สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

เส้นทางที่ ๒ เส้นทางจากถนนสุขประยูร เข้าสู่อําเภอพานทอง ระยะทาง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ทั้ง ๒ เส้นทางนี้เปึนเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน และรองรับการจราจร ของอําเภอพานทอง อําเภอเมืองชลบุรี และอําเภอพนัสนิคม ซึ่งเปึนเส้นทาง ๒ ช่องจราจร เห็นสมควรที่จะขยายเปึน ๔ ช่องจราจรรับกับเส้นทางที่จะมาสู่สุขุมวิท เปึนการบรรเทา ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาในการขนส่งสินค้า ของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครในเขตพื้นที่อําเภอเมืองชลบุรี อําเภอพานทอง อําเภอ บ้านบึงและอําเภอพนัสนิคม

เส้นทางที่ ๓ ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็คือเส้นทางถนน จากอําเภอพนัสนิคมไปสู่อําเภอบ่อทอง ระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร มีสภาพชํารุด ทรุดโทรมเกือบตลอดสาย ก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กรุณาได้จัดสรรงบประมาณเพื่อไปซ่อมบํารุงเส้นทางเส้นนี้ด้วย เพราะเส้นทางเส้นนี้ เชื่อมกับถนน ๓๓๑ จากอําเภอสัตหีบไปจังหวัดนครราชสีมา

เรื่องสุดท้ายที่จะฝากท่านประธานก็คือว่า เรื่องที่ทางผู้แทนราษฎรได้หารือ ไปนั้นบางส่วนไม่ได้ตอบกลับมายังผู้แทนราษฎรจึงไม่สามารถที่จะนําไปชี้แจง หรือทําความเข้าใจหรือประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่ได้ร้องเรียนมาได้ เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานได้ตามเรื่องนี้เพื่อแจ้งให้ผู้แทนราษฎรได้ทราบ จักเปึนพระคุณอย่างยิ่ง ขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ เอาเมื่อวานให้จบก่อนครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้นะครับ

เรื่องแรก จากการลงพื้นที่ที่หมู่ ๗ ตําบลหินตก อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้องประชาชนที่นั่นร้องเรียนมาว่ายังไม่มีน้ําประปาใช้ ก็ใช้น้ํา บ่อซึ่งมีลักษณะขุ่นข้นจนแดงเลย แล้วก็ไม่ถูกสุขลักษณะ ก็ขอให้ท่านประธานประสาน ไปยังกรมทรัพยากรน้ําเพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยให้กรมทรัพยากรน้ําประสานไปยัง องค์การบริหารส่วนตําบลหินตกเพื่อที่จะจัดหาแหล่งน้ําและงบประมาณในการก่อสร้าง ประปาหมู่บ้าน หมู่ ๗ ตําบลหินตก อําเภอร่อนพิบูลย์ ต่อไปนะครับ

เรื่องที่สอง เรื่องปัญหาการดูแลฟุ๋นฟูสมรรถภาพของผู้ติดยาเสพติด ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฏว่ากระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้กรมการปกครอง ดูแลผู้ป์วยที่เข้ารับการฟุ๋นฟูสมรรถภาพที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยให้กองร้อย อาสาสมัครของจังหวัดเปึนสถานที่ในการดูแล แต่ว่างบประมาณในการดูแลเรื่องนี้ น้อยมาก โดยมีผู้ป์วยที่ต้องรับการบําบัดประมาณ ๑๖๐-๑๘๐ คน แต่ว่ากระทรวง ยุติธรรมได้จัดสรรงบประมาณเปึนค่าอาหารรายหัวให้เพียงหัวละ ๗๐ บาท สําหรับ คนเพียง ๑๐๐-๑๒๐ คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ อยากจะให้กระทรวงยุติธรรมได้เพิ่ม งบประมาณในส่วนนี้ลงไปดูแลโดยทั่วถึงด้วยนะครับ

เรื่องที่สาม อยากจะหารือไปยังกรมสุขภาพจิต พี่น้องประชาชนในชนบท ซึ่งประสบปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาทางสังคม ปัญหาครอบครัว มีผู้ป์วยที่เรียกว่า เปึนผู้ป์วยจิตเวช เพิ่มขึ้นจํานวนมาก ตัวเลขที่กรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานกับสาธารณะ ปรากฏว่ามีผู้ป์วยจิตเวชในประเทศไทยมากถึง ๑๒ ล้านคน ซึ่งจะต้องได้รับการดูแล ได้รับการบําบัด ซึ่งผู้ป์วยเหล่านี้มีลักษณะตั้งแต่ซึมเศร้า มีอาการ อารมณ์แปรปรวนต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย แล้วก็พี่น้องในชนบทเปึนกันมาก แล้วก็ ขาดโอกาสในการเข้าถึงในการบําบัดรักษา เราจะพบว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แม้กระทั่ง โรงพยาบาลมหาราชของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีนักจิตเวชคอยดูแลพี่น้องประชากร ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน อยู่เพียง ๕ คนเท่านั้น และมีจิตแพทย์เพียง ๒ คน สภาพอย่างนี้ครับ ทั่วประเทศมีปัญหาคล้ายคลึงกันเพราะอยากให้หารือไปยังกรมสุขภาพจิตในการ พิจารณาเรื่องนี้ เพิ่มจํานวนนักจิตเวช จิตแพทย์ แล้วก็การดูแลผู้ป์วยทางด้านนี้ อย่างถูกวิธี อย่างทั่วถึงด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ ตั้งแต่อําเภอศรีสําโรง อําเภอเมือง อําเภอกงไกรลาศและอําเภอคีรีมาศ โดยเฉพาะ อําเภอเมือง ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องขอกราบขอบพระคุณทางท่าน ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยากนะครับ ได้นําถุงยังชีพไปให้กับพี่น้อง ที่ประสบภัยจึงอยากจะกราบเรียนไปยังท่านประธานนะครับ อยากให้ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปศึกษาแก้ไขระบบชลประทาน โดยเฉพาะแก้มลิงที่สร้าง ได้งบประมาณมหาศาลเกือบพันล้านบาท แก้มลิงตัวนี้ไม่ได้ช่วยให้กับพี่น้องชาว จังหวัดสุโขทัยสักเท่าไร โดยเฉพาะไปกักกั้นทางน้ําที่พัดผ่านมา โดยเฉพาะคลองทางไม้ ซึ่งเปึนคลองธรรมชาติ เปึนทางระบายน้ําซึ่งจะต้องพัดผ่านลงไปสู่แม่น้ํายม การสร้างอ่าง เก็บน้ําอันนี้ มีถนน ๔ เลนขวางกั้นทางน้ํา แล้วมีการกั้นคลองธรรมชาตินะครับ โดยเอาดิน จากการสร้างอ่างเก็บน้ํานี้ไปทับถมในที่ดินซึ่งเปึนคลองธรรมชาติด้วย จึงอยากจะกราบ ฝากทางท่านประธานไปยังกรมชลประทานได้ดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัด สุโขทัยด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ที่หมู่ ๔ ตําบลปากพระ คลองวังผลาญ ได้รับการร้องเรียนมาอยากให้ทางกรมพัฒนาที่ดินได้สร้างอาคารบังคับน้ํา หรือกรมชลประทานก็ได้นะครับ แต่ทราบว่ากรมพัฒนาที่ดินนั้นได้มีการออกแบบเอาไว้ เรียบร้อยนะครับ คือการสร้างอาคารบังคับน้ําบริเวณปากคลองสามวาเพื่อกักเก็บน้ําไว้ใช้ ในฤดูแล้งนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

คนสุดท้าย คุณยศศักดิ์ ชีววิญ็ู เชิญครับ

นายยศศักดิ์ ชีววิญ็ู ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ยศศักดิ์ ชีววิญ็ู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องที่ จะหารือกับท่านประธาน ๔ เรื่องครับ

เรื่องแรกนะครับ เปึนเรื่องเกี่ยวกับทางรถไฟซึ่งทางข้ามทางรถไฟ ตรงบริเวณวัดบ้านหม้อ ตําบลคลองตาคต อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ชํารุด แล้วตรงนั้นประชากรในตําบลนั้นก็มีอยู่มากนะครับ ที่ใช้ทางข้ามทางนั้นซึ่งก็เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ผมเองก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปซ่อมแซมให้ทางข้าม อยู่ในสภาพดี แล้วก็ช่วยมีเครื่องกั้นอัตโนมัติซึ่งจะช่วยเหลือประชาชนให้สัญจรไปมา ได้อย่างสะดวกแล้วก็ปลอดภัยมากขึ้น

ในเรื่องที่สองนะครับ เปึนเรื่องไฟส่องสว่างตรงริมถนนทางหลวงระหว่าง เทศบาลตําบลลูกแก อําเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ผ่านไปยังเทศบาลตําบล กรับใหญ่ อําเภอบ้านโป์ง จังหวัดราชบุรี แล้วก็เลยไปถึงเทศบาลตําบลห้วยกระบอก อําเภอบ้านโป์ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเส้นทางนี้เปึนเส้นทางหลักสําหรับการบรรทุก สินค้าเกษตร อย่างเช่น อ้อย ซึ่งอีก ๒ เดือนจะเข้าหน้าตัดอ้อยแล้ว แล้วก็รถบรรทุกก็วิ่ง อย่างมากมาย ตรงนี้ผมอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบดู แล้วก็ลงไป ช่วยเหลือให้มีไฟส่องสว่างทั้งตลอดเส้นทางนะครับ ซึ่งตรงนั้นประชากร ๓-๔ ตําบลนั้น รวมกันก็เปึนหมื่น ๆ คน แล้วก็การทําไร่อ้อยของเขตนั้นก็มีรถบรรทุกสิบล้อมากมาย หลายพันคัน ก็อยากจะให้ทางกรมทางหลวงลงไปตรวจสอบแล้วก็ดูแลด้วย

ส่วนเรื่องที่สามนะครับ เรื่องสืบเนื่องมาจากวิทยาลัยการอาชีพพยาบาล ที่ตําบลลาดบัวขาว อําเภอบ้านโป์ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเปึนวิทยาลัยพยาบาลแห่งเดียว ในเขตนั้น มีอาคารเรียนแค่อาคารเดียว แต่ว่าเด็กนักเรียน นักศึกษานี่มีหลายร้อยคน ซึ่งทาง ผอ. ก็ได้มาบอกกับผมว่าอาคารเรียนของเด็กนี่ไม่เพียงพอ แออัดยัดเยียดกัน จึงได้ ขออาคารไปยังกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ซึ่งเรื่องก็คงอยู่ระหว่างทาง ก็อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางกรมอาชีวะ (กรมอาชีวศึกษา) ก็ช่วยดูแลเรื่องอาคารตรงนี้ด้วย นะครับ

ส่วนเรื่องสุดท้าย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทางภาคตะวันตกได้ไปยังเมืองทวายประเทศพม่า ซึ่งไปดูเรื่องภูมิศาสตร์แล้วก็การค้า การลงทุนของชายแดน ซึ่งตรงตําบลบ้านเก่า อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เปึนชายแดน ซึ่งติดกับประเทศพม่า ผมเองก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยดูแลเส้นทางคมนาคมจาก เมืองกาญจนบุรีไปยังทวาย เพื่อที่จะทําประโยชน์ให้กับประชาชนในภาคตะวันตกให้เกิด การค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวขึ้นกว่าเดิมครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันที่ ๑๔ ก็หมดแล้วนะครับ ต่อไปเปึนสมาชิกที่จะขอปรึกษาหารือวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๐.๐๐ นาฬิกานะครับ ๒๕ ท่านด้วยกัน รายแรกคือท่านนที สุทินเผือก เชิญครับ ๐๙.๐๐ นาฬิกา เชิญครับ

นายนที สุทินเผือก สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นที สุทินเผือก หรือ กรุง ศรีวิไล ครับ ท่านประธานที่เคารพ เขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ด้วยความรักและเคารพท่านประธานอันเปึนที่รักยิ่ง จริง ๆ ครับ กราบเรียนท่านด้วยว่าหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องคลองด่านครับ เวลานี้ เปึนสิบ ๆ ป้แล้วครับ มี ส.ส. มาหลายท่าน ใต้สะพานกลับรถ ยูเทิร์น (U-turn) ใต้สะพาน ข้ามคลองด่าน ท่านประธานครับเวลาน้ําทะเลหนุนขึ้น น้ําฝนตกลงมา กลับรถไม่ได้ครับ ประชาชนเดือดร้อนมาก กราบเรียนท่านประธานหลายครั้งแล้วว่าผมไม่รู้ว่าประชาชนเขา อยู่กันได้อย่างไร แล้วไม่มีใครกล้าร้องเรียน ไม่ร้องเรียน ส.ส. แล้วมายุคนี้ด้วย ผมมาทํา หน้าที่ตรงนี้ ผมต้องดูแลครับ ไฟฟัา ประปา กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แล้วก็ อีกอย่างหนึ่ง ผมกราบเรียนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า ภาษีรายได้ของจังหวัดสมุทรปราการนั้น มากครับ แต่ถนนสุขุมวิทตั้งแต่บางปู เมืองใหม่ จนถึงบางประกง มีเลนเดียวครับ วิ่งสวนไป สวนมาอยู่อย่างนี้ท่านประธานครับ เกิดอุบัติเหตุซ้ําแล้วซ้ําเล่า ก็ไม่มีใครทํา ไม่มีใครเสนอ รัฐบาลทั้งสิ้น ผมเองนั้นก็เปึนคนใหม่ ก็อยากจะทํางานหน้าที่ตรงนี้ แล้วตอนนี้ก็น้ําท่วม กรุงเทพมหานคร ซอย กม. ๒๕ เทพารักษ์ ท่วมจนออกไปทํางานไม่ได้ ผมก็อยากช่วย บอก อบต. ไปก็ทํางานไม่ได้เพราะว่าติดขัดมาตรา ๒๖๖ เดี๋ยวจะมาหาเรื่องผมอีกนะครับ แล้วก็ตรงซอยเทคโนโลยีเปรมฤทัยก็ติดอีก ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่กันได้อย่างไร แล้วผมก็ จะไปบอก อบต. เพียงแต่บอกแนะนําแค่นั้นเองครับ ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพ แล้วก็เพื่อน ส.ส. ที่รักทุกท่านที่ให้โอกาสผม

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งการที่เข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ ผมบอกท่านประธานตรง ๆ ว่าผมเองดีใจส่วนหนึ่ง แต่เมื่อวานผมลงไปข้างล่าง กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาเต็มเลย เจอผมวิ่งเข้ามากอดผม บอกกรุงทําไมเปึนอย่างนี้ ผมไม่เชื่อ สภาไทยเปึนอย่างนี้ มากอดว่าผมทําไม ทําไมครับ ผมถามมีคนประชุมอยู่ ๑๐๐ กว่าคน ผมเสียใจมาก ผมไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรท่านประธานผมบอกว่าผมเปึนคนใหม่ครับ พอดีท่านบัญญัติ สุภาพบุรุษนักการเมืองท่านยืนอยู่ ผมเลยเดินพาไปหาท่านบัญญัติ เขาก็ไปใส่กับท่านบัญญัติ เมื่อวานกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาเยอะครับก็เลยบอกว่า ใจเย็น ๆ ครับ ค่อย ๆ ทําไป ก่อนจะจบหารือท่านประธานวันนี้ ผมมีข้อคิดให้กับท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ฝากท่านประธานที่เคารพของผมจริง ๆ เลยว่า มีคําอยู่คําหนึ่ง จากสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีนะครับ มีเรือดี ๆ ไม่ขี่ข้าม ไปเอาเรือรั่วน้ํามาข้ามขี่ งานการไม่ใช้คนดี ๆ ไปเอาคนผี ๆ มาใช้งาน ครับขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสําราญ ศรีแปงวงค์ เชิญครับ

นายสําราญ ศรีแปงวงค์ กําแพงเพชร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสําราญ ศรีแปงวงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสัก ๒ เรื่องนะครับ ถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดกําแพงเพชรนะครับ

เรื่องที่ ๑ ได้รับร้องเรียนจากราษฎรหมู่ ๑๓ บ้านคลองปลาร้า เนื่องจาก สระเก็บน้ําได้ใช้กันมานาน แล้วก็ขณะนี้หญ้าพงทับถม แล้วก็ทรายมูลขึ้นมาทําให้การเก็บ กักน้ํานั้นได้น้อยมาก แล้วก็หน้าแล้งนี้น้ําน้อยก็มีกลิ่นเหม็นจากผู้ใหญ่บ้านร้องเรียนมา แล้วก็ขณะนี้สระดังกล่าวนั้นก็เปึนการใช้ประปาหมู่บ้าน ก็อยากจะนําเรียนถึง กรมชลประทานฝากท่านประธานขอให้กรมชลประทานไปช่วยขุดลอกสระ บ้านคลองปลาร้าหมู่ ๑๓ อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชรนะครับ

เรื่องที่ ๒ เส้นทางถนนทางหลวงชนบทสายจากบ้านคลองไพรผ่าน บ้านคลองสมุย ผ่านบ้านคลองมดแดง ผ่านบ้านชุมนุมไทร ผ่านบ้านบางขนุน ทั้งหมด เปึนระยะทาง ๑๑ กิโลเมตรนะครับ เส้นทางดังกล่าวนั้นเปึนของทางหลวงชนบท บางจุด บางแห่งก็ไปสร้างไว้เปึนคอนกรีตเปึนช่วง ๆ นะครับ แต่ว่าระยะภายในหมู่บ้านนั้นหน้าฝน ก็เปึนหลุมเปึนบ่อนะครับ ลูกรังก็เปึนหลุม แล้วหน้าแล้งฝุ์นละอองไหลเข้าบ้าน ก็จึงขอ ฝากไปยังท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยฝากถึงกรมทางหลวง ชนบทจังหวัดกําแพงเพชรนะครับ เพราะว่าเปึนเส้นทางของกรมทางหลวงชนบทอยู่แล้ว ช่วยไปออกแบบสํารวจเกี่ยวกับถนนสายบ้านคลองไพร หมู่ ๔ ตําบลโป์งน้ําร้อน อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชร ไปสู่บ้านตาลขนุน หมู่ ๖ ตําบลนาบ่อคํา อําเภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชร ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร ก็ขอฝากท่านประธานถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปถึงกรมทางหลวงชนบทจังหวัดกําแพงเพชรช่วย ดําเนินการเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องราษฎรที่มีความเดือดร้อนต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนวัธ เตาะเจริญสุข ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือกับท่านประธานดังต่อไปนี้ค่ะ

เรื่องแรกก็คือ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านหนองคู หมู่ ๖ ตําบลหนองบัวบานค่ะว่ายังไม่ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินเกือบจะทั้งหมู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ ในตําบลหนองบัวบานมีที่สาธารณประโยชน์มากกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าชาวบ้าน โดยเฉพาะที่บ้านหนองคูยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกรมที่ดินหรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ดูแลแล้วก็ช่วยดําเนินการในเรื่องนี้ด้วยค่ะ

เรื่องที่สองก็คือ ตอนนี้ท่านประธานคะ ปรากฏว่าดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน ระหว่างที่ไปเยี่ยมน้ําท่วม พี่น้องชาวบ้านโนนเปลือย หมู่ ๗ และหมู่ ๑๖ เขาบอกมาว่า บ้านนี้มีประปาขนาดเล็กมาตั้งแต่ ๒๐ กว่าป้ที่ผ่านมาค่ะ ตอนนั้นบ้านเขามีแค่หมู่เดียว มีประชากรประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือน แต่ปัจจุบันหมู่บ้านขยายมาเปึน ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือนแล้ว แบ่งแยกเปึน ๒ หมู่บ้านแล้ว แต่ประปาหมู่บ้านก็ยังไม่ได้รับ การปรับปรุงพัฒนา เวลาจะจ่ายน้ําประปาก็จ่ายเปึนเวลาคือ ๐๖.๐๐-๐๙.๐๐ นาฬิกา น้ําก็ไหลมาบ้าง ไม่มาบ้าง คุณภาพน้ําที่มาก็ขุ่นคลั่กค่ะท่านประธาน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแลปรับปรุง เรื่องขนาดของประปาหมู่บ้านจะพัฒนาเปึนประปาขนาดใหญ่ได้หรือเปล่า เพราะชาวบ้านเขาเดือดร้อนมากค่ะ หน้าน้ําน้ําท่วม หน้าแล้งไม่มีน้ําประปาใช้ ในขณะที่ บ้านนี้มีน้ําเยอะนะคะท่านประธานแต่ว่าน้ําประปาไม่ไหลทั้งวันเลยค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อดิฉันไปเยี่ยมพี่น้องที่ประสบภัยน้ําท่วมเขาก็เปึน กังวลกันค่ะ เนื่องจากบางหมู่บ้านต้นข้าวที่ปลูกเอาไว้กําลังตั้งท้อง แต่ว่าน้ําไปท่วมทําให้ ได้รับความเสียหายเปึนหลายพันไร่ค่ะท่านประธาน ๓ อําเภอที่ดิฉันไปดูไม่น่าจะต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วย ดูแลแก้ไขในเรื่องค่าเสียหายที่จะได้รับจากภัยน้ําท่วม ไม่ว่าจะเปึนเงินชดเชยเรื่องพืช เรื่องสัตว์ เพราะชาวบ้านเขาเดือดร้อนจริง ๆ เมื่อปลูกพืช ทําไร่ ทํานาแล้วไม่ได้ผลผลิตตามที่คาดการณ์ ป้หน้าชาวบ้านเดือดร้อน ไม่มีเงินใช้ แน่นอนนะคะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลด้วยค่ะ

อีกเรื่องค่ะท่านประธาน คือดิฉันเองได้ฟังข่าวทีวี ไม่ว่าจะทางหนังสือพิมพ์ หลายวันแล้วค่ะท่านประธาน เราจะปรากฏว่ามีเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุกับเรื่องรถไฟ ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องชนกัน ตกรางบ้างละ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ เรื่องที่กั้นรถไฟก็สําคัญนะคะ ดิฉันเห็นพี่น้องประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากที่กั้นทางรถไฟผ่านไม่มีค่ะท่านประธาน แล้วก็ไม่มีสัญญาณบอกให้เขาระวังตัวค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานให้ได้รับการดูแลในเรื่องดังกล่าว ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสุขวิชชาญ มุสิกุล เชิญครับ

นายสุขวิชชาญ มุสิกุล กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุขวิชชาญ มุสิกุล ส.ส. จังหวัดกําแพงเพชร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ครับ ท่านประธาน ผมใคร่ขออนุญาตปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ชาวบ้านตําบลไตรตรึงษ์ อําเภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชรครับ ท่านประธานครับ ชาวบ้าน หมู่ ๒ บ้านท้ายเกาะ ถึงหมู่ ๔ บ้านวังพระธาตุ ตําบลไตรตรึงษ์ ณ ขณะนี้ประสบปัญหา เกี่ยวกับความตื้นเขินของแม่น้ําป่งซึ่งไหลผ่านทั้ง ๒ หมู่นะครับ เพราะมีวัชพืชขึ้นปกคลุม อย่างมากครับ จึงเปึนเหตุให้แม่น้ําป่งในฤดูน้ําหลาก แม่น้ําป่งก็เกิดน้ําท่วม ทําให้เกิด การกัดเซาะตลิ่งบริเวณแม่น้ําป่งที่ไหลผ่านทั้ง ๒ หมู่ และทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมขึ้นมา ด้วย ซึ่งในขณะนี้เมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อมีน้ําหลากมาจากทางเหนือก็มีน้ําท่วม ขึ้นมาทั้ง ๒ หมู่ซึ่งเกิดขึ้นทุกป้ ผมจึงใคร่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ขอให้ทางกระทรวงเข้ามาดูแลปัญหาตรงนี้ด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกคนที่เดินทาง ขึ้นเหนือ คือถนนสายเอเชีย อย่างที่ทราบตอนนี้จากกรุงเทพมหานครไปนครสวรรค์ดีขึ้น เยอะแล้วครับ พื้นผิวจราจรก็ทําการปรับปรุงขยายเลนจราจรเปึนข้างละ ๓ เลนซึ่งดีขึ้น มาก แต่หลังจากนครสวรรค์ไปแล้ว พอขึ้นเหนือไป โดยเฉพาะนครสวรรค์ไปกําแพงเพชร ตอนนี้พื้นผิวจราจรชํารุดทรุดโทรมมากครับ ถึงขั้นวิกฤติแล้วนะครับ เพราะว่าพื้นผิวจราจร ก็เสียหายมาตั้งแต่ป้ที่แล้วแล้วครับ ก็มีการซ่อมแซมมาเรื่อย ๆ แต่ว่าที่ซ่อมแซมไปแล้ว ก็พังแล้ว ชํารุดทรุดโทรมแล้ว แล้วตอนนี้ทั้ง ๒ เลน ทั้งขาขึ้น ขาล่อง มี ๔ เลนนะครับ แต่ว่าทั้ง ๒ เลน ทั้งขาขึ้น ขาล่อง ตอนนี้ชํารุดทรุดโทรมแล้วครับ เพราะแต่ก่อนนี้ถ้ายังมี เลนขวาที่ยังไม่ชํารุดก็ยังพอขับได้บ้าง แต่ตอนนี้ทั้ง ๒ เลนชํารุดหมดแล้วนะครับ รถบรรทุก รถช้าก็มาวิ่งกันเลนขวา หรือถ้าทั้ง ๒ เลนชํารุดก็ต้องไปวิ่งกันไหล่ทาง ทางกําแพงเพชรขึ้นไปไปถึงตากก็ชํารุดทรุดโทรมอย่างมาก ผมจึงขอฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคมเช่นเดียวกันครับ ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมเข้ามาดูแล ถนนสายหลัก อันนี้เปึนสายหลักของประเทศ เพราะฉะนั้นเปึนหน้าเปึนตาของประเทศ เปึนถนนสายที่จะขึ้นเหนือจนไปถึงเชียงราย ก็ขอความกรุณาท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อวันเสาร์ที่แล้วกระผมในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรศึกษาปัญหาการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินให้แก่ ประชาชน พร้อมกับคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนเกี่ยวกับ การเร่งรัดออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินที่อําเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ได้รับ เรื่องร้องเรียนจากประชาชนเพื่อที่จะร้องเรียนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านถาวร เสนเนียม ซึ่งดูแลกรมที่ดิน

เรื่องแรก ท่านประธานครับ ราษฎรได้ยื่นหนังสือเปึนลายลักษณ์อักษร ร้องเรียนว่าสํานักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร สาขาอําเภออากาศอํานวย ไม่ยอมมอบ โฉนดที่ดินให้ เพราะผู้ออกโฉนดที่ดินไม่ยินยอมจ่ายเงินตามที่เจ้าหน้าที่เรียกร้องจํานวน ๓,๐๐๐ บาท ในขณะที่ราษฎรที่ยื่นขอออกโฉนดที่ดินพร้อมกันตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ และ ยินยอมจ่ายเงิน ๓,๐๐๐ บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ได้รับโฉนดไปเรียบร้อยแล้วร้องขอ ความเปึนธรรมมา ผมจะยื่นหนังสือตัวผ่านท่านประธานเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้สืบสวน สอบสวนว่าเงิน ๓,๐๐๐ บาทนั้น เปึนเงินสินบนหรือเปึนเงินค่าธรรมเนียม แต่เขาบอกว่า ขอรังวัดพร้อมกันแต่ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ

เรื่องที่สอง ซึ่งพี่น้องในตําบลหนองสนม อําเภอวานรนิวาส ได้ร้องขอให้ สํานักงานที่ดินจังหวัด สาขาอําเภอวานรนิวาส ได้ออกโฉนดที่ดินให้ แล้วก็มีการโต้แย้งกัน ว่าเปึนที่สาธารณะหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีได้รับหนังสือร้องเรียนซึ่งผมได้ยื่นต่อท่านด้วยมือ และทางกรมที่ดินและกรรมาธิการได้แจ้งไปเพื่อให้สืบสวนสอบสวนแล้ว ทางที่ดินจังหวัด สกลนคร สาขาวานรนิวาสและท่านนายอําเภอได้ตรวจสอบสวนแล้ว และได้ทํารังวัด แนวเขตที่สาธารณะเรียบร้อย พร้อมที่จะออกที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนออกโฉนดที่ดิน ให้จํานวน ๓๐๐ ราย ซึ่งจะต้องทําการโดยวิธีการเดินสํารวจ แต่ยังขาดงบประมาณ ทางที่ดินจังหวัดและทางนายอําเภอก็ร้องเรียนมาครับ ให้ท่านรัฐมนตรีได้พิจารณา สนับสนุนงบประมาณให้กับทางสํานักงานที่ดิน เพื่อที่จะเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินให้กับ พี่น้องประชาชนที่ได้รอคอยนี้มาให้ได้ภายในป้งบประมาณนี้ท่านประธานครับ จึงขอหารือ ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านถาวร เสนเนียม ซึ่งท่านรับว่าจะดูแล เรื่องนี้เปึนพิเศษได้สนับสนุนงบประมาณให้กับสํานักงานที่ดินจังหวัด สาขาวานรนิวาส ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุวโรช พะลัง เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องกราบขอประทานอภัยต่อท่านประธานสภา เพราะผมแต่งตัวอย่างนี้ เพราะว่า เดี๋ยวจะไปเปึนประธานในการสัมมนาเรื่องที่ดินทํากิน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็น่าจะเอามาเปลี่ยนนะครับ เพราะเราเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ขอโทษท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องขอโทษผม โทษตัวเองครับ เพราะว่าเราปฏิบัติตามระเบียบนะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธานในวันนี้ เปึนเรื่องของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในงานประเพณีต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับงานประเพณี เกี่ยวกับงานแห่พระ แข่งเรือ ซึ่งมีอยู่ ทั่วประเทศ แต่ว่าหลายแห่งอาจจะเกิดเหตุเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เหตุที่เกิดตรงนี้เกิดกับ เยาวชน นักเรียน ของโรงเรียนสวนศรีวิทยา ซึ่งต้องสูญเสียชีวิตจมน้ําตายเพราะงาน ประเพณีแห่พระ แข่งเรือ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อย่างน้อย ๆ ผมก็ได้ ลองรวบรวมดูก็ประมาณ ๙ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกระทรวงวัฒนธรรมก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ตาม ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอําเภอเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกี่ยวกับการจัดเครื่องชูชีพกันไม่ให้เวลาเกิดเหตุจะได้ช่วยได้ทัน ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยการออกคําสั่งให้มีนายตํารวจชั้นสัญญาบัตรมาคอย ควบคุม คอยดูแลความสงบเรียบร้อยเมื่อเกิดเหตุ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในเรื่องการต่อต้านยาเสพติด แล้วก็รณรงค์สนับสนุนให้นักเรียนเยาวชนได้มาร่วม ในกิจกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากร ทางทะเลและชายฝัืง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ ๓ จังหวัดชุมพร ในเรื่องสนับสนุนงบประมาณ จัดในการที่จะมาช่วยเหลือกู้ภัยเวลาเกิดเหตุ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง กระทรวงสาธารณสุข โดยหน่วยกู้ภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสนับสนุนงบประมาณ และกระทรวงพาณิชย์ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกรมการประกันภัยในการประกัน อุบัติเหตุเปึนกลุ่ม เปึนหมู่ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ ๑๐.๓๐ นาฬิกา ณ สนามแข่งขันเรือยาว ที่อําเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แล้วก็เรือนักเรียน ฝ้พายทั้งหมด ๓๐ ฝ้พาย เรือจม หลังจากเสร็จงานแล้วแล้วก็ปรากฏว่ามีเด็กสูญหายไป ๑ คน แล้วก็กว่าจะเจอศพ ก็ใช้เวลาอีก ๒ วัน ก็คือนายกนกศักดิ์ ชูฝ์ายคลอง ซึ่งเปึนนักเรียนโรงเรียนสวนศรีวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาป้ที่ ๕ ก็สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับพี่น้องประชาชนที่มาชมนับเรือนแสน แล้วก็ได้ช่วยกันระดมในการที่จะให้กําลังใจกับบิดา มารดา ของน้องคนนี้ แล้วก็ระดมเงินได้เปึนจํานวนนับ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่นั่นละครับชีวิตของเด็ก ท่านประธานครับใช้เวลาถึง ๒ วัน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนี้ผมอยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานให้ทําหนังสือถึงหน่วยราชการ ดังต่อไปนี้

๑. ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กําชับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด นายอําเภอ และปลัดกระทรวงให้กํากับดูแลในเรื่องดังกล่าว แล้วผมก็ทําหนังสือ ถึงท่านประธานที่จะกราบขอบพระคุณไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สนับสนุนงบประมาณให้กับ ศูนย์อํานวยการปัองกันชายฝัืงทะเล ซึ่งผมทํารายละเอียดมา และกราบขอบพระคุณ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนิยม วรปัญญา เชิญครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้รับ การร้องเรียนจากราษฎร แล้วก็ครู แล้วก็ผู้ที่ถูกผลกระทบจากกฎหมายประกาศ ป์าสงวนทับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้เสนอพระราชบัญญัติ รวมทั้งกระทรวง ศึกษาธิการ แล้วก็มีสมาคมครูโรงเรียนเอกชน ขอให้แก้กฎหมายโรงเรียนเอกชน ที่มีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของครู ขณะนี้อยู่ที่สภาได้บรรจุไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ พิจารณา ขอความกรุณาท่านประธานช่วยเร่งรัด และเห็นว่าจะต้องมีให้คณะกรรมการ กฤษฎีกาช่วยตรวจสอบอีกด้วย ก็ขอให้ท่านไปประสานงานนี้ด้วยครับ แล้วก็ พ.ร.บ. ยกเลิกเพิกถอนป์าสงวนของกรมป์าไม้ที่ประกาศทับที่ดินทํากินของราษฎร แล้วที่ธรณีสงฆ์ ที่วัดร้าง และที่สาธารณะ ที่ชุมชน อันนี้ก็บรรจุไว้ในสภาแล้ว ขอให้ ท่านประธานช่วยกรุณาเร่งรัดเรื่องนี้ด้วยครับ

๓. ทางเชื่อมระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ จากหนองบัวไปบึงสามพัน แล้วไปอําเภอภักดีชุมพล ทางทั้ง ๔ ภาค ถนนนี้ชํารุด ไปมาไม่สะดวก เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานช่วยประสานงานสั่งการให้กับ กระทรวงคมนาคมช่วยพิจารณาเร่งรัดให้ด้วยครับ ให้เดินทางได้สะดวก เพราะประหยัด น้ํามันและค่าใช้จ่ายป้หนึ่งได้มาก

๔. ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยให้มีการจัดการตลาดการเกษตรแล้วก็สินค้า อุตสาหกรรมที่อําเภอชัยบาดาล ตลาดคลองลํานารายณ์ เพื่อจะได้ประหยัดเวลา ค่าเดินทางในการขนส่งสินค้าต่าง ๆ เพราะเปึนศูนย์กลาง เปึนชุมทาง ปัจจุบันนี้ ต้องขนจากจังหวัดเพชรบูรณ์เข้ามาสู่ตลาดกรุงเทพมหานครหรือตลาดไทนี่ เมื่อมาที่ ศูนย์กลางนี้แล้วก็ขนกลับไปขายที่โน่นอีก เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่าย ป้หนึ่งสูญเสียมาก เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีการจัดตลาดสินค้าโอทอป (OTOP) ที่ตรงนั้น ที่ตลาดลํานารายณ์ คลองลํานารายณ์

๕. สะพานข้ามแม่น้ําที่ชํารุดไปหลายแห่ง จากผลกระทบจากการก่อสร้าง เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์บ้าง แล้วก็ไม้ชํารุดผุพังไปบ้าง ไม่มีการบํารุงรักษา ตอนนี้ข้ามไม่ได้ ขอให้กรมทางหลวง แล้วก็กรมทางหลวงชนบทช่วยเร่งซ่อม แล้วก็ปรับปรุงให้ใช้การได้ หรือสร้างให้ใหม่ แล้วบางแห่งก็เปึนสะพานคอนกรีตน้ําท่วมยังไม่ได้ยก เช่น ตําบลมะนาวหวาน ท่านประธานที่เคารพ ผมมีของแม่น้ําป์าสัก ๗ แห่ง แล้วก็ของ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่งเอกสาร

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้จัดให้มีโครงการประกัน รายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสําปะหลัง และข้าวเปลือก ซึ่งเปึน โครงการที่ทําให้เกษตรกรของไทยเข้มแข็ง รัฐบาลประกันรายได้ มีกําไรแน่นอน ปลดความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ทางรัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเปึนประธานคณะกรรมการดูแลเรื่องปัญหา ยางพาราครับ ซึ่งจะประกันรายได้กิโลกรัมละ ๘๐ บาท ซึ่งขณะนี้ก็ต้องยอมรับว่ายางพาราเปึนพืชเกษตร ที่ปลูกกันทั่วประเทศละครับท่านประธาน ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึง ภาคใต้ ก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลนะครับ

ขณะนี้มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรอีก ๑ เรื่อง ก็คือ เรื่องของปาล์มน้ํามันครับท่านประธาน เนื่องจากขณะนี้การซื้อขายราคาปาล์มน้ํามัน อยู่ในราคาประมาณ ๒.๘๐ บาท ถึง ๓ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งพี่น้องเกษตรกรขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตอยู่ในประมาณ ๓ บาทต่อกิโลกรัม พี่น้องเกษตรกรได้ร้องเรียน ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอให้ทางรัฐบาลได้ช่วยประกันรายได้เกษตรกรในเรื่องของ ปาล์มน้ํามันด้วยครับ อาจจะขอในราคาประมาณ ๓.๙๐ บาทต่อกิโลกรัม นั่นเปึนเรื่อง ที่ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมครับ ผมได้ขอขยายเขตผิวจราจรของถนนสายทุ่งค่าย-ป์าเตียว อําเภอกันตัง ไปอําเภอย่านตาขาว ซึ่งเดิมเปึนถนนกว้าง ๖ เมตร เปึนเส้นทางลัดระหว่างอําเภอกันตังไปอําเภอย่านตาขาว ประมาณเกือบ ๑๐ กิโลเมตร พี่น้องได้ใช้ในการเดินทางแล้วก็ขนส่งสินค้า ผลปรากฏว่าถนนเส้นนี้มีพี่น้องประชาชนใช้กันเยอะ ผมก็ขอขยายเปึน ๙ เมตรครับ ท่านประธาน ขอมา ๕-๖ ป้ ไม่ได้รับงบประมาณไปเลย เดิมในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ไม่เลือก เขาก็ไม่ให้ก็ยังเฉย ๆครับ แต่พอถึงรัฐบาลนี้ผมเชื่อว่าน่าจะได้งบประมาณแล้ว ผมไป สอบถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านก็แจ้งว่าเดี๋ยวรองบเหลือจ่าย นี่ก็ผ่าน มาแล้วครับ รองบป้ ๒๕๕๓ ก็ไม่ได้ครับ ท่านก็บอกว่าไปเอางบเอสพี ๒ (SP2) ผมไปดู บัญชีรายละเอียดเอสพี ๒ ของจังหวัดตรังกลายเปึนไม่มีครับ ฝากท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าช่วยอนุมัติงบประมาณให้กับสายทุ่งค่าย-ป์าเตียว ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ ต่อไป คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ไม่อยู่นะครับ ต่อไปท่านอํานวย คลังผา อยู่ไหมเชิญครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ๓ เรื่องด้วยกันครับท่านประธาน

เรื่องแรก การก่อสร้างโรงเรียนกีฬาประจําจังหวัดลพบุรี ซึ่งผมได้รับ การร้องเรียนจากกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตําบลและพี่น้องชาวบ้าน ซึ่งมีความต้องการอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปสร้างโรงเรียนกีฬาประจํา จังหวัด ซึ่งในขณะนี้จังหวัดลพบุรีไม่มีโรงเรียนกีฬาประจําจังหวัดเลย ก็อยากจะให้ ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการก่อสร้างโรงเรียนกีฬาประจํา จังหวัดขึ้นในจังหวัดลพบุรี

เรื่องที่สอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้ไปขยายพื้นที่เปึน วิทยาเขตที่บ้านพะเนียด อําเภอโคกสําโรง จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๗ ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่ดําเนินการใด ๆ เลย ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความต้องการอยากจะได้ มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงจะได้ไม่ต้องมาเรียนที่จังหวัดเพื่อลดต้นทุนในการ เดินทาง ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการเป่ดการเรียน ที่วิทยาเขตที่บ้านพะเนียด ตําบลพะเนียด อําเภอโคกสําโรง ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี ด้วยครับ

เรื่องที่สาม ท่านประธานที่เคารพ เรื่องประปาภูมิภาค ซึ่งอําเภอหนองม่วง เปึนอําเภอใหญ่ แต่ยังไม่มีประปาภูมิภาคใช้ ซึ่งในขณะนี้มีประปาภูมิภาคไปใช้อยู่แต่เปึน ใช้บ่อ เปึนน้ําหินปูน ซึ่งพี่น้องประชาชนดื่มไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งสํารวจน้ําประปาจากอําเภอโคกสําโรงไปยังอําเภอหนองม่วง เปึนระยะทางทั้งหมด ๑๙ กิโลเมตร ซึ่งมีพี่น้องประชาชนที่มีความต้องการที่จะใช้น้ําระบบ ประปาของภูมิภาคเพื่อจะได้ใช้ดื่มนะครับ ซึ่งในขณะนี้น้ําประปาหนองม่วงซึ่งใช้ บ่อบาดาลดื่มไม่ได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ช่วยเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งไป สํารวจตรวจสอบโครงการดังกล่าว เพื่อพี่น้องประชาชนชาวอําเภอหนองม่วงด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องถนนสายป์าบาก อําเภอป์าบอน จรดถนน บ้านห้วยเรือ อําเภอปากพะยูน เปึนถนนที่พี่น้องสัญจรไปมาเปึนจํานวนมาก และเปึน ถนนที่ลําเลียงสินค้าทางการเกษตรมาสู่ตลาดยังไม่เปึนถนนลาดยาง ประชาชนได้รับ ความเดือนร้อน ขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยดําเนินการลาดยางด้วยนะครับ เปึนเรื่องที่ ๑ ครับ

เรื่องที่ ๒ บนถนนหลักของจังหวัดพัทลุงก็มีเส้นเดียว คือถนนเส้นเอเชีย เชื่อมระหว่างหาดใหญ่กับทุ่งสง บนถนนปัายสื่อความหมาย ปัายบอกทาง ผมคิดว่า ไม่ทันสมัย และไม่สามารถที่จะบอกทั้งเส้นทาง บอกทั้งสถานที่สําคัญ ผมอยากให้ทาง กระทรวงคมนาคมได้ทบทวนอีกสักครั้ง สักเรื่องนะครับ เพราะว่าขณะนี้องค์ความรู้เรื่อง ปัายสื่อความหมาย และสื่อความหมายพัฒนาไปไกลมาก แต่ว่าปัายของกระทรวง คมนาคมไม่ทันสมัย ผมอยากให้ได้ทบทวนแล้วก็ใช้องค์ความรู้เรื่องการสื่อความหมาย มาใช้ในการจัดทําปัายบอกเส้นทาง บอกสถานที่สําคัญ เพราะว่าจะเปึนการพัฒนา ทั้งการท่องเที่ยว แล้วก็การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนนะครับ

เรื่องที่ ๓ ผมคิดว่าขณะนี้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศเปึนปัญหา ที่สําคัญ หน่วยงานที่มีภารกิจในเรื่องนี้มากมายทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเปึนอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า เขตห้ามล่าสัตว์ป์า หน่วยปัองกันรักษาป์า ภารกิจของทุกหน่วยงาน เหล่านั้นมีภารกิจที่จะให้ความรู้ส่งเสริม แต่ว่าโดยหลักแล้วทุกวันนี้ภารกิจด้านให้ความรู้ ส่งเสริมสร้างสํานึกประชาชนแทบไม่มีนะครับ มีแต่ภารกิจดูแลนักท่องเที่ยว กับดูแล การปัองกันรักษาป์า แต่ว่าการสร้างสํานึกสําหรับหน่วยงานเพื่อให้มีการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนเรื่องสําคัญ ผมอยากให้ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กําชับเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทภารกิจนี้ได้ทําหน้าที่ อย่างจริงจัง พร้อมให้การสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือในการทําประชาสัมพันธ์ สร้างสํานึก กับประชาชน เช่นเดียวกันครับผมได้ทราบว่าหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเปึนหน่วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าฮาลา-บาลา ซึ่งอยู่ ๘ ป้ หัวหน้าบูโดอยู่ ๑๐ ป้ หัวหน้าพรุโต๊ะแดง อยู่เปึน ๑๐ ป้ ผมอยากให้มีการสับเปลี่ยนกําลังเหมือนกับกําลังทางทหาร มาอุทยานแห่งชาติ ที่สบาย ๆ แถวชายทะเลอันดามันที่มีความสะดวกสบายสลับกันบ้าง เช่น ทหาร ตํารวจ เขาต้องสลับ แต่วันนี้ไม่สลับเลยอยู่กันเปึน ๑๐ ป้ ผมคิดว่าขวัญกําลังใจแล้วก็การทํา หน้าที่หย่อนประสิทธิภาพลงเรื่อย ผมอยากให้มีการทบทวนในเรื่องนี้นะครับ

เรื่องสุดท้าย อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กรุณาอนุมัติให้ทางโรงพยาบาล ได้ใช้พื้นที่โดยเร็ว เพราะขณะนี้งบประมาณของโรงพยาบาลพัทลุงได้จัดสรรลงไปแล้วครับ ขออนุมัติใช้พื้นที่โดยเร็วครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอนุสรา ยังตรง ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณสมคิด บาลไธสง เชิญครับ คือคนที่ยื่นวันนี้หยุดก่อนครับ เอาเฉพาะวันนี้ ที่หลังจากเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา แล้ว ขอความกรุณาครับ อาจจะเลื่อนไปเพราะว่ายังมีอยู่เยอะครับ แล้วคนที่มาไม่ตาม เวลาก็ได้พูดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็ตัดตามที่เราได้พูดตกลงกันไว้ เชิญคุณสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย ขอปรึกษาหารือกับ ท่านประธานสั้น ๆ ๔-๕ เรื่อง ดังนี้ครับ

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากสถานีตํารวจภูธร อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ในเรื่องงบสร้างบ้านพักตํารวจ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ได้พูดนักพูดหนา ว่าจะจัดการให้ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีวี่แววว่าจะเปึนอย่างไร ก็ขอฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องด้วย นะครับ

เรื่องที่สอง เรื่องของบปรับปรุงและสร้างสนามกีฬาประจําเขตพื้นที่ การศึกษาของจังหวัดหนองคายทั้ง ๓ เขต เขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ ก็ขอฝากไปยังกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดูแลเรื่องกีฬาของลูกหลานด้วยนะครับ

เรื่องที่สามเรื่องของบปรับปรุงเส้นทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวคือ น้ําตก ตาดสะแนน อําเภอบึงกาฬ และอําเภอเซกา และน้ําตกเจ็ดสี เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไป ท่องเที่ยวในเขตท่องเที่ยวนี้อย่างสะดวกนะครับ

เรื่องที่สี่ของบปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และห้องสมุดโรงเรียนให้ได้มาตรฐานในเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ นะครับ ก็ขอฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องคือกระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ห้าการพัฒนาบึงกําแพง อําเภอศรีเชียงใหม่นะครับ ตอนนี้ไม่เห็นมี การพัฒนาต่อไปเลย เคยได้งบประมาณมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ ก็ขอฝากไปยัง กรมชลประทานด้วยครับ

เรื่องที่หกเรื่องไฟฟัาสว่างบ้านปากสวย ซึ่งเชิงสะพานบ้านปากสวย เกิดอุบัติเหตุบ่อย เปึนสะพานสูงแล้วก็ทางแคบ ไหล่สะพานแคบแล้วก็ไม่มีไฟเกิดรถชนกัน อยู่บ่อย ๆ ก็ฝากไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมด้วยนะครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องจังหวัดสุรินทร์นะครับ ซึ่งไม่มี ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคฝ์ายค้านไม่มีเขาก็เลยร้องเรียนผ่านผมมา ผมก็เสนอ ความเดือดร้อนนี้ผ่านท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องนะครับ คือได้รับการร้องเรียนจาก นายวัฒน์ และนายโฮม สุขแก้ว บ้านเลขที่ ๗ หมู่ ๑๑ ตําบลโพนงาม อําเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ร้องเรียนว่าถูกธนาคารโกงที่ดินของเขา คือ ธนาคารกรุงไทย สาขา พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โกงที่ดินเขาไปขายทอดตลาดโดยที่ไม่ได้รับ ราคาเปึนธรรมตามที่ควรจะได้รับ อันนี้ก็ฝากไปยังกระทรวงการคลังหรือกระทรวง ที่เกี่ยวข้องก็แล้วแต่ที่ดําเนินเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณขยัน วิพรหมชัย เชิญครับ

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวลําพูน ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐบาล

เรื่องที่ ๑ หอมแดงของพี่น้องเกษตรกรในเขตพื้นที่อําเภอบ้านโฮ่ง ขณะนี้ ราคาอ่อนตัวเนื่องจากว่ามีหอมแดงจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาแย่งตลาดจึงทําให้ พี่น้องเกษตรกรอําเภอบ้านโฮ่งได้รับความเดือดร้อน

เรื่องที่ ๒ ประปาหมู่ ๙ บ้านสบปะ หมู่ ๑๐ บ้านกลางทุ่ง ตําบลริมป่ง ขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภค ขอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรร งบประมาณเอสพี ๒ ก่อสร้างประปาหมู่บ้าน

