สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

อุทิศ ชูช่วย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นในภาคใต้ โดยแสดงความเห็นว่าข้อจำกัด 180 วันตามมาตรา 29 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ทำให้การทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่ชัดเจน และขอให้ท่านประธานและคณะทำงานเคลียร์เรื่องต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นในภาคใต้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอุทิศ ชูช่วย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุทิศ ชูช่วย สสร. หมายเลข ๙๙ นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคใต้ และขออนุญาตที่จะ สะท้อนความรู้สึกของกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัดที่ขณะนี้กำลังว้าเหว่ เดินอย่างไร้ทิศทางครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอย่างนี้นะครับว่าสำหรับกรอบ ระยะเวลาที่ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งท่านอาจารย์สมคิดได้กราบเรียนเมื่อสักครู่นั้น นะครับ ในฐานะที่เปึ้นกรรมาธิการภาคใต้ที่ได้ดูแลภาพรวมของการทำงาน การรับฟัง ความคิดเห็นในระดับภาค และได้สัมผัสกับกรรมาธิการในระดับจังหวัดนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าเห็นใจจริง ๆ ครับ แล้วก็เข้าใจครับว่าข้อจำกัด ๑๘๐ วัน ตามมาตรา ๒๙ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พยายาม อย่างเต็มที่ แล้วก็เข้าใจครับว่าการรับฟังความคิดเห็นมันต้องเริ่มตั้งแต่เริ่มเป่ดสภานี้แล้ว ผมเชื่อว่าอย่างนั้นครับ สสร. ทุกคนต้องสดับตรับฟังอยู่แล้วครับ จนกระทั่งครบ ๑๘๐ วัน อันนี้ต้องขอขอบพระคุณที่จะได้ผ่านประเด็นนี้ไปนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าผมอยากจะสะท้อนการทำงานที่ผ่านมา ในฐานะที่ลงพื้นที่จริงครับว่า การทำงานครั้งนี้ของสภาแห่งนี้น่าจะมี ๕ ขั้นตอนหลัก ๆ ครับ ถ้าเปึนมวยก็เรียกว่า ๕ ยกครับ มวยไทยครบ ๕ ยก ยกที่ ๑ คือการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในช่วงแรก ไปสิ้นสุดเอาวันที่ ๑๙ เมษายน หลังจากที่ร่างที่หนึ่งแล้วเสร็จ ท่านที่เคารพครับความว้าเหว่ของกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯภาคใต้ ความว้าเหว่ของ กรรมาธิการวิสามัญจังหวัด ขณะนี้ยังไม่เปึนกระบวน ไม่ทราบว่าจะเริ่มตรงไหนด้วย งบประมาณก็ยังไม่ชัดเจนอันที่หนึ่งครับ อันที่ ๒ เรื่องกรอบแบบฟอร์มในการรับฟัง ความคิดเห็นแบบบันทึกที่จะให้มีร่องร้อยในการนำมาซึ่งการประมวลข้อคิดความเห็นของ พี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัดในแต่ละภาคยังไม่ชัดเจน ขณะนี้ผมคิดว่าเรื่องกรอบเวลา เห็นด้วย แต่ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน และให้คณะทำงานต้องเคลียร์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องกรอบเวลาของการทำงานของจังหวัดและของภาค ตลอดจนแบบฟอร์มเอกสาร การชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะทีมงานของกรรมาธิการระดับจังหวัดที่จะไปรับฟัง ความคิดเห็น ขณะนี้รับฟังความคิดเห็นแบบลม ๆ ฟังแบบลมก็เอาลมมาบอก กรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ ยังไม่สามารถที่จะเปึนหลักเปึ้นฐานได้ เพราะฉะนั้นต้องรีบทํา ครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นสื่อมวลชนก็ดีครับ ประชาชนก็ดีครับ เขาจะมองว่าเรากำลัง ตบตา บอกว่ารับฟังความคิดเห็นประชาชน แต่ว่าฟังมาเปึนลมครับ นำมาเสนอประมวล ก็เปึนลมครับ ไม่เปึนร่องเปึนร้อย ไม่มีหลักมีฐาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าคณะทํางาน ไม่ว่าจะเปึนคณะกิจการสภาฯ หรือคณะทำงานที่จะต้องคิดในเรื่องของแบบฟอร์มกรอบ แสดงความคิดบันทึกความเห็น ตลอดจนการจัดประชุมในระดับจังหวัด ในระดับภาคในการ ที่จะเคลื่อนตรงนี้ต้องรีบโดยด่วน เพราะว่าขณะนี้องค์กรอื่น ซึ่งขณะนี้ก้าวหน้าไปมากครับ เขากำลังจะรับฟังรอบที่ ๒ แล้วครับ ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ทำไปหลายจังหวัด หลายภูมิภาคแล้ว แต่ สสร.