สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๓

ร้อยตำรวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เสนอการปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ โดยไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และสนับสนุนองค์กรตามรัฐธรรมนูญในการสร้างความสมานฉันท์ภายใต้กรอบของบทบาทอำนาจและหน้าที่ขององค์กร และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ และต่อมา ได้มีประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ เมื่อมีการประกาศ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ก็มีการเข้าเฝ้ำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประเทศชาติว่า “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้ฟังรัฐมนตรีที่จะเข้ารับหน้าที่ต่อไปนี้ ได้ปฏิญาณตน ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งท่านมีหน้าที่ที่สําคัญที่สุด เพราะว่าจะต้องทําให้ประเทศชาติมีความสุข ความเรียบร้อย ถ้าท่านทํางานเรียบร้อย ทําให้บ้านเมืองเรียบร้อย ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นบุญสําหรับประเทศ เพราะว่าประเทศ ต้องมีคนที่ดูแลความเป็ นอยู่อย่างดี ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติงาน ของประชาชนทั่วไปได้ดีนัก แต่ถ้าท่านได้ช่วยกันทําให้บ้านเมืองมีความสุข มีความเรียบร้อย ก็ทําให้ประเทศชาติเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชน คนไทยทุกคน ที่จะให้ประเทศชาติดําเนินไปโดยดี เพราะว่าทําให้สามารถที่จะมี ความเป็นไทยอยู่ได้...” และยังอีกหลายตอนซึ่งเป็นพระบรมราโชวาทที่พระราชทาน ให้แก่รัฐบาลชุดนี้ และที่สุดนายกรัฐมนตรีก็ได้นําพระบรมราโชวาทมากําหนดเป็นกฎ ให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด กฎข้อแรก ก็บอกว่า จะน้อมนํา พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานให้แก่คณะรัฐมนตรี ในการถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยเฉพาะการปฏิบัติงานให้เกิดความเรียบร้ อย และความสงบสุขในหมู่ประชาชน

ท่านประธานครับ วันที่ ๒๙ ธันวาคม นายกรัฐมนตรีได้นําคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งความจริงจะต้องแถลงกันในสภาผู้แทนราษฎร หรือในที่ประชุมรัฐสภา แต่ด้วยเหตุที่รัฐบาลไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้จึงได้ไปใช้ห้องประชุม กระทรวงการต่างประเทศในการแถลงนโยบายในวันนั้น ตอนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล ได้ปรารภขึ้นต้นว่า รัฐบาลได้เข้าบริหารประเทศในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้ง และมีความแตกแยก เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการเมืองและการบริหาร ประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวระหว่างกลุ่มประชาชนได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้ การบริหารบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาขาดความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศในเรื่อง ต่าง ๆ ที่มีความสําคัญเร่งด่วนและมีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นจุดอ่อนของประเทศ ที่ย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รู้ได้เห็น ถึงความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต่อไปในนโยบาย ที่รัฐบาลได้แถลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้วางแนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการ ในข้อที่ ๒ บอกว่า สร้างความปรองดองสมานฉันท์ บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และ การยอมรับของทุกภาคส่วน ในข้อที่ ๔ บอกว่า พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมือง ให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับของสากล ท่านประธานครับ นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่ม ดําเนินการในปี แรก ในข้อ ๑.