เรื่องที่ ๓ พี่น้องประชาชนในเขตหมู่ ๖ หมู่ ๑๔ ตําบลน้ําดิบ อําเภอป์าซาง ขาดแคลนระบบน้ําเพื่อการเกษตร ซึ่งหมู่บ้านทั้ง ๒ นั้นเปึนหมู่บ้านเกษตรกร ซึ่งทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทําเปึนหมู่บ้านนําร่องเรื่องของลําไยปลอดสารเคมี ซึ่งหมู่บ้านทั้งสองนั้นยังขาดแคลนน้ําเพื่อการเกษตร จึงขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงบประมาณในการก่อสร้างระบบน้ําเพื่อการเกษตร

เรื่องที่ ๔ ได้รับการร้องเรียนอ่างเก็บน้ําแม่ตืน อําเภอลี้ อ่างตื้นเขิน ขอกรมชลประทานได้ดําเนินการขุดลอก

เรื่องที่ ๕ ขอก่อสร้างอ่างผาแดง หมู่ ๕ ตําบลศรีวิชัย ซึ่งกรมชลประทาน ได้สํารวจออกแบบประมาณการเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้ยังติดขัดที่กรมป์าไม้ไม่อนุญาต ให้ใช้พื้นที่ จึงขอท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กรุณาอนุญาตให้กรมชลประทานได้ดําเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําผาแดง ซึ่งจะเปึน ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในเขตตําบลศรีวิชัย

เรื่องที่ ๖ ขอขุดลอกลําเหมืองวางท่อ คสล. บ้านเหล่าดู่ ตําบลหนองยวง อําเภอเวียงหนองล่อง ซึ่งลําเหมืองตื้นเขินเวลาฝนตกน้ําท่วมขัง

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ลําไยแห้ง ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งยังคงค้าง อยู่ในสต็อก (Stock) รัฐบาลได้อนุมัติให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ดําเนินการทําลาย ขณะนี้ยังไม่ได้ดําเนินการทําลายซึ่งทําให้รัฐบาลเสียงบประมาณ เดือนละ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในการเช่าโกดัง จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดําเนินการ ทําลายลําไยอบแห้งป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้ดําเนินการแล้วคืนเงิน ค่าค้ําประกันโครงการให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกิโลกรัมละ ๓ บาท ซึ่งขณะนี้ เกษตรกรรอคอยมาเปึนระยะเวลา ๖ ป้ ท่านประธานครับ เปึนเงินทั้งหมด ๖๐ ล้านกว่าบาท ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนฤมล ธารดํารงค์ เชิญครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับหนังสือการขอสนับสนุนงบประมาณจัดงานประเพณีลอยกระทง ของวัดเอี่ยมประชามิตรหรือวัดแหลมฟัาผ่า ก็อยากจะขอไปทางกระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การสนับสนุนงบประมาณกับที่วัดนี้ด้วย เหตุผลที่จะต้อง ให้เพราะว่าการจัดงานลอยกระทงเปึนประเพณีสืบสานของไทยเรามานานแล้วนะคะ ประกอบกับวัดนี้เปึนวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ํา แล้วก็ได้จัดประเพณีลอยกระทงมายาวนาน ที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับสนับสนุนจากหน่วยงานไหน นอกจากได้รับจากชาวบ้านและเอกชน ช่วยกันลงขันมา เพราะฉะนั้นป้นี้ก็เปึนโอกาสที่ดีที่ว่าเราจะได้จัดงานให้มันยิ่งใหญ่ขึ้น ให้สมกับเปึนป้ประเพณีลอยกระทงนะคะ

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของโรงเรียนในเขตพื้นที่เขต ๑ การศึกษาสมุทรปราการ มีโรงเรียนราชประชาสมาสัย โรงเรียนแหลมฟัาผ่า และโรงเรียนวัดคลองมอญ ๓ โรงเรียน เหล่านี้ได้ขอเกี่ยวกับอาคารเรียนมา เนื่องจากว่าตอนนี้ประสบปัญหาในเรื่องของจํานวน นักเรียนแออัดและหนาแน่นมาก กลัวว่าเมื่อเป่ดป้การศึกษาใหม่นี้โรงเรียนจะไม่มีสถานที่ เพื่อรองรับเด็กนักเรียนเหล่านี้เลย ก็ต้องขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างน้อย ๆ รัฐบาลก็ได้แถลงนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของเรียนฟรี ๑๕ ป้ แต่ถ้าเกิดท่านไม่มีอาคารเรียน ให้โรงเรียนเหล่านี้ นโยบายเรียนฟรีของท่านก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ นะคะ

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องเกี่ยวกับทางวัด เนื่องจากช่วงนี้เปึนช่วงกฐิน ดิฉันก็ได้ เข้าไปตามวัดต่าง ๆ แล้วก็มีวัดบางขมิ้น วัดโมกข์ และอีกหลาย ๆ วัด วันนี้ดิฉันขอท่าน ไปก่อน ๒ วัด เนื่องจากทางวัดบอกว่ากําลังปรับปรุงและซ่อมแซมอุโบสถ ก็อยากจะขอ งบประมาณจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยสนับสนุนสมทบทุนเข้าไปก็ยังดี เพราะว่าลําพังเงินกฐิน เงินผ้าป์าก็คงไม่ทําให้อุโบสถสร้างเสร็จได้ ก็ต้องขอฝาก ท่านผู้เกี่ยวข้องช่วยรับเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิเชียร อุดมศักดิ์ เชิญ

นายวิเชียร อุดมศักดิ์ อํานาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิเชียร อุดมศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอํานาจเจริญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องหารือจะเรียนกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

ถนนเลี่ยงเมืองที่จังหวัดอํานาจเจริญผมเคยขอมาแล้ว ๒ ครั้ง ก็ขออีก เปึนครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ จะขอไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้นะครับ เพิ่งได้ครึ่งเดียวนะครับ ครึ่งวงกลม ปกติจะได้เปึนทั้งสี่มุมเมือง เพิ่งได้ครึ่งเดียว ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม ให้เห็นใจจังหวัดเล็ก ๆ จังหวัดหนึ่งของจังหวัดอํานาจเจริญด้วยครับ

แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องถนนหมายเลข ๒๐๒ ชํารุดมากครับท่านประธาน ขณะนี้หลังจากหน้าฝนผ่านไป ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหนเขาเอาดินเหนียวไปซ่อมถนน ที่มันชํารุด เพราะฉะนั้นก็อย่าได้เอาดินเหนียวเข้าไปทําอีกเลยครับ ประมาณไม่ถึงเดือน มันก็พังอีกแล้วนะครับ ก็อยากจะฝากว่าระยะทางจากจังหวัดอํานาจเจริญ ไปจังหวัดยโสธรนั้น เราได้ ๔ เลนแล้วประมาณสัก ๒ กิโลเมตร ที่เหลือจากโรงเรียน บ้านโพธิ์ศิลานาหว้าไปที่ขนส่งจังหวัดก็ประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร ก็ขยายเปึน ๔ เลน ให้ด้วยนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงกระทรวงคมนาคมนะครับ

เรื่องสุดท้าย อาคารเรียนของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ติดกับวัดบ่อชะเนง ของอําเภอหัวตะพาน ซึ่งเปึนวัดที่เจ้าคณะจังหวัดอยู่ที่นั่น ท่านขอให้ผมได้หารือกับ ท่านประธานแล้วก็ผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการว่าช่วยอาคารเรียนประมาณ ๓๐ ป้ เดี๋ยวมันจะล้ม หรือมันจะพังลงมาใส่เด็ก ขอให้ได้ดูแลเอาใจใส่แล้วก็หาอาคารหลังใหม่ ให้ด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ๔ เรื่อง แล้วผมพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมที่จะ รายงานท่านประธานเพื่อขอความอนุเคราะห์จากท่านประธานต่อไปนะครับ

เรื่องแรกก็คือ ทางศูนย์ฝ๊กอบรมเกษตรอินทรีย์ชีวภาพเครือข่าย ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหมู่ ๒ ตําบลคอรุม อําเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เปึนศูนย์ฝ๊กอบรมเกษตรอินทรีย์ชีวภาพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้ ดําเนินการมาเปึนเวลานานพอสมควรแล้ว ฝ๊กอบรมเกษตรกรไปแล้วหลายพันคน แล้วเปึนแหล่งศึกษาดูงานด้วยของจังหวัดอุตรดิตถ์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ทีนี้ ศูนย์ดังกล่าวนี้ถ้ามีเครื่องสีข้าวเล็ก ๆ อีกสักหน่อยก็จะทําให้การทํางานของศูนย์นี้ ครบวงจร แล้วจํานวนราคาของเครื่องสีข้าวก็ถูกมาก เปึนเงินแค่ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท เท่านั้นเอง ฝากท่านประธานแจ้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ด้วย แล้วถ้าจะกรุณามีโรงอาคาร คลุมสักหน่อยก็อีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒ รายการก็แค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น ฝากด้วยนะครับที่ศูนย์ฝ๊กอบรมเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ หมู่ ๒ ตําบลคอรุม อําเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ มีที่เดียวครับ

เรื่องที่สอง เปึนเรื่องเล็ก ๆ เหมือนกัน คือผู้ใหญ่บ้าน บ้านกกต้อง หมู่ ๓ บ้านกกต้อง ตําบลฟากท่า อําเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ขอศูนย์เสียงกระจายข่าว ตามหมู่บ้านมา เพราะว่าเปึนหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญแล้วก็มีความจําเปึนที่จะต้อง สื่อสารกับพี่น้องประชาชน ถ้าได้เสียงตามสายมาก็จะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ อันนี้ ก็ไม่กี่สตางค์เช่นเดียวกัน

เรื่องที่สาม เปึนเรื่องของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตําบลผาจุก อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงเรียนนี้เดิมทีเปึนโรงเรียนมัธยมที่ไม่มีใคร สนใจ แต่โชคดีว่าได้ผู้บริหารที่มีความสามารถ สามารถทําให้เปึนสาขาของโรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาของจังหวัด ของกรุงเทพมหานครนี่นะครับไปเป่ดสาขาที่อุตรดิตถ์ ทีนี้ พอเป่ดแล้วก็มีคนไปเรียนหนังสือเยอะ เมื่อเรียนหนังสือเยอะ อาคารก็ไม่ค่อยพอ ก็เลย ขอหอประชุมแบบ ๑๐๑ ร/๒๗ พิเศษมา ก็ฝากท่านประธานด้วยเพื่อแจ้งไปที่กระทรวง ศึกษาธิการ

เรื่องสุดท้ายก็คือ โรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ อยู่อําเภอเมือง จังหวัด อุตรดิตถ์ โรงเรียนนี้ก็เช่นเดียวกันเปึนโรงเรียนที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้ปกครองเด็ก นักเรียนเปึนจํานวนมาก มีนักเรียนเรียนถึงเกือบ ๔,๐๐๐ คนในโรงเรียนเดียว จนถึงต้อง ขยายโรงเรียนเพิ่มไปใช้โรงเรียนเก่า ๆ ที่ข้าง ๆ ที่เขายกเลิกไปเป่ดเปึนสาขา เมื่อเป่ดเปึน สาขาแล้วปรากฏว่าอาคารเรียนก็ไม่มีพอเพียง ก็เลยอยากจะได้หอประชุม ก็ขอฝาก ท่านประธานด้วยนะครับ รายละเอียดทั้งหมดก็จะฝากท่านประธานต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เชิญ

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน วันนี้มีเรื่องอยากจะหารือท่านประธานสภานะคะว่า ขณะนี้เปึนช่วงที่ฤดูฝนตกค่อนข้างมากในเขตพื้นที่ของดิฉันประกอบไปด้วยอําเภอครบุรี อําเภอเสิงสาง อําเภอวังน้ําเขียว อําเภอปักธงชัย อําเภอปากช่อง ถนนชํารุดทรุดโทรม ค่อนข้างมากเกิดจากฝนตก ทีนี้โครงการที่ชาวบ้านเห็นจากการโฆษณาของรัฐบาลชุดนี้ ก็นิยมชื่นชมโครงการไทยเข้มแข็ง ถนนลาดยางไร้ฝุ์น ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ขยาย ลงสู่หมู่บ้านโดยเพิ่มงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ลงสู่ชุมชน เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มี สุขภาพที่ดีตลอดจนขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างหมู่บ้าน ระหว่างตําบล ระหว่างอําเภอ ต่อไป

เรื่องที่ ๒ หลังจากที่ช่วงนี้รัฐบาลมีการประกันรายได้เกี่ยวกับพืชเกษตร ใน ๓ ตัว ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของมันสําปะหลัง ข้าวโพด หรือข้าว แต่สิ่งหนึ่งที่เกษตรกร มีความชื่นชม มีความยินดีในเรื่องของมีรายได้ที่แน่นอน แต่สิ่งที่เปึนกังวลกับเกษตรกร ก็คือเรื่องโรคระบาดของเพลี้ยแปัง ช่วงหน้าฝนโรคก็หายไปชั่วขณะ แต่อีกไม่กี่เดือน ข้างหน้านี้แล้งมาเพลี้ยแปังก็จะตามมาอีก ประกันรายได้ แต่ผลผลิตของเกษตรกรไม่ดี ก็จะทําให้ขาดรายได้ได้ ก็อยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัด แล้วก็ไปให้การดูแล แล้วก็ช่วยแก้ไขปัญหาต่อไป

อีกเรื่องหนึ่ง สําหรับในเรื่องของอาคารเรียนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ของดิฉัน รู้สึกว่าทางผู้ปกครองนักเรียนก็อยากจะฝากความหวังไว้กับทางรัฐบาลชุดนี้ให้กระจาย ในส่วนของโรงเรียนที่ขาด แต่มีปริมาณนักเรียนที่เรียนเยอะ เช่น ตําบลโคกกระชาย ก็ฝากมา ก็ขอให้รัฐบาลชุดนี้ช่วยสนับสนุนแล้วก็ดูแลให้งบประมาณให้ทางนักเรียนได้มี โอกาสได้รับในส่วนนี้ด้วย

มีเรื่องฝากจากประชาชนอีกเรื่องหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมาก็มีรถไฟ เหมือนกัน ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขในเรื่อง ของไม้หมอน จะเห็นข่าวจากเมื่อเช้านี้ที่จังหวัดกาญจนบุรี ก็เปึนห่วงค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหลืออีก ๕ ท่าน ขอยกยอดไปอาทิตย์หน้าได้ไหมครับ เพราะว่าเวลากระทู้สดมามีปัญหา ถ้าอย่างนั้น ๕ ท่านนี้เอาให้จบก็แล้วกัน คุณไมตรี สอยเหลือง เชิญครับ รวบรัดหน่อยครับ

นายไมตรี สอยเหลือง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในเขตอําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีหลายเรื่อง จึงได้นําปัญหาความเดือดร้อนมาปรึกษาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังคณะรัฐบาลเพื่อบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้แก่ราษฎร

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ใช้ศาลาประชาคมอําเภอ สัตหีบ ปัจจุบันประชากรหนาแน่นขึ้น ศาลาประชาคมอําเภอสัตหีบซึ่งสร้างมาเปึนเวลา หลายสิบป้ก็ไม่สามารถที่จะรองรับผู้ที่เข้ามาใช้ศาลาประชาคมได้เพียงพอ จึงร้องเรียน มายังผมให้ผมนําเรื่องมาหารือท่านประธาน เพื่อของบประมาณปรับปรุงและต่อเติม ให้สามารถที่จะรองรับประชาชนที่เข้ามาประชุมในศาลาประชาคม อําเภอสัตหีบ

เรื่องที่สอง เกี่ยวกับเรื่องระบบท่อน้ําเสียตามหมู่บ้านต่าง ๆ ไม่สามารถ ที่จะต่อเชื่อมกันได้โดยสมบูรณ์ทําให้เกิดการรั่วไหลออกมาตามถนนในซอยต่าง ๆ ทําให้ เกิดส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็เปึนอันตรายต่อผู้ใช้รถ ใช้ถนน ได้แก่ หมู่บ้านรามนุช ๑ ซึ่งมี ท่อน้ําเสีย ขออภัยนะครับ ไม่ใช่ของหมู่บ้านรามนุช ๑ เปึนท่อน้ําเสียที่อยู่บริเวณซอยบ่อนไก่ หน้าหมู่บ้านรามนุช ๑ น้ําเสียจะไหลผ่านถนนซอยบ่อนไก่ทําให้เกิดส่งกลิ่นเหม็น เปึนระยะเวลานานหลายเดือนแล้ว แล้วถนนจะเป้ยกชุ่มไปด้วยน้ําสกปรก ทําให้ราษฎร ที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน อีกหมู่บ้านหนึ่งคือหมู่บ้านในซอยจามจุรี บริเวณหน้าหมู่บ้านสัตหีบ คันทรี ฮิลล์ ซึ่งท่อน้ําเสียก็เชื่อมต่อกันไม่สนิททําให้ส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็น้ําไหลมาบนถนน ทางสาธารณะที่ใช้สัญจรไปมา ทําให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนในเขตดังกล่าว จึงขอนําปัญหาดังกล่าวมาหารือท่านประธาน ทั้ง ๓ เรื่องอยู่ในความรับผิดชอบ ของกระทรวงมหาดไทย หวังว่าทางท่านประธานคงจะทําหนังสือแจ้งไปยังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวัชระ เพชรทอง หยุดสักวันได้ไหม พูดทุกวันครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านประธานชัย ชิดชอบ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใจหายวาบ เนื่องจากว่าความทุกข์ยากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนั้นมีทุกวันครับ ท่านประธานครับ นางถนอม กันสวัสดิ์ เปึนเกษตรกรอยู่บ้านเลขที่ ๕/๑๕ หมู่ ๕ เขตบางแค แขวงบางแคเหนือ อาชีพทําสวนฝรั่งและทําสวนผัก ปรากฏว่าน้ําท่วมพื้นที่ ๗ ไร่ ๒ งาน ทําให้ผักตายหมด แล้วก็เหลือแต่ต้นฝรั่ง ผมอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการ ธีระ วงศ์สมุทร ได้โปรดไปแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรในเขตกรุงเทพมหานครด้วย และรวมทั้งในกรุงเทพมหานคร หน่วยงานของกรุงเทพมหานครเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นนามสกุลวงศ์สมุทร ผมก็กังวลใจว่าน้ําจะท่วมใหญ่ในป้นี้ ก็อยากจะให้ท่านได้ช่วยแก้ไขปัญหานี้ ท่านประธานครับ

อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องมือถือ ๓ จี (3G) ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน ก็ร้องเรียนมานะครับว่า ที่ประเทศอังกฤษนั้นมีมูลค่าในการประมูลถึง ๑.๖ ล้านล้านบาท ที่ประเทศเยอรมันนั้น ๑.๙ ล้านล้านบาท แต่ในประเทศไทย ท่านประธานครับ กทช. กําลัง จะลุกลี้ลุกลน ออกใบอนุญาต ๔ ใบพร้อม ๆ กัน โดยแบ่งรายได้ให้รัฐเพียงแค่ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมเปึนเด็กมหาวิทยาลัยรามคําแหง รู้จักแต่ ๕ จี คือถ้าสอบได้ ๕ จี เรียนฟรี เทอมนั้นไม่ต้องเสียสตางค์ อันนี้ ๓ จี ท่านประธานครับ ปรากฏว่าประเทศชาติกําลังจะเสียประโยชน์ รัฐบาลควรจะได้รายได้จากกิจการ โทรคมนาคมอันนี้และ กทช. ควรที่จะหยุดการกระทําใด ๆ ที่จะทําให้รัฐเสียประโยชน์ เพราะการกระทําในครั้งนี้นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญมาก คือท่านศาสตราจารย์ระพี สาคริก ประธานมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ขอให้คัดค้านการเป่ด เขตการค้าเสรี เอไอเอ (AIA) ภายใต้ความตกลงด้านการลงทุนอาเชียนหรือ เอซีไอเอ (ACIA) ใน ๓ สาขาสําคัญคือ ๑. การทํากิจการเพาะขยายและปรับปรุงพันธุ์พืช ๒. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ๓. การทําป์าไม้จากป์าปลูก เพราะจะทําให้ต่างชาติเข้ามา กว้านซื้อที่ดิน ท่านประธานครับ และที่สําคัญคือกระทบกับพันธุ์กล้วยไม้ ซึ่งใกล้จะม้วย ผมยอมไม่ได้จริง ๆ เพราะในเขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ ปลูกกล้วยไม้กัน เยอะครับ

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ ปรากฏว่าโรงเรียน ประชาบํารุงได้รับงบประมาณไปสร้างสระว่ายน้ํา ทางโรงเรียน ผู้ปกครองและคุณครู ไม่ต้องการสระว่ายน้ํา ส่วนที่ต้องการสระว่ายน้ําคือศูนย์เยาวชนกีฬาเรืองสอน ของกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ต้องการถามกรุงเทพมหานครว่า สลับเอาสระว่ายน้ํา ดังกล่าวนั้นไปลงที่ศูนย์เยาวชนเรืองสอน เขตบางแค ได้หรือไม่

สุดท้ายท่านประธานครับ ที่วัดหลักสาม ถนนเลียบคลองภาษีเจริญ ฝัืงใต้ ปรากฏว่าถนนชํารุด น้ําท่วม และทําให้วัดนั้นทรุดโทรมเปึนอย่างยิ่ง อยากจะเห็น สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือกรุงเทพมหานคร หรือการเคหะแห่งชาติเข้าไป ปรับปรุง สร้างถนนและเทลานซีเมนต์ ให้กับวัดหลักสาม เขตหนองแขม ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องของคุณนี้ มากเหลือเกิน ผมเซ็นจนเบื่อ เซ็นไปเซ็นมา หยุดบ้าง พักผ่อนสมองบ้าง ต่อไปคุณบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดระยอง

เรื่องที่ ๑ ด้วยสมาคมประมงสุนทรภู่ ตําบลกล่ํา อําเภอแกลง จังหวัดระยอง พร้อมด้วยพี่น้องประชาชนในหมู่ ๖ ตําบลกล่ํา อําเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้ร้องเรียนผมถึงเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับสะพานท่าเทียบเรืออ่าวมะขามปัอม ตําบลกล่ํา อําเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งก่อสร้างมาประมาณ ๒๐ ป้แล้ว ปัจจุบัน มีความชํารุดทรุดโทรมมาก ผมได้ไปตรวจเยี่ยมก็พบว่าสะพานปลาแห่งนี้เสานั้นเหลือแต่ เหล็กเปึนสนิมนะครับ ปูนต่าง ๆ กะเทาะร่อนหมดแล้ว แล้วก็มีปัายเขียนว่า รถบรรทุก ๖ ล้อ ห้ามขึ้นท่าเรือดังกล่าว ซึ่งเมื่อไปตรวจดูแล้วก็พบว่ามีเรือประมงจํานวนมากได้จอด เรียงรายอยู่รอบท่าเรือที่ชํารุดนั้น แล้วก็เรือท่องเที่ยวจํานวนมากเช่นเดียวกัน ก็อยากจะให้ ทางรัฐบาลโดยกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ได้เร่งทําการสํารวจออกแบบ และจัดตั้งงบประมาณ แล้วก็ของบประมาณจากทางรัฐบาลได้ก่อสร้างเพื่อให้ชาวประมง และนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อําเภอแกลงนะครับ ตลอดจนทางเกาะมันใน ซึ่งมีโครงการ สมเด็จอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลนะครับ จะได้ใช้ท่าเทียบเรือนี้ในการประกอบกิจการต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ผู้พิการนะครับ เนื่องจากมีผู้พิการจํานวนมากได้ร้องเรียนผมมาว่าเมื่อเขาอายุเกิน ๖๐ ป้ ขึ้นไป เขาได้รับสิทธิผู้พิการเดือนละ ๕๐๐ บาท แต่พออายุเกิน ๖๐ ป้แล้วนี่ เขาจะได้ แค่สิทธิเดียวคือสิทธิผู้พิการ แต่สิทธิผู้สูงอายุเขาไม่ได้ ผู้พิการที่อายุเกิน ๖๐ ป้นั้น มีความเดือดร้อนทั้งความเปึนผู้สูงอายุและมีทั้งความเดือดร้อนจากความพิการ ก็อยากจะให้รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ได้พิจารณาให้เขาเหล่านั้นได้ทั้ง ๒ สิทธิ เช่นเดียวกับในกรณีที่ผู้สูงอายุที่เปึน อสม. นะครับ ก็จะได้ทั้ง ๒ สิทธิด้วยเช่นเดียวกันนะครับ

เรื่องที่ ๓ ก็คือ เรื่องของผู้สูงอายุก็ดี หรือผู้ที่ยังไม่สูงอายุก็ดีนะครับ เมื่อเสียชีวิต เขามีความลําบากในการทําศพมาก ก็อยากจะให้รัฐบาลนั้นจัดทําเปึนนโยบายช่วยเหลือ ค่าทําศพแก่คนสัญชาติไทยทุกเพศและทุกวัย เริ่มต้นที่ ๒,๐๐๐ บาทนะครับ ในกรณี ที่รัฐบาลเริ่มมีความพร้อมทางด้านการเงินนะครับ

เรื่องสุดท้ายเรื่องที่ ๔ นะครับ ขอให้รัฐบาลนั้นโดยกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งองค์กรฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม. ทั้งประเทศไทย ซึ่งมีประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน นะครับ ให้เขาได้มีสวัสดิการในกรณีที่เสียชีวิตนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสาธิต ป่ตุเตชะ แล้วคุณวิชัยก็จบ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน สั้น ๆ เรื่องเดียวครับ ผมได้รับเรื่องร้องจากชาวประมงที่มีเรือประมงถูกประเทศเพื่อนบ้าน คือประเทศอินโดนีเซียจับกุมโดยไม่มีเหตุผลนะครับ เพราะว่าเจ้าของเรือจําเปึนจะต้อง นําเรือเดินทางจากจังหวัดระนอง ซึ่งต้องผ่านช่องแคบมะละกา แล้วก็อ้อมแหลมมาลายู เพื่อเดินทางกลับมาที่จังหวัดระยองนะครับ แต่ปรากฏว่าในเวลาที่เดินทางดังกล่าวนี้ ก็ถูก จับกุมโดยเรือตรวจการของประเทศอินโดนีเซียโดยที่ไม่มีเหตุผล ที่ผมเรียนว่า ไม่มีเหตุผลก็เพราะว่าเรือประมงดังกล่าวนี้ เปึนผู้บริสุทธิ์นะครับ เปึนเรือประมงเปล่า ไม่มีสัตว์น้ํา ไม่ได้จับสัตว์น้ํา มีลูกเรือเพียง ๓-๔ คน เรือดังกล่าวมีใบอนุญาตออกจาก ท่าเรือถูกต้องทุกอย่าง แล้วก็มีใบอนุญาตทะเบียนเรือทุกประการ แต่ปรากฏว่าในระหว่าง เดินทางนั้นได้ถูกจับกุม แล้วก็ไม่ทราบเหตุผลถึงการกระทําความผิดว่าที่จับกุมนั้น จับกุมข้อหาอะไร หลังจากนั้นก็ได้มีการติดต่อสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ก็มีการติดต่อไปยังทางการของประเทศอินโดนีเซียก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือ ยังไม่ได้รับ ความคืบหน้าเท่าที่ควร ผมจึงได้นําเรื่องนี้มาปรึกษาหารือท่านประธานสภาเพื่อที่จะนําเรื่อง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี้ประสานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดําเนินการ เพื่อหารือกับทางการของประเทศอินโดนีเซียโดยด่วนนะครับ ที่สําคัญก็คือว่าจะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนตุลาคมนี้ ในปลายเดือนนี้ ถ้าท่านประธานได้กรุณาได้ส่งเรื่องให้ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อย่างรวดเร็วก็น่าจะมีการหารือกัน เรียนท่านประธานเปึนข้อมูลว่าเหตุการณ์อย่างนี้ ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายหนโดยที่ไม่มีเหตุผล แต่ว่าบางครั้งก็มีการเจรจากัน สําเร็จ บางครั้งเรือก็อับปางโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไข ก็เรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ คุณวิชัย สั้น ๆ หน่อยครับ เพราะว่ารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีตอบกระทู้ ที่ค้างมาตั้งหลายสมัยแล้ว

นายวิชัย ล้ําสุทธิ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ครับ เนื่องจากว่าหารือ มาหลายรอบแล้วโดนตัดชื่อไปตัดชื่อมาจนเหลือคนสุดท้ายนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านไม่มาตามเวลา มันก็อย่างนี้ละครับ

นายวิชัย ล้ําสุทธิ ระยอง

ขออนุญาตหารือต่อท่านประธานนะครับ เนื่องจากว่าได้รับแจ้งจากท่านอาจารย์นักศึกษา ของวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย ว่าตอนนี้เนื่องจากว่าวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายเปึนวิทยาลัยอาชีพที่ทําแบบทวิภาคีก็คือ เรียนไปแล้วก็ฝ๊กงานไป ตอนนี้เปึนระบบการเรียนแบบใหม่ของวิทยาลัยเทคนิคที่จะให้ นักศึกษาได้เรียน ๑ เทอมแล้วก็ไปฝ๊กงาน ๑ เทอม ครบ ๓ ป้ ทางบริษัทที่ฝ๊กงานก็จะมี เด็กนักเรียนซึ่งได้ฝ๊กงาน ๑ ป้ครึ่งพอดี ก็คือ ๓ เทอม ฝ๊กงานไปฝ๊กงานมา พอจบมา ก็สามารถเข้าทํางานได้เลย นี่คือระบบทวิภาคี มันจึงทําให้นักศึกษา นักเรียนที่เข้ามาเรียน ที่วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายเปึนอย่างมาก ส่วนมากก็มาจากทางบ้านท่านประธาน ทางอีสาน ทางเหนือเยอะ ที่เข้ามาเรียน เพราะว่าพอเรียนก็ฝ๊กงานไปด้วย พอจบเสร็จทาง บริษัทก็รับเข้าทํางาน ก็หางานง่าย พอเรียนไปเรียนมาตอนนี้ปรากฏว่าทุกคน ก็มาสมัครที่นี่มาก ก็เปึนคณะที่โรงงานต้องการ หรือบริษัทต้องการ ตอนนี้อาคารเรียน อาคารฝ๊กงานตอนนี้ไม่มีเลยครับ ก็อย่างไรก็ขอความกรุณาของกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ช่วยฝากงบประมาณเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าขอมา ๓ ป้แล้ว ตอนนี้ ก็ต้องเรียนโรงอาหารกันแล้ว ขอมา ๓ ป้แล้วยังไม่ได้รับการสนับสนุน ก็ขอฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับ

ส่วนอีกเรื่องเปึนเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรของเรา เนื่องจากว่าได้รับเรื่อง จากท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย แล้วได้รับเรื่องมาจากการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนในเวลา นอกราชการเรา หรือเรียกว่า โอที (OT) ของสภาเรา ข้าราชการเรา ซึ่งมาทํางานกับ พวกเราอยู่ตลอด และไม่ว่าดึกดื่นอย่างไรก็ทํานะครับ ปรากฏว่าได้รับเอกสารจาก ผู้อํานวยการสํานักการคลังและงบประมาณว่า โอที จริง ๆ แล้วข้าราชการสภาเรามาอยู่ ที่นี่ต้องได้รับโอที ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ปรากฏว่าตอนนี้ถูกตัดลดงบประมาณ ฝากท่านประธานโดยตรงนะครับ เหลือ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ถือว่าไม่เปึนธรรมสําหรับ พวกเขาที่มาอยู่กับพวกเรา อย่างไรก็ฝากท่านประธานดูเขาด้วยนะครับ ว่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ทําอย่างไรถึงจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เกิดความไม่เปึนธรรม อันนี้ ร้องเรียนกับท่านประธานโดยตรงนะครับ อย่างไรก็ฝากท่านประธานดูแลข้าราชการสภา แห่งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บังเอิญงบประมาณ ยังไม่ออกครับ ก็ต้องรอไปก่อน ตอนนี้มีการตัดให้ใช้ ดูเหมือนจะถ้า ๑๐๐ บาทก็ให้ใช้ เพียง ๒๕ บาท ก็เปึนสัดส่วนอย่างนี้ครับ เรียนให้ทราบ เราพยายามให้การคุ้มครองเรื่อง สวัสดิการเต็มที่ ผมขอฝากผู้แทนราษฎรทุกคนด้วย และผมขอป่ดการหารือนะครับ แต่ว่า ท่านที่มีความประสงค์อีก ๒-๓ ท่านนะครับ ผมขอยกยอดไปวันพุธหน้า ให้ลงอันดับแรก เลยนะครับ คุณอนุสรา ยังตรง คนที่ ๑ คุณเกียรติ์อุดม คนที่ ๒ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ คนที่ ๓ ที่อยู่ในชื่อผม เปึนวันพุธหน้าครับ ประกาศให้ทราบทั่วหน้ากันแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ

ต่อไปก็เปึนวาระที่กระผมจะต้องเรียนให้ที่ประชุมทราบ ขณะนี้ มีผู้มาเซ็นชื่อเข้าประชุม ๒๗๔ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ กระผมขอดําเนินการ เรื่องกระทู้ถามต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๑.๑ กระทู้ถามทั่วไปนะครับ กระทู้ถามที่ ๑ ซึ่งค้างมาจาก การตอบคราวที่แล้วนะครับ กระทู้ถามที่ ๑๙๐ เรื่อง ความชัดเจนในแนวทางการดําเนิน โครงการธนาคารต้นไม้ตามนโยบายของรัฐบาล (นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ เปึนผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตอบ

เชิญเจ้าของกระทู้ครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถาม เรื่อง ความชัดเจน ในแนวทางการดําเนินโครงการธนาคารต้นไม้ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานถามไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะคะ และดิฉัน ขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามในนามของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีค่ะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยนะคะเพื่อที่จะได้กล่าวถึงที่มาของกระทู้ถามนี้ ซึ่งดิฉันเองนั้น เห็นว่ามันมีความสําคัญแล้วก็เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ดิฉันกราบเรียนว่า สําหรับท่านที่เคยได้ยินคําว่า ธนาคารต้นไม้ มาก่อนก็อาจจะรอคอยคําตอบกระทู้ถามนี้ นะคะ เพื่อจะรับทราบความชัดเจนของโครงการที่อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วม แล้วก็สําหรับ ผู้ที่ยังไม่เคยได้ยินคําว่า ธนาคารต้นไม้ ก็อาจจะได้ประโยชน์ว่าโครงการนี้ท่านพี่น้อง ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในโครงการอย่างไร ดิฉันเองก็ได้ยินคําว่า ธนาคารต้นไม้ ก่อนนั้นได้ยินคําว่า การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ มาก่อน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ที่เริ่มได้ยิน และต่อมา เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไปทํานโยบายเรื่องของการพัฒนาวาระประชาชน ในการจัด สมัชชาประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ครั้งหนึ่งเมื่อไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีพี่น้อง เสนอมานะคะว่าให้พรรคประชาธิปัตย์ได้มีนโยบายเรื่องของการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ จากนั้น ดิฉันก็ได้ยินพี่น้องประชาชนบอกว่ามีแนวคิดนี้มาจากการที่มีการดําเนินโครงการในพื้นที่ ภาคใต้ คือจังหวัดชุมพร โดยแนวคิดของท่านสภาผู้นําชุมชนแล้วก็เครือข่าย ภาคประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ต่อยอดพัฒนามาเกิดคําว่า ธนาคารต้นไม้ อันนั้น คือจุดเริ่มต้น ดิฉันเองก็เปึนผู้ที่สนใจในการปลูกต้นไม้ แล้วก็อยู่ในแวดวงคนที่รักต้นไม้ ก็ถูกคําถามนี้เรื่อยมาว่าโครงการนี้มีที่มาอย่างไร ดิฉันเองโดยส่วนตัวสนับสนุนนโยบาย เรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าการดําเนินนโยบายโครงการธนาคารต้นไม้จะให้คําตอบ ในหลาย ๆ เรื่อง เพราะว่ามันเปึนโครงการที่น่าจะสร้างงาน สร้างรายได้ แล้วก็ ให้ความหวัง แล้วก็สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพชีวิตให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย ดังนั้นเมื่อต่อมาที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเปึนแกนนําจัดตั้ง รัฐบาล ดิฉันก็ได้ยิน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภาในเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็ได้ยินเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม ในครั้งนั้นก็ยิ่งมีการถ่ายทอดสื่อ สู่สาธารณะ สาธารณชนก็ได้ยินก็มาถามเรื่องนี้กับดิฉันอีกแล้วคนที่มาถามก็มีทุกกลุ่ม เลยนะคะ สําหรับประชาชนที่ยากไร้ มีหนี้สินแต่ว่ามีที่ดินทํากินหรือว่าไม่มีที่ดินทํากิน แต่ว่ามีที่ว่างอยู่ในชุมชนเขาก็ติดตามโครงการนี้ด้วยความหวังนะคะว่ารัฐบาลจะดําเนิน โครงการนี้อย่างไร อันนี้ในส่วนของคนที่คิดว่าจะปลูกต้นไม้ ใช้แรงงาน แล้วก็ปลดหนี้ นะคะ สําหรับคนที่มีที่ดิน มีผู้ถือครองที่ดินจํานวนมากที่มีที่รกร้างว่างเปล่าก็สนใจอีก เพราะเขาก็มีความสนใจ มีแรงจูงใจว่าจะพัฒนาที่ดินของตนเองอย่างไรนะคะ แล้วก็จะได้ ใช้ที่ดินให้เปึนประโยชน์ อันนี้ก็ถามมาอีกว่าจะเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร ดิฉันเอง ก็เห็นว่าปัญหาภาวะโลกร้อน ภูมิอากาศที่แปรปรวน ไม่ว่าจะเกิดภัยแล้ง น้ําท่วมที่ปรากฏ อยู่ทั่วไปนะคะที่พี่น้องประชาชนได้ร้องทุกข์ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากมาย ปัญหาภัยแล้งนั้นก็เกิดจากการที่พื้นที่ป์าลดลง การตัดไม้ทําลายป์า เวลาภัยแล้ง ก็ต้องบอกว่าช่วยกันปลูกต้นไม้ แล้วรัฐบาลแต่ละป้ก็เสียงบประมาณในการส่งเสริมรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้จํานวนมาก ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่ว่าก็ยังต้องทํากันต่อไปเพราะว่าพื้นที่มันลดลง ในขณะเดียวกัน น้ําท่วมก็บอกว่าไม่มีต้นไม้ที่จะช่วยในการชะลอการไหลของน้ํา เพราะฉะนั้นต้นไม้จึงเปึน คําตอบในเรื่องของการลดภาวะโลกร้อนด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่าโครงการนี้ถ้าทําจริง มันน่าจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้วก็คุณภาพชีวิต สําหรับคนที่รักการปลูกต้นไม้ ก็จะได้ในเรื่องของจิตใจด้วยนะคะ เพราะว่าคนที่ปลูกต้นไม้ก็จะเข้าใจธรรมะ แล้วก็ธรรมชาติเปึนอย่างดีนะคะ ดิฉันเองในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทํากินก็เห็นปัญหาเรื่องการถือครองที่ดินแล้วก็ การใช้ประโยชน์จากที่ดินยังไม่เต็มที่ ยังมีที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าทั้งที่เปึนของรัฐ แล้วก็ ของเอกชนจํานวนมากที่รัฐน่าจะได้พัฒนาแล้วก็ทําให้เกิดประโยชน์ ดังเช่น แม้แต่ ในเขตเมืองนะคะ กรุงเทพมหานครหรือว่าในต่างจังหวัด เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่แล้ว เราจะเห็นว่าข่าวว่าที่ที่รกร้างในเขตกรุงเทพมหานครที่เจ้าของที่ดินไม่ได้พัฒนา ตามปัายรถเมล์อะไรก็แล้วแต่ที่นับเปึนร้อย เปึนพัน เปึนหมื่นจุดก็เปึนแหล่งที่ก่อให้เกิด อาชญากรรม ดังนั้นถ้าหากว่าได้มีแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินที่ปล่อยให้ว่างเปล่าหันมา ปลูกต้นไม้แล้วเข้าร่วมโครงการก็น่าจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ อันนี้ก็เปึนอีกแรงหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าความน่าสนใจของโครงการ ถ้าทําเรื่องนี้แล้วมันจะได้ ประโยชน์หลายอย่างนะคะ ดังนั้นจึงอยากจะถามนะคะว่าถ้าหากรัฐบาลได้ดําเนิน โครงการนี้อย่างจริงจังจะทําได้เมื่อไร อย่างไรนะคะ ทั้งหมดที่มาก็คือคําถามที่มา ของกระทู้ที่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าบัดนี้เวลา ได้ล่วงเลยมาระยะหนึ่งแล้ว รัฐบาลมีความพร้อม มีความตั้งใจในการขับเคลื่อนนโยบาย ธนาคารต้นไม้มากน้อยเพียงใดและโครงการนี้มีรายละเอียดของโครงการเปึนอย่างไร รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานใดเปึนผู้รับผิดชอบ ดิฉันขอให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีได้กรุณา โปรดให้รายละเอียดของโครงการนี้ตั้งแต่เปัาหมาย วัตถุประสงค์ ขั้นตอน วิธีการ หลักเกณฑ์ กติกาที่ประชาชนจะสามารถเข้าร่วมโครงการนะคะ รวมถึงประเภทแล้วก็ ชนิดของต้นไม้ที่จะเอาไปฝากในธนาคารด้วย แล้วถ้าต้นไม้ไปฝากธนาคารแล้วจะประเมิน มูลค่าอย่างไร ผลตอบแทนประชาชนจะคิดอย่างไร เพราะว่าต้นไม้นั้นก็ไม่ใช่เงินนะคะ เวลาเราฝากเงินก็จะมีดอกเบี้ย แต่ว่าปลูกต้นไม้มันจะมีผลตอบแทนอย่างไร จนกระทั่ง ขอเรียนถามว่าขณะนี้มีจังหวัดใดบ้างที่ได้เข้าร่วมดําเนินโครงการนี้แล้ว ที่จังหวัดลพบุรี ของดิฉันมีการเริ่มต้นโครงการนี้แล้วหรือไม่ แล้วก็เมื่อใดที่รัฐบาลจะได้ขับเคลื่อนนโยบายนี้ อย่างจริงจังนะคะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถามมาก เดี๋ยวตอบยาก ค่อย ๆ ถามดีกว่า เชิญท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ซึ่งถามความชัดเจนเรื่องนโยบาย ธนาคารต้นไม้ ความจริงแล้วเรื่องของธนาคารต้นไม้นี้ก็ต้องกราบเรียนว่าไม่ใช่ เปึนเรื่องใหม่นะครับ เปึนเรื่องซึ่งภาคประชาชนในหลายที่ก็มีการคิดริเริ่มโครงการ ธนาคารต้นไม้นี้มาหลายป้แล้ว แล้วก็มีหน่วยงานของรัฐบางหน่วย เช่น ธ.ก.ส. หรือธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในอดีตก็เคยริเริ่มดําเนินโครงการนําร่อง โดยในยุค ของรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ได้มีการดําเนินกระบวนการโดยการใช้เงิน งบประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท เพื่อเปึนการดําเนินการโครงการนําร่อง จนกระทั่งเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หลังจากนั้นก็มีการชะลอโครงการนี้ไประยะหนึ่ง รัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่เข้ามาก็เห็นว่านโยบายนี้น่าจะเปึนนโยบายที่ดี จึงได้กําหนดเอาไว้ในนโยบายที่รัฐบาล แถลงต่อรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ โดยมีการเขียนเอาไว้ในนโยบายเกี่ยวกับ สวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในข้อหนึ่งว่ารัฐบาลจะเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของชุมชนให้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพและโดยที่รัฐบาลให้ความสําคัญเรื่องโครงการ ธนาคารต้นไม้ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการเปึนได้ทั้งผู้สนใจทั่วไปและผู้ที่ประสงค์จะปลูกต้นไม้ ใช้หนี้ ซึ่งในการดําเนินโครงการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภานั้น รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศนโยบายนี้อย่างที่ท่านทราบเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ในการประชุม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดยรูปแบบการดําเนินการโครงการนี้ซึ่งขออนุญาต ท่านประธานได้ตอบแยกออกเปึนประเด็นตามที่ท่านได้ตั้งคําถามซึ่งคําถามก็ค่อนข้าง จะครอบคลุมประเด็นรายละเอียดทั้งหมดนะครับ ขอใช้เวลามากสักนิดหนึ่งว่าโดยรูปแบบ การทํางานรัฐบาลเองใช้รูปแบบของการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งครับ เรียกว่า คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ โดยได้มอบหมายให้ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เปึนประธานคณะกรรมการชุดนี้ และมีที่ปรึกษาของกรรมการ ชุดนี้หลายท่าน โดยผมเองก็เปึนหนึ่งในที่ปรึกษาของคณะกรรมการดังกล่าว โครงสร้าง กรรมการชุดนี้ส่วนใหญ่ก็เปึนภาคประชาชน และคนที่ทํางานในเชิงองค์กรชุมชนเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้อง ถามว่ากรรมการชุดนี้จะเกี่ยวกับเรื่องธนาคารต้นไม้อย่างไร คําตอบก็คือ ว่ากรรมการชุดนี้ก็แต่งตั้งอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้ขึ้นมา ๑ ชุด โดยมี ประธานอนุกรรมการก็คือผู้จัดการของ ธ.ก.ส. หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร นอกจากนั้นยังมีที่ปรึกษา เช่น ทางอธิบดีกรมป์าไม้ อาจารย์ประยงค์ รณรงค์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ซึ่งหน่วยงานนี้จะเปึนหน่วยงานหนึ่งที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องหลักกับตัวโครงการนี้โดยรวม นะครับ คณะกรรมการชุดนี้กับอนุกรรมการก็มีหน้าที่ในการที่จะไปประสานหน่วยงาน รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนซึ่งดําเนินการไปแล้ว เพื่อที่จะดําเนินนโยบายนี้ไปสู่ การปฏิบัติ ซึ่งจะได้กราบเรียนเปึนขั้นตอนไปว่าในชั้นนี้ได้ดําเนินการไปถึงไหน อย่างไร คณะกรรมการชุดนี้ก็มีการประชุมกันเปึนปกติ แล้วก็มีการดําเนินโครงการเรื่อยมา โดยในขณะนี้ก็มีการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดําเนินการศึกษาในประเด็นรายละเอียด หลายเรื่อง ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้ถามและผมจะได้กราบเรียนต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้อง ทําความเข้าใจให้ชัดเจนก็คือโครงการธนาคารต้นไม้นี่คืออะไร โครงการธนาคารต้นไม้นี้ ก็เปึนการใช้แนวคิดหรือปรัชญาที่ผสมผสานกันในเรื่องของมิติทางสังคม ทางเศรษฐศาสตร์ ทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์สภาพนิเวศ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าจะทําอย่างไร ให้ชาวบ้านรวมตัวกันเปึนชุมชน แล้วก็ใช้ประโยชน์จากที่ดิน ซึ่งอาจจะเปึนที่ดิน ที่รกร้างว่างเปล่าของชุมชน ที่ดินซึ่งเปึนส่วนรวม ที่ดินซึ่งเปึนที่เหลือของที่ใช้ปลูกพืชปกติ ประจําอยู่แล้ว หรือที่ดินซึ่งอาจจะเปึนตัวของเจ้าของเอง แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน โดยเอาที่ดินดังกล่าวไปปลูกต้นไม้ แล้วในการปลูกต้นไม้นี้ก็จะมีกระบวนการให้ความรู้กัน ว่าควรจะปลูกต้นไม้ในลักษณะอย่างไรที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แนวทางหนึ่งที่คิดกันก็คือ แนวทางซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยให้แนวทางไว้ก็คือแนวทางที่เรียกว่า ไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง คือจะปลูกต้นไม้ใดก็แล้วแต่ให้มีประโยชน์ทั้งเปึน ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ ซึ่งทั้งไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจนี่ก็จะเปึนไม้ทั้ง ๓ ชนิด แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นนอกจากใช้สอยแล้ว กินได้แล้ว เศรษฐกิจคือขายได้ สร้างเงินได้แล้วยังมีประโยชน์ในเรื่องของการอนุรักษ์ดินและน้ําอีกด้วย เพราะฉะนั้น โดยแนวคิดอย่างนี้ที่บอกว่ามีมิติทางสังคมก็เพราะว่าถ้าหากว่ามีการส่งเสริมให้มีการปลูก ธนาคารต้นไม้หรือปลูกต้นไม้ในที่ดินรกร้าง ที่ดินของชุมชน ที่ดินที่มีเจ้าของแล้ว หรือแซมจากที่ดินอื่น ๆ ก็ดี ก็จะสามารถเปึนช่องทางหรือเปึนโอกาสให้คนยากคนจน หรือเกษตรกรที่ยากจนไม่มีที่ดินได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการนี้ด้วย เช่น อาจจะ ไปใช้แรงงานในส่วนของที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินของชุมชน แม้แต่กระทั่งคนซึ่ง อาจจะมีอาชีพอยู่แล้ว แล้วก็มีที่ดินส่วนหนึ่งเหลือไปปลูกต้นไม้ในโครงการนี้ก็สามารถ ที่จะเปึนการสร้างงานให้เกิดขึ้นได้ด้วย ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ก็คือจะทําให้เกิดต้นไม้ ที่ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ อาจจะมีการตัดต้นไม้ออกมาใช้สอย มาแปรรูปเพื่อ ประโยชน์ต่อไปในอนาคต และตัวผู้ปลูกเองก็จะมีรายได้เกิดขึ้นด้วย ในเชิงวัฒนธรรม ก็จะทําให้วัฒนธรรมของชุมชนนั้นมีความเข้มแข็งมากกว่าที่จะต่างคน ต่างอยู่ และแน่นอนในมิติในเรื่องอนุรักษ์สภาพนิเวศก็เกิดขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็เปึน การแก้ปัญหาเรื่องการปลูกพืชเชิงเดียว ซึ่งปัจจุบันก็สร้างปัญหาในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกัน โดยแนวคิดอย่างนี้คําถามก็คือว่าโครงการธนาคารต้นไม้มันจะเริ่มอย่างไร วิธีการเริ่มโครงการของเขาก็คือใช้หลักคิดที่ว่าให้ชุมชนรวมตัวกัน อาจจะมีที่ดิน หลายรูปแบบหลายแปลง แล้วก็มายังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งในขณะนี้ ที่กรรมการชุมชนเข้มแข็งยังไม่ได้ยกร่างแนวทางที่ชัดเจนนั้น ก็จะใช้ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปึนผู้ดําเนินโครงการไปก่อน โดยในขณะนี้ ธ.ก.ส. ก็มีการจัดตั้งเปึนสํานักงานที่ดูแลเรื่องนี้เปึนการเฉพาะ และมีการ ดําเนินการในโครงการนําร่องไปแล้วอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ถาม เมื่อไปยื่น แสดงความจํานงกันแล้ว ตัวของ ธ.ก.ส. เองก็จะไปประเมิน ไปประเมิน ไปจัดการ รวมกลุ่ม ไปให้องค์ความรู้ต่าง ๆ ไปให้แนวคิดแนวทาง คําถามถัดมาก็คือว่าเมื่อตกลงกันแล้ว ประเมินความเข้มแข็งแล้ว พันธุ์ไม้จะเอามาจากไหน ปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ ๒ แนวทาง ในโครงการนําร่องที่ทํากันไป

