สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

เสรี นิมะยุ เสนอแนวคิดการกำหนดระยะเวลาสภาร่างรัฐธรรมนูญ 180 วัน พร้อมกรอบการทำงานที่ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทำงานของสภา นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการมีความชัดเจนในด้านงบประมาณ การทำงาน และกรอบการทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปสู่ความสำเร็จในการประชาพิจารณ์และประชามติ

นายเสรี นิมะยุ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาในนามกำนันครับ ที่ออกตัวก่อน ไม่ใช่อะไรครับ เดี๋ยวพูดไปพูดมาก็จะเหมือนกับกํานั้นวิทยาครับ เพราะเราก็มีหลาย ๆ เรื่อง ที่จะมาพูดในเรื่องกำนันครับ ท่านประธานครับ เรื่องกรอบนั้นตามที่ประเด็นได้พูดเมื่อเช้านั้นคือว่าเรื่องระยะเวลา ๑๘๐ วันนั้น ผมขอพูด สักนิดว่าการให้ระยะเวลากรอบ ๑๘๐ วันนั้น เปึนระยะเวลาที่ภาวะกดดันเรื่องเกี่ยวกับ กำหนดตายตัวเสมือนว่าการกำหนดให้วิ่ง ๑๐๐ เมตร ๔๐๐ เมตร ในบางครั้งการวิ่ง ของเรานั้นจะมีการสะดุดข้าตัวเอง ผมไม่แน่ใจในจุดนี้ครับ ท่านประธาน เรื่องกรอบ ระยะเวลานั้นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้อภิปรายแล้ว ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ได้กำหนดในมาตรา ๒๙ นั้น ท่านอาจารย์สมคิดก็ได้ยืนยันในที่ประชุม แห่งนี้ว่าคงจะต้องขยายต่อในจุดที่ว่าให้ไปถึง ๑๘๐ วัน ก็คงมีความชัดเจนในจุดนี้ ทีนี้ เรามามองถึงประเด็นต่อไปว่าประเด็นที่น่าคิดสักนิด นั่นก็คือว่าตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายนั้นก็คือว่าเรื่องกรอบครับ เรื่องกรอบการทำงานนั้น ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยชื่อ ท่านสมยศได้พูดไว้ ลักษณะกรอบการทำงานนั้นต้องมีความจำเปึ้นเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่า ทุกครั้งเวลาเรากำหนดต่าง ๆ นั้นต้องมีกรอบของตัวเองครับในด้านการทำงาน ดังนั้น การที่เราไม่มีกรอบนั้น การที่จะนำไปสู่เปัาหมายนั้นคงจะลำบากสักนิดในด้านการทำงาน ในเชิงปฏิบัติ ทีนี้ผมอยากจะให้มีความชัดเจนในจุดนี้ว่ากรอบนั้น ให้มีร่างตามที่เมื่อวานนั้น ผมเองก็ได้มีโอกาสได้เข้าประชุมกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่โรงแรม ซีเอส จังหวัดปัตตานีครับ ผมเองนั้นมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องพูดในเรื่องนี้ สักนิด ก็จำเปึนอย่างยิ่งถ้าเกิดว่าเราไม่มีกรอบนั้นย่อมมีปัญหาในด้านการทำงานที่จะ มาสู่ระดับกรรมาธิการของระดับวิสามัญของประจำจังหวัด คณะกรรมาธิการวิสามัญ ระดับจังหวัดนั้นผมถือว่าเปึนเรื่องหัวใจครับ หัวใจในเชิง การทำงานครับ ถ้าเกิดว่าในหัวใจ ของคณะกรรมาธิการระดับจังหวัดนั้นไม่สมบูรณ์ ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการระดับอื่นนั้น ก็คงจะมีปัญหาอุปสรรคในการทำงานครับ นั่นคือความยากง่ายอยู่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ระดับจังหวัด กระผมพูดในเรื่องนี้หลายท่านที่สัมมนาระดับจังหวัดนั้นเขาได้เดินเครื่อง กันมากมายแล้ว ทีนี้ของสภาแห่งนี้ในบางครั้ง ก็ย่อมมีปัญหาอุปสรรค์ ดังที่สมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายนั้น

