฒนธรรมประเพณีของการปกครองบ้านเมืองเป็นเพียงมายาภาพที่รัฐบาล สร้างขึ้น หาได้มีความจริงใจในการที่จะรังสรรค์ความสงบสุขให้เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองไม่ ดังจะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งทีมงานโฆษก ซึ่งแต่ละคนฝีปากจัดจ้าน เด็กวัยรุ่น มันพูดกันว่านายกรัฐมนตรีตั้งคนได้ถูกเหลือเกิน ไปไหนเอาแต่ปาก ตีนไปหาเอาข้างหน้า ขออภัยครับ ผมใช้คําว่า ตีน ก็แปลว่าเท้านั่นแหละ ไปไหนเอาแต่ปากไป ตีนไปหา ข้างหน้า นี่เป็นคําพูดของเด็กวัยรุ่นทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ออก ตก ผมได้ยินกับหู มาหลายครั้งหลายหนก็มาถ่ายทอดให้ฟัง นายกรัฐมนตรีบอกหลายที่ว่าจะสร้าง ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมายจะทําให้ประเทศไทย เป็นนิติรัฐ ตามห้องนํ้าสถานีบริการหลาย ๆ แห่ง ท่านประธาน ถ้ามีโอกาสเดินทาง ไปต่างจังหวัดลองแวะดูสิครับ ข้อความที่เขาเขียนไว้มันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็ นจริง สมัครทํากับข้าวถูกออก คนเป็นกบฏกลับถูกปลดปล่อย ตามที่เป็นที่ทราบกันดีว่า กลุ่มพันธมิตรซึ่งยึดทําเนียบรัฐบาล ๑๙๓ วัน ยึดสนามบินตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๑ จนกระทั่งบัดนี้คดีไม่ไปถึงไหนเลย ส่วนการกระทําของกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่าคนเสื้อแดง ไม่ว่าทําอะไรก็จะต้องถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดําเนินคดี อย่างเคร่งครัด และในเวลาอันรวดเร็วสามารถทําการสรุปผลสํานวนสอบสวนส่งอัยการ ส่งศาล ส่วนคนเสื้อเหลืองนั้นปีกว่าแล้วก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน นี่หรือครับความเป็นธรรม ที่จะเกิดขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้ตรงนี้ว่า ที่ไหนก็ตามที่มีแรงกด ที่นั่นก็จะมีแรงต้าน และที่ใดก็ตามถ้าไม่มีความยุติธรรม ความสามัคคีก็ไม่เกิด ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้ความเลวร้ายในสังคมไทยเกิดขึ้นมากเหลือเกิน สิ่งที่ทน ไม่ไหวจนต้องนํามาถามกระทู้ถามสดก็คือการคุกคามเสรีภาพของประชาชน ปรากฏ เป็นรายงานที่อยู่ในสื่อต่าง ๆ มีการประกาศรายชื่อของคนที่บอกว่าจะต้องเฝ้ำระวัง เป็นพิเศษ คนกลุ่มแรก ก็มีทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ นักการทหาร ข้าราชการประจํา กลุ่มที่ ๒ ก็คือพวกเครือข่ายทักษิณ ก็คือคนที่เป็นนักกฎหมายที่เข้ามาดูคดีความต่าง ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ซึ่งแปลงมาจากพรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งที่ไป ขึ้นเวทีปราศรัย ก็เช่นเดียวกับเมื่อก่อนที่พันธมิตรยึดสนามบินก็ดี ยึดทําเนียบรัฐบาลก็ดี ยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ปิ ดถนนราชดําเนินก็ดี ก็มี ส.ส. ของพรรครัฐบาลขึ้นเวที มากมายก่ายกองก็ไม่เห็นมีใครไปทําอะไร แต่พอ ส.ส. พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคพลังประชาชนไปขึ้นเวทีขึ้นบัญชีดําจะต้องเฝ้ำระวังกันเป็นพิเศษ ที่เลวร้าย และรับกันไม่ได้ก็คือ การขึ้นบัญชีพระมหาเถระ จํานวน ๑๑ รูป ท่านประธานครับ พระมหาเถระที่ถูกขึ้นบัญชี เบอร์ ๑ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมกิตติเมธี ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้ช่วย เลขาธิการคณะธรรมยุต รูปที่ ๑ เป็นผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง ท่านประธานครับ พระเถระระดับนี้ชั้นธรรมนะครับ ท่านเจ้าคุณทั้งหลายจะเริ่มตั้งแต่เจ้าคุณสามัญ เจ้าคุณชั้นราช เจ้าคุณชั้นเทพ เจ้าคุณชั้นธรรม แต่ละท่านกว่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้ท่านบวช ตั้งแต่วัยหนุ่ม บางคนเป็นเณร บางคนเริ่มตั้งแต่ ๒๐ ปี ศีลจริยวัตรของท่านบริสุทธิ์ผุดผ่อง ถึงได้รับการสถาปนาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เพิ่มขึ้น จนกระทั่งได้รับแต่งตั้ง เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม นี่รัฐบาลกําลังจงใจจะประกาศตนเป็นศัตรูแบ่งแยก ระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักรอย่างนั้นหรือ กระผมขอกราบเรียนว่า ในอดีตสมัย กรุงศรีอยุธยาปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ผู้ปกครองมีอํานาจสิทธิขาด สั่งอะไรได้ตามนั้นเขายังไม่ทํากันอย่างนี้เลย รัฐบาลนี้บอกว่าตนเป็นประชาธิปไตย แต่ไปคุกคามแม้กระทั่งพระเถระ เณร ชี สมณชีพราหมณ์ ไม่มีความปกติสุข ท่านประธาน ท่านเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งเป็นองค์กรปกครองของคณะสงฆ์ แต่กลับถูก ประกาศรายชื่อเป็ นบุคคลที่ต้องเฝ้ำระวังเป็ นพิเศษ ท่านต่อไปท่านเจ้าคุณ พระธรรมโกศาจารย์ ท่านประธานที่เคารพครับ พระเถระรูปนี้เป็ นเจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาส เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีผลงาน ทางด้านการศึกษาเป็นที่ยอมรับของชาวพุทธทั่วโลก เป็นผู้รณรงค์จนกระทั่งประเทศไทย ได้รับการประกาศจากสหประชาชาติเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธ และกําลังมี ความร่วมมือกับองค์กรพุทธศาสนานานาชาติในการที่จะตั้งมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา ของโลก ท่านอยู่ในบัญชีรายชื่อพระที่ต้องเฝ้ำระวังเป็ นพิเศษ อีกรูปหนึ่ง พระธรรมสิทธินายก ท่านเจ้าคุณพระธรรมสิทธินายกรูปนี้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ทํางานใกล้ชิดอยู่กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้นเป็นประธาน คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชาวรินครับ มีท่านประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธานได้กรุณาควบคุมการอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพราะประเด็น ที่อภิปรายอาจจะสร้างความแตกแยกเพิ่มจากความแตกแยกที่มีอยู่แล้ว และ ข้อมูลที่นํามาอภิปรายเป็นที่ประจักษ์ว่ามาจากใบปลิวเถื่อนครับ ปราศจากหลักฐาน ปราศจากการยอมรับ แล้วรัฐบาลได้ปฏิเสธไปแล้ว การนําข้อมูลจากใบปลิวปลอม คลิป (Clip) ปลอม พันธบัตรปลอมอะไรเหล่านี้มาปราศรัยอภิปรายสร้างปัญหาให้สังคม ท่านประธานควบคุมด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามสดท่านก็ให้ข้อมูลในส่วนที่ท่านมี ซึ่งต้อง ยอมรับว่าเป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในสาธารณะทั่วไป ฉะนั้นก็ให้ท่านพูดเสร็จแล้วเดี๋ยวฝ่าย ผู้รับผิดชอบคือท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านก็จะได้ตอบชี้แจงข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ ฉะนั้นประชาชนผู้ฟังหลังจากฟังท่านผู้ถาม กระทู้ถามสดแล้ว ฟังจากคําตอบของผู้รับผิดชอบแล้วประชาชนจะเป็นผู้วินิจฉัยเองครับ เชิญท่านนั่งลงนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผมขอนิดเดียวครับ คือการอภิปรายก็เป็นสิทธิอยู่แล้วครับ ไม่มีปฏิเสธได้ แต่ว่าควบคุมเนื้อหาสักนิดเพราะมัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนา ความขัดแย้งวันนี้มีคนสร้างให้มากพอแล้วครับ ประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้า ท่านประธานควบคุมด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบท่านจะเป็นคนตอบชี้แจงว่า มันเท็จจริงอย่างไร ตอนนี้ฟังข้อมูลด้านนี้ เชิญต่อครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ข้อมูลของผมต่อไปนี้ก็มาจากสื่อที่ได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณะ ที่ผมนํามายํ้าอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะนําไปสู่คําถาม เพราะฉะนั้นผมขอต่ออีกนิดเดียวว่าพระเถระอีก ๑ รูป ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งยวดต่อองค์การคณะสงฆ์ นั่นคือท่านเจ้าคุณพระเทพปริยัติวิมล ๑ ในจํานวน ๑๑ พระเถระ ที่อยู่ในชื่อว่าต้องเฝ้ำระวังเป็นพิเศษ ท่านเจ้าคุณรูปนี้เป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ท่านประธานครับ ในอดีตนั้นพระซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายศาสนจักรกับเจ้าหน้าที่บ้ำนเมือง ซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายอาณาจักรต้องไปคู่ขนาน เพื่อยังความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ชาติบ้านเมือง ตัวอย่างมีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เมื่อกี้ผมพูดค้างไว้ว่าสมัยก่อนปกครองด้วยระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีปัญหาขัดแย้งทางการเมือง ฝ่ายหนึ่งรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ก็เข้าไป บวชพระ อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ท่านประธานคงเคยได้ยินชื่อขุนหลวงหาวัด เขาก็จบกัน เขาไม่ยุ่ง ในขณะเดียวกันผู้ปกครองบ้านเมืองนี่ก็เชื่อฟังพระ เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวร มหาราชทรงกระทําสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช ทหารไทยตามเสด็จราชการศึก ไม่ทัน มีเพียงจาตุรงคบาท ๔ คนเท่านั้นที่ตามเสด็จช้างพระที่นั่ง หลังจากการชนะศึก ครั้งนั้น เมื่อกลับสู่กรุงศรีอยุธยาสมเด็จพระนเรศวรได้พิจารณาโทษแม่ทัพ นายกอง มีพระบรมราชโองการให้ประหารชีวิตแม่ทัพ นายกอง ที่ตามเสด็จราชการทัพไม่ทัน สมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว เข้าเฝ้ำถวายข้อคิดเห็นขอบิณฑบาตชีวิตแม่ทัพ นายกอง ทั้งหมดด้วยการถวายพระพรว่า ที่มหาบพิตรอยู่บนหลังช้างเข้าไปอยู่ท่ามกลางพม่า ข้าศึกนั้นด้วยเทวดาต้องการให้มหาบพิตรได้แสดงบุญญาบารมี

