ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด หารือเรื่องการปฏิรูปสื่อสารมวลชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ ประชาชน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน เทคโนโลยีและสารสนเทศ และการศึกษาและสังคม โดยเสนอแนวทางปฏิรูป 3 ประการ คือ การปฏิรูปกฎหมาย การปรับปรุงบุคลากรและเครื่องมือ และการปฏิรูปสื่อ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สื่อไทยมีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล และเรียกร้องการประชาชนร่วมมีส่วนร่วมในการควบคุมสื่อตามสอดคล้องกับวาระปฏิรูป
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านรองประธานที่เคารพ ก็ต้องขอขอบพระคุณที่วันนี้ท่านได้กรุณาเข้าเยี่ยมชมแล้วก็ ให้กำลังใจถึงห้องประชุมปฏิบัติการเวิร์กชอป (Workshop) ของเรา กลุ่มด้านสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยี แล้วก็ประกอบด้วยท่าน พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ท่านดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ แล้วก็ดิฉัน ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด แล้วก็ท่านพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ท่าน พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ แล้วก็ พลเอก ภิญโญ แก้วปลั่ง การประชุมเวิร์กชอป (Workshop) วันนี้เราก็สรุปได้ว่า เปัาหมายของการปฏิรูปสําหรับของ สปท. ด้านสื่อสารมวลชนใน ๒ ป้ข้างหน้า สิ่งที่สำคัญเราคิดว่าด้านเศรษฐกิจมาก่อน ปากท้อง ประชาชน แล้วก็การปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ ๓. การปฏิรูป ด้านการเมืองและการบริหา รราชการแผ่นดิน ตลอดจนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน ของดิฉันเอง แล้วก็รวมถึงเทคโนโลยีและสารสนเทศ และอันดับสุดท้ายก็ด้านการศึกษา และสังคม ซึ่งเปัาหมายที่สำคัญของด้านสื่อสารมวลชนใน ๒ ป้นี้ที่เราวางกันไว้ก็เนื่องจาก โลกในยุคปัจจุบันเปึ้นโลกของดิจิทัล (Digital) เพราะฉะนั้นการปฏิรูปเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ทันกับโลกปัจจุบันมีความสําคัญมากอันดับ ๑ อันดับ ๒ การปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เนื่องจากในโลกปัจจุบันนี้มันเปึนค่อนเวอร์เจนซ์ มีเดีย (Convergence media) แล้ว มันหลอมรวมหมดแล้วค่ะ มันไม่แยกกันแล้ว แล้วก็อันดับ ๓ การปฏิรูปสื่อโดยให้มีองค์กรวิชาชีพ แล้วก็องค์กรกลางภาครัฐที่จะกำกับดูแล ซึ่งกันและกัน แล้วก็อันดับ ๔ เราบอกว่าควรจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนสื่อสร้างสรรค์
สื่อที่ดีเปึนกลาง เปึนการให้ร่างวัล เปึนการแล้วแต่อันนี้ส่วนอันดับ ๕ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อ บนความรับผิดชอบ ทีนี้สําหรับ ฮาวทู (How-to) แนวทางการดําเนินการปฏิบัติ ก็ขอกราบเรียนท่าน พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เป้าอินทร์ นะคะ
พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เป้าอินทร์ สมาชิกลำดับที่ ๑๐๙ ขอนำเสนอแนวทางการปฏิรูปสื่อสารมวลชน จากการที่เราได้พูดคุยตกผลึกกันก็อย่างที่ ท่านประภาได้นำเรียนที่ประชุมไปแล้วว่าเนื่องจากโลกในยุคนี้เปึนโลกแห่ง ดิจิทัล (Digital) ฉะนั้นเราจึงเพิ่มคําว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปในการปฏิรูปเพิ่มขึ้นนะครับ โดยมีแนวทาง การดําเนินการปฏิรูปดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ วิธีการและกระบวนการปฏิรูปสื่อสารมวลชนและ เทคโนโลยีสารสนเทศให้เห็นผลเปึ้นรูปธรรมภายใน ๒ ป้ข้างหน้า จากการศึกษาแนวทาง การปฏิรูปวาระปฏิรูปที่ ๓๒ วาระปฏิรูปที่ ๓๓ วาระปฏิรูปที่ ๓๔ เราพบว่ามีการเขียน ไทม์ไลน์ (Timeline) ไว้ กำหนดในระยะเวลา ๑๐ ป้
แต่เราก็มาพิจารณาแล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราควรจะต้องทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายใน ๒ ป้ ก็คือในการเร่งรัดให้มีวิธีการกระบวนการซึ่ง สปช. กำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้แล้ว แต่เนื่องจากระยะเวลาที่ สปช. กำหนดเปึ้นเวลา ๑๐ ป้จึงเห็นเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว ในกรณีที่เร่งด่วนก็อาจจะใช้มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาดำเนินการได้ ประการที่ ๒ เรื่องการปรับปรุงกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราพบว่ากฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับสื่อแทบทุกฉบับเปึนกฎหมายที่มีการบัญญัติไว้เปึนเวลานานไม่ทันกับ ความเปลี่ยนแปลงของสื่อชนิดต่าง ๆ เราจึงเสนอให้มีการปฏิรูป มีการปรับปรุงกฎหมาย อาทิเช่น พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุโทรคมนาคม ประการต่อไปเรื่องการปรับปรุงบุคลากรและเครื่องมือ เครื่องใช้ให้ทันสมัยกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แนวทางที่ ๒ ในการปฏิรูปก็คือการปฏิรูป กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์ เราพบว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการพิมพ์ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ไม่ได้มีบทลงโทษตามกฎหมายในเรื่องลงโทษสื่อ ที่กระทำความผิด มีเพียงการจดแจ้งการพิมพ์เท่านั้น ทางคณะของเราได้พิจารณาเห็นว่า ควรจะเพิ่มมาตรการทางด้านการปกครองกับสื่อที่กระทำความผิด เช่นการตักเตือน การให้ระงับการโฆษณาสื่อสิ่งที่ผิดกฎหมาย อีกประการหนึ่งกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ เราพบว่าโครงสร้างของ กสทช. และการบริหารงานภายใน กสทช. เปึนปัญหา เนื่องจากการกำกับสื่อวิทยุโทรทัศน์และการ กำกับสื่อโทรคมนาคมเปึนคณะกรรมการ เดียวกัน แต่มีการแยกดำเนินการเปึน ๒ ส่วนแยกจากกันทำให้เปึนปัญหาในการบริหารงาน กำกับสื่อวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ลำดับต่อไปคือการเร่งรีบปฏิรูปกลไกทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์และการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ให้สอดคล้อง กับสหพันธ์โทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือไอทียู (ITU) เราพบว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ ในปัจจุบันไม่เปึ้นไปตามสากล ยกตัวอย่างเช่นการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในแนวชายแดน ก็จะไปรบกวนการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้คงต้องจัดสรรคลื่นความถี่ ให้เปึนมาตรฐานสากลเพื่อจะได้เปึนมาตรฐานสากลในนานาประเทศ แนวทางการปฏิรูป แนวทางที่ ๓ คือการปฏิรูปสื่อ โดยให้มีองค์กรวิชาชีพและองค์กรกลางภาครัฐให้เห็นผล เปึ้นรูปธรรมภายใน ๒ ป้ข้างหน้า หมายความว่าค่อนเซปต์ (Concept) ที่ว่ามีการเร่งรัด ให้จัดตั้งองค์กรวิชาชีพให้สื่อดูแลกันเอง โดยให้เพิ่มให้มีองค์กรภาครัฐที่สามารถดำเนินการ
กำกับสื่อ รวมทั้งอาจจะมีแนวความคิดในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลควบคุมสื่อ ซึ่งเปึนไปตามสอดคล้องกับวาระปฏิรูปที่ สปช. ได้ดำเนินการไว้ทั้ง ๓ วาระ ขอบพระคุณครับ