เรายังไม่เคลื่อนนี่คือข้อจำกัด เรื่องกรอบระยะเวลานี่เห็นด้วย แต่ขอให้จัดการเรื่องนี้โดยด่วนครับท่านประธานครับ ในยกที่ ๑ ผมคิดว่าถ้าจะให้คะแนนกันแบบมวยไทยนะครับ กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ระดับภาค กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดฯ ไม่มีคะแนนเลยครับ ในขณะที่กรรมาธิการ ยกร่างฯ ตั้งลำแล้วครับ ความเห็นของประชาชนยังไม่เปึนขบวนที่จะเข้ามา ๑๙ เมษายน ร่างที่ ๑ แล้วเสร็จหมดยกที่ ๑ ครับ ฝ์ายใดแพ้ ฝ์ายใดช้นะ ไม่ใช่แพ้ชนะหรอกครับ แต่ว่าฝ์ายไหนที่ทำได้ดี ได้น้ำ ได้เนื้อมากกว่า ท่านประธานก็ต้องพิจารณา ยกที่ ๒ ครับ เมื่อนำร่างที่ ๑ มาให้ประชาชนได้แสดงข้อคิดบันทึกความเห็นให้เปึ้นร่องเปึ้นร้อย อีกรอบหนึ่งในยกที่ ๒ ก็เปึ้นเรื่องที่สำคัญที่คณะทีมงานของสภาแห่งนี้จะต้องคิดล่วงหน้า ครับว่า แล้วแบบบันทึกข้อแสดงความคิดเห็นที่จะไปบันทึกในแต่ละภูมิภาค ในแต่ละจังหวัดนี่ จะทำอย่างไร และเพื่อให้ทันต่อกาลเวลา เพราะฉะนั้นในยกที่ ๒ ไปจบลงตรงที่วันที่ ๑๐ มิถุนายน ร่างที่ ๒ จะต้องแล้วเสร็จ ในขณะเดียวกันครับสภาแห่งนี้มีเวลาในการจะ แปรญัตติในช่วงที่ ๒ นี้ ประมาณ ๔๐ กว่าวัน ไม่เกิน ๔๕ วันนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะให้ท่านประธานได้เตรียมในเรื่อง ของงานธุรการที่จะลงไปในจังหวัดนะครับ ยกที่ ๓ ครับ เมื่อร่างที่ ๒ แล้วเสร็จนะครับ ต้องนำมาสู่การรับรองของสภา สสร. แห่งนี้นะครับไม่เกินวันที่ ๖ กรกฏาคม นี่คือยกที่ ๓ ครับ ท่านประธานครับ ยกที่ ๔ ซึ่งเปึนยกที่สำคัญที่ผมคิดว่าน่าจะต้องใช้พลังหรือ ศักยภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๐๐ ท่านนะครับ คือการลงประชามติ ก่อนที่จะลงประชามตินี่ต้องนํารัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านมติของสภานี้ไปแล้วนะครับ ไปเผยแพร่แล้วก็ให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้โหวต (Vote) รับหรือไม่รับนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเปึนเรื่องที่กรรมาธิการในระดับจังหวัด ในระดับภาค จะต้องทำงานหนัก ท่านประธานครับ ยกที่ ๕ ครับ ซึ่งเปึนยกสำคัญครับ เปึนความหวัง ของประชาชนคนทั้งประเทศครับ ถ้าผ่านยกที่ ๔ ไปได้นะครับ ยกเว้นว่าจะโดนน็อก (Knock) ในยกที่ ๔ ครับ นั่นก็คือการประกาศเลือกตั้ง ซึ่งเปึ้นเรื่องที่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศเฝัาคอย รอคอยที่จะได้รับอำนาจในการตัดสินชะตาชีวิตในการปกครองตนเอง ในระบอบประชาธิปไตยต่อไปนะครับ ทั้งหมดนี้กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าเข้าใจในห้วงระยะเวลาและเห็น ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พยายามอย่างยิ่งครับที่จะจัด กรอบเวลาให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่เราก็ต้องจัดการกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นะครับให้ทันกับการยกร่างด้วย เพราะถ้ายกร่างเสร็จแล้วในแต่ละยกนี่นะครับมันไม่มี ความจำเปึ้นที่จะไปฟังความคิดเห็นชาวบ้านแล้วครับ เปึนการทำคู่ขนานก็จริงครับ แต่ต้อง เปึ้นคู่ขนานที่หัวขบวนนี่นะครับมันต้องไปด้วยกัน เสมอ ๆ กันครับ ถึงจะรับฟังกันได้ ถ้าไม่อย่างนั้นนี่ครับ กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ร่างเสร็จ แล้วก็มาฟังเสียงชาวบ้านที่หลัง ก็ไม่มีประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้กราบเรียนว่าการฟัง ความคิดเห็นนี่ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็ทำแล้วครับ อยากจะนำมาเรียน ท่านประธานนะครับว่าเมื่อวานนี้คณะ สสร. ของจังหวัดสงขลา ท่านนิมิตร ชัยจีระธิกุล ท่านวิทยา งานทวี ได้เรียนเชิญท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ และผมนะครับในฐานะ กรรมาธิการภาคใต้ไปรับฟังความคิดเห็นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีประเด็น ที่น่าสนใจที่พี่น้องในองค์กรสถาบันการศึกษาเสนอแนะมาเปึนประเด็นหลักที่แหลมคม มากครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการได้เก็บหรือได้นำไป ในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประเด็นสั้น ๆ ครับ ขณะนี้เรื่องการถกเถียงว่า ส.ส.มีจำนวน เท่าไร มาอย่างไร ส.ว.เปึนอย่างไรนะครับ ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่ไม่อาจจะแก้ปัญหาทั้งหมด ได้ ไม่อาจจะแก้ปัญหาในระบอบประชาธิปไตยที่เราผ่านมาได้ครับ แต่ประเด็นหลัก ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้การเมืองภาคพลเมืองมีความเข้มแข็ง ให้มีการตรวจสอบจาก ภาคประชาชนจากการใช้อํานาจรัฐ จากผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนะครับมีผลปฎิบัติจริง และมีพลังจริง เข้มแข็งจริงครับ ไม่ใช่คำนึงแค่ให้องค์กรของรัฐหรือสถาบันทางการเมือง เข้มแข็งอย่างเดียวครับ ต้องให้สถาบันประชาชน สถาบันพลเมืองเข้มแข็งด้วยนะครับ ซึ่งคณะวิทยากรเมื่อวานนี้ โดยการนำของท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ นะครับ พวกเราก็ได้รับมาแล้วก็ถ่ายทอด มายังกรรมาธิการทุกท่านด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