สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘

เบญจวรรณ สร้างนิทรรศการเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนและครอบคลุม เพื่อผลักดันประเทศให้เป็นประเทศพัฒนาและเข้มแข็งในประชาคมโลก เธอเสนอแผนการปฏิรูปประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีการบูรณาการและกระจายอำนาจให้ส่วนท้องถิ่นมากขึ้น และยังหารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลภาครัฐ โดยเน้นเรื่องระบบคุณธรรม การประเมินผล และการพัฒนกระบวนการบริหารงานบุคคล เพื่อให้เกิดผลสำเร็จในช่วง 2 ปีข้างหน้า

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร์

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินนะคะ มีสมาชิกทั้งหมด ๒๑ ท่าน ประกอบด้วย พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ พลเอก ชูศักดิ์ สันติวรวุฒิ นางถวิลวดี บุรีกุล นายธงชัย ลืออดุลย์ พลโท ธงชัย สาระสุข พลเอก ธวัช จารุกลัส นางเบญจวรรณ สร่างนิทร์ พลอากาศเอก ปรีชา ประดับมุข พันตำรวจตรี ยงยุทธ์ สาระสมบัติ พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ พลเอก วัฒนา สรรพานิช นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ นายศานิตย์ นาคสุขศรี พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ พลโท สสิน ทองภักดี พลโท สุรเดช เฟ๋ืองเจริญ พลอากาศเอก อนาวิล ภิรมย์รัตน์ นายอนุสิษฐ์ คุณากร พลเอก อภิชาต เพ็ญกิตติ พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ ขอนําเรียนท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทุกท่านนะคะว่าในการดำเนินงานตามคำถามหรือตามการบ้านที่มอบให้แต่ละกลุ่มนะคะ ในคําถามที่ ๑ ในฐานะสมาชิก สปท. ท่านเห็นว่า ๕ เรื่องที่ สปท. ควรดำเนินการก่อนในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าคืออะไร เพราะฉะนั้นใน ๕ ประเด็นแรกที่ทางกลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีการจัดลำดับแล้วปรากฏดังนี้ อันดับ ๑ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ อันดับ ๒ คะแนนเท่ากัน คือเรื่องการปฏิรูปการเมืองการปกครอง และด้านปราบปรามการทุจริต อันดับ ๔ เปึนเรื่อง การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อันดับ ๕ คะแนนเท่ากัน ๓ ด้าน ก็คือ ปฏิรูป ด้านการศึกษา ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ และปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนะคะ ในคําถามที่ ๒ สําหรับการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ๕ ประเด็นที่ควรจะปฏิรูปก่อน ในช่วง ๒ ป้ข้างหน้าคือประเด็นใดบ้าง ตอนที่เก็บคำถามที่ ๑ แล้วนะคะ ส่งคำถามที่ ๒ ไปนะคะ ปรากฏว่าการจัดลำดับในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของกลุ่มที่ออกมำ อันดับ ๑ ยังเปึนเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเหมือนเดิม อันดับ ๒ ที่ได้คะแนนเท่ากัน ในอันดับ ๒ มี ๒ เรื่อง เรื่องแรกเปึนเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ อันดับ ๓ มี ๒ ด้าน ก็คือ เรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ กับเรื่องที่ ๒ เปึ้นเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลภาครัฐ พอมาทําการบ้านหัวข้อที่ ๓ ต่อนะคะว่า จาก ๕ ประเด็นที่จะปฏิรูปในด้านการบริหารราชการแผ่นดินตามที่เราได้มีการเลือกกันมา ๕ ประเด็นนั้น เราควรดําเนินการอย่างไรเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปร่วมกับรัฐบาล

บรรลุผลอย่างเปึนรูปธรรมในช่วง ๒ ป้ข้างหน้านะคะ จากสมาชิกทั้งหมดนั้นเราแบ่งออกเปึน ๓ กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เรื่องที่ฮอต์ (Hot) มาก ๆ ก็คือเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินะคะ กลุ่มที่ ๒ นี่ก็เปึ้นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งซึ่งมองว่างาน เงินและคน มันต้องไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นในกลุ่มที่ ๒ จะทํา ๓ เรื่อง เรื่องการปรับโครงสร้างอํานาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๒ ก็คือปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ เรื่องที่ ๓ ก็คือปฏิรูปการบริหารงานบุคคล