๑.๑ กล่าวไว้ว่า เสริมสร้างความสมานฉันท์และ ความสามัคคีของคนในชาติให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยใช้แนวทางสันติ รับฟังความคิดเห็น จากทุกฝ่าย และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติ ในทุกกรณี รวมทั้งฟื้นฟูระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม แก่ทุกฝ่ำย รวมทั้งสนับสนุนองค์กรตามรัฐธรรมนูญให้มีส่วนร่วมในการสร้ำง ความสมานฉันท์ ภายใต้กรอบของบทบาทอํานาจและหน้าที่ขององค์กร ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลา ๑ ปี ๒ เดือน ๖ วันที่รัฐบาลนี้ขึ้นมาบริหารชาติบ้านเมือง สิ่งที่ประกาศ ไปทั้งหมด สิ่งที่แถลงไปทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเข้าเฝ้ำได้มีการแถลงของ นายกรัฐมนตรีอย่างแจ้งชัด ผมทราบดีว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่ปกติ เป็นวิกฤติ ประชาชนคนไทยมีความทุกข์ หน้าที่เบื้องต้นของผมคือการยุติการเมืองที่ล้มเหลว ที่เป็น ต้นเหตุของความขัดแย้ง แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสี ที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศขณะนี้ ผมจะขจัดการเมืองที่ล้มเหลวออกไป และจะนําความสมัครสมานสามัคคีกลับคืนมา โดยอาศัยความยุติธรรมเป็นกระบวนการนําหน้า

ท่านประธานครับ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดในโอกาสต่าง ๆ รวมถึงนโยบาย ที่แถลงตามวัฒนธรรมประเพณีของการปกครองบ้านเมืองเป็นเพียงมายาภาพที่รัฐบาล สร้างขึ้น หาได้มีความจริงใจในการที่จะรังสรรค์ความสงบสุขให้เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองไม่ ดังจะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งทีมงานโฆษก ซึ่งแต่ละคนฝีปากจัดจ้าน เด็กวัยรุ่น มันพูดกันว่านายกรัฐมนตรีตั้งคนได้ถูกเหลือเกิน ไปไหนเอาแต่ปาก ตีนไปหาเอาข้างหน้า ขออภัยครับ ผมใช้คําว่า ตีน ก็แปลว่าเท้านั่นแหละ ไปไหนเอาแต่ปากไป ตีนไปหา ข้างหน้า นี่เป็นคําพูดของเด็กวัยรุ่นทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเหนือ ใต้ ออก ตก ผมได้ยินกับหู มาหลายครั้งหลายหนก็มาถ่ายทอดให้ฟัง นายกรัฐมนตรีบอกหลายที่ว่าจะสร้าง ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมายจะทําให้ประเทศไทย เป็นนิติรัฐ ตามห้องนํ้าสถานีบริการหลาย ๆ แห่ง ท่านประธาน ถ้ามีโอกาสเดินทาง ไปต่างจังหวัดลองแวะดูสิครับ ข้อความที่เขาเขียนไว้มันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็ นจริง สมัครทํากับข้าวถูกออก คนเป็นกบฏกลับถูกปลดปล่อย ตามที่เป็นที่ทราบกันดีว่า กลุ่มพันธมิตรซึ่งยึดทําเนียบรัฐบาล ๑๙๓ วัน ยึดสนามบินตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๑ จนกระทั่งบัดนี้คดีไม่ไปถึงไหนเลย ส่วนการกระทําของกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่าคนเสื้อแดง ไม่ว่าทําอะไรก็จะต้องถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดําเนินคดี อย่างเคร่งครัด และในเวลาอันรวดเร็วสามารถทําการสรุปผลสํานวนสอบสวนส่งอัยการ ส่งศาล ส่วนคนเสื้อเหลืองนั้นปีกว่าแล้วก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน นี่หรือครับความเป็นธรรม ที่จะเกิดขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้ตรงนี้ว่า ที่ไหนก็ตามที่มีแรงกด ที่นั่นก็จะมีแรงต้าน และที่ใดก็ตามถ้าไม่มีความยุติธรรม ความสามัคคีก็ไม่เกิด ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้ความเลวร้ายในสังคมไทยเกิดขึ้นมากเหลือเกิน สิ่งที่ทน ไม่ไหวจนต้องนํามาถามกระทู้ถามสดก็คือการคุกคามเสรีภาพของประชาชน ปรากฏ เป็นรายงานที่อยู่ในสื่อต่าง ๆ มีการประกาศรายชื่อของคนที่บอกว่าจะต้องเฝ้ำระวัง เป็นพิเศษ คนกลุ่มแรก ก็มีทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ นักการทหาร ข้าราชการประจํา กลุ่มที่ ๒ ก็คือพวกเครือข่ายทักษิณ ก็คือคนที่เป็นนักกฎหมายที่เข้ามาดูคดีความต่าง ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ซึ่งแปลงมาจากพรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งที่ไป ขึ้นเวทีปราศรัย ก็เช่นเดียวกับเมื่อก่อนที่พันธมิตรยึดสนามบินก็ดี ยึดทําเนียบรัฐบาลก็ดี ยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ ปิ ดถนนราชดําเนินก็ดี ก็มี ส.ส. ของพรรครัฐบาลขึ้นเวที มากมายก่ายกองก็ไม่เห็นมีใครไปทําอะไร แต่พอ ส.ส. พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคพลังประชาชนไปขึ้นเวทีขึ้นบัญชีดําจะต้องเฝ้ำระวังกันเป็นพิเศษ ที่เลวร้าย และรับกันไม่ได้ก็คือ การขึ้นบัญชีพระมหาเถระ จํานวน ๑๑ รูป ท่านประธานครับ พระมหาเถระที่ถูกขึ้นบัญชี เบอร์ ๑ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมกิตติเมธี ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้ช่วย เลขาธิการคณะธรรมยุต รูปที่ ๑ เป็นผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง ท่านประธานครับ พระเถระระดับนี้ชั้นธรรมนะครับ ท่านเจ้าคุณทั้งหลายจะเริ่มตั้งแต่เจ้าคุณสามัญ เจ้าคุณชั้นราช เจ้าคุณชั้นเทพ เจ้าคุณชั้นธรรม แต่ละท่านกว่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้ท่านบวช ตั้งแต่วัยหนุ่ม บางคนเป็นเณร บางคนเริ่มตั้งแต่ ๒๐ ปี ศีลจริยวัตรของท่านบริสุทธิ์ผุดผ่อง ถึงได้รับการสถาปนาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เพิ่มขึ้น จนกระทั่งได้รับแต่งตั้ง เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม นี่รัฐบาลกําลังจงใจจะประกาศตนเป็นศัตรูแบ่งแยก ระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักรอย่างนั้นหรือ กระผมขอกราบเรียนว่า ในอดีตสมัย กรุงศรีอยุธยาปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ผู้ปกครองมีอํานาจสิทธิขาด สั่งอะไรได้ตามนั้นเขายังไม่ทํากันอย่างนี้เลย รัฐบาลนี้บอกว่าตนเป็นประชาธิปไตย แต่ไปคุกคามแม้กระทั่งพระเถระ เณร ชี สมณชีพราหมณ์ ไม่มีความปกติสุข ท่านประธาน ท่านเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งเป็นองค์กรปกครองของคณะสงฆ์ แต่กลับถูก ประกาศรายชื่อเป็ นบุคคลที่ต้องเฝ้ำระวังเป็ นพิเศษ ท่านต่อไปท่านเจ้าคุณ พระธรรมโกศาจารย์ ท่านประธานที่เคารพครับ พระเถระรูปนี้เป็ นเจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาส เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีผลงาน ทางด้านการศึกษาเป็นที่ยอมรับของชาวพุทธทั่วโลก เป็นผู้รณรงค์จนกระทั่งประเทศไทย ได้รับการประกาศจากสหประชาชาติเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธ และกําลังมี ความร่วมมือกับองค์กรพุทธศาสนานานาชาติในการที่จะตั้งมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา ของโลก ท่านอยู่ในบัญชีรายชื่อพระที่ต้องเฝ้ำระวังเป็ นพิเศษ อีกรูปหนึ่ง พระธรรมสิทธินายก ท่านเจ้าคุณพระธรรมสิทธินายกรูปนี้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ทํางานใกล้ชิดอยู่กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้นเป็นประธาน คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช