รายงานการประชุมสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๒๐/๒๕๕๐
วันจันทร์ที่ ๒๘ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ดการประชุม เพื่อดำเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ท่านสมาชิกครับ ผมขอเรียนให้ทราบว่า ตั้งแต่ที่ได้ประมาณการกันไว้ นะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน เปึนต้นไปนะครับ จะได้เริ่มการพิจารณาร่างตามที่ คณะกรรมาธิการจะได้นําเสนอ แล้วก็คงมีสมาชิกที่อาจจะมีการสงวนคําแปร หรือยังที่ ตกลงกันไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นการประชุมตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ไปจนกว่าจะ เสร็จสิ้น เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งเรามีเวลาอยู่ประมาณยี่สิบกว่าวันเองนะครับ ต้องไม่เกินวันที่ ๖ กรกฎาคม แล้วเราก็ได้เคยคุยกันแล้วว่า ทุกอย่างอยากจะให้เรียบร้อย ภายในเดือนมิถุนา เพื่อมีเวลาตรวจสอบก่อนที่จะรับกันให้เรียบร้อย ให้เสร็จก่อนวันที่ ๖ กรกฎาคม เพราะฉะนั้นช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน เปึ้นต้นไป ก็ขอความกรุณา ท่านสมาชิกได้มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะว่าจะต้องพิจารณา จะต้องตัดสินใจ จะต้องลงมตินะครับ เปึนการทําหน้าที่ของเราในช่วงจะสุดท้ายแล้ว ก็ขอความกรุณา ให้ท่านทั้งหลายมาประชุมโดยพร้อมเพรียงกันด้วยนะครับ ก็เรียนให้ทราบในโอกาสนี้ เพราะวันที่ ๔ นั้น ถ้าเราไม่มีเรื่อง วันที่ ๔ มิถุนา อาจจะไม่ได้มีการประชุม
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องเสนอใหม่
๔.๑ พิจารณารายงานผลการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ
ผมขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการครับ เพราะว่าการรับฟังมาก่อนที่เราจะ ประชุมกัน เข้าใจว่า โอกาสนี้ก็เปึนโอกาสล่าสุดแล้ว ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ นะครับ คงจะได้ประมวล รวบรวม มาชี้แจงรายงานให้สมาชิกสภาร่างทั้งหลายได้ทราบ นะครับ เพราะว่าท่านทั้งหลายไปทํามา ก็น่าจะมาแจ้งให้ทราบ แล้วสาธารณชน จะได้ทราบด้วยนะครับ
เชิญคณะกรรมาธิการครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ถ้าพร้อม ก็เชิญเลยนะครับ ท่านประธานครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ อยากจะกราบเรียนที่ประชุมถึงผลงานที่ได้ไป ดำเนินการมาในช่วงที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกให้ได้ รับทราบว่า เราได้แบ่งงาน แล้วก็วางแผนงานไว้ว่า จะดำเนินการเปึน ๓ ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงที่ ๑ เปึนช่วงที่เราไปรับฟังความเห็นของประชาชน ก่อนที่จะมีการยกร่าง ช่วงที่ ๒ เปึนช่วงที่รับฟังความเห็นของประชาชน เมื่อมีการยกร่างแรก หรือร่างฉบับรับฟัง ความเห็นของประชาชน ดังที่เราปรากฏในเล่มสีเหลืองแล้ว ก็ลงไปรับฟังความเห็นใน ช่วงที่ ๒ แล้วก็ได้วางแผนไว้ว่า จะมีช่วงที่ ๓ คือ ช่วงในการรณรงค์ เพื่อความเข้าใจ รัฐธรรมนูญ เตรียมพร้อมที่อยากจะเห็นประชาชนไปใช้เสียงลงประชามติ โดยมีความรู้ อย่างแท้จริง ไม่ว่าเขาจะรับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้มีความรู้ทั้งฉบับ ไม่ได้ดูแต่ เฉพาะบางมาตรา แต่ดูภาพรวมของรัฐธรรมนูญแล้ว อันนั้นก็เปึนการวางแผนในช่วงที่ ๓ บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในช่วงที่ ๒ ก็จะต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน เพื่อที่จะนำเสนออยู่ ๒ เรื่อง โต ๆ ด้วยกัน คือ เรื่องที่ ๑ เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การวางแผนไปรับฟังความเห็นในช่วงที่ ๒ และผลของการรับฟังความเห็นในช่วงที่ ๒ และประการที่ ๒ ก็อยากจะกราบเรียนให้เข้าใจถึงสิ่งที่เราได้รับฟังความเห็นจาก ประชาชนในช่วงแรก กรรมาธิการก็ได้เตรียมที่จะนำความเห็นของประชาชนมาถอดเปึน ภาษากฎหมายเทียบเคียงกับสิ่งที่กรรมาธิการยกร่างได้ยกร่างขึ้น แล้วถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ขาดตกบกพร่อง ก็ได้เสนอเปึ้นเอกสารต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อจะขอความกรุณาท่าน สสร. ได้พิจารณา เพื่อที่จะแปรญัตติ ซึ่งในวันนี้เปึนวันสุดท้ายที่ท่านจะแปรญัตติได้ เพราะฉะนั้นเอกสารที่ท่านได้รับอยู่ในมือขณะนี้จะมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งจะเปึ้นส่วนที่ บอกถึงผลในการไปรับฟังความเห็นในรอบที่ ๒ และอีกส่วนหนึ่งเปึ้นส่วนที่ คณะกรรมาธิการได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๓ คณะ นำความเห็นของประชาชนมาแปร เปึ้นญัตติ มาเขียนเปึนภาษากฎหมาย เพื่อสะดวก ถ้าหากว่า ท่านเห็นว่า ข้อความข้อหนึ่ง ข้อใดเหมาะสม สอดคล้องต้องกัน ก็สามารถจะนำเอามาตรานั้นไปแปรญัตติได้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้ได้แจกเอกสารดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจว่า สิ่งที่ ประชาชนอุตส่าห์มาแสดงความเห็นกับกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัด และภาค ได้รับการ พิจารณาอย่างแท้จริง เพราะว่ารอบแรกเราฟังความเห็นเสร็จ เราก็นำมาบอกกับ กรรมาธิการยกร่าง ๓ ครั้งด้วยกัน ในเดือนเมษา ๓ ครั้งที่ประชุมร่วมกับกรรมาธิการ ยกร่างว่า แนวที่ประชาชนต้องการเปึนอย่างนี้นะ หลังจากกรรมาธิการยกร่างเสร็จ เราก็กลับไปถามใหม่ แล้วเราก็แปรญัตติอีก ทำเปึนภาษากฎหมาย แปรญัตติ จะตัด ข้อความใด จะเพิ่มเติมข้อความใด บัดนี้ อยู่ในมือของท่านทั้งหลายแล้ว กรุณา ช่วยพิจารณาของประชาชนด้วย ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนเน้นในช่วงที่ ๒ อยากจะรายงานในช่วงที่ ๒ เพราะในช่วงแรกได้รายงานกับท่านผู้ทรงเกียรติแล้ว ในช่วง ที่ ๒ นี่เปึนช่วงที่มีการจัด เราจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน เปึนช่วงที่กรรมาธิการ ยกร่างได้ร่างแรกเสร็จเรียบร้อย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเปึนประธานก็ได้ ประสานกับกรรมาธิการยกร่างว่า มติของกรรมาธิการยกร่างนี่มีมาตราใด มีประเด็นใด ที่อยากจะฟังความเห็นของประชาชนเปึนพิเศษ เพราะว่าอย่างเช่นในกรรมาธิการยกร่าง มีความเห็นแตกต่างกันมาก เมื่อต้องลงมติก็มีมติที่ใกล้เคียงกัน หรือประการที่ ๒ เปึ้นของใหม่ที่กรรมาธิการยกร่างได้บรรจุขึ้นมา โดยที่ไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญ ฉบับก่อน ๆ ว่า มีประเด็นใดบ้างที่อยากจะไปฟังความเห็นของประชาชนในสิ่งดังกล่าว เมื่อผมประสานกับกรรมาธิการยกร่าง กรรมาธิการยกร่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดี แล้วก็ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ฉบับป้ ๒๕๔๙ ก็ได้ระบุไว้ว่าเปึนหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างจะต้องไปรับฟังความเห็น ซึ่งกรรมาธิการ ยกร่างก็ได้ประสาน แล้วก็ขอให้พวกผมนี่ทำหน้าที่ แล้วท่านก็เดินทางไปด้วยแทบทุกครั้ง เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ กรรมาธิการก็ทำงานควบคู่กัน คราวนี้ในการที่ท่านจะไปรับฟัง ความเห็น ๗๖ จังหวัดนี่เปึนไปไม่ได้ เพราะว่าจำนวนมากมายมหาศาล และแต่ละจังหวัด ก็มีหลายเวที เพราะฉะนั้นผมก็เลยได้ขอให้กรรมาธิการยกร่างเข้าไปในห้องส่งโทรทัศน์ ร่วมกับผม โดยการไปบันทึกซีดี (CD – Compact disc) ในประเด็นที่คิดว่าอยากจะถาม ประชาชน เพื่อที่จะได้มีโอกาสอธิบายว่า ทำไมจึงยกร่างมาอย่างนี้ มีเหตุมีผลอย่างไร เพื่อที่จะมีโอกาสได้ชี้แจงกับประชาชนไว้ชั้นหนึ่ง แล้วก็เป่ดให้ประชาชนดู แล้วก็เป่ดให้ ประชาชนซักถาม หรือให้ประชาชนให้ความเห็นว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร นั่นก็ เปึ้นรูปแบบที่เราได้วางแผนที่ดำเนินการ เราได้จัดทำซีดีทั้งหมดประมาณยี่สิบกว่าชุด แล้วก็แจกจ่ายไปยังกรรมาธิการประจำจังหวัดต่าง ๆ เพื่อที่จะให้กรรมาธิการประจำ จังหวัดได้มีโอกาสเป่ด แล้วก็ให้ประชาชนสะท้อนกลับมาว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย อย่างไรในเนื้อหาที่ร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันได้วางแผ่นด้วยว่า ในเวทีประจำจังหวัด ทั้งหลายที่ได้เดินสายไปเป่ดเวที ถ้าหากว่ามีข้อขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใด ประชาชน อยากจะถามกรรมาธิการยกร่าง ให้ต่อสายตรงกับกรรมาธิการยกร่างได้เลย โดยมี คอลเซนเตอร์ (Call center) อยู่ที่รัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็ใช้โทรศัพท์ประเภทที่ออกเสียงดัง ๆ ได้ ให้ที่ประชุม หรือเวทีที่จัดได้สามารถสื่อสารโดยตรงกับกรรมาธิการยกร่างได้ นั่นก็เปึน แผนงานที่ได้เตรียม แล้วก็ทำไว้ หลังจากนั้น กรรมาธิการก็ได้ออกเดินสายทั้ง ๔ ภาค โดยการไปปฐมนิเทศ โดยการไปตกลงกับภาคต่าง ๆ โดยการไปตกลงกับกรรมาธิการ ประจําภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค เราเริ่มที่ภาคใต้ ไปเป่ดปฐมนิเทศกับกรรมาธิการประจํา จังหวัด กับวิทยากรกระบวนการ หรือผู้ดำเนินรายการจัดเวทีประจำจังหวัดทั้งหลาย และผู้จดบันทึกการประชุม ซึ่งเปึนคนสำคัญมากที่จะจดบันทึกผลของการรับฟังส่งมายัง กรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเราจะได้ประมวล แล้วส่งให้ยกร่างอีก ท่านผู้มีเกียรติครับ เราไป ที่ภาคใต้ ที่หาดใหญ่ ที่สงขลา ที่อีสานไป ๒ จุด เพราะอีสานนั้นเปึ้นดินแดนที่ใหญ่ มีจังหวัดมาก เราไปที่อุบลราชธานี นำเอาจังหวัดทั้งหลายที่อยู่ข้างเคียงอุบลราชธานี ๘ จังหวัด มาร่วมกัน แล้วที่เหลือเราไปเจอกันที่จังหวัดขอนแก่น ตกลงที่อีสานเรา ทำ ๒ ครั้ง ที่ ๒ ครั้งนี่ขอเน้นอีกครั้งหนึ่ง เปึนการไปตกลงกับกรรมาธิการประจำจังหวัด เปึนการไปตกลงกับวิทยากรกระบวนการ หรือผู้ดำเนินการรับฟัง และผู้จดบันทึกการประชุม ภาคกลางเราทำ ๒ ครั้ง ไปทำที่จังหวัดอยุธยา และที่จังหวัดระยอง เหตุผลเช่นเดียวกับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน แล้วภาคเหนือทำที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ทั้งหมดนั้นเราทำ เราจัดโดย ๒ ลักษณะด้วยกัน ลักษณะที่ ๑ เราได้ ตกลงกับกรรมาธิการประจำจังหวัด และวิทยากรกระบวนการที่ไปเป่ดรับฟังว่า อยากจะให้ ประชาชนเปึนผู้เลือกว่า อยากจะหยิบประเด็นใดขึ้นมาให้ความเห็น หลังจากที่เราได้แจก รัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็นกับท่านทั้งหลายแล้ว แล้วเราก็ให้รายการว่า กรรมาธิการ ยกร่างท่านอยากจะฟัง มีความเห็นใดบ้างที่อยากจะรับฟังความเห็น แต่เราก็ไม่ป่ดกั้น ให้ประชาชนได้หยิบยกเอาประเด็นที่ประชาชนอยากจะเสนอความเห็น โดยที่กรรมาธิการ ยกร่างไม่ได้ขอ ตกลงประชาชนไปมีเปึนมติในขั้นสุดท้ายว่า อยากจะเลือกประเด็นใดบ้าง ที่จะให้ความเห็นกลับมาสู่รัฐสภาแห่งนี้ ประการถัดไป ก็คือ ถ้าหากว่าเรื่องที่ประชาชน เลือกตรงกับสิ่งที่เราได้ทำซีดี แล้วก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้กรรมาธิการประจำจังหวัด เป่ดซีดีให้ประชาชนได้ดู ๕ นาที ถึง ๘ นาที หลังจากนั้น ก็ให้ประชาชนให้แสดงความเห็น และสุดท้ายก็ลองให้ประชาชนยกมือ เพื่อดูแนวทางว่า ประชาชนต้องการในแบบใด ถ้ามี ความเห็นขัดแย้ง แล้วก็ให้กรรมาธิการประจำจังหวัดนั้น ได้บันทึกในเชิงคุณภาพมาให้ ผมกราบเรียนว่า เราเน้นในเชิงคุณภาพ เพราะอยากจะฟังว่า ประชาชนให้ความเห็นว่า เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ เห็นชอบกับเรื่องใด มีเหตุผลอย่างไร มากกว่าจำนวน เพราะ ท่านประธานครับ จำนวนนี่เราจะมีปัญหา เนื่องจากว่ากรรมาธิการไม่ได้ใช้วิธีสุ่มตัวอย่าง ของผู้ที่มาร่วมให้ความเห็น แต่เปึนเวทีเป่ดกว้าง ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดสามารถที่จะเดินเข้ามา ในเวทีเป่ดกว้างแห่งนี้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ก็เปึนแนวทาง และเปึนแนวคิด หรือมีตัวเลข พอสมควรที่จะให้ทิศทาง แต่จะทึกทักเอาว่า ตัวเลขเปึ้นเช่นนั้น มีจุดทศนิยมอย่างนั้นนี่ คงไม่ได้ ท่านประธานครับ หลังจากที่เราได้ไปทําการปฐมนิเทศ ตกลงกับผู้ที่ได้รับฟัง ความเห็นในเวทีต่าง ๆ เรียบร้อย แต่ละจังหวัด กรรมาธิการภาคกับกรรมาธิการจังหวัด ก็ได้ดำเนินการทั้ง ๗๖ จังหวัด และเราก็ตกลงกันว่า ในวันที่ ๒๔ ที่ผ่านมานี่ครับ จะเปึน วันสุดท้ายที่กรรมาธิการวิสามัญจะนำผลสรุปทั้งหมด จากเวทีทั้งหมด เพื่อที่จะนำไปให้ กรรมาธิการยกร่างได้รับฟังอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะแปรญัตติ และบัดนี้ก็ได้ทํา เรียบร้อยแล้ว ถามว่า ที่ทำมาทั้งหมดนี่มีอุปสรรค์ และมีปัญหาอย่างไรบ้างไหม ผมก็ต้อง กราบเรียนว่า มีอุปสรรค์และปัญหาแน่นอนในการทำงาน แต่อุปสรรค์และปัญหาในครั้งนี้ มีอยู่ ๒ เรื่อง อยากจะกราบเรียนสภาแห่งนี้ ส่วน ๒ เรื่องนี้จะเปึ้นเรื่องคอขาดบาดตาย เปึ้นเรื่องหนักหน้าสาหัสมากน้อยแค่ไหน ผมขอให้ท่านสมาชิกกรุณาพิจารณาเอง ก็แล้วกัน
ประการแรกเลยนั้น คือ เรื่องของการขนคนเข้าไปในเวทีรับฟังความเห็น กรรมาธิการวิสามัญได้รับรายงานจากเวทีต่าง ๆ ว่า ได้ปรากฏว่า ในภาคเหนือและ ภาคอีสาน ในหลายเวทีได้มีการขนคนเข้าไป เพื่อที่จะขอแสดงความเห็น และขอยกมือ ให้ได้จํานวนที่เปึ้นจํานวนมากตามความต้องใจของกลุ่มของตัวเอง ปรากฏว่า มีคณะกรรมาธิการได้ซักถาม รวมทั้งกรรมาธิการยกร่างในการประชุมร่วมกัน ก็ได้ซักถาม กรรมาธิการประจำภาคว่า มีผู้ที่ขนคนเข้าไปนี่ เพื่อที่จะแสดงความเห็นในประเด็นใด และมีประพฤติกรรมอย่างไร ปรากฏว่า มีอยู่เพียงแค่ประเด็นเดียวที่มีผู้ขนคนเข้าไป เพราะฉะนั้นประเด็นอื่น ๆ ยังวางใจได้ และเมื่อคนที่มาแสดงความเห็นในประเด็น ดังกล่าวเรียบร้อย ก็มักจะหายตัวไปเปึนจำนวนมาก เพราะมาที่เปึนจำนวนมาก เปึนกลุ่ม หลังจากแสดงความเห็น แล้วยกมือเพื่อทำสถิติให้ได้ แล้วก็จะเปลี่ยนไปเวทีอื่น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็มีรูป มีหลักฐาน มีรายงานที่รายงานเข้ามา ทั้งเปึนลายลักษณ์อักษร และด้วยวาจา แล้วขณะเดียวกันมีการแจกใบปลิว บอกว่า ถ้าไม่บรรจุเรื่องบางเรื่อง ในรัฐธรรมนูญ ขอสาปแช่งผู้ที่มีความเห็นในเวที หรือมีความเห็นต่างว่า เปึ้นผู้เลวทราม อย่างไร ผมไม่บังอาจจะใช้คำพูดในสภาแห่งนี้ได้ มีการด่าว่าค่อนข้างรุนแรง และ กรรมาธิการได้รับใบปลิวดังกล่าวที่ปรากฏอยู่ในเวที เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ที่มีความเห็นตรงข้าม ได้มีโอกาสได้พูด เพราะฉะนั้นสถิติความเห็นในเรื่องดังกล่าว ที่ปรากฏเพียงเรื่องเดียวนี่ กรรมาธิการก็ได้ส่งให้กรรมาธิการยกร่าง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวังในความเห็นทั้งหลาย ที่ปรากฏ ซึ่งอีกสักครู่ผมจะขอให้ ดร.วรพล ที่เปึ้นรองประธานกรรมาธิการ และเปึน ผู้รับผิดชอบในการประมวลความเห็นจาก ๗๖ จังหวัด ได้นำเสนอผลทั้งหมด ที่เราได้ใน รอบที่ ๒ แล้วท่านสังเกตดูก็แล้วกันว่า ประเด็นใดที่เวทีในภาคเหนือและภาคอีสาน ถูกแทรกแซง ถูกขนคนเข้ามาทําสถิติ ผมจะไม่อยากจะพูดตรงนี้ให้ช้ําใจนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้นะครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบัน แล้วประการที่ ๒ ที่เปึนอุปสรรค์ ก็คือว่า กรรมาธิการประจำจังหวัดนี่ท่านส่งผลมาไม่ทัน เพราะว่าเราก็ได้ขีดเส้นจนถึงนาทีสุดท้าย ที่จะต้องประมวล แล้วก็จะต้องส่งให้กับกรรมาธิการยกร่าง ก็ได้ปรากฏว่า มีกรรมาธิการ ประจำจังหวัดบางจังหวัดผิดหลง อาจจะส่งไปที่กรรมาธิการภาค แล้วไม่ได้ส่งมาให้ ส่วนกลาง หรือผิดหลง ส่งไปแล้วไม่รู้ไปไหน อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งก็มีอยู่บ้างที่ทำให้เราไม่ได้ ทั้งหมดอย่างที่ปรารถนา แต่ว่าเมื่อถึงเวลาเราก็ต้องประมวล เพราะว่าเราไม่สามารถจะ รอได้ เพราะว่าเรามีทุกอย่าง มีเวลาแปรญัตติอย่างที่ท่านประธานก็ได้กรุณาว่า ที่ประชุม แห่งนี้ก็เลื่อนมาแล้ว จากวันที่ ๒๕ เปึนวันนี้ ซึ่งวันนี้ก็เปึนวันสุดท้ายที่จะแปรญัตติได้ เพราะฉะนั้นผมไม่มีทางที่จะรอต่อไปได้ ก็ต้องประมวล แล้วประมวลแล้วก็จะนํามาเสนอ ต่อที่ประชุมแห่งนี้ วันนี้เรายังเหลือเวลาอย่างน้อย ๆ อีกประมาณสัก ๘ ถึง ๑๐ ชั่วโมง ที่จะแปรญัตติ เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายกรุณานำผลของประชาชนไปพิจารณาด้วย นะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ให้ ดร. วรพล ได้มีโอกาส เสนอว่า ผลในการรับฟังในช่วงที่ ๒ นี่ เราได้รับฟังในประเด็นใดบ้าง แล้วในประเด็น ดังกล่าว กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับ เปึนประเด็นที่ทั้งกรรมาธิการยกร่างอยากฟัง และเปึนประเด็นที่ไม่ได้ถาม แต่ประชาชนอยากบอก มีทั้ง ๒ อย่างผสมกันนะครับ อาจารย์วรพลจะบอกได้ว่า ประเด็นใดเปึนอย่างไร และผลออกมาเปึ้นอย่างไร ขออนุญาต ท่านประธานครับ ให้ ดร. วรพล ได้มีโอกาสเสนอผลตรงนี้ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธาน กรรมาธิการวิสามัญประสานการส่วนร่วมและการประชามติ ตามที่ท่านประธาน กรรมาธิการวิสามัญ ท่าน ดร.เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ได้กล่าวไว้เปึนการครบถ้วนในเบื้องต้น นี้แล้ว กระผมขออนุญาตแสดงข้อมูล และเสนอประเด็นสำคัญที่มีประโยชน์ต่อ ท่านสมาชิกในการที่จะดำเนินการต่อไป ข้อแรก อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ที่ประมวลมานี้ เปึนการประมวลในเชิงคุณภาพและเชิงสถิติพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม อยากจะฝาก ข้อสังเกตว่า สถิติที่พูดถึงนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ประการที่ ๒ กระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นทั้งหมดนั้นมิใช่เปึนการสุ่มตัวอย่างแบบแรนดอม แซมปลิง (Random sampling) ตามกลไกของสถิติทั่วไป เพราะเนื่องจากว่า เปึนการเข้ามาร่วมสัมมนา ร่วมแสดงความเห็นของแต่ละเวทีนั้น ก็มีความหลากหลายแตกต่างกันไป จึงควรใช้สถิติ หรือข้อมูลเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง แต่อย่างไรก็ตาม สาระมีประโยชน์แน่นอนจากการ รับฟังความเห็นประชาชนมาทุกด้าน ประเด็นที่ประชาชนแสดงความเห็นมานั้นมากมาย ประมวลได้ประมาณ ๑๘ ประเด็นหลัก ๆ ที่สำคัญ ซึ่งเปึนประเด็นที่เราทั้งหลายทราบดี และมีข้อถกเถียง และมีข้อสังเกตกันตลอดมา หลายส่วนเปึนประเด็นที่เราตั้งไว้ และหลายส่วนเปึนประเด็นที่ประชาชนยกขึ้นมาเอง ทั้งหมดผมจะขอเริ่มต้นจากประเด็น เรียงตามลำดับ ๑๘ ประเด็นดังต่อไปนี้ ถ้าท่านจะเห็นในนั้น ก็จะเห็น ๑๘ ตาราง หรือ ๑๘ บทด้วยกัน ประเด็นก็จะเรียงไปตามรัฐธรรมนูญของเราที่ยกร่างขึ้นมาครั้งนี้
ประเด็นที่ ๑ เปึนประเด็นว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วม ประชาชน และสิทธิชุมชน ซึ่งเปึนประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญมาก ต้องขอเรียนว่า เวทีทั้งหมดนั้นมีทั้งสิ้น ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งหมด ๓๑๖ เวที ซึ่งเราประมวลผล ณ สิ้นวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งจำเปึ้นต้องสรุป วันสุดท้ายในวันนั้น มีประชาชนที่เข้าร่วมประมาณหกหมื่นกว่าท่าน เฉลี่ยแล้วเวทีละ ประมาณใกล้ ๒๐๐ ท่าน ในประเด็นแรก สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชนนั้น ประชาชนได้ให้ความเห็น และประมวลได้เปึนความเห็น เห็นด้วยเปึ้นส่วนใหญ่ ๘๓.๘ เปอร์เซ็นต์ (Percent) น่าสังเกตว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเห็นถึง ๙๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ว่าเห็นด้วย และโดยรวม ๆ ก็มีความเห็น เห็นด้วยกับประเด็นที่ รัฐธรรมนูญ (ฉบับรับฟังความเห็น) นี้ได้บัญญัติไว้ทั้งหมด เปึนการเห็นด้วยเปึ้นส่วนใหญ่ เหตุผลที่เห็นด้วยนั้น เรียงจากมากไปหาน้อย จากสถิติที่เราได้บันทึกไว้จากเวทีต่าง ๆ ที่ประมวลเข้ามา เห็นด้วยเพราะว่า ทำให้เกิดการกระจายสิทธิในการปกครองและ การบริหารบ้านเมืองไปสู่ประชาชนทั่วทุกแห่งหนมากขึ้น เห็นด้วยว่า จะทำให้ประชาชน มีโอกาสได้รับการศึกษา มีสิทธิเสรีภาพในส่วนนี้อย่างชัดเจน อย่างทั่วถึง เห็นด้วยที่ ประชาชนที่อายุเกิน ๖๐ ป้ ได้รับสิทธิในการดูแลจากรัฐอย่างชัดเจนครั้งนี้ เห็นด้วยที่ ท้องถิ่นสามารถพัฒนาตรงตามความต้องการของท้องถิ่นได้มากขึ้น เห็นด้วยเพราะสิทธิ เกษตรกรมีชัดเจนมากขึ้นในครั้งนี้ และมีอื่น ๆ อีกหลายประการ ซึ่งมีความสําคัญทั้งสิ้น แม้กระทั่งเรื่องการตรวจค้นบุคคล ก็เปึนสิ่งที่ประชาชนพูดถึง รวมทั้งสิทธิของสื่อ เปึนต้น สิ่งที่ไม่เห็นด้วย ก็มีเหตุผลพอสมควร การใช้สิทธิอย่างอิสระเกินไปนั้น อาจจะก่อให้เกิด การร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำมาซึ่งความยุ่งยากได้เหมือนกัน สิทธิดังกล่าวนั้นอาจจะ มีสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมอื่น ๆ เข้าไปบ้างนะครับ มีข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุง ซึ่งเรียงตามลำดับ จากประชาชนที่ให้ความเห็นมามากมายพอสมควร มีทั้งหมด ๒๗ ประเด็นด้วยกัน ๒๗ เรื่องด้วยกันที่ประชาชนอยากให้มีการปรับปรุงเพิ่มเติม ซึ่งท่านสามารถนำไป พิจารณาเรื่องแปรญัตติต่อไปได้ เรื่องแรกที่มีความเห็นชัดเจนมาก ประชาชนอยากให้ย้ำ เรื่องการขยายโอกาสการศึกษา รวมไปถึงคนพิการให้ชัดเจนขึ้น อยากย้ำเรื่องสิทธิและ หน้าที่ของคนไทยด้วย สิทธิอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความชัดเจนเรื่องหน้าที่ด้วย ซึ่งบทหน้าที่นั้นดูจะเบาไปหน่อย เรื่องทุนการศึกษา เรื่องสวัสดิการ เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับ เรื่องสิทธิของเกษตรกร ควรมีกฎหมายรองรับ เรื่องเกี่ยวกับรักษาธรรมชาติ ควรมีการ จัดการเรื่องบริหารจัดการงบประมาณที่ชัดเจน รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบ ถ่วงดุล การเพิ่มอำนาจประชาชน เหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งควรเพิ่มสิทธิเสรีภาพของสตรีในการ มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น จะเห็นว่า ครั้งนี้บทบาทสตรีได้มีในหลาย ๆ เวทีเปึนพิเศษ
ในบทที่ ๒ หรือในเรื่องประเด็นที่ ๒ คือ เรื่องการกระจายอำนาจสู่การ ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น จากความเห็นประชาชนที่รับฟังมาจาก เวทีทั่วประเทศ เห็นด้วย ๘๕.๘ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็นด้วยถึง ๙๔.๑ เปอร์เซ็นต์ มีภาคใต้ที่เห็นด้วยเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ระบุอยู่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๑๕.๔ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วย ที่เรียงจากลำดับมากไปหาน้อย ก็คือ ทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ประชาชนมีส่วนตรวจสอบ ทำให้เกิดความโปร่งใส ในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น มีการพัฒนาที่ต่อเนื่อง นั่นคือสิ่งที่ประชาชนเห็นด้วย และเหตุผลที่ใช้ ก็คือว่า จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การกระจายอำนาจนั้น สามารถทำได้ และทำให้เกิดการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นให้เกิดผลมากขึ้น หมายความว่า เมื่อประชาชนเห็นผลสัมฤทธิ์ของการจ่ายภาษี ของการจ่ายภาษีนั้น จะนำมา ซึ่งการเจริญก้าวหน้าแต่ละท้องถิ่น ทําให้ประชาชนเห็นผลสัมฤทธิ์ดังกล่าวพอสมควร เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็คือ ที่เรียงจากมากไปหาน้อย ก็คือ ข้อที่ ๑ ยังขาดความพร้อม และ ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องท้องถิ่นก่อน และควรจะเริ่มทดลองในองค์กร ท้องถิ่นบางจุด บางบริเวณ ก่อนการกระจายอย่างกว้างขวาง ควรมีการตรวจสอบ การทำงานขององค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะเปึนเรื่องสําคัญมาก การมีท้องถิ่นที่อิสระ เกินไปจะทำให้ควบคุมได้ยาก การเกิดอิสระเกินไปนั้น ก่อให้เกิดการเล่นพรรค เล่นพวก เล่นกลุ่ม เล่นพวก ก่อให้เกิด ความเสียหายได้ และที่สำคัญ ก็คือ ประชาชนควรได้รับการยกระดับความรู้ด้านนี้ก่อน ข้อเสนอเพิ่มเติม ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงมีเหตุผลอยู่มากมาย ได้เสนอไว้ประมาณ ๒๕ เรื่อง ด้วยกัน เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ข้อที่ ๑ ให้องค์กรภาคประชาชนทำหน้าที่ ตรวจสอบการจัดเก็บภาษี งบประมาณ เงินเดือน และให้มีองค์กรอิสระในจังหวัด ตรวจสอบงบการเงิน และข้อมูลด้านงบประมาณประจำป้ทุกป้ และการจัดสรรให้ชุมชน ตรวจสอบการจัดสรรด้วย พูดง่าย ๆ ว่า ค่อนข้างจะต้องให้มีกลไกในการตรวจสอบ ทุกอย่าง ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บภาษีที่เปึนธรรม และถูกต้อง เหมาะสมกับการพัฒนา เศรษฐกิจแต่ละบริเวณ งบประมาณ เปึนต้น ต้องมีกลไกในการวางมาตรการ มาตรฐานใน การตรวจสอบด้วย ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเปึนเรื่องใหญ่ สาธารณูปโภค การศึกษาควรมี มาตรการในการส่งเสริมแก่ท้องถิ่นมากขึ้นนะครับ
ในประเด็นที่ ๓ คณะบุคคลเพื่อหาทางออกในยามวิกฤติ เห็นด้วย ๖๐.๘ ซึ่งแตกต่างไปแต่ละภาค เหตุผลที่เห็นด้วย ก็คือ ควรมีเนื่องจากเปึนปัญหาเฉพาะ ต้องมี กลุ่มบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ แต่ที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่า ไม่มีความชัดเจนถึงขอบเขตคำว่า วิกฤติ หากเกิดวิกฤติก็ต้องยุบสภา คืนอำนาจ ประชาชน เลือกตั้งใหม่ น่าจะเปึนวิธีที่เหมาะสม ข้อเสนอก็มีปรับปรุง เช่น กำหนด ขอบเขตวิกฤติให้ชัดเจนว่าคืออะไร คณะบุคคลที่ชัดเจน และเหมาะสมมากกว่าที่เปึนอยู่ องค์ประกอบที่เหมาะสม เปึนต้น
ในประเด็นที่ ๔ บทที่ ๔ การบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึ้นศาสนาประจำชาติ เนื่องจากว่า มีรายงานในเรื่องการขนคนเข้า และทำให้สถิติออกมาผิดเพี้ยนไปจาก ความเปึนจริง จึงไม่อาจระบุได้ในที่นี้ แต่เหตุผลที่นำมาพิจารณานั้น ก็เปึ้นองค์ประกอบ ที่ท่านจะสามารถศึกษาได้ แต่เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็คงจะเปึ้นประโยชน์ตามสมควร ข้อเสนอในการปรับปรุงเพิ่มเติมก็เรียงลำดับ เช่น บอกประเทศไทยมีศาสนาหลากหลาย อยู่แล้ว เปึนต้นนะครับ ทำให้เกิดความแตกแยกสังคม อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ประชาชน ให้เหตุผลไว้มากมายว่า ส่งผลเสียมากกว่าผลดี ถ้าบัญญัติไว้ ท่านสามารถพิจารณาได้ จากเอกสารนะครับ
ในบทที่ ๕ ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งมีประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยรวม ๆ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็นด้วยถึง ๙๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าเปึนความเหมาะสม เปึนการดีที่ควรบัญญัติ สิ่งเหล่านี้ไว้ ข้อเสนอปรับปรุง ก็มีหลายเรื่อง เรื่องส่วนใหญ่เปึนเรื่องการศึกษาที่ประชาชน พูดถึงมาก เน้นการกระจายการศึกษา กระจายอำนาจการศึกษาไปสู่ท้องถิ่น ให้สอดคล้อง ให้มีการศึกษาหลายรูปแบบมากขึ้น เนื่องจากรัฐอาจจะไม่มีกำลังพอในการจัดการ ก็ควร จะให้ท้องถิ่น และมีการศึกษาหลายรูปแบบ ทางเลือก และนอกระบบมากขึ้น อันนี้ก็เปึน ประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญเปึนพิเศษในเรื่องการศึกษา เรื่องสวัสดิการ เรื่องสาธารณูปโภค ก็เปึ้นองค์ประกอบหนึ่งในการพูดถึงนะครับ และรวมไปถึงเรื่อง การสนับสนุนด้านสวัสดิการของผู้เสียภาษี ที่มีอายุเกิน ๖๐ ป้ขึ้นไปนะครับ
ประเด็นที่ ๖ เรื่องจำนวน และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ ร่างไว้นั้น ประชาชนเห็นด้วย ๖๑.๘ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วย ก็คือ มีการลดจำนวน สส. ลง เปึนการลด และเปึนการประหยัดงบประมาณ เห็นด้วยกับการแบ่งเขตดังกล่าว เขตละ ๓ คน ทำให้มีการดูแลกว้างขวางขึ้น ทำให้ยากในการซื้อเสียงนะครับ จำนวน ดังกล่าวเหมาะสมกับประชากรดีแล้ว คือ ๔๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วยก็มีนะครับ ควรเปึนแบบ เขตเดียวเบอร์เดียว ใหญ่เกินไป ทำให้ สส. ดูแลไม่ทั่วถึง ก็มีเหตุผลมากมาย ข้อเสนอ ปรับปรุงก็มีมากมายเช่นเดียวกันว่า จำเปึนจะต้องลดจำนวนลงไปอีกก็มีนะครับ ไม่ควร มีบัญชีรายชื่อก็มีนะครับ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาดูนะครับ ก็จะมีข้อความกว้างขวาง ต่าง ๆ นานานะครับ และมีข้อสนใจ ก็คือว่า ควรจะมีการจัดสรรเพศชาย เพศหญิง ให้จำนวนเท่ากันด้วย ก็จะเปึนการดีนะครับ นั่นคือเหตุผลข้อหนึ่งที่อยากให้ปรับปรุง
ในบทที่ ๗ จํานวนและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เห็นด้วยตามที่ได้ ยกร่างไว้ ๔๐ หรือ ๓๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๕๔.๗ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ย ส่วนใหญ่ นะครับ เหตุผลที่เห็นด้วย ก็บอกว่า ควรมีการจัดสรร ทำให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ สามารถเข้ามาเปึนสมาชิกวุฒิสภา เปึนการปัองกันการสร้างผลประโยชน์ต่างตอบแทนนะครับ เห็นด้วยในการสรรหา แต่น่าจะมีการเลือกตั้งประกอบ เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยก็มี สว. นั้น ต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตรง การสรรหานั้นเกิดช่องทางที่ไม่ดีได้นะครับ คนสรรหาเปึ้นคนส่วนน้อย ซึ่งทำให้ ไม่เข้าถึง หรือไม่ใช่เปึนตัวแทนของประชาชน ข้อเสนอในการปรับปรุง ก็เห็นว่า ควรจะมี การสรรหาและการเลือกตั้งพร้อม ๆ กัน หรือคู่กัน หรือแบ่งกันคนละครึ่ง หรือสรรหา แล้วเลือกตั้ง เปึนต้น แล้วก็มีคณะบุคคลที่เหมาะสมในการเปึ้นคนสรรหานะครับ แต่ที่สำคัญมาก ก็คือ ข้อเสนอว่า ควรมี สว. เปึ้นผู้หญิงหนึ่งในสาม เปึ้นต้นนะครับ
ตารางที่ ๘ หรือบทที่ ๘ นะครับ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ ถอดถอนผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองได้ มีผู้เห็นด้วยโดยส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ๘๓.๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคเหนือเห็นด้วยถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ มีความเหมาะสมดี เหตุผลที่เห็นด้วยนะครับ ง่ายดี ชัดเจนดี แล้วก็แบบเดิม รัฐธรรมนูญฉบับเดิมมีจำนวนมากเกินไปก็ไม่เกิดผล สำหรับเหตุผลไม่เห็นด้วยก็บอกว่า จำนวนน้อยเกินไปอาจจะเกิดการกลั่นแกล้งของคู่แข่ง ทางการเมือง จะทำให้เกิดความวุ่นวาย แล้วก็ในที่สุด ทำให้เสียงบประมาณในการ เลือกตั้งมากเข้าไปอีก ข้อเสนอในการปรับปรุง ก็มี ลดจำนวนคนลง แล้วก็กำหนด หลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ญัตติให้ชัด เพื่อที่จะดำเนินการได้ ไม่อย่างนั้นก็จะมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายนะครับ ควรจะคุ้มครองประชาชนผู้เข้าชื่อถอดถอนด้วย เพราะปัญหาก็เกิดขึ้น มาแล้วนะครับ
ในประเด็นต่อไปนะครับ ในบทที่ ๙ การให้บำเหน็จ บำนาญ สส. และ สว. นะครับ ขอเรียนว่า นี่เปึนประเด็นที่ ๑ ที่มีความชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วย ๗๗ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ในประเด็นทั้งหมดที่มีการยกมาอภิปรายทั้งหมด ๑๘ ประเด็นที่ประชาชน อภิปรายทั้งประเทศ นี่คือ ประเด็นหนึ่งที่ประชาชนไม่เห็นด้วยให้มีการให้บําเหน็จ บํานาญ สส. และ สว. นะครับ ชัดเจนมาก คำตอบ ก็คือ สิ้นเปลือง และผูกพันงบประมาณรายจ่าย ระยะยาว ซึ่งเปึนผลที่จะกระทบต่อไปอีกหลาย ๆ ชั่วอายุข้างหน้านะครับ
