สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

วิทยา คชเขื่อน หารือเรื่องการคอร์รัปชั่น การซื้อเสียง และผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเรียกร้องการพิจารณาการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรม การให้งบประมาณแก่ กกต. และองค์กรอิสระ และยังหารือเรื่องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงการขจัดสิ้นยาสเสพติด และเรียกร้องให้สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยเข้าไปในรัฐธรรมนูญเพื่อรับใช้ส่วนพระองค์อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายวิทยา คชเขื่อน

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม กำนันวิทยา คชเขื่อน ถามเบื้องต้นนะครับ ที่มีหนังสือพิมพ์ลงข่าวนะครับ ไม่ใช่ไป ทะเลาะกับกรรมาธิการนะครับ แต่ว่าอยากจะขอให้ทำความเข้าใจกันหน่อยว่าการให้ข่าว หนังสือพิมพ์บางอย่างก็ให้คิดไตร่ตรองให้ดีว่ามันมีผลกับเราหรือเปล่า อันนี้ก็ขอฝากไว้สำหรับเรื่องนี้แค่นี้นะครับ ว่าจริง ๆ แล้วลงหนังสือพิมพ์ไปแล้วนี่ว่า เราทำงานช้า หรืออาจจะเปึ้นทำนองว่าพูดมากนะครับ ก็ยอมรับนะครับ คนที่พูดมากก็ขึ้นอยู่ ข้างบน้อยู่แล้ว เหลือแต่คนที่พูดน้อยอยู่ข้างล่างก็คงจะน้อยลงนะครับ ขอต่อเรื่องของผม นะครับ ข้อความที่กระผมจะอภิปรายต่อไปนี้ หากว่าเปึนประเด็นเดียวกันกับที่ท่านอภิปราย ไปแล้วก็ขอถือว่ากระผมมีใจตรงกับท่านนะครับ หากกระผมพูดก่อนก็ถือว่า ท่านมีความคิด ตรงกับผมนะครับ เหตุเกิดก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธาน ท่านสมาชิกทั้งหลาย คงจะทราบนะครับว่ามันเกิดความยุ่งยากที่แก้ปัญหาไม่ได้ ก็ขอบคุณที่ คมช. เข้ามา แก้ปัญหานะครับ สิ่งเหล่านั้นก็ทำให้เกิดภาพรวมว่าการเกิดการคอร์รัปชั่น (Corruption) การซื้อ เสียงเลี่ยงภาษี หนีความจริง สุดท้ายก็ต้องทิ้งประชาชน การคอร์รัปชั่นนะครับ เปึนการฉ้อ ราษฎร์บังหลวงที่มโหฬารที่สุดนะครับ ผลประโยชน์ทับซ้อนมากที่สุดทำเรื่องผิดให้เปึ้นเรื่องถูก ทำเรื่องถูกให้เปึ้นเรื่องผิด โดยมีนักกฎหมายชั้นน้ำให้ความช่วยเหลือนะครับ

ประเด็นที่ ๒ การซื้อเสียงนะครับ ก็ต้องยอมรับว่าการซื้อเสียงมากจริง ๆ นะครับ ซื้อเสียงแล้วยังมาซื้อพรรคการเมือง ซื้อ กกต. ต้องขออภัยนะครับที่ไม่ใช่ กกต. ชุดนี้นะครับ อีกหน่อยก็คงจะต้องซื้อประเทศ และก็ต้องขายประเทศ นั่นคือภัยันตรายใหญ่หลวง ผมไม่ได้ เจาะถึงมาตรานะครับ แต่ว่าผมอยากจะฝากท่านประธานถึงกรรมาธิการว่าให้พิจารณาไป แต่ละเรื่องว่าสิ่งที่เปึนปัญหาเราจะแก้ไขอย่างไร

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องภาษีนะครับ ผมไม่เข้าใจว่าการเมืองเข้าไปครอบงำเรื่องภาษี หรือภาษีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองทำให้นักการเมืองต้องเกิดความเสียหายนะครับ นี่คือกระบวนการภาษี เรื่องของการหนีความจริง ความเปึนจริงนะครับ ความเปึนจริงทั้งหลาย ก็กลายเปึนเท็จ ความเปึนเท็จก็กลายเปึนจริง หนี้การอภิปรายจนทําให้เกิดความวุ่นวาย ในบ้านเมือง ถ้ามันไม่จบลงในสภามันก็ต้องไปคุยกันข้างนอก ถ้าพูดข้างนอกไปแล้วใครจะไป ตามไปตอบได้ ถ้าตอบไม่ได้มันก็ต้องเปึนปัญหาของสังคม ซึ่งจะต้องเกี่ยวพันมาถึงประเทศชาติ ด้วยนะครับ

