สมคิด เลิศไพฑูรย์ หารือเรื่องกรอบระยะเวลาเบื้องต้นในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและประชาชนในระยะเวลา 15 วัน พร้อมเผยแพร่แผนงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอแนะว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญควรจะรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 3-4 ชุด และเตรียมการประชุมในวันอังคาร วันพุธ และวันพฤหัสบดี
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ ผมในนามคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ ได้ขออนุญาตเปึ้นฝ์ายชี้แจงแทนท่านกรรมาธิการในเรื่องกรอบระยะเวลาเบื้องต้น ผมเน้นคำว่า เบื้องต้น เพื่อจะเรียนว่าก็จะได้หารือกันในที่ประชุมนี้นะครับว่าท่านทั้งหลาย เห็นตรงกันกับกรรมาธิการยกร่างฯ หรือไม่ อย่างไรบ้าง นะครับ ตามรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๙ (ฉบับชั่วคราว) นั้นได้กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องทำการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา ๑๘๐ วัน หมายความว่านับตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๐ ซึ่งนับตาม จำนวนวันแล้ว ๑๘๐ วันจะไปจบวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เปึนเวลา ๑๘๐ วันพอดี ในช่วง ระยะเวลาระหว่างวันที่ ๘ มกราคม ถึง วันที่ ๖ กรกฎาคมนั้นฝ์ายกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดระยะเวลาเปึนเบื้องต้นนะครับ เพื่อให้มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อการทำงาน ได้อย่างชัดเจน ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิกสภาร่างฯ ทุกท่านอย่างนี้ครับว่า
ในส่วนแรกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดหลักการกว้าง ๆ หมายถึง ๓๕ คน โดยรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและประชาชนควบคู่กันไป ซึ่งกำหนดเวลาไว้ประมาณ ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ถึง วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เรียนท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อมีความเข้าใจตรงกันว่าไม่ได้หมายถึงว่าจะรับฟัง เฉพาะ ๑๕ วันเท่านั้น จากท่านสมาชิกหรือจากประชาชนเท่านั้น อย่างที่หลายฝ์ายอาจจะเข้าใจ ไม่ตรงกัน ความจริงกำหนดเวลาการรับฟังความคิดเห็น สสร. คือพวกเราทั้งหลายกับประชาชน คงต้องรับฟังไปตลอดระยะเวลาของการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่าที่เขียนไว้หมายถึง จุดเริ่มต้นซึ่งอาจจะรับฟังกันนะครับ ระหว่างวันที่ ๒๕ ถึง วันที่ ๘ กุมภาพันธ์นั้นนะครับ
หลังจากนั้นคณะอนุกรรมาธิการซึ่งทางกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แบ่งเปึน ๓ ชุดย่อยนะครับ ชุดที่ ๑ นั้นเปึ้นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เรื่องการมีส่วนร่วม เรื่องการปกครองท้องถิ่น เรื่องการกระจายอำนาจนะครับ ซึ่งมีท่านชูชัย ศุภวงศ์ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เปึนประธานนะครับ ชุดที่ ๒ นั้นเปึนชุดสถาบัน การเมืองนะครับ ก็มีท่านจรัญ ภักดีธนากุล เปึนประธาน ชุดที่ ๓ นั้นเปึนชุดที่ไปดูเรื่ององค์กร อิสระและศาล มีท่านวิชา มหาคุณ เปึนประธาน เราจะใช้เวลาอีกประมาณ ๑๕ วัน ตั้งแต่ วันที่ ๙ ถึง วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาร่างฯ ว่าความจริง กลุ่มย่อยทั้ง ๓ กลุ่มได้เริ่มงานไปแล้วนะครับ ควบคู่ไปกับการประชุมของกรรมาธิการชุดใหญ่ ๓๕ คนนะครับ ซึ่งก็จะมีระยะเวลาประมาณ ๒ – ๓ อาทิตย์โดยประมาณ แต่ว่านี่คือ กรอบระยะเวลากว้าง ๆ นะครับ
ช่วงที่ ๔ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณารายละเอียดของหลักการ ที่คณะอนุกรรมาธิการเสนอ ใช้เวลา ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๑๐ มีนาคม นะครับ โดยในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวข้างต้นนะครับ ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะขอรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการของ สภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปึ้นทางการนะครับ ผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอยู่ ๓ – ๔ ชุด ด้วยกันนะครับ ชุดที่เปึนกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นกลางอยู่ชุดหนึ่งนะครับ เข้าใจว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เปึนประธาน มีชุดจาก ๔ ภาค ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง และก็มีชุดของ ๗๖ จังหวัด และมีชุดที่รับฟังองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย นะครับ ก็ขออนุญาตว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะขอพบปะอย่างเปึ้นทางการกับทางกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเปึนทางการ โดยระยะเวลาอยู่ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๑๐ มีนาคม โดยรายละเอียดผมคิดว่าเท่าที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้หารือกัน กรรมาธิการยกร่างฯจะไปต่างจังหวัดเพื่อหารือกันระหว่างวันที่ ๕ ถึง ๑๐ มีนาคม ในช่วงที่ ๔ นะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงของการรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการของ สภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลายก็อาจจะตกวันที่ ๒๗ ๒๘ หรือ ๑ มีนาคมได้ ผมขออนุญาต กราบเรียนเพิ่มเติมว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้วางการประชุมไว้ของ กรรมาธิการเองนะครับว่า อาทิตย์หนึ่งจะประชุม ๓ วัน คือวันอังคารตอนบ่าย ๒ โมง วันพุธ ตอนเช้า ๐๙.๓๐ นาฬิกาเปึนต้นไป และวันพฤหัสบดี ๐๙.๓๐ นาฬิกาเปึนต้นไปเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นช่วงของการรับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการชุดต่าง ๆ นี้ คือวันที่ ๒๗ ๒๘ กุมภาพันธ์ หรือ ๑ มีนาคม ๓ วันนี้เปึนช่วงที่อาจจะมีความเหมาะสมที่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญอยากฟังความเห็นอย่างเปึ้นทางการจากท่านกรรมาธิการทั้งหลาย ซึ่งผมได้คุยอย่างไม่เปึ้นทางการก็ทราบว่าภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์น่าจะเปึ้นเวลาที่เหมาะสม แล้วที่ท่านกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้รับฟังมาส่วนหนึ่งนะครับ และสามารถสรุปเปึนความเห็นที่จะหารือกันได้ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ในส่วนที่ ๕ คือฝ์ายเลขานุการของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญในรูปของกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๐ มีนาคม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในการประชุมของกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ได้หารือกันว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๓๕ คน กับอนุกรรมาธิการจะไปหารือกันในรายละเอียดของการ ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าไม่จําเปึนต้องทําในรูปของกฎหมายโดยตรง เราจะมีที่มกฎหมาย ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากท่านรองเลขานุการของกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านอัชพร จารุจินดา ท่านดำรงตำแหน่งเปึนรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย ได้จัดเจ้าหน้าที่จากกฤษฎีกา ประมาณ ๑๐ ท่านมาช่วยในการจัดทำยกร่างฯ เปึนตัวบท ก็จะใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน ซึ่งอาจจะไม่ถึง ๑๐ วันก็ได้นะครับ เวลาอาจจะน้อยกว่านี้ เพราะว่าการยกร่างฯ ตัวบท ก็อาจจะ ยกร่างฯ ควบคู่กันไปกับกรรมาธิการยกร่างฯ เลยนะครับ
ส่วนที่ ๖ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ใช้เวลาทั้งหมด ๓๐ วัน อันนี้คือกรรมาธิการยกร่างฯ ๓๕ คนก็จะฟังความเห็นนะครับ คุยกันแล้ว ดูแล้วก็จะมาปรับแก้ว่ารายมาตราที่ฝ์ายเลขาฯ ฝ์ายกฤษฎีกาได้ช่วยกันยกร่างฯ นั้นจะเห็นตรงกันหรือไม่อย่างไรบ้าง เพราะว่าตอนเขียนหลักการกับตอนร่างกฎหมายก็อาจจะ มีความเห็นที่แตกต่างกัน ส่วนนี้จะใช้เวลาตั้งแต่วันที่ ๒๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ซึ่งผมเองก็ได้หารือกับกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับว่าคงต้องรับฟังความเห็นอย่างเปึน ทางการของกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึนครั้งที่ ๒ อย่างเปึ้นทางการ ก็คิดว่าระหว่างวันที่ ๒๑ ถึง วันที่ ๑๙ เมษายน อาจจะรับฟังท่านได้ในวันที่ ๒๗ ๒๘ ๒๙ มีนาคมนะครับ ๒๗ ๒๘ ๒๙ มีนาคม อาจจะเปึนช่วงที่กรรมาธิการยกร่างฯ จะขอพบ อย่างเปึ้นทางการกับกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ของสภาร่างฯ นะครับ
ช่วงที่ ๗ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำรัฐธรรมนูญและ คำชี้แจงความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และพิมพ์เผยแพร่ ๗ วัน อันนี้ก็สืบเนื่อง กับการที่ข้อ ๖ นะครับ ซึ่งเราจะส่งร่างให้เสร็จภายในวันที่ ๑๙ เมษายน วางหลักว่าวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ร่างแรกต้องเสร็จสิ้นนะครับ เมื่อร่างแรกเสร็จสิ้นแล้วจะต้องมีการทำ คำชี้แจงความแตกต่าง และก็พิมพ์เผยแพร่ ใช้เวลา ๗ วันครับ ขออนุญาตใช้เวลา ๗ วัน ซึ่งส่วนนี้เองกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้หารือกันนะครับว่าการพิมพ์เผยแพร่ นั้นจะใช้จำนวนเท่าไรได้หารือกันไปคร่าว ๆ ว่าอาจจะใช้จังหวัดละประมาณ ๑๐,๐๐๐ ฉบับ ด้วยกัน ถ้า ๑๐,๐๐๐ ฉบับ ๗๖ จังหวัดก็ ๗๖๐,๐๐๐ ฉบับ รวมแล้วอาจจะพิมพ์สัก ๑ ล้านชุด โดยประมาณนะครับ เพื่อส่งไปเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ อยากเรียนว่าช่วงนี้ไม่ใช่การเผยแพร่ เพื่อลงประชามตินะครับ แต่เปึนการเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรตาม รัฐธรรมนูญและองค์กรต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้นะครับ