กลุ่มที่ ๓ เรื่องการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดิฉันจะขออนุญาต ให้ผู้จัดทำหรือผู้แทนในแต่ละกลุ่มเปึนผู้นำเสนอ ในกลุ่มแรกก็จะเปึนท่านยงยุทธ์ สาระสมบัติ ในกลุ่มที่ ๒ ดิฉันจะเปึนคนนำเสนอ และกลุ่มที่ ๓ ท่าน พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ ขอเรียนเชิญท่าน พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ค่ะ

พันตํารวจตรี ยงยุทธ์ สาระสมบัติ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ภาพแรก ผมอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอภาพเครื่องบินนะครับ เครื่องบินลำนี้สำหรับผู้ที่เปึน สปช. คงคุ้นกับภาพนี้ดี สำหรับเพื่อน สปท. อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเท่ำไร ที่ผมนำเสนอภาพนี้ ก็คือให้เห็นว่าภาพนี้มีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติที่เปึ้นแผนที่การบินซึ่งมีความสําคัญมาก ในขณะเดียวกันนอกจากเปึนแผนที่การบินที่นำประเทศชาติไปสู่เปัาหมายที่กำหนดแล้ว ก็ยังเปึนห่างเสื้อที่จะให้การดําเนินการของการปฏิรูปหรือการพัฒนาต่าง ๆ นั้นไปสู่เปัาหมาย ขอภาพที่ ๒ ครับ ในภาพที่ ๒ เนื่องจากว่าอยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เราเสนอว่าในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินนั้นต้องพิจารณาทั้ง ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนเหล่านั้นจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ ในการดำเนินการ ทางซ้ายมือของท่านก็คือโครงสร้างหน่วยงานของรัฐที่มีคุณภาพ แล้วก็ถัดไปนะครับ ต้องมีทรัพยากรที่มีคุณภาพและมีความมุ่งมั่น เพราะว่าบุคลากร ของประเทศเรามีคุณภาพพอสมควรแต่ความมุ่งมั่นอาจจะยังไม่มากพอ ประเด็นที่ ๓ กลไกการบริหารที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล ประการที่ ๔ การแสวงหาและจัดสรร ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้นําไปสู่ว่าทางซ้ายมือของท่านก็คือว่าการปฏิรูป ซึ่งถือเสมือนเปึ้นแรงผลัก ขณะนี้เรามี ๓๗ วาระปฏิรูป แล้วก็สำหรับในวาระพัฒนานั้น ก็มีบวก ๆ อยู่นะครับ เดิมเราบอกว่า ๙ ตอนนี้มีเพิ่มจากนั้นแล้ว ทางขวามือของท่าน เราจะเห็นว่าเราจะต้องมีการลดแรงต้านก็คือการสร้างปณิธานร่วม ในการลดแรงต้านนี้ ก็อาจจะมีทั้งลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความไม่เปึนธรรม สร้างปณิธานร่วม พัฒนากฎหมาย และใช้กฎหมายให้เปึ้นธรรม ปัองกันและขจัดคอร์รัปชัน รองรับอนาคตประเทศ และสถานการณ์โลก ความพร้อมที่จะแข่งขันกับต่างประเทศ และอนุรักษ์ค่านิยม ความเปึนไทย ยุทธศาสตร์หลักทั้ง ๒ ประการนี้จะนําไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติที่ได้รับ การใคร่ครวญตรวจสอบอย่างดีและเปึนที่ยอมรับของทุกภาคส่วนเพื่อให้ประเทศไทย

ประเทศของเราพื้นกับดักประเทศกำลังพัฒนาเปึนประเทศพัฒนา ซึ่งในเรื่องของตัวชี้วัด ของประเทศพัฒนานั้นผมจะไม่กล่าวในที่นี้เพราะว่าเวลาของเรามีน้อย จากยุทธศาสตร์ชาติ ก็นำไปสู่ผลประโยชน์แห่งชาติ ผลประโยชน์แห่งชาติ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีอธิปไตย และเข้มแข็งในประชาคมโลก สําหรับ ๕ ประเด็นในการจัดทํายุทธศาสตร์ชาตินั้น กลุ่มที่ ๑ เห็นว่า ๑. จะต้องเสนอประเด็นยุทธศาสตร์ชาติต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บรรจุ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติไว้ในรัฐธรรมนูญก่อนวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ซึ่งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สปท. และคณะกรรมาธิการปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดิน ประการที่ ๒ ให้จัดทํากฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติที่ครอบคลุมเนื้อหาและรายละเอียด เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารยุทธศาสตร์ชาติที่ประกอบไปด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ และสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยให้มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลปัจจุบัน ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกว่าสำหรับ กฎหมายยุทธศาสตร์ชาตินั้น สปช. ได้เห็นชอบกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติไป เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ แล้วเปึ้นที่น่ายินดีว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณากล่าว ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ คือภายหลังหลังจากนั้นนะครับ ขณะนี้ทางรัฐบาลกําลังดําเนินการในเรื่องของกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติด้วย และมีการตั้ง คณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ หัวข้อที่ ๓ ให้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ที่ สปช. ได้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทุกจังหวัด จังหวัดละไม่น้อยกว่า ๑๐ อำเภอ รวมทั้งหมด ๙๓๘ เวที

