สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องบทบาทและอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ โดยชี้แจงว่าศาลไม่ใช่ศาลทั่วไป แต่เป็นศาลที่วินิจฉัยความขัดแย้งทางความคิด และขอเปลี่ยนคำศัพท์บางคำเพื่อให้เข้าใจถึงบทบาทของศาลได้ดีขึ้น และเรียกร้องการรักษาสถาบันศาลให้เข้มแข็งไว้

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ด้วยความชื่นชม ท่านวัชระและท่านสาธิตที่ประท้วง ผมไม่ได้รู้สึกประท้วงเลยครับ นี่คือการมีส่วนร่วม ที่สําคัญในสภา เพราะขณะนี้ผมนับดูในสภาประมาณ ๓๐ คนเท่านั้นเอง แล้วท่านประธานวิปก็เข้ามารู้สึกจะเปึนคนที่ ๓๐ พอดี แสดงว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนผู้เอาการเอางานจริง ๆ นะครับที่ท่านยังยืนหยัดในการอภิปรายเรื่องนี้ ผมได้ชี้ให้ท่าน เห็นว่าคําว่า คดี นั้นไม่เคยมีการใช้มาก่อนเลยครับในศาลรัฐธรรมนูญหรือในตุลาการ รัฐธรรมนูญ อันเปึนผลแห่งประวัติศาสตร์ที่ผมกราบเรียนท่านมาแล้ว แม้เมื่อมาเปึน ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็ยังไม่ได้ใช้คําว่า คดี ทั้งนี้ ด้วยเจตนารมณ์ที่การอภิปรายกันในชั้นคณะกรรมาธิการนั้นเพื่อต้องการให้เห็นชัดเจนว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนศาลที่วินิจฉัยความขัดแย้งทางความคิดครับ และเปึน ความขัดแย้งทางความคิดสูงสุดของกฎหมายซึ่งมีบทบาทต่อการกําหนดแบบแผนชีวิต ของสังคมทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่ ๑

เหตุผลที่ ๒ ที่ท่านจะเห็นไม่ใช้คําว่า โจทก์และจําเลย ให้ใช้คําว่า ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และใช้คําว่า คู่กรณี เห็นไหมครับ ดังนั้นนี่คือเจตนารมณ์ในเบื้องต้นที่จะ ไม่ให้เปึนศาลทั่วไป

ที่ผมจะกราบเรียนท่านต่อไปคือว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญที่เราต้อง พิจารณาในเรื่องนี้ในรายละเอียดนั้น เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีบทบาทอันมีลักษณะพิเศษทางอํานาจสูงมากครับ ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กําหนดให้ เริ่มตั้งแต่มีอํานาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระที่มีอํานาจ แล้วศาลนี้ก็ลงมานั่งกับ องค์กรอิสระอีก ๔ องค์กร เลือกตั้ง ส.ว. ได้อีกครึ่งสภา แล้ว ส.ว. นั้นมีอํานาจเท่ากับ ส.ว. อีกครึ่งสภาที่เลือกตั้งมาจากประชาชนแล้วควบคุม รัฐบาล ดังนั้นท่านครับ การพิจารณากฎหมายนี้ทั้งหมดจึงพิจารณาบนพื้นฐานที่จะต้อง รักษาสถาบันศาลให้เข้มแข็งไว้ เมื่อมีอํานาจสูงสุดแต่มิได้มีที่มาจากประชาชน ตามหลักการพื้นฐานทั่วไปแห่งประชาธิปไตยนั้น ถ้าเราไม่เขียนข้อกติกา เดี๋ยวพอท่าน เข้าไปในมาตราอื่น ๆ ท่านจะเห็นชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณาบนพื้นฐาน แห่งความมั่นคงแห่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขอย่างยิ่ง เพราะศาลนั้นเปึนตัวแทนแห่งพระองค์ เช่นเดียวกัน คําว่า ข้อพิพาท ที่ท่านถามถึง ข้อพิพาทนี้เดิมไม่มี คําว่า ข้อพิพาท ตามนิยามมาตรา ๓ นี้มิได้หมายความว่าข้อพิพาท ระหว่างผู้แทนราษฎร ไม่ใช่นะครับ แต่เกิดขึ้นโยงกับมาตรา ๑๐ ซึ่งจะต้องมีการพูดอีกครั้งหนึ่ง แต่ในเบื้องต้นผมขอย้อนให้ท่านเห็นก่อนว่าในมาตรา ๑๐ นั้นเปึนเรื่องเกี่ยวกับ การคัดค้านศาล คําว่า ข้อพิพาท ไม่ใช่เรื่องราวที่เปึนคดีในโรง ในศาล หรือตํารวจ เพียงแค่มีข้อขัดแย้งกันเราถือว่าเรียกว่าข้อพิพาท ทําไมเราต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีลักษณะที่มีข้อตําหนิได้น้อยที่สุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้เปึนตัวแทนแห่งสถาบัน พระมหากษัตริย์ด้วยเช่นกันแล้ว และอํานาจได้เข้ามาอยู่ในสภามากกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ดังนั้นการที่ศาลจะมีข้อครหานินทาว่ามีข้อพิพาทกับฝ์ายนั้นกับฝ์ายนี้ แล้วมานั่งตัดสินนั้นมีแต่จะทําลายสถาบันตุลาการ ด้วยเหตุนี้เองเรามีรูปธรรมที่เปึนจริงอีก ในการยืนยันและเพิ่มคําว่า ข้อพิพาท นี้เข้าไป นั่นคือมีศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน ท่านมีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย แบบตัวแทนอย่างเช่นสภาผู้แทนราษฎรนี้อย่างยิ่ง ท่านไปพูดในหลายที่ในลักษณะ กล่าวหาวิพากษ์วิจารณ์ผู้แทนราษฎรในทางร้ายอยู่เสมอ ลักษณะเช่นนี้เราก็ยกมาเปึน รูปธรรมว่าถ้าศาลนั้นคู่กรณีเกิดมีประเด็นที่จะอ้างอิงได้ว่าท่านมีข้อพิพาททางความคิด กรณีเช่นนี้เป่ดโอกาสให้ทั้งหมด ไม่ได้เป่ดโอกาสให้แก่พรรคใดพรรคหนึ่ง เป่ดโอกาส ให้แก่สิทธิแห่งพรรคการเมืองทุกพรรค นี่เปึนสิทธิของเรา เราในที่นี้คือประชาชน และเปึน สิทธิแห่งพลเมือง ดังนั้นการเกิดของคําว่า ข้อพิพาท จึงเกิดขึ้น เมื่อร่างมาถึงมาตรา ๑๐ ในเรื่องสิทธิคัดค้าน พอเจอคําว่า ข้อพิพาท จึงต้องย้อนกลับไปมาตรา ๓ เพื่อจะเขียน คํานิยามให้รัดกุม ดังนั้นท่านเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านอาจจะเห็น ผมอภิปรายในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอีกบทบาทหนึ่ง แต่ผมเรียนท่าน ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายของไม่มีฝักฝ์าย จริง ๆ เปึนกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เปึนกฎหมายแห่งรัฐสภาและจะเปึนกฎหมาย ที่ประกันสิทธิของประชาชน ดังนั้นการที่ผมต้องกราบเรียนยืดยาวในเบื้องต้นและยังต้อง ขอประทานอนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับว่า การต่อสู้ทางความคิดกัน ในชั้นคณะกรรมาธิการนั้นมีรายละเอียดโดยไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ์าย แล้วเรานําเหตุนําผลมา จริง ๆ ครับ กราบเรียนในเบื้องต้นเท่านี้ครับ