ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างโรงนมให้กับสหกรณ์โคนม และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหานมทั้งระบบ รวมทั้งการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและศูนย์รวบรวมนมดิบ และเสนอให้มีองค์กรกลางที่มีผู้แทนจากภาคราชการ ภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูป และฝ่ายจัดซื้อ และให้อสค. ดำเนินการแทนองค์กรกลาง และแยกภารกิจการบริหารจัดการระบบนมโรงเรียนออกจากภารกิจปกติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรียนท่านประธานว่าคําถามที่นางสาวกัลยา ขออนุญาตอ่านชื่อกลัวว่า จะจําชื่อท่านผิด นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ที่สอบถามมาความจริงบางส่วนผมได้ ตอบไปแล้ว เรื่องการจัดสรรงบประมาณไปสร้างโรงนมให้กับสหกรณ์โคนมในเขต ปฏิรูปที่ดินลําพญากลาง จํากัด ยํ้าอีกครั้งหนึ่งว่าวงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท โดยมีสหกรณ์ โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินลําพญากลาง จํากัด จังหวัดสระบุรีนี่เขาสมทบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๖๐ ล้านบาท หมายความว่าทุกสหกรณ์นี่ได้เสนอมาอีก ๕ สหกรณ์ ที่ขอมาเพิ่มก็มี เงินสมทบอยู่แล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รอแต่งบจากทางรัฐบาลจากทางท่านกรณ์ จาติกวณิช รับผิดชอบกระทรวงการคลังจัดให้ก็สร้ำงได้เลย ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดสระบุรี ทั่วประเทศเลย ต้องขอบคุณนางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ที่ได้สะท้อนถึงความรู้สึก ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค แล้วก็ของโคด้วย ท่านรู้สึกถึงความรู้สึกของโคด้วย เวลาโคนมคัด ผมเป็นผู้ชายก็ไม่รู้เรื่องว่ามันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด ก็ต้องขอบคุณคุณกัลยาที่ได้ ช่วยบรรยายให้สภาแห่งนี้ได้ทราบว่าเวลาโคนมคัดมันเจ็บปวดขนาดไหน มันก็ต้องรีดนม ออกมา ฉะนั้นพอรีดออกมามาก ๆ มันก็ล้นตลาด ท่านกัลยาเรียกร้องให้รัฐบาลนี้ได้สนใจ ในการแก้ไขปัญหานี้เพราะเป็นอาชีพพระราชทานที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของพวกเราได้พระราชทานให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งถือว่าเป็ นมหามงคล เป็นอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกรของพวกเรา ขอเรียนว่าคุณกัลยาไม่ผิดหวังครับ รัฐบาล ชุดนี้นอกจากจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการของบไปสร้างโรงนมเพิ่มเติม แล้วก็ ยังไม่พอ รัฐบาลยังมีวิธีการจัดการแก้ไขปัญหานมทั้งระบบด้วย อยากจะเรียนให้ทราบว่า รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหากรณีเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนมประสบภาวะขาดทุนที่ต้องนํานํ้านมดิบบางส่วนของผู้ประกอบการแปรรูปไม่รับซื้อ เอาไปเททิ้ง รัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไขโดยให้มีการบริหารจัดการนํ้านมดิบรวมทั้ง การแก้ไขนํ้านมดิบที่ผู้ประกอบการไม่รับซื้อ โดยคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดําเนินการ มีมาตรการ หลายมาตรการดังต่อไปนี้
มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบ โดยมีกรมส่งเสริม สหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการกําหนดแนวนโยบายและแผนการผลิต และจําหน่ายนํ้านมดิบ โดยจัดให้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเอาไว้ เอาเกษตรกรมาขึ้นทะเบียน และศูนย์รวบรวมนํ้านมดิบกับกรมปศุสัตว์ และจัดให้มี การจัดทําบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการนํ้านมดิบหรือมีบันทึกเอ็มโอยู (MOU) ระหว่าง ผู้ประกอบการและศูนย์รวบรวมนํ้านมดิบกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งมีสัญญา