สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้ เมื่อเลิกประชุม ๙๒ คน
นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๖๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ด การประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๑.๑ รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๐ อนุมัติให้มีการถ่ายทอดการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๐ เปึ้นต้นไป ดังนั้นในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกครั้งจะมี การถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๑.๒ รับทราบเรื่องการขอลาออกจากตําแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ด้วยนายวรากรณ์ สามโกเศศ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอลาออกจากตำแหน่ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ดังนั้นสมาชิกภาพของ นายวรากรณ์ สามโกเศศ จึงเปึ้นอันสิ้นสุดลง จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องพิจารณากรอบระยะเวลาเบื้องต้นในการจัดทำ ร่างรั่ฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรั่ฐธรรมนูญ

ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๙ มาตรา ๒๙ บัญญัติให้สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันเป่ดประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก และที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๓ วันจันทร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๐ ได้มีมติตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓๕ ท่านแล้ว บัดนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณากำหนด กรอบระยะเวลาเบื้องต้นในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว และได้เสนอมาเพื่อให้ สภาพิจารณา

ดังนั้นผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ ท่านกรรมาธิการ ทั้งหมดนะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญทางคณะกรรมาธิการจะให้ท่านผู้ใดเปึ้นผู้ชี้แจงครับ เชิญเลยครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ ผมในนามคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ ได้ขออนุญาตเปึ้นฝ์ายชี้แจงแทนท่านกรรมาธิการในเรื่องกรอบระยะเวลาเบื้องต้น ผมเน้นคำว่า เบื้องต้น เพื่อจะเรียนว่าก็จะได้หารือกันในที่ประชุมนี้นะครับว่าท่านทั้งหลาย เห็นตรงกันกับกรรมาธิการยกร่างฯ หรือไม่ อย่างไรบ้าง นะครับ ตามรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๙ (ฉบับชั่วคราว) นั้นได้กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องทำการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา ๑๘๐ วัน หมายความว่านับตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๐ ซึ่งนับตาม จำนวนวันแล้ว ๑๘๐ วันจะไปจบวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เปึนเวลา ๑๘๐ วันพอดี ในช่วง ระยะเวลาระหว่างวันที่ ๘ มกราคม ถึง วันที่ ๖ กรกฎาคมนั้นฝ์ายกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดระยะเวลาเปึนเบื้องต้นนะครับ เพื่อให้มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อการทำงาน ได้อย่างชัดเจน ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิกสภาร่างฯ ทุกท่านอย่างนี้ครับว่า

ในส่วนแรกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดหลักการกว้าง ๆ หมายถึง ๓๕ คน โดยรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและประชาชนควบคู่กันไป ซึ่งกำหนดเวลาไว้ประมาณ ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ถึง วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เรียนท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อมีความเข้าใจตรงกันว่าไม่ได้หมายถึงว่าจะรับฟัง เฉพาะ ๑๕ วันเท่านั้น จากท่านสมาชิกหรือจากประชาชนเท่านั้น อย่างที่หลายฝ์ายอาจจะเข้าใจ ไม่ตรงกัน ความจริงกำหนดเวลาการรับฟังความคิดเห็น สสร. คือพวกเราทั้งหลายกับประชาชน คงต้องรับฟังไปตลอดระยะเวลาของการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่าที่เขียนไว้หมายถึง จุดเริ่มต้นซึ่งอาจจะรับฟังกันนะครับ ระหว่างวันที่ ๒๕ ถึง วันที่ ๘ กุมภาพันธ์นั้นนะครับ

หลังจากนั้นคณะอนุกรรมาธิการซึ่งทางกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แบ่งเปึน ๓ ชุดย่อยนะครับ ชุดที่ ๑ นั้นเปึ้นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เรื่องการมีส่วนร่วม เรื่องการปกครองท้องถิ่น เรื่องการกระจายอำนาจนะครับ ซึ่งมีท่านชูชัย ศุภวงศ์ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เปึนประธานนะครับ ชุดที่ ๒ นั้นเปึนชุดสถาบัน การเมืองนะครับ ก็มีท่านจรัญ ภักดีธนากุล เปึนประธาน ชุดที่ ๓ นั้นเปึนชุดที่ไปดูเรื่ององค์กร อิสระและศาล มีท่านวิชา มหาคุณ เปึนประธาน เราจะใช้เวลาอีกประมาณ ๑๕ วัน ตั้งแต่ วันที่ ๙ ถึง วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาร่างฯ ว่าความจริง กลุ่มย่อยทั้ง ๓ กลุ่มได้เริ่มงานไปแล้วนะครับ ควบคู่ไปกับการประชุมของกรรมาธิการชุดใหญ่ ๓๕ คนนะครับ ซึ่งก็จะมีระยะเวลาประมาณ ๒ – ๓ อาทิตย์โดยประมาณ แต่ว่านี่คือ กรอบระยะเวลากว้าง ๆ นะครับ

ช่วงที่ ๔ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณารายละเอียดของหลักการ ที่คณะอนุกรรมาธิการเสนอ ใช้เวลา ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๑๐ มีนาคม นะครับ โดยในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวข้างต้นนะครับ ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะขอรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการของ สภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปึ้นทางการนะครับ ผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอยู่ ๓ – ๔ ชุด ด้วยกันนะครับ ชุดที่เปึนกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นกลางอยู่ชุดหนึ่งนะครับ เข้าใจว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เปึนประธาน มีชุดจาก ๔ ภาค ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง และก็มีชุดของ ๗๖ จังหวัด และมีชุดที่รับฟังองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย นะครับ ก็ขออนุญาตว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะขอพบปะอย่างเปึ้นทางการกับทางกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเปึนทางการ โดยระยะเวลาอยู่ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๑๐ มีนาคม โดยรายละเอียดผมคิดว่าเท่าที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้หารือกัน กรรมาธิการยกร่างฯจะไปต่างจังหวัดเพื่อหารือกันระหว่างวันที่ ๕ ถึง ๑๐ มีนาคม ในช่วงที่ ๔ นะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงของการรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการของ สภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลายก็อาจจะตกวันที่ ๒๗ ๒๘ หรือ ๑ มีนาคมได้ ผมขออนุญาต กราบเรียนเพิ่มเติมว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้วางการประชุมไว้ของ กรรมาธิการเองนะครับว่า อาทิตย์หนึ่งจะประชุม ๓ วัน คือวันอังคารตอนบ่าย ๒ โมง วันพุธ ตอนเช้า ๐๙.๓๐ นาฬิกาเปึนต้นไป และวันพฤหัสบดี ๐๙.๓๐ นาฬิกาเปึนต้นไปเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นช่วงของการรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการชุดต่าง ๆ นี้ คือวันที่ ๒๗ ๒๘ กุมภาพันธ์ หรือ ๑ มีนาคม ๓ วันนี้เปึนช่วงที่อาจจะมีความเหมาะสมที่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญอยากฟังความเห็นอย่างเปึ้นทางการจากท่านกรรมาธิการทั้งหลาย ซึ่งผมได้คุยอย่างไม่เปึ้นทางการก็ทราบว่าภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์น่าจะเปึ้นเวลาที่เหมาะสม แล้วที่ท่านกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้รับฟังมาส่วนหนึ่งนะครับ และสามารถสรุปเปึนความเห็นที่จะหารือกันได้ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ในส่วนที่ ๕ คือฝ์ายเลขานุการของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญในรูปของกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๐ มีนาคม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในการประชุมของกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ได้หารือกันว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๓๕ คน กับอนุกรรมาธิการจะไปหารือกันในรายละเอียดของการ ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าไม่จําเปึนต้องทําในรูปของกฎหมายโดยตรง เราจะมีที่มกฎหมาย ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากท่านรองเลขานุการของกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านอัชพร จารุจินดา ท่านดำรงตำแหน่งเปึนรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย ได้จัดเจ้าหน้าที่จากกฤษฎีกา ประมาณ ๑๐ ท่านมาช่วยในการจัดทำยกร่างฯ เปึนตัวบท ก็จะใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน ซึ่งอาจจะไม่ถึง ๑๐ วันก็ได้นะครับ เวลาอาจจะน้อยกว่านี้ เพราะว่าการยกร่างฯ ตัวบท ก็อาจจะ ยกร่างฯ ควบคู่กันไปกับกรรมาธิการยกร่างฯ เลยนะครับ

ส่วนที่ ๖ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ใช้เวลาทั้งหมด ๓๐ วัน อันนี้คือกรรมาธิการยกร่างฯ ๓๕ คนก็จะฟังความเห็นนะครับ คุยกันแล้ว ดูแล้วก็จะมาปรับแก้ว่ารายมาตราที่ฝ์ายเลขาฯ ฝ์ายกฤษฎีกาได้ช่วยกันยกร่างฯ นั้นจะเห็นตรงกันหรือไม่อย่างไรบ้าง เพราะว่าตอนเขียนหลักการกับตอนร่างกฎหมายก็อาจจะ มีความเห็นที่แตกต่างกัน ส่วนนี้จะใช้เวลาตั้งแต่วันที่ ๒๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ซึ่งผมเองก็ได้หารือกับกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับว่าคงต้องรับฟังความเห็นอย่างเปึน ทางการของกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึนครั้งที่ ๒ อย่างเปึ้นทางการ ก็คิดว่าระหว่างวันที่ ๒๑ ถึง วันที่ ๑๙ เมษายน อาจจะรับฟังท่านได้ในวันที่ ๒๗ ๒๘ ๒๙ มีนาคมนะครับ ๒๗ ๒๘ ๒๙ มีนาคม อาจจะเปึนช่วงที่กรรมาธิการยกร่างฯ จะขอพบ อย่างเปึ้นทางการกับกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ของสภาร่างฯ นะครับ

ช่วงที่ ๗ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญและ คำชี้แจงความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และพิมพ์เผยแพร่ ๗ วัน อันนี้ก็สืบเนื่อง กับการที่ข้อ ๖ นะครับ ซึ่งเราจะส่งร่างให้เสร็จภายในวันที่ ๑๙ เมษายน วางหลักว่าวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ร่างแรกต้องเสร็จสิ้นนะครับ เมื่อร่างแรกเสร็จสิ้นแล้วจะต้องมีการทำ คำชี้แจงความแตกต่าง และก็พิมพ์เผยแพร่ ใช้เวลา ๗ วันครับ ขออนุญาตใช้เวลา ๗ วัน ซึ่งส่วนนี้เองกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้หารือกันนะครับว่าการพิมพ์เผยแพร่ นั้นจะใช้จำนวนเท่าไรได้หารือกันไปคร่าว ๆ ว่าอาจจะใช้จังหวัดละประมาณ ๑๐,๐๐๐ ฉบับ ด้วยกัน ถ้า ๑๐,๐๐๐ ฉบับ ๗๖ จังหวัดก็ ๗๖๐,๐๐๐ ฉบับ รวมแล้วอาจจะพิมพ์สัก ๑ ล้านชุด โดยประมาณนะครับ เพื่อส่งไปเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ อยากเรียนว่าช่วงนี้ไม่ใช่การเผยแพร่ เพื่อลงประชามตินะครับ แต่เปึนการเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรตาม รัฐธรรมนูญและองค์กรต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้นะครับ

ถัดมาเปึนช่วงที่ ๘ ครับท่านสมาชิกครับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรและประชาชน รวมทั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เสนอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ส่วนนี้ก็เปึ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ที่บอกว่า ต้องให้เวลา ๓๐ วันเพื่อให้กรรมาธิการชุดต่าง ๆ รวมทั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและ องค์กรต่าง ๆ ๑๓ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นได้เสนอความเห็นมายังกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ๓๐ วันก็จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน ไปเสร็จสิ้นวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๓๐ วันนี้ขยับไม่ได้นะครับ เพราะว่าเปึ้นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กําหนดว่าต้องให้ เวลาอย่างเต็มที่ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

ถัดมาประเด็นที่ ๙ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาความเห็นจาก ฝ์ายต่าง ๆ และคำแปรญัตติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมจัดทำรายงาน การพิจารณาเพื่อเสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑๕ วัน ก็จะตกวันที่ ๒๗ ถึง วันที่ ๑๐ มิถุนายน เสร็จแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญก็พิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบในมาตราที่สมาชิก ขอแปรญัตติไว้หรือที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เสนอ รวมทั้งตรวจร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๒๕ วัน ระหว่างวันที่ ๑๑ มิถุนายน ถึง วันที่ ๕ กรกฎาคม ก็คือหมายความว่าหลังจากที่ กรรมาธิการยกร่างฯ ส่งร่างที่ ๒ ให้ ซึ่งจะส่งให้ภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ผมเรียนทบทวน อีกที่ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะส่งร่างมา ๒ ร่าง ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๙ เมษายนเปึ้นร่างแรก ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๐ มิถุนายนซึ่งเปึนร่างที่ ๒ หลังจากนั้น ก็จะเป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญพวกเราด้วยกันเองได้อภิปรายกันทั้งหมด ๒๕ วัน ๒๕ วันนี้นับถึงวันที่ ๕ กรกฎาคม เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ เราอาจจะทำเสร็จสิ้นก่อน วันที่ ๕ กรกฎาคมก็ได้ แต่ว่าถ้าตามกำหนดการก็วันที่ ๖ กรกฎาคมต้องเสร็จสิ้น เสร็จแล้ว เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้วก็จะต้องมีการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ หมายเลข ๑๑ ซึ่งระยะเวลาการจัดพิมพ์ซึ่งกรรมาธิการ ยกร่างฯ ได้เขียนไว้คร่าว ๆ คือ ๓๐ วัน ระหว่างวันที่ ๖ กรกฎาคม ถึง วันที่ ๔ สิงหาคม อันนี้ก็เผื่อเวลาเต็มที่ เพราะว่าผมคิดว่าได้หารือกับหลายท่าน โดยเฉพาะท่านประพันธ์ นัยโกวิท ว่าเรามีประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งประมาณ ๔๐ กว่าล้านคน มีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ ๑๘ ล้านครัวเรือนด้วยกัน ผมได้นำเสนอในที่ประชุม ว่าอย่างน้อยน่าจะพิมพ์ ๑๘ ล้านฉบับ คือต้องครบตามครัวเรือนเปึ้นอย่างต่ำที่สุด อาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ฉะนั้นเวลาจัดพิมพ์อาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควรกำหนดไว้ ๓๐ วัน ซึ่งอาจจะลดได้ ท้ายที่สุดครับ ก็จะมีการพิมพ์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๕ สิงหาคม ทำเปึนประกาศของท่านประธาน สสร. จัดให้มีการออกเสียงประชามติภายใน ๓๐ วัน แต่ไม่เร็วกว่า ๑๕ วันนับแต่วันเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ ซึ่งจะตกวันที่ ๕ สิงหาคม ไปถึง วันที่ ๓ กันยายน โดยประมาณ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า เรื่องบางเรื่องเปึนเรื่องที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้หารือกันไปล่วงหน้า แต่มาเกี่ยวพันกับ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ผมขออนุญาตย้ำบางประเด็นอีกที่ว่าที่ใคร่ขอหารือ ในบางประเด็นก็คือวันที่ ๑๙ เมษายนจะส่งร่างที่ ๑ ให้แก่สภาร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๐ มิถุนายนจะส่งร่างที่ ๒ ให้ แล้วก็สภาร่างรัฐธรรมนูญจะมีเวลาประมาณสัก ๒๕ วัน ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวข้างต้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก กราบเรียน ท่านประธานครับว่าท่านสมาชิกจะมีประเด็นอะไรที่จะแก้ไขเพิ่มเติม เพราะว่าเปึนกรอบ ร่างเบื้องต้นที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้หารือกัน ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

จากที่ชี้แจงมา โดยเฉพาะวันสุดท้ายตรงช่วงที่ ๙ คือวันที่ ๑๑ มิถุนายน ถึง ๕ กรกฎาคม ที่สภาจะพิจารณา แต่จริง ๆ แล้วจากวันสุดท้ายเปึนวันที่ ๖ ตามที่ท่านเลขาฯ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ชี้แจง แล้วท่านก็บอกแล้วล่าสุดคือวันที่ ๕ คงจะพยายามให้เสร็จก่อนนั้น ไม่ไปเสร็จในวันสุดท้าย ที่เราจะรับกัน ก็คงไม่จำเปึน เชิญท่านสมาชิกครับ เชิญท่านวิทยา ครับ

นายวิทยา คชเขื่อน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม กำนันวิทยา คชเขื่อน ถามเบื้องต้นนะครับ ที่มีหนังสือพิมพ์ลงข่าวนะครับ ไม่ใช่ไป ทะเลาะกับกรรมาธิการนะครับ แต่ว่าอยากจะขอให้ทำความเข้าใจกันหน่อยว่าการให้ข่าว หนังสือพิมพ์บางอย่างก็ให้คิดไตร่ตรองให้ดีว่ามันมีผลกับเราหรือเปล่า อันนี้ก็ขอฝากไว้สำหรับเรื่องนี้แค่นี้นะครับ ว่าจริง ๆ แล้วลงหนังสือพิมพ์ไปแล้วนี่ว่า เราทำงานช้า หรืออาจจะเปึ้นทำนองว่าพูดมากนะครับ ก็ยอมรับนะครับ คนที่พูดมากก็ขึ้นอยู่ ข้างบน้อยู่แล้ว เหลือแต่คนที่พูดน้อยอยู่ข้างล่างก็คงจะน้อยลงนะครับ ขอต่อเรื่องของผม นะครับ ข้อความที่กระผมจะอภิปรายต่อไปนี้ หากว่าเปึนประเด็นเดียวกันกับที่ท่านอภิปราย ไปแล้วก็ขอถือว่ากระผมมีใจตรงกับท่านนะครับ หากกระผมพูดก่อนก็ถือว่า ท่านมีความคิด ตรงกับผมนะครับ เหตุเกิดก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธาน ท่านสมาชิกทั้งหลาย คงจะทราบนะครับว่ามันเกิดความยุ่งยากที่แก้ปัญหาไม่ได้ ก็ขอบคุณที่ คมช. เข้ามา แก้ปัญหานะครับ สิ่งเหล่านั้นก็ทำให้เกิดภาพรวมว่าการเกิดการคอร์รัปชั่น (Corruption) การซื้อ เสียงเลี่ยงภาษี หนีความจริง สุดท้ายก็ต้องทิ้งประชาชน การคอร์รัปชั่นนะครับ เปึนการฉ้อ ราษฎร์บังหลวงที่มโหฬารที่สุดนะครับ ผลประโยชน์ทับซ้อนมากที่สุดทำเรื่องผิดให้เปึ้นเรื่องถูก ทำเรื่องถูกให้เปึ้นเรื่องผิด โดยมีนักกฎหมายชั้นน้ำให้ความช่วยเหลือนะครับ

ประเด็นที่ ๒ การซื้อเสียงนะครับ ก็ต้องยอมรับว่าการซื้อเสียงมากจริง ๆ นะครับ ซื้อเสียงแล้วยังมาซื้อพรรคการเมือง ซื้อ กกต. ต้องขออภัยนะครับที่ไม่ใช่ กกต. ชุดนี้นะครับ อีกหน่อยก็คงจะต้องซื้อประเทศ และก็ต้องขายประเทศ นั่นคือภัยันตรายใหญ่หลวง ผมไม่ได้ เจาะถึงมาตรานะครับ แต่ว่าผมอยากจะฝากท่านประธานถึงกรรมาธิการว่าให้พิจารณาไป แต่ละเรื่องว่าสิ่งที่เปึนปัญหาเราจะแก้ไขอย่างไร

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องภาษีนะครับ ผมไม่เข้าใจว่าการเมืองเข้าไปครอบงำเรื่องภาษี หรือภาษีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองทำให้นักการเมืองต้องเกิดความเสียหายนะครับ นี่คือกระบวนการภาษี เรื่องของการหนีความจริง ความเปึนจริงนะครับ ความเปึนจริงทั้งหลาย ก็กลายเปึนเท็จ ความเปึนเท็จก็กลายเปึนจริง หนี้การอภิปรายจนทําให้เกิดความวุ่นวาย ในบ้านเมือง ถ้ามันไม่จบลงในสภามันก็ต้องไปคุยกันข้างนอก ถ้าพูดข้างนอกไปแล้วใครจะไป ตามไปตอบได้ ถ้าตอบไม่ได้มันก็ต้องเปึนปัญหาของสังคม ซึ่งจะต้องเกี่ยวพันมาถึงประเทศชาติ ด้วยนะครับ

และก็เรื่องที่ ๔ ก็คือกระบวนการยุติธรรม ศาลนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเปึน ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลเยาวชน ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ทราบจะมีศาลอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกนะครับ แต่เราก็แก้อะไรไม่ค่อยได้นะครับ อาจจะมี ศาลเลือกตั้งหรือศาลที่ไม่เลือกตั้งเข้ามาก็ได้ ถ้าหากว่าต้องตามแก้อย่างนั้นมันจะเปึนอย่างไร มันจะเสร็จสิ้นสุดลงเมื่อไร คือจะต้องใช้งบประมาณมากมายเท่าไร มันถึงจะสิ้นสุดนะครับ โดยเฉพาะกระบวนการที่ล่าช้าของศาลนะครับ การตัดสินความโดยเฉพาะเรื่องของการเลือกตั้ง เลือกตั้งพอได้เข้ามาแล้วก็บอกว่าให้ปล่อยไปก่อนจะสอยทีหลัง พอเข้ามาสู่กระบวนการสอย ก็สอยไม่ได้นะครับ ศาลชั้นต้นชนะ ศาลชั้นต้นนะครับ แพ้ไปอุทธรณ์ อุทธรณ์แล้วก็ฎีกา กว่าจะไปจบศาลฎีกาก็หมดวาระพอดี หมดวาระพอดีแล้วทีนี้ข้อบังคับใช้กฎหมายและ การบังคับใช้กฎหมายก็ใช้ไม่ได้ เพราะว่าจะเปึนบังคับเอาทรัพย์สินของเข้ามาเพื่อให้มาชดเชย การเลือกตั้ง ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการนี้ศาลก็คงจะต้องฝากท่านปลัดกระทรวง ให้พิจารณานะครับ ผมจะไม่เอ่ยให้ท่านตอบนะครับ ผมจะพยายามไม่พาดพิงให้ท่านตอบ แต่ว่าให้ท่านคิด ให้ท่านบันทึกลงไปว่าจะเข้าไปแก้ในมาตราไหนนะครับ ในส่วนอีกมาตรา ที่มันระบุชัด ๆ นั่นก็คือ มาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งกําหนดให้รัฐบาลต้องให้งบประมาณกับ กกต. ให้งบประมาณกับองค์กรอิสระ ถ้าหากเปึ้นลักษณะอย่างนี้ ถ้าระบุในรัฐธรรมนูญอย่างนี้ ถ้าเกิดว่านายกฯ หรือ กกต. ไม่เข้ากันมันก็จะไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเข้ากันได้มันก็จะไป อย่างที่เปึนปัญหาปัจจุบันคือขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะกำหนดวันเลือกตั้ง จะกำหนด งบประมาณที่จะให้ ก็ไม่ทราบว่ามันจะเปึนข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ และเปึนข้อดี ข้อเสีย ในรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ขอให้ท่านประธานและท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พิจารณา เรื่องนี้ครับ

ต่อมาลำดับสุดท้ายนะครับ ลำดับสุดท้ายนี้ก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากประวัติความเปึนมาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากหลักฐานที่มีอยู่พอสันนิษฐาน ได้ว่าในสมัยสุโขทัยนั้นแบ่งการปกครองเปึนมณฑล แต่ละมณฑลมีเมืองในสังกัดซึ่งแยก ออกเปึนเมืองเอก เมืองโท เมืองตรี และเมืองจัตวา โดยแต่ละเมืองมีการปกครองคือ เจ้าเมือง หมายถึง ผู้ว่าฯ นายแขวงหรือนายอำเภอ นายแค่ว้นหรือกำนัน หรือนายบ้าน เปึ้นผู้ใหญ่บ้าน ๒. เมื่อ ๑๒๐ ป้ที่ผ่านมาได้มีการทดลองแต่งตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านครั้งแรก ที่อำเภอบางปะอิน พ.ศ. ๒๔๓๕ เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลความทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชนต่างพระเนตร พระกรรณ ๓. ในป้ ๒๔๕๗ มีพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ใช้บังคับ แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้อยู่ในตำแหน่ง ๖๐ ป้ ๔. ต่อมาป้ พ.ศ. ๒๕๓๕ การเมืองเข้ามา เปลี่ยนแปลงอายุการดำรงตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้านเปึนวาระ ๕ ป้ เข้าไปสู่กระบวนการ ทำงานนะครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่มีภารกิจมากมาย ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงยุติธรรม ข้อพิพาท ต่าง ๆ กรมการปกครอง เรื่องของอาชีพ เศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมความเข้มแข็งของ ชุมชน เกษตร เกษตรทฤษฎีใหม่ เรื่องสาธารณสุข เรื่องของสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมก็มี จารีตประเพณี วัดว่า ประเพณี ๑๒ เดือน การรักษาความสงบเรียบร้อย ยาเสพติด ปราบปราม ยาเสพติด ปัองกันอุบัติเหตุในเทศกาลต่าง ๆ ส่วนของการศึกษาก็แก้ปัญหาที่นักเรียน นี่มากมายเหลือเกินครับ ก็นำไปสู่ขบวนการที่ได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ ดำเนินโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราคิดว่าเราทำได้ผล การส่งเสริม ความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเอาชนะความยากจน และการดำเนินงานพลังแผ่นดินเพื่อขจัดสิ้น ยาเสพติด

