รายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘
วันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
กราบเรียนท่านสมาชิก ขณะนี้สมาชิกมาครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขออนุญาต เป่ดประชุมเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน
พิจารณาการกําหนดประเด็นสําคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗
ตามที่ท่านสมาชิกได้เลือกกลุ่มในการหารือเพื่อให้เกิดการปฏิรู ป ตามมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ รวมทั้งหมด ๑๑ ด้านแล้วนั้น ดังนั้นเพื่อเปึนแนวทางและวิธีการทำงานที่เหมาะสม ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในแต่ละประเด็นให้บรรลุผลอย่างเปึ้นรูปธรรมร่วมกับ รัฐบาลในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าของกลุ่มต่าง ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้มอบหมายให้ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง เปึนผู้ดำเนินการ ขอเชิญ ท่านอลงกรณ์ชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้เปึนกิจกรรมสำคัญ เปึนการประชุมรูปแบบใหม่ของสภาซึ่งเปึนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยนโยบาย ของท่านประธานสําหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙/๒ นั่นคือการให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้น แทนสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อดําเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ สืบต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ
โดยให้คํานึงถึงความสําคัญเร่งด่วนและความสัมฤทธิผลของการปฏิรูปในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ด้วยภารกิจตามรัฐธรรมนูญและการก่อกําเนิดสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงต้องดําเนินการให้สัมฤทธิผลโดยเร็ว เพราะฉะนั้นการดําเนินการที่มีภารกิจแตกต่างไปจาก สปช. นั้นทุกท่านก็จะเห็นว่าการทำงานทั้งในรูปแบบของสภาจากนี้ไปก็จะไม่เหมือนกับสภา ในอดีต ข้อบังคับที่จะตรามาตามที่ท่านประธานได้มีนโยบายก็จะเปึนการตรา ข้อบังคับ ให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ ภารกิจ และเปัาหมายของ สปท. มิใช่เขียนข้อบังคับขึ้นมา แล้วไปปฏิบัติตาม แต่ข้อบังคับจะต้องสอดคล้องเพื่อการสัมฤทธิผลซึ่งความสำเร็จ ในการปฏิรูป ดังนั้นกิจกรรมในวันนี้จึงมีวัตถุประสงค์เปึนไปตามนโยบายท่านประธาน และข้อเรียกร้องข องสมาชิก เนื่องจากเรามีอดีตสมาชิก สปช. ๖๑ ท่าน ซึ่งอาจจะรู้ กระบวนการทํางาน รู้ประเด็น แต่อีก ๑๓๑ ท่านที่เข้ามาสู่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศนั้นยังมีประเด็นที่จะต้องศึกษาทําความเข้าใจ ดังนั้นเราจะเดินไปด้วยกัน ตามนโยบายท่านประธาน จะเดินไปพร้อม ๆ กัน และภารกิจครั้งนี้เปึนภารกิจของการที่จะ ปฏิรูปให้เปึ้นรูปธรรม จะไม่ควานหาว่าจะต้องปฏิรูปอะไรอีกแล้ว
เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานและท่านรองประธานได้กรุณาเปึนประธานในการเป่ดศูนย์สื่อสาร สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งของการให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของ ประชาชนสําคัญอย่างยิ่ง ความเห็นของประชาชนสําคัญอย่างยิ่ง ความสําเร็จของการปฏิรูป จะอยู่บนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสนับสนุนของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดความเข้าใจในวัตถุประสงค์และความตั้งใจดีของการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ศูนย์สื่อสาร ดังที่ท่านประธานได้พูดก็คือว่าจะไม่ถามว่าจะปฏิรูปอะไร เพราะ ๑ ป้ที่เป่ดศูนย์รับฟัง ความคิดเห็นของ สปช. ประชาชนได้ส่งความเห็นมาเปึ้นจํานวนมากว่าจะปฏิรูปอะไร แต่จากนี้ไปจะขอความเห็นว่าจะปฏิรูปอย่างไร นั่นคือภารกิจของเรา และเมื่อถามความเห็น ประชาชน เป่ด ๑๑ ช่องทางแล้ว วันนี้การประชุมเชิงปฏิบัติการจะมุ่งเน้นไปใน ๒ เรื่อง ๑. ก็คือการระดมความคิดเห็นของสมาชิก สปท. ๒๐๐ ท่าน ว่าอะไรคือวาระปฏิรูปที่สําคัญ และจะสัมฤทธิผลโดยเร็วเปึนรูปธรรม ๕ เรื่อง และวาระปฏิรูปอะไรในแต่ละ ๑๑ สาขา ที่สำคัญ และจะสัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว ๕ เรื่อง คำถามที่ ๒ คือฮาว์ ทู (How-to) ที่ท่าน มีความเห็นเช่นนั้นจะปฏิรูปอย่างไรให้สัมฤทธิผล เพราะฉะนั้นการแบ่งกลุ่มออกไปยังมิได้ หมายความว่าเปึนการแบ่งคณะกรรมาธิการ แต่ว่าต้องการทราบว่าท่านมีความประสงค์ มีความสนใจอย่างไร นี่เปึนการทำงานเอชอาร์ (HR) ในเชิงการบริหารกลุ่ม หลังจากนั้น เมื่อท่านได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของการร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ รวมสังเคราะห์ ร่วมเสนอ แล้วท่านก็จะรู้ ว่าโดยแท้ที่จริงท่านสนใจอะไรมากที่สุด และอะไรน่าสนใจมากที่สุด อะไรสําคัญมากที่สุดที่ท่านคิดว่าเปึนภารกิจของชาติที่เราจะต้องขับเคลื่อนประเทศในช่วง เปลี่ยนผ่านร่วมกับแม่น้ำทุกสาย ร่วมกับพี่น้องประชาชนนั้นไปสู่ความสำเร็จ ไปสู่ยุคใหม่ ของประเทศของเรานะครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ท่านประธานก็ได้มอบหมายให้ผมนั้น ดำเนินการในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันนะครับ ก็ได้อาศัยสมาชิกหลายท่านมาช่วยกันทำงาน เช่น ดอกเตอร์กอบศักดิ์ก็ดี ดอกเตอร์ถวิลวดีก็ดี คุณหมออำพลก็ดี แล้วก็อีกหลายต่อหลายท่าน เกือบ ๑๐ ท่านด้วยกัน ก็ได้ปรึกษาหารือกัน แล้วก็วางแนวทาง ทิศทางกรอบเพื่อให้บรรลุ ผลสำเร็จเร็วที่สุด พร้อมกันนั้นในการดำเนินการดังกล่าวซึ่งสักครู่จะให้ทางดอกเตอร์ถวิลวดี ได้ชี้แจงขั้นตอนวันนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเรียนว่าโดยนโยบายท่านประธานต้องการเห็น การสร้างองค์กร สปท. ให้เกิดเอกภาพและประสิทธิภาพสูงสุ ด ระยะที่ ๑ ของเราคือ การจัดระบบบริหารจัดการให้เร็วที่สุดครับ ระบบบริหารจัดการซึ่งเราต้องทำงานกับ
ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีประสิทธิภาพมาก เจ้าหน้าที่เข้มแข็ง ทำงาน อุทิศต้น์ แล้วก็เปึนมืออาชีพ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องจัดยกร่างสร้างกลไกอย่างที่เรา ได้มีการระดมความเห็นเมื่อวาน แล้วก็มีการทําข้อบังคับ อันนี้ก็จะเปึนส่วนหนึ่งของ การที่จะต้องสร้าง ส่วนกรรมาธิการจะมีอย่างไร กลไกจะเปึนอย่างไรก็อยู่ที่ข้อบังคับกําหนด อยู่ที่ท่านประธานที่จะได้มีการหารือกับพวกเราในการกำหนดเกี่ ยวกับเรื่องของโครงสร้าง กลไกแต่เรื่องเหล่านี้ภายใน ๑ เดือนต้องแล้วเสร็จครับ
เมื่อวานท่านประธานเสรีก็บอกว่า ๗ วัน ก็ฮือกันทั้งสภาเลยนะครับ จะทำยกร่าง นั่นหมายความว่ามีความตั้งใจว่าอยากจะทําให้เสร็จโดยเร็ว นั่นก็เปึนส่วนที่ว่าด้วยในส่วน ของกลไกโครงสร้างของเรา จากนั้นเมื่อกลไกโครงสร้างจัดตั้งเสร็จแล้วนี่ก็คือการเริ่มทำงาน อีก ๑ เดือนจากนั้นเราจะเริ่มผลิตผลงานข้อเสนอเข้ามาสู่สภา การปรับฐานเปึ้นอันที่ ๒ ฐานคิด ฐานข้อมูล เพราะฉะนั้นเราได้ใช้ระบบไอที (IT) เข้ามาสูงมากในการทํางานครั้งนี้ ให้เข้ากับยุคระบบดิจิทัล กัฟเวิร์นเมนต์ (Digital government) ของรัฐบาล ท่านได้รับ เอกสารทั้งหมดไปนี่ตั้งแต่วันแรกกล่องใหญ่ วาระปฏิรูป ๖๙ วาระของ สปช. แล้วก็มี ๓๗ วาระปฏิรูป ๑๕ วาระพิเศษ ๙ วาระปฏิรูปเร็ว ๘ วาระพัฒนา ซึ่งเข้าใจว่าท่านคงอ่าน หมดแล้ว เพราะวันนี้เราจะต้องเอาสิ่งเหล่านั้นมาพูดกันในห้องประชุมเชิงปฏิบัติ การ หรือในห้องแล็บ (Lab) ๒. ก็คือวิสัยทัศน์ออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่อยู่ในกล่องนั้น เปึนเล่มซึ่งจัดทำโดยผ่านการประชุมที่เรียกว่าวิชัน เวิร์กชอป (Vision workshop) ๒ ครั้ง มองยาวไปไกลในอนาคต แล้ววางโพซิชันนิง (Positioning) ประเทศว่าควรเปึนอย่างไร แล้วก็มาดูกระบวนทัศน์การขับเคลื่อนแผนพิมพ์เขียวปฏิรูป เพราะฉะนั้นทางส่วนนั้น เปึนข้อมูลฐาน ข้อมูลที่จะต่อยอดของเราต่อไป แล้วก็ลงอยู่ในทัมบ์ ได้รฟี (Thumb drive) ที่มอบให้ทุกท่าน อันนี้มี ๑๓ กิกะไบต์ ไม่ใช่กิ๊กอย่างอื่น เพราะฉะนั้นใช้ไปแล้ว ๓ กิกะไบต์ เท่านั้นเอง ยังเหลืออีก ๑๐ กิกะไบต์ ท่านเก็บให้ดีนะครับ เพราะจะมีข้อมูลที่ใส่ไป และเมื่อ ไอ้แพด (iPad) ที่ท่านจะได้รับมอบตั้งแต่วันที่ ๒๔ นี่จะใส่ไว้ให้ท่านหมด ท่านอยู่ที่ไหน ท่านเป่ดได้ แม้แต่เว็บไซต์ (Web site) ของเราตอนนี้อัพเกรด (Upgrade) และช่องทาง สื่อสาร ๑๑ ช่องทาง เรามีเว็บไซต์ (Web site) มีไลน์ (Line) มีเฟซบุ๊ก (Facebook) หมด ดังนั้นข้อมูลสําคัญมาก และเปึนข้อมูลผ่านการวิเคราะห์ วิจัย วางแผนแล้วสําเร็จรูปโดย สปช. ส่งมอบเมื่อ ๑๓ สิงหาคมให้รัฐบาล อยู่ในมือทุกท่าน ๒. ก็คือกรอบปฏิรูปประเทศไทย เปึนความเห็นซึ่งทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้จัดทำไว้โดยการรับฟังความคิดเห็น จัดทำเชิ ญผู้เชี่ยวชาญมารับฟังในระบบเด ลฟาย (Delphi) และอื่น ๆ ตอน สปช. ได้รับหน้าที่ครั้งแรกก็ได้รับมอบเอกสารชุดนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็จะเห็น เล่มนี้มีหลายเล่ม แต่ยกเปึนตัวอย่าง อันนี้เปึนฐานข้อมูลเวลาที่ท่านจะเข้าห้องประชุมปฏิบัติการหรือท่านต้อง อ่านก่อน หรือต่อไปข้างหน้าแยกแยะออกเปึน ๑๑ ด้าน หรือมากกว่านั้นก็ตามที่จะมี คณะกรรมาธิการ อันนี้จะเปึ้นฐานข้อมูล อีกเล่มหนึ่งสำคัญมากก็คือของคณะรัฐมนตรีครับ
เอกสารที่คณะรัฐมนตรีได้ประมวลรวบรวมจากความเห็นข้อเสนอของ ๒๐ กระทรวง แล้วก็ ๑๔๐ กว่ากรม รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการทั้งหมดว่ามีความเห็นข้อเสนอจะปฏิรูปประเทศ อย่างไร ในมุมในส่วนที่เปึนส่วนราชการ และจัดลำดับความสำคัญมาด้วย ตรงนั้นเปึนอีกเล่มหนึ่ง ทั้งหมดก็ได้ส่งมอบให้กับทุกท่านแล้ว แล้วก็อยู่ในทัมบ์ได้ร์ฟ (Thumb drive) อันนี้เช่นกัน หรือจะเข้าไปในเว็บไซต์ (Web site) ของสภาก็เข้าไปหน้า เว็บไซต์ (Web site) ของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นี่คือฐานข้อมูลที่จําเปึน นอกเหนือจากแต่ละท่าน จะมีความสนใจพิเศษ จะมีข้อมูลฐานอย่างอื่น แต่ตรงนี้จะเปึ้นฐานหลักที่อย่างน้อย ต้องไม่ขาดตกบกพร่อง ๒. คือฐานคิด วันนี้ละครับคือการเริ่มต้นฐานคิด แต่ฐานคิดของเรา จะต่อยอดจาก สปช. จะเปึนการบอกว่าจะปฏิรูปประเทศนี้อย่างไร โดยที่เราจะทําการ จัดลําดับความสําคัญ เพราะในคําถามที่ ๑ ซึ่งมีอยู่ ๒ ส่วน กับคําถามที่ ๒ ซึ่งเน้นเรื่อง ฮาวทู (How-to) นั้น เมื่อจบแล้วเราจะกลับมาที่ห้องนี้
แล้วตัวแทนหรือผู้แทนของท่านก็จะมานำเสนอในระบบเพาเว อร์พอยต์ (PowerPoint) ซึ่งท่านประธานก็ได้กรุณาอนุญาตในการนำเสนอท่านละ ๗-๑๐ นาที ยืดหยุ่นได้นะครับ ตรงนี้ก็เปึนกระบวนการทั้งหมดในวัตถุประสงค์ ขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาอนุญาต ให้ดอกเตอร์ถวิลวดีได้ชี้แจงกระบวนการในรายละเอียดโดยสังเขปก่อนที่เราจะแยกกลุ่ม ไปตามห้องต่าง ๆ ครับ
เรียนเชิญท่านดอกเตอร์ถวิลวดีครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ ได้รับมอบหมายให้ช่วยนำเสนอกระบวนการที่จะ ดำเนินการในวันนี้นะคะ หลังจากที่เราประชุมในห้องใหญ่เสร็จแล้วเราก็จะเข้าไปในห้องย่อย ซึ่งในห้องย่อยนั้นจะแยกตามกลุ่มที่ท่านได้แจ้งความจำนงไว้ซึ่งจะมีหมายเลขกํากับนะคะ ท่านคงจะดูที่รายชื่อที่ส่งมาให้ท่ำนแล้วก็จะมีด้านว่าท่านอยู่ด้านใด แล้วในบรรทัดถัดไป ก็จะเปึนหมายเลขซึ่งเราจะจัดห้องทั้งอาคารนี้ อาคาร ๒ และอาคาร ๓ จะมีเจ้าหน้าที่ พาท่านไป เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าท่านรู้หมายเลขแล้วก็จะรู้ว่าอยู่ที่อาคารไหน ท่านก็จะเดิน ไปที่อาคารนั้น ถ้ายังไม่ทราบว่าจะไปทางไหนเดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่บอกว่าห้องนั้นอยู่ตรงไหน อย่างเช่น ด้านการเมืองจะอยู่ห้อง ๒๑๙ ด้านบริหารราชการแผ่นดินจะอยู่ห้อง ๒๒๐ อย่างนี้เปึนต้น อันนี้คือรายละเอียดของสถานที่ที่เราจะไป เมื่อเราไปถึงห้องประชุมนั้นแล้ว เราจะทําอะไรกัน จะมีผู้เอื้อกระบวนการซึ่งเปึนสมาชิกที่อาสาสมัครที่จะช่วยทํากระบวนการ ในวันนี้ จะแนะนำตัวเองและให้ท่านช่วยกันแนะนำตัวเองด้วยเพื่อที่จะรู้จักกัน หลังจากนั้น ก็จะสรุปสั้น ๆ ว่าที่ผ่านมาวาระปฏิรูป วาระพัฒนาต่าง ๆ ที่ สปช. ได้ทํากันไว้มีอะไรบ้าง ซึ่งจะมีรายละเอียดให้สั้น ๆ เพื่อที่จะเปึ้นแนวสำหรับการคิดต่อไป หลังจากนั้นก็จะพาท่านคิด ด้วยการระดมสมอง ในคำถามแรกซึ่งในฐานะที่เราเปึน สปท. ใน ๕ ประเด็นที่สำคัญเร่งด่วน ที่เราควรจะทำมีประเด็นอะไรบ้าง โดยการระดมสมองแบบใช้บัตรคําการเขียนเปึนหลักก่อน เพราะว่าจะเปึนวิธีการที่ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางแล้วก็เท่าเทียมกัน คือลำดับความสำคัญในบัตรให้เรา ๑ บัตร ๑ ความคิด แล้วก็จะมีการไปติดที่บอร์ด (Board) หลังจากนั้นมีการจับกลุ่มแล้วก็ตั้งชื่อกลุ่มบัตรเหล่านั้น แล้วก็จะมีการจัดลําดับความสําคัญ โดยใช้สติกเกอร์ (Sticker) ซึ่งจะมีสติกเกอร์แจกให้ท่านละ ๓ ชิ้น ท่านหนึ่งก็มี ๓ คะแนน
สําหรับ ๑ ประเด็น ท่านคงจะสงสัยว่าทําไมต้องเปึน ๓ เพราะว่าถ้ามีหนึ่งเดียวบางทีอาจจะ ได้คะแนนที่ไม่ค่อยเปึนจริงมากนัก เพราะว่าถ้าเปึน ๓ ดอุท (Dot) ที่ ๑ จะหมายถึงตัวเอง เรามักจะคิดถึงตัวเองก่อน แต่ถ้าเปึนดอุท (Dot) ที่ ๒ จะเปึนการคิดถึงคนที่เรารัก และถ้าเปึน ดอท (Dot) ที่ ๓ เรามักจะคิดถึงคนอื่นด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปในครั้งนี้ เราก็คงต้องคิดถึงหลายภาคส่วนนั่นเปึ้นที่มาของสติกเกอร์ (Sticker) ๓ ดวงที่จะมอบให้ท่าน หลังจากนั้นเราก็จะได้ลําดับความสําคัญว่ากลุ่มของเราคิดถึงประเด็นอะไรก่อนที่จะ ทําการปฏิรูป ซึ่งประเด็นเหล่านั้นก็จะมาร่วมกันกั บกลุ่มอื่น ๆ ในตอนบ่ายเราก็จะมี การจัดลำดับอีกครั้งหนึ่ง อันนั้นสําหรับประเด็นที่ ๑ ส่วนประเด็นที่ ๒ ท่านรองประธาน ได้เกริ่นไว้แล้วคือการคิดถึงกลุ่มของเราเอง เช่น กลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน หรือกลุ่มการเมืองมีประเด็นอะไรในเรื่องนั้น ๆ ที่เราจะต้องทําอย่างเร่ง ด่วนที่สําคัญ ก็ทําเหมือนเดิม กระบวนการเหมือนเดิมแล้วก็จัดลําดับความสําคัญเหมือนเดิม ซึ่งจะเสร็จ ในเวลาเที่ยงพอดีเราก็จะกลับมารับประทานอาหารกันที่นี่ แล้วก็กลับไปทำกิจกรรมต่อ ว่าด้วยฮาวทู (How-to) ว่าเราจะทําอะไร ซึ่งในการทําฮาวทู (How-to) นี้ในกลุ่มของเรา ก็มีหลายท่านก็คงจะช่วยกันเอา ฮาวทู (How-to) แต่ละด้านไปช่วยกันคิด แล้วก็กลับมาสู่ กลุ่มของท่าน แล้วก็แลกเปลี่ยนกัน แล้วก็จะมีผู้เอื้อกระบวนการทำการสรุปแล้วมานำเสนอ ในห้องนี้ ซึ่งก็จะมีการนําเสนอโดยผู้เอื้อกระบวนการ ๑๑ ท่าน ในเวลา ๑๕.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา อันนี้เปึนกระบวนการสั้น ๆ ซึ่งทางผู้เอื้อกระบวนการก็จะช่วยน้ําท่านคิดแล้วก็ถ้ามีเวลา แลกเปลี่ยนก็คงจะแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มย่อย นี่ก็เปึนกระบวนการคร่าว ๆ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ก็ขอบคุณครับ ผมคิดว่าที่เราพูดกัน ๒ ท่านนี้สรุปก็คือว่าการปฏิรูปคือการแก้ปัญหา ซึ่งมาประกอบด้วย ๒ ส่วนสำคัญที่สุด คือ ปัญหาสำคัญคืออะไร อีกอย่างหนึ่งก็คือ วิธีแก้ปัญหานั้นทําอย่างไร ทีนี้ปัญหาสําคัญคืออะไร เราจะพูดวิธีแ ก้ปัญหาโดยไม่รู้ว่า ปัญหาสําคัญคืออะไรคงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องระบุก่อนว่าปัญหาสําคัญคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ สปช. ได้กรุณาทําไว้ ทีนี้มาถึงเราที่ท่านอลงกรณ์บอกเรามาต่อยอดนี่ เพราะฉะนั้นเราก็พิจารณาอีกที่ได้ไหมว่าที่ สปช. ได้จัดลําดับความสําคัญเร่งด่วนหรือก่อนหลัง ปัญหาสําคัญในแต่ละด้าน ๑๑ ด้าน อันดับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อะไรบ้าง อันนี้สําคัญที่สุดเลย เราคงทำทุกอย่างทุกเรื่องคงไม่ได้ในแต่ละด้าน ลำดับความสำคัญเร่งด่วนสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นแต่ละด้านก็กรุณาบอกว่าปัญหาสำคัญเช่น สมมุติ สมมุติเฉย ๆ นะครับ เช่น คอร์รัปชัน (Corruption) อย่างนี้ อาจจะเปึ้นอันดับ ๑ ก็ได้ อันนี้สุดแท้แต่แต่ละร่างที่จะ กรุณาพิจารณา ทีนี้ในแง่หนึ่งในเรื่องอะไรมันผ่านพื้นมาพอสมควรแล้ว แต่เราอาจจะ ได้เปรียบเรียนรู้จากที่เขาศึกษามาแล้ว แล้วประสบการณ์เราก็อาจจะได้เปรียบ อาจจะ เติมเต็มสิ่งนั้น เพราะฉะนั้นเราสามารถจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน ๕ ปัญหาสําคัญได้ใหม่ เราคงไม่ให้ความสําคัญทุกเรื่องเท่าเทียมกัน นั่นประการแรก อีกอย่างหนึ่งที่สําคัญที่เราจะ เน้นมากที่สุดนอกจากจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหาสำคัญ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ของด้าน ๑ ถึงด้าน ๑๑ เรียบร้อยแล้วนี่ วิธีแก้ปัญหาของแต่ละด้านนี่เราจะต้องเน้นว่า ฮาว์ (How) คือทําอย่างไร จะใช้วิธีแก้ปัญหาเรื่องคอร์รัปชันอย่างไร ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตามลําดับ ความสำคัญก่อนหลังตลอดเวลา ก็ขอความกรุณาฝากท่านสมาชิกไว้อย่างนี้ด้วย ผมคิดว่า จะขอให้ท่านสมาชิกไปประชุมตามกลุ่มย่อยในแต่ละกลุ่มที่ท่านเลือกที่ ห้องประชุม กรรมาธิการซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ท่านสมาชิกทั้ง ๑๑ กลุ่มแล้ว เมื่อเสร็จสิ้น การหารือของกลุ่มแต่ละกลุ่ม ขอให้ท่านสมาชิกกลับมายังห้องประชุมรัฐสภาเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา เพื่อนำเสนอสรุปผลการหารือของกลุ่มย่อยทั้ง ๑๑ กลุ่มด้วยนะครับ ในระหว่างนี้ผมจะขออนุญาตพักประชุม ขอบคุณครับ
พักประชุมเวลา ๑๐.๐๓ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๒๖ นาฬิกา
สวัสดีครับ ผมขออนุญาตดำเนินการประชุมต่อนะครับ ก่อนที่จะประชุมต่อ เนื่องจาก มีสมาชิกอีก ๑ ท่านที่ท่านยังไม่ได้รายงานตัวนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่มีบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับกําหนดไว้เกี่ยวกับการปฏิญาณตนของสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ เพื่อรักษาแบบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ควรกล่า ว คำปฏิญาณตนก่อน ขอเรียนเชิญคุณกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ด้วยครับ พูดตามที่ผมพูด นะครับ
(สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ ยังไม่ได้ปฏิญาณตนและได้มา ประชุมวันนี้ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
“ข้าพเจ้า นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคํานึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเปึนสําคัญ”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ จากนี้ไปก็จะขอเชิญแต่ละกลุ่มน้ำเสนอประเด็นเรียง ตามลำดับ จนครบทุกกลุ่มนะครับ ขอเชิญกลุ่มที่ ๑ นำเสนอประเด็นครับ ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ ขอบพระคุณครับ ถ้าท่านจะใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ก็ได้นะครับ ถ้าพร้อมแล้ว โปรดแนะนําตัวตามลําดับครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สำหรับกลุ่มการเมืองกลุ่มที่ ๑ ดิฉันและอาจารย์วรรณธรรมจะนำเสนอผลการประชุม ปฏิบัติการในกลุ่มของเรา ซึ่งสมาชิกของเราประกอบไปด้วย ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านคำนูณ สิทธิสมาน ท่านชัย ชิดชอบ พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก คุณนรรัตน์ พิมเสน ท่านนิกร จำนง ท่านวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ท่านวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา พลโท วราห์ บุญญะสิทธิ์ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านสมพงษ์ สระกวี ท่านอรุณ จิรชวาลา และท่าน พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย สำหรับเปัาหมายการปฏิรูปสำคัญของ สปท. ในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าในทัศนะของกลุ่มการเมืองเรามองว่า ๕ ประเด็นที่สำคัญ ประเด็น ที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งพวกเรามองว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่องที่สําคัญมากที่สุด เร่งด่วนที่ สปท. สามารถที่จะเริ่มทําได้ภายในระยะเวลา ที่เรายังทํางานอยู่นะคะ ส่วนประเด็นที่ ๒ คือการเมืองและการเข้าสู่อํานาจรัฐที่สุจริต และเที่ยงธรรม ประเด็นที่ ๓ เปึนการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ประเด็นที่ ๔ เปึ้นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และประเด็นที่ ๕ คือการปราบปราม การทุจริตอย่างเด็ดขาด นั่นคือ ๕ ประเด็นที่เรามองว่า สปท. น่าจะทําก่อน เมื่อพิจารณาถึง ประเด็นทางการเมืองที่ควรจะทำเร่งด่วน ใน ๒ ป้ข้างหน้า ประเด็นแรก คือเรื่องของ การเสริมสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ประเด็นที่ ๒ คือการเข้าสู่ตําแหน่ง ทางการเมืองที่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งหมายถึงเรื่องของการสรรหาและการเลือกตั้งด้วย ส่วนประเด็นที่ ๓ คือการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ ประเด็นที่ ๓ เช่นเดียวกัน คือคะแนนเท่ากัน คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง และประเด็นสุดท้ายเรามองว่า องค์กรกลางในช่วงเลือกตั้งที่มาทําหน้าที่รักษาการนั้นเปึนประเด็นที่สําคัญสําหรับการปฏิรูป การเมืองที่ สปท. น่าจะพิจารณา ทั้งนี้แนวทางในการเสริมสร้างความปรองดองของเรา เรามองว่าจะต้องสร้ำงบรรยากาศแห่งความปรองดองและจะต้องมีการปฏิรูป เรื่องของการสร้างความปรองดองให้เปึนผล ส่วนในรายละเอียดกลุ่มของเรามองว่า เราจะต้องทำการเสวนากันต่อไปในกลุ่มการเมืองที่จะทำให้เกิดความปรองดอง ซึ่งมันมีรายละเอียดที่มากมายเราไม่สามารถที่จะพูดให้หมดภายในเวลาอันสั้ น แล้วก็นอกจากนี้สำหรับ ฮาวทู (How-to) ในเรื่องอื่น ๆ อาจารย์วรรณธรรม จะทำหน้าที่เสนอนะคะ
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ในกลุ่มที่ ๑ นั้นเปึนกลุ่มด้านการเมือง ก็มีสมาชิกประมาณ ๑๕ ท่านด้วยกัน ซึ่งเราได้ตกผลึกร่วมกันครับว่าปัญหาสําคัญเร่งด่วนที่สมควรจะนํามา พูดคุยกันในเวทีแห่งนี้มี ๕ เรื่องด้วยกัน เมื่อสักครู่เรื่องที่ ๑ นั้นท่านทราบไปแล้วนะครับ เรื่องปรองดอง ผมจะลงรายละเอียดในเรื่องที่ ๒ เรื่องของการเข้าสู่ตำแหน่งและการใ ช้ อำนาจทางการเมืองที่สุจริตและเที่ยงธรรม เปึนที่ทราบกันดีนะครับว่าเรานั้นอยู่ใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข นั่นคือเปัาหมาย ในอนาคตที่เราต้องไปให้ถึง แล้วเราก็รับรูปแบบสําคัญคือระบบรัฐสภามาใช้ ดังนั้นเราจึงหนี้ การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองไม่พ้น ใน ๒ กรณีที่ตกผลึกร่วมกันคือ ๑. ในมิติการเลือกตั้ง และ ๒. ก็คือมิติของการสรรหา ซึ่งรายละเอียดของมิติการเลือกตั้งนั้นจะมีองค์ประกอบ สำคัญที่เราต้องมองให้ครอบคลุมประมาณ ๔ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ คือพื้นฐาน ของการเลือกตั้งก็คือประชาชน เมื่อเปึน เจ้าของอํานาจอธิปไตยแล้วทําอย่างไร จะให้ประชาชนนั้นมีคุณภาพที่จะเหมาะสมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง ใช้สิทธิ ใช้เสียงอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม นี่คงเปึนหน้าที่ครับที่กลุ่มการเมืองจะต้องไปออกแบบเหมือนกันว่าจะปรับบุคลิกภำพ ทัศนคติของประชาชนให้เกื้อกูลกับระบอบการเมืองได้อย่างไร ส่วนที่ ๒ ก็คือนักการเมือง แล้วก็พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำอย่างไรเราจะถึงปรัชญาสูงสุดของเรา ในระบบผู้แทนที่เรียกว่าจะได้ผู้แทนที่ดีขึ้นมา ทำอย่างไรถึงจะมีการตรวจสอบ อย่างเอาจริงเอาจังที่จะได้นักการเมืองที่เปึนตัวอย่าง มีข้อเสนอมากมายครับ ซึ่งมีสมาชิก หลายท่านนั้นได้ยกตัวอย่างในกรณีของ สปช. ที่ได้คิดรูปแบบการเสียภาษีย้อนหลัง ของนักการเมืองอย่างเคร่งครัด หรืออีกหลาย ๆ มาตรการที่จะทำให้เราได้นักการเมือง ที่จะเปึนระบบตัวแทนที่ดีมีคุณภาพเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้พรรคการเมืองเองเช่นกัน ถูกครห้ามาตลอดว่าเปึ้นพรรคการเมืองนายทุน จะทำอย่างไรให้หลุดจากบ่วงคำครหาเช่นนี้ ออกไปให้ได้ มีการเปึนเจ้าของอย่างแท้จริงของประชาชน เปึนพรรคการเมืองของประชาชน อย่างแท้จริง นี่ก็คือเปัาหมายของกลุ่มของเราในส่วนของพรรคการเมือง และแน่นอนครับ เรื่องของการเลือกตั้งนั้นคงหนี้องค์กรกลางที่จะเข้ามาตรวจสอบ
ที่ทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมไม่พ้นคือคณะกรรมกำรการเลือกตั้งก็คงจะมี การพูดถึงการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทยด้วยนะครับ ตั้งแต่ที่มาของคณะกรรมการ การใช้อำนาจของคณะกรรมการนะครับ นี่ก็เปึนตัวอย่างในมิติ ของการเลือกตั้งนะครับ ส่วนในมิติของการสรรหา ต้องยอมรับว่าผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้น เราจะต้องยอมรับว่าคงมิได้หมายถึงมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว กระบวนการสรรหา เปึนการลดช่องว่างครับที่ทำให้คนดีอีกประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถไปแข่งขันการเลือกตั้งนั้น เข้ามาทํางานการเมือง ซึ่งทําอย่างไรครับที่จะทําให้เห็นว่าการเข้ามาในประตูนี้นั้น มีคณะกรรมการที่เข้มแข็งที่น่าเชื่อถือที่กรองคนเอาจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เข้ามาได้ โดยมีหลักการสำคัญว่าทำอย่างไรถึงเปึ้นที่ยอมรับของกลุ่มสาขาอาชีพทุกสาขา ไม่มีการจัดตั้งคะแนนลักษณะบล็อกโหวต (Block Vote) นะครับ คุณสมบัติผู้ได้รับ การสรรหาควรมีความหลากหลายมาจากทุกภาคส่วนด้วย นี่ก็เปึ้นเปัาหมายที่เราวางคร่าว ๆ ในระยะจํากัด ในส่วนของการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองนะครับ ส่วนประเด็นที่ ๓ คือการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในห้วงเวลา ๖ ๔ ๖ ๔ สองป้นี้ที่เราอยากเห็นว่าพระเอก ของเรื่องนั้นคือใคร ใครเปึ้นผู้ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ถ้าในความเปึ้นจริงเราต้องยอมรับ อำนาจนั้นเปึนของปวงชนชาวไทย อำนาจอธิปไตยสูงสุดเปึนของประชาชน แต่เราใช้ระบบ รัฐสภา ดังนั้นองค์ประกอบที่ ๑ คงหนีไม่พ้นครับที่เปึนหน้าที่อย่างเปึ้นทางการ อย่างมากเลยก็คือทําอย่างไรเราจะออกแบบระบบรัฐสภามีกา รค้านอํานาจได้อย่างมี เหตุผลอย่างถูกต้อง มีการยกตัวอย่างบอกว่ารองประธานสภา คนที่หนึ่ง ควรมาจากฝ์ายค้าน หรือประธานกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องธุรกิจ เรื่องงบประมาณต้องมาจากฝ์ายค้านเสมอ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาต้องผ่าน การตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเวลานั้นค่อนข้างจํากัด นอกจากนี้เราคงต้องมองไปถึงในองค์กรที่ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐอีกมิติหนึ่งก็คือของศาล ของศาลปกครอง ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอํานาจพิเศษที่ว่านี้เข้ามาแทรกแซงการเมืองนี่ มากน้อยเพียงใด แล้วทำให้ระบบการเมืองโดยรวมนั้นมีความชอบธรรมอย่างไร คงหนีไม่พ้น กับอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่าองค์กรอิสระ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอมากมายบอกว่าองค์กรอิสระ บางอย่างนั้นยังทำหน้าที่ให้กับรัฐบาลควรนิยามให้ชัดเสียอย่างเช่นดีเอสไอ (DSI) หรือกรณี ของอัยการสูงสุด นอกจากนี้ว่ากรรมการองค์กรอิสระต้องควรเป่ดเผยบัญชีทรัพย์สิน
และหนี้สินต่อสาธารณชนนะครับ และแน่นอนครับเราจะตรวจสอบอำนาจรัฐนั้น อำนาจที่แท้จริงเปึ้นของประชาชน ภาคประชาชนก็คือหัวใจสำคัญในการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ เราจะนิยามภาคประชาชนให้มีบทบาทมากน้อยเพียงใดก็คงเปึ้นหน้าที่ของ กรรมการกลุ่มนี้เช่นกันนะครับ ขอไปหัวเรื่องที่ ๔ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ให้เปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้โดยประมาณจากนี้ไปนะครับ องค์ประกอบที่สำคัญที่เกี่ยวข้องก็คือ สถาบันทางการเมืองทุกสถาบันทางการเมืองเกี่ยวข้องหมดเลย ทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยน ทัศนคติค่านิยมที่ไม่ให้สถาบันทางการเมืองนั้นเข้าไปอยู่ในระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนนะครับ โดยเฉพาะสถาบันทางการศึกษาทั้งหลายควรมีหลักสูตรที่ปฏิเสธเรื่องของการเกื้อกูลกัน กับการยอมรับในระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนที่เล่นพรรคเล่นพวกกัน ทำอย่างไรที่จะทำให้พลเมืองนั้น มีค่านิยมใหม่ที่จะส่งเสริมคนดีเข้าทํางานทางการเมือง คงเปึนรายละเอียดอีกมากมายนะครับ และคงจะเปึนเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวพันกับการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติเหมือนกัน ดังนั้น ค่านิยมทางการเมืองนั้นจะต้องไปผูกไว้ในแผนพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ดี หรือองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ทําหน้าที่เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองไม่ว่าจะเปึน ในส่วนของสภาพัฒนาการเมือง จะปรับปรุงหรือรื้อฟุ๋นอย่างไร สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติจะทำอย่างไร รวมสิ่งที่สำคัญก็คือพรรคการเมืองเองนั่นเองจะมีค่านิยม ทางการเมืองที่ไปปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไรนะครับ แล้วสุดท้ายครับ เวลาน้อยมากเลย ก็คือเราพูดถึงเรื่ององค์กรกลางในช่วงของการเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ยังเปึน ข้อถกเถียงยังเปึนประเด็นที่ยังไม่ได้หารืออย่างชัดแจ้ง ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน พอสังเขปดังนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เรียนเชิญกลุ่มที่ ๒ ครับ ขอบคุณมากนะครับ ขอเพิ่มเติมนะครับ ใคร่ขอเรียนเชิญผู้แทน ของแต่ละกลุ่มตามลำดับ มานั่งประจำที่ได้เลยจะได้ไม่เสียเวลานะครับ ขอเรียนเชิญด้วยครับ
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินนะคะ มีสมาชิกทั้งหมด ๒๑ ท่าน ประกอบด้วย พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ พลเอก ชูศักดิ์ สันติวรวุฒิ นางถวิลวดี บุรีกุล นายธงชัย ลืออดุลย์ พลโท ธงชัย สาระสุข พลเอก ธวัช จารุกลัส นางเบญจวรรณ สร่างนิทร์ พลอากาศเอก ปรีชา ประดับมุข พันตำรวจตรี ยงยุทธ์ สาระสมบัติ พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ พลเอก วัฒนา สรรพานิช นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ นายศานิตย์ นาคสุขศรี พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ พลโท สสิน ทองภักดี พลโท สุรเดช เฟ๋ืองเจริญ พลอากาศเอก อนาวิล ภิรมย์รัตน์ นายอนุสิษฐ์ คุณากร พลเอก อภิชาต เพ็ญกิตติ พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ ขอนําเรียนท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทุกท่านนะคะว่าในการดำเนินงานตามคำถามหรือตามการบ้านที่มอบให้แต่ละกลุ่มนะคะ ในคําถามที่ ๑ ในฐานะสมาชิก สปท. ท่านเห็นว่า ๕ เรื่องที่ สปท. ควรดำเนินการก่อนในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าคืออะไร เพราะฉะนั้นใน ๕ ประเด็นแรกที่ทางกลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีการจัดลำดับแล้วปรากฏดังนี้ อันดับ ๑ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ อันดับ ๒ คะแนนเท่ากัน คือเรื่องการปฏิรูปการเมืองการปกครอง และด้านปราบปรามการทุจริต อันดับ ๔ เปึนเรื่อง การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อันดับ ๕ คะแนนเท่ากัน ๓ ด้าน ก็คือ ปฏิรูป ด้านการศึกษา ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ และปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนะคะ ในคําถามที่ ๒ สําหรับการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ๕ ประเด็นที่ควรจะปฏิรูปก่อน ในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าคือประเด็นใดบ้าง ตอนที่เก็บคำถามที่ ๑ แล้วนะคะ ส่งคำถามที่ ๒ ไปนะคะ ปรากฏว่าการจัดลำดับในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของกลุ่มที่ออกมำ อันดับ ๑ ยังเปึนเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเหมือนเดิม อันดับ ๒ ที่ได้คะแนนเท่ากัน ในอันดับ ๒ มี ๒ เรื่อง เรื่องแรกเปึนเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ อันดับ ๓ มี ๒ ด้าน ก็คือ เรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ กับเรื่องที่ ๒ เปึ้นเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลภาครัฐ พอมาทําการบ้านหัวข้อที่ ๓ ต่อนะคะว่า จาก ๕ ประเด็นที่จะปฏิรูปในด้านการบริหารราชการแผ่นดินตามที่เราได้มีการเลือกกันมา ๕ ประเด็นนั้น เราควรดําเนินการอย่างไรเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปร่วมกับรัฐบาล
บรรลุผลอย่างเปึนรูปธรรมในช่วง ๒ ป้ข้างหน้านะคะ จากสมาชิกทั้งหมดนั้นเราแบ่งออกเปึน ๓ กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เรื่องที่ฮอต์ (Hot) มาก ๆ ก็คือเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินะคะ กลุ่มที่ ๒ นี่ก็เปึ้นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งซึ่งมองว่างาน เงินและคน มันต้องไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นในกลุ่มที่ ๒ จะทํา ๓ เรื่อง เรื่องการปรับโครงสร้างอํานาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๒ ก็คือปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ เรื่องที่ ๓ ก็คือปฏิรูปการบริหารงานบุคคล
กลุ่มที่ ๓ เรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดิฉันจะขออนุญาต ให้ผู้จัดทำหรือผู้แทนในแต่ละกลุ่มเปึนผู้นำเสนอ ในกลุ่มแรกก็จะเปึนท่านยงยุทธ์ สาระสมบัติ ในกลุ่มที่ ๒ ดิฉันจะเปึนคนนำเสนอ และกลุ่มที่ ๓ ท่าน พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ ขอเรียนเชิญท่าน พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ค่ะ
พันตํารวจตรี ยงยุทธ์ สาระสมบัติ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ภาพแรก ผมอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอภาพเครื่องบินนะครับ เครื่องบินลำนี้สำหรับผู้ที่เปึน สปช. คงคุ้นกับภาพนี้ดี สำหรับเพื่อน สปท. อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเท่ำไร ที่ผมนำเสนอภาพนี้ ก็คือให้เห็นว่าภาพนี้มีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติที่เปึ้นแผนที่การบินซึ่งมีความสําคัญมาก ในขณะเดียวกันนอกจากเปึนแผนที่การบินที่นำประเทศชาติไปสู่เปัาหมายที่กำหนดแล้ว ก็ยังเปึนห่างเสื้อที่จะให้การดําเนินการของการปฏิรูปหรือการพัฒนาต่าง ๆ นั้นไปสู่เปัาหมาย ขอภาพที่ ๒ ครับ ในภาพที่ ๒ เนื่องจากว่าอยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เราเสนอว่าในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินนั้นต้องพิจารณาทั้ง ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนเหล่านั้นจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ ในการดำเนินการ ทางซ้ายมือของท่านก็คือโครงสร้างหน่วยงานของรัฐที่มีคุณภาพ แล้วก็ถัดไปนะครับ ต้องมีทรัพยากรที่มีคุณภาพและมีความมุ่งมั่น เพราะว่าบุคลากร ของประเทศเรามีคุณภาพพอสมควรแต่ความมุ่งมั่นอาจจะยังไม่มากพอ ประเด็นที่ ๓ กลไกการบริหารที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล ประการที่ ๔ การแสวงหาและจัดสรร ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้นําไปสู่ว่าทางซ้ายมือของท่านก็คือว่าการปฏิรูป ซึ่งถือเสมือนเปึ้นแรงผลัก ขณะนี้เรามี ๓๗ วาระปฏิรูป แล้วก็สำหรับในวาระพัฒนานั้น ก็มีบวก ๆ อยู่นะครับ เดิมเราบอกว่า ๙ ตอนนี้มีเพิ่มจากนั้นแล้ว ทางขวามือของท่าน เราจะเห็นว่าเราจะต้องมีการลดแรงต้านก็คือการสร้างปณิธานร่วม ในการลดแรงต้านนี้ ก็อาจจะมีทั้งลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความไม่เปึนธรรม สร้างปณิธานร่วม พัฒนากฎหมาย และใช้กฎหมายให้เปึ้นธรรม ปัองกันและขจัดคอร์รัปชัน รองรับอนาคตประเทศ และสถานการณ์โลก ความพร้อมที่จะแข่งขันกับต่างประเทศ และอนุรักษ์ค่านิยม ความเปึนไทย ยุทธศาสตร์หลักทั้ง ๒ ประการนี้จะนําไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติที่ได้รับ การใคร่ครวญตรวจสอบอย่างดีและเปึนที่ยอมรับของทุกภาคส่วนเพื่อให้ประเทศไทย