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านประท้วงอะไรอีกครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ผมว่าท่านประธานต้องควบคุม

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมรําคาญจริง ๆ เลย ชอบทําหน้าแก่อีกต่างหากนี่

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

คือข้อมูลที่ท่านอภิปรายเป็นข้อมูล ซึ่งมาจากใบปลิวเถื่อน ชื่อยังเขียนไม่ถูกเลย ผมเชื่อว่าท่านอภิปรายท่านยังไม่ค่อยจะเชื่อ ข้อมูลที่ท่านเห็นเลยครับ อย่ามาขยายความแตกแยกในวงการศาสนาครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ทําหน้าแก่อย่างนี้ ยุ่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ นั่งลงครับ เอาอย่างนี้ ผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับ ให้ผู้ตั้งกระทู้ถามสด เป็นข้อมูลที่ฝ่ายท่านจะถาม เดี๋ยวทางนี้ก็มีหน้าที่ตอบชี้แจง เดี๋ยวประชาชนก็ได้ฟัง ทั้ง ๒ ข้าง ก็จะตัดสินใจเองนะครับ เชิญท่านนั่งลงนะครับ นั่งลงครับ เอาละครับ ไม่ต้อง ประท้วงแล้วจะได้ไม่เสียเวลา ท่านเชาวรินเข้าคําถามแรกเลยครับ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงอะไรอีกครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านประธานได้ใช้ข้อ ๘ ให้เคร่งครัด ท่านยังไม่อะไร ท่านกดไมโครโฟนขึ้นมา พูดเลยท่านประธาน ผมนี่ต้องขออนุญาตท่านประธานก่อนนะครับ ท่านต้องเคร่งครัด เพราะจริง ๆ ท่านพูดอยู่ในสาระทั้งหมดเลย ท่านสอนนี่ รู้จักคําว่า ให้อภัย หรือเปล่า รู้จัก หรือเปล่ารัฐบาลนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชาวรินครับ ก็อารัมภบทมาพอสมควร เข้าคําถามที่ ๑ ได้เลยครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

กําลังจะเข้าครับ ท่านประธานที่เคารพ การที่ผมหยิบยกรายชื่อพระมหาเถระที่ปรากฏอยู่ในสื่อนั้น ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล อย่างน้อยพระมหาโชว์ก็ไปฟ้ องประชาชนแล้วเวลานี้ อาตมาอยู่ที่วัด หน้าวัดก็มีรถจีเอ็มซี (GMC) มีทหาร จะออกจากวัดไปไหนก็ลําบาก ต้องออกทางหลังวัด นี่ขนาดอยู่กลางกรุงเทพมหานครนะครับ พระดอกเตอร์มหาโชว์ บ้านเมืองเราจะอยู่กัน อย่างนี้หรือครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังใครก็ได้ที่เป็น ฝ่ายบริหาร ท่านเคยได้ยินบทกลอนบทนี้ไหมว่า วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัดผลัดกันช่วยยิ่งอวยชัย จะบรรลัยเพราะบ้าน กับวัดขัดกันเอง บ้านในที่นี้ก็อาณาจักร วัดในที่นี้ก็คือศาสนจักร ต้องไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี เห็นว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามสด ถามว่ารายชื่อเหล่านี้ ๒๑๒ ชื่อที่ปรากฏบนสื่อนั้นท่านอย่าออกมาพูดว่าไม่ได้สั่ง ไม่ได้ ให้ใคร ๆ ไปทํา สุดท้ายเมื่อวานนี้ท่านก็บอกว่าสั่งให้ติดตามแค่ ๑๐ คน นั่นแหละ สั่ง ๑๐ คนมันทํา ๒๑๒ คน ถือว่าเป็ นการจัดการงานนอกสั่ง คุกคามเสรีภาพ ของประชาชน แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือไปคุกคามแม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้า เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑ สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์และสถาปนาราชวงศ์จักรี ได้ประกาศ พระราชปณิธานว่า ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพุทธศาสนา ปกป้ องขอบขันธสีมา นี่เป็น ปณิธานขององค์ปฐมบรมกษัตริย์ในพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ปัจจุบันราชวงศ์จักรีก็ยัง เป็นกษัตริย์ปกครองบ้านเมืองอยู่ รัฐบาลนี้จะสร้างความสมานฉันท์ได้อย่างไร คุกคาม แม้กระทั่งพระ เพราะฉะนั้นผมขอถามว่า รองนายกรัฐมนตรีจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลที่ไปทําการอย่างนี้ได้หรือไม่ ไม่ใช่มาปฏิเสธว่า ผมไม่ได้สั่ง ผมไม่ได้ให้ไปทํา ปฏิเสธแค่นี้ไม่ได้ครับ ผมขอถามว่าจะตั้งคณะกรรมการ สอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไหม แล้วถ้าได้จะทําเมื่อไร แล้วถ้าหากว่ามีความผิดพลาด จะขอโทษขออภัย เอาธูปเทียนแพไปกราบพระมหาเถระขออโหสิกรรมได้ไหม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่านสมาชิก

ในประการแรก ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่า ข้อมูลที่ท่านอ้าง เมื่อสักครู่ว่าปรากฏอยู่ในที่สาธารณะทั่วไปไม่ได้ปรากฏอยู่ในสื่อสาธารณะทั่วไปนะครับ แล้วก็ที่เอ่ยถึงชื่อพระคุณเจ้าหลายรูปนั้นไม่ได้ปรากฏว่ามีอยู่ในสื่อตามจํานวนรูป ที่ท่านอ้าง ผมยังไม่เคยได้เห็น ผมไม่เคยเห็นบัญชีนี้ ไม่เคยเห็นใบปลิวเหล่านี้ และไม่เคย เห็นรายชื่อที่ปรากฏในสื่อนะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชาวริน เอาบัญชีนี้มาจากไหน ใครเป็นคนให้มา ข้อเท็จจริงก็คือว่าไม่มีการทําบัญชีรายชื่อบุคคล ที่ท่านอ้างว่าจะต้องเฝ้ำระวังเป็นพิเศษ ๒๑๒ คน อย่างที่เอามาอภิปรายเป็นคุ้งเป็นแคว เมื่อสักครู่นี้ รัฐบาลไม่ได้ทํา ไม่ได้สั่งให้ทํา แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหนทํา ผมตรวจสอบ มาหมดไม่ว่าจะเป็นสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานข่าวกรอง สภาความมั่นคง แห่งชาติ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในหรือ กอ.รมน. ไม่มีหน่วยไหนทําบัญชี ที่ว่านี้ทั้งสิ้น มีแต่กลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ฝ่ำยเดียวกับท่านเอาเรื่องนี้มาพูดทุกวัน แล้วก็ ไม่ทราบว่าเอาบัญชีมาจากไหน ผมขอถือโอกาสนี้กราบเรียนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผ่านท่านประธานไป ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ลูกหาของพระคุณเจ้าที่เคารพเหล่านั้นได้โปรด กราบนมัสการพระคุณเจ้าเหล่านั้นว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้คิดที่จะไปคุกคามประชาชน ไม่ได้คิด ที่จะไปขึ้นบัญชีพระคุณเจ้าเหล่านั้นครับ แยกบุญแยกบาปได้เข้าใจชัดเจนว่า อะไรเป็นอะไร วันมาฆบูชาผมก็เข้าวัดเวียนเทียนเหมือนกับพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย มีความเคารพ มีความศรัทธาในศาสนาในวัตรปฏิบัติของพระคุณเจ้า เพราะฉะนั้น ไม่ได้ทําครับ ผมกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยึดมั่นในการเคารพสิทธิของประชาชน ทั่วไปไม่ให้มีการล่วงละเมิดครับ แต่กรณีที่มีสื่อได้มาสอบถามผมว่าแล้วมีการติดตาม บ้างไหม ถึงไม่ได้ทําบัญชีก็มีเจ้าหน้าที่ติดตามไหม ผมก็ได้เรียนตอบสื่อไปตาม ข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่เขาก็ติดตามตามหน้าที่ของเขา แล้วคนที่จะต้องติดตามนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่อยู่ในข่ายที่อาจจะสร้างความเสียหาย ให้กับประเทศชาติ ให้กับบ้านเมือง เพราะมีประวัติ เพราะเจ้าหน้าที่กําลังดําเนินคดี กับคนเหล่านั้นอยู่ ผมก็ขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ทราบว่าคนที่จะติดตาม เป็นใคร เช่นนายอริสมันต์นี่ตามครับ เพราะไปพูดไว้ตามที่ต่าง ๆ ไปพูดที่สันป่าตอง ไปพูดที่จังหวัดขอนแก่น ไปพูดในที่ต่าง ๆ พูดว่าอะไรครับ ไปพูดชักชวนคน ให้ลุกขึ้นมาเผาสถานที่ราชการ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมยังไม่ได้ถาม ยังไม่เห็นท่านเชาวรินถามท่านเรื่องนี้เลย ท่านไม่ได้ถามเรื่องนี้เลยครับ เรื่องคุณอริสมันต์ ความจริงท่านน่าจะตอบว่าท่านได้ตั้ง จะตั้งไหมอะไรอย่างนี้น่าจะดีกว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมวินิจฉัย เอาอย่างนี้คุณหมอครับ คือผมเรียนแล้วว่าเมื่อสักครู่ผมก็ให้ โอกาสผู้ตั้งกระทู้ถามสดได้ถาม ตอนนี้เราก็อดทนฟังผู้ชี้แจงท่านได้ชี้แจง ท่านก็ได้ชี้แจง แล้วว่ารายชื่อทั้งหมดนี่ท่านไม่ได้สั่งให้ใครติดตาม แต่ขณะนี้ท่านกําลังจะบอกว่าชื่อคนที่ จะติดตามมีใครบ้าง ถ้าอย่างนั้นก็ฟัง จะเป็นข้อเท็จจริงที่ท่านกําลังจะชี้แจงให้พวกเราฟัง ก็ทนฟังนะครับ เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

