ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หารือเรื่องราคาข้าวที่ตกต่ำ โดยเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงกับข่าวปล่อยข่าวที่ไม่มีจริง และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสต็อกข้าวของรัฐบาลและเสนอแนวทางในการตรวจสอบสต็อกข้าวเพื่อระบายข้าวออกไปในลักษณะนโยบายที่ไม่กระทบกระเทือนราคาข้าวภายในประเทศ และเก็บข้าวไว้ดูแลคนยากจน โดยอ้างว่าโครงการจํานําข้าวครั้งสุดท้ายของรัฐบาลทำให้เสียหายไปประมาณ 40,000 ล้านบาท และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าโครงการรับจํานําข้าวไม่เคยได้บริการชาวนาที่มีผลประโยชน์จริง ๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามสดของท่านผู้แทนราษฎรที่เคารพ คําถามที่ท่านถามที่จดได้ ก็ ๓ ประเด็นว่า ราคาข้าวที่ตกตํ่าเพราะสาเหตุอะไร ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยัง สมาชิกที่ตั้งคําถามว่า ราคาข้าวที่มันตกตํ่าในช่วงแรก เพราะว่ามันมีคนไปปล่อยข่าวว่า รัฐบาลจะระบายสต็อกข้าวของรัฐบาล ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความเป็นจริงเลย เพราะว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็มี การปล่อยข่าวออกไป และข่าวที่ออกไปพอบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน มันก็ทั่วโลก ก็มีความรู้สึกว่าทั่วโลกเขารู้ว่าเรามีข้าวในสต็อกอยู่ประมาณเกือบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน การซื้อข้าวทั้งโลกประมาณ ๓๐ ล้านตัน ถ้าเผื่อเรามีสต็อกอยู่ สัก ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตันก็เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการซื้อขายทั้งโลก อันนี้มีผล ทําให้ราคาข้าวในตลาดโลก รวมทั้งที่ชิคาโกซึ่งเขาใช้ด้วยกันเป็นตัววัดว่าราคาข้าว ตลาดโลกเท่าไร ก็ตกตํ่าแล้วก็มีผลทําให้ราคาในประเทศตกตํ่า เราได้ตั้งกรรมการ ตรวจสอบแหล่งที่มาว่าคนที่ปล่อยข่าวมีวัตถุประสงค์อะไร ประการที่ ๑ ก็อาจจะ ปล่อยข่าวไปเพื่อต้องการจะทุบราคาข้าวให้ตํ่าลงมาแล้วก็ช้อนซื้อข้าวในราคาตํ่า หรือประการที่ ๒ ก็อาจจะเป็นพวกที่ซื้อขายล่วงหน้าเอาไว้ไปทําสัญญาไว้ในอนาคต อีก ๓ เดือนจะส่งมอบข้าวก็ทุบราคาซื้อเสียในปัจจุบันนี้เพื่อจะทํากําไร เพราะว่าราคา ที่ตกลงซื้อขายกันในอนาคตมันสูงกว่าราคาที่เขาทุบราคาลงมา ซึ่งอันนี้ก็ผิดกฎหมาย คนที่ปล่อยข่าวมีเจตนาอย่างนี้ติดคุกไม่เกิน ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท อันนั้น ผมคิดว่าเป็นสาเหตุหลัก เพราะว่าเท่าที่ศึกษาดูจริง ๆ แล้วราคาข้าวในปีนี้ไม่ควรจะ ตํ่ากว่าราคาที่แล้ว เพราะผู้ผลิตข้าวทั่วโลกนะครับ ไม่ต้องเอ่ยชื่อประเทศเขาก็ได้ เขาประสบความเสียหายมาก แล้วก็เขาจําเป็นต้องซื้อข้าวอยู่แล้ว ปริมาณการซื้อข้าว ในตลาดโลกปีนี้คาดว่าจะสูงกว่าปริมาณการซื้อขายข้าวในปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น ราคาข้าวในประเทศไทยไม่ควรจะตํ่ากว่าปีที่แล้ว แต่มันก็เกิดเหตุอย่างที่ผมกราบเรียน รู้สึกวันที่ ๑๒ หรือ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่เกิดเหตุอันนี้มา เราก็ตั้งกรรมการสอบสวนอยู่ว่า ใครเป็นสาเหตุอันนี้ ทีนี้พี่น้องประชาชนที่ขายข้าวในช่วงนั้นเขาจะขายข้าวได้ราคาตํ่า อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติได้กรุณารายงานที่ประชุมต่อท่านประธานเมื่อกี้นี้ เขาขายไป ๖,๐๐๐ บาทหรือ ๗,๐๐๐ บาทผมไม่ทราบ ราคาเขาคงตํ่า เพราะเขาเก็บไว้ไม่ได้ เพราะเขาไม่มีโรงจะเก็บ ไม่มีโรงอบให้เขา เก็บมาความชื้นสูง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ต้องขาย เขาถูกกดราคา อันนี้เป็นเรื่องที่ว่ารัฐบาลก็ไม่ได้ปฏิเสธนะครับ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีคราวที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ไปรวบรวมว่าคนที่ขายข้ำวไปในช่วงนั้นซึ่งได้ ราคาตํ่า ขอหลักฐานหน่อยว่าท่านขายไปกี่เกวียนและราคาเท่าไร เดี๋ยวเราจะมาพิจารณา ไว้ช่วยเหลือท่านในส่วนตรงนั้นนะครับ เพราะว่าก็เห็นใจชาวนา เพราะว่าปีนี้สําหรับ ชาวนาของเรามีปัญหาเยอะ เกิดภัยแล้ง นํ้าในเขื่อนเหลือแค่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ตํ่ากว่า ปีที่แล้ว ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องบางส่วนที่ปลูกข้าวนาปรังนี่ข้าวไม่มีนํ้าพอก็อาจจะ เสียหายในส่วนนั้น และเกิดมีเพลี้ยอีก เพลี้ยแป้ ง เพลี้ยกระโดดเกิดแล้วก็มีหนูนาอีก แต่ความเสียหายของพี่น้องชาวนาในตรงนั้นมันเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแลเป็นอีก วิธีการหนึ่ง ไม่ใช่จะต้องใช้เหตุผลนั้นมาปรับราคาต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบประกันรายได้ ของรัฐบาล เพราะมันคนละเหตุ อย่ามาใช้วิธีการเดียวกันเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ หลายอย่างที่ทําไม่ได้ทางทฤษฎีและจํานวนเครื่องมือที่เราใช้จะต้องมากกว่าจํานวน เป้ำหมายเสมอ เพราะฉะนั้นเราใช้เพียงวิธีการเดียวเพื่อจะตอบปัญหาทุกอย่าง ทําไม่ได้ มันต้องมีเครื่องมือที่มากขึ้นและต้องมีวิธีการที่มากขึ้น
คําถามที่ ๒ ท่านถามว่าข้าวในสต็อกมีเท่าไร ผมก็บอกท่านว่าอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตันถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อวานผมถึงได้อยากรู้ตัวเลขให้ชัด ๆ ว่า สต็อกของรัฐบาลมีเท่าไร ผมเลยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบสต็อกของโรงสีต่าง ๆ ที่ฝากข้าวรัฐบาลไว้ว่ามีทั้งหมด เท่าไร มันจะได้รู้ว่ารัฐบาลจะต้องดูแลอย่างไรในปริมาณข้าวในสต็อกรัฐบาล เราควรจะ ระบายออกไปเท่าไร แล้ววิธีการระบายไม่ใช่ระบายตูมเดียว ต้องค่อย ๆ ระบายแบบนํ้าซึม บ่อทราย ภาษาที่ผมให้สัมภาษณ์ แต่นํ้าซึมบ่อทรายคือไม่ให้กระทบราคาข้าวในประเทศ แล้วก็ไม่ใช่ระบายไปทั้งหมด อาจต้องเก็บข้าวจํานวนหนึ่ง เพราะมีความเป็นไปได้ปีนี้ เมื่อตอนปลาย ๆ ปี ข้าวจะขึ้นสูงแล้วพี่น้องประชาชนที่ยากจนจะต้องซื้อข้าวแพง เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรจะมีข้าวจํานวนหนึ่งไว้ดูแลพี่น้องที่ยากจนแล้วครับ ไม่ใช่ว่า ขายไปทั้งหมด เมื่อวานผมได้ปรึกษาหารือ ผมไม่ชอบใช้คําว่า สั่ง ผมเป็ นคน ก็จะปรึกษาหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่ารับปฏิบัติ ก็ปรึกษาหารือว่า ให้ไปตั้งกรรมการสอบสต็อกโดยด่วน เพราะว่าถ้าผมรู้ว่ามันมีปริมาณเท่าไรผมจะได้ พิจารณาว่าเราควรจะขายจีทูจี (G to G) กับประเทศไหน เราจะได้รู้ปริมาณที่แน่นอน เพื่อระบายข้าว มาเก็บไว้มันก็ต้นทุนของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นทุกวันเก็บรักษาข้าว ก็ควรจะ ระบายครับ แต่ต้องระบายในลักษณะนโยบายที่ให้ไว้ก็คือว่าต้องไม่กระทบกระเทือน ราคาข้าวภายในประเทศ แล้วข้อ ๒ เราต้องคํานึงถึงว่าปีนี้ข้าวอาจจะแพง รัฐบาล ต้องเก็บข้าวไว้ดูแลคนยากคนจนสักจํานวนหนึ่งซึ่งจะได้คํานวณต่อไปนะครับ อันนี้ ก็กราบเรียนว่าจะจัดการอย่างไรกับเรื่องสต็อกข้าว
คําถามที่ ๓ บอกโครงการจํานําผลเป็ นอย่างไร เดี๋ยวเมื่อกี้ ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปบอกเจ้าหน้าที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์มาไม่ทราบจะตอบได้หรือเปล่า ที่ผมประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว แห่งชาติคราวที่แล้วได้พูดกันเรื่องนี้ ผมจําตัวเลขคร่าว ๆ ว่าการจํานําข้าวครั้งสุดท้าย รัฐบาลเสียหายไปประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าชาวนาที่ได้รับ ผลประโยชน์จากการจํานําข้าวมีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ราย แต่โครงการประกันราคาข้าว ที่ผ่านไปเมื่อปี ที่ผ่านมารัฐบาลใช้เงินไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ประชาชนได้รับ ผลประโยชน์ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย ๑๐ เท่าตัว อันนี้คือผลประโยชน์ คือเมื่อก่อน จํานําข้าวมันจะได้อยู่กระจุกเดียวภาคกลางรอบ ๆ ได้แค่นั้น อันนี้ก็เป็นความเจ็บปวด ของนักวิชาการหรืออาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาทําวิจัย เรื่องนี้แล้วก็บรีฟ (Brief) ให้ผมฟังได้อยู่แค่นี้ครับ ได้อยู่แค่นี้จริง ๆ แล้วก็มีผลประโยชน์ อย่างไรไม่อยากจะสาธยาย ถึงมีคนพยายามดิ้นรนให้รื้อฟื้นโครงการรับจํานําข้าว เพราะว่ามีคนได้ประโยชน์จากนี้จริง ๆ แต่ชาวนาจะได้ประโยชน์จริง ๆ มีแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เปรียบเทียบกับ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย ในปีที่แล้วไม่เหมือนกันนะครับ เราส่งเงินให้ชาวนาถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ทั่วทั้งแผ่นดิน ซึ่งโครงการ รับจํานําข้าวไม่เคยได้บริการเขามาก่อน อันนี้คือเมอริท (Merit) หรือผลดีของระบบประกัน ราคาข้าว จึงขอกราบเรียนสั้น ๆ ครับ