ประเทศของเราพื้นกับดักประเทศกำลังพัฒนาเปึนประเทศพัฒนา ซึ่งในเรื่องของตัวชี้วัด ของประเทศพัฒนานั้นผมจะไม่กล่าวในที่นี้เพราะว่าเวลาของเรามีน้อย จากยุทธศาสตร์ชาติ ก็นำไปสู่ผลประโยชน์แห่งชาติ ผลประโยชน์แห่งชาติ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีอธิปไตย และเข้มแข็งในประชาคมโลก สําหรับ ๕ ประเด็นในการจัดทํายุทธศาสตร์ชาตินั้น กลุ่มที่ ๑ เห็นว่า ๑. จะต้องเสนอประเด็นยุทธศาสตร์ชาติต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บรรจุ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติไว้ในรัฐธรรมนูญก่อนวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สปท. และคณะกรรมาธิการปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดิน ประการที่ ๒ ให้จัดทํากฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติที่ครอบคลุมเนื้อหาและรายละเอียด เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารยุทธศาสตร์ชาติที่ประกอบไปด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ และสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยให้มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลปัจจุบัน ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกว่าสำหรับ กฎหมายยุทธศาสตร์ชาตินั้น สปช. ได้เห็นชอบกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติไป เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ แล้วเปึ้นที่น่ายินดีว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณากล่าว ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ คือภายหลังหลังจากนั้นนะครับ ขณะนี้ทางรัฐบาลกําลังดําเนินการในเรื่องของกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติด้วย และมีการตั้ง คณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ หัวข้อที่ ๓ ให้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ที่ สปช. ได้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทุกจังหวัด จังหวัดละไม่น้อยกว่า ๑๐ อำเภอ รวมทั้งหมด ๙๓๘ เวที
แล้วก็มีข้อมูลอยู่ ๑๓๙,๐๐๐ กว่าข้อมูลนะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะเปึ้นประโยชน์ในการที่จะ ทำยุทธศาสตร์ชาติต่อไป แล้วในยุทธศาสตร์ชาตินั้นในการถามความเห็นของประชาชนนั้น ได้มีการถามว่าท่านมีความเห็นอย่างไรต่ออนาคตประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน ข้อ ๔ เผยแพร่ความรู้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติให้แก่ทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้าใจ และตระหนักถึง ความสำคัญและตลอดจนประโยชน์ที่จะได้รับจากยุทธศาสตร์ชาติ ถัดไปเตรียมทรัพยากร ทั้งหลายเพื่อให้พร้อม เนื่องจากเวลามีจำกัดผมจะขออนุญาตเสนอเฉพาะเรื่องกรอบเวลา ทํางาน ภาพต่อไปครับ อันนี้คือกรอบเวลาทํางานนะครับที่จะกําหนดไปว่ามีกิจกรรมต่าง ๆ แล้วก็มีกรอบระยะเวลาว่าจะทําเมื่อไร ๆ ว่ากฎหมายควรจะผ่านเมื่อไร ยุทธศาสตร์ควรจะได้ เมื่อไร ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ในกลุ่มที่ ๒ ที่เราได้แบ่งกลุ่มภายในกันก็จะดูใน ๓ เรื่อง เรื่องแรก เปึ้นเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๒ เปึ้นเรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณ เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องการปฏิรูปด้านทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ขอนำเรียนอย่างนี้นะคะว่าสภาพ ที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้อย่างไรก็ตามแม้จะมีการนำเสนอ มาตลอดนั้นในความคิดหรือในภาพที่ออกมาก็ยังเปึ้นเรื่องการรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางนะคะ ตอนที่ สปช. มีการศึกษาเรื่องนี้แล้วเราได้โจทย์มาจากรัฐบาลว่าสิ่งที่หลังจากแผนของ ส่วนราชการที่ส่งไปที่ ครม. แล้ว ครม. ก็ส่งมาว่ามี ๒ เรื่องใหญ่ที่จะให้ สปช. ดูก็คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๑ แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องระบบงบประมาณ สำหรับในเรื่องการปรับโครงสร้างนั้นก็มีหลัก ที่จะต้องดำเนินการต่อไปก็คือลดบทบาทส่วนกลาง แล้วก็ไปเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ส่วนภูมิภาค แล้วก็กระจายอำนาจให้ส่วนท้องถิ่นนะคะ จะต้องมีการบูรณาการ ในการดำเนินงานในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความเปึนเอกภาพ แล้วก็ในเรื่องการกำหนด อำนาจของส่วนกลางนั้นก็คงจะเอาเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องหลัก ๆ ที่ไม่สามารถ ที่จะแบ่งไปได้ อย่างเช่นเรื่องความมั่นคง เรื่องยุติธรรมหรือเรื่องการต่างประเทศ เน้นการปฏิบัติงานเชิงพื้นที่ ตรงนี้เราจับแผนยุทธศาสตร์ชาติเปึนตัวตั้ง จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ ลงไปเปึนแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวง ทบวง กรม แล้วตรงนี้แผนพัฒนาจังหวัดจะต้องมา สอดรับกับยุทธศาสตร์หรือว่าให้มันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวง
ทบวง กรม ซึ่งในส่วนของแผนจังหวัดนั้นจะประกอบด้วยทั้งส่วนที่เปึนการดำเนินงำน หรือความต้องการในพื้นที่ แล้วก็ส่วนที่เปึนภารกิจหลักของส่วนราชการในส่วนกลาง ประกอบด้วยถึงจะออกมาเปึนแผนจังหวัดที่สมบูรณ์ ซึ่งตรงนี้มันก็จะมีกระบวนการ ในการดำเนินการ อย่างไรก็ตามในเรื่องการปรับโครงสร้างตรงนี้ สิ่งที่สำคัญที่ได้เปึนข้อเสนอ ส่วนหนึ่งไว้อยู่แ ล้วก็คือจะต้องพยายามแยกเรกูเลเตอร์ (Regulator) กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) ออกจากกัน นั่นก็คือการดำเนินการในเรื่องนี้นอกจากส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมแล้วจะต้องไปโยงกับองค์กรอิสระอื่น ๆ ซึ่งก็อาจจะมีทั้งองค์การมหาชน แล้วก็รัฐวิสาหกิจประกอบด้วย แน่นอนในการดําเนินการที่ผ่านมาหรือว่าในช่วงต่อไป ถ้าจะให้เกิดเรื่องนี้ประสบผลสำเร็จจะต้องประสานงานกับส่วนราชการซึ่งเปึ้นผู้ที่รับผิดชอบ ในภารกิจหลักของเขามีหน้าที่กำหนดไว้ตามกฎหมายนะคะ จะต้องประสานกับ ก.พ.ร. ซึ่งเปึนผู้มีอำนาจเกี่ยวกับเรื่องการกำหนดโครงสร้างและระบบงาน แล้วก็ประสานกับทาง ก.พ. ซึ่งเปึนคนดูเรื่องกําลังคนภาครัฐนะคะ ในส่วนเรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณนั้น ที่จริงในส่วนนี้อยากจะนําเรียนว่าทาง สปช. ได้ทำโดยความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย แล้วก็สำนักงบประมาณอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
แล้วก็มีการดำเนินการ มีการทดลองจะนำไปทดลองในพื้นที่ เรามองว่าเรื่องงบประมาณ เปึ้นเรื่องที่สำคัญ ถ้าใช้งบประมาณเปึนตัวนำแล้วโอกาสที่จะขับเคลื่อนระบบโดยรวมที่จะให้เกิด ผลสำเร็จมีค่อนข้างสูง แล้วตอนนี้ทราบจากท่านอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าได้มี การหารือเจรจาในส่วนหนึ่งแล้ว ก็คิดว่าในการดําเนินการต่อไปในเรื่องการปฏิรูป ระบบงบประมาณซึ่งมีทั้งแอเรีย เบส (Area based) กับฟังก์ชัน เบส (Function based) คงจะสามารถดําเนินการได้ประสบผลสําเร็จ ในส่วนนี้ก็ต้องยึดแผนยุทธศาสตร์ของ ส่วนภูมิภาค แล้วก็แผนพัฒนาส่วนภูมิภาคเปึนหลัก แล้วก็ประเมินผลความสำเร็จ ในการดําเนินการด้วย ในส่วนเรื่องกําลังคนในเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ก็จะใช้หลักระบบคุณธรรม ซึ่งในการนำเสนอที่ผ่านมาเน้นเรื่องการแต่งตั้งระดับสูง ก็เหมือนว่าหัวจักรหรือหัวขบวนนั้นถ้าได้ผ่านกระบวนการที่ใช้หลักระบบคุณธรรมแล้ว การที่ลงไประดับล่าง ๆ มันก็จะเกิดเรื่องระบบคุณธรรมตามมา ฉะนั้นที่สำคัญอีกอันหนึ่ง เรามองว่าระบบการประเมินผล ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่ได้รับ การฟ้ดแบก (Feedback) มาจาก หลายภาคส่วนการใช้กำลังคนให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังไม่ได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ ก็ถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่จะทําตัวชี้วัดในเรื่องการประเมินผล การปฏิบัติงานก็เปึ้นเรื่องที่สำคัญ แล้วท้ายที่สุดก็จะต้องพัฒนำกระบวนการบริหารงานบุคคล ให้ร้องรับการปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดินโดยรวม เพราะฉะนั้นในกระบวนการ ทำงานเรื่องนี้เพื่อจะให้เกิดผลสำเร็จคาดหวังในช่วง ๒ ป้ในอนาคตต้องทำงานร่วม อย่างใกล้ชิดกับส่วนราชการ ก.พ.ร. แล้วก็ ก.พ. แล้วก็รวมทั้ง ก อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ ขออนุญาตนำเสนอเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูป ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เจ้าหน้าที่ขอภาพสไลด์ (Slide) อันแรกเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
การดําเนินการในเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับ แผนการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเน้น ไปที่การบริหารจัดการภาครัฐ ภาพต่าง ๆ ที่จะปรากฏบนจอนั้นเปึ้นสิ่งที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ทํามาอย่างดียิ่งแล้ว เราเพียงแค่นํามาขับเคลื่อนต่อไป เพราะฉะนั้นตัวร่างกฎหมายต่าง ๆ
ได้มีการเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีแล้วในการบริหารจัดการภาครัฐก็จะเน้นไปที่ ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนบุคคลและส่วนร่วม พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สภาปฏิรูปแห่งชาติได้เสนอไปยัง ครม. ครม. ได้ให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำ ส่งไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องพิจารณาและเพื่ อเสนอย้อนกลับมา ภายในประมาณสิ้นเดือนตุลาคมนี้อยู่แล้ว จุดของเราก็คือการผลักดันต่าง ๆ ตรงนี้ขับเคลื่อน ต่าง ๆ ต่อไป ในประเด็นของกฎหมายและระบบโครงสร้างต่าง ๆ เพื่อปัองกันทุจริตแล้วก็ ลดโอกาสทุจริตก็จะมีกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาเสนอไปอยู่แล้ว ร่างพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ติดตาม ทรัพย์สิน ของแผ่นดินคืนจากการทุจริต พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลปัองปราม การทุจริตและวิธีพิจารณาคดีปัองปรามการทุจริต พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. .... รวมไปจนถึงแม้กระทั่งร่างพระราชบัญญัติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอไปแล้ว บางส่วนอาจจะเปึนประเด็นที่ยังมีปัญหาอยู่ก็จะมาพัฒนาต่าง ๆ ต่อไปโดยการขับเคลื่อนของ สปท. ต่าง ๆ ต่อไปครับ ในประเด็นของการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรม สิ่งต่าง ๆ ที่เสนอไปแล้วเพื่อมุ่งสู่การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว แล้วก็ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อขับเคลื่อนระบบค่านิยม คุณธรรมแล้วก็จริยธรรม รวมทั้ง มาตรการการหล่อหลอมกล่อมเกล้าเพื่อสร้างค่านิยมและปลูกฝั่งคุณธรรมจริยธรรมต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะนำไปสู่การผลั กดันกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็โยงเข้าไปสู่ ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งมีการกล่าวถึงกันเสมอนะครับ
ในประเด็นต่อไปการปัองกันและปราบปรามการทุ จริตนี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ด้านการเมืองอย่างใกล้ชิดนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะโยงไปถึงการปฏิรูปคณะกรรมการ การเลือกตั้ง การปฏิรูปคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ การปฏิรูป คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจการแผ่นดิน รวมทั้งการเรียนรู้แล้วก็การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะนํามาสู่แนวทางในการส่งเสริม ขีดความสามารถ ประสิทธิภาพขององค์กรอิสระ แล้วก็ส่งเสริมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเน้นการสร้างค่านิยมและจริยธรรมในแผนการบริหารงาน บุคคลภาครัฐแล้วก็โยงไปถึงในระบบการจัดการศึกษาด้วย แล้วก็ที่สำคัญอย่างกำลังพัฒนา อยู่ในปัจจุบั นก็คือการปรับปรุงกฎหมายดิจิทัล (Digital) เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งยังมีปัญหาอยู่ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมาช่วยในการส่งเสริมทําให้โปร่งใสยิ่ง ๆ ขึ้นนะครับ นําไปสู่การดําเนินการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ ส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนากลไกในการบริหารให้มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล แล้วก็ส่งเสริม การแสวงหาและจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิ ทธิภาพ ทั้งหมดนี้ก็จะนำเข้าไปสู่ ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งจะต้องร่วมกันในการพัฒนาต่าง ๆ ต่อไป กรอบระยะเวลา ๒ ป้ข้างหน้านั้น เปึ้นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ยากเย็นจนเกินไปเหมือนเน้นเข้ามาที่กฎหมาย กฎหมายต่าง ๆ ที่เข้าไปสู่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งเราอาจจะมีส่วนช่วยในการพั ฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป สามารถกระทำได้ภายในกรอบ ๒ ป้ข้างหน้าครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอเชิญกลุ่มต่อไป กลุ่มที่ ๓ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในกลุ่มที่ ๓ เปึ้นกลุ่มของผู้ที่อยู่ในด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้มอบหมายให้ผม และท่าน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน รายงานต่อที่ประชุม ซึ่งในกลุ่มมีสมาชิกดังต่อไปนี้ ก็คือ ท่าน พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ท่านเข็มชัย ชุติวงศ์ ท่านจุมพล สุขมั่น พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ท่านตระกูล วินิจนัยภาค ท่าน พลตำรวจเอก ไตรรัตน์ อมาตยกุล ท่าน พลตำรวจโท ธีรจิตร์ อุตมะ ท่านบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ท่าน พลโท บัญชา สิทธิวรยศ ท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์
คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ ท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ท่าน พลตำรวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา ท่าน พลเอก วิเชียร ศิริสุนทร ท่านวิรัช ชินวินิจกุล ท่านวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร และตัวผมเอง รวมถึง พลตํารวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง และ พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน นะครับ ซึ่งในกลุ่มก็ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันโดยได้เปัาหมายการปฏิรูปสำคัญ สปท. ในช่วง ๒ ป้ข้างหน้า ก็แบ่งออกเปึน ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่สมาชิกมีข้อเสนอมาก ก็คือ ๑. กระบวนการยุติธรรมและตำรวจ ๒. การปัองกันการทุจริต ๓. การปัองกัน และปราบปรามยาเสพติด ๔. การศึกษา ๕. การเมือง ซึ่งอันนี้เปึ้นเปัาหมายที่ ๑ ส่วนมองในภาพลึกเข้าไปเปึนเปัาหมายปฏิรูปสำคัญของด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมในช่วง ๒ ป้ข้างหน้า ก็มี ๑. กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ซึ่งแยกตำรวจออกไป ๒. เปึนประเด็นปฏิรูปตํารวจ ๓. ปฏิรูปการจัดทํากฎหมาย การทบทวน และการบังคับใช้ กฎหมาย ๔. ด้านศาลยุติธรรมและทนายความ ๕. การปัองกันและปราบปรามยาเสพติด อันนี้คือประเด็นเปัาหมายสำคัญที่สมาชิกได้เสนอประเด็นร่วมกันนะครับ ส่วนในเรื่องของการขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้นในกลุ่มก็มีแนวความคิดหลากหลายนะครับ สรุปได้ในลําดับสําคัญก็คือต้ องการอยากจะเห็นการปฏิรูปประเทศทั้งระบบ อยากจะเห็น แนวทางในทุก ๆ หน่วยงานในระบบราชการมีการปฏิรูปร่วมกัน
การทำงานปฏิรูปประเทศคราวนี้คงไม่ใช่แค่ในสภาเท่านั้น แต่อยากเห็นระบบกลไก การบริหารประเทศขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน เช่นในหน่วยงานภาคปฏิบัติของส่วนราชการ ต่าง ๆ ควรจะต้องเริ่มมีการปฏิรูปในหน่วยงานของตัวเอง สิ่งเหล่านี้เปึ้นแนวทาง ที่คงต้องปรึกษาหารือกับทางรัฐบาลและ คสช. ที่จะให้แต่ละหน่วยงานในระบบราชการเสนอ แนวคิดของตัวเองในแนวทางการปฏิรูปการทำงานของตัวเองเสนอเปึ้นลำดับในหน่วยงาน ไปเสนอถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปจนกระทั่งไปถึงหน่วยงานสูงสุดของหน่วยงานนั้น ๆ แล้วให้แนวทางการปฏิรูปดังกล่าวนั้นเสนอมาที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรา ดังนั้นแนวทางการปฏิรูปทั้งหมดต่อไปคงจะเปึ้นเรื่องของการที่ราชการก็มีแนวทางการปฏิรูป ในระบบภาคประชาชนเองก็มีส่วนร่วม แนวทางสิ่งที่หน่วยงานราชการแต่ละหน่วยนั้น จะร่วมกันปฏิรูปนั้นก็จะปรากฏผลโดยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เปึ้นเรื่องที่สามารถทำได้ทันที การจะทำทันทีดังกล่าวนั้นก็หมายความถึงว่าในส่วนงานที่จะ เกิดขึ้นได้ก็คงต้องปรึกษาหารือว่าถ้าหากว่าเปึนเรื่องจำเปึนต้องออกกฎหมายก็คงต้องตกลง กับทาง สนช. ว่าเรื่องเหล่านี้สามารถใช้ประกาศของประธาน คสช. โดยใช้มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญ สามารถที่จะมีคําสั่งในการที่จะให้มีการปฏิรูปไปพร้อม ๆ กันได้ทันที หรือเปึนแนวนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานนั้นสามารถปฏิรูปในแนวทาง ดังกล่าวไปพร้อม ๆ กันได้ การขับเคลื่อนการปฏิรูปก็จะสามารถปฏิรูปไปพร้อม ๆ กัน ทั้งประเทศ นี่คือประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ในส่วนเกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งได้กําหนดแนวทางการปฏิรูปในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมนั้นก็ให้ความสําคัญไปที่ หน่วยงานสำคัญก็คือศาล อัยการ ตำรวจ ทนายความ หน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม รวมถึง องค์กรอิสระที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในคณะพิจารณาร่วมกัน ก็ได้ให้ความสำคัญถึงกระบวนการยุติธรรมที่ทำอย่างไ รที่จะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนเปึ้นสำคัญ ให้ความสำคัญไปที่เสรีภาพของประชาชนที่ถูกดำเนินคดี และยังไม่สามารถที่จะได้มีการปล่อยตัวชั่วคราวได้ ในระหว่างที่พิจารณาคดีของศาลนั้น อาจจะใช้เวลาในการควบคุมตัวที่ยาวนานก็อาจจะเกิดผลเสียหายกับสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน ในส่วนนี้เองก็มีข้อเสนอ ยกตัวอย่างว่าถ้าหากว่าคดีใดก็ตามที่ไม่สามารถได้รับ การประกันตัวออกมาแต่ยังอยู่ในการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งยกตัวอย่าง ในศาลฎีกาเองถ้าหากว่าคดีใดก็ตามที่ยังไม่สามารถประกันตัวได้ต้องมีมาตรการให้ศาล