แล้วมาดูที่ไปที่มาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ผู้ใหญ่บ้านนี่อำเภอจัดการ เลือกตั้งให้ประชาชนในหมู่บ้านเลือก แล้วก็ให้ผู้ว่าฯ เปึนคนแต่งตั้ง กำนั้นก็เหมือนกันครับ จัดการเลือกตั้งโดยอำเภอ โดยเลือกจากผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นให้ประชาชนเลือกเสร็จแล้ว ก็ผู้ว่าฯ เปึนคนแต่งตั้ง สลับที่จะไปนะครับ มันไม่ใช่เปึนความยุ่งยาก ไม่ใช่เปึนอิทธิพล ไม่ใช่ เอาออกไม่ได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านถ้าขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามของการ เปึ้นผู้ใหญ่บ้าน ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ หมดวาระ ๕ ป้ ๓. ตาย ๔. ได้รับอนุญาตให้ลาออก ๕. หมู่บ้าน ที่ปกครองถูกยุบ ๖. ไปเสียจากหมู่บ้านที่ต้นปกครองอยู่เกิน ๓ เดือน และ ๗. ราษฎรผู้มีสิทธิ เลือกผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านนั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งร้องขอให้ลาออกจากตำแหน่ง มันง่ายเหลือเกินในการไปนะครับ ผู้ว่าฯ สั่งให้ออกก็ออกได้ ทำผิดประเพณีศีลธรรมก็ออกได้ ชาวบ้านเกินกว่าครึ่งก็ให้ ออกได้ มันไม่ใช่เปึนสิ่งที่เปึนอิทธิพลอย่างที่นักการเมือง อย่างที่หลายฝ์ายเอามาอ้าง เพื่อรังแก่ ขออนุญาตใช้คำว่า รังแก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน นะครับ สำหรับกำนันก็ไม่ต่างกันนะครับ ในการพ้นจากตำแหน่ง เพราะฉะนั้นในข้ออ้างที่นักการเมืองหลาย ๆ ท่านบอกว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านถ้าอยู่นาน ๆ จะมีอิทธิพล มันไม่ใช่ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ การเลือกตั้งบ่อย ๆ ทำให้เกิดความแตกแยกสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชน ในหมู่บ้าน ในตําบลนะครับ ๒. การเมืองเข้ามาครอบงําทําให้เสียความเปึนกลางในการบริหารงาน ๓. การเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใหญ่บ้านก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย กำนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ถ้าไม่ให้ความร่วมมือพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองก็จะมาบีบ ในส่วนนี้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยได้เรียกประชุมและก็มีมติกันว่า กรณีนี้เราอยากออกมาจากการครอบงำของนักการเมือง แต่ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม คือทำหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เหมือนเดิม แต่ว่าขออนุญาตที่จะเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตที่จะเข้าไปรับใช้ส่วนพระองค์ อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำหรับกระผม ก็ขออนุญาตเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เชิญท่านสมาชิกครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เขาเสนอกรอบเวลาทำงานนะครับ ขอให้การอภิปราย อยู่ที่เรื่องกรอบของเวลาทำงานนะครับ เนื้อหานั้นเนื่องจากได้เป่ดให้อภิปรายไปที่หนึ่งแล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา เพราะกรรมาธิการท่านจะได้ชี้แจงได้ว่ากรอบที่เขาเสนอ จะรับ ไม่รับ แล้วมันมีปัญหาอย่างไรหรือไม่ ขออนุญาตต่อด้วยท่าน สสร. พิเชียร นะครับ แล้วตามด้วยท่านวัชรา เชิญครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สสร. ที่รักทุกท่านนะครับ กระผม นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. เลขที่ ๔๕ นะครับ ประธานคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ขออนุญาตเรียนถามทางกรรมาธิการ ยกร่างฯ นะครับที่ได้ทํากรอบในเรื่องของระยะเวลาเบื้องต้นในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ประเด็นแรกก็คือในหัวข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกําหนดหลักการกว้าง ๆ โดยรับฟังความคิดเห็นของ สสร. และประชาชนควบคู่กันไป (๑๕ วัน) แล้วก็ได้มีลูกศร ขีดกรอบเวลามาถึงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ กระผมมีความเห็นดังนี้นะครับ เพราะว่าเท่าที่ ได้สอบถามจากพี่น้องประชาชนกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อน สสร. หลายท่านบอกว่ากรอบเวลา ตรงนี้รู้สึกจะสั้นไปสักนิดหนึ่ง อยากจะขอความกรุณาได้ช่วยขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็น ของทั้ง สสร. และก็ของประชาชนให้ยาวออกไปสักหน่อยนะครับ จะเปึนไปได้ไหมว่าอาจจะ มาถึงประมาณสักสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ หรือว่าอย่างน้อยที่สุดก็ให้เท่ากับข้อที่ ๓ คือ คณะอนุกรรมาธิการกำหนดหลักการย่อย ๑๕ วัน คือมาถึงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ในความเห็น ส่วนตัวของกระผมคิดว่าหลักการกว้าง ๆ หรือว่าหลักการใหญ่และหลักการย่อยน่าจะ ควบคู่ไปด้วยกันได้นะครับ โดยน่าจะเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนและเพื่อน สสร. ได้เสนอ ข้อคิดเห็น ถ้าถามความเห็นส่วนตัวของกระผมนะครับท่านประธาน กระผมอยากจะให้ขยาย เวลานี้ไปถึงอย่างน้อยสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ครับ ประมาณวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ แล้วก็ในส่วน ข้อที่ ๔ ซึ่งท่านบอกว่าจะรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการของ สสร. คณะต่าง ๆ ทั้ง ๑๓ คณะ ซึ่งท่านได้กำหนดไว้จนถึงวันที่ ๑๐ มีนาคมนี้ กระผมก็คิดว่าเปึนเวลาที่เหมาะสม นะครับ แต่ว่าถ้าเปึ้นไปได้รายการที่ ๒ ๓ และ ๔ ถ้าท่านกรรมาธิการยกร่างฯ จะกรุณานะครับก็อยากจะให้ร่วมกันไปเลยได้ก็จะยิ่งดี ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ได้เสนอแนะข้อคิดเห็นของเขา มายัง สสร. เราให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ ประสบการณ์ที่ผ่านมานะครับ ในช่วงประมาณ ๑ ถึง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ทั้งที่เปึ้นชมรม องค์กร สมาคม มูลนิธิ ได้มายื่นหนังสือถึง สสร. ผ่านทางคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ของกระผมที่รับมาแล้ว ก็มากมาย แล้วก็ที่ติดต่อประสานเข้ามาก็กำลังจะมาเสนออีกหลายองค์กร ด้วยกัน อย่างล่าสุดเมื่อเช้านี้ก็มีชมรมนักวิชาการแรงงานเพื่อประชาธิปไตย โดยท่านอาจารย์โชคชัย สุทธาเวช พร้อมคณะก็ได้มายื่นนะครับ เมื่อวันศุกร์กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่มแรงคิด ซึ่งเปึนลูกหลานคนเดือนตุลา ๑๔ ตุลาประชาธิปไตย ก็ได้มายื่นหนังสือ แล้วก็ยังจะมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สหภาพแรงงานภาคเอกชน รวมทั้ง คณะผู้สูงอายุก็จะมายื่นวันพรุ่งนี้ แล้วก็รวมทั้งคณะครู และยังมีคณะอื่น ๆ อีกหลายคณะ ที่ติดต่อประสานมา ถ้าเผื่อท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่ขยายเวลาวันที่ ๘ กระผมเกรงว่าเมื่อเขา อยากจะมายื่นแล้วเขามายื่นไม่ได้เขาก็อาจจะมองว่า เอ๊ะ ทําไมเราจะต้องไปป่ดกั้นตรงนี้ด้วย อยากจะขอให้ทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ช่วยขยายเวลาตรงนี้ออกไป กระผมคิดว่า จะเปึนผลดีต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะเสนอความคิดเห็นมา และความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านั้นเท่าที่กระผมได้ดูก็เปึนความคิดเห็นที่ดีนะครับ เขาเสนอสรุปสั้น ๆ มาแค่ ๒ – ๓ หน้ากระดาษ ไม่ได้เสนอมาเยอะแยะอะไร ซึ่งตรงนี้ก็จะเปึนประโยชน์กับ คณะกรรมาธิการเองด้วย กระผมจะขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับว่า ทางคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เราได้จัดทำจดหมายข่าว สสร. ขึ้นมา ตรงนี้ก็จะ เปึ้นสื่อกลางให้เพื่อนสมาชิก สสร. ทั้ง ๑๐๐ ท่าน และกรรมาธิการยกร่างฯ ภายนอกอีก ๑๐ ท่าน ได้ส่งข้อมูลต่าง ๆ มานะครับ ซึ่งในเล่มแรกนี้เราก็ได้รวบรวมคณะกรรมาธิการ รายชื่อทุกคณะทั้ง ๑๓ คณะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบนะครับ แล้วก็เผอิญวันนี้ มีอีกเรื่องหนึ่งคือดำริของคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เราที่จะเรียนเชิญเพื่อน สสร. ไปร่วมในงานนะครับ ก็เปึนงานพบปะระหว่าง สสร. ด้วยกัน เย็นวันนี้ที่ครัวทิวสน ตรงข้ามกับ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ก็เปึนการพบปะกันธรรมดาแล้วก็ไม่ได้ใช้เงินหลวงแม้แต่บาทเดียว อันนี้เราตระหนักดีนะครับว่าเราไม่สมควรที่จะนำเงินของทางราชการมาใช้ เราก็เพียงแต่พบปะ ซึ่งในตอนแรกเราจะพบปะพูดคุยเฉพาะในกลุ่มของเราเท่านั้น ๑๐ กว่าท่าน แต่ว่าเพื่อน ๆ ก็บอกว่าถ้าเรียนให้เพื่อนสมาชิกด้วยกันได้รับทราบก็น่าจะเปึ้นผลดี คือท่านใดว่าง ก็ขออนุญาตเรียนเชิญนะครับ แต่เผอิญวันนี้มีหนังสือพิมพ์บางฉบับก็ได้ให้เกียรติ กับคณะกรรมาธิการเราได้นำเรื่องไปลงในหนังสือพิมพ์ โดยอาจจะเขียนในทำนองว่า อาจจะมีการถลุงงบอะไรทำนองนั้น ซึ่งตรงนี้กระผมก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงให้เพื่อน สื่อมวลชน แล้วก็เพื่อน สสร. ได้รับทราบนะครับว่าเรามิได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเลย แม้แต่บาทเดียว อันนี้ก็เปึ้นเงินส่วนตัวของพวกเรานะครับ ซึ่งเราก็พบปะสังสรรค์กัน ธรรมดา ก็ท่านข้าวแก๊งธรรมดาล่ะครับ ไม่ได้ท่านหูฉลาม ไม่ได้ท่านของแพงเด็ดขาด อันนี้ก็ขออนุญาตเรียนให้เพื่อน ๆ ได้รับทราบ แล้วก็ขออนุญาตเรียนเชิญเพื่อน ๆ ทุกท่านด้วย ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธาน

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรื่องวัน กรอบข้างใน เดี๋ยวคงหารือกรรมาธิการได้ สิ่งสำคัญที่ล็อก (Lock) ไว้ก็คือร่างแรกรู้สึกวันที่ ๑๙ เมษายน ฟังสักอีก ๒ – ๓ รายนะครับในกรรมาธิการแล้วค่อยตอบ ท่านวัชรา แล้วจะต่อด้วย ท่าน สสร. กรรณิการ์ เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วัชรา หงส์ประภัศร กระผมขอเรียนเกี่ยวกับเรื่องกรอบเวลาในการรับฟัง เนื่องจากว่าในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้น ในขณะนี้พูดถึงเปึ้นทางการ และยังไม่เริ่ม เนื่องจากยังไม่มีการตั้งกรรมาธิการรับฟังฯ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนตัวผม ได้ทำแล้ว โดยได้เป่ีดตู้ไปรษณีย์รับฟัง ได้ประชาสัมพันธ์ทางวิทยุในท้องที่จังหวัด นครศรีธรรมราชนะครับ ก็ได้ส่วนหนึ่งครับที่มีมา ตอนนี้สิ่งที่กระผมเปึ้นห่วงอยู่ในเรื่องกรอบ การรับฟังนี้ก็คือว่า ทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นี่ไม่ได้แจ้งถึงวัตถุประสงค์หรือหลักการ ให้ทราบเพื่อที่จะได้รับฟังตรงเปัาหมายตามที่ท่านต้องการ ซึ่งเมื่อท่านไม่ได้แจ้งทางผมเอง ก็ประชาสัมพันธ์ ส่วนมากก็เน้นหนักไปในเรื่องที่ว่าทําอย่างไรที่จะปัองกันการทุจริต ตั้งแต่ทุจริตการซื้อเสียง ทุจริตการปฏิบัติงานทางคณะรัฐมนตรี เปึ้นต้น อันนี้เมื่อพิจารณา ตามกรอบในการที่ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้กําหนดเอาไว้แล้ว ก็เห็นว่าในส่วนที่ ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ในเรื่องการทุจริตนั้นก็ไม่ได้เน้น ซึ่งในเรื่องนี้ถ้าได้มีการเน้นลงไปหรือเน้น อย่างอื่นที่ท่านต้องการเพื่อที่ว่าในการรับฟังเราจะได้รับฟังได้ตรงเปัาหมาย แล้วก็รับฟัง แล้วผู้สรุปก็จะได้สรุปตรงตามสิ่งที่ท่านต้องการ ในการทำงานของผมนั้นผมได้กำหนดงาน ไว้ล่วงหน้าคือเราจะไปรับฟังทุกอำเภอนะครับ แล้วก็แบ่งคณะทำงานออกเปึน ๑๐ ชุด เปึ้นคณะอนุกรรมาธิการ เมื่อรับฟังแล้วก็จะต้องส่งผลการรับฟังเข้ามายังคณะอนุกรรมาธิการ ประมวลผล ซึ่งการประมวลผลนี้ทางที่เรากำหนดเอาไว้เดิมนั้นเราจะประเมินผลแยกออกไป ตามหมวดหมู่ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ แต่ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แบ่งออกเปึน ๓ ส่วน คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชน สถาบันการเมือง และองค์กรอิสระ ผมก็จะได้ไปปรับใหม่ แบ่งเปึน ๓ ส่วนออกมา แต่ขอเรียนว่าตามที่ได้รับฟังว่าท่านจะให้มี การนำเสนอ อันนี้ก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าเวลาในการนำเสนอนั้น ถ้าทุกจังหวัดได้นำเสนอ โดยการออกมาพูดนําเสนอนี้คงไม่พอครับเวลาเพียงแค่นั้น เพราะฉะนั้นน่าจะต้องกําหนด วิธีนําเสนอใหม่ให้หลากหลาย อาจจะให้มาพูดส่วนหนึ่ง อาจจะให้ส่งเปึนหนังสือส่วนหนึ่ง แล้วทางคณะท่านก็น่าที่จะต้องมีฝ์ายที่จะแยกแยะคำตอบที่ได้มานะครับ แล้วร่างครั้งแรก ในวันที่ ๑๙ เมษายน กับร่างครั้งที่ ๒ นี่นะครับมันเปึนเวลาประมาณเดือนกว่า การทำงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนนี่นะครับ ก็จะต้องเอา ผลของร่างแรกนี่ไปสู่ประชาชน แล้วก็กลับมาเปึนผลครั้งที่ ๒ อีก ผมเห็นว่าเวลามัน กระชั้นมากเกินไป ทางแก้ก็คงจะมีว่าในการรับฟังครั้งแรกนั้น น่าจะเปึนข้อยุติของประชาชน แล้วก็รับฟังครั้งที่ ๒ ก็เปึนลักษณะการไปบอกกล่าว เพื่อผลในการประชามติ ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกหรือเปล่าครับ สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลา ก็มีเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ท่านอาจารย์กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

เรียนท่านประธาน ดิฉัน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร นะคะ มีข้อกังวลใจในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน ต่อร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ประมาณ ๓ – ๔ ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรกก็คือว่า สิ่งที่ท่านกำหนดขึ้นมาในเชิงของกรอบเวลา การทำงานกับกระบวนการทำงานของภาคประชาชนในการรับฟังความคิดเห็น ค่อนข้างจะกระชั้นนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าที่กรอบบอกว่าวันที่ ๒๗ ที่จะรับฟังครั้งแรก วันที่ ๒๗ - ๒๘ กุมภาพันธ์ ในเวทีแห่งนี้ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมานำเสนอข้อมูลได้ นี่ก็คือต้องมีกระบวนการไปรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนก่อน ซึ่งขณะนี้ กรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมฯ กำลังว่างแนวทางแล้วก็แบบบันทึกที่จะลงไป โดยเฉพาะทีมของอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา จะลงไปประสานกับทางกรรมาธิการภาค และก็กรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นประจำจังหวัดอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่า ขณะนี้ข้อจำกัดก็คือว่าการแต่งตั้งกรรมาธิการจังหวัดยังไม่เรียบร้อยดี เพราะฉะนั้นเวลาตรงนี้ จะกระชั้นไปนิดหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการวางหลักเกณฑ์ และก็มีการทำความเข้าใจกับผู้ที่จะ ทำบันทึกหรือเก็บข้อมูลกันพอสมควร

อันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการที่จะจัดการทั้งหมด ฝ์ายปฏิบัติการ จริง ๆ ก็คือกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนประจำจังหวัด ซึ่งประจำจังหวัดนี่นอกจากจะยังไม่แต่งตั้งพร้อมแล้ว ยังมีส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของ การจัดการด้านการเงิน ซึ่งขณะนี้ความชัดเจนในเรื่องของการปฏิบัติการตรงส่วนนี้ ยังไม่ชัดเจนพอ เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ เข้าใจว่าก็มีความจำเปึนในการที่สภาแห่งนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจง แล้วก็สนับสนุน เรื่องงบประมาณตรงนี้ให้ชัดเจนกับทางระดับพื้นที่ที่จะไปดำเนินการต่อ ขอบคุณค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านต่อไปท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ครับ

ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จรัส สุวรรณมาลา สสร. ครับ กระผมเพียงแต่อยากจะขอหารือกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับว่า สสร. แต่ละท่าน แล้วก็คณะกรรมาธิการอื่น ๆ ที่จะเสนอข้อคิดเห็น เพื่อประกอบการยกร่าง อยากจะหารือว่าจะมีแนวทางทําอย่างไรครับ จะให้เขียนเปึน บันทึกไปหรือว่าจะใช้เวทีการประชุม สสร. ใหญ่อย่างนี้เปึนการนำเสนอหรือเปล่า แล้วก็อยากจะขอหารือต่อไปว่าถ้าจะใช้เวทีอย่างนี้ก็อยากจะให้ทราบว่าการประชุม สสร. ใหญ่ ๆ อย่างนี้จะมีทุก ๆ วันจันทร์ หรือว่าจะแล้วแต่ความสะดวก เพราะว่าเห็นบางครั้ง ก็งดไปนะครับ อันนี้ก็อยากจะขอทราบแนวทางปฏิบัติในการเสนอข้อคิดเห็นไปนะครับ อยากจะขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งครับว่าในการประมวลความเห็นจากการจัดเวทีของ สสร. จังหวัด ซึ่งกำลังจะเริ่มจัดเวทีกันในช่วงนี้ครับ ไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ในช่วงแรก ที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯ บอกว่าอยากจะได้ความเห็นสักประมาณปลายเดือน วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์นี่ ทางคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ก็ได้พยายามเตรียม แบบบันทึกข้อมูลไป เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจัดเวทีแล้วก็ไม่ได้ข้อมูลนะครับ เดี๋ยวก็จะกลาย เปึ้นลอยไปตามลมหมดนะครับ ที่ท่านสมาชิก สสร. ท่านที่แล้วได้กรุณาแนะนําไปว่า ทางที่ได้เริ่มปฏิบัติก็ได้กำหนดแนวทางไว้บ้างแล้ว แต่ว่าเพื่อที่จะให้ได้การประมวลความเห็น ที่สามารถให้ที่มส่วนกลางประมวลและสามารถที่จะแยกแยะได้ชัดเจน ก็อยากจะให้มีการ ใช้แบบฟอร์ม (Form) บันทึกข้อมูลแบบเดียวกันนะครับ แล้วก็ทางทีมส่วนกลางก็จะได้สามารถ อ่าน แยกแยะ วิเคราะห์ แล้วก็นำเสนอเปึนรายงานในเชิงปริมาณต่อกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ประกอบกับข้อคิดเห็นหรือการประมวลความเห็นที่เปึนเชิงคุณภาพจาก สสร. จังหวัด จากคณะกรรมาธิการจังหวัดด้วย แบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลนี่เดี๋ยวทางคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นฯ กำลังจะทำขึ้นมา เขาจะเสร็จวันนี้ แล้วก็จะเดินสายชี้แจงว่า จะบันทึกกันอย่างไร เพื่อที่จะได้ไม่ไปคนละทิศคนละทาง จะได้ประมวลได้ง่าย ขอขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. หมายเลข ๐๐๘ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ วาระนี้เปึนเรื่องของกรอบเวลา ผมจะพูดเฉพาะเรื่องกรอบเวลา คือหลังจากที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เสนอมาแล้วก็มีความรู้สึกทั้งชอบใจ ทั้งเห็นใจ แล้วก็ไม่แน่ใจ ที่ชอบใจก็เพราะเหตุว่า ได้เห็นการทำงานที่คิดเปึ้นระบบ ทำงานเปึ้นระบบ แล้วก็เปึนจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก เพราะเหตุว่าผมคิดว่ากรอบเวลาที่กำหนดมาอย่างนี้นี่มันช่วยอย่างมากในการกำหนดกรอบ การทำงานของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคณะต่าง ๆ แล้วมันก็ช่วยกำหนดกรอบการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อะไรออกมาด้วย ที่เห็นใจก็คือว่า มันถูกกดดันด้วยกรอบของเวลาซึ่งกำหนดให้เท่านี้ เพราะฉะนั้นก็น่าเห็นใจ เพราะเหตุว่า มันก็มีเวลาเท่านี้ที่จะต้องรีบทําให้มันเสร็จ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในช่วงเวลาซึ่งอาจจะ สั้นไป น้อยไป ไม่พออะไรนี่ เราปรับปรุงกันภายใน แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ต้อง ให้เสร็จภายในเวลานี้เท่านั้นเอง จะปรับปรุงกันอย่างไรก็แล้วแต่ อันนี้เปึ้นเรื่องซึ่งก็คงจะ ช่วยกันได้ แก้ไขกันได้ อันนี้ผมคิดว่าเปึนกรอบเวลาที่ยอมรับได้ แล้วก็คงจะเดินไป ตามกระบวนการแต่ละขั้นตอนเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยให้เราเร่งรีบทำให้เสร็จในระยะเวลา ซึ่งกำหนดมา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องซึ่งผมไม่แน่ใจนัก ก็คือในข้อ ๓ เรื่องกำหนดหลักการย่อย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พูดถึงเรื่องกรอบเบื้องต้นมี ๓ – ๔ เรื่อง สิทธิเสรีภาพของประชาชน การมีส่วนร่วมของประชาชน สถาบันการเมือง องค์กรอิสระ ศาลอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งก็จริงเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็จําเปึ้นที่จะต้องพูด หรือว่ากำหนดกรอบเบื้องต้นเหล่านี้ไว้ แต่ว่าถ้าดูฟังข่าวที่ออกมาจากทางสื่อมวลชน มันแคบไป หรือเปล่า เราพูดกันมากเหลือเกินถึงชนชั้นปกครอง พูดถึงการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองของ ชนชั้น ปกครองมากไปหรือเปล่า มีตรงไหนบ้างไหมที่เป่ดช่วงเป่ดช่องให้พูดถึงผู้ที่ถูกปกครองสิทธิ เสรีภาพซึ่งก็มีอยู่ในนี้ แต่ว่าเราก็ไม่ได้เน้นมากพอสมควร ตรงนี้อยากจะให้ชัด หรือให้เพิ่มแล้วก็ เน้นในส่วนที่เปึ้นเรื่องของประชาชน เรื่องของผู้ถูกปกครองมากกว่าชนชั้นปกครองในเรื่องการ เข้าสู่อำนาจต่าง ๆ อันนี้ผมคิดว่าอาจจะต้องปรับเพิ่มอะไรหรือไม่ ในข้อที่ ๓ เรื่องกำหนด หลักการย่อยที่ว่านั้น ในขณะเดียวกันเรื่องหลักการย่อย ในที่สุดเราก็รู้ว่าเราพยายามใช้ฐานของ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึ้นฐาน แล้วเราจำเปึ้นจะต้องอธิบาย ในข้อ ๗ ถึงเหตุผล ความแตกต่างของการแก้ไขปรับปรุง หรือการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะฉะนั้นในข้อ ๓ มันควรจะสอดประสานสัมพันธ์กับข้อ ๗ ถ้าหากว่าการตั้งหัวข้อย่อย ในลักษณะที่นำเสนอ มาแล้วนี่มันเหมือนตั้งข้อย่อยใหม่ รัฐธรรมนูญที่เรากําลังร่างมีที่มาที่ไป มีเหตุอันเปึ้นที่มา ซึ่งจะต้องร่างกันใหม่ ซึ่งเราก็ทราบกันแล้ว หากว่าตั้งกรอบกำหนดไว้อย่างที่เสนอมาแล้ว มันเปึนการตั้งกรอบกำหนดแบบไม่มีเวลา มันเปึนเรื่องใหม่ซึ่งจะต้องมาพูดกันเยอะแยะ มากมาย แต่เรามีกรอบเวลา แล้วมีกำหนดฐานแน่นอนว่าให้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึ้นฐานที่ จะบอกถึงความแตกต่าง เพราะฉะนั้นในข้อ ๓ นี่ผมคิดว่า น่าจะต้องเพิ่ม อธิบายให้เห็น เหตุผลความเปึนมาของการที่จะต้องมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันมีข้อบกพร่องอย่างไร บอกให้ เข้ารู้เรื่อง เราถึงจะต้องมาแก้ไข มันมีซูเปอร์แมน (Superman) อะไรมาทำให้เกิดข้อบกพร่อง เหล่านี้ ผมคิดว่าตรงนี้ข้อ ๓ นี่อาจจะต้องปรับปรุงเพิ่มมากขึ้น และบอกถึงที่มาที่ไปให้มากขึ้น หลายเรื่อง เพราะพวกนี้เปึนหัวใจสำคัญเริ่มแรกที่จะบอก ที่จะอธิบายที่จะให้ได้ความคิด ความเห็นเข้ามาสอดประสานกับข้อ ๗ ที่ว่านี้นะครับ และอีกอย่างหนึ่งในที่สุดแล้วใน กระบวนการทั้งหมดมันก็จะต้องน้ำไปสู่การออกเสียงประชามติ ตอนนี้ก็ได้ข่าวว่ากำลังเร่งที่จะ ออกกฎหมายประชามติออกมา ก็เห็นจะต้องเตือนท่านคณะกรรมาธิการว่าไปเร่งรีบทำอันนี้ ออกมาด้วย ไม่ทราบว่าโดยกระบวนการอย่างไรก็ตาม แต่ว่ามันจะต้องมีอันนั้นออกมา ก็ต้องรีบ ทำให้เสร็จ แล้วก็เอาให้ชัด เรื่องกฎหมายประชามตินี่ต้องเอาให้ชัด เพราะว่าเท่าที่เปึนมานี่ผม คิดว่ามันไม่เข้มแข็งพอ ประชาชนเสนอร่างกฎหมายเข้าไปนี่จะใช้เวลากี่วันที่จะออกกฎหมายให้ เขาได้ หรือว่าเรื่องอะไร แค่ไหน ในระยะเวลาอย่างไรที่จะต้องออกประชามติให้เขา หรือเอาเก็บ ไปย้ำไปดองไว้แล้วก็ออกมาใหม่เปึนกฎหมาย ซึ่งไม่ได้ตรงกับที่เขายื่นข้อเข้ามาเลย อย่าง กฎหมายป์าชุมชนนี่เปึนตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ขณะนี้ ตรงนี้อยากจะฝากไปว่าคงจะต้องไปเร่งไป ออกกฎหมาย ออกเสียงประชามติให้มันดีให้มันชัดเจน ให้มันเข้มแข็งมากกว่าที่เปึนอยู่ ไม่อย่างนั้นแล้วนี่ในระยะต่อไปมันจะมีผล แล้วก็การออกประชามติมันก็คงจะไม่เข้มแข็ง พอที่จะมาให้เหตุผลดีสำหรับการรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญซึ่งกําลังร่างกันอยู่ขณะนี้ ก็ทั้งหมด เปึ้นเรื่องซึ่งผมเห็นว่าโดยเฉพาะข้อ ๓ อยากจะฝากไว้เท่านี้เองครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ยกมือหลายท่านนะครับ พอดีเมื่อกี้ท่านอาจารย์จรัสพูดแล้วมีประเด็น ว่าคราวที่แล้วมีการงดการประชุม ที่งดคราวที่แล้วนี่ก็เพราะว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ท่านอยู่ระหว่างการตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งประธาน รองประธาน แล้วท่านก็บอกว่าจะมี การประชุมลักษณะเช่นนี้ไหม ก็ตอบให้สิ้นกระแสความ ก็คงประชุมวันจันทร์เปึนหลักนะครับ ถ้ากรรมาธิการยกร่างฯ มีประเด็นท่านก็จะนําเข้ามาประชุมร่วม ถ้าไม่มีประเด็นก็คงประชุม เรื่องอื่น ๆ นะครับ ถ้าไม่จำเปึนจริง ๆ ก็คงไม่งดหรอกนะครับ ท่านที่แจ้งชื่อไว้แล้วนะครับ ท่านอาจารย์สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ครับ

นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ สสร. ภาคฝ์ายวิชาการ กระผมขออนุญาตเสนอความคิดเห็นเรื่องกรอบระยะเวลาสักนิดหนึ่ง ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ที่พยายามจะทำให้เสร็จสิ้นตามเวลา แต่ว่ากระผม เห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านที่พูดไปแล้วในช่วงต้นว่าตอนขั้นตอนที่ ๓ กับขั้นตอนที่ ๔ นี่ครับ ท่านประธานครับ อยากจะให้เลื่อนสักนิดหนึ่ง ก็ด้วยเหตุว่าการร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ ถ้าพูดอย่างผมเองอยู่บ้านนอกนี่ชาวบ้านสนใจมาก ๆ นะครับ ถ้าท่านกลับไปดูนี่เขาต้องการ มีส่วนร่วมอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้เลื่อนตอน ๓ กับ ๔ นี่รับฟังประชาชนจาก ข้างนอกอย่างแท้จริงสักนิดหนึ่ง เพราะว่าเมื่อกี้นี้พวกเราเองก็พูดกันบอกว่ากรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นฯ ทั้ง ๔ ภาคนั้น จริง ๆ แล้วตอนนี้คำสั่งก็ยังไม่เรียบร้อย แล้วเราจะไปฟัง จริง ๆ นี่เมื่อไร ก็อย่ากำหนดเลยว่าในช่วงนี้ให้รับฟังเขาจริง ๆ ภายในสิ้นกุมภาพันธ์ครับท่าน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้บอกเลยทั้ง ๔ ภาค ทั้ง ๗๖ จังหวัดนี่ไปรับฟังมาให้เสร็จในสิ้นกุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในขั้นที่ ๓ กับขั้นที่ ๔ นี่ ก็อยากจะให้เลื่อนไปนิดหนึ่งไปเปึ้นตอนต้นมีนาคมเสีย แล้วก็เลื่อนขั้นอื่น ๆ ไป สุดท้ายก็จะจบสิ้นเหมือนกัน อย่างนั้นก็จะเปึ้นเท่ากับว่าเราได้ฟัง ประชาชนอย่างแท้จริงครับผม ไม่อยากให้เห็นว่า ถ้าเปรียบเทียบนะครับ กรรมาธิการยกร่างฯ ก็เหมือนกับสถาปนิกที่จะไปสร้างบ้าน ท่านก็มาออกแบบเอาเองโดยที่ไม่ได้ฟังเจ้าของบ้านเขา เพราะฉะนั้นถ้าเราฟังเจ้าของบ้านอย่างแท้จริงช่วงนี้ ช่วงไปฟังประชาชนเสียก่อน รับมาเสียก่อน แล้วก็มาส่งให้พวกเราไปร่าง ทั้งหลายนี่ก็จะเปึนเรื่องที่ดีงามอย่างยิ่ง หลังจากนั้นไปเราก็ฟังเปึนระยะอีกที่ว่า สร้างถึงตรงขั้นตอนไหนก็ฟังเขาอีก แล้วสุดท้าย จึงประชาพิจารณ์ก็จะสวยงามอย่างยิ่งครับ ผมอยากฝากเรียนกรรมาธิการ ๓ – ๔ เรื่อง เสียหน่อย อยากให้ฟังประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ พอดีมีรายชื่อเรียงลำดับไว้แล้วนะครับ มีท่าน สสร. โชคชัย อักษรนันท์ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านรัฐ ชูกลิ่น นะครับ เชิญครับ