ตารางที่ ๑๐ บทที่ ๑๐ คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระนะครับ เห็นด้วย กับที่ยกร่างมา ๗๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ บางบริเวณเห็นด้วยน้อย เช่น ภาคใต้ เห็นด้วยเพียง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วยนั้น ก็เพราะว่า คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระนั้น มีความเหมาะสม องค์ประกอบดีอยู่แล้ว เรียกว่า เหมาะสมดีแล้ว แล้วก็เหมาะสมที่มีศาล เข้ามาเกี่ยวข้องในส่วนนี้ แต่ที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่า น่าจะมีคณะกรรมการสรรหาที่เปึน องค์ประกอบของนักการเมืองเข้ามาด้วยนะครับ และให้ประชาชนเลือกเองด้วย ก็จะเปึน การดี ข้อควรปรับปรุง คือ เพิ่มบทบาท้องค์กรภาคประชาชนเข้าไปด้วยในการเปึน กรรมการสรรหา ประชาชนควรเปึนผู้ดำเนินการสรรหาองค์กรอิสระเองด้วยซ้ำไปนะครับ แล้วก็กรรมการสรรหาต้องเปึนคนมีความรู้ความสามารถ และมาจากหลากหลายอาชีพ เปึ้นต้น ไม่ควรจะมีขอบเขตเพียงกลุ่มอาชีพบางด้านเท่านั้น
ในตารางที่ ๑๑ นะครับ การคานและดุลอํานาจใบแดงของคณะกรรมการ เลือกตั้ง เห็นด้วย ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วย เพราะทำให้เกิดความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น จำกัดขอบเขต กกต. ได้อย่างเหมาะสมนะครับ แล้วก็มีศาลซึ่งเปึนกลางในการกลั่นกรองนะครับ และที่สำคัญ เหตุผลที่เห็นด้วย ก็เพราะว่า เปึนการกําหนดเรื่องบทบาท กกต. เพราะ กกต. อาจไม่เปึนกลางในบางครั้ง เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยก็มีว่า ศาลมีคดีมากมายต้องพิจารณาแล้ว จะเปึนการเพิ่มภาระ ต่อศาล และจะมีบทบาทมากขึ้น เหตุผลที่ควรปรับปรุง ก็ควรจะมีการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง เปึนการเฉพาะ และควรมีกฎหมายพิจารณาคดีความเลือกตั้งให้ชัดเจนด้วย เพื่อเปึน หลักการ และเปึนมาตรฐานต่อไปนะครับ กำหนดเงื่อนเวลาในการพิจารณาคดีเอาไว้ด้วย นะครับ และเพื่อจะได้ไม่เปึนการเยิ่นเย้อและเกิดปัญหาในขั้นตอนต่อไป
ในบทที่ ๑๒ บทบาทใหม่ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งประชาชน เห็นด้วย ๘๗.๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล มีอำนาจต่อรองมากกว่าประชาชนแต่ละบุคคล จะทําได้ เปึนการสร้างอำนาจต่อรองในการที่จะแก้ไขต่าง ๆ ได้ ทำให้มีช่องทางในการ กำกับดูแลนักการเมืองนะครับ แก้ไขได้ทันต่อเหตุการณ์ เปึนต้น เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะไม่จำเปึน เปึนต้น ข้อเสนอที่ควรปรับปรุง ก็คือ ควรเพิ่มอำนาจมากขึ้น เปึนต้น ๒. มีอำนาจหน้าที่มากเกินไป ควรปรับปรุงให้มีคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนในระดับ จังหวัดด้วยนะครับ ควรกําหนดระยะเวลาให้ชัดเจนในการดําเนินคดี หรือดําเนินการ แต่ละเรื่องให้ชัดเจนนะครับ มีองค์กรอิสระที่จะมาดูแลมากขึ้น ก็เปึนการดีนะครับ
บทที่ ๑๔ การปรับปรุงบทบาทตุลาการและอัยการให้มีอิสระมากขึ้นนั้น เห็นด้วย ๗๘.๗ เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่นะครับ ในบางบริเวณเห็นด้วยเพียงครึ่งเดียว คือ ประมาณ ๕๕.๖ เปอร์เซ็นต์ นะครับ เหตุผลไม่เห็นด้วย คือ ปัองกันการครอบงำ ของฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัตินะครับ และก็ไปทำให้เกิดความสามารถในการทำงาน คล่องตัว มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่า ในมุมมองของประชาชน อัยการ ยังมีความไม่เปึนธรรม จึงไม่ควรให้อิสระมากเกินไปนะครับ ข้อเสนอ เพื่อปรับปรุง เรียงจากมากไปหาน้อยก็มีครับ ก็ควรตั้งองค์กรใดขึ้นมาแบ่งภาระศาล ควรให้องค์กร อัยการมีอิสระมากขึ้น ควรตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอัยการด้วยนะครับ ควรตรวจสอบ องค์กรอัยการด้วย เปึนต้นนะครับ อันนี้ก็มีข้อเสนอที่เปึนความเห็นของประชาชนที่รับฟัง มาจากทั่วประเทศ
ในประเด็นที่ ๑๕ ปัญหาการกระทำที่ขัดต่อผลประโยชน์ส่วนตัว และผลประโยชน์ของรัฐ เห็นด้วย ๙๓.๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เห็นด้วยก็เพราะว่า เปึนการปัองกันการคอร์รัปชั่น (Corruption) ทางธุรกิจ การเมือง ผู้บริหารประเทศทําให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น เชื่อถือ ทําให้เสียไปหมด เหตุผลไม่เห็นด้วยก็มี สิทธิส่วนบุคคล้ควรได้รับการคุ้มครองตามสมควร ข้อเสนอ เพื่อปรับปรุงก็มี ควรเพิ่มบุคคลใกล้ชิดด้วย แม้นไม่ใช่สกุลเดียวกัน การเพิ่มบัญชีทรัพย์สิน ควรเป่ดเผยสู่สาธารณชนทุกกรณี การตรวจสอบควรตรวจสอบก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง การเมืองด้วยนะครับ มีเหตุผลมากมายนะครับ ที่เสนอให้เพิ่มเติมปรับปรุงให้ดีขึ้น
ในตารางที่ ๑๖ หรือบทที่ ๑๖ การกําหนดคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ควรมีถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ทุก ๆ ภาค ก็เห็นด้วย เปึ้นอย่างนี้ เห็นด้วยก็เพราะว่า นักการเมืองต้องมีคุณธรรม ต้องมีจริยธรรมเปึนหลัก และเปึนการปัองกันการแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมือง เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่า กําหนดไว้ก็นําไปใช้ลําบาก นําไปใช้ไม่ได้ ประชาชนไม่มั่นใจในอํานาจรัฐ การควบคุม การตรวจสอบที่ผ่านมา และไม่รู้จะเปึนอย่างไร อาจจะยังมีปัญหาต่อไปนะครับ ข้อเสนอ ที่ควรปรับปรุง ก็คือ ควรมีกฎหมายบังคับใช้ให้เปึ้นรูปธรรม มีเพิ่มโทษให้ชัดเจน และมีกรอบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทุกระดับ ทุกระดับ คือ ลงไประดับองค์กรท้องถิ่นด้วย และมีองค์กร ตรวจสอบที่มีความโปร่งใสในการกำหนดคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมือง
ในตารางที่ ๑๗ หรือบทที่ ๑๗ ประชาชนมีสิทธิเสนอชื่อ เพื่อขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ประชาชนเห็นด้วย ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ บอกว่า เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อมีจำนวนมากเกินไป และอาจจะ ไม่ค่อยเกิดผลเท่าไร
ในประเด็นสุดท้าย กฎหมายนิรโทษกรรม ประชาชนไม่เห็นด้วย ๕๙ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่า จะผิดหลักต่อระบอบประชาธิปไตย เปึนต้น เหตุผลที่ เห็นด้วยก็มี ก็เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข และก็เปึนการยากที่จะมารื้อฟุ๋นต่าง ๆ เหล่านี้ เปึ้นต้น ทั้งหมดนี้ก็เปึนการสรุปรับฟังความเห็นประชาชนจากเวทีต่าง ๆ ระดับจังหวัด ทั่วประเทศ ทั้งหมดที่มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ และก็มี สถิติดังที่ว่าไว้ ก็ขอเรียนฝากว่า สถิติพึงใช้ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง แต่ข้อมูลน่าจะ นำไปใช้ประกอบการพิจารณาของท่านได้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประธาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ โดยสรุปท่านจะเห็นว่า มีสิ่งที่เราไม่ได้ถามไป คือ กรรมาธิการยกร่างเขาไม่ได้บอกว่า เขาอยากฟัง แต่ประชาชนได้ย้อนกลับเข้ามาบอกอยู่ ๒ เรื่อง คือ เรื่องที่ ๑ คือ เรื่องบำเหน็จบำนาญ ของ สส. และ สว. ปรากฏว่าประชาชนบอกไม่เอา อันนี้ไม่ได้ถาม นะครับ แต่ประชาชนบอกขึ้นมาเอง ท่านก็ลองพิจารณากันเองก็แล้วกันนะครับ ผมพูด เพราะว่าผมมีส่วนได้เสีย เพราะว่าผมเปึน สว. เก่า เพราะฉะนั้นท่านพิจารณากันเอาเอง ก็แล้วกัน ผมไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เราไม่ได้ถามไป แต่ประชาชนก็บอกเข้ามาว่า ให้ตัดทิ้ง ประการที่ ๒ คือ มาตรา ๒๙๙ ประชาชนบอกขึ้นมาเอง แต่ประชาชนไปเรียกว่า เปึนกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งกรรมาธิการยกร่าง ผมได้ประชุมกับกรรมาธิการยกร่าง กรรมาธิการยกร่างบอกว่า เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง มาตรา ๒๙๙ ไม่ใช่กฎหมายนิรโทษกรรม แต่เพราะมีคนไปสร้างให้คิดว่าเปึนกฎหมาย นิรโทษกรรม ซึ่งผมคิดว่า ท่านกรรมาธิการยกร่างน่าจะอธิบายเอง ผมอธิบายแทน ท่านไม่ได้ แล้วจริง ๆ แล้วประเด็นนี้ ผมคิดว่า ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า เนื้อแท้คือ อะไรแน่ ๆ เพราะว่าประชาชนอ่านตามตัวหนังสือแล้ว แล้วผมก็ไม่ได้ซักถามไปให้ แล้วสิ่ง นั้นประชาชนบอกขึ้นมาเอง แล้วบอกมาอย่างนี้ อันนี้ก็เปึ้นข้อสังเกตที่น่าสนใจนะครับ ซึ่งต่างกันกับมาตรา ๖๘ วรรคสอง ที่บอกว่า ในภาวะวิกฤติ ให้มีคณะบุคคล ๑๑ คน เข้า มาปรึกษาหารือกัน ผมได้ซักไซ้ไล่เลี้ยงกรรมาธิการยกร่าง แล้วก็ปรากฏในซีดีที่แจก ออกไปให้ประชาชนที่รับฟังความเห็น ได้พอจะเข้าใจเงื่อนไขและบริบท หรือทำไมต้อง บัญญัติมาตรา ๖๘ วรรคสอง ปรากฏว่า ประชาชนหกสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ มีความเห็นด้วย ที่จะให้มี ๖๘ วรรคสอง ท่านประธานครับ ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีโอกาสได้ชี้แจง การมีโอกาสได้ให้ข้อมูล ๒ ด้าน ไม่ใช่ได้ข้อมูลด้านเดียวที่ประชาชนจะได้ ๖๘ วรรคสอง ที่บอกว่า ให้มีคณะบุคคล พอประชาชนถามว่า วิกฤติคืออะไร ผมได้ซักถามกรรมาธิการ แล้วปรากฏอยู่ในสื่อที่เป่ดให้ดู กรรมาธิการชี้แจงว่า คำว่า วิกฤติ คืออะไร ก็หมายความว่า ท่านหนึ่งท่านใดใน ๑๑ คน สามารถที่จะเชิญ หรือเรียกประชุม หรือเชิญที่เหลื่อมาประชุม แล้วถ้าท่านที่เหลื่อมองเห็นว่ามีวิกฤติ อย่างน้อย ๖ คนก็เปึ้นองค์ประชุม ก็ถือว่า อยู่ใน สภาวะที่ควรปรึกษาหารือแล้ว แต่ถ้าหากว่า เชิญประชุมแล้ว มีผู้มาน้อยกว่าหก ก็ไม่เปึ้น องค์ประชุม ก็ต้องถือว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไม่ถึงภาวะที่ควรจะปรึกษาหารือ ก็ยังไม่มี วิกฤติ คนก็เริ่มเข้าใจว่า อยู่ในดุลพินิจของบุคคลระดับประมุขของฝ์ายต่าง ๆ เช่น ประมุข ของนิติบัญญัติ ประมุขของฝ์ายบริหาร และประมุขของฝ์ายตุลาการ บวกกับประธานของ องค์กรอิสระที่สำคัญ ๑๑ ท่าน ที่จะพิจารณาบ้านเมืองว่า อยู่ในภาวะวิกฤติหรือไม่ และ ท่านประธานครับ ขณะนี้บุคคลภายนอกที่มีชื่อเสียงก็เริ่มที่จะคิดว่า ถ้าบ้านเมืองถึงวิกฤติ ควรจะมีบุคคลเข้ามาคุยกันไหม โมเดล (Model) หนึ่ง ที่ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม เพราะท่านบอกว่า น่าที่จะให้ผู้อาวุโสทางการเมือง เช่น อดีตนายก็ได้มาพูดจากัน มาคุยกัน ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ว่าให้มีเวทีในการมา พูดจากัน เช่นเดียวกันกับหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคก็บอกว่า น่าที่จะมี บุคคลสำคัญมาพูดจากัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะรบกวนเบื้องพระยุคลบาท หรือถ้าวิกฤติ หนักเข้าก็ไปสู่การยึดอำนาจ แต่การที่มีคณะบุคคลเข้ามาร่วมปรึกษาหารือกันเฉย ๆ โดย ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย มั่นให้ความหมายกับสังคมมาก มันเปึ้นแบบไทย ๆ ที่มีผู้คน ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้มาพูดจากัน แล้วผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาพูดจากัน เมื่อมาพูดกันแล้ว ไม่มีผลในทางกฎหมายบังคับใคร แต่ประชาชนจะรู้ว่าใครมา ใครไม่มา เข้ามากันแล้ว เขามีสุ้มเสียงว่าอย่างไร เปึนเรื่องที่เรากําลังคิดถึงอนาคตว่า ถ้าเมืองไทยมีวิกฤติ เราจะ แก้กันอย่างไรโดยที่ไม่รบกวนเบื้องพระยุคลบาทตลอดไป ผมคิดว่า เรื่องนี้ก็ปรากฏอยู่ใน ๖๘ วรรคสอง ซึ่งหลังจากที่กรรมาธิการยกร่างได้มีโอกาสชี้แจง ปรากฏว่า ผลออกมา ส่วนมากเห็นด้วยกับ ๖๘ วรรคสอง นี่ผมอยากจะกราบเรียน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ สัมพันธ์กัน ที่ท่านประธานจะต้องพิจารณานะครับ เรามีเวลาที่จะต้องทำความชี้แจง หรือ ให้ความจริงกับประชาชนให้ได้ข้อมูลให้ครบถ้วน ท่านจะทำอย่างไร พวกผมทำนี่ได้หลัก เปึ้นแสน ไม่มีทางเปึ้นล้านคน ด้วยข้อจำกัด ไม่มีทางครับ ๗๖ จังหวัด ขนาดแตกทีม ๗๖ ทีม แล้วในแต่ละจังหวัดก็แตกทีมอีก ก็เปึนแสน เปึ้นเรือนแสน เราไม่สามารถจะให้ คนได้เข้าใจทั้งหมดเปึ้นเรือนล้านได้ การรับฟังความเห็น ท่านประธานครับ ผมมุ่งหวังว่ามีประโยชน์อยู่ ๓ อย่าง อย่างที่ ๑ ไปรับฟังมาเพื่อที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญให้ตรงความต้องการของประชาชน อย่างที่ ๒ เปึ้นโรงเรียน เปึ้นเวทีที่ประชาชนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันในทางการเมือง สังคม และปัญหา ของประเทศชาติ ผมคิดว่า เขาได้อย่างมหาศาลเลยจากอันที่ ๒ ในการเป่ดเวที และ อย่างที่ ๓ เปึนการให้ประชาชนได้มีความรู้ เมื่อจะลงประชามติ ก็ขอให้เขามีความรู้ แต่ท่านประธานครับ เราทําอย่างไรก็ตามได้เปึนเรือนแสน ไม่มีทางถึงล้าน ถ้าเทียบกับ ป้ ๒๕๔๐ ผมเปึนคนมาช่วยงานป้ ๒๕๔๐ ผมไม่ได้เปึน สสร. ผมเดินสายรับฟัง ๗๖ จังหวัดเหมือนกัน ผมตอบได้เลยว่า เมื่อป้ ๒๕๔๐ นั้น ทำน้อยกว่านี้เยอะ ผมไม่ได้คุย ว่าป้นี้เราใช้ประสบการณ์จากป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๐ ทำเพียงแค่บางจุดในบางภาค แต่เที่ยวนี้เราวางแผนกัน ๗๖ จังหวัด แล้ววางแผนกันที่จะให้แต่ละจังหวัดลงไปทำเปึน หลายสิบเวที แต่เราก็ไม่สามารถจะทำได้ทั่ว เพราะฉะนั้นในช่วงสุดท้าย ช่วงที่ ๓ ผม กราบเรียนท่านประธานครับ มีทางเดียวเท่านั้นที่เราจะต้องทำได้ คือ ต้องใช้สื่อ แต่การใช้ สื่อที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ผมกราบเรียนว่า เราสัมฤทธิผลแต่ชนชั้นกลาง และชนชั้น ปัญญาชน ซึ่งปัญญาชนผมก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่า เราได้ผลเท่าไรในการทำความเข้าใจ แต่ชนชั้นกลาง และชนชั้นล่างระดับบนนี่ เราพอจะถึง แต่ท่านประธานครับ ไม่ว่าเปึน รายการรัฐธรรมนูญของประชาชนในรูปแบบมองต่างมุมที่ผมเดินสายทุกวันอาทิตย์ หรือวันพุธ พฤหัส ที่ช่อง ๑๑ หรือรายการอื่น ๆ ที่เขามีใจที่จะทำ แต่ท่านประธานครับ ประชาชนนี่ได้เห็นครับ แต่เขาไม่ดู ประชาชนฐานรากของสังคมได้เห็น แต่เขาไม่ดู เราต้อง วินิจฉัยนะครับว่า ทําไมเขาเห็นแล้วเขาไม่ดู ผมเปึนคนทําสื่อมาเกือบยี่สิบป้ ผมทราบครับ เพราะว่าเขาเห็น แต่เขาเห็นหน้าตาพวกเราไปนั่งพูดให้เขาฟัง เขาเห็นหน้าตาชนชั้นกลาง ที่มาร่วมอยู่ในทุกวันอาทิตย์ ก็ดีขึ้นนิดหนึ่ง ทำให้เขาเห็นความหลากหลายขึ้น ดูมากขึ้น แต่ถ้าเขาเห็นแต่พวกเรา เขาเห็น แต่เขาไม่ดู แต่ก็ยังไม่ถึงรากฐานของสังคม เพราะคน รากฐานของสังคมนั้น เขาก็อยากเห็นปัญหาของรากฐานของสังคม และตัวเขาเองได้ แสดงความเห็นในทีวี (TV-Television) เพราะฉะนั้นรูปแบบต้องพลิกหมดเลยครับ ท่านประธาน จะเริ่มจากรัฐธรรมนูญไปหาชาวบ้านเปึนไปไม่ได้ แต่ต้องเริ่มจากปัญหาของ ชาวบ้าน ปัญหาของชุมชนฐานราก ให้เขามีโอกาสหยิบปัญหาของเขาขึ้นมา แล้วย้อนกลับ มาถามว่า รัฐธรรมนูญนี่มันช่วยอะไรเขาได้ไหม แล้วตัวชาวบ้านฐานราก็ได้ออกโทรทัศน์ หมู่บ้านของเขา สังคมของเขาได้มีโอกาสแสดงความเห็นให้เพื่อนในหมู่บ้านอื่น ๆ ใน ภาคอื่น ๆ ได้เห็นภาพหมู่บ้านของเขา ท่านประธานครับ ผมเคยทำเวทีชาวบ้าน ล้านบ้าน ล้านเมือง ผมรู้ว่า เมื่อเขาได้ออกโทรทัศน์ ได้แสดงความเห็น และบันทึกเทป เขาจะบอก ต่อกันไปทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด และข้ามจังหวัด คอยดูนะว่า เขานี่กำลังจะออกโทรทัศน์ คอยฟังความเห็นของเขานะ ได้รับการถ่ายทอด สสร. มานั่งรับฟัง ก็จะทําให้คนฐานราก นั้นไม่ใช่เห็นเฉย ๆ แต่หยุดดู ท่านประธานครับ ผมพูดกับสถานีโทรทัศน์ปากจะแตก พูดอยู่นั่นน่ะ ไม่มีใครทำ ท่านประธานจะทำอย่างไร ช่อง ๙ มารับปากนั่งอยู่ที่ตรงนี้ว่า จะกลับไปทําแน่นอน บัดนี้ก็ยังไม่ทํา แล้วจะทําอย่างไร ท่านประธานเปึนประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ ท่านประธานพอจะมีบารมี มีอํานาจของสภาพอสมควร จะพูดจากันได้บ้างไหม หรือจะเปึนช่องอื่น ถ้าช่อง ๙ อยากจะเอาไปเพื่อหาเงินกันอย่างเดียว ช่อง ๙ ได้ช่วยเราบางส่วน ไม่ใช่ไม่ช่วย ช่วยบันทึกเทป (Tape) ซีดี ที่ผมพูด ช่วยออก รายการวันศุกร์ตอนกลางวันบ่ายโมง แล้วก็เอาพวกเราไปพูด อย่างที่ผมบอก ชาวบ้านเห็น แต่ไม่ดู คำถามคือ เราต้องการในช่วงที่ ๓ ซึ่งบัดนี้ท่านประธาน และสภาแห่งนี้ได้ตั้ง กรรมาธิการขึ้นมาเฉพาะเรื่องนี้โดยเฉพาะ แล้วก็มีท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ เปึ้นประธาน ผมก็คิดว่าจะต้องนําเรื่องนี้เข้าไป เพื่อที่จะปรึกษาหารือว่า จะทำกันอย่างไร ในเรื่องนี้ด้วย เรื่องนี้ก็พันกับเรื่องสื่อที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าผมจะเสียใจมาก ถ้าประชาชนไปลงประชามติโดยไม่มีความรู้ ไม่ว่าจะรับ หรือไม่รับก็ตาม ท่านประธานครับ ในช่วงที่ ๓ จึงเปึ้นช่วงสำคัญที่อยากจะกราบเรียน และสุดท้าย อยากจะกราบเรียน ท่านประธานนิดเดียว เปึนเรื่องของการบริหารจัดการภายในของเรา ท่านประธานครับ ผมมีประสบการณ์ในสมัยที่เปึนสมาชิกวุฒิสภา ผมเคยมีข้อคิด ความเห็นหลายอย่าง ต่อเพื่อนสมาชิก แล้วก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาในที่ประชุมใหญ่ เพราะ สส. และ สว. ก็มี จำนวนมาก ถ้าใครขึ้นพูดก็กระทบเวลาคนอื่น หลายต่อหลายครั้ง ผมจึงมีข้อคิด ความเห็นของผมเองเขียนเปึนลายลักษณ์อักษร ลงชื่อ นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ทุกประการ เหมือนกับส่งจดหมายให้เพื่อนสมาชิก แต่ไปฝากที่เคาน์เตอร์ (Counter) เวลาเซ็นชื่อว่า ขอให้ฝากให้เพื่อนสมาชิกได้ไหม เปึนความเห็นของผม ซึ่งผมมีสิทธิที่จะแสดงความเห็น ต่อเพื่อนสมาชิก แล้วผมก็ทํามา ๒ ป้แรก ตอนเปึนสมาชิกวุฒิสภา ไม่มีปัญหาเลย แต่พอมาถึงรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อผมสื่อความหมายกับเพื่อนสมาชิก ที่ไม่อยากจะรบกวนเวลา แล้วก็ใส่ชื่อจริงทุกอย่าง เพื่อที่จะอภิปราย หรือบอกปัญหา บ้านเมือง แต่ผมถูกบล็อก (Block) โดยที่เจ้าหน้าที่ได้รับคําสั่งว่า ต้องให้ท่านประธาน เท่านั้นที่อนุญาตจึงจะแจกได้ ท่านประธานครับ ผมถูกเซ็นเซอร์ (Censor) ทันที ผมก็นึกว่า มาในสภาร่างรัฐธรรมนูญจะเลิกบรรยากาศเช่นนั้น ผมก็ทำเหมือนเดิม ครั้งแรกเจ้าหน้าที่บอก ต้องส่งให้เลขาอนุมัติ พอเลขาอ่านข้อคิด ความเห็นผม ไม่กล้าอนุมัติ ต้องไปให้คุณเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานอนุมัติ ท่านประธานครับ วันนี้ก็เกิดเหตุอีก ผมก็มีข้อคิด ความเห็นของผม แล้วก็ใส่ชื่อ เจิมศักดิ์ แล้วก็ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยแจก เจ้าหน้าที่ก็บอก แจกไม่ได้ เจ้าหน้าที่บอกขอไปอ่านก่อน ท่านประธาน หลังจากเจ้าหน้าที่อ่านแล้ว บอกว่า อันนี้อาจจะมีปัญหา แจกไม่ได้ ถามว่า รัฐธรรมนูญที่เราร่างคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการ แสดงความเห็น ถ้าผมเปึน สสร. ผมแสดงความเห็นกับเพื่อน โดยที่ผมใส่ชื่อเองไม่ได้ อย่าไปโทษเจ้าหน้าที่เลยครับ มันเปึนประเพณีตั้งแต่สมัยคุณทักษิณครองอำนาจ และผม ถูกเซ็นเซอร์มาโดยตลอด บัดนี้ผมคิดว่า ท่านประธานกรุณาแก้ไขประเด็นความเข้าใจ ตรงนี้ ที่ผมต้องพูดตรงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่เขาบอกผมว่า ผมต้องไปขออนุญาตในที่ประชุม ผมขออนุญาตท่านประธานครับในที่ประชุมว่า จะขอให้เจ้าหน้าที่แจกข้อคิดความเห็นของ ผม ซึ่งใส่ชื่อเปึนลายลักษณ์อักษร ถ้าหากว่ามีไม่ชอบใจ หรือหมิ่นประมาทผู้ใด หรือขัดข้องด้านความมั่นคงของรัฐ จับตัวผมไปเข้าคุก เข้าตะร่างได้เลย ผมรับผิดชอบ ในตัวของผมเอง ซึ่งไม่น่าจะมีการป่ดกั้นสิทธิเสรีภาพ เรากําลังร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ ผม คิดว่าผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ในเรื่องสุดท้ายตรงนี้ ก็เพื่อประโยชน์ที่พวกเรา จะได้สื่อถึงกันในภาษาทางเอกสาร ไม่จำเปึนว่าจะต้องพูดกันเท่านั้นในที่นี้นะครับ บทความผมชื่อ แปดเดือนแห่งความล้มเหลวของการปฏิรูปการปกครอง ซึ่งพอเห็นชื่อ คนก็ตกใจ แต่กรุณาอ่านเสียก่อนนะครับว่า ผมกําลังชี้อะไร แล้วผมรับผิดชอบในสิ่งที่ผมเขียน ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ อันสุดท้ายนี่คงแจกได้นะครับ ก็ดีแล้วท่านอาจารย์ ไปโทษ เจ้าหน้าที่เขา อาจจะเกิดการเข้าใจผิด ความจริงเอกสารของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นี่ ก่อนหน้านี้ก็แจกได้ บางทีผมยังไม่ทันอนุญาต ก็เห็นอาจารย์เอามาแจก ผมเองผมว่าเขา อาจจะเข้าใจไม่ตรงเท่านั้นอาจารย์ ปกติยิ่งเปึ้นเอกสารของสมาชิกสภาร่างลงชื่อจริง ก็ต้องแจกได้ทั้งนั้นนะครับ ไม่มีปัญหาอาจารย์ ส่วนในเรื่องคณะกรรมาธิการ ๒ ชุด
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นให้สมาชิก แจกเลยใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
ขอบพระคุณครับ
ส่วนเรื่อง กรรมาธิการ ๒ ชุด คงต้องประชุม แล้วก็คงต้องช่วยกันทำว่า จะทำอย่างไร ทีนี้ถามว่า หมดแล้วใช่ไหมนี่ ท่านสมาชิกจะมีอะไรซักถามไหมครับ เชิญครับ ท่านการุณ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ฟังทางคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและ การประชามตินำเสนอว่า ได้มีแบบสอบถามอะไรบ้าง ถามอะไรไปบ้าง ผมก็พยายาม ที่จริงผมพยายามทักท้วงมานานนะครับว่า มีข้อคำถามหนึ่งล่ะที่ผมเองพยายามจะให้บรรจุ หรือให้ถาม แต่ก็ไม่รู้ทําอย่างไรจะเข้ามาเปึนข้อคําถามได้ แต่ก็ตกหล่นทุกครั้ง ก็คือถามว่า รัฐสภานี่ควรจะมีสภาเดียวหรือไม่ อันนี้ก็ส่วนหนึ่งก็ถามล่ะ แต่วิธีการได้มาของรัฐสภา ที่เปึนสภาเดียว โดยมาจากสาขาอาชีพนี่ ไม่เคยถามให้เลย และไม่มีเวทีไหนถามเลย ทั้ง ๆ ที่มีรายงานมาจากภาคอีสานนี่ มีครับ ถ้าไปเป่ดดูรายงานของภาคอีสานนะครับ มีบรรจุ มีเปึนลายลักษณ์อักษรไว้ชัดเจนว่า จากภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เสนอมาเปึนลายลักษณ์อักษรเลยนะครับ ในบันทึกรายงานว่า เขามีความเห็น เปึ้นเอกภาพเกือบประมาณเกือบยี่สิบกว่าเวที ยี่สิบกว่าเวทีของการจัดเปึนเอกภาพ เกือบทั้งสิ้นครับว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบสาขาอาชีพ แล้วยกเลิกกระบวนการ เลือกตั้งทุกแบบหมดเลย แต่ข้อคำถามนี้ก็ไม่เคยได้รับการตั้งคำถามเลย จนถึงวันนี้ แม้แต่ ผมเองก็เคยรายงานที่นี่ ในภาคอีสาน บอกว่า กรณีจัดเวทีที่โคราช มีชัยภูมิ มีโคราช มีบุรีรัมย์ และสุรินทร์ ๔ จังหวัดนะครับ มารวมกันประมาณ ๕๐๐ ถึง ๖๐๐ คน ผมรายงานที่นี่ว่า ผมเองลองตั้งข้อคำถามนี้กับที่ประชุม ในจำนวนห้าร้อยกว่าคน ถึงหกร้อยคนในวันนั้นนะครับ ถ่ายวีดิโอ (Video) มีผู้คนไปร่วม ท่านประธานกรรมาธิการ วิสามัญก็ไป ใครต่อใครก็ไปครับ ประจักษ์ชัดเลยครับว่า มีเพียง ๑๑ คนเท่านั้นที่เห็นด้วย กับการเลือกตั้งรูปแบบเดิม นอกนั้นเห็นด้วยกับถ้าแบบสาขาอาชีพ อย่างนี้ เห็นด้วยเลย ผมคิดว่า ถ้าความเห็นถึงขนาดอย่างนี้ แล้วก็เราไม่ได้ถามกัน คือ จนวันนี้ ผมไม่ปรากฏว่า มีเวทีที่อื่นได้ถามคำถามนี้เลย ขอลองเพียงถามคำถามของผมที่ว่านี้ครับ เทียบเคียงกับ วิธีการได้ตัวแทนแบบอื่น ผมจะไม่เสียใจเลยว่า ถามแล้ว ปรากฏว่า มีความเห็นอย่างไร ทั่วประเทศ แต่อันนี้ท่านไม่ถามเลยทั้งประเทศ และประชาชนเองก็คิดไม่ออกว่า แบบสาขาอาชีพคืออะไร และเขาจะได้รับประโยชน์จากสาขาอาชีพที่การเลือกตั้งแบบนี้ อย่างไร ก็ต้องคุยกับเขา ท่านครับ คุยกับเขาว่า ถ้าสภาทั้งสภานี้ที่เปึ้นเรียกว่า รัฐสภา มีสาขาอาชีพที่เปึนคนยากคนจนที่เรียกชื่อว่า ชาวนา ก็ตาม กรรมกร ก็ตาม เสียงข้างมาก อยู่เต็มสภา ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี่ เขาจะออกกฎหมายอะไรกันบ้างที่นี่ ต้องบอกอย่างนั้นครับ และเมื่อเสียงข้างมากของเขา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ได้แล้วนี่นะครับ เขาจะตั้งรัฐบาลได้อย่างไร และรัฐบาลนั้นจะเปึ้นรัฐบาลที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเรื่องอะไรบ้าง และจะตอบคำถาม ประชาชนได้ทุกอย่างไหมว่า ที่เขาต้องการทั้งหมด ทั้งวันที่เสนอมา ประเด็นปัญหา ชาวบ้าน ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ อยากให้ลูกเรียน ลูกเต้าอะไรต่าง ๆ อยู่สาธารณสุข ควร จะมีความสุข ความอะไรต่าง ๆ ร้อยแปดพันเรื่องนั้น ผมก็ถามต่อเขาอีกเหมือนกันว่า ร้อยแปดพันเรื่องนี่ ใครคือผู้แก้ มีบางเรื่องต้องแก้กฎหมาย มีบางเรื่องต้องใช้มติ คณะรัฐมนตรี มีบางเรื่องต้องใช้อำนาจของฝ์ายบริหาร มีบางเรื่องต้องใช้งบประมาณ ผมก็ถาม เรื่องทั้งหมดที่ว่านี้ ถ้าให้สภาอย่างที่ท่านเลือกตามร่างนี้ กับสภาสาขาอาชีพ อย่างที่ผมว่า ที่เปึนคนจนเต็มสภา กับรัฐบาลที่บริหารประเทศที่เปึ้นรัฐบาลของคนยาก คนจนอย่างนั้น กับรัฐบาลที่เคยเห็นมาหกสิบเจ็ดสิบป้นี้ สภาไหนจะผ่านให้ท่าน รัฐบาล ไหนจะผ่านให้ท่าน เขาก็ปรบมือพร้อมกันหมดว่า มีแต่สภาแบบนี้เท่านั้นที่จะผ่านให้ แล้วผมคนเดียวจะมีกำลังที่ไหนไปถามท่าน ถ้า สสร. ไม่เอาคำถามของผมไปถามบ้าง ใน ๗๖ จังหวัด ถ้ากรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ซึ่งดูแลประสานกันทุกเขต แล้วมีฤทธิ์มีเดชในหลายภาคส่วนที่สามารถไปทําการเคลื่อนไหวได้ ในกำลังของภาคส่วน ของตนเองที่ไปนั้น ไม่ใช้คำถามที่ผมว่านี้ไปถามกับประชาชนบ้าง ผมคนเดียวจะไปมีฤทธิ์ อย่างไร ผมก็ถามได้พื้นที่บุรีรัมย์ ผมก็ถามในพื้นที่ที่ผมพอจะไปได้ แต่ที่ผมพอไปได้ ถามทุกแห่ง ค่อนข้างเอกฉันท์หมดเลยท่านประธาน แล้วจะให้ผมไม่ติดใจเรื่องนี้ ได้อย่างไร ก็ในเมื่อไม่เคยถามของอย่างนี้ให้ผมเลย ผมถามบอกว่า เรื่องทั้งหมดที่กองอยู่ มีปัญหาทั้งหมดนี้ ถ้าท่านมีอำนาจนิติบัญญัติ และเปึ้นเสียงข้างมากนี่ ท่านแก้ตกหมดไหม ประชาชนตอบทันทีบอก เออแฮะ ถ้าอย่างนี้ตกหมด รัฐสภาที่เปึนเสียงข้างมากของคนจน อย่างนั้นไม่แก้ และแก้ไม่ได้ อย่าฝันเลยครับสภาอื่นจะแก้ได้ ก็เข้าใจท่าน แต่เพียง ทําความเข้าใจกับเขาหน่อย คือ คําถามนั้นเราไม่มีโอกาสได้ไปถามเขา เราใช้คําถามอะไร และผู้ตอบคือใคร ท่านครับ คำถามอย่างที่ผมถามนี้ ถ้าไปอยู่ในชนชั้นอีกชนชั้นหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งนะ คือ กลุ่มผู้มีอำนาจ รับประกันเลย ไม่ผ่านอีกเหมือนกัน แต่คำถามนั้น ผมขอประชากรอีกอย่างหนึ่งครับ ขอประชากรที่เปึนประชากรของประเทศจริง ๆ ประชากรที่เข้ามาร่วมประชุมสัมมนา แต่ถ้ากลุ่มใดที่เปึนประชากรที่เต็มเพียบไปด้วยผู้มี ฤทธิ์เดช ผู้ขุนนาง ผู้อำมาตยาธิปไตย พวกนายทุน ขุนศึกที่มั่งคั่งทั้งหลายจะไม่รับคำถามนี้ เขาจะไม่รับคำถามนี้ เพราะคำถามนี้ คือ คำถามที่เขาเสียประโยชน์ ตอบโพละ ถ้าเห็นด้วย คือ เขาเสียประโยชน์ทั้งสิ้นเลย ผมบอกถึงขั้นว่า ถ้าเลือกตั้งรูปแบบของผม ที่ว่า ที่นำเสนอสาขาอาชีพ ผู้แทนเก่า สว. เก่า นักการเมืองเก่า อย่างกรณีอย่างผมก็ตามนี่ จะเหลือเข้ามาในสภาไม่ถึง ๑๐ คนท่าน ไม่ถึง ๑๐ คน เพราะคนประมาณ ๗๐๐ คน หรือพันคนที่เปึนนักการเมืองเก่าไม่มีที่ลง เขาจะต้องไปลงแข่งกันในภาคธุรกิจ ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเขาอาจมีตัวแทนประมาณเพียงสิบคนในสภานี้เท่านั้น เปลี่ยนสภาใหม่เลยท่าน ท่านกล้าเปลี่ยนไหม ก็แสดงว่า ท่านไม่กล้าถามใช่ไหม ถ้าท่านไม่กล้าเปลี่ยน ลองถามหน่อยดูเถอะ ผมจะไปตอบ จะไปดูเหมือนกัน ท่านบอก จะถามคำถามนี้ที่ไหน เชิญหน่อย บอกผมหน่อย ผมจะไป เพราะผมถามทุกแห่ง มันได้อย่างที่ผมเรียนเสนอท่าน นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจว่า แม้แต่ผมเองที่เปึน สสร. มาเสนอ คำถามนี้ ๑ คำถาม ก็ไม่ได้รับการบรรจุไปถามไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านเศวตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเศวต ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้แทนเกษตรกรจากจังหวัดนครพนมครับ ผมอยาก กราบเรียนถามท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการ และประธานคณะกรรมาธิการ ประสานการมีส่วนร่วมที่อยู่ข้างบน ณ ขณะนี้นะครับ ผมไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องที่ ท่านประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมได้พูดถึงมีการลักษณะการเตี๊ยม หรือว่า มาทำให้ผลการประชามติเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงไป นะครับ และท่านรองคณะได้กล่าว ณ ที่สภาแห่งนี้ว่า มีรายงานนะครับ ผมอยากทราบ จริง ๆ นะครับว่า รายงานจากใคร แบบไหน อย่างไร ซึ่งผมเปึนชาวอีสาน และผมทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไปสอบถาม เป่ดเวทีพิเศษ ใช้เงินส่วนตัว ไปนะครับ เพราะผมไม่เชื่อว่า เพราะไปได้ข่าวว่ามีการบิดเบือนกัน ผมไปแทบทุกจังหวัด ในภาคอีสานนะครับ ไปพบปะกลุ่มบุคคลเหล่านั้น ในขณะนี้ผมอยากให้ระบุมานะครับ ที่ไหน อย่างไร เพราะเราได้ให้สันติบาล กอรมน. สอบปากคําผู้ที่เตี๊ยมกันนะครับ แต่เขา กล่าวหาตรงกันข้าม เดี๋ยวนี้ จะได้ชี้แจงแถลงไข และดำเนินคดีกันว่า ใครเปึนคนเตี๊ยม อย่างไร อะไร แบบไหน รับเงินเท่าไร ตอนนี้สันติบาลที่อุดรธานีมีหลักฐาน ที่สกลนคร มีหลักฐานนะครับตอนนี้ และสอบปากคําไปหลายคนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ต้องกระจ่างนะครับ ผมอยากให้กระจ่างว่าเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านประธาน ไปยังท่านกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมว่า ใครไปทำรายงานมาจากไหน อย่างไร อะไร แบบไหน ผมก็มีหลักฐานและพยานเลย พอออกมาปุ็บ ผมจะดำเนินคดีเลย ถ้าใครผิด ก็เอาเลยครับ ถึงไหน จะเอารากจนถึงต้นต่อเลยว่า ใครเปึนใคร ว่ามีการเตี๊ยม มีการจัดตั้ง เวทีไหน ชาวพุทธ์ให้วัด เจ้าอาวาสบางคนจ่ายเงินห้าพันจ้างใครไปนี่ ผมไปจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็น นครพนม สกลนคร อุดรธานี เมื่อวานนี้ครับ วันที่ ๒๙ ไปอีกครับ ที่หนองคาย เรื่องศาสนาพุทธอย่างเดียว จะได้ชัด ผมยังไม่ได้อ้างเลยครับว่า อะไรเปึนอะไร เพราะชาวบ้านเขาเห็นกันอยู่นะครับ เหตุเกิดเนื่องจากอะไร และเปึนน่าเสียใจครับว่า จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ ผมนั่งเครื่องบินมาเมื่อวานนี้ ผมดูไทยโพสต์ (ThaiPost) ครับ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ให้สัมภาษณ์ หรือเขาเขียนเอาเองครับ ผมก็ไม่รู้ ไทยโพสต์บอกว่า ผู้ที่แปรญัตติ สสร. ที่แปรญัตติ บรรจุ ศาสนาพุทธ์ไว้ในรัฐธรรมนูญ เปึน สสร. อโคจรนะครับ ผมก็ไปเป่ดพจนานุกรมดู ผิดหรือถูก ก็ไม่รู้ อะ แปลว่า ไม่ โค แปลว่า วัว จร แปลว่า เดิน ที่ไม่มีวัวเดินนะครับ เพราะฉะนั้น มันเปึนอย่างไร ผมอยากให้ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ชี้แจงเรื่องนี้จริง ๆ เลยครับว่า ไทยโพสต์ เขาไปลงบิดเบือน หรือว่าท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เปึนคนพูดเอง ผมอยากรู้จริง ๆ นะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ คงจะจำเปึนต้องเห็นเอกสาร ฉบับนี้ แล้วท่านจะรู้ว่า ใครโอนเงินให้ใครนะครับ คุณปริญญาเพิ่งเอามาให้ผมขณะนี้ นะครับ ผมบอกได้ว่า ที่หนังสือพิมพ์เขาลงกันว่า โอนเงินกัน ๕,๐๐๐ บาท เอกสารนี่เปึน เช็ค (Cheque) ของขวัญ ธนาคารนครหลวงไทย โอนเงินจากวัด วัดหนึ่ง ไปยังอีกวัดหนึ่ง นะครับ เท่าที่รวบรวมขณะนี้ ให้ดูเปึ้นตัวอย่าง เลขที่บัญชี ๒๑๔๐๕๗๔ ๕,๐๐๐ บาท อีกอันหนึ่งไปยังพระมหา อย่าให้เอ่ยชื่อนะครับ เบอร์บัญชี ๒๑๔๒๗๙๙ ๕,๐๐๐ บาท ตรงกัน อีกอันไหมครับ โอนไป ๒๑๔๐๕๕๕ เจ้าของบัญชีทราบดีนะครับว่าใคร ๕,๐๐๐บาท ตรงกัน คุณเศวตมาดูกับผมดีกว่า คุณเศวตอย่าพูดเล่น ๆ นะครับ คุณน่าจะ รู้จักผม และคุณเองระวังตัวให้ดีนะครับ ผมคิดว่า ท่านประธานครับ เรื่องพวกนี้ผมไม่ได้ ทำ เพราะว่าเปึนตัวบุคคล คือ ผมนะครับ กรรมาธิการนี่ได้รับการประสานจากกรรมาธิการ ประจำจังหวัด ด้วยความเปึนห่วงใย แจ้งมาตลอดว่า มันมีเหตุการณ์ที่มันไม่ปกติ ตกลง เราก็ทำได้เพียงแค่บอกกรรมาธิการยกร่างว่า ประเด็นใดที่มันมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ส่วนการ ตีความ ต้องให้เขาตีความเอง ผมเองพยายามไม่พูดถึงด้วยซ้ำเมื่อสักครู่นี้ บอกว่า มันเปึน เรื่องไม่ปกติ แล้วก็ เพราะฉะนั้นการตีความก็ต้องตีความด้วยความระมัดระวัง เวลาเราฟัง ประชาชน ไม่ใช่ว่ากรรมาธิการยกร่างจะซื่อบื้อ ใคร อะไรมาอย่างไรก็ฟัง แล้วพวกเรา ก็จะซื่อบื้อ ท่านประธานครับ ยิ่งกว่านั้น เมื่อวานนี้ผมได้รับข้อมูลจากตัวบุคคลที่พูด และมีเทปบันทึก เรียบร้อย ว่ามี สส. ถูกพระ บางองค์ หรือบางรูป ผมไม่รู้จะเรียกอย่างไร หรือบางคน ข่มขู่ว่า ถ้าหากว่า ไม่บรรจุอย่างนั้นอย่างนี้แล้วนี่จะไม่ได้เปึน สส. แล้วก็มี สสร. ของเราบางคน เป่ดเผยให้ผมฟัง มีเทปอยู่ด้วย ว่า พระบางคน หรือบางรูป หรือบางองค์ ก็ไม่รู้ ไปบอกว่า อยากจะเปึน สส. ไหม หลังจาก สสร. ถ้าอยากเปึน สส. ก็ให้ใส่ในรัฐธรรมนูญอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วจะสนับสนุนให้เปึน สส. คุณเศวตมาคุยกับผมดีกว่าน่า แล้วผมจะพาไปคุย กับ สส. และก็ สสร. ท่านนั้นว่า ข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมไม่ได้ ต้องการที่จะให้เกิดเปึ้นประเด็นในที่นี้ ผมได้แต่รายงาน แล้วก็พูดคร่าว ๆ ว่า บางประเด็น นี่มันมีปัญหาอย่างไร แล้วเราจะต้องใช้ข้อมูลด้วยความระมัดระวัง ผมไม่เคยพูดในที่ประชุม แห่งนี้เลย ถ้าไม่จําเปึน วันนี้เราจําเปึน เพราะว่าเราให้เอกสารแก่ท่าน ท่านต้องตีความเอง เพราะฉะนั้นพอเอกสารให้กับท่านนี่ แล้วไม่บอกว่ามันมีปัญหาอะไรนี่ เราเสียหาย ไหมครับ ถ้าคุณเปึนผม หรือเราทำงาน เราพบว่ากรรมาธิการประจำจังหวัดเข้ารายงาน เข้ามา ไม่ใช่แห่งเดียว มันมีหลายที่ มันมีเอกสารอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟัง ผมไม่พูดเลย เช็คอะไรก็ไม่พูด คุณจะดูไหม ภาพถ่ายเช็คก็อยู่ตรงนี้ ลายเซ็นก็มี มาจากวัดไหน ไปไหน จะให้กล้องซูม (Zoom) เข้ามาไหมล่ะ เดี๋ยวผมจะให้กล้องซูมออกมา ออกทั่ว ราชอาณาจักรเลย ตกลงมันไม่ดี คุณเศวต เราโตเปึ้นผู้ใหญ่ เราพูดแค่นั้นน่ะ แล้วเราก็ ฟังกันรู้เรื่อง แต่ถ้าจะเป่ดกันนะ ผมก็บอกคุณว่า คุณก็ระมัดระวังก็แล้วกันนะครับ ผมไม่อยากจะให้ใครเขากล่าวหาว่า คนบางคนนี่อยากจะเปึน สส. หรืออยากจะเปึน สว. เลยต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็คนบางคนก็คิดว่า การทำครั้งนี้มีแต่ได้กับได้ คุณไปพูด อะไรไว้ที่ไหนนี่ มีคนเขาตามเก็บมาให้ผมทั้งนั้นน่ะ ที่บอกว่า มีแต่ได้กับได้นี่นะครับ คุณจะไปขี่ช้างอีกก็เชิญเถอะครับ ไม่มีใครเขาว่าอะไร แต่ว่า กรุณาใช้เวลาของสภานี้ ให้เปึนประโยชน์ ผมนี่พยายามไม่พูดถึง เมื่อกี้ไม่พูดด้วยว่าประเด็นไหน ได้แต่บอกว่า บางประเด็นคุณไปฟังให้ดี บางประเด็นมีการขนคน และมีกระบวนการ และถึงกับด่าว่า ว่า ถ้าใครแสดงความเห็นต่างนี่ให้สาปแช่ง อย่าให้ผมพูดเลยว่า เขาสาปแช่งว่าอย่างไร นะครับ คุณชอบไหมคำว่า เส้นียด จัญไร นี่ คุณชอบไหม ผมไม่อยากใช้คำพวกนี้ในสภา แต่ว่าเขาใช้ในเวที มีการแจกในเวทีว่า ถ้าใครแสดงความเห็นต่าง หรือแม้แต่ สสร. พวกท่าน ถ้าไม่เห็นด้วย ถือว่าเปึ้นเส้นียด จัญไรของแผ่นดินนี่ ท่านชอบไหมครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ มีท่านพิเชียร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญนะครับ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คือ ประเด็นที่เรากําลังพูดคุยกัน อยู่นี้ ผมคิดว่า เปึนประเด็นหนึ่งซึ่งสำคัญ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนทั่วประเทศจับตามองอยู่ มากนะครับ แล้วก็ผมเองนั้นก็มีความคิดเห็นว่า ประเด็นนี้อยากจะให้เราได้พูดคุยกัน ในสิ่งที่ดีงาม แล้วก็เปึนสิ่งที่จะช่วยกันจรรโลง แล้วก็สร้างสรรค์สังคมไทยเรา ประเทศไทย เรานี่ให้ดียิ่งขึ้นนะครับ ผมได้ยินท่านประธานกรรมาธิการการมีส่วนร่วม ท่านได้แถลง ตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ ท่านก็พยายามทำหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุดนะครับ แต่ว่าประเด็นเรื่องพระพุทธศาสนานี้ กระผมก็อยากจะเรียนด้วยใจจริงนะครับว่า ยังมี พี่น้องประชาชน แล้วก็ชาวพุทธจำนวนมากทั่วประเทศที่เขาก็อยากจะให้มีการจะบรรจุไว้ หรือว่าจะได้มีโอกาสแปรญัตตินะครับ เพื่อที่จะได้เข้ามาพูดคุยกันในที่ประชุมใหญ่ของ สสร. ซึ่งเรื่องนี้กระผมคิดว่า เปึนเรื่องใหญ่ แล้วก็เปึนเรื่องสําคัญ ซึ่งทางกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญเองนี่ ท่านก็ได้ให้เกียรตินะครับ ท่านก็ได้พูดถึงประเด็นนี้อยู่ โดยท่านได้รอให้ พิจารณานะครับ ตรงนี้กระผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทางกรรมาธิการยกร่าง ที่ท่าน ยังไม่ตัดประเด็นนี้ออกไปนะครับ แล้วก็แม้กระทั่งวันนี้ ที่ทางกรรมาธิการการมีส่วนร่วม ได้เสนอรายงาน โดยมิได้ระบุในหน้า ๙ ว่า กี่เปอร์เซ็นต์ อะไร อย่างไรนี่ อันนี้ผมก็คิดว่า ก็เปึนสิทธิของท่านนะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้ว ผมเองโดยส่วนตัว ผมอยากจะให้ประเด็นนี้ เปึ้นประเด็นที่ดีงาม แล้วก็ไม่ต้องก่อให้เกิดความแตกแยก หรือว่าความขัดแย้งใด ๆ ในสังคมไทยเรานะครับ เพราะว่าพวกเราก็เปึนชาวพุทธทั่วประเทศกันอยู่นะครับ แล้วก็ พระพุทธศาสนา ซึ่งอีกวัน สองวันข้างหน้านี้ก็เปึนวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ยิ่งวันหนึ่ง คือ วันวิสาขบูชานะครับ วันวิสาขบูชา ก็คือ วันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพานขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเทศไทยเราก็ได้รับเกียรติจากบรรดา ประเทศทั้งหลายทั่วโลกมาถึง ๓ ป้ติดต่อกันแล้วนะครับ ป้นี้เปึนป้ที่ ๓ ที่องค์กร พุทธศาสนาทั่วโลกได้มาประชุมพร้อมกันในประเทศไทยเรานะครับ เท่าที่กระผมทราบ มีประมาณ ๖๑ ประเทศนะครับ เราได้รับเกียรติอย่างสูงนี้มา ๓ ป้เต็มแล้วนะครับ ป้นี้เปึนป้ที่ ๓ ซึ่งกระผมคิดว่า ก็เปึนสิ่งที่ดีงาม แล้วก็เราชาวพุทธเองก็ยินดีนะครับ ยินดี ที่ว่า เรามีบวรพุทธศาสนา แล้วก็เราได้รับเกียรติอันนี้จากประเทศที่นับถือพุทธทั่วโลก แต่ว่าอย่างไรก็ตาม กระผมคิดว่า ผมไม่อยากจะให้ประเด็นนี้เปึ้นประเด็นที่ทำให้พี่น้อง คนไทยเราเกิดปัญหาความขัดแย้งนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วนอกเหนือจากศาสนาพุทธ์ แล้ว ในประเทศไทยเราก็ยังมีศาสนาอื่น ๆ อยู่อีกหลายศาสนานะครับ ซึ่งทุก ๆ ศาสนา ก็สอนให้คนเราทำสิ่งที่ดีงามทั้งสิ้นนะครับ เราเองเราก็เคารพ เราเคารพในผู้ที่นับถือ ศาสนาอื่น เราเคารพศาสนาอื่น ๆ เช่นเดียวกัน กระผมเองอยากจะให้มีการประนีประนอมกัน แล้วก็มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ด้วยเหตุ ด้วยผล แล้วก็ได้ใช้หลักคุณธรรม หลักจริยธรรม หลักธรรมะ หลักธรรมะนี่ก็เปึนธรรมะของทุก ๆ ศาสนา ได้มาพูดคุยกัน แล้วก็ได้ดูว่า เราจะช่วยกันอภิปราย หรือว่าช่วยกันเขียนอย่างไรให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นมา นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ทางท่านประธานกรรมาธิการการมีส่วนร่วม ท่านก็อาจจะมีมุมมองหนึ่ง ซึ่งผมก็เคารพ แล้วก็ไม่มีปัญหาใด ๆ แต่ว่าในขณะเดียวกัน ก็อยากจะขออนุญาตเรียนท่านว่า ก็อยากจะขอให้ได้เป่ดโอกาสให้ทาง สสร. ที่อาจจะ มีความคิดเห็นในเรื่องพุทธศาสนาบ้างนี่นะครับ ได้มีโอกาสที่จะแปรญัตติ ได้เข้ามาใน สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้นะครับ เพื่อที่ว่าเราจะได้นําประเด็นนี้มาพูดคุยกันด้วยดีนะครับ แล้วก็ผมเองก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่า แม้ว่าผมจะได้มาแปรญัตติในประเด็นนี้ ผมเอง ก็มีจิตใจที่เป่ดกว้าง คือ คําพูด หรือว่าสิ่งที่เราจะเขียนอะไรต่าง ๆ ก็ยินดีนะครับ ถ้าจะมีการ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือว่าทำอะไรให้ทุกคน ทุกฝ์ายยอมรับได้ อันนี้ผมว่า เปึนสิ่งที่ดีงามมากนะครับ แล้วก็กระผม นายพิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ กระผมก็ตั้งแต่เด็กเล็กมานะครับ ผมเรียน โรงเรียนวัดพลับพลาไชย ผมเติบใหญ่มาได้ก็ด้วยโรงเรียนวัด แล้วก็ผมมาเรียนที่โรงเรียน ส่วนกุหลาบวิทยาลัย ตอนที่ผมเรียนนี่นะครับ ทางโรงเรียนก็ได้อบรมสั่งสอนผมมาโดยตลอด มีการเชิญพระมาสอนธรรมเทศนานี่นะครับ อยู่เรื่อย ๆ แล้วก็ท่านเจ้าคุณที่วัดโพธิ์ หลวงเตี่ยนี่นะครับ ก็เปึนผู้หนึ่งซึ่งอบรมสั่งสอนกระผม ตั้งแต่กระผมตัวกระเปู้่ยก ๆ นี่นะครับ ผมก็รู้สึกว่า ผมซาบซึ้งในรสพระธรรม ก็คงจะมีเท่านี้แหละนะครับ แล้วก็ผมก็คิดว่า ผมขออนุญาตท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ แล้วก็ท่านอาจารย์กรรณิการ์ แล้วก็หลาย ๆ ท่าน นะครับว่า คือ กระผมนี่ไม่มีจิตเจตนาเปึนอย่างอื่นจริง ๆ แล้วก็กระผมทำครั้งนี้ ที่ผม ขออนุญาตเพื่อน ๆ หลายคนที่ให้ความกรุณากับกระผมนี่นะครับ ที่มาเซ็นร่วมในการ แปรญัตตินี่ ซึ่งก็ขออนุญาตเรียนท่านทั้งหลายนะครับว่า ตอนนี้ก็ได้อยู่ประมาณ อาจจะ ยังไม่ครบ ๑๐ คนดีนัก อาจจะขาดสักหนึ่งหรือสองคนนี่นะ กระผมก็เรียนด้วยใจจริง นะครับว่า ผมได้ทำหน้าที่ของเด็กชาวพุทธ์คนหนึ่ง แล้วก็เมื่อตอนที่ผมอยู่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี่ ผมก็ได้พบท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ท่านอาจารย์สัญญา ก็ฝากผม บอกว่า ดูพุทธศาสนาด้วย ก็ขอให้ช่วยดูแลนะครับ เท่าที่จะมีกำลังสติปัญญา ผมก็ ตัวน้อย ๆ นะครับ
เข้าใจแล้วครับ เข้าใจครับ
ก็อยากจะฝากเพื่อน ๆ สสร. ว่า ผมไม่มีเจตนาอย่างอื่นเลยนะครับ ไม่ประสงค์
ครับ ทุกคนเข้าใจอย่างนั้นแล้วครับ ก็พอแล้วนะครับ
ไม่ประสงค์สิ่งใดทั้งสิ้น แล้วก็อยากจะ เรียนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศด้วยว่า ผมไม่ได้ประสงค์เรื่องอื่น ๆ เรื่องใดทั้งสิ้นครับ
เข้าใจครับ เข้าใจครับ
หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมก็อึดอัด แล้วก็ ผมเองก็มีความกดดันมาก ผมก็อยากจะฝากเพื่อน ๆ ว่า ขอให้ผมได้แปรญัตติเถอะ
อ๋อ หลายฝาก นั่นเรื่องแปรญัตติอีกเรื่องหนึ่ง ว่าคนละเรื่องครับ คนละเนื้อหานะครับ
เมื่อผมได้แปรญัตติแล้วนี่นะครับ ก็ไม่เปึนไร คือท่านทั้งหลายนี่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือท่านจะไม่เห็นด้วย ท่านจะ ยกมือคัดค้าน หรือประการใด ผมยอมรับได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็เพียงแต่ ขออนุญาตเรียนนะครับ
ครับ คนละประเด็นแล้วครับ
แล้วก็ผมเคารพในการทํางานของ คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมนะครับ แล้วก็ผมก็อยากจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างนี่ได้ผ่านพ้น ไปด้วยดี
ก็พอแล้วครับ
ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านเปึน อย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปในนี้นะครับ ท่านสมเกียรติ รอดเจริญ นะครับ เรียนเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานนะครับ
ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงนะครับ ผมจะ เรียนชี้แจงนะครับ
ยังไม่ถูกพาดพิงเลยครับ ยังไม่ถูกพาดพิงเลย
ถูกแล้วครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์พาดพิงผมนะครับ
ผมไม่เคยได้ยินว่า ท่านเจิมศักดิ์พาดพิงคุณเลย
ไม่พาดพิงผมได้อย่างไร ผมระวังตัวให้ดี ๆ อย่างที่ ๑ นะครับ แล้วอย่างที่ ๒ นี่ เขาอัดเทปไว้ อ๋อ ผมนึกว่ามีแต่ทักษิณครับ คนหน้าเหลี่ยม ๆ เดี๋ยวนี้ ตอนนี้มาเฟ้ย (Mafia) ที่นี่มีด้วยหรือครับ แล้วเวลาผมพูดนี่ครับ ผมพูดกับสัตว์เลี้ยงบ้าน ผมนี่ ผมก็พูดอย่างหนึ่ง พูดกับจิ๊กโก๋ ผมก็พูดอย่างหนึ่ง พูดกับโจร ผมก็พูดอย่างหนึ่ง แล้วพูดกับคนดี ผมก็พูดอย่างหนึ่ง พูดกับพระ ผมก็พูดอย่างหนึ่ง สรุปว่าจะอัดเทปผม ตั้งแต่พูดกับสุนัขที่บ้านผม ถึงพระนี่ เอามาเปึนอารมณ์หรือครับ ไม่ใช่นะครับ เรื่องนี้ ความจริงต้องกระจ่างนะครับท่านประธาน ถ้าเอาอย่างนั้นน่ะ เอาไปเลยครับ ผมมีแต่ หัวใจที่บริสุทธิ์ และจงรักภักดี แฉ้กันมาก็ได้ ใครเปึนใคร อ้าว ผมไม่กลัวนะครับ ผมไม่มี เบื้องหน้าเบื้องหลัง หัวใจผมบริสุทธิ์ครับ สีขาว
คุณเศวตครับ ขอความกรุณาครับ
ครับผม ถ้าจะมาข่มขู่ ผมไม่กลัว ผมแสดงออกให้เห็น เลยว่า ผมไม่กลัว
คุณเศวตครับ
ท่านมาบล็อกผมเยอะแยะไปหมดนี่ ผมไม่พูด แต่พยายามให้ผมพูดนะครับ
คุณเศวตครับ ยุติก่อนครับ
เอามาหลักฐาน พยานมี ผมถ่ายวีดิโอไว้หมดทุกที่ ถ้าท่านจะเอาอย่างนั้นกับผมก็เอา อย่ามาข่มขู่ผม ผมไม่กลัว สู้กับทักษิณ ผมสู้มาแล้ว
คุณเศวตครับ นั่งลงครับ คุณเศวตครับ ขอเรียนเชิญท่านสมเกียรติ รอดเจริญ ก่อนนะครับ ก็ตามคิว (Queue) ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ก็ตื้นตันใจ ท่านประธานครับ จะปรึกษาหารือท่านประธานพอดีเลย ไม่ทราบว่า
เอาเถอะครับ ท่านปรึกษาผมก็ได้ เชิญครับ
ครับ ท่านมองไม่เห็นหรือครับ ผมยกมือตั้งแต่ เริ่มต้น อาจารย์เจิมศักดิ์พูดอยู่กลาง เพราะผมจะเสริมท่านอาจารย์เจิมศักดิ์
อ้าว ถ้าอย่างนั้นท่านสมเกียรติ เชิญเลยครับ
ครับ ก็กําลังจะสร้างบรรยากาศให้มันดีขึ้น ครับ ไม่อยากให้มันตึงเครียดครับ แค่นั้นแหละครับ หรือท่านเสรีท่านจะตึงเครียดต่อ
ครับ ท่านเชิญเลยครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ก็คงจะเปึนประเด็น ที่ผมอยากจะพูดจ้าถึงเรื่องสื่อนะครับ ฝากท่านประธานไว้ตั้งแต่คราวที่แล้วครับ ว่า ประทานโทษครับ ท่านประธานครับ ลืมเลยครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ นะครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านประธานครับ ตื้นตันใจจริง ๆ ท่านเพื่อนสมาชิก ฝากให้พูด
ท่านอภิปรายในประเด็นท่านเลยครับ ท่านสมเกียรติครับ
ครับผม จริง ๆ อยากจะพูดเรื่องสื่อครับ พูดไม่ออก มันติดคอ ท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่การอภิปรายครั้งที่แล้ว แล้วว่า การร่างรัฐธรรมนูญเที่ยวนี้มันเปึนวาระแห่งชาติหรือเปล่า แล้วทําไมสื่อต่าง ๆ ไม่ให้ความสำคัญเลย เว้นนะครับ เว้น แล้วจะกราบขอบพระคุณตรงนี้ สำหรับช่อง ๑๑ ที่ให้ความดูแล ร่วมมือกับสภานี้มาด้วยดี แล้วก็กิจกรรมของการร่างรัฐธรรมนูญมาด้วยดี ตลอด อาจจะมีขาดตกบกพร่องบ้างเล็กน้อย อันนี้เราก็ต้องยอมอโหสิกันนะครับ สื่อต่าง ๆ นี่ ขณะนี้ได้รับทราบไหมว่า ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ไอทีทีวี (ทีไอทีวี (TITV)) อะไรทั้งหลายแหล่นี่นะครับ ไม่ทราบว่ายังเปึนสื่อของรัฐอยู่หรือเปล่านะครับ ผมสงสัย เพราะว่ากิจการต่าง ๆ ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือกรรมาธิการในชุด ต่าง ๆ ได้ไปดำเนินการ ค่อนข้างจะออกมา เปึนข่าวน้อยมาก เมื่อเปึนข่าวน้อยมาก ด้วยร่วมมือหรือความได้รับทราบข้อมูลต่าง ๆ จากประชาชนทั่วไปก็น้อยลง กิจกรรม ต่าง ๆ ที่เราลงไปรับฟังความคิดเห็นก็มีผู้สนใจน้อยลงตามไปด้วย เมื่อน้อยลงตามไปด้วย ข้อมูลที่จะได้รับอย่างกว้างขวางมันก็แคบลงนะครับ ข้อมูลต่าง ๆ ที่นำมาสรุปใน รัฐธรรมนูญมันก็แคบลงไปอีก ผมอยากทราบครับว่า ช่องต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมเอ่ยเมื่อกี้นี้ เขายังเปึนสื่อของรัฐอยู่หรือเปล่า ถ้าเปึนสื่อของรัฐช่วงนี้นะครับ ยังไม่สายนะครับ ที่จะ กลับมาสู่กระบวนการในการสนับสนุน เรื่องนี้เปึนวาระแห่งชาตินะครับ ร่างรัฐธรรมนูญนี่ เปึ้นกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ ที่ไปใช้กับประชาชน ๖๕ ล้านคนนะครับ ไม่ใช่กับคนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่งนะครับ ถ้าเผื่อเข้ามาให้ทุกคนมีส่วนร่วม ขยับขยาย ท่านประธานครับ ผมว่า ความเข้าใจในรัฐธรรมนูญมันก็จะเป่ดกว้างมากขึ้น ความคิดเห็นที่สะท้อนกลับมายังสภา นี้มันก็มากขึ้น แล้วรัฐธรรมนูญที่ได้ มันก็จะได้กว้างขวางมากขึ้นในประเด็นต่าง ๆ มั่นคง จะไม่แคบเหมือนปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งผมอยากให้เห็นข้อมูลต่าง ๆ นี่หลั่งไหลกลับเข้ามา ให้มากเพิ่มขึ้นกว่านี้ ก็วิงวอนสื่อนะครับ ในการอภิปรายครั้งที่แล้ว ผมตั้งใจที่จะพูดถึง อสมท. ช่อง ๙ นะครับ ก็พอดีก็ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารบอก อย่าเพิ่งพูดเลย เดี๋ยวเรา กำลังจะไปจัดการดำเนินการดูแลให้ ผังตรงไหนที่มันพอจะขยับขยายรายการออกไป เพื่อจะเอาเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญเสียบใส่เข้าไป เพื่อให้เปึ้นการเผยแพร่ได้ จะทํา ผมมองมา ๒ เดือน ๓ เดือน ไม่มีขยับขยายครับ เพราะผังรายการที่ปรากฏอยู่ ยังเหมือนเดิม ผมสอบถามทำไมเวลาดี ๆ ตั้งแต่เวลาตั้งแต่ ๑๘.๐๐ น. เปึ้นต้นไป จนถึง เกือบยี่สิบ หรือยี่สิบเอ็ดนาฬิกา ซึ่งเปึนช่วงที่จะมีคนสนใจในการดูสื่อเหล่านี้ได้มากขึ้น จัดการรายการเหล่านี้ใส่ลงไปได้ไหมครับ หรือช่วงหลังข่าว ท่านบอกว่า ผังรายการ ค่อนข้างที่จะเต็มไปด้วยตารางธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งจองไว้หมดเรียบร้อยแล้ว ผมก็สอบถาม ต่อไปว่า ท่านครับ ถ้าเผื่ออย่างนี้ เราจะขอความร่วมมือได้ไหม มันเปึนช่วงที่เปึนวาระ แห่งชาตินี่ ละเว้นไว้สักหน่อยหนึ่งในช่วงนี้ สองสามเดือนให้รัฐธรรมนูญมันเสร็จสิ้น แล้วก็ค่อยกลับมาสู่กระบวนการเดิม ทําได้ไหม ครับ ก็มีการรับปากว่า จะกลับไปปรับปรุงและดำเนินการให้ จนถึงปัจจุบัน ณ วันนี้ไม่มี อะไรดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกี้ท่าน ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านเจิมศักดิ์ ท่านก็บอก ตรง ๆ เลย ช่อง ๙ ก็ยังไม่ขยับขยาย ผมก็ยังจะบอกเดี๋ยวนี้ว่า ช่อง ๙ ก็ไม่ขยับขยาย ก็ยัง อยากจะสอบถามผ่านท่านไปล่ะครับ ท่านประธานครับ ช่วยติดตามให้หน่อยว่า ทีวี ทั้งหลายแหล่ที่ผมเอ่ยชื่อมาเมื่อกี้ครับ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ที่ไอทีวี ที่จะเปึน ทีวีเสรีทั้งหลายแหล่นี่มันยังเปึ้นทีวีของรัฐอยู่หรือเปล่าครับ เมตตานะครับ เพิ่มความถี่ เพิ่มรายการ เสนอกิจกรรมเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น ฝากท่านประธาน ไว้แค่นี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านกำลังพาดพิงผมอยู่นะครับ เมื่อกี้เอ่ยชื่อนะครับ พอดีช่อง ๙ อย่างที่ ท่านพูดถึงนะครับ เขาก็มีรายการประจำ ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เดี๋ยวไป ๆ มา ๆ อย่างคราวก่อนอีก พอพูดไปเหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ เดี๋ยวเขาก็อาจจะ เกิดความรู้สึกไม่ดีนะครับ ก็ไปปรึกษา ค่อย ๆ ปรับกันแล้วกันนะครับ ตอนนี้หลายฝ์าย ก็ช่วยกันอยู่นะครับ มีท่านสุนทร จันทรังสี เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชื่อ สุนทร จันทร์รังสี สสร. จากนครราชสีมา ส่วน สสร. ชื่อ สุนทร จันทรั้งสี ยังไม่พบนะครับ ท่านประธานที่เคารพ สุนทร จันทร์รังสี ครับ กรุณาแก้ไขด้วยนะครับ ผมเคยกล่าวไว้แล้ว นะครับ ท่านกรุณา เข้าใจแล้วนะครับท่าน
เชิญครับท่าน
เห็นท่านแวะไปคุยกับข้างนอก ผมขอเข้าสู่ ประเด็นนะครับ
เชิญครับ
ผมเคยกล่าวไว้เมื่อประมาณสักสองเดือนที่แล้ว นะครับ ขอย้อนความว่า ไม่ว่าสภาใด ก็คือ เวทีที่ผู้เจริญแล้วมาประชุมกัน เพื่อแสดงเหตุผล และผู้เจริญแล้วก็ต้องใช้กิริยาวาจาที่เหมาะสมกับความเปึนสุภาพชน ผมเคยกล่าวไว้ ไม่ทราบท่านประธานจําได้หรือเปล่า ถ้าจําไม่ได้ ก็ไปค้นบันทึกการประชุมดูนะครับ
ท่านสุนทรครับ ท่านเข้าประเด็นท่านเลยนะครับ
ผมรื้อฟุ๋่นนิดหนึ่งครับ ผมก็จะเรียนให้ทราบว่า คือสนับสนุน เพราะว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นต่อหน้าผม ต่อการรับรู้ของผม มาแสดงความจริง ในที่นี้ ผมมีหน้าที่ มีอาชีพสื่อมวลชน ผมก็ชอบจะทำความจริงให้ปรากฏ ผมไม่ใช่ผู้แสดง ละครใด ๆ ก็จะนำแต่ความจริงมาเผยแพร่ ในประเด็นที่ถกเถียงกันเมื่อสักครู่ คือผม จะกล่าวว่า ในการรับฟังความคิดเห็นของจังหวัดนครราชสีมา หรือเมืองโคราชเรา ได้กำหนดมาเปึ้นทั้งหมด ๕ เวที ๕ เวที แบ่งออกเปึนเวทีละสี่ถึงห้าอำเภอโดยประมาณ แต่ในเวทีที่ ๔ ที่ ๕ ความผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้น เพราะผู้เข้าแสดงความคิดเห็นเริ่มมากขึ้น มากขึ้น จากสี่ร้อยขึ้นมาเปึนห้าร้อย ในเวทีท้าย ๆ นะครับ และก็ไม่ใช่นายอำเภอที่เราเชิญ นะครับ แต่เมื่อมาแล้วก็ยินดีต้อนรับ จะต้องทำอาหารอย่างฉุกละหุกเพิ่มขึ้น จะต้องจ่าย ค่าพาหนะมากขึ้น จนกระทั่งเวลานี้งบประมาณบ้านปลายเลยไปแล้ว ประเด็นปัญหา ที่พูดกัน ผมขอยืนยันว่ามีขบวนการ ตามที่ได้รับทราบมา ตามที่ได้เห็นมานะครับ ขบวนการดังกล่าวนี้ ส่วนหนึ่งก็อย่างที่ขออนุญาตเอ่ยนาม อาจารย์เจิมศักดิ์ได้กล่าวมานะครับ ในวันนั้น ในเวทีที่ ๕ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษามีความ ปัืนป์วน แทบจะดำเนินการไม่ได้ ผมต้องขึ้นไปกำกับ และสำทับว่า หากไม่อยู่ในความสงบ ผมจะยุติเวทีนี้ ไม่ถือว่าเปึนการจัดเวที ก็เลยพอที่จะดำเนินการไปได้ เหตุการณ์ในวันนั้น ผู้ที่ยกขบวนมาเปึ้นคนในเครื่องแบบ ผมขอใช้คำนี้นะครับ เปึ้นผู้อยู่ในเครื่องแบบ เครื่องแบบอะไรท่านคิดเอาเอง ประมาณสี่ห้าสิบคนนะครับ แล้วก็จะยึดไมโครโฟน (Microphone) พูดไม่ยอมหยุด นอกจากนั้นแล้วก็ไม่รับฟังเหตุผลอะไร เรียกร้องให้ ลงประชามติอย่างเดียว ก็เอา ลงก็ไม่ว่า ผมปัืนป์วนมาก ขอประทานโทษ ผมจะต้องใช้ถึง คำว่า ขออภัยนะครับ ผมต้องใช้คำนี้ในเหตุการณ์นั้นว่า ผมก็บอกว่า โคตรพ่อโคตรแม่ผม ก็เปึนคนไทย ผมก็เปึ้นคนไทย และศาสนาของผมมิใช่มีแต่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น ผมไม่เสียหาย ผมไม่เดือดร้อนอะไรเลย แต่ผมเพียงต้องการความจริง ถ้าเรามารับฟัง ความคิดเห็น เราต้องการรับฟังความคิดเห็นที่แท้จริง ไม่ใช่ความคิดเห็นที่มันแปรปรวน ความคิดเห็นที่ผิดเพี้ยนเช่นนี้ และเมื่อได้อภิปราย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปในทางเดียวกัน ถึงการลงมติ ท่านประธานคงเข้าใจนะครับว่า ทุกเวทีการลงมติก็จะแยกออกเปึน ๒ ฝ์าย จะมากบ้างน้อยบ้าง อาจจะถึง ๘๐ หรือ ๒๐ หรือมากที่สุดก็ ๙๐ กับ ๑๐ แต่ในวันนั้น ก็ยังไม่พอใจ นับอย่างไรก็ไม่พอใจ ๙๐ ก็ยังไม่พอใจ ผมก็ถามว่า ๙๕ พอไหม เขาก็บอก ยังไม่พอ ผมก็เลยถามไปเลยว่า ๙๙.๕ พอไหม เขาก็บอกว่า พอ นั่นล่ะจึงได้ ยุติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา ผมก็นำเสนอ ผมยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แต่ไม่ทราบว่า ทางกรรมาธิการวิสามัญของผมได้รายงานมาอย่างไร เพราะว่าแย่งงานกันทำนะครับ ก็คงจะรายงานที่ใกล้เคียงกับความจริงที่เกิดขึ้น ผมก็ขอถ่ายทอดให้ฟังในที่นี้ เพื่อที่ว่า แต่ละท่านจะได้มีสติ ได้นึกว่า การที่รัฐธรรมนูญจะบรรจุประเด็นใดในประเด็นหนึ่งเข้าไป ข้างในนั้น ไม่ใช่ปัญหาสำคัญเลย แต่ขอให้ตระหนักให้ลึกซึ้งแต่เพียงว่า ให้เกิดขึ้นจาก ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เหตุที่ผมให้ถึง ๙๙.๕ เพราะผมทำงานมา ผมศึกษามา ผมรู้ว่า อย่างไรเขาก็ไล่ไม่ทัน มาตอนปลายนี้ ผมก็เลยเสนอ กราบเรียนว่า ค่อนข้างประชดประชั้น ซึ่งเขาก็ดีใจที่รับตัวเลขนี้ไป ก็ได้นํามากราบเรียนให้ทราบในความ เปึ้นจริงที่เกิดขึ้น ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ครบถ้วนแล้วมั้งครับ ท่านวีนัส มีอะไรครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมใคร่เสนอท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ท้าย ๆ ของ เรื่องนั้นก็คงจะไม่มีอะไร เรื่องของการพิจารณาผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ สามัญและการมีส่วนร่วมนะครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้ผ่านไปที่ ๔.๒ เลยครับ เพื่อประหยัดเวลา เพราะว่าเวลาส่วนใหญ่ที่เปึนวาระอื่น ๆ คืออยากจะให้สมาชิก ที่ได้ลงชื่อเพื่อยื่นญัตติวันนี้ ซึ่งเปึนวันสุดท้าย ซึ่งเปึนเวลาที่เราจะต้องคุยกันก่อน และผมเชื่อแน่ว่า หลาย ๆ กลุ่มก็ยังไม่ได้คุยกันในประเด็นลึก ๆ ว่า เราจะลงชื่อกัน ได้ครบถ้วนหรือไม่ อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ผมก็จะผ่านไป พอดีท่านยกมือนะครับ ท่านสรุปนะครับ กรรมาธิการ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ มีท่านสมาชิก ท่านหนึ่งได้พูดถึงเรื่องการมีสภาที่มาจากสภาเดียว จากการประมวลความเห็นที่ได้รับฟัง มา ก่อนหน้าที่จะมีการยกร่าง ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ซึ่งห่างกันตั้งแต่เดือนมีนา เมษา มาเรื่อยนี่นะครับ สรุปว่า ควรมีสมาชิกวุฒิสภาด้วย ครั้งแรก ๘๑ เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่ ๒ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่ ๓ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ต้องขออนุญาตเรียนว่า เราได้รับฟังความคิดเห็นมาก่อน ก่อนหน้าที่จะมีการยกร่างแล้วนะครับ ในประเด็นต่อไปครับ ก็คือ มีการพูดถึงเรื่องการ เลือกตั้ง สว. นั้น ควรจะมาจากเลือกตั้งทั้งหมด หรือมาจากวิธีการอื่นใด ก็พูดถึงเรื่องการ เลือกตั้งโดยตรงมากเปึนพิเศษ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ จากตัวแทนกลุ่มอาชีพต่าง ๆ นั้นก็มี การพูดถึงกันประมาณสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ นี่ก็ขออนุญาตเรียนว่า เพื่อเปึนการยืนยันว่า การรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อนที่จะมีการยกร่างนั้น ประชาชนได้แสดงความเห็นมา ในแนวนี้ตั้งแต่แรกว่า จะมี ๒ สภานะครับ แล้วก็สภานั้นควรจะมาจากการเลือก ส่วนจะ มีการสรรหาอย่างไรนั้น ก็เปึ้นเรื่องของการยกร่างต่อไปนะครับ ขออนุญาตเรียน เพื่อที่จะ ทําความเข้าใจในส่วนนี้ แล้วก็อยากเรียนว่า สถิติหรือการประมวลความเห็นทั้งหมด ที่ได้รับมานั้น ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและด้วยความรอบคอบ และด้วยวิจารณญาณ ที่ดีนะครับ แล้วก็หวังว่าท่านจะนําไปใช้ประโยชน์ โดยพิจารณาอย่างกว้าง ๆ นะครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขออนุญาตที่จะชี้แจงคุณการุณนะครับ ที่บอกว่า ทำไมไม่ไปถามให้ ต้องกราบเรียน อย่างนี้นะครับ ทีนี้คุณการุณนี่จะเปึนคนที่มีความคิดเห็นที่มองไกล แล้วคำถามคุณการุณ นี่ก็เปึนคำถามที่ดี แต่ก็ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าคุณการุณนี่เอาสิ่งที่ตัวเองอยากจะ ถามนี่เข้าสู่กระบวนการเสีย เช่น เข้าไปอยู่ในกรรมาธิการภาค ก็พูดคุยกับกรรมาธิการภาค หรือเข้าไปอยู่ในเสนอต่อกรรมาธิการชุดที่ผมเปึนประธาน หรือว่าไปพูดคุยกับกรรมาธิการ ยกร่าง เข้าไปสู่ระบบเสีย งานมันก็เดินเปึ้นระบบ แต่ถ้าท่านจะเอาความเห็นที่ดีของท่าน เพียงแค่พูดในที่ประชุม แล้วจะต้องให้ทุกคนเก็บความเห็นที่ดี ซึ่งก็มีมากมายหลายคน เอาไปถามให้นี่ แน่นอนมันก็อาจจะเปึนไปไม่ได้ หรือว่าอาจจะตกหล่นไปบ้าง อันนี้ก็ต้อง ขออภัย เพราะคงไม่สามารถที่จะเก็บความเห็นที่อภิปราย แล้วก็นําไป เพราะไม่ได้เข้าสู่ ระบบ ถ้าเข้าสู่ระบบ แล้วเข้ามาอยู่ ช่วยกันอยู่ในกรรมาธิการเสีย ไปรับฟัง ท่านก็อยู่ใน กรรมาธิการภาค ท่านก็เข้ามา แล้วก็เข้ามาประชุมในการวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้น ทุกอย่างมันก็จะเดินได้ ผมก็เสียดายความเห็นของท่านที่ดีนะครับ แต่ว่าท่านไม่ได้เข้ามาสู่ ในวิธีการทำงานนี่ มันก็มีปัญหาตรงนี้ล่ะครับ แล้วที่ท่านบอกว่า อยากจะได้ประชากรของ ประเทศจริง ๆ ที่มารับฟังความเห็นนี่ ก็จะต้องใช้ระบบในการแรนดอม แซมปลิง แล้วก็จะต้อง จัดเข้ามานี่ ผมเองอยากจะทำใจจะขาด แต่ว่ามันติดปัญหาเยอะ ถ้าว่าถ้าจะทำนั่นนะครับ เรามีเวลาไม่พอ แล้วก็จะถูกกล่าวหาว่าเรามีจำนวนกลุ่มหรือเวทีน้อย ก็ต้องเป่ดกว้าง ทั้งหมดนี้มันเปึ้นปัญหาของคนทำงานนะครับ อันนี้ผมก็ต้องกราบเรียน แล้วก็มีท่านที่ ถามมานะครับว่า ที่เมื่อกี้นี้ผมพูดนี่ ผมบอกว่า ชื่อบัญชีธนาคาร ผมพูดผิดไปนิดเดียว เมื่อกี้ เปึ้นชื่อเลขที่เช็ค แล้วผมอยากจะเรียนว่า เช็คนี้มาจากธนาคารนครหลวงไทย สาขาคลองหลวง ถนนพหลโยธิน เปึ้นเช็คของธนาคารนครหลวง สาขาคลองหลวง นะครับ
เอาล่ะครับอาจารย์ ชัดแล้วครับ
แล้วก็เร่ง ถ้าอย่างนั้นให้ชัดอีกนิดเดียว โอนเข้าไปบัญชีนี่ อย่างเช่น โอนเข้าไปบัญชี ๖๖๘๒๔๑๗๗๓ ถึง ๔ ชื่อพระไม่ต้องพูดนะครับ โอนเข้าบัญชีอ้อมทรัพย์ ๖๖๘๒๔๑๙๐๐ อย่างนี้เปึ้นต้นนะครับ เอาแค่นั้นเปึนตัวอย่างก็แล้วกัน ที่แรกที่ผมเอ่ยชื่อไปทั้งหมดนี่ ขอแก้ไข เพราะว่าที่บันทึก เดี๋ยวจะบอกว่าบันทึกไม่ตรง ผมพูดเมื่อกี้นี้รีบพูดไปหน่อย เลขที่เช็ค แล้วยังมีเลขที่เช็ค เพิ่มเติมนะครับ เช่น ๒๑๓๔๙๖๘ นะครับ เลขที่เช็ค ๒๑๔๒๗๘๙ นี่เพิ่มเติมเข้ามาอีก นะครับ ถ้าท่านอยากจะได้เพิ่มเติม ประเดี๋ยวจะมีส่งมาเรื่อย ๆ เพิ่มเติม ผมก็คงพูดได้ ตลอดละครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ เดี๋ยวบัญชีนี้เขาจะไปป่ดธนาคารเสียก่อน เดี๋ยวธนาคารเขาจะเดือดร้อน เปึนอันว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการ มีส่วนร่วมและการประชามติเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับ
ผมขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่ด้วยครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
