สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับประกันราคาพืชผลทางการเกษตร และชี้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในราคาข้าว ขอให้รัฐบาลชดเชยชาวนา และถามถึงความจริงใจของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกร

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ผมต้องขอขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่งที่ประธานได้บรรจุกระทู้ถามสดเพื่อให้ผมได้มีโอกาส ได้สอบถามท่านนายกรัฐมนตรี สาเหตุที่ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นมายื่นกระทู้ถามสด ในวันนี้ผมเชื่อได้ว่าพื้นที่ทุก ๆ ภูมิภาค ทุก ๆ จังหวัดก็มีผลกระทบปัญหาอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะกราบเรียนให้ทราบด้วย โดยผมต้องยกตัวอย่างไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ ของจังหวัดพิษณุโลก ภาคเหนือ ภาคกลาง แม้กระทั่งภาคอีสาน ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่ สําคัญมาก ท่านประธานครับ เมื่อวันอังคารผมได้ยื่นขอมติที่พรรคเพื่อไทยบอกว่า ผมจะยื่นกระทู้ถามสด ถามเรื่องมาตรการในการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร แล้วก็ ราคาอ้างอิง แล้วก็กระบวนการจัดซื้อในปัจจุบัน มติของพรรคเพื่อไทยยกมือให้ผมทุกคน เพราะจะสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของ ส.ส. ทุกพื้นที่ในประเทศนี้มีความสําคัญ สาเหตุ ที่ผมจะถามเพราะว่าเวลาก็คงจะเหลือน้อยแล้ว ผมมีคําถามอยู่ ๓ คําถาม สิ่งที่ ผมอยากจะถามว่าวันนี้รัฐบาลมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือไหม ไม่ว่า จะเปึนโครงการ ได้แก่ โครงการรับจํานํา เปลี่ยนมาเปึนโครงการประกันรายได้ ทีแรก ก็บอกประกันราคา พอมาเปลี่ยนแปลงเปึนประกันรายได้ มันสับสนเหลือเกินท่านประธาน แล้วสิ่งที่ผมอยากจะถามพี่น้องในภาคการเกษตร ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพ เกษตร แล้วสิ่งที่รัฐบาลทําอยู่ทุกวันนี้ ผมถามว่ามีความจริงใจให้กับพี่น้องประชาชนไหม ผมมีโอกาสเปึนกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ หนี้สินที่มากที่สุดก็คือพี่น้อง ทางภาคการเกษตร แล้วผมก็พยายามเสนอทุกอย่าง แนวทางในการที่จะเสนอแนะให้ รัฐบาลแก้ปัญหา แต่สิ่งที่รัฐบาลทําอยู่ทุกวันนี้ โครงการจํานําที่ดีอยู่แล้ว แล้วเปลี่ยน มาเปึนโครงการประกัน ผมเคยถามในกรรมาธิการ ตอบผมได้ไหมครับว่าอ้ายโครงการ จํานําที่เขาทําไว้อยู่ต่อป้นี่เคยตัดสต็อกไหมขาดทุนเท่าไร แล้วถ้าสมมุติเปลี่ยนแปลง เปึนโครงการประกัน ผมอยากจะถามว่าใช้เม็ดเงินเท่าไร ตรงนี้ถามในกรรมาธิการ ตอบผมไม่ได้ ประเด็นสิ่งที่สําคัญที่นโยบายตัวนี้เกิด ผมในฐานะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ ผมถามอยู่เสมอและผมก็พยายามที่จะสะท้อนปัญหาให้กับทางกรรมาธิการ ผมเองนี่ถ้าไม่ถามไม่ได้ เพราะสิ่งที่ผมจําเปึนต้องถาม เพราะผมเคยประกอบอาชีพทําไร่ ทํานามาก่อน แล้วผมนี่เกิดในยุคร่วมสมัย สมัยที่ใช้วัว ใช้ควายนี่ผมก็เห็น การเก็บเกี่ยว การเก็บข้าว เก็บปลา ผมรู้ แต่มายุคนี้วิถีชีวิตมันเปลี่ยนแปลง นโยบายก็ควรจะให้ สอดคล้องครับ ผมจะถามในวันนี้นะครับท่านประธาน

คําถามแรก ในการที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยจากราคาประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท ผมยกตัวอย่างเพียงอย่างเดียว ข้าวขาว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ราคาอ้างอิงประกาศมาอยู่ที่ตกประมาณ ๘,๘๐๐ บาท ขาดไป ๔ บาท แต่ถามสิครับว่าวันนี้ซื้อขายจริงอยู่ที่ราคาประมาณ ๖,๐๐๐ บาทนิด ๆ เผลอ ๆ ก็ ๕,๙๐๐ บาท ถ้าอยากจะรู้ว่า ๕,๙๐๐ บาท มีจริงหรือไม่จริงนี่ เอกสารอยู่ที่ผม คือชาวนาเอามาร้องผมครับท่านประธาน นี่เอาข้าวไปขายได้ ๕,๙๐๐ บาท ผมอยากจะ ถามว่ารัฐบาลมีแนวทางอย่างไรและกลไกอย่างไรถึงทําอย่างนี้ แล้วสิ่งที่ผมอยากจะ บอกเลยว่ารัฐบาลที่ทําให้ราคาพืชผลเกษตรกรตกต่ํานี่ สิ่งสําคัญท่านก็ไม่เคยให้ข้อมูล กับพี่น้องประชาชนเลย แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะไปทําตลาดต่างประเทศ ไม่เคยคิด แล้วเคยออกมาพูดบ้างไหมว่า ตลาดต่างประเทศมีออร์เดอร์ (Order) เท่าไร สั่งข้าวเท่าไร อย่างนี้เปึนต้น ฉะนั้นผมถามเลยว่าวันนี้เองประกาศราคาอ้างอิงเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ราคา อยู่ที่ ๘,๘๐๐ บาท ขาดไป ๖ บาท ความชื้นที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วข้าวเอาไปขายนี่ ๕,๐๐๐ กว่าบาท ๖,๐๐๐ บาทนิด ๆ แล้วสิ่งที่ชาวนาขายข้าวมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ผมถามว่าจะชดเชยให้เขาไหม นี่ตรงนี้เปึนสิ่งสําคัญ จะชดเชยให้เขาไหม เพราะมาดูจาก โบรชัวร์ (Brochure) ที่ท่านทําต้องมีการประชาคม ทําสัญญา ขั้นตอนเยอะเหลือเกิน แต่พี่น้องที่ทํานาตอนนี้ข้าวออกตุลาคมนี้ ผมถามแล้วก็ตอบผมตรง ๆ ว่าจะชดเชย ให้เขาไหม ชดเชยอย่างไร เมื่อไร นี่คือคําถามที่ผมจะถามคําถามแรกครับท่านประธาน แล้วก็ราคาที่อยู่ที่ ๖,๐๐๐ บาทนี่ครับ ขอบพระคุณครับ