ถัดมาเปึนช่วงที่ ๘ ครับท่านสมาชิกครับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรและประชาชน รวมทั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เสนอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ส่วนนี้ก็เปึ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ที่บอกว่า ต้องให้เวลา ๓๐ วันเพื่อให้กรรมาธิการชุดต่าง ๆ รวมทั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและ องค์กรต่าง ๆ ๑๓ องค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นได้เสนอความเห็นมายังกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ๓๐ วันก็จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน ไปเสร็จสิ้นวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๓๐ วันนี้ขยับไม่ได้นะครับ เพราะว่าเปึ้นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กําหนดว่าต้องให้ เวลาอย่างเต็มที่ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
ถัดมาประเด็นที่ ๙ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาความเห็นจาก ฝ์ายต่าง ๆ และคำแปรญัตติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมจัดทำรายงาน การพิจารณาเพื่อเสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑๕ วัน ก็จะตกวันที่ ๒๗ ถึง วันที่ ๑๐ มิถุนายน เสร็จแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญก็พิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบในมาตราที่สมาชิก ขอแปรญัตติไว้หรือที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เสนอ รวมทั้งตรวจร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๒๕ วัน ระหว่างวันที่ ๑๑ มิถุนายน ถึง วันที่ ๕ กรกฎาคม ก็คือหมายความว่าหลังจากที่ กรรมาธิการยกร่างฯ ส่งร่างที่ ๒ ให้ ซึ่งจะส่งให้ภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ผมเรียนทบทวน อีกที่ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะส่งร่างมา ๒ ร่าง ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๙ เมษายนเปึ้นร่างแรก ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๐ มิถุนายนซึ่งเปึนร่างที่ ๒ หลังจากนั้น ก็จะเป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญพวกเราด้วยกันเองได้อภิปรายกันทั้งหมด ๒๕ วัน ๒๕ วันนี้นับถึงวันที่ ๕ กรกฎาคม เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ เราอาจจะทำเสร็จสิ้นก่อน วันที่ ๕ กรกฎาคมก็ได้ แต่ว่าถ้าตามกำหนดการก็วันที่ ๖ กรกฎาคมต้องเสร็จสิ้น เสร็จแล้ว เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้วก็จะต้องมีการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ หมายเลข ๑๑ ซึ่งระยะเวลาการจัดพิมพ์ซึ่งกรรมาธิการ ยกร่างฯ ได้เขียนไว้คร่าว ๆ คือ ๓๐ วัน ระหว่างวันที่ ๖ กรกฎาคม ถึง วันที่ ๔ สิงหาคม อันนี้ก็เผื่อเวลาเต็มที่ เพราะว่าผมคิดว่าได้หารือกับหลายท่าน โดยเฉพาะท่านประพันธ์ นัยโกวิท ว่าเรามีประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งประมาณ ๔๐ กว่าล้านคน มีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ ๑๘ ล้านครัวเรือนด้วยกัน ผมได้นำเสนอในที่ประชุม ว่าอย่างน้อยน่าจะพิมพ์ ๑๘ ล้านฉบับ คือต้องครบตามครัวเรือนเปึ้นอย่างต่ำที่สุด อาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ฉะนั้นเวลาจัดพิมพ์อาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควรกำหนดไว้ ๓๐ วัน ซึ่งอาจจะลดได้ ท้ายที่สุดครับ ก็จะมีการพิมพ์เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๕ สิงหาคม ทำเปึนประกาศของท่านประธาน สสร. จัดให้มีการออกเสียงประชามติภายใน ๓๐ วัน แต่ไม่เร็วกว่า ๑๕ วันนับแต่วันเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙ ซึ่งจะตกวันที่ ๕ สิงหาคม ไปถึง วันที่ ๓ กันยายน โดยประมาณ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า เรื่องบางเรื่องเปึนเรื่องที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้หารือกันไปล่วงหน้า แต่มาเกี่ยวพันกับ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ผมขออนุญาตย้ำบางประเด็นอีกที่ว่าที่ใคร่ขอหารือ ในบางประเด็นก็คือวันที่ ๑๙ เมษายนจะส่งร่างที่ ๑ ให้แก่สภาร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๐ มิถุนายนจะส่งร่างที่ ๒ ให้ แล้วก็สภาร่างรัฐธรรมนูญจะมีเวลาประมาณสัก ๒๕ วัน ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวข้างต้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก กราบเรียน ท่านประธานครับว่าท่านสมาชิกจะมีประเด็นอะไรที่จะแก้ไขเพิ่มเติม เพราะว่าเปึนกรอบ ร่างเบื้องต้นที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้หารือกัน ขออนุญาตกราบเรียนครับ