ผ่องศรี ธาราภูมิ แถลงว่า รัฐบาลมีนโยบายเรื่องธนาคารต้นไม้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้สินและที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และสิ่งแวดล้อมที่ดี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถาม เรื่อง ความชัดเจน ในแนวทางการดําเนินโครงการธนาคารต้นไม้ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานถามไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะคะ และดิฉัน ขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามในนามของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีค่ะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยนะคะเพื่อที่จะได้กล่าวถึงที่มาของกระทู้ถามนี้ ซึ่งดิฉันเองนั้น เห็นว่ามันมีความสําคัญแล้วก็เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ดิฉันกราบเรียนว่า สําหรับท่านที่เคยได้ยินคําว่า ธนาคารต้นไม้ มาก่อนก็อาจจะรอคอยคําตอบกระทู้ถามนี้ นะคะ เพื่อจะรับทราบความชัดเจนของโครงการที่อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วม แล้วก็สําหรับ ผู้ที่ยังไม่เคยได้ยินคําว่า ธนาคารต้นไม้ ก็อาจจะได้ประโยชน์ว่าโครงการนี้ท่านพี่น้อง ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในโครงการอย่างไร ดิฉันเองก็ได้ยินคําว่า ธนาคารต้นไม้ ก่อนนั้นได้ยินคําว่า การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ มาก่อน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ที่เริ่มได้ยิน และต่อมา เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไปทํานโยบายเรื่องของการพัฒนาวาระประชาชน ในการจัด สมัชชาประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ครั้งหนึ่งเมื่อไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีพี่น้อง เสนอมานะคะว่าให้พรรคประชาธิปัตย์ได้มีนโยบายเรื่องของการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ จากนั้น ดิฉันก็ได้ยินพี่น้องประชาชนบอกว่ามีแนวคิดนี้มาจากการที่มีการดําเนินโครงการในพื้นที่ ภาคใต้ คือจังหวัดชุมพร โดยแนวคิดของท่านสภาผู้นําชุมชนแล้วก็เครือข่าย ภาคประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ต่อยอดพัฒนามาเกิดคําว่า ธนาคารต้นไม้ อันนั้น คือจุดเริ่มต้น ดิฉันเองก็เปึนผู้ที่สนใจในการปลูกต้นไม้ แล้วก็อยู่ในแวดวงคนที่รักต้นไม้ ก็ถูกคําถามนี้เรื่อยมาว่าโครงการนี้มีที่มาอย่างไร ดิฉันเองโดยส่วนตัวสนับสนุนนโยบาย เรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าการดําเนินนโยบายโครงการธนาคารต้นไม้จะให้คําตอบ ในหลาย ๆ เรื่อง เพราะว่ามันเปึนโครงการที่น่าจะสร้างงาน สร้างรายได้ แล้วก็ ให้ความหวัง แล้วก็สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพชีวิตให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย ดังนั้นเมื่อต่อมาที่พรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเปึนแกนนําจัดตั้ง รัฐบาล ดิฉันก็ได้ยิน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภาในเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็ได้ยินเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งในเดือนมีนาคม ในครั้งนั้นก็ยิ่งมีการถ่ายทอดสื่อ สู่สาธารณะ สาธารณชนก็ได้ยินก็มาถามเรื่องนี้กับดิฉันอีกแล้วคนที่มาถามก็มีทุกกลุ่ม เลยนะคะ สําหรับประชาชนที่ยากไร้ มีหนี้สินแต่ว่ามีที่ดินทํากินหรือว่าไม่มีที่ดินทํากิน แต่ว่ามีที่ว่างอยู่ในชุมชนเขาก็ติดตามโครงการนี้ด้วยความหวังนะคะว่ารัฐบาลจะดําเนิน โครงการนี้อย่างไร อันนี้ในส่วนของคนที่คิดว่าจะปลูกต้นไม้ ใช้แรงงาน แล้วก็ปลดหนี้ นะคะ สําหรับคนที่มีที่ดิน มีผู้ถือครองที่ดินจํานวนมากที่มีที่รกร้างว่างเปล่าก็สนใจอีก