นายอริสมันต์ที่ผมว่า นี่ครับไปพูดแล้วก็เขาบันทึกเทป (Tape) เอาไว้ ที่จริงพวกเดียวกันก็เอาไปเผยแพร่ด้วย ถอดเทปออกมามีข้อความชัดเจนว่า ชวนคนไปเผาสถานที่ราชการ ให้ไปจับเอาลูกเมีย คณะรัฐมนตรี ลูกเมียนายทหาร ตํารวจ มาเป็ นตัวประกัน ชวนคนทําการปฏิวัติ ยึดประเทศไทย อันนี้มันเข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่เขาต้องทํา ถ้าเขาไม่ทํานี่เขาก็ ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ถ้าได้หลักฐานครบเข้าองค์ประกอบเขาก็ออกหมายจับ ไม่ใช่ ตามอย่างเดียว ตั้งใจจะจับกุมดําเนินคดีด้วยนะครับ ถ้าเอาเข้าคุกได้ก็ต้องเอาเข้าคุก เพราะว่าอยู่ข้างนอกเป็นอันตรายกับบ้านเมือง อย่างนี้ก็ต้องทําครับ คนอย่างนี้นี่ผมไม่ได้ คิดว่าถ้าไม่ติดตามแล้วจะเป็นการแสดงความเคารพในสิทธิความเป็นประชาชนของเขา ไม่ใช่ เพราะว่าเขากําลังล่วงละเมิดในสิทธิของประชาชนคนอื่นอยู่ หรือคนอย่างนี้ครับที่มี รูปอยู่ในมือผมนี่ คนนี้ครับได้ฉายาว่า เคทอง ชื่อจริงชื่อ นายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ อย่างนี้ ก็กําลังติดตามครับ ไม่ใช่ติดตามธรรมดา ตั้งใจจะเอาตัวมาดําเนินคดีครับ เพราะว่า คราวที่แล้วเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ ไปตรวจค้นบ้านพบเครื่องอาวุธ กระสุนปืน อะไรต่าง ๆ แล้วก็ศาลจังหวัดมีนบุรีก็ออกหมายจับ เขาก็รีบมามอบตัวแล้วก็ขอ ประกันตัวไป ตํารวจก็ให้ประกันตัว แต่ว่าเมื่อประกันตัวไปแล้วก็ออกไปโฆษณา ประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่าจะดําเนินการก่อกวนความไม่สงบของบ้านเมือง โดยการวางระเบิดอะไรต่าง ๆ อย่างนี้ต้องตามแน่นอนครับ ผมเข้าใจ เพราะว่าท่านก็คง ไม่พอใจ เพราะคนนี้เขามีบัตรประจําตัวเป็นสมาชิกโรงเรียนเสื้อแดงอะไรต่ออะไรนี่ ก็เข้าใจครับว่าไม่พอใจ แต่ว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องทํา หรือว่ากรณีของ พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ. แดง อย่างนี้ก็ต้องทําครับ ต้องตาม มีคนอย่างนี้ที่ติดตามอยู่ ๓-๔ คน เท่านั้นละครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านถามผมว่าผมได้ออกคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปติดตาม คนเหล่านี้หรือไม่ ไม่ได้ออกคําสั่งครับ แล้วก็ไม่จําเป็ นต้องออกคําสั่ง เป็ นหน้าที่ ของเจ้าพนักงานที่เขามีหน้าที่ที่ต้องติดตามเอาคนที่สงสัยว่าจะทําร้ายประเทศชาติ ทําร้ายประชาชนมาดําเนินคดี ผมกราบเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านประธานได้ทราบว่า ๑. รัฐบาลไม่ได้สั่งให้ทําบัญชี ๒. ก็คือว่าบัญชี ๒๑๒ คนที่เอามากุเป็นข่าวขึ้นนั้นไม่ทราบ เอามาจากไหน และไม่ทราบว่าผู้กระทําหวังผลอย่างไร ไม่มีความจําเป็นที่ผมจะต้องไปตั้ง คณะกรรมการสอบสวนหน่วยงานของราชการ เพราะว่าเขาทํารายงานมาอยู่ในมือผมนี่ แล้วครับ นี่ครับ พลตํารวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทําหนังสือลงเลข ที่ ๐๐๑/๐๔๙ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ยืนยันมาว่า ที่ท่านตั้ง กระทู้ถามสดว่าผู้มีพฤติกรรมทางการเมือง ความมั่นคง ไปสอบสวนทุกหน่วยแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้มีการขึ้นบัญชีผู้มีพฤติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด ทํานองเดียวกันครับ ผู้อํานวยการสํานักข่าวกรองแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรทํามาชัดเจนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันกับท่านประธานว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งทําบัญชีเหล่านี้ แล้วก็ หน่วยงานทั้งหลายก็ไม่ได้ทํา ที่จะต้องสอบต่อไปก็คือว่าพวกท่านทําหรือเปล่า ทําที่ไหน ทําอย่างไร อันนี้ก็จะพยายามหาครับ แล้วก็ถ้ารู้ชัดเจนก็จะมารายงานให้ทราบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามที่ ๒ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ไม่ผิดความคาดหมายว่า คําตอบก็คือว่าไม่ได้สั่ง ไม่ได้ทํา แต่ผมก็ขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีถามว่าไปเอาข้อมูลเหล่านี้มาจากไหน ประเดี๋ยว ผมซักกระทู้ ถามสดเสร็ จแล้ วผมจะไปมอบท่านประธานเพื่อจะส่งให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะท่านประธานเอง สามารถ แก้วมีชัย ก็อยู่ในนี้ด้วยนี่ เป็นบุคคลอันตรายนะครับ ในจํานวน ๑๐๐ คนแรกมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยหลายคน แต่ผมถือว่าคนที่ทํานี่ดูถูกผม ไม่มีชื่อผม อย่างเบอร์ ๑๓ นี่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เบอร์ ๒๒ นายประเกียรติ นาสิมมา เบอร์ ๒๓ นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ เบอร์ ๒๗ นายไพจิต ศรีวรขาน เบอร์ ๓๒ นายประชา ประสพดี ตัวท่านประธานนี่ คนทํานี่นะ น่าจะจับมาตบหรือเขกกบาล ตบกบาล มันให้เกียรติท่านประธานน้อยไป ความจริง ต้องให้ท่านประธานอยู่เบอร์ ๑ นี่เอาไปอยู่ไว้เบอร์ ๓๓ นายสามารถ แก้วมีชัย เดี๋ยวผม จะเอาไปให้ท่านประธาน ท่านประธานจะได้ส่งให้รองนายกรัฐมนตรีไปดูเสีย แม้กระทั่ง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายวิทยา บุรณศิริ เบอร์ ๓๕ นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน เบอร์ ๔๗ นายกวี สอดส่อง เป็ นข้ำราชการประจํา เบอร์ ๕๒ เดี๋ยวใครทํานี่ผมว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะมาบอกว่าผมไม่ใช่รัฐบาล ไม่ได้สั่ง แล้วก็จบไปแค่นี้ไม่ได้ ท่านต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ออกมา แม้แต่ประธาน คณะกรรมาธิการการทหาร พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ก็อยู่ในนี้หมายเลข ๘๐ ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะมาทํากันแบบเด็กเลี้ยงแกะ แต่ตัว ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบอย่างนี้ว่ารัฐบาลไม่ได้สั่ง ท่านดูแลความมั่นคงท่านไม่ได้สั่ง คนไทยทั้งประเทศเขาไม่เชื่อท่าน เพราะท่านเองศีล ๕ ยังไม่ครบ เมื่อตอนเลือกตั้ง ท่านบอก โอ้โฮ ลําเลียงเงินมาเป็นหมื่นล้านบาทผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ มีที่ไหนล่ะ แล้วซีกของท่านนั่นแหละตั้งโรงนํ้าแข็งทั่วทุกจังหวัดเลย ก่อนคําตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ทีมงานโฆษกบอก โอ้โฮ มากันเป็น มากมายก่ายกอง เป็นพัน ๆ ล้านเพื่อจะล้มคดี โฆษกรัฐบาลนี่แถลงเป็นตุเป็นตะว่า เข้ามาอย่างโน้นอย่างนี้ พอแบงก์ชาติบอกว่าไม่มี สืบแล้วไม่มี ดีเอสไอ (DSI) แถลงบอกว่าสืบแล้วไม่มี บอกมาทางตะเข็บชายแดน มันกะล่อน มะกอกสามตะกร้า ปาไม่ถูก เมื่อก่อนเป็ นครูบาอาจารย์ เป็ นนักวิชาการก็น่าเชื่อถือ พอเข้ามาอยู่ ฝ่ายการเมืองแล้วเป็นอย่างนี้ ไปซึมซับเอาวัฒนธรรมเลว ๆ อย่างนี้ก็เลยกลายเป็น คนพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย

คําถามที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อท่านบอกว่าท่านไม่ได้ทํา แต่ผมยืนยัน ให้ท่านตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วถ้ามีโอกาสไม่ใช่มาขอโทษกลางสภา ไปถึงพระมหาเถระ เอาดอกไม้ ธูปเทียนแพไปกราบที่วัด เดี๋ยวผมจะให้รายชื่อไปว่า วัดไหนบ้าง ไม่ต้องไปถึงขนาดพระครูหรอก เอาแค่เจ้าคุณชั้นธรรม ชั้นเทพ ชั้นราช และ ชั้นสามัญแค่นั้นพอ เดี๋ยวผมจะถ่ายเอกสารไปให้ ท่านต้องทําครับ ถ้าไม่ทําประชาชน ลูกศิษย์ลูกหาของพระมหาเถระเหล่านี้เขาจะว่าพวกนี้คนนอกรีต คนไม่มีศาสนาหรือเปล่า อันตรายครับ ผมเห็นอันตรายมีมากเหลือเกิน

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานประท้วงครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมถามข้อที่ ๒ ถามข้อที่ ๒

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับเดี๋ยวเขาถามข้อที่ ๒ แล้ว

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ถามข้อที่ ๒ ว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

คือผมว่าท่านเอากระดาษ แผ่นเดียวกับใบปลิวเถื่อนมา กําลังจะให้สภาแห่งนี้เป็นสภาโจ๊กนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วง นั่งเถอะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ บอกให้หน้าแก่นี้หยุดทีเถอะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่ง นั่ง นั่ง เข้าคําถามที่ ๒ แล้ว นั่งเถอะครับ นั่งลงนะครับ กรุณานั่งลงครับ เดี๋ยวครับ เดี๋ยวท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ครับผม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชาวรินครับ เดี๋ยวท่านถามคําถามที่ ๒ เลย พอแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ พอแล้ว พอแล้วครับ นั่งลงครับ นั่งลง นั่งลงเถอะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาหน่อยครับ เชิญท่านนั่งลงครับ คําถามที่ ๒ ท่านเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

รัฐบาลพยายาม จะออกตัวว่าไม่ได้สั่งการอะไรเป็ นพิเศษ แต่เวลานี้ทหารไปคุกคามพระเจ้า ตามวัดวาอารามต่าง ๆ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าพระมหาโชว์เมื่อวานนี้ไปแถลงว่า เวลานี้จะออกจากวัดก็รู้สึกลําบากติดขัดไปหมด มีทหารเอารถจีเอ็มซีไปจอดหน้าวัด ตรงนี้ในฐานะดูแลความมั่นคง รองนายกรัฐมนตรีจะตรวจสอบเรื่ องนี้ได้ไหม แล้ววัดวาอารามต่าง ๆ พระเถระทั้ง ๑๑ รูป ท่านได้รับความเดือดร้อนรําคาญใจอย่างนี้ ท่านจะบรรเทาความเดือดร้อนอย่างนี้ได้ไหม ขอถามเป็นคําถามข้อที่ ๒ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอตอบคําถามอย่างนี้นะครับว่า ไม่มีคนฝ่ำยรัฐบาลคนไหนที่เคยพูด หรือให้สัมภาษณ์ว่ามีการเอาเงินเข้ามาจากเมืองนอกเพื่อล้มคดี อันนี้ยืนยันครับ แล้วก็ ไม่มี ที่เอามาอภิปรายเลอะเทอะนั้นกล่าวหาผิด ๆ ไม่ใช่

ประการที่ ๒ เรื่องที่บอกว่าทหารไปคุกคามพระคุณเจ้านั้น ไม่มี แล้วผมจะ ไปหามา ท่านเอาบัญชีให้ท่านประธาน ผมจะไปกราบนมัสการทุกวัดเพื่อจะได้ถาม ข้อเท็จจริง และผมก็จะทําบันทึกรายงานท่านประธาน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน จะต่อสู้กันอย่างไรก็ได้ แต่อย่าเอาความโกหกมาสู้กัน เอากันเฉพาะเรื่องจริง ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คําถามสุดท้ายครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะขอเพิ่มเติม เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขออนุญาตท่านประธาน ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ตอบคําถามท่านนะครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่ท่านพูดถึงดีเอสไอ ผมเลยต้องขออนุญาต ท่านประธานนิดหนึ่ง เพราะว่าเดี๋ยวประชาชนจะสับสน เพราะถ่ายทอดอยู่นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกบอกว่าทางดีเอสไอได้แถลงแล้วว่าไม่มี ไม่จริง ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร แต่ว่าผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ถ้าเกี่ยวกับเรื่อง การตรวจสอบการขนเงินเข้าประเทศอย่างผิดปกติ มีครับ แล้วก็ยังรายงานผมอยู่ ยังดําเนินการตรวจสอบอยู่ แต่ว่ายังไม่จบสิ้นนะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชาวริน คําถามสุดท้ายครับ

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านไพจิตครับ ท่านประท้วงหรือครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมใช้สิทธิถูกพาดพิงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

เรื่องที่ผมเป็ นหนึ่งในบัญชีดํา แบลกลิสต์ (Blacklist)

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิตครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ลําดับที่ ๒๗ ครับ เสียหายครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกัน ใช้สิทธิพาดพิงกันหมดครับ เดี๋ยวฟังท่านเชาวรินดีกว่าครับ เพราะท่านก็พูดชื่อผมเหมือนกัน ท่านนั่งเถอะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ได้สั่ง แล้วได้พูดว่าจะไปขอรายชื่อพระมหาเถระทั้งหลาย แล้วจะไปกราบนมัสการทุกวัดเพื่อถามข้อเท็จจริง ผมขออนุโมทนา แต่ส่วนประโยคที่ว่า สมาชิกเอาเรื่องโกหกมาพูดนั้น ท่านพูดเท็จอีกละ ท่านละเป็นคนพูดโกหก เพราะสิ่งที่ ผมพูดก็คือข้อเท็จจริง อย่างน้อยที่สุดตอนที่มีการปาขี้ใส่บ้านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็โฆษกของนายกรัฐมนตรีนั่นแหละเป็นคนบอกว่าทักษิณจ้างมา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้ปาขี้เข้าบ้านนายกรัฐมนตรี ก็มันเป็นข่าวที่เขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ท่านยังอุตส่าห์ มากล่าวหาว่าผมเอาเรื่องโกหกมาพูดในสภา ผมบอกระหว่างท่านรองนายกรัฐมนตรี กับผม ถึงแม้ผมจะไม่มีตําแหน่งสูงส่งเหมือนท่าน ไม่มีตําแหน่งเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี แต่คนไทยเชื่อผมมากกว่าท่านเยอะ เชื่อไหมล่ะ เชื่อไหม เพราะผมมีศีลครบครับ ศีลจริยวัตรของผมครบถ้วน เรื่องมุสาผมไม่ทําหรอกครับ อย่างน้อยที่สุดศีล ๕ ผมมีครบ เมื่อท่านบอกว่าท่านจะไปกราบมหาเถระตามวัดต่าง ๆ เพื่อขอข้อมูล อย่างน้อยที่สุด แสดงว่าท่านเป็นพุทธ น่ารัก ก็เลยจะไม่ถามประเด็นต่อไป เพียงแต่อยากฝากไว้ว่าสิ่งที่ รัฐบาลแถลงไว้เป็ นนโยบายต่อรัฐสภาถึงจะเป็ นการแถลงที่กระทําที่กระทรวง การต่างประเทศ แต่ผมถือว่าเป็นคัมภีร์ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปี แรก เรื่องเสริมสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีของคนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ขณะนี้พรรคฝ่ำยค้านเสนอ พระราชบัญญัติความปรองดองแห่งชาติบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ถ้ารัฐบาล มีความจริงใจเอาออกมาพิจารณาเสีย หรือแม้แต่กระทั่งการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ภาคประชาชน เขาเสนอมาเป็นปีแล้ว รัฐบาลออกแรงหน่อย และพรรคร่วมรัฐบาล เสนอมาอีกฉบับหนึ่ง รัฐบาลแสดงความจริงใจสักนิดหนึ่ง ผมไม่ถามหรอกครับ แต่ผม ฝากงานท่าน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ไม่ประสงค์ที่จะต่อล้อต่อเถียง แต่ว่ามีบันทึกอยู่ในการประชุมสภา เมื่อสักครู่นายเชาวริน นี่ครับเขาก็บอกว่าคนของฝ่ายรัฐบาล

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ถ้าเรียก เชาวริน เฉย ๆ ผมยังไม่ว่า มาเรียก นายเชาวริน นี่ถอดยศผมทําไม มีอํานาจถอดยศผมหรือ แม้มันจะน้อยก็มีค่านะครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจโท เชาวริน พูดใหม่ครับ ร้อยตํารวจโท เชาวริน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ นั่งลงครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่อภิปรายได้กล่าวว่ามีคนฝ่ายรัฐบาลออกมาพูดว่าเอาเงินเข้ามาเพื่อล้มคดี ผมก็ได้ชี้แจงกับท่านประธานว่าไม่มีคนฝ่ายรัฐบาลพูดเรื่องนี้ แต่พอลุกขึ้นมาอีกทีก็มาพูด เป็นว่าโฆษกรัฐบาลไปพูดเรื่องที่คุณทักษิณจ้างมา คนละประเด็นครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมสวนทันทีเลย นายปณิธานนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านเชาวรินฟังก่อนครับ เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่า ไม่มีคนฝ่ายรัฐบาลที่เคยพูดว่ามีการเอาเงินมาจากต่างประเทศเพื่อล้มคดี อันนี้ผมยืนยัน

ในประการต่อไปครับ เรื่องของนโยบายรัฐบาล รัฐบาลยังยึดมั่น ในแนวนโยบายที่จะสร้างความสมานฉันท์ ยึดมั่นในพระบรมราโชวาทที่จะทําให้ ประเทศชาติมีความสุข มีความเรียบร้อย จนถึงวันนี้ครับ ก็ได้กราบเรียนกับพี่น้อง ประชาชนผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ ว่า รัฐบาลไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับใคร ทั้งหมดเป็น เพียงการทําหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แล้วก็จะปฏิบัติอย่างนี้ แล้วทุกอย่างที่รัฐบาลจะปฏิบัตินั้นก็จะปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย ทุกอย่าง จะดําเนินการตามกฎหมายเท่านั้นครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมประท้วงท่านประธานที่ไม่ปฏิบัติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมถูกพาดพิงว่าเป็นบัญชีดํา ลําดับที่ ๒๗ ผมขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานไม่อนุญาตผมครับ ท่านประธานครับ ผมขอ ความกรุณาเถอะครับ ผมไม่เคยใช้สิทธิแบบนี้นะครับ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหายเกี่ยวกับ ชื่อเสียงเกียรติยศของผมในการเป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็มีชื่ออยู่ในบัญชีดํา รัฐบาลบอกว่า ไม่ได้ทํา ไม่ได้สั่งใครทํา ผีทําครับท่านประธาน ผีเผด็จการมันสิงหรืออย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วครับ พอแล้วครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผมขอใช้สิทธิหน่อยครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ พอแล้วครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

วันสองวันมีรถปิคอัพ ชายไม่ทราบชื่อ ผมไม่ได้เชิญมา เฝ้ำมองที่บ้านผมลับ ๆ ล่อ ๆ ลูกเมียผมนอนไม่ได้แล้วครับ บรรยากาศ แบบนี้ต้องขัดขวางไม่ให้เกิดขึ้น บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่เผด็จการ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ขอบคุณครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

อย่าไปรุกรานคนอื่นนะครับ ขอให้ เห็นใจซึ่งกันและกัน การทําหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรอย่าใช้อํานาจบาตรใหญ่ หน้าดี แต่ใจดํา

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ขอบคุณครับ ท่านเทพไทมีอะไรครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิพาดพิง ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามสดเมื่อกี้ได้พูดพาดพิง ในลักษณะบอกว่า ทั้งโฆษกท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเรื่องจ้างเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปาอึบ้านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผู้ตั้งกระทู้ถามสด ได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน แล้วก็พูดในลักษณะเช่นนี้ทําให้ผมเสียหาย ผมจําเป็น ต้องชี้แจงต่อท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้ท่านสมาชิกผู้ตั้ง กระทู้ถามสดได้กลับไปดูคําสัมภาษณ์ของผม สืบเนื่องจากเรื่องนี้มีการปาสิ่งปฏิกูล มาที่บ้านท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีสมาชิกพรรคเพื่อไทย แล้วก็แกนนําของ นปช. ได้พูด ในลักษณะว่า รัฐบาลน่าจะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาเองแล้วก็มาขอความเห็นใจจาก พี่น้องประชาชน ผมในฐานะที่เป็นโฆษกประจําตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ผมต้อง ออกมาชี้แจง แล้วกระผมก็ชี้แจงว่ารัฐบาลไม่มีความจําเป็นที่จะต้องมาสร้างสถานการณ์ จ้างคนมาปาเพื่อเรียกคะแนนนิยม แต่ผมก็อยากจะให้ถาม พันตํารวจโท ทักษิณว่า มีการจ้างคน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปาเรื่องนี้จริงหรือไม่ ผมก็อยากจะให้กลับไปถาม พันตํารวจโท ทักษิณ จนถึงบัดนี้ พันตํารวจโท ทักษิณก็ยังไม่ได้ตอบคําถามผมเลย เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ปรักปรํานะครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าผู้ตั้งกระทู้ถามสดนี่ คงว่างงานไม่ได้ไปขุดทองที่ถํ้าลิเจีย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะที่พาดพิงท่าน พอละครับ นั่งลงครับ เดี๋ยวก็พาดพิงกันไปมา ท่านเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตนิดหนึ่งเพราะคนฟังทั้งประเทศ บอกผู้ตั้งกระทู้ถามสดคงจะว่างงาน ไม่ไปขุดทองที่ถํ้าลิเจีย ผมไม่เสียหายหรอกเพราะผมไปขุดจริง แต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานเพื่อเป็นการผดุงสติปัญญาของผู้ที่ขึ้นมาชี้แจงเมื่อสักครู่ ปกติก็เป็ น กรรมาธิการอยู่คณะเดียวกัน ผมก็รักเมตตา เป็นคนบ้านเดียวกับเมียผม ไม่ได้ถือโกรธ อะไรกันเลยนะครับ เพียงแต่จะบอกไปว่าที่ผมไปทํานั้นไปทําตามหน้าที่ เนื่องจาก มีผู้ถวายฎีกาและสํานักพระราชวังส่งมาที่สํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีส่งมาที่กระทรวงศึกษาธิการ ขณะนั้นผมเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดเขาเกษียนมาเรียนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ (ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ) เพราะขณะนั้นมีรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ๒ คน เพื่อโปรดพิจารณาสั่งการ ผมไปโดยหน้าที่ราชการ ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลสั่งราชการกรมศิลปากร เพราะฉะนั้นเทพไทจงจําไว้ว่า พี่ไปทําหน้าที่ราชการ น้องเอ๊ย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ดีครับ ก็บรรยากาศสมานฉันท์กันดีนะครับ

(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุชาติมีอะไร ประท้วงอะไรครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ผมประท้วงท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิง เหมือนกัน อันดับที่ ๔๗ ท่านประธานต้องให้ผมชี้แจง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับท่านสุชาติ ถ้าอย่างนั้นก็พาดพิงกันหมดละครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ไม่ได้ ท่านประธานจะให้พอได้อย่างไร ข้อ ๑ พี่น้องประชาชนดูอยู่ เมื่อกี้พี่เชาวรินอ่านผมลําดับที่ ๔๗ ท่านประธานได้ยิน ไหมครับ ถ้าท่านประธานได้ยินต้องให้ผมชี้แจงตัวเองครับ เมื่อกี้คุณเทพไทยังชี้แจงได้เลย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ชื่อผมก็มีนะครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ท่านประธานก็ชี้แจงต่อผมสิ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะชี้แจงอะไรครับ เอาสั้น ๆ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เมื่อกี้ที่ท่านเชาวรินได้พาดพิง ผมว่าอยู่บัญชีดําเหมือนกัน บัญชีแบลกลิสต์อันดับที่ ๔๗ ผมจึงบอกว่าเมื่อกี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบว่าไม่ได้ทํา แต่ให้ไปอ่านในหนังสือพิมพ์ ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานไปดูวันนี้ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยวันนี้ เป็นเผด็จการไปแล้ว ท่านประธานไปดูสี่แยกสิครับ ทหารออกมายืนควบคู่กับตํารวจ แล้วผมถามว่านักลงทุนประเทศไหนมันจะมาลงทุน นี่ขนาดยังไม่ปฏิวัตินะครับ แล้ววันนี้ ท่านประธานได้ยินไหมครับ คุณกรณ์ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ เมื่อกี้ผมยังชื่นชม โฆษกพรรคชาติไทยเห็นข่าวอยู่ เขาบอกคุณกรณ์ไปหนุนปฏิวัติ ชัดเจนเลยท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเฉพาะประเด็นที่พาดพิงท่าน

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ก่อนจะพาดพิงต้องพูดเรื่องอื่นด้วยสิ ท่านประธาน มันถึงจะสนุก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ เอาแต่พาดพิง อนุญาตเฉพาะพาดพิงครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ที่ผมจะต้องพาดพิงเพราะผมเหมือน พี่ไพจิต ท่านประธานไปดูที่จังหวัดลพบุรี มีทหารไปทุกตําบล ตัวผมเอง ร้อยเอก มารายงานบอกท่าน ส.ส. สุชาติ เราพี่น้องกันนะแต่ผมโดนนายมันสั่ง ผมเลยพกเสื้อแดง มาบ้านท่านด้วย อย่างไรผมก็เสื้อแดงอยู่ นี่คือความจริงในวันนี้ ท่านประธานลองไปดู ทหารทั่วไปเดี๋ยวนี้สิครับ นักการเมืองไม่ได้อยู่เย็นเป็ นสุข เพราะว่าบ้านนี้เมืองนี้ มันไปหนุนเผด็จการเสียแล้ว เขาบอกเลยครับว่าเขาปฏิวัติมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ ที่ผ่านมา เขาบอกว่าบันได ๔ ขั้นไม่สําเร็จ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ เดี๋ยวยาวไปใหญ่ พอแล้วครับท่านสุชาติครับ ผมอนุญาตให้ท่านพอสมควร แล้วครับ นั่งเถอะครับพอแล้วครับ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ที่ผมพูดนี่ก็เพื่อว่า ๑. ให้บันทึกไว้ในสภา

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

คือท่านพูดเกินกว่าที่พาดพิงครับ ท่านประธานควบคุมด้วย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เดี๋ยวจะจบแล้วครับ เดี๋ยวผมจะได้ผ่านเรื่องนี้ไปแล้วครับ ท่านนิพนธ์ครับ นั่งเถอะครับ จะจบแล้ว พอแล้วครับท่านสุชาติ

นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ลพบุรี

ให้ผมพอได้อย่างไร พอพูดไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วมันก็ไม่จบเดี๋ยวผมจะพูดให้จบแล้วก็เลิกครับ ผมก็จะพูดว่าผมโดนเหมือนกัน โดนพาดพิง เมื่อกี้ท่านเชาวรินเสนอ ผมฝากท่านบันทึก ท่านบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ด้วยว่า คนระบอบประชาธิปไตยไปหนุนเผด็จการ ขอบคุณมาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามสดแล้ว ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม ๓๘๘ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมต่อไปครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อหามาตรการป้ องกันการรัฐประหาร (นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้เสนอ) โดยจะเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อครั้งที่แล้ว ท่านชลน่านมีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้ กรุณาหยิบยกเอาเรื่องที่ผมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปศึกษาและหามาตรการในการที่จะต่อต้าน และป้ องกันการปฏิวัติ รัฐประหาร ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้ผมได้เสนอมาตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถที่จะพิจารณาได้มาตลอดเนื่องจากองค์ประชุม ของสภาแห่งนี้ไม่สามารถที่จะเป็นองค์ประชุมในการพิจารณาญัตติได้ เหมือนกับสัปดาห์ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมเองเข้าใจว่ามิติ วิถี และการปฏิบัติตามข้อบังคับ ตามรัฐธรรมนูญของสภาแห่งนี้เป็นอย่างไร แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าญัตติ ที่ผมเสนอ สิ่งที่ผมเป็ นข้อกังวลก็คือว่า ท่านประธานจะให้สภาแห่งนี้ได้ลงมติว่า จะรับญัตตินี้ไว้พิจารณาหรือไม่ หลังจากนั้นผมถึงจะมีสิทธิที่จะแถลงในเนื้อหาสาระ ของญัตติได้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ วันที่ผ่านมาองค์ประชุมไม่พร้อม ไม่ครบ วันนี้เองผมกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่อยากจะเห็นเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ ต้องขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้เสนอก่อน เหตุการณ์ที่ ๑ ผมไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้ ใช้เสียงซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากในการที่จะโหวตไม่รับญัตตินี้โดยกระบวนการของสภา จริงอยู่ครับท่านประธาน เป็นไปตามข้อบังคับ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธาน แนวโน้มเท่าที่ผมได้สอบถาม ได้ศึกษา ได้ดู พฤติการณ์ พฤติกรรม ของเสียงข้างมากแล้วมีแนวโน้มอย่างยิ่งว่าจะปฏิเสธไม่รับญัตตินี้ ไว้พิจารณา ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ถ้าไม่รับญัตติ ไว้พิจารณาญัตตินี้ก็เป็นอันตกไป และเสียดายครับทั้งสมัยนี้ผมไม่มีสิทธิที่จะยื่นหรือใคร ก็ได้ไม่มีสิทธิที่จะยื่นญัตตินี้เข้ามาอีกเลยเพราะมีข้อบังคับได้กําหนดไว้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาต

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เพราะมีข้อบังคับได้กําหนดไว้เพราะญัตติ ที่ตกไปแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ผมพูด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมอชลน่านครับ เดี๋ยวให้ท่านบุญยอดประท้วงนิดหนึ่ง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าท่านประธานจะต้องดําเนินการประชุม ต่อเนื่องจากคราวที่แล้ว ท่านไม่สามารถให้สมาชิกผู้ซึ่งเสนอญัตติได้อภิปรายต่อในญัตติ ของตัวเอง เพราะญัตติมันไปอยู่ตรงที่ว่าจะปิดการอภิปรายหรือไม่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านชลน่านเป็นผู้เสนอญัตติด้วยปากเปล่า เดี๋ยวฟังท่าน พอท่านพูดจบ ท่านไม่ได้อภิปรายเลยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านกําลังโน้มน้าวให้สภานี้ ทําโน่นทํานี่นะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เพราะฉะนั้นการอภิปราย จบไปแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านบุญยอดนั่งครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวท่านฟังต่อ ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรนะครับ เมื่อกี้ผมฟังแล้วก็เป็นอย่างนั้นว่าจะไม่ให้มีการลงมติ อย่างนั้นอย่างนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวจะมีทางออกที่ดี เชิญนั่ง

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่ง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

เพราะฉะนั้นท่านต้องให้ยุติ การอภิปรายได้แล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมประท้วงท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ให้หมอชลน่าน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธาน ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมต้อง ประท้วงท่านประธานที่ปล่อยให้ผู้ประท้วงไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของท่าน ในเมื่อ ท่านห้ามไม่ให้พูดแล้วเขายังพูดต่อ ท่านต้องทําต่อไปคือลุกขึ้นให้มันนั่งลง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ ท่านนั่งลงนะครับ พอแล้วครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านต้องรักษากฎ ระเบียบ ข้อบังคับให้มันชัดเจน ต้องกล้า ๆ ครับท่าน อย่าไปกลัว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลง เชิญนั่งลงครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ยังไม่ต้องกลัวว่าจะถูก ถอดถอนด้วย เดี๋ยวพวกผมจะปกป้ องท่านเอง ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงครับ คืออย่างนี้ ท่านใช้สิทธิตามข้อบังคับลุกขึ้นยืน ยกมือ ประธานก็มี อย่างเดียวก็ต้องให้ท่านชี้แจงแล้วประธานวินิจฉัย ท่านชี้แจงจบผมก็วินิจฉัยว่า ฟังท่านชลน่านในฐานะผู้เสนอญัตติ ผมจะไม่ให้อภิปรายเพราะว่าท่านไม่มีสิทธิอภิปราย เรื่องญัตติท่าน นอกจากที่ประชุมจะรับญัตติท่านแล้วท่านถึงจะมีสิทธินําเสนอ แต่ตอนนี้ ฟังท่านนิดหนึ่งนะครับ เชิญครับหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมทราบข้อบังคับดีครับท่านประธาน แล้วผมใช้สิทธินี่ ท่านประธานยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาในเรื่องด่วน เพียงแต่ท่านประธานเกริ่น แล้วผมก็ขอใช้สิทธิ ซึ่งสิทธินี้ท่านประธานมีสิทธิที่จะอนุญาตครับ แล้วผมก็ไม่ได้อภิปราย เกี่ยวกับเนื้อหาสาระของญัตติเลย ผมเพียงแต่กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกว่า ที่มาที่ไปทั้งหลายทั้งปวงนี่ตั้งแต่วันที่ ๔ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี่ เรื่องราวมันเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง ไม่ได้พูดถึงญัตติอะไรเลยครับ เนื้อหาสาระไม่ได้ พูดเลย ไม่ได้โน้มน้าวใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่กราบเรียนท่านประธาน เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น วันนี้ผมเพียงแต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้เท่านั้นเองว่า ผมเป็นห่วงอยู่ ๒ เรื่อง เท่านั้นเองครับ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาสาระ เกี่ยวกับวิธีการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเราเท่านั้นเอง เรื่องแรกผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ผมเกรงว่าเสียงข้างมาก จะเอาญัตตินี้ออก ผมพียงแต่เกรงในส่วนที่ว่าเราจะเสนอญัตตินี้ไม่ได้อีกเลย ในสมัยประชุมนี้ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ถึงแม้ท่านมีเจตจํานงที่จะเอาญัตตินี้ออกเหมือนกับสัปดาห์ ที่ผ่านมา ผมก็เกรงว่าองค์ประชุมก็จะไม่ครบอีก ก็จะเป็นเหตุให้พี่น้องประชาชนที่เขา เฝ้ำมอง เขาเฝ้ำดูพวกเราอยู่ก็จะมองสภาในแง่ไม่ดี แต่เวลาที่มีการล่มของสภาเมื่อไร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกเสียงข้างมาก ท่านกรุณา สักนิดหนึ่งเวลาท่านแถลงข่าว ต้องเอาเรื่องจริงไปพูดครับ อย่าได้ใส่ร้ายป้ำยสีฝ่ายค้านว่า ไม่เป็นองค์ประชุม ผมเป็นห่วง ๒ เรื่องเท่านี้เองครับ เลยกราบเรียนท่านประธานก่อนที่ ท่านจะนําสู่การลงมติว่ารับหรือไม่รับญัตตินี้เท่านั้นเอง กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับท่านสมาชิก เรามาถึงขั้นตอนที่มีผู้เสนอ ท่านประธานวิปรัฐบาล มีอะไรครับ เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกในสภาสักนิดหนึ่งครับ ต่อข้ออภิปรายของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ถึงท่าทีของฝ่ำยรัฐบาลในเรื่องญัตติที่ เพื่อนสมาชิกได้ยื่นไว้ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างตรงไปตรงมาครับ ผมได้รับฟังญัตติ ดังกล่าวมาตั้งแต่วันเริ่มต้นครับ แล้วก็ทราบที่ไปที่มาครับว่าการเสนอประเด็นดังกล่าว เกิดขึ้นจากอะไร และโดยข้อเท็จจริงของสถานการณ์ทั้งหมดทุกฝ่ายก็ได้ยืนยันปฏิเสธ เรื่องราวที่เป็ นญัตตินั้นทั้งหมด เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้วญัตติดังกล่าว มีแต่จะสร้างความสับสนแล้วก็ไม่เข้าใจ แล้วจะทําให้เห็นว่าสภาเราจะกลายเป็นเครื่องมือ ผมก็ยืนยันเบื้องต้นครับว่า ในความเห็นของวิปฝ่ายรัฐบาลทั้งหมดเราไม่พร้อมที่จะรับ ญัตติดังกล่าว