และก็เรื่องที่ ๔ ก็คือกระบวนการยุติธรรม ศาลนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเปึน ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลเยาวชน ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ทราบจะมีศาลอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกนะครับ แต่เราก็แก้อะไรไม่ค่อยได้นะครับ อาจจะมี ศาลเลือกตั้งหรือศาลที่ไม่เลือกตั้งเข้ามาก็ได้ ถ้าหากว่าต้องตามแก้อย่างนั้นมันจะเปึนอย่างไร มันจะเสร็จสิ้นสุดลงเมื่อไร คือจะต้องใช้งบประมาณมากมายเท่าไร มันถึงจะสิ้นสุดนะครับ โดยเฉพาะกระบวนการที่ล่าช้าของศาลนะครับ การตัดสินความโดยเฉพาะเรื่องของการเลือกตั้ง เลือกตั้งพอได้เข้ามาแล้วก็บอกว่าให้ปล่อยไปก่อนจะสอยทีหลัง พอเข้ามาสู่กระบวนการสอย ก็สอยไม่ได้นะครับ ศาลชั้นต้นชนะ ศาลชั้นต้นนะครับ แพ้ไปอุทธรณ์ อุทธรณ์แล้วก็ฎีกา กว่าจะไปจบศาลฎีกาก็หมดวาระพอดี หมดวาระพอดีแล้วทีนี้ข้อบังคับใช้กฎหมายและ การบังคับใช้กฎหมายก็ใช้ไม่ได้ เพราะว่าจะเปึนบังคับเอาทรัพย์สินของเข้ามาเพื่อให้มาชดเชย การเลือกตั้ง ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการนี้ศาลก็คงจะต้องฝากท่านปลัดกระทรวง ให้พิจารณานะครับ ผมจะไม่เอ่ยให้ท่านตอบนะครับ ผมจะพยายามไม่พาดพิงให้ท่านตอบ แต่ว่าให้ท่านคิด ให้ท่านบันทึกลงไปว่าจะเข้าไปแก้ในมาตราไหนนะครับ ในส่วนอีกมาตรา ที่มันระบุชัด ๆ นั่นก็คือ มาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งกําหนดให้รัฐบาลต้องให้งบประมาณกับ กกต. ให้งบประมาณกับองค์กรอิสระ ถ้าหากเปึ้นลักษณะอย่างนี้ ถ้าระบุในรัฐธรรมนูญอย่างนี้ ถ้าเกิดว่านายกฯ หรือ กกต. ไม่เข้ากันมันก็จะไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเข้ากันได้มันก็จะไป อย่างที่เปึนปัญหาปัจจุบันคือขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะกำหนดวันเลือกตั้ง จะกำหนด งบประมาณที่จะให้ ก็ไม่ทราบว่ามันจะเปึนข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ และเปึนข้อดี ข้อเสีย ในรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ขอให้ท่านประธานและท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พิจารณา เรื่องนี้ครับ

