สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘

วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ หารือเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองและการใช้อำนาจทางการเมืองที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยเสนอแนวคิดที่จะทำให้การเข้ามาในระบบการเมืองมีความหลากหลาย และยังต้องมีการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐอย่างเข้มข้น เพื่อส่งเสริมการเมืองที่มีค่านิยมประชาธิปไตยที่แท้จริง

นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ในกลุ่มที่ ๑ นั้นเปึนกลุ่มด้านการเมือง ก็มีสมาชิกประมาณ ๑๕ ท่านด้วยกัน ซึ่งเราได้ตกผลึกร่วมกันครับว่าปัญหาสําคัญเร่งด่วนที่สมควรจะนํามา พูดคุยกันในเวทีแห่งนี้มี ๕ เรื่องด้วยกัน เมื่อสักครู่เรื่องที่ ๑ นั้นท่านทราบไปแล้วนะครับ เรื่องปรองดอง ผมจะลงรายละเอียดในเรื่องที่ ๒ เรื่องของการเข้าสู่ตำแหน่งและการใ ช้ อำนาจทางการเมืองที่สุจริตและเที่ยงธรรม เปึนที่ทราบกันดีนะครับว่าเรานั้นอยู่ใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข นั่นคือเปัาหมาย ในอนาคตที่เราต้องไปให้ถึง แล้วเราก็รับรูปแบบสําคัญคือระบบรัฐสภามาใช้ ดังนั้นเราจึงหนี้ การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองไม่พ้น ใน ๒ กรณีที่ตกผลึกร่วมกันคือ ๑. ในมิติการเลือกตั้ง และ ๒. ก็คือมิติของการสรรหา ซึ่งรายละเอียดของมิติการเลือกตั้งนั้นจะมีองค์ประกอบ สำคัญที่เราต้องมองให้ครอบคลุมประมาณ ๔ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ คือพื้นฐาน ของการเลือกตั้งก็คือประชาชน เมื่อเปึน เจ้าของอํานาจอธิปไตยแล้วทําอย่างไร จะให้ประชาชนนั้นมีคุณภาพที่จะเหมาะสมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง ใช้สิทธิ ใช้เสียงอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม นี่คงเปึนหน้าที่ครับที่กลุ่มการเมืองจะต้องไปออกแบบเหมือนกันว่าจะปรับบุคลิกภำพ ทัศนคติของประชาชนให้เกื้อกูลกับระบอบการเมืองได้อย่างไร ส่วนที่ ๒ ก็คือนักการเมือง แล้วก็พรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำอย่างไรเราจะถึงปรัชญาสูงสุดของเรา ในระบบผู้แทนที่เรียกว่าจะได้ผู้แทนที่ดีขึ้นมา ทำอย่างไรถึงจะมีการตรวจสอบ อย่างเอาจริงเอาจังที่จะได้นักการเมืองที่เปึนตัวอย่าง มีข้อเสนอมากมายครับ ซึ่งมีสมาชิก หลายท่านนั้นได้ยกตัวอย่างในกรณีของ สปช. ที่ได้คิดรูปแบบการเสียภาษีย้อนหลัง ของนักการเมืองอย่างเคร่งครัด หรืออีกหลาย ๆ มาตรการที่จะทำให้เราได้นักการเมือง ที่จะเปึนระบบตัวแทนที่ดีมีคุณภาพเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้พรรคการเมืองเองเช่นกัน ถูกครห้ามาตลอดว่าเปึ้นพรรคการเมืองนายทุน จะทำอย่างไรให้หลุดจากบ่วงคำครหาเช่นนี้ ออกไปให้ได้ มีการเปึนเจ้าของอย่างแท้จริงของประชาชน เปึนพรรคการเมืองของประชาชน อย่างแท้จริง นี่ก็คือเปัาหมายของกลุ่มของเราในส่วนของพรรคการเมือง และแน่นอนครับ เรื่องของการเลือกตั้งนั้นคงหนี้องค์กรกลางที่จะเข้ามาตรวจสอบ