ประการที่ ๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีการเพาะกล้าพันธุ์ไม้ขึ้น เข้าใจว่ามีงบประมาณอยู่ป้หนึ่งประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ต้น

ประการที่ ๒ คือ ธ.ก.ส. เองก็เข้าไปร่วมกับตัวชุมชน แล้วก็จะมีเงิน ซึ่ง ธ.ก. ส. เขาเรียกว่าเปึนเงินขวัญถุง ๓,๐๐๐ บาท ก็เปึนเงินสําหรับสร้างกระบวนการ ชุมชน อีก ๒,๐๐๐ บาท ก็เปึนเงินสนับสนุนเรื่องของการเพาะชํากล้าไม้ ซึ่งในส่วนนี้ชุมชน ก็ยังต้องมีส่วนร่วมในการที่จะต้องช่วยกันลงเงินเพื่อที่จะหาพันธุ์ไม้มาปลูก

ประเด็นคําถามต่อมาก็คือ เมื่อปลูกไปแล้วใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง แน่นอนที่สุดครับว่าทันทีที่ปลูกไป โดยองค์ความรู้ของเขาก็จะให้ปลูกไม้ครอบคลุมทั้งไม้ ๓ อย่างที่มีการพูดไป ความจริงหลักแนวคิดก็จะมีความซับซ้อนกว่านั้น เช่น จะมีพืช ประเภทคลุมดิน พืชประเภทเปึนหัว เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งก็จะทําให้การใช้ประโยชน์ของที่ดิน มันมีความสมบูรณ์ในตัวมันเองมากขึ้น ทีนี้ประเด็นที่กําลังอยู่ในระยะเวลาการศึกษา ขณะนี้ก็คือ อะไรคือสิ่งจูงใจให้ประชาชนที่มาเข้าโครงการธนาคารต้นไม้อยากมา ปลูกต้นไม้ด้วย เพราะถ้าฟังอย่างนี้เหมือนกับว่าก็เชิญคนมาปลูกต้นไม้ แต่ปลูกไปแล้ว ชาวบ้านจะได้อะไรนอกเหนือจากการเพิ่มพื้นที่ของการปลูกป์า และได้ใช้ประโยชน์จากไม้ ก็ตอบง่าย ๆ ว่า ๑. เขาก็จะได้ประโยชน์จากพวกไม้ใช้สอย พวกไม้กินได้ หรือไม้เศรษฐกิจ อยู่แล้ว แต่มีหลักแนวคิดหนึ่งซึ่งภาคประชาชนได้เสนอมาตลอด ก็คือทําอย่างไร ให้ไม้ที่ปลูกไปสามารถแปรเปึนมูลค่าได้ พูดง่าย ๆ จะใช้ไม้ที่ปลูกไปคํานวณเปึนมูลค่า เอาไปจํานองเปึนหลักประกันในการได้เงินมาเพื่อหมุนเวียนใช้จ่ายในครัวเรือนได้หรือไม่ รัฐบาลเล็งเห็นความสําคัญเรื่องนี้ครับ นอกเหนือจากมีการศึกษากระบวนการอย่างนี้ไปแล้ว ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีก็ได้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ๒ ฉบับ โดยสาระกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ก็คือไปปรับปรุง วิธีการ หรือเงื่อนไขในการดําเนินการในสิ่งที่เรียกว่า การจํานอง หรือจํานําทรัพย์สิน พูดง่าย ๆ หลักคิดก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจําเปึนต้องตราขึ้น โดยเฉพาะเพื่อให้มี การนําทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถจํานองหรือจํานําได้มาใช้เปึนประกัน การชําระหนี้ ในลักษณะที่ผู้ให้หลักประกันไม่ต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์สิน ที่เปึนหลักประกันให้แก่ผู้รับหลักประกัน ซึ่งแต่เดิมทําไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือมันคงครอบคลุม หลายเรื่อง ๑ ในเรื่องนั้นคือปลูกต้นไม้ไปแล้ว ๑ ป้ ตีมูลค่าเท่าไร ถ้าเกิดเจ้าของที่ดินต้องการใช้เปึนหลักทรัพย์ค้ําประกัน แล้วนําไปค้ําประกันกับสถาบัน การเงินต่าง ๆ ก็ได้เงินมาหมุนเวียน ก็มีระยะเวลาที่จะคืนเงินให้ไป หลักเกณฑ์นี้ก็เปึน หลักเกณฑ์ที่กําลังคิดอยู่ครับท่านประธานครับ ถ้าหากว่าดําเนินการในส่วนนี้ และกฎหมายฉบับนี้ผ่านออกมาจากทางคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วมีผลบังคับใช้ เมื่อผ่านสภา โครงการธนาคารต้นไม้ก็คงจะบรรลุผล

คําถามต่อมาก็คือว่า พอปลูกต้นไม้ไปแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครปลูกต้นไม้ ตรงไหน อะไร อย่างไรบ้าง คําตอบก็คือเขาจะมีการลงทะเบียนครับ ถ้าชุมชนชาวบ้าน รวมตัวกันไปขึ้นทะเบียนกับ ธ.ก.ส. ซึ่งเปึนสํานักงานชั่วคราว ต่อไปอาจจะมีชื่อเรียก อย่างอื่นนี่นะครับ เขาก็ส่งคนไปตรวจนับต้นไม้ครับ แล้วก็จะมีสมุดธนาคาร เรียกว่า ธนาคารต้นไม้ ก็จะถูกบันทึกไว้ครับว่าตรวจนับป้แรกปลูกไปแล้วทั้งหมดกี่ต้นอย่างไร เพื่อประโยชน์ในการขึ้นทะเบียนและสามารถที่จะคํานวณมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ต่อไป ในอนาคต นี่คือหลักแนวคิดและแนวปฏิบัติของโครงการธนาคารต้นไม้

คําถามถัดมาก็คือขณะนี้นําร่องไปแล้วอย่างไร ก็ตอบท่านประธานครับว่า ขณะนี้มีสาขาธนาคารต้นไม้ ณ ข้อมูลวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ แล้ว ๓๑๓ ชุมชน จํานวนสมาชิก ๒๓,๕๓๘ คน และปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ต้น โดยครอบคลุมในพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ๕๘ สาขา ภาคใต้ ๑๖๑ สาขา ภาคอีสาน ๔๑ สาขา ภาคกลาง ๒๓ สาขา และภาคตะวันออกอีก ๓๐ สาขา ซึ่งในจํานวนนี้ก็จะมีข้อมูลรวมถึง จังหวัดลพบุรีที่มีการกล่าวถึงด้วย

ดังนั้นเมื่อตอบกระทู้ถามมาถึงตรงนี้ ผมก็เรียนท่านประธานได้ว่าโครงการ นี้รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะทํา แต่ความพร้อมในขณะนี้ก็คงอยู่ระยะเวลา ที่ศึกษา หน่วยงานที่ศึกษาอยู่ขณะนี้ก็จะมี ๒ ส่วนครับ

อันที่ ๑ ก็คือสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งอยู่สังกัดกระทรวงการคลัง

และอีกส่วนหนึ่งก็คือที่ผมเรียนไปแล้วตั้งแต่ต้นก็คือ เรื่องของสํานักงาน พัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ซึ่งสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะ เปึนผู้ไปคํานวณมูลค่าแล้วก็จะให้แนวทางนี้ไว้กับอนุกรรมการธนาคารต้นไม้ ในกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็ง หลังจากนโยบายนี้ตกผลึกบวกกับกฎหมายนี้เสร็จ ก็จะถูกนําเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีและออกมาเปึนมติคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เราก็คาดครับว่าถ้าเกิดดําเนินการได้ แล้วมีแรงจูงใจพอ เราจะ สามารถให้ใช้พื้นที่ที่เรียกว่าพื้นที่กลางน้ํา คือพื้นที่ที่มีคนครอบครองทั่วประเทศประมาณ ๒๐๐ ล้านไร่ ได้มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าน่าจะปลูกได้ถึง ๒๕ ล้านไร่ในเวลา ๑๐ ป้ ตามเปัาหมายของโครงการ ขณะนี้จังหวัดที่เปึนจังหวัดหลัก ๆ ที่ทําเรื่องนี้เห็นชัด ในภาคประชาชน เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดพัทลุง จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดเชียงใหม่ครับ จึงถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธาน ตอบคําถามเปึนเบื้องต้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามได้อีกครั้งครับ เชิญ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณนะคะ สําหรับคําตอบที่ได้รับ แต่ว่าแม้จะยังไม่ได้ชัดเจนทั้งหมด เพราะว่าเท่าที่ได้ฟังก็คือยังเปึน โครงการนําร่องที่จะต้องมีการสรุปบทเรียนแล้วก็ทํางานวิจัยจนกว่าที่จะตกผลึกแล้วก็ ออกมาเปึนนโยบาย อย่างไรก็ดีความสําคัญที่สนใจอยากจะถามเพิ่มเติม ไม่ทราบพอจะมี ข้อมูลหรือไม่ ก็คือชนิดของต้นไม้ แน่นอนน่าจะเปึนต้นไม้ยืนต้นอยู่แล้วแต่ว่าจะเปึน ไม้ชนิดใดบ้างนะคะ ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้ในเบื้องต้น ไม่ทราบว่าพอจะมีข้อมูล หรือไม่ นอกจากนั้นที่ฟังดูก็คือ ถ้าหากต้นไม้ที่ปลูกแล้วเข้าร่วมโครงการ ถ้ามันตายไป จะทําอย่างไร เพราะว่าถ้าปลูกไปสมมุติเข้าธนาคารไป ๒-๓ ป้แล้วเกิดมีไฟไหม้ป์า หรืออะไรก็แล้วแต่ เกิดมันตายลงจะทําอย่างไร แล้วมูลค่าต้นไม้แต่ละชนิดที่ปลูกในแต่ละที่ ชนิดเดียวกัน สมมุติว่าปลูกไม้ยางหรือว่าไม้หวงห้ามมันจะเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะว่า ไม้บางอย่างก็ปลูกแล้วก็ห้ามตัดใช่ไหมคะ แล้วก็ถ้าปลูกในพื้นที่ที่ต่างกัน การบํารุงรักษาต่างกัน มูลค่าต้นไม้อาจจะมีมูลค่าต่างกันหรือไม่ เพราะว่าการบํารุงรักษา สภาพภูมิอากาศก็จะต่างกันนะคะ ก็ขออนุญาตกราบเรียนนะคะ แล้วก็ขอฝาก ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าได้ช่วยเร่งรัดนโยบายนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ก็ขอขอบคุณท่านเพื่อนสมาชิกที่กรุณาสอบถามเพิ่มเติมในรายละเอียด และเห็นว่าแนวทางนี้รัฐบาลก็กําลังดําเนินการอยู่นะครับ ผมเข้าใจว่าโครงการนี้ก็ยังคง เหลือรายละเอียดในเชิงปฏิบัตินะครับว่า ไม่ว่าจะเปึนการคํานวณมูลค่าเศรษฐกิจก็ดี ตัวกฎหมายที่รองรับก็ดี ซึ่งจะออกมารองรับ แต่การดําเนินการในส่วนของโครงการนําร่องก็จะเปึนประโยชน์มากครับ เพราะอย่างน้อยที่สุด ก็เปึนการสร้างพื้นที่ป์าให้เกิดขึ้นแล้วได้จริงในขณะนี้ในต้นไม้ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าต้น และคนที่ปลูกเองก็มีกําลังใจในการที่จะดําเนินการต่อไป ก็คิดว่า คงในเวลาอันเร็ววันที่รัฐบาลจะได้ไปเร่งรัดตามที่เพื่อนสมาชิกได้ขอไว้ ในส่วนของต้นไม้ ถามว่ามีกี่ชนิดนั้น ในเบื้องต้นก็มีการกําหนดคร่าว ๆ เช่น ไม้ใช้สอยก็จะเปึนพวกต้นไผ่ ต้นตาล ไม้สมุนไพร พวกกระถินณรงค์ สะเดา กระถินเทพา ซึ่งส่วนใหญ่จะเปึนพันธุกรรม ไม้พื้นเมือง ไม้กินได้ อย่างเช่น กระถิน ขนุน เหลียง สะตอ อย่างนี้เปึนต้น ไม้เศรษฐกิจ ก็เช่น ตะเคียน สัก ยางนา แดง ประดู่ ไม้พลวง มะค่า พะยูง หรือไม้มะฮอกกานี

ในส่วนที่ถามว่าเมื่อปลูกไปแล้วมูลค่าต้นไม้จะทําอย่างไร รวมถึงถ้าเกิดมี ความเสียหายเกิดขึ้นจะทําอย่างไร อันนี้ที่กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ทางสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และสํานักงาน เศรษฐกิจการคลัง ก็กําลังทําการศึกษาในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งคงจะต้องประเมินมูลค่าต่าง ๆ ของต้นไม้ และหากเกิดกรณีอย่างที่ว่า เช่น มีปัญหาเรื่องภัยใด ๆ เกิดขึ้น จะน้ําท่วม จะแล้ง จะไฟไหม้ วิธีการชดเชยต่าง ๆ จะทําอย่างไร ก็คงอยู่ในรายละเอียดที่จะต้องคิด แล้วก็ต้องมีรายละเอียดชัดเจนในการดําเนินโครงการด้วย ดังนั้นผมคิดว่าตัวโครงการนี้ ก็คงมีรายละเอียด ซึ่งในชั้นหลังถ้ามีการถามกระทู้ถามนี้ เมื่อมีการดําเนินโครงการ ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ก็คงจะได้มีรายละเอียดในส่วนนี้เพิ่มเติมนะครับ สําหรับประเด็น ข้อเสนออื่น ๆ ก็จะรับไว้ในการไปเสนอกับคณะกรรมการต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีอะไร ติดพันครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

นิดเดียวค่ะท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานฝากไปที่ท่านรัฐมนตรี ดิฉันมีแนวคิดว่าในการทําโครงการอาจจะมีกองทุน ธนาคารต้นไม้ที่รัฐบาลอาจจะพิจารณาจากเงินงบประมาณภาษีที่เรียกเก็บได้จาก ผู้ที่ประกอบการเกี่ยวกับเรื่องไม้ อาจจะมาสนับสนุนในเรื่องของกองทุนนี้ หรือว่า ภาษีที่ดินที่ใครที่ปล่อยที่รกร้างว่างเปล่า เวลาเงินที่เก็บภาษีได้ก็จะมาสนับสนุนโครงการนี้ ก็จะเอาไปเปึนอีกส่วนหนึ่งได้นะคะ

อีกอันหนึ่ง ก็ขออนุญาตกราบเรียนฝากไปว่า ในวันที่ ๒๓-๓๑ ตุลาคม ที่จังหวัดลพบุรีจะมีงานแสดงไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดลพบุรี และทราบว่าธ.ก.ส. จะไปจัด นิทรรศการเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ขั้นต่ําให้กับพี่น้องเกษตรกรให้พี่น้องได้รับทราบ อยู่แล้ว ถ้าหากว่า ธ.ก.ส. มีข้อมูลเรื่องธนาคารต้นไม้ ก็ขอเรียนเชิญไปร่วมจัดนิทรรศการ ให้ความรู้กับประชาชนด้วยนะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีไปให้ก็แล้วกัน ก็จบกระทู้ถามที่ ๑ นะครับ

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๙๑ เรื่อง โครงการงบประมาณแก้ปัญหา อุทกภัย (นายอํานวย คลังผา เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยมอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เปึนผู้ตอบ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโสภณ ซารัมย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เชิญเจ้าของกระทู้

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถามท่านประธานผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องโครงการงบประมาณ แก้ปัญหาอุทกภัยน้ําท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑ วันที่ ๒ วันที่ ๓ ตุลาคมที่ผ่านมาน้ําได้ท่วมชาวตลาดอําเภอโคกสําโรงในเขตเทศบาล และตําบลโคกสําโรง รวมทั้งอีก ๑๒ ตําบล ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ําท่วมในครั้งนี้ ถึง ๑๒,๐๐๐ กว่าไร่ มี ๖๖ หมู่บ้านที่ได้รับความเสียหาย ดังนั้นสาเหตุจากน้ําท่วม ในครั้งนี้มีอยู่ ๒-๓ ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนซึ่งสร้างเปึนถนนกั้นทางน้ํา

๑. ถนนสายพหลโยธิน และถนนสุรนารายณ์ ในเขตอําเภอโคกสําโรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัดป์าเจริญธรรมมีท่อชํารุดเสียหายทําให้น้ําไหลไม่สะดวก เมื่อป้ที่แล้วน้ําท่วมในเขตเทศบาลอําเภอโคกสําโรงเสียหายเปึนร้อยล้านบาท ท่วมนานถึง ๓ วัน และป้นี้พอดีน้ําส่วนที่ท่วมขังเราได้ขุดออกไปด้านข้างทั้งหมด ๖-๗ จุด ด้วยกัน และได้รับความกรุณาจากทางกรมชลประทานได้นําเครื่องมาสูบน้ําให้กับ ชาวตลาดโคกสําโรง และตําบลโคกสําโรงทําให้น้ําไม่ท่วมอําเภอโคกสําโรง เพราะฉะนั้น ผมจะได้วางแผนกับทางเทศบาลและตําบลโคกสําโรงนะครับ ตลอดทั้งพี่น้องชาวตลาด โคกสําโรงและตําบลโคกสําโรงนั้นว่า

๑. การแก้ปัญหาน้ําท่วมจะต้องก่อสร้างสะพานจุดที่วัดป์า

๒. วางท่อระบายน้ําหมู่ ๙ อําเภอโคกสําโรง ช่วงถนนไปรษณีย์ถึงโรงไฟฟัา ๒ ข้างทาง รวมระยะทาง ๑ กิโลเมตร

๓. วางท่อระบายน้ําหมู่ ๘ ตําบลโคกสําโรง จากโรงไฟฟัาไป วัดป์าเจริญธรรม ๒ ข้างทาง

๔. วางท่อระบายน้ําหมู่ ๔ หมู่ ๙ ตําบลโคกสําโรงไปด้านไปรษณีย์ ถึงคลองหัวหิน ระยะทาง ๑ กิโลเมตร

๕. วางท่อระบายน้ําหมู่ ๕ ถนนสุรนารายณ์ช่วงโรงเรียนโคกสําโรงวิทยา ซึ่งป้นี้ท่วมถึงเปึนเมตร ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งแห้งไป เพราะฉะนั้นหากวางท่อ ทั้ง ๒ จุดก็จะช่วยบรรเทาตรงนี้ได้

๖. วางท่อระบายน้ําจากหมู่ ๙ ช่วงโรงไฟฟัาไปบ้านถลุงเหล็ก และในช่วง หมู่บ้านถลุงเหล็ก ท่านประธานครับผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ว่า ช่วงบ้านถลุงเหล็กน้ําท่วมจากหลังถนนเปึนเมตรเลย ยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร เปึนอย่างนี้ทุกป้ ทางกรมทางหลวงก็ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาในเรื่องน้ําท่วมแต่อย่างใด

เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานถึงท่านผู้มาชี้แจง โดยเฉพาะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีวันนี้ท่านได้ให้ความกรุณามาตอบกระทู้ถามของผม ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ ตลอดทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นะครับ ซึ่งได้มาตอบ กระทู้ถามของผมในวันนี้ และอีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะฝากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดกาญจนบุรีของท่าน พลเอก สมชาย ก็เช่นกัน อําเภอบ่อพลอย อําเภอหนองปรือ อําเภอห้วยกระเจาทั้ง ๓ อําเภอก็น้ําท่วม และจังหวัดปทุมธานีของท่าน ส.ส. สุทิน อําเภอ สามโคก และ ๒ ฝัืงแม่น้ําเจ้าพระยาก็มีปัญหาน้ําท่วมเช่นกัน อย่างจังหวัดลพบุรี บ้านดงพลับ บ้านหมี่ ของ ส.ส. สุชาติ อําเภอเมืองล่องไปจังหวัดอ่างทอง ไปจังหวัดสิงห์บุรี มาจังหวัดสุพรรณบุรีออกมาจังหวัดปทุมธานีน้ําท่วมทั้งหมดละครับ แล้วของท่าน ส.ส. สุรชาติ จังหวัดศรีสะเกษ อําเภอกันทรลักษ์ แล้วก็อําเภอเมืองศรีสะเกษ ในเขตเทศบาล แล้วก็อําเภอราษีไศลก็เช่นกันนะครับ เพราะมันเปึนปัญหาน้ําท่วมเช่นกัน ก็อยากจะถามข้อแรกนะครับว่า ทางรัฐบาลมีแนวทางที่จะปัองกันน้ําท่วมฉับพลันให้กับ พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดลพบุรีทั้ง ๑๑ อําเภอไว้อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เ ชิ ญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมได้มาตอบ กระทู้ถามของท่านอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เพราะว่า ผมกํากับดูแลและเปึนประธานในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระผมมาตอบในวันนี้ ต้องขอบพระคุณท่านอํานวยอย่างมากนะครับที่ได้ ให้ความสนใจกับพี่น้องประชาชน ในสมัยประชุมทุกสมัยนะครับ ผมเห็นท่านอํานวยได้ตั้ง กระทู้ถามเปึนตัวแทนที่ดีของประชาชนมาโดยตลอด วันนี้ก็ขอชื่นชมนะครับ แล้วก็สําคัญ ที่สุดคือท่านอํานวย คลังผา ถามทีต้องมาตอบถึง ๔ คน ทุกกระทรวงเลยนะครับ ก็ให้ความสําคัญกับท่านนะครับ ในส่วนของผมที่รับผิดชอบ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ได้มีการประชุมโดยเร่งด่วน เมื่อไต้ฝุ์นกิสนา (Ketsana) เกิดขึ้นมา และไต้ฝุ์นอีก ๒ ลูก ไต้ฝุ์นปัาหม่า (Parma) และ ไต้ฝุ์นเมอโลร์ (Melor) ที่เกิดขึ้นตามมา ๓ ลูก นายกรัฐมนตรีก็ได้มีความห่วงใย อย่างมากก็ได้สั่งให้ผมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประชุมกันเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ที่ผ่านมา พอไต้ฝุ์นกิสนาเกิดขึ้นเราก็ได้ประชุมและเตรียมการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องทั้งประเทศ อย่างที่ท่านอํานวยได้เอ่ยถึงจังหวัดกาญจนบุรีบ้าง ภาคอีสานบ้าง ก็เรียนว่าได้เตรียมการที่จะช่วยเหลือเฉพาะหน้า คือตรงไหนน้ําท่วมก็เข้าไปช่วยเหลือทันที เพราะว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีงบอยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยก็มีงบ ทุกหน่วยงาน มีงบแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินไว้ก็ให้แก้ปัญหาฉุกเฉินไป เสร็จแล้วถ้าน้ําลด แล้วก็ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะออกไปสํารวจ สํารวจเสร็จก็จะรายงานมาที่ผม ซึ่งมี ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีทําหน้าที่เปึนเลขานุการในคณะกรรมการชุดนี้ ท่านผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณเปึนประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาที่จะจัดสรรงบกลางออกมา แล้วให้หน่วยงานต่าง ๆ รีบไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังจากน้ําลดแล้ว ไม่ว่าจะเปึน กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบดูของแต่ละหน่วยงานว่า จะช่วยเหลืออะไรให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร มากน้อยแค่ไหน ตามข้อเท็จจริง แล้วก็ รายงานมาที่ผมเมื่อคณะกรรมการผมประชุมเสร็จก็ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีให้เบิกจ่ายเงินไป ในส่วนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านอํานวย คลังผา ว่าขอได้สบายใจเราไม่ทอดทิ้ง พี่น้องประชาชน ในส่วนที่กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีท่านก็จะได้ ชี้แจงให้ท่านทราบ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็ดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี ก็จะได้ชี้แจงให้กับท่านอํานวย คลังผา ได้รับทราบ ผมขอให้ท่านเรื่องถนนหนทางก่อน เพราะนั่งใกล้ผม เชิญครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการได้ตอบข้อซักถาม กระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลพบุรีคือ ท่านอํานวย คลังผา เรื่องหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่อง อุทกภัยก็กราบเรียนท่านอย่างนี้นะครับว่า

ประการแรก ก็คือการช่วยเหลือระยะแรกก็คือระยะที่เมื่อเกิดอุทกภัย ถ้าถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมเสียหาย เราจะมีงบให้เร่งด่วน สามารถใช้ได้ทันท่วงทีก็คือ แขวงหรือทางหลวงชนบทจังหวัดสามารถใช้งบได้ทันที คือ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยที่ถึงแม้จะไม่มีงบก็สามารถดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมา

ประการที่สอง ก็คือการฟุ๋นฟูถนนให้กลับสู่สภาพเดิม ก็เปึนหน้าที่ ที่ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนทางหลวงชนบทหรือแขวงการทาง จะต้องตั้งงบ ภายใน ๓๐ วันเสนอมายังกรมที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่าวันนี้กระทรวงคมนาคมได้ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยที่ประชุมวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ในการ ที่จะร่วมมือกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงคมนาคม โดยให้ท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถที่จะสั่งการ บูรณาการทางแขวงการทางหรือทางหลวงชนบท จังหวัดได้เลย ไม่ว่าถนนเส้นนั้นจะเปึนความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท หรือเปึนของ กรมทางหลวง หรือเปึนของท้องถิ่น เราสามารถดําเนินการโดยผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีงบอยู่แล้ว แต่ว่าของกระทรวงคมนาคมท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถบูรณาการได้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้ในอดีตมันมีถนนอย่างที่ท่านสมาชิก ได้กราบเรียนว่ามันมีถนนบางเส้นเปึนอุปสรรคคือเปึนที่กั้น คือนอกจากถนนขาดแล้ว ยังกั้นน้ําไว้ให้ท่วมอย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนว่าวันนี้เราได้มอบอํานาจให้ ทางจังหวัดสามารถที่จะใช้อํานาจตัดถนนขณะที่เกิดอุทกภัยน้ําท่วมบ้านของชาวบ้าน เราสามารถให้ตัดถนนได้เลยโดยไม่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลาง เพราะฉะนั้นผมก็ กราบเรียนว่าวันนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมเรามีแผนงานอย่างนี้ ถ้าในเรื่อง ของจังหวัดลพบุรีถ้าดูแล้วภายในป้ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ถนนที่เสียหายชํารุดทั้งหมดที่ได้รับ การบูรณะซ่อมแซมแล้ว ส่วนใหญ่ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนว่าปัญหาจริง ๆ จะอยู่ที่อําเภอโคกสําโรง ถนนจะเสียหายประมาณ ๗ กิโลเมตร เราได้บํารุงซ่อมแซมแล้ว อยู่ ๑๕ ล้านกว่าบาท อันนี้ได้ดําเนินการแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่อีก ๙ กิโลเมตรจะใช้วงเงิน ๑๗ ล้านบาท ทางกรมจะได้จัดสรรให้ต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญกระทรวงมหาดไทย ครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทําการตอบกระทู้ถามของ ท่าน ส.ส. อํานวย คลังผา จากจังหวัดลพบุรี ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่าน ส.ส. อํานวย ที่ได้นําปัญหานี้มาเปึนคําถามในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหา ที่พี่น้องประชาชนได้ประสบกับอุทกภัยนั้นถือว่าเปึนปัญหาสําคัญอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งในบ้านเมืองของเรานั้นก็เกิดขึ้นอยู่เปึนประจํา โดยเฉพาะในแต่ละป้นั้นท่านประธาน จะแลเห็นว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยนั้นจะประสบภัยอยู่เปึนช่วงจังหวะในแต่ละป้ ช่วงนี้ ก็คือจะเปึนภัยน้ําท่วม จากนั้นก็ภัยหนาวแล้วก็นํามาสู่ภัยแล้ง โดยเฉพาะภัยน้ําท่วมที่เปึน ประเด็นคําถามของท่าน ส.ส. อํานวยนั้น คงเปึนภัยที่ได้เกิดขึ้นอยู่ในช่วงนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในขณะนี้ได้มีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์นี้ ในส่วนกลางได้ตั้งที่กระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปึนประธาน ในระดับจังหวัดนั้นก็จะมีศูนย์ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานดูแลเกี่ยวกับ ศูนย์นี้ หน้าที่สําคัญก็คือมีหน้าที่เฝัาติดตามก่อนเกิดภัยโดยเฉพาะมีเจ้าหน้าที่บุคลากร ที่จะคอยติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับน้ํา เกี่ยวกับฝน และยังมีหน้าที่ดูแลในขณะที่เกิดภัย ไม่ว่าจะเปึนการเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน ไปเยียวยา เอาคณะแพทย์ คณะหมอหรือแม้แต่ ถุงยังชีพไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน สุดท้ายก็จะดูแลในช่วงหลังจากภัยนั้นได้สิ้นสุดลง ก็คือมีคณะกรรมการอยู่ชุดหนึ่ง ระดับอําเภอก็มีนายอําเภอเปึนประธานร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้เปึนคณะกรรมการร่วมกันในการ ติดตามความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเรื่องบ้านเรือน ที่นา ที่สวน หรือแม้แต่ ความเสียหายใด ๆ ก็ตาม ศูนย์ดังกล่าวนี้จะมีอยู่ทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น เปึนประธานศูนย์มีอํานาจเต็มที่ในการที่จะใช้เงินทดรองราชการ จังหวัดหนึ่ง จะมี ๕๐ ล้านบาท ๑ จังหวัดนั้นจะสามารถใช้เงิน ๕๐ ล้านบาท เปึนอํานาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชน ในกรณีในพื้นที่ใด อย่างเช่นกรณีของจังหวัดลพบุรีที่พี่น้องประชาชนประสบกับภัยน้ําท่วม อําเภอใดก็ตามที่ประสบ นายอําเภอในฐานะที่เปึนหัวหน้าศูนย์ตรงนั้น ก็จะมีหน้าที่ ดูสถานการณ์น้ําท่วมและประกาศเปึนพื้นที่ประสบอุทกภัย จากนั้นแต่ละอําเภอนั้นก็จะมี เงินจากยอด ๕๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเงินทดรองราชการนี่ละครับ ให้นายอําเภอไปเปึน ผู้มีอํานาจในการตัดสินใจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ อําเภอหนึ่งไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าการช่วยเหลือนั้นในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ละอําเภอไม่เพียงพอ ก็สามารถขอตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในงบที่จังหวัดมีอยู่ในภัยหนึ่งไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท หากเงินจํานวนนั้นหมดผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะรายงานของบ จากกระทรวงมหาดไทยและงบกลางต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในอํานาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างไรก็ตามเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นเปึนอย่างที่ท่าน ส.ส. อํานวยทราบ ประเด็นหนึ่งก็คือว่าสาเหตุเกิดจากอะไร บางครั้งเกิดดีเปรสชั่น (Depression) เกิดไต้ฝุ์น อันนี้แน่นอนที่สุด มันเปึนการปัองกันที่ลําบากมาก มันก็เปึนสิ่งที่จะต้องเยียวยา พี่น้องประชาชน ไม่ว่าในขณะเกิดเหตุ หรือหลังจากเกิดเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลังเกิดเหตุนั้น แต่ละอําเภอนั้นจะมีคณะกรรมการอยู่ชุดหนึ่งครับ เพื่อสํารวจความเสียหาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องไร่นา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องถนนหนทาง โดยเฉพาะถ้าเปึนเรื่องถนนหนทาง อยู่ในหมู่บ้านก็สามารถอนุมัติเงินที่อยู่ในวงเงิน ๕๐ ล้านบาท เปึนเงินทดรองราชการ ของผู้ว่าราชการจังหวัดแก้ไขได้ แต่ถ้าเปึนเส้นทางใด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น กระทรวงมหาดไทย โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ก็สั่งการเปึนพิเศษว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ สามารถพิจารณาอนุมัติเงิน ของตนเองช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ฉะนั้นผมต้องเรียนว่าปัญหาอย่างนี้ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทยที่รับผิดชอบนั้นได้ดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องน้ําชลประทานที่เขาให้ จะตอบไหมครับ ไม่ตอบ ก็ถามได้อีกครั้งหนึ่ง เชิญท่านอํานวยครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรี ทั้ง ๔ ท่าน ที่ได้ตอบกระทู้ถามของผมบางส่วนในเรื่องน้ําท่วมไปแล้ว ในขณะนี้พี่น้อง ชาวอําเภอโคกสําโรงได้รอฟังท่านอยู่ ผมได้ให้เป่ดเสียงตามสายที่เทศบาลโคกสําโรง และตําบลโคกสําโรง ภายในอําเภอโคกสําโรงทั้งหมด ซึ่งที่ท่านตอบปัญหานั้น ก็เปึนที่พอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ว่าจะจัดสรรเงินไปให้ เรื่องน้ําท่วมเมื่อป้ที่แล้ว ถนนสายวังจั่น ตําบลวังจั่น อําเภอโคกสําโรง ๑ สาย ที่ถนนขาด และส่วนที่ ๒ ถนนสามแยกมาเจริญ ถนนขาด น้ําท่วมไปมาไม่สะดวกเลย ณ ขณะนี้ อยากจะให้แก้ไขเร่งด่วนในเรื่องของน้ําท่วม และอีกส่วนหนึ่งช่วงบ้านทุ่งท่าช้าง ไปห้วยใหญ่ อําเภอสระโบสถ์ ถนนเสียหาย แล้วส่วนหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ตอบในเรื่องของน้ําท่วม ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ ซึ่งในขณะนี้ผมก็ต้องขอบคุณทางจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ไปสํารวจข้อมูลแล้วทั้งหมด พื้นที่เสียหาย ๑๗,๕๙๘ ไร่ ๑๒ ตําบล ๖๖ หมู่บ้าน และพื้นที่ไร่ ๓,๒๐๙ ไร่ ๑๒ ตําบล ๙๙ ครอบครัว ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการให้ช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย

ทีนี้ในข้อคําถามที่ ๒ ในเรื่องของปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในขณะนี้ผมคิดว่าน่าจะ เกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าแผนงานในจังหวัดลพบุรีนั้น ก็อยากจะฝากท่านในเรื่องของวางท่อน้ําจากเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ในขณะนี้เสร็จแล้ว อยู่ใน ระหว่างทดลอง และส่วนในอนาคตอยากจะให้ท่านได้ตั้งงบประมาณซื้อท่อเพื่อที่จะขยาย ภาคเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรตรงนี้จากเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ และในส่วนที่ ๒ นะครับท่านประธาน อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ว่าอ่างเก็บน้ําห้วยค้อ อ่างเก็บน้ําไพสาลี ซึ่งอําเภอโคกเจริญมีความต้องการที่จะให้ทาง กรมชลประทานได้ขุดลอกคลองส่งน้ํามาที่อําเภอโคกเจริญ และแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งได้

ในส่วนที่ ๓ ครับท่านประธานครับ อําเภอลําสนธิ เปึนอําเภอที่ห่างไกล จะมีแหล่งเก็บน้ํา เก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ํากุดตาเพชร ก็อยากจะให้วางท่อส่งน้ํามาที่บ้านตําบล เขารวกและตําบลหนองรี ก็จะแก้ปัญหาให้ชาวอําเภอลําสนธิได้ แล้วในส่วนอําเภอ ท่าหลวง ท่านประธานครับ อําเภอท่าหลวงนี้อยากจะได้ระบบท่อส่งน้ําไปที่ตําบล ซับจําปา หากมีการวางท่อแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าพี่น้องชาวบ้านเกษตรกร ในอําเภอท่าหลวงจะได้รับน้ําประโยชน์ตรงนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องภัยแล้งได้

ส่วนสุดท้าย อําเภอหนองม่วงครับท่านประธาน ท่อส่งน้ําจากอําเภอสามโบสถ์ ส่งไปได้ครับ ที่อําเภอหนองม่วง อยากจะฝากให้ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ทางเจ้าหน้าที่ไปสํารวจตรวจสอบในส่วนนี้

และอีกเรื่องหนึ่ง เรื่อง ห้วย คลอง หนอง บึง ที่ตื้นเขิน อยากจะให้ ทางกรมชลประทานได้สํารวจตรวจสอบขุดลอกคลองตื้นเขินเพื่อปัองกันน้ําท่วม และแก้ปัญหาน้ําแล้งได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหา หนึ่งตําบล หนึ่งบ่อ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้เร่งดําเนินการทุกภาคส่วน หนึ่งอําเภอ หนึ่งบ่อ จะสามารถ แก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งได้เช่นกันนะครับ วันนี้ผมก็ต้องขอบคุณแทนพี่น้องชาวไทย ทั้งประเทศ ซึ่งท่านรัฐมนตรีทั้ง ๔ ท่านได้มาตอบ รวมทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ปัญหาน้ําท่วมกันทั่วประเทศ ได้เห็นแนวทางการแก้ไขของรัฐบาล ก็เปึนที่พอใจ ตามที่ท่านได้ตอบในเรื่องของน้ําท่วม และในส่วนภัยแล้งก็อยากจะฝากให้ท่านดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ํา ผมอยากได้ให้ทางรัฐบาลผ่านถึงท่านประธานนี้ ให้จัดเงินสัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาแก้ปัญหาเรื่องน้ําอย่างเดียวนี้ ผมคิดว่าสามารถแก้ปัญหาได้ นะครับ ในด้านภาคเกษตรจะเปึนที่พอใจกับพี่น้องชาวเกษตรกรทั่วประเทศครับ วันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีทั้ง ๔ ท่านนะครับ ซึ่งมาตอบกระทู้ผมในวันนี้ แล้วผมก็จะได้มอบเอกสารให้ท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยพิจารณาดําเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวอําเภอโคกสําโรง จากจังหวัดลพบุรีทั้ง ๑๑ อําเภอด้วยกัน ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เปึนอันว่าจบนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติม ไม่ต้องแล้วนะครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามที่ ๓ เรื่องการสร้างเกาะ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตอบในส่วนที่ผมถาม สักนิดหนึ่งครับท่านประธาน ขอเวลาสัก ๑ นาทีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านอํานวย คลังผา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เปึนอย่างสูง ที่ให้ ความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของภัยแล้งนั้นก็เปึนที่ทราบกันอยู่นะครับว่า ก็เกิดขึ้นเปึนประจํานะครับ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองนั้น ต้องเรียนว่า ในเรื่องของปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาตินั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้ง ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางการเกษตรที่มองทั้งเรื่องทุกชนิดในเรื่องภัยพิบัติ ทางการเกษตรที่จะดําเนินการแก้ไข ซึ่งตั้งขึ้นทั้งในหน่วยงานส่วนกลาง แล้วก็ในจังหวัด เพื่อที่จะติดตามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทางการเกษตรนะครับ ต่อข้อห่วงใยของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นในเรื่อง การบริหารจัดการน้ํานะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า คงจะแบ่งเปึน ๒ ส่วนนะครับ พื้นที่ที่เราจะพัฒนา มีศักยภาพที่จะพัฒนาเปึนแหล่งน้ําชลประทานได้ ก็จะดําเนินการ ในเรื่องของแหล่งน้ําชลประทานได้นะครับ จังหวัดลพบุรีเองเปึนที่ทราบกันอยู่แล้วว่า พื้นที่เรามีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๓.๘ ล้านไร่ เปึนพื้นที่การเกษตร ๒.๗ ล้านไร่ แต่พื้นที่ ที่ได้รับการพัฒนาเปึนระบบชลประทานแล้วนี้มีเพียง ๖๐๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบแล้วก็ประมาณร้อยละ ๒๒ ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้นนะครับ ซึ่งยังมีพื้นที่ ที่เหมาะสมอยู่ที่จะทําการเกษตรที่สามารถพัฒนาเปึนระบบชลประทานได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ที่เหลือคงจะอาศัยพื้นที่ซึ่งเปึนพื้นที่ไม่มีศักยภาพที่จะพัฒนา เปึนระบบชลประทานคงจะแก้ไขปัญหาตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะเมื่อกี้นะครับ นี่คือเรื่องของแหล่งน้ําในไร่นานอกเขตชลประทานซึ่งจะ ดําเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดินที่จะดําเนินการในส่วนตรงนี้ต่อไป อยากจะเรียนเพิ่มเติม นิดหนึ่งในเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ําในจังหวัดลพบุรีได้เร่งด่วนในแผนระยะสั้นที่เราวางไว้ คือป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๙ นั้นนะครับ คิดว่าเราจะดําเนินโครงการต่าง ๆ ในจังหวัดลพบุรี จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีกประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ในตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของภัยแล้งนั้นเมื่อพี่น้องประชาชนประสบปัญหาในเรื่องของผลกระทบจากนาก็ดี ในเรื่องของพืชไร่ก็ดี ในส่วนที่จะต้องเยียวยาในเบื้องต้นนั้นครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ว่าในเรื่องนี้ซึ่งได้มีหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้เงินทดรองราชการตามที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กรุณาชี้แจงในเบื้องต้นแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อพี่น้องประสบภัยนี่ สิ่งแรกที่สุดคือจะเร่งรัดสํารวจความเสียหายของ พี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งเพื่อเยียวยาให้ทันนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาผมได้มอบ เปึนนโยบายที่สําคัญให้กับข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ไปเร่งรัด เยียวยา ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ทันเวลา ไม่ใช่ว่าภัยเกิดป้นี้กว่าจะได้เงินก็อีกป้หรือ ๒ ป้อย่าง นี้เปึนต้น ซึ่งในการเยียวยานั้นเราก็มีอัตราการช่วยเหลือที่มันเปึนไปตามระเบียบ ผมยกตัวอย่าง เช่น ในเรื่องของข้าวก็จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบภัยในอัตรา ไร่ละ ๖๐๖ บาท พืชไร่ก็ในอัตราไร่ละ ๘๓๗ บาท พืชสวนก็ในอัตราไร่ละ ๙๑๒ บาท นะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมว่าในเรื่องโครงการประกันรายได้ ให้แก่เกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลนั้น เมื่อเกษตรกรได้ทําสัญญาเข้าโครงการกับ ธ.ก.ส. แล้ว ถึงแม้ว่าเกษตรกรจะประสบปัญหาภัยพิบัติทางการเกษตร เกษตรกรก็ยังได้รับ การช่วยเหลือในเรื่องของโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร แล้วก็ยังได้รับ การช่วยเหลือ เยียวยาในกรณีพืชเสียหายจากตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ด้วยนะครับ อยากจะเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับว่า ในระยะยาวในเรื่องของปัญหา เนื่องจากพืชผลทางการเกษตรที่ประสบปัญหา ไม่ว่าในเรื่องของน้ําท่วมก็ดี ในเรื่องของ ภัยก็ดีนะครับ ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งรัดดําเนินการศึกษาโครงการประกันความเสียหายผลิตผล ทางการเกษตรอยู่ ถ้าตรงนี้เราศึกษาเสร็จแปลว่าเปึนการสร้างหลักประกันให้กับพี่น้อง เกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางด้านการเกษตรในเรื่องนี้ด้วยนะครับ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของท่านอํานวย คลังผา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะรับไป พิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ จบกระทู้ถามถามทั่วไป กระทู้ที่ ๒ นะครับ

ต่อไป ๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๕ เรื่อง การสร้างเกาะกลางถนน สายสงขลา-หาดใหญ่ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๗) (นายเจือ ราชสีห์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญท่านผู้ถามกระทู้ครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเกาะกลางถนน สายสงขลา-หาดใหญ่ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๗) สืบเนื่องจากผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาเปึนจํานวนมากครับ บอกว่า ถนนสายนี้เปึนถนนสายหลักของอําเภอหาดใหญ่เพื่อสัญจรมาจังหวัดสงขลา หลังจากที่ ถนนสายนี้ขยายจาก ๒ เลน เปึน ๔ ช่องจราจรนั้น แต่ว่าขณะนี้มีปัญหามากครับ เพราะว่าเวลาพี่น้องประชาชนสัญจรไปมานั้นไม่มี เกาะกลางถนน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้องไม่มั่นใจเวลารถสวนกันระหว่างไปมานั้น เพราะว่าถนนสายนั้นเปึนถนนสายเก่า อย่างที่เรียนแล้วว่า มันมีโรงงาน มันมีชุมชน มันมี โรงเรียน รถเทรเลอร์ (Trailer) รถใหญ่ เวลาสวนกันเปึนเรื่องใหญ่ การที่ผู้ขับรถยานยนต์ มันเกิดความไม่มั่นใจครับ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุกันบ่อยครั้ง ผมเข้าใจว่ามาตรฐานทั่วไป ของต่างประเทศก็ดี หรือประเทศไทยก็ดี น้อยมากนะครับ ท่านประธานครับ ที่ถนน ๔ ช่องจราจรนั้นไม่มีเกาะกลางถนน เรื่องนี้พี่น้องประชาชนก็ได้ร้องเรียนมาก ผมเอง ก็เปึนโอกาสดีครับ วันนี้ได้นําปัญหานี้ท่านประธานสภาได้บรรจุเปึนกระทู้ถามเพื่อที่จะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการก็ตั้งใจที่จะได้มา ตอบกระทู้ถามนี้ ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับ ท่านครับ เมื่อชุมชน มีมาก รถมีมากแล้วการข้ามถนนทางม้าลายก็เปึนเรื่องใหญ่เหมือนกันครับ ท่านครับ นักเรียนระหว่างชุมชนสองฟาก เวลาข้ามถนนใช้ทางม้าลาย มันไม่มี เวลามันข้าม ท่านครับ เราจะไปหยุดเกาะกลางถนนนี่มันไม่มีเกาะกลาง มันอาจจะมีที่เกาะ เขาเรียกว่า เกาะสี ตามภาษาของทางช่างนี่นะครับ ซึ่งมันก็มีนิดเดียว มันไม่มั่นใจว่าเวลาเรา จะข้ามได้มันต้องไปพักอยู่ก่อนตรงเกาะกลาง แต่ว่าเมื่อมันไม่มีตรงนี้ข้ามถนนลําบากมาก ผมเองต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า กระทรวงเองมีนโยบาย ที่จะสร้างเกาะกลางถนนสายสงขลา-หาดใหญ่ สาย ๔๐๗ นี้หรือไม่ ถ้าจะสร้างท่านจะ สร้างแบบไหน ท่านจะใช้เงินเปึนจํานวนเท่าไร และจะเริ่มสร้างเมื่อใดครับ ขออนุญาต เรียนถามเปึนคําถามแรกครับ ท่านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ใคร่ตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือท่านเจือ ราชสีห์ ขอประทานอภัยนะครับ ที่ต้องกล่าวนามท่าน กราบเรียนอย่างนี้ครับ ถนนเส้นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงก็คือ ถนน ที่เส้นทางจากคลองหวะไปยังสงขลา ก็คือหาดใหญ่-สงขลานั่นเอง ถนนเส้นนี้มีความยาว ๒๘ กิโลเมตร ๙ กิโลเมตรแรก ถือว่าเปึนเส้นทางที่สมบูรณ์ก็คือเราได้มอบให้ทางเทศบาล ได้ไปดูแล ส่วนอีกที่ท้ายถนนก็คืออยู่อีกประมาณ อันนั้นเราก็ทําเปึน ๔ เลนที่มี ความสมบูรณ์ ช่วงนี้ประมาณความยาวในช่วงท้ายถนนประมาณสัก ๓ กิโลเมตร หรือ ๔ กิโลเมตรโดยประมาณ แล้วเหลือที่เปึนปัญหาอยู่ขณะนี้ก็คือประมาณช่วงกลาง ที่ท่านสมาชิกบอกว่าถนนยังไม่ได้รับความปลอดภัย คือประมาณสัก ๑๒ กิโลเมตร ผมกราบเรียนนะครับว่า ในช่วงแรกที่เราออกแบบถนนสายนี้เราออกแบบเปึนถนน เกาะกลาง แต่เมื่อถูกปรับลดงบประมาณก็เลยได้เปลี่ยนแบบ มาใช้แบบตีสีแทน ซึ่งประหยัดงบประมาณ ถามว่าพี่น้องประชาชนเดินทางไปมา ถ้ามีวินัยในการจราจร ปัญหาก็จะน้อย แต่ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้ข้าม และที่สําคัญก็คือการกลับรถกะทันหัน ซึ่งทําให้เกิดอุบัติเหตุ ทางกรมทางหลวงเองก็ได้ไปตีสีเพิ่มที่จะให้เห็นชัดเจน แต่ว่าก็ยังมี ปัญหาที่อุบัติเหตุ แต่ละป้ผมไม่กล่าวนะครับ ผมมีสถิติอยู่นะครับ วันนี้ที่ท่านสมาชิก ถามว่ากระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงมีนโยบายที่จะทําเรื่องนี้อย่างไร ผมกราบเรียนทั้งประเทศนี้จะมีลักษณะแบบนี้อยู่ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมได้มีนโยบายอยู่ที่จะประหยัด ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ขยายไหล่ทาง หรือการปรับอุปกรณ์ให้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาวะที่มีงบประมาณ จํากัด ก็เลยให้ไปออกแบบมีแบบอยู่ ๒ แบบก็คือ

