สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ระบุว่า กรรมาธิการประชาสัมพันธ์สมัยนี้มีความเข้มแข็งและเอาจริงเอาจังมาก และเสนอให้เปลี่ยนคำขวัญหรือสโลแกนจาก "ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ" เป็น "ตรวจสอบอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน"

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ สมาชิก ท่านประธานครับ ผมต้องขอชมว่า กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ชุดนี้ มีความเข้มแข็ง แล้วก็เอาจริงเอาจังมาก คงไม่ต้องพูดรายละเอียด เพราะว่ารายละเอียด ประจักษ์อยู่แล้วว่า ท่านทำครบทุกด้าน แม้กระทั่งเวลาที่ท่านกำลังจะแถลงนี่ ท่านยังได้ แถลงผลงานโดยประชาสัมพันธ์ตัวกรรมาธิการเองได้อย่างน่าสนใจด้วย ผมคิดว่าเปึน เรื่องซ้อน ๒ เรื่องที่น่าสนใจมาก แล้วก็คิดว่า ท่านมีความสามารถมาก ผมอยากจะพูดได้ว่า ถ้าผมเปรียบเทียบกับเราเปึนพรรคการเมือง พรรคการเมืองไหนถ้าจะหาทีมประชาสัมพันธ์ อย่างนี้นี่ ผมว่าหายาก ผมคิดว่า ทีมนี้เปึ้นทีมที่มีความสามารถ สมมุติว่าผมตั้ง พรรคการเมืองนี่ อยากจะขอทั้งที่มเลย เปึ้นที่มประชาสัมพันธ์ของพรรคการเมืองนะครับ ผมเชื่อว่า มืออาชีพจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมก็เลยนั่งคิดต่อไปอีกว่า ช่วยคิดนะครับ ถ้าสมมุติว่า เปึ้นพรรคการเมือง แล้วต่อไปเราจะต้องขายนโยบาย เพราะว่านโยบาย พรรคการเมืองสมัยนี้ก็มีขายหลายแบบ ขายคำขวัญ ขายภาพลักษณ์ ซึ่งก็สำคัญ แต่ผมคิดว่า ผมอยากจะเห็นพรรคการเมืองที่ขายนโยบายด้วย ก็คือว่า ในช่วงต่อไปนี้ ถ้าท่านจะกรุณาเน้นมากขึ้น คือข่ายนโยบาย ขายนโยบาย แปลว่าอะไร ก็หมายความว่า ขายสิ่งที่เรากำลังแปรญัตติ เราร่าง กรรมาธิการยกร่างขึ้นมา เราแปรญัตติ แล้วในที่สุด ผลมันออกมาเปึ้นอย่างไร ต้นเดือนหน้า ต้นเดือนถัดไปนี้ เราคงจะเห็นรัฐธรรมนูญ ที่ออกมาเปึนรูปร่าง โดยเฉพาะต้นเดือนกรกฎา ถ้าวางแผนที่จะขายนโยบายของพรรค แห่งนี้ นี่ผมอุปมาอุปไม่ยเปึนพรรคนะครับ ผมว่าอันนั้นจะยิ่งดีที่สุด เพราะจะมีประชาชน ส่วนหนึ่งที่สนใจนโยบาย สนใจว่าอะไรคือจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อเทียบกับ ฉบับที่แล้ว อะไรคือจุดเด่น อะไรจุดเน้น ท่านประธานครับ ผมคิดว่า กรรมาธิการคงคิด อยู่แล้วว่าจะทำ ผมก็เพียงแต่เสนออีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง สิ่งหนึ่งที่ผมเองก็ยอมรับว่า ถ้าถอดจากนโยบายให้มาเปึนคําขวัญ หรือสโลแกน ผมคิดว่า กรรมาธิการชุดนี้อาจจะต้อง คิดเปลี่ยนแปลงจาก ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เพราะอันนั้นมันอยู่ในช่วงต้น ก่อนร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนรับแปรญัตติ แต่บัดนี้ ผมคิดว่าต้องเปลี่ยนแล้ว ณ วันนี้เปึ้นต้นไป ที่ท่านแถลงผลงานนี่ ท่านต้องเปลี่ยน ผมอยากจะเสนอเปึ้นทางเลือกแค่นั้นนะครับ อาจจะตรงกัน เพราะว่าเมื่อกี้นี้ ผมเองก็ต้องวิ่งไปรับจากจังหวัดอุทัยธานี เขาส่งผล ที่ผมแถลงเมื่อเช้านี้ เขารีบมาส่งผลอีกทีหนึ่ง แล้วก็เขารอว่า ต้องให้ถึงมือผม ผมก็เลยวิ่งเข้า วิ่งออก ก็ได้ฟังบ้าง ไม่ได้ฟังบ้าง แล้วก็ถือโอกาสบอกท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี คุณสุจิตรา ว่า ผมได้รับเรียบร้อยแล้ว อยู่ในมือผมนี่นะครับ เขาบอกว่า ต้องให้ถึงมือผม ไม่อย่างนั้นไม่ยอม มาถึงแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ว่า น่าที่จะเน้น คําว่า ตรวจสอบอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน ทําไมผมอยากจะเน้นคํานี้ ท่านประธาน จะจำได้ว่า ผมพูดที่สภาแห่งนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เรามีการประชุม ท่านไปเป่ดดู บันทึกการประชุม ผมเน้นคําว่า ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน ตอนเริ่มต้น ผมจะเผย ให้ท่านประธานฟังว่าผมไปเอามาจากไหน ผมได้ไปรับฟังความเห็นจากนักวิชาการ ที่กำลังรณรงค์ให้ติดเขียวต้องอ่อน ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั่นล่ะ ผมไปฟังที่ โรงแรมแอมบาสเดอร์ (Ambassador Hotel) ที่ถนนสุขุมวิท ร่วมกับคุณสวิ่ง ที่นั่งอยู่ ข้างหลังผมนี่ เราไปรับฟัง ไปแลกเปลี่ยนความเห็นกับบรรดาเอ็นจีโอ (NGO – Non Government Organization) และนักวิชาการ มีนักวิชาการที่ผมเคารพนับถือมาก คือ อาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ ท่านอาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ เปึนคนพูดในที่ประชุมว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ควรจะลดอํานาจรัฐ และเพิ่มอํานาจประชาชน ท่านประธานครับ ผมนี่จดทันทีเลย เพราะมันโดนใจ มันตรงใจ และมันเปึนสิ่งที่น่าจะเปึนเช่นนั้น ยิ่งได้อาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ เปึนคนพูด เปึนบุคคลที่พูดมานี่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะเห็นด้วย อยู่แล้ว เมื่อได้อาจารย์นิธิพูดนี่ ผมยิ่งเห็นด้วยเลย เหล่าบรรดาเอ็นจีโอ เหล่าบรรดา นักวิชาการที่อยู่ในห้องนั้นก็เห็นตรงกัน ผมน่ะจดมาทันที ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้จักคุณสวิ่ง เท่าไร เพิ่งรู้จักกันวันแรก ๆ ตอนนั้นเราเพิ่งมี สสร. เปึนครั้งแรก ผมนําความคิดอันนั้น มาพูดในสภาแห่งนี้ ท่านทั้งหลายจําได้ไหมครับ ต้องลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจประชาชน แล้วก็บรรยายว่าควรจะเปึนอย่างไรบ้างตลอดมา หลังจากนั้น ท่านประธานคงจะยืนยันว่า ผมนี่เดินพูดกับผู้คนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องเพิ่มอํานาจประชาชนนะ ต้องลดอํานาจรัฐนะ จนกระทั่งกรรมาธิการยกร่างเข้าไปร่างออกมา แนวนี่ คุณหมอชูชัย ศุภวงศ์ เปึนคนดูแล ด้านประชาชน ด้านสิทธิประชาชน เราประสานกันโดยตลอดว่า ต้องเพิ่มอำนาจประชาชน แล้วในที่สุดเราก็เพิ่มจริง ๆ ลดอำนาจรัฐ ผมมีกรรมาธิการยกร่างบางท่านมาคุยกับผมว่า ถ้าเราร่างแล้วลดอํานาจรัฐนี่จะมีปัญหาไหม ผมบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเราเปลี่ยนคําว่า ลด เปึน ตรวจสอบ ได้ไหม ท่านกลับไปคิด แล้วกรรมาธิการยกร่างก็พูดกับผมว่า เห็นด้วย ตกลงเรามีความเห็นตรงกันตั้งแต่การยกร่างแรก ๆ เลยว่า เราจะเน้นที่ตรวจสอบ อำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน ท่านประธานครับ จากแนวคิดที่ได้มาจากนักวิชาการ นั่นแหละครับ แล้วก็ไม่ฟังประชาชน เราพบว่า ประชาชนบอกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อนี่ การมีส่วนร่วมแบบนี้มันจอมปลอม อำนาจประชาชนนี่มันถูกดัก ถูกบิด ในที่สุด ประชาชนเสนอมา ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ เราก็เปลี่ยนเปึน ๒๐,๐๐๐ รายชื่อ ประชาชนบอกว่า มีเหตุจะฟัองร้องไม่ได้เลย ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดินสภาก็ช้า จะฟัองแทนก็ไม่ทํา ทําบ้าง ไม่ทําบ้าง ขอให้มีอํานาจชุมชนฟัองเองได้ไหม กรรมาธิการ ยกร่างก็ใส่ลงไป นี่คือตัวอย่าง ท่านประธาน เราบอกว่า เราจะตรวจสอบอํานาจรัฐ เรารู้ว่า ในที่สุดอำนาจรัฐก็ต้องอยู่ในมือของพรรคการเมือง และพรรคการเมืองที่เข้ามาอยู่ในสภา ก็เล่นเกมกับประชาชน เวลาเลือกตั้งให้ได้อํานาจรัฐ ก็แยกกันลงไปหาเสียง มีนโยบายของ พรรคการเมืองตัวเอง แต่พอได้เข้ามาอยู่ในสภา ก็มีการยุบพรรค แล้วเอาไปร่วมกับ อีกพรรคหนึ่ง แล้วเรียกภาษาให้สวยว่า ควบรวม แต่จริง ๆ ก็คือ ยุบพรรคตัวเองนั่นล่ะ เปึนการหลอกประชาชนทั้ง ในช่วงห้าหกป้ที่ผ่านมา มียุบพรรคอยู่สี่ห้าพรรค แล้วก็ไปร่วมอยู่ในพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง จนกระทั่งได้อํานาจรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ รัฐสภาตรวจสอบไม่ได้ คืบคลานไปครอบงําวุฒิสภา ผมอยู่ในวุฒิสภา ผมจับตาดูสภาแห่งนี้ ถามว่า ถ้าเราจะตรวจสอบอํานาจรัฐนี่ รัฐธรรมนูญจำเปึ้นไหมครับที่จะต้องห้ามไม่ให้ควบรวม หรือห้ามไม่ให้ยุบพรรคเมื่อผ่าน การเลือกตั้ง และเข้ามาสู่สภาแล้ว เราจะตรวจสอบอํานาจรัฐ เราต้องทําใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องทําในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นี่คือ ตัวอย่าง ท่านประธาน วุฒิสภา เราบอกว่า อยากจะมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนเทียบ ระหว่างการแต่งตั้งโดยบุคคลคนหนึ่งกับการเลือกตั้ง ประชาชนอยากได้จากการเลือกตั้ง แต่พอกรรมาธิการยกร่างประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ว่า ให้มีการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา จำนวนหนึ่ง ประชาชนก็แบ่งส่วนหนึ่งมาสนใจในประเด็นนี้ แล้วประเด็นนี้กับประเด็น เลือกตั้งโดยตรงก็คู่คี่กันมาโดยตลอด ถามว่าทำไม ประชาชนให้ความเห็นมากเลยครับ ท่านประธาน ว่า ถ้าเลือกตั้งก็จะได้บุคคลไม่มีความแตกต่างอะไรเลยกับ สส. เปึนบุคคล พันธุ์เดียวกัน ไม่ได้บอกว่า ดี หรือไม่ดี ถ้าถามว่า พรรคการเมืองจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ สว. ที่บอกว่า ต้องมาจากอิสระ ก็คงมีปัญหา ถ้าบอกว่า จะไม่ให้มีการซื้อเสียง ก็เกรงว่า จะมีการซื้อเสียง ถ้าบอกว่า จะไม่ให้มีการทุจริต ก็เกรงว่าจะมีทุจริต ถ้าบอกว่า จะไม่ให้ อิทธิพลท้องถิ่นเข้ามาแทรก ก็เกรงว่าจะมีอิทธิพล แล้วในที่สุดเราก็จะมีสภา ๒ สภา ซึ่งเหมือนกันไม่มีผิด ก็เลยประชาชนส่วนหนึ่งก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเรามีเสียสภาเดียว ดีไหม เพราะฉะนั้นทางเลือกของ สว. จึงมีหลายทางเลือกมากในปัจจุบันนี้ เรายังไม่ได้ ลงตัว สส. ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึน สส. ระบบสัดส่วน หรือ สส. เลือกแต่เขตอย่างเดียว เรายังไม่ได้ลงตัวกัน แต่ทั้งหมดนี้ ท่านประธาน เรายึดอยู่ว่า เราจะตรวจสอบอํานาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชนใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ถ้าประชาสัมพันธ์ในช่วงถัดไป เน้นนโยบายมากขึ้น เหมือนพรรคการเมืองที่ต้องขายนโยบาย และคำขวัญต้องตรงกับ นโยบาย ผมก็เสนอว่า จะต้องใช้ตรวจสอบอํานาจรัฐ และเพิ่มอํานาจประชาชน ถ้าใคร ถามว่า เอามาจากไหน ก็บอกว่า เอามาจากอาจารย์นิธิ์ เอียวศรีวงศ์ นั่นแหละครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามีหลายคนชอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมเองก็ชอบ ผมมีส่วน ท่านประธานเปึ้น สสร. จำได้ ผมนี่เข้ามารับใช้ในการออกเดินสาย ตอนนั้น ผมทำที่ช่อง ๙ ผมทำมองต่างมุม อย่างนี้เลย แล้วก็เดินสายไปทุกจังหวัด ผมนี่เปึนคน บัญญัติ คำว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ในรายการ จนกระทั่งติด ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๐ ผมถือว่าเปึ้นรัฐธรรมนูญที่ดี เห็นด้วยกับบรรด้านักวิชาการว่า ดี ผมเองก็เปึน นักวิชาการ ผมก็คิดว่า ดี แต่ท่านประธานครับ ผมเสียใจว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เอามาใช้สองสามป้แรกไม่มีปัญหา แต่เราได้ผู้ใช้ที่ฉลาด แต่ขยันโกง บิดเบือนรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบิดเบือนการใช้เปึ้นบรรทัดฐานไปแล้ว พวกผมส่งขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความว่า การบิดเบือนนั้นผิด ศาลรัฐธรรมนูญในสมัยนั้น ก็ตีความไปตามผู้บิดเบือน จนกระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบิดเบือนมา หลายสิบมาตรา ท่านประธานครับ เราจะเอา ๒๕๔๐ มาใช้ใหม่ทั้งดุ้น อย่างนั้นหรือ ผมได้ติดตามกรรมาธิการยกร่าง แล้วก็มีรัฐธรรมนูญที่ออกมา ที่เทียบเล่มสีเขียว ที่เทียบระหว่างป้ ๒๕๔๐ กับ ๒๕๕๐ ผมพูดได้เต็มปากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ทุกมาตรา โครงสร้าง โครงร่าง ปรัชญา เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนแปลง คือ เพิ่มอำนาจประชาชน และจะตรวจสอบอํานาจรัฐ ให้มากขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเทียบกัน ป้ ๒๕๔๐ โดยที่ไม่ต้องมาดูว่าใครเปึนคนร่าง โดยไม่ต้องมานั่งจับผิดหรือมีอคติว่า พวกนี้ คือ พวกที่มาจาก คมช. ถ้ามาดูกันที่เนื้อผ้า แล้วมาถกกัน ผมคิดว่า ก็จะเห็นว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ก็มาดูกันว่า ที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น มันดี หรือมันไม่ดีอย่างไร ซึ่งวันนี้ เรากําลังจะแปรญัตติ วันนี้เปึนวันสุดท้ายในการแปรญัตติ ผมพูดเสร็จ ผมจะต้องขอไป ประชุมกลุ่มที่จะไปแปรญัตติทันที เรากําลังจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เรากําลังจะต้อง ปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็คือ แก้ไขเพิ่มเติม ป้ ๒๕๔๐ แล้วท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้ ยังเป่ดโอกาสให้ประชาชน ๑ แสนชื่อ เข้าชื่อกัน เพื่อแก้รัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีพรรคการเมือง มีสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถจะแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ง่ายขึ้นไปอีก ไม่เหมือนในสมัย ป้ ๒๕๔๐ ที่ล็อก (Lock) ไว้ว่า ใน ๕ ป้แรก ห้ามไม่ให้มีการแก้ไข ท่านประธานเองอยู่เปึน สสร. ทั้ง ๒ ชุด ท่านจะยืนยัน ได้ว่า สิ่งที่ผมพูดนั้นเปึนความจริง เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนตรง ๆ ว่า