เมื่อพร้อมแล้ว ผมขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงรายงาน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ อนุมัติให้เราเสนอผลงาน ผ่านทางจอทีวีในรัฐสภานะครับ กระผม จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ วันนี้ขอเสนอผลการดำเนินงานครั้งที่ผ่านมา และกรอบที่ ๓ ซึ่งผมเองคงจะไม่ใช้เวลาของสภามากนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มีผลงาน แต่ว่า คิดว่าส่วนหนึ่ง ได้มีการแถลงผลงานไปนอกรอบตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาแล้วนะครับ อย่างแรกนะครับ ผมขอเข้าไปถึงแผนยุทธศาสตร์นะครับ ในการทำงานของประชาสัมพันธ์และเผยแพร่นี่ เราได้วางกฎเกณฑ์ไว้กรอบการทำงานนะครับ เปึนขั้นเปึนตอน โดยเริ่มด้วยแผน ยุทธศาสตร์นะครับ ด้วยวิสัยทัศน์ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) นะครับ กระบวนการที่ได้มา ซึ่งรัฐธรรมนูญต้องเกิดจากการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมลงประชามติ จากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้รัฐธรรมนูญเปึนของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อ ประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือ วิสัยทัศน์ของการทำงานนะครับ โดยนโยบายของ คณะกรรมาธิการจะเน้นในเรื่องการประชาสัมพันธ์กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ เนื้อหา สาระของรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงภาพลักษณ์ของสภาร่าง วัตถุประสงค์ทั่วไปนะครับ คือให้ ประชาชนเกิดความสนใจ และมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนวัตถุประสงค์เฉพาะนะครับ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ รับรู้ และเข้ามีส่วนร่วม เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสม และเปึ้นไปตามความต้องการส่วนใหญ่ของประชาชน แล้วให้ประชาชนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และเข้าร่วมการลงประชามติ แล้วรัฐธรรมนูญ ที่ได้เปึนไปตามประชามติของประชาชนอย่างแท้จริง วัตถุประสงค์เฉพาะที่ ๓ นะครับ คือ เรื่อง การเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสภาร่างและสมาชิกสภาร่างให้เปึ้นที่ยอมรับของ ประชาชน ซึ่งในที่นี้ ผมขออนุญาตท่านประธานประชาสัมพันธ์เลยนะครับว่า เราจะมีการ เดินเทิดพระเกียรติ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มิถุนา เวลาหกโมงเช้า ซึ่งเปึนกิจกรรมของ สสร. นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น กิจกรรมอย่างอื่นที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ของสมาชิก สสร. นี่นะครับ ก็มีเรื่องของการบริจาคโลหิต อวัยวะนะครับ ในการให้สัมภาษณ์สื่อนะครับ โดยที่เราส่ง ทั้งชื่อและประวัติของสมาชิกทั้ง ๑๐๐ ท่านนะครับ ไปให้กับทุกสื่อ ไม่ว่าจะเปึนสื่อพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ วิทยุ นะครับ ในการที่จะเลือกตัวไปสัมภาษณ์นะครับ รวมถึงจดหมายข่าว สสร. ที่ท่านได้รับอยู่ ขั้นตอนการทำงานนะครับ ช่วงแรก ตั้งแต่รับงานมา ๑ กุมภา ถึง วันที่ ๑๙ เมษา หน้าที่หลักของประชาสัมพันธ์ คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดง ความคิดเห็นเปึนการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ช่วงที่ ๒ ซึ่งกำลังดำเนินงานอยู่และ คาดว่าจะสิ้นสุดภายในเดือนมิถุนานี้ ก็ส่วนหนึ่งก็ยังให้ประชาชนไปแสดงความคิดเห็น แต่ในเวลาเดียวกัน เริ่มให้ความรู้ที่ได้มาจากร่างแรกนะครับ ส่วนช่วงที่ ๓ ที่เราเริ่มจากวันที่ ๑ กรกฎา ถึงประชามตินี่ ขั้นตอน จะให้ประชาชนเข้าใจ ร่างรัฐธรรมนูญ และตระหนักถึงความสําคัญในการลงประชามติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ กลุ่มเปัาหมาย คนไทยทุกคนครับ ยุทธศาสตร์ช่วงแรก ให้มีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ในการยกร่างนะครับ เสริมสร้างภาพลักษณ์ แล้วก็ทางด้านการขนส่งและกระจายวัสดุ สิ่งพิมพ์ไปทั่วประเทศภายในกำหนดเวลา ผมพยายามจะไปสั้น ๆ นะครับ ในช่วงการ ดำเนินงานช่วงที่ ๑ และช่วงที่ ๒ นะครับ ซึ่งถือว่าผ่านมาแล้ว ที่เราแบ่งออกมา การทำงานนี่ ก็จะเปึนการเผยแพร่ออกอากาศ ที่เรียกว่า แอร์ วอร์ (Air war) ซึ่งเราได้มีใช้สื่อโทรทัศน์ นะครับ โดยมี ๒ รายการโทรทัศน์ คือ คุยกับ สสร. แล้ว รัฐธรรมนูญของประชาชน ซึ่งสมาชิกของ สสร. ส่วนมากก็ได้มีส่วนไปออกรายการแล้วนะครับ มีการทําสปอต (Spot) โฆษณา ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ มีการจัดผลิตและแจกจ่ายวีดิทัศน์นะครับ ๕ นาที ซึ่งคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นประจำจังหวัดจะใช้ในการเป่ดเวทีรับฟังนะครับ มีการโฆษณารณรงค์ผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ โดยใช้ดารา นักแสดง และนักกีฬา โดยที่เขา ไม่คิดค่าใช้จ่ายนะครับ ส่วนที่ ๒ การรณรงค์ผ่านสื่อวัสดุสิ่งพิมพ์ และสื่อกลางแจ้งนะครับ ซึ่งที่ผ่านมา เราได้มีการรณรงค์ผ่านสื่อวัสดุสิ่งพิมพ์ และสื่อกลางแจ้ง เช่น หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ โปสเตอร์ (Poster) แบนเนอร์ (Banner) สติกเกอร์ (Sticker) คัตเอาต์ (Cutout) ปัายโฆษณา ฉากแบกดรอป์ (Back drop) สตรีตแบนเนอร์ (Street banner) และธงญี่ปุ์น นะครับ รวมทั้งการติดต่อประสานงานขอความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและ เอกชน เช่น หน่วยงานราชการ สถาบันอุดมศึกษา สมาคม ชมรม รัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน สื่อมวลชน และทู้ตานุทูตนะครับ ซึ่งได้รับความตอบรับเปึนอย่างดีนะครับ จากองค์กรเหล่านี้ โดยเฉพาะสถานทูตต่างประเทศนี่นะครับ ซึ่งได้มีทั้งทางทูตและ เจ้าหน้าที่ติดต่ออย่างต่อเนื่องนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับ กลุ่มองค์กรที่ให้ความ ช่วยเหลือการทำงานของประชาสัมพันธ์มาด้วยอย่างดีนะครับ โดยเฉพาะช่วง ๒ ช่วงแรก นี่นะครับ ขออนุญาตท่านประธานเอ่ยชื่อบริษัทพวกนี้นะครับ บริษัทพัสดุภัณฑ์ไทย นะครับ บริษัทไปรษณีย์ไทย นะครับ บริษัทขนส่ง การรถไฟแห่งประเทศ บริษัท เจ.อาร์.ดีล (J.R. Deal Co., Ltd.) ซึ่งให้ปัายโฆษณาทั่วประเทศเลยนะครับ สมาคมผู้ดูแลเว็บ (Web) ไทย แล้วก็สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ผมเข้าใจว่า เมื่อกี้นี้มีการอภิปรายโดยสมาชิกบางท่านนะครับ แล้วผมเองก็เห็นด้วยว่า น่าจะเปึนนโยบายหลักที่ทางรัฐควรจะสนับสนุนนะครับ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ที่ผ่านมานี่ คณะกรรมาธิการเราเองก็ได้รับความสนับสนุน อาจจะเปึ้นเพราะว่า ศักยภาพส่วนตัวของคณะกรรมาธิการทั้งหลายนี่นะครับ ทุกช่องที่ให้ความสำคัญแก่เรา นะครับ รวมไปถึงสถานีวิทยุนะครับ ไม่ว่าจะเปึนวิทยุทัพบก กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศ แล้วรัฐสภานะครับ และสุดท้ายเลยนะครับ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์นะครับ ทางด้านรูปแบบรายการบันเทิง เช่น เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Search Entertainment) เนชั่น (Nation) แกรมมี่ (Grammy) อาร์เอส (RS) บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น (Broadcast Thai Television) โพลีพลัส (PolyPlus) เจเอสแอล (JSL) เอ็กแซ็กท์ (Exact) เวิร์คพอยท์ (WorkPoint) ดีทอล์ค (Deetalk) แล้วก็ต้องขอขอบคุณดารานักแสดงที่ปรากฏในการ รณรงค์ สื่อรณรงค์ของเรา โดยที่ไม่คิดสตางค์นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมคงไม่สามารถจะเอ่ยชื่อ ทุก ๆ องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือเราในที่นี้นะครับ ส่วนที่ ๓ ของการทำงานนะครับ ก็คือ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารสนเทศ ที่เรียกว่า ไซเบอร์ วอร์ (Cyber war) นะครับ คืออะไร คือการรณรงค์ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ทางด้านอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศทั่วโลกที่ให้ความสําคัญกับระบอบประชาธิปไตย และยังมีความสำคัญในการส่งรายได้เข้าประเทศนะครับ อย่างแรกที่เราเข้าไปทำ ก็คือ ทางด้านเว็บไซต์ (Web site) ของพาร์เลียเมนท์ (Parliament) ของรัฐสภาเอง ซึ่งได้มีการ ปรับแต่งพัฒนาให้มีจุดดึงดูดมากขึ้นนะครับ นอกเหนือจากเว็บไซต์ที่จะให้ข้อมูลข่าวสาร สาระแล้ว ยังเปึนช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทางหนึ่งนะครับ นอกเหนือจากนี้ เว็บไซต์นี้สามารถเปึนแหล่งที่จะสามารถดาวน์โหลด์ (Download) สื่อประชาสัมพันธ์วัสดุสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนตัวโฆษณา สปอตโฆษณา วิทยุ โทรทัศน์ วีดีทัศน์ เพลง นะครับ แล้วคำถาม ทั้งหลายซึ่งได้มีการจัดส่งออก สามารถดาวน์โหลดทางด้านเว็บไซต์ได้ นอกเหนือจากนั้น ทางเว็บไซต์นี่ยังจะมีเปึนในลักษณะเปึนคนพูดด้วยนะครับ สำหรับที่พวกท่านที่ไม่สามารถ อ่านได้นะครับ ประเด็นสําคัญ ๆ นี่จะอยู่ในคําพูดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ได้มีการ ประกอบ ส่งเว็บไซต์ของเราให้ไปติดกับเว็บไซต์อื่น ๆ เช่น หน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงการคลัง ช่อง ๗ จุฬา มหาวิทยาลัยเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทั้งสิ้นนะครับ ช่องทางการรับฟังความคิดเห็นอื่น ๆ นะครับ ก็ผ่านทาง อีเมล์ (e-mail – Electronic mail) ซึ่งสามารถติดต่อเข้ามาได้นะครับ ทางเราเองได้บริหาร คอลเซ็นเตอร์ ๑๗๔๓ ซึ่งจนถึงบัดนี้ได้มีคอลเข้ามากว่าห้าพันสายนะครับ แล้วก็รวมถึง ตู้ ปณ. นะครับ อันนี้เปึนการทำงานที่ผ่านไปในช่วงแรกนะครับ เรามาถึงช่วงสุดท้ายนะครับ ช่วงที่ ๓ ซึ่งผมอยากจะนำเสนอกับที่ประชุมนะครับ ในเรื่องสาระหลักในการสื่อสารนะครับ ซึ่งเราได้ตีความว่า เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อประชาธิปไตยของปวงชน ในการใช้กลยุทธ์ ในช่วงนี้นะครับ เราได้แบ่งกลุ่มเปัาหมายเปึนกลุ่มย่อย แบ่งตามทัศนคติที่มีต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึนความรู้ความเข้าใจ หรือความสนใจในตัวร่างรัฐธรรมนูญ โดยคํานึงถึง ความแตกต่างทางด้านเพศ อายุ ภูมิภาค สภาพเศรษฐกิจ และสังคม และพฤติกรรมการรับสื่อ ส่วนวัตถุประสงค์ของช่วงสุดท้ายนี่ คือ ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญ และการลงประชามติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนี้ ผมขออนุญาตพูดถึง ความท้าทายในช่วงนี้ ความท้าทาย อันแรก ในการให้ความรู้นี่ เรามีความจำเปึ้นที่จะให้ ประชาชนเข้าใจถึงผลสืบเนื่องจากการลงประชามตินะครับ ทำอย่างไรให้เขาเข้าใจว่า ถ้าผ่านประชามติ รัฐธรรมนูญนี้จะนําสู่ไปถึงการเลือกตั้ง แล้วนั่นจะเปึ้นการที่ประชาชน จะได้กลับเข้ามาอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอย่างถาวรนะครับ ความท้าทายที่ ๒ การทำให้ ประชาชนได้มีความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญภายใต้ระยะเวลา อันจํากัด เราเองพูดกันอยู่ตลอดเวลาว่า คํานิยามของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ เพิ่มอํานาจให้ ประชาชน ทำอย่างไรจะให้ประชาชนเข้าใจถึงจุดนี้ ความท้าทายที่ ๓ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เปึ้นภาษาที่ประชาชนเข้าใจค่อนข้างได้ยาก ความท้าทายสุดท้าย สภาวะทางการเมือง อาจมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการตอบรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมขออนุญาตลงเข้าไปในการแผนงาน แอกชั่น แพลน (Action plan) ของประชาสัมพันธ์ ช่วงสุดท้ายนี้นะครับ โดยที่จะขอแบ่งไปตามนี้นะครับ ขอให้ท่านเกียรติชัยนำเสนอในการ ขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เรียกว่า ได้เรกต์ พีอาร์ (Direct PR - Direct Public Relation) รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และเกี่ยวกับต่างประเทศนะครับ แล้วต่อด้วย ท่านธวัชนะครับ กับท่านอลิสา ที่จะอธิบายต่อ เรื่องทางด้านสื่อโทรทัศน์ และสื่อ สารสนเทศ แล้วตามด้วยท่านปริญญา เรื่องสื่อวิทยุ ท่านสุนทร สื่อภูมิภาค แล้วท่านศักดิ์ชัย ในกระบวนการขนส่งสื่อและวัสดุสิ่งพิมพ์ และการติดตามผลงานครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญท่านเกียรติชัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิก สสร. กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สสร. ในนามของ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ก็จะกราบเรียนรายงานต่อสภานี้ ถึงเรื่องซึ่งเรา ได้ดําเนินการจัดทำ และเรื่องซึ่งเราคิดจะต้องจัดทำในช่วงที่ ๓ ต่อไป ผมเชื่อว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กล่าวโดยภาพรวมให้เห็นแล้วถึงแนวคิด การวางแผน ยุทธศาสตร์เรื่องการประชาสัมพันธ์ และรูปแบบ กับสื่อตัวต่าง ๆ ที่เรานํามาใช้ในแต่ละ ช่วงเวลาของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้น เราก็คงจะทราบกันดีว่า ในช่วง เริ่มแรกของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนั้น การประชาสัมพันธ์มีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการที่จะให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ออกไปให้เปึ้นที่รับทราบ เพื่อที่จะดึงหรือกระตุ้นให้เกิดการแสดงออกถึงความคิดเห็น ความต้องการต่าง ๆ ที่จะ นํามาใช้กําหนดร่างเปึ้นรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรากําลังจัดทํากันในขณะนี้ เพราะฉะนั้นจะเห็น จากรายงานของท่านประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้ถึงแผนยุทธศาสตร์การ ประชาสัมพันธ์ในช่วงแรก ซึ่งเรามุ่งเน้นในการที่จะไปกระตุ้นเร้าให้ความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่กับประชาชนโดยทั่วไป ในอันที่จะก่อให้เกิดการมี ส่วนร่วมต่อการเข้าแสดงความคิดเห็นที่จะนําความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านั้นมาใช้ใน กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ร่าง ฉบับที่ ๑ ดังที่ปรากฏออกมาแล้ว นั่นเปึ้นผลงาน ส่วนแรก ซึ่งได้ใช้สื่อต่าง ๆ ดังที่ท่านประธานได้แถลงไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนในรูปของ แอร์ วอร์ กราวนด์ วอร์ (Ground war) หรือในรูปของไซเบอร์ วอร์ ต่าง ๆ นั่นเปึนงาน ในช่วงแรกซึ่งดำเนินการไป แล้วก็ได้รับผลดี อย่างที่ทราบว่า ได้เกิดการตื่นตัวอย่างไม่น้อย ต่อการแสดงออกถึงความคิดเห็น รวมทั้งกลไกต่าง ๆ ของสภานี้ที่ออกไปรับฟังความคิดเห็น ต่าง ๆ นำเข้ามา นั่นก็เปึนส่วนหนึ่ง ซึ่งงานประชาสัมพันธ์ได้ดำเนินการไปอย่างเหนื่อยยาก ในภาวะของสภา ของเหตุการณ์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่าง ๆ นานา อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า งานของประชาสัมพันธ์ได้ก่อให้เกิดการนำความคิดเห็นส่วนใหญ่เข้ามาประกอบเปึน ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับร่างแรกนี้ ออกไปแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ในยุทธศาสตร์ของ การประชาสัมพันธ์ ในช่วงที่ ๒ ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการได้แถลงออกไปแล้ว ก็คือว่า จำเปึนอย่างยิ่งในช่วงที่ ๒ คือ ในช่วงขณะที่เปึ้นอยู่ตอนนี้ ที่จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับประชาชนโดยทั่วไปถึงร่างที่นำเอาความคิดเห็นของเขา ของประชาชนทั้งหลายเข้ามา กําหนดไว้ ให้รู้ ให้เข้าใจ ให้ชัดเจน เพราะสิ่งเหล่านี้มีความสําคัญต่อการที่จะนํามา กำหนดเปึนร่างสุดท้าย ในอันที่จะเสนอต่อประชาชน และนำไปสู่การลงประชามติ เพื่อการยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นยุทธศาสตร์ซึ่งแตกต่างออกไป ในช่วงระยะเวลาที่ ๑ กับช่วงระยะเวลาที่ ๒ และงานต่าง ๆ ในรูปของสื่อ ตัวต่าง ๆ ที่นำออกไปก็ทุ่มเทลงไปในสิ่งเหล่านี้ เพื่อที่จะให้ไปสู่เปัาหมายที่เราอยากจะเห็นเกิดขึ้น ในแต่ละช่วงเวลา แต่ละขั้นตอน กระผมอยากจะรายงานในช่วงที่ ๒ ซึ่งเปึนช่วงขณะนี้ จะเห็นว่า โดยเหตุที่เรากําหนดยุทธศาสตร์ ซึ่งมองเห็นความสําคัญของร่าง ฉบับที่ ๑ ที่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนโดยทั่วไป กับร่างที่กำหนดออกมาจาก ความคิดเห็นต่าง ๆ ที่รวบรวมมาแล้วนั้น เราเห็นว่า หลังจากที่เราได้ใช้สื่อในรูปของ กราวนด์ วอร์ แอร์ วอร์ กับสื่อกลางแจ้งออกไปพอสมควร มากมายทีเดียวในช่วงที่ ๑ แล้ว ในช่วงที่ ๒ เพื่อที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจนั้น เราคิดว่า สื่อในลักษณะที่เปึนกราวนด์ วอร์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์จะให้ความสําคัญ เราให้ความสําคัญ แล้วก็คิดว่าจะเปึ้นสื่อ ซึ่งดีที่สุดในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในร่างฉบับแรกนี้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า งานของคณะกรรมการประชาสัมพันธ์จึงเน้นลงไปที่สื่อสิ่งพิมพ์ เปึ้นหลัก ประกอบกับสื่อในลักษณะที่เปึนแอร์ วอร์ ไม่ว่าจะเปึนรูปของโทรทัศน์ วิทยุ หรือว่า ในรูปอื่น ๆ พร้อมกันไป โดยที่เราเน้นสื่อสิ่งพิมพ์เปึนตัวหลัก ในอันที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องรัฐธรรมนูญต่าง ๆ และจะเห็นว่า ตั้งแต่วันที่ ๔ พฤษภาคม สื่อสิ่งพิมพ์ ที่ปรากฏออกมาอย่างเปึ้นรูปร่างที่เห็นชัดเจนถึงกระบวนการ แล้วก็ชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อแตกต่างที่เห็นชัดระหว่างรัฐธรรมนูญ ร่างฉบับแรก กับฉบับ ๒๕๔๐ ว่า มันมีความแตกต่าง และมีประเด็นไหนซึ่งประชาชนควรจะรู้ ควรจะเข้าใจ ควรจะมองเห็นจุดดี จุดเด่นที่เกิดขึ้น ที่มีความพยายามในการที่จะร่างออกมาเปึนฉบับแรกนี้อย่างไรบ้าง สื่อสิ่งพิมพ์ที่เรา นำเสนอประเด็นเหล่านี้ เปึนสื่อซึ่งเราได้ทำงานร่วมกับทางท่านคณะกรรมาธิการยกร่าง ในการที่จะนําเอาประเด็นที่สําคัญในเรื่องที่จะต้องร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงร่วมลงประชามติว่า ประเด็นต่าง ๆ สามสี่ประเด็น ซึ่งรัฐธรรมนูญใหญ่ ๆ มีสาระ ใน ๔ แนวทางอย่างไร นี่นับเปึนครั้งแรก และอาจจะบอกว่า เปึนครั้งสำคัญที่ออกไปจากงานประชาสัมพันธ์ และออกไปจากสภานี้ ที่พูดในส่วนที่ดี ในส่วนซึ่งมันได้มีการปรับปรุงที่ดีขึ้น หรือมีความพยายามที่จะทำให้ดีขึ้น อย่างไร ในขณะที่เราจะเห็นว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันพูดกันแต่ในประเด็นร้อน ๆ ซึ่งเปึน เรื่องซึ่งถกเถียง แล้วก็ก่อให้เกิดความ ต้องเรียกว่า แตกฉานทางความคิด แต่ว่าก็เปึ้นเรื่อง ที่ทำให้งานนี้เหนื่อยยากมากขึ้น เพราะฉะนั้นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เรานำเสนออกไป จึงเปึ้นเรื่องซึ่ง พยายามชี้ให้เห็นส่วนซึ่งเปึนสาระสําคัญสามสี่แนวทาง ซึ่งคิดว่า เราได้ทําได้อย่างดี ในความพยายามของพวกเราแล้ว เราเริ่มลงมาตั้งแต่วันที่เราเริ่มพิจารณาที่จะออกร่าง ฉบับแรกออกไป คือ ตั้งแต่ ๔ พฤษภาคมนี้เปึนต้นมา เราแยกแจกจำหน่ายออกไปในสื่อ รูปแบบต่าง ๆ ทั้งในสื่อส่วนกลาง และสื่อในภาคชนบท ซึ่งจะมีท่านกรรมาธิการ มารายงานต่อไป เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เราได้ให้ความสำคัญตรงนี้ เพราะว่ามันเปึ้นช่วง สําคัญของการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจ แล้วเราก็ทําให้เปึ้นไปตามช่วงระยะเวลาที่ กำหนดกันไว้ จนถึงเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เพราะฉะนั้นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เราออกไปจาก คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่นี้มีติดต่ออย่างต่อเนื่อง และเน้นความสำคัญ ในช่วงเวลาเหล่านี้ จนถึงวันศุกร์ที่ ๒๕ ใช่ไหมครับ ศุกร์ที่แล้วเปึนวันสุดท้าย มีติดต่อ ต่อเนื่องตลอดมา นั่นก็คือส่วนหนึ่ง ซึ่งจะกราบเรียนรายงานว่า เราได้ทำเรื่องนี้ออกไปแล้ว แล้วก็มีฟ้ดแบก (Feedback) ที่ดี ที่ได้รับความเข้าใจมากขึ้น นอกเหนือจากส่วนนี้แล้วนี่ เราคิดว่า เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญได้รับความสนใจ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ไม่น้อย จากทางด้านต่างประเทศ ฝ์ายประชาสัมพันธ์ได้มีความพยายามที่จะทำเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่ ครั้งแรกคงจะทราบกันว่า ได้มีการพบปะกับทางบรรดาทูตานุทูตไปบ้างแล้ว ครั้งแรก อย่างไม่เปึนทางการ ในแผนงานของเราซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว อย่างเช่น เมื่อวันอังคาร ที่แล้วนี้เอง ทางคณะประชาสัมพันธ์ก็ได้มีการออกไปร่วมกับคณะกรรมาธิการยกร่าง ออกไปให้พูดจาในเรื่องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของเราฉบับแรกนี้กับสมาคมผู้สื่อข่าว ต่างประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจเต็มห้องเลยครับในวันนั้น ก็มีคําถามอะไรต่าง ๆ มากมาย แล้วเราก็ได้อธิบายถึงกระบวนการต่าง ๆ ให้เขาเข้าใจมากขึ้น กระบวนการทางด้าน ต่างประเทศที่ทำไปก่อนหน้านั้น เราได้จัดส่งเอกสารที่แปลเปึนภาษาอังกฤษ รวมทั้ง ต้นร่างฉบับแรกไปให้กับสถานทูต ให้เจ้าหน้าที่ทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ทางการสื่อ ของสถานทูตทุกแห่ง รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ได้รับอย่าง ครบถ้วนสมบูรณ์ตลอดมา สิ่งที่เรากำลังจะทำต่อไป ก็คือ การที่เราจะจัดลักษณะที่พบปะ เพื่อที่จะพูดคุย บอกเล่าเก้าสิบเขาในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่กําลังดําเนินการ อยู่กับบรรดาทูตานุทูต และคณะเจ้าหน้าที่ของสถานทูตต่าง ๆ รวมทั้งองค์กรระหว่าง ประเทศ ซึ่งกําลังรอวันที่ชัดเจน แล้วก็ท่านประธาน สสร. ของเราก็จะเข้าไปร่วม ดำเนินการในเรื่องนี้ อันนี้ก็กำลังจะจัดทำ ซึ่งคาดว่าคงจะเปึนประมาณปลายเดือน หรือ ต้นเดือน ดูช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง อันนั้นก็จะเปึ้นเรื่องซึ่งเรากำลังจะดำเนินการ ทําในส่วนที่เกี่ยวกับด้านต่างประเทศ ประเด็นสําคัญ แล้วก็ยุทธศาสตร์สําคัญซึ่งเรา จะต้องใช้ในช่วงที่ ๓ เพราะจะเปึนช่วงซึ่งท้าทายอย่างมากต่อการรับรู้ความเข้าใจในการ ที่จะมีผลไปถึงการลงประชามติให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทางคณะกรรมาธิการ ได้วางแผนยุทธศาสตร์ในเรื่องเหล่านี้ไว้มาก และแผนยุทธศาสตร์หนึ่งซึ่งเราคิดว่า น่าจะ ได้ผล และน่าจะต้องนำมาดำเนินการในช่วงที่ ๓ จากนี้ไป คือ การขอความร่วมมือจาก หน่วยงานต่าง ๆ นี่เปึนแนวคิดใหม่ซึ่งเราจะต้องมาใช้ ที่เรียกว่าเปึน ได้เรกต์ พับลิก รีเลชัน ซึ่งจะมีรูปแบบอีกหลายรูปแบบที่เราจะดำเนินการในช่วงที่ ๓ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การสร้างอีเวนท์ (Event) สร้างแคมเป็น(Campaign) หรือการพบปะกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งมีผล อย่างสําคัญต่อกระบวนการคิดการร่างรัฐธรรมนูญ หรือการยอมรับ หรือการลงประชามติ เหล่านี้ องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้เราได้กำหนดไว้แล้ว แล้วก็จะทำในหลายรูปแบบ อย่างหนึ่งที่เรารีบทำ แล้วก็ได้ทำไปแล้วในบางองค์กร อย่างเช่น การไปพบกับองค์กร สื่อต่าง ๆ กับเนชั่นได้ไปพบมาเรียบร้อยแล้ว กับกลุ่มเครือมติชนได้พบ ได้พูดคุยกัน มาแล้ว แล้วก็ในเครือสื่อมวลชนกลุ่มอื่น ๆ ก็อยู่ในแผนงาน ซึ่งเราจะไปพบ ไปพูดจา โดยตรงกับเขา เพื่อที่จะสร้างเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ ในอันที่จะนำไปสู่ในส่วนซึ่งจะสร้าง เสริมเพิ่มงานประชาสัมพันธ์ เพื่อไปสู่การลงประชามติยอมรับ นอกจากนั้นแล้ว ยังจะมี หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งกำหนดไว้ในแผนที่เราจะไปพูดคุยกับเขาโดยตรง เพราะกลุ่มเหล่านี้ ถือเปึนกลุ่มซึ่งมีความสําคัญ เปึนองค์กรซึ่งมีความสําคัญที่เราจะต้องพูดจ้าให้เขาเข้าใจ ในอันที่จะนําไปสู่การลงประชามติร่วมกันในระยะต่อไปด้วย ในภาครัฐ ไม่ว่าจะเปึน กรุงเทพมหานคร จะเปึนสถานีตำรวจบางแห่ง บางอย่าง หลายสถานที่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การบินไทย บริษัทขนส่ง แม้กระทั่งบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เหล่านี้ เราก็จะหาทาง กำลังติดต่อที่จะไปพบ จะพูดจากับ เขา รัฐวิสาหกิจก็จะมีหลายแห่ง ที่จะกราบเรียนเปึนหลัก ๆ ไว้ อย่างเช่น ที่โอที่ จำกัด (บริษัท ทศท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TOT Coporation Public Company Limited)) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ปตท. ปูนซิเมนต์ไทย ไปรษณีย์ไทย การไฟฟัาฝ์ายผลิต สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือแม้แต่หอการค้า ไทย เหล่านี้ เราจะไปพบเขาโดยตรง ประชาสัมพันธ์คงไม่นั่งอยู่กับที่ เราต้องออกไปพบ ไปพูดจากับเขา ไปให้ความเข้าใจกับเขา เรื่องเหล่านี้เปึนงานซึ่งคณะกรรมาธิการคณะนี้ กำหนดแผนงานไว้อย่างชัดเจนแน่นอน และเราจะดำเนินการในช่วงที่ ๓ ซึ่งเปึนช่วง สำคัญ รวมทั้งนอกเหนือจากนั้นแล้ว สมาคมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึ้นเคเบิลทีวี (Cable TV) สมาคมธนาคาร สมาคมคนพิการ คนขับรถแท็กซี่ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่าง ๆ เหล่านี้ อยู่ในแผนงานต่าง ๆ ซึ่งเราจะใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทลงไป ในลักษณะที่เปึนได้เรกต์ พับลิก รีเลชั่น ส่วนนี้ ก็มีหลายงาน หน่วยงาน เหล่านี้ ซึ่งกราบเรียนรายงานมาว่า จะเปึนแนวทางซึ่งคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่คณะนี้จะดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่ ๓ ซึ่งเปึนช่วงสุดท้าย ช่วงสำคัญ มาก ก็จะทุ่มเทตัวสื่อ และรูปแบบของสื่อในลักษณะต่าง ๆ ที่จะชี้ชวน ส่งเสริม แล้วก็ เร่งเร้าให้มาร่วม ไม่แต่เพียง ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องมาถึงขั้นที่ร่วม ลงประชามติ เพื่อรับรองรัฐธรรมนูญฉบับซึ่งเราได้พยายามทุ่มเทร่างขึ้นมาในขณะนี้ ให้เปึนไปตามเปัาหมายที่ต้องการต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านธวัชนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเสนอให้ พักการประชุมครับ เพราะผมเคยเสนอท่านแล้วว่า เวลานี้ไม่เหมาะที่จะรายงานต่อไป มีเหตุผล ๒ ประการนะครับ ข้อ ๑ สมาชิกออกไปรับประทานอาหาร ใครจะฟัง ข้อ ๒ ประชาชนทางบ้าน ทางภาคต่าง ๆ ก็พัก เพื่อรับประทานอาหาร ถ้าเราจะตั้งหน้า ตั้งตารายงานไปโดยไม่มีใครฟัง ผมคิดว่า รายงานให้ลูกให้เมียที่บ้านฟังก็พอครับ ข้อเสนอท่านครับ ให้พักการประชุม
ครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านสุนทรครับ ข้อที่ ๑ นี่นะครับ สมาชิกอยู่ห้องอาหาร แต่มีโทรทัศน์ วงจรป่ด แล้วก็ถ่ายทอดเสียง ข้อที่ ๒ นี่นะครับ เที่ยงนี่เหมาะจะรายงาน เพราะว่าคนเขา พักงาน แล้วมารับประทานอาหาร ถ้าคนที่เขาทำงานบ่ายนี่นะครับ เขาก็ไปทำงานของเขา ผมว่า ถ้าบอกว่าประโยชน์ของประชาชนนี่ เที่ยงนี่เหมาะ ถ้าท่านหิว ท่านก็ไปท่านก่อน นะครับ ถ้าต้องการให้คนฟังเยอะ ๆ ตอนเที่ยงนี่ครับเหมาะสมนะครับ ต่อเลยครับ เชิญท่านธวัชครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าสื่อโทรทัศน์นี่จะสามารถที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหา สาระของรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วยพวกเราได้มาก อีกทั้งยังโน้มน้าว แล้วก็จูงใจให้ประชาชน ได้มาระดมความคิดเห็น มาเสนอความคิดเห็น ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วนี่ ก็จะนํามา ซึ่งความเห็นชอบของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญของพวกเรา อันเปึนวัตถุประสงค์ สูงสุดของสภาร่างรัฐธรรมนูญในที่สุดนะครับ สําหรับในเนื้องานของสื่อโทรทัศน์ที่ผมได้ รับผิดชอบนี่นะครับ ก็จะมีส่วนของสปอตโฆษณา ซึ่งเราได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ ช่วงแรก ก่อนที่จะออกยกร่างฉบับรับฟังความคิดเห็นออกมานะครับ ผมก็จะ ไม่นําเสนอนะครับ ผมอยากจะนําเสนอ ชุดที่ ๒ และชุดที่ ๓ ซึ่งตอนนี้เราได้ทําเตรียมออก มาแล้วชุดที่ ๒ คือ ชุดฉบับรับฟังความคิดเห็น ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการแพร่ภาพไปตาม สถานีโทรทัศน์ สถานีต่าง ๆ นะครับ ผมขอเจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาได้แพร่ภาพ เพื่อที่จะให้ สมาชิกได้ร่วมชมในสปอตโฆษณาที่เราได้ทำครับ
เชิญครับ
ก็เปึนสปอตโฆษณา ซึ่งขณะนี้เรา ได้ทําการถ่ายทอดอยู่นะครับ สําหรับช่วงที่ ๒ คือช่วงรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะมี ๔ ประเด็นหลัก ซึ่งจะถ่ายทอดให้ประชาชนได้รับทราบ แล้วก็มาร่วมรับฟังความคิดเห็น ด้วยนะครับ ก่อนที่เราจะไปถึงสปอตที่ ๓ อยู่ในช่วงที่เราจะทําประชามติ ซึ่งเราจะต้อง พยายามที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนได้รับทราบว่า เราทำอะไรบ้าง และเพื่อที่จะนำไปสู่ ความเห็นชอบในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ไปถึงสปอตโฆษณา ชุดที่ ๓ นะครับ
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ ได้มีการแพร่ภาพสปอตโฆษณา ให้สมาชิก ในที่ประชุมได้รับชม)
สปอตชุดนี้ ก็จะเปึนสปอต ชุดที่ ๓ นะครับ ซึ่งเราจะไปใช้ในช่วงประชามตินะครับ อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ในระหว่างการ ขออนุมัติจากทาง กบว. นะครับ แล้วก็คงจะหลังจากที่เราได้มีการแปรญัตติแล้ว สปอต ชุดนี้ก็คงจะนำเสนอสู่สายตาประชาชนนะครับ นั่นเปึนช่องทางเรื่องสปอตโฆษณาที่เราได้ทำ ช่องทางที่ ๑ ช่องทางต่อไป เรามีการทำวีดีทัศน์ครับ ๕ นาที แบ่งออกเปึน ๒ ชุดด้วยกัน นะครับ ชุดแรก ชื่อ ชุดส่วนร่วม ก็ใช้เวลา ๕ นาทีนะครับ ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกทุกท่าน คงได้เห็นแล้ว ได้ผ่านตาไปแล้ว แล้วชุดต่อไปอยู่ระหว่างการดำเนินการ ชื่อว่า ชุดเห็นชอบ ก็จะมีการนำเสนอต่อไปนะครับ ช่องทางที่ ๓ นี่นะครับ เรามีการโฆษณา รณรงค์ ให้ประชาชนได้รับทราบ และเกิดความตื่นตัว โดยอาศัยนักกีฬา แล้วก็นักแสดงมาช่วยเรา แบ่งออกเปึนทั้งหมด ๓ ตอนเหมือนกัน ๓ ช่วงเหมือนกัน ช่วงละ ๙ ชุดครับ คือช่วงแรก เราได้ผ่านสายตาท่านผู้ชมไปแล้วนะครับ คือ ชุดการมีส่วนร่วม ชุดที่ ๒ คือ ชุดรับฟัง ความคิดเห็น ก็มี ๙ ชุด และชุดเห็นชอบ ก็มี ๙ ชุดนะครับ ผมขอเจ้าหน้าที่ช่วยกรุณา เป่ีดให้ดูด้วยนะครับ ทั้งหมดมี ๒๗ ชุดนะครับ ชุดละ ๕ วินาทีเท่านั้นเอง ซึ่งเราได้นำเอา นักกีฬาและนักแสดงมาช่วยนะครับ
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ ได้มีการแพร่ภาพวีดีทัศน์ ให้สมาชิก ในที่ประชุมได้รับชม)
