สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

ธีระ วงศ์สมุทร พูดเรื่องภัยแล้งในจังหวัดลพบุรี และการแก้ไขปัญหาน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านอํานวย คลังผา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เปึนอย่างสูง ที่ให้ ความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของภัยแล้งนั้นก็เปึนที่ทราบกันอยู่นะครับว่า ก็เกิดขึ้นเปึนประจํานะครับ ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองนั้น ต้องเรียนว่า ในเรื่องของปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาตินั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้ง ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางการเกษตรที่มองทั้งเรื่องทุกชนิดในเรื่องภัยพิบัติ ทางการเกษตรที่จะดําเนินการแก้ไข ซึ่งตั้งขึ้นทั้งในหน่วยงานส่วนกลาง แล้วก็ในจังหวัด เพื่อที่จะติดตามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทางการเกษตรนะครับ ต่อข้อห่วงใยของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นในเรื่อง การบริหารจัดการน้ํานะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า คงจะแบ่งเปึน ๒ ส่วนนะครับ พื้นที่ที่เราจะพัฒนา มีศักยภาพที่จะพัฒนาเปึนแหล่งน้ําชลประทานได้ ก็จะดําเนินการ ในเรื่องของแหล่งน้ําชลประทานได้นะครับ จังหวัดลพบุรีเองเปึนที่ทราบกันอยู่แล้วว่า พื้นที่เรามีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๓.๘ ล้านไร่ เปึนพื้นที่การเกษตร ๒.๗ ล้านไร่ แต่พื้นที่ ที่ได้รับการพัฒนาเปึนระบบชลประทานแล้วนี้มีเพียง ๖๐๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบแล้วก็ประมาณร้อยละ ๒๒ ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้นนะครับ ซึ่งยังมีพื้นที่ ที่เหมาะสมอยู่ที่จะทําการเกษตรที่สามารถพัฒนาเปึนระบบชลประทานได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ที่เหลือคงจะอาศัยพื้นที่ซึ่งเปึนพื้นที่ไม่มีศักยภาพที่จะพัฒนา เปึนระบบชลประทานคงจะแก้ไขปัญหาตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะเมื่อกี้นะครับ นี่คือเรื่องของแหล่งน้ําในไร่นานอกเขตชลประทานซึ่งจะ ดําเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดินที่จะดําเนินการในส่วนตรงนี้ต่อไป อยากจะเรียนเพิ่มเติม นิดหนึ่งในเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ําในจังหวัดลพบุรีได้เร่งด่วนในแผนระยะสั้นที่เราวางไว้ คือป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๙ นั้นนะครับ คิดว่าเราจะดําเนินโครงการต่าง ๆ ในจังหวัดลพบุรี จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีกประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ในตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของภัยแล้งนั้นเมื่อพี่น้องประชาชนประสบปัญหาในเรื่องของผลกระทบจากนาก็ดี ในเรื่องของพืชไร่ก็ดี ในส่วนที่จะต้องเยียวยาในเบื้องต้นนั้นครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ว่าในเรื่องนี้ซึ่งได้มีหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้เงินทดรองราชการตามที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กรุณาชี้แจงในเบื้องต้นแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อพี่น้องประสบภัยนี่ สิ่งแรกที่สุดคือจะเร่งรัดสํารวจความเสียหายของ พี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งเพื่อเยียวยาให้ทันนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาผมได้มอบ เปึนนโยบายที่สําคัญให้กับข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ไปเร่งรัด เยียวยา ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ทันเวลา ไม่ใช่ว่าภัยเกิดป้นี้กว่าจะได้เงินก็อีกป้หรือ ๒ ป้อย่าง นี้เปึนต้น ซึ่งในการเยียวยานั้นเราก็มีอัตราการช่วยเหลือที่มันเปึนไปตามระเบียบ ผมยกตัวอย่าง เช่น ในเรื่องของข้าวก็จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบภัยในอัตรา ไร่ละ ๖๐๖ บาท พืชไร่ก็ในอัตราไร่ละ ๘๓๗ บาท พืชสวนก็ในอัตราไร่ละ ๙๑๒ บาท นะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมว่าในเรื่องโครงการประกันรายได้ ให้แก่เกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลนั้น เมื่อเกษตรกรได้ทําสัญญาเข้าโครงการกับ ธ.ก.ส. แล้ว ถึงแม้ว่าเกษตรกรจะประสบปัญหาภัยพิบัติทางการเกษตร เกษตรกรก็ยังได้รับ การช่วยเหลือในเรื่องของโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร แล้วก็ยังได้รับ การช่วยเหลือ เยียวยาในกรณีพืชเสียหายจากตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ด้วยนะครับ อยากจะเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับว่า ในระยะยาวในเรื่องของปัญหา เนื่องจากพืชผลทางการเกษตรที่ประสบปัญหา ไม่ว่าในเรื่องของน้ําท่วมก็ดี ในเรื่องของ ภัยก็ดีนะครับ ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งรัดดําเนินการศึกษาโครงการประกันความเสียหายผลิตผล ทางการเกษตรอยู่ ถ้าตรงนี้เราศึกษาเสร็จแปลว่าเปึนการสร้างหลักประกันให้กับพี่น้อง เกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางด้านการเกษตรในเรื่องนี้ด้วยนะครับ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของท่านอํานวย คลังผา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะรับไป พิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