หรือระเบียบกําหนดบทลงโทษสําหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยู ภายใต้บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ นี่คือมาตรการแรก นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ยังได้มีมติอนุมัติให้เพิ่มงบประมาณเพื่อจัดซื้อนํ้านมดิบ เพื่อดําเนินการตามโครงการอาหารเสริม (นม) หรือนมโรงเรียนเพิ่มขึ้นอีก จากเมื่อก่อนนั้น รัฐบาลอนุมัติเงินให้ไปทําโครงการนมโรงเรียนปี ละประมาณ ๘,๔๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลชุดนี้ในงบประมาณปี ๒๕๕๓ รัฐบาลอนุมัติเพิ่มขึ้นจาก ๘,๔๐๐ ล้านบาท เป็ น ๑๓,๓๐๐ ล้านบาทของปี ๒๕๕๓ เป็ นต้นไป เพื่อจัดซื้อนํ้านมดิบผลิตเป็ น นมโรงเรียนตามโครงการอาหารเสริม (นม) หรือนมโรงเรียนเพื่อแจกให้กับเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลก่อนวัยเรียนจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๖ เมื่อก่อนเด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียน แค่อนุบาลไปถึง ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ นี่ก็ไม่ได้ดื่ม รัฐบาลชุดนี้จัดให้หมดเลย ก็มีเด็กนักเรียน ตั้งแต่ระดับอนุบาลก่อนวัยเรียนถึงชั้นประถมศึกษา ป. ๖ ได้รับการดูแลในเรื่องนี้ ประมาณ ๘,๔๐๐,๐๐๐ คน ดื่มทุกวันยกเว้นวันเสาร์และวันอาทิตย์ให้ไปดื่มที่บ้าน รวม ๒๖๐ วัน คิดเป็ นนํ้านมดิบที่เข้าร่วมโครงการนี้ถึง ๔๓๖,๘๐๐ ตันต่อปี ๔๓๖,๘๐๐ ตันต่อปี โดยมีการจัดทําบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการนํ้านมดิบทั้งระบบ ในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ วันละประมาณ ๒,๕๖๐.๗๕ ตัน ระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อนํ้านมดิบและผู้ผลิต ซึ่งประกอบด้วยสหกรณ์โคนม กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ส่งผลให้ผู้ประกอบการผลิต นมโรงเรียนและรับซื้อนํ้านมดิบตามข้อตกลงการซื้อขายนํ้านมดิบร่วมกัน และนอกจากนั้น อยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านกัลยาเพิ่มเติมว่า สําหรับการแก้ไขปัญหานม ในภาพรวมทั้งระบบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแนวทางการทบทวนระบบ การบริหารจัดการนมโรงเรียนต่อคณะรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอโดยมีสาระสําคัญดังนี้
๑. การบริหารจัดการโครงสร้างระบบนมโรงเรียนให้มีองค์กรกลางซึ่งเป็น คณะกรรมการกลาง ๔ ฝ่าย ได้แก่ ภาคราชการ ภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูป และผู้แทนฝ่ายจัดซื้อ รวม ๑๙ คน เป็นผู้ดําเนินการบริหารจัดการระบบนมโรงเรียน โดยมอบหมายให้ อสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐให้ทําหน้าที่เป็ นฝ่ำยเลขานุการ ขององค์กรกลาง เป็นผู้แทนในการบริหารจัดการด้วย แล้วก็
๒. อสค. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐจะทําหน้าที่แทนองค์กรกลาง ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้วย โดยแยกระบบการบริหารเงินและการดําเนินงานออกจาก ภารกิจที่ดําเนินการตามปกติ คือแยกออกมาดําเนินการเป็นภารกิจเฉพาะกิจขึ้นมา ของ อสค. และให้ดําเนินการนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้และพัฒนาให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว รวมทั้งให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
สําหรับงบประมาณที่จะใช้ยังคงใช้งบประมาณกระจายสู่ท้องถิ่น หรือหน่วยจัดซื้อเช่นเดิม เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมายการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น คือให้ทาง อบต. เทศบาล อะไรดําเนินการในเรื่องนี้ไม่ให้ขัดกับกฎหมายกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น และพระราชบัญญัติงบประมาณด้วย และนอกจากนั้นให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุน จากรัฐบาลเพื่อจัดซื้ออาหารเสริม (นม) หรือนมโรงเรียน ให้จัดซื้อจาก อสค. ซึ่งเป็น หน่วยงานของรัฐโดยวิธีกรณีพิเศษ เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และนอกจากนั้น อสค. จะเป็นคู่สัญญา ซื้อขายกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวทุกรายเพื่อจําหน่ายนมโรงเรียนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานจัดซื้อโดย อสค. สามารถมอบอํานาจให้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้มอบสินค้าและรับชําระเงินตลอดจนรับผิดชอบ ความเสียหายตามสัญญาที่ อสค. ทํากับหน่วยงานจัดซื้อทั่วประเทศ และให้หน่วยจัดซื้อ เปลี่ยนระบบการชําระเงินจากเดิมที่ชําระเป็ นรายภาคเรียนมันนานไปก็ให้ชําระ เป็นรายเดือน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวในการบริหารเงินทุนหมุนเวียน เกี่ยวกับเรื่องนมโรงเรียนของพวกเรา และนอกจากนั้นการจัดการนมโรงเรียน นมโรงเรียน ปริมาณ ๑,๒๐๐ ตันต่อวัน ก็มีระบบบริหารจัดการโดยให้คณะกรรมการกลางทําหน้าที่ จัดสรรปริมาณนํ้านมดิบ ปริมาณการจําหน่ายและพื้นที่การจําหน่ายนมโรงเรียนให้กับ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยยึดปริมาณนํ้านมดิบที่ทําเอ็มโอยูกับกรมส่งเสริม สหกรณ์ ศักยภาพการผลิต การจัดการระบบโลจิสติกส์ (Logistics) การขนส่ง ผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพมาตรฐาน ประวัติการดําเนินงานที่ผ่านมาเป็นผู้ทําการผลิตเอง ไม่จ้างผู้อื่นมาผลิต และโรงงานจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ในรายละเอียดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด เกษตรกร ผู้มีสิทธิจําหน่ายนํ้านมดิบต้องจดทะเบียนเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกับกรมปศุสัตว์ เท่านั้น และมีคุณภาพนํ้านมดิบตามมาตรฐานที่กําหนด นมที่จัดส่งให้โรงเรียนต้องมี คุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาและให้มี การติดตามตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนอย่างต่อเนื่องและสมํ่าเสมอ รวมทั้ง ให้มีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนเพื่อทําให้เด็กชอบดื่ม ถ้าเป็นนมที่ รสชาติไม่ดีเด็กก็จะไม่ดื่มก็จะมีปัญหา และนอกจากนั้นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขก็จะมี บทลงโทษด้วยโดยจะไม่ได้รับสิทธิการจําหน่ายนมในโครงการนมโรงเรียนด้วย ขอเรียน ท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องที่ท่านถามตอนแรก บางทีคําถามกับคําตอบมันมักจะสวนกัน ผมก็เตรียมมาตามที่ท่านถามในเอกสาร แต่พอท่านถามนอกมันก็ต้องอาศัยข้อมูล จากทางเจ้าหน้าที่มาประกอบด้วย ต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมานะครับ
เรื่องการรับซื้อนมจากต่างประเทศเข้ามานะครับ ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็มีคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรโควตานําเข้านมผงขาดมันเนย โดยกรมปศุสัตว์เป็ นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ โดยมีผู้แทนจากองค์กรเกษตรกร จากผู้ประกอบการและจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาจัดสรรโควตานําเข้า ในแต่ละปี คือไม่ได้ปล่อยเข้ามาอย่างอิสระ แต่เราก็มีคณะกรรมการควบคุมและจัดสรร โควตาให้ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร หลักเกณฑ์การจัดสรรโควตาเขาจะ แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ กลุ่มผู้รับซื้อนํ้านมดิบจัดสรรให้ร้อยละ ๘๐ ของปริมาณ การนําเข้า จัดสรรให้ร้อยละ ๘๐ ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการทั่วไปซึ่งเป็นผู้ผลิตนมเปรี้ยว ผลิตไอศกรีมก็จัดสรรให้ร้อยละ ๒๐ ของปริมาณการนําเข้า นี่คือข้อมูลที่อยากจะเรียนให้ คุณกัลยาและเพื่อน ๆ ส.ส. ของจังหวัดสระบุรีได้รับทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้นนะครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