ต่อมาลำดับสุดท้ายนะครับ ลำดับสุดท้ายนี้ก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากประวัติความเปึนมาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากหลักฐานที่มีอยู่พอสันนิษฐาน ได้ว่าในสมัยสุโขทัยนั้นแบ่งการปกครองเปึนมณฑล แต่ละมณฑลมีเมืองในสังกัดซึ่งแยก ออกเปึนเมืองเอก เมืองโท เมืองตรี และเมืองจัตวา โดยแต่ละเมืองมีการปกครองคือ เจ้าเมือง หมายถึง ผู้ว่าฯ นายแขวงหรือนายอำเภอ นายแค่ว้นหรือกำนัน หรือนายบ้าน เปึ้นผู้ใหญ่บ้าน ๒. เมื่อ ๑๒๐ ป้ที่ผ่านมาได้มีการทดลองแต่งตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านครั้งแรก ที่อำเภอบางปะอิน พ.ศ. ๒๔๓๕ เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลความทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชนต่างพระเนตร พระกรรณ ๓. ในป้ ๒๔๕๗ มีพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ใช้บังคับ แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้อยู่ในตำแหน่ง ๖๐ ป้ ๔. ต่อมาป้ พ.ศ. ๒๕๓๕ การเมืองเข้ามา เปลี่ยนแปลงอายุการดำรงตำแหน่งของผู้ใหญ่บ้านเปึนวาระ ๕ ป้ เข้าไปสู่กระบวนการ ทำงานนะครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่มีภารกิจมากมาย ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงยุติธรรม ข้อพิพาท ต่าง ๆ กรมการปกครอง เรื่องของอาชีพ เศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมความเข้มแข็งของ ชุมชน เกษตร เกษตรทฤษฎีใหม่ เรื่องสาธารณสุข เรื่องของสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมก็มี จารีตประเพณี วัดว่า ประเพณี ๑๒ เดือน การรักษาความสงบเรียบร้อย ยาเสพติด ปราบปราม ยาเสพติด ปัองกันอุบัติเหตุในเทศกาลต่าง ๆ ส่วนของการศึกษาก็แก้ปัญหาที่นักเรียน นี่มากมายเหลือเกินครับ ก็นำไปสู่ขบวนการที่ได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ ดำเนินโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราคิดว่าเราทำได้ผล การส่งเสริม ความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเอาชนะความยากจน และการดำเนินงานพลังแผ่นดินเพื่อขจัดสิ้น ยาเสพติด

แล้วมาดูที่ไปที่มาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ผู้ใหญ่บ้านนี่อำเภอจัดการ เลือกตั้งให้ประชาชนในหมู่บ้านเลือก แล้วก็ให้ผู้ว่าฯ เปึนคนแต่งตั้ง กำนั้นก็เหมือนกันครับ จัดการเลือกตั้งโดยอำเภอ โดยเลือกจากผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นให้ประชาชนเลือกเสร็จแล้ว ก็ผู้ว่าฯ เปึนคนแต่งตั้ง สลับที่จะไปนะครับ มันไม่ใช่เปึนความยุ่งยาก ไม่ใช่เปึนอิทธิพล ไม่ใช่ เอาออกไม่ได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านถ้าขาดคุณสมบัติหรือเข้าลักษณะต้องห้ามของการ เปึ้นผู้ใหญ่บ้าน ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ หมดวาระ ๕ ป้ ๓. ตาย ๔. ได้รับอนุญาตให้ลาออก ๕. หมู่บ้าน ที่ปกครองถูกยุบ ๖. ไปเสียจากหมู่บ้านที่ต้นปกครองอยู่เกิน ๓ เดือน และ ๗. ราษฎรผู้มีสิทธิ เลือกผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านนั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งร้องขอให้ลาออกจากตำแหน่ง มันง่ายเหลือเกินในการไปนะครับ ผู้ว่าฯ สั่งให้ออกก็ออกได้ ทำผิดประเพณีศีลธรรมก็ออกได้ ชาวบ้านเกินกว่าครึ่งก็ให้ ออกได้ มันไม่ใช่เปึนสิ่งที่เปึนอิทธิพลอย่างที่นักการเมือง อย่างที่หลายฝ์ายเอามาอ้าง เพื่อรังแก่ ขออนุญาตใช้คำว่า รังแก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน นะครับ สำหรับกำนันก็ไม่ต่างกันนะครับ ในการพ้นจากตำแหน่ง เพราะฉะนั้นในข้ออ้างที่นักการเมืองหลาย ๆ ท่านบอกว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านถ้าอยู่นาน ๆ จะมีอิทธิพล มันไม่ใช่ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ การเลือกตั้งบ่อย ๆ ทำให้เกิดความแตกแยกสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชน ในหมู่บ้าน ในตําบลนะครับ ๒. การเมืองเข้ามาครอบงําทําให้เสียความเปึนกลางในการบริหารงาน ๓. การเมืองมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใหญ่บ้านก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย กำนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ถ้าไม่ให้ความร่วมมือพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองก็จะมาบีบ ในส่วนนี้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยได้เรียกประชุมและก็มีมติกันว่า กรณีนี้เราอยากออกมาจากการครอบงำของนักการเมือง แต่ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม คือทำหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เหมือนเดิม แต่ว่าขออนุญาตที่จะเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตที่จะเข้าไปรับใช้ส่วนพระองค์ อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำหรับกระผม ก็ขออนุญาตเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