ก็ที่ผ่านมานี่ก็จะเปึนนักแสดง แล้วก็นักกีฬานะครับ ซึ่งมาช่วยเรารณรงค์นะครับ ซึ่งประกอบด้วย คุณเคน ธีรเดช คุณซิโก้ เกียรติศักดิ์ คุณกบ สุวนันท์ คุณปวีณา ทองสุก โป่งลางสะออน จินตหรา พูนลาภ กลุ่มน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ แดน บีม ดีทูบี (D2B) และคุณวันชนะ สวัสดี หรือ ผู้พันเบิร์ด นะครับ ผมก็ขอกราบเรียนนะครับว่า นักแสดงและนักกีฬาทุกท่านที่มาช่วยเรานี่นะครับ มาช่วยเราฟรี นะครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ทุกท่านมาด้วยความยินดีที่จะ ช่วยชาตินะครับ ก็ขอขอบคุณในที่นี้ไว้ด้วยนะครับ ก็เปึนโฆษณารณรงค์ ซึ่งมีอยู่ ๙ ชุด นะครับ สื่อต่อไปซึ่งทางกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เราได้ทํา ก็คือ มีการทําปัายตั้งโต๊ะ ตามรายการต่าง ๆ โดยเฉพาะรายการข่าว ทั้งช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่องโมเดิร์นไนน์ ทีวี (Modernine TV) ช่อง ๑๑ ที่ไอทีวี รายการ ข่าวข้นคนข่าว ช่องโมเดิร์นไนน์ ทีวี รายการข่าวช่องยู่บีซี นะครับ และก็รวมทั้ง เคเบิลทีวีชุมชุน ๓๐๐ สถานี ก็ออกไปค่อนข้าง กว้างขวางนะครับในส่วนของปัายตั้งโต๊ะ รายการต่อไปที่ทางกรรมาธิการเราได้จัด โดยรายการนี้ คือ รายการ รัฐธรรมนูญของประชาชน รายการนี้ได้จัดโดยข้อเสนอแนะ เริ่มต้นของคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ แล้วก็ร่วมกับ ทางกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เรา โดยเราได้ไปขอเวลาสถานีจากทางกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งในรายการนี้ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง ๑๑ เวลาบ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็น จำนวนทั้งสิ้น ๒๔ ครั้ง ขณะนี้จัดมาแล้ว ๑๐ ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๐ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชน เท่าที่ตรวจสอบ ดูมากนะครับ เนื่องจากเปึ้น ช่วงไพร์ม ไทม์ (Prime time) ที่จัดเปึนช่วงวันอาทิตย์ คนดูค่อนข้างมาก ผมต้อง ขอขอบคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีสำนักนายก คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ แล้วก็ ท่านอธิบดี ปราโมทย์ รัฐวินิต ซึ่งท่านได้เอื้อเฟุ๋อให้เวลารายการเราฟรีนะครับ สําหรับ รายการนี้ ซึ่งเราได้ประโยชน์มากในเนื้อหาสาระนะครับ รายการต่อไปที่ทางเราได้จัด เปึนรายการโทรทัศน์ คือ รายการ คุยกับ สสร. รูปแบบของรายการคุยกับ สสร. นี่นะครับ เราก็จัดรูปแบบในลักษณะของ นำคนซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน น้ำมาคุยกันบนเวที แล้วก็จะมีโทรศัพท์ ๒๐ คู่สายจากประชาชน เพื่อที่จะนำเสนอแง่คิด แล้วก็ถามขึ้นไป บนเวที ก็ปรากฏว่า ได้รับความสนใจมากนะครับ รายการนี้ก็เช่นกัน เราจัดในช่วงเวลา ค่อนข้างเปึนไพร์ม ไทม์ ก็คือ เวลาสองทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มครึ่ง ทุกวันพุธ และวันพฤหัส โดยมีคุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ เปึนพิธีกร จากการที่ตรวจสอบดูนี่นะครับ ความสนใจของ ท่านผู้ชมที่ได้โทรเข้ามาแต่ละครั้งนี่นะครับ ตกประมาณสองร้อยกว่าคอล สองร้อยกว่าคู่สาย ที่โทรเข้ามา ซึ่งมีความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการเราก็ได้นําเสนอ ให้กับทางยกร่างตลอดมานะครับ และอีกทั้งยังมี สสร. ให้เกียรติไปรับโทรศัพท์ด้วยนะครับ ก็จะเปึนลักษณะของการที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้าน กับ สสร. ที่จะคุยกัน จึงได้รับ ความสนใจเปึนอย่างยิ่ง รายการนี้ก็เช่นกันนะครับ ได้รับความอนุเคราะห์จากช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ให้เวลาถ่ายทอดเรา ไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกันครับ รายการต่อไป นะครับ ที่เราได้ร่วมจัดรายการ ก็คือ รายการ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ผ่าน ทางรายการเสียงประชาชน ทุกวันอังคาร เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๑ นาฬิกา ๓๐ นาที นะครับ ทางสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ ทีวี ก็เปึนรายการหนึ่งของโมเดิร์นไนน์ ทีวี ที่ได้ ช่วยเราประชาสัมพันธ์นะครับ แต่จริง ๆ แล้วนี่ อย่างที่เมื่อกี้ได้คุยกัน ถ้าหากว่า จะมีเวลา ที่เปึนไพร์ม ไทม์ จากทางช่อง ๙ ก็น่าจะสามารถช่วยเราได้มากกว่านี้นะครับ รายการ ต่อไป รายการ คนหลังข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ทรูวิชั่น (TrueVisions) นิวส์ ทเวนตีโฟร์ (News Twenty - four) ช่อง ๗ ยู่บีซี ๗ นะครับ ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา สิบโมงครึ่งถึงสิบเอ็ดโมง รายการต่อไป รายการสถานีสนามเปัา ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๕ ออกอากาศทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๘ นาฬิกา ๑๕ นาที นะครับ รายการต่อไป รายการ ช่วยคิด ช่วยทำ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาตีห้าถึงหกโมงเย็น (ที่ถูก : หกโมงเช้า) รายการต่อไปครับ รายการ ข่าวข้น คนข่าว รายการจะมีทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาสามทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่มครึ่ง แต่เขาจะ ให้เวลาเราในวันเสาร์ เวลาสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม ที่จะให้ สสร. ไปนำเสนอ หากว่ามีใครจะสนใจ ก็คือ เขาจะมีเวลานี้ให้กับเรานะครับ รายการต่อไปที่ให้ความร่วมมือกับเรา คือ รายการ ช่อง ๘ ยู่บีซี สถานีรัฐธรรมนูญ รายการช่อง ๘ ยู่บีซี นี้ เปึนรายการซึ่งทางยู่บีซีได้ร่วมกับ ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี จัดตั้งเปึนสถานีรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ อย่างเดียวโดยเฉพาะ ซึ่งเราก็ได้นำซอฟต์แวร์ (Software) แล้วก็เนื้อหาสาระ แล้วก็ผู้สนใจ รวมทั้งรายการต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ไปออกอากาศที่นี่ต่อไป ก็นับเปึนรายการซึ่งให้สาระ เกี่ยวกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างดีมากครับ รายการต่อไป เปึนรายการ เกาะติดรัฐธรรมนูญ ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลาสี่ทุ่ม ทางช่อง ๑๑ รายการต่อไป รายการ จุดชนวนความคิด ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลาห้าทุ่ม ถึง ห้าทุ่มสี่สิบห้า ซึ่งเขาให้เวลากับเรานะครับ รายการ สยามเช้านี้ ออกอากาศทุกวันจันทร์และศุกร์ เวลา หกโมงสิบห้าถึงเจ็ดโมงยี่สิบห้า เช้านะครับ ทางช่อง ๕ เปึนรายการซึ่งเขาให้เวลา กับเราเช่นกัน รายการ คมชัดลึก จะออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลาสามทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง ทางเนชั่น แชนแนล (Nation channel) ที่ผมกราบเรียนรายการทั้งหมดไปนี้นะครับ เปึ้นรายการซึ่งเราเอง คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เราเองได้ไปติดต่อ เพื่อที่จะขอเวลา รายการ เพื่อที่จะให้ สสร. เรา หรือกรรมาธิการยกร่างได้ไปนำเสนอชี้แจง สร้างความรู้ สร้างความเข้าใจในเนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญได้มากขึ้นนะครับ ผมก็กราบเรียนว่า อย่างนี้ครับว่า เวลาของเราที่เหลืออยู่นี่มีอยู่น้อยมาก ผมเห็นท่าน สสร. ทุกท่าน ท่านกรรมาธิการยกร่างทุกท่านนี่นะครับ ไปตามเวที เหนื่อยครับ บางเวที ๑๐๐ คน ๒๐๐ คน เปึนประโยชน์ครับ เหนื่อยด้วยครับ แต่เวลาที่เหลืออยู่น้อยมากนี้ หากเปึนไปได้นี่ นะครับ ขณะนี้เราได้จัดรายการต่าง ๆ เหล่านี้แล้วนะครับ ท่านหากมีช่วงเวลาไหนท่านมี เวลา ท่านสามารถที่จะไปออกรายการเหล่านี้ได้ แจ้งมาทางกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ เรานะครับ เราจะเปึ้นผู้ประสานให้ เพื่อที่จะไปออกรายการต่าง ๆ เหล่านี้ ดังที่ผมได้แจ้งไว้ นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม รายการต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนมาแล้วนี้นะครับ ก็ยังเปึน รายการซึ่งจัดคนได้แค่กลุ่ม ๆ หนึ่ง อาจจะกล่าวได้ว่า เปึนกลุ่มคอการเมืองก็ว่าได้ ที่จะ สนใจดูรายการที่มีเนื้อหาสาระหนักในเรื่องการเมือง ตามที่ท่านประธานได้แจ้งว่า เราเอง เราต้องพยายามลงไปถึงทุกกลุ่ม จะเปึนวัยรุ่น จะเปึนผู้หญิง ผู้ชาย หรือกลุ่มอาชีพต่าง ๆ บางครั้งเขาต้องการที่จะเข้าไปในสิ่งซึ่งไม่หนักเกินไปนัก เพราะฉะนั้นเราเองเราก็ได้ นำเสนอ แล้วก็ได้มีการติดต่อหลายรายการครับ เพื่อที่จะ เข้าไปถึงชีวิตประจำวันของ ชาวบ้าน ในรายการต่าง ๆ ที่เปึนรายการว่าไรตี้ (Variety) ซึ่งจะมีประโยชน์มากที่เราจะ ไปสู่ประชาชนในกลุ่มที่กว้างขึ้นต่อไปนะครับ รายการต่าง ๆ เหล่านี้ คุณอลิสา พันธุ์ศักดิ์ เปึ้นคนดูแลรายการต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอเชิญคุณอลิสาต่อครับ ขอบคุณครับ
ครับ เดี๋ยวผมเชิญเองครับ ขอบคุณครับ อย่างไรเดี๋ยวฝากท่านใส่วันที่ทำประชามติ นะครับ สปอตที่ท่านทำเมื่อกี้นี้ เดี๋ยวพอมีวันลงคะแนนทำประชามติแน่นอน ขอให้ใส่ไว้ด้วย นะครับ เชิญท่านอลิสาครับ
กราบสวัสดีท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะคะ จากที่ท่านธวัชได้พูดถึงเรื่อง เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์นะคะ โดยที่มีการทำร้ายการ คุยกับ สสร. เอง ก็ดี หรือว่า รัฐธรรมนูญของประชาชน เองก็ดีนะคะ ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า การที่ได้ผ่านทาง ช่อง ๑๑ นะคะ เปึ้นผลดีอย่างหนึ่ง เพราะว่าคนคอการเมืองก็ได้ความเข้าใจอย่างถึง แก่นแท้ แล้วก็มีคนที่ติดตามช่อง ๑๑ เปึ้นจำนวนมากในเรื่องของการเมือง แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ก็มีความมุ่งมั่นในการที่จะทำ โดยที่ไม่ละเลย แผนประชาสัมพันธ์ที่ให้ไปถึงกลุ่มคนต่าง ๆ นอกเหนือจากคอการเมือง เช่น ในกลุ่ม คนวัยรุ่น เยาวชน แม่บ้าน วัยเริ่มต้นทำงาน วัยแรงงาน ชนชั้นกลาง แล้วก็วัยที่ยังชื่นชอบ รายการทอล์คโชว์ (Talk show) แล้วก็ว่าไรตี้อยู่นะคะ ก็ได้เห็นถึงความจำเปึ้นที่เราจะต้อง แทรกการรับรู้เรื่องเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งตอนแรก ๆ นี่ก็ยังมีความรับรู้น้อย แล้วก็เรื่องของการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ ๒ ก็ได้มีการรณรงค์ใน เรื่องของร่วมการแก้ไขร่างแรก แล้วก็แสดงความคิดเห็นของร่างแรก แล้วก็ในอนาคตก็จะ เปึ้นเรื่องของการลงประชามติ ซึ่งเราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบริษัทต่าง ๆ และ ช่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้นะคะ ในสื่อโทรทัศน์ที่เราได้รับความร่วมมือ ก็คือ อย่างเช่น ละคร เปึนต่อ ก็จะมีการแทรกเรื่องของรัฐธรรมนูญเข้าไปเกี่ยวข้อง รายการ ๓ หนุ่ม ๓ มุม ว่าไรตี้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลาเที่ยงถึงบ่ายโมง ทางช่อง ๙ โดยที่คราวที่ผ่านมาก็จะ ได้มีท่าน สสร. อภิชาติ ดําดี ได้เข้าไปอยู่ในรายการนะคะ แล้วก็ได้ไปร้องเพลงรัฐธรรมนูญ ให้ทุก ๆ คนฟังด้วยนะคะ แล้วก็รายการ เจาะใจ ออกอากาศทุกวันพฤหัส ช่อง ๕ เวลา สี่ทุ่ม โดยที่ผ่านมาได้เชิญท่านจรัญ ภักดีธนากุล และท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ให้ไปพูดถึง เรื่องของรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่ใกล้ตัวนะคะ แล้วก็รายการ สุริวิภา ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ทีวี สี่ทุ่มห้านาที ก็จะเปึนรายการที่เกี่ยวกับคนวัยทำงาน สื่อโทรทัศน์ต่อไปนะคะ คือ รายการ คน ค้น คน ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลาสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม ทางช่อง ๙ รายการ ก็บนอกกะล้า ทุกวันศุกร์ สามทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่มครึ่ง ทางช่อง ๙ รายการ ๑๖๘ ชั่วโมง ก็สอดแทรก มีการ ไทอิน (Tie-in) แล้วก็มีการรณรงค์ให้นะคะ ในช่อง ๓ เวลาห้าทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืนนะคะ รายการ เกมอัจฉริยะข้ามคืน เพิ่งได้มาอัดรายการที่รัฐสภานะคะ แล้วก็ใช้ร่างมาตราของ รัฐธรรมนูญเปึนโจทย์ แล้วก็มีการให้ความรู้แบบสอดแทรกนะคะ ทุกวันจันทร์ สี่ทุ่มครึ่งถึง ห้าทุ่มครึ่ง ช่อง ๓ แล้วก็มีรายการ สีสันบันเทิง ช่อง ๓ รายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง ๓ นะคะ รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง ๓ เวลาสิบเอ็ดโมงยี่สิบถึงเที่ยงสิบห้านะคะ รายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง เปึนรายการที่เจาะกลุ่มผู้หญิงนะคะ ทางช่อง ๓ แล้วก็รายการ จมูกมด ที่ได้เชิญ สสร. ไปร่วมนะคะ เวลาเจ็ดโมงเช้าถึงเก้าโมงเช้านะคะ ทางช่อง ๗ รัฐธรรมนูญของเรา ทางช่อง ๗ นะคะ แล้วก็มีการถ่ายทอดสดในของ มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ๒๐๐๗ (Miss Thailand Universe 2007) ทางช่อง ๗ ซึ่งทางช่องนี่ก็ให้ ความร่วมมือในเรื่องของคำถามในรอบตัดสิน แล้วก็ในการร่วมประชาสัมพันธ์การร่าง รัฐธรรมนูญ แล้วก็ให้มีโฆษณาด้วยค่ะ รายการ บ่ายนี้มีคำตอบ นะคะ ทางช่อง ๙ ปีมเด่นประเด็นร้อน ทางช่อง ๙ รายการ จันทร์ชวนคิด ทางช่อง ๙ จับเงินชนทอง ช่อง ๙ แล้วก็ มอร์นิ่งทอล์ค (Morning Talk) ทางช่อง ๑๑ และก็รายการ คืนนี้กับสายสวรรค์ ทางช่องที่ไอทีวี ซึ่งได้มี สสร. ท่านจุตินันท์ ไปร่วมรายการ รายการ กรรมาธิการพบประชาชน ทางช่อง ๑๑ ค่ะ โดยรายการที่กล่าวมาแล้วนี้ได้รับความ ร่วมมือจากทั้งช่อง ทั้งบริษัทต่าง ๆ ในการร่วมคิดว่า จะสอดแทรกให้เข้าถึงประชาชนได้ อย่างไร โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ แล้วก็หลังจากวันนี้ หรือว่าต่อจากที่ได้ ทำมาแล้วนี่นะคะ ทุกช่อง ทุกรายการก็ยังมีการช่วยร่วมรณรงค์ด้วยนะคะ แล้วก็มีการ สอดแทรกโดยให้ทั้งพิธีกร ทั้งดารา ทั้งละคร นี่มีการสอดแทรกเรื่องรัฐธรรมนูญเข้าไป ให้เห็นเปึ้นระยะ ๆ นะคะ เพื่อให้กระตุ้นว่า ตอนนี้เรามีการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ แล้วก็รับฟัง ความคิดเห็นอยู่ค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณบริษัทเอ็กแซกต์ ซีเนริโอ (Scenario) แล้วก็แกรมมี่ เจเอสแอล ทีวีบูรพา เวิร์คพอยต์ โพลีพลัส เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ๓ ๕ ๗ ๙ และทีไอทีวี ค่ะ นอกจากนี้นะคะ เราก็ยังไม่ละเลยต่อการที่จะให้ความสนใจกับคนที่ท่องเว็บนะคะ โดยที่ว่าเราเองก็ได้มีเว็บไซต์ที่ได้ทำมาแล้วตั้งแต่ต้นนะคะ ของ เวิลด์ไว้ด์เว็บดอต พาร์เลียเมนต์ดอตจีโอดอตทีเอช (www.parliament.go.th) นะคะ ในปัจจุบันนี้เรามี กระทู้ถามตอบ ๕๕ คำถามนะคะ โดยกระทู้นี้ก็จะขึ้นมาตามระยะเวลานะคะว่า แต่ละท่าน เห็นด้วยหรือไม่นะคะ เช่น คำถามที่เรามีในกระทู้ มีคร่าว ๆ นะคะ ก็คือ จะยกตัวอย่างให้ ทราบ ก็คือ อย่างเช่น ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกรณีที่บัญญัติให้สิทธิด้านแรงงานได้รับ หลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทํางาน รวมทั้งหลักประกันในการดํารง ชีพทั้งในระหว่างการทำงานและเมื่อพื้นจากสภาวะการทำงาน มาตรา ๔๔ ซึ่งกระทู้นี้ก็ได้ ลิงก์ (Link) ไปตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้วยนะคะ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายองค์กร นะคะ ทั้งมหาวิทยาลัยทั้ง ๔๓ แห่ง ภาครัฐ ๑๗ แห่ง รัฐวิสาหกิจ ๒๑ แห่ง เว็บไซต์ ยอดนิยมอีก ๑๒ แห่ง อย่างเช่น เว็บไซต์ของสื่อมวลชน ไทยรัฐ แนวหน้า เมเนเจอร์ (Manager) แล้วก็ไม่ได้กล่าวถึงอีกมากมายนะคะ กระทู้นี้ก็จะลิงก์มาที่ เวิลด์ไว้ด์เว็บ ดอุตพาร์เลียเมนต์ดอตจีโอดอตทีเอช แล้วก็สามารถเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับกระทู้ แล้วก็แสดงความคิดเห็นได้ในกล่องแสดงความคิดเห็น โดยเราจะทําไปเรื่อย ๆ นะคะ แล้วก็รับความคิดเห็นไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้น เราก็ได้รับความร่วมมือในการติดแบนเนอร์ ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้วยค่ะ ในระยะต่อไปที่เรากำลังดำเนินงานอยู่ ก็คือ การทำอีไวรอล (e-viral – Electronic viral) หรือการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ต่อกันเปึ้นทอด ๆ เพื่อส่ง ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญไปสู่กลุ่มเปัาหมายนะคะ ซึ่งเปึนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนะคะ แล้วก็นอกจากนั้นก็จะมีการส่งผ่านข้อความทางเอสเอ็มเอส (SMS – Short Message Service) นะคะ หรือว่าผ่านโทรศัพท์มือถือนะคะ ในเรื่องของประเด็นสาระรัฐธรรมนูญ สั้น ๆ นะคะ ให้มีการเน้นย้ําว่าเรามีการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรบ้างนะคะ ต่อไปนะคะ เราก็ยังมีสื่อด้านต่าง ๆ แล้วก็จะมีท่านคณะกรรมาธิการที่จะพูดในสื่อวิทยุต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านอลิสาครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องอาหารครับ เมื่อรับประทานอาหารแล้ว กรุณาเข้ามานั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงผลการทำงานด้วยนะครับ ถ้าดูน้อยคน บางตา เพื่อนก็ใจแปัวนะครับ ก็ขอเชิญครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ก็รีบกลับเข้ามานะครับ ทุกท่าน เลยนะครับ ที่อยู่ห้องอาหารครับ เชิญเข้าห้องประชุมด้วยครับ เมื่อรับประทานอาหาร เสร็จแล้วครับ ท่านสมาชิก มีท่านใดต่อครับ เชิญครับ ท่านปริญญานะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม ปริญญา ศิริสารการ สสร. ครับ เรามีเพลง ทางด้านวิทยุให้ท่านฟังนะครับ เดี๋ยวช่วยกรุณาเป่ดให้ฟังด้วยนะครับ
เตรียมไว้หรือยังครับ เจ้าหน้าที่ครับ
เตรียมไว้แล้วครับ
เชิญครับ
ขอโทษนะครับ มันเปึนสปอต วิทยุนะครับ นั่นเปึนคำบรรยายการประชาสัมพันธ์ด้านวิทยุนะครับ ความยาวประมาณ สามสิบวินาที ผม ปริญญา ศิริสารการ สสร. ได้รับหน้าที่ให้ดูแลเรื่องสื่อวิทยุ ซึ่งเปึนสื่อ ที่เราพบว่า ปัจจุบันนี้เข้าสู่ถึงชาวบ้าน หรือประชาชนระดับล่างมากที่สุดนะครับ แต่ก็เปึน สิ่งที่ไม่ใช่ง่ายนักที่จะเข้าไปถึงประชาชนระดับนี้ เพราะว่าส่วนใหญ่ก็อยู่ในท้องทุ่ง ท้องนา หรือบางทีก็ไม่ค่อยจะมีเวลามาก นอกจากบางท่านถือวิทยุทรานซิสเตอร์ (Transistor) เข้าไปนั่งฟังในระหว่างทํางานนะครับ เรามีสื่อทางวิทยุที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ โดยการ เราแต่งเพลงรัฐธรรมนูญมา ๕ เพลงนะครับ และ ๒. เรามีประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญ ต่าง ๆ ๓. กลอนทางรัฐธรรมนูญ ซึ่งคุณอภิชาติ ดําดี นี่ก็คงจะเปึ้นผู้อ่านให้ฟัง เรามี สปอตทางวิทยุ เรื่อง สภากาแฟของผู้ใหญ่ลี เปึนช่วงที่ ๒ เรามีรับฟังความคิดเห็น มีวีที่อาร์ (VTR – Video Tape Recorder) เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์นะครับ นอกจากนี้ นี่นะครับ เรายังมีรายการวิทยุต่าง ๆ เช่น รายการ คุยกับ สสร. เราใช้วิทยุของรัฐสภา คลื่น ๘๗.๕ ซึ่งกระจายไปทั่วประเทศ แต่ก็ไม่ทั่วมากนะครับ หลายสิบจังหวัดนะครับ แต่ละจังหวัดก็อาจจะมีคลื่นเอฟเอ็ม ๘๗.๕ (FM ๘๗.๕ - Frequency Modulation ๘๗.๕) หรือเอฟเอ็มอะไรต่าง ๆ ซึ่งอาจจะแปรเปลี่ยนไปแต่ละจังหวัดนะครับ ซึ่งมีการ คุยกับ สสร. นี้ มีทุกวันนะครับ คือวันจันทร์ คุยกับ สสร. ภาคเย็น ๑๗ นาฬิกา ๓๐ ถึง ๑๙.๐๐ นาฬิกา นะครับ โดยมีคณะกรรมาธิการยกร่างมาบรรยาย หรือว่าอธิบาย เจตนารมณ์ วิธีการต่าง ๆ ในการเขียน ข้อคิดต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ให้ประชาชนทางบ้านนี่ ที่รับฟังวิทยุอยู่ โทรศัพท์เข้ามาถามได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ ๐๒ ๒๔๔๑๔๘๒ แล้วก็ ๐๒ ๒๔๑๐๐๕๕ เข้ามาคุยในรายการนะครับ ส่วนกลางคืนนี้นะครับ เราก็มีรายการ คุยกับ สสร. ภาคดึก ประมาณ ๒๑.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๒.๐๐ นาฬิกา นะครับ โดยมีสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญไปนั่งคุยกับท่าน โดยเชิญแขกผู้มีเกียรติมาร่วมคิดในรายการเพลิน ๆ นะครับ แล้วก็ประเด็นต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเขา แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับ รัฐธรรมนูญของเรา แล้วเราก็จะเชิญชาวบ้าน หรือทางบ้านนี่โทรเข้ามาร่วมกับเรา ในขณะนี้ถ้าท่านฟังรายการ หรือชมรายการนี้อยู่ ก็อย่าลืมนะครับ ติดตามวิทยุรัฐสภา ซึ่งมีรายการคุยกับ สสร. นะครับ ส่วนวันเสาร์ วันพุธ วันพฤหัส เราจะเชื่อมสัญญาณ คุย กับ สสร. ภาคทีวี เข้ามาออกรายการในรายการ ๘๗.๕ ของวิทยุรัฐสภานะครับ รายการ สถานีวิทยุต่าง ๆ นี้ครับ เรามีเรื่องเกี่ยวกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ออก ในรายการวิทยุแห่งประเทศไทยนะครับ ช่วงเช้า ๐๗.๐๐ นาฬิกา และช่วงเย็น ๑๙.๐๐ นาฬิกา รายการนี้เราจะหาสาระสําคัญในรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ประเด็นมาออก เปึ้นข่าว รายงานให้ท่านทราบประมาณสักหนึ่งนาที หรืออาจจะกว่าเล็กน้อยนะครับ แล้วก็ นอกจากนี้ เรายังมีรายการซึ่งเราได้รับโอกาสจากวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ให้เราคุย หรือว่า แสดงความคิดเห็น หรือว่าคุยอะไรต่าง ๆ ในรายการ หมุนตามวัน ของกรมประชาสัมพันธ์ ทุกวันจันทร์ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ขึ้นไป ถึง ๑๙.๐๐ นาฬิกา แต่ช่วงเวลาไม่ได้เต็มเวลาขณะนี้ แต่เปึนช่วงเวลาที่ออกอากาศนะครับ รายการ บันทึกสถานการณ์ ซึ่งก็ให้โอกาสเรา เหมือนกันนะครับ ทางกรมประชาสัมพันธ์ ช่วงเช้า ทุกวันอังคาร ๐๘.๐๐ ถึง ๐๙.๐๐ นาฬิกา ซึ่งอาจจะมี สสร. บางท่านไปแสดงความคิดเห็น หรือตอบคำถามต่าง ๆ ซึ่ง วิทยากรประจำร้ายการอาจจะถามเราขึ้นมานะครับ แล้วเรามีรายการ สภาประชาชนร่วม ร่างรัฐธรรมนูญ เอฟเอ็ม ๑๐๐.๕ ของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งถ่ายทอดไปในภาคกลาง กรุงเทพนะครับ ก็เปึนรายการที่มีผู้ดำเนินรายการ ชื่อ คุณจำนรรจา ชุ่มชื่น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพวกเรา สสร. ด้วยกัน เวลาให้เราในการช่วยคิดช่วยทำ แล้วก็ช่วยร่วมความคิดเห็นในรายการนะครับ ต่อมาวิทยุเอฟเอ็ม ๙๗ เมกะเฮิรตซ์ (Megahertz) ก็ออกอากาศเปึนประจำทุกวันถึงศุกร์ สิบเก้าถึงยี่สิบนะครับ ก็ให้โอกาส พวกเราในการแสดงความคิดเห็น หรือว่าได้คุยกับชาวบ้านนะครับ ความร่วมมือต่าง ๆ ของวิทยุกระจายเสียงในเมืองไทย เพื่อเผยแพร่เรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไปตามเวทีต่าง ๆ นี้นะครับ เราก็ได้รับความร่วมมือจากสถานีวิทยุ ทั่วประเทศ เรากำลังจะขอความร่วมมือจากเครือข่ายวิทยุชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อ ร่วมกันประชาสัมพันธ์เข้าสู่พ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกภาคส่วนนะครับ ขณะนี้เราได้ร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเอาสื่อประชาสัมพันธ์กระจายไปสู่ หมู่บ้าน และ อบต. ทั่วประเทศนะครับ เพื่อที่จะให้ชาวบ้าน หรือพ่อแม่พี่น้องชาวไทย ทุกคนได้รับทราบ หรือรับฟังเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เราจะประกาศต่อไปนี้นะครับ แล้วก็เราขอความร่วมมือจาก วิทยุของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในเครือข่ายวิทยุกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสูงสุด และวิทยุตำรวจ และในเครือข่ายของ อสมท. กรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร แล้วก็แจ้งการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้กับพี่น้อง ชาวไทยและคนทุกคนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เรากำลังร่วมมือกับสำนักนายก ซึ่งมีทีมงานในด้านเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ อนุประชาสัมพันธ์ที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับ การร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ประชามตินี้ ขณะนี้ก็มีความร่วมมือกันอยู่โดยเปึนประจํา นะครับ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการของจังหวัดภาคต่าง ๆ ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ หรือภาคอีสานนี้ ก็ทำการร่วมประชาสัมพันธ์กับภูมิภาคต่าง ๆ โดยพร้อมเพรียงกัน ขณะนี้ก็เลยกำลังมีการร่วมมือกันในการประชาสัมพันธ์รายการต่าง ๆ และก็มีการสะท้อน ภาพต่าง ๆ จากสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสต่อไป ในเรื่องการรณรงค์ ในภาคที่ ๓ ในขณะนี้เรากำลังจะรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเปึ้นจุดอ่อนของการประชาสัมพันธ์ เพื่อมาเติมเต็มในสิ่งที่เราขาด แล้วก็คิดว่า เราจะต้องร่วมกับคณะกรรมาธิการภาคต่าง ๆ ในการเติมเต็มสิ่งที่ประชาชนต้องการนะครับ นี่ก็เปึนสื่อคร่าว ๆ ทางวิทยุ ซึ่งเปึนสื่อที่วันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ถึงแม้จะสนใจก็ยังอาจจะน้อยกว่าทางทีวี ทางภาพนะครับ เมื่อกี้มีคน โทรมาถามผมว่าแอร์ วอร์ คืออะไร กราวนด์ วอร์ คืออะไร ชาวบ้านบางคนไม่เข้าใจ แอร์ วอร์ ผมอธิบายง่าย ๆ คือการออกอากาศ หรือการออกเสียง ออกภาพไปทางอากาศ นะครับ ส่วน กราวนด์ วอร์ ก็คือ สื่อต่าง ๆ สื่อประชาสัมพันธ์ สื่อวิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อภาพ สื่อประชาสัมพันธ์ด้านโปสเตอร์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หรือแผ่นผ้า อะไรต่าง ๆ นี้ ก็เรียนให้ทางบ้านทราบว่า แอร์ วอร์ กราวนด์ วอร์ สิ่งที่ต่างกันคืออะไร กรรมาธิการเรา อาจจะพูดภาษาอังกฤษติดไปนิดหน่อย แต่ถ้าท่านข้องใจ หรืออะไร ก็โทรมาต่อว่าได้ เราจะพยายามอธิบายเปึนภาษาไทยไปให้ท่านทราบนะครับ มิฉะนั้น เดี๋ยวท่านจะตำหนิว่า เรานี่ห่างเหินประชาชนเหลือเกิน พูดแต่ภาษาฝรั่งนะครับ ก็ขอโทษแทนคณะกรรมาธิการ ที่ติดภาษาฝรั่งนะครับ ลิงก์ ก็แปลว่า การเชื่อมโยงอะไรอย่างนี้นะครับ ก็มีการต่อว่า มาทางโทรศัพท์นิดหน่อย ก็เลยขอถือโอกาสนี้ชี้แจงให้ท่านทราบนะครับ ก็จะมีสมาชิก กรรมาธิการท่านอื่น ๆ เสนอต่อไปนะครับ
ขอบพระคุณครับ คราวหน้าก็ขอภาษาไทยล้วน ๆ นะครับ พอดีวันนี้เปึนวันสุดท้ายของ การยื่นคําแปรญัตติ สมาชิกหลายท่านก็กําลังไปเน้นในการทําญัตติให้เสร็จเรียบร้อย เดี๋ยวช่วงบ่าย ก็จะมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญประชุมต่อด้วยนะครับ ก็เลยดูสมาชิก อาจจะบางตา อย่างไรก็ตาม ก็ยังรับฟังกันอยู่ด้านห้องข้าง ๆ นะครับ และรับประทาน อาหารเสร็จแล้วก็เชิญเข้ามาด้วยนะครับ ท่านสมาชิก ท่านสุนทรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมแจ้ง นิดหนึ่งแล้วกันว่า ผมรับประทานอาหารเปึนปกติเวลา ๑๓. ๐๐ นาฬิกานะครับ ผมไม่ได้ หิวอะไรเลย ผมบอกแล้วว่า การรับฟังมันจะไม่ได้ผล ขอเรียนให้ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ นอกจากเมตตาให้ ผมเปึนรองประธานกรรมาธิการแล้ว ยังมีมติตั้งให้ผมเปึนประธานอนุกรรมการสื่อมวลชน ภูมิภาคนะครับ เพื่อที่จะเข้าไปถึงภูมิภาคที่ยังห่างไกลทั่วประเทศ และได้เริ่มทำงานดังนี้ คือในวันที่ ๔ และวันที่ ๕ เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการประชุมสัมมนาที่รัฐสภาแห่งนี้ และ เป่ดการประชุมโดย ท่านอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีสื่อมวลชนทั่วประเทศมา ๖๐ คน สื่อมวลชนภูมิภาคนะครับ เพื่อรับฟังและทำความ เข้าใจกับร่างรัฐธรรมนูญนี้ นี่คือ ครั้งแรกของการทำงานของกรรมาธิการภูมิภาค จากนั้น ได้จัดตั้งอนุกรรมการภูมิภาครวม ๑๐ คน แยกย้ายกันไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายกัน ทำงาน จากนั้นมาอีก ๒๘ วัน คณะกรรมการได้เดินสายไปทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือ ในวันที่ ๒๙ เมษายน เพื่อพบสื่อมวลชนภาคเหนือ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ จังหวัด เราได้เริ่ม พบว่า ความบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดีกว่าที่เราจะนั่งรับฟังอยู่แต่ที่สภา เราได้เห็น ช่องว่างต่าง ๆ มากขึ้น และในวันรุ่งขึ้น กระผมยังได้มีโอกาสเป่ดการสัมมนาที่ คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ข้อมูลและได้รายงานที่เปึนประโยชน์ อย่างยิ่งมาสู่คณะกรรมาธิการ จากภาคเหนือเรามุ่งไปสู่ภาคใต้ ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ซึ่งเปึนวันอาทิตย์ เราก็ไม่ได้หยุดงาน เหตุที่เลือกวันอาทิตย์ เพราะเราต้องเลี่ยงจาก วันที่ประชุมสภา วันอาทิตย์เป่ดการประชุมที่ภัตตาคารลักกี้ (Lucky Restaurant) จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเชิญประชาสัมพันธ์จังหวัดร่วมกับสื่อมวลชนในจังหวัดเข้าร่วม พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน ปรากฏว่าเราได้รับความจริงที่น่าตกใจว่า สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่าใครเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด สอบถามไปมา ซึ่งท่านประชาสัมพันธ์จังหวัดก็นั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วย ได้ทราบความว่า ท่านประธาน กรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เปึ้นที่น่าแปลกใจว่า สื่อมวลชนไม่ทราบ จากเหตุที่ไม่ทราบ จึงทําให้เอกสาร เช่น หนังสือร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับรับฟังความคิดเห็น) และสื่อโฆษณาต่าง ๆ ไม่ทั่วถึง จากสุราษฎร์ธานีเราเดินทางโดยรถยนต์มุ่งไปสู่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เหตุที่เลือกนครศรีธรรมราชเพราะเปึนศูนย์กลางของภาคใต้ มีสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ วิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี เข้าร่วมสัมมนากันที่โรงแรมทวินโลตัส (Twin Lotus Hotel) ก็ได้พบข้อมูลคล้ายคลึงกัน ซึ่งผมจะสรุปในประเด็นหลัง ก็ขอเรียนว่า การเดินทางของเราต่อไป คือ ภาคกลาง รวมกับภาคตะวันออก ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม เราไปที่โรงแรมวรบุรีอโยธยา จังหวัดอยุธยา ก็มีสื่อมวลชนทั้ง ๓ ประเภท คือ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ วิทยุชุมชน และเคเบิลทีวี เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยน ในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม เรามุ่งไปที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในครั้งนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ให้เกียรติเข้าร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ด้วย สื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่นและ ใกล้เคียง ซึ่งเรียกว่า เขตอีสานเหนือ ได้เข้าร่วมกันประมาณ ๔๕ คน ได้รับข้อมูลต่าง ๆ มากมาย มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหลากหลาย ที่โรงแรมเจริญธานีปรินเซส (Charoen Thani Princess Hotel) จังหวัดขอนแก่นนะครับ ในวันอาทิตย์ต่อมา เราไปที่ภาคอีสานใต้ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ที่โรงแรมเนวาดาแกรนด์ (Nevada Grand Hotel) จังหวัดอุบลราชธานี และได้พบว่า ที่จังหวัดอุบลราชธานีเปึนเพียงจังหวัดเดียวเท่าที่ผมตระเว้นมาทั่วประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานีเปึ้นเพียงจังหวัดเดียวที่มีการประชาสัมพันธ์แข็งแกร่งที่สุด อันนี้ ยกความดีให้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟัง และคณะทั้ง ๒๑ คน ซึ่งประธานวิสามัญที่จังหวัดอุบล เปึนผู้หญิง น่ายกย่องมาก อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือ อย่างดียิ่งจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต ๒ ซึ่งดำเนินการโดย ผู้อำนวยการ บัณฑิต ตั้งประเสริฐ และยังได้รับความร่วมมือที่ไม่เคยพบมาก่อนจากทางมหาดไทย คือ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ เข้ามาร่วมทั้งในครั้งแรก และครั้งที่ ๒ ที่อุบลนี่ผมไป ๒ ครั้งนะครับ ที่อุบลนี่ขอยกย่องครับว่า การประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมมาก จากนั้นเอง ผมยังได้มีโอกาสไปที่กรุงพนมเปญ (Phnom penh) พบกับสื่อมวลชน และได้พบกับสื่อมวลชนจากแขวงจำป่าสัก อันนี้แถมเข้ามา เพราะว่าเปึ้นเรื่องที่ไม่ได้ใช้ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ จากการเดินทางตระเว้นไปทั่วประเทศ ได้พบข้อขัดข้องและ ปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเปึนรากแก้วหรือรากหญ้า ส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้และไม่เข้าใจการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒. สิ่งสำคัญ วัสดุประชาสัมพันธ์ ต่าง ๆ ยังเข้าไม่ถึงและไม่เพียงพอ ๓. ร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการแจกจ่ายไป ส่วนใหญ่ไปสุ่มไปกองกันอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด ไม่มีการแจกจ่ายต่อ ๔. บางจังหวัด ยังไม่ได้รับการประสานงานจากประชาสัมพันธ์จังหวัด ซึ่งเปึนตัวจักรสำคัญในการ เผยแพร่และการขอความร่วมมือจากสื่อแขนงต่าง ๆ ภายในจังหวัด ๕. คณะกรรมาธิการ วิสามัญหรือคณะอนุกรรมาธิการประจำจังหวัดยังไม่ทำงานเท่าที่ควร เพราะบางท่าน ได้รับการแต่งตั้ง ยังไม่ทราบมาก่อน ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว ๖. ประชาชนในพื้นที่ ยังให้ความสนใจน้อย เนื่องจากอุปสรรคต่าง ๆ และยังเห็นว่า รัฐธรรมนูญเปึ้นเรื่องไกลตัว และเข้าใจยาก ๗. ผู้ชี้นำที่สามารถทำให้ประชาชนเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้จะประชาสัมพันธ์เพียงใดแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชี้นำมากกว่า ซึ่งผู้ชี้นำดังกล่าวก็หมายถึง นักการเมืองท้องถิ่น หรือนักการเมืองระดับชาติในพื้นที่นั้น ๆ ๘. ยังไม่พบงบประมาณ ในการติดตั้งปัายโฆษณาเกี่ยวกับสื่อโฆษณาต่าง ๆ จึงเปึน ปัญหาสำคัญ ทำให้การติดตั้งเปึนไปได้ยาก ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการประชาสัมพันธ์ ให้เข้าถึงรากหญ้า ดังนี้นะครับ ๑. ชี้จุดดี จุดเด่น ให้ประชาชนเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๒. บอกข้อดีที่ประชาชนจะได้รับจากรัฐธรรมนูญเปึนภาษาชาวบ้านสั้น ๆ และเข้าใจง่าย ๓. ได้รับการเสนอแนะให้ใช้วิทยุชุมชน ระหว่างช่วงเวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๙.๐๐ นาฬิกา เพราะเปึนเวลาเลิกกรีดยางทางภาคใต้ หรือเปึนเวลาเริ่มทําไร่ ทำสวน ในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งประชาชนที่ทำไร่ ทำส่วน จะมีเวลามากในช่วงนี้ เพราะว่าส่วนใหญ่อาจจะนำสัตว์เลี้ยง ไปเลี้ยงในท้องทุ่ง ๔. ควรจัดรายการโทรทัศน์ในลักษณะเวทีชาวบ้าน และใช้พิธีกร ซึ่งชาวบ้านรู้จักดี เช่น ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม อาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หรืออาจารย์อภิชาติ ดำดี ข้อ ๕ ได้รับการเรียกร้องให้ลงข้อมูลสำคัญในหนังสือพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่า จะเปึนหนังสือส่วนกลาง หรือหนังสือท้องถิ่น ข้อ ๖ ให้ประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่าย และกลุ่มต่าง ๆ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และ ที่สำคัญ คือ กศบป. กศบป. คือ นักศึกษาราชภัฎที่เรียนในวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่ เปึ้นประชาชนอาชีพต่าง ๆ องค์กรชุมชน และสหกรณ์ ข้อ ๗ เรื่องให้ข้อมูล เช่น ใช้คําขวัญว่า หากไม่รับ อํานาจเก่าจะกลับคืนมา หรือ ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน หรือ ประชาชนไม่ใช่ผู้ชมอีกต่อไป แต่ประชาชนต้องเปึ้นผู้เล่น และผู้กำหนด หรือ ของดี ยังมีอยู่ ของดียังไม่ถูกแก้ไข ๘. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้กำชับและตรวจสอบเรื่องของ ความจริงจัง และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของการประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยเฉพาะความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนในพื้นที่ ได้รับทราบ ๙. จัดทำใบปลิวและกระจายข้อมูลในแผ่นกะทัดรัด เพื่อสะดวกแก่การติดตั้ง ด้วยข้อความสั้น ๆ และเข้าใจง่าย มีสีสันสะดุดตา ๑๐. วิทยุชุมชนยินดีที่จะเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของการร่างรัฐธรรมนูญ และยินดีรับสัญญาณจากแม่ข่าย คือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในจังหวัดนั้น ๆ ๑๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดควรมีฝ์ายวิชาการรวบรวมข้อมูล มีการรวบรวมการร่างรัฐธรรมนูญ และรวบรวมให้สื่อมวลชนได้รับทราบ และยินดีเผยแพร่ ยินดีเสนอให้ทุกเมื่อที่ได้รับการ ร้องขอ แต่ข้อมูลดังกล่าวนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการเคลื่อนไหวหรือมีการต้าน จากอดีต สส. และ สว. ในท้องถิ่น ซึ่งต้องยอมรับว่า มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการตัดสินใจ ของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ผลงานของสื่อมวลชนภูมิภาคค่อนข้างจะได้เปรียบ เพราะจับต้องได้เปึ้นรูปธรรม เพราะได้มีการเผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ มีทั้งหมดทั่วประเทศ ที่ลงไปแล้วประมาณ ๖๐ ฉบับ ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวถึง เพราะว่า เสียเวลา ขอรายงานให้ทราบเพียงเท่านี้ครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ ท่านสมาชิก สสร. กระผม นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะกรรมาธิการ ในส่วนที่กระผมได้รับผิดชอบงานทางด้าน ประชาสัมพันธ์นั้น เปึนส่วนที่รับผิดชอบที่ถือว่าเปึนงานที่ค่อนข้าง และจำเปึนจะต้อง ผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดเปึ้นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงต้นของการรณรงค์ เพื่อที่จะ สร้างกระแสให้ประชาชนได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เปึนภารกิจหลัก ดังนั้น เราได้จัดพิมพ์สื่อวัสดุเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ออกมากว่าหนึ่งล้านชิ้น ใน ๑ ล้านชิ้นนั้นก็จะประกอบไปด้วยสติกเกอร์จำนวน ๓๒๐,๐๐๐ แผ่น แผ่นพับที่พูดถึง รัฐธรรมนูญ รายละเอียดต่าง ๆ กระบวนการอีกกว่าหกแสนแผ่น โปสเตอร์อีก ๓๒๐,๐๐๐ แผ่น แบนเนอร์ ๑๓,๐๐๐ แผ่น คัตเอาต์จำนวน ๕,๑๐๐ แผ่น สตรีทแบนเนอร์ ๑๐๐ ผืน ธงญี่ปุ์น ๒๐๐ ชุด แบกดรอปี จำนวน ๑๐๐ ผืน เพื่อใช้เปึนฉากหลังของการจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชน ท่านเชื่อไหมครับว่า สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมด สื่อวัสดุสิ่งพิมพ์ จำนวน ๑ ล้านชิ้นนั้น เปึนภาระที่ค่อนข้างหนักมากของกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ ในการที่จะกระจายสู่กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัด แต่ที่สำคัญอย่าง ยิ่งนั้น ก็คือว่า ในการกระจายออกไปแล้วนั้น สื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้จะได้ถูกนำเสนอสู่สายตา ประชาชนได้อย่างไร ทำอย่างไรประชาชนจะได้เห็น และจะได้ตระหนักถึงขณะนี้ได้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ เราได้มีการจัดส่งสื่อวัสดุเหล่านี้โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทขนส่ง จำกัด ซึ่งท่านเอง ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ ท่านเปึนสมาชิก สสร. ขออนุญาตที่ เอ่ยนาม ท่านวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ท่านได้แสดงเจตจํานงในการที่จะขนส่งสื่อเหล่านี้เพื่อ ไปยังทุกจังหวัด นอกจากนั้น เรายังได้รับความร่วมมือจากบริษัทพัสดุภัณฑ์ไทย จำกัด หรือ รสพ. เก่า ได้ทำหน้าที่ในการที่จะจัดส่งสิ่งที่ผมได้นำกราบเรียนไปแล้วทั้งหมด ไปยัง ทุกจังหวัด และถึงที่อยู่ของประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทุกจังหวัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนการที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนัก ความรับผิดชอบ และความเสียสละของผู้ที่ผมได้เอ่ยนามไปนั้น ต่อการสร้างร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ร่วมกัน บัดนี้ สิ่งที่ผมได้นำกราบเรียนนั้น ได้ไปถึงทุกจังหวัด ถ้าท่านได้เดินทางไปใน ต่างจังหวัดทุกจังหวัด ท่านจะเห็นสิ่งที่ผมนำกราบเรียนไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึ้นโปสเตอร์ ไม่ว่าจะเปึนแบนเนอร์ ไม่ว่าจะเปึนคัตเอาต์ ติดตามหัวมุมถนน ติดตามถนนต่าง ๆ ติดตามอำเภอทุกอำเภอ ที่สำคัญ เรายังเปึนห่วงต่อครับท่านประธานครับว่า สิ่งที่เราส่ง สื่อเหล่านี้ไปให้ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดแล้ว สื่อเหล่านี้จะไปติดได้ อย่างไร เราได้ทำหนังสือเพื่อชี้แจงให้ประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ทุกจังหวัดได้ตระหนักว่า สถานที่ที่จะต้องน้ำไปติดตั้งนั้น เราเน้นตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล อบต. เทศบาล ธนาคาร สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานที่มีประชาชน เดินทางเข้าออก เพื่อที่จะให้ประชาชนได้เห็นสิ่งเหล่านี้ ผมต้องกราบขออภัยท่านประธาน นิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ผมลืมไปที่จะได้นำกราบเรียนว่า ถ้าท่านสังเกตสื่อวัสดุเหล่านี้ ท่านจะ เห็นว่า สีที่ปรากฏอยู่นั้นมีอยู่ ๒ สี สีแรก ก็คือ สีเหลือง สีที่ ๒ ก็คือ สีเขียว อยากจะนำ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่มาที่ไปของสีที่เราใช้เปึนสื่อในการประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ สีเหลืองหมายถึงรัชกาลที่ ๙ สีเขียวนั้น หมายถึงรัชกาลที่ ๗ ความเปึนมา ก็คือว่า รัชกาลที่ ๗ ได้พระราชทานประชาธิปไตยให้กับประชาชน และในปัจจุบัน สีเหลือง ก็คือ สีรัชกาลที่ ๙ นั่นคือ สีที่เปึ้นสิริมงคล ก็ขออนุญาตนำกราบเรียนดังนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือว่า ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ และคณะทุกจังหวัด ที่ได้ช่วยกันน้ำพาสื่อวัสดุเหล่านี้ไปทำการประชาสัมพันธ์ในสถานที่ที่เหมาะสม และทำให้ ประชาชนตื่นตัว และทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ทาง กรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัด และ สสร. อยากจะเห็นความเห็นจากประชาชน นั่นก็คือ สิ่งที่เรานำเสนอไปผ่านสื่อวัสดุ สิ่งที่สำคัญจากนี้ไป ก็คือว่า เรากำลังตระหนักดีว่า เราจะทำอย่างไร ที่จะทำให้ประชาชน นอกจากตื่นตัวในระยะเวลากรอบที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ สำคัญที่เราอยากจะเห็น ก็คือว่า เราอยากเห็นประชาชนได้มีความรู้ และมีความเข้าใจใน เรื่องของรัฐธรรมนูญ เราคงไม่อยากเห็นประชาชนไปลงประชามติรัฐธรรมนูญด้วยความ ที่ไม่รู้ว่า รัฐธรรมนูญคืออะไร เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญสามารถที่จะจับต้องและใช้เปึ้น ประโยชน์กับประชาชนได้อย่างไร เราในฐานะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ก็ได้เดินทางไป พบกับทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือในแนวทางที่จะทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องของรัฐธรรมนูญได้อย่างไร สิ่งที่สำคัญที่เรามองเห็น ก็คือ หอกระจายข่าวที่อยู่ในทุกหมู่บ้าน เราอยากให้ประชาชนใน ทุกหมู่บ้านในชนบทนั้น ได้ยิน ได้ฟัง ในสิ่งที่เปึนประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อหา สาระของรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจำเปึ้นจะต้องเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ ให้ความร่วมมือ และเราเองในฐานะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์จะผลิตสื่อในรูปแบบของ เสียงที่จะไปเป่ดตามหอกระจายข่าว ต่อเติมในสิ่งที่เราอยากจะให้ประชาชนได้รับรู้ ในเรื่องรัฐธรรมนูญ และอีกเรื่องหนึ่งที่เปึ้นโครงการที่สำคัญที่สุด ก็คือว่า ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการ ในการที่จะผลิตอาสาสมัครประชาธิปไตย โดยโครงการ นั้นจะเปึนการสร้างแม่ไก่ขึ้นมา ก็คือ สร้างวิทยากรขึ้นมา หลังจากนั้น แม่ไก่ก็จะไปพูดคุย กับลูกไก่ เพื่อสร้างลูกไก่ขึ้นมา ลูกไก่ก็จะทำหน้าที่เปึนวิทยากรในระดับทั้งอำเภอ แล้วก็ ระดับทั้งตําบล เพราะฉะนั้นเราก็จะมีอาสาสมัครประชาธิปไตยทั่วประเทศ แต่ตรงนี้ เองครับ เปึนสิ่งที่เราจำเปึน ในฐานะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์จะต้องสอดแทรกลงไป นั่นก็คือว่า เราจะทําการพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในเฉพาะในส่วนที่สําคัญ นั่นก็คือว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตรงนี้ได้มีสิ่งที่แตกต่างและดีกว่า ได้อุดช่องว่าง ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญในอดีตที่ผ่านมาอย่างไร และประชาชนจะสามารถจับต้อง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อย่างไร ดังนั้น สื่อตรงนี้ก็จะถูกนําส่งไปยังให้แม่ไก่ แล้วก็ลูกไก่ เพื่อที่จะนำไปสอดแทรกให้กับอาสาสมัครประชาธิปไตยของกระทรวงมหาดไทย นี่คือสิ่งที่ เรากำลังดำเนินการอยู่ในห้วงที่ ๓ นะครับ หลังจากนั้น สิ่งที่หลายท่านอาจจะมองข้าม ในเรื่องของสื่อ ที่เราคิดว่า ไม่สำคัญ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนนิดหนึ่ง ท่านทราบไหมครับว่า ขณะนี้สมาคมเคเบิลทีวีทั่วประเทศ มีประชาชนรับชมเคเบิลทีวี ที่อยู่ในต่างจังหวัดนั้น ประมาณสิบสองล้านคนทั่วประเทศ มีสถานีเคเบิลทีวีทั่วประเทศ ถึง ๔๐๐ แห่ง ท่านประธานครับ ในทุกจังหวัดจะมีเคเบิลทีวี แล้วก็มีคนดูเปึ้นจำนวนมาก กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ได้พูดคุยกับท่านนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ก็คือ คุณเกษม อินทร์แก้ว ท่านได้ให้ความกรุณาในการนำ สื่อสปอตโฆษณาที่ท่านได้ผ่านตาไปเมื่อสักครู่ ไม่ว่าจะเปึนภาพยนตร์โฆษณาต่าง ๆ ฉายในเคเบิลทีวี ซึ่งเปึนรายการต่าง ๆ ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเปึนสปอตโฆษณา วีดีทัศน์ สื่อโฆษณารณรงค์ที่มีดารา เทเบิล สแตนด์ (Table stand) หรือว่าแผ่นตั้งที่อยู่หน้าพิธีกร ต่าง ๆ ก็ได้นำเผยแพร่ไปแล้ว ในรอบที่ ๓ นี้ เราก็ยังคิดว่า เคเบิลทีวีนั้นจะช่วยเราในการ ที่จะสื่อในเรื่องของรัฐธรรมนูญได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า สมาคมเคเบิลทีวี และเคเบิลทีวีในจังหวัดทุกจังหวัดนั้น ได้ให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ มาโดยตลอด กระผมในนามกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ กราบขอบพระคุณเคเบิลทีวี ทั่วประเทศ ที่สําคัญนะครับ ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เราไม่ได้พูดถึง นั่นก็คือ วิทยุชุมชน ท่านประธานครับ วิทยุชุมชนนั้นมีอยู่ทุกจังหวัด ปัจจุบันมีแปดพันกว่าสถานี เราเอง พยายามที่จะผลักดันในเรื่องของการที่จะเผยแพร่ในเรื่องของรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้ เข้าใจนะครับ วิทยุชุมชนนั้นเปึนอีกช่องทางหนึ่งซึ่งเราได้พยายามผลักดัน แล้วนำเสนอ สิ่งเหล่านี้ออกไป แล้วก็กราบขอบพระคุณวิทยุชุมชนทั่วประเทศนะครับ ที่ได้ให้ความ กรุณากรรมาธิการประชาสัมพันธ์ในการที่จะเผยแพร่ในเรื่องของสปอตวิทยุ การโฆษณา ต่าง ๆ ท่านประธานครับ มาถึงช่วงสุดท้ายของผมแล้วที่จะนำกราบเรียนท่านประธาน นั่นก็คือ เรื่องปัายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ตามถนนต่าง ๆ ทั่วประเทศนะครับ ถ้าท่านได้ สังเกตนะครับ ท่านจะเห็นปัายโฆษณาขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้น สิ่งแรก ก็คือ บริเวณทางด่วน พระราม ๙ และบริเวณทางด่วน พระราม ๓ ท่านก็จะเห็นปัายโฆษณาที่เราพยายามสื่อให้ ประชาชนเห็น นั่นก็คือ ข้อความ นั่นก็คือ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ และร่วมลงประชามติ จากนี้ไปนะครับ สื่อวัสดุต่าง ๆ และข้อความต่าง ๆ กำลังจะเปลี่ยนไป แต่อย่างที่อยากจะ นำกราบเรียนท่านประธานด้วยเคารพ ก็คือว่า เรามีปัายโฆษณาขนาดใหญ่อยู่ทั่วประเทศ มีผู้ที่เปึนเจ้าของปัายโฆษณาขนาดใหญ่ได้เสนอความจำนงที่จะยกพื้นที่ปัายโฆษณา ทั้งหมด เพื่อที่จะให้กรรมาธิการประชาสัมพันธ์นั้น ไปใช้ทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งกระผมก็ละเลยไม่ได้ที่จะกราบขอบคุณ บริษัทเจ.อาร์.ดีล แล้วก็ บริษัทฮีโร บิล บอร์ด (Hero Bill Board Company Limited) ที่จะให้ปัายโฆษณาขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา เพราะฉะนั้นเราเองเราก็คิดว่า จากนี้ไป ในโค้งสุดท้าย สิ่งที่สําคัญที่สุด ก็คือ เราจะโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์อย่างไร ที่จะทำให้ ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค และทุกหย่อมหญ้าของประเทศได้เข้าใจถึงรัฐธรรมนูญ เราเอง เราได้จัดสรรงบประมาณให้กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดในทุกจังหวัด ในการที่จะไป น้ำ ไปสร้างปัายโฆษณาขนาดใหญ่ในแต่ละจังหวัด โดยมีมูลค่าจังหวัดละ ๔๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะนำเสนอข้อความใหม่ที่เรากำลังจะรณรงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าไปลงประชามติ เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่พวกเราได้ดำเนินการมาตลอด ท้ายที่สุด นั่นก็คือ สิ่งที่เราพยายาม ที่จะคิดว่า ในการนําเสนอในการที่จะจัดทําเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ออกไปนั้น สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือว่า การประชาสัมพันธ์นั้นได้เข้าถึง และได้ทำให้ประชาชนได้รับรู้มาก หรือน้อยเพียงใด เราได้มีการจัดทำการประเมิน และติดตามผลงานทั้งในเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณมาตลอด เพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการ เราได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน แล้วก็เชื่อว่า ขณะนี้ประชาชนทั่วประเทศ ได้ตื่นตัวในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ได้ตื่นตัวในการที่จะมีส่วนร่วม ได้ตื่นตัวในการที่จะ มีส่วนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ท้ายที่สุด ผมเชื่อว่า ประชาชน เมื่อมีความเข้าใจ เมื่อมีความตระหนักถึงรัฐธรรมนูญนั้น มีประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร เชื่อว่า ประชาชนจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับ ฟังแล้วก็อุ่นใจขึ้นเยอะนะครับ ยังมีอีกท่านหนึ่งใช่ไหมครับ เขายกมือก่อน ขอท่านกรรมาธิการครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ท่าน สสร. ที่เคารพทุกท่านนะครับ ก็ทางส่วนของประชาสัมพันธ์นี่นะครับ ผมก็พยายามที่จะประเมิน มาเปึนตัวเลข ที่เรียกว่า เปึนรูปธรรม ว่า สิ่งที่เราทําไปทั้งหมดนี่มันเปึนอย่างไร ผมประเมินมาเปึนตัวเลขได้ว่า ที่เราได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสกับประชาชน โดยการเป่ดเวที ๗๖ จังหวัด รวมเวทีที่เป่ดประมาณ ๒,๐๐๐ เวที เราได้สัมผัสกับประชาชนโดยตรงนี่ นะครับ สสร. นี่ ประมาณ ๑ ล้านคน ในการเป่ดเวที ๗๖ จังหวัด ส่วนในเวทีที่กรรมาธิการ วิสามัญการมีส่วนร่วมและประชามติ ที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ที่เป่ดเวที และมีการถ่ายทอด ทางทีวีนั้น ได้ประเมินมาว่า มีผู้ที่เข้าร่วมนั้นอยู่ในระดับประมาณสักสามแสนคน ที่ร่วมอยู่ นะครับ เพราะฉะนั้นใน ๒ เวที ที่เราได้มีโอกาสสัมผัสกับประชาชนที่เปึ้นรูปธรรม คือ สสร. ได้มีโอกาสสัมผัสประมาณสัก ๑ ล้าน ๓ แสน ถึง ๑ ล้าน ๕แสน ส่วนในส่วนที่ เราไม่ได้สัมผัส ที่เราได้มีการทำรายการทีวี ช่อง ๑๑ รายการวิทยุ สปอตทีวี สปอตวิทยุ และปัายโฆษณา รวมกันทั้งหมด คาดว่า คงจะสื่อเข้าไปถึงคนนี่ประมาณสัก ๑๐ ล้านคน ก็ขณะนี้ได้ประเมินว่า ส่วนที่สัมผัส ๑ ล้าน ๕ แสนคนนั้น ถ้าเราขยายผลไป ขั้นต่ำนะครับ หนึ่งคนต่อสิบคน เราก็จะได้มีโอกาสขยายผลไปอยู่ในระดับสักสิบห้าล้านคน รวมทั้งที่เรา ออกสื่อทั้งหมดประมาณสัก ๑๐ ล้านคน ก็เปึนอันว่า ขณะนี้เราเข้าไปเกี่ยวข้องกับคน ประมาณสัก ๒๕ ล้านคนนะครับ ที่ประเมินมาเปึ้นตัวเลขนะครับ ก็ในส่วนของกระผม ที่ได้รับมอบหมายให้ทำในเรื่องของกิจกรรม เปึนประธานกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องของ กิจกรรมประชาสัมพันธ์ ก็ได้มีการลงไปในส่วนของที่จะให้นิสิต นักศึกษา ได้มีส่วนร่วม ได้มีการประชุมผู้นำนิสิต นักศึกษา ๑๖๒ มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑๗ และ ๑๘ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ก็ได้มีการดีใจมาก เพราะว่า ในส่วนนี้เองเราไม่ได้คาดคิดว่า เราจะได้ใช้เปึ้นทรัพยากร ปรากฏว่า นักศึกษา ที่เข้ามาร่วมนั้นได้มีการตื่นตัว แล้วก็ผมดูแล้ว นักศึกษาจะประชาสัมพันธ์ได้ดีมาก เพราะว่าเขาพูดภาษาของเขากันเอง เราก็เลยมีโครงการขึ้นมา ๑ โครงการนะครับ ก็คือ โครงการอาสาสมัครเผยแพร่รัฐธรรมนูญเพื่อประชามติ อันนี้โครงการนี้เราตั้งใจเอาไว้ว่า จะมีผู้อาสาสมัครประมาณ ๑.๕๐๐ คน แล้วตั้งใจว่าจะขยายผลให้ได้ประมาณสัก ๕ ล้านคนนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนมาเพื่อทราบ แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า ในส่วนของ การประชาสัมพันธ์ที่เรา ทุก ๆ ส่วนได้ทำกันมา รวมทั้ง สสร. ทุกท่านได้ตระเว้นกัน อย่างชนิดที่เรียกว่า ทั่วถึง ผมคิดว่า ในส่วนนี้ ขณะนี้คิดว่า ประชาชนทั้งหมดประมาณสัก ๓๐ ล้านคน น่าจะได้รับรู้แล้วในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เรายังมีเวลาอีกประมาณ ๓ เดือนที่จะถึงประชามติ ผมคิดว่า คงจะสามารถที่จะเผยแพร่ในรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง แต่ในส่วนแรก ก็คือว่า หนักใจนะครับ แต่หลังจากที่ได้ประเมินมาแล้ว คิดว่า คงไม่หนักใจเท่าไร ยิ่งเรามีเวลาอีก ๓ เดือน คิดว่า คงจะทำให้ประชาชนได้เข้าใจดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีดีอะไร ขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ ก็ท่านประธานจะ หรือยังมีอีก ยังมีอีก เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่เคารพ ในฐานะที่ตัวกระผมเองได้มีส่วนร่วมอยู่ใน กรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ อยากจะนําเรียน ท่านประธาน ผ่านไปถึงส่วนราชการและพี่น้องประชาชนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้น ประโยชน์ต่อท้องถิ่นมาก ยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อภูมิภาคมากยิ่งกว่า ครั้งใด ๆ ส่วนพวกเรา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตั้งความหวังไว้ที่ตัวกระผมอย่างมากนั้น เราจะได้แค่ไหน เราก็ยึดประชาชนเปึ้นที่ตั้งนะครับ หลายท่านได้กล่าวถึงหอกระจายข่าว ผมก็อยากจะนําเรียนฝากไปถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะว่า ทราบว่า ท่านประธาน กรรมาธิการได้ไปหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ที่จะให้นโยบายไปทั่วประเทศ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ให้แจ้งขอความร่วมมือสั่งการไปถึงนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเปึ้นเจ้าของหอกระจายข่าวอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้ ให้ประชาสัมพันธ์ ถึงผลดี ถึงเงื่อนไขที่ดีขึ้น เพิ่มขึ้น หรือตามกรอบที่คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ได้ เผยแพร่ข่าวออกไปนะครับ แล้วก็อยากจะให้หอกระจายข่าวทั่วประเทศ ที่อยู่ในกำมือของผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ในขณะนี้ ได้พิจารณาน้ำข่าวที่ถูกต้องในการออกไปเผยแพร่ถึงพี่น้องประชาชน ในส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ย่อมเปึนที่มุ่งหวัง ที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ในการจะกลั่นกรองข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้คล้อยตาม หรือให้ประชาชนได้รับฟัง แล้วก็พิจารณา โดยมีผู้ที่กลั่นกรองข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้มีความมั่นใจในข่าวสาร ต่าง ๆ เพราะว่าการพิจารณาการนำเสนอของสื่อต่าง ๆ ย่อมมีปัญหา ถ้าไม่มีการ กลั่นกรอง ถ้าไม่มีการพิจารณา เพราะว่าสื่อต่าง ๆ มีหลายกลุ่มนะครับ มีแนวคิด มีผลประโยชน์แอบแฝงบ้างก็มี นี่คือปัญหาของการฟัง ของการรับสื่อต่าง ๆ ของพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นกระผมถือโอกาสนี้ฝากไปถึงพี่น้องประชาชน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ผ่านทางท่านประธานว่า การบริโภคสื่อของพี่น้องประชาชน บางที อาจจะหลงทาง บางทีอาจจะหลงกล เพราะฉะนั้นถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เปึนโทษ เปึนปัญหา กับประเทศชาติ เปึนปัญหากับบ้านเมือง ตัวกระผมเองจะรีบทำเอกสารเผยแพร่ไปถึง ประธานชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ระดับจังหวัด ซึ่งได้ทำมา ๒ รอบแล้วนะครับ ก็หวังว่า การที่คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ได้ดำเนินการอยู่ คงจะกระจายไปทั่วถึงพี่น้อง ประชาชนโดยหอกระจายข่าว ให้เกิดประโยชน์ต่อการรับทราบข้อดี ข้อเด่น ต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระผมถือโอกาสนำเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับ ยังเหลืออีกหนึ่งครับ ยกมือแล้วท่าน เชิญครับ เชิญกรรมาธิการก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม ประดิษฐ์ เหลืองอร่าม สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญครับ กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติม ในเรื่องของส่วนงานประชาสัมพันธ์ครับ ที่จะช่วยให้ภารกิจของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ คือ เราจะจัด โครงการประกวดคำขวัญ เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนนั้น เข้าร่วมส่งคำขวัญในเชิงสื่อ ความหมายให้ เชิญชวนให้ประชาชนนั้นมาร่วมลงประชามติเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ โดยเราได้มีโครงการที่จะส่งหนังสือไปยังสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ตลอดจน พี่น้องประชาชนทั่วไปให้ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งเราได้มีรางวัลหลายรางวัลให้กับผู้ที่ ชนะเลิศในการประกวด โดยรางวัลที่ ๑ นั้น เราจะมีเงินสด จำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อม โล่เกียรติยศ รางวัลที่ ๒ เปึนเงินสด ๖,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และรางวัลที่ ๓ เปึน เงินสด ๓,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ส่วนรางวัลชมเชย ๑๐ รางวัลนั้น เราจะให้เปึน ของที่ระลึกของสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ขอฝากไปยังบุคคลทั่วไป ตลอดจนพี่น้อง ประชาชนทุกท่าน และ สสร. ทุกท่าน ที่มีความสนใจที่จะส่งคำขวัญเข้าประกวดนะครับ โดยเน้นย้ำว่า เนื้อหาสาระ และความหมายของสโลแกน (Slogan) และคำขวัญที่เข้า ประกวดนั้น ให้สื่อความหมายไปในทางที่ให้ประชาชนนั้น เข้ามาร่วมลงประชามติ เห็นชอบในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ก็ถือโอกาสประชาสัมพันธ์โครงการนี้ ซึ่งจะทำให้ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศนั้น ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมลงประชามติเห็นชอบ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานจะสรุป เชิญครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ทั้งนี้ทั้งนั้น วันนี้เปึนการเสนอผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงแผนการดำเนินงาน ช่วงสุดท้ายนะครับ ผมเองอยากจะเรียนให้ที่ประชุมรับทราบว่า จริง ๆ แล้วแผนการทำงานนี่คงจะขึ้นอยู่กับ สภาพสิ่งแวดล้อม กระแสสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราเองคงจะต้องมีการ ปรับเปลี่ยนแผนการทำงานตามกระแส่นั้น ๆ นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่ การทำงานถ้าเผื่อจะ ประสบความสำเร็จได้นี่เราคงต้องมีการร่วมมือ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเปึน อย่างดีนะครับ จากหน่วยงานราชการและเอกชน และที่สำคัญที่สุดนะครับ ด้วยการ ร่วมมือจากคณะกรรมาธิการอื่น ๆ ของ สสร. กันเองนะครับ คณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่เปึนแค่กลไกเดียวที่จะขับเคลื่อนให้เราไปถึงเปัาหมายที่เรา ต้องการ ณ จุดนี้เราได้เดินมากว่าครึ่งทางแล้วนะครับ ก็คงจะต้องฝากสมาชิกทุก ๆ ท่าน นะครับว่า เราร่วมกันทำงานชิ้นนี้ให้ประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากความร่วมมือจาก คณะกรรมาธิการทุกคณะกรรมาธิการในสภานี้ ก็คงจะต้องขอขอบคุณนะครับ สมาชิก ของคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ ซึ่งอาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมาแถลงทุกคนนะครับ ซึ่งเราได้ แบ่งภาระความรับผิดชอบนี้ ไม่ว่าจะเปึนตามภูมิภาคก็ดี หรือสาขาอาชีพก็ดีนะครับ ผมก็ขออนุญาตเอ่ยนามของท่านที่ไม่ได้ขึ้นมาแถลงนะครับ วันนี้มี ท่านพิเชียร์ ท่านวิชัย ท่านหลักชัย ท่านอรรครัตน์ ภาคเอกชนก็คง ท่านอาภา ท่านโอกาส แล้วก็อีก ๒ ท่าน ที่ขาดไม่ได้ คือ ท่านไพโรจน์ และท่านไพบูลย์นะครับ ซึ่งเปึ้นคนเชื่อมเกี่ยวกับในทาง ยกร่างนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่ผมจะขอยุติการแถลงวันนี้นะครับ ขอทำงาน ประชาสัมพันธ์ชิ้นสุดท้ายนะครับ เกมอัจฉริยะข้ามคืน ซึ่งได้มีการมาถ่ายทำในสถานที่ แห่งนี้นะครับ รัฐสภานี้ ตั้งแต่สามทุ่มคืนวันพฤหัส จนถึงสามโมงเช้าวันศุกร์นี่นะครับ จะออกอากาศช่อง ๓ วันที่ ๔ มิถุนายน เวลาสี่ทุ่มนะครับ ซึ่งประเด็นเกมนี้จะมีเกี่ยวข้อง กับร่างรัฐธรรมนูญที่เราร่างกันอยู่นะครับ แล้วก็อีกทีหนึ่งนะครับ วันอาทิตย์ที่ ๑๗ มิถุนายน หกโมงเช้า สภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอเชิญประชาชนชาวไทยทุกท่านสวมเสื้อ เหลือง เริ่มเดินเทิดพระเกียรติเฉลิมพระชนมายุ ๘๐ พรรษา จากลานพระบรมรูปทรงม้า ไปวนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลับมายังลานอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า ระยะทาง ทั้งสิ้น ๔.๕ กิโลเมตร วันนี้ก็หมดหน้าที่แล้วครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ก็อย่าเก็บรวมนะครับ เพราะว่ามีสมาชิกจะขอแสดงความคิดเห็นนะครับ จากรายการที่ผมมีอยู่ ท่านแรก ก็ท่านสุรพลครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๘๖ ครับ ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการได้พูดถึงว่า จะขอร้องให้ทาง จังหวัดนะครับ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ช่วยกันเผยแพร่ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียนข้อเท็จจริงครับ ในฐานะซึ่งเปึ้นผู้ปฏิบัติอยู่ในจังหวัดนี่ ขออนุญาตกราบเรียนว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยมีโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตย ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดถึงแม่ไก่ ลูกไก่ไปแล้วนะครับ แล้วก็กราบเรียนว่า โครงการนี้นะครับ เปึนโครงการที่ทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการ ปกครองนั้นได้ให้ความสำคัญ แล้วก็เน้นย้ำไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ตลอดถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ให้ดำเนินการโครงการนี้ เพราะฉะนั้น กระทรวงมหาดไทยก็มีเปัาหมายนะครับ ที่กระผมได้รับทราบนโยบายมาว่า อยากให้ พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิในการลงประชามติให้มากที่สุดนะครับ อย่างน้อยก็ ร้อยละ ๕๐ ในส่วนของจังหวัดสระแก้ว ซึ่งกระผมได้รับผิดชอบอยู่ กระผมขออนุญาต กราบเรียน เพื่ออาจจะเปรียบเทียบนะครับว่า ทางจังหวัดก็ได้พยายามนะครับ ได้ดำเนินการตามนโยบาย แล้วก็ขอความร่วมมือจากทุกฝ์าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กระผมเห็นด้วยกับท่านกรรมการประชาสัมพันธ์นะครับ ที่ท่านได้กรุณาเน้นในเรื่อง ทางลึก เพราะว่าปัจจุบันนี้การประชาสัมพันธ์ในเรื่องทางลึกนี่เปึนเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นั้น ก็ต้องได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะมิเช่นนั้น อาจจะมีคนไปชี้แจง ไปชักนำในสิ่งที่ อาจจะไม่ตรงกับที่เราคิดกันอยู่ โดยทุกครั้งในจังหวัดสระแก้วของกระผม ต้องพาดพิง นิดหน่อยครับ กระผมได้เน้นย้ำว่า ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ท่านกรรมาธิการ ยกร่างก็ดี ไม่ได้สังกัดกลุ่ม สังกัดพวกไหน เพราะฉะนั้นในการร่างรัฐธรรมนูญนี่เราได้เน้น ได้ตั้งผลประโยชน์ของชาติเปึ้นอันดับแรก มากกว่าผลประโยชน์ของกลุ่มใด ๆ แล้วก็ได้เรียนชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นฉบับแรก ที่ได้มีการลงประชามติ แล้วก็เปึนฉบับที่เป่ดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้อง ประชาชนนี่มากที่สุด อย่างน้อยเราทำไปแล้ว ๒ รอบ แล้วจะมีรอบที่ ๓ ซึ่งเปึนการทำ ก่อนลงประชามติด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็พยายามที่จะเน้นนะครับ ท่านกรรมาธิการก็ดี ก็อย่าได้ห่วงใยในเรื่องนี้ว่า ทางกระทรวงมหาดไทยจะไม่ร่วมมือ กระทรวงมหาดไทยนั้น ร่วมมือในส่วนนี้นะครับ เท่าที่กระผมได้รับนโยบายมา ขอกราบเรียนชี้แจงครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านต่อไป ก็ท่านสมเกียรตินะครับ เรียนเชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ก็อยากฝากถามท่านประธานไปถึงท่านประธานกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์นะครับว่า กิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอมา เกือบทุกรายการที่ผมมองเห็น จากสื่อโทรทัศน์แล้วกันนะครับ ที่ชัด ๆ ชัดเจนที่สุดที่ท่านน้ำรายงานมาทั้งหมด ผมตั้ง ข้อสังเกตว่า เวลาที่เราอยากเห็น เวลาที่ดีที่สุดที่ประชาชนให้ความสนใจแทบจะไม่มี ปรากฏอยู่เลยนะครับ เราไปดําเนินการที่ไร เราจะได้เวลา อย่างเช่น เอาอย่างนี้นะครับ ร่วมคิด ร่วมสร้าง รายการ เสียงประชาชน ทุกวันอังคาร เวลา ๑๑.๐๕ ถึง ๑๑.๓๐ ช่วงกลางวันครับ กำลังทำงาน ไม่รู้ไปดูตรงไหนกันทีวี หรือรายการ ช่อง ๗ คนหลังข่าว สิบโมงสามสิบ ถึง ๑๑.๐๐ น. รายการ คุย สสร. นี่ โอ.เค. (O.K. - Okay) เลย คุย สสร. นี่น่ารักที่สุด ได้เห็นเปึ้นเนื้อเปึนหนังเลยจริง ๆ หลังข่าวสองทุ่มครึ่ง ถึง ๒๑.๓๐ นี่ เห็นชัดเจนนะครับ แล้วคนให้ความสนใจมาก อันนี้สำหรับช่อง ๑๑ นะครับ ก็ต้อง กราบขอบพระคุณไว้ แล้วก็ดูว่า ประธานกรรมาธิการจะแฮปปุ้ (Happy) มาก สำหรับ รายการนี้นะครับ แล้วก็รายการ รัฐธรรมนูญของประชาชน ช่อง ๑๑ เวลา ๑๕.