พิพากษาคดีโดยเร็ว อย่างเช่นในคดีที่อาจจะต้องใช้เวลาพิจารณาคดีน่านก็อาจจะต้อง กำหนดไว้ว่าให้สามารถตัดสินภายใน ๖ เดือนสำหรับคดีที่ไม่สามารถที่จะปล่อยตัวชั่วคราวได้ อย่างนี้เปึนต้น ส่วนความสำคัญในเรื่องของเยาวชนนั่นเองสมาชิกก็ได้เสนอว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนปัญหาในบ้านเมืองเรานั้นเราก็ต้องสร้างในส่วนภาคประชาชนให้สามารถเรียนรู้ แล้วก็สามารถให้มีนิสัยหรือพฤติกรรมเพื่อที่อนาคตข้างหน้าแล้วจะได้มีประชาชน เปึ้นประชาชนที่มีคุณภาพ ไม่ไปกระทําความผิดในด้านต่าง ๆ ส่วนแนวทางของการปฏิรูป ในส่วนกระบวนการปัองกันการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ในส่วนนี้เองสมาชิกก็ให้ความสําคัญ เพราะถือว่าเปึ้นเรื่องสําคัญของชาติของประเทศ สิ่งต่าง ๆ ที่จะปฏิรูปได้นั้นก็คงจะต้อง เน้นหนักไปในเรื่องของการปฏิรูปตัวบทกฎหมายเปึนสำคัญเพื่อผลสำเร็จของผลงาน การปฏิรูปเรื่องการปัองกั นการทุจริตที่ต้องการให้มีประสิทธิภาพแล้วมีภาพที่ชัดเจน นอกจากนั้นในแนวทางการปฏิรูปดังกล่าวนั้นก็ต้องกําหนดระยะเวลา
ซึ่งตามรายงานที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ สปช. ได้จัดทำไว้ในวาระที่ ๗ เอกสารแจกท่านไปแล้ว ปรากฏว่าข้อคิดเห็นของสมาชิกที่ประชุมร่วมกันนั้นมีแนวทางการปฏิรูปในกระบวนการ ยุติธรรมสอดคล้องต้องกันกับแผนปฏิรูปที่ สปช. ได้จัดทำไว้อยู่ในวาระที่ ๗ ท่านสมาชิก สามารถไปอ่านแล้วก็ไปศึกษาได้นะครับ ในระยะเวลาจำกัดก็จะขอเรียนกำหนดเวลาสุดท้าย ว่ากรอบเวลาการปฏิรูปนั้นจะต้องทําทันทีว่ามีรายการใดบ้าง เดี๋ยวท่านไปดูในเอกสาร ใน ๑ ป้จะทําอะไรบ้าง ใน ๒-๓ ป้จะทําอย่างไรบ้าง โดยมีเปัาหมายสําคัญก็คือ สร้างความพึงพอใจให้กับพี่น้องประชาชนที่สามารถได้รับการดูแลสิทธิและเสรีภาพ ในกระบวนการยุติธรรมที่ประสบพบอยู่ทุกวัน ในส่วนกระบวนการยุติธรรมและส่วนของ รายงานที่ได้กำหนดเปึนประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ นั้นได้แยกรายงานตำรวจไว้ ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยเวลาจำกัดรีบเร่ง ขออนุญาต พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน รายงานในส่วนของงานตำรวจ ขออนุญาตครับ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบเรียนท่านประธานสภา สปท. ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ นี่เปึนครั้งที่ ๒ ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ ครั้งแรก เมื่อประมาณ ๓ เดือนที่แล้วผมมาในฐานะกรรมาธิการจัดทําแผนปฏิรูปตํารวจ ผมใช้เวลา ไม่เกิน ๕ นาทีครับ ท่านสนใจฟังนิดเดียวจะได้ประโยชน์มาก ไม่ว่าจะถามกันในนี้หรือถาม ที่หน้าห้อง หรือข้ามถนนไปถามก็ตามว่าตํารวจควรจะปฏิรูปแล้วหรือยัง คำตอบตรงกัน ทั้งหมดว่าควรแล้ว ก็แปลว่าตำรวจอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว คำหนึ่งซึ่งยังก้องอยู่ในหูผม และหลายคนที่เปึ้นตำรวจหลายคนห้ามผมว่าไม่ให้มาพูดเพรำะมีส่วนได้เสีย ไม่มีน้ำหนัก แต่ ณ วันนี้คําพูดผมมีน้ําหนักเพราะว่าผมเกษียณแล้ว ว่าตํารวจรับใช้นักการเมือง ตํารวจ ๒ มาตรฐาน ตำรวจไม่เคยรับใช้ประชาชน ตกเปึ้นเครื่องมือของนักการเมือง ผมยอมรับ แล้วถามว่าเคยมีไหมที่ตํารวจเปึนตํารวจของประชาชน เคยมี มีอยู่ ๗๐ ป้ครับ ตำรวจเปึน ที่รักของประชาชนอยู่ ๗๐ ป้ ๒๔๐๕-๒๔๗๕ เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๐๕ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ ทรงปฏิรูปตํารวจครั้งแรกสําเร็จ พระองค์ท่านได้รับการถวายพระนาม ว่าเปึนพระบิดาแห่งตำรวจไทย ตำรวจในยุคนั้นเปึ้นตำรวจของพระมหากษัตริย์ และประชาชน ไม่ใช่ตำรวจของนักการเมือง ประชาชนถึงรักตำรวจ พอหลังจากนั้นมาตำรวจ เริ่มต้องตกเปึนเครื่องมือของฝ์ายการเมือง มีความชัดเจนมาก พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้การเมืองมาแต่งตั้งตำรวจ ผบ.ตร. ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี นายพลตั้งโดย
รองนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนประธาน ก.ตร. ใครอยากเปึนนายพล ใครอยากเปึน ผบ. ต้องไม่ขัดใจฝ์ายการเมือง เพราะฉะนั้นมันก็เปึนอยู่เองครับโดยธรรมชาติ ก็เปึนหัวข้อหนึ่ง ที่ต้องปฏิรูปตํารวจให้กลับไปเปึนตํารวจของประชาชน เปึนตํารวจในพระองค์ แล้วตํารวจ จะเปึ้นที่รักของประชาชน เพราะฉะนั้นในหัวข้อการปฏิรูปที่ผมมานําเสนอเมื่อคราวที่แล้ว ตรงนี้แต่อยู่ข้างบน ๖ หัวข้อ ๖ หัวข้อนั้นคะแนนเสียงของสภานี้ ๑๒๕ ต่อ ๒๘ ผ่านไปแล้ว ถามว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหนครับ ท่านไปเป่ดกล่องกระดาษครั้งแรกผมเข้าใจผิดคิดว่าสภาเขาแจก ลองกอง
ในกล่องนั้นวาระปฏิรูป วาระที่ ๖ ไม่หน้ามากครับ มี ๖ ด้านด้วยกัน ด้านที่ ๑ ก็เปึ้นเรื่อง ทำให้ตำรวจปราศจากการแทรกแซงของฝ์ายการเมือง ตรงนั้นมีรายละเอียดครบหมด ถอดนายกรัฐมนตรีออกไป ถอดร้องนายกรัฐมนตรีออกไปจากการเข้ามาแต่งตั้ง แล้วทําอย่างไรนั้นมีองค์ประกอบละเอียดยิบ คณะกรรมาธิการในครั้งนั้นอาจารย์ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ท่านเปึนประธาน ท่านอาจารย์เทียนฉายเปึ้นที่ปรึกษา ๑๗ ท่านที่มาร่วมกันคิด คิดกันอยู่หลายเดือนจนมาแถลงกันที่นี่ ตกผลึกแล้วครับ เรื่องที่ ๒ ปฏิรูปเรื่องการสอบสวน จะออกไปจากตํารวจหรือจะอยู่กับตํารวจ ถ้าอยู่กับตํารวจต้องทําอย่างไร ถ้าให้ผู้กํากับ หัวหน้าสถานียังคุมงานสอบสวนอยู่ ผู้กำกับไปยิ่งเขาตายกลับมาสั่งให้ลูกน้องทำสำนวน สั่งไม่ฟัองมันจะเปึ้นธรรมกับสังคมไหม เราคิดไว้หมดแล้วครับ ถ้าอยู่กับตํารวจ จะต้องแยกแท่งเปึ้นอิสระ ไม่ใช่ให้ผู้กำกับโรงพักไปไล่ยิ่งเขามา ไปฆ่าเขาตาย แล้วก็ลับมาทำสำนวนเอง มีระบบปัองกันการแทรกแซงครบหมดในนั้น เรื่องการแต่งตั้ง โดยใช้ระบบคุณธรรม เพื่อปัองกันการวิ่งเต้น เพื่อปัองกันการซื้อตำแหน่ง ซื้อขายตำแหน่ง ท้ายที่สุดก็ไปตกกับประชาชน ในเรื่องของการโอนกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ผมใช้คำว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็แปลว่ามาฝากต่ำรวจไว้ตั้งนานจนเดี๋ยวนี้ไม่ยอมเอากลับไป บางหน่วยบอกให้เอาไป บอกไม่พร้อม ก็ไม่เคยพร้อมเสียที แต่คราวนี้ต้องบังคับ มีหลายกิจการด้วยกันนะครับ ในเรื่องขอให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ เข้ามาตรวจสอบ หลายคนบอกว่าไปแจ้งความโรงพักยังต้องหาเส้นฝากไป ประชาชน เข้ามาตรวจสอบ ประชาชนเข้ามาถึงการใช้บริการในกระบวนการยุติ ธรรม เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สุดท้ายในเรื่องของงานนิติวิทยาศาสตร์ต้องเปึ้นอิสระ นิติเวช พิสูจน์หลักฐานจะต้องอยู่ด้วยกัน ต้องเดินคู่กัน บังเอิญอาจารย์หมอ ก็ขออนุญาตที่เอ่ยนาม คุณหมอพรทิพย์อยู่ในคณะนี้ด้วย ตรงกันกับ ๖ ข้อที่ผมทำไว้เส ร็จแล้ว ตรงนี้ละครับ เอามารีไว้ว์ (Revive) อีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ แล้วมันผ่านสภาไปแล้วด้วยคะแนนขาดลอย เมื่อคราวที่แล้ว ๖๐ กว่าท่านอยู่ในนี้เมื่อคราวนั้นด้วย ผมขออนุญาตที่จะต้องเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะว่าถ้ารัฐบาลนี้ปฏิรูปไม่ได้รัฐบาลหน้าไม่มีทางครับ เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อได้นายกรัฐมนตรีมาแล้วเขาจะหมดอํานาจในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. เขาคงไม่ปฏิรูปหรอกครับ ต้องปฏิรูปภายใน ๒ ป้นี้ ต้องปฏิรูปภายในรัฐบาลนี้เท่านั้นละครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญกลุ่มต่อไป กลุ่มที่ ๔ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ เพื่อนสมาชิก สปท. ทุกท่านนะครับ กระผม นายวัลลภ พริ้งพงษ์ สปท. ลำดับที่ ๑๓๘ ของผมเปึ้นในเรื่องของกลุ่มที่ ๔ ด้านการปกครองท้องถิ่นนะครับ สำหรับ ท่านสมาชิกในกลุ่มมีทั้งหมด ๑๑ ท่านด้วยกัน มีท่านธวัชชัย ฟักอังกูร ท่านไพฑูรย์ หลิมวัฒนา ท่านปรีชา บุตรศรี พลเอก นคร สุขประเสริฐ ท่านอับดุลฮาลิม มินซาร์ พันเอก สุชาติ จันทร์โชติกุล ท่านเกรียงยศ สุดลาภา ท่านนินนาท ชลิตานนท์ ท่านจินดา วงศ์สวัสดิ์ แล้วก็ท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นะครับ ในส่วนของกลุ่มที่ ๔ ได้สรุป ในเรื่องของ ๕ ประเด็นหลักที่จะต้องมีการเร่งให้มีการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ทั้งหมด ๕ เรื่อง ด้วยกันนะครับ เรื่องแรก เปึนเรื่องการปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งก็คงจะคล้าย ๆ กับหลาย ๆ คณะทำงานด้วยกัน เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของด้านการเมือง เปึ้นเรื่องของการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง การเข้าสู่ตําแหน่งของนักการเมือง อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส เปึ้นเรื่องที่ ๒ นะครับ เรื่องที่ ๓ เรื่องการปฏิรูป ด้านการปกครองท้องถิ่น อันนี้เน้นในเรื่องของการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ ให้สะท้อนในแง่ของการลดความเหลื่อมล้ำในเขตพื้นที่ของชนบท แล้วก็พื้นที่ของเมือง
ในด้านที่ ๔ เปึ้นเรื่องของการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แล้วด้านสุดท้าย ด้านที่ ๕ เปึนการปฏิรูปด้านการศึกษา ซึ่งเน้นในเรื่องของการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันดูแลในเรื่องการศึกษาของประเทศอยู่เปึนจำนวนมาก ซึ่งในส่วนนี้จะเปึ้ น ๕ ประเด็นหลักที่ทางกลุ่มได้พิจารณาว่าใน ๕ เรื่องนี้สามารถที่จะ ดำเนินการได้ภายในระยะเวลาอันสั้นไม่เกิน ๒ ป้ตามโจทย์ที่ให้มา สำหรับในเรื่องที่ ๒ เปึ้นเรื่องที่ทางกลุ่มซึ่งรับผิดชอบเรื่องการปกครองท้องถิ่น ก็ได้มีการนำเสนอใน ๕ ประเด็นหลักซึ่งคิดว่าเปึน ๕ ประเด็นที่จะต้องเร่งดําเนินการในส่วนของการปกครองท้องถิ่น ซึ่งผมจะขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ใน ๕ ประเด็นเพื่อจะให้ทางคณะกรรมาธิการ ด้านการปกครองท้องถิ่นต่อไปในอนาคตรับไปดำเนินการ เรื่องแรกคือเรื่องโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ของการปกครองท้องถิ่น อันนี้ก็คงไปดูเรื่องความสัมพันธ์ของอำนาจและหน้าที่ ของราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แล้วไปดูอำนาจหน้าที่ ในส่วนของท้องถิ่นด้วยกันเองระหว่างองค์กรท้องถิ่นระดับบนกับองค์กรท้องถิ่นระดับล่าง อันนี้เปึนข้อที่ ๑ ครับ ข้อที่ ๒ ดูเรื่องของการกระจายอำนาจคือเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งขณะนี้เรามีการถ่ายโอนภารกิจจากหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงต้องไปดูความเปึนไปได้และประสิทธิภาพว่าภารกิจใด ที่ถ่ายโอนไปแล้วได้ก่อใ ห้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากน้อยเพียงใด หรือว่าภารกิจใด ที่ยังไม่อยู่ในแผนถ่ายโอนหรือจะต้องมีการถ่ายโอนอันนี้เปึ้นเรื่องที่ ๒ ที่ทางคณะทำงาน ด้านการปกครองท้องถิ่นพิจารณานำเสนอ ประเด็นที่ ๓ เรื่องของการบริหารงานบุคคล ของท้องถิ่น ในส่วนนี้เราก็มองดูว่าในขณะนี้ กลไกในการบริหารงานค่อนข้างที่จะซับซ้อน และมีมากเกินความจำเปึน อาจจะต้องมีการยุบกลไกในการกำกับดูแลบางส่วนเช่น ในเรื่องของคณะกรรมการบริหารองค์กรท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้เปึนรูปของกรรมการ มีอยู่เยอะเหลือเกินอาจจะยุบให้เปึนคณะกรรมการเดียว ทั้งในส่วนกลางและในส่วนของ จังหวัดเองก็ตาม ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการบริหารงานของท้องถิ่นหรือของบุคคล เรากำลัง พูดถึงการแต่งตั้งโยกย้ายให้มีระบบคุณธรรมมากยิ่งขึ้น ให้มีระบบอาจจะเรียกว่า เปึ้นองค์กรพิทักษ์คุณธรรมให้กับข้าราชการของท้องถิ่น เรื่องของสวัสดิการอันนี้ก็เปึน ประเด็นที่ต้องไปดำเนิ นการในส่วนของข้อ ๓ เรื่องของการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เรื่องที่ ๔ เปึนเรื่องของการกำกับดูแล ปัจจุบันการกำกับดูแลท้องถิ่นกระทำ
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ ตลอดจนในเรื่องของการถอดถอน ยุบสภา อาจจะเปึ้นอำนาจของท่านรัฐมนตรี ในประเด็นนี้อาจจะมีการให้เปึ้นเรื่องของศาล ในการที่จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องของการวินิจฉัยในเรื่องของการยุบสภาหรือว่า การถอดถอนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้เปึนแนวซึ่งอยู่ในการศึกษาของทาง สปช. อยู่แล้ว สำหรับเรื่องสุดท้ายเปึ้นเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องของกำรมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเข้าไปบริหารงานท้องถิ่น ก็อาจจะเป่ดโอกาสให้การดำเนินการต่าง ๆ เช่น การถอดถอนหรือการออกกฎหมายซึ่งเสนอโดยประชาชนทำได้ง่ายยิ่งขึ้น อันนี้ก็เปึน ๕ ประเด็นหลักที่ทางคณะทำงานด้านการปกครอง ท้องถิ่นนำเสนอต่อที่ประชุม ก็คงจะ มีประเด็นที่กราบเรียนที่ประชุมเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญกลุ่มที่ ๕ ครับ
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน ป่ยะธิดา ประดิษฐ์บาทุกา สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๙๘ ขอนำเสนอผลสรุปการประชุมปฏิบัติการของกลุ่มการศึกษา โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ทั้งหมด ๒๑ ท่านดังต่อไปนี้ ๑. ท่านกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ๒. ท่าน พลเรือเอก ไกรวุธ วัฒนธรรม ๓. พลอากาศเอก คธาทิพย์ กุญชีร ณ อยุธยา
๔. พลเรือเอก จีรพัฒน์ ปานสกุณ ๕. นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ ๖. นายชาลี เอียดสกุล ๗. นายณัฏฐ์ ชีพานนท์ ๘. พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ๙. นายธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ๑๐. พลอากาศเอก เผด็จ วงษ์ป่ืนแก้ว ๑๑. นายพนม ศรศิลปี ๑๒. พลเอก พหล สง่าเนตร ๑๓. พลเอก พอพล มณีรินทร์ ๑๔. พลเอก วรวิทย์ พรรณสมัย ๑๕. นายวิวัฒน์ ศัลย์กำธร ๑๖. พลเอก วุฒินันท์ ลีลายุทธ์ ๑๗. นายสมเดช นิลพันธุ์ ๑๘. พลตรี สิระวิตร์ นาคทอง ๑๙. พลเรือเอก สุรินทร์ เริงอารมณ์ และ ๒๐. นายอุทัย เลาหวิเชียร รบกวนขอ พรีเซนเทชัน (Presentation) ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
เปัาหมายสรุปสําคัญของ สปท. ในช่วง ๒ ป้ข้างหน้า ซึ่งกลุ่มการศึกษาได้สรุปใน ๕ ประเด็นหลักดังต่อไปนี้ ประเด็นที่ ๑ เปึ้นเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ประเด็นที่ ๒ เปึนการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ประเด็นที่ ๔ การปฏิรูปเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และประเด็นสุดท้า ยการปฏิรูประบบคุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง และประชาธิปไตย
ในเรื่องที่ ๑ การปฏิรูปการศึกษา เปึนการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เกิด ความเท่าเทียมกันในทุกช่วงอายุ และปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในทุกระดับเพื่อการพัฒนา ประเทศ การปรับปรุงหลักสูตรและระบบการเรียนการสอนเพื่อให้เยาวชนมีคุณธรรมและ ความรู้เพื่อเสริมสร้างจิตสํานึกในความเปึนไทย การปฏิรูประบบงบประมาณของ การจัดการศึกษาเพื่อให้ถึงผู้เรียนโดยตรง และการกำหนดมาตรฐานการศึกษา
ในเรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของการปัองกันและปราบปราบการทุจริตและประพฤติ มิชอบ รวมถึงการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง และการฉ้อราษฎร์บังหลวง
ในเรื่องที่ ๓ เปึ้นเรื่องของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย เพื่อให้มีความเหมาะสมและเปึนธรรม
ในเรื่องที่ ๔ การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่าง ในเรื่องของการปฏิรูปการบริหารจัดการน้ํา
และเรื่องที่ ๕ การปฏิรูปคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมือง และส่งเสริม ประชาธิปไตย
โดยเรื่องสำคัญอันดับที่ ๑ คือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา จะขออนุญาตให้ ท่าน พลเอก พหล สง่าเนตร เปึ้นผู้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขอบพระคุณค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ในกลุ่มของผมกลุ่มที่ ๕ เปึนกลุ่ม ที่โชคดี ๑๙ ท่านเปึ้นนักการศึกษาทั้งหมดในทุกภาคส่วน และยังมีสมาชิก สปช. อีก ๕ ท่าน ซึ่งเปึนคณะกรรมการการศึกษาอยู่ เก่าแล้ว ก็ได้รับข้อมูลที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แต่เนื่องจากการศึกษาเปึนเรื่องใหญ่ เราจึงใช้เวลาในการถกแถลงกันอย่างเต็มที่แล้วก็ ได้ข้อสรุปมาเปึนเพียงส่วนย่อยเปึนบางส่วน แต่ก็คิดว่าเปึนประเด็นที่น่าสนใจ เราพบว่า ปัญหาเร่งด่วนที่สามารถปฏิรูปได้ภายในเวลา ๒ ป้ มีความสำคัญเร่งด่วนตามลำดับดังนี้ เรื่องแรกก็คือเรื่องของระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตและหลักสูตร ในเรื่องของระบบการเรียนรู้ ตลอดชีวิตและหลักสูตรนี้เปึนปัญหาพื้นฐานสำคัญที่ทำให้คนไทยไม่มีประสิทธิภาพ และโดยสำคัญอย่างยิ่งคือคนไทยไม่มีคุณธรรม ฉะนั้นเราจึงได้พิจารณาเรื่องนี้เปึนเรื่อง เร่งด่วนที่สุด ได้รับความเห็นพ้องต้องกันเปึนลำดับแรก ในกระบวนการปฏิรูประบบ การเรียนรู้นั้นเราแบ่งออกเปึน ๓ เรื่องใหญ่ ๆ คือเรื่องของหลักสูตร เรื่องวิธีการเรียน การสอน และเรื่องการวัดและประเมินผล ในเรื่องหลักสูตรนั้นปัญหาสำคัญก็คือว่า หลักสูตรนั้นไม่สอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพตามความต้องการของระบบสากล ไม่สอดคล้องกับความต้องการของชาติ ขาดคุณธรรมจริยธรรม ไม่สอดคล้องกับภูมิสังคม ของไทย ไม่เหมาะสมกับช่วงวัยและช่วงของการศึกษา ในเรื่องของวิธีการเรียนการสอน ปัญหาสำคัญก็คือว่าวิธีการเรียนการสอนที่เปึนอยู่นั้นมีปัญหาในการที่จะกระตุ้นการเรียนรู้ ตลอดชีวิต
ไม่ส่งเสริมกระบวนการคิด แล้วไม่กระตุ้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งถือเปึนผู้มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา เรื่องการวัดและประเมินผล ปัญหาใหญ่ก็คือ การวัดและประเมินผลนั้นไม่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้หรือเนื้อหาสาระในหลักสูตร ฉะนั้นแนวทางแก้ไขที่เราเสนอในประเด็นแรกของระบบการเรียนรู้ก็คือว่า ในเรื่องของหลักสูตรนั้นเราจะต้องทำการวิจัย แก้ปัญหาด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ และอาศัย การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่ อให้ได้หลักสูตรที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับ ความต้องการของชาติ สอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพของประชาชน มีความยืดหยุ่น ครอบคลุมสถานการณ์ของโลก ครอบคลุมเกี่ยวกับทุกเรื่องที่จำเปึนทั้งด้านของการดำรงชีวิต ด้านสุขภาพพลานามัย ด้านศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม ศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่านิยม ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม แล้วนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้ แนวทางปฏิบัติในการพัฒนา ปฏิรูปด้วยระบบการเรียนการสอนก็จะเน้นการเรียนการสอนทั้งแบบปกติควบคู่ไปกับ การเรียนการสอนแบบกิจกรรม การเรียนการสอนทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ซึ่งเปึนการเรียนรู้ชีวิ ตในสังคมพ์หุวัฒนธรรม และฝ๊กทักษะวิชาชีพต่าง ๆ รวมทั้งการใช้ การเรียนทางไกลเข้ามาช่วยสำหรับในจุดที่ไม่สามารถจะมีครูหรือนักเรียนที่มีสัดส่วน ที่เหมาะสมได้นะครับ ในส่วนของการวัดผลและประเมินผล วิธีปฏิรูปที่สำคัญที่เราคิดกัน ในช่วงเวลาอันสั้นก็คือว่าต้องปรับปรุงการวัดผลให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนการสอน และสาระของหลักสูตร เช่น การเรียนถ้าเปึ้นเรียนในห้องเรียนก็สอบในห้องเรียน ถ้าเปึนการเรียนนอกห้องเรียนก็ควรจะวัดผลนอกห้องเรียนนะครับ อันนี้เปึนเรื่องแรก และเรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของการพัฒนาเรื่องโครงสร้างการบริหารแล ะการกระจายอำนาจ ซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ ซึ่งอาจจะต้องใช้ความคิดเห็นจากสมาชิกทุกท่านเข้ามาช่วยกันนะครับ เราต้องการจัดโครงสร้างการบริหารที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาที่ต้องตรงตามปรัชญา ของแต่ละระดับการศึกษา การศึกษาของเราเปึนการศึกษาตลอดชีวิตตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนถึงหลังวัยเรียนแล้ว หลังการเรียนในระบบแล้วก็ยังต้องศึกษาอยู่ และในเรื่องของ การกระจายอำนาจนั้นข้อสำคัญที่ต้องพิจารณาคือต้องให้มีมาตรฐานกลางให้สามารถ เปึ้นที่ยอมรับได้ที่ชัดเจนและเหมาะสม ที่สำคัญที่สุดในเรื่องโครงสร้างการบริหารราชการ และการกระจายอำนาจต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ต้องมีการกำกับ ควบคุม ที่เหมาะสมในระดับการศึกษาปฐมวัยหรือมัธยมศึกษาอาจจะมีการควบคุมมาก
แต่ในส่วนมหาวิทยาลัยก็คงจะเปึนการปล่อยให้มีอิ สระมาก เปึ้นต้น การประกันคุณภาพ การวัดผลและประเมินผลต้องสอดคล้องกับบริบทของผู้ถูกประเมิน การปรับปรุงระบบ และหลักสูตรในเรื่องของการผลิตครู การแต่งตั้งวิทยฐานะและการโยกย้ายครู อันนี้เปึ้นปัญหาใหญ่ที่ต้องพิจารณาปฏิรูปอย่างสำคัญนะครับ รวมทั้งโครงสร้าง อัตรากำลัง ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะในเรื่องของครูและผู้บริหารแล้วสิ่งที่เปึ้นประเด็นสำคัญ ที่เราพูดถึงคือต้องสร้างความศรัทธาในวิชาชีพ ส่งเสริมการพัฒนาครูทั้งด้านการเรียนรู้ และโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง ต้องมีการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับวิทยฐานะที่สอดคล้องกับ ศักยภาพของครู ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษาทุกภาคส่วน ต้องมีส่วนร่วมในการกำหนด ในส่วนของผู้บริหารต้องการให้เปึ้นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศ เปึนผู้บริหารที่มีขวัญกำลังใจโดยมีการยกย่อง มีผลตอบแทนทั้งรูปธรรมและนามธรรมที่ชัดเจน และที่สำคัญผู้บริหารต้องเปึ้นผู้ที่มีสำนึก ของการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา ในประเด็นต่อไปที่ต้องปฏิรูปคือเรื่องของกฎหมาย ซึ่งอันนี้คณะ สปช. ได้ดําเนินการไว้ ค่อนข้างชัดเจนนะครับ ประเด็นที่เราเห็นว่าเร่งด่วนก็คือว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ จะต้องมีการกำหนดให้มีการจัดตั้งสมัชชาการศึกษาและสภาการศึกษาจังหวัด ปรับปรุง พระราชบัญญัติบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ พุทธศักราช ๒๕๔๖ ซึ่งค่อนข้าง จะนานแล้วนะครับ รวมทั้งออกพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนา มนุษย์แห่งชาติ ซึ่งจะเปึนคณะกรรมการใหม่ที่ไม่ขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดที่ละเลยไม่ได้คือเรื่องของงบประมาณนะครับ ที่สำคัญของเรื่องงบประมาณ ก็คือต้องมีการจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัวที่เหมาะสมกับทุกระดับการศึกษา ลดขั้นตอน อันนี้เปึนปัญหาเรื่องของงบประมาณในเรื่องของขั้นตอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเน้นเรื่องอาชีวศึกษาที่จะต้องมีการส่งเสริมให้มีงบประมาณสำหรับ อาชีวศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการได้เข้ามามีส่วนร่วม ในส่วนอุดมศึกษาก็คงจะเน้นงบประมาณของการวิจัยให้มากขึ้น สำหรับการศึกษา ตลอดชีวิตนั้นระบบงบประมาณคงจะต้องอาศัยวิธีการออกมาตรการทางการเงินและภาษี รวมทั้งการกู้ยืมเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต ทั้ง ๕ ประเด็นนี้เปึ้นประเด็นปฏิรูป เร่งด่วนทางด้านการศึกษาที่ทางกลุ่มของเราได้พิจารณาว่าน่าจะดำเนินการในระยะเวลา ๒ ป้นี้ได้สำเร็จ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญกลุ่มที่ ๖ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ทุกท่านนะครับ กระผม นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ได้รับมอบหมายจากกลุ่มที่ ๖ กลุ่มด้านเศรษฐกิจให้เปึ้นตัวแทนขึ้นมากล่าว สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มที่ ๖ นะครับ กลุ่มที่ ๖ ก็มีสมาชิกทั้งสิ้น ๒๘ ท่าน มีนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายกลินท์ สารสิน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกิตติ กิตติโชควัฒนา นายคณิสสร์ นาวานุเคราะห์ นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ นายชูศักด์ เกวี นายฐาปบุตร ชมเสวี นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ นายธานินทร์ ผะเอ็ม นางปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล นายป้ติพงศ์ พึ่ง บุญ ณ อยุธยา นายมนู เลียวไพโรจน์ นางเมธินี เทพมณี นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ พลเอก วิชิต ยาทิพย์ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ นายสันต์ศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ นายอภิชาต จงสกุล และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม โดยกลุ่มเศรษฐกิจนั้นได้มีประเด็นที่สรุปออกมานะครับ เปัาหมายปฏิรูป สำคัญของ สปท. ในช่วง ๒ ป้ข้างหน้า เราได้สรุป ๕ ประเด็นสำคัญ ดังนี้ ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))
ลําดับที่ ๑ การปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ซึ่งทางกลุ่ม มองว่ามีความสำคัญนะครับ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ของพี่น้องประชาชน
แล้วก็แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำรวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แล้วก็ผลักดัน ให้ประเทศไทยเปึนเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) ลำดับที่ ๒ การปฏิรูปการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเปึนปัญหาที่พี่น้องประชาชนร่วมทั้งรัฐบาล ได้ตั้งเปึนประเด็นนะครับ ๓. การปฏิรูปการเมือง ๔. การปฏิรูปการศึกษา ๕. การปฏิรูป การเกษตร ก็เปึน ๕ ประเด็นหลักซึ่งทางกลุ่มด้านเศรษฐกิจได้สรุปเปึนประเด็นสำคัญ และนำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับ ส่วนคำถามที่ ๒ เปัาหมายการปฏิรู ปสำคัญ ของทางด้านเศรษฐกิจในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าที่เราอยากจะเห็นให้เกิดขึ้นก็จะมีด้วยกัน ๕ หัวข้อหลัก อันที่ ๑ ก็คือเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ซึ่งอันนี้เราถือว่าเปึนการ ให้ความสำคัญในด้านของการปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งเปึ้นกระแสใหม่ที่จะเกิดขึ้นในบริบทของ กระแสโลกนะครับ ซึ่งหากเราไม่ได้ให้ความสำคัญทางด้านนี้เราอาจจะเปึนชาติ ที่ล้าหลัง ทางด้านเศรษฐกิจต่อไปอันที่ ๒ เปึ้นเรื่องของเศรษฐกิจฐานชีวภาพก็คือเปึนไบโอเบส อีโคโนมี (Bio-based economy) ซึ่งเราคิดว่าเปึนในเรื่องของเศรษฐกิจกระแสหลักที่จำเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องขับเคลื่อน ๓. การพัฒนาภาคการผลิต การค้าและการตลาด ๔. โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ๕. การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวซึ่งเราถือว่าการท่องเที่ยว เปึ้นแหล่งที่มาของรายได้เข้าสู่ประเทศนะครับ
แล้วก็อยากจัดการให้เปึ้นระบบที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งขณะนี้ด้านการท่องเที่ยวนั้นก็ถือว่า เปึ้นด้านหนึ่งที่ทํารายได้อย่างสูงให้กับประเทศในปัจจุบันเราก็อยากให้มีการพัฒนาที่สมบูรณ์ เกิดขึ้น ต่อไปเปึนคำถามที่ ๓ แนวทางการดำเนินการปฏิรูป ฮาวทู (How-to) ทางด้าน กลุ่มเศรษฐกิจก็มองไว้ในเรื่องของแนวทางการปฏิรูปเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ให้เห็นผลเปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้า ๑. ก็คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น โครงข่าย กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรฐานการเป่ดเผยข้อมูลและ ความมั่นคงปลอดภัย ประเด็นที่ ๒ พัฒนาบุคลากรและความรู้โดยใช้ระบบดิจิทัล (Digital) เปึ้นเครื่องมือ ส่วนประเด็นหัวข้อที่ ๒ แนวทางการปฏิรูปเรื่องเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ให้เห็นผลเปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้านั้น ทางกลุ่มก็ได้พิจารณาว่าประเด็นที่สำคัญคือ ๑. นำนวัตกรรมที่คิดค้นไปสู่การลงทุนและคอมเมอร์เชียลไลเซชัน (Commercialization) โดยพัฒนาระบบการไฟแนนซ์ (Finance) ที่เหมาะสมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการนำ นวัตกรรมไปสู่การค้า โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) และการพัฒนาการค้า การตลาดอย่างครบวงจร ๒. การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชีวภาพสู่ภาคเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมทั้งพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ประเด็นที่ ๓ ทางกลุ่ม ก็มองถึงแนวทางการปฏิรูปเรื่องการพัฒนาภาคการผลิต การค้าและการตลาดเพื่อให้เห็น เปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้า ๑. ผลักดันให้ประเทศไทยให้เปึ้นเทรดดิง ฮับ (Trading Hub) ของอาเซียน โดยลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจต่าง ๆ อีส ออฟ ดูอิง บิซิเนส (Ease of doing business) ๒. ให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าโดยใช้นวัตกรรมและแบรนดิง (Branding) ของสินค้าและบริการของไทยและกระจายสู่ภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อลดความ เหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจต่อไปนะครับ ๔. แนวทางการปฏิรูปเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ (Logistics) เพื่อให้เห็นผลเปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้า ทางกลุ่มก็ได้พิจารณา ๒ ประเด็นหลัก คือ ๑. เร่งรัดการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมและขนส่ง พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๕ ประเด็นนี้คือเน้นให้เร่ งรัดการลงทุน ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ๒. การพัฒนาบุคลากร ระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์ (Logistics) และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สำหรับข้อ ๕ แนวทางการปฏิรูปเรื่องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว
ให้เห็นผลเปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้า ที่ประชุมของกลุ่มด้านเศรษฐกิจก็มองว่าควรจะมี การพิจารณาประเด็นหลัก ๒ ประเด็น ๑. ก็คือการบูรณาการหน่วยงานและองค์กร การท่องเที่ยวให้อยู่ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างสูงสุดในการพัฒนาการท่องเที่ยวข้องประเทศ ๒. การสร้างอัตลักษณ์และพัฒนาสินค้า ในแต่ละท้องถิ่นเพื่อให้เปึนจุดขาย คัลเจอรัล ทัวริซึม (Cultural Tourism) โดยให้คน ในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ตลอดจนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยว ทั้งหมดก็เปึนข้อสรุปที่ทางกลุ่ม ๖ ด้านเศรษฐกิจได้นำเสนอที่ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ทีนี้เดี๋ยวก่อนที่กลุ่มที่ ๗ จะพูดนะครับ ผมขออนุญาตจากที่ประชุมด้วยนะครับ ว่าขออนุญาตพูดแทรกนิดหนึ่ง ท่านคงจะอนุญาตนะครับ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของ พวกเราเท่านั้นเอง ท่านคงไม่ติดใจในเรื่องพิธีกรรมที่ผมทำก็คือเรามุ่งผลงานนะครับ ขออนุญาตก็แล้วกัน คือมีเรื่องที่จะเรียนให้ที่ประชุมทราบก็คือว่า
วันนี้ได้รับการติดต่อประสานงานจากท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไม่เปึ้นทางการว่าเรื่องใดที่สำคัญควรจะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญขอให้บันทึกเนื้อหา ความต้องการ วัตถุประสงค์ ความหมาย เจตนารมณ์ เสนอไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจากกลางเดือนธันวาคมจะป่ดการรับฟัง การเสนอแนะ ความคิดเห็น ถ้าเรื่องใดเห็นว่าสำคัญมีรายละเอียดมากก็จะระบุไว้ในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมของเราก็คงจะได้มีการพิจารณาร่วมกันต่อไปนะครับ ขอเรียนให้ทราบในข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ก็คือว่าอยากจะเรียนแผนการทำงานของเราดังนี้ว่า ภายในวันจันทร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ครบ ๑๕ วันที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม คงจะทำงานเสร็จแล้วนะครับ เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะพิจารณาร่วมกันว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ตามนั้น และหลังจากที่เราพิจารณาร่วมกันให้ความเห็นชอบข้อบังคับการประชุมดังกล่าว เราก็คงต้องมีกระบวนการตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ทุกด้าน โดยที่ว่า เอาผลการอภิปรายของพวกเราที่มีอยู่มอบให้คณะกรรมาธิการทุกด้านด้วยนะครับ นี่คือ แผนการทำงานของเรา ซึ่งทั้งหมดนี้การตั้งคณะกรรมา ธิการชุดต่าง ๆ คงจะแล้วเสร็จ ภายใน ๑๐ วันจากวันที่ ๒ พฤศจิกายน ซึ่งก็จะทำให้สอดรับกับที่ประชุมสภาใหญ่นะครับ ซึ่งเราคงจะต้องมีอภิปรายร่วมกัน ๑๑ ด้าน เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้วันจันทร์ วันอังคาร การประชุมกันเรื่องของการปฏิรูป ๑๑ ด้านก็คงจะกระทำกันวันละประมาณ ๒ สาขา จนจบ ๑๐ พฤศจิกายนพอดีนะครับ แล้วก็วันจันทร์ที่ ๑๖ วันอังคารที่ ๑๗ พฤศจิกายน เราก็สามารถจะเสนอความเห็นต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งอันนี้เอกสาร เปึ้นลายลักษณ์อักษรที่พูดชัดเจนกว่าที่ผมพูด ที่กราบเรียนให้ที่ประชุมทราบก็จะแจกจ่ายให้ ท่านสมาชิกต่อไปนะครับ ประการต่อมา ขออนุญาตอีกเช่นเดียวกัน ขอเรียนตั้งข้อสังเกต สำหรับผลการประชุมของ ๑๑ กลุ่ม ที่กำลังจะเสนอกลุ่มต่อไป ข้อเรียนตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ทุกกลุ่ม ๑๑ กลุ่มด้วยกันนี่มีเรื่องที่ซ้ำเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการทุจริต เว้น ๒ กลุ่ม เท่านั้นคือกลุ่มพ ลังงานและกลุ่มสื่อมวลชนที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ อันนี้ผมขอตั้งข้อสังเกต อย่างนี้นะครับ ประการที่ ๒ ก็คือว่าส่วนใหญ่แล้วจะพาดพิงการปฏิรูปด้านอื่น ๆ มาก ๆ ผมเรียนอย่างนี้ว่าจากข้อสังเกตนี้อย่างเช่นด้านการเมือง ด้านการเมืองก็ผ่านพื้นไปนะครับ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินก็จะพูดเรื่องของการปฏิรูปการเมือง ซึ่งจากนี้ไปกลุ่มต่าง ๆ ก็จะพูดเหล่านี้ใกล้เคียงกัน ต่อมาปฏิรูปการบริหาร ต่อมาปฏิรูปการศึกษา ต่อมาปฏิรูป
เศรษฐกิจ ต่อมาปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อันนี้ส่วนใหญ่จะซ้ำกั น ในกลุ่มอื่น ๆ ด้วย แล้วก็อย่างเช่นในด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะพูดถึงเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาและการเมือง อย่างนี้เปึนต้นนะครับ เช่นเดียวกันในด้านท้องถิ่น ก็จะพูดเรื่องการปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และปฏิรูป การศึกษา ในเรื่องของการศึกษานะครับ การศึกษาผมขอผ่านไป ก็จะปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมด้วย ก็มีตัวซ้ำอยู่กับด้านอื่นเหมือนกันปฏิรูปกฎหมายนะครับ
ในด้านเศรษฐกิจก็จะพาดพิงถึงการปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปการศึกษานะครับ ในด้าน พลังงานจะพูดถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปสังคม ในด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจะพูดถึงเรื่องของการศึกษา การปฏิรูป การเมือง ในด้านของสื่อสารมวลชนจะพูดถึงการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ด้านการเมืองและการบริหาร การศึกษาและสังคม ด้านสังคมจะพูดถึง การปฏิรูปด้านการเมือง การบริหารและท้องถิ่น ท้องถิ่นก็คือการกระจายอํานาจนั่นเอง รวมทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจและการปฏิรูปการศึกษารวมทั้งการ ยุติธรรมด้วย ด้านอื่น ๆ จะพูดถึงเรื่องการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา กระบวนการยุติธรรม สังคม สื่อมวลชน การบริหาร ผมขอตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งข้อสำคัญคือเราสามารถจะบูรณาการกันได้ด้วย กราบขอบพระคุณนะครับ จากนี้ไปก็ขอเรียนเชิญกลุ่มที่ ๗ ผมขอมอบให้ท่านอลงกรณ์ ดำเนินการประชุมต่อไปนะครับ ขอบพระคุณครับ อันนี้เราจะแจกทุกกลุ่มเลยนะครับ เพื่อทำงานร่วมกัน ขอบพระคุณครับ
ขอเชิญผู้แทนครับ ขอกระชับเวลานะครับมี ๑๐ นาที เรายังเหลืออีก หลายกลุ่ม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ได้รับมอบหมายจากกลุ่มที่ ๗ พลังงาน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ให้ทำหน้าที่ชี้แจงร่วมกับ ท่านศาสตราจารย์ดุสิต เครื่องาม รายชื่อสมาชิกกลุ่มพลังงานมี ๑๓ ท่าน ประกอบด้วย ท่านกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ท่านกษิดิศ อาชวคุณ ท่านคุรุจิต นาครทรรพ พลเรือเอก ณรงค์พล ณ บางช้าง ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม พลเรือเอก ยุทธนา เกิดด้วยบุญ พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา นายเสรี อติภัทธะ และนายอนุสร จิรพงศ์ สำหรับกลุ่มพลังงานได้เลือกหรือเห็นความสำคัญนะครับ ได้ติดดาวให้กับ ๕ ด้าน ที่เราคิดว่าน่าจะได้มีการปฏิรูปโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในช่วง ๒ ป้ข้างหน้านั้น
โดยพิจารณาจาก ๑๑ ด้านที่อยู่ในมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญ โดยมีลำดับมากน้อยลงไปนะครับ เรื่องที่ ๑ คือเรื่องพลังงาน อันนี้ก็เพราะเราเปึนกลุ่มพลังงาน และเราก็ต้องเลือกพลังงาน เปึ้นลำดับที่ ๑ แต่ที่จริงแล้วพลังงานก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และต่อชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคนในชีวิตประจำวัน ด้าน ที่ ๒ ที่เราให้ความสำคัญมาก็คือด้านเศรษฐกิจ อันนี้ก็จะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และตามรัฐธรรมนูญที่ต้องการที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ คือความมีความจน ที่ค่อนข้างจะห่างกันระหว่างคนในประเทศเราและอีกทั้งจะเปึนการแก้ปัญหาปากท้องของ ประชาชน ซึ่งปัจจุบันนี้ถือว่าเปึนปัญหาที่มีความสำคัญแล้วก็ยังมองไม่เห็นว่าในป้หน้านั้น เศรษฐกิจของประเทศหรือของโลกจะดีขึ้นไปกว่านี้
ด้านที่ ๓ เราเลือกกระบวนการยุติธรรม เพราะกระบวนการยุติธรรมนั้นเปึนพื้นฐานของสังคม ของการอยู่ร่วมกัน แล้วก็เปึนปัญหาที่สำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยก ความคิด ต่างกัน และความไม่ปรองดอง ซึ่งเปึนปัญหาสำคัญที่ถูกกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ด้านที่ ๔ เราให้ความสำคัญเรื่องของการศึกษา เพราะการศึกษานั้นถ้าคนของเรามีความรู้ มีความสามารถคิดเปึ้นทำเปึนแล้วก็จะทำให้บ้านเมืองทำให้เศรษฐกิจสามารถที่จะเดินไป ข้างหน้าได้นะครับ ส่วนเรื่องที่ ๕ นั้นเราให้ความสำคัญที่สังคม แน่นอนสังคมเปึนเรื่องของ การอยู่ร่วมกัน เรื่องของวัย เรื่องของคนที่อยู่ในบ้านเมืองทั้งในชนบท ในสลัมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นปัญหาสังคมของประเทศเรานี้มีเยอะมาก เราอยู่ในภาวะที่อาจจะเรียกว่า สังคมเสื่อมโทรมและจิตใจเสื่อมทราม เพราะฉะนั้นถ้าเราจะให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้น พ้นจากสภาพเหล่านี้ การปฏิรูปในเรื่องสังคมนี่ถือว่าเปึ้นเรื่องที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่า การปฏิรูปในด้านต่าง ๆ มาพูดถึงเรื่องของพลังงาน พลังงานนั้นที่เราให้ความสําคัญ เปึ้นอันดับแรก และเราก็มองว่าในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าควรจะได้มีการปฏิรูปในด้านพลังงาน อย่างน้อยใน ๕ ด้านที่เราให้ความสำคัญ ด้านแรกคือด้านของโครงสร้างการบริหารและ โครงสร้างราคาพลังงาน ด้านที่ ๒ เปึนพลังงานทดแทน ด้านที่ ๓ กิจการไฟฟัา ด้านที่ ๔ การอนุรักษ์พลังงาน และด้านสุดท้ายคือด้านที่ ๕ คือเกี่ยวกับป่โตรเลียม ผมใคร่ขออนุญาต ท่านประธานให้ท่านศาสตราจารย์ดุสิต เครื่องาม ได้กรุณาชี้แจงกรอบการปฏิบัติเร่งด่วน ในช่วง ๒-๓ ป้ข้างหน้าที่ควรจะขับเคลื่อนในทั้ง ๕ ประเด็นนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอเชิญศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม จะขออนุญาตนำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการปฏิรูปหรือที่เรียกว่า ฮาวทู (How-to) ในการที่จะทำให้ การขับเคลื่อนการปฏิรูปสามารถดําเนินการไปได้ตอบสนองแนวนโยบายของรัฐบาล และไปด้วยกัน ข้อ ๑ เปึ้นเรื่องแนวทางการปฏิรูปเรื่องโครงสร้างการบริหารและโครงสร้าง ราคาพลังงานให้เห็นเปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้า เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างการบริหาร และโครงสร้างราคาพลังงานนั้นเรามีหัวข้อคำตอบอยู่ด้วยกันประมาณ ๖ ข้อด้วยกัน ข้อ ๑ เสนอให้ปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติในการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
พลังงานให้สามารถออกใบอนุญาตได้รวดเร็วเบ็ดเสร็จในครั้งเดียว โดยที่หน่วยงานที่เปึนหลัก ในการดำเนินการออกใบอนุญาตนั้นก็อาทิเช่นคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือที่เรียกว่า กกพ. เราก็อยากจะให้มีวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) ที่สามารถ อำนวยความสะดวกในการลงทุนได้ ซึ่งจะทำให้เราได้พลังงานออกมาอย่างรวดเร็ว และกระชับ ข้อ ๒ เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ซึ่งอาจจะเสนอให้มีการเพิ่ม ผู้ทรงคุณวุฒิหรือตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติในเรื่องต่าง ๆ ข้อ ๓ เสนอให้เร่งให้มีการจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาตินั้นถือว่าเปึนสิ่งที่น่าจะช่วย ขับเคลื่อนทำให้แก้ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ในวงการพลังงานออกไปได้มาก อาทิเช่น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขุดเจาะป่โตรเลียม ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานป่โตรเลียม ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน หรือแม้แต่กระทั่งข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดเกี่ยวกับสายส่งว่าพื้นที่อำเภอใด จังหวัดใดสายส่งมีจริงหรือไม่จริง เหล่านี้เปึนต้น ก็จะทำให้ได้ข้อมูลที่เปึ้นที่น่าเชื่อถือ
ทุกวันนี้ความขัดแย้งต่าง ๆ ด้านพลังงานมักจะมีต้นต่อมาจากความไม่ไว้วางใจในข้อมูล ด้านพลังงาน ถ้าเรามีข้อมูลหรือมีศูนย์ข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้เปึนองค์กรอิสระ หรืออาจมีแม้กระทั่งพระราชบัญญัติของเขาเองก็น่าจะทำให้การขับเคลื่อนการปฏิรูป พลังงานหรือการบริหารกิจการพลังงานนั้นเดินหน้าไปได้ด้วยดีครับ ข้อ ๔ เสนอให้ทบทวน เกี่ยวกับการมอบหมายให้มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานไปนั่งเปึนกรรมการ หรือที่เรียกว่าเปึนบอร์ด (Board) อยู่ในองค์กรของรัฐวิสาหกิจหรือบริษัท รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด ข้อ ๕ ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานให้มีราคา เปึ้นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งทางตรงและทางอ้อม ข้อ ๖ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมใน การกำหนดนโยบายพลังงานและติดตามการดำเนินการ เรื่องนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ เพราะที่ผ่านมานั้นนโยบายด้านพลังงานต่าง ๆ ก็มักจะออกมาจาก ฝ์ายบริหารหรือฝ์ายรัฐบาล แต่เพียงฝ์ายเดียว ก็น่าที่จะให้มีหน่วยงานหรือภาคต่าง ๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็นในการออกนโยบายต่าง ๆ หัวข้อใหญ่ข้อที่ ๒ ครับ เรื่องพลังงานทดแทน เราเสนอให้เป่ดโอกาสให้ประชาชน ชุมชนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วม ในการผลิตพลังงาน ใช้พลังงาน และจำหน่ายพลังงานได้อย่างทั่วถึง คือหมายความว่าผลิตที่ ไหนใช้ที่นั่น ขายที่นั่น ก็จะช่วยลดการสูญเสียในการที่จะต้องส่งพลังงานจากที่หนึ่งไปสู่ อีกที่หนึ่งได้ แล้วก็อยากจะให้สามารถ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีนโยบายทางภาครัฐสนับสนุนด้วยตามสมควร แนวทางการปฏิรูปพลังงานทดแทน ข้อ ๒ ก็คือส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจแก่ชุมชน เช่นจัดตั้งศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทน ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย คือถ้าเราส่งเสริมให้ประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นเขาผลิต พลังงาน ใช้พลังงาน จำหน่ายพลังงานไปแล้ว แต่ถ้ายังขาดองค์ความรู้ การเผยแพร่ต่าง ๆ นั้นก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เพราะฉะนั้นศูนย์เรียนรู้ก็น่าจะมีบทบาทสำคัญ ข้อ ๓ การผลิตไฟฟัาจากขยะก็เปึนสิ่งที่ยังค้างคากันมาอยู่มากพอสมควร ทุกคนพูด เปึ้นเสียงเดียวกันว่าขยะนำมาผลิตไฟฟัาได้ แต่ขณะเดียวกันขยะก็มักจะถูกต่อต้าน จากชุมชนว่าไม่อยากให้มีโรงไฟฟัาขยะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของตนเอง เราก็จะเสนอว่า ให้กำหนดให้โรงไฟฟัาดังกล่าวจะก่อสร้างได้ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นครับ ให้แน่ใจว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางด้านเสียง ด้านกลิ่น และมลพิษทางอากาศ และให้ประชาชนในท้องที่สามารถตรวจสอบความเปึนมาตรฐานของโรงไฟฟัาขยะ
เรื่องพลังงานทดแทน ข้อ ๔ ให้ดำเนินการให้มีการจัดซื้อไฟฟัา จากพลังงานทดแทน เปึ้นอันดับแรก ๆ ในราคาที่ไม่สูงกว่าก๊าซธรรมชาติเหลว นี่เรียกว่าท้าทายกั นถึงขั้นนี้ เลยนะครับว่าพลังงานทดแทนสามารถผลิตไฟฟัาได้ จากที่ผ่านมารัฐจะต้องอุ้ม จะต้อง มีการสนับสนุนรับซื้อไฟฟัาที่ผลิตจากพลังงานทดแทนในราคาพิเศษ มีคนบอกว่า จะไปกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟัา อย่างนั้นก็เอาแบบนี้ไหมล่ะครับว่าถ้าพลังงานทดแทน เอามาผลิตไฟฟั้าได้ แล้วเขาพิสูจน์แล้วว่าต้นทุนนั้นไม่สูงกว่าก๊าซธรรมชาติเหลวก็รับซื้อ ไปเลยแบบนี้เปึนต้น ข้อ ๕ ยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน ตรงนี้เราก็เคย เห็นกันแล้วว่าในประเทศไทยเราปัจจุบันยังไม่มี พ.ร.บ. พลังงานทดแทนเองโดยเฉพาะ ก็ถึงเวลาแล้วละครับที่น่าจะมี พ.ร.บ. พลังงานทดแทนขึ้นมา สุดท้ายข้อ ๖ ก็คือการส่งเสริม การวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนครับ ต่อไปแนวทางปฏิรูปเรื่องที่ ๓ เรื่องกิจการไฟฟัา เสนอให้เร่งการก่อสร้างระบบสายส่งที่จะสามารถเชื่อมประเทศไทยทั้งประเทศเข้าด้วยกัน
เชื่อมประเทศไทยเข้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราเรียกว่าอาเซียน เพาเวอร์ กริด (ASEAN Power Grid) หรือว่าจีเอ็มเอส (GMS) นะครับ เกรตเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน เพาเวอร์ กริด (Greater Mekong Subregion Power Grid) เปึ้นต้น ให้แล้วเ สร็จโดยด่วนนะครับ เพื่อที่จะให้ประเทศไทยเราได้เปึนศูนย์กลางการซื้อขายและส่งผ่านไฟฟั้าในภูมิภาคนี้ครับ หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าโลจิสติกส์ แอนด์ ซัพพลาย เช่น ฟอร์ เพาเวอร์ (Logistics and supply chain for power) ครับ ด้านไฟฟัานะครับ ข้อ ๒ ส่งเสริมให้สามารถผลิตและ ซื้อขายไฟฟัาได้อย่างเสรี ตรงนี้ก็คงเปึนทีละสเตป (Step) นะครับ ข้อ ๓ ปรับปรุง การบริหารกองทุนรอบโรงไฟฟัา ให้เม็ดเงินนั้นสามารถกลับเข้าไปสู่ชุมชนโดยเร็วที่สุด ทราบกันว่าเม็ดเงินที่รวบรวมมาจากโรงไฟฟัาที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ นั้นยังค้างอ ยู่มาก ที่ยังไม่สามารถกลับไปสู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อ ๔ แนวทางการปฏิรูป เรื่องอนุรักษ์พลังงาน
ขอโทษครับ ท่านดุสิตครับ อีกหลายข้อไหมครับ ตอนนี้เลย ๑๐ นาทีครับ
จบแล้วครับ ๑ นาทีครับ ข้อ ๑ ครับ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ ก็จะ เสนอให้มีการยกระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานให้เปึนกรมอนุรักษ์ พลังงานครับ เร่งการออกข้อบัญญัติเกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงานและการก่อสร้างของ อาคาร สุดท้ายครับ เรื่องป่โตรเลียม ๔ ข้อ ๑. เสนอให้เร่งการก่อสร้างอาเซียน ไปปีไลน์ (ASEAN Pipeline) คือท่อ ไม่ว่าจะเปึนท่อน้ำมันหรือท่อแก๊ ส หรือท่อพลังงานเอท่านอล (Ethanol) เพื่อให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางของภูมิภาค เจรจาให้มีการสำรวจและ ผลิตป่โตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนไทย -กัมพูชาครับ ตรงนี้ถือว่าเปึนแหล่งที่มีความสำคัญ ที่จะสามารถปัอนป่โตรเลียมให้กับประเทศไทยในอนาคตได้ ปรับปรุงบริหารกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงครับ เร่งรัดการแก้ไขพระราชบัญญัติป่โตรเลียม และสุดท้ายครับ เร่งรัด การเจรจาหาข้อยุติกรณีสัมปทานแหล่งป่โตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณกลุ่มพลังงานนะครับ ต่อไปขอเชิญกลุ่ม ๘ สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
เรามีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ ช่วยบริหารเวลาด้วย สำหรับกลุ่มหลัง ๆ ด้วยนะครับ เพราะว่า เรื่องการอภิปรายเสนอความเห็นเรื่องขับเคลื่อนแต่ละสาขานั้นอย่างที่ท่านประธานได้แจ้งว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเปึนต้นไปท่านจะมีเวลาอภิปรายรายละเอียดเหล่านี้มาก วันนี้เปึนเพียง ซ้อมใหญ่ครับ เปึ้นเพียงสรุปผล ก่อนที่หมอชูชัยจะได้เสนอนะครับ ผมเรียนนิดเดียวครับ เดี๋ยวสื่อมวลชนจะได้เกิดความเข้าใจในวันนี้นิดหนึ่งว่าวันนี้ในการจัดลำดับความสำคัญ วาระปฏิรูปประเทศใน ๑๐ สาขานั้น มีทอปไฟว์ (Top Five) จากการที่ให้แต่ละกลุ่ม ได้จัดอันดับมาสรุปดังนี้นะครับ ๑. ปฏิรูปการเมือง มี ๑๐ กลุ่ม ลงคะแนนให้ ก็คือได้เรตติง (Rating) ที่ ๑ ๒. การปฏิรูปการศึกษา ๓. การปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ๔. การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ๕. การปฏิรูปเศรษฐกิจ อันนี้เปึ้นทอปไฟว์ (Top Five) ที่เราตั้งโจทย์และท่านตอบมานะครับ ส่วนที่เหลืออันดับ ๖ อันดับ ๗ นี่คะแนนเท่ากัน ก็คือการปฏิรูปสังคมและการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินนะ ครับ อันดับ ๘ คือการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันดับ ๙ อันดับ ๑๐ และอันดับ ๑๑ ก็จะมีการปกครองท้องถิ่น พลังงาน ปราบปรามยาเสพติด กีฬา แรงงาน สาธารณสุข สื่อสารมวลชนครับ ก็ให้ทราบว่าทอปไฟว์ (Top Five) ในวันนี้จาก ๑๑ กลุ่ม มีให้คะแนนกันอย่างไร นอกนั้นในกลุ่มที่ ๙ กลุ่มที่ ๑๐ กลุ่มที่ ๑๑ ก็เปึนให้คะแนนตัวเอง อย่างที่กลุ่มพลังงานบอก ก็ได้ ๑ คะแนนครับ คือกลุ่มนี้ก็ลงคะแนนให้ตัวเอง เพราะฉะนั้น ในท้อปไฟว์ (Top Five) ก็เปึ้นเพียงการสำรวจเบื้องต้น เชิญทางกลุ่ม ๘ ครับ
ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกหมายเลข ๔๐ เปึนตัวแทนกลุ่ม ๘ ทางด้านสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม
สมาชิกกลุ่มมี ๒๑ ท่านด้วยกัน ติดภารกิจที่ต่างประเทศ ๑ ท่าน ก็เข้าประชุมทั้งหมด ๒๐ ท่าน เปึ้นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านสิ่งแวดล้อม ๑๑ ท่าน และทางด้านสาธารณสุขมี ๙ ท่าน ด้วยกัน ดังมีรายชื่อต่อไปนี้นะครับ พลโท กมล สุวภาพ นายกิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายขวัญชัย ดวงสถาพร พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา พลโท คณิต แจ่มจันทรา พลเอก คณิต อุทิตสาร พลเอก จารุเกียรติ ชัยวงษ์ พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม นายเฉลิมพล ประที่ปะวณิช พลเรือเอก ชนินทร์ ชุณหรัชพันธุ์ นายชูชัย ศุภวงศ์ พลเอก ชูศิลปี คุณาไทย นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ พลอากาศเอก ธีระภาพ เสนะวงษ์ พลเรือเอก ประดิษฐ์ ศิริคุปต์ รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ นางรวีวรรณ ภูริเดช นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย นายอัครินทร์ เลิศกิจชัยศิริ พลเอก เอกชัย จันทร์ศรี ท่านประธานครับ คำถามแรกก็เปึนเรื่องของการปฏิรูป ๕ เรื่อง ที่สำคัญนะครับ ก็เปึ้นดั่งที่ท่านประธานบอกกลุ่มนี้ก็ทุ่มเทให้กับทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มาเปึ้นอันดับ ๑ สาธารณสุขมาเปึ้นอันดับ ๒ บางท่านก็ทุ่มเท ๓ ดาวทั้งหมดให้เลยนะครับ แล้วก็ที่น่าดีใจ ก็คือทุจริตคอร์รัปชัน อันดับ ๓ การศึกษา อันดับ ๔ แล้วก็การเมือง อันดับ ๕ ก็ ๓ เรื่อง ที่หลังสุดก็ติดในท้อปไฟว์ (Top Five) ที่ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วนะครับ คำถามที่ ๒ คือเปัาหมายปฏิรูปสำคัญด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าก็มี ๕ เรื่อง ด้วยกันนะครับ มีเรื่องปฏิรูประบบสุขภาพและการสาธารณสุข เรื่องสาธารณสุขก็มีเรื่องเดียว อีก ๔ เรื่องก็เปึนเรื่องข องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมดเลยนะครับ ก็เรื่อง การปฏิรูปทรัพยากรป์าไม้และที่ดิน การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรน้ำ การปฏิรูปจัดการ มลภาวะอุตสาหกรรมขยะและของเสียอันตราย การปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ผมจะลงแนวทางดำเนินงานการปฏิรูปในแต่ละเรื่อง แต่อยากจะเรียนเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ว่า ด้วยข้อจำกัดเวลาผมไม่สามารถที่จะอ่านได้ทุกเรื่อง ทุกประเด็น เอกสารนี้คงจะแจกกันให้ดู รายละเอียดอีกที มาดูเรื่องแนวทางปฏิรูประบบสุขภาพและการสาธารณสุขให้เห็น ผล เปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้ข้างหน้า ข้อแรกก็คือการปฏิรูประบบบริการสุขภาพประกอบ ด้วย ระบบปกติ ก็เน้นให้โรงพยาบาลอำเภอสามารถกลั่นกรองผู้ป์วยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้แออัด ของผู้ป์วยระดับจังหวัดและระดับตติยภูมิ ตติยภูมิก็โรงพยาบาลระดับศูนย์ หรือโรงเรียนแพทย์ เน้นให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและมีระบบ
การส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ แล้วนอกจากระบบปกติแล้วก็มีระบบฉุกเฉินและระบบ การสร้างเสริมสุขภาพ ปัองกันและควบคุมโรค รวมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค อันนั้นเปึ้นเรื่อง การปฏิรูประบบบริการสุขภาพ มาถึงเรื่องการปฏิรูประบบการจัดการใน ๒ ป้แรก ก็มี ๓ ระดับ ก็คือ การตั้งกลไกระดับชาติ เรื่องคณะกรรมการกําหนดนโยบายสุขภาพ แห่งชาติ กลไกระดับเขต คณะกรรมการสุขภาพเขต กลไกระดับจังหวัดก็มีการตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมและปัองกันโรคระดับจังหวัด มีระดับอำเภอด้วยนะครับ และประเด็นที่ ๓ คือการปฏิรูปการเงินการคลัง เรื่องการกําหนดสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน ให้เท่าเทียมกันทั้ง ๓ กองทุน อันนี้เปึนการโครีฟอร์ม (Co-reform) การปฏิรูปครั้งที่สําคัญ เลยนะครับ รวมทั้งจัดให้มีการประกันสุขภาพเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน เรื่องการปฏิรูปกําลังคนก็เรื่องการปรับแผนกําลังคนแห่งชาติด้านสุขภาพ เรื่องข้อมูลข่าวสาร ก็เปึนประเด็นที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ชัดเจน อย่างทั่วถึง เรื่องการผลักดันแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และประเด็นสุดท้ายคือ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นั่นเปึนเรื่องของปฏิรูประบบสุขภาพ และการสาธารณสุข มาดูเรื่องของการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ประเด็นแรกก็คือปฏิรูปทรัพยากรป์าไม้และที่ดิน เรื่องแรกก็เปึนการเร่งรัดการดำเนินการ ตามแผนแม่บทที่มีอยู่แล้ว
ในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป์าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ การบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โรดแมป (Road map) ในการปราบปรามและหยุดยั้ง การบุกรุกทรัพยากรป์าไม้ที่ได้รับความเห็นจาก คสช. แล้ว อันนี้ก็คือการดำเนินการ ให้สอดคล้องกับรัฐบาลและทิศทางที่เขาได้ดําเนินการเปึนสเตป (Step) อยู่แล้วนะครับ การจัดทำระบบฐานข้อมูลครอบครองที่ดินทุกประเภทโดยเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก อันนี้ก็นำไปสู่การจัดหาที่ดินทำกินให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน มีการสนับสนุน การปลูกป์าเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่ของรัฐและเอกชน นำระบบเรดิโอ ฟรีเควนซี ไอเดนทิฟ่เคชัน (Radio frequency identification) นำมาใช้ในการควบคุมรับรองถิ่นกำเนิดของไม้ แล้วมีการวางเปัาหมายในการเพิ่มพื้นที่ป์าทั้ งป์าอนุรักษ์และป์าเศรษฐกิจให้ได้ร้อยละ ๔๐ ภายใน ๑๐ ป้ อันนี้ก็เปึนเปัาหมายที่ชัดเจน ประเด็นว่าเร่งรัดการปรับปรุงกฎหมาย และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรป์าไม้และที่ดิน อันนี้ก็เปึนการนำ ร่าง พ.ร.บ. ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ยกร่างไว้แล้วมาศึกษำเพื่อหาข้อยุติ หาความชัดเจน อีกครั้งหนึ่ง มาดูเรื่องปฏิรูปบริหารจัดการทรัพยากรน้ําก็เหมือนกันนะครับให้ดําเนินการ ตามแผนแม่บทในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีคณะกรรมการน้ำแห่งชาติกำหนดสิทธิ ในการใช้น้ำก่อน หลัง โดยเฉพาะฤดูแล้งนะครับ มีการปรับปรุง ยุบรวมองค์กรต่าง ๆ เพื่อเปึนเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวางแผนจัดการทั้งลุ่มน้ำ แม่น้ำหลัก และแม่น้ำย่อย มีการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อแก้ปัญหาตรงภัยแล้ง เพิ่มขีดความสามารถ ในการรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติโดยเฉพาะด้านอุทกภัย เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ กับประชาชนในเรื่องของแหล่งน้ำ ภัยธรรมชาติ การปลูกพืชที่เหมาะสม เปึนต้นนะครับ มาดูเรื่องการปฏิรูปการจัดการมลภาวะอุตสาหกรรมขยะและของเสียอันตราย ก็พูดถึง การปฏิรูประบบโครงสร้างองค์กร กฎหมาย การบริหารจัดการมลภาวะอุตสาหกรรมขยะ และของเสียอันตราย อันนี้ก็นํามาจากทิ ศทางการปฏิรูปที่ สปช. ได้กําหนดไว้ รวมทั้ง การประมวลกฎหมาย เช่น การจัดการขยะและของเสียอันตราย รวมทั้งปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องว่าด้วยการส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ร.บ. โรงงานอุตสาหกรรม พ.ร.บ. การสาธารณสุข เปึนต้น ใช้เครื่องมือเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่ง์ วดล้อมโดยการปฏิรูป ระบบภาษีสิ่งแวดล้อม ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อผลกระทบผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่นผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งขณะนี้วิกฤติมาก
ในสังคมไทย คือไม่ว่ามือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออะไรต่าง ๆ ผู้ประกอบการต้องเปึนคนจ่าย ในการที่กำจัดขยะต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่ใช้ภาษีหรืองบประมาณของประชาชนทั่วไป ไปเปึนคนแก้ปัญหานะครับ พัฒนากระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม อันนี้ก็เปึน ความก้าวหน้าอีกด้านหนึ่ง ในเรื่องการปรับปรุงระบบคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่าย ค่าเสียหาย จากด้านสิ่งแวดล้อม เวลามาลงทุนนี่ครับสิ่งที่ทิ้งขยะ ทิ้งของเสีย มลภาวะไว้กับแผ่นดินนี้ รวมทั้งทิ้งความพิการของผู้คนจากผลการพัฒนาอันนี้ต้องนำมาคำนวณต้นทุน ความเสียหายด้วย ที่ผ่านมาเราไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้นะครับ ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย เกี่ยวกับการดำเนินคดีและการเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งการบังคับคดีด้านสิ่งแวดล้อม มาดูเรื่องการจัดการทะเลและชายฝัืงนะครับ ตอนเราอภิปรายกัน หารือกัน ท่านรองประธานอลงกรณ์และท่านรองประธานวลัยรัตน์ก็ไปเยี่ยมนะครับ ก็มีข้อเสนอว่า บางครั้งต้องใช้มาตรา ๔๔ ปฏิรูป ซึ่งปรากฏว่าผมได้สอบถามเรื่องการบริหารจัดการทะเล และชายฝัืงว่าทำไมขณะนี้ปรากฏผลที่ชัดเจนคือในอ่าวไทยนี่ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล อาหารทะเล อะไรต่าง ๆ มันเพิ่มขึ้นชัดเจน แน่นอนครับ มันมีการกำหนดจากไอยู่ยู ฟ่ชชิง (IUU Fishing) ที่เกิดปัญหาเรื่องความมั่นคงอาหารทะเลทั่วโลก เพราะว่าการประมง ที่ผิดกฎหมายก็กดดันมาที่ประเทศเรา
ในที่สุดก็ได้ทราบว่าก็ใช้มาตรา ๔๔ แล้วก็กองทัพเรือก็มีบทบาทที่สำคัญทำให้การจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงนี่เห็นผลเปึนรูปธรรมในขณะนี้ แล้วก็มีข้อเสนอแนวทาง การดําเนินการอีกหลายข้อด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีความจําเปึ้นที่จะต้องอ่านต่อ เพราะว่า รายละเอียดก็จะได้แจกทุกท่านต่อไป แต่อยากเรียนว่ากองทัพเรือได้มีบทบาทสำคัญ ในการดำเนินการที่ทำให้อ่าวไทยได้ฟุ๋นฟูขึ้นมา ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ ขอบคุณที่รักษาเวลาได้ดีนะครับ เชิญกลุ่มต่อไปครับ ขอเชิญ กลุ่มที่เหลืออยู่ขึ้นมาอยู่ในที่ของคณะกรรมาธิการเลยจะได้ไม่เสียเวลาตอนเดินเข้า เดินออก เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านรองประธานที่เคารพ ก็ต้องขอขอบพระคุณที่วันนี้ท่านได้กรุณาเข้าเยี่ยมชมแล้วก็ ให้กำลังใจถึงห้องประชุมปฏิบัติการเวิร์กชอป (Workshop) ของเรา กลุ่มด้านสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยี แล้วก็ประกอบด้วยท่าน พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ท่านดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ แล้วก็ดิฉัน ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด แล้วก็ท่านพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ท่าน พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ แล้วก็ พลเอก ภิญโญ แก้วปลั่ง การประชุมเวิร์กชอป (Workshop) วันนี้เราก็สรุปได้ว่า เปัาหมายของการปฏิรูปสําหรับของ สปท. ด้านสื่อสารมวลชนใน ๒ ป้ข้างหน้า สิ่งที่สำคัญเราคิดว่าด้านเศรษฐกิจมาก่อน ปากท้อง ประชาชน แล้วก็การปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ ๓. การปฏิรูป ด้านการเมืองและการบริหา รราชการแผ่นดิน ตลอดจนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน ของดิฉันเอง แล้วก็รวมถึงเทคโนโลยีและสารสนเทศ และอันดับสุดท้ายก็ด้านการศึกษา และสังคม ซึ่งเปัาหมายที่สำคัญของด้านสื่อสารมวลชนใน ๒ ป้นี้ที่เราวางกันไว้ก็เนื่องจาก โลกในยุคปัจจุบันเปึ้นโลกของดิจิทัล (Digital) เพราะฉะนั้นการปฏิรูปเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ทันกับโลกปัจจุบันมีความสําคัญมากอันดับ ๑ อันดับ ๒ การปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เนื่องจากในโลกปัจจุบันนี้มันเปึนค่อนเวอร์เจนซ์ มีเดีย (Convergence media) แล้ว มันหลอมรวมหมดแล้วค่ะ มันไม่แยกกันแล้ว แล้วก็อันดับ ๓ การปฏิรูปสื่อโดยให้มีองค์กรวิชาชีพ แล้วก็องค์กรกลางภาครัฐที่จะกำกับดูแล ซึ่งกันและกัน แล้วก็อันดับ ๔ เราบอกว่าควรจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนสื่อสร้างสรรค์
สื่อที่ดีเปึนกลาง เปึนการให้ร่างวัล เปึนการแล้วแต่อันนี้ส่วนอันดับ ๕ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อ บนความรับผิดชอบ ทีนี้สําหรับ ฮาวทู (How-to) แนวทางการดําเนินการปฏิบัติ ก็ขอกราบเรียนท่าน พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เป้าอินทร์ นะคะ
พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เป้าอินทร์ สมาชิกลำดับที่ ๑๐๙ ขอนำเสนอแนวทางการปฏิรูปสื่อสารมวลชน จากการที่เราได้พูดคุยตกผลึกกันก็อย่างที่ ท่านประภาได้นำเรียนที่ประชุมไปแล้วว่าเนื่องจากโลกในยุคนี้เปึนโลกแห่ง ดิจิทัล (Digital) ฉะนั้นเราจึงเพิ่มคําว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปในการปฏิรูปเพิ่มขึ้นนะครับ โดยมีแนวทาง การดําเนินการปฏิรูปดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ วิธีการและกระบวนการปฏิรูปสื่อสารมวลชนและ เทคโนโลยีสารสนเทศให้เห็นผลเปึ้นรูปธรรมภายใน ๒ ป้ข้างหน้า จากการศึกษาแนวทาง การปฏิรูปวาระปฏิรูปที่ ๓๒ วาระปฏิรูปที่ ๓๓ วาระปฏิรูปที่ ๓๔ เราพบว่ามีการเขียน ไทม์ไลน์ (Timeline) ไว้ กำหนดในระยะเวลา ๑๐ ป้
แต่เราก็มาพิจารณาแล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราควรจะต้องทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายใน ๒ ป้ ก็คือในการเร่งรัดให้มีวิธีการกระบวนการซึ่ง สปช. กำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้แล้ว แต่เนื่องจากระยะเวลาที่ สปช. กำหนดเปึ้นเวลา ๑๐ ป้จึงเห็นเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว ในกรณีที่เร่งด่วนก็อาจจะใช้มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาดำเนินการได้ ประการที่ ๒ เรื่องการปรับปรุงกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราพบว่ากฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับสื่อแทบทุกฉบับเปึนกฎหมายที่มีการบัญญัติไว้เปึนเวลานานไม่ทันกับ ความเปลี่ยนแปลงของสื่อชนิดต่าง ๆ เราจึงเสนอให้มีการปฏิรูป มีการปรับปรุงกฎหมาย อาทิเช่น พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุโทรคมนาคม ประการต่อไปเรื่องการปรับปรุงบุคลากรและเครื่องมือ เครื่องใช้ให้ทันสมัยกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แนวทางที่ ๒ ในการปฏิรูปก็คือการปฏิรูป กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์ เราพบว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการพิมพ์ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ไม่ได้มีบทลงโทษตามกฎหมายในเรื่องลงโทษสื่อ ที่กระทำความผิด มีเพียงการจดแจ้งการพิมพ์เท่านั้น ทางคณะของเราได้พิจารณาเห็นว่า ควรจะเพิ่มมาตรการทางด้านการปกครองกับสื่อที่กระทำความผิด เช่นการตักเตือน การให้ระงับการโฆษณาสื่อสิ่งที่ผิดกฎหมาย อีกประการหนึ่งกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ เราพบว่าโครงสร้างของ กสทช. และการบริหารงานภายใน กสทช. เปึนปัญหา เนื่องจากการกำกับสื่อวิทยุโทรทัศน์และการ กำกับสื่อโทรคมนาคมเปึนคณะกรรมการ เดียวกัน แต่มีการแยกดำเนินการเปึน ๒ ส่วนแยกจากกันทำให้เปึนปัญหาในการบริหารงาน กำกับสื่อวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ลำดับต่อไปคือการเร่งรีบปฏิรูปกลไกทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์และการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ให้สอดคล้อง กับสหพันธ์โทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู (ITU) เราพบว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ ในปัจจุบันไม่เปึ้นไปตามสากล ยกตัวอย่างเช่นการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในแนวชายแดน ก็จะไปรบกวนการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้คงต้องจัดสรรคลื่นความถี่ ให้เปึนมาตรฐานสากลเพื่อจะได้เปึนมาตรฐานสากลในนานาประเทศ แนวทางการปฏิรูป แนวทางที่ ๓ คือการปฏิรูปสื่อ โดยให้มีองค์กรวิชาชีพและองค์กรกลางภาครัฐให้เห็นผล เปึ้นรูปธรรมภายใน ๒ ป้ข้างหน้า หมายความว่าค่อนเซปต์ (Concept) ที่ว่ามีการเร่งรัด ให้จัดตั้งองค์กรวิชาชีพให้สื่อดูแลกันเอง โดยให้เพิ่มให้มีองค์กรภาครัฐที่สามารถดำเนินการ
กำกับสื่อ รวมทั้งอาจจะมีแนวความคิดในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลควบคุมสื่อ ซึ่งเปึนไปตามสอดคล้องกับวาระปฏิรูปที่ สปช. ได้ดำเนินการไว้ทั้ง ๓ วาระ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ
ขอเรียนรบกวนท่านหน่อยนะคะ
ครับ เชิญครับ ยังมีเวลาอีก ๒ นาที
อันนี้ในฐานะที่ดิฉันเปึ้นสื่อสารมวลชนด้วย อยากจะเรียนถึงปณิธานของท่านนายห้างแสง เหตระกูล ตอนที่ท่านเขียนคือท่านทำหนังสือพิมพ์ ท่านก็จะเขียนว่าหนังสือพิมพ์มีหน้าที่เรียกร้องความเปึนธรรม เปึนผู้ตำหนิสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เปึ้นผู้ท้วงติงด้วยความหวังดี เปึนผู้นำสร้างตัวอย่างที่ดีแก่สังคม และเปึนผู้ค่อยปกปักรักษา ผลประโยชน์ของคนในชาติ ซึ่งอันนี้คิดว่ามันเปึ้นฟ่ลอสโซฟ้ (Philosophy) หรือปรัชญา ที่ท่านได้เขียนไว้ตั้งนานแล้วตั้งแต่ท่านทำหนังสือพิมพ์ ซึ่งทางเดลินิวส์เราก็ยึดถือมาตลอดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณกลุ่ม ๙ นะครับ ต่อไปกลุ่ม ๑๐ กลุ่มสังคม และกลุ่มสุดท้ายกลุ่ม ๑๑ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ท่านสมาชิกครับ ผม อำพล จินดาวัฒนะ สปท. เปึนผู้แทนในฐานะเปึนวิทยากร กระบวนการกลุ่มนะครับ แล้วก็กลุ่มได้มอบให้มาทำหน้าที่นำเสนอ ทั้งหมดนี้มาจากกลุ่มทั้งสิ้น เรามีทั้งหมด ๑๓ ท่านนะครับ หมู่อมราช่วงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ท่านปลัดวิเชียร ชวลิต ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ท่านอิศรา ศานติศาสน์ ท่านบวรเวท รุ่งรุจี ท่านสมชาย พฤฒิกัลปี พลเอก ปราการ ชลยุทธ์ ท่านพรชัย ตระกูลวรานนท์ พลอากาศเอก นิรันดร์ ยิ้มสรวล พลอากาศเอก มนัส รูปขจร ท่านอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ พลตำรวจเอก เรื่องศักดิ์ จริตเอก ท่านเลิศปัญญา บูรณ์บัณฑิต แล้วก็ผม อำพล จินดาวัฒนะ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่านรองประธานได้กรุณาไปเยี่ยมกลุ่มด้วยนะครับ คำถามในกลุ่ม มี ๓ คำถามที่เราตกลงกันไว้ในวิทยากรกระบวนการคื อเราจะนำเสนอในที่ประชุมใหญ่ เฉพาะคำถามที่ ๑ คือ ๕ เรื่องที่ สปท. ควรจะหยิบขึ้นมาพิจารณาเปึ้นเรื่องที่จะนำ ขับเคลื่อนต่อไปเปึ้นเรื่องด่วนและสำคัญ ส่วนเรื่องที่ ๒ ประเด็นทางด้านสังคมแล้วก็ วิธีการขับเคลื่อนนั้นเราขออนุญาตไม่นำเสนอครับ ในกลุ่มก็ได้ตั้งคำถามตามที่ได้ให้ไว้นะครับ กลุ่มได้ดำเนินการตามกระบวนการแล้วก็ได้พบประเด็นที่ควรจะปฏิรูปที่หยิบขึ้นมาทั้งหมด ๙ ประเด็น จากนั้นเราก็จัดระดับความสําคัญ ก็มีการจัดระดับความสําคัญออกมาได้ทั้งหมด ๕ เรื่องตามโจทย์นะครับว่าใน ๒ ป้นี้เรื่องที่ควรจะหยิบขึ้นมามีเรื่องอะไรบ้าง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเปึนธรรม เรื่องที่ ๒ การปฏิรูป เพื่อเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง เรื่องที่ ๓ คือการปฏิรูประบบการเมือง ระบบราชการ และการกระจายอํานาจ เรื่องที่ ๔ คือการปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้ของสังคม เรื่องที่ ๕ คือปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัย เรื่องที่ ๑ ที่ได้เรตติง (Rating) สูงสุดในกลุ่ม ๑๓ คนได้พิจารณากันแล้วก็คือเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ การลดความเหลื่อมล้ำหมายถึง ทั้งด้านทรัพยากร อาชีพ รายได้ และอื่น ๆ แก้ความเหลื่อมล้ำ สร้างความเปึ้นธรรมให้ได้ อันนี้คืออาจจะเปึนทั้งกระบวนการและเปัาหมายของการปฏิรูป เรื่องการบริหารจัดการที่ดิน เปึ้นองค์ประกอบสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาความยากจน การเพิ่มสิทธิ อำนาจในการจัดการของชุมชน ลำดับที่ ๒ คือปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างระบบชุมชนเข้มแข็ง อันนี้ก็ให้คะแนนกันค่อนข้างเยอะนะครับ สร้างความเข้มแข็งชุมชน ปฏิรูปให้ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อความผาสุก สะดวก ปลอดภัย มีความรักและสามัคคี ปฏิรูปสังคมรวมถึงวัฒนธรรมด้วย
ปฏิรูปการดํารงชีวิตในสังคมเมือง อันนี้ก็เปึนประเด็น ที่น่าสนใจ แล้วก็เพิ่มอํานาจ ประชาชนฐานรากให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนในชุมชนได้ พัฒนาพื้นที่ชายแดนและพื้นที่เปัาหมายเฉพาะ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ของชุมชนนั้น ๆ ชุมชนต้องแก้ไขปัญหาตัวเองได้ และรัฐหนุนเสริมครับ ประเด็นที่ ๓ ที่เปึนระดับความสำคัญที่ ๓ คือปฏิรูประบบการเมือง ระบบราชการ และการกระจายอำนาจ อันนี้ก็ให้คะแนนค่อนข้างเยอะนะครับ เรื่องการเข้าสู่อำนาจของการเมือง เรื่องระบบ พรรคการเมือง การจัดระเบียบสังคม การเคารพกฎหมาย เคารพในสิทธิหน้าที่ การปฏิรูป ระบบราชการและระบบงบประมาณ การเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารจัดการ ของภาครัฐ การปฏิรูปโครงสร้างบริหารชุมชนท้องถิ่นและการกระจายอํานาจ การมีส่วนร่วม ของประชาชนและสังคมต่อการพัฒนา รวมทั้งต่อเรื่องความมั่นคงครับ ลำดับที่ ๔ ที่กลุ่มพิจารณาว่ามีความสำคัญก็คือการปฏิรูประบบการศึกษาและ รวมถึงการเรียนรู้ ของสังคมด้วย ไม่ใช่เรื่องระบบการศึกษาในระบบเท่านั้นนะครับ ปฏิรูปการจัดการศึกษา ในระบบ เตรียมความพร้อมของคนในสังคมทั้งกระบวนการเรียนรู้ของคนทุกกลุ่มวัย ทุกช่วงอายุ ปฏิรูปการอบรมบ่มนิสัยของเด็กและเยาวชน พัฒนาเยาวชน การบริหารจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศหมายถึงเรื่องการศึกษาและระบบการจ้างงาน ส่งเสริมให้คน ที่สำเร็จการศึกษาประกอบธุรกิจที่เปึนธุรกิจเพื่อสังคมให้มากขึ้น หลายเรื่องก็จะสอดคล้องกับที่ สปช. ได้ทำข้อเสนอไว้
เรื่องลําดับที่ ๕ นะครับได้มีการพิจารณากันแล้วหยิบขึ้นมาก็คือเรื่องการปฏิรูประบบสังคม สูงวัย ซึ่งเรื่องนี้จะไปเกี่ยวข้องกับทุกระบบในสังคม เพราะของเราเข้าสู่เอจจิงโซไซตี (Ageing Society) และกําลังจะเปึนปัญหาใหญ่ก็มีการเสนอว่าจะต้องมีการปฏิรูปกลไก ด้านสังคมรองรับเรื่องนี้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพและสิ่งแวดล้อม เตรียมการรองรับ สังคมสูงอายุ ส่งเสริมการให้ผู้สูงอายุกลับมาทำงานที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของประเทศ ก็ขออนุญาตนำเรียนคร่าว ๆ ๕ ประเด็นที่หยิบขึ้นมาในสำหรับกลุ่มนี้ สุดท้ายผมขออนุญาต ท่านประธานก่อน เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) แผ่นนี้ครับ กลับมาแผ่นที่ ๑ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ก่อนแผ่นสุดท้าย ทางกลุ่มได้คุยกันเรื่องประเด็นทางด้าน สังคม แล้วก็ลองคิดถึงวิธีการที่ สปท. ควรจะทำงาน เราพบว่าในกลุ่มเขาคุยกันไม่ว่า ประเด็นอะไรออกมาตรงกันหมดว่าสิ่งที่ สปท. ควรทำนั้นควรจะจับอยู่ ๔ จุด จุดที่ ๑ คือพื้นที่ครับ บางท่านใช้คำว่าไซต์ เซอร์เวย์ (Site survey) ทุกอย่างที่เราทำนี้ไม่ได้ทำ ข้างบน ไม่ใช่อยู่บนอากาศแต่มันอยู่ในความจริงในพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญ กับพื้นที่ครับ ในพื้นที่มีทั้งเรื่องดี ๆ สิ่งดี ๆ เปึนกรณีศึกษาเยอะแยะ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีปัญหามากมาย เราจะต้องอาจจะเรียกว่าแบค ทู เบสิก (Back to basic) กลับไป จับประเด็นเรื่องชุมชน ไม่ได้หมายความว่าทำเรื่องชุมชนเข้มแข็ง แต่ทุกเรื่องดูเหมือนว่า จุดสำคัญต้องไม่ทิ้งการไปทำกับของจริงนั่นเอง คือในพื้นที่ครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ต้องทำงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด จะแตกต่างจาก สปช. คือ สปช. พัฒนา ข้อเสนอแล้วส่งไป อาจจะมีการรับฟังความเห็นส่วนราชการและที่ต่าง ๆ บ้าง แต่เที่ยวนี้ ถ้าจะขับเคลื่อนให้สำเร็จต้องทำงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด กรณีตัวอย่างเช่น ในกลุ่มที่เราอยู่นี่มีอธิบดีกรมที่ดินครับ มีอธิบดีอยู่ ๒-๓ ท่านที่ยังเปึนแอกทีฟ โพสต์ (Active Post) คือท่านยังอยู่ในประจำการ มีอดีตปลัดกระทรวง มีรองอธิการบดี มีอะไรต่าง ๆ เราคิดว่าจําเปึ้นที่จะต้องทํางานใกล้ชิดกับกลไกของรัฐบาล แล้วไม่ใช่อยู่ที่ใน สปท. เท่านั้น แต่หมายถึงกลไกรัฐบาลที่อยู่ในส่วนอื่นที่เกี่ยวกับประเด็นนั้น อันนี้คือจุดที่ ๒ เปึนจุดคานงัด ที่สำคัญ จุดที่ ๓ คือนอกจากส่วนราชการแล้ว พื้นที่แล้ว ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ ประเด็นนั้น เช่น เอกชนที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา ประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เราจะต้องดึงเข้ามาร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนประเด็นปฏิรูปนั้น ๆ และประเด็นที่ ๔ ถึงจะกลับมาสู่งานต่อยอดของ สปช. คือข้อเสนอการปฏิรูปของ สปช. ในด้านนั้น ๆ
คงจะต้องมีหน้าที่พวกเราจะต้องมาทําการวิเคราะห์ ในระดับการสังเคราะห์ครับ โดยผสม ๔ เรื่องนี้ด้วยกัน พอได้ ๔ เรื่องนี้แล้วก็จะเกิดประเด็นสำคัญที่ชัดเจนมากขึ้น ชัดเจนเลยว่า จะทำอะไร และเราคงมีหน้าที่ทำโรดแมป ฟอร์ เช่นจ์ (Road map for change) เราหมายถึงร่วมกันกับ ๔ ภาคเมื่อกี้นี้นะครับ ทําแผนปฏิรูปที่ชัดเจนสําหรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะสามารถวัดผลได้ในระยะเวลาต่าง ๆ ตรงนี้จะต้องทำอย่างประณีตทีเดียว มีท่านหนึ่ง ใช้คําว่าถ้าทําตรงนี้ชัด สังคมจะเชื่อมั่นครับว่า สปท. เราวางแผนขับเคลื่อนปฏิรูป ได้สําเร็จจริง ถ้าไม่มีตรงนี้เราพูดกันไปเรื่อย ๆ เราจะไม่เห็นความสําเร็จครับ แล้วไม่รู้ จะวัดตรงไหน แล้วเราก็ต้องมีแผนการสื่อสารกับสังคม จากนั้นก็ไปขับเคลื่อน ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ คือไปผลักดันเรื่องกฎหมาย ก็หมายความว่าตรงนี้เราทำงานกับรัฐบาลแล้วนะครับ รัฐบาลเห็นด้วยเอาด้วยไปช่วยรัฐบาลคิดจนรัฐบาลบอกว่าต้องทำกฎหมาย เราก็ไปผลัก กฎหมายกับ สนช. กับรัฐบาล อีกส่วนหนึ่งคือไม่ต้องรอกฎหมายต้องไปทำให้เกิด รีฟอร์มแอกชัน (Reform action) ซึ่งกลไกที่จะทำรีฟอร์ม แอกชันก็คือกลไกของรัฐบาล ทั้งสิ้น ถ้าเรามาวางโรดแมป (Road map) ร่วมกันทำงาน ๔ ประสานแบบที่เรียนอย่างนี้ รีฟอร์มแอกชัน (Reform action) ก็จะเกิดคือการขับเคลื่อนการปฏิรูปเกิดได้จริงครับ แล้วก็การแก้กฎหมาย ออกกฎหมายใหม่ หรือปรับปรุงกฎหมายก็จะเกิดได้ และทั้งหมดนี้ ต้องอยู่บนโรดแมป ฟอร์ เช่นจ์ (Road map for change) คือการที่มีแผนที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ จะแก้อะไรก่อนอะไรหลัง ทำอะไรกระทบต่อใคร มีผลดีผลเสียกับใคร แล้วจะบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้อย่างไร
กระผมคิดว่าสิ่งที่ได้จากกลุ่ม สุดท้ายที่ได้สังเคราะห์อันนี้น่าจะเปึนประโยชน์พอสมควร สำหรับท่านสมาชิกพวกเราจะได้ไปขบคิดกันต่อในขั้นตอนการทำงานต่อไปนะครับ ทั้งหมดนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานและท่านเพื่อนสมาชิกครับว่าในกลุ่มสังคม เราได้ทำงานมาในวันนี้ได้ผลมาตามที่ได้รายงานไปแล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านคุณหมออำพลนะครับ อันนี้มืออาชีพมาก ตรงเวลาเป็ะเลย กลุ่มนี้เรียกว่ากลุ่มบู้บี้ใช่ไหมครับ เห็นคุณหมออำพลบอกว่าตัวเองเปึนกลุ่มบู้บี้ ภาษากอล์ฟ ก็คือว่าเปึนรองบ๊วยครับ ต่อไปกลุ่มอื่น ๆ เชิญ
ท่านประธานครับ ผม สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะของฟ้าซิลิเตเตอร์ (Facilitator) ของกลุ่มสุดท้ายคือด้านอื่น ๆ นะครับ กลุ่มนี้จะเปึน กลุ่มที่แตกต่างจากทุกกลุ่มที่นำเสนอมาเพราะว่าจะเปึนกลุ่มที่มีความสนใจหลากหลาย สมาชิกในกลุ่มนี้จะมีรายชื่อที่จะปรากฏ ขอรายชื่อด้วยนะครับ ซึ่งจะสังเกตจากรายชื่อนะครับ จะมีทุกด้านเลยอยู่ในกลุ่มนี้ มีท่านผู้อาวุโสในแต่ละด้านอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะ ไม่อ่านรายชื่อทั้งหมด แต่จะเห็นว่ามีรายชื่อหลากหลายนะครับ ในคำถามแรกที่อยากจะ เห็นว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรานั้น จะทําเรื่องอะไรใหญ่ ๆ ๕ เรื่อง ในการขับเคลื่อนใน ๒ ป้นี้นั้น ในกลุ่มด้านอื่น ๆ ได้มีประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาว่าน่าจะเปึน ประเด็นในการใช้ในการขับเคลื่อนเปึนเปัาหมายของสภาของเรานี่นะครับทั้งหมด ๑๖ ประเด็นตามที่เห็นอยู่บนหน้าจอ ซึ่งก็มีข้อที่น่าสั่งเกตก็คือมีความหลากหลายเช่นกัน เพราะว่าเปึนกลุ่มที่มีความคิดความอ่านค่อนข้างไม่ตรงกัน เหมือนกับกลุ่มอื่น ๆ เปึ้น ๑๖ ประเด็น ใน ๑๖ ประเด็นเราได้มีกระบวนการในการให้น้ำหนักความสำคัญ ของประเด็น ผลทั้ง ๑๖ ประเด็นออกมาว่าถ้าต้องเลือก ๕ ประเด็นที่จะใช้เปึ้นตัวเปัาหมาย ของการปฏิรูปใน ๒ ป้นี้ของสภานั้นจะเปึ้นอะไรนะครับ ผลก็จะออกมา ขอเชิญผลนะครับ ซึ่งหลายท่านอาจจะประหลาดใจได้นะครับว่าผลออกมา เรามี ๕ ด้าน ก็คือ กีฬา การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ด้านแรงงาน ด้านการเมืองและด้านปรองดอง เปึ้น ๕ ด้าน ซึ่งก็จะเปึนผลของแนวคิดที่เราเห็นว่าแนวคิดตรงนั้นจะออกมาในภาพที่เห็นนั้น คงเปึนดาว เขากลัวว่าเราจะไม่ได้ถ่วงน้ำหนักก็จะมีดาวที่ติดนะครับ ขอภาพต่อไปเลยครับ จากตรงนั้นพอเข้าสู่คำถามที่ ๒ เราจะแตกต่างจากกลุ่มอื่นครับว่าถ้าอย่างนั้นในคณะของเรา
จะทําอะไรที่จะเปึนประเด็นปฏิรูป ๒ ป้ มันไม่สามารถทําเหมือนกลุ่มอื่นได้ เพราะความต้องการหลากหลาย จากตรงนั้นเราก็มีการเบรน สตรอมมิ่ง (Brain storming) กันในกลุ่มนะครับ แล้วก็พบว่าข้อเสนอที่เราจะต้องร่วมทำในด้านต่าง ๆ นั้น มี ๔ ด้านหลัก ๆ ที่ในกลุ่มเห็นว่าเปึนประเด็นปฏิรูปที่อยากทํา ๒ ป้ แล้วแบ่งจัดกรุ๊ป (Group) ได้ ๔ ด้าน ในคำถามที่ ๒ นะครับ ก็คือแบ่งเปึนด้านกีฬา ด้านของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ด้านของแรงงาน แล้วก็ด้านของการเมืองและความปรองดอง ดังนั้นในห้องของด้านอื่น ๆ ก็จะแบ่งกลุ่มเปึน ๔ กลุ่มที่จะเบรนสตรอมมิง (Brain storming) ในแง่ของฮาวทู (How-to) ที่จะทำอย่างไรนะครับ ที่ผมขึ้นให้นี้ก็ คือผลของการเบรนสตรอมมิ่ง (Brain storming) ของการทำงานร่วมกัน กีฬาก็จะมีเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่การจะใช้กีฬาเพื่อสร้างสันติสุข ในชายแดนภาคใต้ เรื่องการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และ พ.ร.บ. การกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ แล้วก็รวมไปถึงเรื่องการปรับปรุงพระราชบัญญัติเรื่องของ กระทรวง ทบวง กรม อันนี้จะนำไปถึงการที่จะทำไปสู่กระทรวงกีฬาอย่างนี้เปึ้นต้นนะครับ นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการจัดทำนโยบายและแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ อันนี้ อาจจะเปึนฮอต์ อิชชู (Hot issue) นิดหนึ่ง แก้ปัญหาของสมาคมฟุตบอลที่ขณะนี้เปึนปัญหา กับฟ้ฟ์า (FIFA) อยู่ รวมทั้งการจัดตั้งธนาคารชื่อธนาคารอุปกรณ์การกีฬา อันนี้เปึนข้อเสนอ ฮาวทู (How-to) ที่คณะของกีฬาคิด ด้านที่ ๒ ในกลุ่มย่อยของด้านอื่น ๆ นะครับ ก็เปึนเรื่อง ของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันด้านนี้ได้มีการระดมสมองกัน ก็มีสิ่งที่เสนอมาเปึน แนวทางของการทำงานก็คือกระบวนการในการนำคนผิดมาลงโทษต้องกระทำโดยรวดเร็ว และรุนแรง ปัองกัน ควบคุม ตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องด้านการเมือง กระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระต้องมีมาตรฐานสากล ซึ่งองค์กรอิสระนั้น จะเปึนปัญหาใหญ่ในข้อเสนอของการปราบปรามนั้นก็คือต้องมีมาตรฐานสากลในการสรรหา
ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ปลูกฝั่งให้การศึกษาและรณรงค์ อย่างต่อเนื่องให้คนมีจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม อันนี้ก็เปึนข้อเสนอของ ด้านการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันนะครับ ด้านที่ ๓ คือด้านของการแรงงาน ก็จะมีตั้งแต่ การพัฒนาฝ้มือแรงงานทุกระดับตามมาตรฐานวิชาชีพ การบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ อย่างมีประสิทธิภาพและเปึนสากล การจัดตั้งธนาคารแรงงานอันนี้เปึนเรื่องเก่า สมัยสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พูดถึงเรื่องนี้นะครับ การจัดสวัสดิการสังคมให้กับแรงงานไทย แล้วก็การจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งหมายความว่าทุกวันนี้เราไม่มีฐานข้อมูล ที่แท้จริงของเรื่องแรงงานนะครับ ด้านสุดท้ายที่ได้มีการคุยกันก็เปึ้นเรื่องของการเมืองและ การปรองดอง ด้านปรองดองก็ได้พูดถึงกระบวนการยุติธรรมต้องสร้างความเปึนธรรม กับคู่กรณีทุกฝ์าย คู่กรณีทั้ง ๒ ฝ์ายต้องยอมรับการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง และชอบธรรม แล้วก็เป่ดโอกาสให้มีเวทีสร้างความปรองดองทุกภาคส่วน ด้านการเมือง ซึ่งอยู่ในกลุ่มของปรองดองนี่แหละครับก็จะเปึนเรื่องของกติกาการเมืองต้องเปึนสากล การเมืองต้องโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้สิทธิและเสรีภาพกับประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน และการเมืองต้องมีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุขนะครับ ดังนั้นในกลุ่มที่ทำมาทั้งหมดนั้น พอจะสะท้อนได้อย่างนี้ครับว่าถ้าหากว่าข้อมูลที่ได้ระดมสมองมาถึงทิศทางที่จะทำ แล้วลงไปสู่รายละเอียดของทิศทางในด้านอื่น ๆ ที่เห็นนั้น จะเห็นว่าด้านอื่น ๆ ได้นำเสนอ แนวคิดต่อสภาแห่งนี้ว่ามันน่าจะมีกลุ่มงานที่ด้านอื่น ๆ นั้นเกิดขึ้น ๔ กลุ่มอย่างที่ผม เรียนไปแล้ว แล้วข้อมูลตรงนี้อาจจะเปึนประโยชน์กับคณะกรรมาธิการที่จะยกร่างข้อบังคับ ในการที่จะเกิดกรรมาธิการนั้นเอาไปใช้ประโยชน์ถึงแนวทางอันนั้น ความจริงมีอีกด้านหนึ่ง ที่อยากจะเติมเข้าไปซึ่งไม่อยู่ใน ๔ อันนั้น ก็คือมีความคิดที่น่าจะมีกรรมาธิการที่จะทํา ด้านของเศรษฐกิจฐานรากให้สอดรับกับนโยบายของนโยบายเศรษฐกิจครั้งนี้ที่จะเน้น เรื่องของเศรษฐกิจภายในประเทศที่เปึนโลคอล อีโคโนมี (Local economy) แล้วก็เข้าไป แก้ปัญหาความยากจนของเศรษฐกิจฐานราก ก็มีข้อเสนอเพิ่มเติมอยู่ตรงนั้นแต่ไม่ได้ระบุในนี้ ทั้งหมดก็เปึนงานของกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้ระดมสมองกันแล้วก็ได้นำเสนอต่อสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณาการกำหนดประเด็นสำคัญ ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และจบการนำเสนอประเด็นของกลุ่มต่าง ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน แล้วนะครับ ส่วนการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของท่านสมาชิกจะไปดําเนินการ ในการประชุมครั้งต่อไป ดังที่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมไปเกี่ยวกับเรื่องของกำหนดการ การประชุมเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้รู้ภารกิจหน้าที่ในปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้า ก็จะย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าในวันจันทร์ที่ ๒๖ และวันอังคารที่ ๒๗ ตุลาคมจะมีการประชุม สปท. นะครับ โดยจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการของการเป่ดอภิปรายเพื่อรับฟังความคิดเห็น ของสมาชิกในแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปทั้ง ๑๑ ด้านครับ โดยที่จะไล่เรียงไปวาระ ๒ ด้าน ซึ่งระเบียบวาระ การประชุมจะออกภายในวันมะรื่นนี้นะครับ วันที่ ๒๘ จะเปึนการประชุม แม่น้ำ ๕ สายก็ขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านที่จะเข้าร่วมประชุม แม่น้ำ ๕ สายก็ประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี คสช. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็ สปท. นะครับ ส่วนรายละเอียดเรื่องการนั่ งก็ สปท. จะอยู่ซีกซ้ายของผม ส่วนแถวหน้านั้นจะเปึนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ด้านขวาก็จะเปึน ด้านของคณะรัฐมนตรีและ คสช. นั่งอยู่ทั้งป้กขวา ป้กซ้ายข้างบัลลังก์ประธานนะครับ การประชุมวันที่ ๒ และ ๓ พฤศจิกายนนั้นก็จะเปึนการประชุมในสาขาการปฏิรูปที่ ๕ ๖ และ ๗ ๘ นะครับ แต่ว่าในช่วงเช้าของวันที่ ๒ พฤศจิกายนนั้นจะเปึนการพิจารณา ร่างข้อบังคับ
ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบก่อนประกาศเปึนข้อบังคับของ สปท. นะครับ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับก็มีการดำเนินการที่คืบหน้า ดังนั้นก็จะอยู่ในกรอบ ๑๕ วันที่ขอมติของทางสภาไปนะครับ ส่วนวันที่ ๙-๑๐ พฤศจิกายน ก็จะเปึนการพิจารณา ในวันที่ ๙ นั้นจะเปึนสาขาที่ ๙ และ ๑๐ ส่วนวันที่ ๑๐ จะมีสาขาเดียวคืออื่น ๆ เนื่องจากว่าค่อนข้างมีหลายประเด็น ดังนั้นก็ให้วันที่ ๑๐ มีสาขาเดียว ในระหว่าง การดำเนินการดังกล่าวถ้าหากว่าเปึนไปตามกำหนดการทำงานอย่างนี้ตัวร่างข้อบังคับ พิจารณาในสภาไม่เกินวันที่ ๒ พฤศจิกายนนะครับ และให้ความเห็นชอบประกาศใช้ เปึ้นข้อบังคับ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการให้แล้วเสร็จ ก็จะเสร็จไม่เกินกลางเดือน พฤศจิกายนนะครับ จากนั้นในสัปดาห์ถัดไปคือวันที่ ๑๖ และหรือวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ก็จะเปึนการให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นประกอบการร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านประธาน กรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้แจ้งมายังทาง สปท. นะครับ ซึ่งก็เปึ้นไปตามกำหนด ก่อน ๑๕ วันที่เขาจะป่ดรับฟังความคิดเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกก็จะทราบถึง กำหนดการล่วงหน้า หลังจากนั้นเราก็จะมีการกำหนดวาระต่อไป กลไกที่เราจะ ได้มีการตั้งขึ้นก็ดี ข้อบังคับที่ถือเสมือนเปึนแน่ วทาง กรอบแนวปฏิบัติของเราก็ดีนั้น ก็จะแล้วเสร็จภายใน ๑ เดือน ก็คือ ๑ บวก ๑ บวก ๑๘ หลังจากนั้นเมื่อกรรมาธิการ ได้เริ่มทำงานโดยใช้ฐานข้อมูล ฐานคิดจากวันนี้ซ้อมใหญ่ในการประชุมเชิงปฏิบัติการแล้ว ก็คือการที่สมาชิกได้แสดงความเห็นทั้ง ๑๑ สาขา แล้วก็จะประกอบน้ำไปใช้ในการทำงาน ของกรรมาธิการแต่ละด้าน ซึ่งหลังจากนั้น ๑ เดือน ผมก็เชื่อว่าเราจะเริ่มมีการส่งรายงาน ที่สำเร็จแล้วมายังที่ประชุม สปท. เพื่อพิจารณาก่อนที่จะส่งไปยังคณะรัฐมนตรี หรือถ้าเปึน ร่างกฎหมายก็ส่งไปยัง สนช. แต่ถ้าเปึนร่างกฎหมายทางการเงินหรือร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญ ก็ต้องส่งให้คณะรัฐมนตรีก่อนที่จะไปยัง สนช. นะครับ ทั้งหมดนั้นก็คงจะเปึ้น กำหนดการแล้วก็วันที่ ๒๕ พฤศจิกายนก็เปึนวันลอยกระทงนะครับ หลังจากป่ดการประชุม ในวันนี้ก็ขอเรียนเชิญท่านสมาชิกได้ร่วมรับประทานอาหาร ณ สโมสรรัฐสภา ซึ่งก็เปึนไปตาม ข้อเสนอของท่านสมาชิกในการประชุมนัดแรกของเรา ไม่ว่าจะเปึน ท่านวิทยา แก้วภราดัย ก็ดี ท่านกษิต ภิรมย์ ก็ดี หลาย ๆ ท่านที่ได้ให้ข้อแนะนำ ว่าเราควรที่จะได้มีการพบปะกัน เพื่อสร้างความรู้จักกันให้มากขึ้น แล้วก็เชิญสื่อมวลชนที่จะต้องทำงานกับเราตลอดไป ในช่วงเวลาของภารกิจของเรานะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่มาประชุมกันทุกท่าน ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสนับสนุนการทำงาน ของเราครับ ขอป่ดการประชุมครับ