นายโชคชัย อักษรนันท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม โชคชัย อักษรนั้นท์ สสร. ครับ ด้วยกรอบเวลาอันจำกัด แล้วงานมหึมาขนาดนี้นะครับ ผมได้ดูกรอบ ระยะเวลาที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทำขึ้นมา ในความเห็นส่วนตัวของผมขอชมเชยครับ ว่ากรอบกําหนดเวลาอันนี้ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลนะครับ ประเด็นของ ผมเองที่อยากจะพูดสั้น ๆ นิดเดียวครับ คือท่านได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานของ กรรมาธิการยกร่างฯ เอาไว้ในประเด็นหนึ่งที่ว่าในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญจะนำ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาเปึนกรอบในการพิจารณาร่วมกับ รัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ดังนั้นมันก็นําไปสู่แนวทางดําเนินการ ข้อ ๗ ที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญ และคำชี้แจงความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ และพิมพ์เผยแพร่ใน ๗ วัน ผมอยากจะฝากกราบเรียนถามไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับว่าทําไมท่านถึงเน้นแค่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่มี ความแตกต่าง ในขณะที่พื้นฐานของการพิจารณานี้จะร่วมกับรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ด้วย หรือว่าท่านอาจจะคิดว่าจะไม่มีความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ เลย อยากกราบเรียน ถามว่าถ้าหากว่าเติมเข้าไปว่า ชี้แจงความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ด้วย จะเสียหายไหมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนท้อง สสร. ในนามของประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ของประชาชนนะครับ ผมต้องขอบพระคุณกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ได้แสดงถึงกรอบเวลา ให้เห็นภาพทั้งหมดนะครับ แล้วก็ด้วยความเห็นใจท่านนี่ผมก็คิดว่าท่านทําได้ดี แล้วก็คิดว่าอยากที่จะให้ท่านช่วยกรุณารับฟังเผื่อเราจะได้ปรับเข้าหากันนะครับ ผมคิดว่า ท่านก็ตั้งมาแล้วก็มีข้อจำกัดข้องท่าน แต่ขณะเดียวกันอยากจะกราบเรียนท่านด้วยว่า อยากให้เห็นข้อจำกัดข้องฝ์ายประชาชน คือฝ์ายที่พวกผมกำลังทำงานให้ท่านนะครับ ก็คือว่าที่ผมจะพูดต่อไปนี้นี่ อยากจะให้ท่านเห็นภาพของกระบวนการที่เราจะไปรับฟัง จากประชาชนทั้ง ๗๖ จังหวัด ๔ ภาค แล้วก็รวมถึงการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่ สํานักนายกรัฐมนตรีกําลังทํา และขณะเดียวกัน กกต. ก็กําลังทํา กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติก็กำลังทำ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำลังทำ แล้วก็องค์กรพัฒนา เอกชน อย่างเช่นที่เรียกว่า สปป. ก็กำลังทำ คือเอ็นจีโอ (NGO – Non - Government Organization) ทั้งหลายก็กำลังทำคราวนี้ในฐานะที่ผมต้องประสานทั้งหมดตรงนี้ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเราเอาเงื่อนไขทั้ง ๒ ด้านมาบรรจบกัน แล้วก็มีการขยับขยายกัน เล็กน้อยนี่ผมเชื่อว่าน่าจะพอทำได้ เมื่อกี้ท่านคงจะได้ยินเงื่อนไขที่ท่านอาจารย์กรรณิการ์ก็ดี และหลายท่านเริ่มพูดว่าในช่วงแรกที่ท่านอยากจะได้ผลจากประชาชนนี่ค่อนข้างที่จะเร่งรัดไป หน่อยหนึ่งผมอยากจะเรียนให้ท่านเห็นนะครับ คือตามแผนที่ท่านวางไว้ ผมก็เพิ่งเห็นเดี๋ยวนี้ ครับ เพราะว่าผมเข้ามาถึงก็พยายามนั่งดูในรายละเอียด ท่านบอกว่าวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ก็อีกประมาณ ๑๙ วัน ต่อจากวันนี้ ท่านอยากจะได้ผลของพวกผมไปให้ท่าน ๑๙ วันนะครับ ท่านประธาน ลองโน้ต (Note) ไว้นะครับ มันจะเปึนจริงได้แค่ไหน ท่านที่กําลังจะต้องลง ๗๖ จังหวัด แล้วก็หน่วยงานสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังไม่ได้งบประมาณเลยขณะนี้เขาจะได้ แค่ไหน อย่าลืมมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผนงานอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับงบประมาณ มันขึ้นอยู่กับการ ทำงานว่ามันมีความยากลำบากแค่ไหน ๗๖ จังหวัด ท่านนึกภาพ คราวนี้ท่านบอกว่าวันที่ ๒๔ ข้อ ๔ ของท่าน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณารายละเอียดและหลักการ และท่านจะ รับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ท่านก็ปรารถนา วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ผมฟังท่านมาว่า ๒๗ – ๒๘ กุมภาพันธ์ และ ๑ มีนาคม อยากจะรับฟังเปึ้นทางการ ซึ่งคงจะหมายความด้วยหรือเปล่าว่า อันนี้ต้องถาม ว่าให้พวกผมเอาข้อมูลที่ได้จากประชาชน มาเล่าให้ท่านฟังอย่างเปึนทางการหรือเปล่า หรือว่าไม่เกี่ยวกัน หรือว่าอย่างเปึนทางการ คือ สสร. แต่ละคนมีความคิดเห็นของตัวเอง หรือจะไปได้ฟังคนอื่นมาด้วย แล้วก็ตัวเอง คิดว่าถูกต้อง ก็มาเล่าให้ฟังอย่างเปึ้นทางการ อันนั้นคำถามที่ ๑ ที่ท่านต้องกรุณาเคลียร์ (Clcar) ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ถ้าต้องการวันที่ ๒๔ ที่ท่านพูด ให้พวกผมเอาผลของการ รับฟัง จากประชาชนมา ผมเหลือ ๑๙ วัน จากวันนี้ เย็นนี้เหลือ ๑๘ แล้ว แล้วท่านจะให้ผมทำ มาให้ท่าน ตรงนี้คิดว่าเปึนไปไม่ได้ อันนี้ประการที่ ๑ ต้องกราบเรียนนะครับ

ประการที่ ๒ ผมนั่งดูกำหนดเวลาของท่าน ท่านบอกว่าวันที่ ๒๑ มีนาคม ท่านอยากจะรับฟังความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าในช่วงเวลาใกล้ ๆ แถวนั้นท่านควรจะฟัง แต่ว่าท่านจะต้องได้จากพวกผมวันที่ ๒๑ มีนาคม และอีกช่วงหนึ่ง คือ ๒๗ เมษายน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ขณะนี้ ๑. งบประมาณเรายังไม่มั่นใจว่าจะมีงบประมาณเข้ามา มากน้อยแค่ไหน และจะทําได้เมื่อไร เพราะว่าถ้าเราไม่มีงบประมาณ เราก็ยังทําไม่ได้ ๒. ก็ต้องกราบเรียนว่ากรรมาธิการในแต่ละจังหวัด ขณะนี้กำลังตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดกันอยู่ และภาคอีสานก็ดูกำลังมีปัญหาที่ท่านประธานก็ทราบ ผมไม่อยาก จะพูดในที่นี้ ซึ่งขณะนี้ก็มีคนแสดงความจำนงที่จะถอนตัวตามท่านการุณ จากกรรมาธิการ ในภาคอีสาน แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ผมว่าเปึ้นหน้าที่ของท่านประธานที่จะต้อง แก้ไขปัญหานี้ ผมในฐานะประธานประสานการมีส่วนร่วม ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ผมจะ ไปแก้ปัญหาให้ท่าน ให้กรรมาธิการของภาคอีสานได้ ท่านก็คงจะต้องแก้ไขปัญหานี้กัน คราวนี้ผมอยากจะกราบเรียนกรรมาธิการยกร่างฯ คือถ้าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ท่านอยากจะฟังประชาชนอย่างแท้จริง ผมคิดว่าจะต้องให้เวลามากสักนิดหนึ่งในช่วงแรกตรงนี้ เพราะว่าถ้าท่านยกร่างฯ เสร็จเรียบร้อย พวกผมแก้ยาก ผมต้องกราบเรียน คราวนี้ในช่วงต้น ตอนนี้เหลือ ๑๘ วัน อย่างที่ผมกราบเรียนให้ฟังเมื่อสักครู่นี้ สิ่งที่พวกผมต้องทำ ๆ อะไรบ้าง ผมจะกราบเรียนว่าข้อมูลที่จะให้ท่านมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่งนั้นเปึ้นลักษณะเชิงปริมาณ และอีกอันหนึ่งเปึ้นลักษณะเชิงคุณภาพ ลักษณะเชิงปริมาณ ท่านศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา ได้รับที่จะไปสร้างทีม (Team) ที่จะไปสำรวจความคิดเห็นอย่างเปึนระบบทาง วิชาการ หมายความว่าจะไปสอบถามให้ได้ตัวเลขจับต้องได้ จะต้องมีการสุ่มตัวอย่าง ให้ได้ตัวแทนของประชากรของประเทศให้ได้ และจะต้องให้ได้ครบทั้งเพศ ทั้งวัย และการศึกษา อาชีพ ตกลงเมื่อเขาได้ตัวอย่างที่เปึนตัวแทนของประชาชน แล้วก็จะสอบถาม สิ่งที่จับต้องได้ ท่านอย่าลืมนะครับ วันนี้ผมยังไม่ได้เลยขณะนี้ คำถามที่จะได้จากท่าน ผมต้องเอาคำถามจากท่านวันนี้ ที่ท่านสัญญากับผมว่าวันนี้ท่านจะให้ เอาไปดัดแปลง เอาไปแก้ไขแบบสอบถามดังกล่าว แล้วเราจะได้เอาแบบสอบถามดังกล่าวในทางวิชาการ ให้ท่านมั่นใจว่า ๗๒ เปอร์เซ็นต์ (Persent) เขาอยากที่จะให้ผู้ที่เปึน ส.ส. ไม่จำเปึนว่าต้องจบปริญญาตรี อย่างนี้เปึ้นต้น ท่านจะได้มี ตัวเลขที่จับต้องได้ และยกตัวอย่างว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. เขตมีความเห็น กี่เปอร์เซ็นต์ว่าอย่างไร อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนงานที่จะต้องทำให้ท่านแน่นอน และเราก็เตรียมที่จะทำให้ท่าน และผมก็รีบตั้งอนุกรรมาธิการ แล้วก็เตรียมที่จะเดินทางเรื่องนี้ อันนั้นเปึ้นเรื่องที่ ๑ ท่านลองถามสิว่า ๑๘ วันท่านทำได้ไหม เรื่องที่ ๒ ส่วนที่ ๒ ก็คือ เชิงคุณภาพ ขณะนี้อย่างที่กราบเรียนว่าพวกผมกำลังตั้งกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด ถ้าตั้งได้เสร็จเข้าใจว่าในสัปดาห์นี้ต้องเสร็จ พอตั้งเสร็จในสัปดาห์นี้ผมเหลือ ๑๐ วัน เราจะต้องไปเป่ดเวทีรับฟังความเห็น ในเชิงคุณภาพ ผมแยกแล้วนะครับเชิงปริมาณ ว่าไปเรื่องหนึ่ง เชิงคุณภาพนี้คืออะไร เชิงคุณภาพคือสิ่งที่เราอาจจะไม่มีตัวเลขชัดเจนที่ จับต้องได้ แต่เราจะต้องเชิญบุคคลที่หลากหลายอาชีพ หลากหลายวัย ต่างเพศ แล้วก็รวมทั้ง เปึ้นชนกลุ่มน้อย ถ้าในจังหวัดนั้นมี และผู้ที่เสียเปรียบในสังคมที่เขาจะได้มีโอกาส แสดงความเห็นที่หลากหลาย แล้วในแต่ละจังหวัดนั้นจะเป่ดเวทีขึ้นโดยเชิญกลุ่มบุคคล ต่าง ๆ ที่หลากหลายดังกล่าว มาร่วมกันอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง จะเปึ้นล้านบ้านหรือลานวัด หรือในห้องประชุมของศาลากลางจังหวัด หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วก็จะต้องเชิญพวกท่าน นี่ละครับ รวมทั้งพวกผมไปคุยด้วย แล้วก็จะเอาโจทย์ที่พวกท่านให้กับผมในวันนี้เปึนหลัก รับอาสาพวกท่าน เอาโจทย์ของท่านเปึนหลักในการที่ไปถามประชาชนว่าเรื่องนี้ เขาเห็นอย่างไร คราวนี้ในการที่จะไปถามประชาชนก็ไม่อยากถามดิบ ๆ แต่ก็จะต้องให้ข้อมูล กับประชาชนว่าเรื่องนี้ประเทศไทยเคยทำมาแล้วหรือยัง แล้วมันมีปัญหาอย่างไรบ้าง มันมี ทางเลือกอยู่ ๓ ทางนะ ประเทศไทยเคยทํามาแล้ว ๓ ทาง แต่ละทางทํามาแล้ว มีปัญหาอย่างไร บ้าง ทำไมถึงปรับแก้ ประชาชนฟังแล้วจะได้ได้ข้อมูลไปด้วย เปึนการให้การศึกษาประชาชนไป ด้วย แล้วประชาชนก็จะตอบกลับมาว่าเขาชอบแบบนั้น หรือเขา ไม่ชอบเลยเหมือนในอดีต เขา ชอบแบบใหม่อย่างนี้ แล้วเราก็จะต้องพยายามสำรวจและสังเกตว่ากลุ่มข้าราชการชอบแบบ ไหน กลุ่มพ่อค้าธุรกิจชอบแบบไหน กลุ่มเกษตรกร ผู้ใช้แรงงานชอบแบบไหน คนสูงอายุชอบ แบบไหน ชนกลุ่มน้อยชอบแบบไหน ผู้เสียเปรียบในสังคมชอบแบบไหน เพราะท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนั้นคือเรื่องของแนวคิดและผลประโยชน์ เราต้องยอมรับความจริงว่าท่าน กรรมาธิการยกร่างฯ นั้นกําลังประสานประโยชน์ ของคนไทยทั้งประเทศ ท่านกำลังจะต้องเอากลุ่มอาชีพ กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะต้อง ฟังเขา เพื่อที่จะมาร่างอย่างไรให้สมประโยชน์ของทุกฝ์าย ถ้ามันสมประโยชน์ทุกฝ์ายไม่ได้ ก็จะต้องชี้แจงได้ว่าทําไมเราจะต้องให้ประโยชน์กับคนบางกลุ่มมากกว่าคนบางกลุ่ม มีเหตุผล อะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้คือเชิงคุณภาพที่ท่านจะต้องได้ ฟ้ลลิง (Feeling) ได้เซ็นส์ (Sense) ได้ความรู้สึกของผู้คนในบ้านเมืองใน ๗๖ จังหวัด ท่านประธานครับ อันนี้ท่านคิดว่าง่าย หรือยากครับ ขณะนี้ผมยังไม่ได้เลยกรรมาธิการประจำจังหวัด ผมนี่เตรียมว่าในสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้า ผมจะต้องเดินสายที่จะไปประชุมกับกรรมาธิการของจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้เขา ได้เซ็นส์อย่างที่เราพูดกันในขณะนี้ แล้วถ้าเขาได้ความรู้สึกอย่างนี้เวลาเขาเลือกคนมาจะได้ ไม่ทำเหมือนกับที่หน่วยราชการบางแห่งชอบทำ คือเอาคนที่สนับสนุนความคิดของตัวมาแล้ว ก็จะเอาอย่างนั้น แล้วชาวบ้านเขาก็ต่อต้าน และชาวบ้านเขารู้ทันเขาก็จะบอกว่าถ้าอย่างนั้น เอ็งไม่ร่างของเอ็งซะเลยล่ะ เอ็งมาฟังทําไมล่ะ ตกลงถ้าเราเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเปึนเรื่อง ของแนวคิดและผลประโยชน์ที่เราจะต้องประสานประโยชน์ เราก็คงจะมีความจำเปึ้นที่จะ ต้องนำกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ให้ครบตามสัดส่วนที่มีจริงในสังคมไทยแล้วฟังเขา แล้วจดบันทึก อย่างที่ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ว่า พวกผมกำลังสร้าง แล้ววันนี้ผมก็จะได้จากอนุกรรมาธิการที่อาจารย์จรัสรับปากว่าจะให้กับผม แบบจดบันทึกเพื่อที่จะไปให้ ๗๖ จังหวัดท่านบันทึก บันทึกว่ากลุ่มนี้เห็นอย่างไร กลุ่มนั้น เห็นอย่างไร ในเรื่องอะไร แล้วมีเหตุผลอย่างไร เพื่อที่จะนำบันทึกทั้งหลายมาประมวล อีกทีหนึ่ง ผมได้เตรียมแล้วที่จะมีอนุกรรมาธิการที่มาประมวล มาสังเคราะห์ผล และท่านอาจารย์ ดร. วรพล พรหมิกบุตร ได้กรุณาเปึนประธานอนุกรรมาธิการชุดนี้ที่จะช่วย ประมวลตรงนี้ให้กับท่าน ท่านนึกออกไหมครับ ฝ์ายตัวเลขที่เปึ้นเชิงปริมาณท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา จะเปึ้นหัวเรือใหญ่ในการไปประมวลทั้งหลายมาให้ท่านฝ์ายเชิงคุณภาพ ท่าน อาจารย์วรพล จะเปึนหัวเรือใหญ่ในการที่ไปประมวลทั้งหลายเอามาให้ท่าน เราเห็นใจ ท่านว่า ท่านนี่ทำงานหนัก ก็ไม่อยากจะยกเอาข้อมูลดิบ ๆ โยนไปให้ท่าน และท่านก็ไปคิดของท่านเอา เอง แต่ถ้าท่านเร่งรัดตรงนี้นี่ สิ่งที่พวกผมทำได้ก็คือผมต้องโยนข้อมูลดิบไปให้ท่าน ถ้าท่าน อยากจะได้จริง ๆ นี่นะครับ ท่านไม่ยอมยืดหยุ่นตรงนี้พวกผมทำให้ท่านไม่ได้ เพราะขณะนี้เหลือ ๑๘ วัน สิ้นเดือนนี้เหลือ ๑๘ วัน แล้วถ้าท่านบอกว่า ๑๘ วันนี้ช่วยทำให้ทั้งหมดอย่างที่ผม กราบเรียนนี่ ผมต้องเรียนว่าขณะนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าจะมีเงินไหม ขณะนี้ยังไม่เห็นเลยว่าตัวเลข งบประมาณจะมีแน่ ๆ ไหม แล้วผมได้ประสานไปยังสำนักนายกฯ ซึ่งเปึนฝ์ายที่จะออกสำรวจ เขาก็บอกว่าขณะนี้เขายังไม่มีงบประมาณ ซึ่งพอเราประสานกันนั้นนะครับ เราจะได้ไม่ทำ ซ้ำซ้อน จะได้เอาผลของสำนักนายกฯ ที่เขาทำเควสเชินแนร์ (Questionnaire) เหมือนกันออกไป ทำ และจะได้ผลออกมาได้สถิติรวมออกไปให้ท่านเลยนี่ ท่านจะได้ไม่ต้องปวดหัวอีกว่าอันนี้ ฝ์ายโน้นเอามา อันนี้ฝ์ายนี้ เอามา เราจะตีตารางให้ท่านเสร็จหมดว่าในเรื่องนี้สิ่งที่ได้มาจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติที่เขาไปร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าได้ว่าอย่างไร เรื่องนี้สำนักนายกฯ ได้ ว่าอย่างไร เรื่องนี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ว่าอย่างไร หน่วยนั้นว่าอย่างไร องค์กรพัฒนาเอกชนได้ว่าอย่างไร ท่านก็จะได้อะไรที่จับต้องได้ ท่านพอเห็นภาพใช่ไหมครับ ผมนี่วางแผน ไม่ได้ต้องการ ที่จะทำแบบฟัง ๆ แล้วพวกผมก็นึกของผมเอาเอง ผมก็มาบอกท่าน ว่าเขาต้องการอย่างนี้ แล้วผมก็ยกเมฆเอาเอง เอาตัวผมเองใส่เข้าไป แต่ผมต้องการอะไรที่เปึน วิทยาศาสตร์ อะไรที่ จับต้องได้ อะไรที่ท่านเชื่อมั่นได้ และเราจะอธิบายให้กับคนทั้งประเทศได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านจะได้โดยปริยายถ้าท่านทอดเวลาให้ผมสักนิดครับ คืออะไรครับ ท่านประธานทราบว่าเราจะต้องลงประชามติในขั้นสุดท้าย การให้การศึกษากับผู้คนเปึ้นของ สำคัญ การที่เราเป่ดเวทีรับฟังให้เขามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เขาจะมีความรู้สึกทันทีเลยว่าเขา เปึ้นเจ้าของในสิ่งที่ท่านกำลังร่าง และเขาจะช่วยเผยแพร่ให้ท่านด้วย และขณะเดียวกันเปึน กระบวนการแลกเปลี่ยน ผมอยากให้ทอดเวลาสักนิดหนึ่งเพื่ออะไรครับตอนในช่วงต้น เพราะว่า ผมต้องการให้เขาแลกเปลี่ยนระหว่างจังหวัดและระหว่างภาคด้วย กรรมาธิการคงไม่ปรารถนาที่ จะให้ผมสรุปให้ท่านว่าภาคเหนือเขาจะเอาอย่างนี้ ส่วนภาคใต้เขาจะเอาอย่างโน้น แล้วท่านก็ จะบอกว่าท่านจะประสานอย่างไรล่ะระหว่างเหนือกับใต้ ต่างคนต่างยืนจะทํากันอย่างไร สิ่งที่ พวกผมต้องการนั้นนะครับ ผมก็ต้องการที่จะให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างภาค ระหว่างจังหวัด ทําอย่างไรครับ ถ้าเราดึงคนมาร่วมกันก็คงเปึนไปไม่ได้ ทางกรรมาธิการก็ได้ประสานกับ กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. ในชั้นต้น และคงจะต้องประสานกับหน่วยงานวิทยุ โทรทัศน์ ของทหาร แล้วก็ได้ประสานกับวิทยุของรัฐสภาและโทรทัศน์ของรัฐสภา แล้วทําอย่างไรครับ ก็คือใน ๗๖ จังหวัด ถ้าไปเป่ดเวทีที่ใดอาจจะต้องใช้ดาวเทียมสื่อสาร ในการสื่อสารระหว่าง จังหวัดให้เขาโต้ตอบ ให้เขามีการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ความคิด ตกตะกอนและเปึนหนึ่งเดียวกันมากขึ้น เราจะได้ไม่ต้องมาแยกว่านี่ภาคใต้เขาจะเอาอย่างนี้ ภาคเหนือจะเอาอย่างนี้ ภาคอีสานจะไปอีกอย่างหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ลักษณะงานที่กราบเรียนนี่เปึนลักษณะ ๒ ส่วนนะครับ ก็คือในเชิงคุณภาพและก็ในเชิงปริมาณ ท่านคงจะนึกภาพออกว่า ๑๘ วัน ถ้าผมได้ผลวันนี้ แค่ผมประมวลข้อมูลสักสัปดาห์หนึ่งผมคงจะพอทำให้ท่านได้ แต่ขณะนี้เรากำลังตั้งไข่ ไม่ใช่ความผิดของพวกผมนะครับ ผมทำงานให้ท่านทุกวัน ยืนยันได้ เตรียมอย่างเต็มที่ แล้วก็วางแผนอย่างเต็มที่ ประสานกับกี่หน่วยที่ท่านเห็น แล้วขณะเดียวกันต้องรอ งบประมาณอย่างที่กราบเรียน รอว่าแต่ละภาคจะเรียบร้อยอย่างไร และภาคอีสานต้องแก้ไข นะครับ ท่านประธาน ต้องชัดเจน ถ้าท่านไม่แก้ไขปัญหาภาคอีสานเราเดินไม่ได้ ผมต้อง กราบเรียนนะครับ

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมื่อกี้นี้ คุณเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ พูดดีมากตอนท้าย ผมขอนิดเดียวออกจากนอกกรอบ ๑ คำเท่านั้นเอง ผมคิดว่ากรรมาธิการ ยกร่างฯ ต้องมีทิศทางให้ชัดเจน และก็ผมเห็นด้วยกับคุณเกียรติชัยที่บอกว่า เราจะต้อง ลดอํานาจรัฐลง และเพิ่มอํานาจให้ประชาชน ผมคิดว่าถ้าเรามีกรอบ และมีจะเรียกว่า สโลแกน (Slogan) หรือแนวคิดอย่างนี้ว่าลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้ประชาชน ผมคิดว่าจะทำให้ เรามีจุดหมายชัดเจนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราต้องการอย่างไร และกรุณารอฟัง ประชาชนด้วย อย่าเพิ่งรุดหน้าเร็วเกินไป เขาจะมีความรู้สึกว่าเราไม่ฟังเขา และจะมีผล ตอนในชั้นสุดท้าย ผมเติมนิดเดียว ผมได้วางแผนไปถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ก็คือว่าเราจะ ออกไปฟัง ที่บอกว่าเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผมไม่ได้ไปทำทีเดียวแล้วจบนะครับ ผมทำกะว่าจะเอามาให้ท่านประมาณเดือนมีนาคม ผมจะ เอามาให้ท่าน ครั้งที่ ๑ เสร็จแล้ว พอท่านมีกรอบ มีรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อย พวกผมต้องรับอาสาท่านไปฟัง ๗๖ จังหวัดใหม่ แล้วก็ทำสำรวจในเชิงทั้งคุณภาพและในเชิงปริมาณใหม่ทั้งหมดให้ท่านอีก พอเสร็จเรียบร้อย เรามั่นใจประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ก่อนจะประกาศใช้ขั้นที่ ๓ ในการรณรงค์ให้คนไปทําประชามติ พวกผมก็ต้องออกไปรณรงค์ ๗๖ จังหวัด เพื่อให้คนได้เห็นความสำคัญของการไปลงประชามติ และให้ประชามติสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าเราดีก็ต้องให้ เขารับให้ได้ ถ้าเราไม่ดีก็ต้องให้เขาไม่รับ มันก็จะต้องเปึ้นความเปึ้นจริง เพราะฉะนั้น พวกผมจะต้องเดินจากนี้ ๓ ช่วง สอดคล้องไปกับการทำงานของท่านตลอด เพราะฉะนั้น ผมเข้าใจดีครับท่านประธานว่าผมก็เพิ่งเห็นของท่าน และก็ถ้าเราสามารถยืดหยุ่นปรับกันได้ ก็จะเปึนประโยชน์ แต่ว่าถ้าท่านไม่ปรับผมก็ทําดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ ตามเวลาที่ท่านกําหนดมา ผมก็รับใช้เท่าที่จะทำได้ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ท่านที่ยกมือเจ้าหน้าที่ก็จดลำดับให้แล้วนะครับ ก่อนที่จะถึงท่านรัฐ ท่านสมเกียรติ ท่านสมยศ ท่านอุทิศ ขอเรียนในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์พูดถึง อันแรกคือเรื่องงบประมาณ งบประมาณกรรมาธิการ ๑๒ คณะ ที่จะต้องไปตั้งรายละเอียดมีส่วนใช้จ่ายงบประมาณเท่าไร ตอนนี้ทำมาแล้วประมาณ ๕ – ๖ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ขอให้เร่งจะได้ไปพร้อมกัน จะไม่ช้านะครับ ส่วนประเด็นเรื่องระยะเวลาเดี๋ยวกรรมาธิการคงตอบนะครับ แล้วก็ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ คงไปตกลงกับกรรมาธิการอีกทีหนึ่ง กรรมาธิการจะตอบเลยหรือครับ เชิญอาจารย์สมคิด

