สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๕ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 76 จังหวัด และเรียกร้องการช่วยเหลือในการดำเนินการ พร้อมหารือเกี่ยวกับการลดอำนาจของรัฐเพิ่มอำนาจให้ประชาชน รวมทั้งการเตรียมการประชามติของรัฐธรรมนูญ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนท้อง สสร. ในนามของประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ของประชาชนนะครับ ผมต้องขอบพระคุณกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ได้แสดงถึงกรอบเวลา ให้เห็นภาพทั้งหมดนะครับ แล้วก็ด้วยความเห็นใจท่านนี่ผมก็คิดว่าท่านทําได้ดี แล้วก็คิดว่าอยากที่จะให้ท่านช่วยกรุณารับฟังเผื่อเราจะได้ปรับเข้าหากันนะครับ ผมคิดว่า ท่านก็ตั้งมาแล้วก็มีข้อจำกัดข้องท่าน แต่ขณะเดียวกันอยากจะกราบเรียนท่านด้วยว่า อยากให้เห็นข้อจำกัดข้องฝ์ายประชาชน คือฝ์ายที่พวกผมกำลังทำงานให้ท่านนะครับ ก็คือว่าที่ผมจะพูดต่อไปนี้นี่ อยากจะให้ท่านเห็นภาพของกระบวนการที่เราจะไปรับฟัง จากประชาชนทั้ง ๗๖ จังหวัด ๔ ภาค แล้วก็รวมถึงการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่ สํานักนายกรัฐมนตรีกําลังทํา และขณะเดียวกัน กกต. ก็กําลังทํา กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติก็กำลังทำ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำลังทำ แล้วก็องค์กรพัฒนา เอกชน อย่างเช่นที่เรียกว่า สปป. ก็กำลังทำ คือเอ็นจีโอ (NGO – Non - Government Organization) ทั้งหลายก็กำลังทำคราวนี้ในฐานะที่ผมต้องประสานทั้งหมดตรงนี้ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเราเอาเงื่อนไขทั้ง ๒ ด้านมาบรรจบกัน แล้วก็มีการขยับขยายกัน เล็กน้อยนี่ผมเชื่อว่าน่าจะพอทำได้ เมื่อกี้ท่านคงจะได้ยินเงื่อนไขที่ท่านอาจารย์กรรณิการ์ก็ดี และหลายท่านเริ่มพูดว่าในช่วงแรกที่ท่านอยากจะได้ผลจากประชาชนนี่ค่อนข้างที่จะเร่งรัดไป หน่อยหนึ่งผมอยากจะเรียนให้ท่านเห็นนะครับ คือตามแผนที่ท่านวางไว้ ผมก็เพิ่งเห็นเดี๋ยวนี้ ครับ เพราะว่าผมเข้ามาถึงก็พยายามนั่งดูในรายละเอียด ท่านบอกว่าวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ก็อีกประมาณ ๑๙ วัน ต่อจากวันนี้ ท่านอยากจะได้ผลของพวกผมไปให้ท่าน ๑๙ วันนะครับ ท่านประธาน ลองโน้ต (Note) ไว้นะครับ มันจะเปึนจริงได้แค่ไหน ท่านที่กําลังจะต้องลง ๗๖ จังหวัด แล้วก็หน่วยงานสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังไม่ได้งบประมาณเลยขณะนี้เขาจะได้ แค่ไหน อย่าลืมมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผนงานอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับงบประมาณ มันขึ้นอยู่กับการ ทำงานว่ามันมีความยากลำบากแค่ไหน ๗๖ จังหวัด ท่านนึกภาพ คราวนี้ท่านบอกว่าวันที่ ๒๔ ข้อ ๔ ของท่าน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณารายละเอียดและหลักการ และท่านจะ รับฟังความคิดเห็นจากกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ท่านก็ปรารถนา วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ผมฟังท่านมาว่า ๒๗ – ๒๘ กุมภาพันธ์ และ ๑ มีนาคม อยากจะรับฟังเปึ้นทางการ ซึ่งคงจะหมายความด้วยหรือเปล่าว่า อันนี้ต้องถาม ว่าให้พวกผมเอาข้อมูลที่ได้จากประชาชน มาเล่าให้ท่านฟังอย่างเปึนทางการหรือเปล่า หรือว่าไม่เกี่ยวกัน หรือว่าอย่างเปึนทางการ คือ สสร. แต่ละคนมีความคิดเห็นของตัวเอง หรือจะไปได้ฟังคนอื่นมาด้วย แล้วก็ตัวเอง คิดว่าถูกต้อง ก็มาเล่าให้ฟังอย่างเปึ้นทางการ อันนั้นคำถามที่ ๑ ที่ท่านต้องกรุณาเคลียร์ (Clcar) ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ถ้าต้องการวันที่ ๒๔ ที่ท่านพูด ให้พวกผมเอาผลของการ รับฟัง จากประชาชนมา ผมเหลือ ๑๙ วัน จากวันนี้ เย็นนี้เหลือ ๑๘ แล้ว แล้วท่านจะให้ผมทำ มาให้ท่าน ตรงนี้คิดว่าเปึนไปไม่ได้ อันนี้ประการที่ ๑ ต้องกราบเรียนนะครับ

ประการที่ ๒ ผมนั่งดูกำหนดเวลาของท่าน ท่านบอกว่าวันที่ ๒๑ มีนาคม ท่านอยากจะรับฟังความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าในช่วงเวลาใกล้ ๆ แถวนั้นท่านควรจะฟัง แต่ว่าท่านจะต้องได้จากพวกผมวันที่ ๒๑ มีนาคม และอีกช่วงหนึ่ง คือ ๒๗ เมษายน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ขณะนี้ ๑. งบประมาณเรายังไม่มั่นใจว่าจะมีงบประมาณเข้ามา มากน้อยแค่ไหน และจะทําได้เมื่อไร เพราะว่าถ้าเราไม่มีงบประมาณ เราก็ยังทําไม่ได้ ๒. ก็ต้องกราบเรียนว่ากรรมาธิการในแต่ละจังหวัด ขณะนี้กำลังตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดกันอยู่ และภาคอีสานก็ดูกำลังมีปัญหาที่ท่านประธานก็ทราบ ผมไม่อยาก จะพูดในที่นี้ ซึ่งขณะนี้ก็มีคนแสดงความจำนงที่จะถอนตัวตามท่านการุณ จากกรรมาธิการ ในภาคอีสาน แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ผมว่าเปึ้นหน้าที่ของท่านประธานที่จะต้อง แก้ไขปัญหานี้ ผมในฐานะประธานประสานการมีส่วนร่วม ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ผมจะ ไปแก้ปัญหาให้ท่าน ให้กรรมาธิการของภาคอีสานได้ ท่านก็คงจะต้องแก้ไขปัญหานี้กัน คราวนี้ผมอยากจะกราบเรียนกรรมาธิการยกร่างฯ คือถ้าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ท่านอยากจะฟังประชาชนอย่างแท้จริง ผมคิดว่าจะต้องให้เวลามากสักนิดหนึ่งในช่วงแรกตรงนี้ เพราะว่าถ้าท่านยกร่างฯ เสร็จเรียบร้อย พวกผมแก้ยาก ผมต้องกราบเรียน คราวนี้ในช่วงต้น ตอนนี้เหลือ ๑๘ วัน อย่างที่ผมกราบเรียนให้ฟังเมื่อสักครู่นี้ สิ่งที่พวกผมต้องทำ ๆ อะไรบ้าง ผมจะกราบเรียนว่าข้อมูลที่จะให้ท่านมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่งนั้นเปึ้นลักษณะเชิงปริมาณ และอีกอันหนึ่งเปึ้นลักษณะเชิงคุณภาพ ลักษณะเชิงปริมาณ ท่านศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา ได้รับที่จะไปสร้างทีม (Team) ที่จะไปสำรวจความคิดเห็นอย่างเปึนระบบทาง วิชาการ หมายความว่าจะไปสอบถามให้ได้ตัวเลขจับต้องได้ จะต้องมีการสุ่มตัวอย่าง ให้ได้ตัวแทนของประชากรของประเทศให้ได้ และจะต้องให้ได้ครบทั้งเพศ ทั้งวัย และการศึกษา อาชีพ ตกลงเมื่อเขาได้ตัวอย่างที่เปึนตัวแทนของประชาชน แล้วก็จะสอบถาม สิ่งที่จับต้องได้ ท่านอย่าลืมนะครับ วันนี้ผมยังไม่ได้เลยขณะนี้ คำถามที่จะได้จากท่าน ผมต้องเอาคำถามจากท่านวันนี้ ที่ท่านสัญญากับผมว่าวันนี้ท่านจะให้ เอาไปดัดแปลง เอาไปแก้ไขแบบสอบถามดังกล่าว แล้วเราจะได้เอาแบบสอบถามดังกล่าวในทางวิชาการ ให้ท่านมั่นใจว่า ๗๒ เปอร์เซ็นต์ (Persent) เขาอยากที่จะให้ผู้ที่เปึน ส.ส. ไม่จำเปึนว่าต้องจบปริญญาตรี อย่างนี้เปึ้นต้น ท่านจะได้มี ตัวเลขที่จับต้องได้ และยกตัวอย่างว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. เขตมีความเห็น กี่เปอร์เซ็นต์ว่าอย่างไร อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนงานที่จะต้องทำให้ท่านแน่นอน และเราก็เตรียมที่จะทำให้ท่าน และผมก็รีบตั้งอนุกรรมาธิการ แล้วก็เตรียมที่จะเดินทางเรื่องนี้ อันนั้นเปึ้นเรื่องที่ ๑ ท่านลองถามสิว่า ๑๘ วันท่านทำได้ไหม เรื่องที่ ๒ ส่วนที่ ๒ ก็คือ เชิงคุณภาพ ขณะนี้อย่างที่กราบเรียนว่าพวกผมกำลังตั้งกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด ถ้าตั้งได้เสร็จเข้าใจว่าในสัปดาห์นี้ต้องเสร็จ พอตั้งเสร็จในสัปดาห์นี้ผมเหลือ ๑๐ วัน เราจะต้องไปเป่ดเวทีรับฟังความเห็น ในเชิงคุณภาพ ผมแยกแล้วนะครับเชิงปริมาณ ว่าไปเรื่องหนึ่ง เชิงคุณภาพนี้คืออะไร เชิงคุณภาพคือสิ่งที่เราอาจจะไม่มีตัวเลขชัดเจนที่ จับต้องได้ แต่เราจะต้องเชิญบุคคลที่หลากหลายอาชีพ หลากหลายวัย ต่างเพศ แล้วก็รวมทั้ง เปึ้นชนกลุ่มน้อย ถ้าในจังหวัดนั้นมี และผู้ที่เสียเปรียบในสังคมที่เขาจะได้มีโอกาส แสดงความเห็นที่หลากหลาย แล้วในแต่ละจังหวัดนั้นจะเป่ดเวทีขึ้นโดยเชิญกลุ่มบุคคล ต่าง ๆ ที่หลากหลายดังกล่าว มาร่วมกันอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง จะเปึ้นล้านบ้านหรือลานวัด หรือในห้องประชุมของศาลากลางจังหวัด หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วก็จะต้องเชิญพวกท่าน นี่ละครับ รวมทั้งพวกผมไปคุยด้วย แล้วก็จะเอาโจทย์ที่พวกท่านให้กับผมในวันนี้เปึนหลัก รับอาสาพวกท่าน เอาโจทย์ของท่านเปึนหลักในการที่ไปถามประชาชนว่าเรื่องนี้ เขาเห็นอย่างไร คราวนี้ในการที่จะไปถามประชาชนก็ไม่อยากถามดิบ ๆ แต่ก็จะต้องให้ข้อมูล กับประชาชนว่าเรื่องนี้ประเทศไทยเคยทำมาแล้วหรือยัง แล้วมันมีปัญหาอย่างไรบ้าง มันมี ทางเลือกอยู่ ๓ ทางนะ ประเทศไทยเคยทํามาแล้ว ๓ ทาง แต่ละทางทํามาแล้ว มีปัญหาอย่างไร บ้าง ทำไมถึงปรับแก้ ประชาชนฟังแล้วจะได้ได้ข้อมูลไปด้วย เปึนการให้การศึกษาประชาชนไป ด้วย แล้วประชาชนก็จะตอบกลับมาว่าเขาชอบแบบนั้น หรือเขา ไม่ชอบเลยเหมือนในอดีต เขา ชอบแบบใหม่อย่างนี้ แล้วเราก็จะต้องพยายามสำรวจและสังเกตว่ากลุ่มข้าราชการชอบแบบ ไหน กลุ่มพ่อค้าธุรกิจชอบแบบไหน กลุ่มเกษตรกร ผู้ใช้แรงงานชอบแบบไหน คนสูงอายุชอบ แบบไหน ชนกลุ่มน้อยชอบแบบไหน ผู้เสียเปรียบในสังคมชอบแบบไหน เพราะท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนั้นคือเรื่องของแนวคิดและผลประโยชน์ เราต้องยอมรับความจริงว่าท่าน กรรมาธิการยกร่างฯ นั้นกําลังประสานประโยชน์ ของคนไทยทั้งประเทศ ท่านกำลังจะต้องเอากลุ่มอาชีพ กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะต้อง ฟังเขา เพื่อที่จะมาร่างอย่างไรให้สมประโยชน์ของทุกฝ์าย ถ้ามันสมประโยชน์ทุกฝ์ายไม่ได้ ก็จะต้องชี้แจงได้ว่าทําไมเราจะต้องให้ประโยชน์กับคนบางกลุ่มมากกว่าคนบางกลุ่ม มีเหตุผล อะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้คือเชิงคุณภาพที่ท่านจะต้องได้ ฟ้ลลิง (Feeling) ได้เซ็นส์ (Sense) ได้ความรู้สึกของผู้คนในบ้านเมืองใน ๗๖ จังหวัด ท่านประธานครับ อันนี้ท่านคิดว่าง่าย หรือยากครับ ขณะนี้ผมยังไม่ได้เลยกรรมาธิการประจำจังหวัด ผมนี่เตรียมว่าในสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้า ผมจะต้องเดินสายที่จะไปประชุมกับกรรมาธิการของจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้เขา ได้เซ็นส์อย่างที่เราพูดกันในขณะนี้ แล้วถ้าเขาได้ความรู้สึกอย่างนี้เวลาเขาเลือกคนมาจะได้ ไม่ทำเหมือนกับที่หน่วยราชการบางแห่งชอบทำ คือเอาคนที่สนับสนุนความคิดของตัวมาแล้ว ก็จะเอาอย่างนั้น แล้วชาวบ้านเขาก็ต่อต้าน และชาวบ้านเขารู้ทันเขาก็จะบอกว่าถ้าอย่างนั้น เอ็งไม่ร่างของเอ็งซะเลยล่ะ เอ็งมาฟังทําไมล่ะ ตกลงถ้าเราเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเปึนเรื่อง ของแนวคิดและผลประโยชน์ที่เราจะต้องประสานประโยชน์ เราก็คงจะมีความจำเปึ้นที่จะ ต้องนำกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ให้ครบตามสัดส่วนที่มีจริงในสังคมไทยแล้วฟังเขา แล้วจดบันทึก อย่างที่ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ว่า พวกผมกำลังสร้าง แล้ววันนี้ผมก็จะได้จากอนุกรรมาธิการที่อาจารย์จรัสรับปากว่าจะให้กับผม แบบจดบันทึกเพื่อที่จะไปให้ ๗๖ จังหวัดท่านบันทึก บันทึกว่ากลุ่มนี้เห็นอย่างไร กลุ่มนั้น เห็นอย่างไร ในเรื่องอะไร แล้วมีเหตุผลอย่างไร เพื่อที่จะนำบันทึกทั้งหลายมาประมวล อีกทีหนึ่ง ผมได้เตรียมแล้วที่จะมีอนุกรรมาธิการที่มาประมวล มาสังเคราะห์ผล และท่านอาจารย์ ดร. วรพล พรหมิกบุตร ได้กรุณาเปึนประธานอนุกรรมาธิการชุดนี้ที่จะช่วย ประมวลตรงนี้ให้กับท่าน ท่านนึกออกไหมครับ ฝ์ายตัวเลขที่เปึ้นเชิงปริมาณท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา จะเปึ้นหัวเรือใหญ่ในการไปประมวลทั้งหลายมาให้ท่านฝ์ายเชิงคุณภาพ ท่าน อาจารย์วรพล จะเปึนหัวเรือใหญ่ในการที่ไปประมวลทั้งหลายเอามาให้ท่าน เราเห็นใจ ท่านว่า ท่านนี่ทำงานหนัก ก็ไม่อยากจะยกเอาข้อมูลดิบ ๆ โยนไปให้ท่าน และท่านก็ไปคิดของท่านเอา เอง แต่ถ้าท่านเร่งรัดตรงนี้นี่ สิ่งที่พวกผมทำได้ก็คือผมต้องโยนข้อมูลดิบไปให้ท่าน ถ้าท่าน อยากจะได้จริง ๆ นี่นะครับ ท่านไม่ยอมยืดหยุ่นตรงนี้พวกผมทำให้ท่านไม่ได้ เพราะขณะนี้เหลือ ๑๘ วัน สิ้นเดือนนี้เหลือ ๑๘ วัน แล้วถ้าท่านบอกว่า ๑๘ วันนี้ช่วยทำให้ทั้งหมดอย่างที่ผม กราบเรียนนี่ ผมต้องเรียนว่าขณะนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าจะมีเงินไหม ขณะนี้ยังไม่เห็นเลยว่าตัวเลข งบประมาณจะมีแน่ ๆ ไหม แล้วผมได้ประสานไปยังสำนักนายกฯ ซึ่งเปึนฝ์ายที่จะออกสำรวจ เขาก็บอกว่าขณะนี้เขายังไม่มีงบประมาณ ซึ่งพอเราประสานกันนั้นนะครับ เราจะได้ไม่ทำ ซ้ำซ้อน จะได้เอาผลของสำนักนายกฯ ที่เขาทำเควสเชินแนร์ (Questionnaire) เหมือนกันออกไป ทำ และจะได้ผลออกมาได้สถิติรวมออกไปให้ท่านเลยนี่ ท่านจะได้ไม่ต้องปวดหัวอีกว่าอันนี้ ฝ์ายโน้นเอามา อันนี้ฝ์ายนี้ เอามา เราจะตีตารางให้ท่านเสร็จหมดว่าในเรื่องนี้สิ่งที่ได้มาจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติที่เขาไปร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าได้ว่าอย่างไร เรื่องนี้สำนักนายกฯ ได้ ว่าอย่างไร เรื่องนี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ว่าอย่างไร หน่วยนั้นว่าอย่างไร องค์กรพัฒนาเอกชนได้ว่าอย่างไร ท่านก็จะได้อะไรที่จับต้องได้ ท่านพอเห็นภาพใช่ไหมครับ ผมนี่วางแผน ไม่ได้ต้องการ ที่จะทำแบบฟัง ๆ แล้วพวกผมก็นึกของผมเอาเอง ผมก็มาบอกท่าน ว่าเขาต้องการอย่างนี้ แล้วผมก็ยกเมฆเอาเอง เอาตัวผมเองใส่เข้าไป แต่ผมต้องการอะไรที่เปึน วิทยาศาสตร์ อะไรที่ จับต้องได้ อะไรที่ท่านเชื่อมั่นได้ และเราจะอธิบายให้กับคนทั้งประเทศได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านจะได้โดยปริยายถ้าท่านทอดเวลาให้ผมสักนิดครับ คืออะไรครับ ท่านประธานทราบว่าเราจะต้องลงประชามติในขั้นสุดท้าย การให้การศึกษากับผู้คนเปึ้นของ สำคัญ การที่เราเป่ดเวทีรับฟังให้เขามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เขาจะมีความรู้สึกทันทีเลยว่าเขา เปึ้นเจ้าของในสิ่งที่ท่านกำลังร่าง และเขาจะช่วยเผยแพร่ให้ท่านด้วย และขณะเดียวกันเปึน กระบวนการแลกเปลี่ยน ผมอยากให้ทอดเวลาสักนิดหนึ่งเพื่ออะไรครับตอนในช่วงต้น เพราะว่า ผมต้องการให้เขาแลกเปลี่ยนระหว่างจังหวัดและระหว่างภาคด้วย กรรมาธิการคงไม่ปรารถนาที่ จะให้ผมสรุปให้ท่านว่าภาคเหนือเขาจะเอาอย่างนี้ ส่วนภาคใต้เขาจะเอาอย่างโน้น แล้วท่านก็ จะบอกว่าท่านจะประสานอย่างไรล่ะระหว่างเหนือกับใต้ ต่างคนต่างยืนจะทํากันอย่างไร สิ่งที่ พวกผมต้องการนั้นนะครับ ผมก็ต้องการที่จะให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างภาค ระหว่างจังหวัด ทําอย่างไรครับ ถ้าเราดึงคนมาร่วมกันก็คงเปึนไปไม่ได้ ทางกรรมาธิการก็ได้ประสานกับ กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. ในชั้นต้น และคงจะต้องประสานกับหน่วยงานวิทยุ โทรทัศน์ ของทหาร แล้วก็ได้ประสานกับวิทยุของรัฐสภาและโทรทัศน์ของรัฐสภา แล้วทําอย่างไรครับ ก็คือใน ๗๖ จังหวัด ถ้าไปเป่ดเวทีที่ใดอาจจะต้องใช้ดาวเทียมสื่อสาร ในการสื่อสารระหว่าง จังหวัดให้เขาโต้ตอบ ให้เขามีการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ความคิด ตกตะกอนและเปึนหนึ่งเดียวกันมากขึ้น เราจะได้ไม่ต้องมาแยกว่านี่ภาคใต้เขาจะเอาอย่างนี้ ภาคเหนือจะเอาอย่างนี้ ภาคอีสานจะไปอีกอย่างหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ลักษณะงานที่กราบเรียนนี่เปึนลักษณะ ๒ ส่วนนะครับ ก็คือในเชิงคุณภาพและก็ในเชิงปริมาณ ท่านคงจะนึกภาพออกว่า ๑๘ วัน ถ้าผมได้ผลวันนี้ แค่ผมประมวลข้อมูลสักสัปดาห์หนึ่งผมคงจะพอทำให้ท่านได้ แต่ขณะนี้เรากำลังตั้งไข่ ไม่ใช่ความผิดของพวกผมนะครับ ผมทำงานให้ท่านทุกวัน ยืนยันได้ เตรียมอย่างเต็มที่ แล้วก็วางแผนอย่างเต็มที่ ประสานกับกี่หน่วยที่ท่านเห็น แล้วขณะเดียวกันต้องรอ งบประมาณอย่างที่กราบเรียน รอว่าแต่ละภาคจะเรียบร้อยอย่างไร และภาคอีสานต้องแก้ไข นะครับ ท่านประธาน ต้องชัดเจน ถ้าท่านไม่แก้ไขปัญหาภาคอีสานเราเดินไม่ได้ ผมต้อง กราบเรียนนะครับ

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมื่อกี้นี้ คุณเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ พูดดีมากตอนท้าย ผมขอนิดเดียวออกจากนอกกรอบ ๑ คำเท่านั้นเอง ผมคิดว่ากรรมาธิการ ยกร่างฯ ต้องมีทิศทางให้ชัดเจน และก็ผมเห็นด้วยกับคุณเกียรติชัยที่บอกว่า เราจะต้อง ลดอํานาจรัฐลง และเพิ่มอํานาจให้ประชาชน ผมคิดว่าถ้าเรามีกรอบ และมีจะเรียกว่า สโลแกน (Slogan) หรือแนวคิดอย่างนี้ว่าลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้ประชาชน ผมคิดว่าจะทำให้ เรามีจุดหมายชัดเจนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราต้องการอย่างไร และกรุณารอฟัง ประชาชนด้วย อย่าเพิ่งรุดหน้าเร็วเกินไป เขาจะมีความรู้สึกว่าเราไม่ฟังเขา และจะมีผล ตอนในชั้นสุดท้าย ผมเติมนิดเดียว ผมได้วางแผนไปถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ก็คือว่าเราจะ ออกไปฟัง ที่บอกว่าเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผมไม่ได้ไปทำทีเดียวแล้วจบนะครับ ผมทำกะว่าจะเอามาให้ท่านประมาณเดือนมีนาคม ผมจะ เอามาให้ท่าน ครั้งที่ ๑ เสร็จแล้ว พอท่านมีกรอบ มีรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อย พวกผมต้องรับอาสาท่านไปฟัง ๗๖ จังหวัดใหม่ แล้วก็ทำสำรวจในเชิงทั้งคุณภาพและในเชิงปริมาณใหม่ทั้งหมดให้ท่านอีก พอเสร็จเรียบร้อย เรามั่นใจประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ก่อนจะประกาศใช้ขั้นที่ ๓ ในการรณรงค์ให้คนไปทําประชามติ พวกผมก็ต้องออกไปรณรงค์ ๗๖ จังหวัด เพื่อให้คนได้เห็นความสำคัญของการไปลงประชามติ และให้ประชามติสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าเราดีก็ต้องให้ เขารับให้ได้ ถ้าเราไม่ดีก็ต้องให้เขาไม่รับ มันก็จะต้องเปึ้นความเปึ้นจริง เพราะฉะนั้น พวกผมจะต้องเดินจากนี้ ๓ ช่วง สอดคล้องไปกับการทำงานของท่านตลอด เพราะฉะนั้น ผมเข้าใจดีครับท่านประธานว่าผมก็เพิ่งเห็นของท่าน และก็ถ้าเราสามารถยืดหยุ่นปรับกันได้ ก็จะเปึนประโยชน์ แต่ว่าถ้าท่านไม่ปรับผมก็ทําดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ ตามเวลาที่ท่านกําหนดมา ผมก็รับใช้เท่าที่จะทำได้ ขอบพระคุณครับ