สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๓

ศุภชัย โพธิ์สุ อภิปรายเรื่องการปรับผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของข้าว และยอดการคําประกันข้าว โดยเน้นย้ำว่าการกำหนดปริมาณรับประกัน 25 ตันต่อไร่ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่ปลูกข้าวรอบที่ 2 เป็นผลมาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ และเรียกร้องให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการพักพื้นที่การปลูกข้าวเพื่อแก้ไขปัญหา และชี้แจงว่ารัฐบาลจะชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน ต่อประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้ตั้งกระทู้ถาม โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า รัฐบาลจะมีการปรับผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และยอดการคํ้าประกันข้าวจาก ๒๕ ตันเพิ่มขึ้นไปหรือไม่ อยากจะขออนุญาตเรียนชี้แจง ท่านผู้ทรงเกียรติดังนี้นะครับว่า กรณีการปรับผลผลิตต่อไร่นั้น สําหรับโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ รอบที่ ๒ นี่นะครับ ก็ได้มีการทบทวน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของข้าวแต่ละชนิดรายจังหวัดแล้วนะครับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทั้งนี้ การคํานวณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ที่ใช้ใน โครงการประกันรายได้ของเกษตรกรที่ปลูกข้าวนั้นเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการประมาณการ ของ ๒ แหล่งข้อมูลด้วยกัน คือ ๑. จากการประมาณการโดยการพยากรณ์ผลผลิตต่อไร่ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบและเกี่ยวข้อง เช่น ราคาในฤดูกาล ที่ผ่านมา ปริมาณนํ้าฝน ปริมาณปุ๋ ยที่ใช้ และอื่น ๆ เป็นต้นนะครับ โดยในช่วงฤดูกาล ของการผลิตจะมีการพยากรณ์เป็นระยะ ๆ ๒. ก็คือจากการสํารวจด้วยตัวอย่าง โดยการสุ่มครัวเรือนเกษตรกรตัวอย่างเพื่อสอบถามเกี่ยวกับภาวะการผลิตในช่วงต้นฤดู ของการเพาะปลูก ซึ่งยังไม่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ดังนั้นจึงเป็นข้อมูลที่เกษตรกร ประมาณการด้วยสายตาเท่านั้น แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาของการเก็บเกี่ยวผลผลิตจริง ก็จะมีการสํารวจอีกครั้งหนึ่ง เรียกว่า การสํารวจผลผลิตต่อไร่โดยวิธีตั้งแปลงเก็บเกี่ยว ผลผลิต ซึ่งนับว่าเป็นการสํารวจทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถทําการพิสูจน์ได้และถูกต้อง น่าเชื่อถือ มีวิธีการดังนี้นะครับ คือไปสุ่มหาจุดตั้งแปลงทดสอบในนาข้าวของเกษตรกร ตัวอย่างแล้วก็เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว จากนั้นนํามาวัดความชื้นแล้วก็ชั่งนํ้าหนัก เพื่อคํานวณหาผลผลิตต่อไร่ที่แท้จริง หากผลผลิตต่อไร่ที่ได้มาจากการสํารวจโดยวิธี ตั้งแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่มีความแตกต่างจากการประมาณการไว้ครั้งแรก โดยไม่มี นัยสําคัญที่จะมีการปรับแก้ แต่ถ้าข้อมูลมีความแตกต่างกันมากก็จะปรับแก้ตาม สถานการณ์และตามความจําเป็นต่อไป อย่างไรก็ตามนะครับคณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ ได้มีมติ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณากําหนดผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของข้าว แต่ละชนิดแยกเป็นรายอําเภอ คือคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติมอบหมายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการสํารวจลงไปให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น คือเมื่อก่อนนั้นอาจจะไปสํารวจจังหวัดละจุด ๒ จุด ๓ จุดอะไรทํานองนี้ แต่ว่า ช่วงฤดูการผลิตที่จะให้ขึ้นทะเบียนรอบที่ ๒ ก็มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเจ้าหน้าที่ลงไปสํารวจให้มันมีรายละเอียดเพิ่มมากยิ่งขึ้น ถ้าสามารถทําได้ก็เป็น รายอําเภอไป เพื่อที่จะให้การกําหนดผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสอดคล้อง กับข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น สําหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในปีต่อไป