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนนั้นเปึ้นเรื่องที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ความสําคัญเปึ้นอย่างยิ่ง นะครับ ไม่ด้อยกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ เราเข้าใจตรงกันว่าการร่างรัฐธรรมนูญที่ปราศจาก การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นแทบจะเปึนไปไม่ได้ แล้วก็การร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างไปแล้ว โดยไม่ฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นก็เปึ้นร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ ของประชาชน แต่เปึ้นร่างรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั่นเอง เพราะฉะนั้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจึงได้เขียนอยู่ในข้อ ๒ อย่างชัดเจน ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะรับฟังความคิดเห็นประชาชน และก็ สสร. ควบคู่กันไป เรียนท่านสมาชิกสภาร่างฯ ทุกท่านว่าเราได้เขียนในข้อ ๒ นั่นไม่ได้หมายความว่ารับฟังแค่ ๑๕ วันนะครับ แต่เรียนตั้งแต่ต้นว่ารับฟังไปเรื่อย ๆ จนกว่ารัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้น ในแต่ละวันที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาประชุมร่วมกันนี่ ก็เรียนท่านทั้งหลายว่า ไม่ใช่เฉพาะทางสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่ได้รับฟังความคิดเห็นประชาชน นะครับ เอกสารที่มาถึงกรรมาธิการยกร่างฯ ในแต่ละครั้งนี่ก็มีอยู่เปึนจํานวนมาก ทั้งที่เปึน ความเห็นของประชาชนเองและก็ความเห็นของกลุ่มประชาชนหรือองค์กรต่าง ๆ ก็เสนอ ความเห็นมาตลอด เราก็ได้ตั้งกรรมาธิการ ๒ ท่านนะครับ ท่านอาจารย์วุฒิสาร ตันไชย กับท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น เปึนฝ์ายที่ไปเก็บข้อมูลและก็เปึ้นฝ์ายรวบรวมและก็ พยายามจะวิเคราะห์นะครับว่าความคิดเห็นประชาชนในด้านต่าง ๆ นั้นเปึนอย่างไรบ้าง เรื่องระยะเวลาที่ท่านกรรมาธิการท่านสมาชิกเปึ้นห่วงนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เราได้เขียนในข้อ ๔ กับข้อ ๖ ไว้นะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้พูดถึงข้อ ๔ ค่อนข้างมาก ความจริงมีข้อ ๖ อยู่ด้วยครับก็คือว่าเราอยากจะรับฟังความคิดเห็นของกรรมาธิการ โดยเฉพาะชุดของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ วันที่ ๒๗ ถึง วันที่ ๒๙ มีนาคม อย่างเปึ้นทางการ ทั้งปริมาณและคุณภาพ ที่เขียนว่าวันที่ ๒๗ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๑ มีนาคม จะขอรับฟัง ความคิดเห็นครั้งแรกนี่ อาจารย์เจิมศักดิ์นับ ๑๘ วันนะครับ ผมนับถึงวันที่ ๒๗ นี่ ๒๓ วัน ไม่ใช่ ๑๘ วัน อาจารย์เจิมศักดิ์นับถึงวันที่ ๒๔ นะครับ ๑๘ วัน ผมนับถึงวันที่ ๒๗ ๒๘ กุมภาพันธ์ กับ ๑ มีนาคม ก็จะเปึน ๒๓ วันทั้งหมด ความจริงเวลาก็คงขยายได้นิดหน่อย คงไม่น่ามีปัญหามาก ระหว่างวันที่ ๒๔ ถึง วันที่ ๑๐ แต่ขออนุญาตกราบเรียนว่าที่กำหนดไว้ ๒๗ ๒๘ กุมภาพันธ์ ถึง ๑ มีนาคม ที่ได้เรียนและท่านกรรณิการ์ได้พูดว่าเร่งรัดเกินไป หรือเปล่า อยากขออนุญาตกราบเรียนว่าคงไม่ใช่รับความคิดเห็นที่สมบูรณ์แบบของ กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ แต่ว่าอยากได้ข้อมูลเปึ้นเบื้องต้นครับว่าจากการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนไป ๓ อาทิตย์นี่ จากวันที่ ๔ ถึง วันที่ ๒๓ นี่ ซึ่งเปึ้นเวลาทั้งหมด ๓ อาทิตย์ ทั้งหมดนะครับ ท่านได้รวบรวมมาบางส่วน ผมเข้าใจว่าบางส่วนอยู่แล้วครับ คงไม่ใช่ทั้งหมด แต่ว่าที่อยากรับฟังความคิดเห็นอย่างเปึ้นทางการทั้งหมดนี่ น่าจะตก วันที่ ๒๗ ๒๘ ๒๙ มีนาคม ซึ่งน่าจะตรงกับเวลาที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้พูดถึงนะครับ ว่าช่วงนั้นเปึนเวลาที่กรรมาธิการประสานงานรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรรมาธิการ ทั้ง ๗๖ จังหวัด ทั้งกรรมาธิการที่จะรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ต่าง ๆ ได้มีความเห็นเสร็จสิ้นและได้ประมวลเปึ้นรูปธรรมนะครับ เปึนข้อมูล เปึนเปอร์เซ็นต์ เปึ้นอะไรต่าง ๆ เรียบร้อย ช่วงนั้นน่าจะเปึ้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการที่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจะได้นําความเห็นทั้งหลายไปทบทวนทั้งหมด ผมขออนุญาต กราบเรียนว่า แม้ว่าจะรับฟังวันที่ ๒๗, ๒๘ มีนาคม แล้วในตารางอาจจะมีความสับสนว่า เอ๊ะ กรรมาธิการยกร่างฯ จะไปฟังไหมตอนนั้นนะครับ เพราะไปร่างแล้ว ก็ขออนุญาต กราบเรียนว่าคงมีผลต่อกรรมาธิการยกร่างฯ มาก ผมได้เรียนในกรรมาธิการยกร่างฯ ทุกท่านนะครับว่าทั้งกรอบหลักการกว้าง ๆ ทั้งหลักการย่อยทั้งหลายก็เปึนหลักการ ที่เราคุยกันในกรรมาธิการยกร่างฯ เท่านั้น แต่ท้ายที่สุดความเห็นของประชาชนก็เปึน ความเห็นหลัก เปึนความเห็นสำคัญที่เราต้องรับฟังแล้วก็นำมาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งหลาย ผมเองนั้นอยากเรียนว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกคนก็เห็นถึงความสําคัญ ของเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แล้วเราอยากรับฟังมากที่สุดนะครับ วันที่ ๒๗ ๒๘ กุมภาพันธ์เปึ้นเบื้องต้นเท่านั้นเองครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วอยากรับฟังเปึนข้อสรุปทั้งหมด อย่างเปึนเปอร์เซ็นต์ อย่างเปึนข้อมูลทางวิชาการ วันที่ ๒๗ ๒๘ ๒๙ มีนาคม ขออนุญาต กราบเรียนอย่างนั้นครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ขอเคลียร์ ประเด็นนิด หนึ่ง เพราะท่านพูดคำว่า ๒๗ ๒๘ แล้วก็ ๑ นี่ ผมรู้ว่าเดือนนี้มี ๒๘ วันแล้วพอท่านพูดบอกว่า ๒๗ ๒๘ ๑ มีนาคม ก็หมายความว่า ๒๗ ก็ต้องหมายถึง ๒๗ กุมภาพันธ์ ถูกต้องใช่ไหมครับ แล้วอีกตอนหนึ่งของท่านก็คือ ๒๗ เหมือนกัน แต่ ๒๗ มีนาคม ตกลงมันมีทั้ง ๒๗ กุมภาพันธ์ คือเดือนนี้เปึนครั้งแรก ทีนี้ในตารางที่ท่านเขียนคือ ๒๔ กุมภาพันธ์ ผมก็นับว่าเหลืออีก ๑๘ วัน ๑๙ วัน จากวันนี้ถึงวันที่ ๒๔ ตกลงผมก็ได้อีก ๓ วัน คือ ๒๗ แล้วคิดว่าผมทําทันใช่ไหมครับ ที่ ผมกราบเรียนมาทั้งหมดนี้ คือผมกําลังมองหน้าท่านประธานแต่ละภาค ท่านผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ผมมองหน้าท่านว่าพูดไปผมก็ต้องเซ็นส์ไปว่าที่มผมเขาคิดว่าเขาลุยไหวไหม เพราะว่าขณะนี้ ท่านประธานใหญ่ยังนั่งถามบอกว่าแล้วงบประมาณช่วยเสนอ ๆ กันหน่อยนะ ผมเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ว่าเงินยังไม่มาเลย แล้วท่านก็รู้ว่าเวลาออก ๗๖ จังหวัดนี่มันจะต้อง เป่ดเวทีรับฟัง ท่านจะขยายตรงนี้ได้ไหม ตรงนี้อันแรกเท่านั้นละครับ หลังจากนั้นแล้วนี่ พอมันเดินแล้วมันเดินได้ ท่านกรุณาตรงนี้ได้ไหม เท่านั้นละครับ ๒๗ กุมภาพันธ์ เดือนนี้เลยพูดกันง่าย ๆ ซึ่งเหลือ เมื่อกี้ผมนับ ๑๙ ถ้าเปึ้น ๒๗ ก็ได้อีก ๔ วัน ถูกไหมครับ จากวันที่ ๒๔ เปึนวันที่ ๒๗ ได้อีก ๓ วัน ๑๙ ก็เปึน ๒๒ วัน ผมไม่ค่อยมั่นใจ ผมมองหน้า ประธานทั้งหลายอยู่ตรงนี้ว่าจะทําได้ไหมในแต่ละภาคนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ พอดีอาจารย์เจิมศักดิ์ ต่อเนื่องนะครับติดพัน เดี๋ยวท่านปรึกษารายละเอียด อีกทีหนึ่งก็ได้นะครับมีเวลา ท่านรัฐ ชูกลิ่น เชิญครับ

นายรัฐ ชูกลิ่น

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม รัฐ ชูกลิ่น สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๕๔ ก่อนอื่นผมต้องแสดงความยินดีกับคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ นะครับที่เอาเอกสารฉบับนี้ออกมาได้ แล้วก็ในเวลาอันรวดเร็วซึ่งดูดีนะครับ แต่ผมจะขออนุญาตคอมเมนท์ (Comment) ลงไปนิดหนึ่งนะครับ เผื่อจะมีประโยชน์ กับท่านคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธาน ผมจำได้ว่าตอนที่แสดงวิสัยทัศน์เบื้องต้น ท่านรองฯ ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านรองฯ เดโช ได้บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะเปึน รัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยมากที่สุด ร่วมสร้างรัฐธรรมนูญอันนี้ แต่วันนี้ผมดู ขออนุญาตนะครับ ข้อ ๒ ที่มีประชาชนมาร่วมด้วย วันนี้ก็วันที่ ๕ แล้ว ตามกำหนดการ ก็จะหมดวันที่ ๘ ท่านกำลังจะบอกผมว่าเรามีเวลา ๓ วันที่จะเอาคน ๖๐ กว่าล้านคน มาลงความเห็น ความเห็นชอบ ความคิดเห็น แนะนำทั้งหลายนี่ผมคิดว่าคงไม่ทัน ผมก็ขออนุญาตแนะนำว่าในกรอบเวลาตามสมัยที่ผมเรียนจบวิศวะ ตรงนี้เขาเรียกว่า ซีพีเอ็ม (CPM – Critical Path Method) ซีพีเอ็ม มันก็จะแบ่งเปึนว่าอันไหนที่กรอบเวลาเล็ก ๆ อันไหนที่ขยับขยายได้บ้างที่จะไม่กระทบทำให้ ๑๘๐ วันนี้กระเทือน เราจะกระทบอะไรได้บ้าง ยกตัวอย่าง ข้อ ๒ ตามที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้เสนอขึ้นมา ถ้าเราบอกว่าเรามีเวลา ๓ วัน จะ เอาคน ๖๐ ล้านคนมา ผมคิดว่ามั่นคงไม่ทัน แต่ถ้าตัวนี้ขยายขึ้นนะครับ แล้วไม่กระทบกับ รัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นใน ๑๘๐ วันนี่ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ เพราะผมเชื่อว่ากระดาษ แผ่นนี้นี่พรุ่งนี้เขาคงไปลงหนังสือพิมพ์แล้วนะครับ แล้วเขาก็จะถามท่านว่า ๑๕ วัน หรือว่าเหลือเวลาอีก ๓ – ๔ วันในอนาคตข้างหน้านี้จะทำได้หรือ แล้วมันจะเปึนการ ร่วมของประชาชนเข้ามาร่วมจริง ๆ ได้อย่างไร ผมขออนุญาตเสนอว่าถ้าไม่กระทบกับ ท่านทั้งหลาย ขออนุญาตเลื่อน ๒๕ มกราคม ไปถึง ๘ กุมภาพันธ์ ถ้าเลื่อนได้ขออนุญาต เลื่อนให้เหมือนกับท่านสมาชิกที่เสนอมานะครับ จะไปตกกับเบอร์ ๔ หรือเบอร์ ๖ ก็ตาม มันก็จะเปึนการแสดงกับประชาชนไปว่าเรานี่พร้อมจะรับฟังตลอด ข้อมูลข่าวสารจาก ประชาชน เพราะว่าท่านอย่าลืมนะครับ ตามที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเจิมศักดิ์ท่านว่า รับจากจังหวัดมาแล้ว ๗๖ จังหวัดท่านกลั่นมาแล้ว ก็ต้องให้ภาคต่าง ๆ มากรองอีกทีหนึ่ง กว่าจะมาเปึนเอกสารมาถึงท่านที่เปึนเอกสารซึ่งชี้ได้ บ่งได้ว่าเปึนตัวหนังสือ ไม่ใช่แค่คําพูด มาเฉย ๆ นี่คงต้องใช้เวลานิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมขอเสนอแนะว่าข้อ ๒ นี่ถ้าขยายได้แล้ว ไม่กระทบอะไร ผมขออนุญาตเสนอว่าช่วยกรุณาพิจารณาว่าถ้าจะขยายไปเท่าข้อ ๔ หรือเท่าข้อ ๖ เลย ซึ่งมันจะเปึนการยืนยันว่าเรารับฟังเสียงประชาชนตลอดได้ น่าจะเปึน เรื่องดีครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์สมคิด เชิญครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ข้อ ๒ พูดกันเยอะ ผมชี้แจงไปแล้วก็อาจจะยังไม่เคลียร์ ก็ขออนุญาตแก้ไขคำ ให้มันตรงกันได้ไหมครับ ขออนุญาตแก้อย่างนี้ครับท่านชูชัย ท่านรองประธานได้ให้ คําว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกําหนดหลักการกว้าง ๆ โดยเริ่ม ขอเติมคําว่า เริ่ม โดยเริ่มรับฟังความคิดเห็นของ สสร. และประชาชนควบคู่กันไป และรับฟังตลอดไป ๑๘๐ วัน ขอเติมอย่างนี้เลยได้ไหมครับจะได้จบประเด็นไป ประเด็นนี้ที่ท่านสมาชิก เปึนห่วงครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ที่ประชุมคงเห็นชอบใช่ไหมครับในส่วนเติม เอาส่วนที่ขอเติมไปก่อนนะครับ ไม่มีความเห็น เปึนอย่างอื่นนะครับ หรืออาจารย์พิเชียร เรื่องนี้หรือครับ เชิญครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. เลขที่ ๔๕ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง ๓๕ ท่าน ที่ได้เห็นความสําคัญของการรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ท่านได้กรุณาขยายเวลาในข้อ ๒ ออกไป โดยท่านอาจารย์สมคิดได้พูดว่าจะรับฟังตลอดไป ๑๘๐ วันเลยนะครับแล้วต้อง ขอขอบคุณอาจารย์ชูชัยเปึนอย่างยิ่งด้วยนะครับ ซึ่งตรงนี้กระผมก็จะได้ไปเรียนให้พี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบ เพราะว่ายังมีพี่น้องจำนวนมากที่เข้าใจผิด พอเขาเห็น แกนท์ ชาร์ต (Gantt chart) ตัวนี้ของท่าน อย่างอันนี้เมื่อสักครู่นี้ตัวแทนของสมาคมคือ สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทยถึง ๕ สภาด้วยกัน ได้มายื่นหนังสือถึง ท่านประธานสภาฯ ท่านนรนิติ เศรษฐบุตร เพื่อให้ดูแลในส่วนของปัญหาการคุ้มครองแรงงาน โดยเขาเข้าใจว่าจะต้องมายื่นก่อนวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ แสดงว่าข่าวสารก็ได้ออกไป มากพอสมควรนะครับ ตรงนี้เราก็จะแก้ไขข่าวสารให้ว่ายินดีรับฟัง ท่านรับฟังตลอดได้ถึง ๑๘๐ วันเลยนะครับ เพราะว่าพอท่านยกร่างฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วถ้าพี่น้องประชาชน เสนอมาอีก หมายถึงว่าท่านก็ยังสามารถแก้ไขได้นะครับจนถึง ๑๘๐ วันเลย อันนี้สำคัญนะครับ ท่านยืนยันนะครับ ถ้าท่านยืนยันกระผมก็จะได้ไปเรียนให้พี่น้องประชาชน ก็ยืนยันเช่นเดียวกัน นะครับ เพราะว่าตรงนี้สําคัญมากนะครับ แล้วก็นอกเหนือจากนั้นการรับฟังความคิดเห็น จากคณะกรรมาธิการ แล้วก็ สสร. ท่านอื่นด้วย ซึ่งท่านบอกว่าท่านได้ขยายเวลาออกไป ผมขออนุญาตเรียนถามอาจารย์สมคิดอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ชัดเจนนะครับว่าในส่วนของ สสร. และคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ตกลงว่าสามารถที่จะเสนอความคิดเห็นได้ถึงสิ้นเดือนมีนาคม หรือว่าถึงต้นเดือนมีนาคม ตรงนี้เมื่อสักครู่ผมฟังแล้วยังไม่ชัดเจนครับ ท่านประธาน ขออนุญาตเรียนถามครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ท่านอาจารย์สมคิดจะตอบ เชิญครับ

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรื่องระยะเวลารับฟังตลอด ๑๘๐ วันนั้นเปึ้นเรื่องที่กรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้พูดกันโดยทั่วไปอยู่แล้วนะครับ ผมเข้าใจว่าเปึ้นเรื่องของการใช้คําซึ่งอาจจะ ไม่ตรงกัน แต่ว่าเนื้อหานั้นตรงกันอยู่แล้วนะครับว่าเราอยากจะรับฟังความคิดเห็นประชาชน ทั้งประเทศตลอดเวลา ๑๘๐ วัน อันนี้คงตรงกันอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหา ๑๘๐ วันนั้น คงไม่ได้หมายถึงเฉพาะกรรมาธิการยกร่างฯ เท่านั้น อาจจะหมายถึงท่าน สสร. รวมไปด้วย ผมขออนุญาตเรียนว่าในกรอบเวลาที่ ๖ นะครับ ที่อยากจะรับฟังความเห็นของกรรมาธิการ ของสภาร่างฯ นะครับ ขออนุญาตกำหนดเวลาในวันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ วันที่ ๒๙ มีนาคม ถ้าตอบคำถามท่านพิเชียร์ก็คือว่าสิ้นมีนาคมน่าจะรับฟังความเห็นได้โดยตลอด ขออนุญาต เรียนท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับว่ามีในข้อ ๔ กับข้อ ๖ ที่เขียนว่า รับฟังความเห็นของคณะกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ คงต้องใคร่ขอหารือว่า ท่านกรรมาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญในชุดอื่น ๆ ซึ่งผมเข้าใจว่ามีชุดที่รับฟังความคิดเห็น อยู่ทั้งหมด ๔ ชุด อาจจะต้องหารือตกลงกันว่ามีชุดไหน อย่างไรบ้าง และใช้เวลากันเท่าไร คงหารือรายละเอียดกันอีกทีหนึ่ง แต่คงอาจจะไม่ใช่ทุกชุดนะครับ ชุดประชาสัมพันธ์ ของท่านพิเชียร์ก็อาจจะประสานกับชุดของท่านเจิมศักดิ์ในเรื่องการประสานความคิดเห็น เลยว่าท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง ก็คงประสานกันไป แล้วก็มาพูดกันอีกทีหนึ่งนะครับว่า ในสภาร่างฯ นั้นเรามีความเห็นอย่างไรบ้าง ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ก็ชัดเจนแล้วนะครับ ผมว่าความเห็นตรงกัน

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาต ต่อเนื่องสั้น ๆ นิดเดียวครับว่าอยากจะขออนุญาตขอให้ทางคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ได้เข้าไปร่วมพบปะกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วย เพราะว่ามีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่เสนอข้อคิดเห็นผ่านทางคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์ฯ มาก็จะได้โดยตรง จะได้ไม่เสียเวลา ขออนุญาตท่านอาจารย์สมคิดครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ความจริงก็เปึ้นสิทธิอยู่แล้วนะครับที่ สสร. จะเข้ารับฟังได้ทุกเมื่อตลอดเวลา แต่ก็ ขออนุญาตบอกกล่าวกันตรงนี้ ก็เข้าใจว่าไม่มีอะไรขัดข้องแล้วนะครับ ขอผ่านเรื่องนี้ นะครับ เรื่องต่อไป เชิญครับ เกี่ยวพันกับเรื่องนี้หรือเปล่าครับ ถ้าไม่เกี่ยวก็ไม่เปึนไร ขออนุญาตเดินเรื่องต่อนะครับ ผู้ที่อยู่ในรายการ เชิญท่าน สสร. สมเกียรติ อยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. เปึ้นเรื่องที่ต่อเนื่องจากท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ส่วนมากท่านก็ ทำความเข้าใจในรายละเอียดเกือบจะทุกประเด็นอยู่แล้ว แต่มันมีที่ภาคของผม ภาคตะวันออกนะครับ มันมีประเด็นปัญหาอยู่นิดหนึ่ง ของผมนี่ส่วนมากจะเปึ้นจังหวัด ที่มีอุตสาหกรรมอยู่เยอะ อย่างสมุทรปราการและระยองที่มาบตาพุดนะครับ ในกรณีที่จะไป รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดนี้ ส่วนมากจะมีเวลา ที่จำกัดจริง ๆ ครับท่าน ก็คือวันอาทิตย์ วันจันทร์ถึงวันเสาร์นี่เท่าที่ติดต่อ แม้กระทั่งจะไป ติดต่อให้มาเปึนคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน จังหวัดสมุทรปราการหรือจังหวัดระยองเองก็ค่อนข้างที่จะได้รับการยินยอมลำบาก เว้นแต่ว่าบางคนถึงขนาดบอกว่าท่านทำหนังสือมาจากสภาสิ เจ้านายหรือนายจ้าง ถึงจะอนุญาตออกมาได้ อันนี้คือประเด็นปัญหาที่พวกผมได้ประสบอยู่ โดยเฉพาะขณะนี้ ในจังหวัดภาคตะวันออก มีสมุทรปราการ มีฉะเชิงเทรา มีระยอง มีจันทบุรี มีชลบุรี มีตราด ของผมมี สสร. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่เพียง ๔ จังหวัดนะครับ อีก ๒ จังหวัด ของผมคือจันทบุรีและตราดยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งบังเอิญในคณะกรรมาธิการ คณะที่ ๒ ภาคกลาง ได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้ผมเปึนคนประสาน ผมไม่รู้จะไปเริ่มต้น ที่ใครครับขณะนี้ ค่อนข้างจะกว้างขวาง แล้วบังเอิญระยะเวลากรอบที่ท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ กําหนดมานี้ค่อนข้างให้เวลาน้อยจริง ๆ นะครับ อย่างที่ท่านเจิมศักดิ์ท่านอภิปราย ไปแล้วนะครับเมื่อกี้ ค่อนข้างจะน้อย พวกเราค่อนข้างจะลำบากในการจัดสรรหรือคัดสรร หรือหาบุคคลที่มาร่วมเปึนคณะกรรมาธิการดำเนินการในกิจกรรมนี้ครับ

และอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากเรียนไว้กับท่านประธานคืออยากเห็น มาตรฐานหรือแบบ หรือรูปแบบ หรือสิ่งที่กรรมาธิการอยากจะรับรู้รับทราบข้อมูลจาก ประชาชนให้เปึนแบบเดียวกัน เปึนมาตรฐานเดียวกันออกมาเสียที พวกเราคณะทำงาน คณะที่เกี่ยวข้องจะได้ไปกำหนดแบบและระยะเวลา วิธีการลงไปพบประชาชน จะได้ออกมา ในรูปแบบเนื้อหาเดียวกันที่จะทำให้ข้อมูลที่จบสรุปสุดท้ายแล้วไปสู่คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เปึนข้อมูลที่กรรมาธิการยกร่างฯ ต้องการจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่แตกไปคนละประเด็น ๒ ประเด็น

อีกเรื่อง เรื่องสุดท้ายนะครับ พอดีท่านพิเชียร ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านก็พูดไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขออภัยที่ต้องกล่าวอ้างถึงอาจารย์สดศรีอีกครั้งหนึ่ง กระผมเปึนห่วงมาก ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมอ่านข่าวเมื่อวานท่านอาจารย์สดศรี ท่านบอกว่าถ้าเผื่อพวกเรา สสร. ทั้งหลายลดบทบาทการพบปะพูดคุยกับสื่อจะเปึนทางการ หรือไม่เปึ้นทางการเสียบ้างก็ดีนะครับ เพราะว่าถ้าเผื่อต่างคนต่างพูดประเด็นมันจะแตก ออกไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าเผื่อออกเปึนข่าวไปแล้วนี่ประชาชนจะเชื่อนะครับว่าสภาร่างฯ น่าจะมีแนวออกมาเปึนแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่อาจจะเปึนความเห็นส่วนตัวของพวกเราสมาชิก เท่านั้นนะครับ ผมห่วงตรงนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ถ้าเผื่อเปึนไปได้หาคนที่ รับผิดชอบเปึนคนดำเนินการชี้แจงพูดจา พูดคุยกับสื่อให้เปึนหลักเปึนฐานหน่อยเถอะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ก็รับฟังข้อสังเกตนี้ไว้นะครับ ลำดับต่อไปขอเชิญท่าน สสร. สมยศ นะครับ เชิญครับ

นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม สมยศ สมวิวัฒน์ชัย สสร. นะครับ อยู่ในกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ และกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็น ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถึงช่วงเวลานี้ผมคิดว่าประชาชนคงจะติดตามเรื่องราวของคณะ สสร. ของเรา อย่างต่อเนื่องมา ผมคิดว่าประชาชนคงจะตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะได้รัฐธรรมนูญที่ดี นำไปสู่ความสงบสุขของประชาชน ซึ่งเกิดความสับสนพอสมควรที่ผ่านมาจากการได้ รับฟังข่าวของ สสร. ซึ่งให้การสัมภาษณ์ในแต่ละท่านซึ่งแตกต่างกันไป ผมคิดว่าความชัดเจน ในวันนี้นะครับ คือกรอบเวลาของการทำงาน จะช่วยทำให้ความวุ่นวายหรือความสับสนที่คิดว่า สสร. นั้นจะทำงานกันเปึนอย่างไร คงจะช่วยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นเปึนอย่างมาก และผมต้อง ข้อแสดงความเห็นใจกับท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยนะครับที่ว่ากรอบเวลานั้นค่อนข้าง ที่จะสั้นและกระชับมาก เปึนเหตุให้ทุก ๆ ท่านจะต้องทุ่มเทเวลาอย่างมาก ๆ ในความคิดเห็น ของผมคิดว่าการที่จะช่วยทําให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้ทํางานได้โดยง่าย และไม่ก่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันจนเปึ้นเหตุให้มีการวิพากษ์วิจารณ์มากเกินไป ก็คือว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นก็เปรียบเสมือนสถาปนิกนะครับ ซึ่งรับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่เปึนเจ้าของบ้านซึ่งเปึนประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ที่สำคัญ ความสำคัญก็คือว่าเวที ที่จะเป่ดให้กับประชาชนและกับองค์กร ต่าง ๆ โดยเฉพาะ ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องให้เวลาและมีเวลา และการเป่ดเวทีนั้นเปึนสิ่งที่ดีมาก ก็คือว่าประชาชนและองค์กร ที่สําคัญต่าง ๆ จะได้มีเวลาเตรียมตัวและก็กําหนดเวลาที่จะเป่ดและที่สําคัญ สสร. ทุก ๆ ท่าน ก็จะต้องไปเยี่ยมในเวทีนั้น ๆ ตามเวลาที่มีอยู่นะครับ ก็จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง สสร. กับภาคประชาชนนั้นมีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น

อีกประการหนึ่งเรื่องของการเตรียมตัว อย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ และหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมาแล้วนั้น เปึนการยากมากในการที่จะเตรียมเวลาและเตรียมตัว ที่จะบอกจัดกรอบเวลานะครับ ผมคิดว่าที่ท่านอาจารย์สมคิดได้บอกว่าปรับเปลี่ยนเปึน ๑๘๐ วัน ตรงนี้ก็คงจะเปึนสิ่งที่ค่อยบรรเทาความเดือดร้อนในรายการที่จะลงในภาค ประชาชน ผมอยากจะเสนอว่าความสำคัญก็คือว่าการรับฟังจะต้องมีกรอบและกระบวนการ รับฟังที่เปึ้นรูปธรรม ที่มีท่านหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้วว่าจะต้องสามารถที่จะได้คำตอบ มาในเชิงปริมาณเหมือนกับเปึนงานวิจัยย่อย ๆ ชิ้นหนึ่ง ก็คือปริมาณและเชิงคุณภาพ ผมคิดว่าตรงส่วนนี้เปึ้นส่วนที่สําคัญมาก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราไม่สามารถที่จะตอบได้ว่า ในเรื่องแต่ละเรื่องที่เรายกร่าง หรือเราร่างไปแล้วนั้น มันไม่มีข้อมูลซัพพอร์ท (Support) ที่แน่นหน้าพอ ก็จะเปึ้นเหตุทำให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ และ สสร.ทุกท่านนั้น เปรียบเสมือนว่าอาจจะถูกบอกว่าเอาความคิดของตนเองใส่เข้าไป พวกเราคงจะไม่เอา ความคิดของตนเองใส่เข้าไปอยู่แล้วนะครับ แต่เพียงแต่ว่าเราจะทําอย่างไรให้เปึ้นรูปธรรม ผมจึงเสนอเอาไว้ว่าเรื่องของกระบวนการในการที่จะรับฟังให้เหมือนกันทั่วประเทศ เปึ้นสิ่งที่สําคัญที่สุดที่จะซัพพอร์ทให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้ทํางานอย่างง่าย นะครับ และควรจะมีกระบวนการรับฟังออกเปึน ๓ ระยะ คือระยะที่ ๑ ก็คือว่ารับฟังในเบื้องต้นว่าในแต่ละองค์กร ในแต่ละกลุ่มประชาชน ในแต่ละจังหวัดนั้น มีความคิดเห็นในแต่ละเรื่องนั้นอย่างไร ในเบื้องต้นก็คือว่าผมคิดว่า ในเดือนกุมภาพันธ์นั้นน่าจะพยายามทำให้แล้วเสร็จนะครับ และอาจจะมีบางส่วน ที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ อาจจะต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม ช่วงนั้นข้อมูลก็จะเริ่มไหลเข้ามา เปึ้นระยะ ๆ ข้อมูลไหลเข้ามาอย่างเปึนรูปธรรมที่ชัดเจนนะครับ เปึนระยะตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเดือนมีนาคม คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะได้ ประโยชน์ในข้อมูลค่อย ๆ ไหลเข้ามาจากกรอบที่วางเอาไว้นะครับ แล้วเมื่อเข้าถึง เดือนเมษายน ผมคิดว่ากรรมาธิการก็อาจจะใช้เวลาซึ่งทำคู่ขนานกันไป อาจจะใช้ เวลาประมาณ ๑๐ วัน ที่ว่านิ่งสงบ ค่อย ๆ ประมวลข้อมูลมาผมคิดว่าก็จะช่วยทำให้ การยกร่างในรอบแรกนั้นที่จะต้องให้เสร็จภายในวันที่ ๑๙ เมษายนนั้นได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนการรับฟังในครั้งที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อสรุปการยกร่างฯ ได้ในชุดแรกแล้ว ก็จะจัดน้ำพิมพ์ แล้วก็จะส่งเข้าไป ที่บอกว่า ๑ ล้านฉบับอะไรนี่นะครับ ก็จะต้องมีการรับฟังครั้งที่ ๒ เพราะว่าคงจะต้องมีการเขาเรียกว่าขัดเกล้าอีกนิดหน่อย ส่วนไหนที่คิดว่าที่เสนอ ไปแล้วนั้นมันยังไม่ค่อยตรงดีนัก ถ้าทำได้ก็จะดีมาก เพราะจะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจ อันดีต่อกันในเรื่องของการเสนอในครั้งแรก และเหตุใดทําไมถึงไม่ได้เปึนไปตามที่ ข้อเสนอก็จะได้มีการอธิบายความกันได้ ก็จะช่วยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันดีขึ้นนะครับ และสุดท้ายนะครับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้อยากจะตั้งความหวังเอาไว้ว่า เปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งที่เราเคยมี และสามารถที่จะเปึนความหวัง ทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความมั่งคั่ง มีความร่ำรวยในความสุข ซึ่งสภาชุดนี้จะต้องประกาศอย่างชัดเจนนะครับว่าเราจะทําให้ได้ เพื่อจะได้ทําให้ สิ่งที่เกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึ้นครั้งที่ ๑๘ แล้วนะครับ ขอให้เปึ้น ครั้งสุดท้ายเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ลำดับต่อไป ท่าน สสร. อุทิศ ชูช่วย เรียนเชิญครับ

นายอุทิศ ชูช่วย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุทิศ ชูช่วย สสร. หมายเลข ๙๙ นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคใต้ และขออนุญาตที่จะ สะท้อนความรู้สึกของกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัดที่ขณะนี้กำลังว้าเหว่ เดินอย่างไร้ทิศทางครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอย่างนี้นะครับว่าสำหรับกรอบ ระยะเวลาที่ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งท่านอาจารย์สมคิดได้กราบเรียนเมื่อสักครู่นั้น นะครับ ในฐานะที่เปึ้นกรรมาธิการภาคใต้ที่ได้ดูแลภาพรวมของการทำงาน การรับฟัง ความคิดเห็นในระดับภาค และได้สัมผัสกับกรรมาธิการในระดับจังหวัดนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าเห็นใจจริง ๆ ครับ แล้วก็เข้าใจครับว่าข้อจำกัด ๑๘๐ วัน ตามมาตรา ๒๙ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พยายาม อย่างเต็มที่ แล้วก็เข้าใจครับว่าการรับฟังความคิดเห็นมันต้องเริ่มตั้งแต่เริ่มเป่ดสภานี้แล้ว ผมเชื่อว่าอย่างนั้นครับ สสร. ทุกคนต้องสดับตรับฟังอยู่แล้วครับ จนกระทั่งครบ ๑๘๐ วัน อันนี้ต้องขอขอบพระคุณที่จะได้ผ่านประเด็นนี้ไปนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าผมอยากจะสะท้อนการทำงานที่ผ่านมา ในฐานะที่ลงพื้นที่จริงครับว่า การทำงานครั้งนี้ของสภาแห่งนี้น่าจะมี ๕ ขั้นตอนหลัก ๆ ครับ ถ้าเปึนมวยก็เรียกว่า ๕ ยกครับ มวยไทยครบ ๕ ยก ยกที่ ๑ คือการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในช่วงแรก ไปสิ้นสุดเอาวันที่ ๑๙ เมษายน หลังจากที่ร่างที่หนึ่งแล้วเสร็จ ท่านที่เคารพครับความว้าเหว่ของกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯภาคใต้ ความว้าเหว่ของ กรรมาธิการวิสามัญจังหวัด ขณะนี้ยังไม่เปึนกระบวน ไม่ทราบว่าจะเริ่มตรงไหนด้วย งบประมาณก็ยังไม่ชัดเจนอันที่หนึ่งครับ อันที่ ๒ เรื่องกรอบแบบฟอร์มในการรับฟัง ความคิดเห็นแบบบันทึกที่จะให้มีร่องร้อยในการนำมาซึ่งการประมวลข้อคิดความเห็นของ พี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัดในแต่ละภาคยังไม่ชัดเจน ขณะนี้ผมคิดว่าเรื่องกรอบเวลา เห็นด้วย แต่ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน และให้คณะทำงานต้องเคลียร์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องกรอบเวลาของการทำงานของจังหวัดและของภาค ตลอดจนแบบฟอร์มเอกสาร การชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะทีมงานของกรรมาธิการระดับจังหวัดที่จะไปรับฟัง ความคิดเห็น ขณะนี้รับฟังความคิดเห็นแบบลม ๆ ฟังแบบลมก็เอาลมมาบอก กรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ ยังไม่สามารถที่จะเปึนหลักเปึ้นฐานได้ เพราะฉะนั้นต้องรีบทํา ครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นสื่อมวลชนก็ดีครับ ประชาชนก็ดีครับ เขาจะมองว่าเรากำลัง ตบตา บอกว่ารับฟังความคิดเห็นประชาชน แต่ว่าฟังมาเปึนลมครับ นำมาเสนอประมวล ก็เปึนลมครับ ไม่เปึนร่องเปึนร้อย ไม่มีหลักมีฐาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าคณะทํางาน ไม่ว่าจะเปึนคณะกิจการสภาฯ หรือคณะทำงานที่จะต้องคิดในเรื่องของแบบฟอร์มกรอบ แสดงความคิดบันทึกความเห็น ตลอดจนการจัดประชุมในระดับจังหวัด ในระดับภาคในการ ที่จะเคลื่อนตรงนี้ต้องรีบโดยด่วน เพราะว่าขณะนี้องค์กรอื่น ซึ่งขณะนี้ก้าวหน้าไปมากครับ เขากำลังจะรับฟังรอบที่ ๒ แล้วครับ ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ทำไปหลายจังหวัด หลายภูมิภาคแล้ว แต่ สสร.เรายังไม่เคลื่อนนี่คือข้อจำกัด เรื่องกรอบระยะเวลานี่เห็นด้วย แต่ขอให้จัดการเรื่องนี้โดยด่วนครับท่านประธานครับ ในยกที่ ๑ ผมคิดว่าถ้าจะให้คะแนนกันแบบมวยไทยนะครับ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ระดับภาค กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดฯ ไม่มีคะแนนเลยครับ ในขณะที่กรรมาธิการ ยกร่างฯ ตั้งลำแล้วครับ ความเห็นของประชาชนยังไม่เปึนขบวนที่จะเข้ามา ๑๙ เมษายน ร่างที่ ๑ แล้วเสร็จหมดยกที่ ๑ ครับ ฝ์ายใดแพ้ ฝ์ายใดช้นะ ไม่ใช่แพ้ชนะหรอกครับ แต่ว่าฝ์ายไหนที่ทำได้ดี ได้น้ำ ได้เนื้อมากกว่า ท่านประธานก็ต้องพิจารณา ยกที่ ๒ ครับ เมื่อนำร่างที่ ๑ มาให้ประชาชนได้แสดงข้อคิดบันทึกความเห็นให้เปึ้นร่องเปึ้นร้อย อีกรอบหนึ่งในยกที่ ๒ ก็เปึ้นเรื่องที่สำคัญที่คณะทีมงานของสภาแห่งนี้จะต้องคิดล่วงหน้า ครับว่า แล้วแบบบันทึกข้อแสดงความคิดเห็นที่จะไปบันทึกในแต่ละภูมิภาค ในแต่ละจังหวัดนี่ จะทำอย่างไร และเพื่อให้ทันต่อกาลเวลา เพราะฉะนั้นในยกที่ ๒ ไปจบลงตรงที่วันที่ ๑๐ มิถุนายน ร่างที่ ๒ จะต้องแล้วเสร็จ ในขณะเดียวกันครับสภาแห่งนี้มีเวลาในการจะ แปรญัตติในช่วงที่ ๒ นี้ ประมาณ ๔๐ กว่าวัน ไม่เกิน ๔๕ วันนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะให้ท่านประธานได้เตรียมในเรื่อง ของงานธุรการที่จะลงไปในจังหวัดนะครับ ยกที่ ๓ ครับ เมื่อร่างที่ ๒ แล้วเสร็จนะครับ ต้องนำมาสู่การรับรองของสภา สสร. แห่งนี้นะครับไม่เกินวันที่ ๖ กรกฏาคม นี่คือยกที่ ๓ ครับ ท่านประธานครับ ยกที่ ๔ ซึ่งเปึนยกที่สำคัญที่ผมคิดว่าน่าจะต้องใช้พลังหรือ ศักยภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๐๐ ท่านนะครับ คือการลงประชามติ ก่อนที่จะลงประชามตินี่ต้องนํารัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านมติของสภานี้ไปแล้วนะครับ ไปเผยแพร่แล้วก็ให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้โหวต (Vote) รับหรือไม่รับนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเปึนเรื่องที่กรรมาธิการในระดับจังหวัด ในระดับภาค จะต้องทำงานหนัก ท่านประธานครับ ยกที่ ๕ ครับ ซึ่งเปึนยกสำคัญครับ เปึนความหวัง ของประชาชนคนทั้งประเทศครับ ถ้าผ่านยกที่ ๔ ไปได้นะครับ ยกเว้นว่าจะโดนน็อก (Knock) ในยกที่ ๔ ครับ นั่นก็คือการประกาศเลือกตั้ง ซึ่งเปึ้นเรื่องที่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศเฝัาคอย รอคอยที่จะได้รับอำนาจในการตัดสินชะตาชีวิตในการปกครองตนเอง ในระบอบประชาธิปไตยต่อไปนะครับ ทั้งหมดนี้กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าเข้าใจในห้วงระยะเวลาและเห็น ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พยายามอย่างยิ่งครับที่จะจัด กรอบเวลาให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่เราก็ต้องจัดการกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นะครับให้ทันกับการยกร่างด้วย เพราะถ้ายกร่างเสร็จแล้วในแต่ละยกนี่นะครับมันไม่มี ความจำเปึ้นที่จะไปฟังความคิดเห็นชาวบ้านแล้วครับ เปึนการทำคู่ขนานก็จริงครับ แต่ต้อง เปึ้นคู่ขนานที่หัวขบวนนี่นะครับมันต้องไปด้วยกัน เสมอ ๆ กันครับ ถึงจะรับฟังกันได้ ถ้าไม่อย่างนั้นนี่ครับ กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ร่างเสร็จ แล้วก็มาฟังเสียงชาวบ้านที่หลัง ก็ไม่มีประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้กราบเรียนว่าการฟัง ความคิดเห็นนี่ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็ทำแล้วครับ อยากจะนำมาเรียน ท่านประธานนะครับว่าเมื่อวานนี้คณะ สสร. ของจังหวัดสงขลา ท่านนิมิตร ชัยจีระธิกุล ท่านวิทยา งานทวี ได้เรียนเชิญท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ และผมนะครับในฐานะ กรรมาธิการภาคใต้ไปรับฟังความคิดเห็นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีประเด็น ที่น่าสนใจที่พี่น้องในองค์กรสถาบันการศึกษาเสนอแนะมาเปึนประเด็นหลักที่แหลมคม มากครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการได้เก็บหรือได้นำไป ในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประเด็นสั้น ๆ ครับ ขณะนี้เรื่องการถกเถียงว่า ส.ส.มีจำนวน เท่าไร มาอย่างไร ส.ว.เปึนอย่างไรนะครับ ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่ไม่อาจจะแก้ปัญหาทั้งหมด ได้ ไม่อาจจะแก้ปัญหาในระบอบประชาธิปไตยที่เราผ่านมาได้ครับ แต่ประเด็นหลัก ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้การเมืองภาคพลเมืองมีความเข้มแข็ง ให้มีการตรวจสอบจาก ภาคประชาชนจากการใช้อํานาจรัฐ จากผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนะครับมีผลปฎิบัติจริง และมีพลังจริง เข้มแข็งจริงครับ ไม่ใช่คำนึงแค่ให้องค์กรของรัฐหรือสถาบันทางการเมือง เข้มแข็งอย่างเดียวครับ ต้องให้สถาบันประชาชน สถาบันพลเมืองเข้มแข็งด้วยนะครับ ซึ่งคณะวิทยากรเมื่อวานนี้ โดยการนำของท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ นะครับ พวกเราก็ได้รับมาแล้วก็ถ่ายทอด มายังกรรมาธิการทุกท่านด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณ ครับ รายการหลังเปึนของแถมพิเศษนะครับ ที่ท่านอุทิศพูดนี่มันมีประเด็นที่ ผมคิดว่าจำเปึนต้อง ขออนุญาตใช้เวลากราบเรียนชี้แจงนิดหนึ่ง ท่านรู้สึกว้าเหว่ ผมรู้สึกเปึ้นห่วงเหมือนกัน แล้วก็ ความจริงก็ว้าเหว่ด้วยเหมือนกันนะครับ ความจริงงบประมาณมีจัดสรรไว้จำนวนหนึ่งแล้วที่ สามารถดำเนินการต่อไปได้ เริ่มต้นได้เลย ไม่ใช่ไม่มีเลยขณะนี้ ความเข้าใจผิด มีงบประมาณที่ สามารถดำเนินงานไปได้เลย แต่ว่าอาจจะไม่เพียงพอที่เรากำลังให้ท่านไปทบทวนกันในแต่ละ คณะกรรมาธิการว่าจะมีแผนงาน แผนปฏิบัติการอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาจากร่างเดิมของ งบประมาณที่เขาใช้ในป้ ๒๕๔๐ เปึนเกณฑ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำเราก็อาจจะเพิ่มเติมจากป้ ๒๕๔๐ โครงการเหล่านั้นอาจจะต้องเพิ่มงบประมาณ มากขึ้นก็ไปคิดมา แต่กรุณาช่วยคิดว่า งบประมาณมีแล้วนะครับ สามารถดำเนินการได้เลย แต่ปัญหาเรื่องของการตั้งกรรมาธิการ จังหวัดนี่นะครับต้องเร่งรีบ แล้วสิ่งที่ท่านอุทิศเปึนห่วง พวกเราก็เปึนห่วง แล้วเราคิดว่าควรจะทำ ก็คือต้องเชิญประธานจังหวัดมาพบกันเพื่อทำความเข้าใจกัน เพื่อจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน อันนั้นแน่ชัดต้องทำครับ ก่อนที่จะปล่อยเขาเดินทางออกไปอย่างว้าเหว่อย่างนั้นนะครับ ต้อง ขอบคุณท่านที่กรุณาเตือนบอกกล่าวเรามานะครับ เรายืนยันว่าสิ่งนี้เราก็เปึนห่วงเช่นเดียวกัน นะครับ ในรายการต่อไปของผมก็คือท่านกรรมาธิการไพโรจน์ พรหมสาส์น เชิญครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น กรรมาธิการยกร่างฯ แล้วก็เปึนผู้ประสานงานของ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยนะครับ ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมช่วยในสิ่งที่ท่านสมคิดได้ชี้แจงไปแล้ว รวมทั้ง ที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย กระผมคิดว่าหัวใจสําคัญที่สุดของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งอันนี้เราก็เริ่มมาตั้งแต่ต้น อย่างที่หลายท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้แล้วนะครับ เราฟังมาตลอดตั้งแต่ก่อนเราจะเข้ามา เปึ้นสมาชิก ทีนี้เนื่องจากว่ามันมีกรอบเวลาจํากัด เพราะฉะนั้นกระผมก็อยากจะเรียนต่อ ที่ประชุมสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับว่ามันมีอยู่ ๓ ช่วงใหญ่ ๆ อาจจะไม่ใช่ ๕ ยก เหมือนอย่างที่ ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ ช่วงแรกก็คือเราจะทําอย่างไรกับการรับฟังความคิดเห็น และนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาประกอบการยกร่างของคณะกรรมาธิการยกร่าง ในช่วงเดือนมกราคมผ่านไปแล้วนะครับ กุมภาพันธ์ มีนาคม เท่านั้นเองนะครับ พอเมษายน ต้นเดือนก็ยังพอได้ เพราะวันที่ ๑๙ ก็จะต้องป่ดยกร่างฯ แรกให้เสร็จ อันนี้แหละครับ เปึ้นสิ่งที่เดี๋ยวผมจะพูดต่อไปว่าในฐานะที่กระผมเองได้รับมอบหมายไปทำที่อยุธยา เมื่อวานได้ประชุมเรียบร้อยแล้วก็จะเล่าให้ท่านฟังว่ามันควรจะเปึนอย่างไร

ในช่วงที่ ๒ หลังจากยกร่างเสร็จแล้ว เราก็ต้องมาจัดพิมพ์แล้วส่ง ไปยังองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๑ องค์กร รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษา ขณะเดียวกันก็เผยแพร่ ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบด้วยตรงนี้เราก็ต้องรับฟังความคิดเห็นว่าร่างแรกที่เราร่างขึ้นมา นั้นมันเปึนอย่างไร เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะเพิ่มเติมแก้ไข ขาดตกบกพร่องอะไร อย่างไร แล้วก็รับกลับมาพิจารณาเกล้าให้เสร็จเรียบร้อย แล้วส่งเข้าสภาร่างฯ ของเรา ซึ่งจะต้องเสร็จภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน นั่นเปึ้นช่วงที่ ๒ ซึ่งเปึน เดอะมัสท์ (The must) เปึ้นสิ่งที่เราต้องทํานะครับ อันนี้เขารับฟังได้ตลอดเหมือนกัน คงไม่จำกัดว่าแค่ ๑๘๐ วันเท่านั้น

ช่วงที่ ๓ ก็คือเมื่อเสร็จเรียบร้อยผ่านสภาร่างฯ ของเราแล้ว เราจะต้องเผยแพร่ ให้ประชาชนรับรู้รับทราบทั่วทั้งประเทศให้เขารู้เข้าใจว่า ประเด็นการเปลี่ยนแปลงในการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนอย่างไร แตกต่างจากฉบับป้ ๒๕๔๐ อย่างไร เขาจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ซึ่งมันจะต้องมีการออกเสียงประชามติ ขณะเดียวกันมีการยกร่างกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งอันนั้นเวลาเท่าไรเรายังไม่รู้ แต่คิดว่ามันก็ ควรจะทำไปในช่วงที่ภายในป้นี้ แล้วคาดว่าอาจจะแล้วเสร็จภายในตุลาคม พฤศจิกายน เลือกตั้งมันน่าจะปลาย ๆ ธันวาคม หรือต้นมกราคม นั่นเปึนกรอบใหญ่ ๆ ที่ผมคิดว่า น่าที่พวกเราจะต้องทํางานร่วมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อพูดถึงกรอบเวลา แล้วก็คงต้องมาพูด เลยไปถึงว่า แล้วเราจะทํางานให้สำเร็จบรรลุผลตามเปัาหมาย ตามกรอบเวลาที่กำหนดนี้ได้ อย่างไร ประการแรกที่สำคัญที่สุดที่พูดกันมากก็คือ ขณะนี้เรามีกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นอยู่ ๓ คณะ คณะที่ ๑ ก็คือคณะส่วนกลางที่มีอาจารย์เจิมศักดิ์ ขอประทานโทษที่กล่าวนาม เปึนประธาน ก็จะวางกรอบ วางกําหนด วางวิธีการอะไรต่าง ๆ ซึ่งเขาก็ได้ทําและได้ประชุมกันไปแล้วว่าจะมีอะไร อย่างไร ประเด็นที่จะนําไปรับฟังนั้น เมื่อสักครู่ผมไปกระซิบถามอาจารย์สมคิด ในฐานะเลขาฯ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ มี ๑๖ ประเด็น เดี๋ยวท่านจะให้อาจารย์เจิมศักดิ์วันนี้ ฉะนั้นไม่ต้อง กังวลนะครับ ว่าได้แน่นอนวันนี้ และก็เอาประเด็น ๑๖ ประเด็นไปรับฟัง

ประการที่ ๒ นอกจากคณะแรกแล้วก็มีคณะภาค ซึ่งก็ได้ตั้งเอาไว้ ๔ ภาค แต่ละภาคก็ประสานกับจังหวัด แต่คณะที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นประจำจังหวัด ซึ่งมีอยู่ ๗๖ จังหวัด ประเด็นปัญหาก็คือเรามี สสร. ของเราอยู่ ๑๐๐ ท่าน ก็ตรวจสอบดูแล้วก็มีอยู่ ๑๕ ถึง ๑๖ จังหวัดที่ไม่มี สสร. อยู่ ภาคก็จะไปประสานว่าให้เข้าไปช่วยในจังหวัดไหน จังหวัดไหนที่มี สสร. อยู่ก็จะลงไปทำ ในจังหวัดนั้น และผมเองเคยอยู่พระนครศรีอยุธยาก็ลงไปทำที่พระนครศรีอยุธยา ตรงนี้สำคัญที่สุดว่าจะต้องทำให้เสร็จอย่างช้าที่สุดภายในอาทิตย์นี้ ประเด็นมันอยู่เพียง นิดเดียวว่าคณะผมเปึนคณะทำงานและเตรียมการเรื่องนี้ด้วย ก็ได้คุยกันไป ๒ – ๓ ครั้งแล้ว วันพุธที่จะถึงนี้ก็ขอให้ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวคุณกรรณิการ์จะชี้แจงเพิ่มเติม และเธอก็ทําเรื่องนี้อยู่ด้วยนะครับ ได้เอาสําเนาทะเบียนบ้านกับสําเนาบัตรประชาชนส่งให้ กับคณะทำงานของเรา เพื่อเราจะนำเสนอและต้องขออนุมัติต่อสภาแห่งนี้ว่าใครจะเปึน กรรมาธิการวิสามัญ ๑๕ ถึง ๒๑ ท่านในแต่ละจังหวัด นั่นเปึนประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าสมาชิกเรามุ่งหวังว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นฯ แต่ละจังหวัดนั้น ควรจะต้องประกอบด้วย ๑. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของเรา ๒. สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ๑,๙๘๒ คน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ๓. ถ้าหากไม่พอก็ผู้ทรงคุณวุฒิในจังหวัดนั้น ๆ บางจังหวัดอาจจะมีเกิน ๒๑ คน อย่างเช่นเชียงใหม่ อย่างเช่นพระนครศรีอยุธยา บางจังหวัด ก็อาจจะมีเพียง ๑๑ คน ๑๒ คนก็ไม่เปึนไร อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ อันนี้ผมได้ สำเนาโรเนียวแจกท่านสมาชิกทุกท่านแล้วคงจะอยู่ ในมือแล้วว่า อย่างพระนครศรีอยุธยา มีทั้งหมด ๒๖ ท่าน ผมจับมาร่วมหมดเลยครับ ๑๐ ท่านแรกเปึ้นที่ปรึกษา อีก ๑๖ ท่าน เปึ้นกรรมาธิการยกร่างฯ และผมเอาผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาร่วมด้วยเปึน ๒๑ คน และก็ ผมได้ผู้ร่วมงานตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมา เอารองผู้ว่าราชการจังหวัดมาเปึน รองประธาน เอาปลัดจังหวัดเปึนเลขาฯ นายอำเภอ ทุกคนอยู่ในนี้ และเมื่อวานประชุมตั้งแต่ ๕ โมงเย็น ถึง ๑ ทุ่ม เป่ดรับฟังว่ามีใครบ้างที่จะเพิ่มเติมเข้ามา เพิ่มเติมในกรรมาธิการ ๒๑ คน ไม่ได้ เราก็ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๔ คณะ คณะแรกเปึนเรื่องบริหารจัดการ ประสานงาน คณะที่ ๒ คณะที่ ๓ เปึ้นเรื่องของการลงไปรับฟังความคิดเห็น พระนครศรีอยุธยามี ๑๖ อำเภอ แบ่งเปึน ๒ ซีก ฝัืงตะวันตก ตะวันออก ก็ฝัืงละ ๘ อำเภอ ผมก็แบ่งเปึน ๒ คณะ คณะที่ ๑ รับฝัืงตะวันออก คณะที่ ๒ รับฝัืงตะวันตก คณะถัดไปก็เปึนคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ ซึ่งก็ได้พูดคุยกันในคณะอนุกรรมาธิการนั้นใครเข้ามาเปึนก็ได้ ปรากฏว่ามีองค์กรชุมชน มีใครเสนอหลายคนเลยเข้ามาร่วมตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทําตามกรอบเวลาอันนี้ ถ้าตั้งเสร็จภายในอาทิตย์นี้เราจะเริ่มงานตั้งแต่อาทิตย์หน้าเปึนต้นไป เรามีเวลาเพียง ๗ อาทิตย์ ไม่ใช่ ๘ อาทิตย์ กว่าจะถึงต้นเมษายน แล้วเราก็พูดกันในที่ประชุมว่าความคิดเห็น ที่ได้มานั้นไปรับฟังแต่ละครั้งทยอยส่งมาได้เลย ไม่ต้องรวมทั้งหมด ส่งมาทุกอาทิตย์ ก็ยังได้ ๘ อําเภอนี่ทําอําเภอไหนก็ส่งมา ทยอยมา ๆ ก็มาที่ภาค มาที่กรรมาธิการ ชุดที่ ๑ แล้วผมเองก็จะเปึนผู้ประสานไปรับฟังความคิดเห็นจากส่วนนั้นมาให้กรรมาธิการ ยกร่างฯ ก็ต้องรายงานต่อกรรมาธิการยกร่างฯ ทุกอาทิตย์ เพราะฉะนั้นเราฟังกันได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาเรื่องรับฟัง เป่ดกว้างเลย นอกจากอันนี้แล้วมันจะมาทางเว็บไซต์ (Web site) มาทางคณะต่าง ๆ มาทางประชาสัมพันธ์ มาทางไหนรับหมด เพราะความคิดเห็นนี่เปึ้นเรื่อง ใหญ่มากว่าเปึนอย่างไร แต่ว่าความคิดเห็นที่จะเปึนไปตามรูปแบบอะไรอย่างไร เดี๋ยวท่านสมาชิกท่านเจิมศักดิ์ก็จะเอาประเด็น ๑๖ ประเด็นนี้ไป แล้วไปร่างเปึนแบบ ออกมาแล้วแล้วเราเอาสิ่งนั้นกลับมาสรุป ผมลืมเลยเรียนไปว่าของพระนครศรีอยุธยา มีอีกชุดหนึ่งชุดอนุกรรมาธิการประมวลผล สรุปผลและรายงาน คือฟังมาแล้วเปึนอย่างไร ต้องมีคนมาวิเคราะห์ วิจัยสรุป เสร็จแล้วก็รายงานตามช่วงเวลา นั่นเปึนสิ่งที่เราทำแล้ว ตามแบบนี้ แล้วก็คิดว่าจะใช้ทรัพยากรน้อยมาก เพราะว่าการที่ผมเอาภาคราชการในฐานะ ที่อาจจะเปึนได้ว่าผมเคยอยู่พระนครศรีอยุธยา เอาตั้งแต่ผู้ว่าฯ ลงมา มาอยู่ในนี้ มาร่วมงาน ผมใช้หอประชุมอำเภอ หอประชุมจังหวัดทุกแห่ง ไม่ต้องไปใช้โรงแรมที่ไหนเลย ใช้เครื่องมือเครื่องไม้ของท้องถิ่นจังหวัดมาอยู่ในนี้ด้วย จะเปึนเครื่องขยายเสียงอะไรต่าง ๆ คนงาน อบจ. อบต. เทศบาล เราใช้ได้หมด นอกนั้นให้ภาคเอกชนทุกฝ์ายมาอยู่ในนี้หมด ผมคิดว่างบประมาณที่มีอยู่ ๑ ล้านบาทจะทำงานได้แล้ว และอาจจะเหลือด้วยซ้ำไป ก็นำเรียนที่ประชุมเพื่อโปรดทราบว่าสิ่งที่เราต้องเร่งรัดจัดทำขณะนี้ก็คือการที่จะ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ให้ได้ อาทิตย์หน้าเริ่มไปรับฟัง ความคิดเห็น ภาคไหนมีปัญหาไปช่วยกันแก้ อย่างเช่นอีสานเปึนต้น แล้วผมเรียนฝากท่าน นิดหนึ่ง

-๒๘/๑ ไปเป่ดดูนะครับสมัชช้าแห่งชาติของเรา ๑,๙๘๒ คน มีภาคราชการอยู่ในนั้นหลายคน บางจังหวัดมีผู้ว่าฯ อยู่ด้วยเลยนะครับ ก็ใช้ท่านเหล่านั้นให้เปึนประโยชน์นะครับ ผมคิดว่าจะทํา ให้การทำงานของเราเปึนไปด้วยความรวดเร็วและได้รับความคิดเห็นอย่างทั่วถึง กว้างขวาง แล้วก็คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ของเราก็ต้องการอย่างนั้นครับ รับฟังความคิดเห็นจาก ทุกฝ์ายมา เราจะได้ทำงานกันตามขั้นตอนครับ กราบขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากครับ ขออีกสักรายหนึ่งก่อนที่จะพักเที่ยงนะครับ ในรายการของกระผม ก็มี สสร. ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ อยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ขออนุญาตหารือ กับท่านประธานครับ ว่าที่เรากําลังคุยอยู่นะครับก็คุยเรื่องของกรอบเวลาที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ ได้นําเสนอนะครับ ก็ถือว่าเปึนส่วนดีครับในข้อ ๒ ที่ให้เกิดความผ่อนคลายใน ๑๘๐ วัน นั้นนะครับที่ให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นผ่อนคล้ายจากวันที่ ๕ ไปวันที่ ๘ จริง ๆ แล้วผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานครับ ทำไม่ทันหรอกครับ ผมได้อยู่ในพื้นที่พอสมควร นะครับก็เห็นใจท่าน สสร. กรรณิการ์นะครับที่ได้พูดว่ากรรมาธิการวิสามัญ ๗๖ จังหวัดนะครับ ตอนนี้เองเราค่อนข้างจะเดินไปช้านิดหนึ่งนะครับขออนุญาตเรียนกับท่านประธานสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นมันจะมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศเลยนะครับ ผลกระทบก็หมายความว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องลงประชามตินะครับ ในการลงประชามตินั้นเปึ้นฉบับแรก นะครับ เราทําอย่างไรจะให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนภาคข้าราชการ ภาคของเกษตรกร ภาคของผู้ใช้แรงงานนี่เข้ามาลงประชามตินะครับ ในการที่แต่ละครั้ง ๆ ที่ประชาชนมาลงคะแนน ไม่ใช่มาลงประชามตินั้น เขามีพรรคการเมืองโน้มน้าวว่าจะทำ อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ เขามีตัวผู้สมัครโน้มน้าวว่าจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ในเรื่อง ของรัฐธรรมนูญนะครับ เปึนครั้งแรกที่มีการลงประชามติ คนที่จะมาลงประชามติว่าจะรับ หรือไม่รับนี่เขามีผลกระทบมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้นในเรื่องของเงื่อนเวลา ผมก็เห็นใจกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับที่เวลามันกระชับจริง ๆ มันมีอยู่อีกประเด็นหนึ่งครับ ในเรื่องของกรอบเวลาผมอยากให้ท่านประธานได้เริ่มสรุปแล้วนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะ เข้ากรอบของเนื้อหาด้วย ผมจึงอยากฟังกรอบเนื้อหาเพราะว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ก็มา หลายคนนะครับ ก็ยังฟังอยู่ในเรื่องของสื่อนะครับ บางท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ บางทีก็สัมภาษณ์ไป ผมคิดว่าสัก ๒ – ๓ วัน โฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ น่าจะแถลงข่าว เปึ้นแนวทางเดียวกันสักครั้งหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่ากรรมาธิการแต่ละท่านแถลงไปแถลงมา เช่น ในเรื่องของการลดจำนวน ส.ส. นะครับ ไปตรงไหนพี่น้องประชาชนก็สอบถาม หน่วยราชการก็สอบถาม เพราะฉะนั้นประเด็นไหนที่มีความสำคัญ ๆ ผมคิดว่ากรรมาธิการ ยกร่างฯ น่าจะได้แถลงข่าวนะครับ อาจจะแถลงข่าวในเวลาที่สัก ๒ – ๓ วัน แถลงซึ่งเปึน แนวทางเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นมันจะมีผลกับการลงประชามติด้วยนะครับ ท่านเสนอ ไปว่าเดี๋ยวลด ส.ส. จาก ๕๐๐ เหลือ ๔๐๐ นะครับ บางท่านก็บอกว่าไม่ควรจะมีปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) อะไรอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่ามีผลกระทบต่อการที่จะลงประชามติด้วยนะครับ และผมขอเสนอท่านประธานครับ ในเรื่องของกรอบเวลานั่นนะครับ ผมคิดว่าเมื่อกรรมาธิการ ยกร่างฯ ได้ผ่อนคลาย ข้อ ๒ จากวันที่ ๘ เปึ้น ๑๘๐ วันแล้วนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ก็จะ ผ่อนคลายไปเยอะ แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อกี้ท่านไพศาลก็ได้ พูดแล้วครับ ท่านไพศาลได้พูดแล้วว่า กรรมาธิการวิสามัญ ๗๖ จังหวัดค่อนข้างมีความ สําคัญนะครับ ทําอย่างไรจะสื่อไปให้ถึงคนส่วนใหญ่ของทั้งประเทศครับ ผมขออนุญาตสรุป สั้น ๆ ครับท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ก็เปึ้นอันว่าในเรื่องของกรอบเวลา เราน่าจะตกลงกันได้แล้วใช่ไหมครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นที่อยากจะขออภิปรายเพิ่มเติมในเรื่องของกรอบเวลาอีกไหมครับ ไม่อย่างนั้นในภาคบ่ายเราจะได้เป่ดฉากเรื่องของเนื้อหาต่าง ๆ ฝากไปนะครับ เชิญครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย รองเลขานุการของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมอยากจะขออธิบายในเรื่องของข้อ ๒ นิดหนึ่งในเรื่องกรอบเวลานะครับ ความจริงนั้น คือถ้าหากพิจารณาดูถึงเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นจะเห็นได้ว่า มีหลายข้อด้วยกัน แต่เฉพาะข้อ ๒ นั้นนี่เปึ้นเรื่องของการรับฟังในด้านหลักการกว้าง ๆ นะครับ คงไม่ใช่เปึนการรับฟังลึกลงไปในรายละเอียด ซึ่งการรับฟังลึกลงไปในรายละเอียด นั้นก็จะมีขั้นตอน ในการที่พิจารณากันต่อไป ซึ่งจะเห็นใน ข้อ ๔ ข้อ ๖ และก็มีไปเรื่อย ๆ ครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของข้อ ๒ ซึ่งเปึนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกําหนดหลักการ กว้าง ๆ โดยรับฟังความคิดเห็นจาก สสร. และประชาชนนั้นนี่ ในขณะนี้คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เองก็ได้รับฟังเปึนระยะ ๆ อยู่นะครับ ส่วนเรื่อง ๑๘๐ วันนั้นก็เปึ้นเรื่องของการที่เป่ด ให้พิจารณาได้โดยทั่ว ๆ ไป เพราะในประเด็นนี้นั้นที่รับฟังในเรื่องของ ๑๕ วันจนถึงวันที่ ๘ นั้นนี่ก็เพื่อที่จะนำมาพิจารณาในร่างหลักการย่อย คือหยิบหลักการที่เห็นกว้าง ๆ ตรงนั้น มาเปึนหลักการย่อย และผมเข้าใจว่าท่านรองประธานคณะกรรมาธิการจะได้อธิบายถึง เรื่องการที่จะรับฟังกำหนดหลักการกว้าง ๆ และก็อาจจะมีคำถามหลักการกว้าง ๆ ตรงส่วนนั้นครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญครับ

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชา มหาคุณ กรรมาธิการยกร่างฯ สสร. ขอเรียนถึงประเด็นเรื่องของการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน กระผมได้มีหนังสือประสานไปยังท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนท้อง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ กำหนดประเด็นหลายประเด็นนะครับ รวมทั้งหมด ๒๐ ประเด็นที่จะให้ไปรับฟังความ คิดเห็นของประชาชน เช่น ควรลดจำนวน ส.ส. ลงให้เหลือน้อยกว่า ๕๐๐ คนหรือไม่ ควรมี ส.ส. บัญชีรายชื่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรีควรมาจาก ส.ส. หรือไม่ ควรกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีอยู่ได้เพียงไม่เกิน ๒ วาระหรือ ๘ ป้เท่านั้นหรือไม่นะครับ ควรห้ามนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ทับซ้อนในระหว่างการดํารงตําแหน่งและเมื่อพ้นจากตําแหน่งหรือไม่ ส.ส. ไม่จำเปึ้นต้องจบปริญญาตรีก็ได้ใช่หรือไม่นะครับ ส.ว. ควรจะมาจากการสรรหา ของทุกกลุ่มอาชีพในสังคมหรือไม่ ควรมีการกำหนดจริยธรรม คุณธรรมของนักการเมือง และมีบทลงโทษด้วยหรือไม่ นายกฯ ควรจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและถูกตรวจสอบได้ ง่ายขึ้น ส.ส. ควรสังกัดพรรคหรือไม่ ส.ส. ควรมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นการเสนอ ร่างกฎหมายและลงมติในเรื่องต่าง ๆ ควรมีศาลค่อยตรวจสอบ การให้ใบเหลือง ใบแดงของ กกต. หรือไม่นะครับ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญควรเปึ้นอิสระจากนักการเมือง อย่างแท้จริงหรือไม่ ควรมีการตรากฎหมายลูกที่ออกตามความในรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ควรกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ส.ส.เขตควรเน้นระบบ เขตละคน หรือเขตละ ๓ คน ส.ว. ควรมีอำนาจถอดถอนนักการเมืองหรือไม่ ควรกระจายอำนาจให้ชุมชนเพิ่มขึ้น เพื่อปกปัองคุ้มครองจัดการฐานทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมหรือไม่ ควรขยายสิทธิและเสรีภาพให้มากขึ้น และมีการสนับสนุนส่งเสริมให้มี การใช้สิทธิเสรีภาพได้จริงอย่างเปึนรูปธรรมหรือไม่ ควรมีการบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชนด้านต่าง ๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม อย่างแท้จริงหรือไม่ ผมเรียนว่าสำหรับ ๒๐ ประเด็นนี้มันเปึ้นประเด็นหลักที่ยังถกเถียงกันอยู่ นะครับ ก็เลยต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวางนะครับ แต่ส่วน ประเด็นอื่น ๆ นี่ท่านกรรมาธิการที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนแต่ละจังหวัดหรือว่า แต่ละภาคนี่ ท่านสามารถรับฟังความคิดเห็นได้โดยกว้างขวางอยู่แล้วนะครับ อย่างตัวอย่าง ที่ท่านอุทิศได้ยกตัวอย่างว่าท่านจัดเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งผมไปร่วมรับฟังด้วยเปึนประโยชน์ อย่างมากนะครับ เพราะว่าได้ให้แนวความคิดที่หลากหลาย ซึ่งเขาต้องการว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะแปลกกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ อย่างไร หรือมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนได้กว้างขวางขึ้น อย่างไรหรือไม่ ผมคิดว่าประชาชนสนใจมากนะครับ มากยิ่งกว่าการดูแลเรื่องอํานาจรัฐ หรือว่าเรื่องของสถาบันการเมืองเสียอีก เพราะว่ามันเรื่องใกล้ตัวประชาชน ในส่วนที่มี ท่านผู้สนใจและก็ซักถามมา อันหนึ่งผมอยากจะชี้แจงเพิ่มเติมก็คือ ในข้อ ๗ ที่ให้ในเรื่อง ของกรอบการทํางานว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะจัดทํารัฐธรรมนูญและคําชี้แจง ความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ และพิมพ์เผยแพร่ซึ่งใช้เวลา ๗ วัน เหตุที่จะต้อง ชี้แจงความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ เพราะว่าในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ได้กำหนดไว้แน่ชัดว่าเราจะต้องเปรียบเทียบ แต่ว่าในตอนที่ รับฟังความคิดเห็นอะไรนี่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบครับ แล้วไม่ต้องไปดูเลยว่าป้ ๒๕๔๐ เขาร่างไว้อย่างไร แล้วของเราจะแตกต่างอย่างไร ไม่ต้องเลยครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเปึนผู้จัดทำขึ้นเองในการเปรียบเทียบตอนที่จะ เสนอให้องค์กรต่าง ๆ แล้วก็ทางประชาชนได้ลงประชามติต่อไปนะครับ กระผมขอชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการวิชานะครับ มีท่านกรรมาธิการอีกท่านนะครับ เชิญท่านครับ

นายปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ จากที่ได้มี ท่านสมาชิกได้กรุณาห่วงใยเรื่องของการแสดงความคิดเห็นของบรรดาสมาชิกและ คณะกรรมาธิการที่ออกไปในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิก เปึ้นอย่างยิ่ง แต่อยากจะเรียนชี้แจงในเรื่องของการทำงานของโฆษกคณะกรรมาธิการ ส่วนคณะกรรมาธิการเรามีทั้งหมด ๔ ท่าน คือ ท่านอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ แล้วก็ผม ทั้ง ๔ ท่านนี้ก็ได้ตกลง ในการที่จะทํางานเรื่องที่จะทําให้ข่าวสารของการยกร่างรัฐธรรมนูญสามารถที่จะเผยแพร่ ถึงประชาชนได้มากที่สุด สิ่งที่เราให้ความสนใจก็คือว่าทำอย่างไรจะชิงพื้นที่ข่าวให้อยู่ใน ความสนใจได้มาก การแถลงของโฆษกนั้นแถลงทุกวันที่มีการประชุม และจะแถลงวันละ ๒ ครั้ง ก็คือในช่วงแรกจะเปึนช่วง ๑๐.๓๐ นาฬิกา ซึ่งจะเปึนช่วงที่จะมีข่าวออกไปในเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา จะเห็นว่าสถานีโทรทัศน์และวิทยุต่าง ๆ จะมีข่าวต้นชั่วโมง ซึ่งสื่อมวลชน ต้องการทราบความเคลื่อนไหวในวันนั้น ช่วงที่ ๒ ก็คือเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ก็จะมีการ แถลงเพื่อที่จะนำเปึ้นข่าวในช่วงเย็น และในการแถลงนั้นก็เปึ้นการแถลงผลการประชุม ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งด้วยเหตุความห่วงใยตรงนี้เราก็ทำเปึนเอกสารข่าว ซึ่งในขณะนี้เราจะมีเอกสารข่าวที่แถลงออกไปรวมทั้งหมด ๔ ครั้ง ซึ่งสมาชิกสามารถที่จะ รับเอกสารข่าวนี้ได้ ซึ่งความจริงเข้าใจว่าได้แจกไปด้วยในระหว่างที่เข้าประชุมในวันนี้ อย่างไรก็ตามในการที่จะป่ดกั้นมิให้คณะกรรมาธิการหรือสมาชิกสภาร่างฯ แสดง ความคิดเห็นเปึ้นอิสระนั้นผมคิดว่าคงทําไม่ได้ เพราะในเวลานี้สังคมตื่นตัวเรื่องของการ ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้อย่างกว้างขวาง และเราน่าที่จะขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงนะครับ ไม่ว่าจะเปึนวิทยุ โทรทัศน์ รวมทั้งวิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ และที่สำคัญ มากที่สุดก็คือการซักถามเข้ามาของสื่อมวลชนในต่างประเทศ ในช่วงระยะเวลาที่ ในขณะนี้ความสนใจในต่างประเทศที่มีต่อบ้านเราค่อนข้างสูง คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญก็ได้มอบหมายให้ฝ์ายโฆษก โดยเฉพาะท่านอาจารย์ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ได้กรุณาประสานงาน มีเจ้าหน้าที่มาช่วยในเรื่องของการที่จะชี้แจงไปยังสื่อ ในต่างประเทศ เรื่องนี้ผมคิดว่าในระหว่างที่เรายังไม่ตกผลึกนี่นะครับ และในระหว่าง ที่เราจะเสนอประเด็นที่ท่านรองประธานกรรมาธิการวิชาได้พูดไปแล้วว่า มันก็จะเปึนช่วงเวลา ที่เรารับฟังทั้ง ๒ ทาง แน่นอนครับ สสร. ทั้งหมดก็อาจจะแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันได้เปึ้นเรื่องปกติ แต่ว่าความยากก็คือว่า กรรมาธิการยกร่างฯ นี่จะประมวลเรื่องทั้งหมดนั้นออกมาเปึน ฉันทามติอย่างไร ซึ่งตรงจุดนี้เราคิดว่าความสับสนที่เกิดขึ้นในช่วงแรก เพราะเราเพิ่ง ทํางาน เราเริ่มทํางานวันที่ ๒๕ มกราคมนะครับ และเริ่มผลักดันการประชุมจริง ๆ ก็เพียงสัปดาห์เดียว ก็คือในสัปดาห์ที่แล้วจนถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์คือวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่เราก็เห็นชัดนะครับว่าข่าวมีตลอดเวลา และอยากจะขอบคุณสื่อมวลชนผ่านไป ในระหว่างนี้เลยนะครับว่าเขาให้ความร่วมมือค่อนข้างมาก และเขาก็พูดว่าเปึนหน้าที่ ของเขาด้วยที่เขาจะต้องทำงานเรื่องนี้ และในการประชุมกรรมาธิการนั้นที่ประชุม กรรมาธิการก็ตกลงกันว่าเป่ดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้ามาฟังได้ในที่ประชุม แล้วเราก็ ถ่ายทอดเสียง ถ่ายทอดภาพการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นี่ออกไป ความจริง กรรมาธิการยกร่างฯ บางท่านเสนอให้ถ่ายทอดการประชุมกรรมาธิการยกร่างฯ เปึนการ ถ่ายทอดสดเสียด้วยซ้ําไป ซึ่งอันนี้ก็คิดว่าถ้าทําอย่างนั้นได้ก็จะเปึนเรื่องดีมากเพียงแต่ว่า การประสานงานระยะต้นผมเข้าใจว่าข้อห่วงใยของสมาชิกนี่ก็คงจะต้องนำมาสู่การ ปรับแก้เพื่อให้เปึ้นไปในทางที่ดีขึ้น การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนถือเปึนเรื่อง ใหญ่นะครับ และกรรมาธิการยกร่างฯ ทุกคนนี่ก็ได้พูดกันในที่ประชุมชัดเจนว่าเราจะไม่ หวั่นไหวในเรื่องนี้ และไม่มีทางที่ใครจะมาชี้น้ำในลักษณะใดลักษณะหนึ่งได้ แต่แน่นอนครับ ความสนใจของประชาชนยิ่งมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น ข้อโต้แย้งประเด็นต่าง ๆ มันก็จะ เปึ้นเรื่องที่สามารถตกผลึกได้ เร็ววันมากขึ้น ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ เราเริ่มต้นด้วยดีกันวันนี้หวังว่า สัปดาห์ต่อ ๆ ไป

นายชูชัย ศุภวงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียวครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

เชิญครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ กรรมาธิการ

ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ พอดีท่านอาจารย์สมคิดเพิ่งโทรศัพท์มาเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าท่านมีตารางการดำเนินงาน อยู่ในมือนะครับ กำหนดระยะเวลานี่ขอปรับเปลี่ยนนิดหน่อยครับ หมายเลข ๔ ๕ ๖ อย่างนี้นะครับ กรรมาธิการทุกชุดเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ เสนอความคิดเห็น ต่อกรรมาธิการยกร่างฯ หมายเลข ๔ คือวันที่ ๑ มีนาคมนะครับ หมายเลข ๕ คือวันที่ ๑๕ มีนาคม และก็หมายเลข ๖ คือวันที่ ๒๙ มีนาคม ตามตารางนะครับ ก็โดยสรุปก็คือรับฟัง คณะกรรมาธิการทุกชุดนี่ใน ๓ ช่วง ด้วยกันก็คือ ๑ มีนาคม ๑๕ มีนาคม และ ๒๙ มีนาคม ครับ ส่วนรับฟังประชาชนนี่ก็รับฟังตลอดนะครับ

นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

ครับ แก้ตามนั้นนะครับ อีกครั้งหนึ่งครับ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่าน สัปดาห์หน้า เราก็คงได้พบกันอีกนะครับ กระผมขออนุญาตอ่านรายชื่อที่อยู่ในรายการที่ขึ้นทะเบียนไว้ นะครับ ลำดับถัดไปในภาคบ่ายนะครับ ก็เปึ้นท่านรุจิรา ท่านสวิ่ง ท่านอลิสา แล้วก็ไป ท่านสุนทร์ แล้วก็ไปท่าน สสร. ศักดิ์ชัย ท่านเสรี และก็ท่าน สสร. วิชัย นะครับซึ่งจะได้เริ่ม ในภาคบ่าย สำหรับก่อนจะป่ดภาคนี้มีประกาศ สสร. ภาคเอกชน ขอเชิญพบปะหารือกัน ทุกวันจันทร์ เวลา ๑๒.๓๐ น. ณ ห้องประชุม ๓๑๐๑ อาคาร ๓ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ เปึนต้นไป ขอประกาศเพื่อทราบนะครับ ขออนุญาตพบกันอีกครั้งหนึ่งก็เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ในห้องนี้นะครับ ขอบคุณครับ

พักประชุมเวลา ๑๒.๒๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๓๕ นาฬิกา

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเราคงรอสักครู่หนึ่งนะครับ ให้ท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกเข้ามานั่งร่วมประชุม ให้มากขึ้นนะครับ ในช่วงเช้าก็มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่านแล้วนะครับ ส่วนที่เหลือก็ยังมีอีกประมาณ ๖ ท่านที่แจ้งชื่อในขณะนี้ เดี๋ยวก็จะได้มีการให้อภิปรายต่อ นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการประจำที่ด้วยนะครับ เชิญท่านวัชรา ครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง กราบเรียนท่านประธานอยู่ว่าในตอนเช้าที่ยังคงเหลือรายชื่ออยู่นั้นนะครับ อาจจะเปึน บุคคลที่ต้องการที่จะอภิปรายในเรื่องของระยะเวลา ในเรื่องของการวางกรอบนั้นนะครับ คราวนี้ในตอนภาคบ่ายเราจะอภิปรายกันในเรื่องของเนื้อหาของการร่างรัฐธรรมนูญ กระผมว่าน่าจะสอบถามเสียก่อนว่าจะอภิปรายกันในประเด็นไหนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

พอดีถ้าดูตามระเบียบวาระนี้นะครับ ก็ได้กำหนดไว้กว้าง ๆ ว่าให้พิจารณากรอบเวลา เบื้องต้นในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ได้มีการ พูดถึงระยะเวลา แล้วก็ยังพูดสืบเนื่องไปเรื่องอื่น ๆ ด้วยนะครับ ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าสมาชิก ท่านจะอภิปรายเรื่องนอกเหนือจากกรอบเวลาหรือไม่ เพราะระเบียบวาระกําหนดไว้ ในส่วนของกรอบระยะเวลาเบื้องต้น แต่ถ้าเกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่อง สมาชิกก็อภิปรายกันไป นะครับ เดี๋ยวลองดูนะครับ ให้หมดรายชื่อนี้ก่อน แล้วถ้าท่านสมาชิกจะขออภิปรายเพิ่ม ก็ว่ากันได้คงไม่มีปัญหา เพราะกรรมาธิการท่านก็อยู่ตรงนี้อยู่แล้ว รายชื่อมีที่ค้างอยู่และ แจ้งไว้มีท่าน สสร. สวิ่ง ตันอุด นะครับ ท่านอลิสา พันธุ์ศักดิ์ ท่านสุนทร จันทร์รังสี ท่านศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ท่านเสรี นิมะยุ ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ นะครับ ที่แจ้งไว้ตอนนี้ ท่านไพโรจน์ ครับ อาจารย์ศรีราชา ครับ เชิญที่กรรมาธิการครับ สมาชิกจะได้อภิปรายได้ นะครับ จะอภิปรายเลยนะครับ พร้อมหรือยังครับ ท่านเสรี ขอเชิญครับ

นายเสรี นิมะยุ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาในนามกำนันครับ ที่ออกตัวก่อน ไม่ใช่อะไรครับ เดี๋ยวพูดไปพูดมาก็จะเหมือนกับกํานั้นวิทยาครับ เพราะเราก็มีหลาย ๆ เรื่อง ที่จะมาพูดในเรื่องกำนันครับ ท่านประธานครับ เรื่องกรอบนั้นตามที่ประเด็นได้พูดเมื่อเช้านั้นคือว่าเรื่องระยะเวลา ๑๘๐ วันนั้น ผมขอพูด สักนิดว่าการให้ระยะเวลากรอบ ๑๘๐ วันนั้น เปึนระยะเวลาที่ภาวะกดดันเรื่องเกี่ยวกับ กำหนดตายตัวเสมือนว่าการกำหนดให้วิ่ง ๑๐๐ เมตร ๔๐๐ เมตร ในบางครั้งการวิ่ง ของเรานั้นจะมีการสะดุดข้าตัวเอง ผมไม่แน่ใจในจุดนี้ครับ ท่านประธาน เรื่องกรอบ ระยะเวลานั้นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้อภิปรายแล้ว ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ได้กำหนดในมาตรา ๒๙ นั้น ท่านอาจารย์สมคิดก็ได้ยืนยันในที่ประชุม แห่งนี้ว่าคงจะต้องขยายต่อในจุดที่ว่าให้ไปถึง ๑๘๐ วัน ก็คงมีความชัดเจนในจุดนี้ ทีนี้ เรามามองถึงประเด็นต่อไปว่าประเด็นที่น่าคิดสักนิด นั่นก็คือว่าตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายนั้นก็คือว่าเรื่องกรอบครับ เรื่องกรอบการทำงานนั้น ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยชื่อ ท่านสมยศได้พูดไว้ ลักษณะกรอบการทำงานนั้นต้องมีความจำเปึ้นเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่า ทุกครั้งเวลาเรากำหนดต่าง ๆ นั้นต้องมีกรอบของตัวเองครับในด้านการทำงาน ดังนั้น การที่เราไม่มีกรอบนั้น การที่จะนำไปสู่เปัาหมายนั้นคงจะลำบากสักนิดในด้านการทำงาน ในเชิงปฏิบัติ ทีนี้ผมอยากจะให้มีความชัดเจนในจุดนี้ว่ากรอบนั้น ให้มีร่างตามที่เมื่อวานนั้น ผมเองก็ได้มีโอกาสได้เข้าประชุมกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่โรงแรม ซีเอส จังหวัดปัตตานีครับ ผมเองนั้นมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องพูดในเรื่องนี้ สักนิด ก็จำเปึนอย่างยิ่งถ้าเกิดว่าเราไม่มีกรอบนั้นย่อมมีปัญหาในด้านการทำงานที่จะ มาสู่ระดับกรรมาธิการของระดับวิสามัญของประจำจังหวัด คณะกรรมาธิการวิสามัญ ระดับจังหวัดนั้นผมถือว่าเปึนเรื่องหัวใจครับ หัวใจในเชิง การทำงานครับ ถ้าเกิดว่าในหัวใจ ของคณะกรรมาธิการระดับจังหวัดนั้นไม่สมบูรณ์ ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการระดับอื่นนั้น ก็คงจะมีปัญหาอุปสรรคในการทำงานครับ นั่นคือความยากง่ายอยู่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ระดับจังหวัด กระผมพูดในเรื่องนี้หลายท่านที่สัมมนาระดับจังหวัดนั้นเขาได้เดินเครื่อง กันมากมายแล้ว ทีนี้ของสภาแห่งนี้ในบางครั้ง ก็ย่อมมีปัญหาอุปสรรค์ ดังที่สมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายนั้น

ประการที่ ๓ นั่นคือว่าเรื่องงบประมาณครับ เรื่องงบประมาณในการที่จะ นำไปสู่คณะกรรมาธิการระดับจังหวัดนั้นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติที่ระดับจังหวัดได้สอบถามผม ผมเองก็ยังตอบไม่ได้ ในเรื่องนี้ต้องยอมรับบนพื้นฐานข้อเท็จจริงว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ดังนั้นถ้าเราไม่มีความชัดเจนในจุดนี้นําไปสู่ปัญหาการปฏิบัติในเชิงที่เราจะทํางานในเชิงรุก ในระดับจังหวัดต่อไปครับ ขอให้ประธานได้ชี้แจงความละเอียดในจุดนี้ด้วยครับ ทีนี้มาพูด ในเรื่องปัญหาและอุปสรรค์นั้น ผมเองนั้นย่อมมีปัญหากว่าหลายท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ เผอิญเมื่อเช้านี้ สสร. สมเกียรติบอกว่าท่านนั้นมีปัญหาเรื่องโรงงาน เรื่องบริษัทในจังหวัดของท่าน ขออนุญาต ที่จะต้องเอ่ยนามครับ แต่กระผมเองนั้นย่อมมีปัญหาหลายเรื่อง ท่านก็คงจะรู้ในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น การทำงานในบางครั้งการที่เราจะกำหนดระยะเวลา กำหนดเวลา ในเชิงการทำงานนั้นย่อมมีปัญหาในด้านการที่เราจะไปทำงานในพื้นที่ แม้กระทั่งสมาชิกสมัชชา หลายท่านที่ผมได้สอบถามจาก ๑,๙๘๒ ท่านนั้น มีความสมัครใจจะทำงานหรือไม่ ในเชิงที่เรา จะทำงานคณะกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัดนั้น สมาชิกสมัชชาบางท่านก็ตอบว่า ต้องทำงานในพื้นที่เข้าไปที่อำเภอลึก ๆ หรือไม่ หรืออำเภอห่างไกลจากตัวจังหวัดหรือไม่ นั่นคือ ปัญหาในเชิงปฏิบัติ ในสาระนี้ผมเองก็ไม่จำเปึ้นจะต้องสาธยายแล้วก็อธิบายให้ท่าน ท่านเอง ก็คงจะรู้ในสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ บางครั้งการทำงานของเรานั้น ไม่ได้จำกัดเรื่องเวลาครับ เวลาราชการของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ๓ โมงเช้า บ่าย ๒ โมง บางครั้งหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องมีการเลิกแล้ว นี่คือปัญหาในทางปฏิบัติในด้านความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน จุดนี้เองผมมองว่าถ้าเกิดว่าท่านให้ระยะเวลาอย่างที่ข้อ ๒ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกําหนดหลักการกว้าง ๆ โดยรับฟังความคิดเห็น และประชาชนควบคู่กันไปนั้น ๑๕ วันคงจะทำไม่ได้ แต่ได้ขยายเวลาไปแล้ว ๑๘๐ วัน ก็คงจะเคลียร์ในจุดนี้ แต่ในลำดับต่อไปนั้นก็ต้องมองดูด้วยครับ การให้ระยะเวลาที่จำกัด นั้นย่อมมีปัญหาในด้านการทำงาน แต่เราก็ไม่ได้โทษในเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ได้กำหนดไว้ในลักษณะอย่างนี้ ดังนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ควรจะ ตระหนักไว้ในจุดนี้ด้วยครับ ในส่วนอื่นนั้นการยกร่างฯ ในประเด็นต่าง ๆ จะไปสู่วันที่ ๑๙ เมษายนอะไรนั้นผมก็คงจะไม่พูดถึง ส่วนการที่หัวใจสำคัญดังที่ผมบอกเมื่อสักครู่นั้น เมื่อคณะกรรมาธิการระดับจังหวัดมีความชัดเจนในด้านงบประมาณ มีความชัดเจนในด้าน การทํางาน มีความชัดเจนในด้านกรอบนั้น นําไปสู่ความสําเร็จในด้านการทํางานที่จะทํา ประชาพิจารณ์และก็ประชามติในลำดับต่อไปได้ครับ ขอบคุณมากครับ ขอฝากท่านประธาน เพียงเท่านี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านใดที่ติดใจจะอภิปรายไหมครับ ช่วยแสดงตนนิดหนึ่งได้ไหมครับ ท่านสุนทรยังมีไหมครับ มีชื่ออยู่ ยังติดใจไหมครับ มีใครบ้างครับ ท่านวิชัย เดี๋ยวท่านสุนทร ก่อนครับ แล้วท่านวิชัย ยังมีท่านอื่นอีกไหมครับ มีท่านสุนทร์ ท่านวิชัย ไม่มีนะครับ ๒ ท่านนะครับ เชิญท่านสุนทรครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี

ท่านประธานที่เคารพ ความจริงหลายท่านก็ได้ อภิปรายความข้องใจของผมไปพอสมควรแล้ว แต่ผมเมื่อได้จองเวลาไว้ก็อยากจะขอ เพิ่มเติมว่าผมนั้นยินดีที่จะให้ความสําคัญกับการประชุมนี้มาก เพราะฉะนั้นอยากให้มี การบริหารการรักษาเวลาแห่งการประชุมนี้ โดยเฉพาะให้มีการดำเนินการประชุมโดยมี ประสิทธิภาพและประหยัดเวลา ประการแรกสมาชิกบางท่าน ขอสงวนนามนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขออภัยท่านสุนทรครับ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ เอาในส่วนประเด็นของท่านดีกว่า แล้วส่วนที่ จะบริหารอย่างไรเดี๋ยวมาคุยกันเองอีกทีหนึ่งนะครับ เพราะว่าคนฟังทั่วประเทศก็อยากจะ ฟังในเนื้อก่อนแล้วกัน ขออภัย แล้วเดี๋ยววิธีบริหารนะครับ เราคุยกันดีกว่านะครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี

ตกลงถ้าอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับกรอบการประชุม ไม่ได้ก็คงจะแจ้งว่าในด้านของข้อ ๒ ที่ว่าคณะกรรมการจะขยายจากวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ เปึ้น ๑๘๐ วันนี่ตกลงก็หมดปัญหานะครับ โล่งใจไป แล้วในระหว่างข้อ ๑๒ กับข้อ ๑๓ ผมยังมีความเห็นว่าน่าจะสลับกันนะครับท่านประธาน ถ้าเปึ้นไปได้อยากให้เอาข้อ ๑๓ มาเปึนข้อ ๑๒ เอาข้อ ๑๒ มาเปึนข้อ ๑๓ เรียนเสนอมาเท่านี้ล่ะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ เชิญครับ

นายวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์

ท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ สสร. หมายเลข ๐๕๙ ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่ากระผม มีความข้องใจเปึนห่วงเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่าน สสร. ๗๖ จังหวัด ในขณะนี้ท่าน สสร. ทั้งหลายที่เปึนคณะกรรมาธิการประจำจังหวัดนั้นค่อนข้างจะมีความวังเวงเช่นเดียวกับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการภาคใต้ได้กล่าวเมื่อเช้าว่า ทิศทางในการที่เราจะทำงาน ให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน ค่อนข้างที่จะจำกัดมาก ๆ กระผม ไม่แน่ใจว่าในการบริหารจัดการในระดับจังหวัดนั้นเราจะเดินไปในทิศทางใด เพราะว่า ณ วันนี้ เปึ้นเวลาเดือนเศษแล้ว แล้วมีระยะเวลาจํากัดมากตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้เขียน กรอบไว้ ทําอย่างไรท่านประธานครับ ที่จะให้การบริหารจัดการในระดับจังหวัดนั้น สอดคล้องกับท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้เปึนไปตามกรอบทันเวลา อันนั้นคือเปึนหลัก สำคัญอย่างยิ่ง แต่เมื่อหันมาดูสภาพของ สสร. ประจำจังหวัดแล้ว ขณะนี้ทิศทางทั้งหลายทั้งปวงนั้น ท่านประธานครับ ยังมองไม่เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประการแรก กระผมเคยกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า จำนวนสมาชิกอนุกรรมการ ประจำจังหวัดนั้น เมื่อก่อนท่านได้กรุณาให้ถึง ๒๑ ท่าน ทีนี้พอนำเสนอรายชื่อเข้ามาก็ดี กราบเรียนเปึนการภายในก็ดี ก็ยังมีปัญหาอยู่ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะตั้งขึ้นมาได้ ก็อาจจะมีอุปสรรค์อย่างใดก็แล้วแต่ หรือเพื่อความถูกต้องอะไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อมามอง ถึงภารกิจของผู้ที่จะต้องทำ คือ สสร. ประจำจังหวัด เวลาก็มีน้อย เครื่องไม้เครื่องมือก็ยังไม่มี แม้แต่สำนักงานบางท่านก็ยังไม่มี อย่างนี้แล้วจะให้ทำอย่างไร ประการที่ ๒ ในจังหวัด สงขลา ขออภัยที่ต้องเอ่ยชื่อนะครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้โดยท่านประธานก็ได้เป่ดสำนักงาน รับฟังดำเนินการไปแล้วศูนย์หนึ่ง และเมื่อวันอาทิตย์ก็ยังมีการทำประชาพิจารณ์รับฟัง ความคิดเห็นที่ปัตตานี้ องค์กรอื่นก็ดําเนินการไปแล้ว แต่ว่าสมาชิกสภาร่างฯ ไม่มีเครื่องมือ ไม่มีเครื่องมือในมือเลยโดยเฉพาะเรื่องเอกสารครับท่านครับว่าจะให้เราทำเอกสารบอกกล่าว ไปยังพี่น้องประชาชนอย่างไรว่าเราต้องการอะไร เราต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชน ของเรานั้นแสดงความคิดเห็นสะท้อนความรู้สึก เพื่อจะนํามาเสนอต่อสภาร่างฯ เพื่อจะ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้อธิบาย ได้กราบเรียนท่านไปแล้ว ขอโทษต้องเอ่ยชื่อ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมคิดว่าในพื้นที่ของเรานั้นค่อนข้างจะมีความจำกัด ในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะประเพณีวัฒนธรรม และการที่จะไปมาหาสู่ไปทุกพื้นที่ทำอย่างไร ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ขณะนี้เราต้องการที่จะบอกพี่น้องประชาชนว่าขอให้ แสดงความคิดเห็น เพื่อปกปัองรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนำมาสู่สภาแห่งนี้ ก็ยังมีความจํากัดอยู่ จึงจะกราบเรียนขอความกรุณาท่านประธานครับว่า ในส่วนของ แต่ละจังหวัดนั้น ท่านครับ จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันสองวันนี้ได้หรือไม่อย่างไร ต้องกราบขอความกรุณา ประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ การที่จะรับฟังความคิดเห็นทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะต้องมีเครื่องมือ ให้กับท่าน สสร. ทั้งหลาย แม้ว่าจะเปึนเอกสาร คำถาม คำตอบ อะไรก็แล้วแต่ครับ เพื่อที่จะ ได้นำล่วงหน้าไปดำเนินการสอบถามต่อพี่น้องประชาชนให้สอดคล้องกับองค์กรอื่น ซึ่งหลายองค์กรครับท่านประธาน ได้ดำเนินการไปแล้ว ถ้าทำได้เช่นนี้แล้ว กระผมมั่นใจครับ ว่าอย่างน้อยที่สุดเราจะได้ข้อมูลเข้ามาในระดับหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดจะทําให้การ ร่างรัฐธรรมนูญของเรารวดเร็วยิ่งขึ้น เปึนไปตามกรอบของคณะกรรมาธิการที่ได้กําหนดไว้ จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เรียนท่านวิชัย ครับ ดีครับที่ท่านพูดถึงนะครับ ก็คงที่จะต้องให้มี ความชัดเจนว่ากรรมาธิการประจำจังหวัดที่ผ่านมานี่คณะทำงานก็พยายามประชุมกันตลอด นะครับ แล้วให้ประธานกรรมาธิการภาคทั้ง ๔ ภาค ร่วมประชุมด้วย ซึ่งในกระบวนการ ในส่วนของประธานภาคเองจะเปึนคนรับผิดชอบในการไปประสานกับแต่ละจังหวัด ซึ่งในแต่ละจังหวัดนั้นหลักก็จะอยู่ที่จังหวัดใดที่มีสมาชิกสภาร่างรั่ฐธรรมนูญสนใจหรือแสดง ความจํานงไว้ ก็ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในจังหวัดนั้นเปึ้นหลักนะครับ แล้วก็ไปตกลง เพื่อจะหาบุคลากรบุคคลมาเปึนกรรมาธิการ โดยให้ความสำคัญไปที่สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ทั้ง ๑,๘๐๐ กว่าท่าน ว่าท่านใดประสงค์จะเปึนกรรมาธิการ เพราะมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ สมาชิกสภาร่างรั่ฐธรรมนูญอยู่แล้ว

ประการที่ ๒ ก็ให้ประสานงาน อยากได้ตัวแทน คำนึงถึงนะครับ ตัวแทนของ อธิการบดีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน หรือกลุ่มเอ็นจีโอนะครับ แล้วก็ยังมีในส่วนของตัวแทนท้องถิ่น องค์กรต่าง ๆ ในจังหวัด คือพยายามที่จะกระจายคนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในการจะหาบุคคลมาเปึนกรรมาธิการจึงไม่ใช่ ง่าย แต่อย่างไรก็ตามก็ได้ตกลงกันว่าวันสองวันนี้ให้ทำให้เสร็จ แล้วให้ส่งรายชื่อในวันพุธ วันนี้วันจันทร์นะครับ ส่งวันพุธ แล้ววันพฤหัสบดีคณะทำงานก็จะมาตรวจความละเอียดถี่ถ้วน อีกทีหนึ่ง แล้วก็วันศุกร์ก็จะจัดเอกสาร วันจันทร์หน้าก็จะเริ่มตั้งให้มากที่สุด ถ้าเรียบร้อยทั้งหมดก็จะดี นี่กระบวนการเปึนอย่างนี้ ไม่ได้ว่าล่าช้าอยู่ในส่วนใดเลย ส่วนเครื่องไม้เครื่องมือก็อย่างที่ เรียนว่าพยายามที่จะให้ข้อความร่วมมือจากจังหวัด ไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือว่าองค์กร มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อันนี้ก็สามารถที่จะได้ขอสถานที่ แต่อย่างไรก็ตามอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทุกจังหวัดก็จะมีงบประมาณให้อยู่แล้ว ท่านก็ช่วย บริหารจัดการ ส่วนงบประมาณนั้นก็จะมีหลักเกณฑ์วิธีการใช้ ใช้แล้วก็จะมีใบเสร็จ มีใบหักล้าง การใช้จ่าย อันนี้ก็เปึนไปตามระเบียบ เพราะฉะนั้นนี่คือกระบวนการที่ท่านต้องไปช่วยกัน รับผิดชอบ ก็ชี้แจงในเบื้องต้นได้เท่านี้ก่อน แล้วมีท่านอื่นติดใจประเด็นอื่นอีกมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าหมดวาระในส่วนที่การอภิปรายในวาระที่ ๒ นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ วาระอื่น ๆ พอดีมีเรื่องค้างคาอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือจากการประชุม คราวก่อนที่ประชุมได้มีการพิจารณารายชื่อบุคคลเปึนกรรมาธิการในคณะต่าง ๆ ซึ่งปรากฏว่ามีการเสนอชื่อท่านอาจารย์สนั่น อินทร์ประเสริฐ เปึนกรรมาธิการสามัญรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง แต่ไม่ทราบในขณะนั้นขัดข้อง อย่างไร ก็ไม่ได้มีการรับรองไว้ ทางเจ้าหน้าที่ก็เลยไปจัดให้ลงในคณะดังกล่าวไม่ได้ อาจารย์สนั่นก็เลยมีหนังสือขึ้นมาขอให้ที่ประชุมรับรองให้เปึ้นทางการอีกครั้งหนึ่ง ก็ขอให้ เสนอมีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็ขอให้ที่ประชุมแห่งนี้รับรองให้ท่านอาจารย์สนั่นเปึน กรรมาธิการการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ขอผู้รับรอง ด้วยนะครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอบพระคุณครับ ระเบียบวาระอื่น ๆ มีท่านใดเสนอเรื่องอื่น อีกมีไหมครับ ท่านอาจารย์วัชรา เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชรา หงส์ประภัศร กระผมเห็นว่าระเบียบวาระเรื่องพิจารณากรอบระยะเวลาเบื้องต้น ในการจัดทำรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นี้เปึ้นระเบียบวาระหนึ่ง แล้วระเบียบวาระที่ค้างจากการประชุมครั้งที่แล้ว คือแนวความคิดในการจัดทำร่าง รัฐธรรมนูญนั้นน่าที่จะยังคงอยู่ คือน่าจะเปึนระเบียบวาระต่อจากระเบียบวาระที่ ๒ ก่อนระเบียบวาระอื่น ๆ ขอความกรุณาท่านประธานกรุณาพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ กราบเรียนอย่างนี้ว่าคราวที่แล้วมีการอภิปรายจนหมดผู้อภิปราย ก็ไม่มีอะไรค้าง ในคราวก่อนท่านอาจารย์กรรณิการ์ยังขอพูดครั้งที่ ๒ เลยนะครับ แต่ก็จบตรงนั้นไปแล้ว แต่ในการประชุมถ้าหากว่าท่านยังติดใจที่จะอภิปรายเราก็เสนอได้ เพียงแต่ว่าในวาระ ก่อนนั้นจบไปแล้ว ไม่มีอะไรค้างแล้ว แต่ถ้าท่านจะเสนอก็ถ้าจะเอาให้เปึนวาระก็เอาไว้ คราวหน้าต่อไปก็ยังได้อีก เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร ถ้าเช่นนั้นกระผมใคร่ขอเสนอเพิ่มระเบียบวาระ คือระเบียบวาระ พิจารณาแนวความคิดในการร่างรัฐธรรมนูญต่อไปครับ เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณา เพราะกระผมได้รับทราบว่าอีกหลายท่านอยากที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ครับ รวมทั้งกระผมด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านจะอภิปรายในวันนี้เลยไหม หรือว่าจะเอาคราวต่อไป

นายวัชรา หงส์ประภัศร

วันนี้เลยก็ได้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อันนี้ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ ท่านไพโรจน์ เชิญครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น ก่อนที่จะดําเนินการอภิปรายเรื่องความคิดเห็นในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ในประเด็นต่อไป ซึ่งผมก็เห็นด้วยควรจะถือโอกาสนี้ในเมื่อเรามาประชุมแล้วบางคณะ ก็จะประชุม ๓ – ๔ โมงเย็นวันนี้ แล้วตอนเย็นวันนี้เราก็จะไปร่วมงานสังสรรค์ด้วย เพราะฉะนั้นน่าจะใช้เวลาในภาคบ่ายนี้ให้เปึ้นประโยชน์ อย่างไรก็ตามกระผมก็ยังมี ความห่วงใยในเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเมื่อเช้านี้กระผมได้อภิปรายไปแล้ว และก็ในฐานะที่กระผมเปึนคณะทํางาน มีท่านประธาน เปึ้นประธานเรื่องนี้อยู่นะครับ ประเด็นก็คือเราอยากจะได้รายชื่อพร้อมหลักฐาน คือสำเนา ทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนภายในวันพุธที่จะถึงนี้ เนื่องจากอาทิตย์หนึ่งเรามีการ ประชุมสภาครั้งหนึ่งก็คิดว่าอย่างช้าที่สุด ในวันจันทร์หน้านี้เราน่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดให้ครบถ้วนทุกจังหวัด ถ้าจังหวัดไหนมีปัญหาเราต้องช่วยกันเร่ง ช่วยกันแก้ ให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ ไม่อย่างนั้นแล้วเวลาที่เราจะรับฟังมันกระชั้นเข้ามาทุกทีนะครับ หมดไปอาทิตย์หนึ่งก็หมายความว่า เหลืออย่างมากที่สุดอย่างที่ผมเรียนแล้วเมื่อเช้าว่า ๘ อาทิตย์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนฝากท่านเพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ว่าถ้าหากว่าท่านรับผิดชอบในจังหวัดใด โดยหลักการแล้วการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดเพื่อรับฟังความคิดเห็นนี้นั้น องค์ประกอบ ก็คือ ๑. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ของเรา ๒. สมาชิกสมัชชาแห่งชาติที่อยู่ในจังหวัดนั้น ๓. ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่งมีคุณสมบัติ เช่นเดียวกับ สสร. ของเรา คือไม่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองใน ๒ ป้ที่ผ่านมาอะไรทำนองนั้น นะครับ เพราะฉะนั้นก็เพื่อความรวดเร็วก็อยากจะฝากกราบเรียนไปยังท่านเพื่อนสมาชิก ทุกท่านว่า ถ้าเปึนไปได้ภายในวันนี้หรือวันพุธที่จะถึงนี้ท่านสามารถที่จะติดต่อผู้ที่จะเข้ามา เปึนกรรมาธิการนั้น เฉพาะกรรมาธิการนะครับ ที่ปรึกษากับอนุกรรมาธิการผมคิดว่าอาจจะ ไม่จำเปึ้นใช่ไหมครับ ก็ขอให้ได้ขอหลักฐานในเรื่องของสำเนาบัตรประชาชน แล้วก็สำเนา ทะเบียนบ้านเพื่อที่จะได้ประกอบการพิจารณาในการแต่งตั้งหรือนำสู่ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ในวันจันทร์หน้า เพื่อที่จะได้อนุมัติในการแต่งตั้งต่อไป แล้วสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ นะครับ ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สำคัญค่อนข้างมากนะครับ แล้วก็ส่วนการชี้แจงเรื่องแนวทาง การดำเนินงานคิดว่าคราวหน้าก็ยังคงทันหรืออาจจะชี้แจงเปึนเอกสารก็ได้ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เรื่องอื่น ๆ นะครับ พอดีเมื่อกี้ท่านวัชราเสนอว่าจะอภิปรายแนวความคิด ในกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ ของท่านศักดิ์ชัย กับท่านสุนทรเรื่องอะไรครับ

นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล

ท่านประธานครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ครับ สสร. ผมขอต่อเนื่องกับท่านไพโรจน์เมื่อสักครู่ครับ ก็คือว่าเรื่องรายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดนะครับ ไม่อยากให้รอช้า เนื่องจากว่าถ้าจังหวัดไหนสามารถที่มีความครบถ้วน ในเรื่องของจำนวนสมาชิก และก็ในเรื่องของคุณสมบัติต่าง ๆ ถ้าครบถ้วนน่าจะประกาศ แล้วให้ไปใช้งานได้เลย เนื่องจากว่าหลายจังหวัดขณะนี้รอประกาศตรงนี้ ทุกท่านที่อยู่ ในจังหวัดที่ได้รับการเสนอชื่อเขามีความพร้อม อย่างเช่น ที่จังหวัดอุดรธานีก็ยังมีความพร้อม ไม่ว่าจะอธิการบดีนะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงานอื่น ๆ มีความพร้อมอยู่แล้ว ทีนี้จะขยับไม่ได้เลยถ้าไม่มีการประกาศออกมาอย่างเปึ้นทางการนะครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากจะให้รอว่าต้องไปวันจันทร์แล้วประกาศรวดเดียว จังหวัดไหนพร้อมผมว่า ประกาศจะได้เดินหน้าได้เลยนะครับ ท่านประธานหารือครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านสุนทรครับ เชิญครับ

นายสุนทร์ จันทร์รังสี

ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมก็อยากจะถามนะครับ เพราะว่าผมได้รับหนังสือจากท่านประธานโดยไม่ได้รู้ตัวมาก่อนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วท่านก็แจ้งมาว่าให้รีบส่งรายชื่อ ๑๕ ถึง ๒๑ คน ในฐานะกรรมาธิการจังหวัด ๗๖ จังหวัดนี่ ซึ่งผมก็ได้นําส่งแล้วภายในกําหนด เพราะว่าทางนี้เร่งไปมาก และ ณ วันนี้เรายังมาคุยกันว่า จะต้องเปึ้นอาทิตย์หน้าอีก ตรงนี้ก็สงสัย แล้วเมื่อเปึ้นดังนี้ก็ขอถามอีกข้อหนึ่งว่าที่ยังมีการ ถกเถียงกันนะครับ เพราะว่าผมเชื่อมั่นว่าคนที่จะมาทํางานในการร่างรัฐธรรมนูญควรจะเปึ้น ผู้ที่ปลอดจากการเมืองไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง บางคนอาจจะเปึนสมาชิกพรรคการเมือง ได้อยู่ในใจก็ยังรับลำบาก แต่บางคนเคยสมัครลงเลือกตั้งด้วย ตรงนี้ถ้าเรามองดูตามเงื่อนไข ในหนังสือของท่านประธานเสรีที่มีไปถึงผมก็ระบุว่าห้าม แต่ในการประชุมคณะกรรมาธิการ คณะหนึ่ง ซึ่งผมขอสงวนนาม ก็ดึงดันที่จะเอาพวกทำงานการเมืองมาทำงานเปึนคณะกรรมาธิการด้วย และเมื่อถกเถียงกัน เลขาฯ เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก็จะคล้อยตามประธานซึ่งจะพยายามดึงนักการเมืองเข้ามา ทำงาน ตรงนี้ผมอยากให้กำหนดให้แน่ชัดเลย ประกาศให้ชัดเลยว่าได้หรือไม่ได้ เพื่อปัองกัน การถกเถียงกัน แล้วก็ปัองกันการที่จะทำงานให้ได้เร็วขึ้นมาด้วย แล้วก็ปัองกันการผิดพลาด ในภายหลังด้วย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เพราะฉะนั้นทุกคณะต้องช่วยกันดูนะครับ ต้องช่วยกันดูว่าเงื่อนไขเปึ้นไปตามที่ เราได้พูดคุยกําหนดแนวทางกันไว้ไหม จริง ๆ แล้วจะต้องมาตั้งในสภานี่นะครับ เพราะว่าตั้งแล้ว เดี๋ยวท่านก็เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนี่มันก็จะทําให้การประชุมต้องใช้เวลาเยอะ เพราะฉะนั้นก็ฝาก ทุกกรรมาธิการนะครับ พยายามหาข้อยุติให้เรียบร้อยก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภานะครับ ท่านอาจารย์วัชรา จะอภิปรายใช่ไหมครับ เดี๋ยวขออนุญาตท่านอาจารย์นิดหนึ่งครับ ในเรื่องที่ จะเสนอแนวคิดในช่วงนี้ถือว่าเปึนเรื่องอื่น ๆ ที่จริง ๆ ท่านก็เสนอได้ มีหลายท่านไหมครับที่จะ ขออภิปรายครับ ช่วยแสดงตัว ยกมือได้ไหมครับ

(มีสมาชิกยกมือ)

ก็มีท่านอาจารย์วัชรา ๒ ท่านนะครับ เราก็ประชุมกันแล้วนะครับ ผมว่าที่ประชุมคงไม่ขัดข้อง นะครับกับการให้เสนอความเห็น อย่างน้อยที่สุดก็มีประชาชนมากมายนะครับทางบ้านก็ได้ ติดตามสิ่งที่ท่านอภิปรายอยู่ ถ้าไม่ขัดข้องก็เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร กระผมกราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงที่ได้บรรจุ ระเบียบวาระนี้เพิ่มเติมขึ้นมา กระผมขออภิปรายในเรื่องนี้ใน ๓ หัวข้อด้วยกันนะครับ หัวข้อแรก เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน ซึ่งขอเพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อีกประการหนึ่ง ครับว่าประชาชนผู้ยื่นคำร้องขอใด ๆ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และถูกปฏิเสธคำร้องขอนั้น จะต้องได้รับเอกสารหลักฐานแสดงการปฏิเสธ พร้อมเหตุผลแห่งการปฏิเสธ เหตุผลเพราะว่ามี ชาวบ้านซึ่งเปึนคนที่ด้อยความรู้ แล้วไปติดต่อทางราชการ แล้วก็ทำอะไรไม่ถูกไม่ต้องตาม ระเบียบ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งให้ทราบชัดเจนว่าความไม่ถูกต้องนั้นเปึ้นอย่างไร เขาก็ต้องไปมาหลายครั้ง แต่ถ้าได้มีการแจ้งเปึนลายลักษณ์อักษร เขาก็จะได้ไปปฏิบัติได้ถูกต้อง ตามที่ทางราชการวางเงื่อนไขเอาไว้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เปึนความสะดวก เปึนความเรียบร้อย ของการติดต่อทางราชการจึงขอเพิ่มข้อความดังกล่าวครับว่า เปึ้นสิทธิของประชาชนผู้ยื่นคำขอ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ถูกปฏิเสธคำร้องขอ จะต้องได้รับเอกสารหลักฐานแสดงการปฏิเสธ พร้อมเหตุผลแห่งการปฏิเสธ นั่นคือเรื่องที่ ๑ คือเรื่องสิทธิของประชาชน

ในเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับแนวนโยบายแห่งรัฐ กระผมขอเพิ่มจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ๒ – ๓ ประการ ดังต่อไปนี้ครับ ประการแรก ความเปึนอันหนึ่งอันเดียวข้องประชาชน ในชาติหรือความไม่ทอดทิ้งกันเปึ้นสิ่งที่ควรมีในชนชาติเดียวกัน จึงขอเสนอให้ระบุใน รัฐธรรมนูญ โดยนําพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาระบุไว้ว่า รัฐพึงส่งเสริม ให้ประชาชนในชาติ รู้รักสามัคคีซึ่งกันและกัน เปึ้นประการหนึ่งนะครับ และเพิ่มเติม แนวนโยบายของรัฐ อีกประการหนึ่งว่า รัฐพึงส่งเสริมให้มีการพาณิชย์นาวี เพราะปรากฏว่าการพาณิชย์นาวีนั้น ในประเทศไทยนั้น ยังมีน้อยมากและต้องพึ่งพาต่างชาติ ทำให้เราสูญเสียดุลการค้าในส่วนนี้ไปเปึนอันมาก และประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะประเทศที่มีทางน้ําติดต่อกันได้กับนานาประเทศ จำเปึ้นที่จะต้องมีการขนส่งทางน้ำเปึนหลัก จึงขอเสนอให้เพิ่มแนวนโยบายอันนี้เข้าไป