๑. ที่เปึนหมุดเรืองแสง ถ้าหมุดเรืองแสงใช้ได้บางพื้นที่ แต่ในเส้นถนน ที่มีปริมาณแออัดแล้วเลนถนนขนาดใหญ่ เราก็ได้ไปออกแบบเปึนกําแพงคอนกรีต ถ้ากําแพงคอนกรีตจะสามารถช่วยเหลือได้ระดับหนึ่งเพราะจะมองเห็นแนวถนนได้ชัดเจน ไม่สามารถข้ามได้

๒. ส่วนประเภทที่สมบูรณ์ก็คือ เกาะกลางถนนอย่างที่กราบเรียนไปแล้ว ฉะนั้นถนนเส้นนี้ขณะนี้เราได้มีหมุดเรืองแสงแล้ว ในอนาคตที่จะแก้เส้นทางถนนเส้นนี้ ที่ท่านสมาชิก เราได้ออกแบบไว้ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน คืออยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ว่าจะออกแบบแบบกําแพงคอนกรีต หรือเปึนแบบเกาะกลาง ฉะนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างที่ไปรับฟังความคิดเห็นและออกแบบที่จะจัดงบประมาณต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเจือครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้ฟังท่านรัฐมนตรีบอกกับทางท่านประธานแล้วเมื่อสักครู่ก็ยังไม่ค่อย มั่นใจนะครับท่านรัฐมนตรีครับ การที่ท่านได้สั่งให้ทางหน่วยงานไปออกแบบนั้น ผมเข้าใจ ว่าผมเองก็เปึนเสียงหนึ่งที่สะท้อนมาจากพี่น้องประชาชนว่า อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าเกาะกลางถนนตรงนี้ต้องดําเนินการ ขออนุญาตท่านว่า ต้องดําเนินการครับ แต่ว่าในส่วนว่ามันจะต้องใช้แบบไหน ผมเองก็ไม่ใช่เปึนวิศวกร นะครับ แต่ว่าต้องเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าจะต้องขอความกรุณา เพราะว่าผมจะต้องติดตาม เรื่องนี้ในนามพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาว่าผมได้ไปคุยกับทางหน่วยงานของท่าน เหมือนกันครับที่จังหวัดสงขลาว่า ถ้าเราจะใช้เงินงบประมาณเกาะกลางช่วงนี้จะใช้เงิน สักเท่าไร ทางหน่วยงานก็คํานวณให้ผมฟังคร่าว ๆ ก็คงใช่ไม่เยอะนะครับ ประมาณ ๔๐-๕๐ ล้านบาท ตรงนี้ผมคิดว่ามันน่าเปึนโอกาสที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้มอบของขวัญให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลานะครับ ก็เปึนเรื่องจําเปึนเร่งด่วนมาก ๆ ที่จะได้แก้ปัญหาให้พี่น้องเดินทางไปด้วยความปลอดภัย ผมก็เลยอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ถ้าแบบออกมา แล้วก็เรื่องงบตรงนี้ประมาณ ๔๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๕๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านจะให้เปึนของขวัญพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดสงขลาได้หรือไม่ครับ ขออนุญาตเรียนถามอีกคําถามหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกนะครับว่าที่จริงแล้วหลังจากที่เราไปพิจารณาความเหมาะสมว่าจะใช้ แบบคอนกรีตหรือเกาะกลาง ถ้าแบบคอนกรีตก็จะประหยัดก็ใช้งบประมาณ ประมาณ สัก ๒๐ ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันว่าหลังจากที่เราได้ไปออกแบบแล้วเราจะต้องนําไป ประชาพิจารณ์ให้พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางนั้นอยู่ ผมเรียนท่านสมาชิกนะครับว่า ขณะนี้ด้วยงบประมาณจํากัดของประเทศที่มีอยู่ แต่ทั้งหลายทั้งปวงถนนที่เปึนแบบนี้ อยู่ทั่วประเทศเราได้จัดลําดับความสําคัญที่จะจัดงบประมาณให้อยู่แล้ว ฉะนั้นถนนเส้นนี้ ก็อย่างที่ผมกราบเรียนท่านสมาชิกแล้วว่าก็มีความสําคัญคือปริมาณจราจรถือว่าหนาแน่น มีความจําเปึนที่จะต้องทํา แต่จะให้ผมได้รับปากต่อท่านประธานและสภาแห่งนี้ในกําหนดเวลา ผมกราบเรียนว่าผมให้จัดลําดับความสําคัญถนนที่อยู่ในประเภทนี้ทั้งประเทศที่จะบรรเทา เยียวยาในการออกแบบที่จะทําในอนาคต ฉะนั้นผมกราบเรียนต่อท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกนะครับว่าถนนเส้นนี้อยู่ในลําดับต้น ๆ ที่จะได้ดําเนินการต่อไปครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจือเชิญครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องถือโอกาสตรงนี้นะครับ เรียนไปถึงท่านประธานผ่านไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ถือโอกาส ขอบคุณท่านล่วงหน้านะครับ ท่านครับ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนความเดือดร้อนจริง ๆ และท่านรัฐมนตรีท่านก็มีข้อมูลค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ และผมจะไปนําความตั้งใจดี ที่ท่านไปทําประชาพิจารณ์กับพี่น้องประชาชนชาวสงขลาเพื่อที่จะได้มานําเรียนรูปแบบ ที่เหมาะที่ควรในการที่ใช้งบประมาณที่ประหยัดที่สุด และเพื่อเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนชาวสงขลาให้มากที่สุด ถือโอกาสตรงนี้ขอขอบพระคุณครับ ท่านครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เปึนอันจบกระทู้ถามที่ ๓ นะครับ จริง ๆ กระทู้ถามทั่วไปสัปดาห์นี้ วันพฤหัสบดีมีอยู่ ๔ กระทู้ ทีนี้เนื่องจากว่าผมได้รับหนังสือจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขอเลื่อนตอบกระทู้ เนื่องจากท่านมีภารกิจเข้าเฝัาสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ช่วงบ่ายนี้นะครับ แล้วสัปดาห์หน้าท่านก็มีภารกิจ ต้องเตรียมงานเรื่องมหกรรมเรื่องพืชสวนโลกที่เชียงใหม่ ท่านก็จะขอให้เปึนวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ ท่านผู้ตั้งกระทู้ยินดีให้เลื่อนไหมครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเข้าใจดี ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านมีภารกิจที่จะต้องไปเข้าเฝัา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านได้ประสานผมครับ ประเด็นนี้ผมไม่ติดใจครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังพี่น้องประชาชน ที่เฝัาติดตาม โดยเฉพาะพี่น้องที่อําเภอบางระกําที่ทราบว่า แต่เดิมมีการประสานกันว่า กระทู้ที่เปึนปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องเขาต่อสู้กันมา ๑๗ ป้ ก็คือปัญหาการสร้าง เขื่อนวังอีทก ทําการต่อสู้โดยพี่น้องชาวอําเภอบางระกําตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้วจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้มีแนวโน้มกําลังจะได้ แล้วก็บังเอิญเปึนความล้มเหลว ของบริษัทที่ปรึกษาที่ไม่ได้ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ทําให้ การสร้างเขื่อนวังอีทกต้องมีอันมีปัญหาเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เปึนอะไรครับ เลยกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังพี่น้องประชาชนอําเภอบางระกําว่าก็ต้องรอคําตอบ จากท่านรัฐมนตรีในวันที่ ๒๙ ใช่ไหมครับท่านประธาน แล้วผมคิดว่าวันนั้นน่าจะเปึน คําตอบที่เปึนข่าวดีของท่านรัฐมนตรีที่แจ้งกับพวกเราชาวบางระกําครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เลื่อนกระทู้ถามของท่านนายแพทย์วรงค์ไปเปึนในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ตุลาคมนะครับ ต่อไปก็จะเข้าวาระกระทู้ถามสดนะครับ วันนี้มีกระทู้ถามสดอยู่ ๓ กระทู้

๑.๒.๑ กระทู้ถามสดที่ ๐๖๒ ส. เรื่อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการ ป่ดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานจังหวัดต่าง ๆ (ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเปึนผู้ตอบกระทู้นะครับ

เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านคงจะคิด แต่เพียงว่าผมจะยื่นกระทู้สดถามเรื่องผลกระทบจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ในความเปึนจริงนั้นผมมีส่วนที่อยากถามมากกว่านั้น นายกรัฐมนตรีไม่ได้มา มอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมา ถ้าตอบอย่างไรผมถือว่าต้องผูกมัดกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีแล้วมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมา ท่านประธานครับ ระยะนี้มันมีแต่ข่าวว่ารัฐบาลบูรณาการ ในการโกง โครงการไทยเข้มแข็ง เรื่องชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาเกิดกับรัฐบาลเช้า สาย บ่าย เย็น ปัญหาที่ตามมาก็คือว่าเอาเงินเอสพี ๑ (SP1) เอสพี ๒ อ้างว่าไปกระตุ้น เศรษฐกิจ จริง ๆ ไม่ใช่ เอาไปดําเนินการ เอาเงินไปบริหารจัดการ มิได้เปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ สังคมเปลี่ยนแนวคิด สื่อมวลชนก็ไปคิดแต่เพียงว่าสนใจเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ กระผมในฐานะทําหน้าที่ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยและเราทําหน้าที่ฝ์ายค้านในสภา ท่านประธานรู้เหมือนผมรู้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวป้ละ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายคน ก็ต้องรู้หรือรัฐบาลไม่รู้ผมไม่ทราบ แต่พวกผมรู้ว่าคนมาท่องเที่ยวในป้ ๒๕๕๑ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินเอาไว้ว่าจะมี ๑๕,๗๐๐,๐๐๐ คน ประท้วง เรียกร้อง ไล่พวกผม ไล่รัฐบาลพรรคพลังประชาชน ปรากฏว่าป้ ๒๕๕๑ คนมาเที่ยวเหลือเพียง ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน นักท่องเที่ยว ๑ คน มาเที่ยวเมืองไทยคนไทยมีงานทํา ๓-๔ คน นักท่องเที่ยว ๑ คน สํารวจตามหลักการสถิติแล้ว ดูภาพรวม องค์รวมและองค์ย่อย ปรากฏว่านักท่องเที่ยว ๑ คน มาเที่ยวในเมืองไทยก็จะอยู่ ประมาณ ๙ วัน ๑ วันใช้เงิน ๔,๑๐๐ บาท ก็เท่ากับคนหนึ่งจะใช้เงิน ๓๖,๐๐๐ บาท ท่านประธานคิดสิครับว่านักท่องเที่ยวหายไป ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะการชุมนุมเรียกร้อง ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทําให้ความเสียหายจากการท่องเที่ยว เมื่อป้ ๒๕๕๑ เสียหายถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ สนามบินสุวรรณภูมิ พันตํารวจโท ทักษิณ เร่งรัดจัดการดําเนินการให้เสร็จเพื่อเปึนหน้าตาของประเทศ และเปึนสนามบินที่มีศักยภาพเหนือกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) นักท่องเที่ยวใช้บริการวันละ ๓๕,๐๐๐ คน ป่ด ๑๐ วัน คนร่วมป่ดกับเขาก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในวันนี้ ป่ด ๑๐ วันหายไป ๓๕๐,๐๐๐ คน รัฐบาลเข้ามา ๑๐ เดือน ทําอะไรบ้าง ไม่ทํา กลับทําอะไรครับ กลับเอาผู้ต้องหามาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมได้อภิปรายกระทู้ถามสดถามไปสัปดาห์ ที่ผ่านมา ไม่ใช่พวกผมพรรคเพื่อไทยจะเกลียดชังรัฐบาลหรือเกลียดชังกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ใช่ว่าตั้งพรรคแล้วผมจะรังแครังคัด ไม่ละครับ ยินดีต้อนรับ แต่พวกคุณ ทําอะไรผิดไว้ ผมต้องมาสอบถามในสภา เพราะพฤติกรรมพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยบอกชัด เขาคือผู้ให้กําเนิดรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เขาพูดชัดว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปึนนายกรัฐมนตรีเพราะพวกเขา ถ้าผมไม่กระตุ้นผมไม่มาสอบถาม ประจําบ่อย ๆ ก็จะก่อให้เกิดว่านายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี กลัวพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้พูดเช้า สาย บ่าย เย็นหรือไม่

ท่านประธานครับ ก่อนจะไปสู่คําถามข้อที่ ๑ ผมเรียนอย่างนี้ว่า สืบเนื่องจากการยื่นกระทู้ถามสดเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญากับแกนนํา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกรณีบุกเข้าไปยึดและป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินภูเก็ต สนามบินกระบี่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ สร้างความเสียหายกับประเทศชาติอย่างมหาศาล และรัฐบาลภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นํานายกษิต ภิรมย์ ผู้ถูกกล่าวหามีส่วนร่วมในการกระทําผิดยึดสนามบินทั้ง ๒ แห่งดังกล่าวเข้ามาร่วม บริหารประเทศ โดยให้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่นานาอารยประเทศ บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ถ้าเขาไม่เชื่อถือนายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีพวกผมไม่สนใจหรอกครับ แต่นี่ ความเชื่อมั่นต่อประเทศมันลดลงไป ข้อมูลที่พรรคเพื่อไทยได้ทําการตรวจสอบ จากสํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยวนับแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เข้ายึด ทําเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมและขยายวงกว้างประท้วงในรูปแบบต่าง ๆ เพราะรัฐบาลสั่งใครไม่ได้ ได้มีการหยุดเดินรถไฟ ป่ดสนามบินภายในประเทศ ที่อําเภอหาดใหญ่ ที่จังหวัดภูเก็ต ที่จังหวัดกระบี่ และท้ายสุดเข้าไปยึดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๒ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กําหนด ๒ ป้นี้ให้เปึนป้ท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวเรามีแต่กําไร ๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรนัก เพราะเมืองไทยมีภูมิรัฐศาสตร์ มีทัศนียภาพ มีสิ่งที่ดีกับคนต่างประเทศเขาเข้ามาเที่ยว เมื่อไตรมาสที่ ๓ ของป้ ๒๕๕๑ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ ติดลบ ๓.๔๓ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๔ การท่องเที่ยวนับแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ติดลบ ๑๘.๐๑ เปอร์เซ็นต์ กล่าวยืนยันตรงนี้ว่าการท่องเที่ยว ป้ ๒๕๕๑ นักท่องเที่ยว หายไปถึง ๘๔๙,๔๕๔ คน จากตัวเลขสถิติก่อให้เกิดความเสียหาย ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยดังกล่าว ผมจึง ขอตั้งกระทู้ถามสด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดังนี้

คําถามข้อที่ ๑ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการท่องเที่ยวของไทยและธุรกิจ ต่อเนื่องอื่น ๆ อีก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย และพรรคเพื่อไทยได้ประเมินความเสียหายไว้ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ แบ่งออกเปึนภาคบริการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคขนส่ง ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกนั้นเปึนค่าเสียหาย ในภาคอื่น ๆ เกิดความเสียหายสูงถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ในป้ ๒๕๕๒ รัฐบาล นายอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศเต็ม ๆ ก็ต้นป้ ๒๕๕๒ ได้ดําเนินการแก้ไขเยียวยา แต่ละภาคส่วนอย่างไร ใช้เงินงบประมาณนอกจากงบปกติไปแล้วเท่าไร และมียุทธศาสตร์ ยุทธวิธีดําเนินการอย่างไรที่จะดึงให้นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทย พร้อมนี้ ผมขอถามพ่วงว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อการส่งออก รัฐบาลประเมิน ได้ไหมจากนับแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ และถ้าประเมินได้เบื้องต้นเปึนจํานวนเงิน มากน้อยเพียงใด นี่คือคําถามข้อที่ ๑ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ใคร่ตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือท่านเฉลิม อยู่บํารุง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงคมนาคมดังต่อไปนี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ช่วงที่ป่ดสนามบิน ผมเอง ก็เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่ ผมได้รับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดที่ในการ ป่ดสนามบินครั้งนั้น และนํามาสู่การแก้ปัญหาตอนที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมดังนี้ ผมกราบเรียนนะครับว่าเรื่องผลกระทบจากการป่ดสนามบิน มีอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือผลกระทบโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน ผลกระทบโดยตรง ที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน ก็ไม่ว่าจะผู้โดยสารตกค้าง สินค้าอะไรต่าง ๆ ที่ไม่ได้ส่งออก กระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการแก้ไขหลังจากที่เป่ดสนามบินแล้ว ในส่วนที่ผลกระทบ จากนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอะไรต่าง ๆ เปึนภาระของกระทรวงการการท่องเที่ยวและกีฬา เราก็มีมาตรการที่จะเยียวยาไปแล้ว ข้อมูลส่วนนั้นอยู่ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่เรียนต่อท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าเราได้ดําเนินการไปแล้ว ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงคมนาคมก็คือผลกระทบโดยตรงที่ช่วยเหลือผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเปึนทางขนส่ง ผู้โดยสารจาก บขส. อะไรต่าง ๆ นี่ใช้งบประมาณ ๘,๐๐,๐๐๐ บาท เราก็ได้เยียวยาไปแล้ว ซึ่งกราบเรียนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องมาจากรัฐบาลที่แล้ว ที่รัฐบาลก่อนที่ได้มีมาตรการเยียวยา แล้วดําเนินการต่อมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้ก็ได้จัดงบประมาณให้ส่วนผลกระทบที่ภาคเอกชน ที่ดําเนินการที่เกี่ยวข้องในผู้ประกอบการที่สุวรรณภูมิ คณะรัฐมนตรีก็ได้ให้การช่วยเหลือ ไปเมื่อการประชุม ครม. ที่ผ่านมา แต่ว่าไม่ได้ช่วยเหลือในเรื่องเงินงบประมาณ ให้เปึน การเจรจาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในคู่สัญญาที่เปึนเอกชน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกว่าวันนี้สิ่งที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการในเรื่องช่วยเหลือ โดยตรงสําหรับผู้ได้รับผลกระทบเราได้ดําเนินการ ส่วนเรื่องผลกระทบที่เกิดจากภายนอก ที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนท่านประธานถึงตัวเลขต่าง ๆ ผมกราบเรียนว่าวันนี้ถ้ามอง ในภาพรวมขณะที่เกิดวิกฤตการณ์ เศรษฐกิจของโลกเกิดภาวะที่มีวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ซ้ําเติมกับเราที่มีวิกฤติป่ดสนามบิน ทุกท่านก็ทราบดีนะครับเรามี ๒ โรคเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ผมกราบเรียนให้เห็นภาพง่าย ๆ นะครับว่า การป่ดสนามบินสุวรรณภูมิครั้งนี้ เราพยายามที่จะอธิบายเปึนแอคซิเดนท์ (Accident) ทางการเมือง แต่ผู้โดยสารที่เข้ามา ความเชื่อมั่นของสนามบินสุวรรณภูมิยังคงอยู่ ที่ผมกราบเรียนท่านอย่างนี้เพราะว่า หลังจากที่เราได้ดําเนินการเป่ดสนามบินได้แล้ว ผู้โดยสารของนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ในประเทศไทยเราสามารถเพิ่มผู้โดยสารในเดือนกันยายนได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องตัวเลข รวมทั้งหมดไม่ได้เกิดจาก สนามบินอย่างเดียว เปึนเกิดทั้งวิกฤติของโลกและของเราพร้อมกัน เพราะฉะนั้นผมก็เรียน ท่านสมาชิกในเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ภาพรวมวิกฤติเศรษฐกิจที่ซ้ําเติมประเทศ ไทยเกิดหลายภาพต่อเนื่องกัน เราก็ยอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดจากสนามบินเราก็ได้แก้ไข เยียวยาไป ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามเพิ่มเติม สืบเนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาติดภารกิจสําคัญไม่สามารถที่จะมา ตอบกระทู้ถามได้ ผมอยากจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเอง เพิ่มเติมจากคําถามของท่านสมาชิกที่ถามในกรณีของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม แล้วก็มีการป่ดสนามบิน ซึ่งความจริงแล้วก็เปึนอย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พูดถึง ก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยว ในประเทศไทยนั้นก็ไม่ได้มีสาเหตุ มาจากสาเหตุการชุมนุมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาสาเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมีผลกระทบต่อเนื่องกับเหตุการณ์การชุมนุมด้วยเช่นเดียวกัน โดยผลกระทบนั้นก็เห็นชัดในไตรมาสที่ ๓ ของป้ ๒๕๕๑ แล้วก็ส่งผลให้การท่องเที่ยว ทั่วโลกนั้นมีตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลงมากกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เปึนปัญหาหนึ่ง ที่ประเทศของเราเผชิญอยู่เช่นเดียวกัน รัฐบาลเองโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้มีการเสนอเรื่องมายังคณะรัฐมนตรี อย่างที่ท่านได้ถามว่าได้มีการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ที่เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง และใช้งบประมาณจํานวนเท่าใด คําตอบก็คือว่า ครม. ได้มอบหมายให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงการต่างประเทศดําเนินการเยียวยานักท่องเที่ยว ต่างชาติที่ตกค้างในประเทศและคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศ โดยอนุมัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานขออนุญาต นิดหนึ่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณเฉลิมมีอะไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

เดี๋ยวผมกลัวเวลา ถ่ายทอดสดจะหมดไป ผมไม่ได้ถามนะที่ตอบนี่ ว่าไปเยียวยาอะไรต่ออะไร เพราะเรา เยียวยาสมัยผมเปึนรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ท่านกําลังตอบในสิ่งที่ผมไม่ได้ถาม ต้องตอบ ในสิ่งที่ผมถาม ผมไม่ได้บอกว่าไปเยียวยาอย่างไร ไม่ได้ถาม ผมถามความเสียหาย มันเกิดขึ้น เพราะตัวเลขที่พรรคทํามากับธนาคารแห่งประเทศไทยมันใกล้เคียงกัน ไม่ได้ถาม เสียเวลาครับ ผมไม่อยากรู้หรอก เพราะผมเปึนคนทําเอง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมครับ เดี๋ยวให้โอกาสท่านรัฐมนตรีให้ข้อมูล บางส่วนอาจจะเกินไปจากที่ ท่านถาม เดี๋ยวก็คงเข้าประเด็นที่ท่านถาม เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ไม่เกินหรอกครับ ท่านถามว่าใช้งบประมาณในการช่วยเหลือครั้งนี้ไปเท่าไรครับ ผมก็ ตอบว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับกระทรวงการต่างประเทศก็ดําเนินการ ช่วยเหลือเยียวยาในกรณีนี้ไป ใช้เปึนเงินทั้งสิ้น ๑,๓๘๓ ล้านบาทนะครับ เปึนการจ่ายเงิน ช่วยเหลือทั้งค่าที่พัก อาหาร นักท่องเที่ยวต่างชาติ จ่ายเงินบริษัทนําเที่ยวที่ช่วยเหลือ ค่าที่พักอาหาร จ่ายชดเชยค่าที่พักต่าง ๆ เรื่องบริหารโครงการ และจัดสรรให้กระทรวง การต่างประเทศช่วยเหลือชาวไทยในต่างประเทศอีก ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ซึ่งทั้งหมดก็จะมีการระบุในรายละเอียด ซึ่งทุกท่านก็ได้ทราบจากการดําเนินการช่วยเหลือ อยู่แล้ว อันนี้ก็ต้องเรียนชี้แจงท่านประธานครับ เพราะเดี๋ยวจะเข้าใจว่าในเรื่องดังกล่าวนั้น จะมีการช่วยเหลือเยียวยาหรือไม่ อย่างไร ส่วนตัวเลขที่พูดถึงในการประเมินผลเสียหายนั้น ความจริงก็เปึนตัวเลขที่มีการถกเถียงอยู่ครับว่า เปึนตัวเลขซึ่งสรุปจากฐานข้อมูล ข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด เพราะตัวเลขที่มีการสรุปเรื่องของความเสียหายในแต่ละครั้งนั้น ก็จะมีการกล่าวอ้างตัวเลขที่มีความแตกต่างกัน แต่ผลจากการดําเนินการนั้นก็เปึนเรื่องซึ่ง ประเมินได้ในทางหนึ่งจากการที่รัฐบาลเองก็ได้อนุมัติงบประมาณไปช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งนอกเหนือจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็ยังช่วยเหลือเยียวยาให้กับบรรดาผู้ประกอบการ ท่องเที่ยว โดยการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการนับเปึนเงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่าที่ผ่านมา ประกอบกับการดําเนินการที่จะมีโครงการเพื่อฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศให้เกิดขึ้นด้วย นั่นก็เปึนเรื่องแรกที่กราบเรียนกับท่านประธานครับ

ส่วนกรณีสนามบินภูมิภาค ต้องถือโอกาสนี้กราบเรียนนะครับ เพราะว่า ทางพวกเราเองในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนฝ์ายค้านอยู่ ถ้าจําได้กรณีสนามบิน ในต่างจังหวัดนั้น พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ์ายค้านเองเปึนผู้ไปเจรจาขอร้องให้ผู้ป่ด สนามบินยกเลิกการป่ดสนามบิน แล้วก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี โดยเห็นว่าสถานการณ์ ของประเทศก็ไม่ควรจะเกิดสภาพการเช่นนั้น ก็มีการดําเนินการจนกระทั่งผู้ที่ป่ดสนามบิน อยู่ก็ยอมที่จะเป่ดให้มีการดําเนินการต่อไปได้ ก็เรียนเปึนข้อมูลสําหรับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเฉลิมครับ ถ่ายทอดถึงเวลาบ่ายสามโมงนะครับ แต่ขอความกรุณากระชับ เพราะเวลาจริง ๆ แล้วภายใน ๒๐ นาที อาจจะเกินได้บ้าง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมตอบมาก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมถาม ผมอยากรู้ว่าตัวเลขที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เขาทําเอาไว้ถึงความเสียหายกรณีป่ดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ไม่พูดไปตอบเลอะเทอะสะเปะสะปะ ไปตอบว่ามันมีวิกฤติอย่างอื่นมาซ้ําเติม ไม่ใช่ ตัวเลขเพียวเพียวเลย ผลกระทบจากการยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ พรรคเพื่อไทย ทีมเศรษฐกิจ ซึ่งทีมพรรคเพื่อไทยมันเหนือชั้นกว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลมาก เราทําเปึน แพคเกจ (Package) ทําเปึนระบบ ถึงได้เอามาถาม ถ้าเปึนรัฐมนตรีแล้วตอบได้ว่า มันเกิดจากเรื่องอื่นมาซ้ําเติม แล้วช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผมไม่ได้ ถาม คุณจะมารู้ดีกว่าผมได้อย่างไร ก็ระหว่างนั้นผมเปึนคณะรัฐมนตรี ท่านปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาไปขอ ประชุมกันที่กระทรวงสาธารณสุข ผมถามว่า ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคบริการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคส่งออก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกนั้นเปึนค่าเสียหายในภาคอื่น ๆ คิดความเสียหายสูงถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีในป้ ๒๕๕๒ ทําไมไม่ตอบล่ะ แล้วไปตอบอะไร วันหนึ่งป่ดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ภาคพิเศษเอนเตอร์เทน (Entertain) ของสนามบินเสีย ๙๐ ล้านบาท ทําไมไม่ตอบล่ะ สนามบินดอนเมือง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิวันละ ๙๐ ล้านบาท ไม่รู้ หรืออย่างไร แล้วไปตอบอะไรคนฟังสับสน ผมถามว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ผลกระทบการส่งออกประเมินเปึนจํานวนเงินมากน้อยเท่าใด ใน ๑๐ เดือนที่ท่านเข้ามา บริหาร ไม่ตอบ ก็ไม่เปึนอะไร สังคมจะตัดสิน ที่ท่านพูดว่าฝ์ายค้านไปเจรจาตามสนามบิน แล้วคนประท้วงจึงออกไป เจ้าประคุณเอ๋ย ท่านประธานที่เคารพ เดิมผมไม่อยากพูด ผมไม่ระบุ พวกผมพรรคเพื่อไทยขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ถ้าพรรคการเมือง พรรคไหน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ฟังมาจนเกือบจะถึงนาทีสุดท้าย แล้วนะครับ คําถามที่ ๒ เสียทีเถอะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ยังไม่ได้ทําอะไรผิดข้อบังคับนะครับ ท่านเฉลิมก็ถามนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ พวกผม พรรคเพื่อไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยที่รักความถูกต้องขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในสากลโลก ดลบันดาลว่าอ้ายพรรคการเมืองพรรคไหนมันขนคนมาประท้วงกับพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย พรรคการเมืองพรรคไหนสนับสนุนการยึดสนามบินขอให้วิบัติในการ เลือกตั้งรอบหน้า ถ้าพรรคการเมืองพรรคไหนไม่ได้ทําอย่าร้อนตัว อย่าร้อนตน เมืองไทย เปึนเมืองพุทธสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง กรรมคือการกระทํา กรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ให้พรรคการเมืองพรรคนั้นวิบัติ ๆ แล้วก็วิบัติ ก่อนจะถามข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เพื่อเปึนการปัองปราม ปราบปราม และปัองผลประโยชน์ของชาติไม่ให้เหตุการณ์วิบัติ ในการยึดสนามบินเกิดขึ้นอีก รัฐต้องพึงบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพไม่ว่าทางแพ่ง และทางอาญา สมัยนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ดําเนินกระบวนการ มาส่วนหนึ่งแล้ว ผมขอทราบว่า ๑๐ เดือน ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้ดําเนินการต่อยอดจากรัฐบาลชุดที่แล้วอย่างไรบ้าง และมีผลก้าวหน้าไป แค่ไหน เพียงไร มีผลเปึนรูปธรรมบ้างหรือไม่ และขอถามต่อท้ายว่าที่พบความเสียหาย แล้วท่านควรประเมินได้แล้ว และจากการบุกยึดสนามบิน จากพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งอยู่เบื้องหลังสร้างความหายนะให้บ้านเมือง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้เคยทําเคส สตัดดี้ (Case Study) ไหม ได้ตั้งวอร์ รูม (War Room) ศึกษาไหมว่าเสียหายไปแล้วเท่าไรและผลเสียในอนาคตเมืองไทยขาดความเชื่อถือ จากนานาอารยะประเทศ ผลกระทบเรื่องการมาลงทุนผมไม่พูด ๗๖ โครงการที่มาบตาพุด ผมไม่พูด ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่พูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตรา ๖๗ มันเปึนอย่างไร แต่ผมอยากถามว่า ๑๐ เดือนที่ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรีท่านได้มีวอร์ รูมไหม ท่านมี เคสสตัดดี้ไหม ท่านตั้งทีมศึกษาไหมว่าที่ผ่านมาเสียหายแน่ ๆ เท่านี้ และคาดว่า ผลกระทบดังกล่าวไม่รวมเรื่องภาคใต้ ไม่รวมเรื่องเขากล่าวหารัฐบาลทุจริตแบบดอกเห็ด เรื่องบุกสนามบินต่าง ๆ มันมีผลกระทบที่คิดว่าหมดความน่าเชื่อมั่นคนไม่มาท่องเที่ยว การส่งออกไม่มี ภาคเรียล เซคเตอร์ (Real Sector) ไม่เกิด คนไม่มีงานทํา มีอาชญากรรม ก่ออาชญากร มีความผิดมากมายก่ายกองจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากเรื่อง ยึดสนามบินมีมูลค่าแค่ไหน เพียงไรครับ นี่เปึนคําถามข้อที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใดจะตอบครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบข้อซักถามกระทู้ถามของท่านสมาชิกนะครับ ผมเรียนตรง ๆ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ความเสียหายที่เกิดจากการป่ดสนามบิน ถามว่าเสียหายไหม เสียหายครับ แต่ว่าไม่มีใครหรอกครับที่จะรู้ตัวเลขจริง ๆ ว่าเสียหายเท่าไร ไม่มีใครครับ เปึนการประเมิน เท่านั้นเอง ทีนี้วันนี้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเองเราก็รู้ว่าเราเสียหายฟัองทั้งแพ่ง และอาญา วันนี้เราก็ได้ไปฟัองแพ่งเอง ที่เรียกค่าเสียหายของสนามบินดอนเมือง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิ ๒๔๕ ล้านบาท อันนี้ดําเนินการอยู่ที่ กระบวนการยุติธรรมที่ฟัองแพ่งอยู่ ส่วนกระบวนการที่ทําอะไรต่อไป ผมก็ทราบนะครับ ในขณะนั้นเราได้เสนอกฎหมาย วันนี้กฎหมายที่เราจะเสนอกฎหมายปัองปรามการควบคุม ปัองกันการกระทําผิดกฎหมายที่ท่าอากาศยานก็อยู่ที่ชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะ ดําเนินการต่อไป ฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับว่าเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ประเมิน แล้วก็ดําเนินการฟัองแก่ผู้เสียหายที่กระบวนการยุติธรรม แล้วตามตัวเลขที่ผมกราบเรียน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสาทิตย์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ ครับ จริง ๆ ผมฟังคําถามของท่านสมาชิกบางตอนก็สับสนนะครับ แต่ว่าเท่าที่ฟังดูทีมงานข้างหลังก็ประเมินว่าท่านเหมือนจะถามความคืบหน้าของคดี ในส่วนหนึ่งด้วย ความจริงก็ซ้ํากับการถามกระทู้ถามสดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีเอง ท่านสุเทพก็มีการตอบคําถามชัดเจนไปแล้วในเรื่องความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนที่ซ้ํากับกระทู้ถามในสัปดาห์ที่แล้วก็คงจะไม่จําเปึนต้องตอบ เนื่องจากว่าได้มีการตอบชัดเจนไปแล้ว อย่างไรก็ตามท่านก็พูดถึงพรรคการเมืองบ้าง อะไรบ้าง ที่อยู่เบื้องหลังอะไรต่อมิอะไรก็ไม่เปึนอะไรครับ เพราะว่าข้อเท็จจริงมันยืนยัน แต่ว่าถ้าจะแช่งชักหักกระดูกพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมก็ต้องแช่งชักให้ ทุกการชุมนุมที่ทําให้เกิดผลกับประเทศ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเฉลิมครับ คําถามสุดท้ายนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐมนตรีสาทิตย์จะเปึนคนซน ๆ แล้วยังรู้เกินความเปึนจริง ที่ผมถามผมไม่ได้ถาม เรื่องคดีอาญาเลยนะ และไปบอกสุเทพตอบแล้ว มีความรู้เท่านี้หรือรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้ถามเรื่องคดีอาญาเลย อวดรู้เกินเหตุ พูดในเรื่อง ผมไม่ได้ถาม นี่ไม่ได้ทําการบ้านมาแอคท์ (Act) ชอบออกทีวี (TV) ทุกวันก็เลยไม่ได้ เตรียมการมาก่อน ถ้าไม่พร้อมอย่ามาตอบผม ท่านโสภณท่านตอบว่าไม่มีใครรู้หรอก ถ้าเปึนรัฐมนตรีมันตอบได้แค่นี้มันง่ายไป ผมบอกว่าประเมินเสียเท่าไร ไม่มีใครรู้ ๓ บาท ๕ บาท ๗ บาท ไม่มี ผมไม่ต้องการรู้ขนาดนั้น ผมอยากรู้แต่เพียงว่ามันเสียหายเท่าไร เศรษฐกิจมันมีผลกระทบยึดสนามบินมันกระทบเศรษฐกิจการส่งออก การผลิต ความน่าเชื่อถือ เขาไม่เชื่อถือรัฐบาล ไม่เชื่อถือประเทศไทย ผมก็บอกไม่เชื่อถือรัฐบาล เปึนเรื่องของท่าน ผมกลัวเขาไม่เชื่อถือประเทศ ประเมินว่าที่ผ่านมาเท่าไร แล้วคิด วันข้างหน้าเท่าไร ผมถามตรงนั้น ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็ออกมา บอกว่าผมไปแช่งชักพรรคการเมือง ใช่ พรรคไหนทําลายวิบัติ ถ้าไม่ทําไม่มีปัญหา ไปยุ ให้บุกสนามบิน ไปขนคนมาประท้วง เอาพวกตัวเองไปขึ้นเวทีประท้วง อ้ายนี่มันรู้กัน ทั้งบ้านทั้งเมือง

ผมเรียนถามปัญหาข้อที่ ๓ ถ้าเก่งนักตอบให้ได้นายสาทิตย์ นี่ละจะถาม เรื่องคดีแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นกระทําการละเมิด จําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น อีกมาตราหนึ่งที่เกี่ยวข้อง คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ ผมสรุปเพื่อนําไปสู่คําถาม ผมถามว่าคดีละเมิดและต้องฟัองเรียกค่าสินไหมทดแทนนั้น รัฐบาลได้ดําเนินการฟัองร้อง หรือยัง เพราะคดีถ้ารู้ตัวผู้กระทําความผิดละเมิดมีอายุความ ๑ ป้ แต่ถ้าไม่รู้ตัวรู้ว่ามีการ ละเมิดมีอายุความ ๑๐ ป้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายกษิต ภิรมย์ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยกระทําการละเมิดชัดเจนมีการกล่าวหาทางคดีอาญา ตํารวจ ออกหมายเรียกไปไม่รับทราบข้อหานี่แปลว่ารู้แล้ว ใครกระทําความผิดฐานละเมิด จะอ้าง ไม่รู้ตัวไม่ได้ ท่านอยู่มา ๑๐ เดือนเศษ ๆ อายุความมันจะหมดภายใน ๑ ป้ ผมถาม ให้บันทึกไว้ตรงนี้ ให้พี่น้องประชาชนที่ชมถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ได้รู้ว่า ฝ์ายค้านพรรคเพื่อไทยได้ห่วงใยความเสียหายของบ้านเมือง และในขณะเดียวกัน เราอยากจะบอกให้รัฐบาลรู้ว่านี่ระยะเวลาในการล้อมพวกพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยใกล้หมดเวลาแล้ว เพราะภายใน ๑ ป้ ไม่ใช่ ๑๐ ป้ เหตุที่ท่านยังไม่ฟัอง หรือฟัองเฉพาะส่วนตามที่รัฐมนตรีโสภณบอกนั้น เพราะกริ่งเกรงนายสนธิไหม เพราะกริ่งเกรงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไหม หรือนายอภิสิทธิ์เห็นเขาลําเลิกบุญคุณบ่อย ๆ ก็เลยไม่กล้าฟัอง ผมจึงขอถามในข้อที่ ๓ ว่า โดยที่การดําเนินคดีฟัองร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจากการกระทําละเมิดของแกนนํา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายกษิต ภิรมย์ มีอายุความบังคับอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ และมาตรา ๔๔๘ ซึ่งจะต้องฟัองศาลภายในกําหนด ๑ ป้ นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึง การละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีนี้เกิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ จะครบกําหนด ๑ ป้ ในเดือนหน้านี้ ถามว่าความเสียหายในส่วนแพ่งที่ส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม เช่น สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย บริษัทการบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อย่ายืนขึ้นมาตอบ นะว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่เสียหาย เขาเสียหายแล้วจากการกระทํา ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทําให้การท่องเที่ยวลดลง รวมทั้งธุรกิจและ กิจการที่เกี่ยวเนื่องที่ได้รับความเสียหายจากการป่ดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล รัฐบาล ชุดนี้ได้มีการเร่งรัดดําเนินการไปแค่ไหน เพียงไร ผลการดําเนินการเปึนประการใด ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน หากคดีขาดอายุความ ไม่ว่า ความเสียหายในส่วนใด ใครจะเปึนคนรับผิดชอบ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้าจะตอบว่าไปฟัองร้องเพียง ๒๔๐ ล้านบาท กรุณาอย่าได้ยืนตอบผมเลย ผมอายชาวบ้านแทนท่าน อายแทนจริง ๆ ว่าบุกสนามบิน ครั้งนี้หลายที่ หลายแห่งฟัองเรียกค่าสินไหมทดแทนเพียง ๒๔๐ ล้านบาท เพื่อความ มีไมตรีต่อกัน ท่านอย่าตอบเลย มันจะเสียหายกับท่านมากกว่า ก็ปล่อยมันไปเถอะ พอมี รัฐบาลใหม่เดี๋ยวมาตรวจสอบแล้วก็ไล่เบี้ยว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่ได้ทําอะไรไว้ มีพยานหลักฐานว่าละเว้นการปฏิบัติตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๗ รัฐบาลใหม่เขาก็ จัดการดําเนินการ นี่เปึนคําถามข้อที่ ๓ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีโสภณครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องตอบท่านประธานและท่านสมาชิกตามเดิมนะครับ กระบวนการที่เรียกสินไหม ทดแทนในคดีแพ่งในส่วนของสนามบินที่ได้รับความเสียหายได้ดําเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ รัฐบาลที่แล้วจนถึงรัฐบาลนี้ในวงเงินเดียวกัน และขณะนี้คดีก็ขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลก็นัดสืบพยานโจทก์เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้หมดอายุความ ส่วนภาคเอกชนใดที่เสียหาย จากการป่ดสนามบินที่จะไปเรียกร้องค่าเสียหายเปึนคดีแพ่ง ก็เปึนหน้าที่ของภาคเอกชน ที่จะต้องไปดําเนินการ ส่วนงานในหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมคือการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย หรือเอกชนที่เสียหายก็เปึนเรื่องของเอกชน การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยเสียหาย ตัวเลขก็อย่างที่ผมกราบเรียน ฉะนั้นผมก็เรียนท่านว่าวันนี้ ในส่วนที่ราชการเสียหายเราได้ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา และต่อเนื่องจากรัฐบาล ที่แล้วจนถึงรัฐบาลนี้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ผมตอบกระทู้ถามเพื่อนสมาชิก คงไม่ใช่เรื่องแอคท์ ออกทีวี แต่ว่าท่านเปึนคนถามนะครับ ความคืบหน้าของคดีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เรียนท่านประธานไปนั้น ก็มีความคืบหน้าในส่วนของคดีแพ่งทั้ง ๒ คดี ก็คือคดีที่เปึนการฟัองเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ ระหว่างการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเปึนโจทก์ พลตรี จําลอง ศรีเมือง กับพวก รวม ๑๓ คน เปึนจําเลยต่อศาลแพ่งในข้อหาละเมิด ซึ่งความคืบหน้าของคดีนี้ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ป้ ๒๕๕๒ พนักงานอัยการได้ยื่นคําร้อง ขอแก้ไขเพิ่มเติมคําฟัองไปอีกครั้งหนึ่ง และศาลก็นัดสืบพยานโจทก์กับพยานจําเลย ซึ่งเสร็จสิ้นเอาในการนัดสืบทั้งหมดนี้ โดยการสืบพยานโจทก์นั้นได้มีการนัดในช่วง หลายวันของเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๕๓ ในส่วนของการนัดสืบพยานจําเลย ศาลได้กําหนด นัดในเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๓ และเสร็จสิ้นประมาณวันที่ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๓ อันนี้ ก็คือความคืบหน้าในส่วนคดีที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยยื่นฟัอง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ ส่วนอีกคดีหนึ่งก็คือคดีซึ่งยื่นฟัองวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็เปึนโจทก์ฟัองกลุ่มจําเลยกลุ่มเดิม ในส่วนนี้ก็จะ มีการนัดโดยศาล โดยล่าสุดพนักงานอัยการก็ยื่นคําร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคําฟัอง เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๒ ขอแก้ไขจํานวนทุนทรัพย์ แล้วก็จะมีการนัดสืบพยาน โจทก์ในช่วงระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันในป้ ๒๕๕๓ ในส่วนอื่นก็คงจะเปึนเรื่องอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้พูดไปแล้ว นั่นก็คือเมื่อเปึนคดีละเมิด คดีแพ่ง ถ้าเกิดเอกชนรายใดที่ถูกละเมิดก็สามารถใช้สิทธิไปฟัองร้องในทางศาลได้ เช่นเดียวกัน กับการละเมิดในกรณีที่มีการไปล้มการประชุมนานาชาติ ประชุมอาเซียนที่พัทยา ซึ่งความจริงแล้วต้องเรียนนะครับว่าการป่ดสนามบินก็เปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐบาล นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เปึนการดําเนินการในช่วงของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา และรัฐบาลชุดนี้ก็เร่งรัดดําเนินคดีต่อไป โดยไม่ได้มีการไปแทรกแซงคดี หรือไม่มีการไปหยุดยั้ง การชดเชยช่วยเหลือเยียวยาก็อย่างที่ตอบไป ก็ได้ทําอย่างเต็มที่ แต่ความจริงแล้วความเสียหายอย่างแท้จริงที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านสมาชิกก็ไม่ได้ถามถึง ผมไม่ได้ตอบหรอกครับ แต่ผมเพียงแต่จะเรียนให้ทราบว่าถ้าจะถามก็ควรจะใช้มาตรฐาน เดียวกัน ความเสียหายจากการล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แล้วก็มีการชุมนุมป่ดถนนทั้งกรุงเทพมหานครนั้นก็เปึนความเสียหายที่ถ้าประเมิน ความเสียหายแล้ว

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงท่านรัฐมนตรีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

คงเปึนความเสียหายที่เปึนจํานวนมาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวครับมีผู้ประท้วงครับ หมอประสิทธิ์ประท้วงอะไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

แล้วก็เปึนเรื่องแปลกท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงแล้วกระมังครับ หมอประสิทธิ์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

เวลาทิศทางของการที่จะวิพากษ์วิจารณ์

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมขอประท้วงครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ประท้วงอะไรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรี ความจริงผมว่านายกรัฐมนตรีมอบหมายผิดคนครับ เพราะเขาคุมกรมประชาสัมพันธ์ แต่เขามาตอบเรื่องเศรษฐกิจ ผมก็ว่ามอบหมายผิดฝัืงผิดฝา แล้วก็ตอบอะไรก็ไม่ทราบ อย่าไปกล่าวหาคนอื่น ท่านเปึนรัฐบาลครับ ท่านต้องตอบ ในสิ่งที่ท่านทํา ท่านอย่าไปโทษคนโน้นคนนี้ ผมเคยบอกแล้วอย่างไรครับ ถ้าท่านไม่อยาก เปึนท่านก็ลงมาครับ ท่านอย่าไปว่าคนอื่น มันต้องตอบประเด็นที่เขาถาม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ คุณหมอประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านเปึนรัฐมนตรีนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีจะจบแล้วครับ เดี๋ยวจะได้เข้ากระทู้ถามสด กระทู้ถามต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เอาในประเด็น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ความจริงก็ตอบจากประเด็นของเรื่องที่ถามว่าทําไมไม่มีการฟัองละเมิดนะครับ เรื่องของกรณีฟัองละเมิดผมก็ได้เรียนว่าเปึนกรณีซึ่งเอกชนผู้ใดที่ถูกละเมิด อย่างเช่น กรณีโรงแรมที่พัทยาก็ยกกรณีเทียบเคียง ที่เขาไปล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เขาเสียหายเขาก็ฟัอง จํานวนทุนทรัพย์ก็ไม่ได้มากมายอย่างที่ท่านมีการประเมินนะครับ เพียงแต่ผมก็บอกว่าถ้าจะนับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับประเทศ นับกันด้วยความเปึนกลาง การไปล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยานั่นก็ความเสียหายครั้งใหญ่ของประเทศ และกระทบ ถึงปัจจุบันด้วยนะครับ อันนี้ก็เปึนหน้าที่ความรับผิดชอบของเราเท่านั้นเอง แล้วเวลา เราบอกเรื่องของการไปชุมนุมป่ดถนนเดือดร้อนต้องกลับไปดูนะครับ ข่าวที่มีการประกาศ โดยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกว่าช่วงเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ บอกป่ดถนน เดือดร้อนจริง แต่ต้องเสียสละเพื่อประชาธิปไตย ทั้งนี้ ที่ทําเพื่อจี้ให้นายกรัฐมนตรีลาออก เพราะฉะนั้นมาตรฐานเวลาวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ทั้ง ๒ อย่าง ก็ควรใช้มาตรฐาน เดียวกัน เพราะรัฐบาลดําเนินการทุกอย่างก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน ไม่เคยใช้ ๒ มาตรฐาน ดังนั้นการที่จะถามกระทู้ หรือยกกรณีใดก็ควรจะใช้มาตรฐานเดียวกันท่านประธานครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรมีอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ แต่ว่าหลังจาก ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิมพูดก่อน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่มี นิดเดียวท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้ท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ผมหารือท่านประธาน นิดนะครับ วันนี้เทปสภาได้บันทึกคําอภิปรายของผมกับรัฐมนตรีตอบไว้ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ บันทึกไว้เรียบร้อย

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

เทปไม่เสียนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ไม่เสียครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่ใช่อะไรเลยครับ จะได้ เอาไปหาเสียงก็เรียบร้อย ชนะขาดกลับมาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรมีอะไรครับ ท่านประท้วงหรือครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ใช้สิทธิที่พาดพิงครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ ยังไม่มีการเอ่ยอะไรถึงท่านเลยนะ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้สั้น ๆ นะครับ

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ขออนุญาตประท้วงครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ เอาทีละท่านครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผมประท้วงท่านผู้ที่ใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ยังไม่ได้ฟังเลยว่าท่านจะพูดอะไร จะประท้วงอย่างไร

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

มิได้ครับท่านประธานครับ ท่านใช้สิทธิ พาดพิง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งก่อนครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผมเรียนยืนยันครับว่า ผมนั่งฟังการประชุมสภามาโดยตลอดนี้ ไม่ได้มีสิ่งที่พาดพิงคุณจตุพรเลย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมแค่แนะนําตัวนี้ ประท้วงแล้ว หรือครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งก่อนครับ นั่งก่อน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมพูดชื่อผมผิดหรือครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้นะครับ ท่านธนิตพลนั่งก่อนครับ ท่านจตุพรมีอะไรครับ เอาสั้น ๆ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ เหตุที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้พูดพาดพิงกรณีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ความจริงแล้ว ก็มีสนามบินดอนเมือง สนามบินหาดใหญ่ สนามบินภูเก็ต สนามบินกระบี่ รวมแม้กระทั่ง สนามบินสุราษฎร์ธานีด้วย เปรียบเทียบกับการยึดทําเนียบรัฐบาล และเหตุการณ์กับกรณี การล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ขอใช้สิทธิประท้วงครับ และท่านประธานต้องให้ผมประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรครับ ผมว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้ถามกระทู้ถามนี้นะครับ ท่านก็ได้ถามสิ่งเหล่านี้แล้ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมไม่ได้ถามเลย ผมจะอธิบายว่า เขาพาดพิงผม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงเรื่องอะไรครับ เอาเข้าตรง ๆ เลย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เพราะว่ากรณีท่านประธาน ต้องรับทราบด้วยนะครับ ในสภานี้เหมือนกับคนไทยทั้งประเทศที่เขากินข้าว เขาก็รู้ว่า กรณีการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน และกรณีป่ดถนนช่วงสงกรานต์เลือดนั้น อันนั้น พาดพิงถึงพวกผม รวมกระทั่งตัวผมด้วย ผมเห็นกับท่านประธานนะครับว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับท่านจตุพรครับ ท่านรัฐมนตรีท่านก็เพียงแต่บอกว่าการดําเนินคดี ถ้ามี การละเมิดกฎหมายตรงไหนก็ดําเนินคดีเปึนมาตรฐานเดียวกัน ทั้งป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วท่านก็โยงไปถึงเรื่องการไปที่พัทยาด้วยนะครับ ก็เท่านั้นเอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอละ เดี๋ยวจะเข้ากระทู้ต่อไป

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

มันไม่ได้ ท่านประธาน คือท่านประธานต้องมีมาตรฐานเช่นเดียวกันครับ คือถ้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปนี้ เวลาใครตั้งกระทู้นี้ แล้วก็ใช้วิธีประท้วง

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านประธาน กําลังทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ อยู่นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เสร็จแล้วพอตัวเองประท้วงใช้สิทธิ พาดพิงได้ คนอื่นใช้สิทธิพาดพิงแล้วประท้วง จะเอากันแบบนี้หรือครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอให้ทั้ง ๒ ท่านนั่งลงครับ พอแล้ว นั่งลงครับ ท่านจตุพรนั่งลงครับ พอแล้วครับ ไม่ได้ ไม่เปึนธรรมละครับ ผมทําตามข้อบังคับ ท่านไม่ได้ถูกพาดพิงนะครับ เพียงแต่ว่ามีการพูด ถึงเหตุการณ์และ ๒ เหตุการณ์ที่ทําผิดกฎหมายทั้งคู่ ก็ดําเนินการทั้งคู่ เอาละครับ นั่งนะครับ เอาไว้โอกาสอื่นนะครับ นั่งเถอะครับ เอาละครับ จบกระทู้ถามสดกระทู้ที่ ๑

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดนั่งนะครับ ผมจะให้ถามกระทู้ที่ ๒ นะครับ เดี๋ยวจะมีเรื่องของการประกัน ราคาพืชผลการเกษตร พี่น้องประชาชนเขารอฟังอยู่ นั่งเถอะครับ ไม่อนุญาตละครับ นั่งลงครับ ผมให้ท่านนั่งลงครับ ท่านบุญยอดครับ นั่งลงครับ ไม่มีประเด็นอย่างอื่นแล้ว ครับ นั่งลงครับ คือผมไม่เห็นมีประเด็นอะไรที่ท่านต้องประท้วง ผมก็ให้ท่านผู้ที่ลุกขึ้นมา ประท้วงนี่นะครับ ท่านนั่งลงกันหมดแล้ว เดี๋ยวเราจะไปกระทู้อื่นแล้วครับ ท่านบุญยอด นั่งเถอะครับ นั่งลงเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งครับ ผมขอใช้อํานาจประธาน ให้ท่านนั่งลง นั่งลงครับ ท่านบุญยอดครับ ขอความกรุณาครับ นั่งลงครับ จบกระทู้ถามสด ที่ ๑ นะครับ

๑.๒.๒ กระทู้ถามสดที่ ๐๖๓ เรื่อง มาตรการประกันราคาข้าว และพืชผลทางการเกษตร (นายนิยม ช่างพินิจ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

ขอเชิญผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านนิยม ช่างพินิจ เชิญครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ผมต้องขอขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่งที่ประธานได้บรรจุกระทู้ถามสดเพื่อให้ผมได้มีโอกาส ได้สอบถามท่านนายกรัฐมนตรี สาเหตุที่ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นมายื่นกระทู้ถามสด ในวันนี้ผมเชื่อได้ว่าพื้นที่ทุก ๆ ภูมิภาค ทุก ๆ จังหวัดก็มีผลกระทบปัญหาอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะกราบเรียนให้ทราบด้วย โดยผมต้องยกตัวอย่างไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ ของจังหวัดพิษณุโลก ภาคเหนือ ภาคกลาง แม้กระทั่งภาคอีสาน ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่ สําคัญมาก ท่านประธานครับ เมื่อวันอังคารผมได้ยื่นขอมติที่พรรคเพื่อไทยบอกว่า ผมจะยื่นกระทู้ถามสด ถามเรื่องมาตรการในการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร แล้วก็ ราคาอ้างอิง แล้วก็กระบวนการจัดซื้อในปัจจุบัน มติของพรรคเพื่อไทยยกมือให้ผมทุกคน เพราะจะสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของ ส.ส. ทุกพื้นที่ในประเทศนี้มีความสําคัญ สาเหตุ ที่ผมจะถามเพราะว่าเวลาก็คงจะเหลือน้อยแล้ว ผมมีคําถามอยู่ ๓ คําถาม สิ่งที่ ผมอยากจะถามว่าวันนี้รัฐบาลมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือไหม ไม่ว่า จะเปึนโครงการ ได้แก่ โครงการรับจํานํา เปลี่ยนมาเปึนโครงการประกันรายได้ ทีแรก ก็บอกประกันราคา พอมาเปลี่ยนแปลงเปึนประกันรายได้ มันสับสนเหลือเกินท่านประธาน แล้วสิ่งที่ผมอยากจะถามพี่น้องในภาคการเกษตร ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพ เกษตร แล้วสิ่งที่รัฐบาลทําอยู่ทุกวันนี้ ผมถามว่ามีความจริงใจให้กับพี่น้องประชาชนไหม ผมมีโอกาสเปึนกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ หนี้สินที่มากที่สุดก็คือพี่น้อง ทางภาคการเกษตร แล้วผมก็พยายามเสนอทุกอย่าง แนวทางในการที่จะเสนอแนะให้ รัฐบาลแก้ปัญหา แต่สิ่งที่รัฐบาลทําอยู่ทุกวันนี้ โครงการจํานําที่ดีอยู่แล้ว แล้วเปลี่ยน มาเปึนโครงการประกัน ผมเคยถามในกรรมาธิการ ตอบผมได้ไหมครับว่าอ้ายโครงการ จํานําที่เขาทําไว้อยู่ต่อป้นี่เคยตัดสต็อกไหมขาดทุนเท่าไร แล้วถ้าสมมุติเปลี่ยนแปลง เปึนโครงการประกัน ผมอยากจะถามว่าใช้เม็ดเงินเท่าไร ตรงนี้ถามในกรรมาธิการ ตอบผมไม่ได้ ประเด็นสิ่งที่สําคัญที่นโยบายตัวนี้เกิด ผมในฐานะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ ผมถามอยู่เสมอและผมก็พยายามที่จะสะท้อนปัญหาให้กับทางกรรมาธิการ ผมเองนี่ถ้าไม่ถามไม่ได้ เพราะสิ่งที่ผมจําเปึนต้องถาม เพราะผมเคยประกอบอาชีพทําไร่ ทํานามาก่อน แล้วผมนี่เกิดในยุคร่วมสมัย สมัยที่ใช้วัว ใช้ควายนี่ผมก็เห็น การเก็บเกี่ยว การเก็บข้าว เก็บปลา ผมรู้ แต่มายุคนี้วิถีชีวิตมันเปลี่ยนแปลง นโยบายก็ควรจะให้ สอดคล้องครับ ผมจะถามในวันนี้นะครับท่านประธาน

คําถามแรก ในการที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยจากราคาประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท ผมยกตัวอย่างเพียงอย่างเดียว ข้าวขาว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ราคาอ้างอิงประกาศมาอยู่ที่ตกประมาณ ๘,๘๐๐ บาท ขาดไป ๔ บาท แต่ถามสิครับว่าวันนี้ซื้อขายจริงอยู่ที่ราคาประมาณ ๖,๐๐๐ บาทนิด ๆ เผลอ ๆ ก็ ๕,๙๐๐ บาท ถ้าอยากจะรู้ว่า ๕,๙๐๐ บาท มีจริงหรือไม่จริงนี่ เอกสารอยู่ที่ผม คือชาวนาเอามาร้องผมครับท่านประธาน นี่เอาข้าวไปขายได้ ๕,๙๐๐ บาท ผมอยากจะ ถามว่ารัฐบาลมีแนวทางอย่างไรและกลไกอย่างไรถึงทําอย่างนี้ แล้วสิ่งที่ผมอยากจะ บอกเลยว่ารัฐบาลที่ทําให้ราคาพืชผลเกษตรกรตกต่ํานี่ สิ่งสําคัญท่านก็ไม่เคยให้ข้อมูล กับพี่น้องประชาชนเลย แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะไปทําตลาดต่างประเทศ ไม่เคยคิด แล้วเคยออกมาพูดบ้างไหมว่า ตลาดต่างประเทศมีออร์เดอร์ (Order) เท่าไร สั่งข้าวเท่าไร อย่างนี้เปึนต้น ฉะนั้นผมถามเลยว่าวันนี้เองประกาศราคาอ้างอิงเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ราคา อยู่ที่ ๘,๘๐๐ บาท ขาดไป ๖ บาท ความชื้นที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วข้าวเอาไปขายนี่ ๕,๐๐๐ กว่าบาท ๖,๐๐๐ บาทนิด ๆ แล้วสิ่งที่ชาวนาขายข้าวมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ผมถามว่าจะชดเชยให้เขาไหม นี่ตรงนี้เปึนสิ่งสําคัญ จะชดเชยให้เขาไหม เพราะมาดูจาก โบรชัวร์ (Brochure) ที่ท่านทําต้องมีการประชาคม ทําสัญญา ขั้นตอนเยอะเหลือเกิน แต่พี่น้องที่ทํานาตอนนี้ข้าวออกตุลาคมนี้ ผมถามแล้วก็ตอบผมตรง ๆ ว่าจะชดเชย ให้เขาไหม ชดเชยอย่างไร เมื่อไร นี่คือคําถามที่ผมจะถามคําถามแรกครับท่านประธาน แล้วก็ราคาที่อยู่ที่ ๖,๐๐๐ บาทนี่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี) ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับเรื่องของโครงการหรือมาตรการในการ ประกันรายได้เกษตรกร ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ขอยืนยันว่า รัฐบาลมีความตั้งใจและมีความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างเปึน ระบบ กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการการจํานําในอดีตนั้น กราบเรียนว่าปัญหาใหญ่ ที่สุดก็คือ สัดส่วนของเกษตรกรหรือจํานวนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีค่อนข้างจํากัด โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละครั้งแต่ละป้จะมีเกษตรกรซึ่งสามารถเข้าร่วมและได้ประโยชน์ จากโครงการรับจํานําประมาณร้อยละ ๓๐ ที่เราเปลี่ยนแปลงมาเปึนมาตรการในเรื่องของ การประกันรายได้ ก็เพื่อที่จะให้ทุกครัวเรือนมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ผมกราบเรียนว่าภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นนั้นคงจะต้องมีการประเมินกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าผมยกตัวอย่างว่าในการทําโครงการจํานําในอดีต โดยเฉพาะประเมินจาก การขาดทุนเฉพาะกรณีข้าวเมื่อป้ที่แล้วก็อยู่ในหลักเปึนหมื่นล้านบาท ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถ้าหากว่าไปรวมกับการขาดทุนในพืชผลอื่น ๆ แล้วก็ ครอบคลุมในทั้งป้ทั้งฤดูกาลแล้ว ผมคาดว่าไม่น่าจะต่างจากโครงการที่เรากําลังดําเนินการ ในเรื่องของการประกันรายได้มากนัก ผมกราบเรียนว่าเมื่อเปึนเช่นนั้น หลักการของโครงการนี้ จะทําให้คนจํานวนมาก ซึ่งไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐได้รับการช่วยเหลือ ในรูปของเงินสดที่เปึนเงินชดเชยที่จ่ายให้ แต่ยอมรับครับว่าอาจจะมีเกษตรกรบางส่วน ที่เคยเข้าไปในโครงการรับจํานําได้อย่างเต็มที่ก็มีความรู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือน้อยลง แต่ว่าในปริมาณเงินที่เท่ากันก็เท่ากับว่าเรามีการเฉลี่ยไปช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ เกษตรกรรายย่อยอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันนี้คือความแตกต่างแล้วก็ความตั้งใจ

สําหรับปัญหาอุปสรรคที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมานั้น กราบเรียนว่า เปึนเรื่องที่ผมเองก็ติดตามอย่างใกล้ชิดครับ แล้วก็ได้รับทราบปัญหาโดยเฉพาะพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน แล้วก็ลงมาถึงภาคกลางในหลายพื้นที่ในขณะนี้ มีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงตามที่ได้สอบถามมา

ประการแรกก็คือ มีความห่วงใยว่ามีเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่ของท่าน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเก็บเกี่ยวแล้วก็ขายข้าวแล้ว แต่กระบวนการในการทําสัญญายังไม่เสร็จสิ้น กราบเรียนว่าในกรณีที่มีการขึ้นทะเบียนและมีการตรวจสอบ เช่น การทําประชาคม เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือรัฐบาลก็คงจะใช้แนวทางเดียวกับที่ได้ทําในเรื่อง ของข้าวโพดก่อนหน้านี้ ก็คือสามารถที่จะเข้าไปทําสัญญาแล้วก็ใช้สิทธิย้อนหลังได้ เมื่อสักครู่ผมก็เพิ่งมีโอกาสพบกับผู้แทนท้องถิ่นจากจังหวัดใกล้เคียงท่านก็คือจังหวัด สุโขทัย ผมก็สอบถามว่าบางกรณียิ่งกว่าของท่านก็คือน้ําท่วมเสียแล้ว แล้วก็เสียหาย ก็สอบถามว่าขึ้นทะเบียนหรือยัง ตรวจสอบหรือยัง ก็ปรากฏว่าขึ้นทะเบียนแล้ว ตรวจสอบแล้ว ผมก็ยืนยันเช่นเดียวกันครับว่าก็จะมีการเร่งรัดให้ทาง ธ.ก.ส. ไปทําสัญญา แล้วก็ทุกรายก็จะได้รับการชดเชย

สําหรับประเด็นที่สองก็คือว่า ปัญหาเรื่องของราคาอ้างอิงที่ประกาศออกไป กับราคาที่เกษตรกรขายได้ ผมเข้าใจว่าเรากําลังพูดถึงข้าวขาวในพื้นที่ท่านก็คือราคา อ้างอิงประกาศไว้อย่างที่ท่านพูดคือประมาณ ๘,๘๐๐ บาท ซึ่งหมายถึงว่าอัตราชดเชย อยู่ที่ ๑,๒๐๐ บาทต่อตัน ราคานี้ต้องกราบเรียนว่าเปึนราคาที่ประกาศบนพื้นฐาน ของความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเปึนข้าวซึ่งมีความชื้นมากกว่านั้นก็จะถูกหักทอนลงมา ทํานองเดียวกับการที่เมื่อก่อนนี้มีการประกาศราคาจํานํา แล้วเวลาเกษตรกรเข้าไป ในโครงการจริงก็จะถูกทอนลงมา อย่างไรก็ตามคํานวณคร่าว ๆ ทอนลงมาแล้วก็น่าจะ ขายได้อยู่ประมาณใกล้เคียง ๗,๐๐๐ บาท แต่สภาพความเปึนจริงขณะนี้ต่ํากว่านั้นครับ อันนี้ผมก็ได้รับการรายงานเช่นเดียวกัน แต่ราคาอ้างอิงเรากําหนดทุก ๑๕ วัน แล้วก็ จะกําหนดภายใต้เงื่อนไขของการซื้อขายจริงอิงกับราคาในตลาดโลกในขณะนั้น ๆ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะต้องมีการประกาศราคาอ้างอิงใหม่ แนวโน้มก็คือราคาอ้างอิงที่ประกาศ จะต้องลดลงครับ เพราะว่าขณะนี้ราคาในตลาดลดลง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราได้เตรียมการ เอาไว้ก็คือว่าในกรณีที่ราคาอ้างอิง แล้วก็เมื่อคํานึงถึงความชื้นแล้วยังเกิดปัญหาว่า เวลาไปขายจริงถูกกดราคาอีกเราจะแก้ไข ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือ ราคาอ้างอิงจากนี้จะมีการทอนความชื้นเพื่อประกาศให้เห็น ชัดเจนจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบนะครับว่าถ้าประกาศ ๘,๘๐๐ บาท แล้วปรากฏว่า พอมีความชื้นไปถูกหักเกินความเปึนจริงนั่นประการหนึ่งที่จะแก้ไข

ประการที่ ๒ ก็คือว่า ในวันจันทร์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติครับ แล้วก็จะขออนุมัติจากที่ประชุมให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไป ดําเนินการแทรกแซงโดยตรงด้วย เพื่อไม่ให้มีการในลักษณะที่พูดง่าย ๆ ก็คือเหมือนกับ มีการรวมหัวกันไปกดราคาข้าวของเกษตรกร เพราะฉะนั้นประกาศราคาอ้างอิงแล้ว อาจจะเปึนมาตรการที่เรียกว่ากระทรวงพาณิชย์ไปตั้งโต๊ะรับซื้อเลยครับตามราคาอ้างอิง อันนี้คือแนวทางที่จะแก้ไขต่อไปครับ

เชิญท่านนิยม

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานต้องขอขอบคุณครับ ที่ท่านถามบอกว่าข้าวที่ขายในปัจจุบันได้ โดยที่ว่าเขาขึ้นทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้ ทําสัญญา ท่านนายกรัฐมนตรีตอบเองนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าการโกงการจํานําข้าวขาดทุนป้ละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทใช่ไหมครับ ป้ละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เองรัฐบาลใช้เงิน เท่าไรครับที่จะเอาไปชดเชย ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตั้งไว้ ๒๕๐,๐๐๐ล้านบาท นี่เฉพาะ ข้าวนะครับท่านประธาน แล้วผมถามว่าบวกลบท่านใช้หลักของวิชาการ หลักคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ท่านคิดถูกแล้วหรือครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่ามีเอาความชื้น เข้ามาเกี่ยวข้อง ผมจะอธิบายให้ดูครับท่านประธาน ท่านบอกว่าประกันราคา ๑๐,๐๐๐ บาทใช่ไหมครับ ประกาศราคาอ้างอิงที่ ๘,๘๐๖ บาท ถ้าความชื้นโดยเฉพาะ ทั่วไปชาวนาเขาก็รู้ โรงสีเขาก็รู้ ถ้าความชื้นบวก ๑ ข้าวเราจะหายไป ๑๕ กิโลกรัม หรือเท่ากับ ๑ ถังครึ่ง แต่ความชื้นโดยเฉลี่ยที่ขายกันอยู่ทุกวันนี้อยู่ที่ ๒๕ ก็ลบ ๑๐ ก็ติดว่า ความชื้นอยู่ที่ ๑๐ ๑๐ ก็คือหายไป ๑๕ ถัง ๑๕ ถังท่านก็เอามาคูณสิครับ เพราะนั่น เปึนข้อเท็จจริงข้าวพี่น้องเราจะต้องซื้ออยู่ที่ ๗,๐๐๐ กว่าบาทใช่ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้ราคาความชื้นที่ ๖,๐๐๐ บาท ผมบวกลบกลบหนี้แล้วซื้ออยู่ที่ ๖,๐๐๐ บาทครับ ๖,๐๐๐ บาทแล้วเอามาบอกสิครับท่านประธาน บวกกับผลต่างระหว่าง ราคาประกันกับราคาอ้างอิง ๘,๘๐๐ บาท บวกอีก ๑,๑๙๔ บาท เกษตรกรได้จริง ๆ ก็ ๗,๑๙๔ บาท เมื่อได้เท่านี้แล้วท่านประธานคิดดูสิครับ ซึ่งมันแตกต่างกับรัฐบาล ที่ผ่านมา รัฐบาลที่แล้วรับประกันไว้ ๑๑,๘๐๐ บาทถ้าผมจําไม่ผิด ๑๑,๘๐๐ บาท หักค่าความชื้นแล้วที่ ๒๕ ก็ยังขายได้ครับท่านประธาน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วช่วงนั้น ผมถามพี่น้องเกษตรกรบอกว่าไม่ได้เข้าโครงการจํานํา บอกว่าไม่ได้เข้าโครงการ จํานําหรอก ราคาซื้อท้องตลาดบางครั้งสูงกว่า แพงกว่า เขาบอกการเข้าไปร่วมโครงการ จํานําเพราะว่าจะทําให้กลไกการจ่ายเงินล่าช้า นี่คือระบบของราชการ วันนี้ ท่านเปลี่ยนแปลงนโยบายผมอยากจะเรียนถาม เพียงแค่ขาดทุน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านไปพยุงดันราคาเขาไว้ให้เกษตรกรมีทางเลือก ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก นี่ผมจะชี้แจงให้ฟังครับท่านประธาน

มาคําถามที่ ๒ เพราะผมไม่อยากจะรบกวนเวลา วันนี้กําหนดมาตรการ มานี้ ภาคอีสานข้าวเหนียวบอก ๑๖ ตัน ข้าวเปลือกขาวเรา ๒๕ ตัน ท่านเอาหลักเกณฑ์ อะไรมากําหนด ผมไปดูในโบรชัวร์กําหนดราคาต่อครอบครัวต่อตันยังไม่พอนะครับ มาระบุต่อไร่อีกนะครับ จํานวนไร่ต่อถังอีก จํานวนไร่ต่อกิโลกรัมอีก แล้วผมถามว่าผมดูใน โบรชัวร์ในพื้นที่ที่เปึนภาคการเกษตรที่อยู่ในระบบชลประทาน ดูแล้วจะได้สูงกว่า แล้วผม ถามว่าเขตนอกชลประทานกับชลประทานมันแตกต่างกันตรงไหนครับท่านประธาน นี่คือ คําถามที่ ๒ มาตรการในการที่ว่าท่านกําหนดกฎเกณฑ์ตรงนี้ ท่านเอาแนวความคิดอะไร มาคิด กรอบแนวความคิดท่านใช้อะไรคิดครับท่านประธาน ท่านไม่ใช่ฟังข้าราชการ อย่างเดียว โครงการรับจํานําท่านบอกว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านทําไมไม่จริงจังครับ ชาวนาเขาไม่รู้หรอกว่าเขาจะทุจริตอย่างไร ก็ข้าราชการท่านก็ออกมติ ครม. ไปสิครับ คดีอาญาไปเลยท่านประธาน แล้วก็บอกว่าโรงสีได้ประโยชน์ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าโรงสี จะได้ประโยชน์ คนที่ได้ประโยชน์คือผู้ส่งออก แล้ววันนี้แนวทางของรัฐบาลที่ทําให้ราคา ข้าวตกต่ํา ผมจะเรียนให้ทราบ ไปประกาศเลยบอกประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท มันจะมี ๕ เสือยักษ์ใหญ่ผู้ส่งออกที่ได้เปรียบก็ทําให้ราคาพืชผลทางการเกษตรถึงได้ตกต่ําอย่างนี้ นี่คือคําถามที่ ๒ ก็คือเรื่องกระบวนการว่าท่านกําหนดต่อตัน ต่อครอบครัวครับแล้ว กําหนดต่อไร่ต่อถัง ท่านเอากรอบแนวความคิดอะไรมาคิด นี่คือคําถามที่ ๒ ครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทวนตัวเลขนิดหนึ่งนะครับ ในรอบแรกความจริง ผมก็ตอบตรงกับท่านนะครับ บอกว่าพอทอนความชื้นแล้วควรจะขายได้อยู่ที่ประมาณ ๗,๐๐๐ บาท แล้วผมก็ยอมรับว่าในบางพื้นที่ขณะนี้ขายต่ํากว่านั้น จึงมีความจําเปึน ที่จะต้องมีมาตรการเสริม ซึ่งคณะกรรมการข้าวก็จะได้มีการอนุมัติ แล้วกระทรวงพาณิชย์ ก็จะเข้าไปดําเนินการนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่เมื่อสักครู่ที่ผมบอกว่า ผมไม่ได้บอกหมื่นล้านบาทนะครับ บอกเปึนหลักหมื่นบาท เพราะว่าตัวเลขขณะนี้ยังไม่นิ่ง ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ เฉพาะข้าวนะครับ จึงมีความจําเปึนที่จะต้องมีมาตรการเสริม ซึ่งคณะกรรมการข้าวก็จะได้มีการอนุมัติ และกระทรวงพาณิชย์ก็จะเข้าไปดําเนินการนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่ที่ผมบอกว่า ผมไม่ได้บอกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ บอกเปึนหลักหมื่น เพราะว่าตัวเลขขณะนี้ยังไม่นิ่ง ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะข้าวฤดูกาลเดียว ซึ่งเมื่อรวมแล้วกับพืชผลอื่น ๆ ด้วย แล้วก็แนวทางของการที่จะ แก้ไขปัญหาในขณะนี้ตัวเลขการใช้จ่ายจะใกล้เคียงกัน ทีนี้ท่านก็หยิบยกขึ้นมาอย่างที่ผม กราบเรียนนะครับว่า มีคนที่เคยได้ประโยชน์จากโครงการจํานํา ถูกต้องครับ แต่ว่า จํานวนคนที่ได้ประโยชน์ตรงนั้นมันจะขยายออกไปค่อนข้างมาก การที่จะดึงข้าวออกมา จากระบบนะครับ ถ้าจํานําในราคาที่ต่ํากว่าตลาดจะดึงราคาขึ้นได้ครับ แต่บังเอิญ ในช่วงที่ผ่านมาราคาจํานําสูงกว่าตลาด เพราะฉะนั้นตรงนี้มันทําให้เปึนเรื่องของการ เหมือนกับเปึนตั้งโต๊ะรับซื้อราคาแพงอย่างเดียวแล้วก็จํากัดอยู่กับเกษตรกรบางกลุ่ม นะครับ อันนี้คือปัญหาที่เราต้องการแก้ไข ผมอยากจะกราบเรียนว่ากรณีการกําหนดเรื่อง ของเกณฑ์ต่าง ๆ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ตัวเลขผลผลิตต่อไร่ได้ใช้ตัวเลขที่มีการเก็บ เอาไว้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะว่าจะตัดข้อยุ่งยากในเรื่องของการที่จะต้องมา คํานวณหรือว่ามาดูข้อเท็จจริงเปึนรายบุคคลว่าแต่ละรายปลูกได้เท่าไร เพราะฉะนั้น ก็จะถือเกณฑ์ผลผลิตต่อไร่ที่เปึนในระดับจังหวัดนะครับ แล้วก็มีการแยกแยะระหว่าง ในกับนอกเขตชลประทานตามสภาพความเปึนจริงของข้อมูลที่เคยจัดเก็บไว้ ส่วนจํานวน ปริมาณที่กําหนดว่าข้าวแต่ละชนิดทําไมชนิดนี้กี่ตัน ชนิดนั้นไม่เหมือนกันนะครับ ๑. ดูจากข้อเท็จจริงของผลผลิตกับ ๒. ดูแลว่าในที่สุดแล้วเกษตรกรส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด คือร้อยละประมาณ ๘๐-๙๐ สามารถใช้สิทธิได้เต็มจํานวน อย่างไรก็ตามครับขณะนี้ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากจังหวัดของท่านแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงว่า ตัวเลขซึ่งทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศไปนี้ต่ํากว่าผลผลิตที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ และผม ก็ได้ขอให้ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวได้นําเข้าพิจารณาในวันจันทร์นี้เพื่อทบทวน ตัวเลข เข้าใจว่าอย่างพิษณุโลกกําหนดเอาไว้ ถ้าเปึนข้าวปทุมธานี ๖๐๐ กว่า แต่ว่า ถ้าเปึนข้าวชนิดอื่น ๕๐๐ กว่า มีเกษตรกรมาร้องว่าขณะนี้อาจจะทําได้ถึง ๗๐๐ หรือ ๘๐๐ อันนี้ก็กําลังให้ทางคณะกรรมการทบทวนในวันจันทร์นี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คําถามสุดท้ายครับ ท่านนิยมครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีตอบแล้วนะครับ สิ่งที่สําคัญเลยท่านบอกว่าพื้นนาที่กําหนดต่อตัน ผมว่าไม่ให้เกิดความเสมอภาค คนที่เขามีความตั้งใจครับท่านประธาน เขามีความขยัน นาของตัวเองก็ไม่มี ไปเช่านาคนอื่นทํา ๕๐-๖๐ ไร่ แต่ก็ถูกตัดสิทธิเหลือ ๒๕ ตัน นี่คือความรู้สึก แล้วฟังจากท่านตอบว่านาที่อยู่ในโครงการของชลประทานหรืออยู่ในเขต ชลประทาน กับที่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน ผมไม่สงสัยเลยครับที่ท่านแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ผมไม่สงสัยเลยครับ เพราะท่านใช้คิดอย่างนี้ คนที่เขาอยู่นอกเขต ชลประทานมันน่าจะได้รับการดูแลมากกว่า ๑. สูบน้ําใต้ดิน สูบน้ําแม่น้ํา ลําคลองเอามา ทํานา แล้วผลผลิตมันต่างกันตรงไหนล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยทํานาหรอกครับ ผมนี่เคยทํานามา ท่านเอาอะไรมาคิด ยกตัวอย่าง ท่านนายกรัฐมนตรีต้องยกตัวอย่าง อย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีจ้างคนมาตัดหญ้าในสวนหน้าบ้าน มาวันหนึ่ง นาย ก ท่านนายกรัฐมนตรีมีเครื่องมือให้เขา แล้วมาวันหนึ่งคนไม่มีเครื่องมือ ใช้มีดถางเอา แล้วท่านบอกว่าได้ปริมาณเท่ากัน แล้วให้ค่าตอบแทนเท่ากัน อย่างนี้มันไม่ถูก หรอกครับท่านประธาน ผมไม่สงสัยเลยครับที่มอบเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับผู้ที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทในระบบประกันสังคม ผมไม่สงสัยเลย เพราะใช้กรอบแนวความคิด อย่างนี้เอง คนที่อยู่นอกเขตชลประทานไม่ได้รับการดูแล แต่เขามีความตั้งใจนะครับ สูบน้ําใต้ดินเอามาทํานา ผลผลิตไม่แตกต่างกันเลยครับท่านประธาน ผมเศร้าใจนะครับ เมื่อ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา แล้วก็เปึนทุกป้ พี่น้องเกษตรกรในตําบลนครป์าหมาก อําเภอ บางกระทุ่ม เชิญผมไปเปึนประธานประชุมเพลิง ผมไปปุ็บท่านประธาน บอกประชุมที ๒ คนเลยหรือ สามี ภรรยา ผมถามว่าเปึนอะไรตาย ถ้าบอกนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ไม่เข้าใจ ผมบอกประธานผ่านไปแล้วกันนะครับ เขาก็สูบน้ําใต้ดิน มันสูบไม่ขึ้น เพราะระดับน้ํามันลึก เขาก็ทดบ่อลงไป สามีลงเข้าไปในบ่อ ขาดอากาศหายใจ ภรรยา เห็นโดดลงเข้าไปช่วยอีก ตายทั้งคู่ นี่คือทําอาชีพที่สุจริตนะครับ ถ้าเกิดค้ายาเสพติด โดนยิงตายผมจะไม่เสียใจ แล้วในพื้นที่อําเภอบางระกําก็เปึนอย่างนี้ สูบน้ําใต้ดินแล้วก็มี การทดบ่อลงไป ตายเฉลี่ยแล้วป้ละคนอย่างนี้ แล้วท่านเอาอะไรมาคิดล่ะครับ ท่านประธาน แล้วกําหนดต่อไร่ ต่อถัง ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ถ้าท่านคิดอย่างนี้ กรอบแนวความคิดท่านอย่างนี้ ผมว่าไม่สงสัยแล้วครับ บริหารอย่างไรก็ล้มเหลว

คําถามที่ ๓ ครับท่านประธาน คําถามที่ ๓ ผมอยากจะถามท่านประธานนะครับ กําหนดว่าข้าวที่อายุไม่ถึง ๙๐ วัน ไม่ได้รับ เพราะอะไร เพราะบางพื้นที่ท่านประธาน เขาต้องกระทําหนีน้ํา แล้วเขาก็ไม่มีโอกาส เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เขาไม่มีข้าว ออกมาอีกแล้ว แต่ว่ามาตัดสิทธิเขา ด้วยซื้อขายจริงท่านประธานทราบไหมครับ ข้าวที่ ไม่ถึง ๙๐ วันเอาไปขายกับข้าว ๔ เดือนกว่านี้ ราคาต่างกันแค่ ๓๐๐-๔๐๐ บาทเอง และมิหนําซ้ํายิ่งไปกว่านั้นข้าว ๓ เดือนที่เขาไปกองรวมกับข้าว ๔-๕ เดือน เอาไป กองรวมกัน มิกซ์ (Mix) รวมกันนี่ แล้วอย่างนี้ถามว่าพี่น้องเกษตรกรจะได้ความเปึนธรรม ตรงไหน ตรงนี้ท่านตอบเถอะครับว่าข้าว ๓ เดือนท่านจะอนุโลมได้ไหมนะครับ ฝากท่านประธาน นี่คือคําถามที่ ๓

คําถามสุดท้าย ข้าวที่อายุไม่ถึง ๙๐ วัน ท่านมีมติบอกว่าท่านไม่จ่ายเขา ท่านเอาอะไรมาคิด ท่านตัดสิทธิเขาหรือครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ย้ําอีกครั้งนะครับ ตัวเลขที่ใช้เปึนเกณฑ์ในการ ประกาศเรื่องผลผลิตก็เพื่อประโยชน์ในการที่สามารถที่จะชดเชยได้ใกล้เคียงกับ สภาพความเปึนจริงที่สุด ซึ่งตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก็บมาจาก ผลผลิตในอดีตครับ ไม่ใช่เปึนเรื่องที่คิดขึ้นเอาเอง อันนี้เปึนข้อเท็จจริงที่เราใช้เพื่อที่ จะพยายามให้เกิดความเสมอภาคในแง่ของการเข้ารับการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ตระหนักอยู่แล้วนะครับว่าพี่น้องที่ขาดเรื่องของระบบชลประทานเปึนเรื่องที่ จะต้องเร่งขยาย นั่นคือเหตุผลว่าทําไมจึงมีการลงทุนครั้งใหญ่ในงบประมาณ แล้วก็ ในโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้มากที่สุด เพื่อเปึน การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าบังเอิญท่านพาดพิงถึงโครงการ ๒,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจครับ เข้าใจดีเลยว่าคนที่เขามีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ในระบบ ที่มาทํางานอุตสาหกรรม เขาอาจจะไม่ใช่คนจนที่สุดครับ แต่เราก็ไม่ควรรังเกียจมาตรการ ที่จะไปช่วยเหลือเขา แล้วเงินที่ช่วยเหลือในโครงการนี้ก็ยังน้อยกว่าเงินที่เข้าไปแทรกแซง ในเรื่องของโครงการของภาคการเกษตร เพราะเราก็เข้าใจดีครับ แล้วก็จะมีมาตรการ ช่วยเหลือในเรื่องของหนี้สินของเกษตรกรและมาตรการอื่น ๆ อีกเช่นเดียวกัน เราอย่าไป แบ่งแยกพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วเราก็ต้องพยายามช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ในทุกภาคส่วน

ทีนี้ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้าวในส่วนที่เปึนข้าวที่ไม่ถึง ๙๐ วันนะครับ กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วเราพยายามที่จะประชาสัมพันธ์แล้วก็รณรงค์ คือหลักจริง ๆ แล้ว เกษตรกรจะสามารถใช้สิทธิในโครงการของการประกันรายได้ป้ละ ๒ ครั้ง ซึ่งน่าจะ ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพที่จะทําได้ก็คือส่วนใหญ่ก็จะเปึนพื้นที่ในภาคกลาง แล้วเรา ก็พยายามที่จะรณรงค์ให้ไม่ปลูกข้าวที่มีอายุสั้นกว่า ๙๐ วัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ทราบว่า มีหลายพื้นที่ ซึ่งอาจจะเปึนเพราะว่าการประชาสัมพันธ์ไปไม่ทั่วถึง แล้วก็เนื่องจาก มีการปรับเปลี่ยนโครงการมา และพี่น้องประชาชนก็ปลูกไปแล้ว ผมก็กําลังขอที่จะมาดูว่า ในกรณีเช่นนี้มีมากน้อยแค่ไหนเพียงไร แล้วก็จะพยายามดูครับว่าถ้าสามารถที่จะ เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเปึนการเฉพาะได้ก็จะทํานะครับ แต่ก็จะทําในลักษณะที่จะ ส่งสัญญาณต่อไปว่าอยากจะให้วางแผนวงรอบของการปลูก ซึ่งหนีปัญหาในเรื่องของน้ํา และเรื่องอื่น ๆ แล้วขณะเดียวกันก็มาส่งเสริมสนับสนุนให้ปลูกพันธุ์ข้าวที่เราอยากจะ สนับสนุนเพื่อรักษาคุณภาพของข้าวไทยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยมหมดถามคําถามที่ ๓ ท่านมีอะไรครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ผมขอฝากครับท่านประธาน ฝากท่านประธาน ไปถึงนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ผมพูดขึ้นมาวันนี้เปึนข้อเท็จจริงในพื้นที่ และผมประกอบอาชีพ โดยการทํานามาก่อน ผมเข้าใจความรู้สึกพี่น้องเกษตรกร และในพื้นที่แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน นะครับ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ และสิ่งที่ผมพูดไปท่านนายกรัฐมนตรีตอบมา และผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีนําไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ก็เปลี่ยนแปลงครับ ยังไม่สายครับท่านประธาน ทําอย่างไรเอาพี่น้องเกษตรกรมาเปึนตัวตั้งให้เขามา มีส่วนร่วมแนวทางในการแก้ปัญหา ท่านจะเปลี่ยนโครงการ เปลี่ยนนโยบายผมไม่ว่า แต่อย่าทําให้พี่น้องประชาชนเสียความรู้สึก ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ก็ขอกราบเรียนนะครับว่า จริง ๆ ข้อเท็จจริงที่ท่านเสนอมานี่จริง ๆ ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรกันเลย แล้วก็รับฟัง ผมก็ทํา โครงการนี้ไป ก็ให้ทุกท่านติดตามใกล้ชิด มีข้อมูลเฉพาะพื้นที่ก็พยายามที่จะดูแลให้นะครับ เรื่องการปรับปรุงบางเรื่อง เช่น เรื่องตัวเลข เรื่องอะไร เราก็จะทํานะครับ แต่หลักการที่ผม จะไม่เปลี่ยนแปลงก็คือว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทุกครัวเรือนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เปึนอันจบกระทู้ถามสดที่ ๒

๑.๒.๓ กระทู้ถามสดที่ ๐๖๔ เรื่อง นโยบายและมาตรการปัองกัน การทุจริตงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง (นายจุติ ไกรฤกษ์ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ครับ เชิญครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไรครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผมใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่แล้วครับ ผมอนุญาตไม่ได้ครับ เปึนวาระกระทู้ถามครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ เชิญท่านจุติครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเปึนธรรมเนียมปฏิบัติ คือคนที่ไม่ได้ตั้งกระทู้ถาม ก็จะลุกพูดกันมันเลยกลายเปึนเรื่องญัตติ เชิญนั่งลงครับ ไม่อนุญาตครับ ผมจะให้ท่านจุติ ถามกระทู้ถามครับ ท่านมีอะไรครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผมสั้น ๆ นิดเดียวเองครับ ท่านประธาน ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ครับ คือจริง ๆ มันใช้สิทธิไม่ได้ตามข้อบังคับ มีแต่ผู้ตั้งกระทู้ถามกับผู้ตอบกระทู้ถาม และผู้ถูกพาดพิง

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผมจะชี้แจงกับท่านประธาน อย่างนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ชี้แจงเรื่องอะไรครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ฟังผมสั้น ๆ นิดเดียวเท่านั้นเอง ครับ ไม่ถึง ๑ นาทีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือถ้าเปึนเรื่องข้าวไม่ต้องแล้วครับ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านตอบแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านจุติถามกระทู้ถามท่านครับ เชิญครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานผมไม่ได้จะพูด เรื่องข้าวครับ ท่านฟังผมสักนิดเดียวละครับ ๑๕ วินาทีเท่านั้นเองครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรื่องอะไรครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

อย่างนี้ครับ คือกระทู้ถามสด วันนี้ในส่วนของฝ์ายรัฐบาลจริง ๆ วันนี้จะต้องเปึนสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งตัวผมเองก็กําลังจะลุกขึ้นถามท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นเรื่องข้าว แต่ว่าผมได้รับ สัญญาณมาว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไปปฏิบัติหน้าที่ที่อําเภอหัวหิน พร้อม ๆ กับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ ท่านก็พบกับผมเมื่อวานว่าท่านไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถามของผมได้ จึงขอเลื่อน กระทู้ถามของผมเปึนสัปดาห์หน้า ผมก็จึงไปตกลงกับพรรคประชาธิปัตย์ว่าถ้าเปึน อย่างนั้น ผมขอสลับกระทู้ถามกันให้ของผมไปเปึนสัปดาห์หน้า ก็จะเรียนฝากกับ ท่านประธานเพื่อบันทึกเอาไว้ในห้องประชุมแห่งนี้ แล้วก็ฝากเรียนไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าอาทิตย์หน้าผมก็จะตั้งกระทู้เรื่องข้าว ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านนิยม ได้ตั้งถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเห็นว่ามีบางประเด็นที่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ก็เลยอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า อาทิตย์หน้าผมจะตั้ง กระทู้ถามท่านกรุณาช่วยมาตอบผมด้วยเท่านั้นเองครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนายกรัฐมนตรีขอเชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริงผมอาจจะได้ข้อมูลไม่ตรงกับเพื่อนสมาชิก คือที่ทราบว่ามีการแลกกระทู้ถามกัน เพราะนึกว่าท่านจะถามท่านรองนายกกอร์ปศักดิ์ซึ่งท่านไม่อยู่จริง ๆ ส่วนผมไปหัวหินจริง ไปมาแล้ว แต่ผมก็อย่างที่กราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่าทุกสัปดาห์ผมพยายามว่าช่วง กระทู้ถามสดผมจะกลับมาอยู่ที่สภา สัปดาห์หน้าท่านตั้งกระทู้ถามได้ครับ แล้วก็อยากให้ ตั้งด้วยเพราะว่าเรื่องข้าวเปึนเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเปึนผลประโยชน์ แล้วกระทู้ถามเมื่อสักครู่ก็เปึนประโยชน์มาก ก็ไม่ต้องกังวล ก็ยินดีที่จะตอบกระทู้ถามของท่าน สัปดาห์หน้า แล้วก็ทราบว่าท่านห่วงใยเรื่องนี้มากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ไปบริหารจัดการกันภายในนะครับ เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า จากการที่รัฐบาลนั้นมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ลงทุนผ่านโครงการไทยเข้มแข็งในป้งบประมาณ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ นั้น ขณะนี้ มีการกล่าวหาถึงโครงการว่าอาจมีการทุจริตงบประมาณในการก่อสร้าง ทุจริต งบประมาณในการจัดซื้อของกระทรวงต่าง ๆ ผมขอตั้งคําถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีดังนี้ครับ คําถามว่าขณะนี้ท่านได้มีการตรวจสอบโครงการไทยเข้มแข็งว่ามีการอนุมัติงบประมาณ ไปเท่าใด และมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปจํานวนเท่าใด และในโครงการ ที่อนุมัติไปนั้น เบิกจ่ายไปนั้นมีการทุจริตงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งกี่โครงการ อะไรบ้าง และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริตนั้นมีมูลค่าเท่าใดครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขเปึนเบื้องต้นก่อนนะครับ เบื้องต้นนะครับในกระทรวงสาธารณสุขที่ปรากฏเปึนข่าวว่ามีการอยู่ระหว่างการสอบสวน โครงการบางประเภทที่มีปัญหาเนื่องจากการตั้งราคาเกินจริง หรือเปึนโครงการ ที่ประชาชนยังไม่ได้ขอมา ผมขออนุญาตเรียนนะครับ งบประมาณไทยเข้มแข็งเบื้องต้น กระทรวงสาธารณสุขได้รับมาตามพระราชกําหนดประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ในงบประมาณทั้งหมดครับ ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแม้แต่โครงการเดียว และขณะนี้ผมได้สั่งให้ชะลอโครงการทั้งหมดจนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะเปึนไปด้วย ความโปร่งใสถึงจะได้มีการดําเนินการต่อครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในภาพรวมนะครับ ในเรื่องของการที่มีการดําเนินการ โครงการตามโครงการไทยเข้มแข็ง ที่คณะรัฐมนตรีรับรายงานมา จะมีโครงการ ที่ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้วก็คือกรณีของกระทรวงการคลังนะครับ คือไปเพิ่มทุนให้กับ ธนาคารต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถมาปล่อยสินเชื่อให้พี่น้องประชาชนได้มากขึ้น กับมีโครงการของกระทรวงคมนาคม ซึ่งยังเปึนจํานวนโครงการน้อยมากนะครับ ที่สามารถดําเนินการเซ็นสัญญาแล้วก็ดําเนินการได้ ส่วนใหญ่ก็จะเปึนโครงการ ของกรมทางหลวงชนบทครับ ซึ่งยังไม่มีรายงานในเรื่องปัญหาการทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุติ คําถามที่ ๒

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าข้อมูลที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการอภิปรายกันเมื่อวานนี้นะครับ เมื่อวานนี้มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริตในโครงการ ของกระทรวงสาธารณสุข ถึงแม้ว่าไม่มีการอนุมัติงบประมาณ แต่เปึนการกล่าวหาว่า มีการเตรียมการโกงกัน มีการเตรียมการล็อก สเปก (Spec) กัน เพื่อทุจริต ในโครงการงบประมาณไทยเข้มแข็ง นอกจากนั้นแล้ว ผมอยากจะทราบว่าในสิ่งที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อวานนี้นะครับ โครงการทุจริตในเรื่องของถนนก็ตาม ถึงแม้ว่าบางท่านรัฐมนตรีนั้นอาจจะตอบมาแล้วนะครับว่าไม่เกี่ยวกับงบโครงการ ไทยเข้มแข็ง เปึนงบอื่นที่ผ่านสภาไป แต่อยากจะทราบว่าวันนี้ครับรัฐบาลมีมาตรการ มีนโยบายตรวจสอบปัองกันการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งตามกระทรวงต่าง ๆ อย่างไรบ้าง และในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอบมาว่ายังไม่มีการอนุมัติงบประมาณนะครับ ส่วนในการเตรียมการโกงนะครับ ท่านได้ลงไปดูปัญหานี้อย่างไร แล้วสั่งให้มีการแก้ปัญหานี้อย่างไรบ้าง แล้วท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายจะให้แต่ละหน่วยงานได้ตรวจสอบโครงการของตัวเอง ก่อนอนุมัติงบประมาณหรือไม่ ถ้ามีทําหรือยัง ถ้าไม่มีท่านจะทําอย่างไรนะครับ นี่คือคําถามของผมในรอบที่ ๒ ครับท่านประธานครับ

และในส่วนของกระทรวงต่าง ๆ นั้นก็อยากจะทราบครับว่าทางรัฐบาลนั้น มีนโยบายให้หน่วยงานข้างนอก นอกเหนือจากกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงศึกษาธิการ หากตรวจสอบกันเองอาจจะไม่มีผล เพราะว่าผลัดกันเกาหลัง นะครับ ทีนี้ถามว่าตรงนี้จะให้หน่วยงานข้างนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบเพื่อให้ เกิดความมั่นใจว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะมีการปัองกันทุจริตได้อย่างเบ็ดเสร็จ แล้วก็การดําเนินการทุจริตในอดีต กระทรวงสาธารณสุขนั้นก็ประวัติไม่ค่อยดีนะครับ ผมยังทราบว่าโครงการทุจริตคอมพิวเตอร์ก็ตาม รถพยาบาลก็ตามยังสอบไม่เสร็จ แล้วเรื่องนี้จะให้ความมั่นใจได้อย่างไรครับว่าจะเสร็จ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเรียนตอบคําถามเพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามไว้นะครับ ในส่วน กระทรวงสาธารณสุขงบประมาณที่ได้จากโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมดประมาณ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับแบ่งออกเปึน ๓ ส่วนหลัก ๆ นะครับคือ

ส่วนที่ ๑ คือการจัดสร้างอาคารสถานที่ ซึ่งตามที่เพื่อนสมาชิก ได้ทราบดีนะครับว่า สภาพการณ์ของโรงพยาบาลทุกจังหวัดในช่วงระยะเวลา ๗-๘ ป้ ที่ผ่านมาครับ เราเกือบจะไม่มีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลเลย โรงพยาบาลทุกจังหวัด ที่เราไปเจอก็จะเจอสภาพของผู้ป์วยที่ล้นทะลักตามระเบียงทางเดินทั้งหมด เราเห็นผู้ป์วย นอนอยู่และเปึนภาพที่น่าจะเปึนที่อเนจอนาถแก่ผู้พบเห็น เพราะฉะนั้นโครงการ ไทยเข้มแข็งอันแรกก็คือการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ นะครับ รวมทั้งบ้านพักแพทย์ และพยาบาล

ส่วนที่ ๒ ครับเปึนการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ ซึ่งหมายถึงเครื่องมือ ทางการแพทย์ทั้งหมดที่มีลักษณะของการขาดแคลน

ส่วนที่ ๓ ก็คือการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ และพยาบาล เนื่องจากเกือบ ๑๐ ป้ที่เราเดินเข้าสู่โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประชาชนใช้บริการรักษาพยาบาลฟรี งบประมาณที่ใช้ในกระทรวงสาธรณสุขทั้งหมด ก็ถูกทุ่มเทไปในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้นะครับ กระทรวงสาธารณสุขทั้งกระทรวง ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง เพิ่มไปจากเดิมแม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นโครงการไทยเข้มแข็งเปึนโครงการที่จะนําไป ชดเชยความขาดแคลนที่เกิดขึ้นทั้งหมด จนถึงขณะนี้ทิศทางของกระทรวงสาธารณสุขก็ คืองบประมาณทุกส่วนที่ได้มาจะมีการกระจายไปยังทุกพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณ ถ้างบประมาณนั้นได้รับการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอําเภอ งบก็จะ กระจายไปที่นั่น จัดสรรให้โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ก็จะจัดสรรไปที่นั่น ทุกงบประมาณจะไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยสํานักงานในส่วนกลางโดยเด็ดขาด เปึนทิศทางที่เราหวังว่าจะใช้งบเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อเตรียมความพร้อมครับ ในการที่จะทําโครงการได้อย่างรวดเร็ว ก็เปึนไปตามทิศทางรัฐบาลครับ ทุกส่วนราชการ ก็เตรียมความพร้อม เพราะฉะนั้นที่เพื่อนสมาชิกกล่าวถึงการจัดเตรียมในการประมูล ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นทุกแห่งครับ ในกระทรวงสาธารณสุขบางแห่งก็มีการจัดเป่ดเพื่อจะ เป่ดการประมูลนะครับ แต่หลังจากที่มีข้อร้องเรียนมาที่ผมโดยตรง มีข้อร้องเรียน ผ่านเพื่อนแพทย์ซึ่งเปึนแพทย์ชนบท ผมก็เริ่มที่จะติดตามโครงการทั้งหมดอย่างใกล้ชิด ก็เริ่มต้นในการตั้งคณะกรรมการในระดับกระทรวงครับ ในการที่จะทบทวนรายการ ทั้งหมดของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๗,๔๐๐ รายการ คณะกรรมการ ที่เข้าร่วมในการทบทวนเปึนคณะแพทย์ตั้งแต่แพทย์ชนบท แพทย์จังหวัด สาธารณสุข จังหวัด ผู้ตรวจราชการ ทั้งหมดจะทําหน้าที่ทบทวนรายงานทั้ง ๗,๔๐๐ รายการ หากรายการใดเปึนไปโดยไม่ชอบ ๒ ประการ

ประการที่ ๑ เปึนรายการที่แต่ละโรงพยาบาล แต่ละพื้นที่เขาไม่ได้ขอมา และส่วนกลางยัดเยียดไปให้ โครงการนั้นจะต้องถูกจัดแยกออกมา

ประการที่ ๒ หากโครงการใดที่เปึนการจัดซื้อไม่ว่าครุภัณฑ์หรือก่อสร้าง หากมีราคาเกินจากความเปึนจริงจะต้องถูกจัดแยกออกมา และจะมีกรรมการชุดที่ ๒ สอบข้อเท็จจริงครับว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นมาเพราะอะไร ที่ไม่ได้ขอและได้มาใคร เปึนคนยัดเยียดเข้าไปให้ คณะกรรมการชุดนั้นจะต้องไต่สวนให้ชัดเจน และหากเปึน การตั้งราคาที่เกินจริงใครเปึนคนทําราคานั้นเกินจริง กรรมการชุดที่ ๒ ก็จะทําการไต่สวน เบื้องต้นการไต่สวนก็ออกครับ เครื่องมือที่มีการจัดซื้อในราคาประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท หรือเรียกว่าเครื่องอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) ในการที่จะทําลายเชื้อโรคในอากาศ เนื่องจากกรณีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ มีการจัดซื้อประมาณ ๘๐๐ เครื่อง งบประมาณ ๓๒ ล้านบาท ผลการสอบสวนเบื้องต้นก็ออกครับว่ามีบุคคล เข้าไปเกี่ยวข้องในการสั่งให้มีการดําเนินการเช่นนั้น แต่หลังจากการสอบสวนเสร็จครับ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ก็เกิดครับว่า กลัวว่าการสอบสวนจะไม่กล้าสาวไปถึงตัวการที่เปึนจริง และกลัวว่าการสอบสวนจะล่าช้าไม่เปึนไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมก็กังวลเช่นนี้เหมือนกันครับ เพราะที่นี่มันมีบทเรียนมาในอดีตตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง หลายครั้ง จนเปึนตํานานของกระทรวงสาธารณสุข จึงได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ และสุดท้ายผมก็ตัดสินใจเสนอท่านนายกรัฐมนตรีที่จะเชิญบุคคลภายนอกมาเปึน คณะกรรมการสอบ เราได้เรียนเชิญบุคคลภายนอก ท่านนายแพทย์บรรลุซึ่งเปึน แพทย์ผู้ใหญ่ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และเปึนคนที่เคยสอบสวนเรื่องราวการทุจริต ในกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนมาเปึนประธานสอบ นอกจากนั้นก็เสนอบุคคลที่คิดว่า เปึนคนที่เก่งในด้านการสืบสวนและมีเกียรติประวัติ เช่น พลตํารวจเอก ประทิน สันติประภพ ทั้ง ๒ ท่านรับปากครับ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เตรียมที่จะหารือ กับท่านทั้งสองเพื่อกําหนดเปึนคําสั่งว่าจะมีใครร่วมเปึนคณะกรรมการบ้าง และจะมีกรอบ ในการสอบสวนอย่างไรบ้าง

ประการที่ ๓ ที่จําเปึนจะต้องทําไป ก็คือการสอบสวนทั้ง ๗,๔๐๐ รายการ ขณะนี้เพื่อเปึนหลักประกันว่ากระทรวงสาธารณสุขจะต้องใช้งบประมาณโดยความ ตรงไปตรงมา ผมได้ขอโทษเพื่อนที่อยู่ในวงการแพทย์ทั้งหมดทั่วประเทศ งบประมาณ ของกระทรวงสาธารณสุขอาจจะชะลอช้าลงไปครับ ตราบใดที่การไต่สวนไม่จบสิ้นว่า งบประมาณในส่วนไหนบ้างที่เปึนอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส เราก็จะชะลอโครงการ ไว้ก่อน แต่เมื่อการไต่สวนโดยคณะกรรมการที่คิดว่าเปึนกลางเห็นว่าโครงการใดตรงไปตรงมา และโปร่งใสแล้วกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถึงจะเริ่มขึ้น ผมให้ความมั่นใจกับเพื่อนสมาชิก ครับว่า ผมจะตรวจสอบทุกอย่างเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเพราะกระทรวงนี้เรามีปัญหา มานาน วันนี้ความร่วมมือไม่ว่าแพทย์ในชนบท แพทย์ในเมือง แล้วก็ข้าราชการ ในกระทรวงทั้งหมดทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือในการไต่สวนหาคนเตรียมการกระทํา ความผิดครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนภาพรวมในเรื่องของการปัองกัน การตรวจสอบ แล้วก็การแก้ไขปัญหาในกรณีที่มีการทุจริตเกิดขึ้น เบื้องต้นอยากจะ กราบเรียนว่าในแง่ของการใช้และการเบิกจ่ายเงินในโครงการไทยเข้มแข็งนี้ กระบวนการ ที่จริงแล้วเทียบเคียงได้กับกระบวนการงบประมาณตามปกติ อันนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ไม่มีใครไปเข้าใจว่า ถ้ามาในโครงการนี้แล้วระบบที่มีการตรวจสอบตามปกติของ งบประมาณจะหายไป

ประการที่ ๒ อยากจะกราบเรียนครับว่า เรามีคณะกรรมการซึ่งทําหน้าที่ มาตั้งแต่ต้นในการกลั่นกรองบริหารโครงการ แล้วก็จะมาติดตามเร่งรัด ซึ่งคณะกรรมการ ทั้ง ๒ ชุดนี้รัฐบาลได้ดําเนินการตั้งแต่ต้นโดยไม่มีฝ์ายการเมืองเข้าไป เปึนเรื่องของ ผู้ทรงคุณวุฒิกับฝ์ายประจํา อย่างไรก็ตามกระบวนการที่จะเผยแพร่แล้วก็ให้ข้อมูล ฝ์ายต่าง ๆ มาตรวจสอบก็มีการดําเนินการคู่ขนานไป อย่างเช่นที่ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังก็ได้ย้ําหลายครั้งถึงการที่จะเอาข้อมูลขึ้นในเว็บไซต์ (Web site) ให้ทราบถึงสถานะรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สาธารณะสามารถที่จะช่วยกัน ตรวจสอบแล้วก็แจ้งข้อมูลเข้ามาได้ ผมกราบเรียนครับว่าการดําเนินการในเรื่องนี้กรณี ที่เกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุข ผมเองก็ได้เชิญทางกลุ่มแพทย์ชนบทซึ่งเปึนผู้ที่เป่ดข้อมูล เรื่องนี้มาปรึกษาแล้วก็ให้ข้อมูลเบื้องต้น แล้วก็ดําเนินการ ก็จะเปึนอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงไปก็คือปัญหาที่เกิดขึ้น ๒ ลักษณะก็คือ

๑. รายการการก่อสร้างที่เห็นว่ามีราคากลางที่สูงเกินความเปึนจริง

๒. ครุภัณฑ์หรืออุปกรณ์การแพทย์ของที่ไม่ได้เปึนที่ต้องการแล้วมาปรากฏ อยู่ในรายการ ทั้ง ๒ กรณีนี้ก็จะมีกระบวนการในการที่จะเข้าไปเร่งดูแล้วก็ทบทวน ถ้ามีรายการใดที่ไม่จําเปึน ราคาอะไรที่สูงเกินความเปึนจริงก็จะต้องตัดราคาหรือเลิก โครงการนั้นไปนะครับ อันนี้เปึนเรื่องซึ่งตรงกับที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปแล้ว ส่วนการที่จะ ดึงกระบวนการอื่น ๆ เข้ามาตรวจสอบ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่านอกเหนือ จากกระบวนการภายในที่ทํากันอยู่ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งเปึนหน่วยงานอิสระ ตามรัฐธรรมนูญก็มีอํานาจเข้ามาตรวจสอบได้ด้วย ผมเองก็กําลังที่จะขอความร่วมมือ ไปยังองค์กรอิสระทั้งหลาย ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานอื่นว่าอยากจะ ขอความร่วมมือท่านเข้ามาติดตามเรื่องนี้เปึนกรณีพิเศษเพื่อที่จะได้มีการดําเนินการ นอกจากนั้นครับ หน่วยงานที่จะมีส่วนช่วยในการทํางานให้เราสามารถสืบสวนหา ข้อเท็จจริงเปึนกรณีพิเศษได้ ขออนุญาตไม่เป่ดเผยรายละเอียดทั้งหมด ก็จะได้มี การสั่งการให้ดําเนินการเพื่อติดตามอย่างจริงจังต่อข้อครหา หรือข้อกล่าวหา หรือข้อมูล เบาะแสใด ๆ ที่มีการแจ้งมาทั้งหมด สําหรับกรณีของกระทรวงสาธารณสุขนั้นเมื่อเช้านี้ ผมได้ทาบทามคุณหมอบรรลุมาเปึนประธาน ซึ่งท่านได้ตอบตกลงโดยขอว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่คณะกรรมการของกระทรวง แต่เปึนคณะกรรมการซึ่งผมในฐานะ นายกรัฐมนตรีเปึนผู้แต่งตั้ง รายละเอียดขององค์ประกอบคณะกรรมการและอํานาจ หน้าที่ ผมจะให้ท่านเปึนผู้เสนอขึ้นมา กราบเรียนท่านประธานว่าครั้งที่แล้วที่ผม เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยังดูแล ป.ป.ป. ในช่วงที่จะเปึนรอยต่อ กับ ป.ป.ช. ผมก็เปึนคนที่ไปทาบทามท่านมาทําในเรื่องของการทุจริตยา แล้วก็ได้ให้ ความร่วมมือกับท่านเต็มที่ในการสอบสวน ก็ให้ความมั่นใจกับท่านนะครับว่า สิ่งที่เคย ทํางานกันมาก่อนหน้านี้ก็จะเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิด ความมั่นใจ สําหรับในเรื่องของหน่วยงานนั้นผมได้ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้มีการนัดหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็ง ทั้งหมด แล้วก็จะไปให้นโยบายอย่างชัดเจนว่าต่อจากนี้ไปถ้าปรากฏรายการต่าง ๆ แล้วไม่มีการเข้าไปตรวจสอบ หรือในโครงการรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งเปึนปลีกย่อย ลงไปหน่วยงานต้องตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องและถ้ายืนยันความถูกต้องแล้ว จะต้องเปึนผู้รับผิดชอบถ้าหากว่ามีกรณีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น

สําหรับฝ์ายการเมืองก็กราบเรียนครับว่า ผมยืนยันไม่มีการปกปัอง แล้วก็พร้อมรับการตรวจสอบ และคณะกรรมการอย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่กระทรวง สาธารณสุข ผมก็ได้เรียนกับท่านอาจารย์คุณหมอบรรลุไปว่าท่านดําเนินการได้เต็มที่ รัฐบาลพร้อม ถ้าไปเกี่ยวข้องกับใครเราก็ต้องให้ผู้นั้นรับผิดชอบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุติคําถามสุดท้ายครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วัตถุประสงค์ของโครงการ ไทยเข้มแข็งอย่างที่ทราบนะครับว่า วัตถุประสงค์หลักคือต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็ สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยว่า เชื่อมั่นประเทศไทย ไทยพอเพียง แล้วก็ไทยเข้มแข็ง วันนี้หลังจากที่สื่อออกมาเสนอข่าวกับประชาชน ๒-๓ วัน สูญเสียความเชื่อมั่นไปมากครับ ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาว่านโยบายมาตรการที่จะเรียกคืน ความเชื่อมั่นในโครงการไทยเข้มแข็งท่านจะทําอย่างไร

อีกประการหนึ่งผมอยากจะขอร้องท่านนายกรัฐมนตรีว่าบัญชา ให้เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลทุจริตที่สภาผู้แทนราษฎรอภิปรายเมื่อวานนี้ทุกเรื่องครับท่าน ทั้งสภา แล้วก็ไปตรวจสอบทุกเรื่องแล้วก็ตอบให้สภาทราบ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อพวกเราแล้วก็สร้างความโปร่งใสได้พอสมควร

คําถามผมจะถามเปึนอันสุดท้ายผ่านท่านประธานคือว่า ระยะเวลา การตรวจสอบเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุด จะให้เนิ่นนานไม่ได้ ผมทราบครับว่าประวัติศาสตร์นั้น ลืมไปแล้วว่าทุจริตยาที่มีรัฐมนตรีนอนอยู่ในคุกท่านอภิสิทธิ์เปึนคนเริ่มต้นเมื่อตอนสมัย เปึนรัฐมนตรีตอนช่วงนั้น มาวันนี้ผมขอคํามั่นได้ไหมครับว่าท่านจะสามารถดําเนินการ สอบสวนเรื่องทุจริตกระทรวงสาธารณสุขก็ตาม โครงการไทยเข้มแข็งก็ตามครับ ขอให้เปึน ของขวัญป้ใหม่ของคนไทยครับท่านว่าเอาคนชั่วเข้าคุกให้ได้ โดยเฉพาะในกระทรวง สาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึนใครในโครงการไทยเข้มแข็งก็ตามโครงการคอมพิวเตอร์ ๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีคนชั่วเข้าคุกเลย โครงการทุจริตรถพยาบาลเอย โครงการทุจริต โรงงานผลิตวัคซีนเอย อยากขอคํามั่นนี้ว่าจะสามารถทําได้หรือไม่ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอยืนยันกับทางสภานะครับว่า กระบวนการตรวจสอบ ทุกกระบวนการเราจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ ส่วนประเด็นว่าจะไปถึงใครอย่างไรบ้าง ก็เปึนไปตามข้อเท็จจริง ทีนี้เรื่องกรอบเวลาผมจะให้ท่านคุณหมอบรรลุท่านเสนอมาก่อน ด้วยเหตุที่ว่าถ้าผมไปเร่งรัดมากเกินไปก็เกรงว่าจะถูกครหาอีกว่าไม่เป่ดโอกาสให้ทํางาน ได้อย่างเต็มที่ แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านที่จะมาสอบในเรื่องนี้ตระหนักดีครับว่าโครงการที่เปึน ประโยชน์ที่ไม่ได้มีปัญหาก็มีจํานวนมากก็จะต้องเดินหน้าต่อ เพราะฉะนั้นก็จะเร่งรัด ให้เร็วที่สุดตราบเท่าที่ไม่กระทบกับความสามารถในการทํางานในการตรวจสอบในเรื่องนี้ ผมกราบเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายว่าข้อมูลที่เพื่อนสมาชิกหยิบยกขึ้นมาก็ดี แม้กระทั่ง การที่บุคคลภายนอกพูดจาปรากฏเปึนข่าวนอกสภาก็ดี ผมไม่เคยนิ่งนอนใจ แล้วก็ จะเห็นว่าผมก็จะเชิญผู้ที่มีข้อมูลมาให้ข้อมูล แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าเราไม่เพิกเฉย ต่อข้อมูลเหล่านั้น ไม่ว่าจะเปึนภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนภาคประชาชนหรือใครก็ตาม เพราะถือเปึนหน้าที่ของทุกฝ์ายร่วมกันครับ ในการที่จะต้องรักษาความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของประเทศ โครงการนี้ทําขึ้นมาเพื่อยกเครื่องทําให้เกิดความพร้อม ทั่วประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน น่าเสียดายว่ายังมีคนที่คิดหากินกับเรื่องเหล่านี้ แล้วก็ เปึนหน้าที่พวกเราทุกคนที่จะต้องขจัดคนเหล่านี้ออกไป เพื่อความเข้มแข็งของประเทศ อย่างแท้จริง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบวาระการพิจารณากระทู้ถามนะครับ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ

เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุม ๓๙๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมจะขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒)

ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

การพิจารณาในวาระสองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติ ที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้นะครับ ทั้งนี้เว้นแต่ ที่ประชุมจะมีมติเปึนอย่างอื่น

เนื่องจากท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งว่าเพื่อให้ การชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปึนไปด้วยความเรียบร้อย จึงขออนุญาตให้นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการ ประธานศาลรัฐธรรมนูญเข้าร่วมชี้แจง ซึ่งประธานก็ได้พิจารณาแล้วนะครับว่า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาร่างฉบับนี้ก็อนุญาตให้ร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๖ วรรคสอง ก็ขอเชิญเข้าประจําที่ คณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเรียนเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลง เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ....

ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ในวันพุธที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาด้วยความรอบคอบ ละเอียด โดยได้มีการประชุม รวมจํานวนไม่น้อยกว่า ๔๐ ครั้ง และได้เชิญผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทนสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการเพื่อชี้แจง แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับประเด็น และข้อเท็จจริงในการปฏิบัติและการบริหาร ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการเปึนอย่างยิ่งและคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณาดําเนินการต่อไปครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุทัศน์ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้สงวน ความเห็นในมาตรา ๓ ไว้ กล่าวคือคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ไขคําจํากัดความ ในมาตรา ๓ ในเรื่องคําว่า คดี เปลี่ยนเปึนคําว่า เรื่องพิจารณา และได้มีการเพิ่มเติม ในเรื่องการนั่งพิจารณาคดี โดยเพิ่มข้อความว่า วินิจฉัยชี้ขาดของศาลหรือตุลาการ โดยจะ ออกนั่งบัลลังก์หรือไม่ก็ตาม รวมทั้งได้มีการเพิ่มข้อความคําจํากัดความคําว่า ข้อพิพาท หมายความว่า ข้อขัดแย้ง ข้อโต้แย้ง หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และหมายความรวมถึงข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกัน กระผมเสนอความเห็นขอคง ตามร่างเดิม กล่าวคือ ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้คําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา นั้น ขอแก้กลับไปเปึนร่างเดิมคือมีคําว่า คดี เหมือนเดิม ทุกแห่งที่มีคําว่า คดี และขอตัด ข้อความคําว่า ข้อพิพาท ออก ให้คงร่างเดิม โดยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

ท่านประธานครับศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนหนึ่งในองค์กรของศาลยุติธรรม ซึ่งจะมีบัญญัติไว้ในหมวด ๑๐ ว่าด้วยศาล ส่วนที่ ๑ กล่าวคือจะบัญญัติไว้ ในมาตรา ๑๙๗ ถึงมาตรา ๒๒๘ ศาลรัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๔ ศาลยุติธรรมจะบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๘ ศาลปกครองจะบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๓ ส่วนศาลทหารจะบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๘ แต่ละศาลนั้นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จะมีบทบัญญัติทํานองเดียวกันว่ามีอํานาจในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งคําว่า คดี นั้น เปึนคําสามัญที่ใช้อยู่ทั่วไปในองค์กรศาลและองค์กรศาลก็เปึนองค์กรที่พิจารณา พิพากษาอรรถคดีเพื่อยุติข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งทั้งปวง ซึ่งอํานาจดังกล่าวนั้นก็เปึน อํานาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และในรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนั้น มาตรา ๓ ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงไว้อํานาจทางศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็เปึนองค์กรตุลาการหนึ่งในบรรดาศาลทั้งปวง คําว่า คดี นี้จะได้มี การบัญญัติไว้ในระดับที่เปึนกฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความของกฎหมายทั้งปวง ที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความ ไม่ว่าจะเปึนวิธีพิจารณาของศาลยุติธรรม ซึ่งจะมีอยู่ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและศาลปกครองซึ่งก็จะมีอยู่ในพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้นเพื่อที่จะไม่ให้ เกิดความสับสนแก่ผู้ใช้กฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องทั้งปวง คําว่า คดี ได้ใช้มาตลอดเวลา และเปึนความหมายที่อยู่ในการพิจารณาของศาลทั้งปวง จึงขอให้คงคําว่า คดีไว้ ไม่เห็นชอบด้วยในการที่กรรมาธิการเสียงข้างมากมาแก้เปึนคําว่า เรื่องพิจารณา

เหตุผลที่ ๒ ที่กระผมได้มีความเห็นอีกประการหนึ่งก็คือ กฎหมาย ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเพิ่มคําว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ลงไปใน คําจํากัดความของคําว่า กระบวนพิจารณา กระผมขอตัดคํานั้นออก โดยให้ใช้ร่างเดิม โดยให้มีความว่า ตลอดจนการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เหมือนร่างเดิมคงไว้ โดยเหตุผลว่าในอนาคตนั้นเราก็ไม่ทราบว่าจะมีกฎหมายอื่น ตราขึ้นมาโดยรัฐสภาให้องค์กรใดก็ตามอาจจะสามารถเสนอ หรือยื่นคําร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือซึ่งมีบทบัญญัติในมาตรา ๒๑๒ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มีคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อาจจะต้องนํามาเสนอต่อศาลได้ เพราะฉะนั้นหากเว้นคําว่า กฎหมาย ไว้กว้าง ๆ ก็จะสามารถทําให้นําเรื่องดังกล่าว มาเสนอต่อศาลได้ไม่ต้องมาพิจารณาหรือแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ อีกส่วนเหตุผลที่ผมขอตัดคําจํากัดความที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเพิ่มคําว่า ข้อพิพาท ลงไปนั้น ทั้งนี้เพราะว่ากระผมอยากจะให้เปึนข้อความเดิมคือตัดออกทั้งหมดที่เพิ่ม เข้ามา ทั้งนี้โดยเหตุผลว่า ถ้อยความดังกล่าวนั้นเปึนถ้อยความที่มีความหมายกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมายความรวมถึงข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง ซึ่งการตีความความหมายของคําว่า เปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง นั้น ยังมีลักษณะ ไม่ชัดเจน อีกทั้งบทนิยามดังกล่าวนั้นไม่ได้กําหนดระยะเวลาของการมีข้อพิพาทไว้ ถ้าเขียนไว้กว้าง ๆ ดังที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเขียนไว้แล้วนั้นก็จะทําให้เกิด ความสงสัยว่า ต่อไปในระยะเวลานานถ้ามีเหตุแห่งการคัดค้านเกิดขึ้นแล้วก็จะสามารถนํา คดีนี้มาได้ ซึ่งไม่ได้กําหนดระยะเวลาแน่นอน จึงขอตัดที่เพิ่มมาและขอกลับไปร่างเดิมดังที่ กราบเรียนมาแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมดูในมาตรา ๓ นี้นะครับ ผมเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมนะครับ อย่างกรณีที่คณะกรรมาธิการ ได้ตัดคําว่า คดี และเปลี่ยนเปึน เรื่องพิจารณา ถูกต้องแล้วครับ เพราะว่าผมนี้ได้ใช้บริการ ของศาลรัฐธรรมนูญ ๒-๓ ครั้ง ก็ไม่ต้องไปทําแบบฟอร์มเหมือนคดีทั่ว ๆ ไป เขียนเปึน หนังสือเหมือนข้อร้องเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็ได้หยิบยกขึ้นไปพิจารณา มันสะดวกแก่พี่น้องประชาชน เพราะอย่าลืมว่าชื่อของศาลรัฐธรรมนูญ ชื่อเหมือนศาล แต่การวินิจฉัย การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมันแตกต่างจากศาลอาญา หรือศาลแพ่งทั่วไปครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นใช้คําว่า พิจารณา นั้น เหมาะสมที่สุด ท่านประธานนะครับ อันนี้คือเหตุผล เพราะอะไร เพราะการร้องเรียนไปในศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผมกระทํามา ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็นว่า ผมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมไม่เคยชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่บังเอิญเขียนไว้ในมาตรา ๑๕๔ ว่าผม สามารถที่จะร้องเมื่อเห็นความผิดปกติในข้อกฎหมายหรือมีการกระทําใดที่ผิดหรือขัด ต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่าง อย่างการทํางบประมาณแผ่นดินที่ผ่าน สภาแห่งนี้ รัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ชัดเจนว่าต้องส่งรายละเอียด จริงอยู่ครับ เมื่อเข้าสู่ วาระหนึ่ง วาระสอง วาระสาม วาระหนึ่ง มีรายละเอียด แต่เมื่อมีการแปรญัตติปรับลดไป และมีการแก้ไขเพิ่มเติมก็เท่ากับเปลี่ยนกฎหมาย ผมก็ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและร้องไป ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็ได้พิจารณา ถูกแล้วครับที่คณะกรรมาธิการเปลี่ยนจากคําว่า คดี เปึน พิจารณา ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย บอกว่า สิ่งใดที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขเพิ่มเติม ขอให้เอาออกหมดและกลับไป เหมือนเดิม อย่างกรณีอย่างการนั่งพิจารณาคดี เดิมมันเปึนการพิจารณาคดี แต่กรรมาธิการเปลี่ยนเปึนว่า การนั่งพิจารณา ตัดคําว่า คดี ออก ก็ถูกต้องครับ ผมไป ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อท่านขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ท่านก็นั่งพิจารณา เวลาผมไปชี้แจง อีกครั้งหนึ่งในห้องประชุม ท่านก็นั่งพิจารณา ท่านไม่เคยยืนพิจารณาเลยครับ ก็ถูกแล้วครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากนี้ทําถูกต้องนะครับ ผมสนับสนุน เพราะว่าคนที่ไม่เคย ใช้บริการศาลรัฐธรรมนูญอย่างผมนี้จะไปรู้อะไร ไม่อย่างนั้นต้องถามท่านกรณ์นะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านไปสู้กับผมในศาลรัฐธรรมนูญ ท่านใช้บริการ เหมือนผม เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการเสียงข้าง ไปยังเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขในคํานิยามนี้ถูกต้องแล้ว ผมสนับสนุน เดี๋ยวในมาตราอื่นผมจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานถึงการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ผมเองได้ดูการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการในกฎหมายฉบับนี้แล้ว รู้สึก มีความวิตกกังวลเปึนอย่างยิ่งครับท่านประธาน ซึ่งถ้าท่านประธานจะได้อ่านการพิจารณา รายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว ท่านจะเห็นได้ว่าคณะกรรมาธิการนั้นได้เข้าไปแก้ไข รายละเอียดในร่างพระราชบัญญัติเกือบทุกมาตรา เกือบทุกวรรค ซึ่งในการแก้ไข ในรายละเอียดที่มามากมายขนาดนี้นะครับท่านประธาน เปึนข้อน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่าเวลาที่คณะกรรมาธิการพิจารณานั้น มีข้อจํากัดในเรื่องของเวลา ในการที่จะสอบประเด็น ตรวจทานประเด็นต่าง ๆ แล้วเมื่อ ไปแก้ไขความในวรรคใดวรรคหนึ่งขึ้นมาแล้ว ไม่ได้มีการตรวจสอบให้ชัดเจนครบถ้วน ท้ายที่สุดมันจะมีกรณีของกฎหมายขัดกันเอง หรือกฎหมายที่เขียนไปแล้วไม่สามารถที่จะ ปฏิบัติได้ หรือเปึนกฎหมายที่จะต้องถูกทักท้วงทําให้กระบวนการในการพิจารณาของ ศาลยุติธรรมมีปัญหาขึ้นในอนาคต

ยกตัวอย่างเรื่องแรกครับท่านประธาน ในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้ไปตัดคําว่า คดี ซึ่งในนิยามศัพท์เดิมก็ได้เขียนไว้ว่า คดี หมายความว่า เรื่องที่เสนอเปึนคําร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาวินิจฉัย โดยคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ตัดคําว่า คดี ออก แล้วก็ได้เปลี่ยนคํานิยามใหม่เพิ่มเติมเปึน เรื่องพิจารณา หมายความว่าเรื่องหรือประเด็นที่เสนอเปึนคําร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้แม้ศาลตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายอื่นใดก็ดี จะมีศาลในลักษณะที่มีอํานาจผิดแผกแตกต่างกันไปก็ตาม วันนี้อาจจะมี ศาลที่เราเรียกกันอยู่หลายชื่อ หลายกระบวนการก็ตาม แต่ว่าในความรู้สึกของ พี่น้องประชาชนศาลก็คือกระบวนการยุติธรรมสูงสุดที่จะให้ความยุติธรรมกับประชาชน วันนี้ความเข้าใจอันดีของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป เมื่อคณะกรรมาธิการไปพิจารณา เขียนกฎหมาย สิ่งหนึ่งที่จะต้องสํานึกอย่างมากก็คือการเขียนกฎหมายแล้วให้คนที่ปฏิบัติ ตามกฎหมายนั้นมีความเข้าใจได้ง่ายที่สุด คนที่จะมีความเข้าใจได้ง่ายที่สุดซึ่งเปึน เรื่องยาก เพราะเปึนเรื่องของกฎหมายก็คือพี่น้องประชาชนทั่วไป วันนี้คําว่า คดี ตามความหมายทั่วไปของพี่น้องประชาชนนั้นเข้าใจเปึนอย่างดีครับว่าเรื่องอะไรก็ตาม ที่มีการหยิบยกขึ้นสู่ศาล เปึนเรื่องที่มีข้อพิพาทหรือไม่มีข้อพิพาท เขาก็จะเรียก เรื่องเหล่านั้นว่า คดี แล้วคําว่า คดี นี้นะครับท่านประธาน มีการใช้คําว่า คดี กันอย่างแพร่หลาย ในกฎหมายแทบจะเรียกว่าทุกฉบับ ในประกาศของศาลไม่ว่าจะเปึน ศาลยุติธรรม ไม่ว่าจะเปึนศาลรัฐธรรมนูญเอง ศาลปกครอง ผมเชื่อว่าในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ประกาศ ระเบียบของศาลต่าง ๆ ก็จะมีคําว่า คดี อยู่แล้ว ทีนี้สิ่งที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมตัดทอนคําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา

ประการที่ ๑ ก็คือทําให้คนที่จะมาใช้กฎหมายของศาลยุติธรรม เกิดความสับสนว่าเรื่องที่พิจารณากับคดีนั้นมีความหมายเหมือนกันหรือไม่ ต่างกัน อย่างไร เปึนการสร้างความสับสนโดยไม่มีความจําเปึน นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ มีคําบัญญัติศัพท์ของคําว่า คดีในกฎหมาย อยู่ในกฎหมายหลายบท หลายมาตรา แล้วโดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึน กฎหมายสูงสุดของประเทศได้บัญญัติคําว่า คดี ไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องของศาล ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๙๗ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านเฉพาะ ในประเด็นที่มีคําบัญญัติที่เกี่ยวกับคําว่า คดี ไว้ในมาตรา ๑๙๗ หมวด ๑๐ ของศาลนั้น มาตรา ๑๙๗ วรรคสอง ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ให้เปึนไปโดยถูกต้อง รวดเร็วและเปึนธรรมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ท่านประธาน เห็นไหมครับ ในมาตรา ๑๙๘ วรรคสอง การตั้งศาลขึ้นใหม่เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใด คดีหนึ่งหรือคดีที่มีข้อหาฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที่มีอยู่ตามกฎหมายสําหรับ พิจารณาพิพากษาคดีนั้นจะกระทํามิได้ ในมาตรา ๒๐๐ วรรคสอง การแต่งตั้งและให้ ผู้พิพากษาและตุลาการในศาลอื่นนอกจากศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานเห็นไหมครับ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหารพ้นจากตําแหน่ง ตลอดจนอํานาจพิพากษาคดี และวิธีพิจารณาของศาลดังกล่าวให้เปึนไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลนั้น และที่สําคัญครับท่านประธาน ในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญเอง มาตรา ๓๐๐ เขียนไว้ ชัดเจนเลยครับ ในมาตรา ๓๐๐ วรรคสี่ ท่านประธานครับ บรรดาคดีหรือการใดที่อยู่ ในระหว่างการดําเนินการของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรานี้ดําเนินการต่อไป และเมื่อมีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญนี้แล้วบรรดาคดีหรือการที่ค้างดําเนินการนั้นให้โอนไปอยู่ในอํานาจหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งขึ้นใหม่นั้น ท่านประธานเห็นหรือยังครับว่าในบทบัญญัติ ของศาลไม่ว่าจะศาลยุติธรรมทั่วไปหรือศาลรัฐธรรมนูญ และในกรณีที่บทบัญญัติ ของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ท่านประธาน มันมีอีกหลายเรื่องครับ เขาก็จะอนุโลม ใช้ของศาลอื่น นี่คือสิ่งที่ผมเปึนห่วงว่าเมื่อคณะกรรมาธิการไปหยิบยกเอาเรื่องที่เปึน คํานิยามของคําว่า คดี มาแก้ไขใหม่มันก็จะเกิดความสับสนในประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือมันจะคลาดเคลื่อนกับบทบัญญัติของกฎหมาย แล้วมัน จะกลายทําให้มีการตีความว่าเรื่องที่จะพิจารณานั้นเปึนเรื่องหรือเปึนคดีตามความหมาย ของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับบทบัญญัติของศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลหรือไม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนว่าเมื่อกรรมาธิการเสียงข้างมากไปแก้ไข ข้อความซึ่งมีความหมายชัดเจน เข้าใจโดยทั่วกันอยู่แล้วซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่จําเปึน แล้วจะ เปึนเรื่องที่กระทบต่อการวินิจฉัยประเด็นถึงข้อกฎหมายต่อไปว่าจะสามารถแก้ไข ได้หรือไม่ เพราะคํา ๆ นี้บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นในส่วนที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ไปแก้ไขตัดข้อความคําว่า คดี ทั้งหมดแล้วใส่คําว่า เรื่องพิจารณา แทนในมาตรา ๓ ทั้งหมดนะครับท่านประธาน ผมก็ขอให้กลับมาเปึนร่าง เดิมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้เสนอ

ส่วนในเรื่องของกระบวนพิจารณาเนื่องจากคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ไปแก้ไขแล้วก็เพิ่มเติมข้อความในวรรคท้ายว่า รวมถึงการส่งคําร้องและการลงมติ ตลอดจนการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งเปึน คําที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้อยู่เดิมนั้น เปึนหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านก็ได้กรุณาขยายความ ในส่วนนี้แล้ว ซึ่งผมเห็นด้วยครับท่านประธาน การแก้ไขกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้นั้นมีกระบวนการที่ค่อนข้างที่จะใช้เวลา แล้วก็บางกฎหมายนั้นจะแก้ไขกันสําเร็จ บางครั้งใช้กันเปึนป้ บางฉบับเปึนสิบป้ บางฉบับ ๕๐ ป้ บางฉบับตั้งแต่มีกฎหมายมา ยังไม่สามารถแก้ไขได้เลย จนถึงขณะว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ถึงต้องมีการบัญญัติ ให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นเพราะเห็นถึงปัญหาในการที่จะออกกฎหมาย ให้ทันกับความต้องการของประชาชน ให้ทันต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของพี่น้อง ประชาชนจึงต้องตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่ในการปฏิรูป กฎหมายให้เกิดความเปึนธรรมและทันต่อยุคต่อสมัย แต่ถ้าเราไปเขียนตามที่ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไปแก้ไขจํากัดวงเฉพาะพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ ถ้าในอนาคตได้มีการบัญญัติกฎหมายใดก็ตามที่เปึนเรื่องเกี่ยวกับ การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม เพราะฉะนั้นก็ต้องมาแก้ไขกฎหมาย ตามมาตรา ๓ อีก ซึ่งเปึนเรื่องที่จะใช้เวลาของสภานี้โดยไม่จําเปึน และทําให้เกิดปัญหา ในทางปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าคําว่า กฎหมาย ที่ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ใน ร่างเดิมนั้นมีข้อความครอบคลุมแล้วก็ได้ใจความอยู่แล้ว ไม่จําเปึนที่จะต้องไปแก้ไขอีก แต่ประการใด ในตอนท้ายท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ขอเพิ่มเติม คํานิยามศัพท์คําว่า ข้อพิพาท ขึ้น ข้อพิพาท หมายความว่า ข้อขัดแย้ง ข้อโต้แย้ง หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และหมายความรวมถึงข้อขัดแย้ง อันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง ซึ่งถ้าท่านประธานอ่านคํานิยามศัพท์ ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในคําว่า ข้อพิพาท ซึ่งเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในกฎหมาย วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านประธานก็จะมีความรู้สึกเหมือนผมว่าในการ ดําเนินการทางการเมืองนั้นมันเปึนเรื่องของความคิด ซึ่งเขาจะไม่มาบัญญัติในกฎหมาย ความคิดนั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาครับ วันนี้อาจจะมีความรู้สึกที่ไม่เห็น ด้วยกันทางการเมือง แต่วันหน้าอาจจะมีความรู้สึกและมีความเข้าใจต่อกัน ความรู้สึก ปฏิปักษ์ทางการเมืองนั้นมันเปลี่ยนแปลงได้ มันไม่สามารถจับต้องได้ว่าวันนี้ถ้าเปึน อย่างนี้ในอนาคตอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ มันจะคงสภาพอย่างนี้อยู่ มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้น การไปบัญญัติลักษณะอย่างนี้มันจะเกิดปัญหา มันจะเกิดปัญหาอย่างไรครับ ท่านประธาน เพราะในข้อพิพาทที่กรรมาธิการเสียงข้างมากไปเพิ่มเติมในข้อ ๓ วรรคท้ายนั้น มันไปสอดรับกับมาตรา ๑๐ (๕) ซึ่งเปึนเรื่องของการคัดค้านตุลาการในเหตุอย่างใด อย่างหนึ่ง นั่นหมายถึงอะไรครับท่านประธาน หมายถึงว่าคนที่จะมาเปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีข้อจํากัดและมีข้อห่วงใยของผู้ดําเนินการ ผู้ร่างกฎหมายอยู่แล้วว่า คนที่เปึนตุลาการนั้นจะต้องให้ความเปึนธรรม ถึงจะต้องมีข้อจํากัดและข้อคัดค้านในกรณี ที่ตุลาการท่านใดท่านหนึ่งเปึนองค์คณะในการพิจารณาคดี ถ้ามีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ใน ๕ ลักษณะที่กล่าวถึงนี้เปึนเหตุให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งยกขึ้นมาเปึนข้อคัดค้านไม่ให้ ตุลาการท่านนั้นทําหน้าที่พิจารณาคดีต่อไป ในมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) คณะกรรมาธิการไปแก้ไขเกือบทุกมาตรา ผมจะไม่ก้าวล่วงในส่วนนี้เพราะว่า เดี๋ยวพอตอนถึงมาตรา ๑๐ ผมจะได้ใช้สิทธิลุกขึ้นมาอภิปรายต่อไป แต่ผมกําลังจะโยงว่า เมื่อท่านไปเพิ่มเติมคําว่า ข้อพิพาท ในมาตรา ๓ ซึ่งจะโยงกับมาตรา ๑๐ (๕) เพราะมี ข้อความที่คณะกรรมาธิการไปใส่เพิ่มเติมใน (๕) เปึน มีหรือเคยมีคดี หรือข้อพิพาท ที่ตุลาการนั้นเอง สามี ภริยา หรือญาติสืบสายโลหิตตรงขึ้นไปหรือลงมาของตุลาการนั้น ฝ์ายหนึ่ง พิพาทกับคู่กรณีสามี ภริยา หรือญาติสืบสายโลหิตตรงขึ้นไปหรือลงมา ของคู่กรณีอีกฝ์ายหนึ่ง ท่านประธานเห็นไหมครับ ถ้าพิจารณาเรื่องของปัญหาลักษณะ ข้อพิพาทธรรมดา ผมไม่ติดใจเลยครับท่านประธาน เพราะว่าคนที่จะมาตัดสินคดีเขา ถ้ามันมีข้อพิพาทกันอยู่มันก็ให้ความยุติธรรมไม่ได้ แต่ว่ากรรมาธิการดันไปใส่นิยาม คําศัพท์ของคําว่า ข้อพิพาท ให้รวมถึงข้อขัดแย้งหรืออันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง เข้าไปด้วย อันนี้สําคัญครับท่านประธาน กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าประชาชน ทุกคนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ส่งเสริมให้ทุกคนมาเปึนสมาชิก พรรคการเมือง ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการที่จะก้าวไปกับพรรคการเมือง แต่แน่นอนครับท่านประธานครับ คนที่จะเปึนตุลาการนั้นก็ต้องมีสถานะที่จะต้องดํารงไว้ ซึ่งความยุติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งคนที่เปึนศาลนั้นเขาก็จะมีกรอบของเขาที่จะบังคับเข้มงวด กับบุคคลทั่วไป เพราะฉะนั้นการที่นําประเด็นของการเปึนปฏิปักษ์ทางการเมืองเข้ามาด้วย ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่ไกลเกินเหตุ และเปึนเรื่องที่จะทําให้การโต้แย้งตุลาการในอนาคต จะเปึนเรื่องที่วุ่นวาย และจะสร้างปัญหาในการพิพากษาคดีในการนั่งพิจารณาคดี ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปึนอย่างมาก ซึ่งในประเด็นมาตรา ๑๐ เมื่อมาถึงแล้ว ผมจะได้ใช้สิทธิอภิปรายในส่วนนี้ต่อไป ในชั้นแรกผมขออนุญาตท่านประธานที่จะ ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในการที่ไปตัดข้อความคําว่า คดี แล้วก็ เปลี่ยนแปลงเปึนคําว่า ข้อพิจารณา ทั้งหมดนะครับ แล้วก็ในส่วนที่ผมได้อภิปราย ในมาตรา ๓ ทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิเชียร ขาวขํา ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ จนถึงป้ ๒๕๕๐ นั้นมีเจตนารมณ์ ที่จะตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยข้อพิพาทและข้อขัดข้องหรือข้อโต้แย้ง เรื่องทางด้านการเมือง ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะเปึนองค์กรที่วินิจฉัยเรื่องอรรถคดีอื่น เปึนคดีทางอาญาและทางแพ่งใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการแก้ตัด คําว่า คดี ออก แล้วก็ใส่คําว่า เรื่องพิจารณา นั้นเปึนเรื่องที่ชอบ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า อย่างคํานิยามคําว่า ผู้ร้อง ผู้ร้องนี่ถ้าบอกว่าหมายความว่าผู้มีสิทธิ เสนอคดี ตามร่างเดิมเขาจะไม่ใช้คําว่า ผู้ร้อง ครับ ในศาลอื่น ๆ เขาจะถือว่าเปึนผู้ฟัองครับ ผู้ฟัองคดีหรือโจทก์ครับ เพราะฉะนั้นคําว่า ผู้ร้อง มันจะต้องสอดคล้องกับคําว่า ผู้มีสิทธิเสนอเรื่องพิจารณา อันนี้ถูกต้อง แล้วเราย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญในส่วนที่ ๒ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๑๔ มาตรา ๒๑๕ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า ขออนุญาต ท่านประธาน ในกรณีมีความขัดแย้งเกี่ยวกับอํานาจระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มิใช่ศาลตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป ให้ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรีหรือองค์กรนั้นเสนอเรื่อง คําว่า เสนอเรื่อง พร้อมความเห็นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อการพิจารณาวินิจฉัย เห็นไหมครับ ในมาตรา ๒๑๔ คําว่า ศาลรัฐธรรมนูญ บรรทัดสุดท้ายเขาเลยบอกว่าเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องคดีเลย ต่อไป ขออนุญาตท่านประธาน มาตรา ๒๑๕ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละครับ เขาบอกว่า ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเรื่องใดหรือประเด็นใดที่ได้มีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา เขาไม่ได้ต่อคําว่า พิจารณาคดี นะครับ คําว่า พิจารณา เปึนเรื่องหรือประเด็น ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยพิจารณาวินิจฉัยไว้แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องหรือประเด็น ดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการได้ตัดคําว่า คดี ออกนั้น เพื่อตัดขาดกับศาลอื่น ๆ ที่มีการพิจารณาอรรถคดีต่าง ๆ อยู่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญนี้มุ่งประเด็นมาเรื่องกรณีพิพาททางด้านการเมืองนี้โดยเฉพาะ จึงไม่จําเปึนจะต้องเขียนคําว่า คดี ถ้าเราเขียนคําว่า คดี เราก็ต้องยกศาลนี้ไปให้เปึน ศาลพิจารณาเรื่องคดีอาญา คดีทางแพ่งได้ด้วย อย่างกรณีในมาตรา ๓ วรรคสุดท้าย นะครับ คําว่า ข้อพิพาท หมายความว่า ข้อขัดแย้งหรือโต้แย้ง แล้วผมจะเลยไปว่า และหมายความรวมถึงข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางด้านการเมือง นี่คือ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๐ ด้วย คือต้องการให้ ศาลรัฐธรรมนูญนี้มีการหลุดออกมาแล้วก็ดูแลเรื่องการพิพาทกรณีทางด้านการเมือง จริง ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่จําเปึนต้องใช้คําว่า คดี แล้วเวลาข้อขัดแย้งจากสภาหรือองค์กร ที่ผ่านสภาขึ้นไปเขาก็จะไม่เรียกว่าเปึนการฟัองคดี เขาจะเรียกว่าเปึนการร้อง เขาเรียกว่า ผู้ร้อง อย่างท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ร้องเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญ เรื่องพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ขึ้นไป ท่านก็ไม่ได้ว่าเปึนผู้ฟัอง หรือฟัองคดี เพราะฉะนั้นจึงชอบแล้วที่ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ไข ปรับปรุงมาตามมาตรา ๓ นี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ด้วยความเคารพต่อกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ กระผมเห็นว่าร่างเดิม ที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอมานะครับ เปึนเรื่องที่น่าจะคงไว้ต่อไป ดังที่จะได้กราบเรียน อภิปราย คําว่า คดี ท่านประธานครับ เราได้ยินคําว่า ศาล เราก็ได้ยินคําว่า คดี แต่พอจะ เปลี่ยนเปึน เรื่องพิจารณา คําว่า พิจารณา มันมีอยู่ ๒-๓ คํา วิธีพิจารณา แล้วก็ กระบวนพิจารณา นะครับ วิธีพิจารณาก็มีรายละเอียด กระบวนการพิจารณาก็มี รายละเอียด แต่คําว่า คดี เวลาเราไปศาลหรือกลับจากศาล คดีเปึนอย่างไร ถึงไหน เปึนคําสามัญที่รู้กันได้ทั่วไป แล้วก็เข้าใจง่ายนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วถ้ามาพิจารณา มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนชัด บรรดาคดีหรือการใดที่อยู่ ในระหว่างการดําเนินการของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อันนี้ตรงตัวเลยว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้คําว่า คดี เมื่อถ้าเปึนอย่างนี้ถัดมาก็บอกว่าบรรดาคดีหรือ การที่ค้างดําเนินการนั้นก็ว่าไป แปลว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ถ้าเกี่ยวกับคดีในการดําเนินการของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้ใช้คําว่า คดี เพราะฉะนั้น ข้ออ้างที่ได้มีการพูดกันหรือบันทึกไว้เปึนเหตุผล อย่างเช่นว่า ระบบไต่สวนกับระบบ กล่าวหาไม่เหมือนกัน ทั้ง ๒ ระบบก็ใช้คําว่า คดี แล้วนอกจากนั้นมาตรา ๒๑๑ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ใช้คําว่า คดี เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในส่วนคําว่า คดี ที่จะปรับแก้มาเปึนเรื่องที่พิจารณานั้น ด้วยความเคารพผมเห็นว่าจะก่อให้เกิด ความสับสนมากกว่าเปึนผลดี เพราะจะมีคําว่า วิธีพิจารณาคดี จะมีคําว่า การพิจารณา เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพอยากให้คงไว้ เพราะท่านดูสิครับ พอมาถึงผู้ร้อง ความเดิม ก็คือผู้มีสิทธิเสนอคดีต่อศาล อันนี้ผู้มีสิทธิเสนอเรื่องพิจารณา มันไม่กินใจเหมือนกับคําว่า คดี ท่านมาดูต่อครับ คําว่า กระบวนพิจารณา เห็นไหมครับ หมายความว่า การพิจารณา หรือการกระทําใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องพิจารณา แต่ถ้าดูความหมายเดิม กระบวนพิจารณา หมายถึง การพิจารณาคดี หรือการกระทําใด ๆ เกี่ยวกับคดี มันชัดแจ้งได้เนื้อหา ได้เนื้อความ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพครับ ผมเห็นว่าน่าจะคงคําว่า คดี ไว้ ดีกว่าจะไปใช้คําว่า เรื่องพิจารณา แทนคําว่า คดี ด้วยความเคารพนะครับ

ส่วนประเด็นต่อมาที่ปรับแก้ว่าตาม รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็เช่นเดียวกับท่านสุทัศน์ก็คือว่า นอกจากพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญแล้วในโอกาสข้างหน้าอาจจะมีกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับ ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการที่ใช้คําเดิมก็คือว่าใช้คําว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมาย น่าจะครอบคลุมกว่าที่เขียนว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะต้อง ปรับแก้อีกครั้งหนึ่งในอนาคตข้างหน้า

ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ คําว่า ข้อพิพาท ข้อพิพาทเปึนทั้งภาษา กฎหมาย เปึนทั้งภาษาบ้าน ๆ ที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องไปเขียนนิยามศัพท์ เพราะฉะนั้นการที่ เขียนนิยามศัพท์เข้าไป ไปเขียนถึงว่าข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง ผมถามว่า นาย ก เปึนสมาชิกพรรค ก นาย ข เปึนสมาชิกพรรค ข เปึนปฏิปักษ์ต่อกัน ทางการเมืองหรือไม่ นาย ก ใส่เสื้อสีหนึ่ง นาย ข ใส่อีกสีหนึ่ง ปฏิปักษ์ทางการเมืองหรือไม่ มันจะมีคําถามต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้นครับ เพราะฉะนั้นประเด็นคําว่า ข้อพิพาท ซึ่งชัดเจน เปึนทั้งข้อกฎหมาย เปึนทั้งภาษาพูดที่เข้าใจได้อยู่แล้ว ไม่อยากให้มีในส่วนนี้ จึงขอยืน ร่างเดิม ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมเปึนคณะกรรมาธิการอยู่ด้วยแล้วก็อยู่ในเสียงข้างมากที่ให้มี การแก้ไขตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานว่า กฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายที่มีความสําคัญ ผมได้ไปอ่าน บางตําราในบางประเทศเขาบอกว่าถ้าศาลไม่มีกฎหมายนี้จะทําหน้าที่ศาลไม่ได้ อันนี้ผม ได้ให้บทความนี้เผยแพร่ไป แล้วก็ได้ให้กรรมาธิการหลายท่านไปศึกษาด้วย เนื่องจากได้มี สมาชิกบางท่านได้ถามผมว่าศาลรัฐธรรมนูญยังเปึนศาลอยู่หรือเปล่า เขาอ้าง มาตรา ๓๐๐ ท่านประธานครับ วรรคสุดท้ายที่บอกว่า ในระหว่างที่ยังมิได้มี การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจออกข้อกําหนดเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการทําคําวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งป้ นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ นี่มันเลยแล้ว แล้วมันก็ครบป้มาแล้ว เขาบอกว่า มาตรานี้เขียนไว้ชัด เอาละ ระหว่างที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาให้ศาลออกข้อกําหนดได้ ซึ่งก็เปึนแนวทางที่เคยใช้มาอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมเองก็เคยถามคณะกรรมาธิการว่าทําไมจึงไม่ออกเปึนกฎหมายมา เขาก็บอกว่าขณะนั้นอันที่ ๑ อาจจะยังคิดไม่ทันหรือคิดว่าเวลาที่จะออกพระราชบัญญัตินี้ มันต้องใช้เวลานานอีกมาก ก็เลยคิดว่าเปึนเรื่องของศาลน่าจะเชื่อศาล ก็เชื่อว่าศาลน่าจะ ออกข้อกําหนดวิธีพิจารณาของศาลได้ ซึ่งต่อมาก็มีการออกข้อกําหนดอย่างนั้นจริง แล้วก็ เวลาไปพิจารณาหลายท่านที่เคยไปฟังการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็จะเห็นว่า ข้อกําหนดหลายครั้งมันน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะอะไรครับ เพราะโดยหลักแล้วคือคนที่ พิจารณาออกข้อกําหนดเองแล้วก็ตัดสินด้วย หมายความว่าผมจะพิจารณาอย่างนี้ กระบวนการจะทําอย่างนี้ รับฟังพยานจะทําอย่างนี้ ศาลซึ่งเปึนคนนั่งพิจารณา ออกข้อกําหนดเองแล้วไปตัดสินเองอย่างนี้มันไม่ถูก เพราะฉะนั้นจึงมีข้อถกเถียงในทาง วิชาการกันเยอะว่าการที่ให้ศาลไปออกข้อกําหนดเองถูกต้องไหม ผมเชื่อว่า ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของนักวิชาการที่ผมอ่านมาทั้งหมดแล้วเขาบอกว่ามันไม่ถูก เพราะฉะนั้น กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต้องฝ์ายนิติบัญญัติเปึนคนออกจึงจะมี ความถูกต้อง มีความเปึนกลาง เพราะองค์ประกอบของศาลมีอยู่ ๒ อย่างที่สําคัญก็คือ ๑. ตุลาการซึ่งต้องเปึนท่านที่มีความอิสระ ๒. มีกระบวนการพิจารณา และแน่นอน กระบวนการพิจารณานี้ฝ์ายนิติบัญญัติต้องเปึนคนกําหนด ฉะนั้นจึงไม่แปลก ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ กําหนดไว้แล้วบอกว่าต้องไปออกพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ ก็เลยมีสมาชิกหลายท่าน มาถามผมว่าเปึนศาลไหม เพราะว่าเลยเวลา ๑ ป้ มันครบมาแล้ว ถ้าอ่านดูแล้ว นักกฎหมายไทยมักจะตีความว่าระยะเวลาเขียนไว้เปึนบทบังคับไม่ได้กําหนด สภาพบังคับไว้ แต่พวกคนที่อ่านก็อ่าน แต่ว่ากฎหมายบังคับว่าต้องไปออกให้เสร็จภายใน ๑ ป้นะ ผมจึงเชื่อว่าถ้าย้อนไปใช้ประเทศที่เปึนระบบกฎหมายคอมมอน ลอว์ (Common Law) เช่น สหรัฐอเมริกา มันชัดเจนครับ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีกฎหมายว่าด้วย วิธีพิจารณาจะทําหน้าที่ศาลยังไม่ได้ อันนี้อยากก็จะเล่าให้ท่านประธานฟังว่าเปึนข้อถกเถียงที่นํามาสู่การพิจารณา เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้มีการพิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเปึนเรื่องที่รัฐสภาต้องให้ความสําคัญอย่างยิ่ง แต่ที่ มันไม่ดีมาก ๆ ก็คือว่ากฎหมายนี้นะครับกลับไปให้ศาลเปึนคนเสนอ ตรงนี้ละที่เปึนปัญหา ของรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วพวกเราได้มีโอกาสพิจารณากฎหมาย ที่องค์กรอิสระเสนอ เช่น ป.ป.ช. คตง. เห็นไหมครับ ผลคือเปึนอย่างไร พอมันผ่านพวกเรา ไปถึงวุฒิสภา วุฒิสมาชิกหลายท่านมาพบผมก็บอกว่าปล่อยให้มีกฎหมายอย่างนี้ ไปถึงวุฒิสภาได้อย่างไร ผมก็บอกว่าเปึนกฎหมายที่องค์กรอิสระเขาเสนอ เพราะฉะนั้น เมื่อมันผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วขอให้วุฒิสภาช่วยกลั่นกรองให้มากขึ้นด้วย ผมก็บอกได้ แค่นี้ นี่คือตัวอย่างนะครับ

ท่านประธานครับ ผมขอย้อนกลับมาเรื่องที่มีการแก้ไขในมาตรา ๓ ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ชื่อตัดคําว่า คดี ออก ท่านดูนะครับท่านประธานครับ เอาเริ่มตั้งแต่ชื่อพระราชบัญญัติเลย ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ครับ ไม่มีคําว่า คดี ถ้ารัฐธรรมนูญประสงค์จะให้เปึน เรื่องของคดีเขาก็น่าจะเพิ่มคําว่า คดี เข้าไป แสดงว่ามันต้องต่างจากศาลอื่นครับ ผมก็ขอย้อนกลับไปดูศาลอื่นบ้าง เรื่องศาลปกครอง ก็มีพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ก็คือคดีปกครองเปึนคดีที่มีข้อพิพาทระหว่าง ผู้ฟัองกับผู้ถูกฟัอง ไปดู วิ. แพ่ง ก็มีคดีแพ่ง ไปดูคดีอาญาก็มีคดีอาญาที่อยู่ในรัฐธรรมนูญเอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของนักการเมือง เห็นไหมครับ ถ้าบอกว่าจะให้เหมือนกัน ทําไมรัฐธรรมนูญบัญญัติไม่เหมือนกันล่ะครับ นี่คือข้อสังเกต ข้อที่ ๑ ก็แสดงว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ถ้าดูจากชื่อเรื่องแล้ว มันต่างจากศาลอื่น นี่คือเปึนเหตุผลที่คณะกรรมาธิการยกขึ้นมาแก้ไขในบทนิยาม

เหตุผลต่อไปครับท่านประธานครับ พอย้อนไปดูอํานาจหน้าที่ของแต่ละศาล ไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องอํานาจหน้าที่ ท่านประธานถ้าดูในรัฐธรรมนูญเองก็จะเห็น นะครับว่าให้ศาลยุติธรรมมีหน้าที่อะไร เขาบอกว่าให้ศาลยุติธรรมมีอํานาจหน้าที่พิจารณา พิพากษาคดีทั้งปวง ชัดเจนครับ ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายบัญญัติ ศาลปกครองเมื่อสักครู่ผมได้กล่าวไปแล้ว มีอํานาจพิจารณา พิพากษาคดีระหว่างหน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการหรือ หน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง คดีปกครอง ศาลทหารครับ ก็มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ถ้าผู้กระทําผิดเปึนบุคคลที่อยู่ในอํานาจของศาลทหารและคดีอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เห็นไหมครับ พอมาดูของศาล รัฐธรรมนูญไปอ่านดูในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญ ชื่อ กฎหมายนี้ก็บอกว่าวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญให้เปึนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีปรากฏคําว่า คดี อยู่ในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เปึนเหตุผลที่ ๒ และมาตรา ๒๑๖ เห็นไหมครับ ที่พวกเรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ชื่อมันก็บอก นี่ก็เปึนเหตุผลที่ผมได้กล่าวมาในขั้นต้นอีกแล้ว ส่วนในมาตราบางมาตรา ที่มีสมาชิกบางท่านได้พูดถึง เช่น มาตรา ๒๑๑ ถ้าท่านประธานลองอ่านดูก็จะเข้าใจนะครับว่า มาตรา ๒๑๑ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือ คู่ความโต้แย้ง คําว่า แก่คดีใด นี้ คือเอากฎหมายไปใช้บังคับแก่คดีมันไม่หมายถึง ศาลรัฐธรรมนูญแน่นอนครับ ก็หมายถึงศาลอื่น เช่น ศาลแพ่ง ศาลอาญา ถ้าจะมี การใช้กฎหมายและศาลนั้นเห็นว่าคดีที่เขาจะตัดสินนั้น กฎหมายที่จะอ้าง มันขัดรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นคําว่า คดี ในมาตรา ๒๑๑ นี้ ไม่ใช่คําที่จะมา ใช้กับศาลรัฐธรรมนูญ แล้วพอไปดูในหมวดอื่น ๆ ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ถ้อยคําที่ใช้ ตัวบทกฎหมาย เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ เราจะพบคําว่า วิธีพิจารณา การยื่นคําร้อง การวินิจฉัย วิธีพิจารณาวินิจฉัย เสนอเรื่อง พร้อมความเห็น การนั่งพิจารณา การรับคําวินิจฉัย เพราะฉะนั้นถ้อยคําที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากเอามาใช้ก็เอามาจากรัฐธรรมนูญไม่ได้เอามาจากที่อื่น แต่ถ้าไปดูศาลอื่นเขา จะพูดไว้ชัด การพิจารณาคดี การไต่สวน พนักงานคดี ตุลาการประจําคดี การสืบพยาน การไต่สวนพยานบุคคล หรือผู้เชี่ยวชาญ การเบิกความอะไรต่าง ๆ นานา อ่านดูอย่างนี้ แล้วก็เห็นว่ามันเห็นความแตกต่างของความชัดเจนระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับศาลอื่น ด้วยเหตุผลดังนี้ผมก็คิดว่าการที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดคําว่า คดี ออก และแก้ตามที่ได้กราบเรียนต่อท่านประธานได้พิจารณาแล้ว ก็มีเหตุผลดังที่ผม ได้กราบเรียนไปแล้ว

อันสุดท้ายครับท่านประธาน ผมก็พยายามจะดูนะครับ ดูรายงานของ ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไปดูสิครับ ไม่มีคําว่า คดี มีแต่เรื่องพิจารณา เอาล่าสุดที่พวกเราพูด กันอยู่บ่อย ๆ เรื่องแถลงการณ์ร่วมก็เปึนเรื่องพิจารณา ไม่มีคําว่า คดี ไม่มีคําว่า โจทก์ ไม่มีคําว่า จําเลย ก็ทั้งถ้อยคําที่บอกคําว่า เรื่องพิจารณา ก็เปึนคําที่ศาลเองใช้ ใช้มาตั้งแต่ เริ่มดําเนินการตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ กว่า ๆ อยู่แล้ว เราไม่ได้ใช้คําอื่น ผมเข้าใจว่าพอตุลาการ ชุดนี้ขึ้นมาส่วนใหญ่ก็มาจากศาลยุติธรรม ท่านก็ถนัดกับคําว่า คดี แล้วท่านร่างกฎหมาย นี้เองเสนอขึ้นมา ท่านก็จะใช้คําว่า คดี อย่างที่ท่านเข้าใจ แต่ท่านไม่ได้นึกถึงว่า ศาลรัฐธรรมนูญมันทําหน้าที่มาก่อนที่ชุดนี้จะมาอยู่แล้ว และคําวินิจฉัยเขาก็เรียก เรื่องพิจารณา ไม่มีคําว่า คดี อยู่เลย เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้แก้ไขไปก็มีเหตุผลที่น่าจะถูกต้องกว่า ส่วนคําอื่นนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ข้อพิพาท เรื่องพิจารณาก็สอดแก้เพื่อให้มันสอดคล้องกับคําว่า คดี ตามที่ได้แก้ไปแล้ว นั่นเอง ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสาธิต ป่ตุเตชะ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายวิธีพิจารณา ซึ่งหมายความว่าเปึนกฎหมายที่กําหนดขั้นตอน วิธีการของการปฏิบัติหน้าที่ในศาลรัฐธรรมนูญ ผมอาจจะเห็นต่างกับเพื่อนสมาชิก ซึ่งเพิ่งอภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเปึนคนที่ปฏิบัติหน้าที่ ก็น่าจะมี ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปสรรคขั้นตอนการทํางาน เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนกฎหมายเรื่องวิธีการ ทํางาน ผมคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือว่าผู้ปฏิบัติงานก็ควรที่จะมีส่วนในการคิด ในการ ร่างข้อกําหนดต่าง ๆ ในการทําหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตเข้ามาสู่ เนื้อหาในมาตรา ๓ มาตรา ๓ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้แก้คําว่า คดี ซึ่งความจริง คําว่า คดี มีอยู่หลายมาตรา แต่บังเอิญว่ามาตรา ๓ เปึนมาตราแรก กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ก็ขอแก้ไขเปลี่ยนคําว่า คดี เปึน เรื่องที่พิจารณา ที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ขอแก้ไขอีกส่วนหนึ่งก็คือในวรรคสอง ในตอนสุดท้ายของวรรคสองก็ขอแก้ไขคําว่า กฎหมายเปึน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ ๓ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็ได้แก้หรือเติมคําว่า นั่ง เข้าไปในส่วนของการพิจารณา แล้วก็เติมคําว่า หรือการวินิจฉัย ชี้ขาดของศาล หรือตุลาการ โดยจะออกนั่งบัลลังก์หรือไม่ก็ตาม

ประเด็นสุดท้ายกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ไปเพิ่มเติมคํานิยามของคําว่า ข้อพิพาท ซึ่งให้ความหมายว่า ข้อขัดแย้ง ข้อโต้แย้ง หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และหมายความรวมถึงข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกัน ทางการเมือง ผมขออนุญาตให้เหตุผลท่านประธานเปึนเรื่อง ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ

สําหรับในประเด็นเรื่องการที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เปลี่ยนคําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา ด้วยความเคารพกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ผมก็พยายาม นั่งฟังเหตุและผลว่าคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จะมีเหตุผลอะไรในการที่จะมาเปลี่ยน คําว่า คดี ซึ่งก็เปึนที่ยอมรับทั่วไปนะครับว่า ในศาลสถิตยุติธรรมทั่วไปการใช้คําว่า คดี พอพูดคําว่า คดี พี่น้องประชาชน คู่ความ ทนายความแต่ละฝ์าย คนในสังคมเข้าใจตรงกัน ครับว่า เปึนเรื่องที่เปึนประเด็นข้อพิพาทหรือเปึนเรื่องที่เปึนข้อขัดแย้งที่นํามาสู่ การพิจารณา ยกตัวอย่างเช่น เวลาคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของคดีในศาลยุติธรรมทั่วไป ก็ใช้คําว่า คดีดําหมายเลขที่ หลังจากที่ศาลมีคําพิพากษาก็เปลี่ยนจากคําว่า คดีดํา เปึน คดีแดง พอพูดถึงคําว่า คดี ทุกคนก็เข้าใจตรงกันว่า อันนี้เปึนเรื่องที่มาสู่การพิจารณา ของศาล แต่ถ้าสมมุติว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จะใช้คําว่า เรื่องพิจารณา ผมก็ ไม่แน่ใจว่า พอเราพูดถึงเรื่องพิจารณาอาจจะเปึนเรื่องการพิจารณาคําร้อง หรือคําสั่ง ในการพิจารณา อันนี้มันก็ยังไม่ชัดเจนว่าเรื่องพิจารณามันจะมีความหมายใกล้เคียงกับ คดีอย่างไร

ประเด็นถัดไปนะครับ เพื่อนสมาชิกได้พูดไว้หลายท่านนะครับว่า คําว่า คดี ได้ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๗ มาตรา ๑๙๘ เพื่อให้ สอดคล้องกับการตราร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกฎหมายวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ประเด็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้แก้ไขคําว่า กฎหมาย เปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ก็เปึนความชัดเจนอยู่เองแล้วนะครับว่า ในร่าง กฎหมายที่ศาลเสนอมาที่สภาแห่งนี้ก็เสนอคําว่า ให้ศาลตัดสินพิจารณาคดีตามอํานาจ หน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นั่นหมายความว่าเป่ดกว้างสําหรับที่ศาลจะหยิบยก ทั้งกฎหมายที่เปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือจะไป หยิบยกกฎหมายอื่นขึ้นมาประกอบในการพิจารณาด้วย เพราะฉะนั้นถ้ากรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ตัดคําว่า กฎหมาย เขียนคําว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไว้ ก็จะเปึนการตีเส้นหรือขีดวงให้แคบ บางทีศาลอาจจะไปพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายฉบับอื่น จําเปึนที่ต้องหยิบยกกฎหมายฉบับอื่นมาประกอบในการพิจารณา ก็ต้องอย่าลืมนะครับท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเปึนกฎหมายมหาชน ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหรือองค์กรที่มีหน้าที่ในการดูแลปกครองบ้านเมือง เพราะฉะนั้น การที่จะต้องเป่ดกว้างสําหรับให้ศาลที่จะหยิบยกกฎหมายอื่นมาร่วมประกอบพิจารณา ในการตัดสินเปึนเรื่องที่จําเปึนแล้วก็สําคัญนะครับ

ส่วนประเด็นการที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้แก้หรือเติมคําว่า นั่งพิจารณา ความจริงในวรรคนี้ผมเรียนท่านประธานว่า หลังจากที่กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่แก้แล้วความหมายก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ร่างที่ ๓ เสนอมาก็เปึน การเขียนเพื่อให้คํานิยามว่าการพิจารณาคดีคืออะไร ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธาน ฟังว่า สําหรับร่างเดิมที่เสนอสู่สภาคือ การพิจารณาคดีหมายความว่า การไต่สวน หรือการประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัย ก็เขียนความหมายกว้าง ๆ ว่า การพิจารณาคดีคืออะไรนะครับ แต่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ไปแก้ในเรื่องของการใช้ คําว่า การนั่งพิจารณา แล้วก็ตัดคําว่า คดี ไป อันนี้ผมเข้าใจว่าเพื่อความสอดคล้องกับ การที่ไปเปลี่ยนคําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา นะครับ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ไปเพิ่มเติมคําว่า หรือการชี้ขาดของศาลหรือตุลาการโดยจะออกนั่งบัลลังก์หรือไม่ก็ตาม อันนี้ก็ชัดเจนว่าในความหมายของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็หมายความว่า การนั่งพิจารณานั้นไม่จําเปึนที่ต้องนั่งเปึนองค์คณะในการรับฟังข้อเท็จจริงในการที่ พยานมาให้การ ซึ่งความหมายก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่จะเพิ่มความสับสนนะครับ ว่าสุดท้ายแล้วการนั่งพิจารณาคดีในคดีของศาลรัฐธรรมนูญมันมีความหมายว่า จะต้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์เพื่อตัดสินเสมอไปหรือไม่ อันนี้ก็ยิ่งเพิ่มความสับสนให้กับ พี่น้องประชาชนถ้าเปลี่ยนไปตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่

ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นสุดท้ายเรื่องข้อพิพาท ความจริง ความหมายที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ให้คํานิยามของคําว่า ข้อพิพาท ไว้ ตอนแรกก็ฟังดูดี นะครับว่า ข้อพิพาท หมายความว่า ข้อขัดแย้ง ข้อโต้แย้ง ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิและ หน้าที่ตามกฎหมาย แต่ที่สําคัญก็คือว่ากรรมาธิการไปเขียนสุดท้ายว่า และหมายความ รวมถึงข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง ซึ่งอันนี้มันฟังดูแล้วการไปตีความ ในประเด็นหลัง ผมยังคิดว่าจะเปึนการตีความว่าเข้าในเรื่องของข้อพิพาทหรือไม่ ที่สําคัญ ที่สุดก็คือว่าถ้าเราเขียนคําจัดกัดความในเรื่องนี้ไว้ก็จะเปึนเหมือนกับเปึนข้อจํากัดของการที่ จะไปยึดโยงกับการทําหน้าที่ของศาล ในกรณีที่เปึนเหตุคัดค้านในมาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๑๕ ซึ่งมีรายละเอียดมากพอสมควรนะครับ อาจจะเปึนการหยิบยกขึ้นมา เพื่อเปึนเหตุในการที่จะคัดค้านผู้ที่มาเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะฉะนั้น ผมเรียนว่าผมได้สงวนความเห็นเพื่อให้กลับมาใช้ที่ร่างเดิมนะครับ เพราะผมเห็นว่าเนื้อหา เนื้อความในร่างเดิมมีความกระชับแล้วก็มีความชัดเจนในทุกถ้อยคําและในทุก ความหมาย เพราะฉะนั้นก็ขอสงวนความเห็นไว้ให้กลับไปที่ร่างเดิมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็นั่งฟังการพิจารณานะครับ แล้วก็กําลังสงสัยว่าชื่อนั้นสําคัญไฉนครับ ในเรื่อง ของคําว่า คดี แล้วก็ เรื่องพิจารณา ก็ไปดูครับปรากฏว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ได้ใช้คําว่า คดี ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนที่กรรมาธิการเสียงข้างมากพูดนั้นดูเหมือนจะมี น้ําหนักครับ แต่ผมก็กลับมาดูรัฐธรรมนูญซ้ําอีกครั้งครับ แล้วชื่อนั้นสําคัญไฉน ปรากฏว่า มันมีประเด็นครับ แม้ว่าที่อื่น ๆ ในรัฐธรรมนูญนั้นจะไม่ได้เขียนว่าเรื่องข้อพิพาทเปึนคดี ไม่ได้เขียนคําว่า คดี ลงไปในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญ แต่มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเปึนมาตรา สําคัญทีเดียวครับ มาตรานี้พูดในเรื่องของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จําชื่อนี้ได้ไหมครับ คุ้น ๆ ตอนช่วงปฏิวัติเขาเรียกว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งจริง ๆ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ มาตรา ๓๐๐ ถ้าท่านดูโดยละเอียดเขาบอกว่า บรรดาคดีหรือการใดที่อยู่ ในระหว่างดําเนินการของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรานี้ดําเนินการต่อไป แปลว่าอะไรครับ แปลว่าคดีที่อยู่ในคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญในช่วงปฏิวัติละครับ ดูไว้กี่เรื่องครับ ใครเกี่ยวข้องบ้างครับ เรื่องนี้ลักไก่กัน ไม่ได้นะครับ แม้ว่าที่อื่นจะไม่ได้ระบุคําว่า คดี ไว้ แต่มาตรา ๓๐๐ มี เพราะฉะนั้น มันอาจจะส่งผลกระทบต่อคดีความในช่วงระหว่างการปฏิวัติที่ไปสืบดูใครทุจริต ใครโกง ใครกระทําผิดรัฐธรรมนูญ จะไม่มีคนรับช่วงในการพิจารณาต่อ ท่านประธานครับ ผมคงอดถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการข้างบนนี้ไม่ได้หรอกครับว่า ถ้าท่านไม่ใช้คําว่า คดี จะส่งผลต่อคดีเก่า ๆ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของตุลาการ รัฐธรรมนูญหรือไม่ครับ ท่านตอบผมครับ ลักไก่ไม่ได้ครับ ผมก็นั่งฟังอยู่นาน ดูเหมือนจะสมเหตุสมผล เพราะว่าจริง ๆ แล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเขาเป่ดโอกาส ให้วิพากษ์วิจารณ์ได้เพราะเปึนศาลการเมือง ไม่เหมือนศาลยุติธรรมยืนยันอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเขียนแบบนี้ผมเกรงว่าคดีที่พิจารณาอยู่จะหลุดไปครับ ขอให้ท่านยืนยันนะครับว่า ท่านมีนัยแฝงในประเด็นนี้หรือไม่ แล้วจะกระทบกระเทือนต่อคดีที่พิจารณาในอดีตหรือไม่ ประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย นะครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานเคารพ ผมเปึนกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วย ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นั้น ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่าผมไม่ใช่นักกฎหมาย ผมเปึน นักการศึกษา แต่ก็ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ฟังการอภิปรายในมาตรา ๓ นี้ ที่เกี่ยวกับคําที่จะต้องแก้ไข คดี เปึนเรื่อง พิจารณา นี่ฟังแล้วก็งงครับ ฟังกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย เสียงข้างมาก ต่างคนต่างก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป ผมอยากจะกราบเรียน ในฐานะของประชาชนว่าประชาชนนั้นเขาเข้าใจคําว่า ศาล คําว่า ศาล คู่กับ คดี ถ้าไป ศาลก็ต้องมีคดี ไม่ใช่ไปศาลแล้วก็มีเรื่องพิจารณา เรื่องพิจารณานั้นผมถือว่าเปึนเรื่อง ธรรมดา ๆ ก็ไม่เรียกว่า ศาล เรียกว่า คณะกรรมการ หรือคณะอะไรก็ได้ ก็จะยกขึ้นมา เปึนเรื่องพิจารณาพิจารณาเปึนเรื่อง ๆ ไป ท่านประธานก็คงมีประสบการณ์เรื่องนี้ มามากแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมอยากจะพูดประเด็นเดียวเรื่อง คดี ที่ขอเปลี่ยนเปึน เรื่องพิจารณา นั้นกระผมเองไม่เห็นด้วย ผมก็ขอยืนยัน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านกรรมาธิการที่ได้ปราศรัยอย่างครบถ้วนไปแล้ว ก็ขอยืนยันว่าขอให้มีคํานี้ไว้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนซึ่งไม่รู้กฎหมาย ไม่เข้าใจกฎหมายเปึนส่วนใหญ่ และไม่เรียนรู้ ทางกฎหมายมา เปึนนักการศึกษาอย่างผมนี้ได้เกิดความรู้ เกิดความเข้าใจ แล้วก็สามารถที่จะปฏิบัติตามกฎบัตรกฎหมายได้ ผมขอกราบเรียนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออีกท่านครับ ท่านสุดท้าย แล้วเดี๋ยวจะให้กรรมาธิการตอบยาวเลย ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

นายสาธิต ป่ตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมหารือ ท่านประธานนิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอดอกเตอร์สุรพงษ์หยุดฟังสักนิดครับ หารือเรื่องอะไรครับ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ กรรมาธิการ

ต้องกราบขออภัยท่านสุรพงษ์นะครับ ผมหารือว่าสําหรับการอภิปรายในกฎหมาย ผมเข้าใจว่าท่านสุรพงษ์อภิปรายไปแล้ว ในมาตรา ๓ นี้ ถ้าท่านมีความประสงค์จะอภิปรายซ้ําในมาตราเดียวกันทําได้หรือไม่ อย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องวินิจฉัยอย่างนี้ครับ การอภิปรายเราไม่มีข้อจํากัดในเรื่องกฎหมายว่าจะต้อง อภิปรายครั้งเดียว แต่เราก็ถือประเพณีปฏิบัติว่าเมื่ออภิปรายไปแล้วก็ต้องให้สิทธิผู้อื่น แต่เผอิญไม่มีผู้ที่จะยกมืออีกแล้ว ผมดูว่าหมดแล้วครับ ผมถึงบอกว่าให้โอกาส ดอกเตอร์สุรพงษ์อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าในระหว่างที่ฟังคําชี้แจงอาจจะมีประเด็นเพิ่มเติม เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์อภิปรายได้ แต่ก็ขอให้อยู่ในประเด็นมาตรา ๓ นี้ก็แล้วกัน เชิญท่านสุทัศน์สักนิดครับ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานผมต่อเนื่องนิดเดียวครับ คือเพื่อเปึนบรรทัดฐานของท่านประธานในการที่จะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ เพราะถ้า ท่านปฏิบัติอย่างนี้ถึงเวลาไปอภิปรายกฎหมายอื่น ถ้าจะมีการไปยึดถือ บรรทัดฐานนี้ไว้มันก็จะทําให้สภานี้เสียเวลา อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าคําวินิจฉัย ของท่านประธานจะเปึนที่ยึดปฏิบัติกันในสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ถ้าไม่มีผู้อภิปรายแล้วและต้องการจะอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง สามารถทําได้ แต่ถ้าผู้อภิปรายยังเยอะอยู่ จะสังเกตดูว่าท่านดอกเตอร์สุรพงษ์พยายาม ยกมือมาหลายรอบแล้ว ผมยังไม่เรียกจนกระทั่งมั่นใจว่าหมดไม่มีผู้ใดอภิปรายต่อ ขอเชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กระผมก็ประเด็น เดียวกันกับท่านสาธิต เพราะว่าผมก็มีประเด็นที่จะต้องอภิปรายโต้แย้งของกรรมาธิการ เสียงข้างมาก และสมาชิกที่อภิปรายสนับสนุนเสียงข้างมากอยู่หลายท่านด้วยกัน แต่กระผมก็เห็นว่าปกติเราจะพูดอยู่คนเดียว ครั้งเดียวแล้วก็จบไปเลย ผมก็เลยรออยู่ แต่ถ้าท่านประธานจะกรุณาอนุญาตท่านสุรพงษ์ ผมก็จะขออนุญาตที่จะอภิปรายถัดไปครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็จะต้องอนุญาตนะครับ คืออยากเรียนอย่างนี้ครับ ตามข้อบังคับไม่ได้กําหนดว่า จะต้องอภิปรายครั้งเดียว แต่เปึนประเพณีปฏิบัติว่าถ้ามีผู้อภิปรายมากก็จะต้องเรียก กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นก่อน แล้วก็ผู้เสนอขอคําแปรญัตติไล่ไปเรื่อย จนกระทั่ง สมาชิกธรรมดาที่ไม่ได้สงวนความคิดเห็นไว้จนหมด อันนี้คือประเพณีปฏิบัติ ขอเชิญ คุณสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานนะครับ สิ่งที่ผมจะอภิปรายผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายสําคัญยิ่ง แล้วสิ่งที่ผมจะอภิปรายน่าจะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ต่อสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้นะครับ วันนี้ผมอยากจะให้สภาเปึนหนึ่งเดียวกันไม่แยกระหว่างฝ์ายค้าน หรือรัฐบาล เพราะสิ่งที่ผมกําลังจะพูดนี้ท่านประธาน ผมได้ศึกษา บังเอิญรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๑๑ มาตรา ๒๑๒ มาตรา ๒๑๓ มาตรา ๒๑๔ มาตรา ๒๑๖ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ชอบเลย แต่บังเอิญในข้อความ เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญนี้มันพูดถึงการวินิจฉัย การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญทั้งนั้น ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมอ่านรัฐธรรมนูญผมเข้าใจท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่ คณะกรรมาธิการได้แก้คํานิยาม ตัดคําว่า คดี ออก ใช้คําว่า พิจารณา นั้น มันสอดคล้อง กับคําในรัฐธรรมนูญ ในมาตราต่าง ๆ ผมอ่านภาษาไทยเข้าใจ แต่ถ้าเราไปให้คําว่า คดี แล้วก็แตกต่างจากตัวกฎหมายแม่คือศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ประชาชนเขาจะดูถูก สภาแห่งนี้ว่าออกกฎหมายกันอย่างไร เขียนกฎหมายแล้วไม่เข้าใจ ไม่ใช่ เพื่อเอาชนะคะคานกัน ท่านประธาน ผมต้องการปกปัองศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎร ที่ทําหน้าที่ในนิติบัญญัติออกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่ได้เรียนกฎหมายแต่ผมพยายาม จะเข้าใจกฎหมาย เข้าใจครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านรู้สึกอย่างไร แต่วันนี้ไม่ใช่ การมาเอาชนะคะคานกัน เราจะออกกฎหมายเพื่อให้เปึนประโยชน์ เพื่อไม่ให้สังคม ได้ดูถูกเรา ผมจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียว มาตรา ๒๑๑ ในนี้ขออนุญาตอ่านเลยท่านประธาน ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับ แก่คดีใด อันนี้ไม่ใช่ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ใช้คําว่า คดี กับ ศาล ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความ โต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๖ และยังไม่มีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาล ส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการ เพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย ในระหว่างนั้นให้ศาลดําเนินการพิจารณาต่อไปได้ แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับมันมีความแตกต่างระหว่างศาล คดีต่าง ๆ ในศาลอาญา ศาลแพ่ง วันนี้เรากําลังพูดศาลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ ชัดเจนว่าใช้คําวินิจฉัย ผมอ่านภาษาไทยเปึนถึงแม้จะไม่ไปเก่งคํานวณ แต่ภาษาไทย เข้าใจ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ยึดกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญให้มันสอดคล้องกับกฎหมายแม่ คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่างน้อย เราออกกฎหมายที่มีบรรทัดฐานเพื่อให้ลูกหลานไม่ดูถูกเรา คนที่จบทางกฎหมาย ในอนาคตไม่ได้ดูถูกสภาแห่งนี้ว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมัยที่ท่านเปึน ส.ส. ท่านออกกฎหมายไม่ดี คําพูดไม่สอดคล้องกับกฎหมายแม่ ผมอายเขา ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ จบกฎหมาย สิ่งนี้ละครับ และที่สําคัญที่สุดในการนั่งพิจารณาคดี ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมมีประสบการณ์มากที่สุดใน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ ไปเจอทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญที่นั่งบนบัลลังก์สวมเสื้อครุย แล้วก็ไปเจอในห้องที่ท่านนั่งใส่สูท

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้ซ้ําประเด็นกับที่ท่านอภิปรายรอบแรกไปแล้วครับ ผมฟังอยู่ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เข้าใจครับ เพื่อตอกย้ํา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมพยายามจะรวบรัดครับ คือขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ด้วยความเคารพ ท่านเปึน ส.ส. อาวุโส ผมให้ความเคารพท่านมีประสบการณ์มากมาย แต่สิ่งที่เรากําลังวินิจฉัยคําพูด คํานิยามต่าง ๆ มันสอดคล้องกับที่รัฐธรรมนูญได้ออกไว้ นะครับ ผมอยากจะถามกรรมาธิการอีกคําถามเดียวว่า ในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการนี้มีตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญมานั่งพิจารณาด้วยหรือไม่ เขาเห็นแย้งกับท่านหรือไม่ในการที่ท่านเปลี่ยนคําเหล่านี้ เดี๋ยวท่านชี้แจงนะครับ ผมอยากจะฟังด้วย เพราะว่าผมเห็นรายชื่อของเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่ผมเคยไป เบิกความอยู่ในนี้ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเชาวนะ อะไรนี้นะครับ นามสกุลท่านก็อยู่ในนี้ และเปลี่ยนคนด้วย ฝากไว้แค่นั้นนะครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าการอภิปรายของผม เปึนประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ เป่ดใจให้กว้างครับ วันนี้เรากําลังทําหน้าที่ในสภานิติบัญญัติ ไม่ใช่จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจกันนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอท่านสุทัศน์อีกสักคนนะครับ และเดี๋ยวคณะกรรมาธิการตอบยาวเลยนะครับ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย

ประการแรก ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นั้นมีตัวแทนของศาลรัฐธรรมนูญ มาร่วมพิจารณาตลอด ซึ่งก็เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนพร้อมกับผม และอีกหลายท่าน แล้วก็คําว่า คดี นี้จะปรากฏอยู่ในอีกหลายมาตรา ซึ่งคงจะต้องพูดกัน อีกยาว ผมมีประเด็นนิดเดียวครับว่าต้องเรียนกับท่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ บรรดาศาลทุกศาลจะต้องมีกระบวนการพิจารณาทุกศาล แล้วบาง ศาลเดิม กระบวนการพิจารณาดังกล่าวนั้นก็เรียกว่า กระบวนการพิจารณาความ ไม่ได้ ออกเปึนพระราชบัญญัติ ศาลรัฐธรรมนูญของเราเช่นเดียวกัน ผมเปึนคนเสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เดิมออกเปึนเพียงข้อกําหนด ทั้งนี้ เพราะว่าขณะนั้นยังไม่มี กฎหมายบังคับให้ออกเปึนพระราชบัญญัติ และเราก็ถือว่าศาลรัฐธรรมนูญเปึนศาลใหม่ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ก็น่าจะเปึนผู้ที่ทํางานโดยตรง จึงได้มีบทบัญญัติให้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผู้ออกข้อกําหนดวิธีพิจารณาความ ทั้งนี้ เพราะว่า วิธีพิจารณาความนั้นจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไข ขั้นตอนในการนําคดีเข้าสู่การพิจารณา และการดําเนินกระบวนพิจารณาของศาล แล้วก็เปึนหลักประกันถึงการทําหน้าที่ ของตุลาการ นั่นคือระบบการกระบวนการพิจารณา ขณะเดียวกันมีกฎหมายหลายฉบับครับ ที่คําว่า กระบวนการพิจารณา ไม่ได้ใช้คําว่า กระบวนการพิจารณาคดี แต่ใช้คําว่า กระบวนการพิจารณาความ เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ได้ใช้คําว่า คดี แต่ก็เปึนการพิจารณาคดีในเรื่องแพ่ง และคดีในเรื่องอาญา ท่านประธานครับ ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่าในส่วน การพิจารณานั้นจะเปึนลักษณะการพิจารณาอยู่ ๒ ลักษณะ คือ

ลักษณะหนึ่ง คือระบบไต่สวน ซึ่งศาลที่ระบบไต่สวนก็มีศาลปกครอง และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง นั่นก็คือใช้วิธีการระบบ ไต่สวน

อีกส่วนหนึ่งในการประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณีมีปัญหา บทบัญญัติของกฎหมาย ข้อขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลไม่จําเปึนต้องออกนั่งทําการไต่สวน เนื่องจากไม่มีปัญหาใด ๆ ข้อเท็จจริงใด ๆ ให้ต้องพิจารณาวินิจฉัย ดังนั้น การนั่งพิจารณาของศาลนั้นก็คงจะมีทั้งออกมานั่งเต็มบัลลังก์ ใส่เสื้อครุย แล้วก็คงจะ นั่งปรึกษาหารือกันในห้อง บังเอิญผมก็ยังไม่ได้เคยมีโอกาสขึ้นไปเปึนผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกฟัองในศาลรัฐธรรมนูญ เปึนแต่เพียงผู้ที่ไปนั่งร่วมกันพิจารณาในคดียุบพรรค ท่านสุรพงษ์ก็เชี่ยวชาญ ท่านไปบ่อย ท่านเจอทั้งบนบัลลังก์และเจอในห้อง นั่นก็คือ เปึนกระบวนการนั่งพิจารณาเช่นเดียวกัน ที่ผมเรียนอย่างนี้ มิได้หมายความว่า จะมาเอาชนะคะคานกัน แต่ผมก็เห็นว่า ที่ผมได้ขอสงวนนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับจารีตประเพณีนิยมและเพื่อให้ประชาชนที่เกี่ยวข้อง กับการทําหน้าที่ของศาลได้เข้าใจถูกต้อง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอดีมีผู้ประสงค์อภิปรายอีกท่านหนึ่งนะครับ แล้วเดี๋ยวกรรมาธิการจะได้ตอบทีเดียวครับ คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่จบคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัย รามคําแหง โดยการเรียนตามระบบ ตามขั้นตอน ไม่ได้ขึ้นลิฟต์แต่ประการใด ผมเห็นว่าการพิจารณาของกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นเปึนเรื่องที่ผิดฝาผิดตัว และในฐานะที่เปึนบัณฑิตจากรามคําแหง ถ้าไม่ลุกขึ้นทักท้วงกรรมาธิการเสียงข้างมากไว้ ในวันนี้ก็จะเปึนเปึนปัญหาในอนาคตว่าอยู่ในสภาแล้วทําไมไม่พูด ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และเห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญที่ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... โดยเฉพาะในมาตรา ๓ เหตุผลของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่จะให้ไปเปลี่ยนจากคําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา นั้น เปึนเรื่องที่พยายามทําความเข้าใจอย่างไรแล้วก็ไม่สามารถ ที่จะเข้าใจได้ว่ามีเหตุมีผล ท่านประธานครับ อย่างที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าพี่น้องประชาชนชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่ต้องจบดอกเตอร์ ไม่ต้อง จบปริญญาอะไรก็สามารถเข้าใจได้ว่าถ้ามีกรณีพิพาทกันในศาลเขาเรียกว่า คดี ครับ เพราะฉะนั้นการที่จะไปเปลี่ยนเปึนอย่างอื่นแล้วเปึนเรื่องที่สร้างความยุ่งยากให้กับพี่น้อง ประชาชนในการที่จะเข้าใจในเรื่องนี้ ผมอยากตั้งข้อสังเกตต่อท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการว่าอาจจะเนื่องจากเปึนเพราะว่าบางบุคคลมีอคติกับการพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ บางบุคคลไม่ชอบศาลรัฐธรรมนูญ บางบุคคลเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญ นั้นเปึนอย่างนั้น เปึนอย่างนี้ เปึนอย่างโน้น แต่แท้ที่จริงแล้วท่านประธานที่เคารพครับ ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี หรือศาลอื่น ๆ ก็ดีล้วนแต่ตัดสินด้วยความเที่ยงธรรม ด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม แต่ความยุติธรรมดังว่านั้นปรากฏว่าคนที่เสียประโยชน์ กลับมองว่าไม่ยุติธรรม แต่สําหรับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเข้าใจได้ครับ ว่าอะไร เปึนอะไร แล้วผมขอสนับสนุนการที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะกลับไปใช้คําว่า คดี เหมือนกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอมาทุกประการ ขอขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการจุมพฏ บุญใหญ่ แล้วก็ต่อด้วยกรรมาธิการนคร มาฉิม ครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สกลนคร เขต ๒ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ คําว่า คดี กับ เรื่องพิจารณา เปึนถ้อยคําที่อยู่ในบทนิยามมาตรา ๓ และคําว่า เรื่องพิจารณา ที่เอามาแทนคําว่า คดี นั้น ผู้เสนอก็คือผม ก็จะขอชี้แจงเฉพาะถ้อยคํานี้ในส่วนที่กระผมได้เกี่ยวข้องตามที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้มอบหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ในการ ร่างบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น ถ้าถ้อยคําใดที่กฎหมายมีความประสงค์ที่จะให้มี ความหมายเฉพาะก็จะมีบทนิยาม ท่านประธานที่เคารพ แต่ถ้าถ้อยคําใดที่ไม่ต้องการให้มี ความหมายเฉพาะ คือให้มีความหมายที่เปึนภาษาทั่ว ๆ ไป ใครฟังแล้วก็เข้าใจได้ ก็จะไม่ต้องเขียนบทนิยามไว้เมื่อพูดถึงความหมายของถ้อยคํา ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อความทันสมัย กระผมก็จะขออ้างพจนานุกรมและถ้อยคําในพจนานุกรม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยคดีก็ได้เคยใช้พจนานุกรมในการวินิจฉัยคดีมาแล้ว ท่านประธานครับ มาดูพจนานุกรมคําว่า คดี ซึ่งในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หน้า ๒๑๕ บอกว่า คําว่า คดี เปึนคํานาม ถ้าใช้ในความหมายของกฎหมาย คดี แปลว่า เรื่องหรือความที่ฟัองร้องหรือกล่าวหากันในทางกฎหมาย ซึ่งต้องดําเนินการตามกระบวน วิธีพิจารณาความตามที่กฎหมายกําหนดไม่ได้ เช่น คดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง ไม่มีคําว่า คดีรัฐธรรมนูญ อยู่ในคํานิยาม ของพจนานุกรม ท่านประธาน แล้วยังมีความหมายต่อไปว่าคดีหมายเลขแดงก็เปึนคําที่ใช้ ในภาษากฎหมายเท่านั้น เปึนคํานาม คือคดีที่ศาลได้มีคําพิพากษา หรือคําสั่งวินิจฉัย ชี้ขาดคดี หรือคําสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ หรือมีคําสั่งจําหน่ายคดีชั่วคราวแล้ว ทีนี้มาดูคําว่า เรื่อง ครับท่านประธาน เพราะคดีมันจะเกี่ยวกับเรื่อง เรื่อง ในพจนานุกรม หน้า ๙๗๕ ก็บอกว่าเปึนคํานามเหมือนกัน ความหมายของคําว่า เรื่อง คือภาวะ หรือเนื้อหาของสิ่งซึ่งเนื่องกับข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ และคําว่า เรื่อง ยังหมายถึงคําว่าเนื้อความและยังหมายความว่าคดีอีกด้วย ท่านประธาน ที่เคารพ หรือยังหมายความว่าเหตุ ฉะนั้นคําว่า เรื่อง กับ คดี มันก็เปึนความหมาย ที่คล้ายกัน แต่เหตุใดคณะกรรมาธิการหรือกระผมถึงได้เสนอใช้คําว่า เรื่องพิจารณา มาแทนคําว่า คดี อยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ อยู่ที่ความแตกต่าง ตรงนี้เองที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะใช้ตัดสินว่าจะลงมติให้ใช้คําว่า เรื่องพิจารณา แทนคําว่า คดี ตามที่ กรรมาธิการได้เสนอหรือไม่ คือความแตกต่างครับ ท่านประธานครับ ความแตกต่าง ของอะไร ผมจะขออนุญาตท่านได้ใช้เวลาสักเล็กน้อยผมจะพูดไปที่หลักวิชาล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับอคติใด ๆ ที่ท่านสมาชิกได้เสนอ ผมไม่เคยมีอคติต่อศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรามาดูว่าศาลรัฐธรรมนูญคืออะไร ศาลรัฐธรรมนูญถ้าจะพูด จริง ๆ ถ้าเราลบคําว่า ศาล ออกไป ก็คือองค์กรที่จะวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ องค์กรที่วินิจฉัยนี้ถ้าจะย้อนไปประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตั้งแต่มีการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยมามีคดีสําคัญคดีหนึ่งเปึนคดีประวัติศาสตร์ นั่นคือคดีอาชญากรสงครามครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญสมัยนั้นได้เขียนไว้ว่า สภาผู้แทนราษฎรมีอํานาจวินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ศาลฎีกาสมัยนั้นบอกว่า เมื่อนิติบัญญัติเปึนผู้ตรากฎหมาย แล้วศาลเปึนผู้ใช้กฎหมาย นิติบัญญัติจะมาตีความหรือใช้กฎหมายไม่ได้ต้องให้ศาล เปึนองค์กรที่จะวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสมัยนั้น ออกพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามย้อนหลังไปเอาโทษซึ่งเปึนข้อห้ามที่หลักสากลทั่วไป บอกว่าจะออกกฎหมายย้อนหลังไปเอาโทษไม่ได้ ศาลฎีกาจึงตัดสินว่าพระราชบัญญัติ อาชญากรสงครามในเฉพาะบทบัญญัติที่มีเนื้อหาย้อนหลังไปเอาโทษคนที่กระทําผิดนั้นไม่ได้ ตอนนั้นศาลท่านปกปัองนะครับ แต่มา ณ ปัจจุบันถ้าจําได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อมีการ ปฏิวัติรัฐประหาร ไม่มีอคติแต่ยกข้อเท็จจริงทางการเมืองขึ้นมา มีการออกกฎหมาย ย้อนหลังไปเอาโทษในคดียุบพรรคการเมืองครับ ซึ่งตุลาการรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ ก็มิได้ตัดสินเหมือนคําพิพากษาศาลฎีกาในอดีตนั้น ไม่คุ้มครองก็ตัดสิน ไปลงโทษย้อนหลัง ทีนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมพูดถึงองค์กรวินิจฉัยความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญนั้น ประเทศในโลกนี้มีอยู่ ๓ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ คือให้ศาลยุติธรรม เปึนผู้วินิจฉัย อย่างเช่นในอดีตศาลยุติธรรมวินิจฉัย แต่มาปัจจุบันไม่ให้ศาลยุติธรรม วินิจฉัย ทีนี้มารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ ให้ตุลาการรัฐธรรมนูญเปึนผู้วินิจฉัย ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ได้เล่าเรียนต่างประเทศไม่รู้ว่าภาษาฝรั่งมันใช้ว่าอะไร แต่เข้าใจเขาใช้คําว่า ชิบูนอน (Shibunon) หรืออะไร คือในรูปแบบของคณะกรรมการหรือตุลาการรัฐธรรมนูญ ตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลนะครับ แต่เปึนองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ ทีนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ได้ให้องค์กรที่จะวินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้นอยู่ในรูปแบบของศาล ตรงนี้เองท่านประธานครับ จึงจะไป อยู่ที่ความแตกต่างของศาลรัฐธรรมนูญและความแตกต่างของศาลยุติธรรม