สําหรับกรณียอดการคํ้าประกันข้าวจาก ๒๕ ตันที่คุณหมอวรงค์ได้ สอบถามว่าจะมีการปรับเพิ่มหรือไม่ สําหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรปลูกข้าว ในปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ รอบที่ ๒ นี้ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ปี ๒๕๕๓ มีมติ เห็นชอบปริมาณรับประกันรายได้ต่อครัวเรือนเท่ากับปริมาณประกันรายได้เกษตรกร ปลูกข้าวรอบที่ ๑ ครับ คือยังไม่สามารถที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากผลการดําเนินงาน โครงการรอบที่ ๑ ปรากฏว่ากําหนดปริมาณรับประกันที่ ๒๕ ตันได้เป็นการช่วยเหลือ เกษตรกรชาวนาทุกรายที่ได้ทําสัญญาแล้วคือเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กําหนด ๒๕ ตัน ก็เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยของเกษตรกรชาวนาถือครองพื้นที่ไม่เกินรายละ ๔๐ ไร่ มากถึงร้อยละ ๘๒ ของเกษตรกรชาวนาทั้งหมดหมายความว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรอบที่ ๒ จะเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ชลประทานและมี แหล่งนํ้าในการทํานา ได้รับประโยชน์มากกว่าเกษตรกรทํานาโดยอาศัยนํ้าฝน คือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เขตชลประทานทํานา ๒ ปี ๕ ครั้ง ก็ได้ประโยชน์ทุกครั้ง ฉะนั้น ถ้าหากว่าจะไปเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นมันก็จะเป็นการเอาเปรียบเกษตรกรภาคอื่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคใต้ ที่เขาผลิตปีละ ๑ ครั้ง รัฐบาลดูแลโดยละเอียดแล้ว ฉะนั้นการกําหนดในผลผลิตต่อไร่ ๒๕ ตันนี่ก็เป็นผลผลิตที่ได้เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกร พอสมควรแล้ว อนึ่ง โครงการรอบที่ ๒ ส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกในภาคกลางและภาคเหนือ ตอนล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการประกันรายได้ เกษตรกรรอบที่ ๑ แล้ว แล้วเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับเกษตรกรภาคอื่น ๆ ของประเทศ รัฐจึงได้กําหนดปริมาณรับประกันต่อครัวเรือนดังนี้ ข้าวเปลือกเจ้าปทุมธานีปริมาณ รับประกันต่อครัวเรือน ๒๕ ตันต่อไร่ ข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์ที่ทางราชการรับรองปริมาณ รับประกันต่อครัวเรือนก็ ๒๕ ตันต่อไร่ ส่วนข้าวเปลือกเหนียวปริมาณรับประกัน ต่อครัวเรือนเป็ น ๑๖ ตันต่อไร่ ก็อยากจะเรียนคุณหมอวรงค์ว่า คณะกรรมการ ในการคํานวณผลผลิตต่อไร่นี้เป็ นคณะกรรมการที่มีการแต่งตั้งโดยมี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีตัวแทนสมาคมชาวนาไทย สมาคมส่งเสริมชาวนาไทย ผู้แทนศูนย์พันธุ์ข้าวชุมชน แล้วก็มีหน่วยงานภาครัฐ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานทั้งจากสมาคมโรงสี จากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็มีกรมการข้าว เป็ นฝ่ำยเลขานุการ คือคณะกรรมการชุดนี้อย่างที่เรียนให้ทราบว่าได้ยึดถือ เอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาเป็นที่ตั้ง เพราะโครงการนี้เป็นโครงการแรก ที่รัฐบาลได้พยายามที่จะสร้างเสถียรภาพเรื่องราคาข้าวช่วยเหลือเกษตรกร ฉะนั้นรัฐบาล ต้องการให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรชาวนาให้มากที่สุด นี่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยที่ชาวนาทํานาแล้วไม่ขาดทุน