ประการที่ ๓ นั่นคือว่าเรื่องงบประมาณครับ เรื่องงบประมาณในการที่จะ นำไปสู่คณะกรรมาธิการระดับจังหวัดนั้นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติที่ระดับจังหวัดได้สอบถามผม ผมเองก็ยังตอบไม่ได้ ในเรื่องนี้ต้องยอมรับบนพื้นฐานข้อเท็จจริงว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ดังนั้นถ้าเราไม่มีความชัดเจนในจุดนี้นําไปสู่ปัญหาการปฏิบัติในเชิงที่เราจะทํางานในเชิงรุก ในระดับจังหวัดต่อไปครับ ขอให้ประธานได้ชี้แจงความละเอียดในจุดนี้ด้วยครับ ทีนี้มาพูด ในเรื่องปัญหาและอุปสรรค์นั้น ผมเองนั้นย่อมมีปัญหากว่าหลายท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ เผอิญเมื่อเช้านี้ สสร. สมเกียรติบอกว่าท่านนั้นมีปัญหาเรื่องโรงงาน เรื่องบริษัทในจังหวัดของท่าน ขออนุญาต ที่จะต้องเอ่ยนามครับ แต่กระผมเองนั้นย่อมมีปัญหาหลายเรื่อง ท่านก็คงจะรู้ในปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น การทำงานในบางครั้งการที่เราจะกำหนดระยะเวลา กำหนดเวลา ในเชิงการทำงานนั้นย่อมมีปัญหาในด้านการที่เราจะไปทำงานในพื้นที่ แม้กระทั่งสมาชิกสมัชชา หลายท่านที่ผมได้สอบถามจาก ๑,๙๘๒ ท่านนั้น มีความสมัครใจจะทำงานหรือไม่ ในเชิงที่เรา จะทำงานคณะกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัดนั้น สมาชิกสมัชชาบางท่านก็ตอบว่า ต้องทำงานในพื้นที่เข้าไปที่อำเภอลึก ๆ หรือไม่ หรืออำเภอห่างไกลจากตัวจังหวัดหรือไม่ นั่นคือ ปัญหาในเชิงปฏิบัติ ในสาระนี้ผมเองก็ไม่จำเปึ้นจะต้องสาธยายแล้วก็อธิบายให้ท่าน ท่านเอง ก็คงจะรู้ในสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ บางครั้งการทำงานของเรานั้น ไม่ได้จำกัดเรื่องเวลาครับ เวลาราชการของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ๓ โมงเช้า บ่าย ๒ โมง บางครั้งหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องมีการเลิกแล้ว นี่คือปัญหาในทางปฏิบัติในด้านความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน จุดนี้เองผมมองว่าถ้าเกิดว่าท่านให้ระยะเวลาอย่างที่ข้อ ๒ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกําหนดหลักการกว้าง ๆ โดยรับฟังความคิดเห็น และประชาชนควบคู่กันไปนั้น ๑๕ วันคงจะทำไม่ได้ แต่ได้ขยายเวลาไปแล้ว ๑๘๐ วัน ก็คงจะเคลียร์ในจุดนี้ แต่ในลำดับต่อไปนั้นก็ต้องมองดูด้วยครับ การให้ระยะเวลาที่จำกัด นั้นย่อมมีปัญหาในด้านการทำงาน แต่เราก็ไม่ได้โทษในเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ได้กำหนดไว้ในลักษณะอย่างนี้ ดังนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ควรจะ ตระหนักไว้ในจุดนี้ด้วยครับ ในส่วนอื่นนั้นการยกร่างฯ ในประเด็นต่าง ๆ จะไปสู่วันที่ ๑๙ เมษายนอะไรนั้นผมก็คงจะไม่พูดถึง ส่วนการที่หัวใจสำคัญดังที่ผมบอกเมื่อสักครู่นั้น เมื่อคณะกรรมาธิการระดับจังหวัดมีความชัดเจนในด้านงบประมาณ มีความชัดเจนในด้าน การทํางาน มีความชัดเจนในด้านกรอบนั้น นําไปสู่ความสําเร็จในด้านการทํางานที่จะทํา ประชาพิจารณ์และก็ประชามติในลำดับต่อไปได้ครับ ขอบคุณมากครับ ขอฝากท่านประธาน เพียงเท่านี้ครับ