สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

สมยศ สมวิวัฒน์ชัย หารือเรื่องความชัดเจนในกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้เวลาและเวทีในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและองค์กรต่าง ๆ และเสนอแนะกระบวนการรับฟังที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย

นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม สมยศ สมวิวัฒน์ชัย สสร. นะครับ อยู่ในกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ และกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็น ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถึงช่วงเวลานี้ผมคิดว่าประชาชนคงจะติดตามเรื่องราวของคณะ สสร. ของเรา อย่างต่อเนื่องมา ผมคิดว่าประชาชนคงจะตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะได้รัฐธรรมนูญที่ดี นำไปสู่ความสงบสุขของประชาชน ซึ่งเกิดความสับสนพอสมควรที่ผ่านมาจากการได้ รับฟังข่าวของ สสร. ซึ่งให้การสัมภาษณ์ในแต่ละท่านซึ่งแตกต่างกันไป ผมคิดว่าความชัดเจน ในวันนี้นะครับ คือกรอบเวลาของการทำงาน จะช่วยทำให้ความวุ่นวายหรือความสับสนที่คิดว่า สสร. นั้นจะทำงานกันเปึนอย่างไร คงจะช่วยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นเปึนอย่างมาก และผมต้อง ข้อแสดงความเห็นใจกับท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยนะครับที่ว่ากรอบเวลานั้นค่อนข้าง ที่จะสั้นและกระชับมาก เปึนเหตุให้ทุก ๆ ท่านจะต้องทุ่มเทเวลาอย่างมาก ๆ ในความคิดเห็น ของผมคิดว่าการที่จะช่วยทําให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้ทํางานได้โดยง่าย และไม่ก่อให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันจนเปึ้นเหตุให้มีการวิพากษ์วิจารณ์มากเกินไป ก็คือว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นก็เปรียบเสมือนสถาปนิกนะครับ ซึ่งรับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่เปึนเจ้าของบ้านซึ่งเปึนประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ที่สำคัญ ความสำคัญก็คือว่าเวที ที่จะเป่ดให้กับประชาชนและกับองค์กร ต่าง ๆ โดยเฉพาะ ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องให้เวลาและมีเวลา และการเป่ดเวทีนั้นเปึนสิ่งที่ดีมาก ก็คือว่าประชาชนและองค์กร ที่สําคัญต่าง ๆ จะได้มีเวลาเตรียมตัวและก็กําหนดเวลาที่จะเป่ดและที่สําคัญ สสร. ทุก ๆ ท่าน ก็จะต้องไปเยี่ยมในเวทีนั้น ๆ ตามเวลาที่มีอยู่นะครับ ก็จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง สสร. กับภาคประชาชนนั้นมีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น

อีกประการหนึ่งเรื่องของการเตรียมตัว อย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ และหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมาแล้วนั้น เปึนการยากมากในการที่จะเตรียมเวลาและเตรียมตัว ที่จะบอกจัดกรอบเวลานะครับ ผมคิดว่าที่ท่านอาจารย์สมคิดได้บอกว่าปรับเปลี่ยนเปึน ๑๘๐ วัน ตรงนี้ก็คงจะเปึนสิ่งที่ค่อยบรรเทาความเดือดร้อนในรายการที่จะลงในภาค ประชาชน ผมอยากจะเสนอว่าความสำคัญก็คือว่าการรับฟังจะต้องมีกรอบและกระบวนการ รับฟังที่เปึ้นรูปธรรม ที่มีท่านหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้วว่าจะต้องสามารถที่จะได้คำตอบ มาในเชิงปริมาณเหมือนกับเปึนงานวิจัยย่อย ๆ ชิ้นหนึ่ง ก็คือปริมาณและเชิงคุณภาพ ผมคิดว่าตรงส่วนนี้เปึ้นส่วนที่สําคัญมาก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราไม่สามารถที่จะตอบได้ว่า ในเรื่องแต่ละเรื่องที่เรายกร่าง หรือเราร่างไปแล้วนั้น มันไม่มีข้อมูลซัพพอร์ท (Support) ที่แน่นหน้าพอ ก็จะเปึ้นเหตุทำให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ และ สสร.ทุกท่านนั้น เปรียบเสมือนว่าอาจจะถูกบอกว่าเอาความคิดของตนเองใส่เข้าไป พวกเราคงจะไม่เอา ความคิดของตนเองใส่เข้าไปอยู่แล้วนะครับ แต่เพียงแต่ว่าเราจะทําอย่างไรให้เปึ้นรูปธรรม ผมจึงเสนอเอาไว้ว่าเรื่องของกระบวนการในการที่จะรับฟังให้เหมือนกันทั่วประเทศ เปึ้นสิ่งที่สําคัญที่สุดที่จะซัพพอร์ทให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้ทํางานอย่างง่าย นะครับ และควรจะมีกระบวนการรับฟังออกเปึน ๓ ระยะ คือระยะที่ ๑ ก็คือว่ารับฟังในเบื้องต้นว่าในแต่ละองค์กร ในแต่ละกลุ่มประชาชน ในแต่ละจังหวัดนั้น มีความคิดเห็นในแต่ละเรื่องนั้นอย่างไร ในเบื้องต้นก็คือว่าผมคิดว่า ในเดือนกุมภาพันธ์นั้นน่าจะพยายามทำให้แล้วเสร็จนะครับ และอาจจะมีบางส่วน ที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ อาจจะต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม ช่วงนั้นข้อมูลก็จะเริ่มไหลเข้ามา เปึ้นระยะ ๆ ข้อมูลไหลเข้ามาอย่างเปึนรูปธรรมที่ชัดเจนนะครับ เปึนระยะตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเดือนมีนาคม คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะได้ ประโยชน์ในข้อมูลค่อย ๆ ไหลเข้ามาจากกรอบที่วางเอาไว้นะครับ แล้วเมื่อเข้าถึง เดือนเมษายน ผมคิดว่ากรรมาธิการก็อาจจะใช้เวลาซึ่งทำคู่ขนานกันไป อาจจะใช้ เวลาประมาณ ๑๐ วัน ที่ว่านิ่งสงบ ค่อย ๆ ประมวลข้อมูลมาผมคิดว่าก็จะช่วยทำให้ การยกร่างในรอบแรกนั้นที่จะต้องให้เสร็จภายในวันที่ ๑๙ เมษายนนั้นได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนการรับฟังในครั้งที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อสรุปการยกร่างฯ ได้ในชุดแรกแล้ว ก็จะจัดน้ำพิมพ์ แล้วก็จะส่งเข้าไป ที่บอกว่า ๑ ล้านฉบับอะไรนี่นะครับ ก็จะต้องมีการรับฟังครั้งที่ ๒ เพราะว่าคงจะต้องมีการเขาเรียกว่าขัดเกล้าอีกนิดหน่อย ส่วนไหนที่คิดว่าที่เสนอ ไปแล้วนั้นมันยังไม่ค่อยตรงดีนัก ถ้าทำได้ก็จะดีมาก เพราะจะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจ อันดีต่อกันในเรื่องของการเสนอในครั้งแรก และเหตุใดทําไมถึงไม่ได้เปึนไปตามที่ ข้อเสนอก็จะได้มีการอธิบายความกันได้ ก็จะช่วยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันดีขึ้นนะครับ และสุดท้ายนะครับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้อยากจะตั้งความหวังเอาไว้ว่า เปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งที่เราเคยมี และสามารถที่จะเปึนความหวัง ทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความมั่งคั่ง มีความร่ำรวยในความสุข ซึ่งสภาชุดนี้จะต้องประกาศอย่างชัดเจนนะครับว่าเราจะทําให้ได้ เพื่อจะได้ทําให้ สิ่งที่เกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึ้นครั้งที่ ๑๘ แล้วนะครับ ขอให้เปึ้น ครั้งสุดท้ายเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