ที่ทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมไม่พ้นคือคณะกรรมกำรการเลือกตั้งก็คงจะมี การพูดถึงการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทยด้วยนะครับ ตั้งแต่ที่มาของคณะกรรมการ การใช้อำนาจของคณะกรรมการนะครับ นี่ก็เปึนตัวอย่างในมิติ ของการเลือกตั้งนะครับ ส่วนในมิติของการสรรหา ต้องยอมรับว่าผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้น เราจะต้องยอมรับว่าคงมิได้หมายถึงมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว กระบวนการสรรหา เปึนการลดช่องว่างครับที่ทำให้คนดีอีกประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถไปแข่งขันการเลือกตั้งนั้น เข้ามาทํางานการเมือง ซึ่งทําอย่างไรครับที่จะทําให้เห็นว่าการเข้ามาในประตูนี้นั้น มีคณะกรรมการที่เข้มแข็งที่น่าเชื่อถือที่กรองคนเอาจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เข้ามาได้ โดยมีหลักการสำคัญว่าทำอย่างไรถึงเปึ้นที่ยอมรับของกลุ่มสาขาอาชีพทุกสาขา ไม่มีการจัดตั้งคะแนนลักษณะบล็อกโหวต (Block Vote) นะครับ คุณสมบัติผู้ได้รับ การสรรหาควรมีความหลากหลายมาจากทุกภาคส่วนด้วย นี่ก็เปึ้นเปัาหมายที่เราวางคร่าว ๆ ในระยะจํากัด ในส่วนของการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองนะครับ ส่วนประเด็นที่ ๓ คือการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในห้วงเวลา ๖ ๔ ๖ ๔ สองป้นี้ที่เราอยากเห็นว่าพระเอก ของเรื่องนั้นคือใคร ใครเปึ้นผู้ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ถ้าในความเปึ้นจริงเราต้องยอมรับ อำนาจนั้นเปึนของปวงชนชาวไทย อำนาจอธิปไตยสูงสุดเปึนของประชาชน แต่เราใช้ระบบ รัฐสภา ดังนั้นองค์ประกอบที่ ๑ คงหนีไม่พ้นครับที่เปึนหน้าที่อย่างเปึ้นทางการ อย่างมากเลยก็คือทําอย่างไรเราจะออกแบบระบบรัฐสภามีกา รค้านอํานาจได้อย่างมี เหตุผลอย่างถูกต้อง มีการยกตัวอย่างบอกว่ารองประธานสภา คนที่หนึ่ง ควรมาจากฝ์ายค้าน หรือประธานกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องธุรกิจ เรื่องงบประมาณต้องมาจากฝ์ายค้านเสมอ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาต้องผ่าน การตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเวลานั้นค่อนข้างจํากัด นอกจากนี้เราคงต้องมองไปถึงในองค์กรที่ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐอีกมิติหนึ่งก็คือของศาล ของศาลปกครอง ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอํานาจพิเศษที่ว่านี้เข้ามาแทรกแซงการเมืองนี่ มากน้อยเพียงใด แล้วทำให้ระบบการเมืองโดยรวมนั้นมีความชอบธรรมอย่างไร คงหนีไม่พ้น กับอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่าองค์กรอิสระ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอมากมายบอกว่าองค์กรอิสระ บางอย่างนั้นยังทำหน้าที่ให้กับรัฐบาลควรนิยามให้ชัดเสียอย่างเช่นดีเอสไอ (DSI) หรือกรณี ของอัยการสูงสุด นอกจากนี้ว่ากรรมการองค์กรอิสระต้องควรเป่ดเผยบัญชีทรัพย์สิน

และหนี้สินต่อสาธารณชนนะครับ และแน่นอนครับเราจะตรวจสอบอำนาจรัฐนั้น อำนาจที่แท้จริงเปึ้นของประชาชน ภาคประชาชนก็คือหัวใจสำคัญในการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ เราจะนิยามภาคประชาชนให้มีบทบาทมากน้อยเพียงใดก็คงเปึ้นหน้าที่ของ กรรมการกลุ่มนี้เช่นกันนะครับ ขอไปหัวเรื่องที่ ๔ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ให้เปึ้นรูปธรรมใน ๒ ป้โดยประมาณจากนี้ไปนะครับ องค์ประกอบที่สำคัญที่เกี่ยวข้องก็คือ สถาบันทางการเมืองทุกสถาบันทางการเมืองเกี่ยวข้องหมดเลย ทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยน ทัศนคติค่านิยมที่ไม่ให้สถาบันทางการเมืองนั้นเข้าไปอยู่ในระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนนะครับ โดยเฉพาะสถาบันทางการศึกษาทั้งหลายควรมีหลักสูตรที่ปฏิเสธเรื่องของการเกื้อกูลกัน กับการยอมรับในระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนที่เล่นพรรคเล่นพวกกัน ทำอย่างไรที่จะทำให้พลเมืองนั้น มีค่านิยมใหม่ที่จะส่งเสริมคนดีเข้าทํางานทางการเมือง คงเปึนรายละเอียดอีกมากมายนะครับ และคงจะเปึนเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวพันกับการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติเหมือนกัน ดังนั้น ค่านิยมทางการเมืองนั้นจะต้องไปผูกไว้ในแผนพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ดี หรือองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ทําหน้าที่เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองไม่ว่าจะเปึน ในส่วนของสภาพัฒนาการเมือง จะปรับปรุงหรือรื้อฟุ๋นอย่างไร สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติจะทำอย่างไร รวมสิ่งที่สำคัญก็คือพรรคการเมืองเองนั่นเองจะมีค่านิยม ทางการเมืองที่ไปปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไรนะครับ แล้วสุดท้ายครับ เวลาน้อยมากเลย ก็คือเราพูดถึงเรื่ององค์กรกลางในช่วงของการเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ยังเปึน ข้อถกเถียงยังเปึนประเด็นที่ยังไม่ได้หารืออย่างชัดแจ้ง ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน พอสังเขปดังนี้ครับ ขอบพระคุณครับ