สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและระบบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งแบบสาขาอาชีพ และมองว่าระบบนี้จะนำไปสู่การปกครองของชนชั้นล่าง

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ฟังทางคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและ การประชามตินำเสนอว่า ได้มีแบบสอบถามอะไรบ้าง ถามอะไรไปบ้าง ผมก็พยายาม ที่จริงผมพยายามทักท้วงมานานนะครับว่า มีข้อคำถามหนึ่งล่ะที่ผมเองพยายามจะให้บรรจุ หรือให้ถาม แต่ก็ไม่รู้ทําอย่างไรจะเข้ามาเปึนข้อคําถามได้ แต่ก็ตกหล่นทุกครั้ง ก็คือถามว่า รัฐสภานี่ควรจะมีสภาเดียวหรือไม่ อันนี้ก็ส่วนหนึ่งก็ถามล่ะ แต่วิธีการได้มาของรัฐสภา ที่เปึนสภาเดียว โดยมาจากสาขาอาชีพนี่ ไม่เคยถามให้เลย และไม่มีเวทีไหนถามเลย ทั้ง ๆ ที่มีรายงานมาจากภาคอีสานนี่ มีครับ ถ้าไปเป่ดดูรายงานของภาคอีสานนะครับ มีบรรจุ มีเปึนลายลักษณ์อักษรไว้ชัดเจนว่า จากภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เสนอมาเปึนลายลักษณ์อักษรเลยนะครับ ในบันทึกรายงานว่า เขามีความเห็น เปึ้นเอกภาพเกือบประมาณเกือบยี่สิบกว่าเวที ยี่สิบกว่าเวทีของการจัดเปึนเอกภาพ เกือบทั้งสิ้นครับว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบสาขาอาชีพ แล้วยกเลิกกระบวนการ เลือกตั้งทุกแบบหมดเลย แต่ข้อคำถามนี้ก็ไม่เคยได้รับการตั้งคำถามเลย จนถึงวันนี้ แม้แต่ ผมเองก็เคยรายงานที่นี่ ในภาคอีสาน บอกว่า กรณีจัดเวทีที่โคราช มีชัยภูมิ มีโคราช มีบุรีรัมย์ และสุรินทร์ ๔ จังหวัดนะครับ มารวมกันประมาณ ๕๐๐ ถึง ๖๐๐ คน ผมรายงานที่นี่ว่า ผมเองลองตั้งข้อคำถามนี้กับที่ประชุม ในจำนวนห้าร้อยกว่าคน ถึงหกร้อยคนในวันนั้นนะครับ ถ่ายวีดิโอ (Video) มีผู้คนไปร่วม ท่านประธานกรรมาธิการ วิสามัญก็ไป ใครต่อใครก็ไปครับ ประจักษ์ชัดเลยครับว่า มีเพียง ๑๑ คนเท่านั้นที่เห็นด้วย กับการเลือกตั้งรูปแบบเดิม นอกนั้นเห็นด้วยกับถ้าแบบสาขาอาชีพ อย่างนี้ เห็นด้วยเลย ผมคิดว่า ถ้าความเห็นถึงขนาดอย่างนี้ แล้วก็เราไม่ได้ถามกัน คือ จนวันนี้ ผมไม่ปรากฏว่า มีเวทีที่อื่นได้ถามคำถามนี้เลย ขอลองเพียงถามคำถามของผมที่ว่านี้ครับ เทียบเคียงกับ วิธีการได้ตัวแทนแบบอื่น ผมจะไม่เสียใจเลยว่า ถามแล้ว ปรากฏว่า มีความเห็นอย่างไร ทั่วประเทศ แต่อันนี้ท่านไม่ถามเลยทั้งประเทศ และประชาชนเองก็คิดไม่ออกว่า แบบสาขาอาชีพคืออะไร และเขาจะได้รับประโยชน์จากสาขาอาชีพที่การเลือกตั้งแบบนี้ อย่างไร ก็ต้องคุยกับเขา ท่านครับ คุยกับเขาว่า ถ้าสภาทั้งสภานี้ที่เปึ้นเรียกว่า รัฐสภา มีสาขาอาชีพที่เปึนคนยากคนจนที่เรียกชื่อว่า ชาวนา ก็ตาม กรรมกร ก็ตาม เสียงข้างมาก อยู่เต็มสภา ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี่ เขาจะออกกฎหมายอะไรกันบ้างที่นี่ ต้องบอกอย่างนั้นครับ และเมื่อเสียงข้างมากของเขา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ได้แล้วนี่นะครับ เขาจะตั้งรัฐบาลได้อย่างไร และรัฐบาลนั้นจะเปึ้นรัฐบาลที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเรื่องอะไรบ้าง และจะตอบคำถาม ประชาชนได้ทุกอย่างไหมว่า ที่เขาต้องการทั้งหมด ทั้งวันที่เสนอมา ประเด็นปัญหา ชาวบ้าน ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ อยากให้ลูกเรียน ลูกเต้าอะไรต่าง ๆ อยู่สาธารณสุข ควร จะมีความสุข ความอะไรต่าง ๆ ร้อยแปดพันเรื่องนั้น ผมก็ถามต่อเขาอีกเหมือนกันว่า ร้อยแปดพันเรื่องนี่ ใครคือผู้แก้ มีบางเรื่องต้องแก้กฎหมาย มีบางเรื่องต้องใช้มติ คณะรัฐมนตรี มีบางเรื่องต้องใช้อำนาจของฝ์ายบริหาร มีบางเรื่องต้องใช้งบประมาณ ผมก็ถาม เรื่องทั้งหมดที่ว่านี้ ถ้าให้สภาอย่างที่ท่านเลือกตามร่างนี้ กับสภาสาขาอาชีพ อย่างที่ผมว่า ที่เปึนคนจนเต็มสภา กับรัฐบาลที่บริหารประเทศที่เปึ้นรัฐบาลของคนยาก คนจนอย่างนั้น กับรัฐบาลที่เคยเห็นมาหกสิบเจ็ดสิบป้นี้ สภาไหนจะผ่านให้ท่าน รัฐบาล ไหนจะผ่านให้ท่าน เขาก็ปรบมือพร้อมกันหมดว่า มีแต่สภาแบบนี้เท่านั้นที่จะผ่านให้ แล้วผมคนเดียวจะมีกำลังที่ไหนไปถามท่าน ถ้า สสร. ไม่เอาคำถามของผมไปถามบ้าง ใน ๗๖ จังหวัด ถ้ากรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วม ซึ่งดูแลประสานกันทุกเขต แล้วมีฤทธิ์มีเดชในหลายภาคส่วนที่สามารถไปทําการเคลื่อนไหวได้ ในกำลังของภาคส่วน ของตนเองที่ไปนั้น ไม่ใช้คำถามที่ผมว่านี้ไปถามกับประชาชนบ้าง ผมคนเดียวจะไปมีฤทธิ์ อย่างไร ผมก็ถามได้พื้นที่บุรีรัมย์ ผมก็ถามในพื้นที่ที่ผมพอจะไปได้ แต่ที่ผมพอไปได้ ถามทุกแห่ง ค่อนข้างเอกฉันท์หมดเลยท่านประธาน แล้วจะให้ผมไม่ติดใจเรื่องนี้ ได้อย่างไร ก็ในเมื่อไม่เคยถามของอย่างนี้ให้ผมเลย ผมถามบอกว่า เรื่องทั้งหมดที่กองอยู่ มีปัญหาทั้งหมดนี้ ถ้าท่านมีอำนาจนิติบัญญัติ และเปึ้นเสียงข้างมากนี่ ท่านแก้ตกหมดไหม ประชาชนตอบทันทีบอก เออแฮะ ถ้าอย่างนี้ตกหมด รัฐสภาที่เปึนเสียงข้างมากของคนจน อย่างนั้นไม่แก้ และแก้ไม่ได้ อย่าฝันเลยครับสภาอื่นจะแก้ได้ ก็เข้าใจท่าน แต่เพียง ทําความเข้าใจกับเขาหน่อย คือ คําถามนั้นเราไม่มีโอกาสได้ไปถามเขา เราใช้คําถามอะไร และผู้ตอบคือใคร ท่านครับ คำถามอย่างที่ผมถามนี้ ถ้าไปอยู่ในชนชั้นอีกชนชั้นหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งนะ คือ กลุ่มผู้มีอำนาจ รับประกันเลย ไม่ผ่านอีกเหมือนกัน แต่คำถามนั้น ผมขอประชากรอีกอย่างหนึ่งครับ ขอประชากรที่เปึนประชากรของประเทศจริง ๆ ประชากรที่เข้ามาร่วมประชุมสัมมนา แต่ถ้ากลุ่มใดที่เปึนประชากรที่เต็มเพียบไปด้วยผู้มี ฤทธิ์เดช ผู้ขุนนาง ผู้อำมาตยาธิปไตย พวกนายทุน ขุนศึกที่มั่งคั่งทั้งหลายจะไม่รับคำถามนี้ เขาจะไม่รับคำถามนี้ เพราะคำถามนี้ คือ คำถามที่เขาเสียประโยชน์ ตอบโพละ ถ้าเห็นด้วย คือ เขาเสียประโยชน์ทั้งสิ้นเลย ผมบอกถึงขั้นว่า ถ้าเลือกตั้งรูปแบบของผม ที่ว่า ที่นำเสนอสาขาอาชีพ ผู้แทนเก่า สว. เก่า นักการเมืองเก่า อย่างกรณีอย่างผมก็ตามนี่ จะเหลือเข้ามาในสภาไม่ถึง ๑๐ คนท่าน ไม่ถึง ๑๐ คน เพราะคนประมาณ ๗๐๐ คน หรือพันคนที่เปึนนักการเมืองเก่าไม่มีที่ลง เขาจะต้องไปลงแข่งกันในภาคธุรกิจ ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเขาอาจมีตัวแทนประมาณเพียงสิบคนในสภานี้เท่านั้น เปลี่ยนสภาใหม่เลยท่าน ท่านกล้าเปลี่ยนไหม ก็แสดงว่า ท่านไม่กล้าถามใช่ไหม ถ้าท่านไม่กล้าเปลี่ยน ลองถามหน่อยดูเถอะ ผมจะไปตอบ จะไปดูเหมือนกัน ท่านบอก จะถามคำถามนี้ที่ไหน เชิญหน่อย บอกผมหน่อย ผมจะไป เพราะผมถามทุกแห่ง มันได้อย่างที่ผมเรียนเสนอท่าน นี่คือสิ่งที่ผมเสียใจว่า แม้แต่ผมเองที่เปึน สสร. มาเสนอ คำถามนี้ ๑ คำถาม ก็ไม่ได้รับการบรรจุไปถามไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