สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

สวิ่ง ตันอุด ระบุว่าข้อจำกัดในเรื่องรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับวิธีคิดของคนไทย ทำให้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ มีความไม่มั่นคง และเสนอให้เปลี่ยนวิธีคิดให้ความหลากหลายเป็นความมั่นคง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีสิทธิของชุมชนในกระบวนการทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญ และการสร้างหมวดสิทธิชุมชนเป็นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญ

นายสวิ่ง ตันอุด

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด สสร. ครับ ผมมีอยู่ ๒ – ๓ เรื่องครับ ในโอกาสที่ค่อนข้างจะมีน้อยนี่นะครับ ผมอยากจะเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ เรื่องหนึ่งนี่นะครับ ผมอยากจะพูดถึง เรื่องหมวดทั่วไปว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าที่ผ่านมาเรามีข้อจำกัด ในเรื่องเกี่ยวกับวิธีคิดบางเรื่องอยู่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำว่า ปวงชนชาวไทย ก็ดี ประชาชนคนไทยก็ดี หรือเรื่องบุคคลก็ดี เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเปึนข้อจำกัดสำหรับชาติพันธุ์หรือชนเผ่าทั้งหลาย เพราะว่าเราไป กำหนดตรงที่ว่าต้องเปึ้นสัญชาติไทยแล้วมีบัตรประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญครับ วิธีคิดของเราแต่เดิมในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงนี่ เราก็จะคิดว่าจะละลายความต่าง ให้มาเปึนความเหมือนและให้เปึนหนึ่งเดียว เราคิดว่านี่คือความมั่นคงโดยวิธีคิด ดังนั้น ก็คือต้องไปทําให้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้กลายมาเปึ้นเสมือนหนึ่งคนไทยหรืออะไรประมาณนั้น เพื่อเราคิดว่านี่จะสร้างความมั่นคง แต่นั่นวิธีคิดแบบนี้ยิ่งจะทำให้เราไม่มั่นคง วิธีคิดแบบนี้ ไปจำกัดข้อแตกต่างทั้งหลายเต็มไปหมด ดังนั้นถ้าเราปรับหรือเราคิดเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือเปลี่ยนวิธีคิดว่า ความหลากหลายคือความมั่นคง ดังนั้นการกำหนดเรื่องเกี่ยวกับ คำว่า คนไทย ประชาชนคนไทย หรือปวงชนชาวไทย หรือการประกอบเข้ามาเปึนประเทศไทย ถ้าสมมุติสามารถที่จะระบุได้ว่าปวงชนชาวไทยประกอบไปด้วยคนหลายชาติพันธุ์นี่ ผมคิดว่าวิธีแบบนี้จะทำให้สถานะหรือศักดิ์ศรีของคนที่แตกต่างไปของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้ถูกยกระดับขึ้น ที่ผ่านมาเราไม่ได้พูดถึงหรือมีคําพูดใด ๆ ที่เกี่ยวกับชาติพันธุ์ในรัฐธรรมนูญ เลยนะครับ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ทําอย่างไรเราถึงจะทําให้เรื่องนี้มันได้เข้าไปและปรับวิธีคิด ในแง่ของกระบวนการความคิดของคำว่า คนไทย ของเราเสียใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้าง สําคัญนะครับ เพราะว่ามันเปึนเรื่องเกี่ยวกับวิธีคิดในการมองของคําว่า คนไทย ซึ่งผมอยากจะ ใคร่เสนอนะครับ ที่จริงถ้าเราจะถกกันเรื่องนี้และก็เอาเรื่องนี้ให้เปึนจริงเปึนจังนะครับ กรรมาธิการยกร่างฯ อาจจะต้องเชิญผู้รู้ นักประวัติศาสตร์ นักมนุษยวิทยาหรือใครต่อใครมานั่ง หารือในเรื่องนี้เพื่อที่จะทำให้วิธีว่าเราประกอบไปด้วยหลายชาติพันธุ์ หลายศาสนาความเชื่อ หลายวัฒนธรรมมาเปึนประชาชนคนไทย ดังนั้นสถานะของเขาเองก็จะได้รับการรับรอง ในเรื่องต่าง ๆ นี้ หรือแม้กระทั่งการรักษาพยาบาล เรื่องอะไรต่าง ๆ ก็จะได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งอันนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการไปออกบัตรประชาชนนะครับ แต่หมายความว่าเปึนเรื่องของวิธีคิด ซึ่งผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึ้นบทต้น ๆ ในแง่ของรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําไป ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ ทางด้านบททั่วไป คือเปึ้นบทที่ว่าด้วยวิธีคิดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้าง จะละเอียดอ่อน และก็เราอาจจะตั้งเปึนประเด็นแล้วหารือผู้รู้ เพื่อที่จะทำให้กระบวนคิด ของเราชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเติมคำว่า ชาติพันธุ์ หรือเผ่าพันธุ์ หรืออะไรต่าง ๆ นี่ลงไป เพราะเราประกอบ เปึ้นแบบนั้นจริง ๆ เราประกอบด้วยคนยอง เราประกอบด้วยคนลื้อ เราประกอบไปด้วยกะเหรี่ยง ม้ง อะไรหลายชนิดที่มีอยู่ แม้กระทั่งคนกรุงเทพฯ ก็เปึนเผ่าหนึ่งเหมือนกัน คนสุพรรณก็เปึน เผ่าหนึ่ง จริง ๆ ทุกคนสังกัดเผ่าอยู่แล้ว แต่หมายความว่าเผ่าพันธุ์ หรือชาติพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกนํามาประกอบในวิธีคิดในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ ค่อนข้างจะสำคัญ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ยกร่างฯ ก็คือว่าด้วยเรื่องสิทธิชุมชนครับ ประเด็นเรื่องนี้รัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ เองนี่ ก็อาจจะไม่เขียนไว้ ยกเว้นเมื่อป้ ๒๕๔๐ ถูกนำเรื่องสิทธิชุมชนมาใช้ วิธีคิด อันนี้ก็เปึนเรื่อง วิธีคิดอีกอันหนึ่งครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วในสังคมบ้านเรานี่เรายอมรับสิทธิอยู่ ๒ เรื่อง แค่นั้นเอง คือสิทธิของปัจเจกบุคคลกับสิทธิของรัฐเท่านั้นเอง แต่ว่าโดยความเปึนจริง นี่นะครับ ในกระบวนการของชุมชนนี่ทางเหนือเขาเรียกว่า มีสิทธิหน้าหมู่ร่วมกัน เปึนสิทธิ ของชุมชน เปึ้นสิทธิที่ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน แต่ในทางกฎหมายไม่มีกฎหมายใด ๆ รับรองเรื่อง สิทธิของชุมชน หรือสิทธิความเปึนหน้าหมู่หรือส่วนร่วมนี้ไว้เลย ซึ่งผมคิดว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผ่านมานี้ก็ได้ถูกเขียนไว้หลายมาตรา แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัตินี่ก็ไม่เปึนจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. ป์าชุมชน ก็ดี พ.ร.บ. ที่จะทำให้อำนาจของสิทธิชุมชนโดดเด่นขึ้นมา ก็ไม่สามารถที่จะผ่านสภาและไปประกาศใช้ได้ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือข้อจำกัดที่ผ่านมา ดังนั้น นี่นะครับถ้าจะทําให้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ โดดเด่นขึ้นมาในเรื่องสิทธิชุมชน หรือว่า ด้วยเรื่องเกี่ยวกับการจัดการตัวเองของชุมชน หรืออำนาจการจัดการตัวเองของชุมชน ผมอยากจะให้รวบรวมหรือยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึ้นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อันนี้ต้องฝากนะครับ ท่านกรรมาธิการทั้งหลายลองเอาไปคิด เพราะว่าเรื่องนี้เปึ้นเรื่องที่ สำคัญ เพราะนั่นแสดงว่าเราได้ยอมรับเรื่องนี้อย่างเปึนจริงเปึนจัง และทำให้สถานะ ของสิทธิชุมชนและความเปึนชุมชนท้องถิ่นนี่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ใช่กระจัดกระจายอยู่ ในหลายมาตรา ถ้าเราสามารถที่จะสร้างหมวดนี้ขึ้นมาได้ ซึ่งผมคิดว่ามีหลายกลุ่มตอนนี้ กําลังที่จะระดมกันเรื่องนี้ว่าสิทธิชุมชนทั้งหลายนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็จะต้องเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือเรื่องสําคัญ อยากจะทำ ให้สถานะในเรื่องนี้โดดเด่นขึ้นมาเปึ้นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญครับ อันนี้คือประเด็นที่ ๒ ครับ