ส่วนกรณีที่สภาล่มแต่ละครั้ง ในฐานะที่ผมเป็นประธานวิปรัฐบาลก็ยืนยัน ตลอดครับว่าคนที่จะต้องรับผิดชอบเบื้องแรกก็คือ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลครับ เมื่อมากันไม่หมด สภาก็ล่มครับ แต่ขณะเดียวกันผมก็ติงกระบวนการการตรวจสอบองค์ประชุมในสภา ซึ่งผมกับท่านประธานก็เคยหารือกัน เราก็เห็นสอดคล้องต้องกันครับว่ากระบวนการ ในการตรวจสอบองค์ประชุมข้อบังคับเปิดอํานาจให้กับประธานในการที่จะวินิจฉัยใช้สิทธิ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ครับ เรายังใช้กระบวนการตรวจสอบโดยวิธีเสียบบัตร ทั้ง ๆ ที่ประธานบางท่านขึ้นนั่งทําหน้าที่ ประธานลงจากบัลลังก์ท่านก็บอกกับผมว่าท่านดู ด้วยสายตาแล้วคนเกิน ๓๐๐ คน ท่านไม่นึกครับว่าจะไม่ครบ ผมก็เรียนกับท่านครับว่า ที่ไม่ครบเพราะว่าเราใช้กระบวนการตรวจสอบที่ผิดปกติ คนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด หายไปทันทีครับ เพียงแค่มือไม่สัมผัสปุ่ม แล้วก็องค์ประชุมไม่ครบ แต่ทั้งหมดผมไม่ได้ว่า เรื่องฝ่ำยค้านจะเข้าประชุมหรือไม่เข้าประชุม กระบวนการในการที่จะวีโต้ (Veto) ทางรัฐบาลทําได้ครับ กรณีวอล์กเอาท์ (Walkout) แต่กรณีที่นั่งอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ทั่วโลกครับ คนอยู่ในห้องประชุมก็คือองค์ประชุม แต่เรากําลังใช้ข้อบังคับแล้วก็วิธีการ ตรวจสอบที่ผิดปกติ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันครับที่ผ่านมาไม่ได้เคยกล่าวร้ายฝ่ายค้าน เรื่องอื่น แต่ผมติงในเรื่องวิธีการตรวจสอบองค์ประชุมมาตลอดครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรวัจน์มีอะไรครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธาน เนื่องจากญัตติที่ท่านนายแพทย์ชลน่าน เป็ นผู้เสนอมาเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบเรื่องของการปฏิวัติ เรื่องของการตั้ง คณะกรรมาธิการนั้น ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้เราอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย สภาแห่งนี้ต้องบอกว่า เป็นสภาที่เราเรียกว่าเราอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าเราเป็น ผู้แทนราษฎรกันมา บางท่านก็เป็นผู้แทนราษฎรกันมาหลายสิบปี ข่าวเรื่องการปฏิวัติ มีอย่างไม่หยุดไม่หย่อน จริง ๆ แล้วผมเข้าใจว่าคุณหมอชลน่านหรือว่าสมาชิกทาง ฝ่ายค้านมิได้เพียงแต่จะบอกว่ามีครั้งนี้เพียงครั้งเดียว แต่เราต้องการที่จะทําอย่างไร ก็แล้วแต่ที่จะยืนยันว่าเราอยากจะให้ประเทศนี้เป็นประเทศประชาธิปไตย เราพอได้หรือยัง ที่จะให้การปฏิวัติ เอะอะก็มีทหารออกมาจะปฏิวัติ แล้วเราเป็ นผู้แทนราษฎร เราถูกเลือกตั้งมาจากประชาชนเราจะสบายใจกันได้อย่างไร

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรวัจน์มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วง

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าท่านประธานคงเข้าใจว่าผมจะประท้วงประเด็นใด เพราะว่าขณะนี้คงอยู่ในขั้นตอนที่จะลงมติ และขั้นตอนก่อนจะลงมติก็คือตรวจสอบ องค์ประชุม คิดว่าเรื่องการอภิปรายคงหมดสิ้นแล้วท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรวัจน์ครับ คืออย่างนี้นะครับ เรื่องการอภิปรายเหตุผลว่าควรจะรับญัตตินี้หรือไม่ อย่างไรมันจบไปแล้ว กําลังจะถึงขั้นตอนที่ต้องต่อจากการพิจารณาคราวที่แล้ ว คือตรวจสอบองค์ประชุม แล้วจะถามมติว่าจะปิดการอภิปรายหรือจะเปิดการอภิปรายต่อ เพราะมีผู้เสนอปิดและเสนอเปิดไว้ พอเสร็จแล้วสมมุติได้เปิดต่อก็ให้อภิปราย อภิปราย เสร็จแล้วก็จะถามมติว่า จะรับญัตติของนายแพทย์ชลน่านไว้พิจารณาไหม ถ้ารับไว้ พิจารณาก็มาถึงขั้นอภิปรายว่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่ อย่างไร ท่านก็แสดง ความเห็น ตอนนี้มันเป็นอย่างอื่นไม่ได้เพราะว่าข้อบังคับมันบัญญัติบังคับว่าต้องลงมติว่า จะปิดอภิปรายหรือเปิดอภิปรายเท่านั้นเอง

(นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประยุทธ์ประท้วงอะไรครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงท่านประธาน กรณีที่ท่านประธานกําลังอธิบายอยู่เมื่อกี้นี้กระผมเข้าใจ แต่บังเอิญ ก่อนหน้านั้นท่านประธานได้อนุญาตให้ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ท่านวิทยา แก้วภราดัย อธิบายในเรื่ององค์ประชุม ท่านอุตส่าห์อธิบายว่าเป็ นหน้าที่ของฝ่ำยรัฐบาลและ ความร่วมมือของฝ่ายค้าน ท่านก็อรรถาธิบายในเรื่องของการวอล์กเอาท์ ถ้าหากกระผม ไม่มีโอกาสที่จะต้องกราบเรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมนั้นจะทําให้สมาชิกในซีก ฝ่ายค้านเสียหาย กระผมจึงขออนุญาตกับท่านประธานว่ากระผมขออธิบายในกรณีที่ ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลได้พูดถึงองค์ประชุม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประยุทธ์คืออย่างนี้ที่ผมอนุญาตให้ท่านประธานวิปรัฐบาลชี้แจงก็เพราะว่า ท่านชลน่านได้พูดถึงเรื่ององค์ประชุม ซึ่งมันก็ไปพาดพิงในฐานะท่านเป็นประธาน วิปรัฐบาลควบคุมเสียงทางฝ่ายรัฐบาลอยู่ท่านก็ลุกขึ้นชี้แจงเรื่ององค์ประชุม เรื่องวิธีการ นับองค์ประชุมเท่านั้น ไม่ได้ให้อภิปรายเรื่องเกี่ยวข้องกับญัตติเลย ขอความกรุณา ท่านประยุทธ์ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ กระผม จะกราบเรียนต่อท่านประธานว่ากระผมไม่ใช่ชอบคนตีรวน ท่านประธานก็รู้กระผม ให้ความร่วมมือตลอดไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมให้ความร่วมมือในการกําหนด องค์ประชุม ขอผมอธิบายนิดหนึ่งได้ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านประยุทธ์ผมคงไม่อนุญาตแล้วครับ เพราะว่าเรื่องนี้พวกเราก็ทราบกันดีอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะถามมติแล้ว เชิญนั่งเถอะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัยประท้วงอะไรอีกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วงท่านประธานที่สืบเนื่องมาตั้งแต่การประชุมคราวที่แล้ว กระผม ขอกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมได้รักษามารยาทโดยไม่คัดค้านอะไร ท่านประธานมากเมื่อคราวที่แล้ว เนื่องจากท่านประธานอนุญาตให้ผมพูดแล้ว เมื่อคราวที่แล้ว เพียงแค่ผมเอ่ยชื่อเท่านั้นเองก็มีคนมาประท้วงผม ผมก็ขออนุญาต ท่านประธานว่า ผมต้องได้พูดสิครับท่านให้สิทธิผมแล้ว ท่านก็ไม่ให้สิทธิผม ในวันนี้ จึงขอประท้วงสัปดาห์ แล้วก็ขอใช้สิทธิของประธานวิปฝ่ายค้าน ซึ่งท่านวิทยาบอกว่า มอบฉันทะให้ผมได้กราบเรียนชี้แจงเพื่อที่จะได้ชี้แจงตอบโต้คุณวิทยาอีกฝั่งหนึ่งที่บังเอิญ ชื่อเหมือนกัน ท่านประธานครับ กระผมขอกราบเรียนว่าการประชุมคราวที่แล้วนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของ การที่องค์ประชุมไม่ครบเพราะฝ่ำยค้าน ท่านประธานวิปฝ่ำยรัฐบาลได้บอกว่า เข้าทํานองว่าสมนํ้าหน้าฝ่ายค้านอยากอภิปรายแล้วไม่ยอมกดไม่แสดงตัวไม่ใช่ครับ เรารู้ว่าฝ่ำยรัฐบาลนั้นกําลังใช้เสียงข้างมาก แม้เรากดผ่านพอถึงเวลาอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็ปิดประชุมทันทีเหมือนกัน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมขอกราบเรียนตอบโต้ ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลว่าเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยในแบบรัฐสภา ดังนั้น ตัวรัฐสภานี้จะต้องมีอํานาจมากพอที่จะเข้าไปควบคุมกลไกต่าง ๆ ยกตัวอย่าง เช่น อย่างประเทศตุรกีครับมีข่าวว่าทหารจะปฏิวัติเท่านั้นทางฝ่ายระบบรัฐสภาเขาก็เข้าไป ตรวจสอบ มันไม่ได้เสียหายอะไรเลยครับท่านประธาน ผมบอกว่าอันนี้เป็นผลประโยชน์ ร่วมกันของเราทั้งสภา ขอให้ผมพูดอีกสักนิดเถอะครับว่ารัฐบาลซึ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์นั้น เคยมีประวัติเรื่องการต่อต้านเผด็จการ แต่วันนี้ไม่ยอมให้พูดเรื่องเผด็จการเลย

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านบุญยอดประท้วงครับ เดี๋ยวฟังผู้ประท้วงก่อนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมไม่สนใจว่าใครจะชื่อสุ อะไรนะครับ ผมลุกขึ้นมาประท้วงเพราะว่าด้วยขั้นตอนของการประชุมนะครับ ผมยืนยัน ท่านประธานว่าสมาชิกท่านนี้ประท้วงไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าขั้นตอนของการประชุมนั้น อยู่ที่การลงมติแล้วครับ หรือว่าการเช็ก (Check) องค์ประชุมแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมก็ใช้สิทธิของวิปฝ่ำยค้าน นะครับท่าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านสุนัย ท่านก็ใช้สิทธิมาพอสมควร

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

อันนี้ใช้สิทธิของประธานวิป ฝ่ายค้านนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สรุปเลยครับเดี๋ยวผมจะโหวตแล้ว สรุปเลย

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เราทั้ง ๒ ฝ่ายเรามีผลประโยชน์ร่วมกัน ผมก็ไม่อยากให้สังคมนี้มองพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีส่วนร่วมกับคณะรัฐประหารตั้งแต่ ๑๙ กันยายน มาวันนี้ถ้าเราได้อภิปรายร่วมกันเสีย ไม่มีอะไรสับสนหรอกครับ และสถานการณ์ขณะนี้มันไล่เข้ามาอีกแล้วนะครับ ข่าวลือ การปฏิวัติรอบใหม่ก็จะเข้ามาอีกแล้ว ดังนั้นผมจึงคิดว่าถ้าเราให้เวลา เราให้ความสําคัญ กับระบบรัฐสภาน่าจะเป็นประโยชน์ ก็ขอเรียนผ่านท่านนายกรัฐมนตรีเถอะครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับคณะรัฐประหารให้เราอภิปรายเสีย ก็กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมดําเนินการประชุมต่อนะครับ เมื่อการประชุมสัปดาห์ที่แล้วมาถึง ขั้นตอนที่ตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อจะถามมติว่าเห็นสมควรปิดอภิปรายหรือเห็นสมควร เปิดอภิปรายต่อ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมเสียบบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกขอความกรุณาเข้าห้องประชุมครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับท่านมีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ท่านประธานครับ ในระหว่างที่ รอสมาชิกขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่ง เรื่องวิธีการตรวจสอบองค์ประชุม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นไรครับ ผมทราบแล้วครับ เชิญท่านแสดงตนกันนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเสียบบัตรแสดงตนครับ จะขอ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

มันเป็นปัญหาอย่างนี้ท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ เนื่องจากเป็นที่น่าแปลกใจในเรื่องการเสียบบัตร สมาชิกที่อยู่ด้านเดียวกับผม บัตรที่ลงคะแนนครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาไปตรวจสอบนะครับ สมาชิกบอกบัตรหาย

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานเครื่องผมมันหาย หลายใบแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ก็เลยจะขออนุญาตใช้การนับ หรือตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการให้เจ้าหน้าที่นับบุคคลได้ไหมท่านประธานครับ เพื่อความถูกต้องของคะแนนครับ ท่านประธานครับ เพื่อความถูกต้องเท่านั้นเองครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวฟังท่านไพจิตนิดหนึ่ง ท่านไพจิตว่าอย่างไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอพูดในฐานะ ที่เป็นรองประธานวิปฝ่ายค้านครับท่านประธาน กรณีที่มีการนับองค์ประชุม ผมเห็นชอบ ตามที่ท่านสมบูรณ์ เห็นด้วยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

เนื่องจากเป็นเรื่องสําคัญที่ผมทราบว่า ฝ่ำยรัฐบาลไม่อยากให้พูดเรื่องการปฏิวัติ รัฐประหารในสภา แล้วมันก็เป็ นเหตุ ที่มันเกิดขึ้นอยู่เป็นเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นขอให้สนับสนุนญัตติที่บอกให้นับโดยดูบุคคล ในห้องประชุมนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เอาอย่างนี้ครับท่านสมาชิกครับ ประธานขอใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ แล้วกันนะครับเพื่อแก้ปัญหาทุกอย่าง ในข้อบังคับ ข้อ ๒๕ บอกว่า ประธานมีอํานาจ กําหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุม ฉะนั้นประธานจะขอใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่นับคนที่อยู่ ในห้องประชุมนะครับ ฉะนั้นต่อไปนี้เป็นการตรวจสอบองค์ประชุมโดยการนับจํานวน สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ตรวจนับสมาชิกเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ทําการตรวจสอบองค์ประชุมโดยวิธีการนับ)
นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมอชลน่านครับ ผมใช้อํานาจตามข้อ ๒๕ ไปแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานใช้อํานาจ ตามข้อ ๒๕ นับองค์ประชุมโดยการให้เจ้าหน้าที่นับนี่ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า พวกผมฝ่ำยค้านอยู่ร่วมด้วยไม่ได้ครับ ต้องออกจากห้องประชุม เพราะว่าถ้าเป็น เสียงข้างมากแล้ว เสียงข้างมากจะปิดการอภิปราย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ขอนะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ผมขอ ประท้วงครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผู้เสนอญัตติ ไม่อยู่ในที่ประชุม ท่านประธานดูข้อบังคับก่อนนะครับว่า การไม่อยู่ในที่ประชุมทําให้ ญัตตินี้ตกไปหรือไม่ เมื่อเขาไม่ตั้งใจที่จะอยู่ในการประชุม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายแพทย์ชลน่านท่านยังอยู่ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ญัตติปิ ดอภิปราย หรือเปิดอภิปรายซึ่งผมไม่ได้เสนอนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธาน ทําไมท่านประธานใช้วิธีแบบนี้ ซึ่งไม่เคยปฏิบัติมาก่อน ท่านประธานครับ แล้วบัตรนี้เอาไว้ทําอะไร มีความหมายอย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ครับ เอาละฟัง ท่านฟัง นั่งลงเถอะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ เมื่อการประชุมวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ มีการเสียบบัตร แทนกัน ๕ ท่าน ผมจะเอารายงานนี้เสนอท่านประธานว่ามีการเสียบบัตรแทนกัน ๕ ท่าน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งกรรมการตรวจสอบด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ชี้แจงท่านพิเชษฐ์นะครับ เมื่อสักครู่ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่ามีปัญหาเรื่องบัตรหาย ฉะนั้น เพื่อความเหมาะสมในการตรวจสอบองค์ประชุมก็ให้ใช้วิธีที่ประธานกําหนด ก็คือ นับตัวคนที่นั่ง ฝ่ายค้านเองโดยท่านไพจิตก็เห็นด้วย ผมก็ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ ก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ก็ให้เจ้าหน้าที่ได้นับองค์ประชุมโดยการนับตัวบุคคลที่นั่งอยู่ใน ห้องประชุมนะครับ ดําเนินการเลยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ขออนุญาต

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

เพื่อความชัดเจนครับท่านประธาน คําว่า องค์ประชุม นี่ ห้องประชุมนี้คิดว่าตั้งแต่ประตูนะครับท่านประธาน ตอนนี้ ส.ส. แล้วก็ที่อยู่ด้านหลังครับ ถือว่าเป็นองค์ประชุมหรือไม่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ ท่านผู้ใดประสงค์จะเป็นองค์ประชุมก็ขอให้เข้ามานั่งอยู่ในห้องประชุมนะครับ ท่านใดไม่ประสงค์จะเป็นองค์ประชุมก็ออกนอกห้องประชุมไป

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ใครที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ควรจะปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมสภา

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ นั่งเถอะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่กําลังนับครับ พอแล้วครับท่านบุญยอด ไม่ต้อง ประท้วง ไม่มีใครจะให้ประท้วงแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากการนับตามหัวนี่ มันจะไม่ระบุชื่อบุคคลถูกไหมครับ ฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานได้กรุณาสั่งกล้อง ให้บันทึกภาพไว้ด้วยครับว่ามีใครอยู่ในห้องประชุมบ้าง ญัตตินี้เสนอโดยพรรคเพื่อไทย แล้วเขาไม่อยู่ในห้องประชุม ประชาชนจะได้ตัดสินใจครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เอาอย่างนี้ครับ ตอนนี้กําลังตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อจะลงมติว่าจะเปิดอภิปรายหรือ จะปิดอภิปรายครับ เราก็นับตัวบุคคลที่อยู่ในห้องนี้ว่าครบจํานวนเป็นองค์ประชุม ได้ไหม ท่านรังสิมามีอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม อยากทราบว่าห้องประชุมของท่านหมายถึงตรงไหนคะ หมายถึง หลังม่านด้วยหรือเปล่า เพราะหลังม่านยังอยู่อีกเยอะนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าท่านคิดว่า หลังม่านเป็นห้องประชุม คนที่อยู่หลังม่านก็ต้องนับด้วย แต่ถ้าคิดว่าไม่ใช่ ก็ไล่เขาออกไป จากห้องประชุมค่ะ หน้าที่ของประธานนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสิมาครับ ที่ประชุมก็คือที่นั่งอยู่ตรงนี้เข้ามาทางม่านด้านนี้ ที่เสียบบัตรเสร็จแล้ว กดแล้วแสงสว่างสัญญาณมันขึ้น หลังห้องไปกดอย่างไรมันก็ไม่ขึ้นก็ไม่ถือว่า เป็นห้องประชุม เรานับตั้งแต่ม่านนี่มานะครับ ดังนั้นก็นับเฉพาะที่นั่งอยู่ตั้งแต่หน้าม่านมา เรียบร้อยหรือยังครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ผมได้ใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ กําหนดวิธีการตรวจนับองค์ประชุม โดยการให้เจ้าหน้าที่นับสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุม นับแล้วได้จํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๓๒ คน ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขอนับใหม่ครับท่านประธาน อย่าเพิ่งปิดประชุมครับ ขอนับใหม่ครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตนับใหม่ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ขอนับใหม่โดยวิธีการ ขานชื่อครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ หลักฐานการนับที่เจ้าหน้าที่มอบให้ผมนี่นะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ขอให้ขานชื่อครับ เนื่องจากผมเชื่อว่ามันสับสนระหว่างหลังม่าน หน้าม่านนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน ให้ใช้ญัตติการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิษณุครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ เมื่อกี้ตัวเลขออกมาชัดเจนแล้ว ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยก่อนที่จะขอเสนอนับใหม่

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ตามข้อ ๒๕ ท่านประธานมีสิทธิที่จะใช้วิธีตรวจสอบองค์ประชุม หรือสั่งพักการประชุม หรือสั่งเลื่อน การประชุม เพราะฉะนั้นขณะนี้ขอให้ท่านประธานได้ใช้วิธีก็คือการตรวจสอบ องค์ประชุมใหม่ด้วยวิธีขานชื่อครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์ครับ การใช้อํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ประธานก็ได้ใช้แล้วโดยการสั่ง นับคะแนนโดยวิธีการนับคนที่อยู่ในห้องประชุมตามที่ทั้ง ๒ ฝ่ำยเห็นชอบร่วมกัน ขณะนี้ก็ได้ผลออกมาแล้วว่ามีแค่ ๒๓๒ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุม ฉะนั้นประธาน จําเป็นต้องปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๓.๓๙ นาฬิกา