อลงกรณ์ พลบุตร แถลงถึงการดูแลชาวนาและรับประกันรายได้เกษตรกร โดยมีมาตรการเพื่อป้องกันการกดราคาเอาเปรียบ และเสนอแนวทางช่วยเหลือชาวนาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมใคร่ขอขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก คุณวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ได้ถามกระทู้ถามต่อรัฐบาล ในปัญหาเรื่อง โครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้รับการยอมรับว่า เป็ นโครงการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมของเราอย่างยั่งยืน ประการสําคัญก็คือว่าในคําถามที่ได้ถามว่า รัฐบาลมีมาตรการอย่างไรเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาขายข้าวได้ใกล้เคียงกับราคาอ้างอิง ขอทราบรายละเอียด ต้องเรียนว่า รัฐบาล มี ๓ มาตรการในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะว่าโดยส่วนใหญ่ในโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรนั้นได้ยึดหลักฝนตกทั่วฟ้ำ ซึ่งต่างจากในอดีตเป็นลักษณะฝนตก ไม่ทั่วฟ้ำ จะตกทั่วฟ้ำเฉพาะกลุ่มผู้ได้ผลประโยชน์หลัก ๆ แต่ชาวนาไม่เคยได้ผลประโยชน์ เหมือนฝนตกทั่วฟ้ำ คราวนี้รัฐบาลก็ดําเนินนโยบายให้ฝนตกทั่วฟ้ำก็คือให้เกษตรกร ทุกราย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวเป็นอย่างน้อยที่สามารถได้ประโยชน์จากโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งแต่ในอดีตนั้นได้ไม่ถึงครึ่ง เป็นจริงอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ยกตัวอย่างในจังหวัดพิษณุโลก ข้าวนาปีในฤดูกาลที่ผ่านมาชาวนาเคยได้ประโยชน์ เพียงแค่ ๑๒,๐๐๐ ครัวเรือนเท่านั้นเอง แต่ว่าในโครงการประกันรายได้ชาวนา จังหวัดพิษณุโลก ๕๒,๐๐๐ ครัวเรือนได้ประโยชน์ นี่เรียกว่า นโยบายฝนตกทั่วฟ้ำ แต่มัน ก็มีคนเสียประโยชน์ เพราะว่าในระบบจํานํานั้นบรรดากลไกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงสี ไม่ว่า จะเป็นไซโล โกดัง ล้วนแล้วแต่ได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงการจํานํา เพราะไม่น่าแปลกใจ ว่าในขณะที่โครงการนี้เป็นที่ขานรับชาวนาทั่วทั้งประเทศ แต่มีบางกลุ่มบางพวกที่มี การเคลื่อนไหวแล้วก็พยายามล้มโครงการประกันรายได้ เพราะเขาไม่ได้เห็นประโยชน์ ของชาวนาทั้งประเทศ อาจจะเห็นเฉพาะในกลุ่มในพวกซึ่งก็โทษไม่ได้ คนเรายังมี ความรู้สึกรักตัว แต่ว่าถ้าได้เปิดใจกว้างและเห็นอย่างแท้จริงก็จะรู้อย่างที่ท่าน ส.ส. ในฐานะผู้แทนราษฎรที่รู้ร้อนรู้หนาวกับชาวนาจังหวัดพิษณุโลก ชาวนาภาคเหนือ ชาวนา ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้นั้น ร้อยละ ๙๐ เป็นอย่างน้อยพึงพอใจ และไม่ต้องการให้เปลี่ยนไปสู่ระบบการรับจํานําเพราะฝนตกไม่ทั่วฟ้ำ ดังนั้นในกรณีที่มี ช่วงต่อของปัญหาเรื่องของราคาและกลไกตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง รัฐบาลจึงได้กําหนด มาตรการในการเข้าแทรกแซงตลาด แต่ภาวะที่ผมเรียนท่านสมาชิกก็คือว่าในช่วง ๒ สัปดาห์นี้มันเกิดเรื่องอย่างไม่คาดฝัน มีการทุบตลาดที่ตลาดชิคาโก โดยการออกข่าว ผ่านสื่อตะวันตก โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้สอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว มันเหมือน การทุบตลาดหุ้น เพราะว่าปริมาณการผลิตของโลกลดลง ความต้องการในตลาดมีมาก แต่ทําไมราคาข้าวตก จึงได้พบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้วว่าได้มีการปั่นหุ้นข้าว มีการทุบ ตลาดข้าว ทําร้ายชาวนาทั่วโลก ทําร้ายชาวนาไทย ที่ตลาดชิคาโกโดยการปล่อยข่าวว่า ประเทศไทยจะระบายข้าว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน อย่าลืมประเทศไทยนั้นส่งออกข้าวคิดเป็น ปริมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการค้าข้าวในตลาดโลกทั้งหมด ๓๐ ล้านตัน เรามีปริมาณการค้าโดยตัวเลขกลมก็คือ ๑๐ ล้านตัน ๑๐ ล้านตัน ข้าวสารจาก ๓๐ ล้านตัน เพราะฉะนั้นเมื่อมีข่าวออกไปเช่นนี้ราคาในตลาดชิคาโกจึงตกรูด และทันที ส่งผลราคาตกลงมาเพราะผู้ส่งออกไม่แน่ใจก็หยุดการรับซื้อ โรงสีก็หยุดการรับซื้อ แล้วราคาในประเทศร่วงทันที ๑,๐๐๐ บาทต่อเกวียนต่อตัน แต่ว่าเมื่อรัฐบาลได้เข้า ดําเนินการอย่างฉับไว เด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปในการให้สอบสวนเรื่องนี้ ต้องเอาผิดแล้วประกาศว่าจะไม่มีการระบายข้าวในสต็อก (Stock) รัฐบาล ในช่วงระยะเวลานี้ราคาข้าวก็ถีบตัวกลับขึ้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของความตั้งใจ ในการกดราคาเอาเปรียบชาวนานั้นยังมีอยู่ รัฐบาลจึงต้องเข้าไปช่วยโอบอุ้มชาวนา
๑. โดยการให้ตั้งโต๊ะรับซื้อ ขณะนี้ต้องเรียนว่าในจังหวัดพิษณุโลกนั้น ได้ มีการเปิ ดโรงสีเพื่อเป็ นจุดรับซื้ออย่างน้อย ๓ แห่งใน ๓ อําเภอ ได้ แก่ ที่อําเภอบางระกํา อําเภอบางกระทุ่ม อําเภอพรหมพิราม และเขตติดต่อกับจังหวัด ภาคเหนือตอนล่างใกล้เคียง
๒. ก็คือให้มีตลาดนัดรับซื้อข้าวเปลือกซึ่งได้ผลมาก เพราะว่าขณะนี้ ถ้าว่าไม่คิดในแง่ปริมาณความชื้นก็ต้องเรียนว่าหลายคนก็ไม่เข้าใจตรงนี้ว่าทําไม ต้องกําหนดมาตรฐานความชื้นในการรับซื้อแทรกแซงตลาดที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า นั่นคือความชื้นระดับมาตรฐาน เวลาที่ชาวนาเกี่ยวสดก็จะมีความชื้นมากกว่า แต่ความชื้นก็คือตัวนํ้าหนัก เช่นมีนํ้าหนักนํ้าเข้าไปผสมมากเพราะความชื้นมันเกิดจากนํ้า ก็จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือนํ้าหนักนํ้าที่เข้าไป นํ้าหนักความชื้นเข้าไป เพราะฉะนั้นมันเข้าไปมากกว่าปริมาณข้าวปกติก็ต้องดึงออก ก็คือ การหักโดยเอา ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นมาตรฐานนะครับ ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานก็ปรากฏว่า ราคาได้ถีบตัวเข้ามาใกล้เคียงหรือสูงกว่าราคาอ้างอิง
เพราะฉะนั้นเป้ำหมายที่ท่านสมาชิกได้ถามและห่วงใยชาวนาอันนี้ ตรงใจมาก และผมคิดว่าจะเป็ นที่ชื่นใจของชาวนาจังหวัดพิษณุโลกและชาวนา ทั่วทั้งประเทศ และจะได้เข้าใจว่ารัฐบาลร้อนใจ แล้วก็หนักใจกับการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งยังมีนายทุนท้องถิ่น และบางทีก็มีเรื่องแอบแฝงซ่อนเร้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับ การเคลื่อนไหว แต่ผมเรียนว่าขณะนี้ขอให้ชาวนาทั้งประเทศที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ รัฐบาล ได้ยื่นมือโดยการเปิดจุดรับซื้อตามโรงสีที่ประกาศ ตรงนั้นราคาไม่ใช่ว่าให้ใกล้เคียงอ้างอิง ให้เท่าราคาอ้างอิงเลย และส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงกับการประกันรายได้นั้นรัฐบาล จะชดเชยให้ เพราะฉะนั้นชาวนาก็จะได้เท่ากับการประกันรายได้ของเกษตรกร