แล้วก็มีข้อมูลอยู่ ๑๓๙,๐๐๐ กว่าข้อมูลนะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะเปึ้นประโยชน์ในการที่จะ ทำยุทธศาสตร์ชาติต่อไป แล้วในยุทธศาสตร์ชาตินั้นในการถามความเห็นของประชาชนนั้น ได้มีการถามว่าท่านมีความเห็นอย่างไรต่ออนาคตประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน ข้อ ๔ เผยแพร่ความรู้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติให้แก่ทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้าใจ และตระหนักถึง ความสำคัญและตลอดจนประโยชน์ที่จะได้รับจากยุทธศาสตร์ชาติ ถัดไปเตรียมทรัพยากร ทั้งหลายเพื่อให้พร้อม เนื่องจากเวลามีจำกัดผมจะขออนุญาตเสนอเฉพาะเรื่องกรอบเวลา ทํางาน ภาพต่อไปครับ อันนี้คือกรอบเวลาทํางานนะครับที่จะกําหนดไปว่ามีกิจกรรมต่าง ๆ แล้วก็มีกรอบระยะเวลาว่าจะทําเมื่อไร ๆ ว่ากฎหมายควรจะผ่านเมื่อไร ยุทธศาสตร์ควรจะได้ เมื่อไร ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ในกลุ่มที่ ๒ ที่เราได้แบ่งกลุ่มภายในกันก็จะดูใน ๓ เรื่อง เรื่องแรก เปึ้นเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๒ เปึ้นเรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณ เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องการปฏิรูปด้านทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ขอนำเรียนอย่างนี้นะคะว่าสภาพ ที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้อย่างไรก็ตามแม้จะมีการนำเสนอ มาตลอดนั้นในความคิดหรือในภาพที่ออกมาก็ยังเปึ้นเรื่องการรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางนะคะ ตอนที่ สปช. มีการศึกษาเรื่องนี้แล้วเราได้โจทย์มาจากรัฐบาลว่าสิ่งที่หลังจากแผนของ ส่วนราชการที่ส่งไปที่ ครม. แล้ว ครม. ก็ส่งมาว่ามี ๒ เรื่องใหญ่ที่จะให้ สปช. ดูก็คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น เรื่องที่ ๑ แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องระบบงบประมาณ สำหรับในเรื่องการปรับโครงสร้างนั้นก็มีหลัก ที่จะต้องดำเนินการต่อไปก็คือลดบทบาทส่วนกลาง แล้วก็ไปเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ส่วนภูมิภาค แล้วก็กระจายอำนาจให้ส่วนท้องถิ่นนะคะ จะต้องมีการบูรณาการ ในการดำเนินงานในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความเปึนเอกภาพ แล้วก็ในเรื่องการกำหนด อำนาจของส่วนกลางนั้นก็คงจะเอาเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องหลัก ๆ ที่ไม่สามารถ ที่จะแบ่งไปได้ อย่างเช่นเรื่องความมั่นคง เรื่องยุติธรรมหรือเรื่องการต่างประเทศ เน้นการปฏิบัติงานเชิงพื้นที่ ตรงนี้เราจับแผนยุทธศาสตร์ชาติเปึนตัวตั้ง จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ ลงไปเปึนแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวง ทบวง กรม แล้วตรงนี้แผนพัฒนาจังหวัดจะต้องมา สอดรับกับยุทธศาสตร์หรือว่าให้มันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวง

ทบวง กรม ซึ่งในส่วนของแผนจังหวัดนั้นจะประกอบด้วยทั้งส่วนที่เปึนการดำเนินงำน หรือความต้องการในพื้นที่ แล้วก็ส่วนที่เปึนภารกิจหลักของส่วนราชการในส่วนกลาง ประกอบด้วยถึงจะออกมาเปึนแผนจังหวัดที่สมบูรณ์ ซึ่งตรงนี้มันก็จะมีกระบวนการ ในการดำเนินการ อย่างไรก็ตามในเรื่องการปรับโครงสร้างตรงนี้ สิ่งที่สำคัญที่ได้เปึนข้อเสนอ ส่วนหนึ่งไว้อยู่แ ล้วก็คือจะต้องพยายามแยกเรกูเลเตอร์ (Regulator) กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) ออกจากกัน นั่นก็คือการดำเนินการในเรื่องนี้นอกจากส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมแล้วจะต้องไปโยงกับองค์กรอิสระอื่น ๆ ซึ่งก็อาจจะมีทั้งองค์การมหาชน แล้วก็รัฐวิสาหกิจประกอบด้วย แน่นอนในการดําเนินการที่ผ่านมาหรือว่าในช่วงต่อไป ถ้าจะให้เกิดเรื่องนี้ประสบผลสำเร็จจะต้องประสานงานกับส่วนราชการซึ่งเปึ้นผู้ที่รับผิดชอบ ในภารกิจหลักของเขามีหน้าที่กำหนดไว้ตามกฎหมายนะคะ จะต้องประสานกับ ก.พ.ร. ซึ่งเปึนผู้มีอำนาจเกี่ยวกับเรื่องการกำหนดโครงสร้างและระบบงาน แล้วก็ประสานกับทาง ก.พ. ซึ่งเปึนคนดูเรื่องกําลังคนภาครัฐนะคะ ในส่วนเรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณนั้น ที่จริงในส่วนนี้อยากจะนําเรียนว่าทาง สปช. ได้ทำโดยความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย แล้วก็สำนักงบประมาณอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

แล้วก็มีการดำเนินการ มีการทดลองจะนำไปทดลองในพื้นที่ เรามองว่าเรื่องงบประมาณ เปึ้นเรื่องที่สำคัญ ถ้าใช้งบประมาณเปึนตัวนำแล้วโอกาสที่จะขับเคลื่อนระบบโดยรวมที่จะให้เกิด ผลสำเร็จมีค่อนข้างสูง แล้วตอนนี้ทราบจากท่านอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าได้มี การหารือเจรจาในส่วนหนึ่งแล้ว ก็คิดว่าในการดําเนินการต่อไปในเรื่องการปฏิรูป ระบบงบประมาณซึ่งมีทั้งแอเรีย เบส (Area based) กับฟังก์ชัน เบส (Function based) คงจะสามารถดําเนินการได้ประสบผลสําเร็จ ในส่วนนี้ก็ต้องยึดแผนยุทธศาสตร์ของ ส่วนภูมิภาค แล้วก็แผนพัฒนาส่วนภูมิภาคเปึนหลัก แล้วก็ประเมินผลความสำเร็จ ในการดําเนินการด้วย ในส่วนเรื่องกําลังคนในเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ก็จะใช้หลักระบบคุณธรรม ซึ่งในการนำเสนอที่ผ่านมาเน้นเรื่องการแต่งตั้งระดับสูง ก็เหมือนว่าหัวจักรหรือหัวขบวนนั้นถ้าได้ผ่านกระบวนการที่ใช้หลักระบบคุณธรรมแล้ว การที่ลงไประดับล่าง ๆ มันก็จะเกิดเรื่องระบบคุณธรรมตามมา ฉะนั้นที่สำคัญอีกอันหนึ่ง เรามองว่าระบบการประเมินผล ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่ได้รับ การฟ้ดแบก (Feedback) มาจาก หลายภาคส่วนการใช้กำลังคนให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังไม่ได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ ก็ถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่จะทําตัวชี้วัดในเรื่องการประเมินผล การปฏิบัติงานก็เปึ้นเรื่องที่สำคัญ แล้วท้ายที่สุดก็จะต้องพัฒนำกระบวนการบริหารงานบุคคล ให้ร้องรับการปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดินโดยรวม เพราะฉะนั้นในกระบวนการ ทำงานเรื่องนี้เพื่อจะให้เกิดผลสำเร็จคาดหวังในช่วง ๒ ป้ในอนาคตต้องทำงานร่วม อย่างใกล้ชิดกับส่วนราชการ ก.พ.ร. แล้วก็ ก.พ. แล้วก็รวมทั้ง ก อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะ