สามารถ แก้วมีชัย หารือเรื่องโครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยเน้นย้ำถึงความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเกษตรกร และเสนอแนวทางใหม่ในการช่วยเหลือเกษตรกรทุกคน รวมถึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการขึ้นทะเบียนและตรวจสอบสัญญาสำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และปัญหาการกดราคาข้าวของเกษตรกร
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี) ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับเรื่องของโครงการหรือมาตรการในการ ประกันรายได้เกษตรกร ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ขอยืนยันว่า รัฐบาลมีความตั้งใจและมีความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างเปึน ระบบ กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการการจํานําในอดีตนั้น กราบเรียนว่าปัญหาใหญ่ ที่สุดก็คือ สัดส่วนของเกษตรกรหรือจํานวนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีค่อนข้างจํากัด โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละครั้งแต่ละป้จะมีเกษตรกรซึ่งสามารถเข้าร่วมและได้ประโยชน์ จากโครงการรับจํานําประมาณร้อยละ ๓๐ ที่เราเปลี่ยนแปลงมาเปึนมาตรการในเรื่องของ การประกันรายได้ ก็เพื่อที่จะให้ทุกครัวเรือนมีโอกาสได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ผมกราบเรียนว่าภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นนั้นคงจะต้องมีการประเมินกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าผมยกตัวอย่างว่าในการทําโครงการจํานําในอดีต โดยเฉพาะประเมินจาก การขาดทุนเฉพาะกรณีข้าวเมื่อป้ที่แล้วก็อยู่ในหลักเปึนหมื่นล้านบาท ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถ้าหากว่าไปรวมกับการขาดทุนในพืชผลอื่น ๆ แล้วก็ ครอบคลุมในทั้งป้ทั้งฤดูกาลแล้ว ผมคาดว่าไม่น่าจะต่างจากโครงการที่เรากําลังดําเนินการ ในเรื่องของการประกันรายได้มากนัก ผมกราบเรียนว่าเมื่อเปึนเช่นนั้น หลักการของโครงการนี้ จะทําให้คนจํานวนมาก ซึ่งไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐได้รับการช่วยเหลือ ในรูปของเงินสดที่เปึนเงินชดเชยที่จ่ายให้ แต่ยอมรับครับว่าอาจจะมีเกษตรกรบางส่วน ที่เคยเข้าไปในโครงการรับจํานําได้อย่างเต็มที่ก็มีความรู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือน้อยลง แต่ว่าในปริมาณเงินที่เท่ากันก็เท่ากับว่าเรามีการเฉลี่ยไปช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ เกษตรกรรายย่อยอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันนี้คือความแตกต่างแล้วก็ความตั้งใจ
สําหรับปัญหาอุปสรรคที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมานั้น กราบเรียนว่า เปึนเรื่องที่ผมเองก็ติดตามอย่างใกล้ชิดครับ แล้วก็ได้รับทราบปัญหาโดยเฉพาะพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน แล้วก็ลงมาถึงภาคกลางในหลายพื้นที่ในขณะนี้ มีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงตามที่ได้สอบถามมา
ประการแรกก็คือ มีความห่วงใยว่ามีเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่ของท่าน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเก็บเกี่ยวแล้วก็ขายข้าวแล้ว แต่กระบวนการในการทําสัญญายังไม่เสร็จสิ้น กราบเรียนว่าในกรณีที่มีการขึ้นทะเบียนและมีการตรวจสอบ เช่น การทําประชาคม เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือรัฐบาลก็คงจะใช้แนวทางเดียวกับที่ได้ทําในเรื่อง ของข้าวโพดก่อนหน้านี้ ก็คือสามารถที่จะเข้าไปทําสัญญาแล้วก็ใช้สิทธิย้อนหลังได้ เมื่อสักครู่ผมก็เพิ่งมีโอกาสพบกับผู้แทนท้องถิ่นจากจังหวัดใกล้เคียงท่านก็คือจังหวัด สุโขทัย ผมก็สอบถามว่าบางกรณียิ่งกว่าของท่านก็คือน้ําท่วมเสียแล้ว แล้วก็เสียหาย ก็สอบถามว่าขึ้นทะเบียนหรือยัง ตรวจสอบหรือยัง ก็ปรากฏว่าขึ้นทะเบียนแล้ว ตรวจสอบแล้ว ผมก็ยืนยันเช่นเดียวกันครับว่าก็จะมีการเร่งรัดให้ทาง ธ.ก.ส. ไปทําสัญญา แล้วก็ทุกรายก็จะได้รับการชดเชย
สําหรับประเด็นที่สองก็คือว่า ปัญหาเรื่องของราคาอ้างอิงที่ประกาศออกไป กับราคาที่เกษตรกรขายได้ ผมเข้าใจว่าเรากําลังพูดถึงข้าวขาวในพื้นที่ท่านก็คือราคา อ้างอิงประกาศไว้อย่างที่ท่านพูดคือประมาณ ๘,๘๐๐ บาท ซึ่งหมายถึงว่าอัตราชดเชย อยู่ที่ ๑,๒๐๐ บาทต่อตัน ราคานี้ต้องกราบเรียนว่าเปึนราคาที่ประกาศบนพื้นฐาน ของความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเปึนข้าวซึ่งมีความชื้นมากกว่านั้นก็จะถูกหักทอนลงมา ทํานองเดียวกับการที่เมื่อก่อนนี้มีการประกาศราคาจํานํา แล้วเวลาเกษตรกรเข้าไป ในโครงการจริงก็จะถูกทอนลงมา อย่างไรก็ตามคํานวณคร่าว ๆ ทอนลงมาแล้วก็น่าจะ ขายได้อยู่ประมาณใกล้เคียง ๗,๐๐๐ บาท แต่สภาพความเปึนจริงขณะนี้ต่ํากว่านั้นครับ อันนี้ผมก็ได้รับการรายงานเช่นเดียวกัน แต่ราคาอ้างอิงเรากําหนดทุก ๑๕ วัน แล้วก็ จะกําหนดภายใต้เงื่อนไขของการซื้อขายจริงอิงกับราคาในตลาดโลกในขณะนั้น ๆ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะต้องมีการประกาศราคาอ้างอิงใหม่ แนวโน้มก็คือราคาอ้างอิงที่ประกาศ จะต้องลดลงครับ เพราะว่าขณะนี้ราคาในตลาดลดลง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราได้เตรียมการ เอาไว้ก็คือว่าในกรณีที่ราคาอ้างอิง แล้วก็เมื่อคํานึงถึงความชื้นแล้วยังเกิดปัญหาว่า เวลาไปขายจริงถูกกดราคาอีกเราจะแก้ไข ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือ ราคาอ้างอิงจากนี้จะมีการทอนความชื้นเพื่อประกาศให้เห็น ชัดเจนจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบนะครับว่าถ้าประกาศ ๘,๘๐๐ บาท แล้วปรากฏว่า พอมีความชื้นไปถูกหักเกินความเปึนจริงนั่นประการหนึ่งที่จะแก้ไข
ประการที่ ๒ ก็คือว่า ในวันจันทร์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติครับ แล้วก็จะขออนุมัติจากที่ประชุมให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไป ดําเนินการแทรกแซงโดยตรงด้วย เพื่อไม่ให้มีการในลักษณะที่พูดง่าย ๆ ก็คือเหมือนกับ มีการรวมหัวกันไปกดราคาข้าวของเกษตรกร เพราะฉะนั้นประกาศราคาอ้างอิงแล้ว อาจจะเปึนมาตรการที่เรียกว่ากระทรวงพาณิชย์ไปตั้งโต๊ะรับซื้อเลยครับตามราคาอ้างอิง อันนี้คือแนวทางที่จะแก้ไขต่อไปครับ
เชิญท่านนิยม