ผมเองก็ไม่เข้าใจ แล้วก็มีความรู้สึกว่า ถ้าบอกว่า จะรณรงค์ ไม่ว่าจะด้วยสีอะไรก็ตาม เพื่อที่จะไม่ให้รับ ผมคิดว่า ทําไมไม่มาช่วยกันล่ะครับว่าบ้านเมืองมันจะเดินไปทางไหน มันจะเอากัน อย่างไร อยากจะแก้ไขอย่างไรก็ยังพูดกัน ถามว่า เพิ่มอำนาจประชาชนไหม เพิ่ม ที่เพิ่มนี่ ไม่พอใจใช่ไหม ตรงไหนไม่พอใจว่ากัน ที่จะตรวจสอบอํานาจรัฐ มันยังตรวจสอบไม่พอ ใช่ไหม มาว่ากัน ผมคิดว่า ถ้าแนวไปอย่างนี้บ้านเมืองก็จะเดินได้ แล้วผมก็อยากจะฝาก นะครับ ถ้าเช่นนั้นคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์น่าจะใช้คําอยู่อีกคําหนึ่ง ซึ่งผมก็ขโมย มาจากคนในกรรมาธิการประชาสัมพันธ์นั่นล่ะครับ บอกว่า ของดี ป้ ๒๕๔๐ คงอยู่ แต่ว่า ส่วนที่บกพร่องนี่ได้แก้ไข ผมคิดว่า คํานี้น่าจะเปึ้นอีกคําหนึ่งที่สะท้อนความจริงของ นโยบายของพรรคการเมือง ก็คือ นโยบายที่ผมเปรียบเทียบว่า เหมือนพรรคการเมือง คือของดีที่จะขายนโยบาย แล้วนโยบายมันมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมว่า คุณสมยศ เปึ้นคนคุยกับผมว่า น่าที่จะพูดอย่างนี้ดีไหมว่า ของดี ป้ ๒๕๔๐ คงอยู่ แต่ส่วนที่บกพร่อง ได้แก้ไข ผมคิดว่า ๒ ส่วนนี้จะตรง คำหนึ่งไปเอามาจากอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่บอกว่า ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน แล้วเรามาตรวจสอบกันดูว่า ก่อนจะออกไปได้ เปึ้นเช่นนั้นไหม แล้วมาตรวจสอบกันดูว่า ป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้เปลี่ยนแปลงว่า ของดี ป้ ๒๕๔๐ คงอยู่ ส่วนบกพร่องได้แก้ไข ท่านประธานครับ ผมเรียนประการสุดท้าย ๑ นาที ก็คือว่า กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติได้เคยบอกไว้ว่า เราจะทำการสำรวจในรูปแบบของแรนดอม แซมปลิง หรือรูปแบบที่ได้ตัวประชากร ที่แท้จริงทั้งประเทศ บัดนี้ ผลเข้ามา ๕๐ จังหวัด เราสำรวจ ๗๖ จังหวัด ข้อมูลเบื้องต้นนั้น ได้มาประมาณ ๙,๐๐๐ คน ที่ใช้วิธีแรนดอม แซมปลิง ทั่วประเทศ และผลวันนี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬา ท่านรองประธาน คือ ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา ที่เปึนรองประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมของประชาชน กำลังจะนำผลนั้น ออกมาให้สื่อมวลชนได้ดูว่า ขณะนี้เราได้มา ๕๐ ยังเหลืออีก ๒๖ จังหวัด ยังไม่เข้ามา แต่ว่าอันนี้ยังเปึ้นผลเบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมก็เกรงว่า สื่อมวลชน พรุ่งนี้คง จะได้เห็นอันนั้น ที่ทําเหมือนทําโพล (Poll) นั่นนะครับ ก็จะเข้าใจ อาจจะมีความ คลาดเคลื่อน เพราะว่ายังขาดอยู่อีก ๒๖ จังหวัด เพราะฉะนั้นขณะนี้กำลังรวบรวม และในบ่ายวันนี้ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬา เพราะเราทําร่วมกับสถาบันการศึกษา เราทำร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี เราทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อที่จะทำตัวอย่างให้ เหมือนกับเปึนการทําโพล อย่างที่เคยพูดไว้ และผลกําลังออกมาครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กราบเรียนว่า ในบ่ายวันนี้อีกไม่กี่นาที ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬา คงจะมีการ พูดจากันเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