ท่านประธานที่เคารพ ผมย้ําอีกครั้งครับ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลยุติธรรม แต่ไม่ใช่ความหมายว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุติธรรมนะครับ ในอดีตประเทศไทยของเรา ใช้ระบบศาลเดี่ยว ท่านประธานครับ คือมีศาลยุติธรรมเพียงศาลเดียว ต่อมาเมื่อป้ ๒๕๔๐ มีรัฐธรรมนูญกําหนดให้ใช้ระบบศาลคู่มีศาลปกครองขึ้นมา ศาลยุติธรรมจะใช้วิธีการ กล่าวหา ระบบกล่าวหาคือผู้ใดกล่าวอ้างผู้นั้นต้องพิสูจน์ แต่ศาลปกครองเปึนศาลคู่ ที่คู่ขึ้นมาใช้ระบบการไต่สวน ศาลจะมีอํานาจหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนตัดสินคดี ท่านประธานที่เคารพ ความแตกต่างของถ้อยคําที่จะเห็นได้ชัดก็คือ ในศาลยุติธรรมนั้น ผู้เสนอคดีต่อศาลคือโจทก์และจําเลย ในบทนิยามของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความ ในคดีแพ่งและคดีอาญานั้นจะใช้คําว่า โจทก์ จําเลย ใช้คําว่า คําฟัอง แต่ในคดีศาลปกครอง ท่านประธานที่เคารพ เขากลับใช้คําว่า ผู้ฟัองคดีและผู้ถูกฟัองคดี ตัวนี้ยังอยู่ในศาลครับ ยังอยู่ในคําว่า คดี อยู่ ทีนี้มาศาลรัฐธรรมนูญผมกราบเรียนแล้วว่าความแตกต่างก็คือ เราจะให้ประเทศนี้ได้แยกออกให้เห็นชัดว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนองค์กรวินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ควรจะติดยึดอยู่ในรูปแบบของผู้พิพากษา ท่านประธานที่ เคารพครับ อยู่ในมือผมนี้นะครับ เปึนเอกสารที่เผยแพร่โดยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ แบบพิมพ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญมีตราครุฑนะครับ วันที่ ถ้าใครจะเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในนี้ก็จะบอกว่า ระหว่าง ถ้าในศาลยุติธรรม จะบอกว่าคดีระหว่างใครเปึนโจทก์ ใครเปึนจําเลย ตัวนี้เขาใช้คําว่า ผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง ซึ่งในพระราชบัญญัติที่เสนอนี้เองครับก็ไม่ได้บอกให้คํานิยามว่า โจทก์ หรือ จําเลย นะครับ ให้คํานิยามคือ ผู้ร้อง และ ผู้ถูกร้อง เท่านั้น ซึ่งอันนี้จะไปสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๔ ครับ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทางฟากพรรคเพื่อไทย ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านวิเชียร ขาวขํา ได้อภิปรายไปแล้วนั่นคือ ใช้คําว่า ให้เสนอเรื่อง เพื่อพิจารณาครับ ถ้อยคําตรงนี้ครับที่เรามาใช้แทนคําว่า คดี ทีนี้มาดูเนื้อหาที่ขึ้นสู่ ศาลรัฐธรรมนูญว่า เนื้อหาที่ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องที่พิพาทกันจนอีกฝ์ายหนึ่ง ต้องแพ้ อีกฝ์ายหนึ่งต้องชนะหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมขอเอาเอกสารวิชาการ ของศาลรัฐธรรมนูญมาอ้างครับ ไม่ใช่ของผมนะครับ เรื่องที่ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตามมาตรา ๑๑๔ ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของเงื่อนไข การตราพระราชกําหนดครับ ไม่ได้บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจพิพากษาคดีนะครับ พอมาโยงตรงนี้ท่านประธาน ผมขออ้างพจนานุกรมอีกแล้วครับ เพื่อความทันสมัย เลียนแบบศาลรัฐธรรมนูญหน่อยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในพจนานุกรม คําพิพากษานี้อยู่หน้าที่ ๗๘๙ บอกว่าเปึนคํากิริยา ถ้าใช้ในกฎหมายแปลว่า ตัดสินคดีโดยศาล ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมทุกมาตราไม่ได้บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญ พิพากษาคดีเลยแม้แต่แห่งเดียวนะครับ มีแต่บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเท่านั้นครับ นี่คือความแตกต่างที่เราจะให้มีหรือไม่ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าจะให้มีความแตกต่าง ก็ต้องเปลี่ยนจากคําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา ถ้าจะไม่ให้แตกต่างท่านก็ยืนคําว่า คดี ได้

ทีนี้ท่านประธานที่เคารพมาดูอีกครับ เรียกตุลาการ ในบทนิยาม ในการ แปลความหมายพจนานุกรม หน้า ๗๘๙ คําว่า พิพากษา ซึ่งเปึนคํากิริยา เมื่อจะเรียก ตุลาการผู้ทําหน้าที่ตัดสินดังกล่าวว่า ผู้พิพากษา ครับ เราไม่ได้เคยเรียกว่า ผู้พิพากษา ศาลรัฐธรรมนูญ เราเรียก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราเรียกว่า ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลปกครอง นี่คือความแตกต่างที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากต้องการให้ปรากฏในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วมาดูอีกทีท่านประธานครับ ในหน้าเดียวกัน ในบทนิยามเดียวกันนี้ของพจนานุกรม เรียกคําตัดสินนั้นว่า คําพิพากษา ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นก็คือถ้าศาลชี้ขาดตัดสิน ถ้าเปึนศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลปกครอง ก็เรียกคําว่า พิพากษา แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ ท่านจะบอกว่า คําวินิจฉัยเรื่องเสร็จที่เท่านั้น เรื่องเสร็จที่เท่านี้ ท่านไม่เคยเรียกคําวินิจฉัย ของท่านว่าคําพิพากษาเลย นี่คือความแตกต่างที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ท่านประธานที่เคารพ ทีนี้เราจะต้องให้เห็นถึงความแตกต่างอีกประการหนึ่งท่านประธานครับ นั่นคือผลของคําวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดนั้น ผลของคําวินิจฉัย มีความสําคัญต่อทิศทางของประเทศหรือความยุติธรรมต่อการเปลี่ยนแปลงมาก เพราะคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเปึนคําวินิจฉัยที่กระทบต่อมหาชนทั้งประเทศ เพียง ๑ เสียงเท่านั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เลยครับว่ากรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปทํากับข้าว ออกทีวีออกอะไรเหล่านั้นจะต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่คําพิพากษาของศาลแพ่งและของศาลอาญานั้นผูกพันแต่เฉพาะคู่ความครับท่านประธาน ไม่ผูกพันคนนอกครับ คนนอกถ้าเผื่อเปึนคดีก็ไม่ต้องยึดตัวนั้น และในขณะเดียวกันคําพิพากษานั้น แม้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๓ วรรคสอง จะบอกว่าคําพิพากษาศาลฎีกา เปึนที่สุดไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ แต่ศาลฎีกาเองก็อาจจะกลับหลักคําพิพากษา ของศาลฎีกาได้โดยการประชุมใหญ่หรือโดยองค์คณะองค์คณะอื่นที่จะมาวินิจฉัย แต่คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ จะผูกพันกับองค์กรทุกองค์กร แม้แต่ศาลเอง แล้วก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผล ที่คณะกรรมาธิการได้ใช้คําว่า เรื่องพิจารณา แทนคําว่า คดี เพื่อให้เห็นความแตกต่าง ขององค์กรวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ถ้าการวินิจฉัยว่า คุณสมบัติหรือการวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติที่สภาแห่งนี้ได้ออกมาแล้วขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่เราจะนับว่ามันเปึนคดีไหมครับ กรรมาธิการเห็นว่ามันไม่ควรจะเปึนคดีครับ ไม่ควรมีใครแพ้ ไม่ควรมีใครชนะ ควรแต่มีว่าชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น หรือการวินิจฉัยอื่น ๆ ถ้าท่านดูในส่วนที่ ๒ ของหมวดว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ เปึนเรื่องของการวินิจฉัยทั้งสิ้นครับ ไม่ใช่เรื่องของการที่จะพิพากษาให้มีการแพ้ชนะ

ผมขอตอบไปที่คําถามของท่านสมาชิกที่อภิปรายนะครับ ท่านอ้าง มาตรา ๓๐๐ แล้วความเห็นท่านโน้มน้าวมาในเหตุผลของกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ท่านบอกว่าถ้าเปลี่ยนคําว่า คดี เปึน เรื่องพิจารณา แล้วจะกระทบต่อคดีของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ กระผมเห็นว่าไม่กระทบต่อผลตัวนั้น เพราะเรื่องเหล่านั้นได้กลายเปึนเรื่องพิจารณาที่อยู่ในอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันแล้ว เพียงแต่เปึนการโอนเรื่องมาให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัย ส่วนผลที่จะไป ล้มล้างความผิดใด ๆ นั้นกระผมเห็นว่าในความเห็นของกระผมส่วนตัวนะครับ ไม่เกี่ยวกับ กรรมาธิการว่าไม่มีสิทธิที่จะไปล้มล้าง แต่สิ่งที่จะกระทบอย่างมากก็คือถ้าเรา ให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้คําว่า คดี คดีมันมี ๒ ฝ์ายครับ ผลที่ส่งมาก็คือ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ คดียุบพรรคการเมือง อันนี้ไม่ได้มีอคติเพื่อจะหยิบยกขึ้นมาฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ เพียงแต่ว่าศึกษากันในเชิงวิชาการว่าการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีนั้นเอง การยุบพรรคการเมือง ลงโทษกรรมการบริหารพรรคโดยย้อนหลัง ซึ่งอ้างไปแล้วว่า ไม่ควรจะย้อนหลังไปเปึนโทษ ลักษณะนั้นเองได้ก่อให้เกิดผลกระทบความแตกแยก ของคนในประเทศมาจนกระทั่งปัจจุบันที่เรากําลังจะหาทางออกกันนี้ยังจะหาทางออก ได้ลําบากท่านประธานครับ แต่ถ้าให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้นําเรื่องขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้คิดว่าเราไม่ได้ทะเลาะกัน เราไม่ได้แตกแยกกัน ไม่มีฝ์ายแพ้ ไม่มีฝ์ายชนะ เพียงแต่ วินิจฉัยว่ามันชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น ควรจะเปึนอะไร อย่างไร ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ไปในหลักวิชาการอย่างเดียวครับ ผมเห็นว่าความสามัคคีก็จะเกิดขึ้น อันนี้ตอบท่าน

ทีนี้ท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งถามว่า เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เข้า มาร่วมในคณะกรรมาธิการนี้หรือไม่ ก็กราบเรียนว่าได้เข้ามาร่วม เมื่อคณะกรรมาธิการ ได้เสนอให้ใช้คําว่า เรื่องพิจารณา เจ้าหน้าที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีความโน้มเอียงมาที่จะ ให้ศาลเปลี่ยนถ้อยคําในแบบฟอร์มทั้งหมดเปึน เรื่องพิจารณา แต่ว่าพอไป ๆ มา ๆ มาถึง มาตราอื่นก็เลยกลายเปึนว่าลงกันไม่ได้ในคณะกรรมาธิการ ก็กราบเรียนท่านสมาชิก ที่เคารพอย่างนี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการและเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติต่อประเด็นข้อซักถาม ของท่านสมาชิกเปึนประเด็นย่อ ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ คําว่า คดี ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ได้บัญญัติคํานิยามไว้ว่า คดี หมายความว่า เรื่องที่เสนอเปึนคําร้อง ต่อศาลเพื่อพิจารณาวินิจฉัย คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในที่ประชุมของกรรมาธิการ ได้ตัดคําว่า คดี ออก แล้วก็เปลี่ยนจาก คดี เปึนคําว่า เรื่องพิจารณา หมายความว่า เรื่องหรือประเด็นที่เสนอเปึนคําร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาวินิจฉัย โดยกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ได้เพิ่มคําว่า หรือประเด็น เพิ่มขึ้นมาในรายละเอียดนะครับ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ นะครับ เนื่องจากว่าคําว่า คดี เปึนคําสามัญที่ใช้กันอยู่ทั่วไปขององค์กรศาล แล้วก็มี ปรากฏในกระบวนการพิจารณาทั้งศาลปกครองก็คือพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนี้ก็ปรากฏชัด กฎหมายวิธีพิจารณาคดีแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาต่าง ๆ ก็ถือว่าใช้คําว่า คดี เปึนหลัก เพราะฉะนั้นคําว่า คดี จึงเปึนคําสากล

ส่วนอีกเรื่องเล็กน้อยที่ทางกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เพิ่มคําว่า หรือประเด็น เข้ามา ผมเกรงว่ากระบวนการในการที่จะพิจารณาของศาลจะสะดุดแล้วก็ ติดขัด เนื่องจากว่าประเด็นในคดีหนึ่งอาจจะมีรายละเอียดเปึนสิบเปึนร้อยประเด็น เพิ่มขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นคําว่า คดี ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ยังคง เห็นด้วยที่จะให้คงอยู่ตามร่างที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไปแล้ว

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อท่านสมาชิกหลายท่านนะครับ ที่ได้ซักถามแล้วก็ตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือ กระบวนพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอกฎหมาย โดยวรรคสุดท้ายกําหนดไว้แต่เพียงว่า และการลงมติตลอดจนการปฏิบัติตามอํานาจ หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายซึ่งจะเป่ดกว้างไว้เพื่อที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเปึน ศาลพิเศษ แล้วก็พิเศษจริง ๆ เหมือนกับที่ท่านจุมพฏ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้อภิปราย แล้วก็ชี้แจงต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญ เปึนศาลพิเศษที่กําหนดทิศทางว่าประเทศควรที่จะเดินไปในทิศทางไหน กําหนดหลักใหญ่ ในการบริหารพรรคการเมืองแล้วก็ทิศทาง เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ออกมาแต่ละครั้งเปึนเครื่องชี้วัดแล้วก็ผูกพันไปถึงรัฐสภา ผูกพันถึงศาลทุกศาล ผูกพันถึงคณะรัฐมนตรีทั้งคณะแล้วก็ตลอดไป รวมไปถึงองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นจะไม่กล่าวเกินเลยเลยว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นสามารถที่จะ พลิกฟัาพลิกแผ่นดินในประเทศได้ เปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งยวด เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่า ศาลรัฐธรรมนูญถูกจํากัดกรอบให้พิจารณาเฉพาะรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้กําหนดกรอบที่มีกรอบจํากัดอยู่ เพียงแค่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว กราบเรียนท่านประธาน และท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านเลยนะครับว่าในทางปฏิบัติแล้วทําได้ยากยิ่ง แล้วก็ไม่สามารถที่จะให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญบรรลุเปัาหมายเพื่อที่จะจรรโลงสังคม ให้เดินไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องเพื่อกําหนดแนวนโยบายของประเทศที่จะเดินไปสู่ทิศทาง ที่ถูกต้องได้ เพราะฉะนั้นอาจจะขัดต่อผลของการปฏิบัติได้

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ เพิ่มขึ้นก็คือคําจํากัดความในเรื่องข้อพิพาท โดยกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่มคําว่า ข้อพิพาท หมายความว่า ข้อขัดแย้ง ข้อโต้แย้ง หรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ ตามกฎหมาย และหมายความรวมถึงข้อขัดแย้งอันเปึนปฏิปักษ์ต่อกันทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่าเพิ่มข้อความหรือคําจํากัดความบทนิยามในเรื่อง ข้อพิพาทเกิดขึ้น แล้วก็ถูกตราไว้ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ฉบับที่กําลังพิจารณากันอยู่นี่ไม่สามารถที่จะใช้ บังคับกฎหมายในทางปฏิบัติได้เลยครับท่านประธาน เหตุผลเพราะอะไรครับ เพราะคําว่า ข้อพิพาท จะไปถูกเกี่ยวโยงกับอีกหลายมาตรา เช่น มาตรา ๑๐ ในเรื่องการ คัดค้านตุลาการรัฐธรรมนูญที่จะมาพิจารณาวินิจฉัยอรรถคดีที่เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทําไมผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ ก็เพราะอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าข้อนี้เปึนข้อถกเถียงที่กรรมาธิการกว่าจะหาข้อยุติว่าควรที่จะต้องโหวตกัน ต้องต่อสู้กันด้วยเหตุด้วยผลด้วยแต่ละฝ์ายซึ่งก็เคารพกันในแต่ละฝ์าย เหตุผลที่มันโยง ไปถึงมาตรา ๑๐ ก็เพราะว่ามีตุลาการบางท่านซึ่งอาจจะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ขัดหรือแย้งกับนโยบายของพรรคการเมืองบางพรรค หรือว่าเสนอความคิดเห็นในทางกฎหมาย ในทางวิชาการ เสนอซึ่งมันขัดหรือแย้งกับความคิดเห็นของสมาชิกพรรคการเมือง บางพรรค เพราะฉะนั้นข้อปฏิปักษ์ทางการเมืองซึ่งมีเหตุผลอย่างกว้างแล้วก็ ไม่มีขีดจํากัดในการที่จะจํากัดกรอบ ท่านก็อาจจะถือว่าเข้าต่อข้อขัดแย้งหรือเปึนปฏิปักษ์ ต่อกันทางการเมืองท่านก็จะถูกคัดค้าน พอถูกคัดค้านคดีก็จะเกิดเปึนคดีลูก ๆ ไป ๆ มา ๆ ตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านอาจจะถูกคัดค้านทั้งหมด คดีหลักก็จะถูกดองไว้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ อันนี้ก็คือเปึนสิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จึงเห็นพ้องกับท่านกรรมาธิการสุทัศน์ เงินหมื่น ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แล้วก็ขอให้คง ร่างเดิมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอต่อสภา กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการสุนัย จุลพงศธร

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ในนามกรรมาธิการ ก่อนที่ผมจะได้ให้ข้อมูลชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องคดี หรือข้อพิพาทตามที่ได้มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวนั้น ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนประเด็นสําคัญที่เปึนพื้นฐานก่อนว่า การพิจารณาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธาน ได้เป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายกันให้มากครับ ท่านหนึ่ง จะอภิปราย ๒ ครั้ง ยังไม่ชัดเจน จะ ๓ ครั้ง ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่น่ายินดีที่ผมจะได้ กราบเรียนท่านประธานว่าเพราะอะไร ผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย ได้มีโอกาสอยู่ในคณะกรรมาธิการหลายคณะ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า การเปึน กรรมาธิการในคณะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญนี้เปึนเรื่องที่มีลักษณะพิเศษจริง ๆ กล่าวคือมีการต่อสู้กันทางความคิด อย่างไม่มีลักษณะเปึนฝักเปึนฝ์ายเลยนะครับในคณะกรรมาธิการ ทุกครั้งที่มีการโหวตนี่ มีการโหวตสลับกันเลยครับ ฝ์ายรัฐบาลโหวตร่วมกับฝ์ายค้าน ฝ์ายค้านโหวตร่วมกับ ฝ์ายรัฐบาลก็เยอะมากครับในแต่ละประเด็น ในศาลเองก็โหวตต่างกันอีกครับ ผมเองมาได้ ข้อสรุปว่าการเปึนกรรมาธิการชุดนี้รวมตลอดที่ผมมาชี้แจง ผมได้มองเห็นความเปึนจริงว่า เปึนกฎหมายที่เปึนหลักที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องช่วยกันคิดจริง ๆ ผมเองยังอยากจะฝากไปถึงท่านประธานวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ์ายว่า ช่วยปรึกษาหารือกัน เถอะครับ อันนี้เราไม่มีผลประโยชน์ว่าอันนี้เปึนฝ์ายรัฐบาลหรืออันนี้เปึนฝ์ายค้าน ผมทําใจสบายเลยครับ ถ้าท่านจะบอกว่าเอาเหมือนเดิม เอา คดี ก็เอาเถอะครับ เพราะนี่พูดด้วยความสัตย์จริงว่ากฎหมายฉบับนี้มีฝ์ายเดียวครับ คือฝ์ายราษฎร ฝ์ายประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะอะไรครับ เพราะกฎหมายนี้เปึนการวางโครงสร้างครั้งแรก ของศาลรัฐธรรมนูญ เรียนท่านก่อนนะครับ เราไม่เคยมีศาลรัฐธรรมนูญมาก่อนนะครับ เพิ่งมีเฉพาะ ป้ ๒๕๔๐ เท่านั้นเอง เริ่มต้นนะครับ ก่อนป้ ๒๕๔๐ เรามีแค่ตุลาการรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง ป้ ๒๔๗๕ รัฐธรรมนูญฉบับแรกคือวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ประมาณ ๓๐ ป้จนถึงสมัย จอมพล สฤษดิ์ เราไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการตีความรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การอภิปรายที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า หลายครั้งคงจะต้องพูดถึง และขออนุญาตท่านประธานที่จะกล่าวถึงเชิงประวัติศาสตร์ เชิงปรัชญาทางการเมือง ดังนั้นอยากจะให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงข้อคิดเห็นกันเต็มที่ อย่ารู้สึกว่า เราไม่ใช่นักกฎหมาย คนนั้นเปึนนักกฎหมาย ขอประทานโทษท่านสุรพงษ์เอ่ยนามท่าน ท่านครับ ขอให้ท่านเปลี่ยนความคิดเถอะครับว่า นักกฎหมายเท่านั้นที่จะรู้เรื่องกฎหมายดี ไม่ใช่ครับ กฎหมายฉบับนี้ได้พิสูจน์แล้วว่านักกฎหมายไม่สําคัญเท่ากับผู้ออกกฎหมาย เราเข้าใจกรอบวิธีคิดดั้งเดิมมานานเต็มทีว่านักกฎหมายคือรู้เรื่องกฎหมาย พวกชาวบ้าน ไม่รู้เรื่องกฎหมายหรอก ไม่ใช่ครับ ท่านทั้งหลายที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่า อาชีพใดท่านเปึนผู้ออกกฎหมาย นั่นคือท่านเปึนตัวแทนความคิดแห่งราษฎร ดังนั้น การอภิปรายในเรื่องนี้จะต้องเริ่มต้นจากพื้นฐานนี้เพราะอะไรครับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ที่เกิดขึ้นนี้เปึนผลแห่งความสลับซับซ้อนของการเมืองไทย ป้ ๒๔๗๕ นั้นประชาชน ยังไม่มีส่วนร่วมนะครับ ป้ ๒๔๗๕ สมัยรัชกาลที่ ๗ ประชาชนมีอยู่ประมาณ ๑๐ ล้านคน ดังนั้นการใช้กระบวนการในช่วงแรก ๒๐ ป้ ๓๐ ป้นั้นการตีความไม่ค่อยมีครับ มีแต่ การตีกัน เอาป๋นมาล่อกัน แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยความรุนแรง วัฒนธรรม แห่งความรุนแรงทางการเมืองยังดํารงอยู่แต่ว่าได้คลี่คลายไป ผมได้มีโอกาส เปึนอนุกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญในชีวิตครั้งแรกก็คือรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๑๗ เมื่อท่านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เปึนประธานสภายกร่างรัฐธรรมนูญ เราได้เห็น ความจริงว่าหลังจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง ๑๔ ตุลาคมแล้ว สังคมได้ดึงประชาชน องค์กร ผลประโยชน์ต่าง ๆ ภาคประชาชนเข้ามาสู่กระบวนการทางการเมือง จึงเกิดภาวะ รัฐธรรมนูญฉบับแรก ป้ ๒๕๑๗ และหลังจากนั้นขึ้นมามีความสลับซับซ้อนมากขึ้นต้องใช้ การตีความมากขึ้นครับ แต่การตีความอย่างไรท่านต้องตั้งคําถามว่าต้องมีการตีความ ทําไมจึงไม่มีศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นล่ะครับ เพราะหลักอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยนั้น มี ๓ อํานาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งเปึนเรื่องเก่าที่เรารู้ ท่านครับ ในอดีตศาล เปึนสถาบันหนึ่งที่ไม่เข้ามาก้าวก่ายกับฝ์ายนิติบัญญัติ แต่เราอยู่ในฐานะถ่วงดุลกัน ของเรานี้เปึนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข จึงมีลักษณะพิเศษ ที่ ๒ องค์กรเท่านั้นที่มาจากประชาชนโดยตรงด้วยการเลือกตั้ง แต่ศาลไม่ได้มาจาก การเลือกตั้ง แต่เปึนตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ในภาวะที่เราต้องมาพิจารณาหลังจากที่มีการยึดอํานาจเมื่อ ๑๙ กันยายน จึงมี ความละเอียดอ่อนมากครับ เพราะอะไรครับ เพราะได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ได้กําหนดให้ศาลขยายอํานาจมากขึ้นเหลือเกิน ท่านครับ เราไม่เคยเห็นเลยนะครับ ที่สถาบันตุลาการจะยื่นกฎหมายได้เองโดยไม่ต้องผ่านรัฐบาลเลย ยื่นเข้ามาโดยตรงเลยครับ เราไม่เคยเห็นที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจปลดนายกรัฐมนตรีได้ เราไม่เคยเห็นเลย ที่ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคได้ โดยหลักการพื้นฐานพรรคการเมืองเปึนสิทธิขั้นพื้นฐาน แห่งราษฎรที่จะก่อตัวกันขึ้นเปึนองค์กรพรรคการเมือง แต่วันนี้ท่านครับ พรรคการเมืองก็อยู่ด้วยความยากลําบาก ไม่ใช่เฉพาะพรรคฝ์ายค้าน พรรคฝ์ายรัฐบาลก็อยู่ในฐานะเดียวกัน ดังนั้นสิทธิแห่งพลเมืองนี้จึงเปึนหลักประกัน ขั้นพื้นฐานว่าเราจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ทําไมจึงไม่เปึนศาลมาตั้งแต่ต้นล่ะครับ เพราะอะไรครับ เพราะในกรอบวิธีคิดดั้งเดิมมานั้นเราถือว่าศาลนั้นอยู่ในอีกสถาบันหนึ่งที่ ถ่วงดุลกับฝ์ายนิติบัญญัติ ไม่ได้ขึ้นมาเปึนศาลหรอกครับ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ประทานโทษ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอรรถวิชช์บอกว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ครับ ขอประทานโทษนะครับ ตุลาการรัฐธรรมนูญนั้น มิได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลเท่านั้นครับ การตัดสิน ของตุลาการรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่ตัดสินในนามพระปรมาภิไธย ความจริงเรื่องอย่างนี้ เราอาจจะต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาอธิบาย แต่วันนี้บังเอิญเราเอาเข้าด่วน ผมคิดว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจในประเด็นนี้ ส่วนจะลงมติหรือไม่อีกทีหนึ่งนะครับ ดังนั้น ตุลาการรัฐธรรมนูญได้ทําหน้าที่ในลักษณะตีความรัฐธรรมนูญเปึนหลัก และคําว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เพิ่งถูกใช้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และถูกคาบเกี่ยวกันเนื่องจาก มีการยึดอํานาจ ตั้งศาลไม่ทันครับ เลยตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อจะมาตัดสินคดียุบ พรรคไทยรักไทย ดังนั้นตรงนี้ในบางเรื่อง ขอประทานโทษท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่ามีอคติ ไม่ใช่อคติครับ เรามีระหว่างความจริงกับข้อเท็จจริง ความจริง ก็อย่างหนึ่ง ข้อเท็จจริงนี้ยังไม่แน่ ที่ท่านบอกว่ามีอคติ ขอประทานโทษ ผมก็ไม่ได้ เอาพจนานุกรมมานะครับ คติ หมายถึงว่าทางที่ไป ส่วนอคติ คือไม่มีทางไป ไม่มีเหตุผล แต่ว่าข้อเท็จจริงที่มีการดําเนินการโดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินท่านสมัคร นายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหามีผลประโยชน์อื่นจากการทํากับข้าวจึงเกิดขึ้น อันนี้ไม่ใช่อคตินะครับ ของจริง แต่ในขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งก็มีผลประโยชน์จากภายนอกอยู่ในกรอบ กฎหมายเดียวกันจากการไปสอนหนังสือ ท่านกลับตีความว่าอันนี้ไม่ต้องลาออกครับ เพราะไม่ใช่ผลประโยชน์จากการรับเงินจากมหาวิทยาลัยนะครับ เพราะเปึนวิทยาทาน ด้วยข้อเท็จจริงเหล่านี้เองครับถูกนําเข้ามาในที่ประชุมและเลือกสรรกัน

ดังนั้นในหลักเบื้องต้นอยากจะกราบเรียนท่านว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จึงเปึนศาลที่มีลักษณะการเมือง และเนื้อแท้ของศาลรัฐธรรมนูญคือศาลแห่งความเห็น ไม่ใช่ศาลอาญาที่ทะเลาะกันโดยตีชิงวิ่งราว หรือว่าเปึนศาลแพ่งตามกฎหมายเอกชน และกฎหมายมหาชน ดังนั้นจึงไม่เคยมีการใช้คําว่า คดี มาเลยในอดีต ไม่เคยมีเลยครับ แม้กระทั่งท่านอาจจะบอกว่าไม่มีคดีเพราะเปึนตุลาการรัฐธรรมนูญ นั่นก็ส่วนหนึ่ง เปึนเหตุผลหนึ่งที่เรามองว่าศาลควรจะอยู่ในสถานะที่เปึนหนึ่งในอํานาจอธิปไตย คือ ตุลาการ นิติบัญญัติ บริหารให้เท่ากัน ท่านลองนึกภาพเวลาเกิดข้อขัดแย้งกัน ทางรัฐธรรมนูญแล้วท่านต้องไปเปึนจําเลยในศาลรัฐธรรมนูญ ท่านครับ คนที่ถูกตีตรวน ขึ้นศาลเขาก็เรียกจําเลยนะครับ คู่ขัดแย้งกันในทางแพ่งและในทางอาญานั้นก็เปึน คู่ขัดแย้งกัน

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงนะครับ คุณวัชระประท้วงอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพต่อท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากและเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจัดว่าขึ้นชั้นอาวุโสแล้ว การอภิปรายในวาระนี้ไม่ใช่เปึนวาระแรก และนี่คือวาระสามท่านต้องอภิปรายเฉพาะ ประทานโทษครับ วาระสอง ท่านต้อง อภิปรายเฉพาะในมาตราที่มีการแก้ไขคือ มาตรา ๓ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ให้นายกรัฐมนตรีสิ้นสภาพไปเพราะทํากับข้าว ก็เปึนเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้ว และไม่เกี่ยวกับมาตราที่กําลังอภิปราย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วประท้วงว่าท่านกรรมาธิการอภิปรายไม่ตรงประเด็นใช่ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ให้ท่านประธานได้โปรดกรุณา วินิจฉัยด้วยความเคารพต่อพี่สุนัย จุลพงศธร จริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ เมื่อพวกเราถามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากใช่ไหมครับ ท่านก็ต้อง ตอบโดยอธิบายความว่าเปึนข้อเท็จจริงและความจริงอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้อภิปรายไป แต่อย่างไรก็ตามในการอภิปรายในวาระสองนั้นก็ควรจะกระชับกว่านี้สักนิดนะครับ ก็ขอคุณสุนัยกระชับสักนิดครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ จริง ๆ ครับท่านประธาน ผมถึงได้ขออนุญาตท่านประธานในเบื้องต้นว่า การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้มันมีข้อโต้แย้งในเชิงปรัชญา ในเชิงประวัติศาสตร์มากครับ และเพื่อที่จะ อธิบายให้ท่านเข้าใจอย่างที่น้องวัชระพูดมาผมเข้าใจ แต่มันเปึนความจําเปึนที่จะบอกว่า ดังจะเห็นได้ว่าตอนที่อภิปรายกันข้างต้น เราก็ไม่รู้ทําไมไม่ใช้ คดี แล้วก็มีเหตุผลต่างคน ต่างฝ์าย แต่ผมเรียนให้ท่านเห็นว่าเราไม่เคยใช้มาก่อนเลย

(นายสาธิต ป่ตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงต่อครับ คุณสาธิตประท้วงอะไรครับ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

ต้องกราบขออภัยท่านสุนัยด้วยความเคารพ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ คือผมขออนุญาตประท้วงคําวินิจฉัย ของท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมพยายามที่จะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงว่าอะไรครับ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

คือท่านวัชระ เพชรทอง ได้ประท้วงว่า การอภิปรายในวาระสองจะต้องอยู่ในประเด็นเกี่ยวกับมาตราที่ขอแก้ไขนะครับ ซึ่งต่างจากการพิจารณาตามวาระหนึ่งหรือขั้นรับหลักการ เพราะฉะนั้นผมก็ยังเห็นว่า การวินิจฉัยของท่านประธานอาจจะไม่ถูกต้อง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เมื่อสักครู่ผมเคยพูดถึงคําวินิจฉัยของท่านประธานนะครับ จากการอภิปรายของ ท่านสุรพงษ์ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม สุดท้ายท่านสุทัศน์ก็ลุกขึ้นมาอภิปราย เพราะว่า การวินิจฉัยของท่านประธานมันจะเปึนบรรทัดฐานในการปฏิบัติต่อไปในสภาแห่งนี้ครับ เมื่อเปึนอย่างนั้นแล้ว เมื่อสักครู่ถ้าเกิดผมยกมือขึ้นอภิปรายท่านประธานก็ต้องชี้ให้ ผมลุกขึ้นพูดได้ มันก็เสียเวลาของสภาแห่งนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ เอา ๒ เรื่องนะครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ

เรื่องแรก ที่ได้วินิจฉัยเกี่ยวกับกรรมาธิการสุนัยอภิปรายนั้น ผมวินิจฉัยว่า ได้อภิปรายตามข้อบังคับ เพราะว่ามีการซักถามเกี่ยวกับเรื่องการที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากให้เปลี่ยนคําว่า คดี ไปเปึน เรื่องพิจารณา ซึ่งคุณสุนัยก็บอกนะครับว่าจะต้อง อธิบายประวัติศาสตร์และเรื่องข้อเท็จจริง ความจริงอะไร ซึ่งหลายท่านก็อภิปรายในเชิงนี้ ละครับ

แล้วก็เรื่องที่สอง ในการอภิปรายพระราชบัญญัติหรือญัตติต่าง ๆ ไม่ได้ มีข้อบังคับนะครับว่าจะต้องอภิปรายได้เพียงครั้งเดียว ไม่มีครับ ข้อบังคับไม่ได้ระบุไว้ แต่เปึนประเพณีปฏิบัติว่า ผมในฐานะประธาน ผมก็จะต้องเรียกกรรมาธิการผู้สงวน ความเห็นให้หมดก่อน หรืออาจจะสลับกันบ้าง โดยให้น้ําหนักกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น แล้วจากนั้นก็จะไปเรียกผู้สงวนคําแปรญัตติ เมื่อผู้สงวนคําแปรญัตติหมดเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะต้องเรียกสมาชิกที่ยังติดใจสงสัยเฉพาะในประเด็นที่มีการแก้ไข แต่ทีนี้ เมื่ออภิปรายไปแล้วบรรดากรรมาธิการที่สงวนความเห็นมีความคิดเห็นว่ามีการตอบ กรรมาธิการตอบหรือไม่ตอบ มีความคิดเห็นว่ามันมีประเด็นใหม่ขึ้นมา เขาสามารถ ซักถามได้นะครับ โดยข้อบังคับไม่ได้ห้ามว่าจะต้องถามได้ครั้งเดียว อันนี้ได้วินิจฉัยครับ แล้วก็จะต้องเปึนธรรมครับ เพราะว่าในเมื่อผมให้ดอกเตอร์สุรพงษ์ลุกขึ้นถามครั้งที่ ๒ ถ้าประเด็นซ้ําผมก็ตัด ผมก็บอกว่าอันนี้เปึนประเด็นที่คุณสุรพงษ์ได้พูดไปแล้ว ซึ่งคุณสุรพงษ์ ก็รับฟังนะครับ หลังจากนั้นท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านขออภิปราย ผมก็เป่ดโอกาส ให้อภิปราย เพราะว่าการพิจารณาเรื่องกฎหมายความเห็นแตกต่างไม่ใช่เรื่องเสียหาย เราก็จะต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทําได้ภายในเวลาที่เรา มีอยู่นะครับ ทีนี้อย่างไรก็ตามสมมุติมีผู้ต้องการอภิปรายมากท่านประธานก็จะต้อง กําหนดเวลา อย่างเช่นเมื่อวานผมก็กําหนดเวลาตามที่เห็นสมควร อันนี้คือการบริหาร การประชุมให้เปึนไปด้วยดี แล้วก็ได้ความคิดเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ตามเวลาที่เรา มีอยู่

นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

ท่านประธานครับ ประเด็นนั้นละครับ ประเด็นที่ผมเรียนกับท่านประธานก็คือว่า เรื่องจารีตประเพณี หมายความว่า คําวินิจฉัยของท่านประธานมันก็อาจจะเปรียบเสมือนข้อบังคับอย่างหนึ่งของสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อประธานวินิจฉัยแล้วกรณีก่อนหน้านี้มันก็ไปผูกมัดต้องปฏิบัติตามที่ ท่านประธานวินิจฉัย กรณีนี้ก็เหมือนกันครับ คือผมด้วยความเคารพท่านประธาน ที่ท่านประธานปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเสมอมา แต่บางทีท่านประธานก็อนุโลม แล้วก็จนเปึนเหตุให้มีการปฏิบัติเหมือนที่ท่านอนุโลมติดต่อกันไป มันก็ทําให้ข้อบังคับ มันไม่เคร่งครัดแล้วก็ไม่ถูกปฏิบัติให้เปึนประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ครับ ผมก็เรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า คําตัดสินของท่านมันจะเปึนจารีตจะเปึนข้อบังคับ ข้อหนึ่งในการปฏิบัติในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านว่าสิ่งที่ท่านตัดสินไปมันก็จะไป เปึนสิ่งที่ผูกมัดท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ การวินิจฉัยเปึนการวินิจฉัยตามข้อบังคับทุกอย่างครับ ท่านลองไปดูครับ ข้อบังคับไม่ได้ห้ามนะครับว่าอภิปรายได้ครั้งเดียว แล้วเจตนารมณ์ ของข้อบังคับก็คือว่าทําอย่างไรในการอภิปรายเรื่องกฎหมายจะมีการอภิปราย ในข้อบังคับใช้คําว่า อย่างกว้างขวาง ด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามประธานก็จะต้อง มีหน้าที่ควบคุมดําเนินการประชุมไปตามกรอบเวลาที่เรามีจํากัด ซึ่งประธานก็จะรู้ว่า ควรจะกําหนดเวลาเท่าไร อย่างเช่นเมื่อวานผมก็กําหนดเวลาไว้ ๑๐ นาที สมาชิกก็ต่อรอง ว่า ๑๐ นาที อภิปรายไม่ทัน ไม่จบ ผมก็เพิ่มให้ ๑๒ นาที แต่เมื่อ ๑๒ นาที บางท่าน ยังอภิปรายไม่จบแล้วผมดูแล้วเนื้อหาเปึนเรื่องที่สําคัญ ผมก็อนุญาตให้ต่อได้นะครับ จะสังเกตว่าผมจะไม่ค่อยตัดการอภิปรายเมื่อกําหนด ๑๐ นาทีนะครับ แต่ผมอยากจะให้ พวกเราได้ฝ๊กการบริหารการใช้เวลาของพวกเราเองเปึนส่วนใหญ่ จะสังเกตว่าผมกําหนด ๑๐ นาที ท่านใดอภิปราย ๙ นาทีครึ่ง ผมชมทุกครั้งนะครับ เพราะผมอยากจะให้เปึน แรงจูงใจให้พวกเราทําหน้าที่อย่างเต็มที่นะครับ ก็ต้องขอคุณสุนัยครับ ขอรวบรัดด้วย นะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานครับ ด้วยความชื่นชม ท่านวัชระและท่านสาธิตที่ประท้วง ผมไม่ได้รู้สึกประท้วงเลยครับ นี่คือการมีส่วนร่วม ที่สําคัญในสภา เพราะขณะนี้ผมนับดูในสภาประมาณ ๓๐ คนเท่านั้นเอง แล้วท่านประธานวิปก็เข้ามารู้สึกจะเปึนคนที่ ๓๐ พอดี แสดงว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนผู้เอาการเอางานจริง ๆ นะครับที่ท่านยังยืนหยัดในการอภิปรายเรื่องนี้ ผมได้ชี้ให้ท่าน เห็นว่าคําว่า คดี นั้นไม่เคยมีการใช้มาก่อนเลยครับในศาลรัฐธรรมนูญหรือในตุลาการ รัฐธรรมนูญ อันเปึนผลแห่งประวัติศาสตร์ที่ผมกราบเรียนท่านมาแล้ว แม้เมื่อมาเปึน ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็ยังไม่ได้ใช้คําว่า คดี ทั้งนี้ ด้วยเจตนารมณ์ที่การอภิปรายกันในชั้นคณะกรรมาธิการนั้นเพื่อต้องการให้เห็นชัดเจนว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนศาลที่วินิจฉัยความขัดแย้งทางความคิดครับ และเปึน ความขัดแย้งทางความคิดสูงสุดของกฎหมายซึ่งมีบทบาทต่อการกําหนดแบบแผนชีวิต ของสังคมทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่ ๑

เหตุผลที่ ๒ ที่ท่านจะเห็นไม่ใช้คําว่า โจทก์และจําเลย ให้ใช้คําว่า ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และใช้คําว่า คู่กรณี เห็นไหมครับ ดังนั้นนี่คือเจตนารมณ์ในเบื้องต้นที่จะ ไม่ให้เปึนศาลทั่วไป

ที่ผมจะกราบเรียนท่านต่อไปคือว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญที่เราต้อง พิจารณาในเรื่องนี้ในรายละเอียดนั้น เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีบทบาทอันมีลักษณะพิเศษทางอํานาจสูงมากครับ ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กําหนดให้ เริ่มตั้งแต่มีอํานาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระที่มีอํานาจ แล้วศาลนี้ก็ลงมานั่งกับ องค์กรอิสระอีก ๔ องค์กร เลือกตั้ง ส.ว. ได้อีกครึ่งสภา แล้ว ส.ว. นั้นมีอํานาจเท่ากับ ส.ว. อีกครึ่งสภาที่เลือกตั้งมาจากประชาชนแล้วควบคุม รัฐบาล ดังนั้นท่านครับ การพิจารณากฎหมายนี้ทั้งหมดจึงพิจารณาบนพื้นฐานที่จะต้อง รักษาสถาบันศาลให้เข้มแข็งไว้ เมื่อมีอํานาจสูงสุดแต่มิได้มีที่มาจากประชาชน ตามหลักการพื้นฐานทั่วไปแห่งประชาธิปไตยนั้น ถ้าเราไม่เขียนข้อกติกา เดี๋ยวพอท่าน เข้าไปในมาตราอื่น ๆ ท่านจะเห็นชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณาบนพื้นฐาน แห่งความมั่นคงแห่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขอย่างยิ่ง เพราะศาลนั้นเปึนตัวแทนแห่งพระองค์ เช่นเดียวกัน คําว่า ข้อพิพาท ที่ท่านถามถึง ข้อพิพาทนี้เดิมไม่มี คําว่า ข้อพิพาท ตามนิยามมาตรา ๓ นี้มิได้หมายความว่าข้อพิพาท ระหว่างผู้แทนราษฎร ไม่ใช่นะครับ แต่เกิดขึ้นโยงกับมาตรา ๑๐ ซึ่งจะต้องมีการพูดอีกครั้งหนึ่ง แต่ในเบื้องต้นผมขอย้อนให้ท่านเห็นก่อนว่าในมาตรา ๑๐ นั้นเปึนเรื่องเกี่ยวกับ การคัดค้านศาล คําว่า ข้อพิพาท ไม่ใช่เรื่องราวที่เปึนคดีในโรง ในศาล หรือตํารวจ เพียงแค่มีข้อขัดแย้งกันเราถือว่าเรียกว่าข้อพิพาท ทําไมเราต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีลักษณะที่มีข้อตําหนิได้น้อยที่สุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้เปึนตัวแทนแห่งสถาบัน พระมหากษัตริย์ด้วยเช่นกันแล้ว และอํานาจได้เข้ามาอยู่ในสภามากกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ดังนั้นการที่ศาลจะมีข้อครหานินทาว่ามีข้อพิพาทกับฝ์ายนั้นกับฝ์ายนี้ แล้วมานั่งตัดสินนั้นมีแต่จะทําลายสถาบันตุลาการ ด้วยเหตุนี้เองเรามีรูปธรรมที่เปึนจริงอีก ในการยืนยันและเพิ่มคําว่า ข้อพิพาท นี้เข้าไป นั่นคือมีศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน ท่านมีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย แบบตัวแทนอย่างเช่นสภาผู้แทนราษฎรนี้อย่างยิ่ง ท่านไปพูดในหลายที่ในลักษณะ กล่าวหาวิพากษ์วิจารณ์ผู้แทนราษฎรในทางร้ายอยู่เสมอ ลักษณะเช่นนี้เราก็ยกมาเปึน รูปธรรมว่าถ้าศาลนั้นคู่กรณีเกิดมีประเด็นที่จะอ้างอิงได้ว่าท่านมีข้อพิพาททางความคิด กรณีเช่นนี้เป่ดโอกาสให้ทั้งหมด ไม่ได้เป่ดโอกาสให้แก่พรรคใดพรรคหนึ่ง เป่ดโอกาส ให้แก่สิทธิแห่งพรรคการเมืองทุกพรรค นี่เปึนสิทธิของเรา เราในที่นี้คือประชาชน และเปึน สิทธิแห่งพลเมือง ดังนั้นการเกิดของคําว่า ข้อพิพาท จึงเกิดขึ้น เมื่อร่างมาถึงมาตรา ๑๐ ในเรื่องสิทธิคัดค้าน พอเจอคําว่า ข้อพิพาท จึงต้องย้อนกลับไปมาตรา ๓ เพื่อจะเขียน คํานิยามให้รัดกุม ดังนั้นท่านเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านอาจจะเห็น ผมอภิปรายในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอีกบทบาทหนึ่ง แต่ผมเรียนท่าน ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายของไม่มีฝักฝ์าย จริง ๆ เปึนกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เปึนกฎหมายแห่งรัฐสภาและจะเปึนกฎหมาย ที่ประกันสิทธิของประชาชน ดังนั้นการที่ผมต้องกราบเรียนยืดยาวในเบื้องต้นและยังต้อง ขอประทานอนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับว่า การต่อสู้ทางความคิดกัน ในชั้นคณะกรรมาธิการนั้นมีรายละเอียดโดยไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ์าย แล้วเรานําเหตุนําผลมา จริง ๆ ครับ กราบเรียนในเบื้องต้นเท่านี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้ประชุมกันมาเปึนเวลาพอสมควร เพื่อการอภิปราย ที่มีประสิทธิภาพ ผมขอเลื่อนการอภิปรายในพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปไว้ครั้งหน้า ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๕ นาฬิกา