อีกประการหนึ่งในแนวนโยบายของรัฐ กระผมขอเพิ่มในเรื่องรัฐพึงสนับสนุน ส่งเสริมให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ โดยสถานประกอบการมีหน้าที่ ร่วมจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ โดยรัฐพึงจัดสิ่งจูงใจที่เหมาะสม เรื่องเช่นนี้ ตัวอย่างเช่น ร้านซ่อม จักรยานยนต์ ก็ฝ๊กอาชีพให้แก่ชาวบ้านที่รักที่จะมีความรู้ในการซ่อมจักรยานยนต์ โดยทางรัฐ ส่งเสริมให้ทางร้านนั้นจัดการศึกษา แล้วถ้าเข้ารับคนเข้ามาเพื่อศึกษาเล่าเรียนในวิชาการที่เปึน อาชีพของเขาอยู่ รัฐก็ลดภาษีให้เขาเปึนพิเศษ หรือตอบแทนอย่างหนึ่งอย่างใด อันนี้ไม่ใช่การ จัดโรงเรียนเพื่อการอาชีพ แต่เปึนการจัดสถานประกอบการเปึนสถานฝ๊กอาชีพครับ ทําให้ถ้ามีการเลือกตั้งซ่อมจะเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณไปโดยจํานวนมาก สมาชิกวุฒิสภา ควรจะต้องมีคุณวุฒิ วัยวุฒิ หรือวุฒิภาวะ อํานาจหน้าที่ของวุฒิสมาชิกมีความรับผิดชอบ สูงมาก คือกลั่นกรอง ตรวจสอบ สรรหา แต่งตั้งหรือถอดถอนผู้มีอำนาจดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ดังนั้นคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาจึงต้องสูงเปึ้นพิเศษให้เหมาะสมกับอํานาจ หน้าที่ ต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์จริง ๆ จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะเปึ้นผู้ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นการที่จะอยู่ภายใต้ อํานาจเงินหรืออยู่ใต้อํานาจอาณัติฝ์ายบริหารจึงเปึนไปได้น้อยมาก ถ้าสมาชิกวุฒิสภา มีคุณสมบัติดังกล่าวทุกคนจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อถือและศรัทธา ดังนั้นกระผม ข้อเสนอถึงคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาว่าสําหรับคุณสมบัติเดิมคือที่มีสัญชาติไทย มีอายุ ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ป้ สำเร็จการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ตามกฎหมายนั้น กระผมขอเสนอคงเดิม แต่ขอเพิ่มเติมว่า ต้องเคยเปึนข้าราชการระดับ ซี ๙ ขึ้นไป หรือเคยเปึนข้าราชการทหารหรือตํารวจซึ่งเคยดํารงตําแหน่งตั้งแต่พลตรีขึ้นไป หรือสายงานด้านวิชาการในระดับสถาบันอุดมศึกษาตั้งแต่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป หรือสายงานระดับบริหารในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งเคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่คณบดีขึ้นไป หรือสายงานบริหารท้องถิ่น ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประธานสภาจังหวัดหรือซึ่งเคยดำรงตำแหน่งมาไม่น้อยกว่า ๔ ป้ หรือเปึนนายกสมาคม กลุ่มอาชีพ มูลนิธิ องค์กรประชาสงเคราะห์ องค์กรอื่น ๆ ในระดับจังหวัดที่ได้จดทะเบียน เอาไว้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ป้ สายธุรกิจเอกชนก็จะต้องเปึนเจ้าของกิจการ มีเวลา ไม่น้อยกว่า ๔ ป้ขึ้นไป จะเปึนกรรมการผู้จัดการหรือประธานกรรมการก็ตาม คณะกรรมการ การเลือกตั้งก็ควรที่จะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง ส.ว. ในลักษณะที่สามารถที่จะ จัดการเลือกตั้งให้ได้ไม่น้อยกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์แล้วก็เป่ดสภาได้ ไม่จําเปึ้นที่จะต้องถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ผ่านมา คือว่าหากได้ร้อยละ ๗๕ แล้ว ส่วนที่เหลือจะยังไม่ได้ก็ไม่เปึ้นไร เป่ดสภาไปก่อน แล้วก็จึงดำเนินการสำหรับผู้ที่เหลือต่อไป

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านวัชราครับ ขออภัยท่านนิดหนึ่ง ท่านมีเนื้อหาอีกเยอะไหมครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ผมจะจบแล้วครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

พอดีเห็นอยู่ ๒ ท่าน คือท่านรัฐอีกท่านหนึ่ง

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กระผมพยายามที่จะย่นย่อ แล้วก็ข้ามมา หลายตอนด้วยกัน เพราะกระผมคิดจะเสนอเปึนลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่งครับ ในตอนนี้ ก็ขอจบเพียงแค่นี้ก่อน ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านรัฐ เชิญครับ

นายรัฐ ชูกลิ่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม รัฐ ชูกลิ่น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๕๔ ครับ ขออนุญาตถามท่านประธานครับ อันนี้คือ วาระอื่น ๆ ใช่ไหมครับ ผมขออนุญาตเสนอแนะนิดหนึ่งครับ เนื่องจากตามที่ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ดีนะครับ หรือว่าตามที่ขอบเขตที่เรามีว่า ๑๘๐ วัน ว่าต้องจบนี่นะครับ ผมขอเสนอแนะว่าแทนที่ว่าจะต้องรอท่านกรรมาธิการ ยกร่างฯ ที่เขียนข้อมูลไป ๒๐ กว่าข้อนี่นะครับ ซึ่งจะเปึนตุ๊กตาให้ประชาชนขอความเห็น จากประชาชนมานี่ ไม่ทราบว่าทางสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของเรามีหลักการอย่างไร ที่จะขอให้ทางสื่อมวลชน ทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ให้ออกข้อมูล ๒๐ กว่าข้อนี้เพื่อประชาชน เขาจะได้ไปหารือกันก่อน เมื่อเราไปตามหาความเห็นเขา เขาจะได้ไม่ต้องใช้เวลายาวนาน เพื่อจะทำให้กรอบในการทำงานของทางกรรมาธิการยกร่างฯ ง่ายขึ้นครับ ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือเรื่องนี้นะครับ ก็ได้หารือกันระดับหนึ่งนะครับ ว่าในการสอบถามนี่ กรรมาธิการยกร่างฯ เมื่อกำหนดประเด็นแล้วนี่ก็จะให้กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ คณะกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ที่อาจารย์เจิมศักดิ์เปึนประธาน ก็จะรับผิดชอบไปดำเนินการนำกรอบนี้ไปสอบถามประชาชน แล้วสำคัญก็คือฝ์าย ประชาสัมพันธ์ ท่านอาจารย์พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ เปึนประธานในส่วนนี้อยู่ก็คง ประสานงานในส่วนของสื่อมวลชนทุกแขนงนะครับ ที่ดำเนินการตามที่ท่านรัฐได้พูดถึงครับ ท่านอาจารย์เกริกเกียรติ มีอะไรไหมครับ เชิญครับ

ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ทีนี้ในช่วงบ่ายวันนี้เดิมที่ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะ อภิปรายเพิ่มเติม ทีนี้เมื่อท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้เสนอความเห็นในเรื่องเกี่ยวกับการ ร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ กระผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ได้ปรึกษาหารือกัน ในหลาย ๆ ประเด็น เพราะฉะนั้นระหว่างที่เปึนกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นก็พยายามพูดแต่น้อย และก็ฟังให้มาก ทีนี้อย่างไรก็ตาม มันมีประเด็นบางประเด็นที่ผมอยากจะพูดไว้ในสภาแห่งนี้ เพื่อให้บันทึกในการพูดถึงว่าแนวทางที่เราจะร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นสำคัญของการที่ ประเทศเราจะพัฒนาไปได้ไกลมากน้อยแค่ไหน ประชาธิปไตยจะเข้มแข็งมากน้อยเพียงใดนี่ ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชากร ในประเด็นคุณภาพของประชากรนี่ ผมคิดว่ามีเรื่องสำคัญอยู่ ๓ เรื่อง มองในแบบนักเศรษฐศาสตร์ เรื่องแรกก็คือเรื่องสุขภาพพลานามัย เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องความรู้ความสามารถของประชากร เรื่องที่ ๓ ก็คือในเรื่องระเบียบวินัย คุณธรรมความดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าประชาชนคนไทยทุกคนควรจะได้รับสิ่งเหล่านี้ หรือได้รับการส่งเสริม ให้ปฏิบัติตน หรือทํางานในกรอบของการเปึ้นพลเมืองที่ดีของประเทศ ในเรื่องนี้ผมคิดว่า ถ้าเราจะมองในเรื่องของรัฐธรรมนูญนี่ ถ้าเราสามารถบรรจุสิ่งเหล่านี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ และก็กําหนดให้รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ว่าจะเปึ้นพรรคไหนหรือใครก็แล้วแต่จะต้องทําให้ได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในประเด็นดังกล่าวนี้ผมขออนุญาตเสนอท่านประธาน ใน ๕ ประเด็นด้วยกัน

ในประเด็นแรก ก็คือในเรื่องการศึกษา ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่ได้ กําหนดให้เปึนหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนเปึ้นเวลา ๑๒ ป้ โดยไม่คิด มูลค่าหรือไม่เสียเงิน อันนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ได้ทําไปถึงจุดหนึ่งคือ ทําให้ว่าเปึนภาระหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่มาเปึ้นรัฐบาลบริหารประเทศนั้นจะต้อง ให้บริการการศึกษาแก่ประชาชนอย่างน้อย ๑๒ ป้ และทั่วถึงกัน โดยมีมาตรฐานคุณภาพ ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ในประเด็นดังกล่าวนี้ในข้อเท็จจริงเราก็พบว่ามันไม่ได้เปึนไป ตามเจตนารมณ์ เหตุที่ไม่เปึ้นอย่างนั้นก็เพราะว่าเรื่องเงิน เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังจะร่างนี้ ผมคิดว่าควรจะได้มีมาตรการที่บังคับว่าจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ แล้วก็จัดสรรเงิน ให้เพียงพอเพื่อจะได้ทำงานบรรลุเปัาหมาย และรัฐบาลถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมีบทที่แซงค์ชั่น (Sanction) ก็คือรัฐบาลจะต้องลาออก อันนี้เปึนประเด็นข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ เรื่องสุขภาพพลานามัย ผมคิดว่าประชาชนคนไทยนั้นมีสิทธิที่จะได้รับ การดูแลรักษาในด้านต่าง ๆ เพราะฉะนั้นน่าจะกำหนดเปึนนโยบายแห่งชาติว่าประชาชน คนไทยทุกคนควรจะได้รับบริการทางด้านสุขภาพพลานามัยที่ดีตามสมควรจากรัฐบาล ซึ่งรายละเอียดจะเปึนอย่างไรก็คงต้องฝากกรรมาธิการยกร่างฯ ไปพูดกัน เรื่องนี้ทํานองเดียวกัน ก็คือต้องให้เกิดเปึ้นจริงให้ได้ ด้วยการที่จะต้องกำหนดมีกองทุนหรือมีเงินต่าง ๆ ผมอยาก ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในการบริหารราชการแผ่นดินทุกรัฐบาลมีงบประมาณ จำกัด แต่ถ้าเรากำหนดว่าอะไรคือสิ่งต้องทำ เช่น เรื่องการศึกษา การรักษาพยาบาลนี้ รัฐบาล ต้องจัดสรรให้งบประมาณเหล่านี้ก่อน แล้วที่เหลือจึงไปจัดสรรอย่างอื่น จะเปึ้นเรื่องทหาร เรื่องอะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป แต่ว่าถ้าเราเห็นพ้องต้องกันว่าอะไรคือสิ่งสำคัญต้องมีสำหรับ ประชาชนคนไทยเปึนเรื่องที่งบประมาณจะต้องจัดให้ก่อน

ประเด็นที่ ๓ เรื่องระเบียบวินัย คุณธรรม ความดี ผมคิดว่าได้มีการพูดกันมาก ในเรื่องจริยธรรมอะไรต่าง ๆ ในสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าได้มีการพูดถึงว่าให้มีกรรมาธิการที่จะ กำหนดมาตรฐานจริยธรรมต่าง ๆ ของนักการเมือง ในขณะเดียวกันนี้ผมก็คิดว่ามันน่าจะ มีอะไรต่าง ๆ สำหรับประชาชน ซึ่งเปึนหน้าที่ที่จะต้องทำเพื่อส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนร่วมที่มีจิตใจสาธารณะ ผมว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องสร้างขึ้นมา สิ่งเหล่านี้มันอาจจะบังคับไม่ได้ แต่ว่าเราสามารถที่จะทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ อันนี้คือประเด็น ที่ ๓ ผมอยากจะฝากไว้

ประเด็นที่ ๔ คือในเรื่องของการดูแลให้สวัสดิการแก่ประชาชนที่อยู่ ในวัยชรา ท่านประธานคงทราบว่าในปัจจุบันนี้คนที่เข้าสู่วัยชรามันมีมากขึ้น และคนจำนวน ไม่น้อยประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของคนชราในประเทศไทย ไม่มีหลักประกันที่จะดูแลเมื่อเขา แก่ชรา ที่จริงบุคคลเหล่านี้ได้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเปึ้นจำนวนมาก ผมคิดว่า จะต้องมีการกําหนดว่าเปึนหน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้เงินสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุที่มีความจำเปึน ที่เดือดร้อนให้เขาสามารถอยู่ได้ จะเปึนเงินเท่าไรก็ว่ากันในรายละเอียด อายุเท่าไรถึงจะ เปึ้นผู้ชรา ก็คงจะนับได้ว่า ๖๐ ป้ หรือ ๖๕ ป้ อันนี้ผมคิดว่าในหลักสากลทุกประเทศเขามี ประชาธิปไตยมันจะอยู่ได้ก็จะต้องดูแลประชาชนคนระดับล่าง คนที่อำนาจการต่อรองต่ำ ให้อยู่ได้ ในระบบทุนนิยมถ้าปราศจากในเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ แล้วระบบทุนนิยมไปไม่รอด อันนี้ผมคิดว่าเปึนโอกาสอันดีที่เราจะได้มองถึงประเด็นเหล่านี้

ประการสุดท้ายเลยที่อยากจะฝากถึง ก็คือว่าบทบัญญัติในการควบคุมอำนาจ ในการใช้จ่ายของรัฐบาลและของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน และเงินที่ไม่อยู่ในงบประมาณแผ่นดิน ดังที่เปึนข่าวที่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ที่ได้เปรียบทางการเมืองใช้อำนาจทางการเมืองในการจัดสรรงบประมาณเพื่อผลประโยชน์ ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านงบกลาง ซึ่งเปึนการที่วางแผนการใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง อันนี้เปึนการได้เปรียบ เสียเปรียบทางการเมือง และก็ยังเปึน การทําลายการแข่งขันทางการเมือง เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่าคงจะต้อง มาดูเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับอำนาจการใช้จ่ายของนายกรัฐมนตรีหรือของรัฐบาล ในเรื่องนี้ ที่ต่อเนื่องกันก็คือว่าการใช้หน่วยงานของรัฐที่จะไปใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ คือไม่ผ่าน งบประมาณ อย่างใช้ธนาคารออมสิน ธนาคารของรัฐต่าง ๆ ดำเนินโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ในโครงการเหล่านั้นตามปกติจะต้องเสนอผ่านในรูปของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งทางรัฐสภา ก็ได้มีโอกาสตรวจสอบ แต่ว่าเท่าที่ผ่านมาอันนี้เปึ้นจุดโหว่ เท่าที่ผมดูตัวเลขคร่าว ๆ ในประมาณ ๔ ถึง ๕ ป้นี้รัฐบาลจัดโครงการที่ผ่านการใช้เงินโดยไม่ผ่านการตรวจสอบของ รัฐสภาประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาท ในเงินจำนวนดังกล่าวถ้าเกิดความเสียหายคำถามว่า ใครรับผิดชอบ ผลสุดท้ายรัฐบาลหรือว่าประชาชนที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีจะต้องเปึน ผู้รับผิดชอบ ซึ่งในลักษณะนี้ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมต่อประชาชนที่ทำงานและก็เสียภาษี ในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าควรจะบันทึกไว้ในการประชุมของ สสร. ของเราในการร่าง รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานเสนอที่ประชุม ณ แห่งนี้ เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ อาจารย์เกริกเกียรติครับ ยังมีอีกหรือครับ เชิญครับ แล้วท่านกฤษฎา คนสุดท้าย หมดแล้วนะครับ

นายสวิ่ง ตันอุด 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด สสร. ครับ ผมมีอยู่ ๒ – ๓ เรื่องครับ ในโอกาสที่ค่อนข้างจะมีน้อยนี่นะครับ ผมอยากจะเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ เรื่องหนึ่งนี่นะครับ ผมอยากจะพูดถึง เรื่องหมวดทั่วไปว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าที่ผ่านมาเรามีข้อจำกัด ในเรื่องเกี่ยวกับวิธีคิดบางเรื่องอยู่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำว่า ปวงชนชาวไทย ก็ดี ประชาชนคนไทยก็ดี หรือเรื่องบุคคลก็ดี เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเปึนข้อจำกัดสำหรับชาติพันธุ์หรือชนเผ่าทั้งหลาย เพราะว่าเราไป กำหนดตรงที่ว่าต้องเปึ้นสัญชาติไทยแล้วมีบัตรประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญครับ วิธีคิดของเราแต่เดิมในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงนี่ เราก็จะคิดว่าจะละลายความต่าง ให้มาเปึนความเหมือนและให้เปึนหนึ่งเดียว เราคิดว่านี่คือความมั่นคงโดยวิธีคิด ดังนั้น ก็คือต้องไปทําให้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้กลายมาเปึ้นเสมือนหนึ่งคนไทยหรืออะไรประมาณนั้น เพื่อเราคิดว่านี่จะสร้างความมั่นคง แต่นั่นวิธีคิดแบบนี้ยิ่งจะทำให้เราไม่มั่นคง วิธีคิดแบบนี้ ไปจำกัดข้อแตกต่างทั้งหลายเต็มไปหมด ดังนั้นถ้าเราปรับหรือเราคิดเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือเปลี่ยนวิธีคิดว่า ความหลากหลายคือความมั่นคง ดังนั้นการกำหนดเรื่องเกี่ยวกับ คำว่า คนไทย ประชาชนคนไทย หรือปวงชนชาวไทย หรือการประกอบเข้ามาเปึนประเทศไทย ถ้าสมมุติสามารถที่จะระบุได้ว่าปวงชนชาวไทยประกอบไปด้วยคนหลายชาติพันธุ์นี่ ผมคิดว่าวิธีแบบนี้จะทำให้สถานะหรือศักดิ์ศรีของคนที่แตกต่างไปของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้ถูกยกระดับขึ้น ที่ผ่านมาเราไม่ได้พูดถึงหรือมีคําพูดใด ๆ ที่เกี่ยวกับชาติพันธุ์ในรัฐธรรมนูญ เลยนะครับ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ทําอย่างไรเราถึงจะทําให้เรื่องนี้มันได้เข้าไปและปรับวิธีคิด ในแง่ของกระบวนการความคิดของคำว่า คนไทย ของเราเสียใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้าง สําคัญนะครับ เพราะว่ามันเปึนเรื่องเกี่ยวกับวิธีคิดในการมองของคําว่า คนไทย ซึ่งผมอยากจะ ใคร่เสนอนะครับ ที่จริงถ้าเราจะถกกันเรื่องนี้และก็เอาเรื่องนี้ให้เปึนจริงเปึนจังนะครับ กรรมาธิการยกร่างฯ อาจจะต้องเชิญผู้รู้ นักประวัติศาสตร์ นักมนุษยวิทยาหรือใครต่อใครมานั่ง หารือในเรื่องนี้เพื่อที่จะทำให้วิธีว่าเราประกอบไปด้วยหลายชาติพันธุ์ หลายศาสนาความเชื่อ หลายวัฒนธรรมมาเปึนประชาชนคนไทย ดังนั้นสถานะของเขาเองก็จะได้รับการรับรอง ในเรื่องต่าง ๆ นี้ หรือแม้กระทั่งการรักษาพยาบาล เรื่องอะไรต่าง ๆ ก็จะได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งอันนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการไปออกบัตรประชาชนนะครับ แต่หมายความว่าเปึนเรื่องของวิธีคิด ซึ่งผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึ้นบทต้น ๆ ในแง่ของรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําไป ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ ทางด้านบททั่วไป คือเปึ้นบทที่ว่าด้วยวิธีคิดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้าง จะละเอียดอ่อน และก็เราอาจจะตั้งเปึนประเด็นแล้วหารือผู้รู้ เพื่อที่จะทำให้กระบวนคิด ของเราชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเติมคำว่า ชาติพันธุ์ หรือเผ่าพันธุ์ หรืออะไรต่าง ๆ นี่ลงไป เพราะเราประกอบ เปึ้นแบบนั้นจริง ๆ เราประกอบด้วยคนยอง เราประกอบด้วยคนลื้อ เราประกอบไปด้วยกะเหรี่ยง ม้ง อะไรหลายชนิดที่มีอยู่ แม้กระทั่งคนกรุงเทพฯ ก็เปึนเผ่าหนึ่งเหมือนกัน คนสุพรรณก็เปึน เผ่าหนึ่ง จริง ๆ ทุกคนสังกัดเผ่าอยู่แล้ว แต่หมายความว่าเผ่าพันธุ์ หรือชาติพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกนํามาประกอบในวิธีคิดในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ ค่อนข้างจะสำคัญ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ยกร่างฯ ก็คือว่าด้วยเรื่องสิทธิชุมชนครับ ประเด็นเรื่องนี้รัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ เองนี่ ก็อาจจะไม่เขียนไว้ ยกเว้นเมื่อป้ ๒๕๔๐ ถูกนำเรื่องสิทธิชุมชนมาใช้ วิธีคิด อันนี้ก็เปึนเรื่อง วิธีคิดอีกอันหนึ่งครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วในสังคมบ้านเรานี่เรายอมรับสิทธิอยู่ ๒ เรื่อง แค่นั้นเอง คือสิทธิของปัจเจกบุคคลกับสิทธิของรัฐเท่านั้นเอง แต่ว่าโดยความเปึนจริง นี่นะครับ ในกระบวนการของชุมชนนี่ทางเหนือเขาเรียกว่า มีสิทธิหน้าหมู่ร่วมกัน เปึนสิทธิ ของชุมชน เปึ้นสิทธิที่ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน แต่ในทางกฎหมายไม่มีกฎหมายใด ๆ รับรองเรื่อง สิทธิของชุมชน หรือสิทธิความเปึนหน้าหมู่หรือส่วนร่วมนี้ไว้เลย ซึ่งผมคิดว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผ่านมานี้ก็ได้ถูกเขียนไว้หลายมาตรา แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัตินี่ก็ไม่เปึนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. ป์าชุมชน ก็ดี พ.ร.บ. ที่จะทำให้อำนาจของสิทธิชุมชนโดดเด่นขึ้นมา ก็ไม่สามารถที่จะผ่านสภาและไปประกาศใช้ได้ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือข้อจำกัดที่ผ่านมา ดังนั้น นี่นะครับถ้าจะทําให้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ โดดเด่นขึ้นมาในเรื่องสิทธิชุมชน หรือว่า ด้วยเรื่องเกี่ยวกับการจัดการตัวเองของชุมชน หรืออำนาจการจัดการตัวเองของชุมชน ผมอยากจะให้รวบรวมหรือยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึ้นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อันนี้ต้องฝากนะครับ ท่านกรรมาธิการทั้งหลายลองเอาไปคิด เพราะว่าเรื่องนี้เปึ้นเรื่องที่ สำคัญ เพราะนั่นแสดงว่าเราได้ยอมรับเรื่องนี้อย่างเปึนจริงเปึนจัง และทำให้สถานะ ของสิทธิชุมชนและความเปึนชุมชนท้องถิ่นนี่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ใช่กระจัดกระจายอยู่ ในหลายมาตรา ถ้าเราสามารถที่จะสร้างหมวดนี้ขึ้นมาได้ ซึ่งผมคิดว่ามีหลายกลุ่มตอนนี้ กําลังที่จะระดมกันเรื่องนี้ว่าสิทธิชุมชนทั้งหลายนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็จะต้องเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือเรื่องสําคัญ อยากจะทำ ให้สถานะในเรื่องนี้โดดเด่นขึ้นมาเปึ้นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๒ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์สวิ่ง ครับ ขอโทษนะครับ ของท่านก็มีประโยชน์นะครับ เอากระชับนิดหนึ่งนะครับ ขออภัยครับ

นายสวิ่ง ตันอุด

กระชับแล้วครับ จะจบแล้วครับ สุดท้ายแล้วครับ ท่านประธาน ก็คือว่าด้วยเรื่ององค์กรอิสระครับ เพราะว่าวันนี้ฟังดูเหมือนกับว่าเราจะมี เนื้อหา ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องเกี่ยวกับการที่จะทำให้องค์กรอิสระหรืออํานาจของประชาชน โดดเด่นขึ้นมา ผมก็อยากจะให้อํานาจของประชาชนนี่ไม่ว่าจะมีสิทธิในแง่ของการที่ จะเลือกตั้งบุคคลเข้าไป มีสิทธิที่จะตรวจสอบ และมีสิทธิที่จะถอดถอน ให้มีสถานะ ให้มีระบบ ในแง่ของการที่จะทําให้เรื่องนี้ชัดเจนขึ้น เพราะว่าเรื่องนี้คือเรื่องสําคัญที่อยากจะฝาก ไปที่ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คงท่านสุดท้ายนะครับ ท่านกฤษฎา ครับ เชิญครับ

นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ครับ ประเด็นผมคงใช้เวลาไม่มากนะครับ คืออยากจะนําเสนอถึง ท่านประธานนะครับว่าขณะนี้หลาย ๆ ท่าน สสร. หลายท่านซึ่งลงพื้นที่ไปแล้วนี่ พบประเด็นที่ว่าความตื่นตัวของประชาชนโดยทั่วไป แล้วก็ความพยายามที่จะมีส่วนร่วม นี่ผมคิดว่ายังน้อยอยู่ ผมคิดว่าภาพลักษณ์ที่ออกมาในหลาย ๆ ส่วนนี่บางคนยังไม่เข้าใจ ว่า สสร. ทำอะไรในบางพื้นที่ในบางส่วน แล้วก็ส่วนใหญ่แล้วขณะนี้การเสนอข่าวทาง สังคมก็ดีมักจะมุ่งไปที่กรรมาธิการยกร่างฯ เปึ้นส่วนใหญ่ แล้วความเห็นส่วนตัวของ หลาย ๆ ท่านนะครับ ด้วยความเคารพ ก็ได้นำเสนอทางสื่อ ทำให้ในส่วนภาคประชาชน หลาย ๆ ส่วนเข้าใจว่ามีการตั้งธงไว้แล้ว ในขณะที่กรรมาธิการในส่วนของการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมนั้นยังไม่ได้ลงพื้นที่เลย ซึ่งอยู่ในช่วงของการดำเนินการ นะครับ ตรงนี้ขอฝากปรึกษาไปทางท่านประธานด้วยนะครับว่าเวลามันถอยหลัง แต่ในขณะเดียวกันการแสดงความมีส่วนร่วมในการเปึ้นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประชาชนส่วนใหญ่นั้นยังไม่มีความตื่นตัว แล้วก็พร้อมที่จะร่วมมือกับเรา ตรงนี้ผมว่ากำลัง เปึ้นโจทย์ใหญ่อยู่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมพยายามให้ท่านสมาชิกช่วยกันพูด ก็คือ ให้ประชาชนได้ฟังได้ทราบจะได้เปึนการกระตุ้น แล้วก็ให้ประชาชนทั้งหลายได้เข้าใจนะครับ ว่าท่านเปึ้นบุคคลสำคัญที่จะต้องผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ เดี๋ยวครับ ท่านวิทยา พอดีมีนักศึกษาโปรแกรม วิชารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มาร่วมฟังการประชุมด้วย สภาร่างรัฐธรรมนูญก็ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ยังมีหรือครับ ท่านวิทยาคนสุดท้ายจริง ๆ นะครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

ยินดีต้อนรับนักศึกษานะครับ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ สิ่งที่มันเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างช่วงก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ก็คือการขอใช้ มาตรา ๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จริง ๆ แล้วผมไม่ต้องอ้างมาตรานี้ก็ได้นะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเปลี่ยนไปอยู่แล้วนะครับ แต่ที่อ้างนี่ก็เพราะว่าอยากให้เห็น สภาพความเปึนจริงว่าความเปึ้นจริงเรานํามาใช้ไม่ได้นะครับ ขออนุญาตรายละเอียดนิดหนึ่ง นะครับ มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใดให้วินิจฉัย กรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข โดยข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือมีการยุบสภา ยุบสภา นายกฯ ก็ยังคงรักษาการเปึนนายกฯ อยู่ แล้วก็มีปัญหาเกิดความวุ่นวายขึ้นมา มีบางฝ์ายที่เสนอ ให้นํามาตรา ๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ โดยให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีเพื่อมาแก้ปัญหาในตอนนั้น แต่ปรากฏว่าอดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ลง จากเก้าอี้ คนใหม่ก็ไม่สามารถจะขึ้นมาได้ ในส่วนของพระมหากษัตริย์เองก็คงลังเลพระทัย ที่จะตัดสินใจเพราะว่ายังมีฝ์ายที่เปึนความขัดแย้งอยู่

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขออภัยท่านวิทยาครับ ขอยกเว้นเรื่องสถาบันนะครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

ได้ครับ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับว่าถ้าหากจะแก้ ในมาตรานี้ หรือเปรียบเทียบมาตรานี้ไปในส่วนของรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขอฝากว่าให้มีผล บังคับใช้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เขียนไว้ลอย ๆ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือจริง ๆ ก็ขอให้ท่านวิทยาเปึนท่านสุดท้ายนะครับ พอดีท่านอลิสาก็ยกมือ เอาเปึนว่า เมื่อกี้ท่านวิทยาเปึนผู้ชายคนสุดท้ายนะครับ แล้วก็ท่านวิทยาก็ป่ดของผู้ชายไปแล้ว นะครับ ท่านอลิสาก็ป่ดในส่วนของสุภาพสตรีแล้วกันนะครับ เชิญครับ

นางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์

กราบเรียนและกราบขอบพระคุณท่านประธาน นะคะ อลิสา พันธุ์ศักดิ์ สสร. ค่ะ มีประเด็นหนึ่งค่ะที่ยังไม่ได้รับคำตอบจากท่านประธาน พอดีทางหลาย ๆ ภาคได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดแล้วนะคะ แล้วก็บางที่ยังมีปัญหาอยู่พื้นที่แค่บางจังหวัด คือเราอยากจะให้งานนี้มันเดินไปด้วย ความรวดเร็วจากการที่ได้กรอบเวลาของทางกรรมาธิการยกร่างฯ แล้วนะคะ จึงพอที่จะ เปึ้นไปได้ไหมคะที่เราจะได้กรอบในการทำงานภายในวันที่ ๙ นี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ กรอบการทำงานก็เสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยวจะให้รีบแจกให้ท่านสมาชิกเลย แล้วกันนะครับ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่มาประชุมทุกท่าน ผมขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๔.๔๐ นาฬิกา