ส่วนประเด็นที่ท่านได้สอบถามถึงเรื่องเงินช่วยเหลือเพลี้ยกระโดด เมื่อไร จะจ่ายสักที ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า เพลี้ยกระโดดเป็นการระบาดข้าวที่ค่อนข้างจะรุนแรงมากในแถบภาคกลางและภาคเหนือ ตอนล่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลได้ทําการพยายามแก้ไขในเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ โดยใช้ทั้งสารฉีดพ่น ทั้งยา ทั้งอะไรต่าง ๆ ทําหมดแต่ก็ไม่สามารถที่จะ สกัดกั้นได้ ฉะนั้นวิธีการเดียวที่จะสามารถแก้ไขเรื่องเพลี้ยกระโดดได้อย่างได้ผลก็คือ ต้องมีการพักพื้นที่การปลูกข้าว พักพื้นที่การปลูกข้าวก็คือต้องรณรงค์ขอให้พี่น้อง เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ คือหยุดการปลูกข้าวสักรอบหนึ่ง การรณรงค์ให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาหยุดปลูกข้าวสักรอบหนึ่งเพื่อเป็นการสกัดกั้นไม่ให้เพลี้ยกระโดดมันระบาดต่อไป เป็นการพักดิน เป็นการปรับปรุงบํารุงดิน เป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะให้เพลี้ยกระโดด มันหมดไปจากพื้นที่แปลงนาตรงนั้น จึงได้ทําโครงการขึ้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเงินจํานวนถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาท ในการที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องเพลี้ยกระโดดตรงนี้ แต่ว่าเกษตรกรที่ประสบปัญหา เพลี้ยกระโดดจะต้องมาสมัครเข้าร่วมโครงการ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รณรงค์ เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาที่อยู่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่มีปัญหาเรื่อง เพลี้ยกระโดด ต้องเข้าร่วมโครงการครับ คือได้เปิดรับสมัครตั้งแต่ระหว่างวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ และนอกจากนั้นหลังจากพี่น้องชาวนาเข้าร่วม โครงการแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินไปไถกลบ ข้าวทั้งหมด ไถกลบเพื่อที่จะเป็นการตัดตอนเพลี้ย คือพอเข้าร่วมโครงการก็จะไปไถกลบ ให้ฟรี เสร็จแล้วพอฤดูกาลใหม่กรมการข้าวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะหา พันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ที่ปลอดเชื้อและได้รับการรับรองจากกรมการข้าวของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปมอบให้พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ แล้วก็นอกจากนั้นแล้วรัฐบาล ยังจะชดเชยให้ ที่รณรงค์ให้พี่น้องหยุดปลูกข้าวหนึ่งฤดู รัฐบาลไม่ได้ให้หยุดเฉย ๆ ก็คํานึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวว่า ถ้าหยุดปลูกไป รอบหนึ่ง เกษตรกรก็ขาดรายได้ แต่ว่าถ้าปลูกไปก็เสียหายเพราะเพลี้ยทําลาย ฉะนั้น รัฐบาลอนุมัติเงินประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ได้ชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท คือเมื่อก่อนนั้นถ้าไปชดเชยเรื่องปัญหาภัยพิบัตินั้นเกษตรกรจะได้รายละ ๖๐๖ บาท ก็ไม่คุ้มต่อการลงทุน ขาดทุนด้วย ฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้แก้ไขปัญหาให้ ๑. พยายามตัดตอนทําลายเพลี้ยกระโดดให้เด็ดขาดและราบคาบไป ๒. ชดเชยรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง เกษตรกร และอยากขอถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานฝากไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเพลี้ยกระโดด อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องไปเสียดาย ถ้าไปเสียดายข้าวในนาที่มี เพลี้ยระบาด อาจจะระบาดเป็นหย่อม ๆ ก็ยังหวังที่จะเก็บเกี่ยวข้าวอยู่ เพลี้ยกระโดด ไม่มีทางที่จะหายไปจากแปลงนาได้ ฉะนั้นต้ องขอพี่น้องเราเข้าร่วมโครงการ ถ้า ๑,๒๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลอนุมัติไว้ชดเชยนั้นไม่เพียงพอ ผมเชื่อว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลก็คงจะดูแลพี่น้องชาวนาเราต่อไป เพราะชาวนาเป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศชาติ รัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่ครับ