๐๐ ถึง ๑๗.๐๐ โอ้ อย่างนี้ยังค่อยยังชั่วนะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต หลาย ๆ รายการ ที่มีส่วนในการที่ดำเนินการตรงนี้นะครับ มันเปึ้นเวลาที่ค่อนข้างที่จะ บางที บางรายการ นะครับ ๒๓.๐๐ น. พวกเราปกตินี่สองทุ่มครึ่งดูหลังข่าวเสร็จ มีละครต่ออีกนิดหนึ่ง สามทุ่มนี่หลับหมดแล้วนะครับ เพราะไม่รู้ว่า อ้ายสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นนี่ เราไปแทรกไม่ได้เลยนะครับ เวลาที่ผมพยายามพูดว่า เปึนช่วงเวลาที่ดีที่สุด อย่างเช่น ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. ไปจนถึงสักอย่างเต็มที่ไม่เกิน ๒๑.๐๐ น. อย่างนี้เปึ้นต้น ช่วงหลังข่าว หรือก่อนข่าวสักนิด จะไปแทรกละครต่าง ๆ ได้ไหม มีโอกาสไหม แล้วก็ อยากทราบจริง ๆ ครับ ผ่านท่านประธานไปถึงท่านประธานกรรมาธิการว่า กรณี หลาย ๆ สถานี หลาย ๆ ช่องที่ให้ความร่วมมือนี้ แล้วมีค่าใช้จ่ายไหม บางรายการอาจจะ มาด้วยใจ พ่อบุญช่วย แม่สั่งว่าน ก็จะกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ แต่บางรายการนี่ วาระแห่งชาติ ยังคิดสตางค์กันอยู่ ค่อนข้างจะตะขิดตะขวงใจเหลือเกินว่า พี่น้องครับ เราคนไทยด้วยกัน ช่วงนี้เปึนช่วงวิกฤติ ถ้าเผื่อผ่านพ้นในช่วงวาระแห่งชาตินี้ไปด้วยดี เรียบร้อย ผมว่าบ้านเมืองก็จะสู่สภาวะปกติ สงบร่มเย็น ก็ฝากท่านประธานไว้ แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ อย่าเพิ่งตอบกันนะครับ จด ๆ ไว้ก่อน รอฟังหลาย ๆ ท่าน ท่านต่อไป เปึ้น ท่านศิวะ แสงมณี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิวะ แสงมณี สสร. ก่อนอื่นผมคิดว่า เราต้องชื่นชมกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ชุดนี้นะครับ ที่ได้พยายามตั้งใจที่จะทำงานด้านประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ซึ่งผมคิดว่า ในหลาย ๆ เรื่อง ก็เปึนสิ่งที่ดี แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่า ผู้คนในประเทศนี้อาจจะมีความสนใจไม่เหมือนกัน นะครับ หรือว่าการที่เราจะไปเรียกร้องให้สื่อทุกช่อง ทุกสถานี ให้ความร่วมมือ อย่างเต็มที่นั้น ก็น่าเห็นใจว่า บางทีมันทำยาก เพราะว่าเขามีตาราง มีรายการไว้ ทั้งหมดแล้ว ซึ่งเราได้พยายามแทรกซึมไป เท่าที่กรรมาธิการนั้นพยายามแทรกซึมไป ผมก็ถือว่า ได้พยายามอย่างที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้น แล้วเรื่องเวลานี่ อย่างที่ท่าน ขออภัยที่ ท่านสมเกียรติ ซึ่งท่านได้พูดว่า ส่องสามทุ่มก็หลับแล้ว อันนี้ก็เปึนปกติของคนสูงอายุ นะครับ คนสูงอายุสามทุ่มก็หลับ แต่อย่างพวกผมซึ่งอายุน้อยนี่ ผมจะประมาณตีหนึ่ง ตีสอง เพราะฉะนั้นรายการอย่างนี้เราก็ยังรับฟังอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่อง เวลานี้มันขึ้นอยู่กับอายุของคน แล้วก็อาชีพของคน คนคงจะไม่มาดูตอนสามทุ่มอะไร เหมือน ๆ กันนะครับ อันนี้ผมก็ให้กําลังใจกรรมาธิการไว้นะครับ แต่อีกส่วนหนึ่งที่ผม อยากจะเรียน คือ เปึนข้อเสนอ กรรมาธิการลองไปพิจารณาดูนิดหนึ่งครับว่า ขณะนี้เราใช้ สีเขียวใช่ไหมครับ ในการประชาสัมพันธ์รัฐธรรมนูญ แต่ที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์มาวัน สองวันนี้ รู้สึกมีอีกกลุ่มกําลังใช้สีเขียวเหมือนกันที่จะล้มรัฐธรรมนูญ ผมเลยไม่ทราบว่า เขียวเรานี่มันเปึนเขียวแก่หรือเขียวอ่อน อันนี้ผมอยากให้แยกแยะให้ดี เพราะไม่อย่างนั้น เดี๋ยวประชาชนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า เอ๊ะ สีของเรานี่ คือ สีของการล้มรัฐธรรมนูญ หรือเปล่านะครับ อันที่ ๒ ก็คือว่า ผมสังเกตมีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหว หรือรณรงค์ที่จะไม่ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญนะครับ โดยจะเข้าใจยังไม่ครอบคลุม ถึงเนื้อหาของเราหรือเปล่านะครับ เพราะเท่าที่ฟัง ๆ ดูนั้น ในส่วนของเนื้อหา คณาจารย์ ชุดนี้นะครับ ท่านก็จะไม่ค่อยเพ่งเล็งเรื่องเนื้อห้ามาก ท่านจะไปเพ่งเล็งเรื่องที่มาของการ ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่า อันนี้ถ้ามีโอกาสที่คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์จะได้นําไป ช่วยกันทำความเข้าใจกับบรรดาคณาจารย์เหล่านี้นะครับ หรือว่าได้มีโอกาสพูดคุยกัน ผมคิดว่า คงจะได้สร้างความเข้าใจที่ดีขึ้น เพราะว่าผมคิดว่า บางเรื่อง หลายอาจารย์ เหล่านั้นก็เปึ้นท่านที่มีเหตุมีผลนะครับ ไม่ใช่ว่าเปึนเหมือน ๆ กันทุกคน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าเราได้มีโอกาสพูดคุยกัน พบปะกันอย่างตรงไปตรงมา ถ้าท่านอาจารย์มีอะไรที่ว่า รัฐธรรมนูญนี้ จุดไหนที่อาจจะไม่เหมาะสม ผมคิดว่า ก็อยากให้ท่านอาจารย์ต่าง ๆ ได้ เสนอแนะมาให้พวกเราได้รับทราบ เพื่อเราจะได้ไปแก้ไข เพราะว่าถ้าจะไปบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนการร่างโดยพวกอํามาตยาธิปไตย อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ บางทีพูด คลุม ๆ ไป มันก็อาจจะเปึนการเสียหายแก่ สสร. เรา พอพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็อยากพูดไป ถึงเรื่องว่า สสร. เราเองนี่ เราไม่มีโฆษกนะครับ เพราะฉะนั้นเวลามีอะไรที่มันกระทบต่อ สสร. เรานี่ ก็ไม่มีคนที่จะไปแก้ไข เรามีแต่โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านก็ จะชี้แจงในเรื่องของเหตุผลในการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเวลามีอะไรที่มากระทบต่อ พวกเราซึ่งเปึน สสร. นี่ ส่วนใหญ่พวกเราทำตัวเปึนโฆษกกันเองไปหมด ซึ่งบางครั้งก็ อาจจะไปกันคนละแนวทาง เพราะว่าอาจจะคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราได้มีโฆษกร่วม ที่จะออกไปชี้แจงอะไรต่าง ๆ นี่ ผมว่าอาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของ สสร. เรานี่ ในสายตา พี่น้องประชาชนนี่อาจจะดูดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าหากว่า อันนี้เปึนไปได้ ก็คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ผมคิดว่า น่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดี แล้วก็ ตั้งใครขึ้นมาสักคนหนึ่งที่จะสามารถไปชี้แจงแทนพวกเราได้ ในฐานะส่วนใหญ่นะครับ อันนี้ผมก็เพียงฝากข้อสังเกตไว้ให้ อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก ก็คือว่า หลังจากที่ รัฐธรรมนูญออกแล้วนี่ ผมคิดว่า อยากให้กรรมาธิการประชาสัมพันธ์นี่ ขอรัฐบาล ให้ทุกส่วนราชการ และสถาบันการศึกษานี่ ขึ้นปัายเรื่องรัฐธรรมนูญ เหมือนกับที่เราเคย ขึ้นปัายเรื่องการเลือกตั้งนี่นะครับ ถ้าส่วนราชการทุกแห่งขึ้นปัายกันนี่นะครับ มันจะทําให้ ประชาชนตื่นตัว แล้วก็ใช้สถานที่ราชการทุกแห่งเปึ้นที่สำหรับที่เราจะอธิบายรัฐธรรมนูญ ง่าย ๆ ได้ โดยที่พวกเราอาจจะทำเปึนฉบับย่อ ๆ ไปให้กับส่วนราชการเหล่านี้ได้มีโอกาส อธิบายนะครับ หรือว่าเราจะเห็นว่า สังคมไทยนี่เวลาจัดค่อนเสิร์ต (Concert) คนก็จะไปเยอะ เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราใช้เวทีค่อนเสิร์ตต่าง ๆ เหล่านี้ ในการที่จะประชาสัมพันธ์ เรื่องรัฐธรรมนูญเราได้ ผมก็คิดว่า น่าจะเปึ้นส่วนหนึ่ง อีกอันหนึ่ง เมื่อกี้เห็นท่านประธาน ขออภัย ท่านจุตินันท์พูดถึงเรื่องเกม (Game) อะไร ผมฟังไม่ถนัด ไม่ทราบว่าเปึ้นเกมอะไร นะครับ แต่ว่า ผมเห็นมีเกมที่คนนิยมมาก ก็พวก แฟนพันธุ์แท้ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งผมว่า ถ้าหากว่าเรา ผมไม่ทราบว่าท่านจัดหรือยังนะครับ ซึ่งถ้าจัดแล้วก็ต้องขออภัยด้วย เราอาจจะให้พวกแฟนพันธุ์แท้มาทายกันว่า มาตรานี้เปึ้นรัฐธรรมนูญของป้ไหน มาตรานี้ เปึ้นรัฐธรรมนูญของป้ไหน ใครเปึ้นผู้ร่างสมัยนั้น อะไร สมมุติอย่างนี้นะครับ ซึ่งผมคิดว่า อันนี้กรรมาธิการประชาสัมพันธ์คงจะมีแนวคิดอยู่แล้วนะครับ ถ้าหากว่า ซ้ําซ้อนกัน ก็ถือว่าท่านก็ได้คิดแล้ว ถ้าหากว่า ยังไม่ได้คิดก็ฝากไปนะครับ เพราะว่า อีกอันหนึ่ง ก็ต้องขอบคุณที่กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ทุกคนวันนี้ที่ขึ้นไปนั่งบนเวที ได้มี โอกาสประชาสัมพันธ์กันทุกคนถ้วนหน้า ก็ถือว่าได้ทำงาน แสดงว่า ทำงานกันเปึน ทีม (Team) อันนี้ผมคิดว่า หายากนะครับ ส่วนใหญ่พวกเราจะไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดกัน เพราะว่าเราจะมอบหมายท่านประธานพูดมากกว่า แต่ของท่านนี่ถือว่า ทํางานกันทุกคน นะครับ ก็ถือว่าเปึ้นสิ่งที่ดี ก็ขอชมเชยไว้นะครับ แล้วก็ถ้าหากว่า ในการประชาสัมพันธ์ ในตอนที่ ๓ อาจจะมีการร่วมไม้ร่วมมือกับกรรมาธิการอีกหลายคณะอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็คงจะไปค่อยพูดกันอีกทีหนึ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ก็สำหรับสีนะครับ ขอเรียนชี้แจงแทนเลย ที่เขาใช้มา เขาใช้คำว่า สีเขียว ต้องอ่อน นั่นเปึนสีซึ่งใช้เมื่อป้ ๒๕๔๐ เปึ้นเกณฑ์ แต่ว่าสีเขียวข้องเรานั้นเปึนสีเขียว ของรัชกาลที่ ๗ ฟังดูแล้วก็เข้มกว่าเยอะนะครับ สีเขียวรัชกาลที่ ๗ ของท่าน นี่เรียนชี้แจง ตามความรู้ของผมนะครับ ขอท่านต่อไป ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ สมาชิก ท่านประธานครับ ผมต้องขอชมว่า กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ชุดนี้ มีความเข้มแข็ง แล้วก็เอาจริงเอาจังมาก คงไม่ต้องพูดรายละเอียด เพราะว่ารายละเอียด ประจักษ์อยู่แล้วว่า ท่านทำครบทุกด้าน แม้กระทั่งเวลาที่ท่านกำลังจะแถลงนี่ ท่านยังได้ แถลงผลงานโดยประชาสัมพันธ์ตัวกรรมาธิการเองได้อย่างน่าสนใจด้วย ผมคิดว่าเปึน เรื่องซ้อน ๒ เรื่องที่น่าสนใจมาก แล้วก็คิดว่า ท่านมีความสามารถมาก ผมอยากจะพูดได้ว่า ถ้าผมเปรียบเทียบกับเราเปึนพรรคการเมือง พรรคการเมืองไหนถ้าจะหาทีมประชาสัมพันธ์ อย่างนี้นี่ ผมว่าหายาก ผมคิดว่า ทีมนี้เปึ้นทีมที่มีความสามารถ สมมุติว่าผมตั้ง พรรคการเมืองนี่ อยากจะขอทั้งที่มเลย เปึ้นที่มประชาสัมพันธ์ของพรรคการเมืองนะครับ ผมเชื่อว่า มืออาชีพจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยนั่งคิดต่อไปอีกว่า ช่วยคิดนะครับ ถ้าสมมุติว่า เปึ้นพรรคการเมือง แล้วต่อไปเราจะต้องขายนโยบาย เพราะว่านโยบาย พรรคการเมืองสมัยนี้ก็มีขายหลายแบบ ขายคำขวัญ ขายภาพลักษณ์ ซึ่งก็สำคัญ แต่ผมคิดว่า ผมอยากจะเห็นพรรคการเมืองที่ขายนโยบายด้วย ก็คือว่า ในช่วงต่อไปนี้ ถ้าท่านจะกรุณาเน้นมากขึ้น คือข่ายนโยบาย ขายนโยบาย แปลว่าอะไร ก็หมายความว่า ขายสิ่งที่เรากำลังแปรญัตติ เราร่าง กรรมาธิการยกร่างขึ้นมา เราแปรญัตติ แล้วในที่สุด ผลมันออกมาเปึ้นอย่างไร ต้นเดือนหน้า ต้นเดือนถัดไปนี้ เราคงจะเห็นรัฐธรรมนูญ ที่ออกมาเปึนรูปร่าง โดยเฉพาะต้นเดือนกรกฎา ถ้าวางแผนที่จะขายนโยบายของพรรค แห่งนี้ นี่ผมอุปมาอุปไม่ยเปึนพรรคนะครับ ผมว่าอันนั้นจะยิ่งดีที่สุด เพราะจะมีประชาชน ส่วนหนึ่งที่สนใจนโยบาย สนใจว่าอะไรคือจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อเทียบกับ ฉบับที่แล้ว อะไรคือจุดเด่น อะไรจุดเน้น ท่านประธานครับ ผมคิดว่า กรรมาธิการคงคิด อยู่แล้วว่าจะทำ ผมก็เพียงแต่เสนออีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง สิ่งหนึ่งที่ผมเองก็ยอมรับว่า ถ้าถอดจากนโยบายให้มาเปึนคําขวัญ หรือสโลแกน ผมคิดว่า กรรมาธิการชุดนี้อาจจะต้อง คิดเปลี่ยนแปลงจาก ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เพราะอันนั้นมันอยู่ในช่วงต้น ก่อนร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนรับแปรญัตติ แต่บัดนี้ ผมคิดว่าต้องเปลี่ยนแล้ว ณ วันนี้เปึ้นต้นไป ที่ท่านแถลงผลงานนี่ ท่านต้องเปลี่ยน ผมอยากจะเสนอเปึ้นทางเลือกแค่นั้นนะครับ อาจจะตรงกัน เพราะว่าเมื่อกี้นี้ ผมเองก็ต้องวิ่งไปรับจากจังหวัดอุทัยธานี เขาส่งผล ที่ผมแถลงเมื่อเช้านี้ เขารีบมาส่งผลอีกทีหนึ่ง แล้วก็เขารอว่า ต้องให้ถึงมือผม ผมก็เลยวิ่งเข้า วิ่งออก ก็ได้ฟังบ้าง ไม่ได้ฟังบ้าง แล้วก็ถือโอกาสบอกท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี คุณสุจิตรา ว่า ผมได้รับเรียบร้อยแล้ว อยู่ในมือผมนี่นะครับ เขาบอกว่า ต้องให้ถึงมือผม ไม่อย่างนั้นไม่ยอม มาถึงแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ว่า น่าที่จะเน้น คําว่า ตรวจสอบอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน ทําไมผมอยากจะเน้นคํานี้ ท่านประธาน จะจำได้ว่า ผมพูดที่สภาแห่งนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เรามีการประชุม ท่านไปเป่ดดู บันทึกการประชุม ผมเน้นคําว่า ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน ตอนเริ่มต้น ผมจะเผย ให้ท่านประธานฟังว่าผมไปเอามาจากไหน ผมได้ไปรับฟังความเห็นจากนักวิชาการ ที่กำลังรณรงค์ให้ติดเขียวต้องอ่อน ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั่นล่ะ ผมไปฟังที่ โรงแรมแอมบาสเดอร์ (Ambassador Hotel) ที่ถนนสุขุมวิท ร่วมกับคุณสวิ่ง ที่นั่งอยู่ ข้างหลังผมนี่ เราไปรับฟัง ไปแลกเปลี่ยนความเห็นกับบรรดาเอ็นจีโอ (NGO – Non Government Organization) และนักวิชาการ มีนักวิชาการที่ผมเคารพนับถือมาก คือ อาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ ท่านอาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ เปึนคนพูดในที่ประชุมว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ควรจะลดอํานาจรัฐ และเพิ่มอํานาจประชาชน ท่านประธานครับ ผมนี่จดทันทีเลย เพราะมันโดนใจ มันตรงใจ และมันเปึนสิ่งที่น่าจะเปึนเช่นนั้น ยิ่งได้อาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ เปึนคนพูด เปึนบุคคลที่พูดมานี่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะเห็นด้วย อยู่แล้ว เมื่อได้อาจารย์นิธิพูดนี่ ผมยิ่งเห็นด้วยเลย เหล่าบรรดาเอ็นจีโอ เหล่าบรรดา นักวิชาการที่อยู่ในห้องนั้นก็เห็นตรงกัน ผมน่ะจดมาทันที ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้จักคุณสวิ่ง เท่าไร เพิ่งรู้จักกันวันแรก ๆ ตอนนั้นเราเพิ่งมี สสร. เปึนครั้งแรก ผมนําความคิดอันนั้น มาพูดในสภาแห่งนี้ ท่านทั้งหลายจําได้ไหมครับ ต้องลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน แล้วก็บรรยายว่าควรจะเปึนอย่างไรบ้างตลอดมา หลังจากนั้น ท่านประธานคงจะยืนยันว่า ผมนี่เดินพูดกับผู้คนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องเพิ่มอํานาจประชาชนนะ ต้องลดอํานาจรัฐนะ จนกระทั่งกรรมาธิการยกร่างเข้าไปร่างออกมา แนวนี่ คุณหมอชูชัย ศุภวงศ์ เปึนคนดูแล ด้านประชาชน ด้านสิทธิประชาชน เราประสานกันโดยตลอดว่า ต้องเพิ่มอำนาจประชาชน แล้วในที่สุดเราก็เพิ่มจริง ๆ ลดอำนาจรัฐ ผมมีกรรมาธิการยกร่างบางท่านมาคุยกับผมว่า ถ้าเราร่างแล้วลดอํานาจรัฐนี่จะมีปัญหาไหม ผมบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเราเปลี่ยนคําว่า ลด เปึน ตรวจสอบ ได้ไหม ท่านกลับไปคิด แล้วกรรมาธิการยกร่างก็พูดกับผมว่า เห็นด้วย ตกลงเรามีความเห็นตรงกันตั้งแต่การยกร่างแรก ๆ เลยว่า เราจะเน้นที่ตรวจสอบ อำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน ท่านประธานครับ จากแนวคิดที่ได้มาจากนักวิชาการ นั่นแหละครับ แล้วก็ไม่ฟังประชาชน เราพบว่า ประชาชนบอกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อนี่ การมีส่วนร่วมแบบนี้มันจอมปลอม อำนาจประชาชนนี่มันถูกดัก ถูกบิด ในที่สุด ประชาชนเสนอมา ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ เราก็เปลี่ยนเปึน ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ ประชาชนบอกว่า มีเหตุจะฟัองร้องไม่ได้เลย ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดินสภาก็ช้า จะฟัองแทนก็ไม่ทํา ทําบ้าง ไม่ทําบ้าง ขอให้มีอํานาจชุมชนฟัองเองได้ไหม กรรมาธิการ ยกร่างก็ใส่ลงไป นี่คือตัวอย่าง ท่านประธาน เราบอกว่า เราจะตรวจสอบอํานาจรัฐ เรารู้ว่า ในที่สุดอำนาจรัฐก็ต้องอยู่ในมือของพรรคการเมือง และพรรคการเมืองที่เข้ามาอยู่ในสภา ก็เล่นเกมกับประชาชน เวลาเลือกตั้งให้ได้อํานาจรัฐ ก็แยกกันลงไปหาเสียง มีนโยบายของ พรรคการเมืองตัวเอง แต่พอได้เข้ามาอยู่ในสภา ก็มีการยุบพรรค แล้วเอาไปร่วมกับ อีกพรรคหนึ่ง แล้วเรียกภาษาให้สวยว่า ควบรวม แต่จริง ๆ ก็คือ ยุบพรรคตัวเองนั่นล่ะ เปึนการหลอกประชาชนทั้ง ในช่วงห้าหกป้ที่ผ่านมา มียุบพรรคอยู่สี่ห้าพรรค แล้วก็ไปร่วมอยู่ในพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง จนกระทั่งได้อํานาจรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ รัฐสภาตรวจสอบไม่ได้ คืบคลานไปครอบงําวุฒิสภา ผมอยู่ในวุฒิสภา ผมจับตาดูสภาแห่งนี้ ถามว่า ถ้าเราจะตรวจสอบอํานาจรัฐนี่ รัฐธรรมนูญจำเปึ้นไหมครับที่จะต้องห้ามไม่ให้ควบรวม หรือห้ามไม่ให้ยุบพรรคเมื่อผ่าน การเลือกตั้ง และเข้ามาสู่สภาแล้ว เราจะตรวจสอบอํานาจรัฐ เราต้องทําใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องทําในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นี่คือ ตัวอย่าง ท่านประธาน วุฒิสภา เราบอกว่า อยากจะมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนเทียบ ระหว่างการแต่งตั้งโดยบุคคลคนหนึ่งกับการเลือกตั้ง ประชาชนอยากได้จากการเลือกตั้ง แต่พอกรรมาธิการยกร่างประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ว่า ให้มีการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา จำนวนหนึ่ง ประชาชนก็แบ่งส่วนหนึ่งมาสนใจในประเด็นนี้ แล้วประเด็นนี้กับประเด็น เลือกตั้งโดยตรงก็คู่คี่กันมาโดยตลอด ถามว่าทำไม ประชาชนให้ความเห็นมากเลยครับ ท่านประธาน ว่า ถ้าเลือกตั้งก็จะได้บุคคลไม่มีความแตกต่างอะไรเลยกับ สส. เปึนบุคคล พันธุ์เดียวกัน ไม่ได้บอกว่า ดี หรือไม่ดี ถ้าถามว่า พรรคการเมืองจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ สว. ที่บอกว่า ต้องมาจากอิสระ ก็คงมีปัญหา ถ้าบอกว่า จะไม่ให้มีการซื้อเสียง ก็เกรงว่า จะมีการซื้อเสียง ถ้าบอกว่า จะไม่ให้มีการทุจริต ก็เกรงว่าจะมีทุจริต ถ้าบอกว่า จะไม่ให้ อิทธิพลท้องถิ่นเข้ามาแทรก ก็เกรงว่าจะมีอิทธิพล แล้วในที่สุดเราก็จะมีสภา ๒ สภา ซึ่งเหมือนกันไม่มีผิด ก็เลยประชาชนส่วนหนึ่งก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเรามีเสียสภาเดียว ดีไหม เพราะฉะนั้นทางเลือกของ สว. จึงมีหลายทางเลือกมากในปัจจุบันนี้ เรายังไม่ได้ ลงตัว สส. ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึน สส. ระบบสัดส่วน หรือ สส. เลือกแต่เขตอย่างเดียว เรายังไม่ได้ลงตัวกัน แต่ทั้งหมดนี้ ท่านประธาน เรายึดอยู่ว่า เราจะตรวจสอบอํานาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชนใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ถ้าประชาสัมพันธ์ในช่วงถัดไป เน้นนโยบายมากขึ้น เหมือนพรรคการเมืองที่ต้องขายนโยบาย และคำขวัญต้องตรงกับ นโยบาย ผมก็เสนอว่า จะต้องใช้ตรวจสอบอํานาจรัฐ และเพิ่มอํานาจประชาชน ถ้าใคร ถามว่า เอามาจากไหน ก็บอกว่า เอามาจากอาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ นั่นแหละครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามีหลายคนชอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมเองก็ชอบ ผมมีส่วน ท่านประธานเปึ้น สสร. จำได้ ผมนี่เข้ามารับใช้ในการออกเดินสาย ตอนนั้น ผมทำที่ช่อง ๙ ผมทำมองต่างมุม อย่างนี้เลย แล้วก็เดินสายไปทุกจังหวัด ผมนี่เปึนคน บัญญัติ คำว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ในรายการ จนกระทั่งติด ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๐ ผมถือว่าเปึ้นรัฐธรรมนูญที่ดี เห็นด้วยกับบรรด้านักวิชาการว่า ดี ผมเองก็เปึน นักวิชาการ ผมก็คิดว่า ดี แต่ท่านประธานครับ ผมเสียใจว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เอามาใช้สองสามป้แรกไม่มีปัญหา แต่เราได้ผู้ใช้ที่ฉลาด แต่ขยันโกง บิดเบือนรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบิดเบือนการใช้เปึ้นบรรทัดฐานไปแล้ว พวกผมส่งขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความว่า การบิดเบือนนั้นผิด ศาลรัฐธรรมนูญในสมัยนั้น ก็ตีความไปตามผู้บิดเบือน จนกระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบิดเบือนมา หลายสิบมาตรา ท่านประธานครับ เราจะเอา ๒๕๔๐ มาใช้ใหม่ทั้งดุ้น อย่างนั้นหรือ ผมได้ติดตามกรรมาธิการยกร่าง แล้วก็มีรัฐธรรมนูญที่ออกมา ที่เทียบเล่มสีเขียว ที่เทียบระหว่างป้ ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐ ผมพูดได้เต็มปากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ทุกมาตรา โครงสร้าง โครงร่าง ปรัชญา เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนแปลง คือ เพิ่มอำนาจประชาชน และจะตรวจสอบอํานาจรัฐ ให้มากขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเทียบกัน ป้ ๒๕๔๐ โดยที่ไม่ต้องมาดูว่าใครเปึนคนร่าง โดยไม่ต้องมานั่งจับผิดหรือมีอคติว่า พวกนี้ คือ พวกที่มาจาก คมช. ถ้ามาดูกันที่เนื้อผ้า แล้วมาถกกัน ผมคิดว่า ก็จะเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็มาดูกันว่า ที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น มันดี หรือมันไม่ดีอย่างไร ซึ่งวันนี้ เรากําลังจะแปรญัตติ วันนี้เปึนวันสุดท้ายในการแปรญัตติ ผมพูดเสร็จ ผมจะต้องขอไป ประชุมกลุ่มที่จะไปแปรญัตติทันที เรากําลังจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เรากําลังจะต้อง ปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็คือ แก้ไขเพิ่มเติม ป้ ๒๕๔๐ แล้วท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้ ยังเป่ดโอกาสให้ประชาชน ๑ แสนชื่อ เข้าชื่อกัน เพื่อแก้รัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีพรรคการเมือง มีสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถจะแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ง่ายขึ้นไปอีก ไม่เหมือนในสมัย ป้ ๒๕๔๐ ที่ล็อก (Lock) ไว้ว่า ใน ๕ ป้แรก ห้ามไม่ให้มีการแก้ไข ท่านประธานเองอยู่เปึน สสร. ทั้ง ๒ ชุด ท่านจะยืนยัน ได้ว่า สิ่งที่ผมพูดนั้นเปึนความจริง เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนตรง ๆ ว่า ผมเองก็ไม่เข้าใจ แล้วก็มีความรู้สึกว่า ถ้าบอกว่า จะรณรงค์ ไม่ว่าจะด้วยสีอะไรก็ตาม เพื่อที่จะไม่ให้รับ ผมคิดว่า ทําไมไม่มาช่วยกันล่ะครับว่าบ้านเมืองมันจะเดินไปทางไหน มันจะเอากัน อย่างไร อยากจะแก้ไขอย่างไรก็ยังพูดกัน ถามว่า เพิ่มอำนาจประชาชนไหม เพิ่ม ที่เพิ่มนี่ ไม่พอใจใช่ไหม ตรงไหนไม่พอใจว่ากัน ที่จะตรวจสอบอํานาจรัฐ มันยังตรวจสอบไม่พอ ใช่ไหม มาว่ากัน ผมคิดว่า ถ้าแนวไปอย่างนี้บ้านเมืองก็จะเดินได้ แล้วผมก็อยากจะฝาก นะครับ ถ้าเช่นนั้นคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์น่าจะใช้คําอยู่อีกคําหนึ่ง ซึ่งผมก็ขโมย มาจากคนในกรรมาธิการประชาสัมพันธ์นั่นล่ะครับ บอกว่า ของดี ป้ ๒๕๔๐ คงอยู่ แต่ว่า ส่วนที่บกพร่องนี่ได้แก้ไข ผมคิดว่า คํานี้น่าจะเปึ้นอีกคําหนึ่งที่สะท้อนความจริงของ นโยบายของพรรคการเมือง ก็คือ นโยบายที่ผมเปรียบเทียบว่า เหมือนพรรคการเมือง คือของดีที่จะขายนโยบาย แล้วนโยบายมันมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมว่า คุณสมยศ เปึ้นคนคุยกับผมว่า น่าที่จะพูดอย่างนี้ดีไหมว่า ของดี ป้ ๒๕๔๐ คงอยู่ แต่ส่วนที่บกพร่อง ได้แก้ไข ผมคิดว่า ๒ ส่วนนี้จะตรง คำหนึ่งไปเอามาจากอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่บอกว่า ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน แล้วเรามาตรวจสอบกันดูว่า ก่อนจะออกไปได้ เปึ้นเช่นนั้นไหม แล้วมาตรวจสอบกันดูว่า ป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้เปลี่ยนแปลงว่า ของดี ป้ ๒๕๔๐ คงอยู่ ส่วนบกพร่องได้แก้ไข ท่านประธานครับ ผมเรียนประการสุดท้าย ๑ นาที ก็คือว่า กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติได้เคยบอกไว้ว่า เราจะทำการสำรวจในรูปแบบของแรนดอม แซมปลิง หรือรูปแบบที่ได้ตัวประชากร ที่แท้จริงทั้งประเทศ บัดนี้ ผลเข้ามา ๕๐ จังหวัด เราสำรวจ ๗๖ จังหวัด ข้อมูลเบื้องต้นนั้น ได้มาประมาณ ๙,๐๐๐ คน ที่ใช้วิธีแรนดอม แซมปลิง ทั่วประเทศ และผลวันนี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬา ท่านรองประธาน คือ ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา ที่เปึนรองประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมของประชาชน กำลังจะนำผลนั้น ออกมาให้สื่อมวลชนได้ดูว่า ขณะนี้เราได้มา ๕๐ ยังเหลืออีก ๒๖ จังหวัด ยังไม่เข้ามา แต่ว่าอันนี้ยังเปึ้นผลเบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมก็เกรงว่า สื่อมวลชน พรุ่งนี้คง จะได้เห็นอันนั้น ที่ทําเหมือนทําโพล (Poll) นั่นนะครับ ก็จะเข้าใจ อาจจะมีความ คลาดเคลื่อน เพราะว่ายังขาดอยู่อีก ๒๖ จังหวัด เพราะฉะนั้นขณะนี้กำลังรวบรวม และในบ่ายวันนี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬา เพราะเราทําร่วมกับสถาบันการศึกษา เราทำร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี เราทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อที่จะทำตัวอย่างให้ เหมือนกับเปึนการทําโพล อย่างที่เคยพูดไว้ และผลกําลังออกมาครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กราบเรียนว่า ในบ่ายวันนี้อีกไม่กี่นาที ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬา คงจะมีการ พูดจากันเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ เหลืออีก ๒ ท่านนะครับ ท่านชาลี เชิญครับท่านชาลี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิก ผู้ทรงเ์กียรตินะครับ วันก่อนผมได้นำเสนอไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ในเรื่องของ ความเปึนห่วง เพราะว่า ผมรอบที่ ๒ คือ ที่จังหวัดตรัง ก็ที่สอบถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ตกไปนะครับ ๕ เวที ๔ เวที เปึนเอกฉันท์ว่า เขาไปร่างใหม่นะครับ นี่เปึนเรื่องที่ น่าห่วง วันศุกร์กับวันเสาร์ เขาเชิญไปบรรยายสามสี่เวทีนะครับ ก็เปึนเอกฉันท์อีก นะครับว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกไป เข้าร่างใหม่นะครับ นี่ซึ่งเปึ้นเรื่องที่ผมเปึ้นห่วง นะครับ อยากฝากทางประธานสภา ผ่านไปยังฝ์ายประชาสัมพันธ์ว่า ทําอย่างไรครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น ถ้าไม่ผ่านประชามติ พี่น้องประชาชนซึ่งมีสิทธิในการเลือกตั้ง ลงประชามติประมาณสี่สิบกว่าล้านนะครับ เขาไม่ได้ไปร่างใหม่นะครับ เราจะทําอย่างไร อันนี้ก็อยากจะฝากงานประชาสัมพันธ์ ซึ่งตัวผมเองนั้น ก็บอกว่า เดี๋ยวจะเปึนการชี้นำ แต่ว่าผมทุกเวที ผมบอกว่า ผมฟันธงนะครับว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ดีกว่า ป้ ๒๕๔๐ เพราะได้เอาข้อบกพร่องของป้ ๒๕๔๐ มาปรับปรุงแก้ไข ผมบอกว่า ผมในฐานะ เปึ้นหนึ่งในร้อย ผมคงไม่ทรยศต่อประชาชนนะครับ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมอ่านแล้ว ผมดูแล้วว่า โดยเฉพาะ หมวดที่ ๑ สิทธิของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมก็คิดว่า พี่น้อง ประชาชนได้ประโยชน์กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ น่าจะดีที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง ฝ์ายประชาสัมพันธ์นะครับว่า ทำอย่างไร ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบนะครับ ผมไม่ทราบจังหวัดอื่นได้ตั้งคำถามนี้หรือเปล่านะครับ แต่จังหวัดผมเกือบทุกเวที ผมจะ ถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปลงประชามติแล้วไม่ผ่าน ทำอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ร่างใหม่นะครับ อันนี้ก็สิ่งที่ผมเปึ้นห่วงนะครับ
ท่านกฤษฎาครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล นะครับ แน่นอนครับว่า อดชื่นชมไม่ได้ครับ กับความเข้มแข็งของคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการนำเสนอ นะครับ ซึ่งมีความชัดเจนนะครับ และมีการใช้สื่อได้เปึนอย่างดี ทําความเข้าใจแล้วสื่อ ไปถึงพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนทางบ้านเปึนอย่างดีนะครับ การกระจายเอกสารต่าง ๆ ผมคิดว่า ก็เปึนไปด้วยดี แต่เพียงแต่ว่า ช่วงนี้นะครับอาจจะเปึนช่วงเกียร์ (Gear) ว่างสักนิดหนึ่งนะครับ ที่ว่าจะต้องมีการทำกระบวนการเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้ผมทราบ เปึนการภายใน คิดว่า คงดำเนินการอยู่แล้ว ฝากนิดหนึ่งครับ ทางท่านประธานไปถึง ทางกรรมาธิการนะครับ เพราะว่า ในช่วงที่ ๓ เปึนช่วงที่ชัดเจนอยู่แล้ว หลายท่านพูดถึง นะครับ ก็คือ จะเข้าสู่ช่วงของการทำความเข้าใจในร่างที่ต้องสมบูรณ์ออกมานะครับ และจะต้องเข้าสู่ช่วงของกระบวนการในเรื่องของการร่วมกันในการรณรงค์ ให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ทางบ้านออกมาร่วมกันในการทำประชามตินะครับ ซึ่งเปึนมิติใหม่ ทางการเมืองของประเทศไทยนะครับ แล้วก็ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ซึ่งพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ทางบ้านนะครับ ใครก็ตามถ้าได้ออกมาร่วมนั้น นั่นเท่ากับว่า แต่ละท่าน เปึ้นผู้ที่มีส่วนร่วมที่สำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการในการทำประวัติศาสตร์ของ ประเทศชาตินะครับ ของแผ่นดินไทยแห่งนี้ ตรงนี้อยากจะฝากให้เปึนจุดข้อคิดกับทางฝ์ายประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งนะครับ เพื่อทำ อย่างไรก็ได้ครับ เพื่อให้เขาเห็นคุณค่าของเขาในการมีส่วนร่วมที่แท้จริง แล้วก็ที่สำคัญ คือ ร่วมในความภาคภูมิใจในความเปึนประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งคนไทยได้ทําความเปึน ประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยตัวของคนไทยเองนะครับ ตรงนี้ฝากเปึ้นประเด็นนะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านศิวะนะครับ ว่า ของเรา สสร. ทั้งหลาย เราไม่มีโฆษกกลางเลยนะครับ หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ราวที่เปึนสื่อกันโดยทั่วไป ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ คลาดเคลื่อนนี่ บางครั้งเราไม่มีคนที่เปึนตัวแทนของเรานะครับ เพื่อมาอรรถาธิบาย ทําความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ นะครับ เพราะภาพรวมบางครั้งโยนเข้ามา สสร. อย่างเดียวเลย ซึ่งลักษณะอย่างนี้บางทีมันไม่ใช่ถูกต้อง เพราะเริ่มต้นตั้งแต่แรก ท่านยัง จําได้อยู่นะครับว่า เริ่มต้นก่อนจะมีรัฐธรรมนูญ ก่อนจะทํากระบวนการหลาย ๆ อย่างนี่ สื่อก็ออกมาแล้วครับว่า ไม่ต้องมาร่วมล่ะครับ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ไม่ต้องให้ความสนใจนะครับ เพราะว่าเนื่องจากมีธงไว้แล้ว มีพิมพ์เขียวไว้เรียบร้อยแล้ว นะครับ แต่พอเวลาผ่านไป ตรงนั้นหายไปแล้วครับ ตรงนี้ก็เปึนความสามารถของ กรรมาธิการชุดประชาสัมพันธ์นะครับ ก็มีส่วนอีกส่วนหนึ่งนะครับ ชื่นชมมา ณ โอกาสนี้ ด้วยนะครับ สิ่งหนึ่งอยากจะฝากไปว่า เรามีคณะทำงานที่เปึนกองกำลังที่สำคัญที่สุดเลย นะครับ ก็คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น ๗๖ จังหวัดครับ ตรงนี้เปึ้นสิ่งที่ สำคัญที่สุดเลยครับ ว่า ที่มประชาสัมพันธ์นะครับ กรรมาธิการประสัมพันธ์ของเรานั้น สามารถหาแนวร่วมที่สำคัญที่สุด เรามีอีกตั้ง ๗๖ จังหวัด ๆ ละ ๒๑ ท่าน แล้วแต่ละจังหวัด ก็ยังมีคณะอนุกรรมาธิการอีก อนุกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า กระบวนการอะไร ก็ตามที่ทางคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ที่คิด หรือหาวิธีการได้นี่นะครับ ถ้ามีความ เชื่อมโยงโดยตรงมาเลยครับ ไปถึงกรรมาธิการวิสามัญของแต่ละจังหวัดเลยนี่ จะทำให้ ผ่านขั้นตอน หรือกระบวนการได้อย่างรวดเร็ว แล้วไปในทิศทางเดียวกันเลยนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สสร. หลายท่าน คงได้ให้แนวไอเดีย (Idea) แนวความคิดนะครับ ไปได้หลากหลายพอสมควร ผมคิดว่า ตรงนี้อาจจะเปึนสิ่งที่ขอเสริม เพิ่มขึ้นมานะครับ ก็ขอชื่นชมในชุดกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ในชุดนี้นะครับ เพราะว่า มีคนมาก แล้วก็ถึงแม้อาจจะเปึนเรือที่ออกช้านิดหนึ่ง เพราะเปึนธรรมดาครับ เรือมั่นใหญ่ นะครับ พอจัดที่ จัดทางให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่า ไปเร็วเหลือเกินนะครับ เริ่มแจวได้ พลพายก็พายกันอย่างดีนะครับ หัว กัปตัน (Captain) ก็คัดหางกันอย่างดีนะครับ ผมก็ขอ ชื่นชม ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานสภามา ณ โอกาสนี้ ขอบพระคุณมากครับ ท่านครับ
ครับ เรียนเชิญท่านปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์นะครับ ที่ได้แถลง ผลการดำเนินงานของฝ์ายประชาสัมพันธ์ในวันนี้ ที่มีความละเอียด ครบถ้วน และ อยากจะเรียนว่า เปึนประโยชน์ ไม่เฉพาะต่อคณะกรรมาธิการอื่น ๆ รวมทั้งสมาชิก สภาร่างทั้งหมดนะครับ ถ้าจะว่าไปแล้ว ตัวเอกสารที่แถลงนี่แทบจะใช้เปึนความรู้ หรือว่า เปึ้นหนังสืออ่านประกอบบทเรียนว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ที่ดีก็ว่าได้นะครับ ทั้งนี้ เพราะว่าได้ใช้หลัก และวิธีคิดที่ชัดเจน ตลอดจนมีการนำเสนอที่เปึ้นระบบ แล้วสืบโยงกัน เกือบจะทุกกระบวนการ เรื่องที่เราเผชิญในขณะนี้ ก็คงจะทํานองเดียวกับที่เราเผชิญ ในจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นนั้นเราเผชิญในเรื่องของการที่ทำอย่างไรที่จะให้คนยอมรับว่า การร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้เปึนกระบวนการที่ไม่ขัดแย้งกับประชาธิปไตย เอาชนะในจุดนั้น ได้มาจุดหนึ่งแล้วนะครับ คณะกรรมาธิการได้พยายามใช้ภาษาในเชิงยุทธศาสตร์ หลายคำด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนการรบในพื้นดิน อากาศ หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สมัยใหม่ แต่ในขณะนี้ฝ์ายที่พยายามที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ เขาก็ ไม่โต้ตอบด้วยวิธีการในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ เพราะเขารู้ว่าสู้ด้วยวิธีการยุทธวิธีเช่นนั้นสู้กันไม่ได้ ดังนั้น ก็จึงไปใช้วิธีการในทาง ตรงกันข้าม นั่นก็คือ ใช้ลักษณะที่เราเรียกกันว่า เปึนยุทธวิธีของการแย่งชิงมวลชน ประหนึ่งการก่อการร้าย ก็คือ ไม่ใช่เปึนการรบในลักษณะของการรบในที่ตั้ง และไม่มีการ เผชิญหน้าในการชี้แจงเรื่องของความมีเหตุมีผล ทั้ง ๆ ที่เราก็พยายามที่จะใช้ด้วยยุทธวิธี เหล่านั้นตลอดมา ผมมีความมั่นใจเสมอว่า ถ้าหากว่า มีการชี้แจงทำความเข้าใจกันซึ่งหน้า กับบรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาก็ยากที่จะปฏิเสธความจริงในเรื่องของ ความสําคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ ดังนั้น จึงมีความพยายามอยู่หลายกระบวนท่า ที่จะพยายามทำให้ความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีอยู่ต่อไป ด้วยการย้อนกลับ ไปที่เดิม ก็คือ จุดเริ่มต้นของ สสร. ซึ่งอันนี้ก็เปึ้นลักษณะของการทำงานที่พยายามจะ ต่อกย้ำตรงจุดนี้ที่เรากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ จากการที่ผมได้มีโอกาสไปรับฟังความคิดเห็น ในที่ต่าง ๆ เกือบจะทั่วประเทศ เช่นเดียวกันกับที่ท่านกรรมาธิการประชาสัมพันธ์บางท่าน ได้พูดนี่นะครับ ผมพบว่า สิ่งหนึ่งซึ่งน่าสนใจ ก็คือ การประชาสัมพันธ์ของเราซึ่งทำร่วมกัน ในหลายลักษณะ รวมทั้งการทุ่มเทอย่างมากของบรรดากรรมาธิการวิสามัญการรับฟัง ความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของจังหวัดต่าง ๆ มีผลที่ทำให้ประชาชนกลุ่มใหญ่ทีเดียว ที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสรัฐธรรมนูญมาเลยชั่วชีวิตเขา ได้เข้าใจและได้สนใจ และขณะเดียวกัน ก็เข้ามาสนับสนุนเรา กรณีตัวอย่างที่นราธิวาส ซึ่งผมไปรับฟัง คนหลายคนที่แม้ว่าเขาจะ พูดภาษาไทยได้ไม่ชัดเจน แต่ครั้งนี้เขาสามารถที่จะอ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เข้าใจ และท้ายที่สุด เขาก็ออกมาจากหมู่บ้าน เพื่อที่จะมายืนยันกับกรรมาธิการที่รับฟัง ความคิดเห็นว่า เขาอ่านรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒๙๙ มาตรา เปึนครั้งแรกในชีวิตเขา แล้วก็บอกว่า ไม่รับคงจะไม่ได้ ในอีกกรณีหนึ่ง เกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวัชราซึ่งอยู่ในห้องนี้ ก็อาจจะเปึนพยานยืนยันได้ ขออนุญาตเอ่ยชื่อตัวบุคคล ซึ่งไม่ได้อยู่ในสภานี้ แต่เปึน ประชาชนในเวลานี้ คือ คุณสุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งหลายคนคงรู้จักชื่อเขานะครับ ก็เริ่มต้น ในลักษณะที่เหมือนกับว่า จะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเขาได้มี โอกาสรับฟัง และอ่านรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ทุกมาตรา เขากลับกลายมาเปึนหัวหอก แกนนำ ที่จะชี้แจงกับประชาชนที่มารับฟังความคิดเห็น ด้วยการชูประเด็นให้เห็นว่า เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว เมื่อได้พิจารณาเรื่องสิทธิเสรีภาพ และที่สำคัญ ก็คือ การเป่ดเวทีประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางแล้ว ต้องรับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นในขณะนี้ ถ้าเราเห็นแง่มุมเปึนตัวอย่างเช่นนี้ ซึ่งมีอีกหลายเวที ในทำนองเดียวกัน เช่น ที่อุบลราชธานี ไปกับท่านประธานกรรมาธิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้ง ขอเอ่ยชื่อ ท่านศิวะ แสงมณี ที่อุบลราชธานี วันนั้นก็มีพี่น้องประชาชนมารับฟัง ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ คน และมีพระสงฆ์มาด้วยไม่น้อยกว่า ๔๐๐ รูป แม้แต่การอธิบาย ความทางด้านต่าง ๆ ในบรรดาคณะสงฆ์ด้วยกันเอง ก็เห็นว่า เรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องของ การบัญญัติพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาตินั้น ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันในหมู่ พระสงฆ์ออกเปึน ๓ แนวทางด้วยกัน ซึ่งในลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราสามารถ ที่จะดำเนินการในการต่อกย้ำสิ่งที่เราทำต่อไป ในลักษณะที่เปึนการรบในรูปแบบเช่นนี้ อีกระยะหนึ่ง ความสามารถในการที่จะทำให้ฝ์ายที่เห็นในทางตรงกันข้ามลดลง ก็คงจะ ประจักษ์มากขึ้น แต่ประเด็นมันก็มีอยู่ว่า คนเหล่านี้ก็พยายามที่จะใช้วิธีการนอกรูปแบบ อย่างเช่น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการพูดถึงบรรดาการรณรงค์ของกลุ่มไม่รับรัฐธรรมนูญกลุ่มหนึ่ง ก็คือ ๗๖ นักวิชาการ สังกัดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ซึ่งประเด็นที่เขานำเสนอก็น่าสนใจ แต่ว่าไปจบลงด้วยว่า ไม่รับรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเมื่อข่าวมันออกไป กลายเปึนว่า นักวิชาการ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่โดยเนื้อแท้แล้วเปึ้นนักวิชาการเพียงกลุ่มเล็กกลุ่มหนึ่ง เท่านั้นเอง สิ่งเหล่านี้ มันก็เกิดขึ้นจากการตีพิมพ์พาดหัวข่าวของสื่อมวลชน ซึ่งอันนี้เปึน เรื่องปกติธรรมดา เพราะจุดที่เห็นแตกต่างย่อมจะเปึนจุดที่ขาย ที่ให้ประชาชนได้มองเห็น ภาพในการดำเนินการ เมื่อสักครู่นี้อาจารย์ที่คณะผมนะครับ ผมเปึนอาจารย์อยู่ที่คณะ รัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ก็ได้โทรศัพท์มาให้ความเห็นใน เรื่องทำนองนี้ว่า ถ้าเรามีทางที่จะเชิญนักวิชาการจำนวนมากทีเดียว ที่เห็นด้วยกับการร่าง รัฐธรรมนูญครั้งนี้ แม้จะไม่เห็นด้วยในขั้นของการดําเนินการเริ่มต้น แต่เมื่อได้เห็น กระบวนการของการทำงานที่เราทำงานด้วยความมุ่งมั่น และที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปโต้แย้ง โต้ตอบกับการแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้งแต่ประการใดทั้งสิ้น แต่เมื่อมาถึงจุดที่เรา ตกล่องปล่องชิ้นของการร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้าย ที่จะออกไปสู่การลงประชามติ เขา คิดว่า เราน่าจะต้องทำสิ่งเหล่านี้ และมีนักวิชาการจำนวนมากทีเดียวนะครับ ที่ยืนอยู่ใน ฝัืงทํานองนี้ เพราะเห็นว่า การดําเนินการให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปสู่การลงประชามติ จะเปึนการตัดสินที่สำคัญมากกว่าการที่จะรอแค่เพียงการรี ๆ รอ ๆ ว่า เราจะทำท่าที่ เช่นใด เพราะฉะนั้นในลักษณะเช่นนี้ ผมคิดว่า การดำเนินการของการใช้นักวิชาการ ที่สำคัญที่จะสู้ในแนวรบอีกด้านหนึ่ง ก็น่าที่จะเปึนจุดที่เปึนตัวช่วยทำให้การเคลื่อนตัวของ การรบนอกรูปแบบของบรรด้านักวิชาการบางคนที่เขาเห็นว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนั้น นะครับ เขาเห็นตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นในจุดนี้นะครับ ผมเชื่อว่า การร่วมพลังครั้งสำคัญของ สสร. ทั้งหมด ที่เราจะต้องพูดกันให้ชัดเจนในบรรดา สสร. ๑๐๐ คน ก็คือ เรามีความ แข็งขันที่จะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติอย่างท่วมท้น และที่สําคัญ ก็คือ เราน่าที่จะทำให้การไปทำโพลของมหาวิทยาลัยบางแห่งเท่าที่ผมทราบ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ขอเอ่ยชื่อนะครับ ที่เข้าไปทำโพลเกี่ยวกับเรื่องของการที่ว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ลงประชามติแล้วจะผ่านหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่ ผ่านนะครับ เท่าที่มีการทำโพลไปแล้ว สิ่งเหล่านี้เราน่าที่จะหยิบยกมาสู่การขึ้นมาพูด ในเชิงของการประชาสัมพันธ์ด้วย ทั้งนี้ เพื่อจะทำให้เปึนการต่อกย้ำให้เห็นถึงความมั่นใจ ที่เกิดขึ้น ในฐานะที่ทำงานในอีกด้านหนึ่ง ก็คือ เปึนโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ นะครับ ผมคิดว่า ในระยะหลังจากนี้เปึนต้นไปนี่ การทำงานร่วมกันระหว่างกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญกับกรรมาธิการประชาสัมพันธ์จะต้องทำอย่างเข้มข้นและแข็งขัน มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่สำคัญมากที่สุด เหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขอเอ่ยนาม ที่ท่านได้พูดมาเมื่อสักครู่นี้ นั่นก็คือ การขายหัวใจสําคัญของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ที่จะทำให้ประชาชนนี่เข้าใจแก่นแท้ของความเปึ้นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจาก การทำงานหนักของพวกเรา และการแสดงความเห็นอย่างชัดเจนของประชาชนตลอดมา เราต้องยอมรับนะครับว่า เมื่อครั้งที่มีการประชุมครั้งแรก ผมกำลังเอ่ยชื่อ ท่านเกียรติชัย อีกครั้งหนึ่ง ที่พูดตั้งแต่การประชุมครั้งแรก ที่เราจะต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นรัฐธรรมนูญที่เราเข้ามาร่วมกันร่าง เพื่อสร้างชาติไทยให้แข็งแก้ร่ง เพื่อร่วมทําลายการขจัดการผูกขาดอํานาจรัฐด้วยวิธีการอันแยบยล เพราะฉะนั้นจุดขายที่ อาจารย์เจิมศักดิ์เสนอนี่นะครับ อาจจะไปพิจารณา แล้วก็เพิ่มเติมบางส่วนที่อาจจะเปึน ประโยชน์ และก็คิดว่า เราคงจะระดมความคิดกันในเรื่องนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะทําให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ถึงแม้ว่าจะดี แต่ก็จําเปึ้นต้อง แก้ไขด้วยเรื่องต่าง ๆ หลายประการด้วยกัน และจุดขายของเราก็อยู่ที่จุดของการแก้ไข ในลักษณะเช่นนี้หรือครับที่ทำให้ ในประการต่อไป ก็คือ การต่อกย้ำ และชี้แจงทำความ เข้าใจในประเด็นร้อนหลายประเด็น ที่ได้ผ่านการบรรเทา เยียวยา และลดเงื่อนไขให้มัน เย็นลง จากการที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองได้เอาเรื่องนี้มาพิจารณาอย่างเข้มข้น และปรับแก้ในส่วนที่เห็นชัดเจนว่า พี่น้องประชาชนมีเสียงสนับสนุนให้แก้ไขในลักษณะ เช่นใด และขณะเดียวกันนั้น ก็จะทำให้การชิงพื้นที่ ผมใช้คำนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่า เนื่องจากกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ได้ใช้ศัพท์ในเชิงยุทธศาสตร์ เราก็ต้องพิจารณากัน กลับไปในเชิงยุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน การชิงพื้นที่ของหนังสือพิมพ์ และผมคิดว่า เปึนการ ชิงพื้นที่ที่สำคัญ ทั้งนี้เพราะอะไรครับ เพราะเวลานี้สื่อมวลชนทุกแขนงเอาหนังสือพิมพ์ ไปอ่านครับ วิทยุก็เอาหนังสือพิมพ์ไปอ่านนะครับ แล้วที่สําคัญ โทรทัศน์เกือบจะทุก รายการก็เอาหนังสือพิมพ์ไปอ่าน การที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทํางานตั้งแต่ เริ่มต้นนี่ เราก็ได้พันธมิตรกับสื่อมวลชน น้อง ๆ ทั้งหลายที่ทำงานอยู่ที่สภาเรานี่ล่ะครับ น้อง ๆ เหล่านี้ แปดสิบ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ อยู่ในฝัืงเราทั้งสิ้นเลย อยู่ในฝัืงของการที่ อยากจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านออกมา และพร้อมที่จะช่วยเราในการที่จะชี้แจง ทําความเข้าใจ เพราะเขาก็มีความรู้สึกว่า มันเปึนความจําเปึ้นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า เมื่อข่าวส่งไปแล้วนี่นะครับ มันเปึนเรื่องของเราที่จะต้องเข้าไป ดำเนินการเพื่อการชิงพื้นที่อยู่เช่นเดียวกัน ความจริงในสมาชิก สสร. เอง ก็มี นักสื่อสารมวลชนอาวุโส นักหนังสือพิมพ์อาวุโส คอลัมนิสต์ (Columnist) อาวุโส อยู่ในห้องนี้หลายคน ผมคิดว่า ท่านสามารถที่จะให้ข้อมูลในเชิงของการปรึกษา ประหนึ่ง เสนาธิการ ที่จะทำการรบอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราเรียกกันว่า รบนอกรูปแบบ แต่ว่าเปึนการรบ ในเชิงที่จะหาพันธมิตร ด้วยการสร้าง เรียกกันว่า ปฏิบัติการจิตวิทยาขนานใหญ่ ที่จะทำให้ การดำเนินการของการประชาสัมพันธ์เข้าถึงความรู้สึกของประชาชนมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ก็คือ ถ้าเราไปสามารถดึงตัวคนสำคัญที่เปึนประชาชน ที่เปึนแกนน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ให้สัมภาษณ์บ่อยครั้งขึ้น นอกจากบรรดาดาราที่เราใช้อยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็ได้ผลค่อนข้างมาก หรือ เกมต่าง ๆ รายการต่าง ๆ ซึ่งมันก็เปึนความคิดสร้างสรรค์ค่อนข้างสูง แต่ว่าถ้าเรา สามารถดึงเอาบรรดาแกนนำประชาชน ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อบรรดาประชาชน ทั้งหลาย ก็ให้เกียรติเขา แล้วก็ร่วมกันในการที่จะทำงานครั้งนี้เช่นเดียวกัน ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง นั้น ผมเห็นว่า น่าจะเปึนงานของกรรมาธิการกิจการสภา มากกว่างานของประชาสัมพันธ์ นั่นก็คือ ผมมองเห็นว่า บรรดากรรมาธิการวิสามัญการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วม ๗๖ จังหวัดนี่นะครับ เขาเปึ้นเหมือนกับฝ์ายปฏิบัติการส่วนหน้าที่เขารบราฆ่าฟันอยู่กับ ฝ์ายตรงข้าม แต่ดูเหมือนว่า เขาได้รับการช่วยเหลือจากฝ์ายหลังนี่น้อยเหลือเกิน ทำอย่างไรที่เราจะมีการประชุมร่วม ทั้ง ๗๖ จังหวัด ซึ่งอันนี้คงเปึนภาระหน้าที่ของ ท่านประธานแล้วครับ ในการที่จะเชิญเข้ามาร่วมประชุม อาจจะเปึ้นในกรุงเทพนี่ก็ได้ ทั้ง ๗๖ จังหวัด คูณด้วย ๒๑ คน มันก็เปึ้นจำนวนประมาณไม่เกิน ๒,๐๐๐ คน ผมคิดว่า น่าที่จะทำให้เหมือนกับการเรียกขวัญ และเรียกกำลังใจครั้งใหญ่ ก่อนที่เราจะออกไปต่อสู้ ในสงครามช่วงสุดท้าย นั่นก็คือ การรณรงค์ให้ประชาชนรับ แล้วก็ลงประชามติรับใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างกว้างขวาง ด้วยความเชื่อมั่นในการทํางานที่พวกเราทําร่วมกันมา โดยตลอดนะครับ ผมเชื่อว่า สงครามครั้งนี้ไม่หนักนักครับ เพราะเรายืนอยู่ในฝ์ายของ ความตั้งใจที่จะทำให้ประเทศเข้าสู่ความสงบโดยเร็ว แต่แน่นอนล่ะครับ เรื่องที่เราทำนั้น มันไปตีผลประโยชน์ของคนที่เคยแสวงผลประโยชน์ใน ประเทศนี้อย่างมากมาย ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับบรรดานักวิชาการบางท่าน ที่บอกว่า ความจริงแล้วทรัพยากรบุคคลทางด้านการเมืองเรามีแค่เพียง ๒,๐๐๐ คน แต่ที่จริงแล้ว ทรัพยากรทางด้านการเมืองที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ในขณะนี้ ก็คือ บรรดาพี่น้องประชาชน จำนวนมากที่กำลังตื่นตัว แล้วเขาพูดด้วยซ้ำไปว่า เขาต้องมีการมีสภาคู่ขนาน ก็คือ สภา ของประชาชนที่พร้อมที่จะตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองทุกระดับ ร่วมกำกับการ ตรวจสอบอํานาจรัฐ ที่เราพยายามที่จะสร้างกลไกใหม่ที่จะช่วยทําให้การดําเนินการของ การพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคตนะครับ มีภาวะที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าเรา จะมีความเห็นต่างกันเช่นใดในสภาแห่งนี้ แต่เมื่อเราออกไปรณรงค์ เพื่อที่จะทำให้พี่น้อง ประชาชนเห็นร่วมกันกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเชื่อว่า พลังของ สสร. ๑๐๐ คน จะต้อง เปึ้นพลังเดียวกัน และจะต้องเปึนพลังที่แข็งขันค่อนข้างมาก ที่จะทำงานท้าทาย ประวัติศาสตร์ครั้งนี้อีกครั้งหนึ่ง จึงขอเสนอความเห็นเช่นนี้ เพื่อที่จะเปึนประโยชน์สำหรับ การไปพิจารณาของคณะกรรมาธิการฝ์ายประชาสัมพันธ์ต่อไปครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านวิทยา แล้วก็ท่านไพโรจน์นะครับ ท่านวิทยาก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการ ประชาสัมพันธ์ ท่าน สสร. ที่รักและเคารพครับ ขออนุญาตผมนิดเดียวนะครับ ก่อนจะไปสู่ สงครามขั้นแตกหัก เพราะหลาย ๆ ท่านก็ให้การชื่นชมกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งขยันขันแข็ง โชว์ภาพได้สวย พูดได้ทุกคน ทำงานได้เก่งทุกคน นั่นก็ชื่นชมไปอีกจุดหนึ่ง นะครับ แต่ในส่วนของกระผมนะครับ นอกจากที่หลาย ๆ ท่านได้ให้ความศรัทธา ชมเชย แล้วก็กล่าวถึงจุดดี แต่ผมจะขออนุญาตนิดหนึ่งว่า ในส่วนที่ท่านทั้งหลายอาจจะ มองไม่เห็น ที่ท่านสุนทร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พูดเมื่อกี้ว่า ในจุดที่ประชาสัมพันธ์ที่อาจจะ ทำไม่ถึง หรือว่าไม่ใช่หน้าที่ของท่าน หรือว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยนี่ คือ เอกสารที่ลงไป เอกสารที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ที่ลงไปในจังหวัด ส่วนหนึ่งยังกองอยู่ที่จังหวัด ก็อาจจะเปึนว่า จังหวัดนั้นไม่มี สสร. หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ หรือว่ามีอยู่ แต่ว่าไม่มีเวลาดู หรือว่าไม่ได้ตรวจสอบกรรมาธิการในจังหวัด ก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะขอ ก็คือ อยากจะขอให้ประชาสัมพันธ์ได้ติดตามผลเรื่องนี้ด้วยนะครับ ถ้าเอกสารที่ลงไป แม้จะทำดีอย่างไร ถ้าไม่ได้ไปถึงมือ ไม่ได้ไปถึงจุดมุ่งหมายของเรา มันก็จะไม่เปึนผล เพราะฉะนั้นในส่วนของเอกสารก็อยากจะให้ถึง หนึ่ง ส่วนที่ ๒ ก็คือ เรื่องของการติดตาม ผลนะครับ ท่านอาจจะว่าดภาพไว้ได้สวยล่ะ ดำเนินการไปได้ล่ะ แต่ว่าลงไปในพื้นที่จริง ๆ นั้นมันได้ผลหรือเปล่า ก็อยากจะขอฝากในจุดนี้ว่า ไหน ๆ ก็หลาย ๆ ท่าน ก็ได้เชียร์ (Cheer) ท่านแล้ว ให้ท่านเปึนพระเอกแล้ว ก็อยากจะให้ท่านได้ทบทวนเรื่องนี้ แล้วก็ ติดตามผลเรื่องนี้ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านไพโรจน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า จากการที่เราได้รับฟังรายงานของกรรมการ วิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนก็ดี คณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์ก็ดี ก็แสดงให้เห็นว่า การทํางานของสภาร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้น และรวมทั้งกรรมาธิการต่าง ๆ นั้น ได้มีการประสานสัมพันธ์กันดีพอสมควร และรวมทั้ง ผลที่เกิดขึ้นนั้น ก็อย่างน้อยที่สุดก็คงจะเปึนผลจากการที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ทำความ เข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวางพอสมควร ผลที่เกิดขึ้นจึงเปึ้นลักษณะที่มีการสอดคล้อง แล้วก็ประสานสัมพันธ์กันค่อนข้างมาก นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการประชาสัมพันธ์นั้น ผมคิดว่า ไปทํางานในเรื่องหลัก ๆ ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่สิ่งที่เปึนสาระสำคัญของ รัฐธรรมนูญให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ที่ผมเรียนเช่นนี้ ก็เพราะว่า จากผลการที่เรา ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญใน ๔ เดือนให้หลังที่ผ่านมานะครับ ในรอบแรกนั้น เราก็ได้รับฟัง ประเด็นความคิดเห็นต่าง ๆ ที่คิดว่า ควรจะบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในเรื่องอะไร อย่างไร ในรอบที่ ๒ เปึ้นเรื่องที่ว่า เมื่อได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว เราก็นําร่าง รัฐธรรมนูญนั้นไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ใช้เวลาประมาณ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน จนถึงขณะนี้นะครับ ก็มีผลย้อนกลับจากการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อเช้า ได้รายงานใน ๗๖ เวที อย่างน้อยนะครับ ใน ๗๖ เวทีนั้น ก็มีประเด็นต่าง ๆ ที่เห็น สอดคล้องต้องกันเปึ้นส่วนใหญ่นะครับ แล้วก็มีที่เห็นแย้งบ้าง ในบางเรื่อง บางอย่าง มีอยู่ เพียงสี่ห้าประเด็น สิ่งที่เปึนความเห็นแย้งนั้น ไม่ว่าจะมาจาก ๗๖ เวทีก็ดี มาจาก สื่อมวลชนต่าง ๆ ก็ดี หรือที่เรากําลังจะสรุป ในส่วนที่ ๑๒ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่จะ จัดส่งเอกสารไปเรียบร้อยแล้ว ประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ เปึนประเด็นที่คิดว่า แสดง ให้เห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น เปึนฉบับที่เราได้ร่างขึ้นมาจากการที่มีการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญด้วยกันทุกฝ์ายนะครับ จากการที่เรารับฟังความคิดเห็น จากการที่เป่ดโอกาสให้มีส่วนร่วม การมีส่วนร่วม ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากไม่มีใครที่เห็นแย้ง หรือแตกต่างไปจากเราเลย ก็เปึนเรื่องที่แปลกประหลาด ท่านลองคิดดูสิครับว่า ถ้าสมมุติว่า เอาง่าย ๆ อย่างประเด็นเลือกตั้ง สส. สว. นี่ครับ เราไม่แตะต้องตรงนี้เลย เราคงไว้เหมือน ป้ ๒๕๔๐ เราก็ต้องถูกโจมตีอยู่ดี ไม่เห็นมีอะไรใหม่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นการเสนอ ข้อคิดเห็นใหม่ ๆ นี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเปึนไปตามที่ข้อเสนอนั้นทั้งหมด ขณะนี้ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาทบทวนในเรื่องต่าง ๆ นะครับ รวมทั้งประเด็น ที่มีข้อคิดเห็นแย้ง เห็นแตกต่างในสาระสําคัญต่าง ๆเหล่านั้น ในหลาย ๆ เรื่องนะครับ แล้วก็คิดว่า รวมทั้งคําแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็น สี่ ห้า หกประเด็นนั้น ก็คิดว่า เราน่าจะได้พิจารณากันด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และก็พี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนไปถึง หรืออาจจะ มีบางกลุ่ม บางองค์กรนะครับ ที่ว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าผู้ร่างนั้นไม่เปึนประชาธิปไตย ข้อนี้ก็คงจะเปึนสิ่งที่ผมก็คงจะต้องขอเถียงเต็มที่นะครับว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเราเห็นว่า ชาติบ้านเมืองมีปัญหา มีการปฏิวัติ มีการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน เพราะฉะนั้นเขาจึงได้มีการแต่งตั้งคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นมาก็ดี คณะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่อันนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อร่างแล้ว ท่านไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ว่ามา ประเด็น ๆ สําคัญ แต่ว่า ไม่ใช่ว่าไม่รับ หรือไม่เห็นด้วย เพราะว่าผู้ร่างไม่เปึนประชาธิปไตย การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเปึนไปตามครรลอง ประชาธิปไตยอย่างเต็มที่นั้น เมื่อประกาศใช้แล้วสามารถยื่นแก้ไขได้ทันทีครับ ก็เรียนยืนยัน นอกจาก ๑ แสนคน ที่พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเสนอให้มีการแก้ไขแล้ว เพียงแต่ว่า ถ้าสมมุติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี ๔๐๐ คน วุฒิสภามี ๑๖๐ คน เปึ้น ๕๖๐ คน เพียงแต่เกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้ง ๒ สภา คือ ๒๘๑ คน ก็สามารถแก้ไขได้ และยื่นตั้งแต่เป่ด ได้ตั้งแต่เป่ดสภา เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่า เมื่อเป่ดสภาแล้ว มีผู้แทน ประชาชน ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนก็ดี วุฒิสภาก็ดี เข้ามาแล้ว ก็เปึนประชาธิปไตยแล้ว ก็สามารถแก้ไขให้เปึ้นประชาธิปไตย หรือจะให้เปึนอย่างไรก็ได้นะครับ ในทางตรงกันข้าม เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านคงจะจําได้ครับ มีเวลาร่าง ๑๒๐ วัน พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่มีการแก้ไขเลยแม้แต่ประโยคเดียว บรรทัดเดียว หรืออักษรตัวเดียวครับ จะโหวตเพียงว่า รับ หรือไม่รับเท่านั้นนะครับ อันนี้ ชัดเจนมากเลยครับว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงแม้ว่า ผู้ร่างจะไม่มีฐานรากมาจาก ประชาธิปไตย แต่การร่างนั้นเปึนไปด้วยระบบ หรือวิธีการที่เปึนประชาธิปไตยพอสมควร นะครับ เพราะมีการเป่ดรับฟังความคิดเห็น มีการสะท้อนย้อนกลับถึงครั้งหนึ่ง ๒ ครั้ง นะครับ แล้วเราก็ ขณะนี้เราก็จะสรุปความเห็นต่าง ๆ ที่แตกต่างกันนั้น เพื่อที่จะแก้ไข ให้รัฐธรรมนูญนั้น เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เปึ้นประชาธิปไตยมากที่สุดนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ก็คิดว่า ภายในไม่เกินเดือนมิถุนายนนี้คงจะแล้วเสร็จ ประเด็นสําคัญต่อไป ก็คือว่า ทําอย่างไรเมื่อเราร่างสุดท้ายเสร็จแล้วนะครับ ภายใน วันที่ ๓๐ มิถุนา เราคงจะเสร็จ แล้วก็จัดพิมพ์ จัดอะไรต่าง ๆ เสร็จก่อนวันที่ ๖ กรกฎาคมแล้ว จะทำอย่างไรจึงจะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในสิ่งที่เปึ้นเนื้อหาสาระสำคัญ ๆ ในส่วนที่เราบอกแล้วว่า ร่างฉบับนี้จุดเด่นของป้ ๒๕๔๐ เราคงไว้ จุดด้อยเราแก้ไข จุดที่ยังขาดไป เราก็แต่งเติม แล้วก็ในส่วนที่มีความเห็นมา เราปรับแก้ ซึ่งอันนั้นน่ะ เปึ้นสิ่งที่จะต้องทําความเข้าใจ ให้เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ทุกองค์กรนั้น ได้มีความรู้ ความเข้าใจ แล้วก็พร้อมที่จะออกจากบ้านมาเข้าคูหา เพื่อจะออกเสียงประชามติว่า เห็นชอบ ที่จะให้ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งประมาณสักปลายป้นี้ เปึนต้นไป เพราะฉะนั้นในจุดนี้ ผมอยากจะเรียนฝากไว้ ณ ที่ประชุมแห่งนี้ว่า คงจะเปึนความจำเปึน ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของเราทุกคน สภาแห่งนี้ กรรมาธิการทุกคณะ แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ทั้ง ๗๖ จังหวัดนั้น จะเปึนผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ที่จะทำงานเคียงคู่กับ ทางกรรมการประชาสัมพันธ์ก็ดี กรรมการอื่น ๆ ก็ดี หรือแม้กระทั่งที่เราได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญไปทำงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการสนับสนุน ในการประสานงาน ทั้งหมดนี้จะต้องเปึนไปลักษณะที่สอดคล้องต้องกันนะครับ ผมจึงเคย พูดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่าง ในวันที่กรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น ไปรายงานต่อที่ประชุมแห่งนั้นว่า จำเปึ้นที่จะต้องมีการขยายกรรมาธิการที่จะทำหน้าที่ สนับสนุน หรือประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง นอกจากคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์แล้ว นอกเหนือจากที่ได้ตั้งเอาไว้ ๑๓ ท่านนั้นแล้วนะครับ ก็อาจจะจำเปึ้นต้องให้มีการตั้ง หน่วยงานหลัก อย่างน้อยสุด ๔ กระทรวงหลัก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ลงถึงระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะ เปึนกระทรวงเกษตร ศึกษา สาธารณสุข มหาดไทย รวมทั้งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ด้วย เข้ามาอยู่ในส่วน ๑๓ ท่าน ที่จะทำหน้าที่ประสานงานกับองค์การกรรมการการเลือกตั้ง นะครับ ที่ผมเรียนเช่นนี้ เพราะว่า กระทรวงเกษตรนั้นมีเจ้าหน้าที่เกษตรลงถึงตำบล หมู่บ้าน กระทรวงศึกษาธิการมีครูบาอาจารย์ กระทรวงสาธารณสุขมีเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยมีเจ้าหน้าที่ลงไปถึงตำบล หมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อะไรต่าง ๆ กรมประชาสัมพันธ์มีวิทยุ เครื่องมือเครื่องไม้มากมาย ถ้าทั้งหมดนี้มาอยู่ใน องคาพยพของการที่เราจะประชาสัมพันธ์เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้าย ซึ่งคิดว่าน่าจะเริ่มประชาสัมพันธ์ประมาณสักเดือนกรกฎาคม สิงหาคม เราคาดว่า น่าจะ ได้มีการประชามติ ประมาณปลายสิ่งหา หรือต้นกันยายน ถ้าทำได้เช่นนั้น ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ในจุดเด่นที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์อยากจะเห็น หรือจุดขายที่เราจะต้องนำออกเผยแพร่นั้น น่าจะเปึนสิ่งที่ได้มีการรับรู้ รับทราบกว้างขวาง ขึ้น แล้วเราน่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น เราอยากจะให้เห็น เช่นนั้นว่า ได้มีความเห็นชอบกับการที่จะนํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกประกาศใช้ เพื่อที่จะ จัดให้มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่เปึนประชาธิปไตยต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ ก็เปึ้นอันว่า ที่ประชุมก็ได้พิจารณารายงานผลการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่จบสิ้นแล้วนะครับ วันนี้ได้เนื้อหาสาระ มากมาย ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปมีระเบียบ วาระที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ
มีอยู่เรื่องหนึ่ง ขณะนี้คือ ตั้งซ่อมกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดนครราชสีมา
ด้วย ผมได้รับหนังสือจากประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการ มีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดนครราชสีมา แจ้งว่า คุณเฉลิมเกียรติ คล้ายสุวรรณ คุณเสด็จ เขียวแดง และคุณวิโรจน์ ศรีสังข์ ได้ขอลาออกจากคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้น จึงเปึ้นอันว่า บุคคลทั้ง ๓ ท่าน ได้พ้นจากการเปึ้นกรรมาธิการ ขอเชิญท่านเลขาธิการ ดําเนินการครับ คือ ๑. คุณวรชัย ยงพิทยาพงศ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ๒. คุณสุรชัย ตั้งสุวรรณ อาชีพทนายความ ๓. คุณทิพย์สุดา ผันกระโทก ประกอบอาชีพ ส่วนตัว จึงขอนำเสนอที่ประชุมตั้งเปึนกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ
จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราก็ได้ใช้ เวลานานพอสมควร เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะครบวาระการยื่นแปรญัตตินะครับ ท่านสมาชิกคงจะต้องใช้เวลาเพื่อการนั้นอยู่บ้างพอสมควร ก็ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่มาประชุม ในวันนี้ ขออนุญาตป่ดการประชุมครับ