เพราะเขาก็มีความสนใจ มีแรงจูงใจว่าจะพัฒนาที่ดินของตนเองอย่างไรนะคะ แล้วก็จะได้ ใช้ที่ดินให้เปึนประโยชน์ อันนี้ก็ถามมาอีกว่าจะเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร ดิฉันเอง ก็เห็นว่าปัญหาภาวะโลกร้อน ภูมิอากาศที่แปรปรวน ไม่ว่าจะเกิดภัยแล้ง น้ําท่วมที่ปรากฏ อยู่ทั่วไปนะคะที่พี่น้องประชาชนได้ร้องทุกข์ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากมาย ปัญหาภัยแล้งนั้นก็เกิดจากการที่พื้นที่ป์าลดลง การตัดไม้ทําลายป์า เวลาภัยแล้ง ก็ต้องบอกว่าช่วยกันปลูกต้นไม้ แล้วรัฐบาลแต่ละป้ก็เสียงบประมาณในการส่งเสริมรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้จํานวนมาก ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่ว่าก็ยังต้องทํากันต่อไปเพราะว่าพื้นที่มันลดลง ในขณะเดียวกัน น้ําท่วมก็บอกว่าไม่มีต้นไม้ที่จะช่วยในการชะลอการไหลของน้ํา เพราะฉะนั้นต้นไม้จึงเปึน คําตอบในเรื่องของการลดภาวะโลกร้อนด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่าโครงการนี้ถ้าทําจริง มันน่าจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้วก็คุณภาพชีวิต สําหรับคนที่รักการปลูกต้นไม้ ก็จะได้ในเรื่องของจิตใจด้วยนะคะ เพราะว่าคนที่ปลูกต้นไม้ก็จะเข้าใจธรรมะ แล้วก็ธรรมชาติเปึนอย่างดีนะคะ ดิฉันเองในฐานะที่เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทํากินก็เห็นปัญหาเรื่องการถือครองที่ดินแล้วก็ การใช้ประโยชน์จากที่ดินยังไม่เต็มที่ ยังมีที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าทั้งที่เปึนของรัฐ แล้วก็ ของเอกชนจํานวนมากที่รัฐน่าจะได้พัฒนาแล้วก็ทําให้เกิดประโยชน์ ดังเช่น แม้แต่ ในเขตเมืองนะคะ กรุงเทพมหานครหรือว่าในต่างจังหวัด เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่แล้ว เราจะเห็นว่าข่าวว่าที่ที่รกร้างในเขตกรุงเทพมหานครที่เจ้าของที่ดินไม่ได้พัฒนา ตามปัายรถเมล์อะไรก็แล้วแต่ที่นับเปึนร้อย เปึนพัน เปึนหมื่นจุดก็เปึนแหล่งที่ก่อให้เกิด อาชญากรรม ดังนั้นถ้าหากว่าได้มีแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินที่ปล่อยให้ว่างเปล่าหันมา ปลูกต้นไม้แล้วเข้าร่วมโครงการก็น่าจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ อันนี้ก็เปึนอีกแรงหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าความน่าสนใจของโครงการ ถ้าทําเรื่องนี้แล้วมันจะได้ ประโยชน์หลายอย่างนะคะ ดังนั้นจึงอยากจะถามนะคะว่าถ้าหากรัฐบาลได้ดําเนิน โครงการนี้อย่างจริงจังจะทําได้เมื่อไร อย่างไรนะคะ ทั้งหมดที่มาก็คือคําถามที่มา ของกระทู้ที่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าบัดนี้เวลา ได้ล่วงเลยมาระยะหนึ่งแล้ว รัฐบาลมีความพร้อม มีความตั้งใจในการขับเคลื่อนนโยบาย ธนาคารต้นไม้มากน้อยเพียงใดและโครงการนี้มีรายละเอียดของโครงการเปึนอย่างไร รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานใดเปึนผู้รับผิดชอบ ดิฉันขอให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีได้กรุณา โปรดให้รายละเอียดของโครงการนี้ตั้งแต่เปัาหมาย วัตถุประสงค์ ขั้นตอน วิธีการ หลักเกณฑ์ กติกาที่ประชาชนจะสามารถเข้าร่วมโครงการนะคะ รวมถึงประเภทแล้วก็ ชนิดของต้นไม้ที่จะเอาไปฝากในธนาคารด้วย แล้วถ้าต้นไม้ไปฝากธนาคารแล้วจะประเมิน มูลค่าอย่างไร ผลตอบแทนประชาชนจะคิดอย่างไร เพราะว่าต้นไม้นั้นก็ไม่ใช่เงินนะคะ เวลาเราฝากเงินก็จะมีดอกเบี้ย แต่ว่าปลูกต้นไม้มันจะมีผลตอบแทนอย่างไร จนกระทั่ง ขอเรียนถามว่าขณะนี้มีจังหวัดใดบ้างที่ได้เข้าร่วมดําเนินโครงการนี้แล้ว ที่จังหวัดลพบุรี ของดิฉันมีการเริ่มต้นโครงการนี้แล้วหรือไม่ แล้วก็เมื่อใดที่รัฐบาลจะได้ขับเคลื่อนนโยบายนี้ อย่างจริงจังนะคะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะ